๑๓. โลกสุตฺตวณฺณนา

๑๑๒. เตรสเม โลโกติ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก, อตฺถโต ปุริมํ อริยสจฺจทฺวยํ อิธ ปน ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เวทิตพฺพํ. สฺวายํ สตฺตโลโก, สงฺขารโลโก, โอกาสโลโกติ วิภาคโต สรูปโต จ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. อปิจ ขนฺธโลกาทิวเสน จ อเนกวิโธ โลโก. ยถาห –

‘‘โลโกติ ขนฺธโลโก, ธาตุโลโก, อายตนโลโก, วิปตฺติภวโลโก, วิปตฺติสมฺภวโลโก, สมฺปตฺติภวโลโก, สมฺปตฺติสมฺภวโลโก, เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อหารฏฺฐิติกา, เทฺว โลกา นามญฺจ รูปญฺจ, ตโย โลกา ติสฺโส เวทนา, จตฺตาโร โลกา จตฺตาโร อาหารา, ปญฺจ โลกา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, ฉ โลกา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, สตฺต โลกา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย, อฏฺฐ โลกา อฏฺฐ โลกธมฺมา, นว โลกา นว สตฺตาวาสา, ทส โลกา ทสายตนานิ, ทฺวาทส โลกา ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส โลกา อฏฺฐารส ธาตุโย’’ติ (มหานิ. ๓; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒).

เอวมเนกธา วิภตฺโตปิ โลโก ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ เอว สงฺคหํ สโมสรณํ คจฺฉติ, อุปาทานกฺขนฺธา จ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ชาติปิ ทุกฺขา …เป… สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาปิ ทุกฺขาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต ปุริมํ อริยสจฺจทฺวยํ, อิธ ปน ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เวทิตพฺพ’’นฺติ. นนุ จ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺโฐ อวิเสเสน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ สมฺภวตีติ? สจฺจํ สมฺภวติ. ยํ ปน น ลุชฺชตีติ คหิตํ, ตํ ตถา น โหติ, เอกํเสเนว ลุชฺชติ ปลุชฺชตีติ โส โลโกติ อุปาทานกฺขนฺเธเสฺวว โลกสทฺโท นิรูโฬฺหติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมา โลโกติ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เอว.

ยทิปิ ตถาคต-สทฺทสฺส เหฏฺฐา ตถาคตสุตฺเต นานานเยหิ วิตฺถารโต อตฺโถ วิภตฺโต, ตถาปิ ปาฬิยา อตฺถสํวณฺณนามุเขน อยมตฺถวิภาวนา – อภิสมฺพุทฺโธติ ‘‘อภิญฺเญยฺยโต ปริญฺเญยฺยโต’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตวิภาเคน วา อวิเสสโต ตาว อาสยานุสยจริยาธิมุตฺติอาทิเภทโต กุสลากุสลาทิวิภาคโต วฏฺฏปฺปมาณสณฺฐานาทิเภทโต, วิเสสโต วา ปน ‘‘อยํ สสฺสตาสโย, อยํ อุจฺเฉทาสโย’’ติอาทินา ‘‘กกฺขฬลกฺขณา ปถวีธาตุ, ปคฺฆรณลกฺขณา อาโปธาตู’’ติอาทินา จ อภิวิสิฏฺเฐน สยมฺภุญาเณน สมฺมา อวิปรีตํ โย โย อตฺโถ ยถา ยถา พุชฺฌิตพฺโพ, ตถา ตถา พุทฺโธ ญาโต อตฺตปจฺจกฺโข กโตติ อภิสมฺพุทฺโธ.

โลกสฺมาติ ยถาวุตฺตโลกโต. วิสํยุตฺโตติ วิสํสฏฺโฐ, ตปฺปฏิพทฺธานํ สพฺเพสํ สํโยชนานํ สมฺมเทว สมุจฺฉินฺนตฺตา ตโต วิปฺปมุตฺโตติ อตฺโถ. โลกสมุทโยติ สุตฺตนฺตนเยน ตณฺหา, อภิธมฺมนเยน ปน อภิสงฺขาเรหิ สทฺธึ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ. ปหีโนติ โพธิมณฺเฑ อรหตฺตมคฺคญาเณน สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน สวาสนํ ปหีโน. โลกนิโรโธติ นิพฺพานํ. สจฺฉิกโตติ อตฺตปจฺจกฺโข กโต. โลกนิโรธคามินี ปฏิปทาติ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคโห อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. โส หิ โลกนิโรธํ นิพฺพานํ คจฺฉติ อธิคจฺฉติ, ตทตฺถํ อริเยหิ ปฏิปชฺชียติ จาติ โลกนิโรธคามินี ปฏิปทาติ วุจฺจติ.

เอตฺตาวตา ตถานิ อภิสมฺพุทฺโธ ยาถาวโต คโตติ ตถาคโตติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. จตฺตาริ หิ อริยสจฺจานิ ตถานิ นาม. ยถาห –

‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ, อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร.

อปิจ ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถํ คโตติ ตถาคโต, คโตติ จ อวคโต อตีโต ปตฺโต ปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา ภควา สกลโลกํ ตีรณปริญฺญาย ตถาย อวิปรีตาย คโต อวคโต, ตสฺมา โลโก ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต. โลกสมุทยํ ปหานปริญฺญาย ตถาย คโต อตีโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธํ สจฺฉิกิริยาย ตถาย คโต ปตฺโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ตถํ อวิปรีตํ คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโตติ. เอวํ อิมิสฺสา ปาฬิยา ภควโต ตถาคตภาวทีปนวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อิติ ภควา จตุสจฺจาภิสมฺโพธนวเสน อตฺตโน ตถาคตภาวํ ปกาเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ทิฏฺฐาทิอภิสมฺโพธิวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๓) ปน ‘‘จตูหิ สจฺเจหิ อตฺตโน พุทฺธภาวํ กเถตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ ตถาคตสทฺท-พุทฺธสทฺทานํ อตฺถโต นินฺนานากรณตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตถา เจว หิ ปาฬิ ปวตฺตาติ. ตตฺถ ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ. สุตนฺติ สทฺทายตนํ. มุตนฺติ ปตฺวา คเหตพฺพโต คนฺธายตนํ, รสายตนํ, โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ. วิญฺญาตนฺติ สุขทุกฺขาทิธมฺมารมฺมณํ. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. อนุวิจริตํ มนสาติ จิตฺเตน อนุสญฺจริตํ. กสฺส ปน อนุวิจริตํ มนสาติ? สเทวกสฺส…เป… สเทวมนุสฺสายาติ สมฺพนฺธนียํ. ตตฺถ สห เทเวหีติ สเทวโก, ตสฺส สเทวกสฺส. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

สเทวกวจเนน เจตฺถ ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ เวทิตพฺพํ, สมารกวจเนน ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ, สพฺรหฺมกวจเนน พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ, สสฺสมณพฺราหฺมณิวจเนน สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺเจว สมิตปาปพาหิตปาปสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺจ, ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณํ, สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวอวเสสมนุสฺสคฺคหณํ. เอวเมตฺถ ตีหิ ปเทหิ เทวมารพฺรเหฺมหิ สทฺธึ สตฺตโลโก, ทฺวีหิ ปชาวเสน สตฺตโลโก คหิโตติ เวทิตพฺโพ.

อปโร นโย – สเทวกคฺคหเณน อรูปาวจรเทวโลโก คหิโต, สมารกวจเนน ฉกามาวจรเทวโลโก, สพฺรหฺมกวจเนน รูปีพฺรหฺมโลโก, สสฺสมณพฺราหฺมณาทิวจเนน สมฺมุติเทเวหิ สห อวเสสสตฺตโลโก คหิโต. อปิเจตฺถ สเทวกวจเนน อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต สพฺพโลกวิสยสฺส ภควโต อภิสมฺพุทฺธภาเว ปกาสิเต เยสเมวํ สิยา ‘‘มาโร นาม มหานุภาโว ฉกามาวจริสฺสโร วสวตฺตี, พฺรหฺมา ปน ตโตปิ มหานุภาวตโร ทสหิ องฺคุลีหิ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อาโลกํ ผรติ, อุตฺตมชฺฌานสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทติ. ปุถู จ สมณพฺราหฺมณา อิทฺธิมนฺโต ทิพฺพจกฺขุกา ปรจิตฺตวิทุโน มหานุภาวา สํวิชฺชนฺติ. อยญฺจ สตฺตกาโย อนนฺโต อปริมาโณ, กิเมเตสํ สพฺเพสํเยว วิสโย อนวเสสโต ภควตา อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ? เตสํ วิมตึ วิธเมนฺโต ภควา ‘‘สเทวกสฺส โลกสฺสา’’ติอาทิมาห.

โปราณา ปนาหุ – ‘‘สเทวกสฺสา’’ติ เทวตาหิ สทฺธึ อวเสสโลกํ ปริยาทิยติ, ‘‘สมารกสฺสา’’ติ มาเรน สทฺธึ อวเสสโลกํ, ‘‘สพฺรหฺมกสฺสา’’ติ พฺรเหฺมหิ สทฺธึ อวเสสโลกํ. เอวํ สพฺเพปิ ติภวูปเค สตฺเต ตีสุ ปเทสุ ปกฺขิปิตฺวา ปุน ทฺวีหิ ปเทหิ ปริยาทิยนฺโต ‘‘สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสายา’’ติ อาห. เอวํ ปญฺจหิปิ ปเทหิ ขนฺธตฺตยปริจฺฉินฺเน สพฺพสตฺเต ปริยาทิยติ.

ยสฺมา ตํ ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธนฺติ อิมินา อิทํ ทสฺเสติ – ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ‘‘นีลํ ปีตก’’นฺติอาทิ รูปารมฺมณํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ตํ สพฺพํ ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม รูปารมฺมณํ ทิสฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ‘‘เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโท’’ติอาทิ สทฺทารมฺมณํ โสตทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘มูลคนฺโธ ตจคนฺโธ’’ติอาทิ คนฺธารมฺมณํ ฆานทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ, ‘‘มูลรโส ขนฺธรโส’’ติอาทิ รสารมฺมณํ ชิวฺหาทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ, ‘‘กกฺขฬํ มุทุก’’นฺติอาทิ ปถวีธาตุเตโชธาตุวาโยธาตุเภทํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ กายทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ.

ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส สุขาทิเภทํ ธมฺมารมฺมณํ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม ธมฺมารมฺมณํ ชานิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. เอวํ ยํ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ, ตํ ตถาคเตน อทิฏฺฐํ วา อสุตํ วา อมุตํ วา อวิญฺญาตํ วา นตฺถิ. อิมสฺส ปน มหาชนสฺส ปริเยสิตฺวา อปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา อปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ. สพฺพมฺปิ ตถาคตสฺส อปฺปตฺตํ นาม นตฺถิ ญาเณน อสจฺฉิกตํ. ตโต เอว ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺตํ รูปารมฺมณํ นาม อตฺถิ, ตํ ภควา สพฺพํ สพฺพากาเรน ชานาติ ปสฺสติ. เอวํ ชานตา ปสฺสตา จาเนน ตํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิวเสน วา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาเตสุ ลพฺภมานปทวเสน วา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ รูปายตนํ? ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๗) นเยน อเนเกหิ นาเมหิ เตรสหิ วาเรหิ เทฺวปญฺญาสาย นเยหิ วิภชฺชมานํ ตเถว โหติ, วิตถํ นตฺถิ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุปิ อาปาถมาคจฺฉนฺเตสุ สทฺทาทีสุ.

ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ ยํ ยถา โลเกน คตํ, ตสฺส ตเถว คตตฺตา ตถาคโตติ วุจฺจติ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อภิสมฺพุทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ตถาคตสทฺเทน สมานตฺถํ. อิมินา ตถาทสฺสิภาวโต ตถาคโตติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ,

อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ;

สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ,

ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขู’’ติ. (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๑.๑๒๑);

สุตฺตนฺเตปิ วุตฺตํ ภควตา –

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สเทวมนุสฺสาย ปชาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, ตมหํ ชานามิ, ตมหํ อพฺภญฺญาสึ, ตํ ตถาคตสฺส วิทิตํ, ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔).

ยญฺจ, ภิกฺขเว, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌตีติ ยสฺสญฺจ วิสาขปุณฺณมรตฺติยํ ตถา อาคตาทิอตฺเถน ตถาคโต ภควา โพธิมณฺเฑ อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา อุตฺตริตราภาวโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อาสวกฺขยญาเณน สทฺธึ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อธิคจฺฉติ. ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายตีติ ยสฺสญฺจ วิสาขปุณฺณมรตฺติยํเยว กุสินารายํ อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเน ยมกสาลานมนฺตเร อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ. ยํ เอตสฺมึ อนฺตเรติ อิมาสํ ทฺวินฺนํ สอุปาทิเสสอนุปาทิเสสนิพฺพานธาตูนํ เวมชฺเฌ ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาเณ กาเล ปฐมโพธิยมฺปิ, มชฺฌิมโพธิยมฺปิ, ปจฺฉิมโพธิยมฺปิ ยํ สุตฺตเคยฺยาทิปฺปเภทํ ธมฺมํ ภาสติ นิทฺทิสนวเสน, ลปติ อุทฺธิสนวเสน, นิทฺทิสติ ปฏินิทฺทิสนวเสน. สพฺพํ ตํ ตเถว โหตีติ ตํ เอตฺถนฺตเร เทสิตํ สพฺพํ สุตฺตเคยฺยาทินวงฺคํ พุทฺธวจนํ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ อนุปวชฺชํ อนูนํ อนธิกํ สพฺพาการปริปุณฺณํ ราคมทนิมฺมทนํ…เป… โมหมทนิมฺมทนํ, นตฺถิ ตตฺถ วาลคฺคมตฺตมฺปิ อวกฺขลิตํ, เอกมุทฺทิกาย ลญฺฉิตํ วิย เอกนาฬิยา มิตํ วิย เอกตุลาย ตุลิตํ วิย จ ตํ ตเถว โหติ ยสฺสตฺถาย ภาสิตํ, เอกนฺเตเนว ตสฺส สาธนโต, โน อญฺญถา. ตสฺมา ตถํ, อวิตถํ, อนญฺญถํ. เอเตน ตถาวาทิตาย ตถาคโตติ ทสฺเสติ. คทอตฺโถ อยํ คตสทฺโท ทการสฺส ตการํ กตฺวา, ตสฺมา ตถํ คทตีติ ตถาคโตติ อตฺโถ. อถ วา อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิปรีโต อาคโท ยสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เอวเมตฺถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.

ยถาวาที ตถาการีติ เย ธมฺเม ภควา ‘‘อิเม ธมฺมา อกุสลา สาวชฺชา วิญฺญุครหิตา สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตี’’ติ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสนฺโต วทติ, เต ธมฺเม เอกนฺเตเนว สยํ ปหาสิ. เย ปน ธมฺเม ภควา ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา อนวชฺชา วิญฺญุปฺปสตฺถา สมตฺตา สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตี’’ติ วทติ, เต ธมฺเม เอกนฺเตเนว สยํ อุปสมฺปชฺช วิหาสิ. ตสฺมา ยถาวาที ภควา, ตถาการีติ เวทิตพฺโพ. ยถาการี ตถาวาทีติ สมฺมเทว สีลาทิปริปูรณวเสน สมฺมา ปฏิปนฺโน สยํ ยถาการี ภควา, ตเถว ธมฺมเทสนาย ปเรสํ ตตฺถ ปติฏฺฐาปนวเสน ตถาวาที. ภควโต หิ วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสปิ วาจา. ตสฺมา ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที จ โหติ. เอวํภูตสฺส จสฺส ยถา วาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโต. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตา ปวตฺตาติ อตฺโถ.

อภิภู อนภิภูโตติ อุปริ ภวคฺคํ เหฏฺฐา อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กตฺวา ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ ภควา สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลนปิ สมาธินาปิ ปญฺญายปิ วิมุตฺติยาปิ วิมุตฺติญาณทสฺสเนนปิ, น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ, อสโม อสมสโม อปฺปฏิโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโล อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร ธมฺมราชา เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา. ตโต เอว สยํ น เกนจิ อภิภูโตติ อนภิภูโต. อญฺญทตฺถูติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. ยญฺหิ กิญฺจิ เนยฺยํ นาม, สพฺพํ ตํ หตฺถตเล อามลกํ วิย ปสฺสตีติ ทโส. อวิปรีตํ อาสยาทิอวโพเธน หิตูปสํหาราทินา จ สตฺเต, ภาวญฺญถตฺตูปนยวเสน สงฺขาเร สพฺพากาเรน สุจิณฺณวสิตาย สมาปตฺติโย จิตฺตญฺจ วเส วตฺเตตีติ วสวตฺตี. เอตฺตาวตา อภิภวนฏฺเฐน ภควา อตฺตโน ตถาคตภาวํ ทสฺเสติ.

ตเตฺรวํ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา – อคโท วิย อคโท. โก ปเนส? เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตเนว เหส มหานุภาโว ภิสกฺโก วิย ทิพฺพาคเทน สปฺเป, สพฺเพ ปรปฺปวาทิโน สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิปรีโต เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ อคโท อสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เวทิตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… วสวตฺตี, ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตี’’ติ.

คาถาสุ สพฺพโลกํ อภิญฺญายาติ เตธาตุกโลกสนฺนิวาสํ ชานิตฺวา. สพฺพโลเก ยถาตถนฺติ ตสฺมึ เตธาตุกโลกสนฺนิวาเส ยํกิญฺจิ เนยฺยํ, ตํ สพฺพํ ยถาตถํ อวิปรีตํ ชานิตฺวา. สพฺพโลกวิสํยุตฺโตติ จตุนฺนํ โยคานํ อนวเสสปฺปหาเนน สพฺเพนปิ โลเกน วิสํยุตฺโต วิปฺปมุตฺโต. อนูปโยติ สพฺพสฺมิมฺปิ โลเก ตณฺหาทิฏฺฐิอุปเยหิ อนูปโย เตหิ อุปเยหิ วิรหิโต.

สพฺพาภิภูติ รูปาทีนิ สพฺพารมฺมณานิ, สพฺพํ สงฺขารคตํ, สพฺเพปิ มาเร อภิภวิตฺวา ฐิโต. ธีโรติ ธิติสมฺปนฺโน. สพฺพคนฺถปฺปโมจโนติ สพฺเพ อภิชฺฌากายคนฺถาทิเก โมเจตฺวา ฐิโต เวเนยฺยสนฺตาเนปิ อตฺตโน เทสนาวิลาเสน เตสํ ปโมจนโต สพฺพคนฺถปฺปโมจโน. ผุฏฺฐาสฺสาติ ผุฏฺฐา อสฺส. กรณตฺเถ อิทํ สามิวจนํ, ผุฏฺฐา อเนนาติ อตฺโถ. ปรมา สนฺตีติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ เตน ญาณผุสเนน ผุฏฺฐํ. เตเนวาห ‘‘นิพฺพานํ อกุโตภย’’นฺติ. อถ วา ปรมา สนฺตีติ อุตฺตมา สนฺติ. กตรา สาติ? นิพฺพานํ. ยสฺมา ปน นิพฺพาเน กุโตจิ ภยํ นตฺถิ, ตสฺมา ตํ อกุโตภยนฺติ วุจฺจติ.

อนีโฆติ นิทฺทุกฺโข. สพฺพกมฺมกฺขยํ ปตฺโตติ สพฺเพสํ กมฺมานํ ขยํ ปริโยสานํ อจฺจนฺตาภาวํ ปตฺโต. วิมุตฺโต อุปธิสงฺขเยติ อุปธิสงฺขยสงฺขาเต นิพฺพาเน ตทารมฺมณาย ผลวิมุตฺติยา วิมุตฺโต. เอส โสติ เอโส โส. สีโห อนุตฺตโรติ ปริสฺสยานํ สหนฏฺเฐน, กิเลสานํ หนนฏฺเฐน จ, ตถาคโต อนุตฺตโร สีโห นาม. พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ. จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. ปวตฺตยีติ ติปริวฏฺฏํ ทฺวาทสาการํ ปวตฺเตสิ.

อิตีติ เอวํ ตถาคตสฺส คุเณ ชานิตฺวา. สงฺคมฺมาติ สมาคนฺตฺวา. ตํนมสฺสนฺตีติ ตํ ตถาคตํ เต สรณํ คตา เทวมนุสฺสา นมสฺสนฺติ. มหนฺเตหิ สีลาทิคุเณหิ สมนฺนาคตตฺตา มหนฺตํ, จตุเวสารชฺชโยเคน วีตสารทํ. อิทานิ ยํ วทนฺตา เต นมสฺสนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ทนฺโตติอาทิ วุตฺตํ. ตํ อุตฺตานตฺถเมว.

อิติ อิมสฺมึ จตุกฺกนิปาเต ฉฏฺเฐ สตฺตเม จ สุตฺเต วฏฺฏํ กถิตํ, ปฐมทุติยตติยทฺวาทสมเตรสเมสุ วิวฏฺฏํ กถิตํ, เสเสสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เตรสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ ปรมตฺถทีปนิยา

ขุทฺทกนิกาย-อฏฺฐกถาย

อิติวุตฺตกสฺส จตุกฺกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิคมนกถา

เอตฺตาวตา จ –

ธมฺมิสฺสเรน ชคโต, ธมฺมาโลกวิธายินา;

ธมฺมานํ โพธเนยฺยานํ, ชานตา เทสนาวิธึ.

ตํ ตํ นิทานมาคมฺม, สพฺพโลกหิเตสินา;

เอกกาทิปฺปเภเทน, เทสิตานิ มเหสินา.

ทสุตฺตรสตํ เทฺว จ, สุตฺตานิ อิติวุตฺตกํ;

อิติวุตฺตปฺปเภเทน, สงฺคายึสุ มเหสโย.

ฉฬภิญฺญา วสิปฺปตฺตา, ปภินฺนปฏิสมฺภิทา;

ยํ ตํ สาสนโธรยฺหา, ธมฺมสงฺคาหกา ปุเร.

ตสฺส อตฺถํ ปกาเสตุํ, โปราณฏฺฐกถานยํ;

นิสฺสาย ยา สมารทฺธา, อตฺถสํวณฺณนา มยา.

สา ตตฺถ ปรมตฺถานํ, สุตฺตนฺเตสุ ยถารหํ;

ปกาสนา ปรมตฺถ-ทีปนี นาม นามโต.

สมฺปตฺตา ปรินิฏฺฐานํ, อนากุลวินิจฺฉยา;

อฏฺฐตฺตึสปฺปมาณาย, ปาฬิยา ภาณวารโต.

อิติ ตํ สงฺขโรนฺเตน, ยํ ตํ อธิคตํ มยา;

ปุญฺญํ ตสฺสานุภาเวน, โลกนาถสฺส สาสนํ.

โอคาเหตฺวา วิสุทฺธาย, สีลาทิปฏิปตฺติยา;

สพฺเพปิ ปาณิโน โหนฺตุ, วิมุตฺติรสภาคิโน.

จิรํ ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ;

ตสฺมึ สคารวา นิจฺจํ, โหนฺตุ สพฺเพปิ ปาณิโน.

สมฺมา วสฺสตุ กาเลน, เทโวปิ ชคติปฺปติ;

สทฺธมฺมนิรโต โลกํ, ธมฺเมเนว ปสาสตูติ.

อิติ พทรติตฺถวิหารวาสินา อาจริยธมฺมปาเลน กตา

อิติวุตฺตกสฺส อฏฺฐกถา นิฏฺฐิตา.