๒. ทุติยวคฺโค

๑. ปุญฺญกิริยวตฺถุสุตฺตวณฺณนา

๖๐. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม ปุญฺญกิริยวตฺถูนีติ ปุชฺชภวผลํ นิพฺพตฺเตนฺติ, อตฺตโน สนฺตานํ ปุนนฺตีติ วา ปุญฺญานิ, ปุญฺญานิ จ ตานิ เหตุปจฺจเยหิ กตฺตพฺพโต กิริยา จาติ ปุญฺญกิริยา. ตา เอว จ เตสํ เตสํ อานิสํสานํ วตฺถุภาวโต ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ. ทานมยนฺติ อนุปจฺฉินฺนภวมูลสฺส อนุคฺคหวเสน ปูชาวเสน วา อตฺตโน เทยฺยธมฺมสฺส ปเรสํ ปริจฺจาคเจตนา ทียติ เอตายาติ ทานํ, ทานเมว ทานมยํ. จีวราทีสุ หิ จตูสุ ปจฺจเยสุ อนฺนาทีสุ วา ทสสุ ทานวตฺถูสุ รูปาทีสุ วา ฉสุ อารมฺมเณสุ ตํ ตํ เทนฺตสฺส เตสํ อุปฺปาทนโต ปฏฺฐาย ปุพฺพภาเค ปริจฺจาคกาเล ปจฺฉา โสมนสฺสจิตฺเตน อนุสฺสรเณ จาติ ตีสุ กาเลสุ วุตฺตนเยน ปวตฺตเจตนา ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม.

สีลมยนฺติ นิจฺจสีลอุโปสถนิยมาทิวเสน ปญฺจ, อฏฺฐ, ทส วา สีลานิ สมาทิยนฺตสฺส สีลปูรณตฺถํ ปพฺพชิสฺสามีติ วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส ปพฺพชนฺตสฺส มโนรถํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ‘‘ปพฺพชิโต วตมฺหิ สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อาวชฺเชนฺตสฺส สทฺธาย ปาติโมกฺขํ ปริปูเรนฺตสฺส ปญฺญาย จีวราทิเก ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส สติยา อาปาถคเตสุ รูปาทีสุ จกฺขุทฺวาราทีนิ สํวรนฺตสฺส วีริเยน อาชีวํ โสเธนฺตสฺส จ ปวตฺตา เจตนา สีลตีติ สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม.

ตถา ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) วุตฺเตน วิปสฺสนามคฺเคน จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺตสฺส โสตํ, ฆานํ, ชิวฺหํ, กายํ, มนํ. รูเป…เป… ธมฺเม, จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… มโนวิญฺญาณํ. จกฺขุสมฺผสฺสํ…เป… มโนสมฺผสฺสํ, จกฺขุสมฺผสฺสชํ เวทนํ…เป… มโนสมฺผสฺสชํ เวทนํ. รูปสญฺญํ…เป… ธมฺมสญฺญํ. ชรามรณํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺตสฺส ยา เจตนา, ยา จ ปถวีกสิณาทีสุ อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ ปวตฺตา ฌานเจตนา, ยา จ อนวชฺเชสุ กมฺมายตนสิปฺปายตนวิชฺชาฏฺฐาเนสุ ปริจยมนสิการาทิวเสน ปวตฺตา เจตนา, สพฺพา ภาเวติ เอตายาติ ภาวนามยํ วุตฺตนเยน ปุญฺญกิริยวตฺถุ จาติ.

เอกเมกญฺเจตฺถ ยถารหํ ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย กาเยน กโรนฺตสฺส กายกมฺมํ โหติ, ตทตฺถํ วาจํ นิจฺฉาเรนฺตสฺส วจีกมฺมํ, กายงฺคํ วาจงฺคญฺจ อโจเปตฺวา มนสา จินฺเตนฺตสฺส มโนกมฺมํ. อนฺนาทีนิ เทนฺตสฺส จาปิ ‘‘อนฺนทานาทีนิ เทมี’’ติ วา ทานปารมึ อาวชฺเชตฺวา วา ทานกาเล ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ. วตฺตสีเส ฐตฺวา ททโต สีลมยํ, ขยโต วยโต กมฺมโต สมฺมสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ททโต ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ.

อปรานิปิ สตฺต ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ – อปจิติสหคตํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ เวยฺยาวจฺจสหคตํ ปตฺติอนุปฺปทานํ อพฺภนุโมทนํ เทสนามยํ สวนมยํ ทิฏฺฐิชุคตํ ปุญฺญกิริยวตฺถูติ. สรณคมนมฺปิ หิ ทิฏฺฐิชุคเตเนว สงฺคยฺหติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

ตตฺถ วุฑฺฒตรํ ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนปตฺตจีวรปฏิคฺคหณาภิวาทนมคฺคสมฺปทานาทิวเสน อปจายนสหคตํ เวทิตพฺพํ. วุฑฺฒตรานํ วตฺตปฏิปตฺติกรณวเสน, คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา คาเม ภิกฺขํ สมฺปาเทตฺวา อุปสํหรณวเสน ‘‘คจฺฉ ภิกฺขูนํ ปตฺตํ อาหรา’’ติ สุตฺวา เวเคน คนฺตฺวา ปตฺตาหรณาทิวเสน จ เวยฺยาวจฺจสหคตํ เวทิตพฺพํ. จตฺตาโร ปจฺจเย ทตฺวา ปุปฺผคนฺธาทีหิ รตนตฺตยสฺส ปูชํ กตฺวา อญฺญํ วา ตาทิสํ ปุญฺญํ กตฺวา ‘‘สพฺพสตฺตานํ ปตฺติ โหตู’’ติ ปริณามวเสน ปตฺติอนุปฺปทานํ เวทิตพฺพํ. ตถา ปเรหิ ทินฺนาย ปตฺติยา เกวลํ วา ปเรหิ กตํ ปุญฺญํ ‘‘สาธุ, สุฏฺฐู’’ติ อนุโมทนวเสน อพฺภนุโมทนํ เวทิตพฺพํ. อตฺตโน ปคุณธมฺมํ อปจฺจาสีสนฺโต หิตชฺฌาสเยน ปเรสํ เทเสติ – อิทํ เทสนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. ยํ ปน เอโก ‘‘เอวํ มํ ธมฺมกถิโกติ ชานิสฺสนฺตี’’ติ อิจฺฉาย ฐตฺวา ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิโต ธมฺมํ เทเสติ, ตํ น มหปฺผลํ โหติ. ‘‘อทฺธา อยํ อตฺตหิตปรหิตานํ ปฏิปชฺชนูปาโย’’ติ โยนิโสมนสิการปุเรจาริกหิตผรเณน มุทุจิตฺเตน ธมฺมํ สุณาติ, อิทํ สวนมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ. ยํ ปเนโก ‘‘อิติ มํ สทฺโธติ ชานิสฺสนฺตี’’ติ สุณาติ, ตํ น มหปฺผลํ โหติ. ทิฏฺฐิยา อุชุคมนํ ทิฏฺฐิชุคตํ, ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตสฺส สมฺมาทสฺสนสฺส เอตํ อธิวจนํ. อิทญฺหิ ปุพฺพภาเค วา ปจฺฉาภาเค วา ญาณวิปฺปยุตฺตมฺปิ อุชุกรณกาเล ญาณสมฺปยุตฺตเมว โหติ. อปเร ปนาหุ ‘‘วิชานนปชานนวเสน ทสฺสนํ ทิฏฺฐิ กุสลญฺจ วิญฺญาณํ กมฺมสฺสกตาญาณาทิ จ สมฺมาทสฺสน’’นฺติ. ตตฺถ กุสเลน วิญฺญาเณน ญาณสฺส อนุปฺปาเทปิ อตฺตนา กตปุญฺญานุสฺสรณวณฺณารหวณฺณนาทีนํ สงฺคโห, กมฺมสฺสกตาญาเณน กมฺมปถสมฺมาทิฏฺฐิยา. อิตรํ ปน ทิฏฺฐิชุคตํ สพฺเพสํ นิยมลกฺขณํ. ยญฺหิ กิญฺจิ ปุญฺญํ กโรนฺตสฺส ทิฏฺฐิยา อุชุภาเวเนว ตํ มหปฺผลํ โหติ.

อิเมสํ ปน สตฺตนฺนํ ปุญฺญกิริยวตฺถูนํ ปุริเมหิ ตีหิ ทานมยาทีหิ ปุญฺญกิริยวตฺถูหิ สงฺคโห. ตตฺถ หิ อปจายนเวยฺยาวจฺจานิ สีลมเย, ปตฺติอนุปฺปทานอพฺภนุโมทนานิ ทานมเย, ธมฺมเทสนาสวนานิ ภาวนามเย, ทิฏฺฐิชุคตํ ตีสุปิ. เตนาห ภควา –

‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ. กตมานิ ตีณิ? ทานมยํ…เป… ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถู’’ติ (อ. นิ. ๘.๓๖).

เอตฺถ จ อฏฺฐนฺนํ กามาวจรกุสลเจตนานํ วเสน ติณฺณมฺปิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนํ ปวตฺติ โหติ. ยถา หิ ปคุณํ ธมฺมํ ปริวตฺเตนฺตสฺส เอกจฺเจ อนุสนฺธึ อสลฺลกฺเขนฺตสฺเสว คจฺฉนฺติ, เอวํ ปคุณํ สมถวิปสฺสนาภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส อนฺตรนฺตรา ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนาปิ มนสิกาโร ปวตฺตติ. สพฺพํ ตํ ปน มหคฺคตกุสลเจตนานํ วเสน ภาวนามยเมว ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ, น อิตรานิ. คาถาย อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว.

ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. จกฺขุสุตฺตวณฺณนา

๖๑. ทุติเย จกฺขูนีติ จกฺขนฺตีติ จกฺขูนิ, สมวิสมํ อาจิกฺขนฺตานิ วิย ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา จกฺขนฏฺเฐน จกฺขูนิ. กิมิทํ จกฺขนํ นาม? อสฺสาทนํ, ตถา หิ วทนฺติ ‘‘มธุํ จกฺขติ พฺยญฺชนํ จกฺขตี’’ติ อิมานิ จ อารมฺมณรสํ อนุภวนฺตานิ อสฺสาเทนฺตานิ วิย โหนฺตีติ จกฺขนฏฺเฐน จกฺขูนิ. ตานิ ปน สงฺเขปโต เทฺว จกฺขูนิ – ญาณจกฺขุ, มํสจกฺขุ จาติ. เตสุ มํสจกฺขุ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ญาณจกฺขุ ทิพฺพจกฺขุ, ปญฺญาจกฺขูติ อิธ ทฺวิธา กตฺวา วุตฺตํ.

ตตฺถ ทิพฺพจกฺขูติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพํ. เทวตานญฺหิ สุจริตกมฺมนิพฺพตฺตํ ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหิ อปลิพุทฺธํ อุปกฺกิเลสวิมุตฺตตาย ทูเรปิ อารมฺมณคฺคหณสมตฺถํ ทิพฺพํ ปสาทจกฺขุ โหติ. อิทญฺจาปิ วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺตํ ญาณจกฺขุ ตาทิสเมวาติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพํ, ทิพฺพวิหารวเสน ปฏิลทฺธตฺตา อตฺตโน จ ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตา อาโลกปริคฺคเหน มหาชุติกตฺตา. ติโรกุฏฺฏาทิคตรูปทสฺสเนน มหาคติกตฺตาปิ ทิพฺพํ. ตํ สพฺพํ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุกิจฺจกรเณน จกฺขุมิวาติปิ จกฺขุ, ทิพฺพญฺจ ตํ จกฺขุ จาติ ทิพฺพจกฺขุ.

ปชานาตีติ ปญฺญา. กึ ปชานาติ? จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ปชานาตีติ โข, อาวุโส, ตสฺมา ปญฺญาติ วุจฺจติ. กิญฺจ ปชานาติ? อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๑.๔๔๙).

อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ปญฺญาปนวเสน ปญฺญา. กินฺติ ปญฺญาเปติ? อนิจฺจนฺติ ปญฺญาเปติ, ทุกฺขนฺติ ปญฺญาเปติ, อนตฺตาติ ปญฺญาเปตี’’ติ วุตฺตํ. สา ปนายํ ลกฺขณาทิโต ยถาสภาวปฏิเวธลกฺขณา, อกฺขลิตปฏิเวธลกฺขณา วา กุสลิสฺสาสขิตฺตอุสุปฏิเวโธ วิย, วิสโยภาสนรสา ปทีโป วิย, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา อรญฺญคตสุเทสโก วิย. วิเสสโต ปเนตฺถ อาสวกฺขยญาณสงฺขาตา ปญฺญา จตุสจฺจทสฺสนฏฺเฐน ปญฺญาจกฺขูติ อธิปฺเปตา. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จกฺขุํ อุทปาทิ, ญาณํ อุทปาทิ, ปญฺญา อุทปาทิ, วิชฺชา อุทปาทิ, อาโลโก อุทปาที’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕).

เอเตสุ จ มํสจกฺขุ ปริตฺตํ, ทิพฺพจกฺขุ มหคฺคตํ, อิตรํ อปฺปมาณํ. มํสจกฺขุ รูปํ, อิตรานิ อรูปานิ. มํสจกฺขุ ทิพฺพจกฺขุ จ โลกิยานิ สาสวานิ รูปวิสยานิ, อิตรํ โลกุตฺตรํ อนาสวํ จตุสจฺจวิสยํ. มํสจกฺขุ อพฺยากตํ, ทิพฺพจกฺขุ สิยา กุสลํ สิยา อพฺยากตํ, ตถา ปญฺญาจกฺขุ. มํสจกฺขุ กามาวจรํ, ทิพฺพจกฺขุ รูปาวจรํ, อิตรํ โลกุตฺตรนฺติ เอวมาทิ วิภาคา เวทิตพฺพา.

คาถาสุ อนุตฺตรนฺติ ปญฺญาจกฺขุํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ อาสวกฺขยญาณภาวโต อนุตฺตรํ. อกฺขาสิ ปุริสุตฺตโมติ ปุริสานํ อุตฺตโม อคฺโค สมฺมาสมฺพุทฺโธ เทเสสิ. อุปฺปาโทติ มํสจกฺขุสฺส ปวตฺติ. มคฺโคติ อุปาโย, ทิพฺพจกฺขุสฺส การณํ. ปกติจกฺขุมโต เอว หิ ทิพฺพจกฺขุ อุปฺปชฺชติ, ยสฺมา กสิณาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุญาณสฺส อุปฺปาทนํ, โส จ กสิณมณฺฑเล อุคฺคหนิมิตฺเตน วินา นตฺถีติ. ยโตติ ยทา. ญาณนฺติ อาสวกฺขยญาณํ. เตเนวาห ‘‘ปญฺญาจกฺขุ อนุตฺตร’’นฺติ. ยสฺส จกฺขุสฺส ปฏิลาภาติ ยสฺส อริยสฺส ปญฺญาจกฺขุสฺส อุปฺปตฺติยา ภาวนาย สพฺพสฺมา วฏฺฏทุกฺขโต ปมุจฺจติ ปริมุจฺจตีติ.

ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อินฺทฺริยสุตฺตวณฺณนา

๖๒. ตติเย อินฺทฺริยานีติ อธิปเตยฺยฏฺเฐน อินฺทฺริยานิ. ยานิ หิ สหชาตธมฺเมสุ อิสฺสรา วิย หุตฺวา เตหิ อนุวตฺติตพฺพานิ, ตานิ อินฺทฺริยานิ นาม. อปิจ อินฺโท ภควา ธมฺมิสฺสโร ปรเมน จิตฺติสฺสริเยน สมนฺนาคโต. เตน อินฺเทน สพฺพปฐมํ ทิฏฺฐตฺตา อธิคตตฺตา ปเรสญฺจ ทิฏฺฐตฺตา เทสิตตฺตา วิหิตตฺตา โคจรภาวนาเสวนาหิ ทิฏฺฐตฺตา จ อินฺทฺริยานิ. อินฺทํ วา มคฺคาธิคมสฺส อุปนิสฺสยภูตํ ปุญฺญกมฺมํ, ตสฺส ลิงฺคานีติปิ อินฺทฺริยานิ. อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยนฺติ ‘‘อนมตคฺเค สํสาเร อนญฺญาตํ อนธิคตํ อมตปทํ จตุสจฺจธมฺมเมว วา ชานิสฺสามี’’ติ ปฏิปนฺนสฺส อิมินา ปุพฺพภาเคน อุปฺปนฺนํ อินฺทฺริยํ, โสตาปตฺติมคฺคปญฺญาเยตํ อธิวจนํ. อญฺญินฺทฺริยนฺติ อาชานนอินฺทฺริยํ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อาชานาติ ปฐมมคฺคญาเณน ทิฏฺฐมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวาว ชานาตีติ อญฺญา. ยเถว หิ ปฐมมคฺคปญฺญา ทุกฺขาทีสุ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน ปวตฺตติ, ตเถว อยมฺปิ ปวตฺตตีติ อญฺญา จ สา ยถาวุตฺเตนฏฺเฐน อินฺทฺริยํ จาติ อญฺญินฺทฺริยํ. อาชานนฏฺเฐเนว อญฺญสฺส วา อริยปุคฺคลสฺส อินฺทฺริยนฺติ อญฺญินฺทฺริยํ, โสตาปตฺติผลโต ปฏฺฐาย ฉสุ ฐาเนสุ ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. อญฺญาตาวินฺทฺริยนฺติ อญฺญาตาวิโน จตูสุ สจฺเจสุ นิฏฺฐิตญาณกิจฺจสฺส ขีณาสวสฺส อุปฺปชฺชนโต อินฺทฺริยฏฺฐสมฺภวโต จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ. เอตฺถ จ ปฐมปจฺฉิมานิ ปฐมมคฺคจตุตฺถผลวเสน เอกฏฺฐานิกานิ, อิตรํ อิตรมคฺคผลวเสน ฉฏฺฐานิกนฺติ เวทิตพฺพํ.

คาถาสุ สิกฺขมานสฺสาติ อธิสีลสิกฺขาทโย สิกฺขมานสฺส ภาเวนฺตสฺส. อุชุมคฺคานุสาริโนติ อุชุมคฺโค วุจฺจติ อริยมคฺโค, อนฺตทฺวยวิวชฺชิตตฺตา ตสฺส อนุสฺสรณโต อุชุมคฺคานุสาริโน, ปฏิปาฏิยา มคฺเค อุปฺปาเทนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ขยสฺมินฺติ อนวเสสกิเลสานํ เขปนโต ขยสงฺขาเต อคฺคมคฺเค ญาณํ ปฐมํ ปุเรเยว อุปฺปชฺชติ. ตโต อญฺญา อนนฺตราติ ตโต มคฺคญาณโต อนนฺตรา อรหตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อถ วา อุชุมคฺคานุสาริโนติ ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนาทิเก วชฺเชตฺวา สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ กตฺวา ภาวนาวเสน ปวตฺตํ ปุพฺพภาคมคฺคํ อนุสฺสรนฺตสฺส อนุคจฺฉนฺตสฺส ปฏิปชฺชนฺตสฺส โคตฺรภุญาณานนฺตรํ ทิฏฺเฐกฏฺฐานํ กิเลสานํ เขปนโต ขยสฺมึ โสตาปตฺติมคฺเค ปฐมํ ญาณํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ. ตโต อญฺญา อนนฺตราติ ตโต ปฐมญาณโต อนนฺตรา อนนฺตรโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคมคฺคา อญฺญา อญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ.

ตโต อญฺญา วิมุตฺตสฺสาติ ตโต อญฺญา อญฺญินฺทฺริยโต ปจฺฉา อรหตฺตมคฺคญาณานนฺตรา อรหตฺตผเลน ปญฺญาวิมุตฺติยา อญฺญาตาวินฺทฺริเยน วิมุตฺตสฺส. ญาณํ เว โหติ ตาทิโนติ อรหตฺตผลุปฺปตฺติโต อุตฺตรกาเล อิฏฺฐานิฏฺฐาทีสุ ตาทิลกฺขณปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณํ อุปฺปชฺชติ. กถํ อุปฺปชฺชตีติ อาห ‘‘อกุปฺปา เม วิมุตฺตี’’ติ. ตสฺส อกุปฺปภาวสฺส การณํ ทสฺเสติ ‘‘ภวสํโยชนกฺขยา’’ติ.

อิทานิ ตาทิสํ ขีณาสวํ โถเมนฺโต ‘‘ส เว อินฺทฺริยสมฺปนฺโน’’ติ ตติยํ คาถมาห. ตตฺถ อินฺทฺริยสมฺปนฺโนติ ยถาวุตฺเตหิ ตีหิ โลกุตฺตรินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโต, สุทฺเธหิปิ วา ปฏิปฺปสฺสทฺธิลทฺเธหิ สทฺธาทีหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโต ปริปุณฺโณ, ตโต เอว จกฺขาทีหิ สุฏฺฐุ วูปสนฺเตหิ นิพฺพิเสวเนหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโต. เตนาห ‘‘สนฺโต’’ติ, สพฺพกิเลสปริฬาหวูปสเมน อุปสนฺโตติ อตฺโถ. สนฺติปเท รโตติ นิพฺพาเน อภิรโต อธิมุตฺโต. เอตฺถ จ ‘‘อินฺทฺริยสมฺปนฺโน’’ติ เอเตน ภาวิตมคฺคตา, ปริญฺญาตกฺขนฺธตา จสฺส ทสฺสิตา. ‘‘สนฺโต’’ติ เอเตน ปหีนกิเลสตา, ‘‘สนฺติปเท รโต’’ติ เอเตน สจฺฉิกตนิโรธตาติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อทฺธาสุตฺตวณฺณนา

๖๓. จตุตฺเถ อทฺธาติ กาลา. อตีโต อทฺธาติอาทีสุ เทฺว ปริยายา – สุตฺตนฺตปริยาโย, อภิธมฺมปริยาโย จ. ตตฺถ สุตฺตนฺตปริยาเยน ปฏิสนฺธิโต ปุพฺเพ อตีโต อทฺธา นาม, จุติโต ปจฺฉา อนาคโต อทฺธา นาม, สห จุติปฏิสนฺธีหิ ตทนนฺตรํ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา นาม. อภิธมฺมปริยาเยน อุปฺปาโท, ฐิติ, ภงฺโคติ อิเม ตโย ขเณ ปตฺวา นิรุทฺธธมฺมา อตีโต อทฺธา นาม, ตโยปิ ขเณ อสมฺปตฺตา อนาคโต อทฺธา นาม, ขณตฺตยสมงฺคิโน ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา นาม.

อปโร นโย – อยญฺหิ อตีตาทิวิภาโค อทฺธาสนฺตติสมยขณวเสน จตุธา เวทิตพฺโพ. เตสุ อทฺธาวิภาโค วุตฺโต. สนฺตติวเสน สภาคา เอกอุตุสมุฏฺฐานา, เอกาหารสมุฏฺฐานา จ ปุพฺพาปริยวเสน วตฺตมานาปิ ปจฺจุปฺปนฺนา. ตโต ปุพฺเพ วิสภาคอุตุอาหารสมุฏฺฐานา อตีตา ปจฺฉา อนาคตา. จิตฺตชา เอกวีถิเอกชวนเอกสมาปตฺติสมุฏฺฐานา ปจฺจุปฺปนฺนา นาม, ตโต ปุพฺเพ อตีตา, ปจฺฉา อนาคตา. กมฺมสมุฏฺฐานานํ ปาฏิเยกฺกํ สนฺตติวเสน อตีตาทิเภโท นตฺถิ, เตสํเยว ปน อุตุอาหารจิตฺตสมุฏฺฐานานํ อุปตฺถมฺภกวเสน ตสฺส อตีตาทิภาโว เวทิตพฺโพ. สมยวเสน เอกมุหุตฺตปุพฺพณฺหสายนฺหรตฺติทิวาทีสุ สมเยสุ สนฺตานวเสน ปวตฺตมานา ตํตํสมเย ปจฺจุปฺปนฺนา นาม, ตโต ปุพฺเพ อตีตา, ปจฺฉา อนาคตา. อยํ ตาว รูปธมฺเมสุ นโย. อรูปธมฺเมสุ ปน ขณวเสน อุปฺปาทาทิกฺขณตฺตยปริยาปนฺนา ปจฺจุปฺปนฺนา, ตโต ปุพฺเพ อตีตา, ปจฺฉา อนาคตา. อปิจ อติกฺกนฺตเหตุปจฺจยกิจฺจา อตีตา, นิฏฺฐิตเหตุกิจฺจา อนิฏฺฐิตปจฺจยกิจฺจา ปจฺจุปฺปนฺนา, อุภยกิจฺจํ อสมฺปตฺตา อนาคตา. อตฺตโน วา กิจฺจกฺขเณ ปจฺจุปฺปนฺนา, ตโต ปุพฺเพ อตีตา, ปจฺฉา อนาคตา. เอตฺถ จ ขณาทิกถาว นิปฺปริยายา, เสสา ปริยายา. อยญฺหิ อตีตาทิเภโท นาม ธมฺมานํ โหติ, น กาลสฺส. อตีตาทิเภเท ปน ธมฺเม อุปาทาย ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ กาโล อิธ เตเนว โวหาเรน อตีโตติอาทินา วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

คาถาสุ อกฺเขยฺยสญฺญิโนติ เอตฺถ อกฺขายติ, กถียติ, ปญฺญาปียตีติ อกฺเขยฺยํ, กถาวตฺถุ, อตฺถโต รูปาทโย ปญฺจกฺขนฺธา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อตีตํ วา อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย, อนาคตํ วา…เป… ปจฺจุปฺปนฺนํ วา อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๕).

ตถา –

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, รูปํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ, ‘อโหสี’ติ ตสฺส สงฺขา, ‘อโหสี’ติ ตสฺส สมญฺญา, ‘อโหสี’ติ ตสฺส ปญฺญตฺติ; น ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ, น ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๖๒) –

เอวํ วุตฺเตน นิรุตฺติปถสุตฺเตนปิ เอตฺถ อตฺโถ ทีเปตพฺโพ. เอวํ กถาวตฺถุภาเวน อกฺเขยฺยสงฺขาเต ขนฺธปญฺจเก อหนฺติ จ มมนฺติ จ เทโวติ จ มนุสฺโสติ จ อิตฺถีติ จ ปุริโสติ จ อาทินา ปวตฺตสญฺญาวเสน อกฺเขยฺยสญฺญิโน, ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ สตฺตปุคฺคลาทิสญฺญิโนติ อตฺโถ. อกฺเขยฺยสฺมึ ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหวเสน ปติฏฺฐิตา, ราคาทิวเสน วา อฏฺฐหากาเรหิ ปติฏฺฐิตา. รตฺโต หิ ราควเสน ปติฏฺฐิโต โหติ, ทุฏฺโฐ โทสวเสน, มูโฬฺห โมหวเสน, ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐิวเสน, ถามคโต อนุสยวเสน, วินิพทฺโธ มานวเสน, อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉาวเสน, วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺจวเสน ปติฏฺฐิโต โหตีติ.

อกฺเขยฺยํ อปริญฺญายาติ ตํ อกฺเขยฺยํ เตภูมกธมฺเม ตีหิ ปริญฺญาหิ อปริชานิตฺวา ตสฺส อปริชานนเหตุ. โยคมายนฺติ มจฺจุโนติ มรณสฺส โยคํ เตน สํโยคํ อุปคจฺฉนฺติ, น วิสํโยคนฺติ อตฺโถ.

อถ วา โยคนฺติ อุปายํ, เตน โยชิตํ ปสาริตํ มารเสนฏฺฐานิยํ อนตฺถชาลํ กิเลสชาลญฺจ อุปคจฺฉนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘น หิ โน สงฺครํ เตน, มหาเสเนน มจฺจุนา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๒๗๒; ชา. ๒.๒๒.๑๒๑; เนตฺติ. ๑๐๓);

เอตฺตาวตา วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิวฏฺฏํ ทสฺเสตุํ ‘‘อกฺเขยฺยญฺจ ปริญฺญายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จ-สทฺโท พฺยติเรเก, เตน อกฺเขยฺยปริชานเนน ลทฺธพฺพํ วกฺขมานเมว วิเสสํ โชเตติ. ปริญฺญายาติ วิปสฺสนาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ทุกฺขนฺติ ปริจฺฉิชฺช ชานิตฺวา, ตปฺปฏิพทฺธกิเลสปฺปหาเนน วา ตํ สมติกฺกมิตฺวา ติสฺสนฺนมฺปิ ปริญฺญานํ กิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา. อกฺขาตารํ น มญฺญตีติ สพฺพโส มญฺญนานํ ปหีนตฺตา ขีณาสโว อกฺขาตารํ น มญฺญติ, การกาทิสภาวํ กิญฺจิ อตฺตานํ น ปจฺเจตีติ อตฺโถ. ผุฏฺโฐ วิโมกฺโข มนสา, สนฺติปทมนุตฺตรนฺติ ยสฺมา สพฺพสงฺขตวิมุตฺตตฺตา ‘‘วิโมกฺโข’’ติ สพฺพกิเลสสนฺตาปวูปสมนฏฺฐานตาย ‘‘สนฺติปท’’นฺติ ลทฺธนาโม นิพฺพานธมฺโม ผุฏฺโฐ ผุสิโต ปตฺโต, ตสฺมา อกฺขาตารํ น มญฺญตีติ. อถ วา ‘‘ปริญฺญายา’’ติ ปเทน ทุกฺขสจฺจสฺส ปริญฺญาภิสมยํ สมุทยสจฺจสฺส ปหานาภิสมยญฺจ วตฺวา อิทานิ ‘‘ผุฏฺโฐ วิโมกฺโข มนสา, สนฺติปทมนุตฺตร’’นฺติ อิมินา มคฺคนิโรธานํ ภาวนาสจฺฉิกิริยาภิสมยํ วทติ. ตสฺสตฺโถ – สมุจฺเฉทวเสน สพฺพกิเลเสหิ วิมุจฺจตีติ วิโมกฺโข, อริยมคฺโค. โส ปนสฺส มคฺคจิตฺเตน ผุฏฺโฐ ผุสิโต ภาวิโต, เตเนว อนุตฺตรํ สนฺติปทํ นิพฺพานํ ผุฏฺฐํ ผุสิตํ สจฺฉิกตนฺติ.

อกฺเขยฺยสมฺปนฺโนติ อกฺเขยฺยนิมิตฺตํ วิวิธาหิ วิปตฺตีหิ อุปทฺทุเต โลเก ปหีนวิปลฺลาสตาย ตโต สุปริมุตฺโต อกฺเขยฺยปริญฺญาภินิพฺพตฺตาหิ สมฺปตฺตีหิ สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต. สงฺขาย เสวีติ ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา จีวราทิปจฺจเย สงฺขาย ปริตุเลตฺวาว เสวนสีโล, สงฺขาตธมฺมตฺตา จ อาปาถคตํ สพฺพมฺปิ วิสยํ ฉฬงฺคุเปกฺขาวเสน สงฺขาย เสวนสีโล. ธมฺมฏฺโฐติ อเสกฺขธมฺเมสุ นิพฺพานธมฺเม เอว วา ฐิโต. เวทคูติ เวทิตพฺพสฺส จตุสจฺจสฺส ปารงฺคตตฺตา เวทคู. เอวํคุโณ อรหา ภวาทีสุ กตฺถจิ อายตึ ปุนพฺภวาภาวโต มนุสฺสเทวาติ สงฺขฺยํ น อุเปติ, อปญฺญตฺติกภาวเมว คจฺฉตีติ อนุปาทาปรินิพฺพาเนน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ทุจฺจริตสุตฺตวณฺณนา

๖๔. ปญฺจเม ทุฏฺฐุ จริตานิ, ทุฏฺฐานิ วา จริตานิ ทุจฺจริตานิ. กาเยน ทุจฺจริตํ, กายโต วา ปวตฺตํ ทุจฺจริตํ กายทุจฺจริตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อิมานิ จ ทุจฺจริตานิ ปญฺญตฺติยา วา กเถตพฺพานิ กมฺมปเถหิ วา. ตตฺถ ปญฺญตฺติยา ตาว กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม กายทุจฺจริตํ, วจีทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม วจีทุจฺจริตํ, อุภยตฺถ ปญฺญตฺตสฺส วีติกฺกโม มโนทุจฺจริตนฺติ อยํ ปญฺญตฺติกถา. ปาณาติปาตาทโย ปน ติสฺโส เจตนา กายทฺวาเรปิ, วจีทฺวาเรปิ, อุปฺปนฺนา กายทุจฺจริตํ, ตถา จตสฺโส มุสาวาทาทิเจตนา วจีทุจฺจริตํ, อภิชฺฌา, พฺยาปาโท, มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา มโนทุจฺจริตนฺติ อยํ กมฺมปถกถา.

คาถายํ กมฺมปถปฺปตฺโตเยว ปาปธมฺโม กายทุจฺจริตาทิภาเวน วุตฺโตติ ตทญฺญํ ปาปธมฺมํ สงฺคณฺหิตุํ ‘‘ยญฺจญฺญํ โทสสญฺหิต’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ โทสสญฺหิตนฺติ ราคาทิกิเลสสํหิตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สุจริตสุตฺตวณฺณนา

๖๕. ฉฏฺเฐ สุฏฺฐุ จริตานิ, สุนฺทรานิ วา จริตานิ สุจริตานิ. กาเยน สุจริตํ, กายโต วา ปวตฺตํ สุจริตํ กายสุจริตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อิธาปิ ปน ปญฺญตฺติวเสน, กมฺมปถวเสน จาติ ทุวิธา กถา. ตตฺถ กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส อวีติกฺกโม กายสุจริตํ, วจีทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส อวีติกฺกโม วจีสุจริตํ, อุภยตฺถ ปญฺญตฺตสฺส อวีติกฺกโม มโนสุจริตนฺติ อยํ ปญฺญตฺติกถา. ปาณาติปาตาทีหิ ปน วิรมนฺตสฺส อุปฺปนฺนา ติสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ กายสุจริตํ, มุสาวาทาทีหิ วิรมนฺตสฺส จตสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ วจีสุจริตํ, อนภิชฺฌา, อพฺยาปาโท, สมฺมาทิฏฺฐีติ ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา มโนสุจริตนฺติ อยํ กมฺมปถกถา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. โสเจยฺยสุตฺตวณฺณนา

๖๖. สตฺตเม โสเจยฺยานีติ สุจิภาวา. กายโสเจยฺยนฺติ กายสุจริตํ, วจีมโนโสเจยฺยานิปิ วจีมโนสุจริตาเนว. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ กตมํ กายโสเจยฺยํ? ปาณาติปาตา เวรมณี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๓.๑๒๑-๑๒๒).

คาถายํ สมุจฺเฉทวเสน ปหีนสพฺพกายทุจฺจริตตฺตา กาเยน สุจีติ กายสุจิ. โสเจยฺยสมฺปนฺนนฺติ ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลสตฺตา สุปริสุทฺธาย โสเจยฺยสมฺปตฺติยา อุเปตํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. โมเนยฺยสุตฺตวณฺณนา

๖๗. อฏฺฐเม โมเนยฺยานีติ เอตฺถ อิธโลกปรโลกํ อตฺตหิตปรหิตญฺจ มุนาตีติ มุนิ, กลฺยาณปุถุชฺชเนน สทฺธึ สตฺต เสกฺขา อรหา จ. อิธ ปน อรหาว อธิปฺเปโต. มุนิโน ภาวาติ โมเนยฺยานิ, อรหโต กายวจีมโนสมาจารา.

อถ วา มุนิภาวกรา โมเนยฺยปฏิปทาธมฺมา โมเนยฺยานิ. เตสมยํ วิตฺถาโร –

‘‘ตตฺถ กตมํ กายโมเนยฺยํ? ติวิธกายทุจฺจริตสฺส ปหานํ กายโมเนยฺยํ, ติวิธํ กายสุจริตํ กายโมเนยฺยํ, กายารมฺมเณ ญาณํ กายโมเนยฺยํ, กายปริญฺญา กายโมเนยฺยํ, ปริญฺญาสหคโต มคฺโค กายโมเนยฺยํ, กายสฺมึ ฉนฺทราคปฺปหานํ กายโมเนยฺยํ, กายสงฺขารนิโรธา จตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ กายโมเนยฺยํ.

‘‘ตตฺถ กตมํ วจีโมเนยฺยํ? จตุพฺพิธวจีทุจฺจริตสฺส ปหานํ วจีโมเนยฺยํ, จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ, วาจารมฺมเณ ญาณํ, วาจาปริญฺญา, ปริญฺญาสหคโต มคฺโค, วาจาย ฉนฺทราคปฺปหานํ, วจีสงฺขารนิโรธา ทุติยชฺฌานสมาปตฺติ วจีโมเนยฺยํ.

‘‘ตตฺถ กตมํ มโนโมเนยฺยํ? ติวิธมโนทุจฺจริตสฺส ปหานํ มโนโมเนยฺยํ, ติวิธํ มโนสุจริตํ, มนารมฺมเณ ญาณํ, มโนปริญฺญา, ปริญฺญาสหคโต มคฺโค, มนสฺมึ ฉนฺทราคปฺปหานํ, จิตฺตสงฺขารนิโรธา สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ มโนโมเนยฺย’’นฺติ (มหานิ. ๑๔; จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๑).

นินฺหาตปาปกนฺติ อคฺคมคฺคชเลน สุฏฺฐุ วิกฺขาลิตปาปมลํ.

อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ปฐมราคสุตฺตวณฺณนา

๖๘. นวเม ยสฺส กสฺสจีติ อนิยมิตวจนํ, ตสฺมา ยสฺส กสฺสจิ ปุคฺคลสฺส คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา. ราโค อปฺปหีโนติ รญฺชนฏฺเฐน ราโค สมุจฺเฉทวเสน น ปหีโน, มคฺเคน อนุปฺปตฺติธมฺมตํ น อาปาทิโต. โทสโมเหสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อปายคมนียา ราคโทสโมหา ปฐมมคฺเคน, โอฬาริกา กามราคโทสา ทุติยมคฺเคน, เตเยว อนวเสสา ตติยมคฺเคน, ภวราโค อวสิฏฺฐโมโห จ จตุตฺถมคฺเคน ปหียนฺติ. เอวเมเตสุ ปหียนฺเตสุ ตเทกฏฺฐโต สพฺเพปิ กิเลสา ปหียนฺเตว. เอวเมเต ราคาทโย ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา อุปาสกสฺส วา อุปาสิกาย วา มคฺเคน อปฺปหีนา. พทฺโธ มารสฺสาติ กิเลสมาเรน พทฺโธติ วุจฺจติ. ยทคฺเคน จ กิเลสมาเรน พทฺโธ, ตทคฺเคน อภิสงฺขารมาราทีหิปิ พทฺโธเยว โหติ. ปฏิมุกฺกสฺส มารปาโสติ ปฏิมุกฺโก อสฺส อเนน อปฺปหีนกิเลเสน ปุคฺคเลน ตาเยว อปฺปหีนกิเลสตาย มารปาสสงฺขาโต กิเลโส อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน ปฏิมุกฺโก ปเวสิโต, เตน สยํ พนฺธาปิโตติ อตฺโถ. อถ วา ปฏิมุกฺโก อสฺส ภเวยฺย มารปาโส. สุกฺกปกฺเข โอมุกฺกสฺสาติ อวมุกฺโก โมจิโต อปนีโต อสฺส. เสสํ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพํ.

อิธ คาถา สุกฺกปกฺขวเสเนว อาคตา. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺส อริยปุคฺคลสฺส ราคโทสาวิชฺชา วิราชิตา อคฺคมคฺเคน นิโรธิตา, ตํ ภาวิตกายสีลจิตฺตปญฺญตาย ภาวิตตฺเตสุ อรหนฺเตสุ อญฺญตรํ อพฺภนฺตรํ เอกํ พฺรหฺมภูตํ พฺรหฺมํ วา เสฏฺฐํ อรหตฺตผลํ ปตฺตํ. ยถา อญฺเญ ขีณาสวา ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติสมนฺนาคตา หุตฺวา อาคตา, ยถา จ เต อนฺตทฺวยรหิตาย สีลสมาธิปญฺญากฺขนฺธสหคตาย มชฺฌิมาย ปฏิปทาย นิพฺพานํ คตา อธิคตา. ยถา วา เต ขนฺธาทีนํ ตถลกฺขณํ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌึสุ, ยถา จ เต ตถธมฺเม ทุกฺขาทโย อวิปรีตโต อพฺภญฺญึสุ, รูปาทิเก จ วิสเย ยถา เต ทิฏฺฐมตฺตาทิวเสเนว ปสฺสึสุ, ยถา วา ปน เต อฏฺฐ อนริยโวหาเร วชฺเชตฺวา อริยโวหารวเสเนว ปวตฺตวาจา, วาจานุรูปญฺจ ปวตฺตกายา, กายานุรูปญฺจ ปวตฺตวาจา, ตถา อยมฺปิ อริยปุคฺคโลติ ตถาคตํ, จตุสจฺจพุทฺธตาย พุทฺธํ, ปุคฺคลเวรํ กิเลสเวรํ อตฺตานุวาทาทิภยญฺจ อติกฺกนฺตนฺติ เวรภยาตีตํ. สพฺเพสํ กิเลสาภิสงฺขาราทีนํ ปหีนตฺตา สพฺพปฺปหายินํ พุทฺธาทโย อริยา อาหุ กเถนฺติ กิตฺเตนฺตีติ.

นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทุติยราคสุตฺตวณฺณนา

๖๙. ทสเม อตรีติ ติณฺโณ, น ติณฺโณ อติณฺโณ. สมุทฺทนฺติ สํสารสมุทฺทํ, จกฺขายตนาทิสมุทฺทํ วา. ตทุภยมฺปิ ทุปฺปูรณฏฺเฐน สมุทฺโท วิยาติ สมุทฺทํ. อถ วา สมุทฺทนฏฺเฐน สมุทฺทํ, กิเลสวสฺสเนน สตฺตสนฺตานสฺส กิเลสสทนโตติ อตฺโถ. สวีจินฺติ โกธูปายาสวีจีหิ สวีจึ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘วีจิภยนฺติ โข, ภิกฺขุ, โกธูปายาสสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙; ม. นิ. ๒.๑๖๒). สาวฏฺฏนฺติ ปญฺจกามคุณาวฏฺเฏหิ สห อาวฏฺฏํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อาวฏฺฏภยนฺติ โข, ภิกฺขุ, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙; ม. นิ. ๒.๑๖๔; อ. นิ. ๔.๑๒๒). สคหํ สรกฺขสนฺติ อตฺตโน โคจรคตานํ อนตฺถชนนโต จณฺฑมกรมจฺฉกจฺฉปรกฺขสสทิเสหิ วิสภาคปุคฺคเลหิ สหิตํ. ตถา จาห ‘‘สคหํ สรกฺขสนฺติ โข, ภิกฺขุ, มาตุคามสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙). อตรีติ มคฺคปญฺญานาวาย ยถาวุตฺตํ สมุทฺทํ อุตฺตริ. ติณฺโณติ นิตฺติณฺโณ. ปารงฺคโตติ ตสฺส สมุทฺทสฺส ปารํ ปรตีรํ นิโรธํ อุปคโต. ถเล ติฏฺฐตีติ ตโต เอว สํสารมโหฆํ กามาทิมโหฆญฺจ อติกฺกมิตฺวา ถเล ปรตีเร นิพฺพาเน พาหิตปาปพฺราหฺมโณ ติฏฺฐตีติ วุจฺจติ.

อิธาปิ คาถา สุกฺกปกฺขวเสเนว อาคตา. ตตฺถ อูมิภยนฺติ ยถาวุตฺตอูมิภยํ, ภายิตพฺพํ เอตสฺมาติ ตํ อูมิ ภยํ. ทุตฺตรนฺติ ทุรติกฺกมํ. อจฺจตารีติ อติกฺกมิ.

สงฺคาติโคติ ราคาทีนํ ปญฺจนฺนํ สงฺคานํ อติกฺกนฺตตฺตา ปหีนตฺตา สงฺคาติโค. อตฺถงฺคโต โส น ปมาณเมตีติ โส เอวํภูโต อรหา ราคาทีนํ ปมาณกรธมฺมานํ อจฺจนฺตเมว อตฺถํ คตตฺตา อตฺถงฺคโต, ตโต เอว สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา จ ‘‘เอทิโส สีเลน สมาธินา ปญฺญายา’’ติ เกนจิ ปมิณิตุํ อสกฺกุเณยฺโย ปมาณํ น เอติ, อถ วา อนุปาทิเสสนิพฺพานสงฺขาตํ อตฺถํ คโต โส อรหา ‘‘อิมาย นาม คติยา ฐิโต, เอทิโส จ นามโคตฺเตนา’’ติ ปมิณิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ปมาณํ น เอติ น อุปคจฺฉติ. ตโต เอว อโมหยิ มจฺจุราชํ, เตน อนุพนฺธิตุํ อสกฺกุเณยฺโยติ วทามีติ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุยาว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. อิติ อิมสฺมึ วคฺเค ปฐมปญฺจมฉฏฺเฐสุ วฏฺฏํ กถิตํ, ทุติยสตฺตมอฏฺฐเมสุ วิวฏฺฏํ, เสเสสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.