๖. อุปสีวมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา

๓๘. ฉฏฺเฐ อุปสีวสุตฺเต – มหนฺตโมฆนฺติ มหนฺตํ โอฆํ. อนิสฺสิโตติ ปุคฺคลํ วา ธมฺมํ วา อนลฺลีโน. โน วิสหามีติ น สกฺโกมิ. อารมฺมณนฺติ นิสฺสยํ. ยํ นิสฺสิโตติ ยํ ธมฺมํ วา ปุคฺคลํ วา นิสฺสิโต.

นิทฺเทเส กาโมฆนฺติ อนาคามิมคฺเคน กาโมฆํ. อรหตฺตมคฺเคน ภโวฆํ. โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺโฐฆํ. อรหตฺตมคฺเคน อวิชฺโชฆํ ตเรยฺยํ. สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติ ภควโต อุจฺจากุลปริทีปนวเสน วุตฺตํ. อาลมฺพณนฺติ อวตฺถริตฺวา ฐานํ. นิสฺสยนฺติ อลฺลียนํ. อุปนิสฺสยนฺติ อปสฺสยนํ.

๓๙. อิทานิ ยสฺมา พฺราหฺมโณ อากิญฺจญฺญายตนลาภี ตญฺจ สนฺตมฺปิ นิสฺสยํ น ชานาติ. เตนสฺส ภควา ตญฺจ นิสฺสยํ อุตฺตริญฺจ นิยฺยานปถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อากิญฺจญฺญ’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ เปกฺขมาโนติ ตํ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ สโต สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐหิตฺวา จ อนิจฺจาทิวเสน ปสฺสมาโน. นตฺถีติ นิสฺสายาติ ตํ ‘‘นตฺถิ กิญฺจี’’ติ ปวตฺตํ สมาปตฺตึ อารมฺมณํ กตฺวา. ตรสฺสุ โอฆนฺติ ตโต ปภุติ ปวตฺตาย วิปสฺสนาย ยถานุรูปํ จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตรสฺสุ. กถาหีติ กถํกถาหิ. ตณฺหกฺขยํ นตฺตมหาภิปสฺสาติ รตฺตินฺทิวํ นิพฺพานํ วิภูตํ กตฺวา ปสฺส. เอเตนสฺส ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ กเถสิ.

นิทฺเทเส ตญฺเญว วิญฺญาณํ อภาเวตีติ อากาสาลมฺพณํ กตฺวา ปวตฺตมหคฺคตวิญฺญาณํ อภาเวติ อภาวํ คเมติ. วิภาเวตีติ วิวิธา อภาวํ คเมติ. อนฺตรธาเปตีติ อทสฺสนํ คเมติ. นตฺถิ กิญฺจีติ ปสฺสตีติ อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิสฺส นตฺถีติ ปสฺสติ.

๔๐. อิทานิ ‘‘กาเม ปหายา’’ติ สุตฺวา วิกฺขมฺภนวเสน อตฺตนา ปหีเน กาเม สมฺปสฺสมาโน ‘‘สพฺเพสู’’ติ คาถมาห. ตตฺถ หิตฺวา มญฺญนฺติ อญฺญํ ตโต เหฏฺฐา ฉพฺพิธมฺปิ สมาปตฺตึ หิตฺวา. สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมติ สตฺตสุ สญฺญาวิโมกฺเขสุ อุตฺตเม อากิญฺจญฺญายตเน. ติฏฺเฐ นุ โส ตตฺถ อนานุยายีติ โส ปุคฺคโล ตตฺถ อากิญฺจญฺญายตนพฺรหฺมโลเก อวิคจฺฉมาโน ติฏฺเฐยฺย นูติ ปุจฺฉติ.

นิทฺเทเส อวิจฺจมาโนติ อวิยุชฺชมาโน. อวิคจฺฉมาโนติ วิโยคํ อนาปชฺชมาโน. อนนฺตรธายมาโนติ อนฺตรธานํ อนาปชฺชมาโน. อปริหายมาโนติ อนนฺตรา ปริหานํ อนาปชฺชมาโน.

๔๑-๒. อถสฺส ภควา สฏฺฐิกปฺปสหสฺสมตฺตกํเยว ฐานํ อนุชานนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห. เอวํ ตสฺส ตตฺถ ฐานํ สุตฺวา อิทานิสฺส สสฺสตุจฺเฉทภาวํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘ติฏฺเฐ เจ’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ปูคมฺปิ วสฺสานนฺติ อเนกสงฺขฺยมฺปิ วสฺสานํ, คณนราสินฺติ อตฺโถ. ‘‘ปูคมฺปิ วสฺสานี’’ติปิ ปาโฐ. ตตฺถ วิภตฺติพฺยตฺตเยน สามิวจนสฺส ปจฺจตฺตวจนํ กาตพฺพํ, ปูคนฺติ วา เอตสฺส พหูนีติ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. ‘‘ปูคานี’’ติ วาปิ ปฐนฺติ, ปุริมปาโฐเยว สพฺพสุนฺทโร. ตตฺเถว โส สีติ สิยา วิมุตฺโตติ โส ปุคฺคโล ตตฺเถวากิญฺจญฺญายตเน นานาทุกฺเขหิ วิมุตฺโต สีติภาวปฺปตฺโต ภเวยฺย, นิพฺพานปฺปตฺโต สสฺสโต หุตฺวา ติฏฺเฐยฺยาติ อธิปฺปาโย. จเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺสาติ ‘‘อุทาหุ ตถาวิธสฺส วิญฺญาณํ อนุปาทาย ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ อุจฺเฉทํ ปุจฺฉติ, ‘‘ปฏิสนฺธิคฺคหณตฺถํ วาปิ ภเวยฺยา’’ติ ปฏิสนฺธิมฺปิ ตสฺส ปุจฺฉติ.

ตสฺส วิญฺญาณํ จเวยฺยาติ ตสฺส อากิญฺจญฺญายตเน อุปฺปนฺนสฺส วิญฺญาณํ จุตึ ปาปุเณยฺย. อุจฺฉิชฺเชยฺยาติ อุจฺเฉทํ ภเวยฺย. วินสฺเสยฺยาติ วินาสํ ปาปุเณยฺย. น ภเวยฺยาติ อภาวํ คเมยฺย. อุปปนฺนสฺสาติ ปฏิสนฺธิวเสน อุปปนฺนสฺส.

๔๓. อถสฺส ภควา อุจฺเฉทสสฺสตํ อนุปคมฺม ตตฺถุปปนฺนสฺส อริยสาวกสฺส อนุปาทาย ปรินิพฺพานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อจฺจี ยถา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อตฺถํ ปเลตีติ อตฺถํ คจฺฉติ. น อุเปติ สงฺขนฺติ ‘‘อสุกํ นาม ทิสํ คโต’’ติ โวหารํ น คจฺฉติ. เอวํ มุนี นามกายา วิมุตฺโตติ เอวํ ตตฺถ อุปฺปนฺโน เสกฺขมุนิ ปกติยา ปุพฺเพว รูปกายา วิมุตฺโต, ตตฺถ จตุตฺถมคฺคํ นิพฺพตฺเตตฺวา ธมฺมกายสฺส ปริญฺญาตตฺตา ปุน นามกายาปิ วิมุตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต ขีณาสโว หุตฺวา อนุปาทานิพฺพานสงฺขาตํ อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ ‘‘ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา’’ติ เอวมาทิกํ.

นิทฺเทเส ขิตฺตาติ จลิตา. อุกฺขิตฺตาติ อติจลิตา. นุนฺนาติ ปปฺโผฏิยา. ปณุนฺนาติ ทูรีกตา. ขมฺภิตาติ ปฏิกฺกมาปิตา. วิกฺขมฺภิตาติ น สนฺติเก กตา.

๔๔. อิทานิ ‘‘อตฺถํ ปเลตี’’ติ สุตฺวา ตสฺส โยนิโส อตฺถมสลฺลกฺเขนฺโต ‘‘อตฺถงฺคโต โส’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – โส อตฺถงฺคโต อุทาหุ นตฺถิ, อุทาหุ เว สสฺสติยา สสฺสตภาเวน อโรโค อวิปริณามธมฺโม โสติ เอวํ ตํ เม มุนี สาธุ พฺยากโรหิ. กึการณา? ตถา หิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ.

นิทฺเทเส นิรุทฺโธติ นิโรธํ ปตฺโต. อุจฺฉินฺโนติ อุจฺฉินฺนสนฺตาโน. วินฏฺโฐติ วินาสํ ปตฺโต.

๔๕. อถสฺส ภควา ตถา อวตฺตพฺพตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺถงฺคตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อตฺถงฺคตสฺสาติ อนุปาทาปรินิพฺพุตสฺส. น ปมาณมตฺถีติ รูปาทิปมาณํ นตฺถิ. เยน นํ วชฺชุนฺติ เยน ราคาทินา นํ วเทยฺยุํ. สพฺเพสุ ธมฺเมสูติ สพฺเพสุ ขนฺธาทิธมฺเมสุ.

นิทฺเทเส อธิวจนานิ จาติ สิริวฑฺฒโก ธนวฑฺฒโกติอาทโย หิ วจนมตฺตํเยว อธิการํ กตฺวา ปวตฺตา อธิวจนา นาม. อธิวจนานํ ปถา อธิวจนปถา นาม. ‘‘อภิสงฺขโรนฺตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา สงฺขารา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙) เอวํ นิทฺธาริตฺวา สเหตุกํ กตฺวา วุจฺจมานา อภิลาปา นิรุตฺติ นาม. นิรุตฺตีนํ ปถา นิรุตฺติปถา นาม. ‘‘ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป’’ติ (ธ. ส. ๗) เอวํ เตน เตน ปกาเรน ปญฺญาปนโต ปญฺญตฺติ นาม. ปญฺญตฺตีนํ ปถา ปญฺญตฺติปถา (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๑-๑๐๘) นาม. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.

เอวํ ภควา อิทมฺปิ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน จ วุตฺตสทิโสว ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย

อุปสีวมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.