๑๕. โมฆราชมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา

๘๕. ปนฺนรสเม โมฆราชสุตฺเต – ทฺวาหนฺติ เทฺว วาเร อหํ. โส หิ ปุพฺเพ อชิตสุตฺตสฺส (สุ. นิ. ๑๐๓๘ อาทโย) จ ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตสฺส (สุ. นิ. ๑๐๔๖ อาทโย) จ อวสาเน ทฺวิกฺขตฺตุํ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ, ภควา ปนสฺส อินฺทฺริยปริปากํ อาคมยมาโน น พฺยากาสิ. เตนาห – ‘‘ทฺวาหํ สกฺกํ อปุจฺฉิสฺส’’นฺติ. ยาวตติยญฺจ เทวีสิ, พฺยากโรตีติ เม สุตนฺติ ยาวตติยญฺจ สหธมฺมิกํ ปุฏฺโฐ วิสุทฺธิเทวภูโต อิสิ ภควา สมฺมาสมฺพุทฺโธ พฺยากโรตีติ เอวํ เม สุตํ. โคธาวรีตีเรเยว กิร โส เอวมสฺโสสิ. เตนาห – ‘‘พฺยากโรตีติ เม สุต’’นฺติ. อิมิสฺสา คาถาย นิทฺเทเส ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยํ เอว.

๘๖. อยํ โลโกติ มนุสฺสโลโก. ปโร โลโกติ ตํ ฐเปตฺวา อวเสโส. สเทวโกติ พฺรหฺมโลกํ ฐเปตฺวา อวเสโส อุปปตฺติเทวสมฺมุติเทวยุตฺโต. ‘‘พฺรหฺมโลโก สเทวโก’’ติ เอตํ วา ‘‘สเทวโก โลโก’’ติอาทินยนิทสฺสนมตฺตํ. เตน สพฺโพปิ ตถาวุตฺตปฺปการโลโก เวทิตพฺโพ.

๘๗. เอวํ อภิกฺกนฺตทสฺสาวินฺติ เอวํ อคฺคทสฺสาวึ, สเทวกสฺส โลกสฺส อชฺฌาสยาธิมุตฺติคติปรายณาทีนิ ปสฺสิตุํ สมตฺถนฺติ ทสฺเสติ.

๘๘. สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสูติ อวสิยปวตฺตสลฺลกฺขณวเสน วา ตุจฺฉสงฺขารสมนุปสฺสนาวเสน วาติ ทฺวีหากาเรหิ สุญฺญโต โลกํ ปสฺส. อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจาติ สกฺกายทิฏฺฐึ อุทฺธริตฺวา.

ลุชฺชตีติ ภิชฺชติ. จกฺขตีติ จกฺขุ. ตเทตํ สสมฺภารจกฺขุโน เสตมณฺฑลปริกฺขิตฺตสฺส กณฺหมณฺฑลสฺส มชฺเฌ อภิมุเข ฐิตานํ สรีรสณฺฐานุปฺปตฺติเทสภูเต ทิฏฺฐมณฺฑเล จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ. รูปยนฺตีติ รูปา, วณฺณวิการมาปชฺชนฺตา หทยงฺคตภาวํ ปกาเสนฺตีติ อตฺโถ. จกฺขุโต ปวตฺตํ วิญฺญาณํ, จกฺขุสฺส วา จกฺขุสนฺนิสฺสิตํ วา วิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ. จกฺขุโต ปวตฺโต สมฺผสฺโส จกฺขุสมฺผสฺโส. จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยาติ จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตผสฺสปจฺจยา. เวทยิตนฺติ วินฺทนํ, เวทนาติ อตฺโถ. ตเทว สุขยตีติ สุขํ, ยสฺส อุปฺปชฺชติ, ตํ สุขิตํ กโรตีติ อตฺโถ. สุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ จ กายจิตฺตาพาธนฺติ สุขํ. ทุกฺขยตีติ ทุกฺขํ. ยสฺส อุปฺปชฺชติ, ตํ ทุกฺขิตํ กโรตีติ อตฺโถ. น ทุกฺขํ น สุขนฺติ อทุกฺขมสุขํ. ม-กาโร สนฺธิปทวเสน วุตฺโต. โส ปน จกฺขุสมฺผสฺเส อตฺตนา สมฺปยุตฺตาย เวทนาย สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากอาหารสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน อฏฺฐธา ปจฺจโย โหติ, สมฺปฏิจฺฉนสมฺปยุตฺตาย อนนฺตรสมนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตวเสน ปญฺจธา, สนฺตีรณาทิสมฺปยุตฺตานํ อุปนิสฺสยวเสเนว ปจฺจโย โหติ.

สุณาตีติ โสตํ, ตํ สสมฺภารโสตพิลสฺส อนฺโต ตนุตมฺพโลมาจิเต องฺคุลิเวธกสณฺฐาเน ปเทเส โสตวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ. สทฺทียนฺตีติ สทฺทา, อุทาหรียนฺตีติ อตฺโถ. ฆายตีติ ฆานํ, ตํ สสมฺภารฆานพิลสฺส อนฺโต อชปทสณฺฐาเน ปเทเส ฆานวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ. คนฺธิยนฺตีติ คนฺธา, อตฺตโน วตฺถุํ สูจิยนฺตีติ อตฺโถ. ชีวิตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา, สายนฏฺเฐน วา ชิวฺหา. สา สสมฺภารชิวฺหาย อติอคฺคมูลปสฺสานิ วชฺเชตฺวา อุปริมตลมชฺเฌ ภินฺนอุปฺปลทลคฺคสณฺฐาเน ปเทเส ชิวฺหาวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานา ติฏฺฐติ. รสนฺติ เต สตฺตาติ รสา, อสฺสาเทนฺตีติ อตฺโถ.

กุจฺฉิตานํ อาสวธมฺมานํ อาโยติ กาโย. อาโยติ อุปฺปตฺติเทโส. โส ยาวตา อิมสฺมึ กาเย อุปาทินฺนปวตฺติ นาม อตฺถิ, ตตฺถ เยภุยฺเยน กายปฺปสาโท กายวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมาโน ติฏฺฐติ. ผุสิยนฺตีติ โผฏฺฐพฺพา. มนตีติ มโน, วิชานาตีติ อตฺโถ. อตฺตโน ลกฺขณํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. มโนติ สหาวชฺชนภวงฺคํ. ธมฺมาติ นิพฺพานํ มุญฺจิตฺวา อวเสสา ธมฺมารมฺมณธมฺมา. มโนวิญฺญาณนฺติ ชวนมโนวิญฺญาณํ. มโนสมฺผสฺโสติ ตํสมฺปยุตฺโต ผสฺโส, โส สมฺปยุตฺตาย เวทนาย วิปากปจฺจยวชฺเชหิ เสเสหิ สตฺตหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. อนนฺตราย เตเหว เสสานํ อุปนิสฺสเยเนว ปจฺจโย โหติ.

อวสิยปวตฺตสลฺลกฺขณวเสน วาติ อวโส หุตฺวา ปวตฺตสงฺขาเร ปสฺสนวเสน โอโลกนวเสนาติ อตฺโถ. รูเป วโส น ลพฺภตีติ รูปสฺมึ วสวตฺติภาโว อิสฺสรภาโว น ลพฺภติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.

นายํ, ภิกฺขเว, กาโย ตุมฺหากนฺติ อตฺตนิ สติ อตฺตนิยํ นาม โหติ, อตฺตาเยว จ นตฺถิ. ตสฺมา ‘‘นายํ, ภิกฺขเว, กาโย ตุมฺหาก’’นฺติ อาห. นาปิ อญฺเญสนฺติ อญฺโญ นาม ปเรสํ อตฺตา. ตสฺมึ สติ อญฺเญสํ นาม สิยา, โสปิ นตฺถิ. ตสฺมา ‘‘นาปิ อญฺเญส’’นฺติ อาห. ปุราณมิทํ, ภิกฺขเว, กมฺมนฺติ นยิทํ ปุราณกมฺมเมว, ปุราณกมฺมนิพฺพตฺโต ปเนส กาโย. ตสฺมา ปจฺจยโวหาเรน เอวํ วุตฺโต. อภิสงฺขตนฺติอาทิ กมฺมโวหารสฺเสว วเสน ปุริมลิงฺคสภาวตาย วุตฺตํ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – อภิสงฺขตนฺติ ปจฺจเยหิ กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อภิสญฺเจตยิตนฺติ เจตนาวตฺถุโก, เจตนามูลโกติ ทฏฺฐพฺโพ. เวทนิยนฺติ เวทนาย วตฺถูติ ทฏฺฐพฺโพ.

รูเป สาโร น ลพฺภตีติ รูปสฺมึ นิจฺจาทิสาโร น ลพฺภติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. รูปํ อสฺสารํ นิสฺสารนฺติ รูปํ อสฺสารํ สารวิรหิตญฺจ. สาราปคตนฺติ สารโต อปคตํ. นิจฺจสารสาเรน วาติ ภงฺคํ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺตมาเนน นิจฺจสาเรน วา. กสฺสจิ นิจฺจสารสฺส อภาวโต นิจฺจสาเรน สาโร นตฺถิ. สุขสารสาเรน วาติ ฐิติสุขํ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺตมานสฺส กสฺสจิ สุขสารสฺส อภาวโต สุขสารสาเรน วา. อตฺตสารสาเรน วาติ อตฺตตฺตนิยสารสาเรน วา. นิจฺเจน วาติ ภงฺคํ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺตมานสฺส กสฺสจิ นิจฺจสฺส อภาวโต นิจฺเจน วา. ธุเวน วาติ วิชฺชมานกาเลปิ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย ถิรสฺส กสฺสจิ อภาวโต ธุเวน วา. สสฺสเตน วาติ อพฺโพจฺฉินฺนสฺส สพฺพกาเล วิชฺชมานสฺส กสฺสจิ อภาวโต สสฺสเตน วา. อวิปริณามธมฺเมน วาติ ชราภงฺควเสน อวิปริณามปกติกสฺส กสฺสจิ อภาวโต อวิปริณามธมฺเมน วา.

จกฺขุ สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วาติ ‘‘การโก เวทโก สยํวสี’’ติ เอวํ ปริกปฺปิเกน อตฺตนา วา อตฺตาภาวโตเยว อตฺตโน สนฺตเกน ปริกฺขาเรน จ สุญฺญํ. สพฺพํ จกฺขาทิโลกิยธมฺมชาตํ ยสฺมา อตฺตา จ เอตฺถ นตฺถิ, อตฺตนิยญฺจ เอตฺถ นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘สุญฺญ’’นฺติ วุจฺจตีติ อตฺโถ. โลกุตฺตราปิ ธมฺมา อตฺตตฺตนิเยหิ สุญฺญาเยว, สุญฺญาตีตธมฺมา นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺมึ ธมฺเม อตฺตตฺตนิยสารสฺส นตฺถิภาโว วุตฺโต โหติ. โลเก จ ‘‘สุญฺญํ ฆรํ สุญฺโญ ฆโฏ’’ติ วุตฺโต ฆรสฺส ฆฏสฺส จ นตฺถิภาโว น โหติ, ตสฺมึ ฆเฏ จ อญฺญสฺส นตฺถิภาโว วุตฺโต โหติ. ภควตา จ อิติ ยมฺปิ โกจิ ตตฺถ น โหติ, เตน ตํ สุญฺญํ. ยํ ปน ตตฺถ อวสิฏฺฐํ โหติ, ตํ สนฺตํ อิทมตฺถีติ ปชานาตีติ อยเมวตฺโถ วุตฺโต. ตถา ญายคนฺเถ สทฺทคนฺเถ จ อยเมวตฺโถ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต อนตฺตลกฺขณเมว กถิตํ. อนิสฺสริยโตติ อตฺตโน อิสฺสริเย อวสวตฺตนโต. อกามการิยโตติ อตฺตโน อกามํ อรุจิกรณวเสน. อปาปุณิยโตติ ฐาตุํ ปติฏฺฐาภาวโต. อวสวตฺตนโตติ อตฺตโน วเส อวตฺตนโต. ปรโตติ อนิจฺจโต ปจฺจยายตฺตวุตฺติโต. วิวิตฺตโตติ นิสฺสรโต.

สุทฺธนฺติ เกวลํ อิสฺสรกาลปกตีหิ วินา เกวลํ ปจฺจยายตฺตปวตฺติวเสน ปวตฺตมานํ สุทฺธํ นาม. อตฺตนิยวิรหิโต สุทฺธธมฺมปุญฺโชติ จ. สุทฺธํ ธมฺมสมุปฺปาทํ, สุทฺธํ สงฺขารสนฺตตินฺติ สุทฺธํ ปสฺสนฺตสฺส ชานนฺตสฺส สงฺขารานํ สนฺตตึ อพฺโพจฺฉินฺนสงฺขารสนฺตตึ. ตเถว สุทฺธํ ปสฺสนฺตสฺส สงฺขาราทีนิ, เอกฏฺฐานิ อาทเรน ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ วุตฺตานิ. เอวํ ปสฺสนฺตสฺส มรณมุเข ภยํ น โหติ. คามณีติ อาลปนํ. ติณกฏฺฐสมํ โลกนฺติ อิมํ อุปาทินฺนกฺขนฺธสงฺขาตํ โลกํ. ยทา ติณกฏฺฐสมํ ปญฺญาย ปสฺสติ. ยถา อรญฺเญ ติณกฏฺฐาทีสุ คณฺหนฺเตสุ อตฺตานํ วา อตฺตนิยํ วา คณฺหาตีติ น โหติ, เตสุ วา ติณกฏฺฐาทีสุ สยเมว นสฺสนฺเตสุปิ วินสฺสนฺเตสุปิ อตฺตา นสฺสติ, อตฺตนิโย นสฺสตีติ น โหติ. เอวํ อิมสฺมึ กาเยปิ นสฺสนฺเต วา วินสฺสนฺเต วา อตฺตา วา อตฺตนิยํ วา ภิชฺชตีติ อปสฺสนฺโต ปญฺญาย ติณกฏฺฐสมํ ปสฺสตีติ วุจฺจติ. นาญฺญํ ปตฺถยเต กิญฺจิ, อญฺญตฺรปฺปฏิสนฺธิยาติ ปฏิสนฺธิวิรหิตํ นิพฺพานํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ภวํ วา อตฺตภาวํ วา น ปตฺเถติ.

รูปํ สมนฺเนสตีติ รูปสฺส สารํ ปริเยสติ. อหนฺติ วาติ ทิฏฺฐิวเสน. มมนฺติ วาติ ตณฺหาวเสน. อสฺมีติ วาติ มานวเสน. ตมฺปิ ตสฺส น โหตีติ ตํ ติวิธมฺปิ ตสฺส ปุคฺคลสฺส น โหติ.

อิธาติ เทสาปเทเส นิปาโต, สฺวายํ กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๘; อ. นิ. ๔.๓๓). กตฺถจิ สาสนํ. ยถาห – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; ที. นิ. ๒.๒๑๔). กตฺถจิ โอกาสํ. ยถาห –

‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต;

ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ, เอวํ ชานาหิ มาริสา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๖๙);

กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมว. ยถาห – ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐). อิธ ปน โลกํ อุปาทาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. อสฺสุตวา ปุถุชฺชโนติ เอตฺถ ปน อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย ‘‘อสฺสุตวา’’อิติ. ยสฺส หิ ขนฺธธาตุอายตนปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยรหิตตฺตา ทิฏฺฐิปฏิเสธโก เนว อาคโม, ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพสฺส อนธิคตตฺตา เนว อธิคโม อตฺถิ, โส อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย ‘‘อสฺสุตวา’’ อิติ. สฺวายํ –

ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;

ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐);

โส หิ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิปิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. ยถาห – ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ อวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺเปนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาปริฬาเหหิ ปริฑยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุญฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อาวุฏา นิวุฏา โอวุฏา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา ปฏิกุชฺชิตาติ ปุถุชฺชนา (มหานิ. ๕๑, ๙๔), ปุถูนํ วา คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชนา, ปุถุว อยํ วิสุํเยว สงฺขฺยํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ ชโนติปิ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ เย เต –

‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;

อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๖๑; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗) –

เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.

อริยานํ อทสฺสาวีติอาทีสุ อริยาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย อิริยนโต, สเทวเกน จ โลเกน อรณียโต พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วุจฺจนฺติ, พุทฺธา เอว วา อิธ อริยา. ยถาห – ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… ตถาคโต อริโยติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๘).

สปฺปุริสาติ เอตฺถ ปน ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ ‘‘สปฺปุริสา’’ติ เวทิตพฺพา. เต หิ โลกุตฺตรคุณโยเคน โสภนา ปุริสาติ สปฺปุริสา. สพฺเพว วา เอเต ทฺวิธาปิ วุตฺตา. พุทฺธาปิ หิ อริยา จ สปฺปุริสา จ ปจฺเจกพุทฺธาปิ พุทฺธสาวกาปิ. ยถาห –

‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร, กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ;

ทุขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ, ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺตี’’ติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗);

‘‘กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหตี’’ติ เอตฺตาวตา หิ พุทฺธสาวโก วุตฺโต. กตญฺญุตาทีหิ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธาติ, โย อิเมสํ อริยานํ อทสฺสนสีโล, น จ ทสฺสเน สาธุการี, โส อริยานํ อทสฺสาวีติ เวทิตพฺโพ. โส จกฺขุนา อทสฺสาวี, ญาเณน อทสฺสาวีติ ทุวิโธ, เตสุ ญาเณน อทสฺสาวี อิธ อธิปฺเปโต. มํสจกฺขุนา หิ ทิพฺพจกฺขุนา วา อริยา ทิฏฺฐาปิ อทิฏฺฐาว โหนฺติ เตสํ จกฺขุนา วณฺณมตฺตคหณโต, น อริยภาวโคจรโต. โสณสิงฺคาลาทโยปิ จกฺขุนา อริเย ปสฺสนฺติ, น จ เต อริยานํ ทสฺสาวิโน.

ตตฺริทํ วตฺถุ – จิตฺตลปพฺพตวาสิโน กิร ขีณาสวตฺเถรสฺส อุปฏฺฐาโก วุฑฺฒปพฺพชิโต เอกทิวสํ เถเรน สทฺธึ ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉนฺโต เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘อริยา นาม, ภนฺเต, กีทิสา’’ติ? เถโร อาห – ‘‘อิเธกจฺโจ มหลฺลโก อริยานํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ กตฺวา สห จรนฺโตปิ เนว อริเย ชานาติ, เอวํ ทุชฺชานา, อาวุโส, อริยา’’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โส เนว อญฺญาสิ. ตสฺมา จกฺขุนา ทสฺสนํ น ทสฺสนํ, ญาเณน ทสฺสนเมว ทสฺสนํ. ยถาห – ‘‘อลํ เต, วกฺกลิ, กึ เต อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน, โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗). ตสฺมา จกฺขุนา ปสฺสนฺโตปิ ญาเณน อริเยหิ ทิฏฺฐํ อนิจฺจาทิลกฺขณํ อปสฺสนฺโต, อริยานํ อธิคตญฺจ ธมฺมํ อนธิคจฺฉนฺโต, อริยกรธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ อทิฏฺฐตฺตา ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ เวทิตพฺโพ.

อริยธมฺมสฺส อโกวิโทติ สติปฏฺฐานาทิเภเท อริยธมฺเม อกุสโล. อริยธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถ ปน –

ทุวิโธ วินโย นาม, เอกเมเกตฺถ ปญฺจธา;

อภาวโต ตสฺส อยํ, ‘‘อวินีโต’’ติ วุจฺจติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.อุรคสุตฺตวณฺณนา; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗);

อยญฺหิ สํวรวินโย ปหานวินโยติ ทุวิโธ วินโย. เอตฺถ จ ทุวิเธปิ วินเย เอกเมโกปิ วินโย ปญฺจธา ภิชฺชติ. สํวรวินโยปิ หิ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธ. ปหานวินโยปิ ตทงฺคปฺปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจวิโธ.

ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ สีลสํวโร. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) อยํ สติสํวโร.

‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา,)

สติ เตสํ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔; เนตฺติ. ๑๑, ๔๕; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗) –

อยํ ญาณสํวโร. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ ขนฺติสํวโร. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ วีริยสํวโร. สพฺโพปิ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต ‘‘สํวโร’’, วินยนโต ‘‘วินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว สํวรวินโย ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

ตถา ยํ นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนาญาเณสุ ปฏิปกฺขภาวโต ทีปาโลเกเนว ตมสฺส, เตน เตน วิปสฺสนาญาเณน ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ. เสยฺยถิทํ – นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสนาย อภิรติสญฺญาย, มุญฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุญฺจิตุกามตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ. เอตํ ตทงฺคปฺปหานํ นาม.

ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ นาม. ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗; วิภ. ๖๒๘) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตอปฺปวตฺติภาเวน ปหานํ, อิทํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, เอตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นาม. ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ นิสฺสรณปฺปหานํ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. ตํ ตํ ปหานวโต วา ตสฺส ตสฺส วินยสฺส สมฺภวโตเปตํ ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ปหานวินโยปิ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.อุรคสุตฺตวณฺณนา; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐).

เอวมยํ สงฺเขปโต ทุวิโธ เภทโต จ ทสวิโธ วินโย ภินฺนสํวรตฺตา, ปหาตพฺพสฺส จ อปฺปหีนตฺตา ยสฺมา เอตสฺส อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส นตฺถิ, ตสฺมา อภาวโต ตสฺส อยํ ‘‘อวินีโต’’ติ วุจฺจตีติ. เอเสว นโย สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท, สปฺปุริสธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถปิ. นินฺนานากรณญฺหิ เอตมตฺถโต. ยถาห – ‘‘เยว เต อริยา, เตว เต สปฺปุริสา. เยว เต สปฺปุริสา, เตว เต อริยา. โย เอว โส อริยานํ ธมฺโม, โส เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม. โย เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม, โส เอว โส อริยานํ ธมฺโม. เยว เต อริยวินยา, เตว เต สปฺปุริสวินยา. เยว เต สปฺปุริสวินยา, เตว เต อริยวินยา. อริเยติ วา, สปฺปุริเสติ วา, อริยธมฺเมติ วา, สปฺปุริสธมฺเมติ วา, อริยวินเยติ วา, สปฺปุริสวินเยติ วา เอเสเส เอเก เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวาติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐).

รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, ‘‘ยํ รูปํ, โส อหํ, โย อหํ, ตํ รูป’’นฺติ รูปญฺจ อตฺตานญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. เสยฺยถาปิ เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ‘‘ยา อจฺจิ, โส วณฺโณ. โย วณฺโณ, สา อจฺจี’’ติ อจฺจิญฺจ วณฺณญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ, เอวเมว อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต…เป… สมนุปสฺสตีติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐-๑๓๑) เอวํ รูปํ ‘‘อตฺตา’’ติ ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานนฺติ อรูปํ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย ตํ รูปวนฺตํ ‘‘อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ อรูปเมว ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ปุปฺผสฺมึ คนฺธํ วิย อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ อรูปเมว ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา กรณฺฑเก มณึ วิย ตํ อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ สุทฺธรูปํเยว ‘‘อตฺตา’’ติ กถิตํ. ‘‘รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ. เวทนํ อตฺตโต… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๑) อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ อรูปํ ‘‘อตฺตา’’ติ กถิตํ, ‘‘เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา เวทนา, เวทนาย วา อตฺตาน’’นฺติ เอวํ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต. ตตฺถ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ. เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา. อวเสเสสุ สสฺสตทิฏฺฐิ. เอวเมตฺถ ปนฺนรส ภวทิฏฺฐิโย ปญฺจ วิภวทิฏฺฐิโย โหนฺติ. ตา สพฺพาปิ มคฺคาวรณา, น สคฺคาวรณา, ปฐมมคฺควชฺฌาติ เวทิตพฺพา.

อารญฺญิโกติ อรญฺเญ นิวาสํ. ปวเนติ มหนฺเต คมฺภีรวเน. จรมาโนติ ตหึ ตหึ วิจรมาโน. วิสฺสตฺโถ คจฺฉตีติ นิพฺภโย นิราสงฺโก จรติ. อนาปาถคโต ลุทฺทสฺสาติ มิคลุทฺทสฺส ปรมฺมุขคโต. อนฺตมกาสิ มารนฺติ กิเลสมารํ วา เทวปุตฺตมารํ วา อนฺตํ อกาสิ. อปทํ วธิตฺวาติ กิเลสปทํ หนฺตฺวา นาเสตฺวา. มารจกฺขุํ อทสฺสนํ คโตติ มารสฺส อทสฺสนวิสยํ ปตฺโต. อนาปาถคโตติ มารสฺส ปรมฺมุขํ ปตฺโต. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.

เอวํ ภควา อิทมฺปิ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน จ วุตฺตสทิโสเยว ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย

โมฆราชมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.