๑๑. กลหวิวาทสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา

๙๗. เอกาทสเม กลหวิวาทสุตฺตนิทฺเทเส กุโตปหูตา กลหา วิวาทาติ กลโห จ ตสฺส ปุพฺพภาโค วิวาโท จาติ อิเม กุโต ชาตา. ปริเทวโสกา สหมจฺฉรา จาติ ปริเทวโสกา จ สหมจฺฉรา จ กุโต ปหูตา. มานาติมานา สหเปสุณา จาติ มานา จ อติมานา จ เปสุณา จ กุโต ปหูตา. เตติ เต สพฺเพปิ อฏฺฐ กิเลสธมฺมา. ตทิงฺฆ พฺยูหีติ ตํ มยา ปุจฺฉิตมตฺถํ พฺรูหิ, ยาจามิ ตํ อหนฺติ. ยาจนตฺโถ หิ อิงฺฆาติ นิปาโต.

เอเกน อากาเรนาติ เอเกน การเณน. อปเรน อากาเรนาติ อปเรน การเณน. อาคาริกา ทณฺฑปสุตาติ คหปติโน วิเหสมานา. ปพฺพชิตา อาปตฺตึ อาปชฺชนฺตาติ อนคาริกา สตฺตสุ อาปตฺติกฺขนฺเธสุ อญฺญตรํ อาปชฺชมานา.

กุโตปหูตาติ กุโตภูตา. กุโตชาตาติ กุโต ปฏิลทฺธภาวา. กุโตสญฺชาตาติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. กุโตนิพฺพตฺตาติ กุโต นิพฺพตฺตลกฺขณํ ปตฺตา. อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺเฒตฺวา ‘‘กุโตอภินิพฺพตฺตา’’ติ วุตฺตํ. กุโตปาตุภูตาติ กุโตปากฏีภูตา. กึ นิทานาติอาทีสุ อตฺตโน ผลํ นิเทตีติ นิทานํ. เอตสฺมา ผลํ สมุเทตีติ สมุทโย. เอตสฺมา ผลํ ชายตีติ ชาติ. เอตสฺมา ผลํ ปภวตีติ ปภโว. มูลํ ปุจฺฉตีติ กลหสฺส การณํ ปุจฺฉติ. การณญฺหิ ปติฏฺฐฏฺเฐน มูลํ. อตฺตโน ผลนิปฺผาทนตฺถํ หิโนติ ปวตฺตตีติ เหตุ. ‘‘หนฺท นํ คณฺหถา’’ติ ทสฺเสนฺตํ วิย อตฺตโน ผลํ นิเทตีติ นิทานํ. เอตสฺมา ผลํ สมฺภวตีติ สมฺภโว. ปภวติ ผลํ เอตสฺมาติ ปภโว. สมุฏฺฐาติ เอตฺถ ผลํ, เอเตน วา สมุฏฺฐาตีติ สมุฏฺฐานํ. อตฺตโน ผลํ อาหรตีติ อาหาโร. อปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺเฐน อตฺตโน ผลํ อารเมตีติ อารมฺมณํ. เอตํ ปฏิจฺจ อปฏิกฺขิปิตฺวา ผลํ เอติ ปวตฺตตีติ ปจฺจโย. เอตสฺมา ผลํ สมุเทตีติ สมุทโยติ เอวเมเตสํ ปทานํ วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตํ สนฺธาย ‘‘กลหสฺส จ วิวาทสฺส จ มูลํ ปุจฺฉตี’’ติอาทินา นเยน เทสนา วุตฺตา.

๙๘. ปิยปฺปหูตาติ ปิยวตฺถุโต ชาตา. มจฺเฉรยุตฺตา กลหา วิวาทาติ อิมินา กลหวิวาทาทีนํ น เกวลํ ปิยวตฺถุเมว, มจฺฉริยมฺปิ ปจฺจยํ ทสฺเสติ. กลหวิวาทสีเสน เจตฺถ สพฺเพปิ เต ธมฺมา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ยถา จ เอเตสํ มจฺฉริยํ, ตถา เปสุณานญฺจ วิวาทํ. เตนาห ‘‘วิวาทชาเตสุ จ เปสุณานี’’ติ. อิมิสฺสา คาถาย นิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยว.

๙๙. ปิยา สุ โลกสฺมึ กุโตนิทานา, เย จาปิ โลภา วิจรนฺติ โลเกติ ‘‘ปิยปฺปหูตา กลหา’’ติ เย เอตฺถ วุตฺตา, เต ปิยา โลกสฺมึ กุโตนิทานา, น เกวลญฺจ ปิยา, เย จาปิ ขตฺติยาทโย โลเก วิจรนฺติ โลภเหตุ โลเภนาภิภูตา วิจรนฺติ, เตสํ โส โลโภ จ กุโตนิทาโนติ เทฺว อตฺเถ เอกาย ปุจฺฉาย ปุจฺฉติ. กุโตนิทานาติ เจตฺถ กึนิทานา กึเหตุกาติ ปจฺจตฺตวจนสฺส โตอาเทโส เวทิตพฺโพ, สมาเส จสฺส โลปาภาโว. อถ วา นิทานาติ ชาตา, อุปฺปนฺนาติ อตฺโถ. ตสฺมา กุโต ชาตา กุโต อุปฺปนฺนาติ วุตฺตํ โหติ. อาสา จ นิฏฺฐา จาติ อาสา จ ตสฺสา อาสาย สมิทฺธิ จ. เย สมฺปรายาย นรสฺส โหนฺตีติ เย นรสฺส สมฺปรายาย โหนฺติ, ปรายนา โหนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เอกา เอวายมฺปิ ปุจฺฉา.

ทีปา โหนฺตีติ ปติฏฺฐา ภวนฺติ. สรณา โหนฺตีติ ทุกฺขนาสนา โหนฺติ. นิฏฺฐาปรายนา โหนฺตีติ สมิทฺธิปรายนา โหนฺติ.

๑๐๐. ฉนฺทานิทานานีติ กามจฺฉนฺทาทิฉนฺทนิทานานิ. เย จาปิ โลภา วิจรนฺตีติ เย จาปิ ขตฺติยาทโย โลภา วิจรนฺติ, เตสํ โลโภปิ ฉนฺทนิทาโนติ เทฺวปิ อตฺเถ เอกโต วิสฺสชฺเชติ. อิโตนิทานาติ ฉนฺทนิทานา เอวาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อิโตนิทานา’’ติ หิ ฉนฺทํ สนฺธายาห. ฉนฺทนิทานา หิ โลภาทโย. ‘‘อิโตนิทานา’’ติ สทฺทสิทฺธิ เจตฺถ ‘‘กุโตนิทานา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. อาสาย สมิทฺธิ วุจฺจติ นิฏฺฐาติ อชฺฌาสยนิพฺพตฺติปฏิลาโภ กถียติ.

๑๐๑. วินิจฺฉยาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวินิจฺฉยา. เย จาปิ ธมฺมา สมเณน วุตฺตาติ เย จ อญฺเญปิ โกธาทีหิ สมฺปยุตฺตา, ตถารูปา วา อกุสลา ธมฺมา พุทฺธสมเณน วุตฺตา, เต กุโตปหูตาติ.

อญฺญชาติกาติ อญฺญสภาวา. อญฺญวิหิตกาติ อญฺเญนากาเรน ฐิตา. สมิตปาเปนาติ นิพฺพาปิตปาเปน. พาหิตปาปธมฺเมนาติ ปหีนลามกธมฺเมน. ภินฺนกิเลสมูเลนาติ กิเลสมูลานิ ภินฺทิตฺวา ฐิเตน. สพฺพากุสลมูลพนฺธนา ปมุตฺเตนาติ ทฺวาทสอกุสลพนฺธนํ โมเจตฺวา ฐิเตน. วุตฺตาติ กถิตา. ปวุตฺตาติ ปกาเรน กถิตา.

๑๐๒. ตมูปนิสฺสาย ปโหติ ฉนฺโทติ ตํ สุขทุกฺขเวทนํ ตทุภยวตฺถุสงฺขาตํ สาตาสาตํ อุปนิสฺสาย สํโยควิโยคปตฺถนาวเสน ฉนฺโท ปโหติ. เอตฺตาวตา ‘‘ฉนฺโท นุ โลกสฺมึ กุโตนิทาโน’’ติ อยํ ปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. รูเปสุ ทิสฺวา วิภวํ ภวญฺจาติ รูเปสุ วยญฺจ อุปฺปาทญฺจ ทิสฺวา. วินิจฺฉยํ กุพฺพติ ชนฺตุ โลเกติ อปายาทิเก โลเก อยํ ชนฺตุ โภคาธิคมตฺถํ ตณฺหาวินิจฺฉยํ ‘‘อตฺตา เม อุปฺปนฺโน’’ติอาทินา นเยน ทิฏฺฐิวินิจฺฉยญฺจ กุรุเต. เอตฺตาวตา ‘‘วินิจฺฉยา จาปิ กุโตปภูตา’’ติ อยํ ปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ.

สาตาสาตํ นิสฺสายาติ มธุรญฺจ อมธุรญฺจ อุปนิสฺสยํ กตฺวา. อิฏฺฐานิฏฺฐนฺติ อิฏฺฐารมฺมณญฺจ อนิฏฺฐารมฺมณญฺจ.

สุราเมรยมชฺชปฺปมาทฏฺฐานานุโยคนฺติ เอตฺถ สุราติ ปิฏฺฐสุรา ปูวสุรา โอทนสุรา กิณฺณปกฺขิตฺตา สมฺภารสํยุตฺตาติ ปญฺจ สุรา. เมรยนฺติ ปุปฺผาสโว ผลาสโว มธฺวาสโว คุฬาสโว สมฺภารสํยุตฺโตติ ปญฺจ อาสวา. ตํ สพฺพมฺปิ มทกรณวเสน มชฺชํ. ปมาทฏฺฐานนฺติ ปมาทการณํ, ยาย เจตนาย ตํ มชฺชํ ปิวติ, ตสฺเสตํ อธิวจนํ. อนุโยคนฺติ ตํ สุราเมรยมชฺชปฺปมาทฏฺฐานานุโยคํ อนุอาโยคํ ปุนปฺปุนํ กรณํ. ยสฺมา จ ปน ตํ อนุยุตฺตสฺส เม อุปฺปนฺนา เจว โภคา ปริหายนฺติ, อนุปฺปนฺนา จ นุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา ‘‘เม โภคา ปริกฺขยํ ขีณภาวํ คจฺฉนฺตี’’ติ ชานาติ. เอวํ สพฺพตฺถ. วิกาลวิสิขาจริยานุโยคนฺติ อเวลาย วิสิขาสุ จริยานุยุตฺตํ. สมชฺชาภิจรณนฺติ นจฺจาทิทสฺสนวเสน สมชฺชาภิคมนํ. อาลสฺยานุโยคนฺติ กายาลสิยตาย ยุตฺตปฺปยุตฺตตํ. อปายมุขานิ น เสวตีติ โภคานํ วินาสทฺวารานิ น เสวติ.

กสิยา วาติ กสิกมฺเมน วา. วณิชฺชาย วาติ ธมฺมิกวณิชฺชกมฺเมน วา. โครกฺเขน วาติ โคปาลกมฺเมน วา. อิสฺสตฺเถน วาติ ธนุสิปฺเปน วา. ราชโปริเสน วาติ ราชเสวกกมฺเมน วา. สิปฺปญฺญตเรน วาติ กุมฺภการาทิสิปฺปานํ อญฺญตเรน วา. ปฏิปชฺชตีติ ปโยคํ กโรติ. จกฺขุสฺมึ อุปฺปนฺเน ชานาตีติ สสมฺภารจกฺขุสฺมึ อุปฺปนฺเน ชานาติ. ‘‘อตฺตา เม อุปฺปนฺโน’’ติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. จกฺขุสฺมึ อนฺตรหิเตติ ตสฺมึ วินฏฺเฐ. อตฺตา เม อนฺตรหิโตติ ‘‘มม อตฺตา วินฏฺโฐ’’ติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. วิคโต เม อตฺตาติ วีติกฺกนฺโต มม อตฺตา. โสตสฺมินฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

๑๐๓. เอเตปิ ธมฺมา ทฺวยเมว สนฺเตติ เอเต โกธาทโย ธมฺมา สาตาสาตทฺวเย สนฺเต เอว โหนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ. เอตฺตาวตา ตติยปโญฺหปิ วิสฺสชฺชิโต โหติ. อิทานิ โย เอวํ วิสฺสชฺชิเตสุ เอเตสุ ปเญฺหสุ กถํกถี ภเวยฺย, ตสฺส กถํกถาปหานูปายํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กถํกถี ญาณปถาย สิกฺเข’’ติ, ญาณทสฺสนญาณาธิคมนตฺถํ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺเขยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. กึการณา? ญตฺวา ปวุตฺตา สมเณน ธมฺมา. พุทฺธสมเณน หิ ญตฺวา ธมฺมา วุตฺตา, นตฺถิ ตสฺส ธมฺเมสุ อญฺญาณํ, อตฺตโน ปน ญาณานุภาเวน เต อชานนฺโต น ชาเนยฺย, น เทสนาโทเสน. ตสฺมา กถํกถี ญาณปถาย สิกฺเข, ญตฺวา ปวุตฺตา สมเณน ธมฺมาติ.

ปกฺเขปพนฺธเนน วา พทฺโธติ นาคริกพนฺเธน พทฺโธ. ปริกฺเขปพนฺธเนน วาติ วติปริกฺเขปพนฺธเนน วา. คามพนฺธเนนาติอาทีสุ ตสฺมา ตสฺมา ฐานโต นิกฺขมิตุํ อลภนฺโต คามพนฺธนาทีหิ พทฺโธ นาม โหติ. ตสฺส พนฺธนสฺส โมกฺขตฺถายาติ เอตสฺส วุตฺตปฺปการสฺส พนฺธนสฺส โมจนตฺถํ.

ญาณมฺปิ ญาณปโถติ ปุเร อุปฺปนฺนํ ญาณํ อปราปรุปฺปนฺนสฺส ญาณมฺปิ ญาณสฺส สญฺจรณมคฺโคติ ญาณมฺปิ ญาณปโถ. ญาณสฺส อารมฺมณมฺปิ ญาณปโถติ ญาณสฺส ปจฺจโยปิ ตํ อาลมฺพิตฺวา อุปฺปชฺชนโต ญาณปโถ. ญาณสหภุโนปิ ธมฺมา ญาณปโถติ ญาเณน สหุปฺปนฺนา อวเสสา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมาปิ ญาณปโถ. อิทานิ อุปมาย สาเธนฺโต ‘‘ยถา อริยมคฺโค อริยปโถ’’ติอาทิมาห.

กถํกถี ปุคฺคโลติ วิจิกิจฺฉาวนฺโต ปุคฺคโล. สกงฺโขติ สเทฺวฬฺหโก. สวิเลโขติ จิตฺตราชิวนฺโต. สเทฺวฬฺหโกติ กงฺขาวนฺโต. สวิจิกิจฺโฉติ สนฺเทหวนฺโต. ญาณาธิคมายาติ ญาณปฏิลาภตฺถาย. ญาณผุสนายาติ ญาณปฏิวิชฺฌนตฺถาย. อถ วา ญาณวินฺทนตฺถาย. ญาณสจฺฉิกิริยายาติ ญาณสฺส ปจฺจกฺขกรณตฺถาย. สนิทานาหนฺติ อหํ สนิทานํ สปจฺจยํ กตฺวา ธมฺมเทสนํ กโรมิ. สปฺปาฏิหาริยนฺติ นิยฺยานิกํ กตฺวา. โน อปฺปาฏิหาริยนฺติ อนิยฺยานิกํ อกตฺวา ธมฺมเทสนํ กโรมิ.

๑๐๔. สาตํ อสาตญฺจ กุโตนิทานาติ เอตฺถ สาตาสาตนฺติ สุขทุกฺขเวทนา เอว อธิปฺเปตา. น ภวนฺติ เหเตติ น ภวนฺติ เอเต. วิภวํ ภวญฺจาปิ ยเมตมตฺถํ, เอตํ เม ปพฺรูหิ ยโตนิทานนฺติ สาตาสาตานํ วิภวํ ภวญฺจ เอตมฺปิ ยํ อตฺถํ. ลิงฺคพฺยตฺตโย เอตฺถ กโต. อิทํ ปน วุตฺตํ โหติ – สาตาสาตานํ วิภโว ภโว จาติ โย เอส อตฺโถ, เอตํ เม ปพฺรูหิ ยโตนิทานนฺติ. เอตฺถ จ สาตาสาตานํ วิภวภววตฺถุกา วิภวภวทิฏฺฐิโย เอว วิภวภวาติ อตฺถโต เวทิตพฺพา. ตถา หิ อิมสฺส ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชนปกฺเข ‘‘ภวทิฏฺฐิปิ ผสฺสนิทานา, วิภวทิฏฺฐิปิ ผสฺสนิทานา’’ติ อุปริ นิทฺเทเส (มหานิ. ๑๐๕) วกฺขติ. อิมาย คาถาย นิทฺเทเส วตฺตพฺพํ นตฺถิ.

๑๐๕. อิโตนิทานนฺติ ผสฺสนิทานํ. อิมายปิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ.

๑๐๖. กิสฺมึ วิภูเต น ผุสนฺติ ผสฺสาติ กิสฺมึ วีติวตฺเต จกฺขุสมฺผสฺสาทโย ปญฺจ ผสฺสา น ผุสนฺติ. อิมายปิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ.

๑๐๗. นามญฺจ รูปญฺจ ปฏิจฺจาติ สมฺปยุตฺตกนามญฺจ วตฺถารมฺมณรูปญฺจ ปฏิจฺจ. รูเป วิภูเต น ผุสนฺติ ผสฺสาติ รูเป วีติวตฺเต ปญฺจ ผสฺสา น ผุสนฺติ.

ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโสติ จกฺขุรูปวิญฺญาณานํ ติณฺณนฺนํ สงฺคติยา ผสฺโส ชายติ. จกฺขุ จ รูปา จ รูปสฺมินฺติ ปสาทจกฺขุญฺจ รูปารมฺมณานิ จ รูปภาเค รูปโกฏฺฐาเส กตฺวา. จกฺขุสมฺผสฺสํ ฐเปตฺวาติ ติณฺณํ สงฺคติยา อุปฺปนฺนผสฺสํ มุญฺจิตฺวา. สมฺปยุตฺตกา ธมฺมา นามสฺมินฺติ อวเสสา เวทนาทโย ผสฺเสน สหชาตา ธมฺมา นามภาเค. โสตญฺจ ปฏิจฺจาติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

จตูหากาเรหิ รูปํ วิภูตํ โหตีติ จตูหิ การเณหิ รูปํ วีติวตฺตํ โหติ. ญาตวิภูเตนาติ ปากฏํ กตฺวา วีติวตฺเตน. ตีรณวิภูเตนาติ อนิจฺจาทิโต ตีรยิตฺวา วีติวตฺเตน. ปหานวิภูเตนาติ ฉนฺทราคปหานโต วีติวตฺเตน. สมติกฺกมวิภูเตนาติ จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ ปฏิลาภวเสน วีติวตฺเตน.

๑๐๘. กถํ สเมตสฺสาติ กถํ ปฏิปนฺนสฺส. วิโภติ รูปนฺติ รูปํ วิภวติ, น ภเวยฺย วา. สุขํ ทุขญฺจาติ อิฏฺฐานิฏฺฐรูปเมว ปุจฺฉติ.

ชาเนยฺยามาติ ชานิสฺสาม. อาชาเนยฺยามาติ วิเสเสน ชานิสฺสาม. วิชาเนยฺยามาติ อเนกวิเธน ชานิสฺสาม. ปฏิวิชาเนยฺยามาติ สมฺมา ชานิสฺสาม. ปฏิวิชฺเฌยฺยามาติ จิตฺเตน พุชฺฌิสฺสาม.

๑๐๙. น สญฺญสญฺญีติ ยถา สเมตสฺส วิโภติ รูปํ, โส ปกติสญฺญาย สญฺญีปิ น โหติ. น วิสญฺญสญฺญีติ วิสญฺญายปิ วิรูปาย สญฺญาย วิสญฺญี น โหติ อุมฺมตฺตโก วา ขิตฺตจิตฺโต วา. โนปิ อสญฺญีติ สญฺญาวิรหิโตปิ น โหติ นิโรธสมาปนฺโน วา อสญฺญสตฺโต วา. น วิภูตสญฺญีติ ‘‘สพฺพโส รูปสญฺญาน’’นฺติอาทินา (วิภ. ๕๐๘) นเยน สมติกฺกนฺตสญฺญีปิ น โหติ อรูปชฺฌานลาภี. เอวํ สเมตสฺส วิโภติ รูปนฺติ เอตสฺมึ สญฺญสญฺญิตาทิภาเว อฏฺฐตฺวา ยเทตํ วุตฺตํ ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต…เป… อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติปฏิลาภตฺถาย จิตฺตํ อภินีหรตี’’ติ, เอวํ สเมตสฺส อรูปมคฺคสมงฺคิโน วิโภติ รูปํ. สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขาติ เอวํ ปฏิปนฺนสฺสาปิ จ ยา สญฺญา, ตํนิทานา ตณฺหาทิฏฺฐิปปญฺจาสฺส อปฺปหีนาว โหนฺตีติ ทสฺเสติ.

อสญฺญิโน วุจฺจนฺติ นิโรธสมาปนฺนาติ สญฺญาเวทนา นิโรเธตฺวา นิโรธสมาปนฺนา สญฺญาภาเวน อสญฺญิโนติ กถียนฺติ. อสญฺญสตฺตาติ สพฺเพน สพฺพํ สญฺญาภาเวน อสญฺญภเว นิพฺพตฺตา.

โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติ ตตฺถ โสติ โส ภิกฺขุ. เอวนฺติ จตุตฺถชฺฌานกฺกมนิทสฺสนเมตํ, อิมินา กเมน จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลภิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. สมาหิเตติ อิมินา จตุตฺถชฺฌานสมาธินา สมาหิเต. ปริสุทฺเธติอาทีสุ ปน อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธิภาเวน ปริสุทฺเธ. ปริสุทฺธตฺตาเยว ปริโยทาเต, ปภสฺสเรติ วุตฺตํ โหติ. สุขาทีนํ ปจฺจยานํ ฆาเตน วิหตราคาทิองฺคณตฺตา อนงฺคเณ. อนงฺคณตฺตา เอว จ วิคตูปกฺกิเลเส. องฺคเณน หิ จิตฺตํ อุปกฺกิลิสฺสติ. สุภาวิตตฺตา มุทุภูเต, วสีภาวปฺปตฺเตติ วุตฺตํ โหติ. วเส วตฺตมานญฺหิ จิตฺตํ มุทูติ วุจฺจติ. มุทุตฺตาเยว จ กมฺมนิเย, กมฺมกฺขเม กมฺมโยคฺเคติ วุตฺตํ โหติ. มุทุ หิ จิตฺตํ กมฺมนิยํ โหติ สุทฺธนฺตมิว สุวณฺณํ. ตทุภยมฺปิ จ สุภาวิตตฺตาเยว. ยถาห ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ ภาวิตํ กมฺมนิยํ โหติ ยถยิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๒๒).

เอเตสุ หิ ปริสุทฺธภาวาทีสุ ฐิตตฺตา ฐิเต. ฐิตตฺตาเยว อาเนญฺชปฺปตฺเต อจเล นิริญฺชเนติ วุตฺตํ โหติ. มุทุกมฺมญฺญภาเวน วา อตฺตโน วเส ฐิตตฺตา ฐิเต. สทฺธาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา อาเนญฺชปฺปตฺเต. สทฺธาปริคฺคหิตญฺหิ จิตฺตํ อสฺสทฺธิเยน น อิญฺชติ, วีริยปริคฺคหิตํ โกสชฺเชน น อิญฺชติ, สติปริคฺคหิตํ ปมาเทน น อิญฺชติ, สมาธิปริคฺคหิตํ อุทฺธจฺเจน น อิญฺชติ, ปญฺญาปริคฺคหิตํ อวิชฺชาย น อิญฺชติ, โอภาสคตํ กิเลสนฺธกาเรน น อิญฺชติ. อิเมหิ ฉหิ ธมฺเมหิ ปริคฺคหิตุํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ โหติ. เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ จิตฺตํ อภินีหารกฺขมํ โหติ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติปฏิลาภตฺถาย.

อปโร นโย – จตุตฺถชฺฌานสมาธินา สมาหิเต. นีวรณทูรีภาเวน ปริสุทฺเธ. วิตกฺกาทิสมติกฺกเมน ปริโยทาเต. ฌานปฏิลาภปจฺจนิกานํ ปาปกานํ อิจฺฉาวจรานญฺจ อภาเวน อนงฺคเณ. อิจฺฉาวจรานนฺติ อิจฺฉาย อวจรานํ, อิจฺฉาวเสน โอติณฺณานํ ปวตฺตานํ นานปฺปการานํ โกปอปฺปจฺจยานนฺติ อตฺโถ. อภิชฺฌาทีนํ จิตฺตูปกฺกิเลสานํ วิคเมน วิคตูปกฺกิเลเส. อุภยมฺปิ เจตํ องฺคณสุตฺตวตฺถสุตฺตานุสาเรเนว (ม. นิ. ๑.๕๗ อาทโย, ๗๐ อาทโย) เวทิตพฺพํ. วสิปฺปตฺติยา มุทุภูเต. อิทฺธิปาทภาวูปคมเนน กมฺมนิเย. ภาวนาปาริปูริยา ปณีตภาวูปคเมน ฐิเต อาเนญฺชปฺปตฺเต, ยถา อาเนญฺชภาวํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ โหติ, เอวํ ฐิเตติ อตฺโถ. เอวมฺปิ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเมน จิตฺตํ อภินีหารกฺขมํ โหติ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติปฏิลาภตฺถาย ปาทกํ ปทฏฺฐานภูตํ.

อารุปฺปมคฺคสมงฺคีติ อรูปสมาปตฺติยา คมนมคฺเคน อปริหีโน. ปปญฺจาเยว ปปญฺจสงฺขาติ ตณฺหาทิปปญฺจาเยว ปปญฺจสงฺขา.

๑๑๐. เอตฺตาวตคฺคํ นุ วทนฺติ เหเก, ยกฺขสฺส สุทฺธึ อิธ ปณฺฑิตาเส. อุทาหุ อญฺญมฺปิ วทนฺติ เอตฺโตติ เอตฺตาวตา นุ อิธ ปณฺฑิตา สมณพฺราหฺมณา อคฺคํ สุทฺธึ สตฺตสฺส วทนฺติ, อุทาหุ อญฺญมฺปิ เอตฺโต อรูปสมาปตฺติโต อธิกญฺจ วทนฺตีติ ปุจฺฉติ.

เอตฺโต อรูปสมาปตฺติโตติ เอตสฺมา อรูปสมาปตฺติโต.

๑๑๑. เอตฺตาวตคฺคมฺปิ วทนฺติ เหเกติ เอเก สสฺสตวาทา สมณพฺราหฺมณา ปณฺฑิตมานิโน เอตฺตาวตาปิ อคฺคํ สุทฺธึ วทนฺติ. เตสํ ปเนเก สมยํ วทนฺตีติ เตสญฺเญว เอเก อุจฺเฉทวาทา สมยํ อุจฺเฉทํ วทนฺติ. อนุปาทิเสเส กุสลาวทานาติ อนุปาทิเสเส กุสลวาทา สมานา.

ภวตชฺชิตาติ ภวโต ภีตา. วิภวํ อภินนฺทนฺตีติ อุจฺเฉทํ ปฏิจฺจ ตุสฺสนฺติ. เต สตฺตสฺส สมนฺติ เต อุจฺเฉทวาทิโน ปุคฺคลสฺส สมํ อนุปฺปตฺตึ วทนฺติ. อุปสมนฺติ อตีว สมํ. วูปสมนฺติ สนฺตํ. นิโรธนฺติ อนุปฺปาทํ. ปฏิปสฺสทฺธินฺติ อปุนุปฺปตฺตึ.

๑๑๒. เอเต จ ญตฺวา อุปนิสฺสิตาติ เอเต จ ทิฏฺฐิคติเก สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโย นิสฺสิตาติ ญตฺวา. ญตฺวา มุนี นิสฺสเย โส วีมํสีติ นิสฺสเย จ ญตฺวา โส วีมํสี ปณฺฑิโต พุทฺธมุนิ. ญตฺวา วิมุตฺโตติ ทุกฺขานิจฺจาทิโต ธมฺเม ญตฺวา วิมุตฺโต. ภวาภวาย น สเมตีติ ปุนปฺปุนํ อุปปตฺติยา น สมาคจฺฉติ. อปรามสนฺติ อปรามสนฺโต. ปรามาสํ นาปชฺชนฺโตติ อตฺโถ.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย มหานิทฺเทสฏฺฐกถาย

กลหวิวาทสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.