๑๑. ชตุกณฺณิมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา

๖๕. เอกาทสเม ชตุกณฺณิสุตฺเต – สุตฺวานหํ วีร อกามกามินฺติ อหํ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา (ปารา. ๑; ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕, ๓๐๑; อ. นิ. ๖.๑๐; สํ. นิ. ๕.๙๙๗) นเยน วีร กามานํ อกามนโต อกามกามึ พุทฺธํ สุตฺวา. อกามมาคมนฺติ นิกฺกามํ ภควนฺตํ ปุจฺฉิตุํ อาคโตมฺหิ. สหชเนตฺตาติ สหชาตสพฺพญฺญุตญฺญาณจกฺขุ. ยถาตจฺฉนฺติ ยถาตถํ. พฺรูหิ เมติ ปุน ยาจนฺโต ภณติ. ยาจนฺโต หิ สหสฺสกฺขตฺตุมฺปิ ภเณยฺย, โก ปน วาโท ทฺวิกฺขตฺตุํ.

อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธติ อิเมสํ ปทานํ อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตว. วิชฺชาหิ ปน จรเณน จ สมฺปนฺนตฺตา วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน. ตตฺถ วิชฺชาติ ติสฺโสปิ วิชฺชา อฏฺฐปิ วิชฺชา. ติสฺโส วิชฺชา ภยเภรวสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๓๔ อาทโย) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา, อฏฺฐ อมฺพฏฺฐสุตฺเต (ที. นิ. ๑.๒๕๔ อาทโย). ตตฺถ หิ วิปสฺสนาญาเณน มโนมยิทฺธิยา จ สห ฉ อภิญฺญา ปริคฺคเหตฺวา อฏฺฐ วิชฺชา วุตฺตา. จรณนฺติ สีลสํวโร อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา โภชเน มตฺตญฺญุตา ชาคริยานุโยโค สตฺต สทฺธมฺมา จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานีติ อิเม ปนฺนรส ธมฺมา เวทิตพฺพา. อิเมเยว หิ ปนฺนรส ธมฺมา ยสฺมา เอเตหิ จรติ อริยสาวโก คจฺฉติ อมตํ ทิสํ, ตสฺมา ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตา. ยถาห – ‘‘อิธ, มหานาม, อริยสาวโก สีลวา โหตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๔) สพฺพํ มชฺฌิมปณฺณาสเก วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ภควา อิมาหิ วิชฺชาหิ อิมินา จ จรเณน สมนฺนาคโต, เตน วุจฺจติ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติ. ตตฺถ วิชฺชาสมฺปทา ภควโต สพฺพญฺญุตํ ปูเรตฺวา ฐิตา, จรณสมฺปทา มหาการุณิกตํ. โส สพฺพญฺญุตาย สพฺพสตฺตานํ อตฺถานตฺถํ ญตฺวา มหาการุณิกตาย อนตฺถํ ปริวชฺเชตฺวา อตฺเถ นิโยเชติ, ยถา ตํ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน. เตนสฺส สาวกา สุปฺปฏิปนฺนา โหนฺติ, โน ทุปฺปฏิปนฺนา, วิชฺชาจรณวิปนฺนานญฺหิ สาวกา อตฺตนฺตปาทโย วิย (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑).

โสภนคมนตฺตา สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตา สมฺมา คตตฺตา สมฺมา จ คทตฺตา สุคโต. คมนมฺปิ หิ คตนฺติ วุจฺจติ. ตญฺจ ภควโต โสภนํ ปริสุทฺธมนวชฺชํ. กึ ปน ตนฺติ? อริยมคฺโค. เตน เหส คมเนน เขมํ ทิสํ อสชฺชมาโน คโตติ โสภนคมนตฺตา สุคโต. สุนฺทรญฺเจส ฐานํ คโต อมตํ นิพฺพานนฺติ สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตาปิ สุคโต. สมฺมา จ คโต เตน เตน มคฺเคน ปหีเน กิเลเส ปุน อปจฺจาคจฺฉนฺโต. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘โสตาปตฺติมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา, เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉตีติ สุคโต…เป… อรหตฺตมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา, เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉตีติ สุคโต’’ติ (มหานิ. ๓๘; จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๗).

สมฺมา วา คโต ทีปงฺกรปาทมูลโต ปภุติ ยาว โพธิมณฺฑา ตาว สมตึสปารมีปูริกาย สมฺมา ปฏิปตฺติยา สพฺพโลกสฺส หิตสุขเมว กโรนฺโต สสฺสตํ อุจฺเฉทํ กามสุขํ อตฺตกิลมถนฺติ อิเม จ อนฺเต อนุปคจฺฉนฺโต คโตติ สมฺมา คตตฺตาปิ สุคโต. สมฺมา เจส คทติ ยุตฺตฏฺฐาเนสุ ยุตฺตเมว วาจํ ภาสตีติ สมฺมา คทตฺตาปิ สุคโต.

ตตฺริทํ สาธกสุตฺตํ –

‘‘ยํ ตถาคโต วาจํ ชานาติ อภูตํ อตจฺฉํ อนตฺถสํหิตํ, สา จ ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปา, น ตํ ตถาคโต วาจํ ภาสติ. ยมฺปิ ตถาคโต วาจํ ชานาติ ภูตํ ตจฺฉํ อนตฺถสํหิตํ, สา จ ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปา, ตมฺปิ ตถาคโต วาจํ น ภาสติ. ยญฺจ โข ตถาคโต วาจํ ชานาติ ภูตํ ตจฺฉํ อตฺถสํหิตํ, สา จ ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปา, ตตฺร กาลญฺญู ตถาคโต โหติ ตสฺสา วาจาย เวยฺยากรณาย. ยํ ตถาคโต วาจํ ชานาติ อภูตํ อตจฺฉํ อนตฺถสํหิตํ. สา จ ปเรสํ ปิยา มนาปา, น ตํ ตถาคโต วาจํ ภาสติ. ยมฺปิ ตถาคโต วาจํ ชานาติ ภูตํ ตจฺฉํ อนตฺถสํหิตํ, สา จ ปเรสํ ปิยา มนาปา, ตมฺปิ ตถาคโต วาจํ น ภาสติ. ยญฺจ โข ตถาคโต วาจํ ชานาติ ภูตํ ตจฺฉํ อตฺถสํหิตํ, สา จ ปเรสํ ปิยา มนาปา, ตตฺร กาลญฺญู ตถาคโต โหติ ตสฺสา วาจาย เวยฺยากรณายา’’ติ (ม. นิ. ๒.๘๖).

เอวํ สมฺมา คทตฺตาปิ สุคโตติ เวทิตพฺโพ.

สพฺพถา วิทิตโลกตฺตา ปน โลกวิทู. โส หิ ภควา สภาวโต สมุทยโต นิโรธโต นิโรธูปายโตติ สพฺพถา โลกํ อเวทิ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌิ. ยถาห –

‘‘ยตฺถ โข, อาวุโส, น ชายติ น ชียติ น มียติ น จวติ น อุปปชฺชติ, นาหํ ตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามิ. น จาหํ, อาวุโส, อปฺปตฺวาว โลกสฺส อนฺตํ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยํ วทามิ. อปิ จาหํ, อาวุโส, อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญิมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญเปมิ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจ โลกนิโรธคามินิญฺจ ปฏิปทํ (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕).

‘‘คมเนน น ปตฺตพฺโพ, โลกสฺสนฺโต กุทาจนํ;

น จ อปฺปตฺวา โลกนฺตํ, ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนํ.

‘‘ตสฺมา หเว โลกวิทู สุเมโธ, โลกนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย;

โลกสฺส อนฺตํ สมิตาวิ ญตฺวา, นาสีสตี โลกมิมํ ปรญฺจา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕);

อปิ จ – ตโย โลกา สงฺขารโลโก สตฺตโลโก โอกาสโลโกติ. ตตฺถ ‘‘เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๒) อาคตฏฺฐาเน สงฺขารโลโก เวทิตพฺโพ. ‘‘สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๒๑; ม. นิ. ๑.๒๖๙; สํ. นิ. ๔.๔๑๖; วิภ. ๙๓๗) อาคตฏฺฐาเน สตฺตโลโก.

‘‘ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺติ, ทิสา ภนฺติ วิโรจมานา;

ตาว สหสฺสธา โลโก, เอตฺถ เต วตฺตตี วโส’’ติ. (ม. นิ. ๑.๕๐๓) –

อาคตฏฺฐาเน โอกาสโลโก. ตมฺปิ ภควา สพฺพถา อเวทิ. ตถา หิสฺส ‘‘เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา. เทฺว โลกา นามญฺจ รูปญฺจ. ตโย โลกา ติสฺโส เวทนา. จตฺตาโร โลกา จตฺตาโร อาหารา. ปญฺจ โลกา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ฉ โลกา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ. สตฺต โลกา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย. อฏฺฐ โลกา อฏฺฐ โลกธมฺมา. นว โลกา นว สตฺตาวาสา. ทส โลกา ทสายตนานิ. ทฺวาทส โลกา ทฺวาทสายตนานิ. อฏฺฐารสโลกา อฏฺฐารส ธาตุโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๒) อยํ สงฺขารโลโกปิ สพฺพถา วิทิโต.

ยสฺมา ปเนส สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ อาสยํ ชานาติ, อนุสยํ ชานาติ, จริตํ ชานาติ, อธิมุตฺตึ ชานาติ, อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย, สฺวากาเร ทฺวากาเร, สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเย, ภพฺเพ อภพฺเพ สตฺเต ชานาติ. ตสฺมาสฺส สตฺตโลโกปิ สพฺพถา วิทิโต. ยถา จ สตฺตโลโก, เอวํ โอกาสโลโกปิ. ตถา เหส เอกํ จกฺกวาฬํ อายามโต จ วิตฺถารโต จ โยชนานํ ทฺวาทส สตสหสฺสานิ จตุตึส สตานิ จ ปญฺญาสญฺจ โยชนานิ. ปริกฺเขปโต –

สพฺพํ สตสหสฺสานิ, ฉตฺตึส ปริมณฺฑลํ;

ทส เจว สหสฺสานิ, อฑฺฒุฑฺฒานิ สตานิ จ.

ตตฺถ –

ทุเว สตสหสฺสานิ, จตฺตาริ นหุตานิ จ;

เอตฺตกํ พหลตฺเตน, สงฺขาตายํ วสุนฺธรา.

ตสฺสาเยว สนฺธารกํ –

จตฺตาริ สตสหสฺสานิ, อฏฺเฐว นหุตานิ จ;

เอตฺตกํ พหลตฺเตน, ชลํ วาเต ปติฏฺฐิตํ.

ตสฺสาปิ สนฺธารโก –

นว สตสหสฺสานิ, มาลุโต นภมุคฺคโต;

สฏฺฐิ เจว สหสฺสานิ, เอสา โลกสฺส สณฺฐิติ.

เอวํ สณฺฐิเต เจตฺถ โยชนานํ –

จตุราสีติ สหสฺสานิ, อชฺโฌคาโฬฺห มหณฺณเว;

อจฺจุคฺคโต ตาวเทว, สิเนรุ ปพฺพตุตฺตโม.

ตโต อุปฑฺฒุปฑฺเฒน, ปมาเณน ยถากฺกมํ;

อชฺโฌคาฬฺหุคฺคตา ทิพฺพา, นานารตนจิตฺติตา.

ยุคนฺธโร อีสธโร, กรวีโก สุทสฺสโน;

เนมินฺธโร วินตโก, อสฺสกณฺโณ คิริ พฺรหา.

เอเต สตฺต มหาเสลา, สิเนรุสฺส สมนฺตโต;

มหาราชานมาวาสา, เทวยกฺขนิเสวิตา.

โยชนานํ สตานุจฺโจ, หิมวา ปญฺจ ปพฺพโต;

โยชนานํ สหสฺสานิ, ตีณิ อายตวิตฺถโต.

จตุราสีติสหสฺเสหิ, กูเฏหิ ปฏิมณฺฑิโต;

ติปญฺจโยชนกฺขนฺธ-ปริกฺเขปา นควฺหยา.

ปญฺญาสโยชนกฺขนฺธ-สาขายามา สมนฺตโต;

สตโยชนวิตฺถิณฺณา, ตาวเทว จ อุคฺคตา;

ชมฺพู ยสฺสานุภาเวน, ชมฺพุทีโป ปกาสิโต. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๗; ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๘๔);

ยญฺเจตํ ชมฺพุยา ปมาณํ, เอตเทว อสุรานํ จิตฺตปาฏลิยา, ครุฬานํ สิมฺพลิรุกฺขสฺส, อปรโคยาเน กทมฺพสฺส, อุตฺตรกุรูสุ กปฺปรุกฺขสฺส, ปุพฺพวิเทเห สิรีสสฺส, ตาวตึเสสุ ปาริจฺฉตฺตกสฺสาติ. เตนาหุ โปราณา –

‘‘ปาฏลี สิมฺพลี ชมฺพู, เทวานํ ปาริจฺฉตฺตโก;

กทมฺโพ กปฺปรุกฺโข จ, สิรีเสน ภวติ สตฺตมํ.

‘‘เทฺว อสีติ สหสฺสานิ, อชฺโฌคาโฬฺห มหณฺณเว;

อจฺจุคฺคโต ตาวเทว, จกฺกวาฬสิลุจฺจโย;

ปริกฺขิปิตฺวา ตํ สพฺพํ, โลกธาตุมยํ ฐิโต’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๗; ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๘๔);

ตตฺถ จนฺทมณฺฑลํ เอกูนปญฺญาสโยชนํ, สูริยมณฺฑลํ ปญฺญาสโยชนํ, ตาวตึสภวนํ ทสสหสฺสโยชนํ, ตถา อสุรภวนํ อวีจิมหานิรโย ชมฺพุทีโป จ. อปรโคยานํ สตฺตสหสฺสโยชนํ. ตถา ปุพฺพวิเทโห. อุตฺตรกุรุ อฏฺฐสหสฺสโยชโน. เอกเมโก เจตฺถ มหาทีโป ปญฺจสตปญฺจสตปริตฺตทีปปริวาโร. ตํ สพฺพมฺปิ เอกํ จกฺกวาฬํ เอกา โลกธาตุ. ตทนฺตเรสุ โลกนฺตริกนิรยา. เอวํ อนนฺตานิ จกฺกวาฬานิ อนนฺตา โลกธาตุโย ภควา อนนฺเตน พุทฺธญาเณน อเวทิ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌิ. เอวมสฺส โอกาสโลโกปิ สพฺพถา วิทิโต. เอวมฺปิ สพฺพถา วิทิตโลกตฺตา โลกวิทู.

อตฺตโน ปน คุเณหิ วิสิฏฺฐตรสฺส กสฺสจิ อภาวโต นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตโรติ อนุตฺตโร. ตถา เหส สีลคุเณนปิ สพฺพํ โลกํ อภิภวติ สมาธิ…เป… ปญฺญา… วิมุตฺติ… วิมุตฺติญาณทสฺสนคุเณนปิ. สีลคุเณนปิ อสโม อสมสโม อปฺปฏิโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโล…เป… วิมุตฺติญาณทสฺสนคุเณนปิ. ยถาห – ‘‘น โข ปนาหํ ปสฺสามิ สเทวเก โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย อตฺตนา สีลสมฺปนฺนตร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๓; อ. นิ. ๔.๒๑) วิตฺถาโร.

เอวํ อคฺคปสาทสุตฺตาทีนิ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) ‘‘น เม อาจริโย อตฺถี’’ติอาทิกา (ม. นิ. ๑.๒๘๕; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; มิ. ป. ๔.๕.๑๑) คาถาโย จ วิตฺถาเรตพฺพา.

ปุริสทมฺเม สาเรตีติ ปุริสทมฺมสารถิ, ทเมติ วิเนตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ปุริสทมฺมาติ อทนฺตา ทเมตุํ ยุตฺตา ติรจฺฉานปุริสาปิ มนุสฺสปุริสาปิ อมนุสฺสปุริสาปิ. ตถา หิ ภควตา ติรจฺฉานปุริสาปิ อปลาโล นาคราชา จูโฬทโร มโหทโร อคฺคิสิโข ธูมสิโข อรวาโฬ นาคราชา ธนปาลโก หตฺถีติ เอวมาทโย ทมิตา นิพฺพิสา กตา, สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาปิตา. มนุสฺสปุริสาปิ สจฺจกนิคณฺฐปุตฺตอมฺพฏฺฐมาณวโปกฺขรสาติโสณทนฺตกูฏทนฺตาทโย. อมนุสฺสปุริสาปิ อาฬวกสูจิโลมขรโลมยกฺขสกฺกเทวราชาทโย ทมิตา วินีตา วิจิเตฺรหิ วินยนูปาเยหิ. ‘‘อหํ โข เกสิ ปุริสทมฺเม สเณฺหนปิ วิเนมิ, ผรุเสนปิ วิเนมิ, สณฺหผรุเสนปิ วิเนมี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๑๑) อิทญฺเจตฺถ สุตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อปิ จ ภควา วิสุทฺธสีลาทีนํ ปฐมชฺฌานาทีนิ โสตาปนฺนาทีนญฺจ อุตฺตริมคฺคปฏิปทํ อาจิกฺขนฺโต ทนฺเตปิ ทเมติเยว.

อถ วา อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถีติ เอกเมวิทํ อตฺถปทํ. ภควา หิ ตถา ปุริสทมฺเม สาเรติ, ยถา เอกปลฺลงฺเกเนว นิสินฺนา อฏฺฐ ทิสา อสชฺชมานา ธาวนฺติ. ตสฺมา ‘‘อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถี’’ติ วุจฺจติ. ‘‘หตฺถิทมเกน, ภิกฺขเว, หตฺถิ ทมฺโม สาริโต เอกํเยว ทิสํ ธาวตี’’ติ อิทญฺเจตฺถ สุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๓๑๒) วิตฺถาเรตพฺพํ.

วีริยวาติ อริยมคฺเคน สพฺพปาปเกหิ วิรโต. ปหูติ ปภู. วิสวีติ ปรสนฺตาเน วีริยุปฺปาทโก. อลมตฺโตติ สมตฺถจิตฺโต.

วิรโตติ อริยมคฺเคน วิรตตฺตา อายตึ อปฺปฏิสนฺธิโก. สพฺพปาปเกหิ นิรยทุกฺขํ อติจฺจาติ อายตึ อปฺปฏิสนฺธิตาย นิรยทุกฺขํ อติจฺจ ฐิโต. วีริยวาโสติ วีริยนิเกโต. โส วีริยวาติ โส ขีณาสโว ‘‘วีริยวา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. ปธานวา วีโร ตาทีติ อิมานิ ปนสฺส ถุติวจนานิ. โส หิ ปธานวา มคฺคชฺฌานปธาเนน, วีโร กิเลสาริวิทฺธํสนสมตฺถตาย, ตาทิ นิพฺพิการตาย ปวุจฺจเต ตถตฺตาติ ตถารูโป ‘‘วีริยวา’’ติ ปวุจฺจติ.

เต กามกามิโนติ เอเต รูปาทิวตฺถุกาเม อิจฺฉนฺตา. ราคราคิโนติ ราเคน รญฺชิตา. สญฺญาสญฺญิโนติ ราคสญฺญาย สญฺญิโน. น กาเม กาเมตีติ รูปาทิวตฺถุกาเม น ปตฺเถติ. อกาโมติ กาเมหิ วิรหิโต. นิกฺกาโมติ นิกฺกนฺตกาโม.

สพฺพญฺญุตญฺญาณนฺติ ติยทฺธคตํ สพฺพเนยฺยปถํ ชานาตีติ สพฺพญฺญู, ตสฺส ภาโว สพฺพญฺญุตา, สพฺพญฺญุตา เอว ญาณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ เนตฺตญฺจ วาสนาย สห กิเลเส ปราเชตฺวา ชิตตฺตา ชินภาโว จ อปุพฺพํ อจริมํ อปุเร อปจฺฉา เอกสฺมึ ขเณ เอกสฺมึ กาเล อุปฺปนฺโน ปุพฺพนฺตโต อุทฺธํ ปนฺโนติ อุปฺปนฺโน.

๖๖. เตชี เตชสาติ เตเชน สมนฺนาคโต เตชสา อภิภุยฺย. ยมหํ วิชญฺญํ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ ยํ อหํ ชาติชราย ปหานภูตํ ธมฺมํ อิเธว ชาเนยฺยํ.

ชคตีติ ปถวี. สพฺพํ อากาสคตนฺติ สกลํ อากาเส ปวตฺตํ ปตฺถฏํ. ตมคตนฺติ ตมเมว ตมคตํ อนฺธการํ ยถา คูถคตํ มุตฺตคตนฺติ. อภิวิหจฺจาติ นาเสตฺวา. อนฺธการํ วิธมิตฺวาติ จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺตินิวารกํ อนฺธการํ ปลาเปตฺวา. อาโลกํ ทสฺสยิตฺวาติ สูริยาโลกํ ทสฺสยิตฺวา. อากาเสติ อชฏากาเส. อนฺตลิกฺเขติ อนฺตรธาตุสมตฺถตุจฺโฉกาเส. คคนปเถติ เทวตานํ คมนมคฺเค คจฺฉติ. สพฺพํ อภิสงฺขารสมุทยนฺติ สกลํ กมฺมํ สมุทยํ อุปฺปาทํ, ตณฺหนฺติ อตฺโถ. กิเลสตมํ อวิชฺชนฺธการํ วิธมิตฺวาติ กิเลสตมสงฺขาตํ อญฺญาณํ อวิชฺชนฺธการํ นีหริตฺวา นาเสตฺวา. ญาณาโลกํ ปญฺญาโลกํ ทสฺสยิตฺวา. วตฺถุกาเม ปริชานิตฺวาติ รูปาทิวตฺถุกาเม ญาตตีรณปริญฺญาย ชานิตฺวา. กิเลสกาเม ปหายาติ อุปตาปนสงฺขาเต กิเลสกาเม ปหานปริญฺญาย ปชหิตฺวา.

๖๗. อถสฺส ภควา ตํ ธมฺมํ อาจิกฺขนฺโต อุปรูปริคาถาโย อภาสิ. ตตฺถ เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโตติ นิพฺพานญฺจ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปทํ ‘‘เขม’’นฺติ ทิสฺวา. อุคฺคหิตนฺติ ตณฺหาวเสน ทิฏฺฐิวเสน คหิตํ. นิรตฺตํ วาติ นิรสฺสิตพฺพํ วา, มุญฺจิตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. มา เต วิชฺชิตฺถาติ มา เต อโหสิ. กิญฺจนนฺติ ราคาทิกิญฺจนํ, ตมฺปิ เต มา วิชฺชิตฺถ.

มุญฺจิตพฺพนฺติ มุญฺจิตฺวา น ปุน คเหตพฺพํ. วิชหิตพฺพนฺติ จชิตพฺพํ. วิโนเทตพฺพนฺติ ขิปิตพฺพํ. พฺยนฺตีกาตพฺพนฺติ วิคตนฺตํ กาตพฺพํ. อนภาวํ คเมตพฺพนฺติ อนุ อนุ อภาวํ คเมตพฺพํ.

๖๘-๙. ปุพฺเพติ อตีเต สงฺขาเร อารพฺภ อุปฺปนฺนกิเลสา. พฺราหฺมณาติ ภควา ชตุกณฺณึ อาลปติ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.

เอวํ ภควา อิทมฺปิ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน จ ปุพฺพสทิโส เอว ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย

ชตุกณฺณิมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.