๑๔. โปสาลมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๘๑. จุทฺทสเม โปสาลสุตฺเต – โย อตีตํ อาทิสตีติ โย ภควา อตฺตโน จ ปเรสญฺจ ‘‘เอกมฺปิ ชาติ’’นฺติอาทิเภทํ อตีตํ อาทิสติ.
เอกมฺปิ ชาตินฺติ เอกมฺปิ ปฏิสนฺธิมูลกํ จุติปริโยสานํ เอกภวปริยาปนฺนํ ขนฺธสนฺตานํ. เอส นโย เทฺวปิ ชาติโยติอาทีสุ. อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเปติอาทีสุ ปน ปริหายมาโน กปฺโป สํวฏฺฏกปฺโป, ตทา สพฺเพสํ พฺรหฺมโลเก สนฺนิปตนโต. วฑฺฒมาโน กปฺโป วิวฏฺฏกปฺโป, ตทา พฺรหฺมโลกโต สตฺตานํ วิวฏฺฏนโต. ตตฺถ สํวฏฺเฏน สํวฏฺฏฏฺฐายี คหิโต โหติ ตํมูลกตฺตา, วิวฏฺเฏน จ วิวฏฺฏฏฺฐายี. เอวญฺหิ สติ ยานิ ตานิ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, กปฺปสฺส อสงฺเขฺยยฺยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? สํวฏฺโฏ สํวฏฺฏฏฺฐายี วิวฏฺโฏ วิวฏฺฏฏฺฐายี’’ติ วุตฺตานิ (อ. นิ. ๔.๑๕๖), ตานิ ปริคฺคหิตานิ โหนฺติ. สํวฏฺฏกปฺเป วิวฏฺฏกปฺเปติ จ กปฺปสฺส อทฺธํ คเหตฺวา วุตฺตํ. สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเปติ สกลํ กปฺปํ คเหตฺวา วุตฺตํ. กถํ อนุสฺสรตีติ เจ? อมุตฺราสินฺติอาทินา นเยน. ตตฺถ อมุตฺราสินฺติ อมุมฺหิ สํวฏฺฏกปฺเป อหํ อมุมฺหิ ภเว วา โยนิยา วา คติยา วา วิญฺญาณฏฺฐิติยา วา สตฺตาวาเส วา สตฺตนิกาเย วา อาสึ. เอวํนาโมติ ติสฺโส วา ผุสฺโส วา. เอวํโคตฺโตติ กจฺจาโน วา กสฺสโป วา. อิทมสฺส อตีตภเว อตฺตโน นามโคตฺตานุสฺสรณวเสน วุตฺตํ. สเจ ปน ตสฺมึ กาเล อตฺตโน วณฺณสมฺปตฺตึ วา ลูขปณีตชีวิตภาวํ วา สุขทุกฺขพหุลตํ วา อปฺปายุกทีฆายุกภาวํ วา อนุสฺสริตุกาโม, ตมฺปิ อนุสฺสรติเยว. เตนาห – ‘‘เอวํวณฺโณ เอวมายุปริยนฺโต’’ติ. ตตฺถ เอวํวณฺโณติ โอทาโต วา สาโม วา. เอวมาหาโรติ สาลิมํโสทนาหาโร วา ปวตฺตผลโภชโน วา. เอวํ สุขทุกฺขปฏิสํเวทีติ อเนกปฺปกาเรน กายิกเจตสิกานํ สามิสนิรามิสาทิปฺปเภทานํ วา สุขทุกฺขานํ ปฏิสํเวที. เอวมายุปริยนฺโตติ เอวํ วสฺสสตปรมายุปริยนฺโต วา จตุราสีติ กปฺปสหสฺสปรมายุปริยนฺโต วา.
โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทินฺติ โส อหํ ตโต ภวโต โยนิโต คติโต วิญฺญาณฏฺฐิติโต สตฺตาวาสโต สตฺตนิกายโต วา จุโต ปุน อมุกสฺมึ นาม ภเว โยนิยา คติยา วิญฺญาณฏฺฐิติยา สตฺตาวาเส สตฺตนิกาเย วา อุทปาทึ. ตตฺราปาสินฺติ อถ ตตฺราปิ ภเว โยนิยา คติยา วิญฺญาณฏฺฐิติยา สตฺตาวาเส สตฺตนิกาเย วา ปุน อโหสึ. เอวํนาโมติอาทิวุตฺตนยเมว.
อปิ จ – ยสฺมา อมุตฺราสินฺติ อิทํ อนุปุพฺเพน อาโรหนฺตสฺส ยาวทิจฺฉกํ อนุสฺสรณํ. โส ตโต จุโตติ ปฏินิวตฺตนฺตสฺส ปจฺจเวกฺขณํ. ตสฺมา อิธูปปนฺโนติ อิมิสฺสา อิธูปปตฺติยา อนนฺตรเมวสฺส อุปปตฺติฏฺฐานํ สนฺธาย อมุตฺร อุทปาทินฺติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺราปาสินฺติ เอวมาทิ ปนสฺส ตตฺรา อิมิสฺสา อุปปตฺติยา อนฺตเร อุปปตฺติฏฺฐาเน นามโคตฺตาทีนํ อนุสฺสรณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโนติ สฺวาหํ ตโต อนนฺตรูปปตฺติฏฺฐานโต จุโต อิธ อสุกสฺมึ นาม ขตฺติยกุเล วา พฺราหฺมณกุเล วา นิพฺพตฺโต.
อิติติ เอวํ. สาการํ สอุทฺเทสนฺติ นามโคตฺตวเสน สอุทฺเทสํ, วณฺณาทิวเสน สาการํ. นามโคตฺเตน หิ สตฺโต ‘‘ติสฺโส กสฺสโป’’ติ อุทฺทิสิยติ, วณฺณาทีหิ ‘‘โอทาโต สาโม’’ติ นานตฺตโต ปญฺญายติ. ตสฺมา นามโคตฺตํ อุทฺเทโส, อิตเร อาการาติ. ปุพฺเพนิวาสนฺติ ปุพฺเพ อตีตชาตีสุ นิวุฏฺฐกฺขนฺธา ปุพฺเพนิวาโส. นิวุฏฺฐาติ อชฺฌาวุฏฺฐา อนุภูตา อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธา, นิวุฏฺฐธมฺมา วา. นิวุฏฺฐาติ โคจรนิวาเสน นิวุฏฺฐา, อตฺตโน วิญฺญาเณน วิญฺญาตา ปริจฺฉินฺนา, ปรวิญฺญาเณน วิญฺญาตาปิ วา ฉินฺนวฏุมกานุสฺสรณาทีสุ. เต พุทฺธานํเยว ลพฺภนฺติ. ตํ ปุพฺเพนิวาสํ อาทิสติ กเถติ. ปเรสํ อตีตนฺติ อญฺเญสํ ปรปุคฺคลานํ ปุพฺเพนิวาสํ เอกมฺปิ ชาตินฺติอาทินา นเยน อาทิสติ.
มหาปทานิยสุตฺตนฺตนฺติ มหาปุริสานํ อปทานนิยุตฺตํ มหาปทานสุตฺตํ (ที. นิ. ๒.๑ อาทโย). มหาสุทสฺสนิยสุตฺตนฺตนฺติ มหาสุทสฺสนสฺส สมฺปตฺติยุตฺตํ มหาสุทสฺสนสุตฺตํ (ที. นิ. ๒.๒๔๑ อาทโย). มหาโควินฺทิยสุตฺตนฺตนฺติ มหาโควินฺทพฺราหฺมณสฺส อปทานนิยุตฺตํ มหาโควินฺทสุตฺตํ (ที. นิ. ๒.๒๙๓ อาทโย). มาฆเทวิยสุตฺตนฺตนฺติ มฆเทวรญฺโญ อปทานนิยุตฺตํ มฆเทวสุตฺตํ (ม. นิ. ๒.๓๐๘ อาทโย). สตานุสาริญฺญาณํ โหตีติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติสมฺปยุตฺตญาณํ โหติ.
ยาวตกํ อากงฺขตีติ ยตฺตกํ ญาตุํ อิจฺฉติ, ตตฺตกํ ชานิสฺสามีติ ญาณํ เปเสติ. อถสฺส ทุพฺพลปตฺตปุเฏ ปกฺขนฺทนาราโธ วิย อปฺปฏิหตํ อนิวาริตํ ญาณํ คจฺฉติ. เตน ยาวตกํ อากงฺขติ, ตาวตกํ อนุสฺสรติ. โพธิชนฺติ โพธิยา มูเล ชาตํ. ญาณํ อุปฺปชฺชตีติ จตุมคฺคญาณํ อุปฺปชฺชติ. อยมนฺติมา ชาตีติ เตน ญาเณน ชาติมูลสฺส ปหีนตฺตา ปุน ‘‘อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๑) อปรมฺปิ ญาณํ อุปฺปชฺชติ. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณนฺติ เอตฺถ อุปริ ‘‘สตฺตาน’’นฺติ ปทํ อิเธว อาหริตฺวา สตฺตานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณนฺติ โยเชตพฺพํ. ปรานิ จ อปรานิ จ ‘‘ปราปรานี’’ติ วตฺตพฺเพ สนฺธิวเสน โร-การํ กตฺวา ‘‘ปโรปรานี’’ติ วุจฺจติ. ปโรปรานํ ภาโว ปโรปริยํ, ปโรปริยเมว ปโรปริยตฺตํ, เวเนยฺยสตฺตานํ สทฺธาทีนํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺตํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตสฺส ญาณํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณํ, อินฺทฺริยานํ อุตฺตมานุตฺตมภาวญาณนฺติ อตฺโถ. ‘‘อินฺทฺริยวโรวริยตฺตญาณ’’นฺติปิ ปาโฐ, วรานิ จ อวรานิ จ วโรวริยานิ, วโรวริยานํ ภาโว วโรวริยตฺตนฺติ โยเชตพฺพํ. อวริยานีติ จ อุตฺตมานีติ อตฺโถ. อถ วา – ปรานิ จ โอปรานิ จ ปโรปรานิ, เตสํ ภาโว ปโรปริยตฺตนฺติ โยเชตพฺพํ. โอปรานีติ จ โอรานีติ วุตฺตํ โหติ, ลามกานีติ อตฺโถ ‘‘ปโรปรายสฺส สเมจฺจ ธมฺมา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๕; สุ. นิ. ๔๗๙) วิย. ‘‘อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณ’’นฺติ ภุมฺมวจเนนปิ ปาโฐ (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๖๘).
ตถาคตสฺสาติ ยถา วิปสฺสิอาทโย ปุพฺพกา อิสโย อาคตา, ตถา อาคตสฺส. ยถา จ เต คตา, ตถา คตสฺส. ตถาคตพลนฺติ อญฺเญหิ อสาธารณํ ตถาคตสฺเสว พลํ. ยถา วา ปุพฺพพุทฺธานํ พลํ ปุญฺญุสฺสยสมฺปตฺติยา อาคตํ, ตถา อาคตพลนฺติปิ อตฺโถ. ตตฺถ ทุวิธํ ตถาคตสฺส พลํ กายพลญฺจ ญาณพลญฺจ. เตสุ กายพลํ หตฺถิกุลานุสาเรน เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;
คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๘; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๒๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐.๒๑; วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๐; อุทา. อฏฺฐ. ๗๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๒.๔๔);
ยเทตํ ปกติหตฺถิคฺคณนาย หตฺถีนํ โกฏิสหสฺสสฺส, ปุริสคณนาย ทสนฺนํ ปุริสโกฏิสหสฺสานํ พลํ โหติ, อิทํ ตาว ตถาคตสฺส กายพลํ. ญาณพลํ ปน มหาสีหนาเท (ม. นิ. ๑.๑๔๖ อาทโย) อาคตํ ทสพลญาณํ จตุเวสารชฺชญาณํ อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ สํยุตฺตเก (สํ. นิ. ๒.๓๓-๓๔) อาคตานิ เตสตฺตติ ญาณานิ สตฺตสตฺตติ ญาณานีติ เอวํ อญฺญานิปิ อเนกานิ ญาณสหสฺสานิ, เอตํ ญาณพลํ นาม. อิธาปิ ญาณพลเมว อธิปฺเปตํ, ญาณญฺหิ อกมฺปิยฏฺเฐน อุปถมฺภกฏฺเฐน จ พลนฺติ (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๒.๔๔) วุตฺตํ.
สตฺตานํ อาสยานุสเย ญาณนฺติ เอตฺถ รูปาทีสุ ขนฺเธสุ ฉนฺทราเคน สตฺตา วิสตฺตาติ สตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘รูเป โข, ราธ, โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺที ยา ตณฺหา, ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต, ตสฺมา ‘สตฺโต’ติ วุจฺจติ. เวทนาย… สญฺญาย… สงฺขาเรสุ… วิญฺญาเณ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺที ยา ตณฺหา, ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต, ตสฺมา ‘สตฺโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๖๑; มหานิ. ๗).
อกฺขรจินฺตกา ปน อตฺถํ อวิจาเรตฺวา ‘‘นามมตฺตเมต’’นฺติ อิจฺฉนฺติ. เยปิ อตฺถํ วิจาเรนฺติ, เต สตฺวโยเคน สตฺตาติ อิจฺฉนฺติ. เตสํ สตฺตานํ อาสยนฺติ นิสฺสยนฺติ เอตฺถาติ อาสโย, มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมฺมาทิฏฺฐิยา วา กามาทีหิ เนกฺขมฺมาทีหิ วา ปริภาวิตสฺส จิตฺตสนฺตานสฺเสตํ อธิวจนํ. สตฺตสนฺตาเน อนุเสนฺติ อนุปวตฺตนฺตีติ อนุสยา, ถามคตานํ กามราคาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. อาสโย จ อนุสโย จ อาสยานุสโย. ชาติคฺคหเณน จ ทฺวนฺทสมาสวเสน จ เอกวจนํ เวทิตพฺพํ. ยสฺมา จริตาธิมุตฺติโย อาสยานุสยสงฺคหิตา, ตสฺมา อุทฺเทเส จริตาธิมุตฺตีสุ ญาณานิ อาสยานุสยญาเณเนว สงฺคเหตฺวา ‘‘อาสยานุสเย ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ.
ยมกปาฏิหีเร ญาณนฺติ เอตฺถ อคฺคิกฺขนฺธอุทกธาราทีนํ อปุพฺพํ อจริมํ สกึเยว ปวตฺติโต ยมกํ, อสฺสทฺธิยาทีนํ ปฏิปกฺขธมฺมานํ หรณโต ปาฏิหีรํ, ยมกญฺจ ตํ ปาฏิหีรญฺจาติ ยมกปาฏิหีรํ.
มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณนฺติ เอตฺถ ปรทุกฺเข สติ สาธูนํ หทยกมฺปนํ กโรตีติ กรุณา, กินาติ วา ปรทุกฺขํ หึสติ วินาเสตีติ กรุณา, กิรียติ วา ทุกฺขิเตสุ ผรณวเสน ปสารียตีติ กรุณา, ผรณกมฺมวเสน กมฺมคุณวเสน จ มหตี กรุณา มหากรุณา, สมาปชฺชนฺติ เอตํ มหาการุณิกาติ สมาปตฺติ, มหากรุณา จ สา สมาปตฺติ จาติ มหากรุณาสมาปตฺติ, ตสฺสํ มหากรุณาสมาปตฺติยํ. ตํ สมฺปยุตฺตํ วา ญาณํ.
สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อนาวรณญาณนฺติ เอตฺถ ปญฺจเนยฺยปถปฺปเภทํ สพฺพํ อญฺญาสีติ สพฺพญฺญู, สพฺพญฺญุสฺส ภาโว สพฺพญฺญุตา, สพฺพญฺญุตา เอว ญาณํ สพฺพญฺญุตาญาณนฺติ วตฺตพฺเพ สพฺพญฺญุตญฺญาณนฺติ วุตฺตํ. สงฺขตาสงฺขตาทิเภทา สพฺพธมฺมา หิ สงฺขาโร วิกาโร ลกฺขณํ นิพฺพานํ ปญฺญตฺตีติ ปญฺเจว เนยฺยปถา โหนฺติ. อาวชฺชนปฏิพทฺธตฺตา เอว หิ นตฺถิ ตสฺส อาวรณนฺติ ตเทว อนาวรณญาณนฺติ วุจฺจติ (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๖๘).
สพฺพตฺถ อสงฺคมปฺปฏิหตมนาวรณญาณนฺติ เอตฺถ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ อสงฺคํ สงฺควิรหิตํ อปฺปฏิหตํ ปฏิปกฺขวิรหิตํ หุตฺวา ปวตฺตํ อาวรณวิรหิตํ ญาณํ.
อนาคตมฺปิ อาทิสตีติ –
‘‘อิมสฺมึ ภทฺทเก กปฺเป, ตโย อาสึสุ นายกา;
อหเมตรหิ สมฺพุทฺโธ, เมตฺเตยฺโย จาปิ เหสฺสตี’’ติ. จ –
‘‘อสีติวสฺสสหสฺสายุเกสุ, ภิกฺขเว, มนุสฺเสสุ เมตฺเตยฺโย นาม ภควา โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน’’ติ จ (ที. นิ. ๓.๑๐๗) –
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สงฺโข นาม ราชา โย โส ยูโป รญฺญา มหาปนาเทน การาปิโต, ตํ ยูปํ อุสฺสาเปตฺวา อชฺฌาวสิตฺวา ตํ ทตฺวา วิสฺสชฺชิตฺวา สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ ทานํ ทตฺวา เมตฺเตยฺยสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺติเก เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิสฺสตี’’ติ จ (ที. นิ. ๓.๑๐๘) –
‘‘อนาคเต อฏฺฐิสฺสโร นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ (มิ. ป. ๔.๑.๓) จ, ‘‘สุมนิสฺสโร นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ จ –
อาทินา นเยน เทวทตฺตาทีนํ อนาคตํ อาจิกฺขติ. ปจฺจุปฺปนฺนมฺปิ อาทิสตีติ อิทํ ปากฏเมว.
๘๒. วิภูตรูปสญฺญิสฺสาติ สมติกฺกนฺตรูปสญฺญิสฺส. สพฺพกายปฺปหายิโนติ ตทงฺควิกฺขมฺภนวเสน สพฺพรูปกายปหายิโน, ปหีนรูปภวปฏิสนฺธิกสฺสาติ อธิปฺปาโย. นตฺถิ กิญฺจีติ ปสฺสโตติ วิญฺญาณาภาวทสฺสเนน ‘‘นตฺถิ กิญฺจี’’ติ ปสฺสโต, อากิญฺจญฺญายตนลาภิโนติ วุตฺตํ โหติ. ญาณํ สกฺกานุปุจฺฉามีติ สกฺกาติ ภควนฺตํ อาลปนฺโต อาห. ตสฺส ปุคฺคลสฺส ญาณํ ปุจฺฉามิ, กีทิสํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ. กถํ เนยฺยาติ กถญฺจ โส เนตพฺโพ, กถมสฺส อุตฺตริญาณํ อุปฺปาเทตพฺพนฺติ.
กตมา รูปสญฺญาติ เอตฺถ รูปสญฺญาติ สญฺญาสีเสน วุตฺตรูปาวจรฌานญฺเจว ตทารมฺมณญฺจ. รูปาวจรฌานมฺปิ หิ รูปนฺติ วุจฺจติ ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙). ตสฺส อารมฺมณมฺปิ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๒๓). ตสฺมา อิธ รูเป สญฺญา รูปสญฺญาติ เอวํ สญฺญาสีเสน รูปาวจรฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. รูปํ สญฺญา อสฺสาติ รูปสญฺญา, รูปมสฺส นามนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ ปถวีกสิณาทิเภทสฺส ตทารมฺมณสฺส เจตํ อธิวจนนฺติ เวทิตพฺพํ. อิธ ปน กุสลวิปากกิริยวเสน ปญฺจทสฌานสงฺขาตา รูปสญฺญา เอว อธิปฺเปตา. รูปาวจรสมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วาติ รูปาวจรกุสลชฺฌานสมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส. อุปปนฺนสฺส วาติ วิปากชฺฌานวเสน ตสฺมึ ภเว อุปปนฺนสฺส. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาริสฺส วาติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว กิริยาฌานํ สมาปชฺชิตฺวา สุขํ อุปฺปาเทตฺวา วิหรนฺตสฺส. อรูปสมาปตฺติโยติ อากาสานญฺจายตนาทีนิ. ปฏิลทฺธสฺสาติ อุปฺปาเทตฺวา ฐิตสฺส. รูปสญฺญา วิภูตา โหนฺตีติ รูปสญฺญา อปคตา โหนฺติ. วิคตาติ วินาสิตา. ‘‘อภาวิตา’’ติปิ ปาโฐ, สุนฺทโร.
ตทงฺคสมติกฺกมาติ ตทงฺคปฺปหานวเสน อติกฺกเมน. วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ปหีโนติ อรูปชฺฌานปฏิลาเภน วิกฺขมฺภเนน ปหีโน. ตสฺส รูปกาโยติ ตสฺส อรูปสมาปตฺติปฏิลาภิโน อรูปปุคฺคลสฺส รูปาวจรกาโย.
อากิญฺจญฺญายตนนฺติ เอตฺถ นาสฺส กิญฺจนนฺติ อกิญฺจนํ, อนฺตมโส สงฺคมตฺตมฺปิ อสฺส อวสิฏฺฐํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. อกิญฺจนสฺส ภาโว อากิญฺจญฺญํ, อากาสานญฺจายตนวิญฺญาณาปคมสฺเสตํ อธิวจนํ, ตํ อากิญฺจญฺญํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อิมิสฺสา สญฺญาย อายตนนฺติ อากิญฺจญฺญายตนํ, อากาเส ปวตฺติตวิญฺญาณาปคมารมฺมณสฺส ฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ สโต สมาปชฺชิตฺวาติ ตํ วิญฺญาณญฺจายตนํ สโตการี หุตฺวา สมาปชฺชิตฺวา. ตโต วุฏฺฐหิตฺวาติ สโตการี หุตฺวา ตาย สมาปตฺติยา วุฏฺฐาย. ตญฺเญว วิญฺญาณนฺติ ตํ อากาเส ปวตฺติตํ มหคฺคตวิญฺญาณํ. อภาเวตีติ วินาเสติ. วิภาเวตีติ วิวิธา นาเสติ. อนฺตรธาเปตีติ อทสฺสนํ คเมติ.
กถํ โส เนตพฺโพติ โส ปุคฺคโล เกนปฺปกาเรน ชานิตพฺโพ. วิเนตพฺโพติ นานาวิเธน ชานิตพฺโพ. อนุเนตพฺโพติ ปุนปฺปุนํ จิตฺเตน กถํ คมยิตพฺโพ.
๘๓. อถสฺส ภควา ตาทิเส ปุคฺคเล อตฺตโน อปฺปฏิหตญาณตํ ปกาเสตฺวา ตํ ญาณํ พฺยากาตุํ คาถมาห. ตตฺถ วิญฺญาณฏฺฐิติโย สพฺพา, อภิชานํ ตถาคโตติ อภิสงฺขารวเสน จตสฺโส ปฏิสนฺธิวเสน สตฺตาติ เอวํ สพฺพา วิญฺญาณฏฺฐิติโย อภิชานนฺโต ตถาคโต. ติฏฺฐนฺตเมนํ ชานาตีติ กมฺมาภิสงฺขารวเสน ติฏฺฐเมตํ ปุคฺคลํ ชานาติ – ‘‘อายตึ อยํ เอวํคติโก ภวิสฺสตี’’ติ. ธิมุตฺตนฺติ อากิญฺจญฺญายตนาทีสุ อธิมุตฺตํ. ตปฺปรายณนฺติ ตมฺมยํ.
วิญฺญาณฏฺฐิติโยติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ฐานานิ สวิญฺญาณกา ขนฺธา เอว. ตตฺถ เสยฺยถาปีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต ยถา มนุสฺสาติ อตฺโถ. อปริมาเณสุปิ หิ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณานํ มนุสฺสานํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เทฺวปิ เอกสทิสา นตฺถิ. เยปิ หิ กตฺถจิ ยมกภาตโร วณฺเณน วา สณฺฐาเนน วา สทิสา โหนฺติ. เตปิ อาโลกิตวิโลกิตาทีหิ วิสทิสาว โหนฺติ. ตสฺมา ‘‘นานตฺตกายา’’ติ วุตฺตา. ปฏิสนฺธิสญฺญา ปน เนสํ ติเหตุกาปิ ทุเหตุกาปิ อเหตุกาปิ โหติ. ตสฺมา ‘‘นานตฺตสญฺญิโน’’ติ วุตฺตา. เอกจฺเจ จ เทวาติ ฉ กามาวจรเทวา. เตสุ หิ เกสญฺจิ กาโย นีโล โหติ, เกสญฺจิ ปีตกาทิวณฺโณ. สญฺญา ปน เนสํ ติเหตุกาปิ ทุเหตุกาปิ โหติ, อเหตุกา น โหติ. เอกจฺเจ จ วินิปาติกาติ จตุอปายวินิมุตฺตา ปุนพฺพสุมาตา ยกฺขินี ปิยงฺกรมาตา ผุสฺสมิตฺตา ธมฺมคุตฺตาติ เอวมาทโย อญฺเญ จ เวมานิกา เปตา. เอเตสญฺหิ โอทาตกาฬมงฺคุรจฺฉวิสามวณฺณาทิวเสน เจว กิสถูลรสฺสทีฆวเสน จ กาโย นานา โหติ, มนุสฺสานํ วิย ติเหตุกทุเหตุกาเหตุกวเสน สญฺญาปิ. เต ปน เทวา วิย น มเหสกฺขา, กปณมนุสฺสา วิย อปฺเปสกฺขา ทุลฺลภฆาสจฺฉาทนา ทุกฺขปีฬิตา วิหรนฺติ. เอกจฺเจ กาฬปกฺเข ทุกฺขิตา ชุณฺหปกฺเข สุขิตา โหนฺติ, ตสฺมา สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาติกาติ วุตฺตา. เย ปเนตฺถ ติเหตุกา, เตสํ ธมฺมาภิสมโยปิ โหติ ปิยงฺกรมาตาทีนํ วิย.
พฺรหฺมกายิกาติ พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิตมหาพฺรหฺมาโน. ปฐมาภินิพฺพตฺตาติ เต สพฺเพปิ ปฐมชฺฌาเนน นิพฺพตฺตา. พฺรหฺมปาริสชฺชา ปน ปริตฺเตน, พฺรหฺมปุโรหิตา มชฺฌิเมน, กาโยว เนสํ วิปฺผาริกตโร โหติ. มหาพฺรหฺมาโน ปณีเตน, กาโย ปน เนสํ อติวิปฺผาริกตโร โหติ. อิติ เต กายสฺส นานตฺตา, ปฐมชฺฌานวเสน สญฺญาย เอกตฺตา นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโนติ วุตฺตา. ยถา จ เต, เอวํ จตูสุ อปาเยสุ สตฺตา. นิรเยสุ หิ เกสญฺจิ คาวุตํ, เกสญฺจิ อฑฺฒโยชนํ, เกสญฺจิ ติคาวุตํ อตฺตภาโว โหติ, เทวทตฺตสฺส ปน โยชนสติโก ชาโต. ติรจฺฉาเนสุปิ เกจิ ขุทฺทกา โหนฺติ, เกจิ มหนฺตา. เปตฺติวิสเยสุปิ เกจิ สฏฺฐิหตฺถา, เกจิ อสีติหตฺถา โหนฺติ, เกจิ สุวณฺณา, เกจิ ทุพฺพณฺณา. ตถา กาลกญฺจิกา อสุรา. อปิ เจตฺถ ทีฆปิฏฺฐิกเปตา นาม สฏฺฐิโยชนิกาปิ โหนฺติ. สญฺญา ปน สพฺเพสมฺปิ อกุสลวิปากาเหตุกาว โหติ. อิติ อาปายิกาปิ นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโนติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ.
อาภสฺสราติ ทณฺฑอุกฺกาย อจฺจิ วิย เอเตสํ สรีรโต อาภา ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปตนฺตี วิย สรติ วิสรตีติ อาภสฺสรา. เตสุ ปญฺจกนเย ทุติยตติยชฺฌานทฺวยํ ปริตฺตํ ภาเวตฺวา อุปปนฺนา ปริตฺตาภา นาม โหนฺติ. มชฺฌิมํ ภาเวตฺวา อุปปนฺนา อปฺปมาณาภา นาม โหนฺติ. ปณีตํ ภาเวตฺวา อุปปนฺนา อาภสฺสรา นาม โหนฺติ. อิธ ปน อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน สพฺเพ คหิตา. สพฺเพสญฺหิ เตสํ กาโย เอกวิปฺผาโรว โหติ, สญฺญา ปน อวิตกฺกวิจารมตฺตา จ อวิตกฺกอวิจารา จาติ นานา.
สุภกิณฺหาติ สุเภน โวกิณฺณา, สุเภน สรีรปฺปภาวณฺเณน เอกคฺฆนาติ อตฺโถ. เอเตสญฺหิ น อาภสฺสรานํ วิย ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปภา คจฺฉตีติ. จตุกฺกนเย ตติยสฺส ปญฺจกนเย จตุกฺกสฺส ปริตฺตมชฺฌิมปณีตสฺส ฌานสฺส วเสน ปริตฺตสุภอปฺปมาณสุภสุภกิณฺหา นาม หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ. อิติ สพฺเพปิ เต เอกตฺตกายา เจว จตุตฺถชฺฌานสญฺญาย เอกตฺตสญฺญิโน จาติ เวทิตพฺพา. เวหปฺผลาปิ จตุตฺถวิญฺญาณฏฺฐิติเมว ภชนฺติ. อสญฺญสตฺตา วิญฺญาณาภาวา เอตฺถ สงฺคหํ น คจฺฉนฺติ, สตฺตาวาเสสุ คจฺฉนฺติ.
สุทฺธาวาสา วิวฏฺฏปกฺเข ฐิตา, น สพฺพกาลิกา, กปฺปสตสหสฺสมฺปิ อสงฺเขฺยยฺยมฺปิ พุทฺธสุญฺเญ โลเก น อุปฺปชฺชนฺติ. โสฬสกปฺปสหสฺสพฺภนฺตเร พุทฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุเยว อุปฺปชฺชนฺติ. ธมฺมจกฺกปวตฺติสฺส (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ภควโต ขนฺธาวารสทิสา โหนฺติ. ตสฺมา เนว วิญฺญาณฏฺฐิตึ, น จ สตฺตาวาสํ ภชนฺติ. มหาสีวตฺเถโร ปน ‘‘น โข ปน โส, สาริปุตฺต, อาวาโส สุลภรูโป, โย มยา อนาวุฏฺฐปุพฺโพ อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา อญฺญตฺร สุทฺธาวาเสหิ เทเวหีติ อิมินา สุตฺเตน (ม. นิ. ๑.๑๖๐) สุทฺธาวาสาปิ จตุตฺถวิญฺญาณฏฺฐิตึ จตุตฺถสตฺตาวาสญฺจ ภชนฺตี’’ติ วทติ, ตํ อปฺปฏิพาหิตตฺตา สุตฺตสฺส อนุญฺญาตํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๗.๔๔-๔๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๑).
สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมาติ เอตฺถ สพฺพโสติ สพฺพากาเรน, สพฺพาสํ วา อนวเสสานนฺติ อตฺโถ. รูปสญฺญานนฺติ สญฺญาสีเสน วุตฺตรูปาวจรชฺฌานานญฺเจว ตทารมฺมณานญฺจ. รูปาวจรชฺฌานมฺปิ หิ รูปนฺติ วุจฺจติ ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙), ตสฺส อารมฺมณมฺปิ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๒๓). ตสฺมา อิธ ‘‘รูเป สญฺญา รูปสญฺญา’’ติ เอวํ สญฺญาสีเสน วุตฺตรูปาวจรชฺฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. รูปํ สญฺญา อสฺสาติ รูปสญฺญา, รูปมสฺส นามนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ ปถวีกสิณาทิเภทสฺส ตทารมฺมณสฺส เจตํ อธิวจนนฺติ เวทิตพฺพํ.
สมติกฺกมาติ วิราคา นิโรธา จ. กึ วุตฺตํ โหติ? เอตาสํ กุสลวิปากกิริยวเสน ปญฺจทสนฺนํ ฌานสงฺขาตานํ รูปสญฺญานํ เอเตสญฺจ ปถวีกสิณาทิวเสน อฏฺฐนฺนํ อารมฺมณสงฺขาตานํ รูปสญฺญานํ สพฺพากาเรน อนวเสสานํ วา วิราคา จ นิโรธา จ วิราคเหตุ เจว นิโรธเหตุ จ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. น หิ สกฺกา สพฺพโส อนติกฺกนฺตรูปสญฺเญน เอตํ อุปสมฺปชฺช วิหริตุนฺติ. ตตฺถ ยสฺมา อารมฺมเณ อวิรตฺตสฺส สญฺญาสมติกฺกโม น โหติ, สมติกฺกนฺตาสุ จ สญฺญาสุ อารมฺมณํ สมติกฺกนฺตเมว โหติ. ตสฺมา อารมฺมณสมติกฺกมํ อวตฺวา –
‘‘ตตฺถ กตมา รูปสญฺญา? รูปาวจรสมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาริสฺส วา สญฺญา สญฺชานนา สญฺชานิตตฺตํ, อิมา วุจฺจนฺติ รูปสญฺญาโย. อิมา รูปสญฺญาโย อติกฺกนฺโต โหติ วีติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโต, เตน วุจฺจติ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา’’ติ –
เอวํ วิภงฺเค (วิภ. ๖๐๒) สญฺญานํเยว สมติกฺกโม วุตฺโต. ยสฺมา ปน อารมฺมณสมติกฺกเมน ปตฺตพฺพา เอตา สมาปตฺติโย, น เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ ปฐมชฺฌานาทีนิ วิย, ตสฺมา อยํ อารมฺมณสมติกฺกมวเสนาปิ อตฺถวณฺณนา กตาติ เวทิตพฺพา.
ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมาติ จกฺขาทีนํ วตฺถูนํ รูปาทีนํ อารมฺมณานญฺจ ปฏิฆาเตน อุปฺปนฺนา สญฺญา ปฏิฆสญฺญา, รูปสญฺญาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. ยถาห – ‘‘ตตฺถ กตมา ปฏิฆสญฺญา? รูปสญฺญา สทฺทสญฺญา คนฺธสญฺญา รสสญฺญา โผฏฺฐพฺพสญฺญา, อิมา วุจฺจนฺติ ปฏิฆสญฺญาโย’’ติ (วิภ. ๖๐๓). ตาสํ กุสลวิปากานํ ปญฺจนฺนํ อกุสลวิปากานํ ปญฺจนฺนนฺติ สพฺพโส ทสนฺนํ ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา ปหานา อสมุปฺปาทา, อปฺปวตฺตึ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.
กามญฺเจตา ปฐมชฺฌานาทีนิ สมาปนฺนสฺสาปิ น สนฺติ, น หิ ตสฺมึ สมเย ปญฺจทฺวารวเสน จิตฺตํ ปวตฺตติ, เอวํ สนฺเตปิ อญฺญตฺถ ปหีนานํ สุขทุกฺขานํ จตุตฺถชฺฌาเน วิย สกฺกายทิฏฺฐาทีนํ ตติยมคฺเค วิย จ อิมสฺมึเยว ฌาเน อุสฺสาหชนนตฺถํ อิมสฺส ฌานสฺส ปสํสาวเสน เอตาสํ เอตฺถ วจนํ เวทิตพฺพํ. อถ วา – กิญฺจาปิ ตา รูปาวจรํ สมาปนฺนสฺส น สนฺติ, อถ โข น ปหีนตฺตา น สนฺติ, น หิ รูปวิราคาย รูปาวจรภาวนา สํวตฺตติ, รูปายตฺตา จ เอตาสํ ปวตฺติ, อยํ ปน ภาวนา รูปวิราคาย สํวตฺตติ. ตสฺมา ตา เอตฺถ ‘‘ปหีนา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. น เกวลญฺจ วตฺตุํ, เอกํเสเนว เอวํ ธาเรตุมฺปิ วฏฺฏติ. ตาสญฺหิ อิโต ปุพฺเพ อปฺปหีนตฺตาเยว ‘‘ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส สทฺโท กณฺฏโก’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๗๒) วุตฺโต ภควตา. อิธ จ ปหีนตฺตาเยว อรูปสมาปตฺตีนํ อาเนญฺชตา สนฺตวิโมกฺขตา จ วุตฺตา – ‘‘อาฬาโร จ กาลาโม อรูปํ สมาปนฺโน ปญฺจมตฺตานิ สกฏสตานิ นิสฺสาย นิสฺสาย อติกฺกนฺตานิ เนว อทฺทส, น ปน สทฺทํ อสฺโสสี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๙๒).
นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการาติ นานตฺเต โคจเร ปวตฺตานํ สญฺญานํ, นานตฺตานํ วา สญฺญานํ. ยสฺมา หิ เอตา –
‘‘ตตฺถ กตมา นานตฺตสญฺญา? อสมาปนฺนสฺส มโนธาตุสมงฺคิสฺส วา มโนวิญฺญาณธาตุสมงฺคิสฺส วา สญฺญา สญฺชานนา สญฺชานิตตฺตํ, อิมา วุจฺจนฺติ นานตฺตสญฺญาโย’’ติ (วิภ. ๖๐๔) –
เอวํ วิภงฺเค วิภชิตฺวา วุตฺตาว อิธ อธิปฺเปตา อสมาปนฺนสฺส มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตุสงฺคหิตา สญฺญา รูปสทฺทาทิเภเท นานตฺเต นานาสภาเว โคจเร ปวตฺตนฺติ. ยสฺมา เจตา อฏฺฐ กามาวจรกุสลสญฺญา ทฺวาทส อกุสลสญฺญา เอกาทส กามาวจรกุสลวิปากสญฺญา เทฺว อกุสลวิปากสญฺญา เอกาทส กามาวจรกิริยสญฺญาติ เอวํ จตุจตฺตาลีสมฺปิ สญฺญา นานตฺตา นานาสภาวา อญฺญมญฺญํ อสทิสา, ตสฺมา ‘‘นานตฺตสญฺญา’’ติ วุตฺตา. ตาสํ สพฺพโส นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา อนาวชฺชนา อสมนฺนาหารา อปจฺจเวกฺขณา. ยสฺมา ตา นาวชฺชติ น มนสิกโรติ น ปจฺจเวกฺขติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ.
ยสฺมา เจตฺถ ปุริมา รูปสญฺญา ปฏิฆสญฺญา จ อิมินา ฌาเนน นิพฺพตฺเต ภเวปิ น วิชฺชนฺติ, ปเคว ตสฺมึ ภเว อิมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรณกาเล, ตสฺมา ตาสํ ‘‘สมติกฺกมา อตฺถงฺคมา’’ติ เทฺวธาปิ อภาโวเยว วุตฺโต. นานตฺตสญฺญาสุ ปน ยสฺมา อฏฺฐ กามาวจรกุสลสญฺญา นว กิริยสญฺญา ทส อกุสลสญฺญาติ, อิมา สตฺตวีสติ สญฺญา อิมินา ฌาเนน นิพฺพตฺเต ภเว วิชฺชนฺติ, ตสฺมา ตาสํ ‘‘อมนสิการา’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺราปิ หิ อิมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรนฺโต ตาสํ อมนสิการาเยว อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ตา ปน มนสิกโรนฺโต อสมาปนฺโน โหตีติ. สงฺเขปโต เจตฺถ ‘‘รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา’’ติ อิมินา สพฺพรูปาวจรธมฺมานํ ปหานํ วุตฺตํ. ‘‘ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา’’ติ อิมินา สพฺเพสํ กามาวจรจิตฺตเจตสิกานญฺจ ปหานํ อมนสิกาโร จ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๒๑๓).
อิติ ภควา ปนฺนรสนฺนํ รูปสญฺญานํ สมติกฺกเมน ทสนฺนํ ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคเมน จตุจตฺตาลีสาย นานตฺตสญฺญานํ อมนสิกาเรนาติ ตีหิ ปเทหิ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา วณฺณํ กเถสิ. กึ การณาติ เจ? โสตูนํ อุสฺสาหชนนตฺถญฺเจว ปโลภนตฺถญฺจ. สเจ หิ เกจิ อปณฺฑิตา วเทยฺยุํ – ‘‘สตฺถา อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตถาติ วทติ, โก นุ โข เอตาย นิพฺพตฺติตาย อตฺโถ, โก อานิสํโส’’ติ. ‘‘เต เอวํ วตฺตุํ มา ลภนฺตู’’ติ อิเมหิ อากาเรหิ สมาปตฺติยา วณฺณํ กเถสิ. ตญฺหิ เนสํ สุตฺวา เอวํ ภวิสฺสติ – ‘‘เอวํ สนฺตา กิร อยํ สมาปตฺติ เอวํ ปณีตา, นิพฺพตฺเตสฺสาม น’’นฺติ, อถสฺสา นิพฺพตฺตนตฺถาย อุสฺสาหํ กริสฺสนฺตีติ.
ปโลภนตฺถญฺจาปิ เตสํ เอติสฺสา วณฺณํ กเถสิ วิสกณฺฏกวาณิโชวิย, วิสกณฺฏกวาณิโช นาม คุฬวาณิโช วุจฺจติ. โส กิร คุฬผาณิตขณฺฑสกฺกราทีนิ สกเฏน อาทาย ปจฺจนฺตคามํ คนฺตฺวา ‘‘วิสกณฺฏกํ คณฺหถ, วิสกณฺฏกํ คณฺหถา’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ตํ สุตฺวา คามิกา ‘‘วิสํ นาม กกฺขฬํ, โย นํ ขาทติ, โส มรติ, กณฺฏโกปิ วิชฺฌิตฺวา มาเรติ, อุโภเปเต กกฺขฬา, โก เอตฺถ อานิสํโส’’ติ เคหทฺวารานิ ถเกสุํ, ทารเก จ ปลาเปสุํ. ตํ ทิสฺวา วาณิโช ‘‘อโวหารกุสลา อิเม คามิกา, หนฺท เน อุปาเยน คณฺหาเปมี’’ติ ‘‘อติมธุรํ คณฺหถ, อติสาทุํ คณฺหถ, คุฬํ ผาณิตํ สกฺกรํ สมคฺฆํ ลพฺภติ, กูฏมาสกกูฏกหาปณาทีหิปิ ลพฺภตี’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ตํ สุตฺวา คามิกา หฏฺฐปหฏฺฐา นิกฺขนฺตา พหุมฺปิ มูลํ ทตฺวา คเหสุํ.
ตตฺถ วาณิชสฺส ‘‘วิสกณฺฏกํ คณฺหถา’’ติ อุคฺโฆสนํ วิย ภควโต ‘‘อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตถา’’ติ วจนํ. ‘‘อุโภเปเต กกฺขฬา, โก เอตฺถ อานิสํโส’’ติ คามิกานํ จินฺตนํ วิย ‘‘ภควา ‘อากาสานญฺจายตนํ นิพฺพตฺเตถา’ติ อาห, โก นุ โข เอตฺถ อานิสํโส, นาสฺส คุณํ ชานามา’’ติ โสตูนํ จินฺตนํ. อถสฺส วาณิชสฺส ‘‘อติมธุรํ คณฺหถา’’ติอาทิวจนํ วิย ภควโต รูปสญฺญาสมติกฺกมนาทิกํ อานิสํสปฺปกาสนํ. อิทญฺหิ สุตฺวา เต พหุมฺปิ มูลํ ทตฺวา คามิกา วิย คุฬํ ‘‘อิมินา อานิสํเสน ปโลภิตจิตฺตา มหนฺตมฺปิ อุสฺสาหํ กตฺวา อิมํ สมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตสฺสนฺตี’’ติ อุสฺสาหชนนตฺถํ ปโลภนตฺถญฺจ กเถสิ.
อากาสานญฺจายตนูปคาติ เอตฺถ นาสฺส อนฺโตติ อนนฺตํ, อากาสํ อนนฺตํ อากาสานนฺตํ, อากาสานนฺตํ เอว อากาสานญฺจํ, ตํ อากาสานญฺจํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อายตนมสฺส สสมฺปยุตฺตธมฺมสฺส ฌานสฺส เทวานํ เทวายตนมิวาติ อากาสานญฺจายตนํ. กสิณุคฺฆาฏิมากาสสฺเสตํ อธิวจนํ. ตตฺถ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปฏิสนฺธิวเสน อากาสานญฺจายตนภวํ อุปคตา อากาสานญฺจายตนูปคา. อิโต ปเรสุ วิเสสมตฺตเมว วณฺณยิสฺสาม (ธ. ส. อฏฺฐ. ๒๖๕, ๑๔๓๖-๗).
อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺมาติ เอตฺถ ตาว ปุพฺเพ วุตฺตนเยน อากาสานญฺจํ อายตนมสฺส อธิฏฺฐานฏฺเฐนาติ ฌานมฺปิ อากาสานญฺจายตนํ, วุตฺตนเยเนว อารมฺมณมฺปิ. เอวเมตํ ฌานญฺจ อารมฺมณญฺจาติ อุภยมฺปิ อปฺปวตฺติกรเณน จ อมนสิกรเณน จ สมติกฺกมิตฺวาว ยสฺมา อิทํ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหริตพฺพํ, ตสฺมา อุภยมฺเปตํ เอกชฺฌํ กตฺวา ‘‘อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺมา’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
วิญฺญาณญฺจายตนูปคาติ เอตฺถ ปน ‘‘อนนฺต’’นฺติ มนสิกาตพฺพวเสน นาสฺส อนฺโตติ อนนฺตํ, อนนฺตเมว อานญฺจํ, วิญฺญาณํ อานญฺจํ ‘‘วิญฺญาณานญฺจ’’นฺติ อวตฺวา ‘‘วิญฺญาณญฺจ’’นฺติ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ รุฬฺหีสทฺโท. ตเทว วิญฺญาณญฺจํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อายตนนฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ. ตตฺถ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิญฺญาณญฺจายตนภวํ อุปคตา วิญฺญาณญฺจายตนูปคา.
วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺมาติ เอตฺถปิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว วิญฺญาณญฺจํ อายตนมสฺส อธิฏฺฐานฏฺเฐนาติ ฌานมฺปิ วิญฺญาณญฺจายตนํ, วุตฺตนเยเนว จ อารมฺมณมฺปิ. เอวเมตํ ฌานญฺจ อารมฺมณญฺจาติ อุภยมฺปิ อปฺปวตฺติกรเณน จ อมนสิกรเณน จ สมติกฺกมิตฺวาว ยสฺมา อิทํ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหริตพฺพํ, ตสฺมา อุภยมฺเปตํ เอกชฺฌํ กตฺวา ‘‘วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺมา’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อากิญฺจญฺญายตนูปคาติ เอตฺถ ปน นาสฺส กิญฺจนนฺติ อกิญฺจนํ, อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิ อสฺส อวสิฏฺฐํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. อกิญฺจนสฺส ภาโว อากิญฺจญฺญํ, อากาสานญฺจายตนวิญฺญาณาปคมสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ อากิญฺจญฺญํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อายตนนฺติ อากิญฺจญฺญายตนํ. ตตฺถ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อากิญฺจญฺญายตนภวํ อุปคตา อากิญฺจญฺญายตนูปคา. อยํ สตฺตมวิญฺญาณฏฺฐิตีติ อิมํ สตฺตมํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ฐานํ ชานาติ. เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ยเถว สญฺญาย, เอวํ วิญฺญาณสฺสาปิ สุขุมตฺตา เนว วิญฺญาณํ นาวิญฺญาณํ, ตสฺมา วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ น วุตฺตํ.
อภูตนฺติ อภูตตฺถํ ‘‘รูปํ อตฺตา’’ติอาทิวจนํ. ตํ วิปลฺลาสภาวโต อตจฺฉํ. ทิฏฺฐินิสฺสยโต อนตฺถสญฺหิตํ. อถ วา อภูตนฺติ อสนฺตํ อวิชฺชมานํ. อโจรสฺเสว ‘‘อิทํ เต โจริกาย อาภตํ, น อิทํ ตุยฺหํ ฆเร ธน’’นฺติอาทิวจนํ. อตจฺฉนฺติ อตถาการํ อญฺญถา สนฺตํ. อนตฺถสญฺหิตนฺติ น อิธโลกตฺถํ วา ปรโลกตฺถํ วา นิสฺสิตํ. น ตํ ตถาคโต พฺยากโรตีติ ตํ อนิยฺยานิกกถํ ตถาคโต น กเถติ. ภูตํ ตจฺฉํ อนตฺถสญฺหิตนฺติ ราชกถาทิติรจฺฉานกถํ. ภูตํ ตจฺฉํ อตฺถสญฺหิตนฺติ อริยสจฺจสนฺนิสฺสิตํ. ตตฺร กาลญฺญู ตถาคโต โหตีติ ตสฺมึ ตติยพฺยากรเณ ตสฺส ปญฺหสฺส พฺยากรณตฺถาย ตถาคโต กาลญฺญู โหติ. มหาชนสฺส อาทานกาลํ คหณกาลํ ชานิตฺวา สเหตุกํ สการณํ กตฺวา ยุตฺตปตฺตกาเลเยว พฺยากโรตีติ อตฺโถ.
ยุตฺตปตฺตกาเล วทตีติ กาลวาที. ภูตํ สภาวํ วทตีติ ภูตวาที. ปรมตฺถํ นิพฺพานํ วทตีติ อตฺถวาที. มคฺคผลธมฺมํ วทตีติ ธมฺมวาที. สํวราทิวินยํ วทตีติ วินยวาที. ตตฺถ ทิฏฺฐนฺติ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุทฺวาเรสุ อาปาถํ อาคจฺฉนฺตํ รูปารมฺมณํ นาม อตฺถิ, ตํ สพฺพาการโต ชานาติ ปสฺสติ. เอวํ ชานตา ปสฺสตา จ เตน ตํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิวเสน วา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาเตสุ ลพฺภมานกปทวเสน วา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ รูปายตนํ? ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๗-๖๑๘) นเยน อเนเกหิ นาเมหิ เตรสหิ วาเรหิ ทฺวิปญฺญาสาย นเยหิ วิภชฺชมานํ ตถเมว โหติ วิตถํ นตฺถิ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุปิ. อาปาถมาคจฺฉนฺเตสุ สทฺทาทีสุ เตสํ วิวิธํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิฏฺฐํ สุต’’นฺติ อาห. ตตฺถ ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ. สุตนฺติ สทฺทายตนํ. มุตนฺติ ปตฺวา คเหตพฺพโต คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ. วิญฺญาตนฺติ สุขทุกฺขาทิธมฺมารมฺมณํ. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. อนุวิจริตํ มนสาติ จิตฺเตน อนุสญฺจริตํ.
ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธนฺติ อิมินา เอตํ ทสฺเสติ – ยญฺหิ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส นีลํ ปีตกนฺติอาทิ รูปารมฺมณํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม รูปารมฺมณํ ทิสฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโทติอาทิ สทฺทารมฺมณํ โสตทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, มูลคนฺโธ ตจคนฺโธติอาทิ คนฺธารมฺมณํ ฆานทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, มูลรโส ขนฺธรโสติอาทิ รสารมฺมณํ ชิวฺหาทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, กกฺขฬํ มุทุกนฺติอาทิ ปถวีธาตุเตโชธาตุวาโยธาตุเภทํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ กายทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ ผุสิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส สุขทุกฺขาทิเภทํ ธมฺมารมฺมณํ มโนทฺวารสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม ธมฺมารมฺมณํ วิชานิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ.
ยญฺหิ, จุนฺท, อิเมสํ สตฺตานํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ, ตตฺถ ตถาคเตน อทิฏฺฐํ วา อสุตํ วา อมุตํ วา อวิญฺญาตํ วา นตฺถิ, อิมสฺส ปน มหาชนสฺส ปริเยสิตฺวา อปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา อปตฺตมฺปิ อตฺถิ, ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, สพฺพมฺปิ ตถาคตสฺส อสมฺปตฺตํ นาม นตฺถิ ญาเณน อสจฺฉิกตํ. ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ ยํ ตถา โลเกน คตํ, ตสฺส ตเถว คตตฺตา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อภิสมฺพุทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ คตสทฺเทน เอกตฺถํ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ ตถาคโตติ นิคมสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๘๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๓).
‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ, ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลปติ นิทฺทิสติ, สพฺพํ ตํ ตเถว โหติ, โน อญฺญถา, ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตี’’ติ –
เอตฺถ ยํ รตฺตึ ภควา โพธิมณฺเฑ อปฺปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา อนุตฺตรสมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ยญฺจ รตฺตึ ยมกสาลานมนฺตเร อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ, เอตฺถนฺตเร ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาเณ กาเล ปฐมโพธิยาปิ มชฺฌิมโพธิยาปิ ปจฺฉิมโพธิยาปิ ยํ ภควตา ภาสิตํ สุตฺตํ เคยฺยํ…เป… เวทลฺลํ, ตํ สพฺพํ อตฺถโต จ พฺยญฺชนโต จ อนุปวชฺชํ อนูนมนธิกํ สพฺพาการปริปุณฺณํ ราคมทนิมฺมทนํ โทสโมหมทนิมฺมทนํ นตฺถิ, ตตฺถ วาฬคฺคมตฺตมฺปิ อวกฺขลิตํ, สพฺพํ ตํ เอกมุทฺทิกาย ลญฺฉิตํ วิย, เอกนาฬิยา มิตํ วิย, เอกตุลาย ตุลิตํ วิย จ ตถเมว โหติ วิตถํ นตฺถิ. เตนาห – ‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต…เป… สพฺพํ ตํ ตถเมว โหติ, โน อญฺญถา ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตี’’ติ. คทอตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโท.
อปิ จ – อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา คโตติ เอวเมตสฺมึ อตฺเถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
‘‘ยถาวาที, จุนฺท…เป… วุจฺจตี’’ติ เอตฺถ ภควโต วาจาย กาโย อนุโลเมติ กายสฺสปิ วาจา, ตสฺมา ภควา ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที จ โหติ, เอวํภูตสฺส จสฺส ยถา วาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโตติ อตฺโถ. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตา ปวตฺตาติ ตถาคโตติ เอวเมตฺถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
อภิภู อนภิภูโตติ อุปริ ภวคฺคํ เหฏฺฐา อวีจิปริยนฺตํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลนปิ สมาธินาปิ ปญฺญายปิ วิมุตฺติยาปิ น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ. อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร ราชราชา เทวเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา. อญฺญทตฺถูติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. ทกฺขตีติ ทโส. วสํ วตฺเตตีติ วสวตฺตี.
ตตฺรายํ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา – อคโท วิย อคโท, โก ปเนส? เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตน เหส มหานุภาโว ภิสกฺโก ทิพฺพาคเทน สปฺเป วิย สพฺพปรปฺปวาทิโน สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิปรีโต เทสนาวิลาสมโย เจว ปุญฺญุสฺสโย จ อคโท อสฺสาติ ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา ตถาคโตติ เวทิตพฺโพ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗).
อิธตฺถญฺเญว ชานาติ กมฺมาภิสงฺขารวเสนาติ อปุญฺญาภิสงฺขารวเสน อิธตฺถญฺเญว ชานาติ. กายสฺส เภทา ปรํ มรณาติ อุปาทินฺนขนฺธเภทา มรณโต ปรํ. อปายนฺติอาทีสุ วุฑฺฒิสงฺขาตสุขสาตโต อยา อเปตตฺตา อปาโย. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติ. ทุกฺกรการิโน เอตฺถ วินิปตนฺตีติ วินิปาโต. นิรติอฏฺเฐน นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรโย. ตํ อปายํ…เป… นิรยํ. อุปปชฺชิสฺสตีติ ปฏิสนฺธิวเสน อุปฺปชฺชิสฺสติ. ติรจฺฉานโยนินฺติ ติริยํ อญฺจนฺตีติ ติรจฺฉานา, เตสํ โยนิ ติรจฺฉานโยนิ, ตํ ติรจฺฉานโยนึ. เปตฺติวิสยนฺติ ปจฺจภาวํ ปตฺตานํ วิสโยติ เปตฺติวิสโย, ตํ เปตฺติวิสยํ. มนโส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา, เตสุ มนุสฺเสสุ. อิโต ปรํ กมฺมาภิสงฺขารวเสนาติ เอตฺถ ปุญฺญาภิสงฺขารวเสน อตฺโถ คเหตพฺโพ.
อาสวานํ ขยาติ อาสวานํ วินาเสน. อนาสวํ เจโตวิมุตฺตินฺติ อาสววิรหิตํ อรหตฺตผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ อรหตฺตผลปญฺญํ. อรหตฺตผลสมาธิ ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, อรหตฺตผลปญฺญา อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. ตณฺหาจริเตน วา อปฺปนาฌานพเลน กิเลเส วิกฺขมฺเภตฺวา อธิคตํ อรหตฺตผลํ ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, ทิฏฺฐิจริเตน อุปจารชฺฌานมตฺตํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิปสฺสิตฺวา อธิคตํ อรหตฺตผลํ อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺติ. อนาคามิผลํ วา กามราคํ สนฺธาย ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, อรหตฺตผลํ สพฺพปฺปการโต อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺติ.
อากิญฺจญฺญายตนํ ธิมุตฺตนฺติ วิโมกฺเขนาติ เกนฏฺเฐน วิโมกฺโข เวทิตพฺโพติ? อธิมุจฺจนฏฺเฐน. โก อยํ อธิมุจฺจนฏฺโฐ นาม? ปจฺจนีกธมฺเมหิ จ สุฏฺฐุ วิมุจฺจนฏฺโฐ, อารมฺมเณ จ อภิรติวเสน สุฏฺฐุ วิมุจฺจนฏฺโฐ, ปิตุ องฺเก วิสฺสฏฺฐองฺคปจฺจงฺคสฺส ทารกสฺส สยนํ วิย อนิคฺคหิตภาเวน นิราสงฺกตาย อารมฺมเณ ปวตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวรูเปน วิโมกฺเขน ธิมุตฺตนฺติ. วิญฺญาณญฺจายตนํ มุญฺจิตฺวา อากิญฺจญฺญายตเน นิราสงฺกวเสน ธิมุตฺตํ อลฺลีนํ. ตตฺราธิมุตฺตนฺติ ตสฺมึ สมาธิมฺหิ อลฺลีนํ. ตทธิมุตฺตนฺติ ตสฺมึ ฌาเน อธิมุตฺตํ. ตทาธิปเตยฺยนฺติ ตํ ฌานํ เชฏฺฐกํ. รูปาธิมุตฺโตติอาทีนิ ปญฺจ กามคุณครุกวเสน วุตฺตานิ. กุลาธิมุตฺโตติอาทีนิ ตีณิ ขตฺติยาทิกุลครุกวเสน วุตฺตานิ. ลาภาธิมุตฺโตติอาทีนิ อฏฺฐ โลกธมฺมวเสน วุตฺตานิ. ธีวราธิมุตฺโตติอาทีนิ จตฺตาริ ปจฺจยวเสน วุตฺตานิ. สุตฺตนฺตาธิมุตฺโตติอาทีนิ ปิฏกตฺตยวเสน วุตฺตานิ. อารญฺญกงฺคาธิมุตฺโตติอาทีนิ ธุตงฺคสมาทานวเสน วุตฺตานิ. ปฐมชฺฌานาธิมุตฺโตติอาทีนิ ปฏิลาภวเสน วุตฺตานิ.
กมฺมปรายณนฺติ อภิสงฺขารวเสน. วิปากปรายณนฺติ ปวตฺติวเสน. กมฺมครุกนฺติ เจตนาครุกํ. ปฏิสนฺธิครุกนฺติ อุปปตฺติครุกํ.
๘๔. อากิญฺจญฺญาสมฺภวํ ญตฺวาติ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติโต วุฏฺฐหิตฺวา อากิญฺจญฺญายตนชนกกมฺมาภิสงฺขารํ ญตฺวา ‘‘กินฺติ ปลิโพโธ อย’’นฺติ. นนฺทิสํโยชนํ อิตีติ ยา จตุตฺถอรูปราคสงฺขาตา นนฺที ตญฺจ สํโยชนํ ญตฺวา. ตโต ตตฺถ วิปสฺสตีติ อถ ตตฺถ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติโต วุฏฺฐหิตฺวา ตํ สมาปตฺตึ อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสติ. เอตํ ญาณํ ตถํ ตสฺสาติ เอตํ ตสฺส ปุคฺคลสฺส เอวํ วิปสฺสโต อนุกฺกเมน อุปฺปนฺนํ อรหตฺตญาณํ อวิปรีตํ. วุสีมโตติ วุสิตวนฺตสฺส. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.
เอวํ ภควา อิทมฺปิ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน จ ปุพฺพสทิโส เอว ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.
สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย
โปสาลมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.