๑. อชิตมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา
ปารายนวคฺคสฺส ปฐเม อชิตสุตฺตนิทฺเทเส –
๑. ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก, (อิจฺจายสฺมา อชิโต,)
เกนสฺสุ นปฺปกาสติ;
กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสิ, กึสุ ตสฺส มหพฺภย’’นฺติ. –
อชิตมาณวสฺส ปุจฺฉิเต ปฐมปเญฺห จ อุปรูปริปเญฺห จ นิทฺเทเสสุ จ วุตฺตญฺจ อุตฺตานญฺจ วชฺเชตฺวา วิเสสเมว วกฺขาม. ตตฺถ นิวุโตติ ปฏิจฺฉาทิโต. กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสีติ กึ อสฺส โลกสฺส อภิเลปนํ วเทสิ?
อาวุโตติ อาวริโต. นิวุโตติ ปฏิจฺฉาทิโต. โอวุโตติ เหฏฺฐา ปฏิจฺฉาทิโต. ปิหิโตติ อุปริภาเคน ฉาทิโต. ปฏิจฺฉนฺโนติ อวิวโฏ. ปฏิกุชฺชิโตติ อโธมุขํ ฉาทิโต.
นปฺปกาสตีติ นปฺปกาโส โหติ. นปฺปภาสตีติ ญาณปฺปภาสํ น กโรติ. น ตปตีติ ญาณตปํ น กโรติ. น วิโรจตีติ ญาณวิโรจนํ น กโรติ. น ญายตีติ น ชานียติ. น ปญฺญายตีติ นปฺปญฺญายเต.
เกน ลิตฺโตติ เกน ลิมฺปิโต. สํลิตฺโต อุปลิตฺโตติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. อาจิกฺขสิ นิทฺเทสวเสน. เทเสสิ ปฏินิทฺเทสวเสน. ปญฺญเปสิ เตน เตน ปกาเรน. อตฺถํ โพเธนฺโต ปฏฺฐเปสิ. ตสฺสตฺถสฺส การณํ ทสฺเสนฺโต วิวรสิ. พฺยญฺชนภาวํ ทสฺเสนฺโต วิภชสิ. นิกุชฺชิตภาวํ คมฺภีรภาวญฺจ หริตฺวา โสตูนํ ญาณสฺส ปติฏฺฐํ ชนยนฺโต อุตฺตานีกโรสิ. สพฺเพหิปิ อิเมหิ อากาเรหิ โสตูนํ อญฺญาณนฺธการํ วิธเมนฺโต ปกาเสสีติ เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๒. เววิจฺฉา ปมาทา นปฺปกาสตีติ มจฺฉริยเหตุ จ ปมาทเหตุ จ นปฺปกาสติ. มจฺฉริยํ หิสฺส ทานาทีหิ คุเณหิ ปกาสิตุํ น เทติ, ปมาโท สีลาทีหิ. ชปฺปาภิเลปนนฺติ ตณฺหา อสฺส โลกสฺส มกฺกฏเลโป วิย มกฺกฏสฺส อภิเลปนํ. ทุกฺขนฺติ ชาติอาทิกํ ทุกฺขํ.
เยสํ ธมฺมานนฺติ เยสํ รูปาทิธมฺมานํ. อาทิโต สมุทาคมนํ ปญฺญายตีติ ปฐมโต อุปฺปาโท ปญฺญายติ. อตฺถงฺคมโต นิโรโธ ปญฺญายตีติ ภงฺคโต นิรุชฺฌนํ ปญฺญายติ. กมฺมสนฺนิสฺสิโต วิปาโกติ กุสลากุสลวิปาโก กมฺมํ อมุญฺจิตฺวา ปวตฺตนโต กมฺมสนฺนิสฺสิโต วิปาโกติ วุจฺจติ. วิปากสนฺนิสฺสิตํ กมฺมนฺติ กุสลากุสลํ กมฺมํ วิปากสฺส โอกาสํ กตฺวา ฐิตตฺตา วิปากสนฺนิสฺสิตํ กมฺมนฺติ วุจฺจติ. นามสนฺนิสฺสิตํ รูปนฺติ ปญฺจโวกาเร รูปํ นามํ อมุญฺจิตฺวา ปวตฺตนโต นามสนฺนิสฺสิตํ รูปนฺติ วุจฺจติ. รูปสนฺนิสฺสิตํ นามนฺติ ปญฺจโวกาเร นามํ รูปํ อมุญฺจิตฺวา ปวตฺตนโต รูปสนฺนิสฺสิตํ นามนฺติ วุจฺจติ.
๓. สวนฺติ สพฺพธิ โสตาติ สพฺเพสุ รูปาทิอายตเนสุ ตณฺหาทิกา โสตา สนฺทนฺติ. กึ นิวารณนฺติ เตสํ กึ อาวรณํ กา รกฺขา. สํวรํ พฺรูหีติ ตํ เตสํ นิวารณสงฺขาตํ สํวรํ พฺรูหิ. เอเตน สาวเสสปฺปหานํ ปุจฺฉติ. เกน โสตา ปิธียเรติ เกน ธมฺเมน เอเต โสตา ปิธียนฺติ ปจฺฉิชฺชนฺติ. เอเตน อนวเสสปฺปหานํ ปุจฺฉติ.
สวนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ. อาสวนฺตีติ อโธคามิโน หุตฺวา สวนฺติ. สนฺทนฺตีติ นิรนฺตรคามิโน หุตฺวา สนฺทมานา ปวตฺตนฺติ. ปวตฺตนฺตีติ ปุนปฺปุนํ วตฺตนฺติ.
๔. สติ เตสํ นิวารณนฺติ วิปสฺสนายุตฺตา กุสลากุสลธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมานา สติ เตสํ โสตานํ นิวารณํ. โสตานํ สํวรํ พฺรูมีติ ตเมวาหํ สตึ โสตานํ สํวรํ พฺรูมีติ อธิปฺปาโย. ปญฺญาเยเต ปิธียเรติ รูปาทีสุ ปน อนิจฺจตาทิปฏิเวธสาธิกาย มคฺคปญฺญาย เอเต โสตา สพฺพโส ปิธียนฺติ.
ปจฺฉิชฺชนฺตีติ อุจฺฉิชฺชนฺติ. สมุทยญฺจาติ ปจฺจยญฺจ. อตฺถงฺคมญฺจาติ อุปฺปนฺนานํ อภาวคมนญฺจ, อนุปฺปนฺนานํ อนุปฺปาทํ วา. อสฺสาทญฺจาติ อานิสํสญฺจ. อาทีนวญฺจาติ โทสญฺจ. นิสฺสรณญฺจาติ นิกฺขมนญฺจ.
๕. ปญฺญา เจวาติ ปญฺหาคาถาย ยา จายํ ตยา วุตฺตา ปญฺญา, ยา จ สติ, ยญฺจ ตทวเสสํ นามรูปํ, เอตํ สพฺพมฺปิ กตฺถ นิรุชฺฌติ. เอตํ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ปพฺรูหีติ เอวํ สงฺเขปตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กตฺเถตํ อุปรุชฺฌตีติ เอตํ นามรูปํ กตฺถ น ภวติ. วูปสมฺมตีติ นิพฺพาติ. อตฺถํ คจฺฉตีติ อภาวํ คจฺฉติ. ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ สนฺนิสีทติ.
๖. วิสฺสชฺชนคาถาย ปนสฺส ยสฺมา ปญฺญาสติโย นาเมเนว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตา วิสุํ น วุตฺตา. อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยํ มํ ตฺวํ, อชิต, เอตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ – ‘‘กตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ, ตเทตํ ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ, ตํ เต วทามิ. ตสฺส ตสฺส หิ วิญฺญาณสฺส นิโรเธน สเหว อปุพฺพํ อจริมํ เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ, เอตฺเถว วิญฺญาณนิโรเธน นิรุชฺฌติ เอตํ, วิญฺญาณนิโรธา ตสฺส ตสฺส นิโรโธ โหติ, ตํ นาติวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ.
โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธนาติ โสตาปตฺติมคฺคสมฺปยุตฺตปญฺญาย กุสลากุสลเจตนาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อภพฺพุปฺปตฺติกวเสน นิรุชฺฌเนน. ตตฺถ ทุวิโธ นิโรโธ อนุปาทินฺนกนิโรโธ อุปาทินฺนกนิโรโธติ. โสตาปตฺติมคฺเคน หิ จตฺตาริ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตานิ วิจิกิจฺฉาสหคตนฺติ ปญฺจ จิตฺตานิ นิรุชฺฌนฺติ, ตานิ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ. ตํ อนุปาทินฺนกรูปกฺขนฺโธ, ตานิ จิตฺตานิ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, ตํสมฺปยุตฺตา เวทนา สญฺญา สงฺขารา ตโย อรูปกฺขนฺธา. ตตฺถ สเจ โสตาปนฺนสฺส โสตาปตฺติมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺสา, ตานิ ปญฺจ จิตฺตานิ ฉสุ อารมฺมเณสุ ปริยุฏฺฐานํ ปาปุเณยฺยุํ. โสตาปตฺติมคฺโค ปน เนสํ ปริยุฏฺฐานุปฺปตฺตึ วารยมาโน เสตุสมุคฺฆาตํ อภพฺพุปฺปตฺติกภาวํ กุรุมาโน อนุปาทินฺนกํ นิโรเธติ นาม. สกทาคามิมคฺเคน จตฺตาริ ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตานิ เทฺว โทมนสฺสสหคตานีติ โอฬาริกกามราคพฺยาปาทวเสน ฉ จิตฺตานิ นิรุชฺฌนฺติ. อนาคามิมคฺเคน อณุสหคตกามราคพฺยาปาทวเสน ตานิ เอว ฉ จิตฺตานิ นิรุชฺฌนฺติ. อรหตฺตมคฺเคน จตฺตาริ ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตานิ อุทฺธจฺจสหคตญฺจาติ ปญฺจ อกุสลจิตฺตานิ นิรุชฺฌนฺติ. ตตฺถ สเจ เตสํ อริยานํ เต มคฺคา อภาวิตา อสฺสุ, ตานิ จิตฺตานิ ฉสุ อารมฺมเณสุ ปริยุฏฺฐานํ ปาปุเณยฺยุํ. เต ปน เตสํ มคฺคา ปริยุฏฺฐานุปฺปตฺตึ วารยมานา เสตุสมุคฺฆาตํ อภพฺพุปฺปตฺติกภาวํ กุรุมานา อนุปาทินฺนกํ นิโรเธนฺติ นาม. เอวํ อนุปาทินฺนกนิโรโธ เวทิตพฺโพ.
สเจ ปน โสตาปนฺนสฺส โสตาปตฺติมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺสา, ฐเปตฺวา สตฺต ภเว อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อุปาทินฺนกกฺขนฺธปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. ตีณิ สํโยชนานิ ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโยติ อิเม ปน ปญฺจ กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต โสตาปนฺนสฺส สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ. เอวํ โสตาปตฺติมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกํ นิโรเธติ นาม.
สเจ สกทาคามิสฺส สกทาคามิมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺสา, ฐเปตฺวา เทฺว ภเว ปญฺจสุ ภเวสุ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. โอฬาริกานิ กามราคปฏิฆสํโยชนานิ โอฬาริโก กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโยติ อิเม ปน จตฺตาโร กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต สกทาคามิสฺส เทฺว ภเว ฐเปตฺวา ปญฺจสุ ภเวสุ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ. เอวํ สกทาคามิมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกํ นิโรเธติ นาม.
สเจ อนาคามิสฺส อนาคามิมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺสา, ฐเปตฺวา เอกํ ภวํ ทุติยภเว อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. อณุสหคตานิ กามราคปฏิฆสญฺโญชนานิ อณุสหคโต กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโยติ อิเม ปน จตฺตาโร กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต อนาคามิสฺส เอกํ ภวํ ฐเปตฺวา ทุติยภเว อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ. เอวํ อนาคามิมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกํ นิโรเธติ นาม.
สเจ อรหโต อรหตฺตมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺสา, รูปารูปภเวสุ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา มานานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโยติ อิเม ปน อฏฺฐ กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต ขีณาสวสฺส ปุนพฺภเว อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ? เอวํ อรหตฺตมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกํ นิโรเธติ นาม.
โสตาปตฺติมคฺโค เจตฺถ อปายภวํ นิโรเธติ. สกทาคามิมคฺโค สุคติกามภเวกเทสํ. อนาคามิมคฺโค กามภวํ. อรหตฺตมคฺโค รูปารูปภวํ, สพฺพภเวปิ นิโรเธติ เอวาติ วทนฺติ. เอวํ อุปาทินฺนกนิโรโธ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ‘‘อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธนา’’ติ เอเตน อนุปาทินฺนกนิโรธํ ทสฺเสติ. ‘‘เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ นามญฺจ รูปญฺจ, เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตี’’ติ อิมินา ปน อุปาทินฺนกนิโรธํ ทสฺเสติ.
ตตฺถ สตฺต ภเว ฐเปตฺวาติ กามภวโต กามภวํ สํสรนฺตสฺส สตฺต ภเว วชฺเชตฺวา. อนมตคฺเค สํสาเรติ –
‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;
อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, ‘สํสาโร’ติ ปวุจฺจตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๖๑๙; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๑๙๙; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๑๗; อิติวุ. อฏฺฐ. ๑๔, ๕๘; อุทา. อฏฺฐ. ๓๙) –
เอวํ วณฺณิเต สํสารวฏฺเฏ. เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ นามญฺจ รูปญฺจาติ นมนลกฺขณํ จตุกฺขนฺธสงฺขาตํ นามญฺจ รุปฺปนลกฺขณํ ภูโตปาทายสงฺขาตํ รูปญฺจ เอเต ธมฺมา อุปฺปชฺเชยฺยุํ. เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตีติ เอตสฺมึ โสตาปตฺติมคฺเค เอเต นามรูปธมฺมา อภพฺพุปฺปตฺติกวเสน นิโรธํ คจฺฉนฺติ. สกทาคามิมคฺคญาเณนาติ เอตฺถ ปฏิสนฺธิวเสน สกึเยว อิมํ โลกํ อาคจฺฉตีติ สกทาคามี, ตสฺส มคฺโค สกทาคามิมคฺโค. เตน มคฺเคน สมฺปยุตฺตญาเณน. เทฺว ภเว ฐเปตฺวาติ กามธาตุยาเยว ปฏิสนฺธิวเสน เทฺว ภเว วชฺเชตฺวา. ปญฺจสุ ภเวสูติ ตทวสิฏฺเฐสุ ปญฺจสุ ภเวสุ. เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตีติ เอตฺถ สกทาคามิมคฺเค เอเต ธมฺมา วุตฺตนเยน นิรุชฺฌนฺติ. เอกํ ภวํ ฐเปตฺวาติ อุกฺกฏฺฐวเสน รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วา เอกํ ภวํ วชฺเชตฺวา. รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วาติ ทุติยกภเว รูปธาตุยา เจว อรูปธาตุยา จ. นามญฺจ รูปญฺจาติ เอตฺถ รูปภเว นามรูปํ, อรูปภเว นามเมว. เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตีติ เอตฺถ อนาคามิมคฺเค เอเต นามรูปธมฺมา วุตฺตนเยน นิรุชฺฌนฺติ.
อรหโตติ กิเลเสหิ อารกตฺตา ‘‘อรหา’’ติ ลทฺธนามสฺส ขีณาสวสฺส. อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยาติ ทุวิธา หิ นิพฺพานธาตุ สอุปาทิเสสา จ อนุปาทิเสสา จ. ตตฺถ อุปาทียติ ‘‘อหํ มมา’’ติ ภุสํ คณฺหียตีติ อุปาทิ, ขนฺธปญฺจกสฺเสตํ อธิวจนํ. อุปาทิเยว เสโส อวสิฏฺโฐ อุปาทิเสโส, สห อุปาทิเสเสน วตฺตตีติ สอุปาทิเสสา. นตฺเถตฺถ อุปาทิเสโสติ อนุปาทิเสสา. ตาย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา. ปรินิพฺพายนฺตสฺสาติ นิรินฺธนสฺส วิย ชาตเวทสฺส นิพฺพายนฺตสฺส อปฺปวตฺตํ ปวิสนฺตสฺส. จริมวิญฺญาณสฺส นิโรเธนาติ เอตฺถ อสฺสาสปสฺสาสานํ นิโรธวเสน. ตโย จริมา ภวจริโม ฌานจริโม จุติจริโมติ. ภเวสุ หิ กามภเว อสฺสาสปสฺสาสา ปวตฺตนฺติ, รูปารูปภเวสุ นปฺปวตฺตนฺติ. ตสฺมา โส ภวจริโม. ฌาเนสุ ปุริมฌานตฺตเยว ปวตฺตนฺติ, จตุตฺเถ นปฺปวตฺตนฺติ. ตสฺมา โส ฌานจริโม. เย ปน จุติจิตฺตสฺส ปุรโต โสฬสเมน จิตฺเตน สหุปฺปนฺนา, เต จุติจิตฺเตน สห นิรุชฺฌนฺติ. โส จุติจริโม นาม. อยํ อิธ จริโมติ อธิปฺเปโต. เย หิ เกจิ พุทฺธา วา ปจฺเจกพุทฺธา วา อริยสาวกา วา อนฺตมโส กุนฺถกิปิลฺลิกํ อุปาทาย สพฺเพ ภวงฺคจิตฺเตเนว อพฺยากเตน ทุกฺขสจฺเจน กาลํ กโรนฺติ. ตสฺมา จริมวิญฺญาณสฺส นิโรเธนาติ จุติจิตฺตสฺส นิโรเธนาติ อตฺโถ.
ปญฺญา จ สติ จ นามญฺจาติ เอเตหิ จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ คหณํ ปจฺเจตพฺพํ. รูปญฺจาติ เอเตน จตุนฺนํ มหาภูตานํ จตุวีสติอุปาทารูปานญฺจ คหณํ ปจฺเจตพฺพํ. อิทานิ ตสฺส นิรุชฺฌนูปายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาณสฺส นิโรเธน, เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ อาห. ตตฺถ วิญฺญาณนฺติ จริมวิญฺญาณมฺปิ อภิสงฺขารวิญฺญาณมฺปิ. อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส ปหีนนิโรเธน เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ นิรุชฺฌติ ทีปสิขา วิย อปณฺณตฺติกภาวํ ยาติ, จริมวิญฺญาณสฺส อนุปฺปาทปจฺจยตฺตา อนุปฺปาทนิโรเธน อนุปฺปาทวเสเนว อุปรุชฺฌตีติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๙๙).
๗. เอตฺตาวตา จ ‘‘ทุกฺขมสฺส มหพฺภย’’นฺติ อิมินา ปกาสิตํ ทุกฺขสจฺจํ, ‘‘ยานิ โสตานี’’ติ อิมินา สมุทยสจฺจํ, ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ อิมินา มคฺคสจฺจํ, ‘‘อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ อิมินา นิโรธสจฺจนฺติ เอวํ จตฺตาริ สจฺจานิ สุตฺวาปิ อริยภูมึ อนธิคโต ปุน เสกฺขาเสกฺขปฏิปทํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส’’ติ คาถมาห. ตตฺถ สงฺขาตธมฺมาติ อนิจฺจาทิวเสน ปริวีมํสิตธมฺมา, อรหนฺตานเมตํ อธิวจนํ. เสกฺขาติ สีลาทีนิ สิกฺขมานา อวเสสา อริยปุคฺคลา. ปุถูติ พหู สตฺตชนา. เตสํ เม นิปโก อิริยํ ปุฏฺโฐ ปพฺรูหีติ เตสํ เม เสกฺขาเสกฺขานํ นิปโก ปณฺฑิโต ตฺวํ ปุฏฺโฐ ปฏิปตฺตึ พฺรูหีติ.
เตสํ ขนฺธา สงฺขาตาติ เตสํ ปญฺจกฺขนฺธา อปฺปฏิสนฺธิกํ กตฺวา เทสิตา, สงฺเขปํ กตฺวา ฐปิตา วา. ธาตุอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิริยนฺติ ปโยคํ. จริยนฺติ กิริยํ. วุตฺตินฺติ ปวตฺตึ. อาจรนฺติ จรณํ. โคจรนฺติ ปจฺจยํ. วิหารนฺติ อิริยาปถปวตฺตนํ. ปฏิปทนฺติ วิปสฺสนํ.
๘. อถสฺส ภควา ยสฺมา เสกฺเขน กามจฺฉนฺทนีวรณํ อาทึ กตฺวา สพฺพกิเลสา ปหาตพฺพา เอว, ตสฺมา ‘‘กาเมสูติ อุปฑฺฒคาถาย เสกฺขปฏิปทํ ทสฺเสติ. ตสฺสตฺโถ – วตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมน นาภิคิชฺเฌยฺย, กายทุจฺจริตาทโย จ มนโส อาวิลภาวกเร ธมฺเม ปชหนฺโต มนสานาวิโล สิยาติ. ยสฺมา ปน อเสกฺโข อนิจฺจาทิวเสน สพฺพสงฺขาราทีนํ ปริตุลิตตฺตา กุสโล สพฺพธมฺเมสุ กายานุปสฺสนาสติอาทีหิ จ สโต สกฺกายทิฏฺฐิอาทีนํ ภินฺนตฺตา ภิกฺขุภาวํ ปตฺโต หุตฺวา สพฺพอิริยาปเถสุ ปริพฺพชติ, ตสฺมา ‘‘กุสโล’’ติ อุปฑฺฒคาถาย อเสกฺขปฏิปทํ ทสฺเสติ.
นาภิคิชฺเฌยฺยาติ เคธํ นาปชฺเชยฺย. น ปลิคิชฺเฌยฺยาติ โลภํ นาปชฺเชยฺย. น ปลิพุนฺเธยฺยาติ โลภวเสน น อลฺลีเยยฺย.
อาวิลกเร กิเลเส ชเหยฺยาติ จิตฺตาลุฬกเร อุปตาปสงฺขาเต กิเลเส ชเหยฺย.
สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ นิพฺพานํ อนฺโตกริตฺวา วุตฺตํ. ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมนฺติ ยํ กิญฺจิ สปฺปจฺจยสภาวํ.
สห คาถาปริโยสานาติ คาถาวสาเนเนว สทฺธึ. เยเต พฺราหฺมเณน สทฺธึ เอกจฺฉนฺทาติ เย เอเต อชิตมาณเวน กลฺยาณฉนฺเทน เอกชฺฌาสยา. เอกปฺปโยคาติ กายวจีมโนปโยเคหิ เอกปฺปโยคา. เอกาธิปฺปายาติ เอโก อธิปฺปาโย รุจิ เอเตสนฺติ เอกาธิปฺปายา, เอกรุจิกาติ อตฺโถ. เอกวาสนวาสิตาติ อตีตพุทฺธสาสเน เตน สทฺธึ ภาวิตภาวนา. อเนกปาณสหสฺสานนฺติ อเนเกสํ เทวมนุสฺสสงฺขาตานํ ปาณสหสฺสานํ. วิรชํ วีตมลนฺติ ราคาทิรชวิรหิตํ ราคาทิมลวิรหิตญฺจ.
ธมฺมจกฺขุนฺติ อิธ โสตาปตฺติมคฺโค อธิปฺเปโต. อญฺญตฺถ เหฏฺฐามคฺคตฺตยํ. ตสฺส อุปฺปตฺติการณทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ อาห. ตญฺหิ นิโรธํ อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจวเสน เอวํ สพฺพสงฺขตํ ปฏิวิชฺฌนฺตํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจีติ ตสฺส จ อชิตพฺราหฺมณสฺส อนฺเตวาสิกสหสฺสานญฺจ ตณฺหาทีหิ อคฺคเหตฺวา กามาสวาทีหิ มคฺคกฺขเณ จิตฺตํ วิมุจฺจมานํ ผลกฺขเณ วิมุจฺจิ. สห อรหตฺตปฺปตฺตาติ อรหตฺตปฺปตฺติยา จ สเหว อายสฺมโต อชิตสฺส จ อนฺเตวาสิกสหสฺสสฺส จ อชินชฏาวากจีรติทณฺฑกมณฺฑลุอาทโย อนฺตรธายึสุ. สพฺเพว อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา ทฺวงฺคุลเกสา เอหิภิกฺขู หุตฺวา ภควนฺตํ นมสฺสมานา ปญฺชลิกา นิสีทึสุ. ปาฬิยํ ปน อชิตตฺเถโรว ปญฺญายติ. ตตฺถ อนฺวตฺถปฏิปตฺติยาติ สยํ ปจฺจาสีสิตลทฺธปฏิปตฺติยา, นิพฺพานลทฺธภาเวนาติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว. เอวํ ภควา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ.
สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย
อชิตมาณวสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.