๔. จตุกฺกนิปาโต

๑. กาลิงฺควคฺโค

[๓๐๑] ๑. จูฬกาลิงฺคชาตกวณฺณนา

วิวรถิมาสํ ทฺวารนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต จตุนฺนํ ปริพฺพาชิกานํ ปพฺพชฺชํ อารพฺภ กเถสิ. เวสาลิยํ กิร ลิจฺฉวิราชูนํ สตฺต สหสฺสานิ สตฺต สตานิ สตฺต จ ลิจฺฉวี วสึสุ. เต สพฺเพปิ ปุจฺฉาปฏิปุจฺฉาจิตฺตกา อเหสุํ. อเถโก ปญฺจสุ วาทสเตสุ พฺยตฺโต นิคณฺโฐ เวสาลิยํ สมฺปาปุณิ, เต ตสฺส สงฺคหํ อกํสุ. อปราปิ เอวรูปา นิคณฺฐี สมฺปาปุณิ. ราชาโน เทฺวปิ ชเน วาทํ กาเรสุํ, อุโภปิ สทิสาว อเหสุํ. ตโต ลิจฺฉวีนํ เอตทโหสิ ‘‘อิเม เทฺวปิ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺโน ปุตฺโต พฺยตฺโต ภวิสฺสตี’’ติ. เตสํ วิวาหํ กาเรตฺวา เทฺวปิ เอกโต วาเสสุํ. อถ เนสํ สํวาสมนฺวาย ปฏิปาฏิยา จตสฺโส ทาริกาโย เอโก จ ทารโก ชายิ. ทาริกานํ ‘‘สจฺจา, โลลา, อวธาริกา, ปฏิจฺฉาทา’’ติ นามํ อกํสุ, ทารกสฺส ‘‘สจฺจโก’’ติ. เต ปญฺจปิ ชนา วิญฺญุตํ ปตฺตา มาติโต ปญฺจ วาทสตานิ, ปิติโต ปญฺจ วาทสตานีติ วาทสหสฺสํ อุคฺคณฺหึสุ. มาตาปิตโร ทาริกานํ เอวํ โอวทึสุ ‘‘สเจ โกจิ คิหี ตุมฺหากํ วาทํ ภินฺทิสฺสติ, ตสฺส ปาทปริจาริกา ภเวยฺยาถ. สเจ ปพฺพชิโต ภินฺทิสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก ปพฺพเชยฺยาถา’’ติ.

อปรภาเค มาตาปิตโร กาลมกํสุ. เตสุ กาลกเตสุ สจฺจกนิคณฺโฐ ตตฺเถว เวสาลิยํ ลิจฺฉวีนํ สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต วสิ. ภคินิโย ชมฺพุสาขํ คเหตฺวา วาทตฺถาย นครา นครํ จรมานา สาวตฺถึ ปตฺวา นครทฺวาเร สาขํ นิขณิตฺวา ‘‘โย อมฺหากํ วาทํ อาโรเปตุํ สกฺโกติ คิหี วา ปพฺพชิโต วา, โส เอตํ ปํสุปุญฺชํ ปาเทหิ วิกิริตฺวา ปาเทเหว สาขํ มทฺทตู’’ติ ทารกานํ วตฺวา ภิกฺขาย นครํ ปวิสึสุ. อถายสฺมา สาริปุตฺโต อสมฺมฏฺฐฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ริตฺตฆเฏสุ ปานียํ อุปฏฺฐเปตฺวา คิลาเน จ ปฏิชคฺคิตฺวา ทิวาตรํ สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต ตํ สาขํ ทิสฺวา ทารเก ปุจฺฉิ, ทารกา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขึสุ. เถโร ทารเกเหว ปาตาเปตฺวา มทฺทาเปตฺวา ‘‘เยหิ อยํ สาขา ฐปิตา, เต กตภตฺตกิจฺจาว อาคนฺตฺวา เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก มํ ปสฺสนฺตู’’ติ ทารกานํ วตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ วิหารทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐาสิ. ตาปิ ปริพฺพาชิกา ภิกฺขาย จริตฺวา อาคตา สาขํ มทฺทิตํ ทิสฺวา ‘‘เกนายํ มทฺทิตา’’ติ วตฺวา ‘‘สาริปุตฺตตฺเถเรน, สเจ ตุเมฺห วาทตฺถิกา, เชตวนทฺวารโกฏฺฐกํ คจฺฉถา’’ติ ทารเกหิ วุตฺตา ปุน นครํ ปวิสิตฺวา มหาชนํ สนฺนิปาเตตฺวา วิหารทฺวารโกฏฺฐกํ คนฺตฺวา เถรํ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉึสุ. เถโร ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘อญฺญํ กิญฺจิ ชานาถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘น ชานาม, สามี’’ติ. ‘‘อหํ ปน โว กิญฺจิ ปุจฺฉามี’’ติ. ‘‘ปุจฺฉ, สามิ, ชานนฺติโย กเถสฺสามา’’ติ.

เถโร ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ตา น ชานึสุ. เถโร วิสฺสชฺเชสิ. ตา ‘‘อมฺหากํ, สามิ, ปราชโย, ตุมฺหากํ ชโย’’ติ อาหํสุ. ‘‘อิทานิ กึ กริสฺสถา’’ติ? ‘‘อมฺหากํ มาตาปิตูหิ อยํ โอวาโท ทินฺโน ‘สเจ โว คิหี วาทํ ภินฺทิสฺสติ, ตสฺส ปชาปติโย ภเวยฺยาถ. สเจ ปพฺพชิโต, ตสฺส สนฺติเก ปพฺพเชยฺยาถา’ติ, ปพฺพชฺชํ โน เทถา’’ติ. เถโร ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ตา อุปฺปลวณฺณาย เถริยา สนฺติเก ปพฺพาเชสิ. ตา สพฺพาปิ น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สาริปุตฺตตฺเถโร จตุนฺนํ ปริพฺพาชิกานํ อวสฺสโย หุตฺวา สพฺพา อรหตฺตํ ปาเปสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส เอตาสํ อวสฺสโย อโหสิ, อิทานิ ปน ปพฺพชฺชาภิเสกํ ทาเปสิ, ปุพฺเพ ราชมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต กาลิงฺครฏฺเฐ ทนฺตปุรนคเร กาลิงฺคราเช รชฺชํ กาเรนฺเต อสฺสกรฏฺเฐ ปาฏลินคเร อสฺสโก นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ. กาลิงฺโค สมฺปนฺนพลวาหโน สยมฺปิ นาคพโล ปฏิโยธํ น ปสฺสติ. โส ยุชฺฌิตุกาโม หุตฺวา อมจฺจานํ อาโรเจสิ ‘‘อหํ ยุทฺธตฺถิโก, ปฏิโยธํ ปน น ปสฺสามิ, กึ กโรมา’’ติ. อมจฺจา ‘‘อตฺเถโก, มหาราช, อุปาโย, ธีตโร เต จตสฺโส อุตฺตมรูปธรา, ตา ปสาเธตฺวา ปฏิจฺฉนฺนยาเน นิสีทาเปตฺวา พลปริวุตา คามนิคมราชธานิโย จราเปถ. โย ราชา ตา อตฺตโน เคเห กาตุกาโม ภวิสฺสติ, เตน สทฺธึ ยุทฺธํ กริสฺสามา’’ติ วทึสุ. ราชา ตถา กาเรสิ. ตาหิ คตคตฏฺฐาเน ราชาโน ภเยน ตาสํ นครํ ปวิสิตุํ น เทนฺติ, ปณฺณาการํ เปเสตฺวา พหินคเรเยว วสาเปนฺติ. เอวํ สกลชมฺพุทีปํ วิจริตฺวา อสฺสกรฏฺเฐ ปาฏลินครํ ปาปุณึสุ. อสฺสโกปิ นครทฺวารานิ ปิทหาเปตฺวา ปณฺณาการํ เปเสสิ. ตสฺส นนฺทิเสโน นาม อมจฺโจ ปณฺฑิโต พฺยตฺโต อุปายกุสโล. โส จินฺเตสิ ‘‘อิมา กิร ราชธีตโร สกลชมฺพุทีปํ วิจริตฺวา ปฏิโยธํ น ลภึสุ, เอวํ สนฺเต ชมฺพุทีโป ตุจฺโฉ นาม อโหสิ, อหํ กาลิงฺเคน สทฺธึ ยุชฺฌิสฺสามี’’ติ. โส นครทฺวารํ คนฺตฺวา โทวาริเก อามนฺเตตฺวา ตาสํ ทฺวารํ วิวราเปตุํ ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘วิวรถิมาสํ ทฺวารํ, นครํ ปวิสนฺตุ อรุณราชสฺส;

สีเหน สุสิฏฺเฐน, สุรกฺขิตํ นนฺทิเสเนนา’’ติ.

ตตฺถ อรุณราชสฺสาติ โส หิ รชฺเช ปติฏฺฐิตกาเล รฏฺฐนามวเสน อสฺสโก นาม ชาโต, กุลทตฺติยํ ปนสฺส นามํ อรุโณติ. เตนาห ‘‘อรุณราชสฺสา’’ติ. สีเหนาติ ปุริสสีเหน. สุสิฏฺเฐนาติ อาจริเยหิ สุฏฺฐุ อนุสาสิเตน. นนฺทิเสเนนาติ มยา นนฺทิเสเนน นาม.

โส เอวํ วตฺวา ทฺวารํ วิวราเปตฺวา ตา คเหตฺวา อสฺสกรญฺโญ ทตฺวา ‘‘ตุเมฺห มา ภายิตฺถ, ยุทฺเธ สติ อหํ ชินิสฺสามิ, อิมา อุตฺตมรูปธรา ราชธีตโร มเหสิโย กโรถา’’ติ ตาสํ อภิเสกํ ทาเปตฺวา ตาหิ สทฺธึ อาคเต ปุริเส ‘‘คจฺฉถ, ตุเมฺห ราชธีตูนํ อสฺสกราเชน มเหสิฏฺฐาเน ฐปิตภาวํ ตุมฺหากํ รญฺโญ อาจิกฺขถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. เต คนฺตฺวา อาโรเจสุํ. กาลิงฺโค ‘‘น หิ นูน โส มยฺหํ พลํ ชานาตี’’ติ วตฺวา ตาวเทว มหติยา เสนาย นิกฺขมิ. นนฺทิเสโน ตสฺส อาคมนํ ญตฺวา ‘‘อตฺตโน กิร รชฺชสีมายเมว โหตุ, มา อมฺหากํ รญฺโญ รชฺชสีมํ โอกฺกมตุ, อุภินฺนํ รชฺชานํ อนฺตเร ยุทฺธํ ภวิสฺสตี’’ติ สาสนํ เปเสสิ. โส สาสนํ สุตฺวา อตฺตโน รชฺชปริยนฺเตเยว อฏฺฐาสิ. อสฺสโกปิ อตฺตโน รชฺชปริยนฺเต อฏฺฐาสิ. ตทา โพธิสตฺโต อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา เตสํ ทฺวินฺนํ รชฺชานํ อนฺตเร ปณฺณสาลายํ วสติ. กาลิงฺโค จินฺเตสิ ‘‘สมณา นาม กิญฺจิ ชานิสฺสนฺติ, โก ชานาติ, กึ ภวิสฺสติ, กสฺส ชโย วา ปราชโย วา ภวิสฺสติ, ตาปสํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ อญฺญาตกเวเสน โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘ภนฺเต, กาลิงฺโค จ อสฺสโก จ ยุชฺฌิตุกามา อตฺตโน อตฺตโน รชฺชสีมายเมว ฐิตา, เอเตสุ กสฺส ชโย ภวิสฺสติ, กสฺส ปราชโย’’ติ ปุจฺฉิ. มหาปุญฺญ, อหํ ‘‘อสุกสฺส ชโย, อสุกสฺส ปราชโย’’ติ น ชานามิ, สกฺโก ปน เทวราชา อิธาคจฺฉติ, ตมหํ ปุจฺฉิตฺวา กเถสฺสามิ, เสฺว อาคจฺเฉยฺยาสีติ. สกฺโก โพธิสตฺตสฺส อุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา นิสีทิ, อถ นํ โพธิสตฺโต ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ภนฺเต, กาลิงฺโค ชินิสฺสติ, อสฺสโก ปราชิสฺสติ, อิทญฺจิทญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตํ ปญฺญายิสฺสตีติ.

กาลิงฺโค ปุนทิวเส อาคนฺตฺวา ปุจฺฉิ, โพธิสตฺโตปิสฺส อาจิกฺขิ. โส ‘‘กึ นาม ปุพฺพนิมิตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ อปุจฺฉิตฺวาว ‘‘อหํ กิร ชินิสฺสามี’’ติ อุฏฺฐาย ตุฏฺฐิยา ปกฺกามิ. สา กถา วิตฺถาริกา อโหสิ. ตํ สุตฺวา อสฺสโก นนฺทิเสนํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘กาลิงฺโค กิร ชินิสฺสตึ, มยํ ปราชิสฺสาม, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ อาห. โส ‘‘โก เอตํ ชานาติ มหาราช, กสฺส ชโย วา ปราชโย วา, ตุเมฺห มา จินฺตยิตฺถา’’ติ ราชานํ อสฺสาเสตฺวา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘ภนฺเต, โก ชินิสฺสติ, โก ปราชิสฺสตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กาลิงฺโค ชินิสฺสติ, อสฺสโก ปราชิสฺสตี’’ติ? ‘‘ภนฺเต, ชินนฺตสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ กึ ภวิสฺสติ, กึ ปราชินนฺตสฺสา’’ติ? ‘‘มหาปุญฺญ, ชินนฺตสฺส อารกฺขเทวตา สพฺพเสโต อุสโภ ภวิสฺสติ, อิตรสฺส สพฺพกาฬโก, อุภินฺนมฺปิ อารกฺขเทวตา ยุชฺฌิตฺวา ชยปราชยํ กริสฺสนฺตี’’ติ. นนฺทิเสโน ตํ สุตฺวา อุฏฺฐาย คนฺตฺวา รญฺโญ สหาเย สหสฺสมตฺเต มหาโยเธ คเหตฺวา อวิทูเร ปพฺพตํ อภิรุยฺห ‘‘อมฺโภ, อมฺหากํ รญฺโญ ชีวิตํ ทาตุํ สกฺขิสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, สกฺขิสฺสามา’’ติ. ‘‘เตน หิ อิมสฺมึ ปปาเต ปตถา’’ติ. เต ปติตุํ อารภึสุ. อถ เน วาเรตฺวา ‘‘อลํ เอตฺถ ปตเนน, อมฺหากํ รญฺโญ ชีวิตํ ทาตุํ สุหทยา อนิวตฺติโน หุตฺวา ยุชฺฌถา’’ติ อาห. เต สมฺปฏิจฺฉึสุํ.

อถ สงฺคาเม อุปฏฺฐิเต กาลิงฺโค ‘‘อหํ กิร ชินิสฺสามี’’ติ โวสานํ อาปชฺชิ, พลกายาปิสฺส ‘‘อมฺหากํ กิร ชโย’’ติ โวสานํ อาปชฺชิตฺวา สนฺนาหํ อกตฺวา วคฺควคฺคา หุตฺวา ยถารุจิ ปกฺกมึสุ, วีริยกรณกาเล วีริยํ น กรึสุ. อุโภปิ ราชาโน อสฺสํ อภิรุหิตฺวา ‘‘ยุชฺฌิสฺสามา’’ติ อญฺญมญฺญํ อุปสงฺกมนฺติ. อุภินฺนํ อารกฺขเทวตา ปุรโต คนฺตฺวา กาลิงฺครญฺโญ อารกฺขเทวตา สพฺพเสโต อุสโภ อโหสิ, อิตรสฺส สพฺพกาฬโก. ตา เทวตาปิ อญฺญมญฺญํ ยุชฺฌนาการํ ทสฺเสนฺตา อุปสงฺกมึสุ. เต ปน อุสภา อุภินฺนํ ราชูนํเยว ปญฺญายนฺติ, น อญฺเญสํ. นนฺทิเสโน อสฺสกํ ปุจฺฉิ ‘‘ปญฺญายติ เต, มหาราช, อารกฺขเทวตา’’ติ. ‘‘อาม, ปญฺญายตี’’ติ. ‘‘เกนากาเรนา’’ติ. ‘‘กาลิงฺครญฺโญ อารกฺขเทวตา สพฺพเสโต อุสโภ หุตฺวา ปญฺญายติ, อมฺหากํ อารกฺขเทวตา สพฺพกาฬโก กิลมนฺโต หุตฺวา ติฏฺฐตี’’ติ. ‘‘มหาราช, ตุเมฺห มา ภายถ, มยํ ชินิสฺสาม, กาลิงฺโค ปราชิสฺสติ, ตุเมฺห อสฺสปิฏฺฐิโต โอตริตฺวา อิมํ สตฺตึ คเหตฺวา สุสิกฺขิตสินฺธวํ อุทรปสฺเส วามหตฺเถน อุปฺปีเฬตฺวา อิมินา ปุริสสหสฺเสน สทฺธึ เวเคน คนฺตฺวา กาลิงฺครญฺโญ อารกฺขเทวตํ สตฺติปฺปหาเรน ปาเตถ, ตโต มยํ สหสฺสมตฺตา สตฺติสหสฺเสน ปหริสฺสาม, เอวํ กาลิงฺคสฺส อารกฺขเทวตา นสฺสิสฺสติ, ตโต กาลิงฺโค ปราชิสฺสติ, มยํ ชินิสฺสามา’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ นนฺทิเสเนน ทินฺนสญฺญาย คนฺตฺวา สตฺติยา ปหริ, สูรโยธสหสฺสาปิ อมจฺจา สตฺติสหสฺเสน ปหรึสุ. อารกฺขเทวตา ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ, ตาวเทว กาลิงฺโค ปราชิตฺวา ปลายิ. ตํ ปลายมานํ ทิสฺวา สหสฺสมตฺตา อมจฺจา ‘‘กาลิงฺโค ปลายตี’’ติ อุนฺนทึสุ. กาลิงฺโค มรณภยภีโต ปลายมาโน ตํ ตาปสํ อกฺโกสนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๒. ‘‘ชโย กลิงฺคานมสยฺหสาหินํ, ปราชโย อนโย อสฺสกานํ;

อิจฺเจว เต ภาสิตํ พฺรหฺมจาริ, น อุชฺชุภูตา วิตถํ ภณนฺตี’’ติ.

ตตฺถ อสยฺหสาหินนฺติ อสยฺหํ ทุสฺสหํ สหิตุํ สมตฺถานํ. อิจฺเจว เต ภาสิตนฺติ เอวํ ตยา กูฏตาปส ลญฺชํ คเหตฺวา ปราชินกราชานํ ชินิสฺสติ, ชินนราชานญฺจ ปราชิสฺสตีติ ภาสิตํ. น อุชฺชุภูตาติ เย กาเยน วาจาย มนสา จ อุชุภูตา, น เต มุสา ภณนฺตีติ.

เอวํ โส ตาปสํ อกฺโกสนฺโต ปลายนฺโต อตฺตโน นครเมว คโต, นิวตฺติตฺวา โอโลเกตุมฺปิ นาสกฺขิ. ตโต กติปาหจฺจเยน สกฺโก ตาปสสฺส อุปฏฺฐานํ อคมาสิ. ตาปโส เตน สทฺธึ กเถนฺโต ตติยํ คาถมาห –

๓. ‘‘เทวา มุสาวาทมุปาติวตฺตา, สจฺจํ ธนํ ปรมํ เตสุ สกฺก;

ตํ เต มุสา ภาสิตํ เทวราช, กึ วา ปฏิจฺจ มฆวา มหินฺทา’’ติ.

ตตฺถ ตํ เต มุสา ภาสิตนฺติ ยํ ตยา มยฺหํ ภาสิตํ, ตํ อตฺถภญฺชนกมุสาวาทํ กเถนฺเตน ตยา มุสา ภาสิตํ, ตยา กึ การณํ ปฏิจฺจ เอวํ ภาสิตนฺติ?

ตํ สุตฺวา สกฺโก จตุตฺถํ คาถมาห –

๔. ‘‘นนุ เต สุตํ พฺราหฺมณ ภญฺญมาเน, เทวา น อิสฺสนฺติ ปุริสปรกฺกมสฺส;

ทโม สมาธิ มนโส อเภชฺโช, อพฺยคฺคตา นิกฺกมนญฺจ กาเล;

ทฬฺหญฺจ วิริยํ ปุริสปรกฺกโม จ, เตเนว อาสิ วิชโย อสฺสกาน’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – กึ ตยา, พฺราหฺมณ, ตตฺถ ตตฺถ วจเน ภญฺญมาเน อิทํ น สุตปุพฺพํ, ยํ เทวา ปุริสปรกฺกมสฺส น อิสฺสนฺติ น อุสูยนฺติ, อสฺสกรญฺโญ วีริยกรณวเสน อตฺตทมนสงฺขาโต ทโม, สมคฺคภาเวน มนโส อเภชฺโช, อเภชฺชสมาธิ, อสฺสกรญฺโญ สหายานํ วีริยกรณกาเล อพฺยคฺคตา ยถา กาลิงฺคสฺส มนุสฺสา วคฺควคฺคา หุตฺวา โอสกฺกึสุ, เอวํ อโนสกฺกนํ สมคฺคภาเวน อเภชฺชจิตฺตานํ วีริยญฺจ ปุริสปรกฺกโม จ ถิโร อโหสิ, เตเนว การเณน อสฺสกานํ ชโย อโหสีติ.

ปลาเต จ ปน กาลิงฺเค อสฺสกราชา วิโลปํ คาหาเปตฺวา อตฺตโน นครํ คโต. นนฺทิเสโน กาลิงฺคสฺส สาสนํ เปเสสิ ‘‘อิมาสํ จตุนฺนํ ราชกญฺญานํ ทายชฺชโกฏฺฐาสํ เปเสตุ, สเจ น เปเสติ, กาตพฺพเมตฺถ ชานิสฺสามี’’ติ. โส ตํ สาสนํ สุตฺวา ภีตตสิโต ตาหิ ลทฺธพฺพทายชฺชํ เปเสสิ, ตโต ปฏฺฐาย สมคฺควาสํ วสึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ‘‘ตทา กาลิงฺครญฺโญ ธีตโร อิมา ทหรภิกฺขุนิโย อเหสุํ, นนฺทิเสโน สาริปุตฺโต, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

จูฬกาลิงฺคชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๓๐๒] ๒. มหาอสฺสาโรหชาตกวณฺณนา

อเทยฺเยสุํ ททํ ทานนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ เหฏฺฐา กถิตเมว. สตฺถา ‘‘โปราณกปณฺฑิตาปิ อตฺตโน อุปการวเสเนว กิรึสู’’ติ วตฺวา อิธาปิ อตีตํ อาหริ.

อตีเต โพธิสตฺโต พาราณสิราชา หุตฺวา ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรติ, ทานํ เทติ, สีลํ รกฺขติ. โส ‘‘ปจฺจนฺตํ กุปิตํ วูปสเมสฺสามี’’ติ พลวาหนปริวุโต คนฺตฺวา ปราชิโต อสฺสํ อภิรุหิตฺวา ปลายมาโน เอกํ ปจฺจนฺตคามํ ปาปุณิ. ตตฺถ ตึส ชนา ราชเสวกา วสนฺติ. เต ปาโตว คามมชฺเฌ สนฺนิปติตฺวา คามกิจฺจํ กโรนฺติ. ตสฺมึ ขเณ ราชา วมฺมิตํ อสฺสํ อภิรุหิตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺโต คามทฺวาเรน อนฺโตคามํ ปาวิสิ. เต ‘‘กึ นุ โข อิท’’นฺติ ภีตา ปลายิตฺวา สกสกเคหานิ ปวิสึสุ. เอโก ปเนตฺถ อตฺตโน เคหํ อคนฺตฺวา รญฺโญ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ‘‘ราชา กิร ปจฺจนฺตํ คโต’’ติ สุยฺยติ, โกสิ ตฺวํ ราชปุริโส โจรปุริโสติ? ‘‘ราชปุริโส, สมฺมา’’ติ. ‘‘เตน หิ เอถา’’ติ ราชานํ เคหํ เนตฺวา อตฺตโน ปีฐเก นิสีทาเปตฺวา ‘‘เอหิ, ภทฺเท, สหายกสฺส ปาเท โธวา’’ติ ภริยํ ตสฺส ปาเท โธวาเปตฺวา อตฺตโน พลานุรูเปน อาหารํ ทตฺวา ‘‘มุหุตฺตํ วิสฺสมถา’’ติ สยนํ ปญฺญาเปสิ, ราชา นิปชฺชิ. อิตโร อสฺสสฺส สนฺนาหํ โมเจตฺวา จงฺกมาเปตฺวา อุทกํ ปาเยตฺวา ปิฏฺฐึ เตเลน มกฺเขตฺวา ติณํ อทาสิ. เอวํ ตโย จตฺตาโร ทิวเส ราชานํ ปฏิชคฺคิตฺวา ‘‘คจฺฉามหํ, สมฺมา’’ติ วุตฺเต ปุน รญฺโญ จ อสฺสสฺส จ กตฺตพฺพยุตฺตกํ สพฺพมกาสิ. ราชา ตุสฺสิตฺวา คจฺฉนฺโต ‘‘อหํ, สมฺม, มหาอสฺสาโรโห นาม, นครมชฺเฌ อมฺหากํ เคหํ, สเจ เกนจิ กิจฺเจน นครํ อาคจฺฉสิ, ทกฺขิณทฺวาเร ฐตฺวา โทวาริกํ ‘มหาอสฺสาโรโห กตรเคเห วสตี’ติ ปุจฺฉิตฺวา โทวาริกํ คเหตฺวา อมฺหากํ เคหํ อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

พลกาโยปิ ราชานํ อทิสฺวา พหินคเร ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา ฐิโต ราชานํ ทิสฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปริวาเรสิ. ราชา นครํ ปวิสนฺโต ทฺวารนฺตเร ฐตฺวา โทวาริกํ ปกฺโกสาเปตฺวา มหาชนํ ปฏิกฺกมาเปตฺวา ‘‘ตาต, เอโก ปจฺจนฺตคามวาสี มํ ทฏฺฐุกาโม อาคนฺตฺวา ‘มหาอสฺสาโรหสฺส เคหํ กห’นฺติ ตํ ปุจฺฉิสฺสติ, ตํ ตฺวํ หตฺเถ คเหตฺวา อาเนตฺวา มํ ทสฺเสยฺยาสิ, ตทา ตฺวํ สหสฺสํ ลภิสฺสสี’’ติ อาห. โส นาคจฺฉติ, ตสฺมึ อนาคจฺฉนฺเต ราชา ตสฺส วสนคาเม พลึ วฑฺฒาเปสิ, พลิมฺหิ วฑฺฒิเต นาคจฺฉติ. เอวํ ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ พลึ วฑฺฒาเปสิ, เนว อาคจฺฉติ. อถ นํ คามวาสิโน สนฺนิปติตฺวา อาหํสุ ‘‘อยฺย, ตว สหายสฺส มหาอสฺสาโรหสฺส อาคตกาลโต ปฏฺฐาย มยํ พลินา ปีฬิยมานา สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกม, คจฺฉ ตว สหายสฺส มหาอสฺสาโรหสฺส วตฺวา อมฺหากํ พลึ วิสฺสชฺชาเปหี’’ติ. สาธุ คจฺฉิสฺสามิ, น ปน สกฺกา ตุจฺฉหตฺเถน คนฺตุํ, มยฺหํ สหายสฺส เทฺว ทารกา อตฺถิ, เตสญฺจ ภริยาย จสฺส สหายกสฺส จ เม นิวาสนปารุปนปิฬนฺธนาทีนิ สชฺเชถาติ. ‘‘สาธุ สชฺชิสฺสามา’’ติ เต สพฺพํ ปณฺณาการํ สชฺชยึสุ.

โส ตญฺจ อตฺตโน ฆเร ปกฺกปูวญฺจ อาทาย คนฺตฺวา ทกฺขิณทฺวารํ ปตฺวา โทวาริกํ ปุจฺฉิ ‘‘กหํ, สมฺม, มหาอสฺสาโรหสฺส เคห’’นฺติ. โส ‘‘เอหิ ทสฺเสมิ เต’’ติ ตํ หตฺเถ คเหตฺวา ราชทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘โทวาริโก เอกํ ปจฺจนฺตคามวาสึ คเหตฺวา อาคโต’’ติ ปฏิเวเทสิ. ราชา ตํ สุตฺวา อาสนา อุฏฺฐาย ‘‘มยฺหํ สหาโย จ เตน สทฺธึ อาคตา จ ปวิสนฺตู’’ติ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ทิสฺวาว นํ ปริสฺสชิตฺวา ‘‘มยฺหํ สหายิกา จ ทารกา จ อโรคา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา หตฺเถ คเหตฺวา มหาตลํ อภิรุหิตฺวา เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา ราชาสเน นิสีทาเปตฺวา อคฺคมเหสึ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ภทฺเท, สหายสฺส เม ปาเท โธวา’’ติ อาห. สา ตสฺส ปาเท โธวิ, ราชา สุวณฺณภิงฺกาเรน อุทกํ อาสิญฺจิ. เทวีปิ ปาเท โธวิตฺวา คนฺธเตเลน มกฺเขสิ. ราชา ‘‘กึ, สมฺม, อตฺถิ, กิญฺจิ อมฺหากํ ขาทนีย’’นฺติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘อตฺถี’’ติ ปสิพฺพกโต ปูเว นีหราเปสิ. ราชา สุวณฺณตฏฺฏเกน คเหตฺวา ตสฺส สงฺคหํ กโรนฺโต ‘‘มม สหาเยน อานีตํ ขาทถา’’ติ เทวิยา จ อมจฺจานญฺจ ขาทาเปตฺวา สยมฺปิ ขาทิ. อิตโร อิตรมฺปิ ปณฺณาการํ ทสฺเสสิ. ราชา ตสฺส สงฺคหตฺถํ กาสิกวตฺถานิ อปเนตฺวา เตน อาภตวตฺถยุคํ นิวาเสสึ. เทวีปิ กาสิกวตฺถญฺเจว อาภรณานิ จ อปเนตฺวา เตน อาภตวตฺถํ นิวาเสตฺวา อาภรณานิ ปิฬนฺธิ.

อถ นํ ราชา ราชารหํ โภชนํ โภชาเปตฺวา เอกํ อมจฺจํ อาณาเปสิ ‘‘คจฺฉ อิมสฺส มม กรณนิยาเมเนว มสฺสุกมฺมํ กาเรตฺวา คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา สตสหสฺสคฺฆนิกํ กาสิกวตฺถํ นิวาสาเปตฺวา ราชาลงฺกาเรน อลงฺการาเปตฺวา อาเนหี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. ราชา นคเร เภรึ จราเปตฺวา อมจฺเจ สนฺนิปาตาเปตฺวา เสตจฺฉตฺตสฺส มชฺเฌ ชาติหิงฺคุลกสุตฺตํ ปาเตตฺวา อุปฑฺฒรชฺชํ อทาสิ. เต ตโต ปฏฺฐาย เอกโต ภุญฺชนฺติ ปิวนฺติ สยนฺติ, วิสฺสาโส ถิโร อโหสิ เกนจิ อเภชฺโช. อถสฺส ราชา ปุตฺตทาเรปิ ปกฺโกสาเปตฺวา อนฺโตนคเร นิเวสนํ มาเปตฺวา อทาสิ. เต สมคฺคา สมฺโมทมานา รชฺชํ กาเรนฺติ.

อถ อมจฺจา กุชฺฌิตฺวา ราชปุตฺตํ อาหํสุ ‘‘กุมาร, ราชา เอกสฺส คหปติกสฺส อุปฑฺฒรชฺชํ ทตฺวา เตน สทฺธึ เอกโต ภุญฺชติ ปิวติ สยติ, ทารเก จ วนฺทาเปติ, อิมินา รญฺญา กตกมฺมํ น ชานาม, กึ กโรติ ราชา, มยํ ลชฺชาม, ตฺวํ รญฺโญ กเถหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺพํ ตํ กถํ รญฺโญ อาโรเจตฺวา ‘‘มา เอวํ กโรหิ, มหาราชา’’ติ อาห. ‘‘ตาต, อหํ ยุทฺธปราชิโต กหํ วสึ, อปิ นุ ชานาถา’’ติ. ‘‘น ชานาม, เทวา’’ติ. ‘‘อหํ เอตสฺส ฆเร วสนฺโต อโรโค หุตฺวา อาคนฺตฺวา รชฺชํ กาเรสึ, เอวํ มม อุปการิโน กสฺมา สมฺปตฺตึ น ทสฺสามี’’ติ เอวํ วตฺวา จ ปน โพธิสตฺโต ‘‘ตาต, โย หิ อทาตพฺพยุตฺตกสฺส เทติ, ทาตพฺพยุตฺตกสฺส น เทติ, โส อาปทํ ปตฺวา กิญฺจิ อุปการํ น ลภตี’’ติ ทสฺเสนฺโต อิมา คาถา อาห –

๕. ‘‘อเทยฺเยสุ ททํ ทานํ, เทยฺเยสุ นปฺปเวจฺฉติ;

อาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต, สหายํ นาธิคจฺฉติ.

๖. ‘‘นาเทยฺเยสุ ททํ ทานํ, เทยฺเยสุ โย ปเวจฺฉติ;

อาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต, สหายมธิคจฺฉติ.

๗. ‘‘สญฺโญคสมฺโภควิเสสทสฺสนํ, อนริยธมฺเมสุ สเฐสุ นสฺสติ;

กตญฺจ อริเยสุ จ อชฺชเวสุ, มหปฺผลํ โหติ อณุมฺปิ ตาทิสุ.

๘. ‘‘โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ, อกา โลเก สุทุกฺกรํ;

ปจฺฉา กยิรา น วา กยิรา, อจฺจนฺตํ ปูชนารโห’’ติ.

ตตฺถ อเทยฺเยสูติ ปุพฺเพ อกตูปกาเรสุ. เทยฺเยสูติ ปุพฺเพ กตูปกาเรสุ. นปฺปเวจฺฉตีติ น ปเวเสติ น เทติ. อาปาสูติ อาปทาสุ. พฺยสนนฺติ ทุกฺขํ. สญฺโญคสมฺโภควิเสสทสฺสนนฺติ โย มิตฺเตน กโต สญฺโญโค เจว สมฺโภโค จ, ตสฺส วิเสสทสฺสนํ คุณทสฺสนํ สุกตํ มยฺหํ อิมินาติ เอตํ สพฺพํ อสุทฺธธมฺมตฺตา อนริยธมฺเมสุ เกราฏิกตฺตา สเฐสุ นสฺสติ. อริเยสูติ อตฺตโน กตคุณชานเนน อริเยสุ ปริสุทฺเธสุ. อชฺชเวสูติ เตเนว การเณน อุชุเกสุ อกุฏิเลสุ. อณุมฺปีติ อปฺปมตฺตกมฺปิ. ตาทิสูติ เย ตาทิสา ปุคฺคลา โหนฺติ อริยา อุชุภูตา, เตสุ อปฺปมฺปิ กตํ มหปฺผลํ โหติ มหาชุติกํ มหาวิปฺผารํ, สุเขตฺเต วุตฺตพีชมิว น นสฺสติ, อิตรสฺมึ ปน ปาเป พหุมฺปิ กตํ อคฺคิมฺหิ ขิตฺตพีชมิว นสฺสตีติ อตฺโถ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยถาปิ พีชมคฺคิมฺหิ, ฑยฺหติ น วิรูหติ;

เอวํ กตํ อสปฺปุริเส, นสฺสติ น วิรูหติ.

‘‘กตญฺญุมฺหิ จ โปสมฺหิ, สีลวนฺเต อริยวุตฺติเน;

สุเขตฺเต วิย พีชานิ, กตํ ตมฺหิ น นสฺสตี’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๗๗-๗๘);

ปุพฺเพ กตกลฺยาโณติ ปฐมตรํ อุปการํ กตฺวา ฐิโต. อกาติ อกริ, อยํ โลเก สุทุกฺกรํ นาม อกาสีติ อตฺโถ. ปจฺฉา กยิราติ โส ปจฺฉา อญฺญํ กิญฺจิ คุณํ กโรตุ วา มา วา, เตเนว ปฐมกเตน คุเณน อจฺจนฺตํ ปูชนารโห โหติ, สพฺพํ สกฺการสมฺมานํ อรหตีติ.

อิทํ ปน สุตฺวา เนว อมจฺจา, น ราชปุตฺโต ปุน กิญฺจิ กเถสีติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปจฺจนฺตคามวาสี อานนฺโท อโหสิ, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มหาอสฺสาโรหชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๓๐๓] ๓. เอกราชชาตกวณฺณนา

อนุตฺตเร กามคุเณ สมิทฺเธติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ โกสลราชเสวกํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ เหฏฺฐา เสยฺยชาตเก (ชา. ๑.๓.๙๔ อาทโย) กถิตเมว. อิธ ปน สตฺถา ‘‘น ตฺวญฺเญว อนตฺเถน อตฺถํ อาหริ, โปราณกปณฺฑิตาปิ อตฺตโน อนตฺเถน อตฺถํ อาหรึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิรญฺโญ อุปฏฺฐาโก อมจฺโจ ราชนฺเตปุเร ทุพฺภิ. ราชา ปจฺจกฺขโตว ตสฺส โทสํ ทิสฺวา ตํ รฏฺฐา ปพฺพาเชสิ. โส ทุพฺภิเสนํ นาม โกสลราชานํ อุปฏฺฐหนฺโตติ สพฺพํ มหาสีลวชาตเก (ชา. ๑.๑.๕๑) กถิตเมว. อิธ ปน ทุพฺภิเสโน มหาตเล อมจฺจมชฺเฌ นิสินฺนํ พาราณสิราชานํ คณฺหาเปตฺวา สิกฺกาย ปกฺขิปาเปตฺวา อุตฺตรุมฺมาเร เหฏฺฐาสีสกํ โอลมฺพาเปสิ. ราชา โจรราชานํ อารพฺภ เมตฺตํ ภาเวตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ฌานํ นิพฺพตฺเตสิ, พนฺธนํ ฉิชฺชิ, ตโต ราชา อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. โจรราชสฺส สรีเร ทาโห อุปฺปชฺชิ, ‘‘ฑยฺหามิ ฑยฺหามี’’ติ ภูมิยํ อปราปรํ ปริวตฺตติ. ‘‘กิเมต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘มหาราช, ตุเมฺห เอวรูปํ ธมฺมิกราชานํ นิรปราธํ ทฺวารสฺส อุตฺตรุมฺมาเร เหฏฺฐาสีสกํ โอลมฺพาเปถา’’ติ วทึสุ. เตน หิ เวเคน คนฺตฺวา โมเจถ นนฺติ. ปุริสา คนฺตฺวา ราชานํ อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสินฺนํ ทิสฺวา อาคนฺตฺวา ทุพฺภิเสนสฺส อาโรเจสุํ. โส เวเคน คนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา ขมาเปตุํ ปฐมํ คาถมาห –

๙. ‘‘อนุตฺตเร กามคุเณ สมิทฺเธ, ภุตฺวาน ปุพฺเพ วสิ เอกราช;

โสทานิ ทุคฺเค นรกมฺหิ ขิตฺโต, นปฺปชฺชเห วณฺณพลํ ปุราณ’’นฺติ.

ตตฺถ วสีติ วุตฺโถ. เอกราชาติ โพธิสตฺตํ นาเมนาลปติ. โสทานีติ โส ตฺวํ อิทานิ. ทุคฺเคติ วิสเม. นรกมฺหีติ อาวาเฏ. โอลมฺพิตฏฺฐานํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. นปฺปชฺชเห วณฺณพลํ ปุราณนฺติ เอวรูเป วิสมฏฺฐาเน ขิตฺโตปิ โปราณกวณฺณญฺจ พลญฺจ นปฺปชหสีติ ปุจฺฉติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต เสสคาถา อโวจ –

๑๐. ‘‘ปุพฺเพว ขนฺตี จ ตโป จ มยฺหํ, สมฺปตฺถิตา ทุพฺภิเสน อโหสิ;

ตํทานิ ลทฺธาน กถํ นุ ราช, ชเห อหํ วณฺณพลํ ปุราณํ.

๑๑. ‘‘สพฺพา กิเรวํ ปรินิฏฺฐิตานิ, ยสสฺสินํ ปญฺญวนฺตํ วิสยฺห;

ยโส จ ลทฺธา ปุริมํ อุฬารํ, นปฺปชฺชเห วณฺณพลํ ปุราณํ.

๑๒. ‘‘ปนุชฺช ทุกฺเขน สุขํ ชนินฺท, สุเขน วา ทุกฺขมสยฺหสาหิ;

อุภยตฺถ สนฺโต อภินิพฺพุตตฺตา, สุเข จ ทุกฺเข จ ภวนฺติ ตุลฺยา’’ติ.

ตตฺถ ขนฺตีติ อธิวาสนขนฺติ. ตโปติ ตปจรณํ. สมฺปตฺถิตาติ อิจฺฉิตา อภิกงฺขิตา. ทุพฺภิเสนาติ ตํ นาเมนาลปติ. ตํทานิ ลทฺธานาติ ตํ ปตฺถนํ อิทานาหํ ลภิตฺวา. ชเหติ เกน การเณน อหํ ชเหยฺยํ. ยสฺส หิ ทุกฺขํ วา โทมนสฺสํ วา โหติ, โส ตํ ชเหยฺยาติ ทีเปติ.

‘‘สพฺพา กิเรวํ ปรินิฏฺฐิตานี’’ติ อนุสฺสววเสน อตฺตโน สมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สพฺพาเนว มม กตฺตพฺพกิจฺจานิ ทานสีลภาวนาอุโปสถกมฺมานิ ปุพฺเพว นิฏฺฐิตานีติ. ยสสฺสินํ ปญฺญวนฺตํ วิสยฺหาติ ปริวารสมฺปตฺติยา ยสสฺสิ, ปญฺญาสมฺปทาย ปญฺญวนฺต, อสยฺหสาหิตาย วิสยฺห. เอวํ ตีณิเปตานิ อาลปนาเนว. นนฺติ ปเนตฺถ นิปาโต. พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาวเสนนฺตการสฺส สานุนาสิกตา กตาติ ปจฺเจตพฺพา. ยโส จาติ ยสญฺจ, อยเมว วา ปาโฐ. ลทฺธา ปุริมนฺติ ลภิตฺวา ปุริมํ ปุพฺเพ อลทฺธปุพฺพํ. อุฬารนฺติ มหนฺตํ. กิเลสวิกฺขมฺภนเมตฺตาภาวนาฌานุปฺปตฺติโย สนฺธาเยวมาห. นปฺปชฺชเหติ เอวรูปํ ยสํ ลทฺธา กึการณา ปุราณวณฺณพลํ ชหิสฺสามีติ อตฺโถ.

ทุกฺเขนาติ ตยา อุปฺปาทิเตน นรกมฺหิ ขิปนทุกฺเขน มม รชฺชสุขํ ปนุทิตฺวา. สุเขน วา ทุกฺขนฺติ ฌานสุเขน วา ตํ ทุกฺขํ ปนุทิตฺวา. อุภยตฺถ สนฺโตติ เย สนฺโต โหนฺติ มาทิสา, เต ทฺวีสุปิ เอเตสุ โกฏฺฐาเสสุ อภินิพฺพุตสภาวา มชฺฌตฺตา สุเข จ ทุกฺเข จ ภวนฺติ ตุลฺยา, เอกสทิสา นิพฺพิการาว โหนฺตีติ.

อิทํ สุตฺวา ทุพฺภิเสโน โพธิสตฺตํ ขมาเปตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ รชฺชํ ตุเมฺหว กาเรถ, อหํ โว โจเร ปฏิพาหิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตสฺส ทุฏฺฐามจฺจสฺส ราชาณํ กาเรตฺวา ปกฺกามิ. โพธิสตฺโตปิ รชฺชํ อมจฺจานํ นิยฺยาเทตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ทุพฺภิเสโน อานนฺโท อโหสิ, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

เอกราชชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๓๐๔] ๔. ททฺทรชาตกวณฺณนา

อิมานิ มนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โกธนํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา กถิตเมว. ตทา หิ ธมฺมสภายํ ตสฺส โกธนภาวกถาย สมุฏฺฐิตาย สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ โกธโนสี’’ติ วตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส โกธโนเยว, โกธนภาเวเนวสฺส โปราณกปณฺฑิตา ปริสุทฺธา นาคราชภาเว ฐิตาปิ ตีณิ วสฺสานิ คูถปูริตาย อุกฺการภูมิยํ วสึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส ททฺทรปพฺพตปาเท ททฺทรนาคภวนํ นาม อตฺถิ, ตตฺถ รชฺชํ กาเรนฺตสฺส ททฺทรรญฺโญ ปุตฺโต มหาททฺทโร นาม อโหสิ, กนิฏฺฐภาตา ปนสฺส จูฬททฺทโร นาม. โส โกธโน ผรุโส นาคมาณวเก อกฺโกสนฺโต ปริภาสนฺโต ปหรนฺโต วิจรติ. นาคราชา ตสฺส ผรุสภาวํ ญตฺวา นาคภวนโต ตํ นีหราเปตุํ อาณาเปสิ. มหาททฺทโร ปน ปิตรํ ขมาเปตฺวา นิวาเรสิ. ทุติยมฺปิ ราชา ตสฺส กุชฺฌิ, ทุติยมฺปิ ขมาเปสิ. ตติยวาเร ปน ‘‘ตฺวํ มํ อิมํ อนาจารํ นีหราเปนฺตํ นิวาเรสิ, คจฺฉถ เทฺวปิ ชนา อิมมฺหา นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา พาราณสิยํ อุกฺการภูมิยํ ตีณิ วสฺสานิ วสถา’’ติ นาคภวนา นิกฺกฑฺฒาเปสิ. เต ตตฺถ คนฺตฺวา วสึสุ. อถ เน อุกฺการภูมิยํ อุทกปริยนฺเต โคจรํ ปริเยสมาเน คามทารกา ทิสฺวา ปหรนฺตา เลฑฺฑุทณฺฑาทโย ขิปนฺตา ‘‘เก อิเม ปุถุลสีสา สูจินงฺคุฏฺฐา อุทกเทฑฺฑุภา มณฺฑูกภกฺขา’’ติอาทีนิ วตฺวา อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ.

จูฬททฺทโร จณฺฑผรุสตาย เตสํ ตํ อวมานํ อสหนฺโต ‘‘ภาติก, อิเม ทารกา อเมฺห ปริภวนฺติ, อาสีวิสภาวํ โน น ชานนฺติ, อหํ เตสํ อวมานํ สหิตุํ น สกฺโกมิ, นาสาวาเตน เต นาเสสฺสามี’’ติ ภาตรา สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๓. ‘‘อิมานิ มํ ททฺทร ตาปยนฺติ, วาจาทุรุตฺตานิ มนุสฺสโลเก;

มณฺฑูกภกฺขา อุทกนฺตเสวี, อาสีวิสํ มํ อวิสา สปนฺตี’’ติ.

ตตฺถ ตาปยนฺตีติ ทุกฺขาเปนฺติ. มณฺฑูกภกฺขา อุทกนฺตเสวีติ ‘‘มณฺฑูกภกฺขา’’ติ จ ‘‘อุทกนฺตเสวี’’ติ จ วทนฺตา เอเต อวิสา คามทารกา มํ อาสีวิสํ สมานํ สปนฺติ อกฺโกสนฺตีติ.

ตสฺส วจนํ สุตฺวา มหาททฺทโร เสสคาถา อภาสิ –

๑๔. ‘‘สกา รฏฺฐา ปพฺพาชิโต, อญฺญํ ชนปทํ คโต;

มหนฺตํ โกฏฺฐํ กยิราถ, ทุรุตฺตานํ นิเธตเว.

๑๕. ‘‘ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติ, ชาติยา วินเยน วา;

น ตตฺถ มานํ กยิราถ, วสมญฺญาตเก ชเน.

๑๖. ‘‘วิเทสวาสํ วสโต, ชาตเวทสเมนปิ;

ขมิตพฺพํ สปญฺเญน, อปิ ทาสสฺส ตชฺชิต’’นฺติ.

ตตฺถ ทุรุตฺตานํ นิเธตเวติ ยถา ธญฺญนิธานตฺถาย มหนฺตํ โกฏฺฐํ กตฺวา ปูเรตฺวา กิจฺเจ อุปฺปนฺเน ธญฺญํ วฬญฺเชนฺติ, เอวเมวํ วิเทสํ คโต อนฺโตหทเย ปณฺฑิโต โปโส ทุรุตฺตานํ นิธานตฺถาย มหนฺตํ โกฏฺฐํ กยิราถ. ตตฺถ ตานิ ทุรุตฺตานิ นิทหิตฺวา ปุน อตฺตโน ปโหนกกาเล กาตพฺพํ กริสฺสติ. ชาติยา วินเยน วาติ ‘‘อยํ ขตฺติโย พฺราหฺมโณ’’ติ วา ‘‘สีลวา พหุสฺสุโต คุณสมฺปนฺโน’’ติ วา เอวํ ยตฺถ ชาติยา วินเยน วา น ชานนฺตีติ อตฺโถ. มานนฺติ เอวรูปํ มํ ลามกโวหาเรน โวหรนฺติ, น สกฺกโรนฺติ น ครุํ กโรนฺตีติ มานํ น กเรยฺย. วสมญฺญาตเก ชเนติ อตฺตโน ชาติโคตฺตาทีนิ อชานนฺตสฺส ชนสฺส สนฺติเก วสนฺโต. วสโตติ วสตา, อยเมว วา ปาโฐ.

เอวํ เต ตตฺถ ตีณิ วสฺสานิ วสึสุ. อถ เน ปิตา ปกฺโกสาเปสิ. เต ตโต ปฏฺฐาย นิหตมานา ชาตา.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โกธโน ภิกฺขุ อนาคามิผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา จูฬททฺทโร โกธโน ภิกฺขุ อโหสิ, มหาททฺทโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ททฺทรชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๓๐๕] ๕. สีลวีมํสนชาตกวณฺณนา

นตฺถิ โลเก รโห นามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กิเลสนิคฺคหํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เอกาทสกนิปาเต ปานียชาตเก (ชา. ๑.๑๑.๕๙ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – ปญฺจสตา ภิกฺขู อนฺโตเชตวเน วสนฺตา มชฺฌิมยามสมนนฺตเร กามวิตกฺกํ วิตกฺกยึสุ. สตฺถา ฉสุปิ รตฺติทิวาโกฏฺฐาเสสุ ยถา เอกจกฺขุโก จกฺขุํ, เอกปุตฺโต ปุตฺตํ, จามรี วาลํ อปฺปมาเทน รกฺขติ, เอวํ นิจฺจกาลํ ภิกฺขู โอโลเกติ. โส รตฺติภาเค ทิพฺพจกฺขุนา เชตวนํ โอโลเกนฺโต จกฺกวตฺติรญฺโญ อตฺตโน นิเวสเน อุปฺปนฺนโจเร วิย เต ภิกฺขู ทิสฺวา คนฺธกุฏึ วิวริตฺวา อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตตฺวา ‘‘อานนฺท, อนฺโตเชตวเน โกฏิสนฺถาเร วสนกภิกฺขู สนฺนิปาตาเปตฺวา คนฺธกุฏิทฺวาเร อาสนํ ปญฺญาเปหี’’ติ อาห. โส ตถา กตฺวา สตฺถุ ปฏิเวเทสิ. สตฺถา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา สพฺพสงฺคาหิกวเสน อามนฺเตตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, โปราณกปณฺฑิตา ‘ปาปกรเณ รโห นาม นตฺถี’ติ ปาปํ น กรึสู’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตตฺเถว พาราณสิยํ ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส สนฺติเก ปญฺจนฺนํ มาณวกสตานํ เชฏฺฐโก หุตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหาติ. อาจริยสฺส ปน วยปฺปตฺตา ธีตา อตฺถิ. โส จินฺเตสิ ‘‘อิเมสํ มาณวกานํ สีลํ วีมํสิตฺวา สีลสมฺปนฺนสฺเสว ธีตรํ ทสฺสามี’’ติ. โส เอกทิวสํ มาณวเก อามนฺเตตฺวา ‘‘ตาตา, มยฺหํ ธีตา วยปฺปตฺตา, วิวาหมสฺสา กาเรสฺสามิ, วตฺถาลงฺการํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, คจฺฉถ ตุเมฺห อตฺตโน อตฺตโน ญาตกานํ อปสฺสนฺตานญฺเญว เถเนตฺวา วตฺถาลงฺกาเร อาหรถ, เกนจิ อทิฏฺฐเมว คณฺหามิ, ทสฺเสตฺวา อาภตํ น คณฺหามี’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ญาตกานํ อปสฺสนฺตานํ เถเนตฺวา วตฺถปิฬนฺธนาทีนิ อาหรนฺติ. อาจริโย อาภตาภตํ วิสุํ วิสุํ ฐเปสิ. โพธิสตฺโต ปน น กิญฺจิ อาหริ. อถ นํ อาจริโย อาห ‘‘ตฺวํ ปน, ตาต, น กิญฺจิ อาหรสี’’ติ. ‘‘อาม, อาจริยา’’ติ. ‘‘กสฺมา, ตาตา’’ติ. ‘‘ตุเมฺห น กสฺสจิ ปสฺสฺสนฺตสฺส อาภตํ คณฺหถ, อหํ ปน ปาปกรเณ รโห นาม น ปสฺสามี’’ติ ทีเปนฺโต อิมา เทฺว คาถา อาห –

๑๗. ‘‘นตฺถิ โลเก รโห นาม, ปาปกมฺมํ ปกุพฺพโต;

ปสฺสนฺติ วนภูตานิ, ตํ พาโล มญฺญตี รโห.

๑๘. ‘‘อหํ รโห น ปสฺสามิ, สุญฺญํ วาปิ น วิชฺชติ;

ยตฺถ อญฺญํ น ปสฺสามิ, อสุญฺญํ โหติ ตํ มยา’’ติ.

ตตฺถ รโหติ ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ. วนภูตานีติ วเน นิพฺพตฺตภูตานิ. ตํ พาโลติ ตํ ปาปกมฺมํ รโห มยา กตนฺติ พาโล มญฺญติ. สุญฺญํ วาปีติ ยํ วา ฐานํ สตฺเตหิ สุญฺญํ ตุจฺฉํ ภเวยฺย, ตมฺปิ นตฺถีติ อาห.

อาจริโย ตสฺส ปสีทิตฺวา ‘‘ตาต, น มยฺหํ เคเห ธนํ นตฺถิ, อหํ ปน สีลสมฺปนฺนสฺส ธีตรํ ทาตุกาโม อิเม มาณวเก วีมํสนฺโต เอวมกาสึ, มม ธีตา ตุยฺหเมว อนุจฺฉวิกา’’ติ ธีตรํ อลงฺกริตฺวา โพธิสตฺตสฺส อทาสิ. เสสมาณวเก ‘‘ตุเมฺหหิ อาภตาภตํ ตุมฺหากํ เคหเมว เนถา’’ติ อาห.

สตฺถา ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, เต ทุสฺสีลมาณวกา อตฺตโน ทุสฺสีลตาย ตํ อิตฺถึ น ลภึสุ, อิตโร ปณฺฑิตมาณโว สีลสมฺปนฺนตาย ลภี’’ติ วตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๙. ‘‘ทุชฺชจฺโจ จ สุชจฺโจ จ, นนฺโท จ สุขวฑฺฒิโต;

วชฺโช จ อทฺธุวสีโล จ, เต ธมฺมํ ชหุมตฺถิกา.

๒๐. ‘‘พฺราหฺมโณ จ กถํ ชเห, สพฺพธมฺมาน ปารคู;

โย ธมฺมมนุปาเลติ, ธิติมา สจฺจนิกฺกโม’’ติ.

ตตฺถ ทุชฺชจฺโจติอาทโย ฉ เชฏฺฐกมาณวา, เตสํ นามํ คณฺหิ, อวเสสานํ นามํ อคฺคเหตฺวา สพฺพสงฺคาหิกวเสเนว ‘‘เต ธมฺมํ ชหุมตฺถิกา’’ติ อาห. ตตฺถ เตติ สพฺเพปิ เต มาณวา. ธมฺมนฺติ อิตฺถิปฏิลาภสภาวํ. ชหุมตฺถิกาติ ชหุํ อตฺถิกา, อยเมว วา ปาโฐ. มกาโร ปทพฺยญฺชนสนฺธิวเสน วุตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สพฺเพปิ เต มาณวา ตาย อิตฺถิยา อตฺถิกาว หุตฺวา อตฺตโน ทุสฺสีลตาย ตํ อิตฺถิปฏิลาภสภาวํ ชหึสุ.

พฺราหฺมโณ จาติ อิตโร ปน สีลสมฺปนฺโน พฺราหฺมโณ. กถํ ชเหติ เกน การเณน ตํ อิตฺถิปฏิลาภสภาวํ ชหิสฺสติ. สพฺพธมฺมานนฺติ อิมสฺมึ ฐาเน โลกิยานิ ปญฺจ สีลานิ, ทส สีลานิ, ตีณิ สุจริตานิ จ, สพฺพธมฺมา นาม, เตสํ โส ปารํ คโตติ ปารคู. ธมฺมนฺติ วุตฺตปฺปการเมว ธมฺมํ โย อนุปาเลติ รกฺขติ. ธิติมาติ สีลรกฺขนธิติยา สมนฺนาคโต. สจฺจนิกฺกโมติ สจฺเจ สภาวภูเต ยถาวุตฺเต สีลธมฺเม นิกฺกเมน สมนฺนาคโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน ตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ.

ตทา อาจริโย สาริปุตฺโต อโหสิ, ปณฺฑิตมาณโว ปน อหเมว อโหสินฺติ.

สีลวีมํสนชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๓๐๖] ๖. สุชาตาชาตกวณฺณนา

กิมณฺฑกาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มลฺลิกํ เทวึ อารพฺภ กเถสิ. เอกทิวสํ กิร รญฺโญ ตาย สทฺธึ สิริวิวาโท อโหสิ, ‘‘สยนกลโห’’ติปิ วทนฺติเยว. ราชา กุชฺฌิตฺวา ตสฺสา อตฺถิภาวมฺปิ น ชานาติ. มลฺลิกา เทวีปิ ‘‘สตฺถา รญฺโญ มยิ กุทฺธภาวํ น ชานาติ มญฺเญ’’ติ จินฺเตสิ. สตฺถาปิ ญตฺวา ‘‘อิเมสํ สมคฺคภาวํ กริสฺสามี’’ติ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ปญฺจภิกฺขุสตปริวาโร สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ราชทฺวารํ อคมาสิ. ราชา ตถาคตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวา นิเวสนํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ยาคุขชฺชกํ อาหริ. สตฺถา ปตฺตํ หตฺเถน ปิทหิตฺวา ‘‘มหาราช, กหํ เทวี’’ติ อาห. ‘‘กึ, ภนฺเต, ตาย อตฺตโน ยเสน มตฺตายา’’ติ? ‘‘มหาราช, สยเมว ยสํ ทตฺวา มาตุคามํ อุกฺขิปิตฺวา ตาย กตสฺส อปราธสฺส อสหนํ นาม น ยุตฺต’’นฺติ. ราชา สตฺถุ วจนํ สุตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปสิ, สา สตฺถารํ ปริวิสิ. สตฺถา ‘‘อญฺญมญฺญํ สมคฺเคหิ ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สามคฺคิรสวณฺณํ กเถตฺวา ปกฺกามิ. ตโต ปฏฺฐาย อุโภ สมคฺควาสํ วสึสุ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สตฺถา เอกวจเนเนว อุโภ สมคฺเค อกาสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปาหํ เอเต เอกวาเทเนว สมคฺเค อกาสิ’’นฺติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก อมจฺโจ อโหสิ. อเถกทิวสํ ราชา วาตปานํ วิวริตฺวา ราชงฺคณํ โอโลกยมาโน อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ เอกา ปณฺณิกธีตา อภิรูปา ปฐมวเย ฐิตา สุชาตา นาม พทรปจฺฉึ สีเส กตฺวา ‘‘พทรานิ คณฺหถ, พทรานิ คณฺหถา’’ติ วทมานา ราชงฺคเณน คจฺฉติ. ราชา ตสฺสา สทฺทํ สุตฺวา ตาย ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา อสามิกภาวํ ญตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา มหนฺตํ ยสํ อทาสิ. สา รญฺโญ ปิยา อโหสิ มนาปา. อเถกทิวสํ ราชา สุวณฺณตฏฺฏเก พทรานิ ขาทนฺโต นิสีทิ. ตทา สุชาตา เทวี ราชานํ พทรานิ ขาทนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มหาราช, กึ นาม ตุเมฺห ขาทถา’’ติ ปุจฺฉนฺตี ปฐมํ คาถมาห –

๒๑. ‘‘กิมณฺฑกา อิเม เทว, นิกฺขิตฺตา กํสมลฺลเก;

อุปโลหิตกา วคฺคู, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.

ตตฺถ กิมณฺฑกาติ กึผลานิ นาเมตานิ, ปริมณฺฑลวเสน ปน อณฺฑกาติ อาห. กํสมลฺลเกติ สุวณฺณตฏฺฏเก. อุปโลหิตกาติ รตฺตวณฺณา. วคฺคูติ โจกฺขา นิมฺมลา.

ราชา กุชฺฌิตฺวา ‘‘พทรวาณิชเก ปณฺณิกคหปติกสฺส ธีเต อตฺตโน กุลสนฺตกานิ พทรานิปิ น ชานาสี’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –

๒๒. ‘‘ยานิ ปุเร ตุวํ เทวิ, ภณฺฑุ นนฺตกวาสินี;

อุจฺฉงฺคหตฺถา ปจินาสิ, ตสฺสา เต โกลิยํ ผลํ.

๒๓. ‘‘อุฑฺฑยฺหเต น รมติ, โภคา วิปฺปชหนฺติ ตํ;

ตตฺเถวิมํ ปฏิเนถ, ยตฺถ โกลํ ปจิสฺสตี’’ติ.

ตตฺถ ภณฺฑูติ มุณฺฑสีสา หุตฺวา. นนฺตกวาสินีติ ชิณฺณปิโลติกนิวตฺถา. อุจฺฉงฺคหตฺถา ปจินาสีติ อฏวึ ปวิสิตฺวา องฺกุสเกน สาขํ โอนาเมตฺวา โอจิโตจิตํ หตฺเถน คเหตฺวา อุจฺฉงฺเค ปกฺขิปนวเสน อุจฺฉงฺคหตฺถา หุตฺวา ปจินาสิ โอจินาสิ. ตสฺสา เต โกลิยํ ผลนฺติ ตสฺสา ตว เอวํ ปจินนฺติยา โอจินนฺติยา ยมหํ อิทานิ ขาทามิ, อิทํ โกลิยํ กุลทตฺติยํ ผลนฺติ อตฺโถ.

อุฑฺฑยฺหเต น รมตีติ อยํ ชมฺมี อิมสฺมึ ราชกุเล วสมานา โลหกุมฺภิยํ ปกฺขิตฺตา วิย ฑยฺหติ นาภิรมติ. โภคาติ ราชโภคา อิมํ อลกฺขิกํ วิปฺปชหนฺติ. ยตฺถ โกลํ ปจิสฺสตีติ ยตฺถ คนฺตฺวา ปุน พทรเมว ปจินิตฺวา วิกฺกิณนฺตี ชีวิกํ กปฺเปสฺสติ, ตตฺเถว นํ เนถาติ วทติ.

โพธิสตฺโต ‘‘ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ อิเม สมคฺเค กาตุํ น สกฺขิสฺสตี’’ติ ราชานํ สญฺญาเปตฺวา ‘‘อิมิสฺสา อนิกฺกฑฺฒนํ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา จตุตฺถํ คาถมาห –

๒๔. ‘‘โหนฺติ เหเต มหาราช, อิทฺธิปฺปตฺตาย นาริยา;

ขม เทว สุชาตาย, มาสฺสา กุชฺฌ รเถสภา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – มหาราช, เอเต เอวรูปา ปมาทโทสา ยสํ ปตฺตาย นาริยา โหนฺติเยว, เอตํ เอวรูเป อุจฺเจ ฐาเน ฐเปตฺวา อิทานิ ‘‘เอตฺตกสฺส อปราธสฺส อสหนํ นาม น ยุตฺตํ ตุมฺหากํ, ตสฺมา ขม, เทว, สุชาตาย, เอติสฺสา มา กุชฺฌ รเถสภ รถเชฏฺฐกาติ.

ราชา ตสฺส วจเนน เทวิยา ตํ อปราธํ สหิตฺวา ยถาฐาเนเยว นํ ฐเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย อุโภ สมคฺควาสํ วสึสูติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาราณสิราชา โกสลราชา อโหสิ, สุชาตา มลฺลิกา, อมจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สุชาตาชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๓๐๗] ๗. ปลาสชาตกวณฺณนา

อเจตนํ พฺราหฺมณ อสฺสุณนฺตนฺติ อิทํ สตฺถา ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโน อานนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. โสหายสฺมา ‘‘อชฺช รตฺติยา ปจฺจูสสมเย สตฺถา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘อหญฺจมฺหิ เสกฺโข สกรณีโย, สตฺถุ จ เม ปรินิพฺพานํ ภวิสฺสติ, ปญฺจวีสติ วสฺสานิ สตฺถุ กตํ อุปฏฺฐานํ นิปฺผลํ ภวิสฺสตี’’ติ โสกาภิภูโต อุยฺยานโอวรเก กปิสีสํ อาลมฺพิตฺวา ปโรทิ. สตฺถา ตํ อปสฺสนฺโต ‘‘กหํ, ภิกฺขเว, อานนฺโท’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘กตปุญฺโญสิ ตฺวํ, อานนฺท, ปธานมนุยุญฺช, ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโว, มา จินฺตยิ, อิทานิ ตยา มม กตํ อุปฏฺฐานํ กึการณา นิปฺผลํ ภวิสฺสติ, ยสฺส เต ปุพฺเพ สราคาทิกาเลปิ มม กตํ อุปฏฺฐานํ นิปฺผลํ นาโหสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสิโต อวิทูเร ปลาสรุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตทา พาราณสิวาสิโน มนุสฺสา เทวตามงฺคลิกา อเหสุํ นิจฺจํ พลิกรณาทีสุ ปยุตฺตา. อเถโก ทุคฺคตพฺราหฺมโณ ‘‘อหมฺปิ เอกํ เทวตํ ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ อุนฺนตปฺปเทเส ฐิตสฺส มหโต ปลาสรุกฺขสฺส มูลํ สมํ นิตฺติณํ กตฺวา ปริกฺขิปิตฺวา วาลุกํ โอกิริตฺวาว สมฺมชฺชิตฺวา รุกฺเข คนฺธปญฺจงฺคุลิกานิ ทตฺวา มาลาคนฺธธูเมหิ ปูเชตฺวา ทีปํ ชาเลตฺวา ‘‘สุขํ สยา’’ติ วตฺวา รุกฺขํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกมติ. ทุติยทิวเส ปาโตว คนฺตฺวา สุขเสยฺยํ ปุจฺฉติ. อเถกทิวสํ รุกฺขเทวตา จินฺเตสิ ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ อติวิย มํ ปฏิชคฺคติ, อิมํ พฺราหฺมณํ วีมํสิตฺวา เยน การเณน มํ ปฏิชคฺคติ, ตํ ทสฺสามี’’ติ. สา ตสฺมึ ขเณ พฺราหฺมเณ อาคนฺตฺวา รุกฺขมูเล สมฺมชฺชนฺเต มหลฺลกพฺราหฺมณเวเสน สมีเป ฐตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๒๕. ‘‘อเจตนํ พฺราหฺมณ อสฺสุณนฺตํ, ชาโน อชานนฺตมิมํ ปลาสํ;

อารทฺธวิริโย ธุวํ อปฺปมตฺโต, สุขเสยฺยํ ปุจฺฉสิ กิสฺส เหตู’’ติ.

ตตฺถ อสฺสุณนฺตนฺติ อเจตนตฺตาว อสุณนฺตํ. ชาโนติ ตุวํ ชานมาโน หุตฺวา ธุวํ อปฺปมตฺโตติ นิจฺจํ อปฺปมตฺโต.

ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ทุติยํ คาถมาห –

๒๖. ‘‘ทูเร สุโต เจว พฺรหา จ รุกฺโข, เทเส ฐิโต ภูตนิวาสรูโป;

ตสฺมา นมสฺสามิ อิมํ ปลาสํ, เย เจตฺถ ภูตา เต ธนสฺส เหตู’’ติ.

ตตฺถ ทูเร สุโตติ พฺราหฺมณ อยํ รุกฺโข ทูเร สุโต วิสฺสุโต, น อาสนฺนฏฺฐาเนเยว ปากโฏ. พฺรหา จาติ มหนฺโต จ. เทเส ฐิโตติ อุนฺนเต สเม ภูมิปฺปเทเส ฐิโต. ภูตนิวาสรูโปติ เทวตานิวาสสภาโว, อทฺธา เอตฺถ มเหสกฺขา เทวตา นิวุตฺถา ภวิสฺสติ. เต ธนสฺส เหตูติ อิมญฺจ รุกฺขํ เย เจตฺถ นิวุตฺถา ภูตา, เต ธนสฺส เหตุ นมสฺสามิ, น นิกฺการณาติ.

ตํ สุตฺวา รุกฺขเทวตา พฺราหฺมณสฺส ปสนฺนา ‘‘อหํ, พฺราหฺมณ, อิมสฺมึ รุกฺเข นิพฺพตฺตเทวตา, มา ภายิ, ธนํ เต ทสฺสามี’’ติ ตํ อสฺสาเสตฺวา อตฺตโน วิมานทฺวาเร มหนฺเตน เทวตานุภาเวน อากาเส ฐตฺวา อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –

๒๗. ‘‘โส เต กริสฺสามิ ยถานุภาวํ, กตญฺญุตํ พฺราหฺมณ เปกฺขมาโน;

กถญฺหิ อาคมฺม สตํ สกาเส, โมฆานิ เต อสฺสุ ปริผนฺทิตานิ.

๒๘. ‘‘โย ตินฺทุกรุกฺขสฺส ปโร ปิลกฺโข, ปริวาริโต ปุพฺพยญฺโญ อุฬาโร;

ตสฺเสส มูลสฺมึ นิธิ นิขาโต, อทายาโท คจฺฉ ตํ อุทฺธราหี’’ติ.

ตตฺถ ยถานุภาวนฺติ ยถาสตฺติ ยถาพลํ. กตญฺญุตนฺติ ตยา มยฺหํ กตคุณํ ชานนฺโต ตํ อตฺตนิ วิชฺชมานํ กตญฺญุตํ เปกฺขมาโน. อาคมฺมาติ อาคนฺตฺวา. สตํ สกาเสติ สปฺปุริสานํ สนฺติเก. โมฆานิ เต อสฺสุ ปริผนฺทิตานีติ สุขเสยฺยปุจฺฉนวเสน วาจาผนฺทิตานิ สมฺมชฺชนาทิกรเณน กายผนฺทิตานิ จ ตว กถํ อผลานิ ภวิสฺสนฺติ.

โย ตินฺทุกรุกฺขสฺส ปโร ปิลกฺโขติ โย เอส ตินฺทุกรุกฺขสฺส ปรโต ปิลกฺขรุกฺโข ฐิโตติ วิมานทฺวาเร ฐิตาว หตฺถํ ปสาเรตฺวา ทสฺเสติ. ปริวาริโตติอาทีสุ ตสฺส ปิลกฺขรุกฺขสฺส มูเล เอส ตํ รุกฺขมูลํ ปริกฺขิปิตฺวา นิหิตตาย ปริวาริโต, ปุพฺเพ ยิฏฺฐยญฺญวเสน ปุริมสามิกานํ อุปฺปนฺนตาย ปุพฺพยญฺโญ, อเนกนิธิกุมฺภิ ภาเวน มหนฺตตฺตา อุฬาโร, ภูมึ ขณิตฺวา ฐปิตตฺตา นิขาโต, อิทานิ ทายาทานํ อภาวโต อทายาโท. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอส ตํ รุกฺขมูลํ ปริกฺขิปิตฺวา คีวาย คีวํ ปหรนฺตีนํ นิธิกุมฺภีนํ วเสน มหานิธิ นิขาโต อสามิโก, คจฺฉ ตํ อุทฺธริตฺวา คณฺหาติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา สา เทวตา ‘‘พฺราหฺมณ, ตฺวํ เอตํ อุทฺธริตฺวา คณฺหนฺโต กิลมิสฺสสิ, คจฺฉ ตฺวํ, อหเมว ตํ ตว ฆรํ เนตฺวา อสุกสฺมึ อสุกสฺมิญฺจ ฐาเน นิทหิสฺสามิ, ตฺวํ เอตํ ธนํ ยาวชีวํ ปริภุญฺชนฺโต ทานํ เทหิ, สีลํ รกฺขาหี’’ติ พฺราหฺมณสฺส โอวาทํ ทตฺวา ตํ ธนํ อตฺตโน อานุภาเวน ตสฺส ฆเร ปติฏฺฐาเปสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พฺราหฺมโณ อานนฺโท อโหสิ, รุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ปลาสชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๓๐๘] ๘. สกุณชาตกวณฺณนา

อกรมฺหส เต กิจฺจนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส อกตญฺญุตํ อารพฺภ กเถสิ. ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต อกตญฺญูเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.