๕. จูฬกุณาลวคฺโค

[๓๔๑] ๑. กณฺฑรีชาตกวณฺณนา

นรานมารามกราสูติ อิมสฺส ชาตกสฺส วิตฺถารกถา กุณาลชาตเก (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) อาวิ ภวิสฺสติ.

กณฺฑรีชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๓๔๒] ๒. วานรชาตกวณฺณนา

อสกฺขึ วต อตฺตานนฺติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส วธาย ปริสกฺกนํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ (ชา. อฏฺฐ. ๒.๒.สุสุมารชาตกวณฺณนา) เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมว.

อตีเต ปน พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส กปิโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต คงฺคาตีเร วสิ. อเถกา อนฺโตคงฺคายํ สํสุมารี โพธิสตฺตสฺส หทยมํเส โทหฬํ อุปฺปาเทตฺวา สํสุมารสฺส กเถสิ. โส ‘‘ตํ กปึ อุทเก นิมุชฺชาเปตฺวา มาเรตฺวา หทยมํสํ คเหตฺวา สํสุมาริยา ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา มหาสตฺตํ อาห – ‘‘เอหิ, สมฺม, อนฺตรทีปเก ผลาผเล ขาทิตุํ คจฺฉามา’’ติ. ‘‘กถํ, สมฺม, อหํ คมิสฺสามี’’ติ. ‘‘อหํ ตํ มม ปิฏฺฐิยํ นิสีทาเปตฺวา เนสฺสามี’’ติ. โส ตสฺส จิตฺตํ อชานนฺโต ลงฺฆิตฺวา ปิฏฺฐิยํ นิสีทิ. สํสุมาโร โถกํ คนฺตฺวา นิมุชฺชิตุํ อารภิ. อถ นํ วานโร ‘‘กึการณา, โภ, มํ อุทเก นิมุชฺชาเปสี’’ติ อาห. ‘‘อหํ ตํ มาเรตฺวา ตว หทยมํสํ มม ภริยาย ทสฺสามี’’ติ. ‘‘ทนฺธ ตฺวํ มม หทยมํสํ อุเร อตฺถีติ มญฺญสี’’ติ? ‘‘อถ กหํ เต ฐปิต’’นฺติ? ‘‘เอตํ อุทุมฺพเร โอลมฺพนฺตํ น ปสฺสสี’’ติ? ‘‘ปสฺสามิ, ทสฺสสิ ปน เม’’ติ. ‘‘อาม, ทสฺสามี’’ติ. สํสุมาโร ทนฺธตาย ตํ คเหตฺวา นทีตีเร อุทุมฺพรมูลํ คโต. โพธิสตฺโต ตสฺส ปิฏฺฐิโต ลงฺฆิตฺวา อุทุมฺพรรุกฺเข นิสินฺโน อิมา คาถา อภาสิ –

๑๖๑. ‘‘อสกฺขึ วต อตฺตานํ, อุทฺธาตุํ อุทกา ถลํ;

น ทานาหํ ปุน ตุยฺหํ, วสํ คจฺฉามิ วาริช.

๑๖๒. ‘‘อลเมเตหิ อมฺเพหิ, ชมฺพูหิ ปนเสหิ จ;

ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺส, วรํ มยฺหํ อุทุมฺพโร.

๑๖๓. ‘‘โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ, น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ;

อมิตฺตวสมเนฺวติ, ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ.

๑๖๔. ‘‘โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ, ขิปฺปเมว นิโพธติ;

มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา, น จ ปจฺฉานุตปฺปตี’’ติ.

ตตฺถ อสกฺขึ วตาติ สมตฺโถ วต อโหสึ. อุทฺธาตุนฺติ อุทฺธริตุํ. วาริชาติ สํสุมารํ อาลปติ. ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺสาติ คงฺคํ สมุทฺทนาเมนาลปนฺโต ‘‘ยานิ สมุทฺทสฺส ปารํ คนฺตฺวา ขาทิตพฺพานิ, อลํ เตหี’’ติ วทติ. ปจฺฉา จ อนุตปฺปตีติ อุปฺปนฺนํ อตฺถํ ขิปฺปํ อชานนฺโต อมิตฺตวสํ คจฺฉติ, ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ.

อิติ โส จตูหิ คาถาหิ โลกิยกิจฺจานํ นิปฺผตฺติการณํ กเถตฺวา วนสณฺฑเมว ปาวิสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สํสุมาโร เทวทตฺโต อโหสิ, วานโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วานรชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๓๔๓] ๓. กุนฺตินีชาตกวณฺณนา

อวสิมฺห ตวาคาเรติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ เคเห นิวุตฺถํ กุนฺตินีสกุณิกํ อารพฺภ กเถสิ. สา กิร รญฺโญ ทูเตยฺยหาริกา อโหสิ. เทฺว โปตกาปิสฺสา อตฺถิ, ราชา ตํ สกุณิกํ เอกสฺส รญฺโญ ปณฺณํ คาหาเปตฺวา เปเสสิ. ตสฺสา คตกาเล ราชกุเล ทารกา เต สกุณโปตเก หตฺเถหิ ปริมทฺทนฺตา มาเรสุํ. สา อาคนฺตฺวา เต โปตเก มเต ปสฺสนฺตี ‘‘เกน เม ปุตฺตกา มาริตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ. ตสฺมิญฺจ กาเล ราชกุเล โปสาวนิกพฺยคฺโฆ อตฺถิ กกฺขโฬ ผรุโส, พนฺธนพเลน ติฏฺฐติ. อถ เต ทารกา ตํ พฺยคฺฆํ ทสฺสนาย อคมํสุ. สาปิ สกุณิกา เตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา ‘‘ยถา อิเมหิ มม ปุตฺตกา มาริตา, ตเถว เน กริสฺสามี’’ติ เต ทารเก คเหตฺวา พฺยคฺฆสฺส ปาทมูเล ขิปิ, พฺยคฺโฆ มุรามุราเปตฺวา ขาทิ. สา ‘‘อิทานิ เม มโนรโถ ปริปุณฺโณ’’ติ อุปฺปติตฺวา หิมวนฺตเมว คตา. ตํ การณํ สุตฺวา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, ราชกุเล กิร อสุกา นาม กุนฺตินี สกุณิกา เย หิสฺสา โปตกา มาริตา, เต ทารเก พฺยคฺฆสฺส ปาทมูเล ขิปิตฺวา หิมวนฺตเมว คตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปสา อตฺตโน โปตกฆาตเก ทารเก คเหตฺวา พฺยคฺฆสฺส ปาทมูเล ขิปิตฺวา หิมวนฺตเมว คตา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ โพธิสตฺโต ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรสิ. ตสฺส นิเวสเน เอกา กุนฺตินี สกุณิกา ทูเตยฺยหาริกาติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว. อยํ ปน วิเสโส. อยํ กุนฺตินี พฺยคฺเฆน ทารเก มาราเปตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิทานิ น สกฺกา มยา อิธ วสิตุํ, คมิสฺสามิ, คจฺฉนฺตี จ ปน รญฺโญ อนาโรเจตฺวา น คมิสฺสามิ, อาโรเจตฺวาว คมิสฺสามี’’ติ. สา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ‘‘สามิ, ตุมฺหากํ ปมาเทน มม ปุตฺตเก ทารกา มาเรสุํ, อหํ โกธวสิกา หุตฺวา เต ทารเก ปฏิมาเรสึ, อิทานิ มยา อิธ วสิตุํ น สกฺกา’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๖๕. ‘‘อวสิมฺห ตวาคาเร, นิจฺจํ สกฺกตปูชิตา,

ตฺวเมว ทานิมกริ, หนฺท ราช วชามห’’นฺติ.

ตตฺถ ตฺวเมว ทานิมกรีติ มํ ปณฺณํ คาหาเปตฺวา เปเสตฺวา อตฺตโน ปมาเทน มม ปิยปุตฺตเก อรกฺขนฺโต ตฺวญฺเญว อิทานิ เอตํ มม โทมนสฺสการณํ อกริ. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. ราชาติ โพธิสตฺตํ อาลปติ. วชามหนฺติ อหํ หิมวนฺตํ คจฺฉามีติ.

ตํ สุตฺวา ราชา ทุติยํ คาถมาห –

๑๖๖. ‘‘โย เว กเต ปฏิกเต, กิพฺพิเส ปฏิกิพฺพิเส;

เอวํ ตํ สมฺมตี เวรํ, วส กุนฺตินิ มาคมา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – โย ปุคฺคโล ปเรน กเต กิพฺพิเส อตฺตโน ปุตฺตมารณาทิเก ทารุเณ กมฺเม กเต ปุน อตฺตโน ตสฺส ปุคฺคลสฺส ปฏิกเต ปฏิกิพฺพิเส ‘‘ปฏิกตํ มยา ตสฺสา’’ติ ชานาติ. เอวํ ตํ สมฺมตี เวรนฺติ เอตฺตเกน ตํ เวรํ สมฺมติ วูปสนฺตํ โหติ, ตสฺมา วส กุนฺตินิ มาคมาติ.

ตํ สุตฺวา กุนฺตินี ตติยํ คาถมาห –

๑๖๗. ‘‘น กตสฺส จ กตฺตา จ, เมตฺติ สนฺธียเต ปุน;

หทยํ นานุชานาติ, คจฺฉญฺเญว รเถสภา’’ติ.

ตตฺถ น กตสฺส จ กตฺตา จาติ กตสฺส จ อภิภูตสฺส อุปปีฬิตสฺส ปุคฺคลสฺส, อิทานิ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา โย กตฺตา ตสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ปุน มิตฺตภาโว นาม น สนฺธียติ น ฆฏียตีติ อตฺโถ. หทยํ นานุชานาตีติ เตน การเณน มม หทยํ อิธ วาสํ นานุชานาติ. คจฺฉญฺเญว รเถสภาติ ตสฺมา อหํ มหาราช คมิสฺสามิเยวาติ.

ตํ สุตฺวา ราชา จตุตฺถํ คาถมาห –

๑๖๘. ‘‘กตสฺส เจว กตฺตา จ, เมตฺติ สนฺธียเต ปุน;

ธีรานํ โน จ พาลานํ, วส กุนฺตินิ มาคมา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – กตสฺส เจว ปุคฺคลสฺส, โย จ กตฺตา ตสฺส เมตฺติ สนฺธียเต ปุน, สา ปน ธีรานํ, โน จ พาลานํ. ธีรานญฺหิ เมตฺติ ภินฺนาปิ ปุน ฆฏียติ, พาลานํ ปน สกึ ภินฺนา ภินฺนาว โหติ, ตสฺมา วส กุนฺตินิ มาคมาติ.

สกุณิกา ‘‘เอวํ สนฺเตปิ น สกฺกา มยา อิธ วสิตุํ สามี’’ติ ราชานํ วนฺทิตฺวา อุปฺปติตฺวา หิมวนฺตเมว คตา.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา กุนฺตินีเยว เอตรหิ กุนฺตินี อโหสิ, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กุนฺตินีชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๓๔๔] ๔. อมฺพชาตกวณฺณนา

โย นีลิยํ มณฺฑยตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อมฺพโคปกตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตฺวา เชตวนปจฺจนฺเต อมฺพวเน ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา อมฺเพ รกฺขนฺโต ปติตานิ อมฺพปกฺกานิ ขาทนฺโต วิจรติ, อตฺตโน สมฺพนฺธมนุสฺสานมฺปิ เทติ. ตสฺมึ ภิกฺขาจารํ ปวิฏฺเฐ อมฺพโจรกา อมฺพานิ ปาเตตฺวา ขาทิตฺวา จ คเหตฺวา จ คจฺฉนฺติ. ตสฺมึ ขเณ จตสฺโส เสฏฺฐิธีตโร อจิรวติยํ นฺหายิตฺวา วิจรนฺติโย ตํ อมฺพวนํ ปวิสึสุ. มหลฺลโก อาคนฺตฺวา ตา ทิสฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ เม อมฺพานิ ขาทิตานี’’ติ อาห. ‘‘ภนฺเต, มยํ อิทาเนว อาคตา, น ตุมฺหากํ อมฺพานิ ขาทามา’’ติ. ‘‘เตน หิ สปถํ กโรถา’’ติ? ‘‘กโรม, ภนฺเต’’ติ สปถํ กรึสุ. มหลฺลโก ตา สปถํ กาเรตฺวา ลชฺชาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. ตสฺส ตํ กิริยํ สุตฺวา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุโก กิร มหลฺลโก อตฺตโน วสนกํ อมฺพวนํ ปวิฏฺฐา เสฏฺฐิธีตโร สปถํ กาเรตฺวา ลชฺชาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส อมฺพโคปโก หุตฺวา จตสฺโส เสฏฺฐิธีตโร สปถํ กาเรตฺวา ลชฺชาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สกฺกตฺตํ กาเรสิ. ตทา เอโก กูฏชฏิโล พาราณสึ อุปนิสฺสาย นทีตีเร อมฺพวเน ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา อมฺเพ รกฺขนฺโต ปติตานิ อมฺพปกฺกานิ ขาทนฺโต สมฺพนฺธมนุสฺสานมฺปิ เทนฺโต นานปฺปกาเรน มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺโต วิจรติ. ตทา สกฺโก เทวราชา ‘‘เก นุ โข โลเก มาตาปิตโร อุปฏฺฐหนฺติ, กุเล เชฏฺฐาปจยนกมฺมํ กโรนฺติ, ทานํ เทนฺติ, สีลํ รกฺขนฺติ, อุโปสถกมฺมํ กโรนฺติ, เก ปพฺพชิตา สมณธมฺเม ยุตฺตปยุตฺตา วิหรนฺติ, เก อนาจารํ จรนฺตี’’ติ โลกํ โวโลเกนฺโต อิมํ อมฺพโคปกํ อนาจารํ กูฏชฏิลํ ทิสฺวา ‘‘อยํ กูฏชฏิโล กสิณปริกมฺมาทึ อตฺตโน สมณธมฺมํ ปหาย อมฺพวนํ รกฺขนฺโต วิจรติ, สํเวเชสฺสามิ น’’นฺติ ตสฺส คามํ ภิกฺขาย ปวิฏฺฐกาเล อตฺตโน อานุภาเวน อมฺเพ ปาเตตฺวา โจเรหิ วิลุมฺพิเต วิย อกาสิ.

ตทา พาราณสิโต จตสฺโส เสฏฺฐิธีตโร ตํ อมฺพวนํ ปวิสึสุ. กูฏชฏิโล ตา ทิสฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ เม อมฺพานิ ขาทิตานี’’ติ ปลิพุทฺธิ. ‘‘ภนฺเต, มยํ อิทาเนว อาคตา, น เต อมฺพานิ ขาทามา’’ติ. ‘‘เตน หิ สปถํ กโรถา’’ติ? ‘‘กตฺวา จ ปน คนฺตุํ ลภิสฺสามา’’ติ? ‘‘อาม, ลภิสฺสถา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ตาสุ เชฏฺฐิกา สปถํ กโรนฺตี ปฐมํ คาถมาห –

๑๖๙. ‘‘โย นีลิยํ มณฺฑยติ, สณฺฑาเสน วิหญฺญติ;

ตสฺส สา วสมเนฺวตุ, ยา เต อมฺเพ อวาหรี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – โย ปุริโส ปลิตานํ กาฬวณฺณกรณตฺถาย นีลผลาทีนิ โยเชตฺวา กตํ นีลิยํ มณฺฑยติ, นีลเกสนฺตเร จ อุฏฺฐิตํ ปลิตํ อุทฺธรนฺโต สณฺฑาเสน วิหญฺญติ กิลมติ, ตสฺส เอวรูปสฺส มหลฺลกสฺส สา วสํ อเนฺวตุ, ตถารูปํ ปตึ ลภตุ, ยา เต อมฺเพ อวาหรีติ.

ตาปโส ‘‘ตฺวํ เอกมนฺตํ ติฏฺฐาหี’’ติ วตฺวา ทุติยํ เสฏฺฐิธีตรํ สปถํ กาเรสิ. สา สปถํ กโรนฺตี ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๐. ‘‘วีสํ วา ปญฺจวีสํ วา, อูนตึสํว ชาติยา;

ตาทิสา ปติ มา ลทฺธา, ยา เต อมฺเพ อวาหรี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – นาริโย นาม ปนฺนรสโสฬสวสฺสิกกาเล ปุริสานํ ปิยา โหนฺติ. ยา ปน ตว อมฺพานิ อวาหริ, สา เอวรูเป โยพฺพเน ปตึ อลภิตฺวา ชาติยา วีสํ วา ปญฺจวีสํ วา เอเกน ทฺวีหิ อูนตาย อูนตึสํ วา วสฺสานิ ปตฺวา ตาทิสา ปริปกฺกวยา หุตฺวาปิ ปตึ มา ลทฺธาติ.

ตายปิ สปถํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตาย ตติยา ตติยํ คาถมาห –

๑๗๑. ‘‘ทีฆํ คจฺฉตุ อทฺธานํ, เอกิกา อภิสาริกา;

สงฺเกเต ปติ มา อทฺท, ยา เต อมฺเพ อวาหรี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ยา เต อมฺเพ อวาหริ, สา ปตึ ปตฺถยมานา ตสฺส สนฺติกํ อภิสรณตาย อภิสาริกา นาม หุตฺวา เอกิกา อทุติยา คาวุตทฺวิคาวุตมตฺตํ ทีฆํ อทฺธานํ คจฺฉตุ, คนฺตฺวาปิ จ ตสฺมึ อสุกฏฺฐานํ นาม อาคจฺเฉยฺยาสีติ กเต สงฺเกเต ตํ ปตึ มา อทฺทสาติ.

ตายปิ สปถํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตาย จตุตฺถา จตุตฺถํ คาถมาห –

๑๗๒. ‘‘อลงฺกตา สุวสนา, มาลินี จนฺทนุสฺสทา;

เอกิกา สยเน เสตุ, ยา เต อมฺเพ อวาหรี’’ติ. – สา อุตฺตานตฺถาเยว;

ตาปโส ‘‘ตุเมฺหหิ อติภาริยา สปถา กตา, อญฺเญหิ อมฺพานิ ขาทิตานิ ภวิสฺสนฺติ, คจฺฉถ ทานิ ตุเมฺห’’ติ ตา อุยฺโยเชสิ. สกฺโก เภรวรูปารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา กูฏตาปสํ ตโต ปลาเปสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา กูฏชฏิโล อยํ อมฺพโคปโก มหลฺลโก อโหสิ, จตสฺโส เสฏฺฐิธีตโร เอตาเยว, สกฺโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อมฺพชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๓๔๕] ๕. ราชกุมฺภชาตกวณฺณนา

วนํ ยทคฺคิ ทหตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อลสภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สาวตฺถิวาสี กุลปุตฺโต สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิตฺวาปิ อลโส อโหสิ อุทฺเทสปริปุจฺฉาโยนิโสมนสิการวตฺตปฏิวตฺตาทีหิ ปริพาหิโร นีวรณาภิภูโต. นิสินฺนฏฺฐานาทีสุ อิริยาปเถสุ ตถา เอว โหติ. ตสฺส ตํ อาลสิยภาวํ อารพฺภ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม ภิกฺขุ เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา อาลสิโย กุสีโต นีวรณาภิภูโต วิหรตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส อาลสิโยเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อมจฺจรตนํ อโหสิ, พาราณสิราชา อาลสิยชาติโก อโหสิ. โพธิสตฺโต ‘‘ราชานํ ปโพเธสฺสามี’’ติ เอกํ อุปมํ อุปธาเรนฺโต วิจรติ. อเถกทิวสํ ราชา อุยฺยานํ คนฺตฺวา อมจฺจคณปริวุโต ตตฺถ วิจรนฺโต เอกํ ราชกุมฺภํ นาม อาลสิยํ ปสฺสิ. ตถารูปา กิร อาลสิยา สกลทิวสํ คจฺฉนฺตาปิ เอกทฺวงฺคุลมตฺตเมว คจฺฉนฺติ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘วยสฺส โก นาม โส’’ติ โพธิสตฺตํ ปุจฺฉิ. มหาสตฺโต ‘‘ราชกุมฺโภ นาเมส, มหาราช, อาลสิโย. เอวรูโป หิ สกลทิวสํ คจฺฉนฺโตปิ เอกงฺคุลทฺวงฺคุลมตฺตเมว คจฺฉตี’’ติ วตฺวา เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ‘‘อมฺโภ, ราชกุมฺภ, ตุมฺหากํ ทนฺธคมนํ อิมสฺมึ อรญฺเญ ทาวคฺคิมฺหิ อุฏฺฐิเต กึ กโรถา’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๗๓. ‘‘วนํ ยทคฺคิ ทหติ, ปาวโก กณฺหวตฺตนี;

กถํ กโรสิ ปจลก, เอวํ ทนฺธปรกฺกโม’’ติ.

ตตฺถ ยทคฺคีติ ยทา อคฺคิ. ปาวโก กณฺหวตฺตนีติ อคฺคิโน เววจนํ. ปจลกาติ ตํ อาลปติ. โส หิ จลนฺโต จลนฺโต คจฺฉติ, นิจฺจํ วา ปจลายติ, ตสฺมา ‘‘ปจลโก’’ติ วุจฺจติ. ทนฺธปรกฺกโมติ ครุวีริโย.

ตํ สุตฺวา ราชกุมฺโภ ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๔. ‘‘พหูนิ รุกฺขฉิทฺทานิ, ปถพฺยา วิวรานิ จ;

ตานิ เจ นาภิสมฺโภม, โหติ โน กาลปริยาโย’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ปณฺฑิต, อมฺหากํ อิโต อุตฺตริคมนํ นาม นตฺถิ. อิมสฺมึ ปน อรญฺเญ รุกฺขฉิทฺทานิ ปถวิยํ วิวรานิ จ พหูนิ. ยทิ ตานิ น ปาปุณาม, โหติ โน กาลปริยาโยติ มรณเมว โน โหตีติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๗๕. ‘‘โย ทนฺธกาเล ตรติ, ตรณีเย จ ทนฺธติ;

สุกฺขปณฺณํว อกฺกมฺม, อตฺถํ ภญฺชติ อตฺตโน.

๑๗๖. ‘‘โย ทนฺธกาเล ทนฺเธติ, ตรณีเย จ ตารยิ;

สสีว รตฺตึ วิภชํ, ตสฺสตฺโถ ปริปูรตี’’ติ.

ตตฺถ ทนฺธกาเลติ เตสํ เตสํ กมฺมานํ สณิกํ กตฺตพฺพกาเล. ตรตีติ ตุริตตุริโต เวเคน ตานิ กมฺมานิ กโรติ. สุกฺขปณฺณํวาติ ยถา วาตาตปสุกฺขํ ตาลปณฺณํ พลวา ปุริโส อกฺกมิตฺวา ภญฺเชยฺย, ตตฺเถว จุณฺณวิจุณฺณํ กเรยฺย, เอวํ โส อตฺตโน อตฺถํ วุทฺธึ ภญฺชติ. ทนฺเธตีติ ทนฺธยติ ทนฺธกาตพฺพานิ กมฺมานิ ทนฺธเมว กโรติ. ตารยีติ ตุริตกาตพฺพานิ กมฺมานิ ตุริโตว กโรติ. สสีว รตฺตึ วิภชนฺติ ยถา จนฺโท ชุณฺหปกฺขํ รตฺตึ โชตยมาโน กาฬปกฺขรตฺติโต รตฺตึ วิภชนฺโต ทิวเส ทิวเส ปริปูรติ, เอวํ ตสฺส ปุริสสฺส อตฺโถ ปริปูรตีติ วุตฺตํ โหติ.

ราชา โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย อนลโส ชาโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชกุมฺโภ อาลสิยภิกฺขุ อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ราชกุมฺภชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๓๔๖] ๖. เกสวชาตกวณฺณนา

มนุสฺสินฺทํ ชหิตฺวานาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วิสฺสาสโภชนํ อารพฺภ กเถสิ. อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร เคเห ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ นิพทฺธภตฺตํ โหติ, เคหํ นิจฺจกาลํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส โอปานภูตํ กาสาวปชฺโชตํ อิสิวาตปฏิวาตํ. อเถกทิวสํ ราชา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต เสฏฺฐิโน นิเวสเน ภิกฺขุสงฺฆํ ทิสฺวา ‘‘อหมฺปิ อริยสงฺฆสฺส นิพทฺธํ ภิกฺขํ ทสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ นิพทฺธํ ภิกฺขํ ปฏฺฐเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย ราชนิเวสเน นิพทฺธํ ภิกฺขา ทิยฺยติ, ติวสฺสิกคนฺธสาลิโภชนํ ปณีตํ. วิสฺสาเสนปิ สิเนเหนปิ สหตฺถา ทายกา นตฺถิ, ราชยุตฺเต ทาเปสิ. ภิกฺขู นิสีทิตฺวา ภุญฺชิตุํ น อิจฺฉนฺติ, นานคฺครสภตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน อุปฏฺฐากกุลํ คนฺตฺวา ตํ ภตฺตํ เตสํ ทตฺวา เตหิ ทินฺนํ ลูขํ วา ปณีตํ วา ภุญฺชนฺติ.

อเถกทิวสํ รญฺโญ พหุํ ผลาผลํ อาหรึสุ. ราชา ‘‘สงฺฆสฺส เทถา’’ติ อาห. มนุสฺสา ภตฺตคฺคํ คนฺตฺวา เอกภิกฺขุมฺปิ อทิสฺวา ‘‘เอโก ภิกฺขุปิ นตฺถี’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ‘‘นนุ เวลาเยว ตาวา’’ติ? ‘‘อาม, เวลา, ภิกฺขู ปน ตุมฺหากํ เคเห ภตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วิสฺสาสิกานํ อุปฏฺฐากานํ เคหํ คนฺตฺวา เตสํ ทตฺวา เตหิ ทินฺนํ ลูขํ วา ปณีตํ วา ภุญฺชนฺตี’’ติ. ราชา ‘‘อมฺหากํ ภตฺตํ ปณีตํ, เกน นุ โข การเณน อภุตฺวา อญฺญํ ภุญฺชนฺติ, สตฺถารํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปุจฺฉิ. สตฺถา ‘‘มหาราช, โภชนํ นาม วิสฺสาสปรมํ, ตุมฺหากํ เคเห วิสฺสาสํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา สิเนเหน ทายกานํ อภาวา ภิกฺขู ภตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วิสฺสาสิกฏฺฐาเน ปริภุญฺชนฺติ. มหาราช, วิสฺสาสสทิโส อญฺโญ รโส นาม นตฺถิ, อวิสฺสาสิเกน ทินฺนํ จตุมธุรมฺปิ หิ วิสฺสาสิเกน ทินฺนํ สามากภตฺตํ น อคฺฆติ. โปราณกปณฺฑิตาปิ โรเค อุปฺปนฺเน รญฺญา ปญฺจ เวชฺชกุลานิ คเหตฺวา เภสชฺเช การิเตปิ โรเค อวูปสนฺเต วิสฺสาสิกานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา อโลณกํ สามากนีวารยาคุญฺเจว อุทกมตฺตสิตฺตํ อโลณกปณฺณญฺจ ปริภุญฺชิตฺวา นิโรคา ชาตา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ พฺรามฺหณกุเล นิพฺพตฺติ, ‘‘กปฺปกุมาโร’’ติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา อปรภาเค อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตทา เกสโว นาม ตาปโส ปญฺจหิ ตาปสสเตหิ ปริวุโต คณสตฺถา หุตฺวา หิมวนฺเต วสติ. โพธิสตฺโต ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺจนฺนํ อนฺเตวาสิกสตานํ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก หุตฺวา วิหาสิ, เกสวตาปสสฺส หิตชฺฌาสโย สสิเนโห อโหสิ. เต อญฺญมญฺญํ อติวิย วิสฺสาสิกา อเหสุํ. อปรภาเค เกสโว เต ตาปเส อาทาย โลณมฺพิลเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ คนฺตฺวา พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ภิกฺขาย ปวิสิตฺวา ราชทฺวารํ อคมาสิ. ราชา อิสิคณํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา อนฺโตนิเวสเน โภเชตฺวา ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อุยฺยาเน วสาเปสิ. อถ วสฺสารตฺเต อติกฺกนฺเต เกสโว ราชานํ อาปุจฺฉิ. ราชา ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห มหลฺลกา, อเมฺห ตาว อุปนิสฺสาย วสถ, ทหรตาปเส หิมวนฺตํ เปเสถา’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ เชฏฺฐนฺเตวาสิเกน สทฺธึ เต หิมวนฺตํ เปเสตฺวา สยํ เอกโกว โอหิยิ. กปฺโป หิมวนฺตํ คนฺตฺวา ตาปเสหิ สทฺธึ วสิ.

เกสโว กปฺเปน วินา วสนฺโต อุกฺกณฺฐิตฺวา ตํ ทฏฺฐุกาโม หุตฺวา นิทฺทํ น ลภติ, ตสฺส นิทฺทํ อลภนฺตสฺส สมฺมา อาหาโร น ปริณามํ คจฺฉติ, โลหิตปกฺขนฺทิกา อโหสิ, พาฬฺหา เวทนา วตฺตนฺติ. ราชา ปญฺจ เวชฺชกุลานิ คเหตฺวา ตาปสํ ปฏิชคฺคิ, โรโค น วูปสมฺมติ. เกสโว ราชานํ อาห ‘‘มหาราช, กึ มยฺหํ มรณํ อิจฺฉถ, อุทาหุ อโรคภาว’’นฺติ? ‘‘อโรคภาวํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ มํ หิมวนฺตํ เปเสถา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ราชา นารทํ นาม อมจฺจํ ปกฺกาสาเปตฺวา ‘‘นารท, อมฺหากํ ภทนฺตํ คเหตฺวา วนจรเกหิ สทฺธึ หิมวนฺตํ ยาหี’’ติ เปเสสิ. นารโท ตํ ตตฺถ เนตฺวา ปจฺจาคมาสิ. เกสวสฺสปิ กปฺเป ทิฏฺฐมตฺเตเยว เจตสิกโรโค วูปสนฺโต, อุกฺกณฺฐา ปฏิปฺปสฺสมฺภิ. อถสฺส กปฺโป อโลณเกน อธูปเนน อุทกมตฺตสิตฺตปณฺเณน สทฺธึ สามากนีวารยาคุํ อทาสิ, ตสฺส ตงฺขณญฺเญว โลหิตปกฺขนฺทิกา ปฏิปฺปสฺสมฺภิ.

ปุน ราชา นารทํ เปเสสิ ‘‘คจฺฉ เกสวสฺส ตาปสสฺส ปวตฺตึ ชานาหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ตํ อโรคํ ทิสฺวา ‘‘ภนฺเต, พาราณสิราชา ปญฺจ เวชฺชกุลานิ คเหตฺวา ปฏิชคฺคนฺโต ตุเมฺห อโรเค กาตุํ นาสกฺขิ, กถํ เต กปฺโป ปฏิชคฺคี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๗๗. ‘‘มนุสฺสินฺทํ ชหิตฺวาน, สพฺพกามสมิทฺธินํ;

กถํ นุ ภควา เกสี, กปฺปสฺส รมติ อสฺสเม’’ติ.

ตตฺถ มนุสฺสินฺทนฺติ มนุสฺสานํ อินฺทํ พาราณสิราชานํ. กถํ นุ ภควา เกสีติ เกน นุ โข อุปาเยน อยํ อมฺหากํ ภควา เกสวตาปโส กปฺปสฺส อสฺสเม รมตีติ.

เอวํ อญฺเญหิ สทฺธึ สลฺลปนฺโต วิย เกสวสฺส อภิรติการณํ ปุจฺฉิ. ตํ สุตฺวา เกสโว ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๘. ‘‘สาทูนิ รมณียานิ, สนฺติ วกฺขา มโนรมา;

สุภาสิตานิ กปฺปสฺส, นารท รมยนฺติ ม’’นฺติ.

ตตฺถ วกฺขาติ รุกฺขา. ปาฬิยํ ปน ‘‘รุกฺขา’’เตฺวว ลิขิตํ. สุภาสิตานีติ กปฺเปน กถิตานิ สุภาสิตานิ มํ รมยนฺตีติ อตฺโถ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา ‘‘เอวํ มํ อภิรมาเปนฺโต กปฺโป อโลณกํ อธูปนํ อุทกสิตฺตปณฺณมิสฺสํ สามากนีวารยาคุํ ปาเยสิ, ตาย เม สรีเร พฺยาธิ วูปสมิโต, อโรโค ชาโตมฺหี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา นารโท ตติยํ คาถมาห –

๑๗๙. ‘‘สาลีนํ โอทนํ ภุญฺเช, สุจึ มํสูปเสจนํ;

กถํ สามากนีวารํ, อโลณํ ฉาทยนฺติ ต’’นฺติ.

ตตฺถ ภุญฺเชติ ภุญฺชสิ, อยเมว วา ปาโฐ. ฉาทยนฺตีติ ฉาทยติ ปีเณติ โตเสติ. คาถาพนฺธสุขตฺถํ ปน อนุนาสิโก กโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย ตฺวํ สุจึ มํสูปเสจนํ ราชกุเล ราชารหํ สาลิภตฺตํ ภุญฺชสิ, ตํ กถมิทํ สามากนีวารํ อโลณํ ปีเณติ โตเสติ, กถํ เต เอตํ รุจฺจตีติ.

ตํ สุตฺวา เกสโว จตุตฺถํ คาถมาห –

๑๘๐. ‘‘สาทุํ วา ยทิ วาสาทุํ, อปฺปํ วา ยทิ วา พหุํ;

วิสฺสตฺโถ ยตฺถ ภุญฺเชยฺย, วิสฺสาสปรมา รสา’’ติ.

ตตฺถ ยทิ วาสาทุนฺติ ยทิ วา อสาทุํ. วิสฺสตฺโถติ นิราสงฺโก วิสฺสาสปตฺโต หุตฺวา. ยตฺถ ภุญฺเชยฺยาติ ยสฺมึ นิเวสเน เอวํ ภุญฺเชยฺย, ตตฺถ เอวํ ภุตฺตํ ยํกิญฺจิ โภชนํ สาทุเมว. กสฺมา? ยสฺมา วิสฺสาสปรมา รสา, วิสฺสาโส ปรโม อุตฺตโม เอเตสนฺติ วิสฺสาสปรมา รสา. วิสฺสาสสทิโส หิ อญฺโญ รโส นาม นตฺถิ. อวิสฺสาสิเกน หิ ทินฺนํ จตุมธุรมฺปิ วิสฺสาสิเกน ทินฺนํ อมฺพิลกญฺชิยํ น อคฺฆตีติ.

นารโท ตสฺส วจนํ สุตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘เกสโว อิทํ นาม กเถสี’’ติ อาจิกฺขิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, นารโท สาริปุตฺโต, เกสโว พกพฺรหฺมา, กปฺโป ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

เกสวชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๓๔๗] ๗. อยกูฏชาตกวณฺณนา

สพฺพายสนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โลกตฺถจริยํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ มหากณฺหชาตเก (ชา. ๑.๑๒.๖๑ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อุคฺคหิตสพฺพสิปฺโป ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. ตทา มนุสฺสา เทวมงฺคลิกา หุตฺวา พหู อเชฬกาทโย มาเรตฺวา เทวตานํ พลิกมฺมํ กโรนฺติ. โพธิสตฺโต ‘‘ปาโณ น หนฺตพฺโพ’’ติ เภรึ จราเปสิ. ยกฺขา พลิกมฺมํ อลภมานา โพธิสตฺตสฺส กุชฺฌิตฺวา หิมวนฺเต ยกฺขสมาคมํ คนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส มารณตฺถาย เอกํ กกฺขฬํ ยกฺขํ เปเสสุํ. โส กณฺณิกมตฺตํ มหนฺตํ อาทิตฺตํ อยกูฏํ คเหตฺวา ‘‘อิมินา นํ ปหริตฺวา มาเรสฺสามี’’ติ อาคนฺตฺวา มชฺฌิมยามสมนนฺตเร โพธิสตฺตสฺส สยนมตฺถเก อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ สกฺกสฺส อาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. โส อาวชฺชมาโน ตํ การณํ ญตฺวา อินฺทวชิรํ อาทาย คนฺตฺวา ยกฺขสฺส อุปริ อฏฺฐาสิ. โพธิสตฺโต ยกฺขํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เอส มํ รกฺขมาโน ฐิโต, อุทาหุ มาเรตุกาโม’’ติ เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๘๑. ‘‘สพฺพายสํ กูฏมติปฺปมาณํ, ปคฺคยฺห โย ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเข;

รกฺขาย เม ตฺวํ วิหิโต นุสชฺช, อุทาหุ เม เจตยเส วธายา’’ติ.

ตตฺถ วิหิโต นุสชฺชาติ วิหิโต นุ อสิ อชฺช.

โพธิสตฺโต ปน ยกฺขเมว ปสฺสติ, น สกฺกํ. ยกฺโข สกฺกสฺส ภเยน โพธิสตฺตํ ปหริตุํ น สกฺโกติ. โส โพธิสตฺตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘มหาราช, นาหํ ตว รกฺขณตฺถาย ฐิโต, อิมินา ปน ชลิเตน อยกูเฏน ปหริตฺวา ตํ มาเรสฺสามีติ อาคโตมฺหิ, สกฺกสฺส ภเยน ตํ ปหริตุํ น สกฺโกมี’’ติ เอตมตฺถํ ทีเปนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๘๒. ‘‘ทูโต อหํ ราชิธ รกฺขสานํ, วธาย ตุยฺหํ ปหิโตหมสฺมิ;

อินฺโท จ ตํ รกฺขติ เทวราชา, เตนุตฺตมงฺคํ น เต ผาลยามี’’ติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๘๓. ‘‘สเจ จ มํ รกฺขติ เทวราชา, เทวานมินฺโท มฆวา สุชมฺปติ;

กามํ ปิสาจา วินทนฺตุ สพฺเพ, น สนฺตเส รกฺขสิยา ปชาย.

๑๘๔. ‘‘กามํ กนฺทนฺตุ กุมฺภณฺฑา, สพฺเพ ปํสุปิสาจกา;

นาลํ ปิสาจา ยุทฺธาย, มหตี สา วิภึสิกา’’ติ.

ตตฺถ รกฺขสิยา ปชายาติ รกฺขสิสงฺขาตาย ปชาย, รกฺขสสตฺตานนฺติ อตฺโถ. กุมฺภณฺฑาติ กุมฺภมตฺตรหสฺสงฺคา มโหทรา ยกฺขา. ปํสุปิสาจกาติ สงฺการฏฺฐาเน ปิสาจา. นาลนฺติ ปิสาจา นาม มยา สทฺธึ ยุทฺธาย น สมตฺถา. มหตี สา วิภึสิกาติ ยํ ปเนเต ยกฺขา สนฺนิปติตฺวา วิภึสิกํ ทสฺเสนฺติ, สา มหตี วิภึสิกา ภยการณทสฺสนมตฺตเมว มยฺหํ, น ปนาหํ ภายามีติ อตฺโถ.

สกฺโก ยกฺขํ ปลาเปตฺวา มหาสตฺตํ โอวทิตฺวา ‘‘มา ภายิ, มหาราช, อิโต ปฏฺฐาย ตว รกฺขา มมายตฺตา’’ติ วตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สกฺโก อนุรุทฺโธ อโหสิ, พาราณสิราชา อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อยกูฏชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๓๔๘] ๘. อรญฺญชาตกวณฺณนา

อรญฺญา คามมาคมฺมาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ถุลฺลกุมาริกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ จูฬนารทกสฺสปชาตเก (ชา. ๑.๑๓.๔๐ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป ภริยาย กาลกตาย ปุตฺตํ คเหตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต วสนฺโต ปุตฺตํ อสฺสมปเท ฐเปตฺวา ผลาผลตฺถาย คจฺฉติ. ตทา โจเรสุ ปจฺจนฺตคามํ ปหริตฺวา กรมเร คเหตฺวา คจฺฉนฺเตสุ เอกา กุมาริกา ปลายิตฺวา ตํ อสฺสมปทํ ปตฺวา ตาปสกุมารํ ปโลเภตฺวา สีลวินาสํ ปาเปตฺวา ‘‘เอหิ คจฺฉามา’’ติ อาห. ‘‘ปิตา ตาว เม อาคจฺฉตุ, ตํ ปสฺสิตฺวา คมิสฺสามี’’ติ. ‘‘เตน หิ ทิสฺวา อาคจฺฉา’’ติ นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค นิสีทิ. ตาปสกุมาโร ปิตริ อาคเต ปฐมํ คาถมาห –

๑๘๕. ‘‘อรญฺญา คามมาคมฺม, กึสีลํ กึวตํ อหํ;

ปุริสํ ตาต เสเวยฺยํ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.

ตตฺถ อรญฺญา คามมาคมฺมาติ ตาต อหํ อิโต อรญฺญโต มนุสฺสปถํ วสนตฺถาย คโต วสนคามํ ปตฺวา กึ กโรมีติ.

อถสฺส ปิตา โอวาทํ ททนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๑๘๖. ‘‘โย ตํ วิสฺสาสเย ตาต, วิสฺสาสญฺจ ขเมยฺย เต;

สุสฺสูสี จ ติติกฺขี จ, ตํ ภเชหิ อิโต คโต.

๑๘๗. ‘‘ยสฺส กาเยน วาจาย, มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ;

อุรสีว ปติฏฺฐาย, ตํ ภเชหิ อิโต คโต.

๑๘๘. ‘‘หลิทฺทิราคํ กปิจิตฺตํ, ปุริสํ ราควิราคินํ;

ตาทิสํ ตาต มา เสวิ, นิมฺมนุสฺสมฺปิ เจ สิยา’’ติ.

ตตฺถ โย ตํ วิสฺสาสเยติ โย ปุริโส ตํ วิสฺสาเสยฺย น ปริสงฺเกยฺย. วิสฺสาสญฺจ ขเมยฺย เตติ โย จ อตฺตนิ กยิรมานํ ตว วิสฺสาสํ ปตฺโต นิราสงฺโก ตํ ขเมยฺย. สุสฺสูสีติ โย จ ตว วิสฺสาสวจนํ โสตุมิจฺฉติ. ติติกฺขีติ โย จ ตยา กตํ อปราธํ ขมติ. ตํ ภเชหีติ ตํ ปุริสํ ภเชยฺยาสิ ปยิรุปาเสยฺยาสิ. อุรสีว ปติฏฺฐายาติ ยถา ตสฺส อุรสิ ปติฏฺฐาย วฑฺฒิโต โอรสปุตฺโต ตฺวมฺปิ ตาทิโส อุรสิ ปติฏฺฐิตปุตฺโต วิย หุตฺวา เอวรูปํ ปุริสํ ภเชยฺยาสีติ อตฺโถ.

หลิทฺทิราคนฺติ หลิทฺทิราคสทิสํ อถิรจิตฺตํ. กปิจิตฺตนฺติ ลหุปริวตฺติตาย มกฺกฏจิตฺตํ. ราควิราคินนฺติ มุหุตฺเตเนว รชฺชนวิรชฺชนสภาวํ. นิมฺมนุสฺสมฺปิ เจ สิยาติ สเจปิ สกลํ ชมฺพุทีปตลํ กายทุจฺจริตาทิวิรหิตสฺส มนุสฺสสฺส อภาเวน นิมฺมนุสฺสํ สิยา, ตถาปิ, ตาต, ตาทิสํ ลหุจิตฺตํ มา เสวิ, สพฺพมฺปิ มนุสฺสปถํ วิจินิตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตคุณสมฺปนฺนเมว ภเชยฺยาสีติ อตฺโถ.

ตํ สุตฺวา ตาปสกุมาโร ‘‘อหํ, ตาต, อิเมหิ คุเณหิ สมนฺนาคตํ ปุริสํ กตฺถ ลภิสฺสามิ, น คจฺฉามิ, ตุมฺหากญฺเญว สนฺติเก วสิสฺสามี’’ติ วตฺวา นิวตฺติ. อถสฺส ปิตา กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. อุโภปิ อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลกปรายณา อเหสุํ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปุตฺโต จ กุมาริกา จ เอเตเยว อเหสุํ, ปิตา ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อรญฺญชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๓๔๙] ๙. สนฺธิเภทชาตกวณฺณนา

เนว อิตฺถีสุ สามญฺญนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เปสุญฺญสิกฺขาปทํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมึ กิร สมเย สตฺถา ‘‘ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เปสุญฺญํ อุปสํหรนฺตี’’ติ สุตฺวา เต ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ เปสุญฺญํ อุปสํหรถ, เตน อนุปฺปนฺนานิ เจว ภณฺฑนานิ อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนานิ จ ภิยฺโยภาวาย สํวตฺตนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจ’’นฺติ วุตฺเต เต ภิกฺขู ครหิตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, ปิสุณา วาจา นาม ติขิณสตฺติปหารสทิสา, ทโฬฺห วิสฺสาโสปิ ตาย ขิปฺปํ ภิชฺชติ, ตญฺจ ปน คเหตฺวา อตฺตโน เมตฺติภินฺทนกชโน สีหอุสภสทิโส โหตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส ปุตฺโต หุตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป ปิตุ อจฺจเยน ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. ตทา เอโก โคปาลโก อรญฺเญ โคกุเลสุ คาโว ปฏิชคฺคิตฺวา อาคจฺฉนฺโต เอกํ คพฺภินึ อสลฺลกฺเขตฺวา ปหาย อาคโต. ตสฺสา เอกาย สีหิยา สทฺธึ วิสฺสาโส อุปฺปชฺชิ. ตา อุโภปิ ทฬฺหมิตฺตา หุตฺวา เอกโต วิจรนฺติ. อปรภาเค คาวี วจฺฉกํ, สีหี สีหโปตกํ วิชายิ. เต อุโภปิ ชนา กุเลน อาคตเมตฺติยา ทฬฺหมิตฺตา หุตฺวา เอกโต วิจรนฺติ. อเถโก วนจรโก อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เตสํ วิสฺสาสํ ทิสฺวา อรญฺเญ อุปฺปชฺชนกภณฺฑํ อาทาย พาราณสึ คนฺตฺวา รญฺโญ ทตฺวา ‘‘อปิ เต, สมฺม, กิญฺจิ อรญฺเญ อจฺฉริยํ ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ รญฺญา ปุฏฺโฐ ‘‘เทว, อญฺญํ กิญฺจิ น ปสฺสามิ, เอกํ ปน สีหญฺจ อุสภญฺจ อญฺญมญฺญํ วิสฺสาสิเก เอกโต วิจรนฺเต อทฺทส’’นฺติ อาห. ‘‘เอเตสํ ตติเย อุปฺปนฺเน ภยํ ภวิสฺสติ, ยทา เตสํ ตติยํ ปสฺสติ, อถ เม อาจิกฺเขยฺยาสี’’ติ. ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ.

วนจรเก ปน พาราณสึ คเต เอโก สิงฺคาโล สีหญฺจ อุสภญฺจ อุปฏฺฐหิ. วนจรโก อรญฺญํ คนฺตฺวา ตํ ทิสฺวา ‘‘ตติยสฺส อุปฺปนฺนภาวํ รญฺโญ กเถสฺสามี’’ติ นครํ คโต. สิงฺคาโล จินฺเตสิ ‘‘มยา ฐเปตฺวา สีหมํสญฺจ อุสภมํสญฺจ อญฺญํ อขาทิตปุพฺพํ นาม นตฺถิ, อิเม ภินฺทิตฺวา อิเมสํ มํสํ ขาทิสฺสามี’’ติ. โส ‘‘อยํ ตํ เอวํ วทติ, อยํ ตํ เอวํ วทตี’’ติ อุโภปิ เต อญฺญมญฺญํ ภินฺทิตฺวา น จิรสฺเสว กลหํ กาเรตฺวา มรณาการปฺปตฺเต อกาสิ. วนจรโกปิ คนฺตฺวา รญฺโญ ‘‘เตสํ, เทว, ตติโย อุปฺปนฺโน’’ติ อาห. ‘‘โก โส’’ติ? ‘‘สิงฺคาโล, เทวา’’ติ. ราชา ‘‘โส อุโภ มิตฺเต ภินฺทิตฺวา มาราเปสฺสติ, มยํ เตสํ มตกาเล สมฺปาปุณิสฺสามา’’ติ วตฺวา รถํ อภิรุยฺห วนจรเกน มคฺคเทสเกน คจฺฉนฺโต เตสุ อญฺญมญฺญํ กลหํ กตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปตฺเตสุ สมฺปาปุณิ. สิงฺคาโล ปน หฏฺฐตุฏฺโฐ เอกวารํ สีหสฺส มํสํ ขาทติ, เอกวารํ อุสภสฺส มํสํ ขาทติ. ราชา เต อุโภปิ ชีวิตกฺขยปฺปตฺเต ทิสฺวา รเถ ฐิโตว สารถินา สทฺธึ สลฺลปนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๑๘๙. ‘‘เนว อิตฺถีสุ สามญฺญํ, นาปิ ภกฺเขสุ สารถิ;

อถสฺส สนฺธิเภทสฺส, ปสฺส ยาว สุจินฺติตํ.

๑๙๐. ‘‘อสิ ติกฺโขว มํสมฺหิ, เปสุญฺญํ ปริวตฺตติ;

ยตฺถูสภญฺจ สีหญฺจ, ภกฺขยนฺติ มิคาธมา.

๑๙๑. ‘‘อิมํ โส สยนํ เสติ, ยมิมํ ปสฺสสิ สารถิ;

โย วาจํ สนฺธิเภทสฺส, ปิสุณสฺส นิโพธติ.