๑๐. ทุติยราคสุตฺตวณฺณนา
๖๙. ทสเม อตรีติ ติณฺโณ, น ติณฺโณ อติณฺโณ. สมุทฺทนฺติ สํสารสมุทฺทํ, จกฺขายตนาทิสมุทฺทํ วา. ตทุภยมฺปิ ทุปฺปูรณฏฺเฐน สมุทฺโท วิยาติ สมุทฺทํ. อถ วา สมุทฺทนฏฺเฐน สมุทฺทํ, กิเลสวสฺสเนน สตฺตสนฺตานสฺส กิเลสสทนโตติ อตฺโถ. สวีจินฺติ โกธูปายาสวีจีหิ สวีจึ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘วีจิภยนฺติ โข, ภิกฺขุ, โกธูปายาสสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙; ม. นิ. ๒.๑๖๒). สาวฏฺฏนฺติ ปญฺจกามคุณาวฏฺเฏหิ สห อาวฏฺฏํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อาวฏฺฏภยนฺติ โข, ภิกฺขุ, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙; ม. นิ. ๒.๑๖๔; อ. นิ. ๔.๑๒๒). สคหํ สรกฺขสนฺติ อตฺตโน โคจรคตานํ อนตฺถชนนโต จณฺฑมกรมจฺฉกจฺฉปรกฺขสสทิเสหิ วิสภาคปุคฺคเลหิ สหิตํ. ตถา จาห ‘‘สคหํ สรกฺขสนฺติ โข, ภิกฺขุ, มาตุคามสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙). อตรีติ มคฺคปญฺญานาวาย ยถาวุตฺตํ สมุทฺทํ อุตฺตริ. ติณฺโณติ นิตฺติณฺโณ. ปารงฺคโตติ ตสฺส สมุทฺทสฺส ปารํ ปรตีรํ นิโรธํ อุปคโต. ถเล ติฏฺฐตีติ ตโต เอว สํสารมโหฆํ กามาทิมโหฆญฺจ อติกฺกมิตฺวา ถเล ปรตีเร นิพฺพาเน พาหิตปาปพฺราหฺมโณ ติฏฺฐตีติ วุจฺจติ.
อิธาปิ คาถา สุกฺกปกฺขวเสเนว อาคตา. ตตฺถ อูมิภยนฺติ ยถาวุตฺตอูมิภยํ, ภายิตพฺพํ เอตสฺมาติ ตํ อูมิ ภยํ. ทุตฺตรนฺติ ทุรติกฺกมํ. อจฺจตารีติ อติกฺกมิ.
สงฺคาติโคติ ราคาทีนํ ปญฺจนฺนํ สงฺคานํ อติกฺกนฺตตฺตา ปหีนตฺตา สงฺคาติโค. อตฺถงฺคโต โส น ปมาณเมตีติ โส เอวํภูโต อรหา ราคาทีนํ ปมาณกรธมฺมานํ อจฺจนฺตเมว อตฺถํ คตตฺตา อตฺถงฺคโต, ตโต เอว สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา จ ‘‘เอทิโส สีเลน สมาธินา ปญฺญายา’’ติ เกนจิ ปมิณิตุํ อสกฺกุเณยฺโย ปมาณํ น เอติ, อถ วา อนุปาทิเสสนิพฺพานสงฺขาตํ อตฺถํ คโต โส อรหา ‘‘อิมาย นาม คติยา ฐิโต, เอทิโส จ นามโคตฺเตนา’’ติ ปมิณิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ปมาณํ น เอติ น อุปคจฺฉติ. ตโต เอว อโมหยิ มจฺจุราชํ, เตน อนุพนฺธิตุํ อสกฺกุเณยฺโยติ วทามีติ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุยาว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. อิติ อิมสฺมึ วคฺเค ปฐมปญฺจมฉฏฺเฐสุ วฏฺฏํ กถิตํ, ทุติยสตฺตมอฏฺฐเมสุ วิวฏฺฏํ, เสเสสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.