นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
มหานิทฺเทส-อฏฺฐกถา
คนฺถารมฺภกถา
อวิชฺชาลงฺคึ ฆาเตนฺโต, นนฺทิราคญฺจ มูลโต;
ภาเวนฺตฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ผุสิ โย อมตํ ปทํ.
ปาปุณิตฺวา ชิโน โพธึ, มิคทายํ วิคาหิย;
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา, เถรํ โกณฺฑญฺญมาทิโต.
อฏฺฐารสนฺนํ โกฏีนํ, โพเธสิ ตาปโส ตหึ;
วนฺเทหํ สิรสา ตญฺจ, สพฺพสตฺตานมุตฺตมํ.
ตถา ธมฺมุตฺตมญฺเจว, สงฺฆญฺจาปิ อนุตฺตรํ;
สํขิตฺเตน หิ โย วุตฺตํ, ธมฺมจกฺกํ วิภาคโส.
สาริปุตฺโต มหาปญฺโญ, สตฺถุกปฺโป ชินตฺรโช;
ธมฺมจกฺกํ วิภาเชตฺวา, มหานิทฺเทสมพฺรวิ;
ปาโฐ วิสิฏฺโฐ นิทฺเทโส, ตํนามวิเสสิโต จ.
ตํ สาริปุตฺตํ ชินราชปุตฺตํ, เถรํ ถิราเนกคุณาธิวาสํ;
ปญฺญาปภาวุคฺคตจารุกิตฺตึ, สุนีจวุตฺติญฺจ อโถ นมิตฺวา.
ขมาทยาทิยุตฺเตน, ยุตฺตมุตฺตาทิวาทินา;
พหุสฺสุเตน เถเรน, เทเวน อภิยาจิโต.
มหาวิหารวาสีนํ, สชฺฌายมฺหิ ปติฏฺฐิโต;
คเหตพฺพํ คเหตฺวาน, โปราเณสุ วินิจฺฉยํ.
อโวกฺกเมนฺโต สมยํ สกญฺจ, อนามสนฺโต สมยํ ปรญฺจ;
ปุพฺโพปเทสฏฺฐกถานยญฺจ, ยถานุรูปํ อุปสํหรนฺโต.
ญาณปฺปเภทาวหนสฺส ตสฺส, โยคีหิ เนเกหิ นิเสวิตสฺส;
อตฺถํ อปุพฺพํ อนุวณฺณยนฺโต, สุตฺตญฺจ ยุตฺติญฺจ อนุกฺกเมนฺโต.
อารภิสฺสํ สมาเสน, มหานิทฺเทสวณฺณนํ;
สทฺธมฺมพหุมาเนน, นาตฺตุกฺกํสนกมฺยตา.
วกฺขามหํ อฏฺฐกถํ ชนสฺส, หิตาย สทฺธมฺมจิรฏฺฐิตตฺถํ;
สกฺกจฺจ สทฺธมฺมปโชติกํ ตํ, สุณาถ ธาเรถ จ สาธุ สนฺโตติ.
ตตฺถ ‘‘ปาโฐ วิสิฏฺโฐ นิทฺเทโส, ตํนามวิเสสิโต จา’’ติ วุตฺตตฺตา ทุวิโธ ปาโฐ – พฺยญฺชนปาโฐ, อตฺถปาโฐ จ. เตสุ พฺยญฺชนปาโฐ อกฺขรปทพฺยญฺชนอาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉพฺพิโธ. อตฺถปาโฐ สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉพฺพิโธ. ตตฺถ ตีสุ ทฺวาเรสุ ปริสุทฺธปโยคภาเวน วิสุทฺธกรุณานํ จิตฺเตน ปวตฺติตเทสนา วาจาหิ อกถิตตฺตา อเทสิตตฺตา อกฺขรมิติ สญฺญิตา, ตํ ปารายนิกพฺราหฺมณานํ มนสา ปุจฺฉิตปญฺหานํ วเสน ภควตา รตนฆเร นิสีทิตฺวา สมฺมสิตปฏฺฐานมหาปกรณวเสน จ อกฺขรํ นามาติ คเหตพฺพํ.
อถ วา อปริปุณฺณํ ปทํ อกฺขรมิติ คเหตพฺพํ ‘‘สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานี’’ติ เอวมาทีสุ (เป. ว. ๘๐๒; ชา. ๑.๔.๕๔; เนตฺติ. ๑๒๐) วิย. เอตฺถ หิ สการ นการ โสการาทีนิ อกฺขรมิติ, เอกกฺขรํ วา ปทํ อกฺขรมิติ เอเก. ‘‘ยายํ ตณฺหา โปโนภวิกา’’ติ เอวมาทีสุ (มหาว. ๑๔; วิภ. ๒๐๓; ม. นิ. ๓.๓๗๔; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) วิภตฺยนฺตํ อตฺถโชตกํ อกฺขรปิณฺฑํ ปทํ. ‘‘นามญฺจ รูปญฺจา’’ติ เอวมาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑๐๙; สุ. นิ. ๘๗๘; มหานิ. ๑๐๗; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๖; เนตฺติ. ๔๕) พหุอกฺขเรหิ ยุตฺตํ ปทํ นาม. สํขิตฺเตน วุตฺตํ ปทํ วิภาเวติ. ปเทน อภิหิตํ พฺยญฺชยติ พฺยตฺตํ ปากฏํ กโรตีติ พฺยญฺชนํ, วากฺยเมว. ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา’’ติ สงฺเขเปน กถิตมตฺถํ. ‘‘กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ. วีริยจิตฺตวีมํสสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวตี’’ติอาทีสุ (วิภ. ๔๓๑; สํ. นิ. ๕.๘๑๓; ที. นิ. ๓.๓๐๖; อ. นิ. ๔.๒๗๖) ปากฏกรณภาเวน พฺยญฺชนํ นาม. พฺยญฺชนวิภาคปกาโส อากาโร. ‘‘ตตฺถ กตโม ฉนฺโท? โย ฉนฺโท ฉนฺทิกตา กตฺตุกมฺยตา’’ติ เอวมาทีสุ (วิภ. ๔๓๓) กถิตพฺยญฺชนํ อเนกวิเธน วิภาคกรณํ อากาโร นาม. อาการาภิหิตสฺส นิพฺพจนํ นิรุตฺติ. ‘‘ผสฺโส, เวทนา’’ติ เอวมาทีสุ (ธ. ส. ๑) อากาเรน กถิตํ ‘‘ผุสตีติ ผสฺโส. เวทิยตีติ เวทนา’’ติ นีหริตฺวา วจนํ นิรุตฺติ นาม. นิพฺพจนวิตฺถาโร นิสฺเสสโต เทโสติ นิทฺเทโส, เวทิยตีติ เวทนาติ นิพฺพจนลทฺธปทํ ‘‘สุขา ทุกฺขา อทุกฺขมสุขา, สุขยตีติ สุขา, ทุกฺขยตีติ ทุกฺขา, เนว ทุกฺขยติ น สุขยตีติ อทุกฺขมสุขา’’ติ อตฺถวิตฺถาโร นิรวเสเสน กถิตตฺตา นิทฺเทโส นาม.
เอวํ ฉพฺพิธานิ พฺยญฺชนปทานิ ชานิตฺวา จ ฉสุ อตฺถปเทสุ สงฺเขปโต กาสนา ทีปนา สงฺกาสนา, ‘‘มญฺญมาโน โข, ภิกฺขุ, พนฺโธ มารสฺส อมญฺญมาโน มุตฺโต ปาปิมโต’’ติ เอวมาทีสุ สงฺเขเปน อตฺถทีปนา สงฺกาสนา นาม. เอโส ปน เถโร ‘‘พุทฺเธน ภควตา เอวํ สงฺเขปํ กตฺวา วุตฺตมตฺถํ ‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’’ติ กเถตุํ สมตฺโถ ปฏิวิชฺฌิ.
อุปริ วตฺตพฺพมตฺถํ อาทิโต กาสนา ทีปนา ปกาสนา, ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อาทิตฺต’’นฺติ เอวมาทีสุ (มหาว. ๕๔; สํ. นิ. ๔.๒๘) ปจฺฉา กถิตพฺพมตฺถํ ปฐมวจเนน ทีปนา ปกาสนา นาม. เอวํ ปฐมํ ทีปิตํ อตฺถํ ปุน ปากฏํ กตฺวา ทีปเนน ‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, สพฺพํ อาทิตฺตํ? จกฺขุํ, ภิกฺขเว, อาทิตฺตํ, รูปา อาทิตฺตา’’ติ เอวมาทีสุ (มหาว. ๕๔; สํ. นิ. ๔.๒๘) กถิเตสุ ‘‘ติกฺขินฺทฺริโย สงฺเขเปน วุตฺตํ ปฏิวิชฺฌตี’’ติ กถิตตฺตา เทฺว อตฺถปทานิ ติกฺขินฺทฺริยสฺส อุปการวเสน วุตฺตานิ.
สํขิตฺตสฺส วิตฺถาราภิธานํ สกึ วุตฺตสฺส จ ปุนปิ อภิธานํ วิวรณํ, ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ๑) สงฺเขเปน นิกฺขิตฺตสฺส. ‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (ธ. ส. ๑) นิทฺเทสวเสน วิตฺถารณํ วิตฺถารวเสน ปุน กถนํ วิวรณํ นาม.
ตํ วิภาคกรณํ วิภชนํ, ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ (ธ. ส. ๑) วิวริเต กุสเล ธมฺเม ‘‘ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ, เวทนา โหตี’’ติ (ธ. ส. ๑) วิภาคกรณํ วิภชนํ นาม. วิวรสฺส วิตฺถาราภิธาเนน วิภตฺตสฺส จ อุปมาภิธาเนน ปฏิปาทนํ อุตฺตานีกรณํ, วิวรเณน วิวริตตฺถสฺส ‘‘กตโม ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ? โย ตสฺมึ สมเย ผสฺโส ผุสนา สมฺผุสนา’’ติ (ธ. ส. ๒) อติวิวริตฺวา กถนญฺจ วิภชเนน วิภตฺตสฺส ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, คาวี นิจฺจมฺมา, เอวเมว ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, ผสฺสาหาโร ทฏฺฐพฺโพติ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๖๓) เอวมาทิอุปมากถนญฺจ อุตฺตานีกรณํ นาม. ธมฺมํ สุณนฺตานํ ธมฺมเทสเนน จิตฺตสฺส อเนกวิเธน โสมนสฺสอุปฺปาทนญฺจ อติขิณพุทฺธีนํ อเนกวิเธน ญาณสฺส ติขิณภาวกรณญฺจ ปญฺญตฺติ นาม, เตสํ สุณนฺตานํ ตํจิตฺตโตสเนน ตํจิตฺตนิสามเนน จ ปญฺญายตีติ ปญฺญตฺติ. ตตฺถ ภควา อกฺขเรหิ สงฺกาสยติ, ปเทหิ ปกาสยติ, พฺยญฺชเนหิ วิวรติ, อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกโรติ, นิทฺเทเสหิ ปญฺญาปยตีติ. กึ วุตฺตํ โหติ? พุทฺธา ภควนฺโต เอกจฺเจ เวเนยฺเย เอกสฺมึ เทสเน อกฺขเรหิ อตฺถสงฺกาสนํ กโรนฺติ…เป… นิทฺเทเสหิ อตฺถปญฺญาปนํ กโรนฺตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.
อถ วา อกฺขเรหิ สงฺกาสยิตฺวา ปเทหิ ปกาสยติ, พฺยญฺชเนหิ วิวริตฺวา อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกตฺวา นิทฺเทเสหิ ปญฺญาปยติ. กึ วุตฺตํ โหติ? เอวรูเปน ธมฺมเทสเนน เอกจฺเจสุ ฐาเนสุ เอกจฺจานํ เวเนยฺยานํ วินยตีติ.
อถ วา อกฺขเรหิ อุคฺฆาฏยิตฺวา ปเทหิ ปกาเสนฺโต วินยติ อุคฺฆฏิตญฺญุํ, พฺยญฺชเนหิ วิวริตฺวา อากาเรหิ วิภชนฺโต วินยติ วิปญฺจิตญฺญุํ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกตฺวา นิทฺเทเสหิ ปญฺญาเปนฺโต วินยติ เนยฺยํ. อิติ เวเนยฺยวเสนปิ โยเชตพฺพเมว.
อตฺถโต ปเนตฺถ กตโม พฺยญฺชนปาโฐ, กตโม อตฺถปาโฐติ? พุทฺธานํ ภควนฺตานํ ธมฺมํ เทเสนฺตานํ โย อตฺถาวคมโก สวิญฺญตฺติกสทฺโท, โส พฺยญฺชนปาโฐ. โย เตน อภิสเมตพฺโพ ลกฺขณรสาทิสหิโต ธมฺโม, โส อตฺถปาโฐติ เวทิตพฺโพ. ปุนปิ สนฺธายภาสิโต พฺยญฺชนภาสิโต สาวเสสปาโฐ อนวเสสปาโฐ นีโต เนยฺโยติ ฉพฺพิโธ ปาโฐ. ตตฺถ อเนกตฺถวตฺตา สนฺธายภาสิโต ‘‘มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวา, ราชาโน เทฺว จ ขตฺติเย’’ติ เอวมาทิ (ธ. ป. ๒๙๔). เอกตฺถวตฺตา พฺยญฺชนภาสิโต ‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ เอวมาทิ (ธ. ป. ๑.๒; เนตฺติ. ๘๙, ๙๒; เปฏโก. ๑๔). สาวเสโส ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อาทิตฺต’’นฺติ เอวมาทิ (มหาว. ๕๔; สํ. นิ. ๔.๒๘). วิปรีโต อนวเสโส ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติ เอวมาทิ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕). ยถา วจนํ, ตถา อวคนฺตพฺโพ นีโต ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ เอวมาทิ. ยุตฺติยา อนุสฺสริตพฺโพ เนยฺโย ‘‘เอกปุคฺคโล ภิกฺขเว’’ติ เอวมาทิ (อ. นิ. ๑.๑๗๐).
อตฺโถ ปน อเนกปฺปกาโร ปาฐตฺโถ สภาวตฺโถ ญายตฺโถ ปาฐานุรูโป นปาฐานุรูโป สาวเสสตฺโถ นิรวเสสตฺโถ นีตตฺโถ เนยฺยตฺโถ อิจฺจาทิ. ตตฺถ โย อปฺปสฺสตฺถสฺส ญาปนตฺถมุจฺจาริยเต, โส ปาฐตฺโถ ‘‘สาตฺถํ สพฺยญฺชน’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๑; ที. นิ. ๑.๑๙๐) วิย. รูปารูปธมฺมานํ ลกฺขณรสาทิสภาวตฺโถ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวตี’’ติอาทีสุ (วิภ. ๔๘๕; สํ. นิ. ๕.๓) วิย. โย ญายมาโน หิตาย สํวตฺตติ, โส ญาตุํ อรหตีติ ญายตฺโถ – ‘‘อตฺถวาที ธมฺมวาที’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๙, ๑๙๔; ๓.๒๓๘; ม. นิ. ๑.๔๑๑) วิย. ยถาปาฐํ ภาสิโต ปาฐานุรูโป ‘‘จกฺขุ, ภิกฺขเว, ปุราณกมฺม’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๑๔๖) ภควตา วุตฺตํ. ตสฺมา จกฺขุมปิ กมฺมนฺติ. พฺยญฺชนจฺฉายาย อตฺถํ ปฏิพาหยมาเนน วุตฺโต อตฺโถ นปาฐานุรูโป, โส ปาฐโต อนนุญฺญาโต อกตปฏิกฺเขโป วิยุตฺโต. โส จ สงฺคเหตพฺพมฺปิ อสงฺคเหตฺวา, ปริวชฺเชตพฺพมฺปิ วา กิญฺจิ อปริวชฺเชตฺวา ปริเสสํ กตฺวา วุตฺโต สาวเสสตฺโถ ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ (สํ. นิ. ๔.๖๐; มหานิ. ๑๐๗). สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๒๙) วิย. วิปรีโต นิรวเสสตฺโถ ‘‘สนฺธาวิตํ สํสริตํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ (ที. นิ. ๒.๑๕๕; มหาว. ๒๘๗; เนตฺติ. ๑๑๔). ตตฺร, ภิกฺขเว, โก มนฺตา โก สทฺธาตา…เป… อญฺญตฺร ทิฏฺฐปเทหี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๖๖) วิย. สทฺทวเสเนว เวทิตพฺโพ นีตตฺโถ ‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๕๑, ๑๖๕; มหาว. ๓๓) วิย. สมฺมุติวเสน เวทิตพฺโพ เนยฺยตฺโถ ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, วลาหกูปมา ปุคฺคลา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๐๑-๑๐๒) วิย. เอวมิธ ปาฐญฺจ อตฺถญฺจ วิวริตฺวา ฐิโต อสํหีโร ภวติ ปรวาทีหิ ทีฆรตฺตํ ติตฺถวาเสน.
อิติ อสํหีรภาเวน ยาว อาคมาธิคมสมฺปทํ, ตาว วตฺตุํ สกฺโกติ. สงฺเขปวิตฺถารนเยน เหตุทาหรณาทีหิ อวโพธยิตุํ สมตฺโถ. เอวํวิโธ อตฺตานญฺจ ปรญฺจ โสเธตุํ สมตฺถภาเวน ทุสฺสีลฺยทิฏฺฐิมลวิรหิตตฺตา สุจิ. ทุสฺสีโล หิ อตฺตานํ อุปหนติ, เตน นาเทยฺยวาโจ จ ภวติ สโพฺยหารมาโน อิธ นิจฺจาตุโร เวชฺโชว. ทุทฺทิฏฺฐิ ปรํ อุปหนติ, นาวสฺสโย จ ภวติ วาฬคหากุโล อิว กมลสณฺโฑ. อุภยวิปนฺโน ปน สพฺพถาปิ อนุปาสนีโย ภวติ คูถคตมิว ฉวาลาตํ คูถคโต วิย จ กณฺหสปฺโป. อุภยสมฺปนฺโน ปน สพฺพถาปิ อุปาสนีโย เสวิตพฺโพ จ วิญฺญูหิ, นิรุปทฺทโว อิว รตนากโร, เอวํ ภูโต เอวํ อมจฺฉโร อหีนาจริยมุฏฺฐิ. สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาทอตฺตโนมติสงฺขาตานญฺจ จตุนฺนํ อปริจฺจาคี, เตสํ วเสน พฺยาขฺยาโต.
‘‘เอกํสวจนํ เอกํ, วิภชฺชวจนํ ปทํ;
ตติยํ ปฏิปุจฺเฉยฺย, จตุตฺถํ ปน ฐาปเย’’ติ.
เอเตสํ วา อปริจฺจาคี. ตโต เอว โสตูนํ หิเต นิยุตฺตตฺตา เนสํ อวโพธนํ ปติ อกิลาสุ ภวตีติ. อาห เจตฺถ –
‘‘ปาฐตฺถวิทสํหีโร, วตฺตา สุจิ อมจฺฉโร;
จตุนฺนํ อปริจฺจาคี, เทสกสฺส หิตานฺวิโต’’ติ.
เอตฺถ เทสกสฺสาติ เทสโก อสฺส, ภเวยฺยาติ อตฺโถ. หิตานฺวิโตติ หิเต อนุคโต หิตจิตฺโต. โส เอโส สุจิตฺตา ปิโย, จตุนฺนํ อปริจฺจาคิตฺตา ครุ, อสํหีรตฺตา ภาวนีโย, เทสกตฺตา วตฺตา, หิตานฺวิตตฺตา วจนกฺขโม, ปาฐตฺถวิทตฺตา คมฺภีรกถํ กตฺตา, อมจฺฉรตฺตา น จาฏฺฐาเน นิโยชโก อิติ –
‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;
คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จาฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗; เนตฺติ. ๑๑๓);
‘‘อภิหิโต เทสโก โส, ตาว ทานิ อภิธียเต’’.
ตตฺถ ธมฺมครุตฺตา กถํ น ปริภวติ, อาจริยครุตฺตา กถิกํ น ปริภวติ, สทฺธาปญฺญาทิคุณปฏิมณฺฑิตตฺตา อตฺตานํ น ปริภวติ, อสฐามายาวิตฺตา อมตาภิมุขตฺตา จ อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ภวติ, สุเมธตฺตา โยนิโส มนสิ กโรตีติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น กถํ ปริโภติ, น กถิกํ ปริโภติ, น อตฺตานํ ปริโภติ, อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ เอกคฺคจิตฺโต, โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๕๑).
ตํลกฺขณปฺปตฺตตฺตา ภาวนํ ภชตีติ. อาห เจตฺถ –
‘‘ธมฺมาจริยครุ สทฺธาปญฺญาทิคุณมณฺฑิโต;
อสฐามายาวิกสฺส, สุเมโธ อมตาภิมุโข’’. –
อิติ วตฺตา จ โสตา จ.
เอวํ วุตฺตปฺปการํ พฺยญฺชนญฺจ อตฺถญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ โย อติอคฺคํ กตฺวา กถิตตฺตา มหาสมุทฺทมหาปถวี วิย มหา จ โส นิทฺเทโส จาติ มหานิทฺเทโส, ตํ มหานิทฺเทสํ วณฺณยิสฺสามิ.
ตเทตํ มหานิทฺเทสํ อตฺถสมฺปนฺนํ พฺยญฺชนสมฺปนฺนํ คมฺภีรํ คมฺภีรตฺถํ โลกุตฺตรปฺปกาสกํ สุญฺญตปฺปฏิสํยุตฺตํ ปฏิปตฺติมคฺคผลวิเสสสาธนํ ปฏิปตฺติปฏิปกฺขปฏิเสธนํ โยคาวจรานํ ญาณวรรตนากรภูตํ ธมฺมกถิกานํ ธมฺมกถาวิลาสวิเสสเหตุภูตํ สํสารภีรุกานํ ทุกฺขนิสฺสรณตทุปายทสฺสเนน อสฺสาสชนนตฺถํ ตปฺปฏิปกฺขนาสนตฺถญฺจ คมฺภีรตฺถานญฺจ อเนเกสํ สุตฺตนฺตปทานํ อตฺถวิวรเณน สุชนหทยปริโตสชนนตฺถํ, ตถาคเตน อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตสพฺพญฺญุตญฺญาณมหาทีโปภาเสน สกลชนวิตฺถตมหากรุณาสิเนเหน เวเนยฺยชนหทยคตกิเลสนฺธการวิธมนตฺถํ สมุชฺชลิตสฺส สทฺธมฺมมหาปทีปสฺส ตทธิปฺปายวิกาสนสิเนหปริเสเกน ปญฺจวสฺสสหสฺสมติจิรสมุชฺชลนมิจฺฉตา โลกานุกมฺปเกน สตฺถุกปฺเปน ธมฺมราชสฺส ธมฺมเสนาปตินา อายสฺมตา สาริปุตฺตตฺเถเรน ภาสิตํ สุตฺวา อายสฺมา อานนฺโท ปฐมมหาสงฺคีติกาเล ยถาสุตเมว สงฺคหํ อาโรเปสิ.
โส ปเนส วินยปิฏกํ สุตฺตนฺตปิฏกํ อภิธมฺมปิฏกนฺติ ตีสุ ปิฏเกสุ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺโน, ทีฆนิกาโย มชฺฌิมนิกาโย สํยุตฺตนิกาโย องฺคุตฺตรนิกาโย ขุทฺทกนิกาโยติ ปญฺจสุ มหานิกาเยสุ ขุทฺทกมหานิกายปริยาปนฺโน, สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลนฺติ นวสุ สตฺถุสาสนงฺเคสุ ยถาสมฺภวํ คาถงฺคเวยฺยากรณงฺคทฺวยสงฺคหิโต.
‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺวสหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติ สหสฺสานิ, เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน’’ติ. (เถรคา. ๑๐๒๗) –
ธมฺมภณฺฑาคาริกตฺเถเรน ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอตทคฺคํ อาโรปิเตน ปฏิญฺญาตานํ จตุราสีติยา ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานํ ภิกฺขุโต คหิเตสุ ทฺวีสุ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺเสสุ อเนกสตธมฺมกฺขนฺธสงฺคหิโต. ตสฺส เทฺว วคฺคา อฏฺฐกวคฺโค ปารายนวคฺโค ขคฺควิสาณสุตฺตญฺจ, เอเกกสฺมึ วคฺเค โสฬส โสฬส กตฺวา ขคฺควิสาณสุตฺตญฺจาติ เตตฺตึส สุตฺตานิ กามสุตฺตาทิขคฺควิสาณสุตฺตปริโยสานานิ. เอวํ อเนกธา ววตฺถาปิตสฺส อิมสฺส มหานิทฺเทสสฺส อนุปุพฺพปทตฺถวณฺณนํ กริสฺสามิ. อยญฺหิ มหานิทฺเทโส ปาฐโต อตฺถโต จ อุทฺทิสนฺเตน นิทฺทิสนฺเตน จ สกฺกจฺจํ อุทฺทิสิตพฺโพ นิทฺทิสิตพฺโพ จ, อุคฺคณฺหนฺเตนาปิ สกฺกจฺจํ อุคฺคณฺหิตพฺโพ ธาเรตพฺโพ จ. ตํ กิสฺส เหตุ? คมฺภีรตฺตา อิมสฺส มหานิทฺเทสสฺส โลกหิตาย โลเก จิรฏฺฐิตตฺถนฺติ.
๑. อฏฺฐกวคฺโค
๑. กามสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา
ตตฺถ กามสุตฺตํ อาทิ. ตสฺมิมฺปิ ‘‘กามํ กามยมานสฺสา’’ติ คาถา อาทิ. สา อุทฺเทสนิทฺเทสปฏินิทฺเทสวเสน ติธา ฐิตา. ‘‘กามํ กามยมานสฺสา’’ติ เอวมาทิ อุทฺเทโส. ‘‘กามาติ อุทฺทานโต เทฺว กามา – วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จา’’ติ นิทฺเทโส. ‘‘กตเม วตฺถุกามา? มนาปิกา รูปา’’ติ เอวมาทิ ปฏินิทฺเทโส.
๑. ตตฺถ กามนฺติ มนาปิยรูปาทิเตภูมกธมฺมสงฺขาตํ วตฺถุกามํ. กามยมานสฺสาติ อิจฺฉมานสฺส. ตสฺส เจตํ สมิชฺฌตีติ ตสฺส กามยมานสฺส สตฺตสฺส ตํ กามสงฺขาตํ วตฺถุ สมิชฺฌติ เจ, สเจ โส ตํ ลภตีติ วุตฺตํ โหติ. อทฺธา ปีติมโน โหตีติ เอกํสํ ตุฏฺฐจิตฺโต โหติ. ลทฺธาติ ลภิตฺวา. มจฺโจติ สตฺโต. ยทิจฺฉตีติ ยํ อิจฺฉติ. อิทํ ปน สงฺเขปโต ปทตฺถสมฺพนฺธมตฺตเมว, วิตฺถาโร ปน อุปริ ปาฬิยํ อาคตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ยถา จ อิมสฺมึ, เอวํ อิโต ปรํ สพฺเพสุปีติ.
กามาติ อุทฺทิสิตพฺพปทํ. อุทฺทานโตติ นิทฺทิสิตพฺพปทํ. อุทฺทานโตติ วคฺควเสน ‘‘มจฺฉุทฺทานํ กิเนยฺยา’’ติ อาทีสุ วิย. อถ วา อุปรูปริ ทานโต อุทฺทานํ, อุทฺธํ อุทฺธํ โสธนโต พฺยวทานฏฺเฐน โวทานํ วิย. วิตฺถารกรณภาเวน วา. กามา อิติ ปาฐเสสํ กตฺวา วตฺตพฺพํ. เทฺวติ คณนปริจฺเฉโท, น เอกํ, น ตโย. วตฺถุกามา จาติ มนาปิยรูปาทิวตฺถุกามา จ. อุปตาปนฏฺเฐน วิพาธนฏฺเฐน จ กิเลสกามา จ. เตสุ วตฺถุกาโม ปริญฺเญยฺโย, กิเลสกาโม ปหาตพฺโพ. ตตฺถ วตฺถุกาโม กิเลสกาเมน ปตฺถยิตพฺโพติ กามียตีติ กาโม. กิเลสกาโม วตฺถุกามานํ ปจฺจาสีสนสฺส การณภาเวน กามียเต อเนนาติ กาโม. ตตฺถ รูปาทิกฺขนฺเธ สงฺคหิโต วตฺถุกาโม, สงฺขารกฺขนฺเธ สงฺคหิโต กิเลสกาโม. ฉหิ วิญฺญาเณหิ วิชานิตพฺโพ วตฺถุกาโม, มโนวิญฺญาเณน ชานิตพฺโพ กิเลสกาโม. กิเลสานํ ปติฏฺฐฏฺเฐน การณฏฺเฐน อารมฺมณฏฺเฐน จ วตฺถุกาโม.
‘‘เนเต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก, สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม;
ติฏฺฐนฺติ จิตฺรานิ ตเถว โลเก, อเถตฺถ ธีรา วินยนฺติ ฉนฺท’’นฺติ. (อ. นิ. ๖.๖๓);
นนฺทมาณวก- (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๖๘ อุปฺปลวณฺณตฺเถรีวตฺถุ) โสเรยฺยเสฏฺฐิปุตฺตาทีนํ (ธ. ป. ๔๓) วตฺถูนิ เจตฺถ นิทสฺสนํ. กิเลสกาโม ตาปนฏฺเฐน พาธนฏฺเฐน จ สยํ กาเมตีติ กาโม. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘รตฺโต โข, พฺราหฺมณ, ราเคน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต อตฺตพฺยาพาธายปิ เจเตติ, ปรพฺยาพาธายปิ เจเตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ เจเตตี’’ติ จ ‘‘รตฺโต โข, พฺราหฺมณ, ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๕๔) จ เอวมาทิ นิทสฺสนํ.
ตเมว ปฏินิทฺเทสวเสน วิตฺถาเรตฺวา วตฺตุกาโม – ‘‘กตเม วตฺถุกามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กตเมติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ปญฺจวิธา หิ ปุจฺฉา, ตาสํ วิภาโค อุปริ ปาฬิยํเยว อาวิ ภวิสฺสติ. ตาสุ อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ตตฺถ มนาปิกาติ มนํ อปฺปายนฺติ วทฺเธนฺตีติ มนาปา, มนาปา เอว มนาปิกา. รูปาติ กมฺมจิตฺตอุตุอาหารสมุฏฺฐานวเสน จตุสมุฏฺฐานิกา รูปารมฺมณา. รูปยนฺตีติ รูปา, วณฺณวิการํ อาปชฺชมานา หทยงฺคตภาวํ ปกาเสนฺตีติ อตฺโถ.
ตตฺถ เกนฏฺเฐน รูปนฺติ? รุปฺปนฏฺเฐน. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถ? รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา ‘รูป’นฺติ วุจฺจติ. เกน รุปฺปติ? สีเตนปิ รุปฺปติ, อุเณฺหนปิ รุปฺปติ, ชิฆจฺฉายปิ รุปฺปติ, ปิปาสายปิ รุปฺปติ, ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺเสนปิ รุปฺปติ. รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา ‘รูป’นฺติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙).
ตตฺถ รุปฺปตีติ กุปฺปติ ฆฏฺฏียติ ปีฬียติ, ภิชฺชตีติ อตฺโถ. สีเตน ตาว รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. มหึสกรฏฺฐาทีสุปิ หิมปาตสีตเลสุ ปเทเสสุ เอตํ ปากฏเมว. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนฉินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาปุณนฺติ.
อุเณฺหน รุปฺปนํ อวีจิมหานิรเย ปากฏํ. ตตฺถ หิ ตตฺตาย โลหปถวิยา นิปชฺชาเปตฺวา ปญฺจวิธพนฺธนาทิกรณกาเล สตฺตา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺติ.
ชิฆจฺฉาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย เจว ทุพฺภิกฺขกาเล จ ปากฏํ. เปตฺติวิสยสฺมิญฺหิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ กิญฺจิเทว อามิสํ หตฺเถน คเหตฺวา มุเข ปกฺขิปนฺตา นาม น โหนฺติ, อนฺโตอุทรํ อาทิตฺตสุสิรรุกฺโข วิย โหติ. ทุพฺภิกฺเข กญฺชิกมตฺตมฺปิ อลภิตฺวา มรณสตฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ.
ปิปาสาย รุปฺปนํ กาลกญฺชิกาทีสุ ปากฏํ. ตตฺถ หิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ หทยเตมนมตฺตํ วา ชิวฺหาเตมนมตฺตํ วา อุทกพินฺทุมฺปิ ลทฺธุํ น สกฺโกนฺติ. ‘‘ปานียํ ปิวิสฺสามา’’ติ นทึ คตานํ ชลํ วาลุกาตลํ สมฺปชฺชติ. มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺตานมฺปิ สมุทฺโท ปิฏฺฐิปาสาโณเยว โหติ. เต สุสฺสนฺตา พลวทุกฺขปีฬิตา วิรวนฺติ. ฑํสาทีหิ รุปฺปนํ ฑํสมกฺขิกาทิพหุเลสุ ปเทเสสุ ปากฏํ. ตํ ปน – ‘‘กตมํ ตํ รูปํ สนิทสฺสนํ? สปฺปฏิฆ’’นฺติ อาทินา นเยน อภิธมฺเม (ธ. ส. ๖๕๖, ๖๕๘) วิตฺถาริตเมว.
สปฺปนฺตีติ สทฺทา, อุทาหรียนฺตีติ อตฺโถ. อุตุจิตฺตวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สทฺทา. คนฺธยนฺตีติ คนฺธา, อตฺตโน วตฺถูนิ สูจยนฺตีติ อตฺโถ. รสนฺติ เต สตฺตาติ รสา, อสฺสาเทนฺตีติ อตฺโถ. ผุสียนฺตีติ โผฏฺฐพฺพา. เอเต คนฺธาทโย จตุสมุฏฺฐานิกาว. เตสํ วิภาโค อภิธมฺเม (ธ. ส. ๖๒๒-๖๒๔) วิตฺถาริโตเยว.
ตเมวตฺถํ วิตฺถารวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺถรณา ปาวุรณา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺถริตฺวา นิปชฺชิยนฺตีติ อตฺถรณา. สรีรํ เวเฐตฺวา ปารุปียนฺตีติ ปาวุรณา. อนฺโตชาตาทโย จตฺตาโร ทาสี จ ทาโส จ ทาสิทาสา. เขตฺตํ นาม ยสฺมึ ปุพฺพณฺณํ รุหติ. วตฺถุ นาม ยสฺมึ อปรณฺณํ รุหติ. ยตฺถ วา อุภยมฺปิ รุหติ, ตํ เขตฺตํ. ตทตฺถาย กตภูมิภาโค วตฺถุ. เขตฺตวตฺถุสีเสน เจตฺถ วาปีตฬากาทีนิปิ สงฺคหิตานิ. หิรญฺญนฺติ กหาปโณ. สุวณฺณนฺติ ชาตรูปํ. เตสํ คหเณน โลหมาสโก ชตุมาสโก ทารุมาสโกติ สพฺเพปิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. คามนิคมราชธานิโยติ เอกกุฏิกาทิ คาโม. อาปณยุตฺโต นิคโม. เอกสฺส รญฺโญ อาณาปวตฺติฏฺฐานํ ราชธานี. รฏฺฐนฺติ ชนปเทกเทสํ. ชนปโทติ กาสิโกสลาทิชนปโท. โกโสติ จตุพฺพิโธ โกโส – หตฺถี อสฺโส รโถ ปตฺติ. โกฏฺฐาคารนฺติ ติวิธํ โกฏฺฐาคารํ – ธนโกฏฺฐาคารํ ธญฺญโกฏฺฐาคารํ วตฺถโกฏฺฐาคารํ. ยํ กิญฺจีติ อนวเสสปริยาทานวจนํ. รชนียนฺติ รญฺเชตุํ ยุตฺตฏฺเฐน.
อิโต ปรํ ติกวเสน ทสฺเสตุํ อตีตตฺติกอชฺฌตฺตตฺติกหีนตฺติกโอกาสตฺติกสํโยคตฺติกกามาวจรตฺติกวเสน ฉตฺติเก อาห. ตตฺถ อตีตตฺติเก ตาว อตฺตโน สภาวํ อุปฺปาทาทิกฺขณํ วา ปตฺวา อติกฺกนฺตาติ อตีตา. ตทุภยมฺปิ น อาคตาติ อนาคตา. ตํ ตํ การณํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนาติ ปจฺจุปฺปนฺนา. อิทํ ภเวน ปริจฺฉนฺนํ. ปฏิสนฺธิโต หิ ปฏฺฐาย อตีตภเวสุ นิพฺพตฺตา อนนฺตรภเว วา นิพฺพตฺตา โหนฺตุ กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺเพ อตีตาเยว นาม. จุติโต ปฏฺฐาย อนาคตภเวสุ นิพฺพตฺตนกา กามา อนนฺตรภเว วา นิพฺพตฺตนฺตุ กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺเพ อนาคตาเยว นาม. จุติปฏิสนฺธิอนฺตเร ปวตฺตา กามา ปจฺจุปฺปนฺนา นาม.
อชฺฌตฺตตฺติเก ‘‘เอวํ ปวตฺตมานา มยํ อตฺตาติ คหณํ คมิสฺสามา’’ติ อิมินา วิย อธิปฺปาเยน อตฺตานํ อธิการํ กตฺวา ปวตฺตา อตฺตโน สนฺตาเน ปวตฺตา ปาฏิปุคฺคลิกา กามา อชฺฌตฺตา กามา นาม. ตโต พหิภูตา ปน อินฺทฺริยพทฺธา วา อนินฺทฺริยพทฺธา วา พหิทฺธา นาม. ตติยปทํ ตทุภยวเสน วุตฺตํ.
หีนตฺติเก หีนาติ ลามกา. มชฺฌิมาติ หีนปณีตานํ มชฺเฌ ภวาติ มชฺฌิมา. อวเสสา อุตฺตมฏฺเฐน ปณีตา. อปิ จ อุปาทายุปาทาย หีนมชฺฌิมปณีตตา เวทิตพฺพา. เนรยิกานญฺหิ กามา โกฏิปฺปตฺตา หีนา นาม. เต อุปาทาย ติรจฺฉาเนสุ นาคสุปณฺณานํ กามา ปณีตา นาม. เสสติรจฺฉานคตานํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ กามา หีนา. เต อุปาทาย มเหสกฺขเปตานํ กามา ปณีตา นาม. อวเสสานํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ หีนา. เต อุปาทาย ชานปทานํ กามา ปณีตา นาม. ปจฺจนฺตวาสีนํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ หีนา. เต อุปาทาย คามโภชกานํ กามา ปณีตา นาม. เตสํ ปริจาริกานํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ หีนา. เต อุปาทาย ชนปทสามิกานํ กามา ปณีตา นาม. เตสํ ปริจาริกานํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ หีนา. เต อุปาทาย ปเทสราชูนํ กามา ปณีตา นาม. เตสํ อมจฺจานํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ หีนา. เต อุปาทาย จกฺกวตฺติรญฺโญ กามา ปณีตา นาม. ตสฺส อมจฺจานํ กามา มชฺฌิมา นาม. ตสฺสปิ หีนา. เต อุปาทาย ภุมฺมเทวานํ กามา ปณีตา นาม. เตสํ ปริจาริกานํ เทวานํ กามา มชฺฌิมา นาม. เตสมฺปิ หีนา. เต อุปาทาย จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ กามา ปณีตาติอาทินา นเยน ยาว อกนิฏฺฐเทวานํ กามา มตฺถกปฺปตฺตา ปณีตา นาม. เอวํ อุปาทายุปาทาย หีนมชฺฌิมปณีตตา เวทิตพฺพา.
โอกาสตฺติเก อาปายิกา กามาติ อวฑฺฒิสงฺขาเตสุ อปคตอเยสุ จตูสุ อปาเยสุ นิพฺพตฺตกามา อาปายิกา. มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺตกามา มานุสิกา. เทเวสุ นิพฺพตฺตกามา ทิพฺพา.
สํโยคตฺติเก ปจฺจุปฏฺฐิตานํ กามานํ ปริภุญฺชนโต ฐเปตฺวา เนรยิเก เสสอปายสตฺตานํ มนุสฺสานํ จาตุมหาราชิเก เทเว อุปาทาย ยาว ตุสิตกายิกานญฺจ เทวานํ กามา ปจฺจุปฏฺฐิตา กามา นาม. ปกติปฏิยตฺตารมฺมณโต อติเรเกน รมิตุกามตากาเล ยถารุจิตํ อารมฺมณํ นิมฺมินิตฺวา นิมฺมินิตฺวา รมนฺตีติ นิมฺมานรตีนํ เทวานํ กามา นิมฺมิตา กามา นาม. อตฺตโน อชฺฌาสยํ ญตฺวา ปเรหิ นิมฺมิเต อารมฺมเณ เสวนฺตีติ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ กามา ปรนิมฺมิตา กามา นาม. ปริคฺคหิตาติ ‘‘มยฺหํ เอต’’นฺติ คหิตา กามา. อปริคฺคหิตาติ ตถา อปริคฺคหิตา อุตฺตรกุรุกานํ กามา. มมายิตาติ ตณฺหาวเสน ‘‘มม เอต’’นฺติ คหิตา. อมมายิตาติ วุตฺตปฏิปกฺขา.
สพฺเพปิ กามาวจรา ธมฺมาติ ‘‘เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กริตฺวา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๘๗) นเยน วุตฺเตสุ กามาวจรธมฺเมสุ ปริยาปนฺนา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อุทฺทานโต เทฺว กามา, วตฺถุกาโม จ กิเลสกาโม จาติ. ตตฺถ กิเลสกาโม อตฺถโต ฉนฺทราโค. วตฺถุกาโม เตภูมกํ วฏฺฏํ. กิเลสกาโม เจตฺถ กาเมตีติ กาโม. อิตโร กามียตีติ. ยสฺมึ ปน ปเทเส ทุวิโธเปโส กาโม ปวตฺติวเสน อวจรติ, โส จตุนฺนํ อปายานํ มนุสฺสานํ ฉนฺนญฺจ เทวโลกานํ วเสน เอกาทสวิโธ ปเทโส กาโม เอตฺถ อวจรตีติ กามาวจโร. ตตฺถ ปริยาปนฺนธมฺเม สนฺธาย ‘‘สพฺเพปิ กามาวจรา ธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. รูปาวจรา ธมฺมาติ ‘‘เหฏฺฐโต พฺรหฺมโลกํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต อกนิฏฺเฐ เทเว อนฺโตกริตฺวา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๘๙) นเยน วุตฺตานํ รูปาวจรธมฺมานํ วเสน สพฺเพปิ ธมฺมา รูปาวจรา. อรูปาวจรา ธมฺมาติ ‘‘เหฏฺฐโต อากาสานญฺจายตนุปเค เทเว ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต เนวสญฺญานาสญฺญายตนุปเค เทเว อนฺโตกริตฺวา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๙๑) นเยน วุตฺตา สพฺเพปิ อรูปาวจรา ธมฺมา. ตตฺถ รูเป อวจรนฺตีติ รูปาวจรา. อรูเป อวจรนฺตีติ อรูปาวจรา. ตณฺหาวตฺถุกาติ ปติฏฺฐฏฺเฐน การณฏฺเฐน จ ตณฺหาย วตฺถุภูตา. ตณฺหารมฺมณาติ ตณฺหาปวตฺติวเสน ตณฺหาย อารมฺมณภูตา. กามนียฏฺเฐนาติ ปจฺจาสีสิตพฺพฏฺเฐน. รชนียฏฺเฐนาติ รญฺเชตุํ ยุตฺตฏฺเฐน. มทนียฏฺเฐนาติ กุลมทาทิมทํ อุปฺปาทนียฏฺเฐน.
ตตฺถ ‘‘กตเม วตฺถุกามา? มนาปิกา รูปา’’ติอาทึ กตฺวา ‘‘ยํ กิญฺจิ รชนียํ วตฺถู’’ติ ปริโยสานํ สวิญฺญาณกอวิญฺญาณกวเสน วุตฺตํ. อวเสสํ เอกจตุกฺกาทิกฉตฺติกนฺติ เวทิตพฺพํ.
เอวํ วตฺถุกามํ ทสฺเสตฺวา กิเลสกามํ ทสฺเสตุํ ‘‘กตเม กิเลสกามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ฉนฺโทติ ทุพฺพลราโค. ราโคติ ตโต พลวตโร. อุปริ ตโยปิ ราคา อิเมหิ พลวตรา. กาเมสูติ ปญฺจสุ กามคุเณสุ. กามจฺฉนฺโทติ กามสงฺขาโต ฉนฺโท, น กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท, น ธมฺมจฺฉนฺโท. กามนวเสน รชฺชนวเสน จ กาโมเยว ราโค กามราโค. กามนวเสน นนฺทนวเสน จ กาโมเยว นนฺที กามนนฺที. เอวํ สพฺพตฺถ กามตฺถํ วิทิตฺวา ตณฺหายนฏฺเฐน กามตณฺหา. สิเนหนฏฺเฐน กามเสฺนโห. ปริฑยฺหนฏฺเฐน กามปริฬาโห. มุจฺฉนฏฺเฐน กามมุจฺฉา. คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาปนฏฺเฐน กามชฺโฌสานํ. วฏฺฏสฺมึ โอเฆหิ โอสีทาเปตีติ กาโมโฆ. วฏฺฏสฺมึ โยเชตีติ กามโยโค. ทฬฺหวเสน ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคหณํ อุปาทานํ. จิตฺตํ นีวรติ ปริโยนนฺธตีติ นีวรณํ.
อทฺทสนฺติ อทฺทกฺขึ. กามาติ อาลปนํ. เตติ ตว. มูลนฺติ ปติฏฺฐํ. สงฺกปฺปาติ ปริกปฺเปน. น ตํ สงฺกปฺปยิสฺสามีติ ตํ ปริกปฺปนํ น กริสฺสามิ. น โหหิสีติ น ภวิสฺสสิ.
อิจฺฉมานสฺสาติ ปจฺจาสีสนฺตสฺส. สาทิยมานสฺสาติ อสฺสาทิยมานสฺส. ปตฺถยมานสฺสาติ ปตฺถนํ อุปฺปาเทนฺตสฺส. ปิหยมานสฺสาติ ปาปุณิตุํ อิจฺฉํ อุปฺปาเทนฺตสฺส. อภิชปฺปมานสฺสาติ ตณฺหาวเสน ติตฺตึ อุปฺปาเทนฺตสฺส. อถ วา อภิวทนฺตสฺส.
ขตฺติยสฺส วาติอาทิ จตุชฺชาติวเสน วุตฺตํ. คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วาติ ลิงฺควเสน วุตฺตํ. เทวสฺส วา มนุสฺสสฺส วาติ อุปปตฺติวเสน วุตฺตํ. อิชฺฌตีติ นิปฺผชฺชติ. สมิชฺฌตีติ สมฺมา นิปฺผชฺชติ. อิชฺฌติ วิเสสรูปปฏิลาภวเสน. ลภติ ทสฺสนียรูปปฏิลาภวเสน. ปฏิลภติ ปสาทนียรูปปฏิลาภวเสน. อธิคจฺฉติ สณฺฐานรูปปฏิลาภวเสน. วินฺทติ ฉวิปฺปสาทรูปปฏิลาภวเสน. อถ วา ปุญฺญมหตฺเตน อิชฺฌติ. ชาติมหตฺเตน ลภติ. อิสฺสริยมหตฺเตน ปฏิลภติ. สุขมหตฺเตน อธิคจฺฉติ. สมฺปตฺติมหตฺเตน วินฺทตีติ.
เอกํสวจนนฺติ เอกโกฏฺฐาสวจนํ. ‘‘เอกํสํ จีวรํ กตฺวา (ปารา. ๓๔๙, ๓๖๗), เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๑๒; อ. นิ. ๔.๔๒) วิย อเนกํสคหณปฏิกฺเขโป. นิสฺสํสยวจนนฺติ สํสยวิรหิตวจนํ, สนฺเทหปฏิกฺเขปวจนนฺติ อตฺโถ. นิกฺกงฺขาวจนนฺติ ‘‘กถมิทํ กถมิท’’นฺติ กงฺขาปฏิกฺเขปวจนํ. อเทฺวชฺฌวจนนฺติ ทฺวิธาภาวํ เทฺวชฺฌํ, ตํอภาเวน อเทฺวชฺฌวจนํ. ทฺวิธาภาววิรหิตํ ‘‘อเทฺวชฺฌวจนา พุทฺธา’’ติอาทีสุ วิย วิมติปฏิกฺเขโป. อเทฺวฬฺหกวจนนฺติ ทฺวิหทยาภาเวน อเทฺวฬฺหกํ. ‘‘อิติหาส, อิติหาสา’’ติ เทฺวฬฺหกปฏิกฺเขปวจนํ. นิโยควจนนฺติ เอกสฺมึ อตฺเถ เทฺว น ยุชฺชนฺตีติ นิโยควจนํ ทฺวิธาปถปฏิกฺเขโป. อญฺญตฺถ ปน ‘‘นิโยคา อนาคตารมฺมณา นตฺถี’’ติ อาคตํ. อปณฺณกวจนนฺติ ปลาสรหิตํ สารวจนํ อวิรทฺธการณํ ‘‘อปณฺณกํ ฐานเมเก’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๑.๑) วิย, อปณฺณกมณิ วิย สปฺปติฏฺฐวจนํ. อวตฺถาปนวจนเมตนฺติ เอตํ วจนํ โอตริตฺวา ปติฏฺฐิตํ สนฺติฏฺฐาปนํ ฐปนํ.
ยานิ อิมสฺมึ มหานิทฺเทเส วิภตฺตึ อาโรปิตานิ ปทานิ, ตานิ วิภตฺตึ คจฺฉนฺตานิ ตีหิ การเณหิ วิภตฺตึ คจฺฉนฺติ, นานา โหนฺตานิ จตูหิ การเณหิ นานา ภวนฺติ. อปรทีปนา ปเนตฺถ เทฺว ฐานานิ คจฺฉนฺติ. กถํ? ตานิ หิ พฺยญฺชนวเสน อุปสคฺควเสน อตฺถวเสน วาติ อิเมหิ ตีหิ การเณหิ วิภตฺตึ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ ‘‘โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺตํ, โทโส ทุสฺสนา ทุสฺสิตตฺต’’นฺติ (ธ. ส. ๑๐๖๖) เอวํ พฺยญฺชนวเสน วิภตฺติคมนํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ หิ เอโกว โกโธ พฺยญฺชนวเสน เอวํ วิภตฺตึ ลภติ. ‘‘อิชฺฌติ สมิชฺฌติ ลภติ ปฏิลภติ คจฺฉติ อธิคจฺฉตี’’ติ เอวํ ปน อุปสคฺควเสน วิภตฺติคมนํ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปณฺฑิจฺจํ โกสลฺลํ เนปุญฺญํ เวภพฺยา จินฺตา อุปปริกฺขา’’ติ (ธ. ส. ๑๖) เอวํ อตฺถวเสน วิภตฺติคมนํ เวทิตพฺพํ.
เตสุ ปีติปทนิทฺเทเส ตาว อิมา ติสฺโส วิภตฺติโย ลพฺภนฺติ. ปีติ ปาโมชฺชนฺติ หิ พฺยญฺชนวเสน วิภตฺติคมนํ โหติ. อาโมทนา ปโมทนา ปหาโสติ อุปสคฺควเสน. วิตฺติ ตุฏฺฐิ โอทคฺยํ อตฺตมนตาติ อตฺถวเสน. อิมินา นเยน สพฺพปทนิทฺเทเสสุ วิภตฺติคมนํ เวทิตพฺพํ.
นานา โหนฺตานิปิ นามนานตฺเตน ลกฺขณนานตฺเตน กิจฺจนานตฺเตน ปฏิกฺเขปนานตฺเตนาติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ นานา โหนฺติ. ตตฺถ ‘‘กตโม ตสฺมึ สมเย พฺยาปาโท โหติ? โย ตสฺมึ สมเย โทโส ทุสฺสนา’’ติ เอตฺถ พฺยาปาโทติ วา โทโสติ วา เทฺวปิ เอเต โกโธ เอว, นาเมน ปน นานตฺตํ คตาติ เอวํ นามนานตฺเตน นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
ราสฏฺเฐน จ ปญฺจปิ ขนฺธา เอโกว ขนฺโธ โหติ. เอตฺถ ปน รูปํ รุปฺปนลกฺขณํ, เวทนา เวทยิตลกฺขณา, สญฺญา สญฺชานนลกฺขณา, เจตนา เจตยิตลกฺขณา, วิญฺญาณํ วิชานนลกฺขณนฺติ อิมินา ลกฺขณนานตฺเตน ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺติ. เอวํ ลกฺขณนานตฺเตน นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
‘‘จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา – อิธ ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย…เป… จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหตี’’ติ (วิภ. ๓๙๐; ที. นิ. ๒.๔๐๒) เอกเมว วีริยํ กิจฺจนานตฺเตน จตูสุ ฐาเนสุ อาคตํ. เอวํ กิจฺจนานตฺเตน นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
‘‘จตฺตาโร อสทฺธมฺมา โกธครุตา, น สทฺธมฺมครุตา, มกฺขครุตา, น สทฺธมฺมครุตา, ลาภครุตา, น สทฺธมฺมครุตา, สกฺการครุตา, น สทฺธมฺมครุตา’’ติ เอวมาทีสุ (อ. นิ. ๔.๔๔) ปน ปฏิกฺเขปนานตฺเตน นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
อิมานิ ปน จตฺตาริ นานตฺตานิ น ปีติยาเยว ลพฺภนฺติ, สพฺเพสุปิ ยถาลาภวเสน ลพฺภนฺติ. ปีติยา หิ ปีตีติ นามํ, จิตฺตสฺส จิตฺตนฺติ นามํ. ปีติ จ ผรณลกฺขณา, เวทนา เวทยิตลกฺขณา, สญฺญา สญฺชานนลกฺขณา, เจตนา เจตยิตลกฺขณา, วิญฺญาณํ วิชานนลกฺขณํ.
ตถา ปีติ ผรณกิจฺจา, เวทนา อนุภวนกิจฺจา, สญฺญา สญฺชานนกิจฺจา, เจตนา เจตยิตกิจฺจา, วิญฺญาณํ วิชานนกิจฺจนฺติ เอวํ กิจฺจนานตฺเตน นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. ปฏิกฺเขปนานตฺตํ ปีติปเท นตฺถิ.
อโลภาทินิทฺเทเส ปน ‘‘อโลโภ อลุพฺภนา อลุพฺภิตตฺต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๓๕) นเยน ลพฺภตีติ เอวํ ปฏิกฺเขปนานตฺเตน นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. เอวํ สพฺพปทนิทฺเทเสสุ ลพฺภมานวเสน จตุพฺพิธมฺปิ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
อปรทีปนา ปน ปทตฺถุติ วา โหติ ทฬฺหีกมฺมํ วาติ เอวํ เทฺว ฐานานิ คจฺฉติ. ยฏฺฐิโกฏิยา อุปฺปีเฬนฺเตน วิย หิ สกิเมว ‘‘ปีตี’’ติ วุตฺเต เอตํ ปทํ ผุลฺลิตมณฺฑิตวิภูสิตํ นาม น โหติ, ปุนปฺปุนํ พฺยญฺชนวเสน อุปสคฺควเสน อตฺถวเสน ‘‘ปีติ ปาโมชฺชํ อาโมทนา ปโมทนา หาโส ปหาโส วิตฺตี’’ติ (ธ. ส. ๙) วุตฺเต ผุลฺลิตมณฺฑิตวิภูสิตํ นาม โหติ. ยถา หิ ทหรกุมารํ นหาเปตฺวา มโนรมํ วตฺถํ ปริทหาเปตฺวา ปุปฺผานิ ปิฬนฺธาเปตฺวา อกฺขีนิ อญฺเชตฺวา อถสฺส นลาเฏ เอกเมว มโนสิลาพินฺทุํ กเรยฺย, น ตสฺส เอตฺตาวตา จิตฺตติลโก นาม โหติ, นานาวณฺเณหิ ปน ปริวาเรตฺวา พินฺทูสุ กเตสุ จิตฺตติลโก นาม โหติ. เอวํ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. อยํ ปทตฺถุติ นาม.
พฺยญฺชนวเสน ปน อุปสคฺควเสน อตฺถวเสน จ ปุนปฺปุนํ ภณนเมว ทฬฺหีกมฺมํ นาม. ยถา หิ ‘‘อาวุโส’’ติ วา ‘‘ภนฺเต’’ติ วา ‘‘ยกฺโข’’ติ วา ‘‘สปฺโป’’ติ วา วุตฺเต ทฬฺหีกมฺมํ นาม น โหติ, ‘‘อาวุโส อาวุโส, ภนฺเต ภนฺเต, ยกฺโข ยกฺโข, สปฺโป สปฺโป’’ติ วุตฺเต ปน ทฬฺหีกมฺมํ นาม โหติ, เอวเมว สกึเทว ยฏฺฐิโกฏิยา อุปฺปีเฬนฺเตน วิย ‘‘ปีตี’’ติ วุตฺตมตฺเต ทฬฺหีกมฺมํ นาม น โหติ, ปุนปฺปุนํ พฺยญฺชนวเสน อุปสคฺควเสน อตฺถวเสน ‘‘ปีติ ปาโมชฺชํ อาโมทนา ปโมทนา หาโส ปหาโส วิตฺตี’’ติ วุตฺเตเยว ทฬฺหีกมฺมํ นาม โหตีติ เอวํ อปรทีปนา เทฺว ฐานานิ คจฺฉติ. เอติสฺสาปิ วเสน ลพฺภมานกปทนิทฺเทเสสุ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ปีนยตีติ ปีติ. สา สมฺปิยายนลกฺขณา, กายจิตฺตปีณนรสา ผรณรสา วา, โอทคฺยปจฺจุปฏฺฐานา. ยา ปญฺจกามคุณปฏิสญฺญุตฺตาติ ยา รูปาทิปญฺจกามโกฏฺฐาสปฏิสํยุตฺตา ปีติ, สา ปีนยตีติ ปีติ, อิทํ สภาวปทํ. ปมุทิตสฺส ภาโว ปาโมชฺชํ. อาโมทนากาโร อาโมทนา. ปโมทนากาโร ปโมทนา. ยถา วา เภสชฺชานํ วา เตลานํ วา อุโณฺหทกสีโตทกานํ วา เอกโต กรณํ ‘‘โมทนา’’ติ วุจฺจติ, เอวมยมฺปิ ปีติธมฺมานํ เอกโต กรเณน โมทนา. อุปสคฺควเสน ปน มณฺเฑตฺวา ‘‘อาโมทนา ปโมทนา’’ติ วุตฺตา.
หาเสตีติ หาโส. ปหาเสตีติ ปหาโส, หฏฺฐปหฏฺฐาการานเมตํ อธิวจนํ. วิตฺตีติ วิตฺตํ, ธนสฺเสตํ นามํ. อยํ ปน โสมนสฺสปจฺจยตฺตา วิตฺติสริกฺขตาย วิตฺติ. ยถา หิ ธนิโน ธนํ ปฏิจฺจ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปีติมโตปิ ปีตึ ปฏิจฺจ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา ‘‘วิตฺตี’’ติ วุตฺตา. ตุฏฺฐีติ สภาวสณฺฐิตาย ปีติยา เอตํ นามํ. ปีติมา ปน ปุคฺคโล กายจิตฺตานํ อุคฺคตตฺตา อพฺภุคฺคตตฺตา ‘‘อุทคฺโค’’ติ วุจฺจติ, อุทคฺคสฺส ภาโว โอทคฺยํ.
อตฺตโน มนตา อตฺตมนตา. อนภิรทฺธสฺส หิ มโน ทุกฺขปทฏฺฐานตฺตา น อตฺตโน มโน นาม โหติ, อภิรทฺธสฺส สุขปทฏฺฐานตฺตา อตฺตโน มโน นาม โหติ, อิติ อตฺตโน มนตา อตฺตมนตา, สกมนตา, สกมนสฺส ภาโวติ อตฺโถ. สา ปน ยสฺมา น อญฺญสฺส กสฺสจิ อตฺตโน มนตา, จิตฺตสฺเสว ปเนสา ภาโว เจตสิโก ธมฺโม, ตสฺมา ‘‘อตฺตมนตา จิตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตา.
จิตฺตวิจิตฺตตาย จิตฺตํ. อารมฺมณํ มินมานํ ชานาตีติ มโน. มานสนฺติ มโน เอว, ‘‘อนฺตลิกฺขจโร ปาโส, ยฺวายํ จรติ มานโส’’ติ (มหาว. ๓๓; สํ. นิ. ๑.๑๕๑) หิ เอตฺถ ปน สมฺปยุตฺตกธมฺโม ‘‘มานโส’’ติ วุตฺโต.
‘‘กถญฺหิ ภควา ตุยฺหํ, สาวโก สาสเน รโต;
อปฺปตฺตมานโส เสกฺโข, กาลํกยิรา ชเน สุตา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๕๙) –
เอตฺถ อรหตฺตํ ‘‘มานส’’นฺติ วุตฺตํ. อิธ ปน มโน เอว มานสํ, พฺยญฺชนวเสน เหตํ ปทํ วฑฺฒิตํ.
หทยนฺติ จิตฺตํ. ‘‘จิตฺตํ วา เต ขิปิสฺสามิ, หทยํ วา เต ผาเลสฺสามี’’ติ (สุ. นิ. อาฬวกสุตฺตํ; สํ. นิ. ๑.๒๓๗; ๒๔๖) เอตฺถ อุโร ‘‘หทย’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘หทยา หทยํ มญฺเญ อญฺญาย ตจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๓) เอตฺถ จิตฺตํ. ‘‘วกฺกํ หทย’’นฺติ (ขุ. ปา. ๓.ทฺวตึสากาโร; ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐) เอตฺถ หทยวตฺถุ. อิธ ปน จิตฺตเมว อพฺภนฺตรฏฺเฐน ‘‘หทย’’นฺติ วุตฺตํ. ตเมว ปริสุทฺธฏฺเฐน ปณฺฑรํ, ภวงฺคํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยถาห – ‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐ’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๙). ตโต นิกฺขนฺตตฺตา ปน อกุสลมฺปิ คงฺคาย นิกฺขนฺตา นที คงฺคา วิย โคธาวริโต นิกฺขนฺตา โคธาวรี วิย จ ‘‘ปณฺฑร’’นฺเตฺวว วุตฺตํ.
มโน มนายตนนฺติ อิธ ปน มโนคฺคหณํ มนสฺเสว อายตนภาวทีปนตฺถํ. เตเนตํ ทีเปติ ‘‘นยิทํ เทวายตนํ วิย มนสฺส อายตนตฺตา มนายตนํ, อถ โข มโน เอว อายตนํ มนายตน’’นฺติ. ตตฺถ นิวาสฏฺฐานฏฺเฐน อากรฏฺเฐน สโมสรณฏฺฐานฏฺเฐน สญฺชาติเทสฏฺเฐน การณฏฺเฐน จ อายตนํ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ โลเก ‘‘อิสฺสรายตนํ, วาสุเทวายตน’’นฺติอาทีสุ นิวาสฏฺฐานํ ‘‘อายตน’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘สุวณฺณายตนํ, รชตายตน’’นฺติอาทีสุ อากโร. สาสเน ปน ‘‘มโนรเม อายตเน, เสวนฺติ นํ วิภงฺคมา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๓๘) สโมสรณฏฺฐานํ. ‘‘ทกฺขิณาปโถ คุนฺนํ อายตน’’นฺติอาทีสุ สญฺชาติเทโส. ‘‘ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติอายตเน’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๑๐๒; ๕.๒๓; ม. นิ. ๓.๑๕๘) การณํ. อิธ ปน สญฺชาติเทสฏฺเฐน สโมสรณฐานฏฺเฐน การณฏฺเฐนาติ ติธาปิ วฏฺฏติ.
ผสฺสาทโย หิ ธมฺมา เอตฺถ สญฺชายนฺตีติ สญฺชาติเทสฏฺเฐนปิ เอตํ อายตนํ. พหิทฺธา รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพา อารมฺมณภาเวเนตฺถ โอสรนฺตีติ สโมสรณฐานฏฺเฐนปิ อายตนํ. ผสฺสาทีนํ ปน สหชาตาทิปจฺจยฏฺเฐน การณตฺตา การณฏฺเฐนปิ อายตนนฺติ เวทิตพฺพํ. ตเทว มนนลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ, มโน เอว อินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ.
วิชานาตีติ วิญฺญาณํ. วิญฺญาณเมว ขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ. ตสฺส ราสิอาทิวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘มหาอุทกกฺขนฺโธเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๕๑) เอตฺถ หิ ราสฏฺเฐน ขนฺโธ วุตฺโต. ‘‘สีลกฺขนฺโธ สมาธิกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๕๕๕) คุณฏฺเฐน. ‘‘อทฺทสา โข ภควา มหนฺตํ ทารุกฺขนฺธ’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๔๑-๒๔๒) เอตฺถ ปณฺณตฺติมตฺตฏฺเฐน. อิธ ปน รุฬฺหิโต ขนฺโธ วุตฺโต. ราสฏฺเฐน หิ วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส เอกเทโส เอกํ วิญฺญาณํ. ตสฺมา ยถา รุกฺขสฺส เอกเทสํ ฉินฺทนฺโต ‘‘รุกฺขํ ฉินฺทตี’’ติ วุจฺจติ, เอวเมว วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส เอกเทสภูตํ เอกมฺปิ วิญฺญาณํ รูฬฺหิโต ‘‘วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ.
ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตูติ เตสํ ผสฺสาทีนํ ธมฺมานํ อนุจฺฉวิกา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิมสฺมิญฺหิ ปเท เอกเมว จิตฺตํ มินนฏฺเฐน มโน, วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณํ, สภาวฏฺเฐน นิสฺสตฺตฏฺเฐน วา ธาตูติ ตีหิ นาเมหิ วุตฺตํ. สหคโตติ อวิชหิโต. สหชาโตติ สทฺธึ นิคฺคโต. สํสฏฺโฐติ สํสคฺโค หุตฺวา ฐิโต. สมฺปยุตฺโตติ สมํ ปกาเรหิ ยุตฺโต. กตเมหิ ปกาเรหีติ? เอกุปฺปาทาทีหิ. นตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ สมฺปยุตฺตาติ? อามนฺตา. อิติ หิ อิมสฺส ปญฺหสฺส ปฏิกฺเขเป ‘‘นนุ อตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ สหคตา สหชาตา สํสฏฺฐา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา เอกวตฺถุกา เอการมฺมณา’’ติ (กถา. ๔๗๓) เอวํ เอกุปฺปาทตาทีนํ วเสน สมฺปโยคตฺโถ วุตฺโต. อิติ อิเมหิ เอกุปฺปาทตาทีหิ สมํ ปกาเรหิ ยุตฺโต สมฺปยุตฺโต. เอกุปฺปาโทติ เอกโต อุปฺปนฺโน, น วินาติ อตฺโถ. เอกนิโรโธติ เอกโต นิโรโธ. เอกวตฺถุโกติ หทยวตฺถุวเสน เอกวตฺถุโก. เอการมฺมโณติ รูปาทิวเสน เอการมฺมโณ.
เอตฺถ สหคตสทฺโท ตพฺภาเว, โวกิณฺเณ, อารมฺมเณ, นิสฺสเย, สํสฏฺเฐติ ปญฺจสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ ชินวจเน. ‘‘ยายํ ตณฺหา โปโนภวิกา นนฺทิราคสหคตา’’ติ (มหาว. ๑๔; วิภ. ๒๐๓; ม. นิ. ๓.๓๗๔; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) เอตฺถ ตพฺภาเว เวทิตพฺโพ, นนฺทิราคภูตาติ อตฺโถ. ‘‘ยา, ภิกฺขเว, วีมํสา โกสชฺชสหคตา โกสชฺชสมฺปยุตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๘๓๒) เอตฺถ โวกิณฺเณ, อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺชมาเนน โกสชฺเชน โวกิณฺณาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ‘‘ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีน’’นฺติ (ปุ. ป. ๓-๖) เอตฺถ อารมฺมเณ, รูปารมฺมณานํ อรูปารมฺมณานนฺติ อตฺโถ. ‘‘อฏฺฐิกสญฺญาสหคตํ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๘) เอตฺถ นิสฺสเย, อฏฺฐิกสญฺญํ นิสฺสาย อฏฺฐิกสญฺญํ ภาเวตฺวา ปฏิลทฺธนฺติ อตฺโถ. ‘‘อิทํ สุขํ อิมาย ปีติยา สหคตํ โหติ สหชาตํ สมฺปยุตฺต’’นฺติ (วิภ. ๕๗๘) เอตฺถ สํสฏฺเฐ, สํมิสฺสนฺติ อตฺโถ. อิมสฺมิมฺปิ ฐาเน สํสฏฺเฐ อาคโต.
สหชาตสทฺโท ‘‘สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาต’’นฺติ (ปฏฺฐ. ๑.๑.๔๓๕) เอตฺถ วิย สหชาเต. สํสฏฺฐสทฺโท ‘‘คิหีหิ สํสฏฺโฐ’’ติ จ, ‘‘เอวํ สํสฏฺโฐ, ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๓.๓) จาติ เอวมาทีสุ สํสคฺเค. ‘‘กิเส ถูเล วิวชฺเชตฺวา สํสฏฺฐา โยชิตา หยา’’ติ (ชา. ๒.๒๒.๗๐) เอตฺถ สทิเส.
‘‘ปุจิมนฺทปริวาโร, อมฺโพ เต ทธิวาหน;
มูลํ มูเลน สํสฏฺฐํ, สาขา สาขา นิเสวเร’’ติ. (ชา. ๑.๒.๗๒) –
เอตฺถ อุปจิเต. ‘‘จิตฺตสํสฏฺฐา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๕๙) เอตฺถ จิตฺตสมฺปยุตฺตธมฺเม. อิธ ปน โย ผลปฺปทาเน อวิโยคธมฺโม วินิพฺโภคํ อกตฺวา เอกุปฺปาทาทิธมฺโม หุตฺวา ‘‘สมฺปยุตฺโต’’ติ วุจฺจติ. ตํวิสโย. อถ วา ‘‘สหคโต’’ติ วตฺวา ปจฺฉโต ปจฺฉโต อาคตสุตฺเตน วิย โส น โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สหชาโต’’ติ วุตฺตํ. เอกโต อุปฺปนฺนรูปารูปํ วิย โสปิ น โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สํสฏฺโฐ’’ติ วุตฺตํ.
ขีโรทกํ วิย จ โสปิ น โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺปยุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. วินิพฺโภคํ กาตุํ อสกฺกุเณยฺยฏฺเฐน หิ สหุปฺปนฺนา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาปิ อตฺถิ ขีรเตลํ วิย. ตถา วิปฺปยุตฺตาปิ ขีรโต อปนีตํ นวนีตํ วิย. เอวํ ลกฺขณสมฺปยุตฺโต เอกุปฺปาทาทิลกฺขโณเยว โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกุปฺปาโท’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ เอกุปฺปาทสหชาตานํ กึ นานตฺตํ? อุปฺปาเท อนฺตรวิรหิโต เอกุปฺปาโท. ขีรกาลมุตฺตสฺสาปิ ทธิโน มถเน มถเน ปากฏํ นวนีตํ วิย ปุเรภตฺตปจฺฉาภตฺตวเสน เอกทิวสเมว ชาโต วิย โส น โหตีติ ทสฺเสตุํ เอกกฺขเณ นิพฺพตฺโตติ สหชาโต. เอกวตฺถุโกติ ปติฏฺฐฏฺเฐน เอกปริจฺเฉเทน เอกวตฺถุโก, ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ เอกวตฺถุกตา วิย ฐานนฺตรวิรหิโต. เอการมฺมโณติ อนิยเตการมฺมโณ น จกฺขุวิญฺญาณํ วิยาติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
มจฺโจติ มูลปทํ. รูปาทีสุ สตฺโต ลคฺโค ลคฺคิโตติ สตฺโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สตฺโต สตฺโตติ, ภนฺเต, วุจฺจติ, กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, ‘สตฺโต’ติ วุจฺจตีติ? รูเป โข, ราธ, โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺที ยา ตณฺหา, ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต, ตสฺมา ‘สตฺโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๖๑; มหานิ. ๗). สตฺตโยเคน วา สตฺโต. สุคติทุคฺคตึ นรตีติ นโร. มนุโน ปุตฺโตติ มานโว. อุปกรเณน สยํ โปสยตีติ โปโส. ปุํ วุจฺจติ นิรโย, ตํ คลตีติ ปุคฺคโล. ชีวิตินฺทฺริยํ ธาเรตีติ ชีโว. จุติโต ชาตึ คจฺฉตีติ ชาคุ. ชิยตีติ ชนฺตุ. อินฺทฺริเยน คจฺฉตีติ อินฺทคุ. อถ วา อินฺทภูเตน กมฺมุนา คจฺฉตีติ อินฺทคุ. ‘‘หินฺทคู’’ติปิ ปาฬิ. หินฺทนฺติ มรณํ, ตํ คจฺฉตีติ หินฺทคุ. มนุโต ชาโตติ มนุโช. ยํ สาทิยตีติ ยํ รูปาทึ อสฺสาทิยติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิโต ปรํ วุตฺตมตฺถํ นิคเมนฺโต เตนาห ภควา –
‘‘กามํ กามยมานสฺส…เป… ลทฺธา มจฺโจ ยทิจฺฉตี’’ติ;
อิโต ปรํ เอตฺตกมฺปิ อวตฺวา วิเสสมตฺตเมว วกฺขาม.
๒. ตสฺส เจ กามยานสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กาเม อิจฺฉมานสฺส, กาเมน วา ยายมานสฺส. ฉนฺทชาตสฺสาติ ชาตตณฺหสฺส. ชนฺตุโนติ สตฺตสฺส. เต กามา ปริหายนฺตีติ เต กามา ปริหายนฺติ เจ. สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตีติ อถ โส อโยมยาทินา สลฺเลน วิทฺโธ วิย ปีฬียติ. อิโต ปรํ วุตฺตํ วชฺเชตฺวา อวุตฺเตสุ ยํ ยํ อนุตฺตานํ, ตํ ตเทว กถยิสฺสามิ.
จกฺขุปีณนํ อารมฺมณํ ปาปุณนวเสน ยายติ คจฺฉติ. ทสฺสนียวเสน ปิยตฺตํ อารมฺมณวเสน อปฺปาเปตีติ นิยฺยติ. สวนียํ หุตฺวา กณฺณโสตปีณนํ อารมฺมณวเสน ปริกฑฺฒตีติ วุยฺหติ. สริตพฺพํ หุตฺวา จิตฺตปีณนํ อารมฺมณวเสน คเหตฺวา อุปสํหรียตีติ สํหรียติ. ยถาติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. หตฺถินา ยายติ คจฺฉตีติ หตฺถิยาเนน วา, วาอิติ วิกปฺปตฺเถ. อสฺเสน ยายติ คจฺฉตีติ อสฺสยาเนน วา. โคยุตฺตํ วยฺหาทิยานํ โคยานํ, เตน โคยาเนน. อชยานาทีสุปิ เอเสว นโย. อิฏฺฐวเสน ชาโต สญฺชาโต.
อารมฺมณปิยตฺตวเสน นิพฺพตฺโต อภินิพฺพตฺโต. อารมฺมณมนาปภาเวน ปาตุภูโต. อถ วา กามราควเสน ชาโต สญฺชาโต. กามนนฺทิวเสน นิพฺพตฺโต อภินิพฺพตฺโต. กามตณฺหาวเสน กามสิเนหวเสน กามจฺฉนฺทวเสน กามปริฬาหวเสน จ ปาตุภูโตติ เวทิตพฺโพ.
เต วา กามา ปริหายนฺตีติ เต วตฺถุกามาทโย ปริหายนฺติ วิคจฺฉนฺติ. โส วา กาเมหิ ปริหายตีติ เอโส ขตฺติยาทิปุคฺคโล วตฺถุกามาทิกาเมหิ ปริหายติ วิคจฺฉติ ‘‘ปุพฺเพว มจฺจํ วิชหนฺติ โภคา, มจฺโจ ธเน ปุพฺพตรํ ชหาตี’’ติ (ชา. ๑.๕.๒) เอวมาทีสุ วิย. กถนฺติ เกน ปกาเรน. ติฏฺฐนฺตสฺเสวาติ ธรนฺตสฺเสว. เต โภเคติ เต วตฺถุกามาทโย โภเค. ราชาโน วาติ ปถพฺยาทิราชาโน. หรนฺตีติ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, อปหรนฺติ วา. โจรา วาติ สนฺธิจฺเฉทาทิกา. อคฺคิ วาติ ทาวคฺคิอาทิ. ทหตีติ ฌาเปติ ภสฺมํ กโรติ. อุทกํ วาติ โอฆาทิอุทกํ. วหตีติ คเหตฺวา มหาสมุทฺทํ ปาเปติ. อปฺปิยา วาติ อกนฺตา อมนาปา. ทายาทา หรนฺตีติ ทายชฺชวิรหิตา อสฺสามิกา หรนฺติ. นิหิตํ วาติ นิธานํ กตฺวา ฐปิตํ. นาธิคจฺฉตีติ น วินฺทติ น ปฏิลภติ, น ปสฺสตีติ อตฺโถ. ทุปฺปยุตฺตาติ วิสมปโยเคน โยชิตา กสิวาณิชฺชาทิกมฺมนฺตา. ภิชฺชนฺตีติ เภทํ ปาปุณนฺติ, น ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. ‘‘ภญฺชนฺติ รถํ อยานกา’’ติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๑.๒๙๖) สมฺภโว เวทิตพฺโพ.
กุเล วา กุลงฺคาโร อุปฺปชฺชตีติ ขตฺติยาทิกุเล กุลฌาปโก กุเล อนฺติมปุริโส นิพฺพตฺตติ. ‘‘กุลงฺกโร’’ติปิ ปาฬิ. โย เต โภเค วิกิรตีติ โย เอโส กุเล ปจฺฉิมโก เต หิรญฺญาทิเก โภเค เขเปติ. วิธมตีติ วิโยคํ กโรติ, ทูเร ขิปติ. วิทฺธํเสตีติ นาเสติ อทสฺสนํ คเมติ. อถ วา อิตฺถิธุตฺโต หุตฺวา วิกิรติ. สุราธุตฺโต หุตฺวา วิธมติ. อกฺขธุตฺโต หุตฺวา วิทฺธํเสติ. วิกิรติ วา อุปฺปนฺนํ อายํ อชานเนน. วิธมติ วิสฺสชฺชนมุขํ อชานเนน. วิทฺธํเสติ ฐปิตฏฺฐาเน อารกฺขํ อสํวิธาเนนาติ เอวมาทินา โยเชตพฺพํ.
อนิจฺจตาเยว อฏฺฐมีติ วินาสภาโว เอว อฏฺฐโม. หายนฺตีติ อทสฺสนํ ยนฺติ. ปริหายนฺตีติ น ปุน ปญฺญายนฺติ. ปริธํเสนฺตีติ ฐานโต อปคจฺฉนฺติ. ปริปตนฺตีติ ปคฺฆรนฺติ. อนฺตรธายนฺตีติ อนฺตรธานํ อทสฺสนํ คจฺฉนฺติ. วิปฺปลุชฺชนฺตีติ จุณฺณวิจุณฺณา หุตฺวา อปคจฺฉนฺติ.
ติฏฺฐนฺเตว เต โภเคติ เตสํ ธนานํ ฐิตกาเล ‘‘ติฏฺฐนฺเต นิพฺพุเต จาปี’’ติ เอวมาทีสุ (วิ. ว. ๘๐๖) วิย. โสติ โส โภคสามิโก ปุคฺคโล. จวติ เทวโลกโต. มรติ มนุสฺสโลกโต. วิปฺปลุชฺชติ นาคสุปณฺณาทิโลกโต. อถ วา หายติ ธญฺญโกฏฺฐาคารวเสน. ปริหายติ ธนโกฏฺฐาคารวเสน. ปริธํสติ พลิพทฺทหตฺถิอสฺสาทิวเสน. ปริปตติ ทาสิทาสวเสน. อนฺตรธายติ ทาราภรณวเสน. นสฺสติ อุทกาทิวเสนาติ เอเก วณฺณยนฺติ.
อโยมเยนาติ กาฬโลหาทินิพฺพตฺเตน. สลฺเลนาติ กณฺเฑน. อฏฺฐิมเยนาติ มนุสฺสฏฺฐึ ฐเปตฺวา อวเสเสน. ทนฺตมเยนาติ หตฺถิทนฺตาทินา. วิสาณมเยนาติ โควิสาณาทินา. กฏฺฐมเยนาติ เวฬุกฏฺฐาทินา. วิทฺโธติ วุตฺตปฺปการสลฺลานํ อญฺญตรญฺญตเรน ปหโฏ. รุปฺปตีติ วิกิรติ, วิการํ อาปชฺชติ. กุปฺปตีติ จลติ, โกปํ อุปฺปาเทติ. ฆฏฺฏียตีติ ฆฏฺฏิโต โหติ. ปีฬียตีติ ปีฬิโต โหติ, ลทฺธปฺปหาโร กุปฺปติ. ‘‘ตติยทิวเส สลากํ ปเวเสตฺวา โธวนกาเล ฆฏฺฏียติ. ขารปฺปทาเน ปีฬียติ. ปหารโธวเน วา รุปฺปติ. ตสฺมึ ทุกฺขุปฺปาทเน กุปฺปติ. สลากปเวสเน ปีฬียติ. ขารปฺปทาเน ฆฏฺฏียตี’’ติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
พฺยาธิโตติ ลทฺธปฺปหาโร หุตฺวา ปีฬิโต. โทมนสฺสิโตติ โทมนสฺสปฺปตฺโต. วิปริณามญฺญถาภาวาติ ปกติภาวํ ชหิตฺวา อญฺญถาภาวํ อุปนีเตน, อนฺโตโสสาทิ โสโก จ วาจาวิปฺปลาโป ปริเทโว จ กายปีฬนาทิ ทุกฺขญฺจ จิตฺตปีฬนาทิ โทมนสฺสญฺจ ภุโส อายาโส อุปายาโส จ. เอเต วุตฺตปฺปการา โสกาทโย อุปฺปชฺชนฺติ สมุทาจารํ คจฺฉนฺติ.
๓. ตติยคาถายํ สงฺเขปตฺโถ – โย ปน อิเม กาเม ตตฺถ ฉนฺทราควิกฺขมฺภเนน วา สมุจฺเฉเทน วา อตฺตโน ปาเทน สปฺปสฺส สิรํ วิย ปริวชฺเชติ, โส ภิกฺขุ สพฺพโลกํ วิปฺผาเรตฺวา ฐิตตฺตา โลเก วิสตฺติกาสงฺขาตํ ตณฺหํ สโต หุตฺวา สมติวตฺตตีติ.
โยติ วิภชิตพฺพํ ปทํ. โย ยาทิโสติอาทีนิ ตสฺส วิภชนปทานิ. เอตฺถ จ ยสฺมา โยติ อตฺถปทํ. ตญฺจ อนิยเมน ปุคฺคลํ ทีเปติ. ตสฺมา ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อนิยเมน ปุคฺคลทีปกํ โย-สทฺทเมว อาห. ตสฺมา เอตฺถ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ – โยติ โย โกจีติ. ยสฺมา โย โย โกจิ นาม, โส อวสฺสํ ยถาลิงฺคยถายุตฺตยถาวิหิตยถาปฺปการยํฐานปตฺตยํธมฺมสมนฺนาคตวเสน เอเกนากาเรน ปญฺญายติ, ตสฺมา ตํ ตตฺถ ญาเปตุํ ตํ เภทํ ปกาเสนฺโต ‘‘ยาทิโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยาทิโสติ ลิงฺควเสน ยาทิโส วา ตาทิโส วา โหตุ, ทีโฆ วา รสฺโส วา กาโฬ วา โอทาโต วา มงฺคุรจฺฉวิ วา กิโส วา ถูโล วาติ อตฺโถ.
ยถายุตฺโตติ โยควเสน เยน วา เตน วา ยุตฺโต โหตุ, นวกมฺมยุตฺโต วา อุทฺเทสยุตฺโต วา วาสธุรยุตฺโต วาติ อตฺโถ. ยถาวิหิโตติ ยถาฐปิโต นวกมฺมาธิฏฺฐายิกาทิวเสน. ยถาปกาโรติ ยถาปกาเรน ปติฏฺฐิโต ปทีปนายกาทิวเสน. ยํฐานปฺปตฺโตติ ยํ ฐานนฺตรํ ปตฺโต เสนาปติเสฏฺฐิฏฺฐานาทิวเสน. ยํธมฺมสมนฺนาคโตติ เยน ธมฺเมน อุปาคโต ธุตงฺคาทิวเสน.
วิกฺขมฺภนโต วาติ อุปจารปฺปนาสมาธีติ กิเลสานํ ทูรีกรณโต วา ฆฏปฺปหาเรน เสวาลานํ วิย. สมุจฺเฉทโต วาติ ปุน อปฺปวตฺตึ กตฺวา อจฺจนฺตโต มคฺเคน กิเลสานํ อุจฺฉินฺนมูลโต ปหานวเสน สมุจฺเฉทโต วา. อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามาติอาทีนิ เอกาทส ปทานิ วิปสฺสนาวเสน วุตฺตานิ.
พุทฺธานุสฺสตึ ภาเวนฺโตปีติอาทีนิ ฉ ปทานิ มรณสฺสตึ ภาเวนฺโตปิ, อุปสมานุสฺสตึ ภาเวนฺโตปีติ อิมานิ จ อุปจารชฺฌานวเสน วุตฺตานิ. อานาปานสฺสตึ ภาเวนฺโตปิ, กายคตาสตึ ภาเวนฺโตปิ, ปฐมํ ฌานํ ภาเวนฺโตปีติอาทีนิ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ภาเวนฺโตปีติ ปริโยสานานิ อปฺปนาชฺฌานวเสน วุตฺตานิ. ตตฺถ อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามาติ สุนิกฺกนฺตํ นิกฺกนฺตํ นิมฺมํสํ โลหิตมกฺขิตํ อฏฺฐิกงฺกลํ อุปมา เอเตสํ กามานนฺติ อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา. อปฺปสฺสาทฏฺเฐนาติ ‘‘อปฺปํ ปริตฺตํ สุขสฺสาทํ อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’’ติ ทสฺสนฏฺเฐน. ปสฺสนฺโตติ ‘‘ยาวเทว ปน โส กุกฺกุโร กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสา’’ติ ญาณจกฺขุนา ปสฺสนฺโต. ปริวชฺเชตีติ ทูรงฺคเมติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘เสยฺยถาปิ, คหปติ, กุกฺกุโร ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยปเรโต โคฆาตกสูนํ ปจฺจุปฏฺฐิโต อสฺส, ตเมนํ ทกฺโข โคฆาตโก วา โคฆาตกนฺเตวาสี วา อฏฺฐิกงฺกลํ สุนิกฺกนฺตํ นิกฺกนฺตํ นิมฺมํสํ โลหิตมกฺขิตํ อุปสุมฺเภยฺย. ตํ กึ มญฺญสิ, คหปติ, อปิ นุ โข โส กุกฺกุโร อมฺหํ อฏฺฐิกงฺกลํ สุนิกฺกนฺตํ นิกฺกนฺตํ นิมฺมํสํ โลหิตมกฺขิตํ ปเลหนฺโต ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยํ ปฏิวิเนยฺยา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ’’? ‘‘อทุญฺหิ, ภนฺเต, อฏฺฐิกงฺกลํ สุนิกฺกนฺตํ นิกฺกนฺตํ นิมฺมํสํ โลหิตมกฺขิตํ, ยาวเทว ปน โส กุกฺกุโร กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, คหปติ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’ติ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา ยายํ อุเปกฺขา นานตฺตา นานตฺตสิตา, ตํ อภินิวชฺเชตฺวา ยายํ อุเปกฺขา เอกตฺตา เอกตฺตสิตา, ยตฺถ สพฺพโส โลกามิสุปาทานา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ, ตเมวูเปกฺขํ ภาเวตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๔๒).
คิชฺฌาทีหิ สาธารณา มํสเปสิ อุปมา เอเตสนฺติ มํสเปสูปมา. พหูนํ สาธารณฏฺเฐน พหุสาธารณา. อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ อุปมา เอเตสนฺติ ติณุกฺกูปมา. อนุทหนฏฺเฐนาติ หตฺถาทิฌาปนฏฺเฐน. สาธิกโปริสปฺปมาณา วีตจฺจิกานํ วีตธูมานํ องฺคารานํ ปูรา องฺคารกาสุ อุปมา เอเตสนฺติ องฺคารกาสูปมา. มหาปริฬาหฏฺเฐนาติ มหนฺตปริตาปนฏฺเฐน. อารามรามเณยฺยาทิกํ สุปินํ อุปมา เอเตสนฺติ สุปินกูปมา. อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐนาติ อปฺปตฺวา, น อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐนฏฺเฐน. ยาจิเตน ลทฺธํ ยานาทิภณฺฑํ อุปมา เอเตสนฺติ ยาจิตกูปมา. ตาวกาลิกฏฺเฐนาติ อนิพนฺธนฏฺเฐน. สมฺปนฺนผลรุกฺโข อุปมา เอเตสนฺติ รุกฺขผลูปมา. สมฺภญฺชนปริภญฺชนฏฺเฐนาติ สาขาภญฺชนฏฺเฐน เจว สมนฺตโต ภญฺชิตฺวา รุกฺขปาตนฏฺเฐน จ. อสิ จ สูนา จ อุปมา เอเตสนฺติ อสิสูนูปมา. อธิกุฏฺฏนฏฺเฐนาติ ฉินฺทนฏฺเฐน. สตฺติสูลํ อุปมา เอเตสนฺติ สตฺติสูลูปมา. วินิวิชฺฌนฏฺเฐนาติ นิปเตตฺวา คมนฏฺเฐน. ภยชนนฏฺเฐน สปฺปสิรํ อุปมา เอเตสนฺติ สปฺปสิรูปมา. สปฺปฏิภยฏฺเฐนาติ สห อภิมุเข ภยฏฺเฐน. ทุกฺขชนนํ อคฺคิกฺขนฺธํ อุปมา เอเตสนฺติ อคฺคิกฺขนฺธูปมา. มหาภิตาปนฏฺเฐนาติ มหนฺตอภิตาปกายปีฬาอุปฺปาทนฏฺเฐนาติ กามํ ปริวชฺเชตีติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เสยฺยถาปิ, คหปติ, คิชฺโฌ วา กงฺโก วา กุลโล วา มํสเปสึ อาทาย อุฑฺฑีเยยฺย, ตเมนํ คิชฺฌาปิ กงฺกาปิ กุลลาปิ อนุปติตฺวา อนุปติตฺวา วิตจฺเฉยฺยุํ วิสฺสชฺเชยฺยุํ. ตํ กึ มญฺญสิ, คหปติ, สเจ โส คิชฺโฌ วา กงฺโก วา กุลโล วา ตํ มํสเปสึ น ขิปฺปเมว ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, โส ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย, มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’นฺติ ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมว โข, คหปติ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘มํสเปสูปมา กามา วุตฺตา ภควตา…เป… ตเมวูเปกฺขํ ภาเวติ. เสยฺยถาปิ, คหปติ, ปุริโส อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ อาทาย ปฏิวาตํ คจฺเฉยฺย. ตํ กึ มญฺญสิ, คหปติ, สเจ โส ปุริโส ตํ อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ น ขิปฺปเมว ปฏินิสฺสชฺเชยฺย, ตสฺส สา อาทิตฺตา ติณุกฺกา หตฺถํ วา ทเหยฺย, พาหุํ วา ทเหยฺย, อญฺญตรํ วา อญฺญตรํ วา องฺคปจฺจงฺคํ ทเหยฺย, โส ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย, มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมว โข, คหปติ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘ติณุกฺกูปมา กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา…เป… ตเมวูเปกฺขํ ภาเวติ. เสยฺยถาปิ, คหปติ, องฺคารกาสุ สาธิกโปริสา ปูรา องฺคารานํ วีตจฺจิกานํ วีตธูมานํ. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ชีวิตุกาโม อมริตุกาโม สุขกาโม ทุกฺขปฺปฏิกฺกูโล, ตเมนํ เทฺว พลวนฺโต ปุริสา นานาพาหาสุ คเหตฺวา องฺคารกาสุํ อุปกฑฺเฒยฺยุํ. ตํ กึ มญฺญสิ คหปติ, อปิ นุ โส ปุริโส อิติ จิติ เจว กายํ สนฺนาเมยฺยา’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตํ กิสฺสเหตุ’’? ‘‘วิทิตญฺหิ, ภนฺเต, ตสฺส ปุริสสฺส ‘อิมญฺจ อหํ องฺคารกาสุํ ปปติสฺสามิ, ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺฉิสฺสามิ มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข คหปติ อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘องฺคารกาสูปมา กามา วุตฺตา ภควตา…เป… ตเมวูเปกฺขํ ภาเวติ. เสยฺยถาปิ, คหปติ, ปุริโส สุปินกํ ปสฺเสยฺย อารามรามเณยฺยกํ วนรามเณยฺยกํ ภูมิรามเณยฺยกํ โปกฺขรณิรามเณยฺยกํ, โส ปฏิพุทฺโธ น กิญฺจิ ปฏิปสฺเสยฺย. เอวเมว โข, คหปติ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘สุปินกูปมา กามา วุตฺตา ภควตา…เป… ตเมวูเปกฺขํ ภาเวติ. เสยฺยถาปิ, คหปติ, ปุริโส ยาจิตกํ โภคํ ยาจิตฺวา ยานํ วา โปริเสยฺยํ ปวรมณิกุณฺฑลํ. โส เตหิ ยาจิตเกหิ โภเคหิ ปุรกฺขโต ปริวุโต อนฺตราปณํ ปฏิปชฺเชยฺย. ตเมนํ ชโน ทิสฺวา เอวํ วเทยฺย ‘โภคี วต โภ ปุริโส, เอวํ กิร โภ โภคิโน โภคานิ ภุญฺชนฺตี’ติ. ตเมนํ สามิกา ยตฺถ ยตฺเถว ตานิ ปสฺเสยฺยุํ, ตตฺถ ตตฺเถว ตานิ หเรยฺยุํ. ตํ กึ มญฺญสิ, คหปติ, อลํ นุ โข ตสฺส ปุริสสฺส อญฺญถตฺตายา’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตํ กิสฺสเหตุ’’? ‘‘สามิโน หิ, ภนฺเต, ตานิ หรนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, คหปติ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘ยาจิตกูปมา กามา วุตฺตา ภควตา…เป… ตเมวูเปกฺขํ ภาเวติ. เสยฺยถาปิ, คหปติ, คามสฺส วา นิคมสฺส วา อวิทูเร ติพฺโพ วนสณฺโฑ, ตตฺรสฺส รุกฺโข สมฺปนฺนผโล จ อุปปนฺนผโล จ. น จสฺสุ กานิจิ ผลานิ ภูมิยํ ปติตานิ. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ผลตฺถิโก ผลคเวสี ผลปริเยสนํ จรมาโน. โส ตํ วนสณฺฑํ อชฺโฌคาเหตฺวา ตํ รุกฺขํ ปสฺเสยฺย สมฺปนฺนผลญฺจ อุปปนฺนผลญฺจ. ตสฺส เอวมสฺส ‘อยํ โข รุกฺโข สมฺปนฺนผโล จ อุปปนฺนผโล จ, นตฺถิ จ กานิจิ ผลานิ ภูมิยํ ปติตานิ, ชานามิ โข ปนาหํ รุกฺขํ อาโรปิตุํ. ยํนูนาหํ อิมํ รุกฺขํ อาโรหิตฺวา ยาวทตฺถญฺจ ขาเทยฺยํ, อุจฺฉงฺคญฺจ ปูเรยฺย’นฺติ? โส ตํ รุกฺขํ อาโรหิตฺวา ยาวทตฺถญฺจ ขาเทยฺย, อุจฺฉงฺคญฺจ ปูเรยฺย. อถ ทุติโย ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ผลตฺถิโก ผลคเวสี ผลปริเยสนํ จรมาโน ติณฺหํ กุฐารึ อาทาย. โส ตํ วนสณฺฑํ อชฺโฌคาเหตฺวา ตํ รุกฺขํ ปสฺเสยฺย สมฺปนฺนผลญฺจ อุปปนฺนผลญฺจ. ตสฺส เอวมสฺส ‘อยํ โข รุกฺโข สมฺปนฺนผโล จ อุปปนฺนผโล จ, นตฺถิ จ กานิจิ ผลานิ ภูมิยํ ปติตานิ, น โข ปนาหํ ชานามิ รุกฺขํ อาโรหิตุํ. ยํนูนาหํ อิมํ รุกฺขํ มูลโต เฉตฺวา ยาวทตฺถญฺจ ขาเทยฺยํ, อุจฺฉงฺคญฺจ ปูเรยฺย’นฺติ. โส ตํ รุกฺขํ มูลโตว ฉินฺเทยฺย. ตํ กึ มญฺญสิ, คหปติ, อมุโก โส ปุริโส ปฐมํ รุกฺขํ อารูโฬฺห, สเจ โส น ขิปฺปเมว โอโรเหยฺย, ตสฺส โส รุกฺโข ปปตนฺโต หตฺถํ วา ภญฺเชยฺย ปาทํ วา ภญฺเชยฺย อญฺญตรํ วา อญฺญตรํ วา องฺคปจฺจงฺคํ ภญฺเชยฺย, โส ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย, มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมว โข, คหปติ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘รุกฺขผลูปมา กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’ติ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา ยายํ อุเปกฺขา นานตฺตา นานตฺตสิตา, ตํ อภินิวชฺเชตฺวา ยายํ อุเปกฺขา เอกตฺตา เอกตฺตสิตา. ยตฺถ สพฺพโส โลกามิสูปาทานา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ. ตเมวูเปกฺขํ ภาเวตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๔๓-๔๘).
เอวํ อฏฺฐิกงฺกลาทิกอคฺคิกฺขนฺธูปมปริโยสานโต วิปสฺสนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อุปจารสมาธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘พุทฺธานุสฺสตึ ภาเวนฺโต’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สติ เอว อนุสฺสติ. ปวตฺติตพฺพฏฺฐานมฺหิเยว จ ปวตฺตตฺตา สทฺธาปพฺพชิตสฺส กุลปุตฺตสฺส อนุรูปา สตีติปิ อนุสฺสติ. พุทฺธํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ พุทฺธานุสฺสติ. อรหตาทิพุทฺธคุณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ, ตํ พุทฺธานุสฺสตึ. ภาเวนฺโตติ วฑฺเฒนฺโต พฺยูเหนฺโต. ธมฺมํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ, สฺวากฺขาตตาทิธมฺมคุณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. สงฺฆํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ, สุปฺปฏิปนฺนตาทิสงฺฆคุณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. สีลํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ สีลานุสฺสติ, อตฺตโน อขณฺฑตาทิสีลคุณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. จาคํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ จาคานุสฺสติ, อตฺตโน มุตฺตจาคตาทิจาคคุณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. เทวตา อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ เทวตานุสฺสติ, เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อตฺตโน สทฺธาทิคุณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. อานาปาเน อารพฺภ อุปฺปนฺนา สติ อานาปานสฺสติ, อานาปานนิมิตฺตารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. มรณํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา สติ มรณสฺสติ, เอกภวปริยาปนฺนชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทสงฺขาตมรณารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ.
กุจฺฉิตานํ เกสาทีนํ ปฏิกฺกูลานํ อายตฺตา อากรตฺตา กาโยติ สงฺขํ คเต สรีเร คตา ปวตฺตา สติ กายคตาสติ, ตาทิสํ วา กายํ คตา สติ ‘‘กายคตสตี’’ติ วตฺตพฺเพ รสฺสํ อกตฺวา ‘‘กายคตาสตี’’ติ วุตฺตํ. เกสาทิเกสุ กายโกฏฺฐาเสสุ ปฏิกฺกูลนิมิตฺตารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. อุปสมํ อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนุสฺสติ. อุปสมานุสฺสติ, สพฺพทุกฺขูปสมารมฺมณาย สติยา เอตํ อธิวจนํ.
วิตกฺกวิจารปีติสุขจิตฺเตกคฺคตาสมฺปยุตฺตํ ปฐมชฺฌานํ ภาเวนฺโต. ปีติสุขจิตฺเตกคฺคตาสมฺปยุตฺตํ ทุติยชฺฌานํ ภาเวนฺโต. สุขจิตฺเตกคฺคตาสมฺปยุตฺตํ ตติยชฺฌานํ ภาเวนฺโต. อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาสมฺปยุตฺตํ จตุตฺถชฺฌานํ ภาเวนฺโต…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ภาเวนฺโตปิ กาเม ปริวชฺเชตีติ.
วิกฺขมฺภนปฺปหานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมุจฺเฉเทน กามานํ ปหานํ ทสฺเสตุํ ‘‘โสตาปตฺติมคฺคํ ภาเวนฺโตปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ มคฺคโสตสฺส อาปชฺชนํ โสตาปตฺติ, โสตาปตฺติยา มคฺโค โสตาปตฺติมคฺโค. อปายคมนีเย กาเมติ เยหิ อปายํ คจฺฉนฺติ, เต อปายคมนีเย กาเม สมุจฺเฉทโต โสตาปตฺติมคฺคํ ภาเวนฺโต ปริวชฺเชติ. ปฏิสนฺธิวเสน สกึเยว อิมํ โลกํ อาคจฺฉตีติ สกทาคามี, ตสฺส มคฺโค สกทาคามิมคฺโค. ตํ มคฺคํ ภาเวนฺโต. โอฬาริเกติ ปริฬาหปฺปตฺเต. ปฏิสนฺธิวเสเนว กามภวํ นาคจฺฉตีติ อนาคามี, ตสฺส มคฺโค อนาคามิมคฺโค. ตํ มคฺคํ ภาเวนฺโต. อนุสหคเตติ สุขุมภาวปฺปตฺเต. กิเลเสหิ อารกตฺตา, กิเลสารีนํ หตตฺตา, สํสารจกฺกสฺส อรานํ หตตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา จ อรหํ, อรหโต ภาโว อรหตฺตํ. กึ ตํ? อรหตฺตผลํ. อรหตฺตสฺส มคฺโค อรหตฺตมคฺโค. ตํ อรหตฺตมคฺคํ ภาเวนฺโต. สพฺเพน สพฺพนฺติ สพฺเพนากาเรน สพฺพํ. สพฺพถา สพฺพนฺติ สพฺพปฺปกาเรน สพฺพํ. อเสสํ นิสฺเสสนฺติ นิรวเสสํ คนฺธมตฺตมฺปิ อฏฺฐเปตฺวา. อถ วา สพฺเพน สพฺพํ มูลวเสน. สพฺพถา สพฺพํ อาการนิปฺปเทสวเสน. อเสสํ นิสฺเสสํ ภาวนานิปฺปเทสวเสน. ตถา ปุริเมน ทุจฺจริตาภาเวน. ทุติเยน ปริยุฏฺฐานาภาเวน. ตติเยน อนุสยาภาเวน เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
สปฺโป วุจฺจติ อหีติ โย โกจิ สรนฺโต คจฺฉติ. เกนฏฺเฐนาติ เกน อตฺเถน. สํสปฺปนฺโต คจฺฉตีติ ยสฺมา สมฺมา สํสรนฺโต คจฺฉตีติ สปฺโป. ภุชนฺโตติ วงฺกวงฺโก หุตฺวา. ปนฺนสิโรติ นิปนฺนสีโส หุตฺวา. สิเรน สุปตีติ สีสํ โภคนฺตเร กตฺวา สุปนภาเวน สิรสา สุปตีติ สรีสโป. พิเล สยตีติ พิลาสโย. ‘‘พิลสโย’’ติปิ ปาฬิ, ตํ สุนฺทรํ. คุหายํ เสตีติ คุหาสโย. ทาฐา ตสฺส อาวุโธติ ตสฺส สปฺปสฺส ทุเว ทาฐา ปหรณสตฺถสงฺขาโต อาวุโธ. วิสํ ตสฺส โฆรนฺติ ตสฺส สปฺปสฺส พฺยาปกสงฺขาตํ วิสํ ทารุณํ กกฺขฬํ. ชิวฺหา ตสฺส ทุวิธาติ ตสฺส สปฺปสฺส เทฺวธา ชิวฺหา. ทฺวีหิ ชิวฺหาหิ รสํ สายตีติ ทุวิธาหิ ชิวฺหาหิ รสํ ชานาติ อสฺสาทํ วินฺทติ สาทิยตีติ. ชีวิตุํ กามยตีติ ชีวิตุกาโม. อมริตุํ กามยตีติ อมริตุกาโม. สุขํ กามยตีติ สุขกาโม. ทุกฺขปฺปฏิกฺกูโลติ ทุกฺขํ อนิจฺฉมาโน. ปาเทนาติ อตฺตโน ปาเทน. สปฺปสิรนฺติ สปฺปสฺส สีสํ. วชฺเชยฺยาติ ทูรโต วชฺเชยฺย. วิวชฺเชยฺยาติ ตสฺส ปมาเณน. ปริวชฺเชยฺยาติ สมนฺตโต. อภินิวชฺเชยฺยาติ จตุตฺถปฺปมาเณน. อถ วา ปุริเมน สีสโต. ทุติยตติเยน ทฺวีหิ ปสฺเสหิ. จตุตฺเถน ปจฺฉโต. ‘‘กาเม ปน อปฺปตฺตสฺส ปริเยสนมูลทุกฺขวตฺถุภาเวน วชฺเชยฺย. ปตฺตสฺส อารกฺขมูลทุกฺขวตฺถุภาเวน วิวชฺเชยฺย. อญฺญาณปริฬาหทุกฺขวตฺถุภาเวน ปริวชฺเชยฺย. วินาสมุเข ปิยวิปฺปโยคทุกฺขวตฺถุภาเวน อภินิวชฺเชยฺยา’’ติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
รญฺชนวเสน ราโค. พลวรญฺชนฏฺเฐน สาราโค. วิสเย สตฺตานํ อนุ อนุ นยนโต อนุนโย. อนุรุชฺฌตีติ อนุโรโธ, กาเมตีติ อตฺโถ. ยตฺถ กตฺถจิ ภเว สตฺตา เอตาย นนฺทนฺตีติ นนฺที, สยํ วา นนฺทตีติ นนฺที. นนฺที จ สา รญฺชนฏฺเฐน ราโค จาติ นนฺทิราโค. ตตฺถ เอกสฺมึ อารมฺมเณ สกึ อุปฺปนฺนา ตณฺหา นนฺที, ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานา นนฺทิราโคติ วุจฺจติ. จิตฺตสฺส สาราโคติ โย เหฏฺฐา ‘‘พลวรญฺชนฏฺเฐน สาราโค’’ติ วุตฺโต, โส น สตฺตสฺส, จิตฺตสฺเสว สาราโคติ อตฺโถ.
อิจฺฉนฺติ เอตาย อารมฺมณานีติ อิจฺฉา. พหลกิเลสภาเวน มุจฺฉนฺติ เอตาย ปาณิโนติ มุจฺฉา. คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหณวเสน อชฺโฌสานํ. อิมินา สตฺตา คิชฺฌนฺติ เคธํ อาปชฺชนฺตีติ เคโธ. พหลฏฺเฐน วา เคโธ. ‘‘เคธํ วา ปน ปวนสณฺฑ’’นฺติ หิ พหลฏฺเฐเนว วุตฺตํ. อนนฺตรปทํ อุปสคฺควเสน วฑฺฒิตํ, สพฺพโตภาเคน วา เคโธติ ปลิเคโธ. สชฺชนฺติ เอเตนาติ สงฺโค. ลคฺคนฏฺเฐน วา สงฺโค. โอสีทนฏฺเฐน ปงฺโก. อากฑฺฒนวเสน เอชา. ‘‘เอชา อิมํ ปุริสํ ปริกฑฺฒติ ตสฺส ตสฺเสว ภวสฺส อภินิพฺพตฺติยา’’ติ หิ วุตฺตํ. วญฺจนฏฺเฐน มายา. วฏฺฏสฺมึ สตฺตานํ ชนนฏฺเฐน ชนิกา. ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ, จิตฺตมสฺส วิธาวตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๕๕) หิ วุตฺตํ. วฏฺฏสฺมึ สตฺเต ทุกฺเขน สํโยชยมานา ชเนตีติ สญฺชนนี. ฆฏนฏฺเฐน สิพฺพินี. อยญฺหิ วฏฺฏสฺมึ สตฺเต จุติปฏิสนฺธิวเสน สิพฺพติ ฆเฏติ ตุนฺนกาโร วิย ปิโลติกาย ปิโลติกํ, ตสฺมา ‘‘ฆฏนฏฺเฐน สิพฺพินี’’ติ วุตฺตา. อเนกปฺปการํ วิสยชาลํ ตณฺหาวิปฺผนฺทิตนิเวสสงฺขาตํ วา ชาลมสฺสา อตฺถีติ ชาลินี.
อากฑฺฒนฏฺเฐน สีฆโสตา สริตา วิยาติ สริตา. อลฺลฏฺเฐน วา สริตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน’’ติ (ธ. ป. ๓๔๑). อลฺลานิ เจว สินิทฺธานิ จาติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. อนยพฺยสนาปาทนฏฺเฐน กุมฺมานุพนฺธสุตฺตกํ วิยาติ สุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สุตฺตนฺติ โข, ภิกฺขเว, นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๙). รูปาทีสุ วิตฺถตฏฺเฐน วิสตา. ตสฺส ตสฺส ปฏิลาภตฺถาย สตฺเต อายูหาเปตีติ อายูหินี. อุกฺกณฺฐิตุํ อปทานโต สหายฏฺเฐน ทุติยา. อยญฺหิ สตฺตานํ วฏฺฏสฺมึ อุกฺกณฺฐิตุํ น เทติ, คตคตฏฺฐาเน ปิยสหาโย วิย อภิรมาเปติ. เตเนว วุตฺตํ –
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธานสํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตตี’’ติ. (อิติวุ. ๑๕; อ. นิ. ๔.๙; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปายายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗);