๑๖. ปิงฺคิยมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๘๙. โสฬสเม ปิงฺคิยสุตฺตนิทฺเทเส – ชิณฺโณหมสฺมิ อพโล วีตวณฺโณติ โส กิร พฺราหฺมโณ ชราภิภูโต วีสวสฺสสติโก ชาติยา, ทุพฺพโล จ ‘‘อิธ ปาทํ กริสฺสามี’’ติ อญฺญเตฺรว กโรติ, วินฏฺฐปุริมฉวิวณฺโณ จ. เตนาห – ‘‘ชิณฺโณหมสฺมิ อพโล วีตวณฺโณ’’ติ. มาหํ นสฺสํ โมมุโห อนฺตราวาติ มาหํ ตุยฺหํ ธมฺมํ อสจฺฉิกตฺวา อนฺตรา เอว อวิทฺวา หุตฺวา อนสฺสึ. ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ อิเธว ตว ปาทมูเล ปาสาณเก เจติเย วา ชาติชราย วิปฺปหานํ นิพฺพานํ ธมฺมรสํ อหํ วิชญฺญํ, ตํ เม อาจิกฺข.
อพโลติ พลวิรหิโต. ทุพฺพโลติ ทุพฺพลพโล. อปฺปพโลติ ปริตฺตพโล. อปฺปถาโมติ ปริตฺตวีริโย. วีตวณฺโณติ ปริวตฺติตฉวิวณฺโณ. วิคตวณฺโณติ อปคตฉวิวณฺโณ. วิคจฺฉิตวณฺโณติ ทูรีภูตฉวิวณฺโณ. ยา สา ปุริมา สุภา วณฺณนิภาติ ยา สา สุภา สุนฺทรา ปุริมกาเล สติ, สา วณฺณนิภา เอตรหิ อนฺตรหิตา วิคตา. อาทีนโว ปาตุภูโตติ อุปทฺทโว ปาตุรโหสิ. ‘‘ยา สา ปุริมา สุภา วณฺณนิภา’’ติ ปาฐํ ฐเปตฺวา ‘‘ยา สุภา อสฺสา’’ติ เอเก วณฺณยนฺติ.
อสุทฺธาติ ปฏลาทีหิ อสุทฺธา. อวิสุทฺธาติ ติมิราทีหิ อวิสุทฺธา. อปริสุทฺธาติ สมนฺตโต โผฏปฏลาทีหิ ปริโยนทฺธตฺตา อปริสุทฺธา. อโวทาตาติ นปฺปสนฺนา ปสนฺนสทิสา. โน ตถา จกฺขุนา รูเป ปสฺสามีติ ยถา โปราณจกฺขุนา รูปารมฺมณํ ปสฺสามิ โอโลเกมิ, ตถา เตน ปกาเรน อิทานิ น ปสฺสามิ. โสตํ อสุทฺธนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. มาหํ นสฺสนฺติ อหํ มา วินสฺสํ.
๙๐. อิทานิ ยสฺมา ปิงฺคิโย กาเย สาเปกฺขตาย ‘‘ชิณฺโณหมสฺมี’’ติอาทิมาห. เตนสฺส ภควา กาเย สิเนหปฺปหานตฺถํ ‘‘ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน’’ติ คาถมาห. ตตฺถ รูเปสูติ รูปเหตุ รูปปจฺจยา. วิหญฺญมาเนติ กมฺมการณาทีหิ อุปหญฺญมาเน. รุปฺปนฺติ รูเปสูติ จกฺขุโรคาทีหิ จ รูปเหตุเยว ชนา รุปฺปนฺติ พาธิยนฺติ.
หญฺญนฺตีติ ฆฏียนฺติ. วิหญฺญนฺตีติ วิเหสิยนฺติ. อุปวิหญฺญนฺตีติ หตฺถปาทจฺเฉทาทึ ลภนฺติ. อุปฆาติยนฺตีติ มรณํ ลภนฺติ. กุปฺปนฺตีติ ปริวตฺตนฺติ. ปีฬยนฺตีติ วิฆาตํ อาปชฺชนฺติ. ฆฏฺฏยนฺตีติ ฆฏฺฏนํ ปาปุณนฺติ. พฺยาธิตาติ ภีตา. โทมนสฺสิตาติ จิตฺตวิฆาตํ ปตฺตา. เวมาเนติ นสฺสมาเน.
๙๑. เอวํ ภควตา ยาว อรหตฺตํ, ตาว กถิตํ ปฏิปตฺตึ สุตฺวา ปิงฺคิโย ชราทุพฺพลตาย วิเสสํ อนธิคนฺตฺวา จ ปุน ‘‘ทิสา จตสฺโส’’ติ อิมาย คาถาย ภควนฺตํ โถเมนฺโต เทสนํ ยาจติ.
๙๒. อถสฺส ภควา ปุนปิ ยาว อรหตฺตํ, ตาว ปฏิปทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตณฺหาธิปนฺเน’’ติ คาถมาห.
ตณฺหาธิปนฺเนติ ตณฺหาย วิมุจฺจิตฺวา ฐิเต. ตณฺหานุเคติ ตณฺหาย สห คจฺฉนฺเต. ตณฺหานุคเตติ ตณฺหาย อนุพนฺธนฺเต. ตณฺหานุสเฏติ ตณฺหาย สห ธาวนฺเต. ตณฺหาย ปนฺเนติ ตณฺหาย นิมุคฺเค. ปฏิปนฺเนติ ตณฺหาย อวตฺถเฏ. อภิภูเตติ มทฺทิเต. ปริยาทินฺนจิตฺเตติ ปริยาทิยิตฺวา คหิตกุสลจิตฺเต.
สนฺตาปชาเตติ สญฺชาตจิตฺตสนฺตาเป. อีติชาเตติ โรคุปฺปนฺเน. อุปทฺทวชาเตติ อาทีนวชาเต. อุปสคฺคชาเตติ อุปฺปนฺนทุกฺขชาเต.
วิรชํ วีตมลนฺติ เอตฺถ วิรชนฺติ วิคตราคาทิรชํ. วีตมลนฺติ วีตราคาทิมลํ. ราคาทโย หิ อชฺโฌตฺถรณฏฺเฐน รโช นาม, ทูสฏฺเฐน มลํ นาม. ธมฺมจกฺขุนฺติ กตฺถจิ ปฐมมคฺคญาณํ, กตฺถจิ อาทีนิ ตีณิ มคฺคญาณานิ, กตฺถจิ จตุตฺถมคฺคญาณมฺปิ. อิธ ปน ชฏิลสหสฺสสฺส จตุตฺถมคฺคญาณํ. ปิงฺคิยสฺส ตติยมคฺคญาณเมว. ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ วิปสฺสนาวเสน เอวํ ปวตฺตสฺส ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทีติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.
เอวํ อิทมฺปิ สุตฺตํ ภควา อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน จ ปิงฺคิโย อนาคามิผเล ปติฏฺฐาสิ. โส กิร อนฺตรนฺตรา จินฺเตสิ – ‘‘เอวํ วิจิตฺรปฏิภานํ นาม เทสนํ น ลภติ มยฺหํ มาตุโล พาวรี สวนายา’’ติ. เตน สิเนหวิกฺเขเปน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ นาสกฺขิ. อนฺเตวาสิกา ปนสฺส สหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สพฺเพว อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา เอหิภิกฺขุโน อเหสุนฺติ.
สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย
ปิงฺคิยมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.