๕. ปญฺจกนิปาโต

๑. มณิกุณฺฑลวคฺโค

[๓๕๑] ๑. มณิกุณฺฑลชาตกวณฺณนา

ชีโน รถสฺสํ มณิกุณฺฑเล จาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ อนฺเตปุเร สพฺพตฺถสาธกํ ปทุฏฺฐามจฺจํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมว. อิธ ปน โพธิสตฺโต พาราณสิราชา อโหสิ. ปทุฏฺฐามจฺโจ โกสลราชานํ อาเนตฺวา กาสิรชฺชํ คาหาเปตฺวา พาราณสิราชานํ พนฺธาเปตฺวา พนฺธนาคาเร ปกฺขิปาเปสิ. ราชา ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสีทิ, โจรรญฺโญ สรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ. โส พาราณสิราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘ชีโน รถสฺสํ มณิกุณฺฑเล จ, ปุตฺเต จ ทาเร จ ตเถว ชีโน;

สพฺเพสุ โภเคสุ อเสสเกสุ, กสฺมา น สนฺตปฺปสิ โสกกาเล’’ติ.

ตตฺถ ชีโน รถสฺสํ มณิกุณฺฑเล จาติ มหาราช, ตฺวํ รถญฺจ อสฺสญฺจ มณิกุณฺฑลานิ จ ชีโน, ‘‘ชีโน รถสฺเส จ มณิกุณฺฑเล จา’’ติปิ ปาโฐ. อเสสเกสูติ นิสฺเสสเกสุ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต อิมา เทฺว คาถา อภาสิ –

๒. ‘‘ปุพฺเพว มจฺจํ วิชหนฺติ โภคา, มจฺโจ วา เต ปุพฺพตรํ ชหาติ;

อสสฺสตา โภคิโน กามกามิ, ตสฺมา น โสจามหํ โสกกาเล.

๓. ‘‘อุเทติ อาปูรติ เวติ จนฺโท, อตฺถํ ตเปตฺวาน ปเลติ สูริโย;

วิทิตา มยา สตฺตุก โลกธมฺมา, ตสฺมา น โสจามหํ โสกกาเล’’ติ.

ตตฺถ ปุพฺเพว มจฺจนฺติ มจฺจํ วา โภคา ปุพฺเพว ปฐมตรญฺเญว วิชหนฺติ, มจฺโจ วา เต โภเค ปุพฺพตรํ ชหาติ. กามกามีติ โจรราชานํ อาลปติ. อมฺโภ, กาเม กามยมาน กามกามิ โภคิโน นาม โลเก อสสฺสตา, โภเคสุ วา นฏฺเฐสุ ชีวมานาว อโภคิโน โหนฺติ, โภเค วา ปหาย สยํ นสฺสนฺติ, ตสฺมา อหํ มหาชนสฺส โสกกาเลปิ น โสจามีติ อตฺโถ. วิทิตา มยา สตฺตุก โลกธมฺมาติ โจรราชานํ อาลปติ. อมฺโภ, สตฺตุก, มยา ลาโภ อลาโภ ยโส อยโสติอาทโย โลกธมฺมา วิทิตา. ยเถว หิ จนฺโท อุเทติ จ ปูรติ จ ปุน จ ขียติ, ยถา จ สูริโย อนฺธการํ วิธมนฺโต มหนฺตํ อาโลกํ ตเปตฺวาน ปุน สายํ อตฺถํ ปเลติ อตฺถํ คจฺฉติ น ทิสฺสติ, เอวเมว โภคา อุปฺปชฺชนฺติ จ นสฺสนฺติ จ, ตตฺถ กึ โสเกน, ตสฺมา น โสจามีติ อตฺโถ.

เอวํ มหาสตฺโต โจรรญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา อิทานิ ตเมว โจรํ ครหนฺโต อาห –

๔. ‘‘อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ, อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ;

ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี, โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ.

๕. ‘‘นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา, นานิสมฺม ทิสมฺปติ;

นิสมฺมการิโน ราช, ยโส กิตฺติ จ วฑฺฒตี’’ติ.

อิมา ปน เทฺว คาถา เหฏฺฐา วิตฺถาริตาเยว. โจรราชา โพธิสตฺตํ ขมาเปตฺวา รชฺชํ ปฏิจฺฉาเปตฺวา อตฺตโน ชนปทเมว คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา โกสลราชา อานนฺโท อโหสิ, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มณิกุณฺฑลชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๓๕๒] ๒. สุชาตชาตกวณฺณนา

กึ นุ สนฺตรมาโนวาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มตปิติกํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร ปิตริ มเต ปริเทวมาโน วิจรติ, โสกํ วิโนเทตุํ น สกฺโกติ. อถ สตฺถา ตสฺส โสตาปตฺติผลูปนิสฺสยํ ทิสฺวา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาสมณํ อาทาย ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสินฺโน ตํ วนฺทิตฺวา นิสินฺนํ ‘‘กึ, อุปาสก, โสจสี’’ติ วตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘อาวุโส, โปราณกปณฺฑิตา ปณฺฑิตานํ วจนํ สุตฺวา ปิตริ กาลกเต น โสจึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กุฏุมฺพิกเคเห นิพฺพตฺติ, ‘‘สุชาตกุมาโร’’ติสฺส นามํ กรึสุ. ตสฺส วยปฺปตฺตสฺส ปิตามโห กาลมกาสิ. อถสฺส ปิตา ปิตุ กาลกิริยโต ปฏฺฐาย โสกสมปฺปิโต อาฬาหนํ คนฺตฺวา อาฬาหนโต อฏฺฐีนิ อาหริตฺวา อตฺตโน อาราเม มตฺติกาถูปํ กตฺวา ตานิ ตตฺถ นิทหิตฺวา คตคตเวลาย ถูปํ ปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา เจติยํ อาวิชฺฌนฺโต ปริเทวติ, เนว นฺหายติ น ลิมฺปติ น ภุญฺชติ น กมฺมนฺเต วิจาเรติ. ตํ ทิสฺวา โพธิสตฺโต ‘‘ปิตา เม อยฺยกสฺส มตกาลโต ปฏฺฐาย โสกาภิภูโต จรติ, ฐเปตฺวา ปน มํ อญฺโญ เอตํ สญฺญาเปตุํ น สกฺโกติ, เอเกน นํ อุปาเยน นิสฺโสกํ กริสฺสามี’’ติ พหิคาเม เอกํ มตโคณํ ทิสฺวา ติณญฺจ ปานียญฺจ อาหริตฺวา ตสฺส ปุรโต ฐเปตฺวา ‘‘ขาท, ขาท, ปิว, ปิวา’’ติ อาห. อาคตาคตา นํ ทิสฺวา ‘‘สมฺม สุชาต, กึ อุมฺมตฺตโกสิ, มตโคณสฺส ติโณทกํ เทสี’’ติ วทนฺติ. โส น กิญฺจิ ปฏิวทติ. อถสฺส ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ปุตฺโต เต อุมฺมตฺตโก ชาโต, มตโคณสฺส ติโณทกํ เทตี’’ติ อาหํสุ. ตํ สุตฺวา กุฏุมฺพิกสฺส ปิตุโสโก อปคโต, ปุตฺตโสโก ปติฏฺฐิโต. โส เวเคนาคนฺตฺวา ‘‘นนุ ตฺวํ, ตาต สุชาต, ปณฺฑิโตสิ, กึการณา มตโคณสฺส ติโณทกํ เทสี’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –

๖. ‘‘กึ นุ สนฺตรมาโนว, ลายิตฺวา หริตํ ติณํ;

ขาท ขาทาติ ลปสิ, คตสตฺตํ ชรคฺควํ.

๗. ‘‘น หิ อนฺเนน ปาเนน, มโต โคโณ สมุฏฺฐเห;

ตฺวญฺจ ตุจฺฉํ วิลปสิ, ยถา ตํ ทุมฺมตี ตถา’’ติ.

ตตฺถ สนฺตรมาโนวาติ ตุริโต วิย หุตฺวา. ลายิตฺวาติ ลุนิตฺวา. ลปสีติ วิลปสิ. คตสตฺตํ ชรคฺควนฺติ วิคตชีวิตํ ชิณฺณโคณํ. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถา ทุมฺมติ อปฺปปญฺโญ วิลเปยฺย, ตถา ตฺวํ ตุจฺฉํ วิลปสีติ.

ตโต โพธิสตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๘. ‘‘ตเถว ติฏฺฐติ สีสํ, หตฺถปาทา จ วาลธิ;

โสตา ตเถว ติฏฺฐนฺติ, มญฺเญ โคโณ สมุฏฺฐเห.

๙. ‘‘เนวยฺยกสฺส สีสญฺจ, หตฺถปาทา จ ทิสฺสเร;

รุทํ มตฺติกถูปสฺมึ, นนุ ตฺวญฺเญว ทุมฺมตี’’ติ.

ตตฺถ ตเถวาติ ยถา ปุพฺเพ ฐิตํ, ตเถว ติฏฺฐติ. มญฺเญติ เอเตสํ สีสาทีนํ ตเถว ฐิตตฺตา อยํ โคโณ สมุฏฺฐเหยฺยาติ มญฺญามิ. เนวยฺยกสฺส สีสญฺจาติ อยฺยกสฺส ปน สีสญฺจ หตฺถปาทา จ น ทิสฺสนฺติ. ‘‘ปิฏฺฐิปาทา น ทิสฺสเร’’ติปิ ปาโฐ. นนุ ตฺวญฺเญว ทุมฺมตีติ อหํ ตาว สีสาทีนิ ปสฺสนฺโต เอวํ กโรมิ, ตฺวํ ปน น กิญฺจิ ปสฺสสิ, ฌาปิตฏฺฐานโต อฏฺฐีนิ อาหริตฺวา มตฺติกาถูปํ กตฺวา ปริเทวสิ. อิติ มํ ปฏิจฺจ สตคุเณน สหสฺสคุเณน สตสหสฺสคุเณน นนุ ตฺวญฺเญว ทุมฺมติ. ภิชฺชนธมฺมา นาม สงฺขารา ภิชฺชนฺติ, ตตฺถ กา ปริเทวนาติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺตสฺส ปิตา ‘‘มม ปุตฺโต ปณฺฑิโต อิธโลกปรโลกกิจฺจํ ชานาติ, มม สญฺญาปนตฺถาย เอตํ กมฺมํ อกาสี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ตาต สุชาตปณฺฑิต, ‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’ติ เม ญาตา, อิโต ปฏฺฐาย น โสจิสฺสามิ, ปิตุโสกหรณกปุตฺเตน นาม ตาทิเสน ภวิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ปุตฺตสฺส ถุตึ กโรนฺโต อาห –

๑๐. ‘‘อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ, ฆตสิตฺตํว ปาวกํ;

วารินา วิย โอสิญฺจํ, สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ.

๑๑. ‘‘อพฺพหี วต เม สลฺลํ, ยมาสิ หทยสฺสิตํ;

โย เม โสกปเรตสฺส, ปิตุโสกํ อปานุทิ.

๑๒. ‘‘โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ, วีตโสโก อนาวิโล;

น โสจามิ น โรทามิ, ตว สุตฺวาน มาณว.

๑๓. ‘‘เอวํ กโรนฺติ สปฺปญฺญา, เย โหนฺติ อนุกมฺปกา;

วินิวตฺเตนฺติ โสกมฺหา, สุชาโต ปิตรํ ยถา’’ติ.

ตตฺถ นิพฺพาปเยติ นิพฺพาปยิ. ทรนฺติ โสกทรถํ. สุชาโต ปิตรํ ยถาติ ยถา มม ปุตฺโต สุชาโต มํ ปิตรํ สมานํ อตฺตโน สปฺปญฺญตาย โสกมฺหา วินิวตฺตยิ, เอวํ อญฺเญปิ สปฺปญฺญา โสกมฺหา วินิวตฺตยนฺตีติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน กุฏุมฺพิโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา สุชาโต อหเมว อโหสินฺติ.

สุชาตชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๓๕๓] ๓. เวนสาขชาตกวณฺณนา

นยิทํ นิจฺจํ ภวิตพฺพนฺติ อิทํ สตฺถา ภคฺเคสุ สํสุมารคิรํ นิสฺสาย เภสกฬาวเน วิหรนฺโต โพธิราชกุมารํ อารพฺภ กเถสิ. โพธิราชกุมาโร นาม อุเทนสฺส รญฺโญ ปุตฺโต ตสฺมึ กาเล สํสุมารคิเร วสนฺโต เอกํ ปริโยทาตสิปฺปํ วฑฺฒกึ ปกฺโกสาเปตฺวา อญฺเญหิ ราชูหิ อสทิสํ กตฺวา โกกนทํ นาม ปาสาทํ การาเปสิ. การาเปตฺวา จ ปน ‘‘อยํ วฑฺฒกี อญฺญสฺสปิ รญฺโญ เอวรูปํ ปาสาทํ กเรยฺยา’’ติ มจฺฉรายนฺโต ตสฺส อกฺขีนิ อุปฺปาฏาเปสิ. เตนสฺส อกฺขีนํ อุปฺปาฏิตภาโว ภิกฺขุสงฺเฆ ปากโฏ ชาโต. ตสฺมา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, โพธิราชกุมาโร กิร ตถารูปสฺส วฑฺฒกิโน อกฺขีนิ อุปฺปาฏาเปสิ, อโห กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโกว. น เกวลญฺจ อิทาเนว, ปุพฺเพเปส ขตฺติยสหสฺสานํ อกฺขีนิ อุปฺปาฏาเปตฺวา มาเรตฺวา เตสํ มํเสน พลิกมฺมํ กาเรสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตกฺกสิลายํ ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย อโหสิ. ชมฺพุทีปตเล ขตฺติยมาณวา พฺราหฺมณมาณวา จ ตสฺเสว สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหึสุ. พาราณสิรญฺโญ ปุตฺโต พฺรหฺมทตฺตกุมาโร นาม ตสฺส สนฺติเก ตโย เวเท อุคฺคณฺหิ. โส ปน ปกติยาปิ กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก อโหสิ. โพธิสตฺโต องฺควิชฺชาวเสน ตสฺส กกฺขฬผรุสสาหสิกภาวํ ญตฺวา ‘‘ตาต, ตฺวํ กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก, ผรุเสน นาม ลทฺธํ อิสฺสริยํ อจิรฏฺฐิติกํ โหติ, โส อิสฺสริเย วินฏฺเฐ ภินฺนนาโว วิย สมุทฺเท ปติฏฺฐํ น ลภติ, ตสฺมา มา เอวรูโป อโหสี’’ติ ตํ โอวทนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๔. ‘‘นยิทํ นิจฺจํ ภวิตพฺพํ พฺรหฺมทตฺต, เขมํ สุภิกฺขํ สุขตา จ กาเย;

อตฺถจฺจเย มา อหุ สมฺปมูโฬฺห, ภินฺนปฺลโว สาครสฺเสว มชฺเฌ.

๑๕. ‘‘ยานิ กโรติ ปุริโส, ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ;

กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปกํ;

ยาทิสํ วปเต พีชํ, ตาทิสํ หรเต ผล’’นฺติ.

ตตฺถ สุขตา จ กาเยติ ตาต พฺรหฺมทตฺต, ยเทตํ เขมํ วา สุภิกฺขํ วา ยา วา เอสา สุขตา กาเย, อิทํ สพฺพํ อิเมสํ สตฺตานํ นิจฺจํ สพฺพกาลเมว น ภวติ, อิทํ ปน อนิจฺจํ หุตฺวา อภาวธมฺมํ. อตฺถจฺจเยติ โส ตฺวํ อนิจฺจตาวเสน อิสฺสริเย วิคเต อตฺตโน อตฺถสฺส อจฺจเย ยถา นาม ภินฺนปฺลโว ภินฺนนาโว มนุสฺโส สาครมชฺเฌ ปติฏฺฐํ อลภนฺโต สมฺปมูโฬฺห โหติ, เอวํ มา อหุ สมฺปมูโฬฺห. ตานิ อตฺตนิ ปสฺสตีติ เตสํ กมฺมานํ วิปากํ วินฺทนฺโต ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ นาม.

โส อาจริยํ วนฺทิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ปิตุ สิปฺปํ ทสฺเสตฺวา โอปรชฺเช ปติฏฺฐาย ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ ปาปุณิ. ตสฺส ปิงฺคิโย นาม ปุโรหิโต อโหสิ กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก. โส ยสโลเภน จินฺเตสิ ‘‘ยํนูนาหํ อิมินา รญฺญา สกลชมฺพุทีเป สพฺเพ ราชาโน คาหาเปยฺยํ, เอวเมส เอกราชา ภวิสฺสติ, อหมฺปิ เอกปุโรหิโต ภวิสฺสามี’’ติ. โส ตํ ราชานํ อตฺตโน กถํ คาหาเปสิ. ราชา มหติยา เสนาย นครา นิกฺขมิตฺวา เอกสฺส รญฺโญ นครํ รุนฺธิตฺวา ตํ ราชานํ คณฺหิ. เอเตนุปาเยน สกลชมฺพุทีเป รชฺชํ คเหตฺวา ราชสหสฺสปริวุโต ‘‘ตกฺกสิลายํ รชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ อคมาสิ. โพธิสตฺโต นครํ ปฏิสงฺขริตฺวา ปเรหิ อปฺปธํสิยํ อกาสิ.

พาราณสิราชา คงฺคานทีตีเร มหโต นิโคฺรธรุกฺขสฺส มูเล สาณึ ปริกฺขิปาเปตฺวา อุปริ วิตานํ การาเปตฺวา สยนํ ปญฺญเปตฺวา นิวาสํ คณฺหิ. โส ชมฺพุทีปตเล สหสฺสราชาโน คเหตฺวา ยุชฺฌมาโนปิ ตกฺกสิลํ คเหตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตโน ปุโรหิตํ ปุจฺฉิ ‘‘อาจริย, มยํ เอตฺตเกหิ ราชูหิ สทฺธึ อาคนฺตฺวาปิ ตกฺกสิลํ คเหตุํ น สกฺโกม, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ. ‘‘มหาราช, สหสฺสราชูนํ อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา มาเรตฺวา กุจฺฉึ ผาเลตฺวา ปญฺจมธุรมํสํ อาทาย อิมสฺมึ นิโคฺรเธ อธิวตฺถาย เทวตาย พลิกมฺมํ กตฺวา อนฺตวฏฺฏีหิ รุกฺขํ ปริกฺขิปิตฺวา โลหิตปญฺจงฺคุลิกานิ กโรม, เอวํ โน ขิปฺปเมว ชโย ภวิสฺสตี’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา อนฺโตสาณิยํ มหาพเล มลฺเล ฐเปตฺวา เอกเมกํ ราชานํ ปกฺโกสาเปตฺวา นิปฺปีฬเนน วิสญฺญํ กาเรตฺวา อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา มาเรตฺวา มํสํ อาทาย กเฬวรานิ คงฺคายํ ปวาเหตฺวา วุตฺตปฺปการํ พลิกมฺมํ กาเรตฺวา พลิเภรึ อาโกฏาเปตฺวา ยุทฺธาย คโต.

อถสฺส อฏฺฏาลกโต เอโก ยกฺโข อาคนฺตฺวา ทกฺขิณกฺขึ อุปฺปาเฏตฺวา อคมาสิ, อถสฺส มหตี เวทนา อุปฺปชฺชิ. โส เวทนาปฺปตฺโต อาคนฺตฺวา นิโคฺรธรุกฺขมูเล ปญฺญตฺตาสเน อุตฺตานโก นิปชฺชิ. ตสฺมึ ขเณ เอโก คิชฺโฌ เอกํ ติขิณโกฏิกํ อฏฺฐึ คเหตฺวา รุกฺขคฺเค นิสินฺโน มํสํ ขาทิตฺวา อฏฺฐึ วิสฺสชฺเชสิ, อฏฺฐิโกฏิ อาคนฺตฺวา รญฺโญ วามกฺขิมฺหิ อยสูลํ วิย ปติตฺวา อกฺขึ ภินฺทิ. ตสฺมึ ขเณ โพธิสตฺตสฺส วจนํ สลฺลกฺเขสิ. โส ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ‘อิเม สตฺตา พีชานุรูปํ ผลํ วิย กมฺมานุรูปํ วิปากํ อนุโภนฺตี’ติ กเถนฺโต อิทํ ทิสฺวา กเถสิ มญฺเญ’’ติ วตฺวา วิลปนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๖. ‘‘อิทํ ตทาจริยวโจ, ปาราสริโย ยทพฺรวิ;

‘มา สุ ตฺวํ อกริ ปาปํ, ยํ ตฺวํ ปจฺฉา กตํ ตเป’.

๑๗. ‘‘อยเมว โส ปิงฺคิย เวนสาโข, ยมฺหิ ฆาตยึ ขตฺติยานํ สหสฺสํ;

อลงฺกเต จนฺทนสารานุลิตฺเต, ตเมว ทุกฺขํ ปจฺจาคตํ มม’’นฺติ.

ตตฺถ อิทํ ตทาจริยวโจติ อิทํ ตํ อาจริยสฺส วจนํ. ปาราสริโยติ ตํ โคตฺเตน กิตฺเตติ. ปจฺฉา กตนฺติ ยํ ปาปํ ตยา กตํ, ปจฺฉา ตํ ตเปยฺย กิลเมยฺย, ตํ มา กรีติ โอวาทํ อทาสิ, อหํ ปนสฺส วจนํ น กรินฺติ. อยเมวาติ นิโคฺรธรุกฺขํ ทสฺเสนฺโต วิลปติ. เวนสาโขติ ปตฺถฏสาโข. ยมฺหิ ฆาตยินฺติ ยมฺหิ รุกฺเข ขตฺติยสหสฺสํ มาเรสึ. อลงฺกเต จนฺทนสารานุลิตฺเตติ ราชาลงฺกาเรหิ อลงฺกเต โลหิตจนฺทนสารานุลิตฺเต เต ขตฺติเย ยตฺถาหํ ฆาเตสึ, อยเมว โส รุกฺโข อิทานิ มยฺหํ กิญฺจิ ปริตฺตาณํ กาตุํ น สกฺโกตีติ ทีเปติ. ตเมว ทุกฺขนฺติ ยํ มยา ปเรสํ อกฺขิอุปฺปาฏนทุกฺขํ กตํ, อิทํ เม ตเถว ปฏิอาคตํ, อิทานิ โน อาจริยสฺส วจนํ มตฺถกํ ปตฺตนฺติ ปริเทวติ.

โส เอวํ ปริเทวมาโน อคฺคมเหสึ อนุสฺสริตฺวา –

๑๘. ‘‘สามา จ โข จนฺทนลิตฺตคตฺตา, ลฏฺฐีว โสภญฺชนกสฺส อุคฺคตา;

อทิสฺวา กาลํ กริสฺสามิ อุพฺพรึ, ตํ เม อิโต ทุกฺขตรํ ภวิสฺสตี’’ติ. –

คาถมาห –

ตสฺสตฺโถ – มม ภริยา สุวณฺณสามา อุพฺพรี ยถา นาม สิคฺคุรุกฺขสฺส อุชุ อุคฺคตา สาขา มนฺทมาลุเตริตา กมฺปมานา โสภติ, เอวํ อิตฺถิวิลาสํ กุรุมานา โสภติ, ตมหํ อิทานิ อกฺขีนํ ภินฺนตฺตา อุพฺพรึ อทิสฺวาว กาลํ กริสฺสามิ, ตํ เม ตสฺสา อทสฺสนํ อิโต มรณทุกฺขโตปิ ทุกฺขตรํ ภวิสฺสตีติ.

โส เอวํ วิลปนฺโตว มริตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติ. น นํ อิสฺสริยลุทฺโธ ปุโรหิโต ปริตฺตาณํ กาตุํ สกฺขิ, น อตฺตโน อิสฺสริยํ. ตสฺมึ มตมตฺเตเยว พลกาโย ภิชฺชิตฺวา ปลายิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาราณสิราชา โพธิราชกุมาโร อโหสิ, ปิงฺคิโย เทวทตฺโต, ทิสาปาโมกฺขาจริโย ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

เวนสาขชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๓๕๔] ๔. อุรคชาตกวณฺณนา

อุรโคว ตจํ ชิณฺณนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มตปุตฺตกํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปน มตภริยมตปิติกวตฺถุสทิสเมว. อิธาปิ ตเถว สตฺถา ตสฺส นิเวสนํ คนฺตฺวา ตํ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสินฺนํ ‘‘กึ, อาวุโส, โสจสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต, ปุตฺตสฺส เม มตกาลโต ปฏฺฐาย โสจามี’’ติ วุตฺเต ‘‘อาวุโส, ภิชฺชนธมฺมํ นาม ภิชฺชติ, นสฺสนธมฺมํ นาม นสฺสติ, ตญฺจ โข น เอกสฺมึเยว กุเล, นาปิ เอกสฺมิญฺเญว คาเม, อถ โข อปริมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ ตีสุ ภเวสุ อมรณธมฺโม นาม นตฺถิ, ตพฺภาเวเนว ฐาตุํ สมตฺโถ เอกสงฺขาโรปิ สสฺสโต นาม นตฺถิ, สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา, สพฺเพ สงฺขารา ภิชฺชนธมฺมา, โปราณกปณฺฑิตาปิ ปุตฺเต มเต ‘มรณธมฺมํ มตํ, นสฺสนธมฺมํ นฏฺฐ’นฺติ น โสจึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสิยํ ทฺวารคามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา กสิกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปสิ. ตสฺส ปุตฺโต จ ธีตา จาติ เทฺว ทารกา อเหสุํ. โส ปุตฺตสฺส วยปฺปตฺตสฺส สมานกุลโต กุมาริกํ อาหริตฺวา อทาสิ, อิติ เต ทาสิยา สทฺธึ ฉ ชนา อเหสุํ – โพธิสตฺโต, ภริยา, ปุตฺโต, ธีตา, สุณิสา, ทาสีติ. เต สมคฺคา สมฺโมทมานา ปิยสํวาสา อเหสุํ. โพธิสตฺโต เสสานํ ปญฺจนฺนํ เอวํ โอวาทํ เทติ ‘‘ตุเมฺห ยถาลทฺธนิยาเมเนว ทานํ เทถ, สีลํ รกฺขถ, อุโปสถกมฺมํ กโรถ, มรณสฺสตึ ภาเวถ, ตุมฺหากํ มรณภาวํ สลฺลกฺเขถ, อิเมสญฺหิ สตฺตานํ มรณํ ธุวํ, ชีวิตํ อทฺธุวํ, สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ขยวยธมฺมิโนว, รตฺติญฺจ ทิวา จ อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ โอวาทํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อปฺปมตฺตา มรณสฺสตึ ภาเวนฺติ.

อเถกทิวสํ โพธิสตฺโต ปุตฺเตน สทฺธึ เขตฺตํ คนฺตฺวา กสติ. ปุตฺโต กจวรํ สงฺกฑฺฒิตฺวา ฌาเปติ. ตสฺสาวิทูเร เอกสฺมึ วมฺมิเก อาสีวิโส อตฺถิ. ธูโม ตสฺส อกฺขีนิ ปหริ. โส กุทฺโธ นิกฺขมิตฺวา ‘‘อิมํ นิสฺสาย มยฺหํ ภย’’นฺติ จตสฺโส ทาฐา นิมุชฺชาเปนฺโต ตํ ฑํสิ, โส ปริวตฺติตฺวา ปติโต. โพธิสตฺโต ปริวตฺติตฺวา ตํ ปติตํ ทิสฺวา โคเณ ฐเปตฺวา คนฺตฺวา ตสฺส มตภาวํ ญตฺวา ตํ อุกฺขิปิตฺวา เอกสฺมึ รุกฺขมูเล นิปชฺชาเปตฺวา ปารุปิตฺวา เนว โรทิ น ปริเทวิ – ‘‘ภิชฺชนธมฺมํ ปน ภินฺนํ, มรณธมฺมํ มตํ, สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา มรณนิปฺผตฺติกา’’ติ อนิจฺจภาวเมว สลฺลกฺเขตฺวา กสิ. โส เขตฺตสมีเปน คจฺฉนฺตํ เอกํ ปฏิวิสฺสกํ ปุริสํ ทิสฺวา ‘‘ตาต, เคหํ คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อามา’’ติ วุตฺเต เตน หิ อมฺหากมฺปิ ฆรํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณึ วเทยฺยาสิ ‘‘อชฺช กิร ปุพฺเพ วิย ทฺวินฺนํ ภตฺตํ อนาหริตฺวา เอกสฺเสวาหารํ อาหเรยฺยาถ, ปุพฺเพ จ เอกิกาว ทาสี อาหารํ อาหรติ, อชฺช ปน จตฺตาโรปิ ชนา สุทฺธวตฺถนิวตฺถา คนฺธปุปฺผหตฺถา อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ คนฺตฺวา พฺราหฺมณิยา ตเถว กเถสิ. เกน เต, ตาต, อิมํ สาสนํ ทินฺนนฺติ. พฺราหฺมเณน, อยฺเยติ. สา ‘‘ปุตฺโต เม มโต’’ติ อญฺญาสิ, กมฺปนมตฺตมฺปิสฺสา นาโหสิ. เอวํ สุภาวิตจิตฺตา สุทฺธวตฺถนิวตฺถา คนฺธปุปฺผหตฺถา ทาสึ ปน อาหารํ อาหราเปตฺวา เสเสหิ สทฺธึ เขตฺตํ อคมาสิ. เอกสฺสปิ โรทิตํ วา ปริเทวิตํ วา นาโหสิ.

โพธิสตฺโต ปุตฺตสฺส นิปนฺนฉายายเมว นิสีทิตฺวา ภุญฺชิ. ภุตฺตาวสาเน สพฺเพปิ ทารูนิ อุทฺธริตฺวา ตํ จิตกํ อาโรเปตฺวา คนฺธปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา ฌาเปสุํ. เอกสฺส จ เอกพินฺทุปิ อสฺสุ นาโหสิ, สพฺเพปิ สุภาวิตมรณสฺสติโน โหนฺติ. เตสํ สีลเตเชน สกฺกสฺส อาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. โส ‘‘โก นุ โข มํ ฐานา จาเวตุกาโม’’ติ อุปธาเรนฺโต เตสํ คุณเตเชน อุณฺหภาวํ ญตฺวา ปสนฺนมานโส หุตฺวา ‘‘มยา เอเตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา สีหนาทํ นทาเปตฺวา สีหนาทปริโยสาเน เอเตสํ นิเวสนํ สตฺตรตนปริปุณฺณํ กตฺวา อาคนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ เวเคน ตตฺถ คนฺตฺวา อาฬาหนปสฺเส ฐิโต ‘‘ตาต, กึ กโรถา’’ติ อาห. ‘‘เอกํ มนุสฺสํ ฌาเปม, สามี’’ติ. ‘‘น ตุเมฺห มนุสฺสํ ฌาเปสฺสถ, เอกํ ปน มิคํ มาเรตฺวา ปจถ มญฺเญ’’ติ. ‘‘นตฺเถตํ สามิ, มนุสฺสเมว ฌาเปมา’’ติ. ‘‘เตน หิ เวริมนุสฺโส โว ภวิสฺสตี’’ติ. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘โอรสปุตฺโต โน สามิ, น เวริโก’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ โว อปฺปิยปุตฺโต ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘อติวิย ปิยปุตฺโต, สามี’’ติ. ‘‘อถ กสฺมา น โรทสี’’ติ? โส อโรทนการณํ กเถนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๙. ‘‘อุรโคว ตจํ ชิณฺณํ, หิตฺวา คจฺฉติ สํ ตนุํ;

เอวํ สรีเร นิพฺโภเค, เปเต กาลกเต สติ.

๒๐. ‘‘ฑยฺหมาโน น ชานาติ, ญาตีนํ ปริเทวิตํ;

ตสฺมา เอตํ น โสจามิ, คโต โส ตสฺส ยา คตี’’ติ.

ตตฺถ สํ ตนุนฺติ อตฺตโน สรีรํ. นิพฺโภเคติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส อภาเวน โภครหิเต. เปเตติ ปรโลกํ ปฏิคเต. กาลกเตติ กตกาเล, มเตติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สามิ, มม ปุตฺโต ยถา นาม อุรโค ชิณฺณตจํ นิจฺฉินฺทิตฺวา อโนโลเกตฺวา อนเปกฺโข ฉฑฺเฑตฺวา คจฺเฉยฺย, เอวํ อตฺตโน สรีรํ ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉติ, ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยรหิเต สรีเร เอวํ นิพฺโภเค ตสฺมิญฺจ เม ปุตฺเต เปเต ปุน ปฏิคเต มรณกาลํ กตฺวา ฐิเต สติ โก การุญฺเญน วา ปริเทเวน วา อตฺโถ. อยญฺหิ ยถา สูเลหิ วิชฺฌิตฺวา ฑยฺหมาโน สุขทุกฺขํ น ชานาติ, เอวํ ญาตีนํ ปริเทวิตมฺปิ น ชานาติ, เตน การเณนาหํ เอตํ น โสจามิ. ยา ตสฺส อตฺตโน คติ, ตํ โส คโตติ.

สกฺโก โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา พฺราหฺมณึ ปุจฺฉิ ‘‘อมฺม, ตุยฺหํ โส กึ โหตี’’ติ? ‘‘ทส มาเส กุจฺฉินา ปริหริตฺวา ถญฺญํ ปาเยตฺวา หตฺถปาเท สณฺฐเปตฺวา วฑฺฒิตปุตฺโต เม, สามี’’ติ. ‘‘อมฺม, ปิตา ตาว ปุริสภาเวน มา โรทตุ, มาตุ หทยํ ปน มุทุกํ โหติ, ตฺวํ กสฺมา น โรทสี’’ติ? สา อโรทนการณํ กเถนฺตี –

๒๑. ‘‘อนวฺหิโต ตโต อาคา, อนนุญฺญาโต อิโต คโต;

ยถาคโต ตถา คโต, ตตฺถ กา ปริเทวนา.

๒๒. ‘‘ฑยฺหมาโน น ชานาติ, ญาตีนํ ปริเทวิตํ;

ตสฺมา เอตํ น โสจามิ, คโต โส ตสฺส ยา คตี’’ติ. – คาถาทฺวยมาห –

ตตฺถ อนวฺหิโตติ อยํ ตาต มยา ปรโลกโต อนวฺหิโต อยาจิโต. อาคาติ อมฺหากํ เคหํ อาคโต. อิโตติ อิโต มนุสฺสโลกโต คจฺฉนฺโตปิ มยา อนนุญฺญาโตว คโต. ยถาคโตติ อาคจฺฉนฺโตปิ ยถา อตฺตโนว รุจิยา อาคโต, คจฺฉนฺโตปิ ตเถว คโต. ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺส อิโต คมเน กา ปริเทวนา. ฑยฺหมาโนติ คาถา วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.

สกฺโก พฺราหฺมณิยา กถํ สุตฺวา ตสฺส ภคินึ ปุจฺฉิ ‘‘อมฺม, ตุยฺหํ โส กึ โหตี’’ติ? ‘‘ภาตา เม, สามี’’ติ. ‘‘อมฺม, ภคินิโย นาม ภาตูสุ สิเนหา โหนฺติ, ตฺวํ กสฺมา น โรทสี’’ติ? สา อโรทนการณํ กเถนฺตี –

๒๓. ‘‘สเจ โรเท กิสา อสฺสํ, ตสฺสา เม กึ ผลํ สิยา;

ญาติมิตฺตสุหชฺชานํ, ภิยฺโย โน อรตี สิยา.

๒๔. ฑยฺหมาโน น ชานาติ, ญาตีนํ ปริเทวิตํ;

ตสฺมา เอตํ น โสจามิ, คโต โส ตสฺส ยา คตี’’ติ. – คาถาทฺวยมาห –

ตตฺถ สเจติ ยทิ อหํ ภาตริ มเต โรเทยฺยํ, กิสสรีรา อสฺสํ. ภาตุ ปน เม ตปฺปจฺจยา วุฑฺฒิ นาม นตฺถีติ ทสฺเสติ. ตสฺสา เมติ ตสฺสา มยฺหํ โรทนฺติยา กึ ผลํ โก อานิสํโส ภเวยฺย. มยฺหํ อวุทฺธิ ปน ปญฺญายตีติ ทีเปติ. ญาติมิตฺตสุหชฺชานนฺติ ญาติมิตฺตสุหทานํ. อยเมว วา ปาโฐ. ภิยฺโย โนติ เย อมฺหากํ ญาตี จ มิตฺตา จ สุหทยา จ, เตสํ อธิกตรา อรติ สิยา.

สกฺโก ภคินิยา กถํ สุตฺวา ภริยํ ปุจฺฉิ ‘‘อมฺม, ตุยฺหํ โส กึ โหตี’’ติ? ‘‘ปติ เม, สามี’’ติ. ‘‘อิตฺถิโย นาม ปติมฺหิ มเต วิธวา โหนฺติ อนาถา, ตฺวํ กสฺมา น โรทสี’’ติ. สาปิสฺส อโรทนการณํ กเถนฺตี –

๒๕. ‘‘ยถาปิ ทารโก จนฺทํ, คจฺฉนฺตมนุโรทติ;

เอวํสมฺปทเมเวตํ, โย เปตมนุโสจติ.

๒๖. ‘‘ฑยฺหมาโน น ชานาติ, ญาตีนํ ปริเทวิตํ;

ตสฺมา เอตํ น โสจามิ, คโต โส ตสฺส ยา คตี’’ติ. – คาถาทฺวยมาห –

ตสฺสตฺโถ – ยถา นาม ยตฺถ กตฺถจิ ยุตฺตายุตฺตํ ลพฺภนียาลพฺภนียํ อชานนฺโต พาลทารโก มาตุ อุจฺฉงฺเค นิสินฺโน ปุณฺณมาสิยํ ปุณฺณํ จนฺทํ อากาเส คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อมฺม, จนฺทํ เม เทหิ, อมฺม, จนฺทํ เม เทหี’’ติ ปุนปฺปุนํ โรทติ, เอวํสมฺปทเมเวตํ, เอวํนิปฺผตฺติกเมว เอตํ ตสฺส รุณฺณํ โหติ, โย เปตํ กาลกตํ อนุโสจติ. อิโตปิ จ พาลตรํ. กึการณา? โส หิ วิชฺชมานจนฺทํ อนุโรทติ, มยฺหํ ปน ปติ มโต เอตรหิ อวิชฺชมาโน สูเลหิ วิชฺฌิตฺวา ฑยฺหมาโนปิ น กิญฺจิ ชานาตีติ.

สกฺโก ภริยาย วจนํ สุตฺวา ทาสึ ปุจฺฉิ ‘‘อมฺม, ตุยฺหํ โส กึ โหตี’’ติ? ‘‘อยฺโย เม, สามี’’ติ. ‘‘นนุ ตฺวํ อิมินา ปีเฬตฺวา โปเถตฺวา ปริภุตฺตา ภวิสฺสสิ, ตสฺมา ‘‘สุมุตฺตา อห’’นฺติ น โรทสี’’ติ. ‘สามิ, มา เอวํ อวจ, น เอตํ เอตสฺส อนุจฺฉวิกํ, ขนฺติเมตฺตานุทฺทยสมฺปนฺโน เม อยฺยปุตฺโต, อุเร สํวฑฺฒิตปุตฺโต วิย อโหสี’ติ. ‘‘อถ กสฺมา น โรทสี’’ติ? สาปิสฺส อโรทนการณํ กเถนฺตี –

๒๗. ‘‘ยถาปิ อุทกกุมฺโภ, ภินฺโน อปฺปฏิสนฺธิโย;

เอวํสมฺปทเมเวตํ, โย เปตมนุโสจติ.

๒๘. ‘‘ฑยฺหมาโน น ชานาติ, ญาตีนํ ปริเทวิตํ;

ตสฺมา เอตํ น โสจามิ, คโต โส ตสฺส ยา คตี’’ติ. – คาถาทฺวยมาห –

ตสฺสตฺโถ – ยถา นาม อุทกกุมฺโภ อุกฺขิปิยมาโน ปติตฺวา สตฺตธา ภินฺโน ปุน ตานิ กปาลานิ ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา สํวิทหิตฺวา ปฏิปากติกํ กาตุํ น สกฺโกติ, โย เปตมนุโสจติ, ตสฺสปิ เอตมนุโสจนํ เอวํนิปฺผตฺติกเมว โหติ, มตสฺส ปุน ชีวาเปตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อิทฺธิมโต วา อิทฺธานุภาเวน ภินฺนํ กุมฺภํ สํวิทหิตฺวา อุทกสฺส ปูเรตุํ สกฺกา ภเวยฺย, กาลกโต ปน อิทฺธิพเลนาปิ น สกฺกา ปฏิปากติตํ กาตุนฺติ. อิตรา คาถา วุตฺตตฺถาเยว.

สกฺโก สพฺเพสํ ธมฺมกถํ สุตฺวา ปสีทิตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ อปฺปมตฺเตหิ มรณสฺสติ ภาวิตา, ตุเมฺห อิโต ปฏฺฐาย สหตฺเถน กมฺมํ มา กริตฺถ, อหํ, สกฺโก เทวราชา, อหํ โว เคเห สตฺต รตนานิ อปริมาณานิ กริสฺสามิ, ตุเมฺห ทานํ เทถ, สีลํ รกฺขถ, อุโปสถกมฺมํ กโรถ, อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ เตสํ โอวาทํ ทตฺวา เคหํ อปริมิตธนํ กตฺวา ปกฺกามิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน กุฏุมฺพิโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา ทาสี ขุชฺชุตฺตรา อโหสิ, ธีตา อุปฺปลวณฺณา, ปุตฺโต ราหุโล, มาตา เขมา, พฺราหฺมโณ ปน อหเมว อโหสินฺติ.

อุรคชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๓๕๕] ๕. ฆฏชาตกวณฺณนา

อญฺเญ โสจนฺติ โรทนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ เอกํ อมจฺจํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา กถิตสทิสเมว. อิธ ปน ราชา อตฺตโน อุปการสฺส อมจฺจสฺส มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา ปริเภทกานํ กถํ คเหตฺวา ตํ พนฺธาเปตฺวา พนฺธนาคาเร ปเวเสสิ. โส ตตฺถ นิสินฺโนว โสตาปตฺติมคฺคํ นิพฺพตฺเตสิ. ราชา ตสฺส คุณํ สลฺลกฺเขตฺวา โมจาเปสิ. โส คนฺธมาลํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘อนตฺโถ กิร เต อุปฺปนฺโน’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต, อนตฺเถน ปน เม อตฺโถ อาคโต, โสตาปตฺติมคฺโค นิพฺพตฺโต’’ติ วุตฺเต ‘‘น โข, อุปาสก, ตฺวญฺเญว อนตฺเถน อตฺถํ อาหริ, โปราณกปณฺฑิตาปิ อาหรึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ, ‘‘ฆฏกุมาโร’’ติสฺส นามํ กรึสุ. โส อปเรน สมเยน ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. ตสฺส อนฺเตปุเร เอโก อมจฺโจ ทุพฺภิ. โส ตํ ปจฺจกฺขโต ญตฺวา รฏฺฐา ปพฺพาเชสิ. ตทา สาวตฺถิยํ ธงฺกราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. โส ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อุปฏฺฐหิตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อตฺตโน วจนํ คาหาเปตฺวา พาราณสิรชฺชํ คณฺหาเปสิ. โสปิ รชฺชํ คเหตฺวา โพธิสตฺตํ สงฺขลิกาหิ พนฺธาเปตฺวา พนฺธนาคารํ ปเวเสสิ. โพธิสตฺโต ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสีทิ, ธงฺกสฺส สรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ. โส คนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส สุวณฺณาทาสผุลฺลปทุมสสฺสิริกํ มุขํ ทิสฺวา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๒๙. ‘‘อญฺเญ โสจนฺติ โรทนฺติ, อญฺเญ อสฺสุมุขา ชนา;

ปสนฺนมุขวณฺโณสิ, กสฺมา ฆฏ น โสจสี’’ติ.

ตตฺถ อญฺเญติ ตํ ฐเปตฺวา เสสมนุสฺสา.

อถสฺส โพธิสตฺโต อโสจนการณํ กเถนฺโต จตสฺโส คาถา อภาสิ –

๓๐. ‘‘นาพฺภตีตหโร โสโก, นานาคตสุขาวโห;

ตสฺมา ธงฺก น โสจามิ, นตฺถิ โสเก ทุตียตา.

๓๑. ‘‘โสจํ ปณฺฑุ กิโส โหติ, ภตฺตญฺจสฺส น รุจฺจติ;

อมิตฺตา สุมนา โหนฺติ, สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต.

๓๒. ‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;

ฐิตํ มํ นาคมิสฺสติ, เอวํ ทิฏฺฐปโท อหํ.

๓๓. ‘‘ยสฺสตฺตา นาลเมโกว, สพฺพกามรสาหโร;

สพฺพาปิ ปถวี ตสฺส, น สุขํ อาวหิสฺสตี’’ติ.

ตตฺถ นาพฺภตีตหโรติ นาพฺภตีตาหาโร, อยเมว วา ปาโฐ. โสโก นาม อพฺภตีตํ อติกฺกนฺตํ นิรุทฺธํ อตฺถงฺคตํ ปุน นาหรติ. ทุตียตาติ สหายตา. อตีตาหรเณน วา อนาคตาหรเณน วา โสโก นาม กสฺสจิ สหาโย น โหติ, เตนาปิ การเณนาหํ น โสจามีติ วทติ. โสจนฺติ โสจนฺโต. สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโตติ โสกสลฺเลน วิทฺธสฺส เตเนว ฆฏฺฏิยมานสฺส ‘‘ทิฏฺฐา วต โน ปจฺจามิตฺตสฺส ปิฏฺฐี’’ติ อมิตฺตา สุมนา โหนฺตีติ อตฺโถ.

ฐิตํ มํ นาคมิสฺสตีติ สมฺม ธงฺกราช, เอเตสุ คามาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตํ มํ ปณฺฑุกิสภาวาทิกํ โสกมูลกํ พฺยสนํ น อาคมิสฺสติ. เอวํ ทิฏฺฐปโทติ ยถา ตํ พฺยสนํ นาคจฺฉติ, เอวํ มยา ฌานปทํ ทิฏฺฐํ. ‘‘อฏฺฐโลกธมฺมปท’’นฺติปิ วทนฺติเยว. ปาฬิยํ ปน ‘‘น มตฺตํ นาคมิสฺสตี’’ติ ลิขิตํ, ตํ อฏฺฐกถายํ นตฺถิ. ปริโยสานคาถาย อิจฺฉิตปตฺถิตตฺเถน ฌานสุขสงฺขาตํ สพฺพกามรสํ อาหรตีติ สพฺพกามรสาหโร. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺส รญฺโญ ปหาย อญฺญสหาเย อตฺตาว เอโก สพฺพกามรสาหโร นาลํ, สพฺพํ ฌานสุขสงฺขาตํ กามรสํ อาหริตุํ อสมตฺโถ, ตสฺส รญฺโญ สพฺพาปิ ปถวี น สุขํ อาวหิสฺสติ. กามาตุรสฺส หิ สุขํ นาม นตฺถิ, โย ปน กิเลสทรถรหิตํ ฌานสุขํ อาหริตุํ สมตฺโถ, โส ราชา สุขี โหตีติ. โย ปเนตาย คาถาย ‘‘ยสฺสตฺถา นาลเมโก’’ติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ น ทิสฺสติ.

อิติ ธงฺโก อิมา จตสฺโส คาถา สุตฺวา โพธิสตฺตํ ขมาเปตฺวา รชฺชํ ปฏิจฺฉาเปตฺวา ปกฺกามิ. โพธิสตฺโตปิ รชฺชํ อมจฺจานํ ปฏินิยฺยาเทตฺวา หิมวนฺตปเทสํ คนฺตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ธงฺกราชา อานนฺโท อโหสิ, ฆฏราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ฆฏชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๓๕๖] ๖. โกรณฺฑิยชาตกวณฺณนา

เอโก อรญฺเญติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ธมฺมเสนาปตึ อารพฺภ กเถสิ. เถโร กิร อาคตาคตานํ ทุสฺสีลานํ มิคลุทฺทกมจฺฉพนฺธาทีนํ ทิฏฺฐทิฏฺฐานญฺเญว ‘‘สีลํ คณฺหถ, สีลํ คณฺหถา’’ติ สีลํ เทติ. เต เถเร ครุภาเวน ตสฺส กถํ ภินฺทิตุํ อสกฺโกนฺตา สีลํ คณฺหนฺติ, คเหตฺวา จ ปน น รกฺขนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน กมฺมเมว กโรนฺติ. เถโร สทฺธิวิหาริเก อามนฺเตตฺวา ‘‘อาวุโส, อิเม มนุสฺสา มม สนฺติเก สีลํ คณฺหึสุ, คณฺหิตฺวา จ ปน น รกฺขนฺตี’’ติ อาห. ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห เอเตสํ อรุจิยา สีลํ เทถ, เอเต ตุมฺหากํ กถํ ภินฺทิตุํ อสกฺโกนฺตา คณฺหนฺติ, ตุเมฺห อิโต ปฏฺฐาย เอวรูปานํ สีลํ มา อทตฺถา’’ติ. เถโร อนตฺตมโน อโหสิ. ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, สาริปุตฺตตฺเถโร กิร ทิฏฺฐทิฏฺฐานญฺเญว สีลํ เทตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ อยาจนฺตานญฺเญว สีลํ เทตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส เชฏฺฐนฺเตวาสิโก โกรณฺฑิโย นาม อโหสิ. ตทา โส อาจริโย ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ เกวฏฺฏาทีนํ อยาจนฺตานญฺเญว ‘‘สีลํ คณฺหถ, สีลํ คณฺหถา’’ติ สีลํ เทติ. เต คเหตฺวาปิ น รกฺขนฺติ อาจริโย ตมตฺถํ อนฺเตวาสิกานํ อาโรเจสิ. อนฺเตวาสิกา ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห เอเตสํ อรุจิยา สีลํ เทถ, ตสฺมา ภินฺทนฺติ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย ยาจนฺตานญฺเญว ทเทยฺยาถ, มา อยาจนฺตาน’’นฺติ วทึสุ. โส วิปฺปฏิสารี อโหสิ, เอวํ สนฺเตปิ ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ สีลํ เทติเยว.

อเถกทิวสํ เอกสฺมา คามา มนุสฺสา อาคนฺตฺวา พฺราหฺมณวาจนกตฺถาย อาจริยํ นิมนฺตยึสุ. โส โกรณฺฑิยมาณวํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘ตาต, อหํ น คจฺฉามิ, ตฺวํ อิเม ปญฺจสเต มาณเว คเหตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วาจนกานิ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อมฺหากํ ทินฺนโกฏฺฐาสํ อาหรา’’ติ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา ปฏินิวตฺตนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกํ กนฺทรํ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ อยาจนฺตานญฺเญว สีลํ เทติ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย ยถา ยาจนฺตานญฺเญว เทติ, ตถา นํ กริสฺสามี’’ติ. โส เตสุ มาณเวสุ สุขนิสินฺเนสุ อุฏฺฐาย มหนฺตํ มหนฺตํ เสลํ อุกฺขิปิตฺวา กนฺทรายํ ขิปิ, ปุนปฺปุนํ ขิปิเยว. อถ นํ เต มาณวา อุฏฺฐาย ‘‘อาจริย, กึ กโรสี’’ติ อาหํสุ. โส น กิญฺจิ กเถสิ, เต เวเคน คนฺตฺวา อาจริยสฺส อาโรเจสุํ. อาจริโย อาคนฺตฺวา เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๓๔. ‘‘เอโก อรญฺเญ คิริกนฺทรายํ, ปคฺคยฺห ปคฺคยฺห สิลํ ปเวจฺฉสิ;

ปุนปฺปุนํ สนฺตรมานรูโป, โกรณฺฑิย โก นุ ตว ยิธตฺโถ’’ติ.

ตตฺถ โก นุ ตว ยิธตฺโถติ โก นุ ตว อิธ กนฺทรายํ สิลาขิปเนน อตฺโถ.

โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา อาจริยํ ปโพเธตุกาโม ทุติยํ คาถมาห –

๓๕. ‘‘อหญฺหิมํ สาครเสวิตนฺตํ, สมํ กริสฺสามิ ยถาปิ ปาณิ;

วิกิริย สานูนิ จ ปพฺพตานิ จ, ตสฺมา สิลํ ทริยา ปกฺขิปามี’’ติ.

ตตฺถ อหญฺหิมนฺติ อหญฺหิ อิมํ มหาปถวึ. สาครเสวิตนฺตนฺติ สาคเรหิ เสวิตํ จาตุรนฺตํ. ยถาปิ ปาณีติ หตฺถตลํ วิย สมํ กริสฺสามิ. วิกิริยาติ วิกิริตฺวา. สานูนิ จ ปพฺพตานิ จาติ ปํสุปพฺพเต จ สิลาปพฺพเต จ.

ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ตติยํ คาถมาห –

๓๖. ‘‘นยิมํ มหึ อรหติ ปาณิกปฺปํ, สมํ มนุสฺโส กรณาย เมโก;

มญฺญามิมญฺเญว ทรึ ชิคีสํ, โกรณฺฑิย หาหสิ ชีวโลก’’นฺติ.

ตตฺถ กรณาย เมโกติ กรณาย เอโก กาตุํ น สกฺโกตีติ ทีเปติ. มญฺญามิมญฺเญว ทรึ ชิคีสนฺติ อหํ มญฺญามิ ติฏฺฐตุ ปถวี, อิมญฺเญว เอกํ ทรึ ชิคีสํ ปูรณตฺถาย วายมนฺโต สิลา ปริเยสนฺโต อุปายํ วิจินนฺโตว ตฺวํ อิมํ ชีวโลกํ หาหสิ ชหิสฺสสิ, มริสฺสสีติ อตฺโถ.

ตํ สุตฺวา มาณโว จตุตฺถํ คาถมาห –

๓๗. ‘‘สเจ อยํ ภูตธรํ น สกฺกา, สมํ มนุสฺโส กรณาย เมโก;

เอวเมว ตฺวํ พฺรเหฺม อิเม มนุสฺเส, นานาทิฏฺฐิเก นานยิสฺสสิ เต’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – สเจ อยํ เอโก มนุสฺโส อิมํ ภูตธรํ ปถวึ สมํ กาตุํ น สกฺกา น สมตฺโถ, เอวเมว ตฺวํ อิเม ทุสฺสีลมนุสฺเส นานาทิฏฺฐิเก นานยิสฺสสิ, เต เอวํ ‘‘สีลํ คณฺหถ, สีลํ คณฺหถา’’ติ วทนฺโต อตฺตโน วสํ น อานยิสฺสสิ, ปณฺฑิตปุริสาเยว หิ ปาณาติปาตํ ‘‘อกุสล’’นฺติ ครหนฺติ. สํสารโมจกาทโย ปเนตฺถ กุสลสญฺญิโน, เต ตฺวํ กถํ อานยิสฺสสิ, ตสฺมา ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ สีลํ อทตฺวา ยาจนฺตานญฺเญว เทหีติ.

ตํ สุตฺวา อาจริโย ‘‘ยุตฺตํ วทติ โกรณฺฑิโย, อิทานิ น เอวรูปํ กริสฺสามี’’ติ อตฺตโน วิรทฺธภาวํ ญตฺวา ปญฺจมํ คาถมาห –

๓๘. ‘‘สํขิตฺตรูเปน ภวํ มมตฺถํ, อกฺขาสิ โกรณฺฑิย เอวเมตํ;