๔. จตุกฺกนิปาโต
๑. พฺราหฺมณธมฺมยาคสุตฺตวณฺณนา
๑๐๐. จตุกฺกนิปาตสฺส ปฐเม อหนฺติ อตฺตนิทฺเทโส. โย หิ ปโร น โหติ, โส นิยกชฺฌตฺตสงฺขาโต อตฺตา ‘‘อห’’นฺติ วุจฺจติ. อสฺมีติ ปฏิชานนา. โย ปรมตฺถพฺราหฺมณภาโว ‘‘อห’’นฺติ วุจฺจมาโน, ตสฺส อตฺตนิ อตฺถิภาวํ ปฏิชานนฺโต หิ สตฺถา ‘‘อสฺมี’’ติ อโวจ. ‘‘อหมสฺมี’’ติ จ ยถา ‘‘อหมสฺมิ พฺรหฺมา มหาพฺรหฺมา, เสยฺโยหมสฺมี’’ติ จ อปฺปหีนทิฏฺฐิมานานุสยา ปุถุชฺชนา อตฺตโน ทิฏฺฐิมานมญฺญนาภินิเวสวเสน อภิวทนฺติ, น เอวํ วุตฺตํ. สพฺพโส ปน ปหีนทิฏฺฐิมานานุสโย ภควา สมญฺญํ อนติธาวนฺโต โลกสมญฺญานุโรเธน เวเนยฺยสนฺตาเนสุ ธมฺมํ ปติฏฺฐเปนฺโต เกวลํ ตาทิสสฺส คุณสฺส อตฺตนิ วิชฺชมานตํ ปฏิชานนฺโต ‘‘อหมสฺมี’’ติ อาห. พฺราหฺมโณติ พาหิตปาปตฺตา พฺรหฺมสฺส จ อณนโต พฺราหฺมโณ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ภิกฺขเว, อหํ ปรมตฺถโต พฺราหฺมโณสฺมีติ. ภควา สพฺพาการปริปุณฺณสฺส ทานสํยมาทิวตสมาทานสฺส นิรวเสสาย ตปจริยาย ปารํ คโต สมฺมเทว วุสิตพฺรหฺมจริยวาโส สกลเวทนฺตคู สุวิสุทฺธวิชฺชาจรโณ สพฺพถา นินฺหาตปาปมโล อนุตฺตรสฺส อริยมคฺคสงฺขาตสฺส พฺราหฺมณสฺส วตฺตา ปวตฺตา, สุปริสุทฺธสฺส จ สาสนพฺรหฺมจริยสฺส ปเวเทตา, ตสฺมา สพฺพโส พาหิตปาปตฺตา พฺรหฺมสฺส จ อณนโต กถนโต ปรมตฺเถน พฺราหฺมโณติ วุจฺจติ.
อิติ ภควา สเทวเก โลเก อตฺตโน อนุตฺตรํ พฺราหฺมณภาวํ ปเวเทตฺวา ยานิ ตานิ พฺราหฺมณทานาทีนิ ฉ กมฺมานิ พฺราหฺมณสฺส ปญฺญาเปนฺติ, เตสมฺปิ สุปริสุทฺธานํ อุกฺกํสโต อตฺตนิ สํวิชฺชมานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาจโยโค’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ยาจโยโคติ ยาเจหิ ยุตฺโต. ยาจนฺตีติ ยาจา, ยาจกา, เต ปเนตฺถ เวเนยฺยา เวทิตพฺพา. เต หิ ‘‘เทเสตุ, ภนฺเต ภควา, ธมฺมํ; เทเสตุ, สุคโต, ธมฺม’’นฺติ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมเทสนํ ยาจนฺติ. ภควา จ เตสํ อิจฺฉาวิฆาตํ อกโรนฺโต ยถารุจิ ธมฺมํ เทเสนฺโต ธมฺมทานํ เทตีติ ยาจโยโค, สทา สพฺพกาลํ เตหิ อวิรหิโต. อถ วา ยาจโยโคติ ยาจนโยคฺโค, อธิปฺปายปูรณโต ยาจิตุํ ยุตฺโตติ อตฺโถ ‘‘ยาชโยโค’’ติปิ ปาโฐ. ตตฺถ ยาโช วุจฺจติ มหาทานํ, ยิฏฺฐนฺติ อตฺโถ. อิธ ปน ธมฺมทานํ เวทิตพฺพํ, ยาเช นิยุตฺโตติ ยาชโยคา. สทาติ สพฺพทา, อนวรตปฺปวตฺตสทฺธมฺมมหาทาโนติ อตฺโถ. อถ วา ยาเชน โยเชตีติปิ ยาชโยโค. ติวิธทานสงฺขาเตน ยาเชน สตฺเต ยถารหํ โยเชติ, ตตฺถ ทาเน นิโยเชตีติ อตฺโถ. ‘‘ยาชโยโค สตต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ปยตปาณีติ ปริสุทฺธหตฺโถ. โย หิ ทานาธิมุตฺโต อามิสทานํ เทนฺโต สกฺกจฺจํ สหตฺเถน เทยฺยธมฺมํ ทาตุํ สทา โธตหตฺโถเยว โหติ, โส ‘‘ปยตปาณี’’ติ วุจฺจติ. ภควาปิ ธมฺมทานาธิมุตฺโต สกฺกจฺจํ สพฺพกาลํ ธมฺมทาเน ยุตฺตปฺปยุตฺโตติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ปยตปาณี’’ติ. ‘‘สทา’’ติ จ ปทํ อิมินาปิ สทฺธึ โยเชตพฺพํ ‘‘สทา ปยตปาณี’’ติ. อวิภาเคน หิ สตฺถา เวเนยฺยโลกสฺส สทฺธมฺมทานํ สทา สพฺพกาลํ ปวตฺเตนฺโต ตตฺถ ยุตฺตปฺปยุตฺโต หุตฺวา วิหรติ.
อปโร นโย – โยโค วุจฺจติ ภาวนา. ยถาห ‘‘โยคา เว ชายเต ภูรี’’ติ (ธ. ป. ๒๘๒). ตสฺมา ยาชโยโคติ ยาชภาวนํ, ปริจฺจาคภาวนํ อนุยุตฺโตติ อตฺโถ. ภควา หิ อภิสมฺโพธิโต ปุพฺเพ โพธิสตฺตภูโตปิ กรุณาสมุสฺสาหิโต อนวเสสโต ทานํ ปริพฺรูเหนฺโต ตตฺถ อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต หุตฺวา อภิสมฺโพธึ ปาปุณิ, พุทฺโธ หุตฺวาปิ ติวิธํ ทานํ ปริพฺรูเหสิ วิเสสโต ธมฺมทานํ, ปเรปิ ตตฺถ นิโยเชสิ. ตถา หิ โส เวเนยฺยยาจกานํ กสฺสจิ สรณานิ อทาสิ, กสฺสจิ ปญฺจ สีลานิ, กสฺสจิ ทส สีลานิ, กสฺสจิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ, กสฺสจิ ธุตธมฺเม, กสฺสจิ จตฺตาริ ฌานานิ, กสฺสจิ อฏฺฐ สมาปตฺติโย, กสฺสจิ ปญฺจาภิญฺญาโย, จตฺตาโร มคฺเค, จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, ติสฺโส วิชฺชา, จตสฺโส ปฏิสมฺภิทาติ เอวมาทิโลกิยโลกุตฺตรเภทํ คุณธนํ ธมฺมทานวเสน ยถาธิปฺปายํ เทนฺโต ปเร จ ‘‘เทถา’’ติ นิโยเชนฺโต ปริจฺจาคภาวนํ ปริพฺรูเหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริจฺจาคภาวนํ อนุยุตฺโต’’ติ.
ปยตปาณีติ วา อายตปาณี, หตฺถคตํ กิญฺจิ ทาตุํ ‘‘เอหิ คณฺหา’’ติ ปสาริตหตฺโถ วิย อาจริยมุฏฺฐึ อกตฺวา สทฺธมฺมทาเน ยุตฺตปฺปยุตฺโตติ อตฺโถ. ปยตปาณีติ วา อุสฺสาหิตหตฺโถ, อามิสทานํ ทาตุํ อุสฺสาหิตหตฺโถ วิย ธมฺมทาเน กตุสฺสาโหติ อตฺโถ. อนฺติมเทหธโรติ พฺรหฺมจริยวเสน พฺราหฺมณกรณานํ ธมฺมานํ ปาริปูริยา ปจฺฉิมตฺตภาวธารี. อวุสิตวโต หิ วสลกรณานํ ธมฺมานํ อปฺปหาเนน วสลาทิสมญฺญา คติ อายตึ คพฺภเสยฺยา สิยา. เตน ภควา อตฺตโน อจฺจนฺตวุสิตพฺราหฺมณภาวํ ทสฺเสติ. อนุตฺตโร ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ ทุตฺติกิจฺฉสฺส วฏฺฏทุกฺขโรคสฺส ติกิจฺฉนโต อุตฺตโม ภิสกฺโก, อญฺเญหิ อนุทฺธรณียานํ ราคาทิสลฺลานํ กนฺตนโต สมุจฺเฉทวเสน สมุทฺธรณโต อุตฺตโม สลฺลกนฺตนเวชฺโช. อิมินา นิปฺปริยายโต พฺราหฺมณกรณานํ ธมฺมานํ อตฺตนิ ปติฏฺฐิตานํ ปรสนฺตติยํ ปติฏฺฐาปเนน ปเรสมฺปิ พฺราหฺมณกรณมาห.
ตสฺส เม ตุเมฺห ปุตฺตาติ ตสฺส เอวรูปสฺส มม ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ปุตฺตา อตฺรชา โหถ. โอรสาติ อุรสิ สมฺพนฺธา. ยถา หิ สตฺตานํ โอรสปุตฺตา อตฺรชา วิเสเสน ปิตุสนฺตกสฺส ทายชฺชสฺส ภาคิโน โหนฺติ, เอวเมเตปิ อริยปุคฺคลา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ธมฺมสฺสวนนฺเต อริยาย ชาติยา ชาตา. ตสฺส สนฺตกสฺส วิมุตฺติสุขสฺส อริยธมฺมรตนสฺส จ เอกํสภาคิยตาย โอรสา. อถ วา ภควโต ธมฺมเทสนานุภาเวน อริยภูมึ โอกฺกมมานา โอกฺกนฺตา จ อริยสาวกา สตฺถุ อุเร วายามชนิตาภิชาติตาย นิปฺปริยาเยน ‘‘โอรสปุตฺตา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ. ตถา หิ เต ภควตา อาสยานุสยจริยาธิมุตฺติอาทิโวโลกเนน วชฺชานุจินฺตเนน จ หทเย กตฺวา วชฺชโต นิวาเรตฺวา อนวชฺเช ปติฏฺฐเปนฺเตน สีลาทิธมฺมสรีรโปสเนน สํวฑฺฒิตา. มุขโต ชาตาติ มุขโต ชาตาย ธมฺมเทสนาย อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา มุขโต ชาตา. อถ วา อนญฺญสาธารณโต สพฺพสฺส กุสลธมฺมสฺส มุขโต ปาติโมกฺขโต วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาสงฺขาตโต วิโมกฺขมุขโต วา อริยมคฺคชาติยา ชาตาติปิ มุขโต ชาตา. สิกฺขตฺตยสงฺคเห สาสนธมฺเม อริยมคฺคธมฺเม วา ชาตาติ ธมฺมชา. เตเนว ธมฺเมน นิมฺมิตา มาปิตาติ ธมฺมนิมฺมิตา. สติธมฺมวิจยาทิ ธมฺมทายาทา, น ลาภสกฺการาทิ อามิสทายาทา, ธมฺมทายาทา โน อามิสทายาทา โหถาติ อตฺโถ.
ตตฺถ ธมฺโม ทุวิโธ – นิปฺปริยายธมฺโม, ปริยายธมฺโมติ. อามิสมฺปิ ทุวิธํ – นิปฺปริยายามิสํ, ปริยายามิสนฺติ. กถํ? มคฺคผลนิพฺพานปฺปเภโท หิ นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม นิปฺปริยายธมฺโม, นิพฺพตฺติตธมฺโมเยว, น เกนจิ ปริยาเยน การเณน วา เลเสน วา ธมฺโม. ยํ ปนิทํ วิวฏฺฏูปนิสฺสิตํ กุสลํ, เสยฺยถิทํ – อิเธกจฺโจ วิวฏฺฏํ ปตฺเถนฺโต ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, คนฺธมาลาทีหิ วตฺถุปูชํ กโรติ, ธมฺมํ สุณาติ, เทเสติ, ฌานสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, เอวํ กโรนฺโต อนุปุพฺเพน นิปฺปริยายํ อมตํ นิพฺพานํ ปฏิลภติ, อยํ ปริยายธมฺโม. ตถา จีวราทโย จตฺตาโร ปจฺจยา นิปฺปริยายามิสเมว, น อญฺเญน ปริยาเยน วา การเณน วา เลเสน วา อามิสํ. ยํ ปนิทํ วฏฺฏคามิกุสลํ, เสยฺยถิทํ – อิเธกจฺโจ วฏฺฏํ ปตฺเถนฺโต สมฺปตฺติภวํ อิจฺฉมาโน ทานํ เทติ…เป… สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, เอวํ กโรนฺโต อนุปุพฺเพน เทวมนุสฺสสมฺปตฺติโย ปฏิลภติ, อิทํ ปริยายามิสํ นาม.
ตตฺถ นิปฺปริยายธมฺโมปิ ภควโตเยว สนฺตโก. ภควตา หิ กถิตตฺตา ภิกฺขู มคฺคผลนิพฺพานานิ อธิคจฺฉนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โส, หิ, พฺราหฺมณ, ภควา อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา, อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา…เป… มคฺคานุคา จ ปเนตรหิ สาวกา วิหรนฺติ ปจฺฉา สมนฺนาคตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๗๙; จูลนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕).
‘‘โส, หาวุโส, ภควา ชานํ ชานาติ, ปสฺสํ ปสฺสติ, จกฺขุภูโต ญาณภูโต ธมฺมภูโต พฺรหฺมภูโต, วตฺตา ปวตฺตา, อตฺถสฺส นินฺเนตา, อมตสฺส ทาตา, ธมฺมสฺสามี ตถาคโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๓; ๓.๒๘๑) จ.
ปริยายธมฺโมปิ ภควโตเยว สนฺตโก. ภควตา หิ กถิตตฺตา เอว ชานนฺติ ‘‘วิวฏฺฏํ ปตฺเถตฺวา ทานํ เทนฺโต…เป… สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตนฺโต อนุกฺกเมน อมตํ นิพฺพานํ ปฏิลภตี’’ติ. นิปฺปริยายามิสมฺปิ ภควโตเยว สนฺตกํ. ภควตา หิ อนุญฺญาตตฺตาเยว ภิกฺขูหิ ชีวกวตฺถุํ อาทึ กตฺวา ปณีตจีวรํ ลทฺธํ. ยถาห –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คหปติจีวรํ. โย อิจฺฉติ, ปํสุกูลิโก โหตุ. โย อิจฺฉติ, คหปติจีวรํ สาทิยตุ. อิตรีตเรนปาหํ, ภิกฺขเว, สนฺตุฏฺฐึเยว วณฺเณมี’’ติ (มหาว. ๓๓๗).
เอวํ อิตเรปิ ปจฺจยา ภควตา อนุญฺญาตตฺตา เอว ภิกฺขูหิ ปริภุญฺชิตุํ ลทฺธา. ปริยายามิสมฺปิ ภควโตเยว สนฺตกํ. ภควตา หิ กถิตตฺตา เอว ชานนฺติ ‘‘สมฺปตฺติภวํ ปตฺเถนฺโต ทานํ ทตฺวา สีลํ…เป… สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อนุกฺกเมน ปริยายามิสํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ มนุสฺสสมฺปตฺติญฺจ ปฏิลภตี’’ติ. ยเทว ยสฺมา นิปฺปริยายธมฺโมปิ ปริยายธมฺโมปิ นิปฺปริยายามิสมฺปิ ปริยายามิสมฺปิ ภควโตเยว สนฺตกํ, ตสฺมา ตตฺถ อตฺตโน สามิภาวํ ทสฺเสนฺโต ตตฺถ จ ยํ เสฏฺฐตรํ อจฺจนฺตหิตสุขาวหํ ตตฺเถว เน นิโยเชนฺโต เอวมาห ‘‘ตสฺส เม ตุเมฺห ปุตฺตา โอรสา…เป… โน อามิสทายาทา’’ติ.
อิติ ภควา ปริปุณฺณวตสมาทานํ ตปจริยํ สมฺมเทว วุสิตพฺรหฺมจริยํ สุวิสุทฺธวิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ อนวเสสเวทนฺตปารคุํ พาหิตสพฺพปาปํ สตตํ ยาจโยคํ สเทวเก โลเก อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวปฺปตฺตํ อตฺตโน ปรมตฺถพฺราหฺมณภาวํ อริยสาวกานญฺจ อตฺตโน โอรสปุตฺตาทิภาวํ ปเวเทสิ. ภควา หิ ‘‘สีโหติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ (อ. นิ. ๕.๙๙) เอตฺถ สีหสทิสํ, ‘‘ปุริโส มคฺคกุสโลติ โข, ติสฺส, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๔) เอตฺถ มคฺคเทสกปุริสสทิสํ, ‘‘ราชาหมสฺมิ เสลา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๙๙; สุ. นิ. ๕๕๙) เอตฺถ ราชสทิสํ, ‘‘ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ โข, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๖๕) เอตฺถ เวชฺชสทิสํ, ‘‘พฺราหฺมโณติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อ. นิ. ๘.๘๕) เอตฺถ พฺราหฺมณสทิสํ อตฺตานํ กเถสิ. อิธาปิ พฺราหฺมณ สทิสํ กตฺวา กเถสิ.
อิทานิ เยหิ ทานาทีหิ ยุตฺตสฺส อิโต พาหิรกพฺราหฺมณสฺส พฺราหฺมณกิจฺจํ ปริปุณฺณํ มญฺญนฺติ, เตหิ อตฺตโน ทานาทีนํ อคฺคเสฏฺฐภาวํ ปกาเสตุํ ‘‘เทฺวมานิ, ภิกฺขเว, ทานานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยาคาติ มหายญฺญา, มหาทานานีติ อตฺโถ, ยานิ ‘‘ยิฏฺฐานี’’ติปิ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ เวลามทานเวสฺสนฺตรทานมหาวิชิตยญฺญสทิสา อามิสยาคา เวทิตพฺพา, มหาสมยสุตฺตมงฺคลสุตฺตจูฬราหุโลวาทสุตฺตสมจิตฺตสุตฺตเทสนาทโย ธมฺมยาคา. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
คาถายํ อยชีติ อทาสิ. อมจฺฉรีติ สพฺพมจฺฉริยานํ โพธิมูเลเยว สุปฺปหีนตฺตา มจฺเฉรรหิโต. สพฺพภูตานุกมฺปีติ มหากรุณาย สพฺพสตฺเต ปิยปุตฺตํ วิย อนุคฺคณฺหนสีโล. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘วธเก เทวทตฺเต จ, โจเร องฺคุลิมาลเก;
ธนปาเล ราหุเล เจว, สมจิตฺโต มหามุนี’’ติ. (มิ. ป. ๖.๖.๕) –
เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สุลภสุตฺตวณฺณนา
๑๐๑. ทุติเย อปฺปานีติ ปริตฺตานิ. สุลภานีติ สุเขน ลทฺธพฺพานิ, ยตฺถ กตฺถจิ วา สกฺกา โหติ ลทฺธุํ. อนวชฺชานีติ วชฺชรหิตานิ นิทฺโทสานิ อาคมนสุทฺธิโต กายมณฺฑนาทิกิเลสวตฺถุภาวาภาวโต จ. ตตฺถ สุลภตาย ปริเยสนทุกฺขสฺส อภาโว ทสฺสิโต, อปฺปตาย ปริหรณทุกฺขสฺสปิ อภาโว ทสฺสิโต, อนวชฺชตาย อครหิตพฺพตาย ภิกฺขุสารุปฺปภาโว ทสฺสิโต โหติ. อปฺปตาย วา ปริตฺตาสสฺส อวตฺถุตา, สุลภตาย เคธาย อวตฺถุตา, อนวชฺชตาย อาทีนววเสน นิสฺสรณปญฺญาย วตฺถุตา ทสฺสิตา โหติ. อปฺปตาย วา ลาเภน น โสมนสฺสํ ชนยนฺติ, สุลภตาย อลาเภน น โทมนสฺสํ ชนยนฺติ, อนวชฺชตาย วิปฺปฏิสารนิมิตฺตํ อญฺญาณุเปกฺขํ น ชนยนฺติ อวิปฺปฏิสารวตฺถุภาวโต.
ปํสุกูลนฺติ รถิกาสุสานสงฺการกูฏาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ปํสูนํ อุปริ ฐิตตฺตา อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ปํสุกูลํ วิยาติ ปํสุกูลํ, ปํสุ วิย กุจฺฉิตภาวํ อุลติ คจฺฉตีติ ปํสุกูลนฺติ เอวํ ลทฺธนามํ รถิกาทีสุ ปติตนนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา กตจีวรํ. ปิณฺฑิยาโลโปติ ชงฺฆปิณฺฑิยา พเลน จริตฺวา ฆเร ฆเร อาโลปมตฺตํ กตฺวา ลทฺธโภชนํ. รุกฺขมูลนฺติ วิเวกานุรูปํ ยํกิญฺจิ รุกฺขสมีปํ. ปูติมุตฺตนฺติ ยํกิญฺจิ โคมุตฺตํ. ยถา หิ สุวณฺณวณฺโณปิ กาโย ปูติกาโยว เอวํ อภินวมฺปิ มุตฺตํ ปูติมุตฺตเมว. ตตฺถ เกจิ โคมุตฺตภาวิตํ หริตกีขณฺฑํ ‘‘ปูติมุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ปูติภาเวน อาปณาทิโต วิสฺสฏฺฐํ ฉฑฺฑิตํ อปริคฺคหิตํ ยํกิญฺจิ เภสชฺชํ ปูติมุตฺตนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อปเร.
ยโต โขติ ปจฺจตฺเต นิสฺสกฺกวจนํ, ยํ โขติ วุตฺตํ โหติ. เตน ‘‘ตุฏฺโฐ โหตี’’ติ วุตฺตกิริยํ ปรามสติ. ตุฏฺโฐติ สนฺตุฏฺโฐ. อิทมสฺสาหนฺติ ยฺวายํ จตุพฺพิเธน ยถาวุตฺเตน ปจฺจเยน อปฺเปน สุลเภน สนฺโตโส, อิทํ อิมสฺส ภิกฺขุโน สีลสํวราทีสุ อญฺญตรํ เอกํ สามญฺญงฺคํ สมณภาวการณนฺติ อหํ วทามิ. สนฺตุฏฺฐสฺส หิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ สุปริปุณฺณํ โหติ, สมถวิปสฺสนา จ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. อถ วา สามญฺญํ นาม อริยมคฺโค. ตสฺส สงฺเขปโต เทฺว องฺคานิ – พาหิรํ, อชฺฌตฺติกนฺติ. ตตฺถ พาหิรํ สปฺปุริสูปนิสฺสโย สทฺธมฺมสฺสวนญฺจ, อชฺฌตฺติกํ ปน โยนิโส มนสิกาโร ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ จ. เตสุ ยสฺมา ยถารหํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติภูตา ตสฺสา มูลภูตา เจเต ธมฺมา, ยทิทํ อปฺปิจฺฉตา สนฺตุฏฺฐิตา ปวิวิตฺตตา อสํสฏฺฐตา อารทฺธวีริยตาติ เอวมาทโย, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อิทมสฺสาหํ อญฺญตรํ สามญฺญงฺคนฺติ วทามี’’ติ.
คาถาสุ เสนาสนมารพฺภาติ วิหาราทึ มญฺจปีฐาทิญฺจ เสนาสนํ นิสฺสาย. จีวรํ ปานโภชนนฺติ นิวาสนาทิจีวรํ, อมฺพปานกาทิปานํ, ขาทนียโภชนียาทิภุญฺชิตพฺพวตฺถุญฺจ อารพฺภาติ สมฺพนฺโธ. วิฆาโต วิหตภาโว เจโตทุกฺขํ น โหตีติ โยชนา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ‘‘อสุกสฺมึ นาม อาวาเส ปจฺจยา สุลภา’’ติ ลภิตพฺพฏฺฐานคมเนน วา ‘‘มยฺหํ ปาปุณาติ น ตุยฺห’’นฺติ วิวาทาปชฺชเนน วา นวกมฺมกรณาทิวเสน วา เสนาสนาทีนิ ปริเยสนฺตานํ อสนฺตุฏฺฐานํ อิจฺฉิตลาภาทินา โย วิฆาโต จิตฺตสฺส โหติ, โส ตตฺถ สนฺตุฏฺฐสฺส น โหตีติ. ทิสา นปฺปฏิหญฺญตีติ สนฺตุฏฺฐิยา จาตุทฺทิสาภาเวน ทิสา นปฺปฏิหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘จาตุทฺทิโส อปฺปฏิโฆ จ โหติ,
สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรนา’’ติ. (สุ. นิ. ๔๒; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๘);
ยสฺส หิ ‘‘อสุกฏฺฐานํ นาม คโต จีวราทีนิ ลภิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ทิสา ปฏิหญฺญติ นาม. ยสฺส ปน เอวํ น อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ทิสา น ปฏิหญฺญติ นาม. ธมฺมาติ ปฏิปตฺติธมฺมา. สามญฺญสฺสานุโลมิกาติ สมณธมฺมสฺส สมถวิปสฺสนาภาวนาย อริยมคฺคสฺเสว วา อนุจฺฉวิกา อปฺปิจฺฉตาทโย. อธิคฺคหิตาติ สพฺเพ เต ตุฏฺฐจิตฺตสฺส สนฺตุฏฺฐจิตฺเตน ภิกฺขุนา อธิคฺคหิตา ปฏิปกฺขธมฺเม อภิภวิตฺวา คหิตา โหนฺติ อพฺภนฺตรคตา, น พาหิรคตาติ.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อาสวกฺขยสุตฺตวณฺณนา
๑๐๒. ตติเย ชานโตติ ชานนฺตสฺส. ปสฺสโตติ ปสฺสนฺตสฺส. ยทิปิ อิมานิ เทฺวปิ ปทานิ เอกตฺถานิ, พฺยญฺชนเมว นานํ, เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ชานโต’’ติ ญาณลกฺขณํ อุปาทาย ปุคฺคลํ นิทฺทิสติ. ชานนลกฺขณญฺหิ ญาณํ. ‘‘ปสฺสโต’’ติ ญาณปฺปภาวํ อุปาทาย. ทสฺสนปฺปภาวญฺหิ อุปาทาย ญาณสมงฺคี ปุคฺคโล จกฺขุมา วิย ปุคฺคโล จกฺขุนา รูปานิ, ญาเณน วิวเฏ ธมฺเม ปสฺสติ. อถ วา ชานโตติ อนุโพธญาเณน ชานโต. ปสฺสโตติ ปฏิเวธญาเณน ปสฺสโต. ปฏิโลมโต วา ทสฺสนมคฺเคน ปสฺสโต, ภาวนามคฺเคน ชานโต. เกจิ ปน ‘‘ญาตตีรณปหานปริญฺญาหิ ชานโต, สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาย ปสฺสโต’’ติ วทนฺติ. อถ วา ทุกฺขํ ปริญฺญาภิสมเยน ชานโต, นิโรธํ สจฺฉิกิริยาภิสมเยน ปสฺสโต. ตทุภเย จ สติ ปหานภาวนาภิสมยา สิทฺธา เอว โหนฺตีติ จตุสจฺจาภิสมโย วุตฺโต โหติ. ยทา เจตฺถ วิปสฺสนาญาณํ อธิปฺเปตํ, ตทา ‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ ปทานํ เหตุอตฺถทีปนตา ทฏฺฐพฺพา. ยทา ปน มคฺคญาณํ อธิปฺเปตํ, ตทา มคฺคกิจฺจตฺถทีปนตา.
อาสวานํ ขยนฺติ ‘‘ชานโต, อหํ ภิกฺขเว, ปสฺสโต อาสวานํ ขยํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕; สํ. นิ. ๓.๑๐๑; ๕.๑๐๙๕) เอวมาคเต สพฺพาสวสํวรปริยาเย ‘‘อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺติ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) จ สุตฺตปเทสุ อาสวานํ ปหานํ อจฺจนฺตกฺขโย อสมุปฺปาโท ขีณากาโร นตฺถิภาโว ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต. ‘‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) ผลํ.
‘‘ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส, นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญิโน;
อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ, อารา โส อาสวกฺขยา’’ติ. (ธ. ป. ๒๕๓); –
อาทีสุ นิพฺพานํ.
‘‘เสขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;
ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา;
ตโต อญฺญาวิมุตฺตสฺส, ญาณํ เว โหติ ตาทิโน’’ติ. (อ. นิ. ๓.๘๖; อิติวุ. ๖๒) –
เอวมาคเต อินฺทฺริยสุตฺเต อิธ จ มคฺโค ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต. ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยน ชานนฺตสฺส ปสฺสนฺตสฺส อหํ อริยมคฺคาธิคมํ วทามีติ วุตฺตํ โหติ. โน อชานโต โน อปสฺสโตติ โย ปน น ชานาติ น ปสฺสติ, ตสฺส โน วทามีติ อตฺโถ. เอเตน เย อชานโต อปสฺสโตปิ สํสารสุทฺธึ วทนฺติ, เต ปฏิกฺขิปติ. ปุริเมน วา ปททฺวเยน อุปาโย วุตฺโต, อิมินา อนุปายปฏิเสโธ. สงฺเขเปน เจตฺถ ญาณํ อาสวกฺขยกรํ, เสสํ ตสฺส ปริกฺขาโรติ ทสฺเสติ.
อิทานิ ยํ ชานโต ยํ ปสฺสโต อาสวกฺขโย โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, ชานโต’’ติ ปุจฺฉํ อารภิ. ตตฺถ ชานนา พหุวิธา. ทพฺพชาติโก เอว หิ โกจิ ภิกฺขุ ฉตฺตํ กาตุํ ชานาติ, โกจิ จีวราทีนํ อญฺญตรํ, ตสฺส อีทิสานิ กมฺมานิ วตฺตสีเส ฐตฺวา กโรนฺตสฺส สา ชานนา ‘‘มคฺคผลานํ ปทฏฺฐานํ น โหตี’’ติ น วตฺตพฺพา. โย ปน สาสเน ปพฺพชิตฺวา เวชฺชกมฺมาทีนิ กาตุํ ชานาติ, ตสฺเสวํ ชานโต อาสวา วฑฺฒนฺติเยว. ตสฺมา ยํ ชานโต ยํ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหติ, ตเทว ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ, ตํ เหฏฺฐา โยนิโสมนสิการสุตฺเต สงฺเขปโต วุตฺตเมว.
ตตฺถ ปน ‘‘โยนิโส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ มนสิ กโรนฺโต อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวตี’’ติ (อิติวุ. ๑๖) อาคตตฺตา ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติอาทินา อตฺถวิภาวนา กตา. อิธ ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ชานโต ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕; สํ. นิ. ๓.๑๐๑; ๕.๑๐๙๕) อาคตตฺตา ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ ปริญฺญาปฏิเวธวเสน ปริญฺญาภิสมยวเสน มคฺคญาเณน ชานโต ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหตี’’ติอาทินา นเยน โยเชตพฺพํ. อาสเวสุ จ ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐาสโว ขียติ, ตติยมคฺเคน กามาสโว, จตุตฺถมคฺเคน ภวาสโว อวิชฺชาสโว จ ขียตีติ เวทิตพฺโพ.
คาถาสุ วิมุตฺติญาณนฺติ วิมุตฺติยํ นิพฺพาเน ผเล จ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. อุตฺตมนฺติ อุตฺตมธมฺมารมฺมณตฺตา อุตฺตมํ. ขเย ญาณนฺติ อาสวานํ สํโยชนานญฺจ ขเย ขยกเร อริยมคฺเค ญาณํ. ‘‘ขีณา สํโยชนา อิติ ญาณ’’นฺติ อิธาปิ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตน ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขณํ ทสฺเสติ. เอวเมตฺถ จตฺตาริปิ ปจฺจเวกฺขณญาณานิ วุตฺตานิ โหนฺติ. อวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณา หิ อิธ นตฺถิ อรหตฺตผลาธิคมสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ยถา เจตฺถ ชานโต ปสฺสโตติ นิพฺพานาธิคเมน สมฺมาทิฏฺฐิกิจฺจํ อธิกํ กตฺวา วุตฺตํ, เอวํ สมฺมปฺปธานกิจฺจมฺปิ อธิกเมว อิจฺฉิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เตฺววิทํ กุสีเตนา’’ติ โอสานคาถมาห.
ตตฺถ น เตฺววิทนฺติ น ตุ เอว อิทํ. ตุสทฺโท นิปาตมตฺตํ. พาเลนมวิชานตาติ มกาโร ปทสนฺธิกโร. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – อิทํ เสกฺขมคฺเคน อเสกฺขมคฺเคน จ ปตฺตพฺพํ อภิชฺฌากายคนฺถาทิสพฺพคนฺถานํ ปโมจนํ ปโมจนสฺส นิมิตฺตภูตํ นิพฺพานํ ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา จตฺตาริ สจฺจานิ ยถาภูตํ อวิชานตา ตโต เอว พาเลน อวิทฺทสุนา ยถา อธิคนฺตุํ น สกฺกา, เอวํ กุสีเตน นิพฺพีริเยนาปิ, ตสฺมา ตทธิคมาย อารทฺธวีริเยน ภวิตพฺพนฺติ. เตนาห ภควา ‘‘อารทฺธวีริยสฺสายํ ธมฺโม, โน กุสีตสฺส’’ (ที. นิ. ๓.๓๕๘).
‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถ, ยุญฺชถ พุทฺธสาสเน;
ธุนาถ มจฺจุโน เสนํ, นฬาคารํว กุญฺชโร’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๘๕; เนตฺติ. ๒๙; มิ. ป. ๕.๑.๔);
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๐๓. จตุตฺเถ เย หิ เกจีติ เย เกจิ. อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺตีติ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ อวิปรีตํ สภาวสรสลกฺขณโต วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ทุกฺขสจฺจํ น ชานนฺติ น ปฏิวิชฺฌนฺติ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. น เม เต, ภิกฺขเวติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ อนนุยุตฺตา ปพฺพชฺชามตฺตสมณา เจว ชาติมตฺตพฺราหฺมณา จ น มยา เต สมิตปาปสมเณสุ สมโณติ, พาหิตปาปพฺราหฺมเณสุ พฺราหฺมโณติ จ สมฺมตา อนุญฺญาตา. กสฺมา? สมณกรณานํ พฺราหฺมณกรณานญฺจ ธมฺมานํ อภาวโตติ. เตเนวาห ‘‘น จ ปน เต อายสฺมนฺโต’’ติอาทิ. ตตฺถ สามญฺญตฺถนฺติ สามญฺญสงฺขาตํ อตฺถํ, จตฺตาริ สามญฺญผลานีติ อตฺโถ. พฺรหฺมญฺญตฺถนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อปเร ปน ‘‘สามญฺญตฺถนฺติ จตฺตาโร อริยมคฺคา, พฺรหฺมญฺญตฺถนฺติ จตฺตาริ อริยผลานี’’ติ วทนฺติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. สุกฺกปกฺโข วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ. คาถาสุ อปุพฺพํ นตฺถิ.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สีลสมฺปนฺนสุตฺตวณฺณนา
๑๐๔. ปญฺจเม สีลสมฺปนฺนาติ เอตฺถ สีลํ นาม ขีณาสวานํ โลกิยโลกุตฺตรสีลํ, เตน สมฺปนฺนา สมนฺนาคตาติ สีลสมฺปนฺนา. สมาธิปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. วิมุตฺติ ปน ผลวิมุตฺติเยว, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. เอวเมตฺถ สีลาทโย ตโย โลกิยโลกุตฺตรา, วิมุตฺติ โลกุตฺตราว, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ โลกิยเมว. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ ปเร โอวทนฺติ อนุสาสนฺตีติ โอวาทกา. วิญฺญาปกาติ กมฺมานิ กมฺมผลานิ จ, วิญฺญาปกา, ตตฺถ จ ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา, อิเม ธมฺมา อกุสลา. อิเม ธมฺมา สาวชฺชา, อิเม ธมฺมา อนวชฺชา’’ติอาทินา กุสลาทิวิภาคโต ขนฺธาทิวิภาคโต สลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโตติ วิวิเธหิ นเยหิ ธมฺมานํ ญาปกา อวโพธกา. สนฺทสฺสกาติ เตเยว ธมฺเม หตฺเถน คเหตฺวา วิย ปรสฺส ปจฺจกฺขโต ทสฺเสตาโร. สมาทปกาติ ยํ สีลาทิ เยหิ อสมาทินฺนํ, ตสฺส สมาทาเปตาโร, ตตฺถ เต ปติฏฺฐาเปตาโร. สมุตฺเตชกาติ เอวํ กุสลธมฺเมสุ ปติฏฺฐิตานํ อุปริ อธิจิตฺตานุโยเค นิโยชนวเสน จิตฺตสฺส สมฺมา อุตฺเตชกา, ยถา วิเสสาธิคโม โหติ, เอวํ นิสามนวเสน เตชกา. สมฺปหํสกาติ เตสํ ยถาลทฺเธหิ อุปริลทฺธพฺเพหิ จ คุณวิเสเสหิ จิตฺตสฺส สมฺมา ปหํสกา, ลทฺธสฺสาทวเสน สุฏฺฐุ โตสกา. อลํสมกฺขาตาโรติ อลํ ปริยตฺตํ ยถาวุตฺตํ อปริหาเปตฺวา สมฺมเทว อนุคฺคหาธิปฺปาเยน อกฺขาตาโร.
อถ วา สนฺทสฺสกาติ ธมฺมํ เทเสนฺตา ปวตฺตินิวตฺติโย สภาวสรสลกฺขณโต สมฺมเทว ทสฺเสตาโร. สมาทปกาติ จิตฺเต ปติฏฺฐาปนวเสน ตสฺเสว อตฺถสฺส คาหาปกา. สมุตฺเตชกาติ ตทตฺถคฺคหเณ อุสฺสาหชนเนน สมฺมเทว โวทปกา โชตกา วา. สมฺปหํสกาติ ตทตฺถปฏิปตฺติยํ อานิสํสทสฺสเนน สมฺมเทว ปหํสกา โตสกา. อลํสมกฺขาตาโรติ สมตฺถา หุตฺวา วุตฺตนเยน สมกฺขาตาโร. สทฺธมฺมสฺสาติ ปฏิเวธสทฺธมฺมสฺส, ติวิธสฺสาปิ วา สทฺธมฺมสฺส เทเสตาโร.
ทสฺสนมฺปหนฺติ ทสฺสนมฺปิ อหํ. ตํ ปเนตํ จกฺขุทสฺสนํ ญาณทสฺสนนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ ปสนฺเนหิ จกฺขูหิ อริยานํ โอโลกนํ จกฺขุทสฺสนํ นาม. อริยภาวกรานํ ปน ธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ วิปสฺสนามคฺคผเลหิ อธิคโม ญาณทสฺสนํ นาม. อิมสฺมึ ปนตฺเถ จกฺขุทสฺสนํ อธิปฺเปตํ. อริยานญฺหิ ปสนฺเนหิ จกฺขูหิ โอโลกนมฺปิ สตฺตานํ พหูปการเมว. สวนนฺติ ‘‘อสุโก นาม ขีณาสโว อสุกสฺมึ นาม รฏฺเฐ วา ชนปเท วา คาเม วา นิคเม วา วิหาเร วา เลเณ วา วสตี’’ติ กเถนฺตานํ โสเตน สวนํ, เอตมฺปิ พหูปการเมว. อุปสงฺกมนนฺติ ‘‘ทานํ วา ทสฺสามิ, ปญฺหํ วา ปุจฺฉิสฺสามิ, ธมฺมํ วา โสสฺสามิ, สกฺการํ วา กริสฺสามี’’ติ เอวรูเปน จิตฺเตน อริยานํ อุปสงฺกมนํ. ปยิรุปาสนนฺติ ปญฺหปยิรุปาสนํ, อริยานํ คุเณ สุตฺวา เต อุปสงฺกมิตฺวา นิมนฺเตตฺวา ทานํ วา ทตฺวา วตฺตํ วา กตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, กุสล’’นฺติอาทินา นเยน ปญฺหปุจฺฉนนฺติ อตฺโถ. เวยฺยาวจฺจาทิกรณํ ปยิรุปาสนํเยว. อนุสฺสรณนฺติ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ นิสินฺนสฺส ‘‘อิทานิ อริยา คุมฺพเลณมณฺฑปาทีสุ ฌานวิปสฺสนามคฺคผลสุเขหิ วีตินาเมนฺตี’’ติ เตสํ ทิพฺพวิหาราทิคุณวิเสสารมฺมณํ อนุสฺสรณํ. โย วา เตสํ สนฺติกา โอวาโท ลทฺโธ โหติ, ตํ อาวชฺชิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, อิมสฺมึ สมาธิ, อิมสฺมึ วิปสฺสนา, อิมสฺมึ มคฺโค, อิมสฺมึ ผล’’นฺติ เอวํ อนุสฺสรณํ.
อนุปพฺพชฺชนฺติ อริเยสุ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ฆรา นิกฺขมฺม เตสํ สนฺติเก ปพฺพชฺชํ. อริเยสุ หิ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เตสํเยว สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา เตสํเยว โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโตปิ ปพฺพชฺชา อนุปพฺพชฺชา นาม, อญฺเญสํ สนฺติเก โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโตปิ ปพฺพชฺชา อนุปพฺพชฺชา นาม, อริเยสุ ปสาเทน อญฺญตฺถ ปพฺพชิตฺวา อริยานํ สนฺติเก โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโตปิ ปพฺพชฺชา อนุปพฺพชฺชาว. อญฺเญสุ ปน ปสาเทน อญฺเญสํเยว สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อญฺเญสํเยว โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโต ปพฺพชฺชา อนุปพฺพชฺชา นาม น โหติ. วุตฺตนเยน ปพฺพชิเตสุ ปน มหากสฺสปตฺเถรสฺส ตาว อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา สตสหสฺสมตฺตา อเหสุํ, ตถา เถรสฺเสว สทฺธิวิหาริกสฺส จนฺทคุตฺตตฺเถรสฺส, ตสฺสาปิ สทฺธิวิหาริกสฺส สูริยคุตฺตตฺเถรสฺส, ตสฺสาปิ สทฺธิวิหาริกสฺส อสฺสคุตฺตตฺเถรสฺส, ตสฺสาปิ สทฺธิวิหาริกสฺส โยนกธมฺมรกฺขิตตฺเถรสฺส. ตสฺส ปน สทฺธิวิหาริโก อโสกรญฺโญ กนิฏฺฐภาตา ติสฺสตฺเถโร นาม อโหสิ. ตสฺส อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา อฑฺฒเตยฺยโกฏิสงฺขา อเหสุํ. ทีปปฺปสาทกมหามหินฺทตฺเถรสฺส ปน อนุปพฺพชิตานํ คณนปริจฺเฉโท นตฺถิ. ยาวชฺชทิวสา ลงฺกาทีเป สตฺถริ ปสาเทน ปพฺพชนฺตา มหามหินฺทตฺเถรสฺเสว อนุปพฺพชฺชนฺติ นาม.
อิทานิ เยน การเณน เตสํ อริยานํ ทสฺสนาทิ พหูปการนฺติ วุตฺตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถารูเป’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตถารูเปติ ตาทิเส สีลาทิคุณสมฺปนฺเน อริเย. ยสฺมา ทสฺสนสวนานุสฺสรณานิ อุปสงฺกมนปยิรุปาสนฏฺฐานานิ, ตสฺมา ตานิ อนามสิตฺวา อุปสงฺกมนปยิรุปาสนานิเยว ทสฺเสตุํ ‘‘เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต’’ติ วุตฺตํ. ทสฺสนสวนานุสฺสรณโต หิ อริเยสุ อุปฺปนฺนสทฺโธ เต อุปสงฺกมิตฺวา ปยิรุปาสิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ลทฺธสวนานุตฺตริโย อปริปูเร สีลาทิคุเณ ปริปูเรสฺสตีติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๑๘๓).
ตตฺถ เสวโตติ วตฺตปฏิวตฺตกรณวเสน กาเลน กาลํ อุปสงฺกมโต. ภชโตติ สมฺปิยายนภตฺติวเสน ภชโต. ปยิรุปาสโตติ ปญฺหปุจฺฉเนน ปฏิปตฺติอนุกรเณน จ ปยิรุปาสโตติ ติณฺณํ ปทานํ อตฺถวิภาโค ทีเปตพฺโพ. วิมุตฺติญาณทสฺสนสฺส ปาริปูริ เอกูนวีสติมสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส อุปฺปตฺติยา เวทิตพฺพา.
เอวรูปา จ เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขูติอาทีสุ เย ยถาวุตฺตคุณสมนฺนาคเมน เอวรูปา เอทิสา ภินฺนสพฺพกิเลสา ภิกฺขู, เต ทิฏฺฐธมฺมิกาทิหิเตสุ สตฺตานํ นิโยชนวเสน อนุสาสนโต สตฺถาโรติปิ วุจฺจนฺติ. ชาติกนฺตาราทินิตฺถรณโต สตฺถวาหาติปิ, ราคาทิรณานํ ชหนโต ชหาปนโต จ รณญฺชหาติปิ, อวิชฺชาตมสฺส วิโนทนโต วิโนทาปนโต จ ตโมนุทาติปิ, สปรสนฺตาเนสุ ปญฺญาอาโลกปญฺญาโอภาสปญฺญาปชฺโชตานํ กรเณน นิพฺพตฺตเนน อาโลกาทิกราติปิ, ตถา ญาณุกฺกาญาณปฺปภาธมฺมุกฺกาธมฺมปฺปภานํ ธารเณน กรเณน จ อุกฺกาธาราติปิ, ปภงฺกราติปิ, อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย จ อิริยนโต ปเรสํ ตถาภาวเหตุภาวโต, สเทวเกน โลเกน อรณียโต อริยาติปิ, ปญฺญาจกฺขุธมฺมจกฺขูนํ สาติสยปฏิลาเภน จกฺขุมนฺโตติปิ วุจฺจนฺติ.
คาถาสุ ปาโมชฺชกรณํ ฐานนฺติ นิรามิสสฺส ปโมทสฺส นิพฺพตฺตกํ ฐานํ การณํ. เอตนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพนิทสฺสนํ สนฺธาย วทติ. วิชานตนฺติ สํกิเลสโวทาเน ยาถาวโต ชานนฺตานํ. ภาวิตตฺตานนฺติ ภาวิตสภาวานํ, กายภาวนาทีหิ ภาวิตสนฺตานานนฺติ อตฺโถ. ธมฺมชีวินนฺติ มิจฺฉาชีวํ ปหาย ธมฺเมน ญาเยน ชีวิกกปฺปนโต, ธมฺเมน วา ญาเยน อตฺตภาวสฺส ปวตฺตนโต, สมาปตฺติพหุลตาย วา อคฺคผลธมฺเมน ชีวนโต ธมฺมชีวินํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยทิทํ ภาวิตตฺตานํ ปรินิฏฺฐิตสมาธิปญฺญาภาวนานํ ตโต เอว ธมฺมชีวินํ อริยานํ ทสฺสนํ. เอตํ อวิปฺปฏิสารนิมิตฺตานํ สีลาทีนํ ปาริปูริเหตุภาวโต วิชานตํ สปฺปญฺญชาติกานํ เอกนฺเตเนว ปีติปาโมชฺชการณนฺติ.
อิทานิ ตํ ตสฺส การณภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เต โชตยนฺตี’’ติ โอสานคาถาทฺวยมาห. ตตฺถ เตติ เต ภาวิตตฺตา ธมฺมชีวิโน อริยา. โชตยนฺตีติ ปกาสยนฺติ. ภาสยนฺตีติ สทฺธมฺโมภาเสน โลกํ ปภาสยนฺติ, ธมฺมํ เทเสนฺตีติ อตฺโถ. เยสนฺติ เยสํ อริยานํ. สาสนนฺติ โอวาทํ. สมฺมทญฺญายาติ ปุพฺพภาคญาเณหิ สมฺมเทว ชานิตฺวา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ตณฺหุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา
๑๐๕. ฉฏฺเฐ ตณฺหุปฺปาทาติ เอตฺถ อุปฺปชฺชติ เอเตสูติ อุปฺปาทา. กา อุปฺปชฺชติ? ตณฺหา. ตณฺหาย อุปฺปาทา ตณฺหุปฺปาทา, ตณฺหาวตฺถูนิ ตณฺหาการณานีติ อตฺโถ. ยตฺถาติ เยสุ นิมิตฺตภูเตสุ. อุปฺปชฺชมานาติ อุปฺปชฺชนสีลา. จีวรเหตูติ ‘‘กตฺถ มนาปํ จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ จีวรการณา อุปฺปชฺชติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อิติภวาภวเหตูติ เอตฺถ ปน อิตีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. ยถา จีวราทิเหตุ, เอวํ ภวาภวเหตุปีติ อตฺโถ. ภวาภวาติ เจตฺถ ปณีตปฺปณีตานิ สปฺปินวนีตาทีนิ อธิปฺเปตานิ ภวติ อาโรคฺยํ เอเตนาติ กตฺวา. ‘‘สมฺปตฺติภเวสุ ปณีตปฺปณีตตโร ภวาภโว’’ติปิ วทนฺติ. ภโวติ วา สมฺปตฺติ, อภโวติ วิปตฺติ. ภโวติ วุฑฺฒิ, อภโวติ หานิ. ตํ นิมิตฺตญฺจ ตณฺหา อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตํ ‘‘ภวาภวเหตุ วา’’ติ.
คาถา เหฏฺฐา วุตฺตตฺถา เอว. อปิจ ตณฺหาทุติโยติ ตณฺหาสหาโย. อยญฺหิ สตฺโต อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ สํสรนฺโต น เอกโกว สํสรติ, ตณฺหํ ปน ทุติยิกํ สหายิกํ ลภิตฺวาว สํสรติ. ตถา หิ ตํ ปปาตปาตํ อจินฺเตตฺวา มธุคณฺหนกลุทฺทกํ วิย อเนกาทีนวากุเลสุปิ ภเวสุ อานิสํสเมว ทสฺเสนฺตี อนตฺถชาเล สา ปริพฺภมาเปติ. เอตมาทีนวํ ญตฺวาติ เอตํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ ขนฺเธสุ อิตฺถภาวญฺญถาภาวสญฺญิตํ อาทีนวํ ชานิตฺวา. ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวนฺติ ‘‘ตณฺหา จายํ วฏฺฏทุกฺขสฺส สมฺภโว ปภโว การณ’’นฺติ ชานิตฺวา. เอตฺตาวตา จ เอกสฺส ภิกฺขุโน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตุปฺปตฺติ ทสฺสิตา. อิทานิ ตํ ขีณาสวํ โถเมนฺโต ‘‘วีตตโณฺห’’ติอาทิมาห. ยํ ปเนตฺถ อวุตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สพฺรหฺมกสุตฺตวณฺณนา
๑๐๖. สตฺตเม สพฺรหฺมกานีติ สเสฏฺฐกานิ. เยสนฺติ เยสํ กุลานํ. ปุตฺตานนฺติ ปุตฺเตหิ ปูชิตสทฺทโยเคน หิ อิทํ กรณตฺเถ สามิวจนํ. อชฺฌาคาเรติ สเก ฆเร. ปูชิตา โหนฺตีติ ยํ ฆเร อตฺถิ, เตน ปฏิชคฺคิตา มนาเปน เจว กายิกวาจสิเกน จ ปจฺจุปฏฺฐิตา โหนฺติ. อิติ มาตาปิตุปูชกานิ กุลานิ ‘‘สพฺรหฺมกานี’’ติ ปสํสิตฺวา อุปริปิ เนสํ ปสํสนียตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สปุพฺพเทวตานี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ พฺรหฺมาติอาทีนิ เตสํ พฺรหฺมาทิภาวสาธนตฺถํ วุตฺตานิ. ตตฺรายมตฺถวิภาวนา – พฺรหฺมาติ เสฏฺฐาธิวจนํ. ยถา หิ พฺรหฺมุโน จตสฺโส ภาวนา อวิชหิตา โหนฺติ เมตฺตา, กรุณา, มุทิตา, อุเปกฺขาติ, เอวํ มาตาปิตูนํ ปุตฺเตสุ จตสฺโส ภาวนา อวิชหิตา โหนฺติ. ตา ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล เวทิตพฺพา – กุจฺฉิคตสฺมิญฺหิ ทารเก ‘‘กทา น โข ปุตฺตกํ อโรคํ ปริปุณฺณงฺคปจฺจงฺคํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ มาตาปิตูนํ เมตฺตจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยทา ปเนส มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก อูกาหิ วา มงฺกุเลหิ วา ทฏฺโฐ ทุกฺขเสยฺยาย วา ปีฬิโต ปโรทติ วิรวติ, ตทาสฺส สทฺทํ สุตฺวา มาตาปิตูนํ การุญฺญํ อุปฺปชฺชติ. อาธาวิตฺวา วิธาวิตฺวา กีฬนกาเล ปน โลภนียวยสฺมึ วา ฐิตกาเล ทารกํ โอโลเกตฺวา มาตาปิตูนํ จิตฺตํ สปฺปิมณฺเฑ ปกฺขิตฺตสตวิหตกปฺปาสปิจุปฏลํ วิย มุทุกํ อาโมทิตํ ปโมทิตํ, ตทา เนสํ มุทิตา ลพฺภติ. ยทา ปน เตสํ ปุตฺโต ทารภรณํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ปาฏิเยกฺกํ อคารํ อชฺฌาวสติ, ตทา มาตาปิตูนํ ‘‘สกฺโกติ ทานิ โน ปุตฺตโก อตฺตโน ธมฺมตาย ชีวิตุ’’นฺติ มชฺฌตฺตภาโว อุปฺปชฺชติ. เอวํ ตสฺมึ กาเล อุเปกฺขา ลพฺภติ. เอวํ มาตาปิตูนํ ปุตฺเตสุ ยถากาลํ จตุพฺพิธสฺสปิ พฺรหฺมวิหารสฺส ลพฺภนโต พฺรหฺมสทิสวุตฺติตาย วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.
ปุพฺพเทวตาติ เอตฺถ เทวา นาม ติวิธา – สมฺมุติเทวา, อุปปตฺติเทวา, วิสุทฺธิเทวาติ. เตสุ สมฺมุติเทวา นาม ราชาโน ขตฺติยา. เต หิ ‘‘เทโว, เทวี’’ติ โลเก โวหรียนฺติ, เทวา วิย โลกสฺส นิคฺคหานุคฺคหสมตฺถา จ โหนฺติ. อุปปตฺติเทวา นาม จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ยาว ภวคฺคา อุปฺปนฺนา สตฺตา. วิสุทฺธิเทวา นาม ขีณาสวา สพฺพกิเลสวิสุทฺธิโต. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ทิพฺพนฺติ, กีฬนฺติ, ลฬนฺติ, โชตนฺติ ปฏิปกฺขํ ชยนฺติ วาติ เทวา. เตสุ สพฺพเสฏฺฐา วิสุทฺธิเทวา. ยถา เต พาลชเนหิ กตํ อปราธํ อคเณตฺวา เอกนฺเตเนว เตสํ อนตฺถหานึ อตฺถุปฺปตฺติญฺจ อากงฺขนฺตาว ยถาวุตฺตพฺรหฺมวิหารโยเคน อตฺถาย หิตาย สุขาย ปฏิปชฺชนฺติ, ทกฺขิเณยฺยตาย จ เตสํ การานํ มหปฺผลตํ มหานิสํสตญฺจ อาวหนฺติ; เอวเมว มาตาปิตโรปิ ปุตฺตานํ อปราธํ อคเณตฺวา เอกนฺเตเนว เตสํ อนตฺถหานึ อตฺถุปฺปตฺติญฺจ อากงฺขนฺตา วุตฺตนเยเนว จตุพฺพิธสฺสปิ พฺรหฺมวิหารสฺส ลพฺภนโต อตฺถาย หิตาย สุขาย ปฏิปชฺชนฺตา ปรมทกฺขิเณยฺยา หุตฺวา อตฺตนิ กตานํ การานํ มหปฺผลตํ มหานิสํสตญฺจ อาวหนฺติ. สพฺพเทเวหิ จ ปฐมํ เตสํ อุปการวนฺตตาย เต อาทิโตเยว เทวา. เตสญฺหิ วเสน เต ปฐมํ อญฺเญ เทเว ‘‘เทวา’’ติ ชานนฺติ อาราเธนฺติ ปยิรุปาสนฺติ, อาราธนวิธึ ญตฺวา ตถา ปฏิปชฺชนฺตา ตสฺสา ปฏิปตฺติยา ผลํ อธิคจฺฉนฺติ, ตสฺมา เต ปจฺฉาเทวา นาม. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพเทวตาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.
ปุพฺพาจริยาติ ปฐมอาจริยา. มาตาปิตโร หิ ปุตฺเต สิกฺขาเปนฺตา อติตรุณกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘เอวํ นิสีท, เอวํ คจฺฉ, เอวํ ติฏฺฐ, เอวํ สย, เอวํ ขาท, เอวํ ภุญฺช, อยํ เต ‘ตาตา’ติ วตฺตพฺโพ, อยํ ‘ภาติกา’ติ, อยํ ‘ภคินี’ติ, อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏติ, อิทํ น วฏฺฏติ, อสุกํ นาม อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏติ, อสุกํ นาม น วฏฺฏตี’’ติ คาเหนฺติ สิกฺขาเปนฺติ. อปรภาเค อญฺเญ อาจริยาปิ สิปฺปํ มุทฺทํ คณนนฺติ เอวมาทึ สิกฺขาเปนฺติ, อญฺเญ สรณานิ เทนฺติ, สีเลสุ ปติฏฺฐาเปนฺติ, ปพฺพาเชนฺติ, ธมฺมํ อุคฺคณฺหาเปนฺติ, อุปสมฺปาเทนฺติ, โสตาปตฺติมคฺคาทีนิ ปาเปนฺติ. อิติ สพฺเพปิ เต ปจฺฉาอาจริยา นาม. มาตาปิตโร ปน สพฺพปฐมํ. เตนาห ‘‘ปุพฺพาจริยาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.
อาหุเนยฺยาติ อาเนตฺวา หุนิตพฺพนฺติ อาหุนํ, ทูรโตปิ อาเนตฺวา ผลวิเสสํ อากงฺขนฺเตน คุณวนฺเตสุ ทาตพฺพานํ อนฺนปานวตฺถจฺฉาทนาทีนํ เอตํ นามํ, อุปการเขตฺตตาย ตํ อาหุนํ อรหนฺตีติ อาหุเนยฺยา. เตน วุตฺตํ ‘‘อาหุเนยฺยาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.
อิทานิ เตสํ พฺรหฺมาทิภาเว การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ? พหุการา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ กิสฺส เหตูติ ตํ มาตาปิตูนํ พฺรหฺมาทิอธิวจนํ เกน การเณนาติ เจติ อตฺโถ. พหุการาติ พหูปการา. อาปาทกาติ ชีวิตสฺส อาปาทกา, ปาลกา. ปุตฺตานญฺหิ มาตาปิตูหิ ชีวิตํ อาปาทิตํ ปาลิตํ ฆฏิตํ อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติตํ สมฺปาทิตํ. โปสกาติ หตฺถปาเท วฑฺเฒตฺวา หทยโลหิตํ ปาเยตฺวา โปเสตาโร. อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโรติ ปุตฺตานํ อิมสฺมึ โลเก อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณทสฺสนํ นาม มาตาปิตโร นิสฺสาย ชาตนฺติ เต เนสํ อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร นาม. อิติ เตสํ พหุการตฺตํ พฺรหฺมาทิภาวสฺส การณํ ทสฺสิตํ, เยน ปุตฺโต มาตาปิตูนํ โลกิเยน อุปกาเรน เกนจิ ปริยาเยน ปริยนฺตํ ปฏิการํ กาตุํ น สมตฺโถเยว. สเจ หิ ปุตฺโต ‘‘มาตาปิตูนํ อุปการสฺส ปจฺจุปการํ กริสฺสามี’’ติ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย วายมนฺโต ทกฺขิเณ อํสกูเฏ มาตรํ, อิตรสฺมึ ปิตรํ ฐเปตฺวา วสฺสสตายุโก สกลํ วสฺสสตมฺปิ ปริหเรยฺย จตูหิ ปจฺจเยหิ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหนาทีหิ จ ยถารุจิ อุปฏฺฐหนฺโต เตสํ มุตฺตกรีสมฺปิ อชิคุจฺฉนฺโต, น เอตฺตาวตา ปุตฺเตน มาตาปิตูนํ ปฏิกาโร กโต โหติ อญฺญตฺร สทฺธาทิคุณวิเสเส ปติฏฺฐาปนา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘ทฺวินฺนาหํ, ภิกฺขเว, น สุปฺปฏิการํ วทามิ. กตเมสํ ทฺวินฺนํ? มาตุ จ ปิตุ จ. เอเกน, ภิกฺขเว, อํเสน มาตรํ ปริหเรยฺย, เอเกน อํเสน ปิตรํ ปริหเรยฺย วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี, โส จ เนสํ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหเนน, เต จ ตตฺเถว มุตฺตกรีสํ จเชยฺยุํ, น เตฺวว, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตํ วา โหติ ปฏิกตํ วา. อิมิสฺสา จ, ภิกฺขเว, มหาปถวิยา ปหูตรตฺตรตนาย มาตาปิตโร อิสฺสริยาธิปจฺเจ รชฺเช ปติฏฺฐาเปยฺย, น เตฺวว, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตํ วา โหติ ปฏิกตํ วา. ตํ กิสฺส เหตุ? พหุการา, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อาปาทกา โปสกา อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร.
‘‘โย จ โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร อสฺสทฺเธ สทฺธาสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ. ทุสฺสีเล สีลสมฺปทาย, มจฺฉริโน จาคสมฺปทาย, ทุปฺปญฺเญ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ. เอตฺตาวตา โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตญฺจ โหติ ปฏิกตญฺจา’’ติ (อ. นิ. ๒.๓๔).
ตถา –
‘‘มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ, ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห’’ติ; (ขุ. ปา. ๕.๖);
‘‘มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตปญฺญตฺต’’นฺติ จ –
เอวมาทีนิ มาตาปิตูนํ ปุตฺตสฺส พหูปการภาวสาธกานิ สุตฺตานิ ทฏฺฐพฺพานิ.
คาถาสุ วุจฺจเรติ วุจฺจนฺติ กถียนฺติ. ปชาย อนุกมฺปกาติ ปเรสํ ปาณํ ฉินฺทิตฺวาปิ อตฺตโน สนฺตกํ ยํกิญฺจิ จชิตฺวาปิ อตฺตโน ปชํ ปฏิชคฺคนฺติ โคปยนฺติ, ตสฺมา ปชาย อตฺตโน ปุตฺตานํ อนุกมฺปกา อนุคฺคาหกา.
นมสฺเสยฺยาติ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อิทํ มยฺหํ อุตฺตมํ ปุญฺญกฺเขตฺต’’นฺติ นมกฺการํ กเรยฺย. สกฺกเรยฺยาติ สกฺกาเรน ปฏิมาเนยฺย. อิทานิ ตํ สกฺการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนฺเนนาติ ยาคุภตฺตขาทนีเยน. ปาเนนาติ อฏฺฐวิธปาเนน. วตฺเถนาติ นิวาสนปารุปเนน. สยเนนาติ มญฺจปีฐภิสิพิมฺโพหนาทินา สยเนน. อุจฺฉาทเนนาติ ทุคฺคนฺธํ ปฏิวิโนเทตฺวา สุคนฺธกรณุจฺฉาทเนน. นฺหาเนนาติ สีตกาเล อุโณฺหทเกน, อุณฺหกาเล สีโตทเกน คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา นฺหาปเนน. ปาทานํ โธวเนน จาติ อุโณฺหทกสีโตทเกหิ ปาทโธวเนน เจว เตลมกฺขเนน จ.
ตาย นํ ปาริจริยายาติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถาวุตฺตปริจรเณน. อถ วา ปาริจริยายาติ ภรณกิจฺจกรณกุลวํสปติฏฺฐาปนาทินา ปญฺจวิธอุปฏฺฐาเนน. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปญฺจหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ ปุตฺเตน ปุรตฺถิมา ทิสา มาตาปิตโร ปจฺจุปฏฺฐาตพฺพา ‘ภโต เน ภริสฺสามิ, กิจฺจํ เนสํ กริสฺสามิ, กุลวํสํ ฐเปสฺสามิ, ทายชฺชํ ปฏิปชฺชิสฺสามิ. อถ วา ปน เนสํ เปตานํ กาลกตานํ ทกฺขิณมนุปฺปทสฺสามี’ติ. อิเมหิ โข, คหปติปุตฺต, ปญฺจหิ ฐาเนหิ ปุตฺเตน ปุรตฺถิมา ทิสา มาตาปิตโร ปจฺจุปฏฺฐิตา ปญฺจหิ ฐาเนหิ ปุตฺตํ อนุกมฺปนฺติ – ปาปา นิวาเรนฺติ, กลฺยาเณ นิเวเสนฺติ, สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺติ, ปติรูเปน ทาเรน สํโยเชนฺติ, สมเย ทายชฺชํ นิยฺยาเทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๖๗).
อปิจ โย มาตาปิตโร ตีสุ วตฺถูสุ อภิปฺปสนฺเน กตฺวา สีเลสุ วา ปติฏฺฐาเปตฺวา ปพฺพชฺชาย วา นิโยเชตฺวา อุปฏฺฐหติ, อยํ มาตาปิตุอุปฏฺฐากานํ อคฺโคติ เวทิตพฺโพ. สา ปนายํ ปาริจริยา ปุตฺตสฺส อุภยโลกหิตสุขาวหาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเธว นํ ปสํสนฺติ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ อาห. ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. มาตาปิตุอุปฏฺฐากญฺหิ ปุคฺคลํ ปณฺฑิตมนุสฺสา ตตฺถ ปาริจริยาย ปสํสนฺติ วณฺเณนฺติ โถเมนฺติ, ตสฺส จ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺตา สยมฺปิ อตฺตโน มาตาปิตูสุ ตถา ปฏิปชฺชิตฺวา มหนฺตํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ. เปจฺจาติ ปรโลกํ คนฺตฺวา สคฺเค ฐิโต มาตาปิตุปฏฺฐาโก ทิพฺพสมฺปตฺตีหิ โมทติ ปโมทติ อภินนฺทตีติ.
สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. พหุการสุตฺตวณฺณนา
๑๐๗. อฏฺฐเม พฺราหฺมณคหปติกาติ พฺราหฺมณา เจว คหปติกา จ. ฐเปตฺวา พฺราหฺมเณ เย เกจิ อคารํ อชฺฌาวสนฺตา อิธ คหปติกาติ เวทิตพฺพา. เยติ อนิยมโต นิทฺทิฏฺฐปรามสนํ. โวติ อุปโยคพหุวจนํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ พหูปการา พฺราหฺมณคหปติกา, เย พฺราหฺมณา เจว เสสอคาริกา จ ‘‘ตุเมฺห เอว อมฺหากํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ, ยตฺถ มยํ อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปม โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิก’’นฺติ จีวราทีหิ ปจฺจเยหิ ปติอุปฏฺฐิตาติ.
เอวํ ‘‘อามิสทาเนน อามิสสํวิภาเคน อามิสานุคฺคเหน คหฏฺฐา ภิกฺขูนํ อุปการวนฺโต’’ติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ธมฺมทาเนน ธมฺมสํวิภาเคน ธมฺมานุคฺคเหน ภิกฺขูนมฺปิ เตสํ อุปการวนฺตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุเมฺหปิ, ภิกฺขเว,’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ วุตฺตนยเมว.
อิมินา กึ กถิตํ? ปิณฺฑาปจายนํ นาม กถิตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, ยสฺมา อิเม พฺราหฺมณคหปติกา เนว ตุมฺหากํ ญาตกา, น มิตฺตา, น อิณํ วา ธาเรนฺติ, อถ โข ‘‘อิเม สมณา สมฺมคฺคตา สมฺมา ปฏิปนฺนา, เอตฺถ โน การา มหปฺผลา ภวิสฺสนฺติ มหานิสํสา’’ติ ผลวิเสสํ อากงฺขนฺตา ตุเมฺห จีวราทีหิ อุปฏฺฐหนฺติ. ตสฺมา ตํ เตสํ อธิปฺปายํ ปริปูเรนฺตา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ, ธมฺมเทสนาปิ โว การกานํเยว โสภติ, อาเทยฺยา จ โหติ, น อิตเรสนฺติ เอวํ สมฺมาปฏิปตฺติยํ อปฺปมาโท กรณีโยติ.
เอวมิทํ, ภิกฺขเวติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, เอวํ อิมินา วุตฺตปฺปกาเรน คหฏฺฐปพฺพชิเตหิ อามิสทานธมฺมทานวเสน อญฺญมญฺญํ สนฺนิสฺสาย กามาทิวเสน จตุพฺพิธสฺสปิ โอฆสฺส นิตฺถรณตฺถาย สกลสฺสปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส สมฺมเทว ปริโยสานกรณาย อุโปสถสีลนิยมาทิวเสน จตุปาริสุทฺธิสีลาทิวเสน วา อิทํ สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ วุสฺสติ จรียตีติ.
คาถาสุ สาคาราติ คหฏฺฐา. อนคาราติ ปริจฺจตฺตอคารา ปพฺพชิตา. อุโภ อญฺโญญฺญนิสฺสิตาติ เต อุโภปิ อญฺญมญฺญสนฺนิสฺสิตา. สาคารา หิ อนคารานํ ธมฺมทานสนฺนิสฺสิตา, อนคารา จ สาคารานํ ปจฺจยทานสนฺนิสฺสิตา. อาราธยนฺตีติ สาเธนฺติ สมฺปาเทนฺติ. สทฺธมฺมนฺติ ปฏิปตฺติสทฺธมฺมํ ปฏิเวธสทฺธมฺมญฺจ. ตตฺถ ยํ อุตฺตมํ, ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โยคกฺเขมํ อนุตฺตร’’นฺติ อรหตฺตํ นิพฺพานญฺจ. สาคาเรสูติ สาคาเรหิ, นิสฺสกฺเก อิทํ ภุมฺมวจนํ, สาคารานํ วา สนฺติเก. ปจฺจยนฺติ วุตฺตาวเสสํ ทุวิธํ ปจฺจยํ ปิณฺฑปาตํ เภสชฺชญฺจ. ปริสฺสยวิโนทนนฺติ อุตุปริสฺสยาทิปริสฺสยหรณํ วิหาราทิอาวสถํ. สุคตนฺติ สมฺมา ปฏิปนฺนํ กลฺยาณปุถุชฺชเนน สทฺธึ อฏฺฐวิธํ อริยปุคฺคลํ. สาวโก หิ อิธ สุคโตติ อธิปฺเปโต. ฆรเมสิโนติ ฆรํ เอสิโน, เคเห ฐตฺวา ฆราวาสํ วสนฺตา โภคูปกรณานิ เจว คหฏฺฐสีลาทีนิ จ เอสนสีลาติ อตฺโถ. สทฺทหาโน อรหตนฺติ อรหนฺตานํ อริยานํ วจนํ, เตสํ วา สมฺมาปฏิปตฺตึ สทฺทหนฺตา. ‘‘อทฺธา อิเม สมฺมา ปฏิปนฺนา, ยถา อิเม กเถนฺติ, ตถา ปฏิปชฺชนฺตานํ สา ปฏิปตฺติ สคฺคโมกฺขสมฺปตฺติยา สํวตฺตตี’’ติ อภิสทฺทหนฺตาติ อตฺโถ. ‘‘สทฺทหนฺตา’’ติปิ ปาโฐ. อริยปญฺญายาติ สุวิสุทฺธปญฺญาย. ฌายิโนติ อารมฺมณลกฺขณูปนิชฺฌานวเสน ทุวิเธนปิ ฌาเนน ฌายิโน.
อิธ ธมฺมํ จริตฺวานาติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว, อิมสฺมึ วา สาสเน โลกิยโลกุตฺตรสุขสฺส มคฺคภูตํ สีลาทิธมฺมํ ปฏิปชฺชิตฺวา ยาว ปรินิพฺพานํ น ปาปุณนฺติ, ตาวเทว สุคติคามิโน. นนฺทิโนติ ปีติโสมนสฺสโยเคน นนฺทนสีลา. เกจิ ปน ‘‘ธมฺมํ จริตฺวาน มคฺคนฺติ โสตาปตฺติมคฺคํ ปาปุณิตฺวา’’ติ วทนฺติ. เทวโลกสฺมินฺติ ฉพฺพิเธปิ กามาวจรเทวโลเก. โมทนฺติ กามกามิโนติ ยถิจฺฉิตวตฺถุนิปฺผตฺติโต กามกามิโน กามวนฺโต หุตฺวา ปโมทนฺตีติ.
อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. กุหสุตฺตวณฺณนา
๑๐๘. นวเม กุหาติ สามนฺตชปฺปนาทินา กุหนวตฺถุนา กุหกา, อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย โกหญฺญํ กตฺวา ปเรสํ วิมฺหาปกาติ อตฺโถ. ถทฺธาติ โกเธน จ มาเนน จ ถทฺธมานสา. ‘‘โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๒๕; ปุ. ป. ๑๐๑) เอวํ วุตฺเตน โกเธน จ, ‘‘ทุพฺพโจ โหติ โทวจสฺสกรเณหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อกฺขโม อปฺปทกฺขิณคฺคาหี อนุสาสนิ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๘๑) เอวํ วุตฺเตน โทวจสฺเสน จ, ‘‘ชาติมโท, โคตฺตมโท, สิปฺปมโท, อาโรคฺยมโท, โยพฺพนมโท, ชีวิตมโท’’ติ (วิภ. ๘๓๒) เอวํ วุตฺเตน ชาติมทาทิเภเทน มเทน จ ครุกาตพฺเพสุ ครูสุ ปรมนิปจฺจการํ อกตฺวา อโยสลากํ คิลิตฺวา ฐิตา วิย อโนนตา หุตฺวา วิจรณกา. ลปาติ อุปลาปกา มิจฺฉาชีววเสน กุลสงฺคาหกา ปจฺจยตฺถํ ปยุตฺตวาจาวเสน นิปฺเปสิกตาวเสน จ ลปกาติ วา อตฺโถ.
สิงฺคีติ ‘‘ตตฺถ กตมํ สิงฺคํ? ยํ สิงฺคํ สิงฺคารตา จาตุรตา จาตุริยํ ปริกฺขตฺตตา ปาริกฺขตฺติย’’นฺติ (วิภ. ๘๕๒) เอวํ วุตฺเตหิ สิงฺคสทิเสหิ ปากฏกิเลเสหิ สมนฺนาคตา. อุนฺนฬาติ อุคฺคตนฬา, นฬสทิสํ ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา วิจรณกา. อสมาหิตาติ จิตฺเตกคฺคตามตฺตสฺสาปิ อลาภิโน. น เม เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มามกาติ เต มยฺหํ ภิกฺขู มม สนฺตกา น โหนฺติ. เมติ อิทํ ปทํ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตตฺตา ภควตา วุตฺตํ. ยสฺมา ปน เต กุหนาทิโยคโต น สมฺมา ปฏิปนฺนา, ตสฺมา ‘‘น มามกา’’ติ วุตฺตา. อปคตาติ ยทิปิ เต มม สาสเน ปพฺพชิตา, ยถานุสิฏฺฐํ ปน อปฺปฏิปชฺชนโต อปคตา เอว อิมสฺมา ธมฺมวินยา, อิโต เต สุวิทูรวิทูเร ฐิตาติ ทสฺเสติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นภญฺจ ทูเร ปถวี จ ทูเร,
ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร;
ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ,
สตญฺจ ธมฺมํ อสตญฺจ ราชา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๔๗; ชา. ๒.๒๑.๔๑๔);
วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺตีติ สีลาทิคุเณหิ วฑฺฒนวเสน วุทฺธึ, ตตฺถ นิจฺจลภาเวน วิรูฬฺหึ, สพฺพตฺถ ปตฺถฏภาเวน สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา เวปุลฺลํ. น จ เต กุหาทิสภาวา ภิกฺขู อาปชฺชนฺติ, น จ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ. เต โข เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มามกาติ อิธาปิ เมติ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตตฺตา วทติ, สมฺมา ปฏิปนฺนตฺตา ปน ‘‘มามกา’’ติ อาห. วุตฺตวิปริยาเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยาว อรหตฺตมคฺคา วิรูหนฺติ นาม, อรหตฺตผเล ปน สมฺปตฺเต วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปนฺนา นาม. คาถา สุวิญฺเญยฺยา เอว.
นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. นทีโสตสุตฺตวณฺณนา
๑๐๙. ทสเม เสยฺยถาปีติ โอปมฺมทสฺสนตฺเถ นิปาโต, ยถา นามาติ อตฺโถ. นทิยา โสเตน โอวุเยฺหยฺยาติ สีฆโสตาย หารหารินิยา นทิยา อุทกเวเคน เหฏฺฐโต วุเยฺหยฺย อโธ หริเยถ. ปิยรูปสาตรูเปนาติ ปิยสภาเวน สาตสภาเวน จ การณภูเตน, ตสฺสํ นทิยํ ตสฺสา วา ปรตีเร มณิสุวณฺณาทิ อญฺญํ วา ปิยวตฺถุ วิตฺตูปกรณํ อตฺถิ, ตํ คเหสฺสามีติ นทิยํ ปติตฺวา โสเตน อวกฑฺเฒยฺย. กิญฺจาปีติ อนุชานนอสมฺภาวนตฺเถ นิปาโต. กึ อนุชานาติ, กึ น สมฺภาเวติ? เตน ปุริเสน อธิปฺเปตสฺส ปิยวตฺถุสฺส ตตฺถ อตฺถิภาวํ อนุชานาติ, ตถาคมนํ ปน อาทีนววนฺตตาย น สมฺภาเวติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อมฺโภ, ปุริส, ยทิปิ ตยา อธิปฺเปตํ ปิยวตฺถุ ตตฺถ อุปลพฺภติ, เอวํ คมเน ปน อยมาทีนโว, ยํ ตฺวํ เหฏฺฐา รหทํ ปตฺวา มรณํ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ปาปุเณยฺยาสีติ.
อตฺถิ เจตฺถ เหฏฺฐา รหโทติ เอติสฺสา นทิยา เหฏฺฐา อนุโสตภาเค อติวิย คมฺภีรวิตฺถโต เอโก มหาสโร อตฺถิ. โส จ สมนฺตโต วาตาภิฆาตสมุฏฺฐิตาหิ มณิมยปพฺพตกูฏสนฺนิภาหิ มหตีหิ อูมีหิ วีจีหิ สอูมิ, วิสเมสุ ภูมิปฺปเทเสสุ สเวคํ อนุปกฺขนฺทนฺเตน อิมิสฺสา ตาว นทิยา มโหเฆน ตหึ ตหึ อาวฏฺฏมานวิปุลชลตาย พลวามุขสทิเสหิ สห อาวฏฺเฏหีติ สาวฏฺโฏ. ตํ รหทํ โอติณฺณสตฺเตเยว อตฺตโน นิพทฺธามิสโคจเร กตฺวา อชฺฌาวสนฺเตน อติวิย ภยานกทสฺสเนน โฆรเจตสา ทกรกฺขเสน สคโห สรกฺขโส, จณฺฑมจฺฉมกราทินา วา สคโห, ยถาวุตฺตรกฺขเสน สรกฺขโส.
ยนฺติ เอวํ สปฺปฏิภยํ ยํ รหทํ. อมฺโภ ปุริสาติ อาลปนํ. มรณํ วา นิคจฺฉสีติ ตาหิ วา อูมีหิ อชฺโฌตฺถโฏ, เตสุ วา อาวฏฺเฏสุ นิปติโต สีสํ อุกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺโต เตสํ วา จณฺฑมจฺฉมกราทีนํ มุเข นิปติโต. ตสฺส วา ทกรกฺขสสฺส หตฺถํ คโต มรณํ วา คมิสฺสสิ, อถ วา ปน อายุเสเส สติ ตโต มุจฺจิตฺวา อปคจฺฉนฺโต เตหิ อูมิอาทีหิ ชนิตฆฏฺฏิตวเสน มรณมตฺตํ มรณปฺปมาณํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสิ. ปฏิโสตํ วายเมยฺยาติ โส ปุพฺเพ อนุโสตํ วุยฺหมาโน ตสฺส ปุริสสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อนตฺโถ กิร เม อุปฏฺฐิโต, มจฺจุมุเข กิราหํ ปริวตฺตามี’’ติ อุปฺปนฺนพลวภโย สมฺภมนฺโต ทิคุณํ กตฺวา อุสฺสาหํ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ วายเมยฺย ตเรยฺย, น จิเรเนว ตีรํ สมฺปาปุเณยฺย.
อตฺถสฺส วิญฺญาปนายาติ จตุสจฺจปฏิเวธานุกูลสฺส อตฺถสฺส สมฺโพธนาย อุปมา กตา. อยญฺเจตฺถ อตฺโถติ อยเมว อิทานิ วุจฺจมาโน อิธ มยา อธิปฺเปโต อุปเมยฺยตฺโถ, ยสฺส วิญฺญาปนาย อุปมา อาหฏา.
ตณฺหาเยตํ อธิวจนนฺติ เอตฺถ จตูหิ อากาเรหิ ตณฺหาย โสตสทิสตา เวทิตพฺพา อนุกฺกมปริวุฑฺฒิโต อนุปฺปพนฺธโต โอสีทาปนโต ทุรุตฺตรณโต จ. ยถา หิ อุปริ มหาเมเฆ อภิปฺปวุฏฺเฐ อุทกํ ปพฺพตกนฺทรปทรสาขาโย ปูเรตฺวา ตโต ภสฺสิตฺวา กุสุพฺเภ ปูเรตฺวา ตโต ภสฺสิตฺวา กุนฺนทิโย ปูเรตฺวา ตโต มหานทิโย ปกฺขนฺทิตฺวา เอโกฆํ หุตฺวา ปวตฺตมานํ ‘‘นทีโสโต’’ติ วุจฺจติ, เอวเมว อชฺฌตฺติกพาหิราทิวเสน อเนกเภเทสุ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ โลโภ อุปฺปชฺชิตฺวา อนุกฺกเมน ปริวุฑฺฒึ คจฺฉนฺโต ‘‘ตณฺหาโสโต’’ติ วุจฺจติ, ยถา จ นทีโสโต อาคมนโต ยาว สมุทฺทปฺปตฺติ, ตาว สติ วิจฺเฉทปจฺจยาภาเว อวิจฺฉิชฺชมาโน อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺตติ, เอวํ ตณฺหาโสโตปิ อาคมนโต ปฏฺฐาย อสติ วิจฺเฉทปจฺจเย อวิจฺฉิชฺชมาโน อปายสมุทฺทาภิมุโข อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺตติ. ยถา ปน นทีโสโต ตทนฺโตคเธ สตฺเต โอสีทาเปติ, สีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทติ, มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ปาเปติ, เอวํ ตณฺหาโสโตปิ อตฺตโน โสตนฺโตคเต สตฺเต โอสีทาเปติ, ปญฺญาสีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทติ, กุสลมูลจฺเฉทเนน สํกิเลสธมฺมสมาปชฺชเนน จ มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ปาเปติ.
ยถา จ นทิยา โสโต มโหฆภาเวน ปวตฺตมาโน อุฬุมฺปํ วา นาวํ วา พนฺธิตุํ เนตุญฺจ เฉกํ ปุริสํ นิสฺสาย ปรตีรํ คนฺตุํ อชฺฌาสยํ กตฺวา ตชฺชํ วายามํ กโรนฺเตน ตริตพฺโพ, น เยน วา เตน วาติ ทุรุตฺตโร, เอวํ ตณฺหาโสโตปิ กาโมฆภโวฆภูโต สีลสํวรํ ปูเรตุํ สมถวิปสฺสนาสุ กมฺมํ กาตุํ ‘‘นิปเกน อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสยํ สมุฏฺฐาเปตฺวา กลฺยาณมิตฺเต นิสฺสาย สมถวิปสฺสนานาวํ อภิรุหิตฺวา สมฺมาวายามํ กโรนฺเตน ตริตพฺโพ, น เยน วา เตน วาติ ทุรุตฺตโร. เอวํ อนุกฺกมปริวุฑฺฒิโต อนุปฺปพนฺธโต โอสีทาปนโต ทุรุตฺตรณโตติ จตูหิ อากาเรหิ ตณฺหาย นทีโสตสทิสตา เวทิตพฺพา.
ปิยรูปํ สาตรูปนฺติ ปิยชาติกํ ปิยสภาวํ ปิยรูปํ, มธุรชาติกํ มธุรสภาวํ สาตรูปํ, อิฏฺฐสภาวนฺติ อตฺโถ. ฉนฺเนตนฺติ ฉนฺนํ เอตํ. อชฺฌตฺติกานนฺติ เอตฺถ ‘‘เอวํ มยํ อตฺตาติ คหณํ คมิสฺสามา’’ติ อิมินา วิย อธิปฺปาเยน อตฺตานํ อธิการํ กตฺวา ปวตฺตานีติ อชฺฌตฺติกานิ. ตตฺถ โคจรชฺฌตฺตํ, นิยกชฺฌตฺตํ, วิสยชฺฌตฺตํ, อชฺฌตฺตชฺฌตฺตนฺติ จตุพฺพิธํ อชฺฌตฺตํ. เตสุ ‘‘อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต’’ติ เอวมาทีสุ (ธ. ป. ๓๖๒) วุตฺตํ อิทํ โคจรชฺฌตฺตํ นาม. ‘‘อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทน’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๒๘; ธ. ส. ๑๖๑) อาคตํ อิทํ นิยกชฺฌตฺตํ นาม. ‘‘สพฺพนิมิตฺตานํ อมนสิการา อชฺฌตฺตํ สุญฺญตํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๘๗) เอวมาคตํ อิทํ วิสยชฺฌตฺตํ นาม. ‘‘อชฺฌตฺติกา ธมฺมา, พาหิรา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๒๐) เอตฺถ วุตฺตํ อชฺฌตฺตํ อชฺฌตฺตชฺฌตฺตํ นาม. อิธาปิ เอตเทว อธิปฺเปตํ, ตสฺมา อชฺฌตฺตานิเยว อชฺฌตฺติกานิ. อถ วา ยถาวุตฺเตเนว อตฺเถน ‘‘อชฺฌตฺตา ธมฺมา, พหิทฺธา ธมฺมา’’ติอาทีสุ วิย เตสุ อชฺฌตฺเตสุ ภวานิ อชฺฌตฺติกานิ, จกฺขาทีนิ. เตสํ อชฺฌตฺติกานํ.
อายตนานนฺติ เอตฺถ อายตนโต, อายานํ ตนนโต, อายตสฺส จ นยนโต อายตนานีติ. จกฺขาทีสุ หิ ตํตํทฺวารวตฺถุกา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา สเกน สเกน อนุภวนาทินา กิจฺเจน อายตนฺติ อุฏฺฐหนฺติ ฆฏนฺติ วายมนฺติ, เต จ อายภูเต ธมฺเม เอตานิ ตโนนฺติ วิตฺถาเรนฺติ, ยญฺจ อนมตคฺเค สํสาเร ปวตฺตํ อติวิย อายตํ วฏฺฏทุกฺขํ, ตํ นยนฺติ ปวตฺเตนฺติ. อิติ สพฺพถาปิเม ธมฺมา อายตนโต, อายานํ ตนนโต, อายตสฺส จ นยนโต อายตนานีติ วุจฺจนฺติ. อปิจ นิวาสฏฺฐานฏฺเฐน, อากรฏฺเฐน, สโมสรณฏฺฐานฏฺเฐน, สญฺชาติเทสฏฺเฐน, การณฏฺเฐน จ อายตนํ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ โลเก ‘‘อิสฺสรายตนํ เทวายตน’’นฺติอาทีสุ นิวาสฏฺฐานํ อายตนนฺติ วุจฺจติ. ‘‘สุวณฺณายตนํ รชตายตน’’นฺติอาทีสุ อากโร. สาสเน ปน ‘‘มโนรเม อายตเน, เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา’’ติอาทีสุ สโมสรณฏฺฐานํ. ‘‘ทกฺขิณาปโถ คุนฺนํ อายตน’’นฺติอาทีสุ สญฺชาติเทโส. ‘‘ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติอายตเน’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๕๘; อ. นิ. ๓.๑๐๒) การณํ อายตนนฺติ วุจฺจติ. จกฺขาทีสุ จ เต เต จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา นิวสนฺติ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ จกฺขาทโย เตสํ นิวาสฏฺฐานํ. ตตฺถ จ เต อากิณฺณา ตนฺนิสฺสิตตฺตาติ เต เนสํ อากโร, สโมสรณฏฺฐานญฺจ ตตฺถ วตฺถุทฺวารภาเวน สโมสรณโต, สญฺชาติเทโส จ ตนฺนิสฺสยภาเวน เตสํ ตตฺเถว อุปฺปตฺติโต, การณญฺจ ตทภาเว เตสํ อภาวโตติ. อิติ นิวาสฏฺฐานฏฺเฐน, อากรฏฺเฐน, สโมสรณฏฺฐานฏฺเฐน, สญฺชาติเทสฏฺเฐน, การณฏฺเฐนาติ อิเมหิ การเณหิ จกฺขาทีนิ อายตนานีติ วุจฺจนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนาน’’นฺติ.
ยทิปิ รูปาทโยปิ ธมฺมา ‘‘รูปํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ ตณฺหาวตฺถุภาวโต ปิยรูปสาตรูปภาเวน วุตฺตา. จกฺขาทิเก ปน มุญฺจิตฺวา อตฺตภาวปญฺญตฺติยา อภาวโต ‘‘มม จกฺขุ มม โสต’’นฺติอาทินา อธิกสิเนหวตฺถุภาเวน จกฺขาทโย สาติสยํ ปิยรูปํ สาตรูปนฺติ นิทฺเทสํ อรหนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปิยรูปํ สาตรูปนฺติ โข, ภิกฺขเว, ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ.
โอรมฺภาคิยานนฺติ เอตฺถ โอรํ วุจฺจติ กามธาตุ, ตปฺปริยาปนฺนา โอรมฺภาคา, ปจฺจยภาเวน เตสํ หิตาติ โอรมฺภาคิยา. ยสฺส สํวิชฺชนฺติ, ตํ ปุคฺคลํ วฏฺฏสฺมึ สํโยเชนฺติ พนฺธนฺตีติ สํโยชนานิ. สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสกามราคพฺยาปาทานํ เอตํ อธิวจนํ. เต หิ กามภวูปคานํ สงฺขารานํ ปจฺจยา หุตฺวา รูปารูปธาตุโต เหฏฺฐาภาเวน นิหีนภาเวน โอรมฺภาคภูเตน กามภเวน สตฺเต สํโยเชนฺติ. เอเตเนว เตสํ เหฏฺฐารหทสทิสตา ทีปิตาติ ทฏฺฐพฺพา. อูมิภยนฺติ โข, ภิกฺขเว, โกธุปายาสสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, อูมิ เอว ภยนฺติ อูมิภยํ. กุชฺฌนฏฺเฐน โกโธ, เสฺวว จิตฺตสฺส สรีรสฺส จ อภิปฺปมทฺทนปเวธนุปฺปาทเนน ทฬฺหํ อายาสนฏฺเฐน อุปายาโส.
เอตฺถ จ อเนกวารํ ปวตฺติตฺวา อตฺตนา สมเวตํ สตฺตํ อชฺโฌตฺถริตฺวา สีสํ อุกฺขิปิตุํ อทตฺวา อนยพฺยสนาปาทเนน โกธุปายาสสฺส อูมิสทิสตา ทฏฺฐพฺพา. ตถา กามคุณานํ กิเลสาภิภูเต สตฺเต อิโต จ เอตฺโต, เอตฺโต จ อิโตติ เอวํ มนาปิยรูปาทิวิสยสงฺขาเต อตฺตนิ สํสาเรตฺวา ยถา ตโต พหิภูเต เนกฺขมฺเม จิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชติ เอวํ อาวฏฺเฏตฺวา พฺยสนาปาทเนน อาวฏฺฏสทิสตา ทฏฺฐพฺพา. ยถา ปน คหรกฺขโสปิ อารกฺขรหิตํ อตฺตโน โคจรภูมิคตํ ปุริสํ อภิภุยฺย คเหตฺวา อโคจเร ฐิตมฺปิ รกฺขสมายาย โคจรํ เนตฺวา เภรวรูปทสฺสนาทินา อวสํ อตฺตโน อุปการํ กาตุํ อสมตฺถํ กตฺวา อนฺวาวิสิตฺวา วณฺณพลโภคยสสุเขหิปิ วิโยเชนฺโต มหนฺตํ อนยพฺยสนํ อาปาเทติ, เอวํ มาตุคาโมปิ โยนิโสมนสิการรหิตํ อวีรปุริสํ อิตฺถิกุตฺตภูเตหิ อตฺตโน หาวภาววิลาเสหิ อภิภุยฺย คเหตฺวา วีรชาติยมฺปิ อตฺตโน รูปาทีหิ ปโลภนวเสน อิตฺถิมายาย อนฺวาวิสิตฺวา อวสํ อตฺตโน อุปการธมฺเม สีลาทโย สมฺปาเทตุํ อสมตฺถํ กโรนฺโต คุณวณฺณาทีหิ วิโยเชตฺวา มหนฺตํ อนยพฺยสนํ อาปาเทติ, เอวํ มาตุคามสฺส คหรกฺขสสทิสตา ทฏฺฐพฺพา. เตน วุตฺตํ ‘‘อาวฏฺฏนฺติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนํ, คหรกฺขโสติ โข, ภิกฺขเว, มาตุคามสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ.
ปฏิโสโตติ โข ภิกฺขเว เนกฺขมฺมสฺเสตํ อธิวจนนฺติ เอตฺถ ปพฺพชฺชา สห อุปจาเรน ปฐมชฺฌานํ วิปสฺสนาปญฺญา จ นิพฺพานญฺจ เนกฺขมฺมํ นาม. สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา เนกฺขมฺมํ นาม. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปพฺพชฺชา ปฐมํ ฌานํ, นิพฺพานญฺจ วิปสฺสนา;
สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา, เนกฺขมฺมนฺติ ปวุจฺจเร’’ติ.
อิเมสํ ปน ปพฺพชฺชาทีนํ ตณฺหาโสตสฺส ปฏิโลมโต ปฏิโสตสทิสตา เวทิตพฺพา. อวิเสเสน หิ ธมฺมวินโย เนกฺขมฺมํ, ตสฺส อธิฏฺฐานํ ปพฺพชฺชา จ, ธมฺมวินโย จ ตณฺหาโสตสฺส ปฏิโสตํ วุจฺจติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปฏิโสตคามึ นิปุณํ, คมฺภีรํ ทุทฺทสํ อณุํ;
ราครตฺตา น ทกฺขนฺติ, ตโมขนฺเธน อาวุตา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๖๕; ม. นิ. ๑.๒๘๑; สํ. นิ. ๑.๑๗๒);
วีริยารมฺภสฺสาติ จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยสฺส. ตสฺส กาโมฆาทิเภทตณฺหาโสตสนฺตรณสฺส หตฺเถหิ ปาเทหิ จตุรงฺคนทีโสตสนฺตรณวายามสฺส สทิสตา ปากฏาเยว. ตถา นทีโสตสฺส ตีเร ฐิตสฺส จกฺขุมโต ปุริสสฺส กามาทึ จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตริตฺวา ตสฺส ปรตีรภูเต นิพฺพานถเล ฐิตสฺส ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมโต ภควโต สทิสภาโว. เตน วุตฺตํ ‘‘จกฺขุมา ปุริโส…เป… สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ.
ตตฺริทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – นทีโสโต วิย อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺตมาโน ตณฺหาโสโต, เตน วุยฺหมาโน ปุริโส วิย อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ ปริพฺภมนโต ตณฺหาโสเตน วุยฺหมาโน สตฺโต, ตสฺส ตตฺถ ปิยรูปสาตรูปวตฺถุสฺมึ อภินิเวโส วิย อิมสฺส จกฺขาทีสุ อภินิเวโส, สอูมิสาวฏฺฏสคหรกฺขโส เหฏฺฐารหโท วิย โกธุปายาสปญฺจกามคุณมาตุคามสมากุโล ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนสมูโห, ตมตฺถํ ยถาภูตํ วิทิตฺวา ตสฺส นทีโสตสฺส ปรตีเร ฐิโต จกฺขุมา ปุริโส วิย สกลํ สํสาราทีนวํ สพฺพญฺจ เญยฺยธมฺมํ ยถาภูตํ วิทิตฺวา ตณฺหาโสตสฺส ปรตีรภูเต นิพฺพานถเล ฐิโต สมนฺตจกฺขุ ภควา, ตสฺส ปุริสสฺส ตสฺมึ นทิยา โสเตน วุยฺหมาเน ปุริเส อนุกมฺปาย รหทสฺส รหทาทีนวสฺส จ อาจิกฺขนํ วิย ตณฺหาโสเตน วุยฺหมานสฺส สตฺตสฺส มหากรุณาย ภควโต ตณฺหาทีนํ ตทาทีนวสฺส จ วิภาวนา, ตสฺส วจนํ อสทฺทหิตฺวา อนุโสตคามิโน ตสฺส ปุริสสฺส ตสฺมึ รหเท มรณปฺปตฺติมรณมตฺตทุกฺขปฺปตฺติโย วิย ภควโต วจนํ อสมฺปฏิจฺฉนฺตสฺส อปายุปฺปตฺติ, สุคติยํ ทุกฺขุปฺปตฺติ จ, ตสฺส ปน วจนํ สทฺทหิตฺวา หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ วายามกรณํ วิย เตน จ วายาเมน ปรตีรํ ปตฺวา สุเขน ยถิจฺฉิตฏฺฐานคมนํ วิย ภควโต วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตณฺหาทีสุ อาทีนวํ ปสฺสิตฺวา ตณฺหาโสตสฺส ปฏิโสตปพฺพชฺชาทิเนกฺขมฺมวเสน วีริยารมฺโภ, อารทฺธวีริยสฺส จ เตเนว วีริยารมฺเภน ตณฺหาโสตาติกฺกมนํ นิพฺพานตีรํ ปตฺวา อรหตฺตผลสมาปตฺติวเสน ยถารุจิ สุขวิหาโรติ.
คาถาสุ สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเมติ ฌานมคฺคาธิคมตฺถํ สมถวิปสฺสนานุโยคํ กโรนฺโต ภิกฺขุ ยทิปิ เตสํ ปุพฺพภาคปฏิปทา กิจฺเฉน กสิเรน สมฺปชฺชติ, น สุเขน วีถึ โอตรติ ปุพฺพภาคภาวนาย กิเลสานํ พลวภาวโต, อินฺทฺริยานํ วา อติกฺขภาวโต. ตถา สติ สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม, ปฐมชฺฌาเนน วิกฺขมฺเภนฺโต ตติยมคฺเคน สมุจฺฉินฺทนฺโต กิเลสกาเม ปชเหยฺย. เอเตน ทุกฺขปฏิปเท ฌานมคฺเค ทสฺเสติ.
โยคกฺเขมํ อายตึ ปตฺถยาโนติ อนาคามิตํ อรหตฺตํ อิจฺฉนฺโต อากงฺขมาโน. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ยทิปิ เอตรหิ กิจฺเฉน กสิเรน ฌานปุริมมคฺเค อธิคจฺฉามิ, อิเม ปน นิสฺสาย อุปริ อรหตฺตํ อธิคนฺตฺวา กตกิจฺโจ ปหีนสพฺพทุกฺโข ภวิสฺสามีติ สหาปิ ทุกฺเขน ฌานาทีหิ กาเม ปชเหยฺยาติ. อถ วา โย กามวิตกฺกพหุโล ปุคฺคโล กลฺยาณมิตฺตสฺส วเสน ปพฺพชฺชํ สีลวิโสธนํ ฌานาทีนํ ปุพฺพภาคปฏิปตฺตึ วา ปฏิปชฺชนฺโต กิจฺเฉน กสิเรน อสฺสุมุโข โรทมาโน ตํ วิตกฺกํ วิกฺขมฺเภติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม’’ติ. โส หิ กิจฺเฉนปิ กาเม ปชหนฺโต ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนฺโต อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐเหยฺย. เตน วุตฺตํ ‘‘โยคกฺเขมํ อายตึ ปตฺถยาโน’’ติ.
สมฺมปฺปชาโนติ วิปสฺสนาสหิตาย มคฺคปญฺญาย สมฺมเทว ปชานนฺโต. สุวิมุตฺตจิตฺโตติ ตสฺส อริยมคฺคาธิคมสฺส อนนฺตรํ ผลวิมุตฺติยา สุฏฺฐุ วิมุตฺตจิตฺโต. วิมุตฺติยา ผสฺสเย ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ มคฺคผลาธิคมนกาเล วิมุตฺตึ นิพฺพานํ ผสฺสเย ผุเสยฺย ปาปุเณยฺย อธิคจฺเฉยฺย สจฺฉิกเรยฺย. อุปโยคตฺเถ หิ ‘‘วิมุตฺติยา’’ติ อิทํ สามิวจนํ. วิมุตฺติยา วา อารมฺมณภูตาย ตตฺถ ตตฺถ ตํตํผลสมาปตฺติกาเล อตฺตโน ผลจิตฺตํ ผสฺสเย ผุเสยฺย ปาปุเณยฺย, นิพฺพาโนคธาย ผลสมาปตฺติยา วิหเรยฺยาติ อตฺโถ. ส เวทคูติ โส เวทสงฺขาเตน มคฺคญาเณน จตุนฺนํ สจฺจานํ คตตฺตา ปฏิวิทฺธตฺตา เวทคู. โลกนฺตคูติ ขนฺธโลกสฺส ปริยนฺตํ คโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๑. จรสุตฺตวณฺณนา
๑๑๐. เอกาทสเม จรโตติ คจฺฉนฺตสฺส, จงฺกมนฺตสฺส วา. อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วาติ วตฺถุกาเมสุ อวีตราคตาย ตาทิเส ปจฺจเย กามปฏิสํยุตฺโต วา วิตกฺโก อุปฺปชฺชติ เจ, ยทิ อุปฺปชฺชติ. พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วาติ อาฆาตนิมิตฺตพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วา วิตกฺโก, เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปรวิเหฐนวเสน วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วา วิตกฺโก อุปฺปชฺชติ เจติ สมฺพนฺโธ. อธิวาเสตีติ ตํ ยถาวุตฺตํ กามวิตกฺกาทึ ยถาปจฺจยํ อตฺตโน จิตฺเต อุปฺปนฺนํ ‘‘อิติปายํ วิตกฺโก ปาปโก, อิติปิ อกุสโล, อิติปิ สาวชฺโช, โส จ โข อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตตี’’ติอาทินา นเยน ปจฺจเวกฺขณาย อภาวโต อธิวาเสติ อตฺตโน จิตฺตํ อาโรเปตฺวา วาเสติ เจ. อธิวาเสนฺโตเยว จ นปฺปชหติ ตทงฺคาทิปฺปหานวเสน น ปฏินิสฺสชฺชติ, ตโต เอว น วิโนเทติ อตฺตโน จิตฺตสนฺตานโต น นุทติ น นีหรติ, ตถา อวิโนทนโต น พฺยนฺตีกโรติ น วิคตนฺตํ กโรติ. อาตาปี ปหิตตฺโต ยถา เตสํ อนฺโตปิ นาวสิสฺสติ อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิ เอวํ กโรติ, อยํ ปน ตถา น กโรตีติ อตฺโถ. ตถาภูโตว น อนภาวํ คเมติ อนุ อนุ อภาวํ น คเมติ. น ปชหติ เจ, น วิโนเทติ เจติอาทินา เจ-สทฺทํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
จรนฺติ จรนฺโต. เอวํภูโตติ เอวํ กามวิตกฺกาทิปาปวิตกฺเกหิ สมงฺคีภูโต. อนาตาปี อโนตฺตาปีติ กิเลสานํ อาตาปนสฺส วีริยสฺส อภาเวน อนาตาปี, ปาปุตฺราสอาตาปนปริตาปนลกฺขณสฺส โอตฺตปฺปสฺส อภาเวน อโนตฺตาปี. สตตํ สมิตนฺติ สพฺพกาลํ นิรนฺตรํ. กุสีโต หีนวีริโยติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ ปริหายิตฺวา อกุสลปกฺเข กุจฺฉิตํ สีทนโต โกสชฺชสมนฺนาคเมน จ กุสีโต, สมฺมปฺปธานวีริยาภาเวน หีนวีริโย วีริยวิรหิโตติ วุจฺจติ กถียติ. ฐิตสฺสาติ คมนํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ติฏฺฐโต. สยนอิริยาปถสฺส วิเสสโต โกสชฺชปกฺขิกตฺตา ยถา ตํสมงฺคิโน วิตกฺกา สมฺภวนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาครสฺสา’’ติ วุตฺตํ.
สุกฺกปกฺเข ตญฺเจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นาธิวาเสตีติ อารทฺธวีริยสฺสาปิ วิหรโต อนาทิมติ สํสาเร จิรกาลภาวิเตน ตถารูปปฺปจฺจยสมาโยเคน สติสมฺโมเสน วา กามวิตกฺกาทิ อุปฺปชฺชติ เจ, ตํ ภิกฺขุ อตฺตโน จิตฺตํ อาโรเปตฺวา น วาเสติ เจ, อพฺภนฺตเร น วาเสติ เจติ อตฺโถ. อนธิวาเสนฺโต กึ กโรตีติ? ปชหติ ฉฑฺเฑติ. กึ กจวรํ วิย ปิฏเกน? น หิ, อปิจ โข ตํ วิโนเทติ นุทติ นีหรติ. กึ พลีพทฺทํ วิย ปโตเทน? น หิ, อถ โข นํ พฺยนฺตีกโรติ วิคตนฺตํ กโรติ. ยถา เตสํ อนฺโตปิ นาวสิสฺสติ อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิ, ตถา เต กโรติ. กถํ ปน เต ตถา กโรติ? อนภาวํ คเมติ อนุ อนุ อภาวํ คเมติ, วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ยถา สุวิกฺขมฺภิตา โหนฺติ ตถา เน กโรตีติ วุตฺตํ โหติ.
เอวํภูโตติอาทีสุ เอวํ กามวิตกฺกาทีนํ อนธิวาสเนน สุวิสุทฺธาสโย สมาโน ตาย จ อาสยสมฺปตฺติยา ตนฺนิมิตฺตาย จ ปโยคสมฺปตฺติยา ปริสุทฺธสีโล อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โภชเน มตฺตญฺญู สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต ชาคริยํ อนุยุตฺโต ตทงฺคาทิวเสน กิเลสานํ อาตาปนลกฺขเณน วีริเยน สมนฺนาคตตฺตา อาตาปี, สพฺพโส ปาปุตฺราเสน สมนฺนาคตตฺตา. โอตฺตาปี สตตํ รตฺตินฺทิวํ, สมิตํ นิรนฺตรํ สมถวิปสฺสนาภาวนานุโยควเสน จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานสิทฺธิยา, อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต นิพฺพานํ ปฏิเปสิตจิตฺโตติ วุจฺจติ กถียตีติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
คาถาสุ เคหนิสฺสิตนฺติ เอตฺถ เคหวาสีหิ อปริจฺจตฺตตฺตา เคหวาสีนํ สภาวตฺตา เคหธมฺมตฺตา วา เคหํ วุจฺจติ วตฺถุกาโม. อถ วา เคหปฏิพทฺธภาวโต กิเลสกามานํ นิวาสฏฺฐานภาวโต ตํวตฺถุกตฺตา วา กามวิตกฺกาทิ เคหนิสฺสิตํ นาม. กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโนติ ยสฺมา อริยมคฺคสฺส อุปฺปถภาวโต อภิชฺฌาทโย ตเทกฏฺฐธมฺมา จ กุมฺมคฺโค, ตสฺมา กามวิตกฺกาทิพหุโล ปุคฺคโล กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโน นาม. โมหเนยฺเยสุ มุจฺฉิโตติ โมหสํวตฺตนิเยสุ รูปาทีสุ มุจฺฉิโต สมฺมตฺโต อชฺโฌปนฺโน. สมฺโพธินฺติ อริยมคฺคญาณํ. ผุฏฺฐุนฺติ ผุสิตุํ ปตฺตุํ, โส ตาทิโส มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจโร อภพฺโพ, น กทาจิ ตํ ปาปุณาตีติ อตฺโถ.
วิตกฺกํ สมยิตฺวานาติ ยถาวุตฺตํ มิจฺฉาวิตกฺกํ ปฏิสงฺขานภาวนาพเลหิ วูปสเมตฺวา. วิตกฺกูปสเม รโตติ นวนฺนมฺปิ มหาวิตกฺกานํ อจฺจนฺตวูปสมภูเต อรหตฺเต นิพฺพาเน เอว วา อชฺฌาสเยน รโต อภิรโต. ภพฺโพ โส ตาทิโสติ โส ยถาวุตฺโต สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน ปุคฺคโล ปุพฺพภาเค สมถวิปสฺสนาพเลน สพฺพวิตกฺเก ยถารหํ ตทงฺคาทิวเสน วูปสเมตฺวา ฐิโต, วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺตมคฺคญาณสงฺขาตํ นิพฺพานสงฺขาตญฺจ อนุตฺตรํ สมฺโพธึ ผุฏฺฐุํ อธิคนฺตุํ ภพฺโพ สมตฺโถติ.
เอกาทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๒. สมฺปนฺนสีลสุตฺตวณฺณนา
๑๑๑. ทฺวาทสเม สมฺปนฺนสีลาติ เอตฺถ ติวิธํ สมฺปนฺนํ ปริปุณฺณสมงฺคีมธุรวเสน. เตสุ –
‘‘สมฺปนฺนํ สาลิเกทารํ, สุวา ภุญฺชนฺติ โกสิย;
ปฏิเวเทมิ เต พฺรเหฺม, น เน วาเรตุมุสฺสเห’’ติ. (ชา. ๑.๑๔.๑) –
เอตฺถ ปริปุณฺณตฺโถ สมฺปนฺนสทฺโท. ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) เอตฺถ สมงฺคิภาวตฺโถ สมฺปนฺนสทฺโท. ‘‘อิมิสฺสา, ภนฺเต, มหาปถวิยา เหฏฺฐิมตลํ สมฺปนฺนํ – เสยฺยถาปิ ขุทฺทมธุํ อนีลกํ, เอวมสฺสาท’’นฺติ (ปารา. ๑๗) เอตฺถ มธุรตฺโถ สมฺปนฺนสทฺโท. อิธ ปน ปริปุณฺณตฺเถปิ สมงฺคิภาเวปิ วฏฺฏติ, ตสฺมา สมฺปนฺนสีลาติ ปริปุณฺณสีลา หุตฺวาติปิ, สีลสมงฺคิโน หุตฺวาติปิ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ‘‘ปริปุณฺณสีลา’’ติ อิมินา อตฺเถน เขตฺตโทสวิคเมน เขตฺตปาริปูริ วิย ปริปุณฺณํ นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เขตฺตโทสวิคเมน เขตฺตปาริปูริ วิย สีลโทสวิคเมน สีลปาริปูริ วุตฺตา’’ติ. ‘‘สีลสมงฺคิโน’’ติ อิมินา ปน อตฺเถน สีเลน สมงฺคีภูตา สโมธานคตา สมนฺนาคตา หุตฺวา วิหรถาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ทฺวีหิ การเณหิ สมฺปนฺนสีลตา โหติ สีลวิปตฺติยา อาทีนวทสฺสเนน, สีลสมฺปตฺติยา อานิสํสทสฺสเนน จ. ตทุภยมฺปิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๐-๒๑) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘สมฺปนฺนสีลา’’ติ เอตฺตาวตา กิร ภควา จตุปาริสุทฺธิสีลํ อุทฺทิสิตฺวา ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุตา’’ติ อิมินา เชฏฺฐกสีลํ ทสฺเสตีติอาทินา เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. กิมสฺส อุตฺตริ กรณียนฺติ เอวํ สมฺปนฺนสีลานํ วิหรตํ ตุมฺหากํ กินฺติ สิยา อุตฺตริ กาตพฺพํ, ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ เจติ อตฺโถ.
เอวํ ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถา’’ติอาทินา สมฺปาทนูปาเยน สทฺธึ สีลสมฺปทาย ภิกฺขู นิโยเชนฺโต อเนกปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กตฺวา เทสนํ อารภิตฺวา อิทานิ ยสฺมา เอกปุคฺคลาธิฏฺฐานวเสน ปวตฺติตาปิ ภควโต เทสนา อเนกปุคฺคลาธิฏฺฐานาว โหติ สพฺพสาธารณตฺตา, ตสฺมา ตํ เอกปุคฺคลาธิฏฺฐานวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘จรโต เจปิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อภิชฺฌายติ เอตายาติ อภิชฺฌา, ปรภณฺฑาภิชฺฌายนลกฺขณสฺส โลภสฺเสตํ อธิวจนํ. พฺยาปชฺชติ ปูติภวติ จิตฺตํ เอเตนาติ พฺยาปาโท, ‘‘อนตฺถํ เม อจรี’’ติอาทินยปฺปวตฺตสฺส เอกูนวีสติอาฆาตวตฺถุวิสยสฺส โทสสฺเสตํ อธิวจนํ. อุภินฺนมฺปิ ‘‘ตตฺถ กตโม กามจฺฉนฺโท? โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท กามเสฺนโห กามปิปาสา กามปริฬาโห กามมุจฺฉา กามชฺโฌสาน’’นฺติ (ธ. ส. ๑๑๕๙), ตถา ‘‘โลโภ ลุพฺภนา ลุพฺภิตตฺตํ สาราโค สารชฺชนา สารชฺชิตตฺตํ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูล’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๓๙๑), ‘‘โทโส ทุสฺสนา ทุสฺสิตตฺตํ พฺยาปตฺติ พฺยาปชฺชนา พฺยาปชฺชิตตฺตํ วิโรโธ ปฏิวิโรโธ จณฺฑิกฺกํ อสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺสา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๔๑๘, ๑๒๓๗) จ วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ. วิคโต โหตีติ อยญฺจ อภิชฺฌา, อยญฺจ พฺยาปาโท วิคโต โหติ อปคโต, ปหีโน โหตีติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา กามจฺฉนฺทนีวรณสฺส จ พฺยาปาทนีวรณสฺส จ ปหานํ ทสฺสิตํ โหติ.
ถินมิทฺธนฺติ ถินญฺเจว มิทฺธญฺจ. เตสุ จิตฺตสฺส อกมฺมญฺญตา ถินํ, อาลสิยสฺเสตํ อธิวจนํ, เวทนาทีนํ ติณฺณํ ขนฺธานํ อกมฺมญฺญตา มิทฺธํ, ปจลายิกภาวสฺเสตํ อธิวจนํ. อุภินฺนมฺปิ ‘‘ตตฺถ กตมํ ถินํ? ยา จิตฺตสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา โอลียนา สลฺลียนา. ตตฺถ กตมํ มิทฺธํ? ยา กายสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา โอนาโห ปริโยนาโห’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๖๒-๑๑๖๓) นเยน วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ.
อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจนฺติ อุทฺธจฺจญฺเจว กุกฺกุจฺจญฺจ. ตตฺถ อุทฺธจฺจํ นาม จิตฺตสฺส อุทฺธตากาโร, กุกฺกุจฺจํ นาม อกตกลฺยาณสฺส กตปาปสฺส ตปฺปจฺจยา วิปฺปฏิสาโร. อุภินฺนมฺปิ ‘‘ตตฺถ กตมํ อุทฺธจฺจํ? ยํ จิตฺตสฺส อุทฺธจฺจํ อวูปสโม เจตโส วิกฺเขโป ภนฺตตฺตํ จิตฺตสฺสา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๖๕) วิตฺถาโร. ‘‘อกตํ วต เม กลฺยาณํ, อกตํ กุสลํ, อกตํ ภีรุตฺตานํ; กตํ ปาปํ, กตํ ลุทฺทํ, กตํ กิพฺพิส’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๘; เนตฺติ. ๑๒๐) ปวตฺติอากาโร เวทิตพฺโพ.
วิจิกิจฺฉาติ พุทฺธาทีสุ สํสโย. ตสฺสา ‘‘สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ, นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทตี’’ติอาทินา (วิภ. ๙๑๕), ‘‘ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา? ยา กงฺขา กงฺขายนา กงฺขายิตตฺตํ วิมติ วิจิกิจฺฉา เทฺวฬฺหกํ เทฺวธาปโถ สํสโย อเนกํสคฺคาโห อาสปฺปนา ปริสปฺปนา อปริโยคาหนา ฉมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๐๐๘) จ นเยน วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ อภิชฺฌาพฺยาปาทาทีนํ วิคมวเสน จ ปหานวเสน จ เตสํ วิกฺขมฺภนเมว เวทิตพฺพํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘โส อภิชฺฌํ โลเก ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรติ, อภิชฺฌาย จิตฺตํ ปริโสเธติ. พฺยาปาทปโทสํ ปหาย อพฺยาปนฺนจิตฺโต วิหรติ, พฺยาปาทปโทสา จิตฺตํ ปริโสเธติ. ถินมิทฺธํ ปหาย วิคตถินมิทฺโธ วิหรติ อาโลกสญฺญี สโต สมฺปชาโน, ถินมิทฺธา จิตฺตํ ปริโสเธติ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหาย อนุทฺธโต วิหรติ อชฺฌตฺตํ อุปสนฺตจิตฺโต อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจา จิตฺตํ ปริโสเธติ. วิจิกิจฺฉํ ปหาย ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิหรติ อกถํกถี กุสเลสุ ธมฺเมสุ, วิจิกิจฺฉาย จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติ (วิภ. ๕๐๘).
ตตฺถ ยถา นีวรณานํ ปหานํ โหติ, ตํ เวทิตพฺพํ. กถญฺจ เนสํ ปหานํ โหติ? กามจฺฉนฺทสฺส ตาว อสุภนิมิตฺเต โยนิโสมนสิกาเรน ปหานํ โหติ, สุภนิมิตฺเต อโยนิโสมนสิกาเรนสฺส อุปฺปตฺติ. เตนาห ภควา –
‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, สุภนิมิตฺตํ. ตตฺถ อโยนิโสมนสิการพหุลีกาโร อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาทาย, อุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).
เอวํ สุภนิมิตฺเต อโยนิโสมนสิกาเรน อุปฺปชฺชนฺตสฺส กามจฺฉนฺทสฺส ตปฺปฏิปกฺขโต อสุภนิมิตฺเต โยนิโสมนสิกาเรน ปหานํ โหติ. ตตฺถ อสุภนิมิตฺตํ นาม อสุภมฺปิ อสุภารมฺมณมฺปิ, โยนิโสมนสิกาโร นาม อุปายมนสิกาโร, ปถมนสิกาโร, อนิจฺเจ อนิจฺจนฺติ วา, ทุกฺเข ทุกฺขนฺติ วา, อนตฺตนิ อนตฺตาติ วา, อสุเภ อสุภนฺติ วา มนสิกาโร. ตํ ตตฺถ พหุลํ ปวตฺตยโต กามจฺฉนฺโท ปหียติ. เตนาห ภควา –