๔. โกกิลวคฺโค

[๓๓๑] ๑. โกกิลชาตกวณฺณนา

โย เว กาเล อสมฺปตฺเตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกกาลิกํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ตกฺการิยชาตเก วิตฺถาริตเมว.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อมจฺโจ โอวาทโก อโหสิ, ราชา พหุภาณี อโหสิ. โพธิสตฺโต ‘‘ตสฺส พหุภาณิตํ นิเสเธสฺสามี’’ติ เอกํ อุปมํ อุปธาเรนฺโต วิจรติ. อเถกทิวสํ ราชา อุยฺยานํ คโต มงฺคลสิลาปฏฺเฏ นิสีทิ, ตสฺสุปริ อมฺพรุกฺโข อตฺถิ. ตเตฺรกสฺมึ กากกุลาวเก กาฬโกกิลา อตฺตโน อณฺฑกํ นิกฺขิปิตฺวา อคมาสิ. กากี ตํ โกกิลอณฺฑกํ ปฏิชคฺคิ, อปรภาเค ตโต โกกิลโปตโก นิกฺขมิ. กากี ‘‘ปุตฺโต เม’’ติ สญฺญาย มุขตุณฺฑเกน โคจรํ อาหริตฺวา ตํ ปฏิชคฺคิ. โส อวิรูฬฺหปกฺโข อกาเลเยว โกกิลรวํ รวิ. กากี ‘‘อยํ อิทาเนว ตาว อญฺญํ รวํ รวติ, วฑฺฒนฺโต กึ กริสฺสตี’’ติ ตุณฺฑเกน โกฏฺเฏตฺวา มาเรตฺวา กุลาวกา ปาเตสิ. โส รญฺโญ ปาทมูเล ปติ.

ราชา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉิ ‘‘กิเมตํ สหายา’’ติ? โพธิสตฺโต ‘‘อหํ ราชานํ นิวาเรตุํ เอกํ อุปมํ ปริเยสามิ, ลทฺธา ทานิ เม สา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘มหาราช, อติมุขรา อกาเล พหุภาณิโน เอวรูปํ ลภนฺติ. อยํ มหาราช, โกกิลโปตโก กากิยา ปุฏฺโฐ อวิรูฬฺหปกฺโข อกาเลเยว โกกิลรวํ รวิ. อถ นํ กากี ‘นายํ มม ปุตฺตโก’ติ ญตฺวา มุขตุณฺฑเกน โกฏฺเฏตฺวา มาเรตฺวา กุลาวกา ปาเตสิ. มนุสฺสา วา โหนฺตุ ติรจฺฉานา วา, อกาเล พหุภาณิโน เอวรูปํ ทุกฺขํ ลภนฺตี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

๑๒๑. ‘‘โย เว กาเล อสมฺปตฺเต, อติเวลํ ปภาสติ;

เอวํ โส นิหโต เสติ, โกกิลายิว อตฺรโช.

๑๒๒. ‘‘น หิ สตฺถํ สุนิสิตํ, วิสํ หลาหลามิว;

เอวํ นิกฏฺเฐ ปาเตติ, วาจา ทุพฺภาสิตา ยถา.

๑๒๓. ‘‘ตสฺมา กาเล อกาเล วา, วาจํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต;

นาติเวลํ ปภาเสยฺย, อปิ อตฺตสมมฺหิ วา.

๑๒๔. ‘‘โย จ กาเล มิตํ ภาเส, มติปุพฺโพ วิจกฺขโณ;

สพฺเพ อมิตฺเต อาเทติ, สุปณฺโณ อุรคามิวา’’ติ.

ตตฺถ กาเล อสมฺปตฺเตติ อตฺตโน วจนกาเล อสมฺปตฺเต. อติเวลนฺติ เวลาติกฺกนฺตํ กตฺวา อติเรกปฺปมาณํ ภาสติ. หลาหลามิวาติ หลาหลํ อิว. นิกฏฺเฐติ ตสฺมึเยว ขเณ อปฺปมตฺตเก กาเล. ตสฺมาติ ยสฺมา สุนิสิตสตฺถหลาหลวิสโตปิ ขิปฺปตรํ ทุพฺภาสิตวจนเมว ปาเตสิ, ตสฺมา. กาเล อกาเล วาติ วตฺตุํ ยุตฺตกาเล จ อกาเล จ วาจํ รกฺเขยฺย, อติเวลํ น ภาเสยฺย อปิ อตฺตนา สเม นินฺนานากรเณปิ ปุคฺคเลติ อตฺโถ.

มติปุพฺโพติ มตึ ปุเรจาริกํ กตฺวา กถเนน มติปุพฺโพ. วิจกฺขโณติ ญาเณน วิจาเรตฺวา อตฺถวินฺทนปุคฺคโล วิจกฺขโณ นาม. อุรคามิวาติ อุรคํ อิว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา สุปณฺโณ สมุทฺทํ โขเภตฺวา มหาโภคํ อุรคํ อาเทติ คณฺหาติ, อาทิยิตฺวา จ ตงฺขณญฺเญว นํ สิมฺพลึ อาโรเปตฺวา มํสํ ขาทติ, เอวเมว โย มติปุพฺพงฺคโม วิจกฺขโณ วตฺตุํ ยุตฺตกาเล มิตํ ภาสติ, โส สพฺเพ อมิตฺเต อาเทติ คณฺหาติ, อตฺตโน วเส วตฺเตตีติ.

ราชา โพธิสตฺตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย มิตภาณี อโหสิ, ยสญฺจสฺส วฑฺเฒตฺวา มหนฺตตรํ อทาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา โกกิลโปตโก โกกาลิโก อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

โกกิลชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๓๓๒] ๒. รถลฏฺฐิชาตกวณฺณนา

อปิ หนฺตฺวา หโต พฺรูตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ ปุโรหิตํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร รเถน อตฺตโน โภคคามํ คจฺฉนฺโต สมฺพาเธ มคฺเค รถํ ปาเชนฺโต เอกํ สกฏสตฺถํ ทิสฺวา ‘‘ตุมฺหากํ สกฏํ อปเนถา’’ติ คจฺฉนฺโต สกเฏ อนปนียมาเน กุชฺฌิตฺวา ปโตทลฏฺฐิยา ปุริมสกเฏ สากฏิกสฺส รถธุเร ปหริ. สา รถธุเร ปฏิหตา นิวตฺติตฺวา ตสฺเสว นลาฏํ ปหริ. ตาวเทวสฺส นลาเฏ คณฺโฑ อุฏฺฐหิ. โส นิวตฺติตฺวา ‘‘สากฏิเกหิ ปหโฏมฺหี’’ติ รญฺโญ อาโรเจสิ. สากฏิเก ปกฺโกสาเปตฺวา วินิจฺฉินนฺตา ตสฺเสว โทสํ อทฺทสํสุ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, รญฺโญ กิร ปุโรหิโต ‘สากฏิเกหิ ปหโฏมฺหี’ติ อฑฺฑํ กโรนฺโต สยเมว ปรชฺชี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส เอวรูปํ อกาสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺเสว วินิจฺฉยามจฺโจ อโหสิ. อถ รญฺโญ ปุโรหิโต รเถน อตฺตโน โภคคามํ คจฺฉนฺโตติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว. อิธ ปน เตน รญฺโญ อาโรจิเต ราชา สยํ วินิจฺฉเย นิสีทิตฺวา สากฏิเก ปกฺโกสาเปตฺวา กมฺมํ อโสเธตฺวาว ‘‘ตุเมฺหหิ มม ปุโรหิตํ โกฏฺเฏตฺวา นลาเฏ คณฺโฑ อุฏฺฐาปิโต’’ติ วตฺวา ‘‘สพฺพสฺสหรณํ เตสํ กโรถา’’ติ อาห. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘ตุเมฺห, มหาราช, กมฺมํ อโสเธตฺวาว เอเตสํ สพฺพสฺสํ หราเปถ, เอกจฺเจ ปน อตฺตนาว อตฺตานํ ปหริตฺวาปิ ‘ปเรน ปหฏมฺหา’ติ วทนฺติ, ตสฺมา อวิจินิตฺวา กาตุํ น ยุตฺตํ, รชฺชํ กาเรนฺเตน นาม นิสาเมตฺวา กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ.

๑๒๕. ‘‘อปิ หนฺตฺวา หโต พฺรูติ, เชตฺวา ชิโตติ ภาสติ;

ปุพฺพมกฺขายิโน ราช, อญฺญทตฺถุ น สทฺทเห.

๑๒๖. ‘‘ตสฺมา ปณฺฑิตชาติโย, สุเณยฺย อิตรสฺสปิ;

อุภินฺนํ วจนํ สุตฺวา, ยถา ธมฺโม ตถา กเร.

๑๒๗. ‘‘อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ, อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ;

ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี, โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ.

๑๒๘. ‘‘นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา, นานิสมฺม ทิสมฺปติ;

นิสมฺมการิโน ราช, ยโส กิตฺติ จ วฑฺฒตี’’ติ.

ตตฺถ อปิ หนฺตฺวาติ อปิ เอโก อตฺตนาว อตฺตานํ หนฺตฺวา ‘‘ปเรน ปหโฏมฺหี’’ติ พฺรูติ กเถติ. เชตฺวา ชิโตติ สยํ วา ปน ปรํ ชิตฺวา ‘‘อหํ ชิโตมฺหี’’ติ ภาสติ. อญฺญทตฺถูติ มหาราช, ปุพฺพเมว ราชกุลํ คนฺตฺวา อกฺขายนฺตสฺส ปุพฺพมกฺขายิโน อญฺญทตฺถุ น สทฺทเห, เอกํเสน วจนํ น สทฺทเหยฺย. ตสฺมาติ ยสฺมา ปฐมตรํ อาคนฺตฺวา กเถนฺตสฺส เอกํเสน วจนํ น สทฺทหาตพฺพํ, ตสฺมา. ยถา ธมฺโมติ ยถา วินิจฺฉยสภาโว ฐิโต, ตถา กเรยฺย.

อสญฺญโตติ กายาทีหิ อสญฺญโต ทุสฺสีโล. ตํ น สาธูติ ยํ ตสฺส ปณฺฑิตสฺส ญาณวโต ปุคฺคลสฺส อาธานคฺคาหิวเสน ทฬฺหโกปสงฺขาตํ โกธนํ, ตํ น สาธุ. นานิสมฺมาติ น อนิสาเมตฺวา. ทิสมฺปตีติ ทิสานํ ปติ, มหาราช. ยโส กิตฺติ จาติ อิสฺสริยปริวาโร เจว กิตฺติสทฺโท จ วฑฺฒตีติ.

ราชา โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา ธมฺเมน วินิจฺฉินิ, ธมฺเมน วินิจฺฉิยมาเน พฺราหฺมณสฺเสว โทโส ชาโตติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พฺราหฺมโณ เอตรหิ พฺราหฺมโณว อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

รถลฏฺฐิชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๓๓๓] ๓. ปกฺกโคธชาตกวณฺณนา

ตเทว เม ตฺวนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมว. อิธ ปน เตสํ อุทฺธารํ สาเธตฺวา อาคจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค ลุทฺทโก ‘‘อุโภปิ ขาทถา’’ติ เอกํ ปกฺกโคธํ อทาสิ. โส ปุริโส ภริยํ ปานียตฺถาย เปเสตฺวา สพฺพํ โคธํ ขาทิตฺวา ตสฺสา อาคตกาเล ‘‘ภทฺเท, โคธา ปลาตา’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, สามิ, ปกฺกโคธาย ปลายนฺติยา กึ สกฺกา กาตุ’’นฺติ? สา เชตวเน ปานียํ ปิวิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺนา สตฺถารา ‘‘กึ อุปาสิเก, อยํ เต หิตกาโม สสิเนโห อุปการโก’’ติ ปุจฺฉิตา ‘‘ภนฺเต, อหํ เอตสฺส หิตกามา สสิเนหา, อยํ ปน มยิ นิสฺสิเนโห’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘โหตุ มา จินฺตยิ, เอวํ นาเมส กโรติ. ยทา ปน เต คุณํ สรติ, ตทา ตุยฺหเมว สพฺพิสฺสริยํ เทตี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีตมฺปิ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสเมว. อิธ ปน เตสํ นิวตฺตนฺตานํ อนฺตรามคฺเค ลุทฺทโก กิลนฺตภาวํ ทิสฺวา ‘‘เทฺวปิ ชนา ขาทถา’’ติ เอกํ ปกฺกโคธํ อทาสิ. ราชธีตา ตํ วลฺลิยา พนฺธิตฺวา อาทาย มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. เต เอกํ สรํ ทิสฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม อสฺสตฺถมูเล นิสีทึสุ. ราชปุตฺโต ‘‘คจฺฉ ภทฺเท, สรโต ปทุมินิปตฺเตน อุทกํ อาหร, มํสํ ขาทิสฺสามา’’ติ อาห. สา โคธํ สาขาย ลคฺเคตฺวา ปานียตฺถาย คตา. อิตโร สพฺพํ โคธํ ขาทิตฺวา อคฺคนงฺคุฏฺฐํ คเหตฺวา ปรมฺมุโข นิสีทิ. โส ตาย ปานียํ คเหตฺวา อาคตาย ‘‘ภทฺเท, โคธา สาขาย โอตริตฺวา วมฺมิกํ ปาวิสิ, อหํ ธาวิตฺวา อคฺคนงฺคุฏฺฐํ อคฺคเหสึ, คหิตฏฺฐานํ หตฺเถเยว กตฺวา ฉิชฺชิตฺวา พิลํ ปวิฏฺฐา’’ติ อาห. ‘‘โหตุ, เทว, ปกฺกโคธาย ปลายนฺติยา กึ กริสฺสาม, เอหิ คจฺฉามา’’ติ. เต ปานียํ ปิวิตฺวา พาราณสึ อคมํสุ.

ราชปุตฺโต รชฺชํ ปตฺวา ตํ อคฺคมเหสิฏฺฐานมตฺเต ฐเปสิ, สกฺการสมฺมาโน ปนสฺสา นตฺถิ. โพธิสตฺโต ตสฺสา สกฺการํ กาเรตุกาโม รญฺโญ สนฺติเก ฐตฺวา ‘‘นนุ มยํ อยฺเย ตุมฺหากํ สนฺติกา กิญฺจิ น ลภาม, กึ โน น โอโลเกถา’’ติ อาห. ‘‘ตาต, อหเมว รญฺโญ สนฺติกา กิญฺจิ น ลภามิ, ตุยฺหํ กึ ทสฺสามิ, ราชาปิ มยฺหํ อิทานิ กึ ทสฺสติ, โส อรญฺญโต อาคมนกาเล ปกฺกโคธํ เอกโกว ขาที’’ติ. ‘‘อยฺเย, น เทโว เอวรูปํ กริสฺสติ, มา เอวํ อวจุตฺถา’’ติ. อถ นํ เทวี ‘‘ตุยฺหํ ตํ, ตาต, น ปากฏํ, รญฺโญเยว มยฺหญฺจ ปากฏ’’นฺติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๒๙. ‘‘ตเทว เม ตฺวํ วิทิโต, วนมชฺเฌ รเถสภ;

ยสฺส เต ขคฺคพทฺธสฺส, สนฺนทฺธสฺส ติรีฏิโน;

อสฺสตฺถทุมสาขาย, ปกฺกโคธา ปลายถา’’ติ.

ตตฺถ ตเทวาติ ตสฺมึเยว กาเล ‘‘อยํ มยฺหํ อทายโก’’ติ เอวํ ตฺวํ วิทิโต. อญฺเญ ปน ตว สภาวํ น ชานนฺตีติ อตฺโถ. ขคฺคพทฺธสฺสาติ พทฺธขคฺคสฺส. ติรีฏิโนติ ติรีฏวตฺถนิวตฺถสฺส มคฺคาคมนกาเล. ปกฺกโคธาติ องฺคารปกฺกา โคธา ปลายถาติ.

เอวํ รญฺญา กตโทสํ ปริสมชฺเฌ ปากฏํ กตฺวา กเถสิ. ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘อยฺเย, เทวสฺส อปฺปิยกาลโต ปภุติ อุภินฺนมฺปิ อผาสุกํ กตฺวา กสฺมา อิธ วสถา’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๓๐. ‘‘นเม นมนฺตสฺส ภเช ภชนฺตํ, กิจฺจานุกุพฺพสฺส กเรยฺย กิจฺจํ;

นานตฺถกามสฺส กเรยฺย อตฺถํ, อสมฺภชนฺตมฺปิ น สมฺภเชยฺย.

๑๓๑. ‘‘จเช จชนฺตํ วนถํ น กยิรา, อเปตจิตฺเตน น สมฺภเชยฺย;

ทิโช ทุมํ ขีณผลนฺติ ญตฺวา, อญฺญํ สเมกฺเขยฺย มหา หิ โลโก’’ติ.

ตตฺถ นเม นมนฺตสฺสาติ โย อตฺตนิ มุทุจิตฺเตน นมติ, ตสฺเสว ปฏินเมยฺย. กิจฺจานุกุพฺพสฺสาติ อตฺตโน อุปฺปนฺนํ กิจฺจํ อนุกุพฺพนฺตสฺเสว. อนตฺถกามสฺสาติ อวฑฺฒิกามสฺส. วนถํ น กยิราติ ตสฺมึ จชนฺเต ตณฺหาเสฺนหํ น กเรยฺย. อเปตจิตฺเตนาติ อปคตจิตฺเตน วิรตฺตจิตฺเตน. น สมฺภเชยฺยาติ น สมาคจฺเฉยฺย. อญฺญํ สเมกฺเขยฺยาติ อญฺญํ โอโลเกยฺย, ยถา ทิโช ขีณผลํ ทุมํ รุกฺขํ ญตฺวา อญฺญํ ผลภริตํ รุกฺขํ คจฺฉติ, ตถา ขีณราคํ ปุริสํ ญตฺวา อญฺญํ สสิเนหํ อุปคจฺเฉยฺยาติ อธิปฺปาโย.

ราชา โพธิสตฺเต กเถนฺเต เอว ตสฺสา คุณํ สริตฺวา ‘‘ภทฺเท, เอตฺตกํ กาลํ ตว คุณํ น สลฺลกฺเขสึ, ปณฺฑิตสฺสเยว กถาย สลฺลกฺเขสึ, มม อปราธํ สหนฺติยา อิทํ สกลรชฺชํ ตุยฺหเมว ทมฺมี’’ติ วตฺวา จตุตฺถํ คาถมาห –

๑๓๒. ‘‘โส เต กริสฺสามิ ยถานุภาวํ, กตญฺญุตํ ขตฺติเย เปกฺขมาโน;

สพฺพญฺจ เต อิสฺสริยํ ททามิ, ยสฺสิจฺฉสี ตสฺส ตุวํ ททามี’’ติ.

ตตฺถ โสติ โส อหํ. ยถานุภาวนฺติ ยถาสตฺติ ยถาพลํ. ยสฺสิจฺฉสีติ ยสฺส อิจฺฉสิ, ตสฺส อิทํ รชฺชํ อาทึ กตฺวา ยํ ตฺวํ อิจฺฉสิ, ตํ ททามีติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา ราชา เทวิยา สพฺพิสฺสริยํ อทาสิ, ‘‘อิมินาหํ เอติสฺสา คุณํ สราปิโต’’ติ ปณฺฑิตสฺสปิ มหนฺตํ อิสฺสริยํ อทาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุโภ ชยมฺปติกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ.

ตทา ชยมฺปติกา เอตรหิ ชยมฺปติกาว อเหสุํ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสินฺติ.

ปกฺกโคธชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๓๓๔] ๔. ราโชวาทชาตกวณฺณนา

ควํ เจ ตรมานานนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ราโชวาทํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เตสกุณชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๑ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. อิธ ปน สตฺถา ‘‘มหาราช, โปราณกราชาโนปิ ปณฺฑิตานํ กถํ สุตฺวา ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรนฺตา สคฺคปุรํ ปูรยมานา คมึสู’’ติ วตฺวา รญฺญา ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต สิกฺขิตสพฺพสิปฺโป อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา รมณีเย หิมวนฺตปเทเส วนมูลผลาหาโร วิหาสิ. อถ ราชา อคุณปริเยสโก หุตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข เม โกจิ อคุณํ กเถนฺโต’’ติ ปริเยสนฺโต อนฺโตชเน จ พหิชเน จ อนฺโตนคเร จ พหินคเร จ กญฺจิ อตฺตโน อวณฺณวาทึ อทิสฺวา ‘‘ชนปเท นุ โข กถ’’นฺติ อญฺญาตกเวเสน ชนปทํ จริ. ตตฺราปิ อวณฺณวาทึ อปสฺสนฺโต อตฺตโน คุณกถเมว สุตฺวา ‘‘หิมวนฺตปเทเส นุ โข กถ’’นฺติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิจรนฺโต โพธิสตฺตสฺส อสฺสมํ ปตฺวา ตํ อภิวาเทตฺวา กตปฏิสนฺถาโร เอกมนฺตํ นิสีทิ.

ตทา โพธิสตฺโต อรญฺญโต ปริปกฺกานิ นิโคฺรธผลานิ อาหริตฺวา ปริภุญฺชิ, ตานิ โหนฺติ มธุรานิ โอชวนฺตานิ สกฺขรจุณฺณสมรสานิ. โส ราชานมฺปิ อามนฺเตตฺวา ‘‘อิมํ มหาปุญฺญ, นิโคฺรธปกฺกผลํ ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวา’’ติ อาห. ราชา ตถา กตฺวา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉิ ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, อิมํ นิโคฺรธปกฺกํ อติ วิย มธุร’’นฺติ? ‘‘มหาปุญฺญ, นูน ราชา ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรติ, เตเนตํ มธุรนฺติ. รญฺโญ อธมฺมิกกาเล อมธุรํ นุ โข, ภนฺเต, โหตี’’ติ. ‘‘อาม, มหาปุญฺญ, ราชูสุ อธมฺมิเกสุ เตลมธุผาณิตาทีนิปิ วนมูลผลานิปิ อมธุรานิ โหนฺติ นิโรชานิ, น เกวลํ เอตานิ, สกลมฺปิ รฏฺฐํ นิโรชํ กสฏํ โหติ. เตสุ ปน ธมฺมิเกสุ สพฺพานิ ตานิ มธุรานิ โหนฺติ โอชวนฺตานิ, สกลมฺปิ รฏฺฐํ โอชวนฺตเมว โหตี’’ติ. ราชา ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ, ภนฺเต’’ติ อตฺตโน ราชภาวํ อชานาเปตฺวาว โพธิสตฺตํ วนฺทิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ‘‘ตาปสสฺส วจนํ วีมํสิสฺสามี’’ติ อธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา ‘‘อิทานิ ชานิสฺสามี’’ติ กิญฺจิ กาลํ วีตินาเมตฺวา ปุน ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

โพธิสตฺโตปิสฺส ตเถว วตฺวา นิโคฺรธปกฺกํ อทาสิ, ตํ ตสฺส ติตฺตกรสํ อโหสิ. ราชา ‘‘อมธุรํ นิรส’’นฺติ สห เขเฬน ฉฑฺเฑตฺวา ‘‘ติตฺตกํ, ภนฺเต’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘มหาปุญฺญ, นูน ราชา อธมฺมิโก ภวิสฺสติ. ราชูนญฺหิ อธมฺมิกกาเล อรญฺเญ ผลาผลํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ อมธุรํ นิโรชํ ชาต’’นฺติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

๑๓๓. ‘‘คเว เจ ตรมานานํ, ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว;

สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ, เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ.

๑๓๔. ‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต;

โส เจ อธมฺมํ จรติ, ปเคว อิตรา ปชา;

สพฺพํ รฏฺฐํ ทุขํ เสติ, ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก.

๑๓๕. ‘‘ควํ เจ ตรมานานํ, อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว;

สพฺพา คาวี อุชุํ ยนฺติ, เนตฺเต อุชุํ คเต สติ.

๑๓๖. ‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต;

โส สเจ ธมฺมํ จรติ, ปเคว อิตรา ปชา;

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ, ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก’’ติ.

ตตฺถ ควนฺติ คุนฺนํ. ตรมานานนฺติ นทึ โอตรนฺตานํ. ชิมฺหนฺติ กุฏิลํ วงฺกํ. เนตฺเตติ นายเก คเหตฺวา คจฺฉนฺเต ควเชฏฺฐเก อุสเภ ปุงฺคเว. ปเคว อิตรา ปชาติ อิตเร สตฺตา ปุเรตรเมว อธมฺมํ จรนฺตีติ อตฺโถ. ทุขํ เสตีติ น เกวลํ เสติ, จตูสุปิ อิริยาปเถสุ ทุกฺขเมว วินฺทติ. อธมฺมิโกติ ยทิ ราชา ฉนฺทาทิอคติคมนวเสน อธมฺมิโก โหติ. สุขํ เสตีติ สเจ ราชา อคติคมนํ ปหาย ธมฺมิโก โหติ, สพฺพํ รฏฺฐํ จตูสุ อิริยาปเถสุ สุขปฺปตฺตเมว โหตีติ.

ราชา โพธิสตฺตสฺส ธมฺมํ สุตฺวา อตฺตโน ราชภาวํ ชานาเปตฺวา ‘‘ภนฺเต, ปุพฺเพ นิโคฺรธปกฺกํ อหเมว มธุรํ กตฺวา ติตฺตกํ อกาสึ, อิทานิ ปุน มธุรํ กริสฺสามี’’ติ โพธิสตฺตํ วนฺทิตฺวา นครํ คนฺตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต สพฺพํ ปฏิปากติกํ อกาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ราโชวาทชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๓๓๕] ๕. ชมฺพุกชาตกวณฺณนา

พฺรหา ปวฑฺฒกาโย โสติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส สุคตาลยกรณํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมว, อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป. สตฺถารา ‘‘สาริปุตฺต, เทวทตฺโต ตุเมฺห ทิสฺวา กึ อกาสี’’ติ วุตฺโต เถโร อาห ‘‘ภนฺเต, โส ตุมฺหากํ อนุกโรนฺโต มม หตฺเถ พีชนึ ทตฺวา นิปชฺชิ. อถ นํ โกกาลิโก อุเร ชณฺณุนา ปหริ, อิติ โส ตุมฺหากํ อนุกโรนฺโต ทุกฺขํ อนุภวี’’ติ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘น โข, สาริปุตฺต, เทวทตฺโต อิทาเนว มม อนุกโรนฺโต ทุกฺขํ อนุโภติ, ปุพฺเพเปส อนุโภสิเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สีหโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา หิมวนฺเต คุหายํ วสนฺโต เอกทิวสํ มหึสํ วธิตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา คุหํ อาคจฺฉติ. เอโก สิงฺคาโล ตํ ทิสฺวา ปลายิตุํ อสกฺโกนฺโต อุเรน นิปชฺชิ, ‘‘กึ ชมฺพุกา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘อุปฏฺฐหิสฺสามิ ตํ, ภทฺทนฺเต’’ติ อาห. สีโห ‘‘เตน หิ เอหี’’ติ ตํ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เนตฺวา ทิวเส ทิวเส มํสํ อาหริตฺวา โปเสสิ. ตสฺส สีหวิฆาเสน ถูลสรีรตํ ปตฺตสฺส เอกทิวสํ มาโน อุปฺปชฺชิ. โส สีหํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห ‘‘อหํ, สามิ, นิจฺจกาลํ ตุมฺหากํ ปลิโพโธ, ตุเมฺห นิจฺจํ มํสํ อาหริตฺวา มํ โปเสถ, อชฺช ตุเมฺห อิเธว โหถ, อหํ เอกํ วารณํ วธิตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา ตุมฺหากมฺปิ อาหริสฺสามี’’ติ. สีโห ‘‘มา เต, ชมฺพุก, เอตํ รุจฺจิ, น ตฺวํ วารณํ วธิตฺวา มํสขาทกโยนิยํ นิพฺพตฺโต, อหํ เต วารณํ วธิตฺวา ทสฺสามิ, วารโณ นาม มหากาโย ปวฑฺฒกาโย, มา วารณํ คณฺหิ, มม วจนํ กโรหี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห.

๑๓๗. ‘‘พฺรหา ปวฑฺฒกาโย โส, ทีฆทาโฐ จ ชมฺพุก;

น ตฺวํ ตตฺถ กุเล ชาโต, ยตฺถ คณฺหนฺติ กุญฺชร’’นฺติ.

ตตฺถ พฺรหาติ มหนฺโต. ปวฑฺฒกาโยติ อุทฺธํ อุคฺคตกาโย. ทีฆทาโฐติ ทีฆทนฺโต เตหิ ทนฺเตหิ ตุมฺหาทิเส ปหริตฺวา ชีวิตกฺขเย ปาเปติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ สีหกุเล ชาตา มตฺตวารณํ คณฺหนฺติ, ตฺวํ น ตตฺถ ชาโต, สิงฺคาลกุเล ปน ชาโตสีติ อตฺโถ.

สิงฺคาโล สีเหน วาริโตเยว คุหา นิกฺขมิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ‘‘พุกฺก พุกฺกา’’ติ สิงฺคาลิกํ นทํ นทิตฺวา ปพฺพตกูเฏ ฐิโต ปพฺพตปาทํ โอโลเกนฺโต เอกํ กาฬวารณํ ปพฺพตปาเทน อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อุลฺลงฺฆิตฺวา ‘‘ตสฺส กุมฺเภ ปติสฺสามี’’ติ ปริวตฺติตฺวา ปาทมูเล ปติ. วารโณ ปุริมปาทํ อุกฺขิปิตฺวา ตสฺส มตฺถเก ปติฏฺฐาเปสิ, สีสํ ภิชฺชิตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ ชาตํ. โส ตตฺเถว อนุตฺถุนนฺโต สยิ, วารโณ โกญฺจนาทํ กโรนฺโต ปกฺกามิ. โพธิสตฺโต คนฺตฺวา ปพฺพตมตฺถเก ฐิโต ตํ วินาสปฺปตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อตฺตโน มานํ นิสฺสาย นฏฺโฐ สิงฺคาโล’’ติ ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๑๓๘. ‘‘อสีโห สีหมาเนน, โย อตฺตานํ วิกุพฺพติ;

โกตฺถูว คชมาสชฺช, เสติ ภูมฺยา อนุตฺถุนํ.

๑๓๙. ‘‘ยสสฺสิโน อุตฺตมปุคฺคลสฺส, สญฺชาตขนฺธสฺส มหพฺพลสฺส;

อสเมกฺขิย ถามพลูปปตฺตึ, ส เสติ นาเคน หโตยํ ชมฺพุโก.

๑๔๐. ‘‘โย จีธ กมฺมํ กุรุเต ปมาย, ถามพฺพลํ อตฺตนิ สํวิทิตฺวา;

ชปฺเปน มนฺเตน สุภาสิเตน, ปริกฺขวา โส วิปุลํ ชินาตี’’ติ.

ตตฺถ วิกุพฺพตีติ ปริวตฺเตติ. โกตฺถูวาติ สิงฺคาโล วิย. อนุตฺถุนนฺติ อนุตฺถุนนฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อยํ โกตฺถุ มหนฺตํ คชํ ปตฺวา อนุตฺถุนนฺโต ภูมิยํ เสติ, เอวํ โย อญฺโญ ทุพฺพโล พลวตา วิคฺคหํ กโรติ, โสปิ เอวรูโปว โหตีติ.

ยสสฺสิโนติ อิสฺสริยวโต. อุตฺตมปุคฺคลสฺสาติ กายพเลน จ ญาณพเลน จ อุตฺตมปุคฺคลสฺส. สญฺชาตขนฺธสฺสาติ สุสณฺฐิตมหาขนฺธสฺส. มหพฺพลสฺสาติ มหาถามสฺส. ถามพลูปปตฺตินฺติ เอวรูปสฺส สีหสฺส ถามสงฺขาตํ พลญฺเจว สีหชาติสงฺขาตํ อุปปตฺติญฺจ อชานิตฺวา, กายถามญฺจ ญาณพลญฺจ สีหอุปปตฺติญฺจ อชานิตฺวาติ อตฺโถ. ส เสตีติ อตฺตานมฺปิ สีเหน สทิสํ มญฺญมาโน, โส อยํ ชมฺพุโก นาเคน หโต มตสยนํ เสติ.

ปมายาติ ปมินิตฺวา อุปปริกฺขิตฺวา. ‘‘ปมาณา’’ติปิ ปาโฐ, อตฺตโน ปมาณํ คเหตฺวา โย อตฺตโน ปมาเณน กมฺมํ กุรุเตติ อตฺโถ. ถามพฺพลนฺติ ถามสงฺขาตํ พลํ, กายถามญฺจ ญาณพลญฺจาติปิ อตฺโถ. ชปฺเปนาติ ชเปน, อชฺเฌเนนาติ อตฺโถ. มนฺเตนาติ อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา กรเณน. สุภาสิเตนาติ สจฺจาทิคุณยุตฺเตน อนวชฺชวจเนน. ปริกฺขวาติ ปริกฺขาสมฺปนฺโน. โส วิปุลํ ชินาตีติ โย เอวรูโป โหติ, ยํ กิญฺจิ กมฺมํ กุรุมาโน อตฺตโน ถามญฺจ พลญฺจ ญตฺวา ชปฺปมนฺตวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา สุภาสิตํ ภาสนฺโต กโรติ, โส วิปุลํ มหนฺตํ อตฺถํ ชินาติ น ปริหายตีติ.

เอวํ โพธิสตฺโต อิมาหิ ตีหิ คาถาหิ อิมสฺมึ โลเก กตฺตพฺพยุตฺตกํ กมฺมํ กเถสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สิงฺคาโล เทวทตฺโต อโหสิ, สีโห ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ชมฺพุกชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๓๓๖] ๖. พฺรหาฉตฺตชาตกวณฺณนา

ติณํ ติณนฺติ ลปสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ กถิตเมว.

อตีเต ปน พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก อมจฺโจ อโหสิ. พาราณสิราชา มหติยา เสนาย โกสลราชานํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา สาวตฺถึ ปตฺวา ยุทฺเธน นครํ ปวิสิตฺวา ราชานํ คณฺหิ. โกสลรญฺโญ ปน ปุตฺโต ฉตฺโต นาม กุมาโร อตฺถิ. โส อญฺญาตกเวเสน นิกฺขมิตฺวา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา ตโย เวเท จ อฏฺฐารส สิปฺปานิ จ อุคฺคณฺหิตฺวา ตกฺกสิลโต นิกฺขมฺม สพฺพสมยสิปฺปานิ สิกฺขนฺโต เอกํ ปจฺจนฺตคามํ ปาปุณิ. ตํ นิสฺสาย ปญฺจสตตาปสา อรญฺเญ ปณฺณสาลาสุ วสนฺติ. กุมาโร เต อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิเมสมฺปิ สนฺติเก กิญฺจิ สิกฺขิสฺสามี’’ติ ปพฺพชิตฺวา ยํ เต ชานนฺติ, ตํ สพฺพํ อุคฺคณฺหิ. โส อปรภาเค คณสตฺถา ชาโต.

อเถกทิวสํ อิสิคณํ อามนฺเตตฺวา ‘‘มาริสา, กสฺมา มชฺฌิมเทสํ น คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มาริส, มชฺฌิมเทเส มนุสฺสา นาม ปณฺฑิตา, เต ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, อนุโมทนํ การาเปนฺติ, มงฺคลํ ภณาเปนฺติ, อสกฺโกนฺเต ครหนฺติ, มยํ เตน ภเยน น คจฺฉามา’’ติ. ‘‘มา ตุเมฺห ภายถ, อหเมตํ สพฺพํ กริสฺสามี’’ติ. ‘‘เตน หิ คจฺฉามา’’ติ สพฺเพ อตฺตโน อตฺตโน ขาริวิวิธมาทาย อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺตา. พาราณสิราชาปิ โกสลรชฺชํ อตฺตโน หตฺถคตํ กตฺวา ตตฺถ ราชยุตฺเต ฐเปตฺวา สยํ ตตฺถ วิชฺชมานํ ธนํ คเหตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา อุยฺยาเน โลหจาฏิโย ปูราเปตฺวา นิทหิตฺวา ตสฺมึ สมเย พาราณสิยเมว วสติ. อถ เต อิสโย ราชุยฺยาเน รตฺตึ วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ภิกฺขาย ปวิสิตฺวา ราชทฺวารํ อคมํสุ. ราชา เตสํ อิริยาปเถสฺสุ ปสีทิตฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา มหาตเล นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชกํ ทตฺวา ยาว ภตฺตกาลา ตํ ตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ฉตฺโต รญฺโญ จิตฺตํ อาราเธนฺโต สพฺพปเญฺห วิสฺสชฺเชตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน วิจิตฺรํ อนุโมทนํ อกาสิ. ราชา สุฏฺฐุตรํ ปสนฺโน ปฏิญฺญํ คเหตฺวา สพฺเพปิ เต อุยฺยาเน วาสาเปสิ.

ฉตฺโต นิธิอุทฺธรณมนฺตํ ชานาติ. โส ตตฺถ วสนฺโต ‘‘กหํ นุ โข อิมินา มม ปิตุ สนฺตกํ ธนํ นิทหิต’’นฺติ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา โอโลเกนฺโต อุยฺยาเน นิทหิตภาวํ ญตฺวา ‘‘อิทํ ธนํ คเหตฺวา มม รชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตาปเส อามนฺเตตฺวา ‘‘มาริสา, อหํ โกสลรญฺโญ ปุตฺโต, พาราณสิรญฺญา อมฺหากํ รชฺเช คหิเต อญฺญาตกเวเสน นิกฺขมิตฺวา เอตฺตกํ กาลํ อตฺตโน ชีวิตํ อนุรกฺขึ, อิทานิ กุลสนฺตกํ ธนํ ลทฺธํ, อหํ เอตํ อาทาย คนฺตฺวา อตฺตโน รชฺชํ คณฺหิสฺสามิ, ตุเมฺห กึ กริสฺสถา’’ติ อาห. ‘‘มยมฺปิ ตยาว สทฺธึ คมิสฺสามา’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ มหนฺเต มหนฺเต จมฺมปสิพฺพเก กาเรตฺวา รตฺติภาเค ภูมึ ขณิตฺวา ธนจาฏิโย อุทฺธริตฺวา ปสิพฺพเกสุ ธนํ ปกฺขิปิตฺวา จาฏิโย ติณสฺส ปูราเปตฺวา ปญฺจ จ อิสิสตานิ อญฺเญ จ มนุสฺเส ธนํ คาหาเปตฺวา ปลายิตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา สพฺเพ ราชยุตฺเต คาหาเปตฺวา รชฺชํ คเหตฺวา ปาการอฏฺฏาลกาทิปฏิสงฺขรณํ การาเปตฺวา ปุน สปตฺตรญฺญา ยุทฺเธน อคฺคเหตพฺพํ กตฺวา นครํ อชฺฌาวสติ. พาราณสิรญฺโญปิ ‘‘ตาปสา อุยฺยานโต ธนํ คเหตฺวา ปลาตา’’ติ อาโรจยึสุ. โส อุยฺยานํ คนฺตฺวา จาฏิโย วิวราเปตฺวา ติณเมว ปสฺสิ, ตสฺส ธนํ นิสฺสาย มหนฺโต โสโก อุปฺปชฺชิ. โส นครํ คนฺตฺวา ‘‘ติณํ ติณ’’นฺติ วิปฺปลปนฺโต จรติ, นาสฺส โกจิ โสกํ นิพฺพาเปตุํ สกฺโกติ.

โพธิสตฺโต จินฺเตสิ ‘‘รญฺโญ มหนฺโต โสโก, วิปฺปลปนฺโต จรติ, ฐเปตฺวา โข ปน มํ นาสฺส อญฺโญ โกจิ โสกํ วิโนเทตุํ สมตฺโถ, นิสฺโสกํ นํ กริสฺสามี’’ติ. โส เอกทิวสํ เตน สทฺธึ สุขนิสินฺโน ตสฺส วิปฺปลปนกาเล ปฐมํ คาถมาห –

๑๔๑. ‘‘ติณํ ติณนฺติ ลปสิ, โก นุ เต ติณมาหริ;

กึ นุ เต ติณกิจฺจตฺถิ, ติณเมว ปภาสสี’’ติ.

ตตฺถ กึ นุ เต ติณกิจฺจตฺถีติ กึ นุ ตว ติเณน กิจฺจํ กาตพฺพํ อตฺถิ. ติณเมว ปภาสสีติ ตฺวญฺหิ เกวลํ ‘‘ติณํ ติณ’’นฺติ ติณเมว ปภาสสิ, ‘‘อสุกติณํ นามา’’ติ น กเถสิ, ติณนามํ ตาวสฺส กเถหิ ‘‘อสุกติณํ นามา’’ติ, มยํ เต อาหริสฺสาม, อถ ปน เต ติเณนตฺโถ นตฺถิ, นิกฺการณา มา วิปฺปลปีติ.

ตํ สุตฺวา ราชา ทุติยํ คาถมาห –

๑๔๒. ‘‘อิธาคมา พฺรหฺมจารี, พฺรหา ฉตฺโต พหุสฺสุโต;

โส เม สพฺพํ สมาทาย, ติณํ นิกฺขิปฺป คจฺฉตี’’ติ.

ตตฺถ พฺรหาติ ทีโฆ. ฉตฺโตติ ตสฺส นามํ. สพฺพํ สมาทายาติ สพฺพํ ธนํ คเหตฺวา. ติณํ นิกฺขิปฺป คจฺฉตีติ จาฏีสุ ติณํ นิกฺขิปิตฺวา คโตติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ตติยํ คาถมาห –

๑๔๓. ‘‘เอเวตํ โหติ กตฺตพฺพํ, อปฺเปน พหุมิจฺฉตา;

สพฺพํ สกสฺส อาทานํ, อนาทานํ ติณสฺส จา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – อปฺเปน ติเณน พหุธนํ อิจฺฉตา เอวํ เอตํ กตฺตพฺพํ โหติ, ยทิทํ ปิตุ สนฺตกตฺตา สกสฺส ธนสฺส สพฺพํ อาทานํ อคยฺหูปคสฺส ติณสฺส จ อนาทานํ. อิติ, มหาราช, โส พฺรหา ฉตฺโต คเหตพฺพยุตฺตกํ อตฺตโน ปิตุ สนฺตกํ ธนํ คเหตฺวา อคฺคเหตพฺพยุตฺตกํ ติณํ จาฏีสุ ปกฺขิปิตฺวา คโต, ตตฺถ กา ปริเทวนาติ.

ตํ สุตฺวา ราชา จตุตฺถํ คาถมาห –

๑๔๔. ‘‘สีลวนฺโต น กุพฺพนฺติ, พาโล สีลานิ กุพฺพติ;

อนิจฺจสีลํ ทุสฺสีลฺยํ, กึ ปณฺฑิจฺจํ กริสฺสตี’’ติ.

ตตฺถ สีลวนฺโตติ เย สีลสมฺปนฺนา พฺรหฺมจารโย, เต เอวรูปํ น กุพฺพนฺติ. พาโล สีลานิ กุพฺพตีติ พาโล ปน ทุราจาโร เอวรูปานิ อตฺตโน อนาจารสงฺขาตานิ สีลานิ กโรติ. อนิจฺจสีลนฺติ อทฺธุเวน ทีฆรตฺตํ อปฺปวตฺเตน สีเลน สมนฺนาคตํ. ทุสฺสีลฺยนฺติ ทุสฺสีลํ. กึ ปณฺฑิจฺจํ กริสฺสตีติ เอวรูปํ ปุคฺคลํ พาหุสจฺจปริภาวิตํ ปณฺฑิจฺจํ กึ กริสฺสติ กึ สมฺปาเทสฺสติ, วิปตฺติเมวสฺส กริสฺสตีติ. ตํ ครหนฺโต วตฺวา โส ตาย โพธิสตฺตสฺส กถาย นิสฺโสโก หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พฺรหาฉตฺโต กุหกภิกฺขุ อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

พฺรหาฉตฺตชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๓๓๗] ๗. ปีฐชาตกวณฺณนา

น เต ปีฐมทายิมฺหาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร ชนปทโต เชตวนํ คนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา สามเณรทหเร ปุจฺฉิ ‘‘อาวุโส, สาวตฺถิยํ อาคนฺตุกภิกฺขูนํ เก อุปการกา’’ติ. ‘‘อาวุโส, อนาถปิณฺฑิโก นาม มหาเสฏฺฐิ, วิสาขา นาม มหาอุปาสิกา เอเต ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปการกา มาตาปิตุฏฺฐานิยา’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปุนทิวเส ปาโตว เอกภิกฺขุสฺสปิ อปวิฏฺฐกาเล อนาถปิณฺฑิกสฺส ฆรทฺวารํ อคมาสิ. ตํ อเวลาย คตตฺตา โกจิ น โอโลเกสิ. โส ตโต กิญฺจิ อลภิตฺวา วิสาขาย ฆรทฺวารํ คโต. ตตฺราปิ อติปาโตว คตตฺตา กิญฺจิ น ลภิ. โส ตตฺถ ตตฺถ วิจริตฺวา ปุนาคจฺฉนฺโต ยาคุยา นิฏฺฐิตาย คโต, ปุนปิ ตตฺถ ตตฺถ วิจริตฺวา ภตฺเต นิฏฺฐิเต คโต. โส วิหารํ คนฺตฺวา ‘‘เทฺวปิ กุลานิ อสฺสทฺธานิ อปฺปสนฺนานิ เอว, อิเม ภิกฺขู ปน ‘สทฺธานิ ปสนฺนานี’ติ กเถนฺตี’’ติ ตานิ กุลานิ ปริภวนฺโต จรติ.

อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก กิร ชานปโท ภิกฺขุ อติกาลสฺเสว กุลทฺวารํ คโต ภิกฺขํ อลภิตฺวา กุลานิ ปริภวนฺโต จรตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ตํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ภิกฺขู’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘กสฺมา ตฺวํ ภิกฺขุ กุชฺฌสิ, ปุพฺเพ อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ตาปสาปิ ตาว กุลทฺวารํ คนฺตฺวา ภิกฺขํ อลภิตฺวา น กุชฺฌึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา อปรภาเค ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต จิรํ วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย พาราณสึ ปตฺวา อุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ภิกฺขาย ปาวิสิ. ตทา พาราณสิเสฏฺฐิ สทฺโธ โหติ ปสนฺโน. โพธิสตฺโต ‘‘กตรํ กุลฆรํ สทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เสฏฺฐิฆร’’นฺติ สุตฺวา เสฏฺฐิโน ฆรทฺวารํ อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ เสฏฺฐิ ราชุปฏฺฐานํ คโต, มนุสฺสาปิ นํ น ปสฺสึสุ, โส นิวตฺติตฺวา คจฺฉติ. อถ นํ เสฏฺฐิ ราชกุลโต นิวตฺตนฺโต ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา ฆรํ เนตฺวา นิสีทาเปตฺวา ปาทโธวนเตลมกฺขนยาคุขชฺชกาทีหิ สนฺตปฺเปตฺวา อนฺตราภตฺเต กิญฺจิ การณํ อปุจฺฉิตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ ฆรทฺวารํ อาคตา นาม ยาจกา วา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา วา สกฺการสมฺมานํ อลภิตฺวา คตปุพฺพา นาม นตฺถิ, ตุเมฺห ปน อชฺช อมฺหากํ ทารเกหิ อทิฏฺฐตฺตา อาสนํ วา ปานียํ วา ปาทโธวนํ วา ยาคุภตฺตํ วา อลภิตฺวาว คตา, อยํ อมฺหากํ โทโส, ตํ โน ขมิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๔๕. ‘‘น เต ปีฐมทายิมฺหา, น ปานํ นปิ โภชนํ;

พฺรหฺมจาริ ขมสฺสุ เม, เอตํ ปสฺสามิ อจฺจย’’นฺติ.

ตตฺถ น เต ปีฐมทายิมฺหาติ ปีฐมฺปิ เต น ทาปยิมฺห.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๔๖. ‘‘เนวาภิสชฺชามิ น จาปิ กุปฺเป, น จาปิ เม อปฺปิยมาสิ กิญฺจิ;

อโถปิ เม อาสิ มโนวิตกฺโก, เอตาทิโส นูน กุลสฺส ธมฺโม’’ติ.

ตตฺถ เนวาภิสชฺชามีติ เนว ลคฺคามิ. เอตาทิโสติ ‘‘อิมสฺส กุลสฺส เอตาทิโส นูน สภาโว, อทายกวํโส เอส ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ เม มโนวิตกฺโก อุปฺปนฺโน.

ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิ อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๔๗. ‘‘เอสสฺมากํ กุเล ธมฺโม, ปิตุปิตามโห สทา;

อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ, สพฺเพตํ นิปทามเส.

๑๔๘. ‘‘เอสสฺมากํ กุเล ธมฺโม, ปิตุปิตามโห สทา;

สกฺกจฺจํ อุปติฏฺฐาม, อุตฺตมํ วิย ญาตก’’นฺติ.

ตตฺถ ธมฺโมติ สภาโว. ปิตุปิตามโหติ ปิตูนญฺจ ปิตามหานญฺจ สนฺตโก. อุทกนฺติ ปาทโธวนอุทกํ. ปชฺชนฺติ ปาทมกฺขนเตลํ. สพฺเพตนฺติ สพฺพํ เอตํ. นิปทามเสติ นิการปการา อุปสคฺคา, ทามเสติ อตฺโถ, ททามาติ วุตฺตํ โหติ. อิมินา ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา ทายกวํโส อมฺหากํ วํโสติ ทสฺเสติ. อุตฺตมํ วิย ญาตกนฺติ มาตรํ วิย ปิตรํ วิย จ มยํ ธมฺมิกํ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา ทิสฺวา สกฺกจฺจํ สหตฺเถน อุปฏฺฐหามาติ อตฺโถ.

โพธิสตฺโต ปน กติปาหํ พาราณสิเสฏฺฐิโน ธมฺมํ เทเสนฺโต ตตฺถ วสิตฺวา ปุน หิมวนฺตเมว คนฺตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา พาราณสิเสฏฺฐิ อานนฺโท อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสินฺติ.

ปีฐชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๓๓๘] ๘. ถุสชาตกวณฺณนา

วิทิตํ ถุสนฺติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อชาตสตฺตุํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมึ กิร มาตุกุจฺฉิคเต ตสฺส มาตุ โกสลราชธีตาย พิมฺพิสารรญฺโญ ทกฺขิณชาณุโลหิตปิวนโทหโฬ อุปฺปชฺชิตฺวา ปณฺฑุ อโหสิ. สา ปริจาริกาหิ ปุจฺฉิตา ตาสํ ตมตฺถํ อาโรเจสิ. ราชาปิ สุตฺวา เนมิตฺตเก ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เทวิยา กิร เอวรูโป โทหโฬ อุปฺปนฺโน, ตสฺส กา นิปฺผตฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. เนมิตฺตกา ‘‘เทวิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตกสตฺโต ตุเมฺห มาเรตฺวา รชฺชํ คณฺหิสฺสตี’’ติ อาหํสุ. ราชา ‘‘สเจ มม ปุตฺโต มํ มาเรตฺวา รชฺชํ คณฺหิสฺสติ, โก เอตฺถ โทโส’’ติ ทกฺขิณชาณุํ สตฺเถน ผาลาเปตฺวา โลหิตํ สุวณฺณตฏฺฏเกน คาหาเปตฺวา เทวิยา ปาเยสิ. สา จินฺเตสิ ‘‘สเจ มม กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺโต ปุตฺโต ปิตรํ มาเรสฺสติ, กึ เม เตนา’’ติ. สา คพฺภปาตนตฺถํ กุจฺฉึ มทฺทาเปสิ.

ราชา ญตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ภทฺเท มยฺหํ กิร ปุตฺโต มํ มาเรตฺวา รชฺชํ คณฺหิสฺสติ, น โข ปนาหํ อชโร อมโร, ปุตฺตมุขํ ปสฺสิตุํ เม เทหิ, มา อิโต ปภุติ เอวรูปํ กมฺมํ อกาสี’’ติ อาห. สา ตโต ปฏฺฐาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา กุจฺฉึ มทฺทาเปสิ. ราชา ญตฺวา ตโต ปฏฺฐาย อุยฺยานคมนํ นิวาเรสิ. สา ปริปุณฺณคพฺภา ปุตฺตํ วิชายิ. นามคฺคหณทิวเส จสฺส อชาตสฺเสว ปิตุ สตฺตุภาวโต ‘‘อชาตสตฺตุ’’เตฺวว นามมกํสุ. ตสฺมึ กุมารปริหาเรน วฑฺฒนฺเต สตฺถา เอกทิวสํ ปญฺจสตภิกฺขุปริวุโต รญฺโญ นิเวสนํ คนฺตฺวา นิสีทิ. ราชา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนียโภชนีเยน ปริวิสิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ กุมารํ มณฺเฑตฺวา รญฺโญ อทํสุ. ราชา พลวสิเนเหน ปุตฺตํ คเหตฺวา อูรุมฺหิ นิสีทาเปตฺวา ปุตฺตคเตน เปเมน ปุตฺตเมว มมายนฺโต น ธมฺมํ สุณาติ. สตฺถา ตสฺส ปมาทภาวํ ญตฺวา ‘‘มหาราช, ปุพฺเพ ราชาโน ปุตฺเต อาสงฺกมานา ปฏิจฺฉนฺเน กาเรตฺวา ‘อมฺหากํ อจฺจเยน นีหริตฺวา รชฺเช ปติฏฺฐาเปยฺยาถา’ติ อาณาเปสุ’’นฺติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตกฺกสิลายํ ทิสาปาโมกฺขอาจริโย หุตฺวา พหู ราชกุมาเร จ พฺราหฺมณกุมาเร จ สิปฺปํ วาเจสิ. พาราณสิรญฺโญปิ ปุตฺโต โสฬสวสฺสกาเล ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตโย เวเท จ สพฺพสิปฺปานิ จ อุคฺคณฺหิตฺวา ปริปุณฺณสิปฺโป อาจริยํ อาปุจฺฉิ. อาจริโย องฺควิชฺชาวเสน ตํ โอโลเกนฺโต ‘‘อิมสฺส ปุตฺตํ นิสฺสาย อนฺตราโย ปญฺญายติ, ตมหํ อตฺตโน อานุภาเวน หริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา จตสฺโส คาถา พนฺธิตฺวา ราชกุมารสฺส อทาสิ, เอวญฺจ ปน ตํ วเทสิ ‘‘ตาต, ปฐมํ คาถํ รชฺเช ปติฏฺฐาย ตว ปุตฺตสฺส โสฬสวสฺสกาเล ภตฺตํ ภุญฺชนฺโต วเทยฺยาสิ, ทุติยํ มหาอุปฏฺฐานกาเล, ตติยํ ปาสาทํ อภิรุหมาโน โสปานสีเส ฐตฺวา, จตุตฺถํ สยนสิริคพฺภํ ปวิสนฺโต อุมฺมาเร ฐตฺวา’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อาจริยํ วนฺทิตฺวา คโต โอปรชฺเช ปติฏฺฐาย ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐาสิ. ตสฺส ปุตฺโต โสฬสวสฺสกาเล รญฺโญ อุยฺยานกีฬาทีนํ อตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส สิริวิภวํ ทิสฺวา ปิตรํ มาเรตฺวา รชฺชํ คเหตุกาโม หุตฺวา อตฺตโน อุปฏฺฐากานํ กเถสิ. เต ‘‘สาธุ เทว, มหลฺลกกาเล ลทฺเธน อิสฺสริเยน โก อตฺโถ, เยน เกนจิ อุปาเยน ราชานํ มาเรตฺวา รชฺชํ คณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทึสุ. กุมาโร ‘‘วิสํ ขาทาเปตฺวา มาเรสฺสามี’’ติ ปิตรา สทฺธึ สายมาสํ ภุญฺชนฺโต วิสํ คเหตฺวา นิสีทิ. ราชา ภตฺตปาติยํ ภตฺเต อจฺฉุปนฺเตเยว ปฐมํ คาถมาห –

๑๔๙. ‘‘วิทิตํ ถุสํ อุนฺทุรานํ, วิทิตํ ปน ตณฺฑุลํ;

ถุสํ ถุสํ วิวชฺเชตฺวา, ตณฺฑุลํ ปน ขาทเร’’ติ.

ตตฺถ วิทิตนฺติ กาฬวทฺทเลปิ อนฺธกาเร อุนฺทุรานํ ถุโส ถุสภาเวน ตณฺฑุโล จ ตณฺฑุลภาเวน วิทิโต ปากโฏเยว. อิธ ปน ลิงฺควิปลฺลาสวเสน ‘‘ถุสํ ตณฺฑุล’’นฺติ วุตฺตํ. ขาทเรติ ถุสํ ถุสํ วชฺเชตฺวา ตณฺฑุลเมว ขาทนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตาต กุมาร, ยถา อุนฺทุรานํ อนฺธกาเรปิ ถุโส ถุสภาเวน ตณฺฑุโล จ ตณฺฑุลภาเวน ปากโฏ, เต ถุสํ วชฺเชตฺวา ตณฺฑุลเมว ขาทนฺติ, เอวเมว มมปิ ตว วิสํ คเหตฺวา นิสินฺนภาโว ปากโฏติ.

กุมาโร ‘‘ญาโตมฺหี’’ติ ภีโต ภตฺตปาติยํ วิสํ ปาเตตุํ อวิสหิตฺวา อุฏฺฐาย ราชานํ วนฺทิตฺวา คโต. โส ตมตฺถํ อตฺตโน อุปฏฺฐากานํ อาโรเจตฺวา ‘‘อชฺช ตาวมฺหิ ญาโต, อิทานิ กถํ มาเรสฺสามี’’ติ ปุจฺฉิ. เต ตโต ปฏฺฐาย อุยฺยาเน ปฏิจฺฉนฺนา หุตฺวา นิกณฺณิกวเสน มนฺตยมานา ‘‘อตฺเถโก อุปาโย, ขคฺคํ สนฺนยฺหิตฺวา มหาอุปฏฺฐานํ คตกาเล อมจฺจานํ อนฺตเร ฐตฺวา รญฺโญ ปมตฺตภาวํ ญตฺวา ขคฺเคน ปหริตฺวา มาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ ววตฺถเปสุํ. กุมาโร ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา มหาอุปฏฺฐานกาเล สนฺนทฺธขคฺโค หุตฺวา คนฺตฺวา อิโต จิโต จ รญฺโญ ปหรโณกาสํ อุปธาเรติ. ตสฺมึ ขเณ ราชา ทุติยํ คาถมาห –

๑๕๐. ‘‘ยา มนฺตนา อรญฺญสฺมึ, ยา จ คาเม นิกณฺณิกา;

ยญฺเจตํ อิติ จีติ จ, เอตมฺปิ วิทิตํ มยา’’ติ.

ตตฺถ อรญฺญสฺมินฺติ อุยฺยาเน. นิกณฺณิกาติ กณฺณมูเล มนฺตนา. ยญฺเจตํ อิติ จีติ จาติ ยญฺจ เอตํ อิทานิ มม ปหรโณกาสปริเยสนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตาต กุมาร, ยา เอสา ตว อตฺตโน อุปฏฺฐาเกหิ สทฺธึ อุยฺยาเน จ คาเม จ นิกณฺณิกา มนฺตนา, ยญฺเจตํ อิทานิ มม มารณตฺถาย อิติ จีติ จ กรณํ, เอตมฺปิ สพฺพํ มยา ญาตนฺติ.

กุมาโร ‘‘ชานาติ เม เวริภาวํ ปิตา’’ติ ตโต ปลายิตฺวา อุปฏฺฐากานํ อาโรเจสิ. เต สตฺตฏฺฐ ทิวเส อติกฺกมิตฺวา ‘‘กุมาร, น เต ปิตา, เวริภาวํ ชานาติ, ตกฺกมตฺเตน ตฺวํ เอวํสญฺญี อโหสิ, มาเรหิ น’’นฺติ วทึสุ. โส เอกทิวสํ ขคฺคํ คเหตฺวา โสปานมตฺถเก คพฺภทฺวาเร อฏฺฐาสิ. ราชา โสปานมตฺถเก ฐิโต ตติยํ คาถมาห –

๑๕๑. ‘‘ธมฺเมน กิร ชาตสฺส, ปิตา ปุตฺตสฺส มกฺกโฏ;