๓. ตติยวคฺโค
๑. มิจฺฉาทิฏฺฐิกสุตฺตวณฺณนา
๗๐. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ทิฏฺฐา มยาติ มยา ทิฏฺฐา, มม สมนฺตจกฺขุนา ทิพฺพจกฺขุนา จาติ ทฺวีหิปิ จกฺขูหิ ทิฏฺฐา ปจฺจกฺขโต วิทิตา. เตน อนุสฺสวาทึ ปฏิกฺขิปติ, อยญฺจ อตฺโถ อิทาเนว ปาฬิยํ อาคมิสฺสติ. กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตาติ กายทุจฺจริเตน สมงฺคีภูตา. อริยานํ อุปวาทกาติ พุทฺธาทีนํ อริยานํ อนฺตมโส คิหิโสตาปนฺนานมฺปิ คุณปริธํสเนน อภูตพฺภกฺขาเนน อุปวาทกา อกฺโกสกา ครหกา. มิจฺฉาทิฏฺฐิกาติ วิปรีตทสฺสนา. มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานาติ มิจฺฉาทสฺสนเหตุ สมาทินฺนนานาวิธกมฺมา เย จ, มิจฺฉาทิฏฺฐิมูลเกสุ กายกมฺมาทีสุ อญฺเญปิ สมาทเปนฺติ. เอตฺถ จ วจีมโนทุจฺจริตคฺคหเณเนว อริยูปวาทมิจฺฉาทิฏฺฐีสุ คหิตาสุ ปุนวจนํ มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ เนสํ. มหาสาวชฺโช หิ อริยูปวาโท อานนฺตริยสทิโส. ยถาห –
‘‘เสยฺยถาปิ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน, สมาธิสมฺปนฺโน, ปญฺญาสมฺปนฺโน, ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย; เอวํสมฺปทมิทํ, สาริปุตฺต, วทามิ ตํ วาจํ อปฺปหาย, ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย, ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๙).
มิจฺฉาทิฏฺฐิโต จ มหาสาวชฺชตรํ นาม อญฺญํ นตฺถิ. ยถาห –
‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ มหาสาวชฺชตรํ ยถยิทํ, ภิกฺขเว, มิจฺฉาทิฏฺฐิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ, ภิกฺขเว, วชฺชานี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐).
ตํ โข ปนาติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส อตฺตปจฺจกฺขภาวํ ทฬฺหตรํ กตฺวา ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ตมฺปิ สุวิญฺเญยฺยเมว.
คาถาสุ มิจฺฉา มนํ ปณิธายาติ อภิชฺฌาทีนํ วเสน จิตฺตํ อโยนิโส ฐเปตฺวา. มิจฺฉา วาจญฺจ ภาสิยาติ มิจฺฉา มุสาวาทาทิวเสน วาจํ ภาสิตฺวา. มิจฺฉา กมฺมานิ กตฺวานาติ ปาณาติปาตาทิวเสน กายกมฺมานิ กตฺวา. อถ วา มิจฺฉา มนํ ปณิธายาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสน จิตฺตํ วิปรีตํ ฐเปตฺวา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อิทานิสฺส ตถา ทุจฺจริตจรเณ การณํ ทสฺเสติ อปฺปสฺสุโตติ, อตฺตโน ปเรสญฺจ หิตาวเหน สุเตน วิรหิโตติ อตฺโถ. อปุญฺญกโรติ ตโต เอว อริยธมฺมสฺส อโกวิทตาย กิพฺพิสการี ปาปธมฺโม. อปฺปสฺมึ อิธ ชีวิเตติ อิธ มนุสฺสโลเก ชีวิเต อติปริตฺเต. ตถา จาห ‘‘โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ (ที. นิ. ๒.๙๓; สํ. นิ. ๑.๑๔๕), ‘‘อปฺปมายุ มนุสฺสาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๔๕; มหานิ. ๑๐) จ. ตสฺมา พหุสฺสุโต สปฺปญฺโญ สีฆํ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคูปโค นิพฺพานปติฏฺโฐ วา โหติ. โย ปน อปฺปสฺสุโต อปุญฺญกโร, กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ นิรยํ โส อุปปชฺชตีติ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สมฺมาทิฏฺฐิกสุตฺตวณฺณนา
๗๑. ทุติเย ปฐมสุตฺเต วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. นิสฺสรณิยสุตฺตวณฺณนา
๗๒. ตติเย นิสฺสรณิยาติ นิสฺสรณปฏิสํยุตฺตา. ธาตุโยติ สตฺตสุญฺญสภาวา. กามานนฺติ กิเลสกามานญฺเจว วตฺถุกามานญฺจ. อถ วา กามานนฺติ กิเลสกามานํ. กิเลสกามโต หิ นิสฺสรณา วตฺถุกาเมหิปิ นิสฺสรณํเยว โหติ, น อญฺญถา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,
สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม;
ติฏฺฐนฺติ จิตฺรานิ ตเถว โลเก,
อเถตฺถ ธีรา วินยนฺติ ฉนฺท’’นฺติ. (อ. นิ. ๖.๖๓);
นิสฺสรณนฺติ อปคโม. เนกฺขมฺมนฺติ ปฐมชฺฌานํ, วิเสสโต ตํ อสุภารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ. โย ปน ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา ตติยมคฺคํ ปตฺวา อนาคามิมคฺเคน นิพฺพานํ สจฺฉิกโรติ, ตสฺส จิตฺตํ อจฺจนฺตเมว กาเมหิ นิสฺสฏนฺติ อิทํ อุกฺกฏฺฐโต กามานํ นิสฺสรณํ เวทิตพฺพํ. รูปานนฺติ รูปธมฺมานํ, วิเสเสน สทฺธึ อารมฺมเณหิ กุสลวิปากกิริยาเภทโต สพฺเพสํ รูปาวจรธมฺมานํ. อารุปฺปนฺติ อรูปาวจรชฺฌานํ. เกจิ ปน ‘‘กามาน’’นฺติ ปทสฺส ‘‘สพฺเพสํ กามาวจรธมฺมาน’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. ‘‘เนกฺขมฺม’’นฺติ จ ‘‘ปญฺจ รูปาวจรชฺฌานานี’’ติ. ตํ อฏฺฐกถาสุ นตฺถิ, น ยุชฺชติ จ. ภูตนฺติ ชาตํ. สงฺขตนฺติ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ การณโต นิพฺพตฺตํ. ตีหิปิ ปเทหิ เตภูมเก ธมฺเม อนวเสสโต ปริยาทิยติ. นิโรโธติ นิพฺพานํ. เอตฺถ จ ปฐมาย ธาตุยา กามปริญฺญา วุตฺตา, ทุติยาย รูปปริญฺญา, ตติยาย สพฺพสงฺขตปริญฺญา สพฺพภวสมติกฺกโม วุตฺโต.
คาถาสุ กามนิสฺสรณํ ญตฺวาติ ‘‘อิทํ กามนิสฺสรณํ – เอวญฺจ กามโต นิสฺสรณ’’นฺติ ชานิตฺวา. อติกฺกมติ เอเตนาติ อติกฺกโม, อติกฺกมนูปาโย, ตํ อติกฺกมํ อารุปฺปํ ญตฺวา. สพฺเพ สงฺขารา สมนฺติ วูปสมนฺติ เอตฺถาติ สพฺพสงฺขารสมโถ, นิพฺพานํ, ตํ ผุสํ ผุสนฺโต. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สนฺตตรสุตฺตวณฺณนา
๗๓. จตุตฺเถ รูเปหีติ รูปาวจรธมฺเมหิ. สนฺตตราติ อติสเยน สนฺตา. รูปาวจรธมฺมา หิ กิเลสวิกฺขมฺภนโต วิตกฺกาทิโอฬาริกงฺคปฺปหานโต สมาธิภูมิภาวโต จ สนฺตา นาม, อารุปฺปา ปน เตหิปิ องฺคสนฺตตาย เจว อารมฺมณสนฺตตาย จ อติสเยน สนฺตวุตฺติกา, เตน สนฺตตราติ วุตฺตา. นิโรโธติ นิพฺพานํ. สงฺขาราวเสสสุขุมภาวปฺปตฺติโตปิ หิ จตุตฺถารุปฺปโต ผลสมาปตฺติโยว สนฺตตรา กิเลสทรถปฏิปสฺสทฺธิโต นิพฺพานารมฺมณโต จ, กิมงฺคํ ปน สพฺพสงฺขารสมโถ นิพฺพานํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อารุปฺเปหิ นิโรโธ สนฺตตโร’’ติ.
คาถาสุ รูปูปคาติ รูปภวูปคา. รูปภโว หิ อิธ รูปนฺติ วุตฺโต, ‘‘รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติอาทีสุ วิย. อรูปฏฺฐายิโนติ อรูปาวจรา. นิโรธํ อปฺปชานนฺตา, อาคนฺตาโร ปุนพฺภวนฺติ เอเตน รูปารูปาวจรธมฺเมหิ นิโรธสฺส สนฺตภาวเมว ทสฺเสติ. อรูเปสุ อสณฺฐิตาติ อรูปราเคน อรูปภเวสุ อปฺปติฏฺฐหนฺตา, เตปิ ปริชานนฺตาติ อตฺโถ. นิโรเธ เย วิมุจฺจนฺตีติ เอตฺถ เยติ นิปาตมตฺตํ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๗๔. ปญฺจเม ปุตฺตาติ อตฺรชา โอรสปุตฺตา, ทินฺนกาทโยปิ วา. สนฺโตติ ภวนฺตา สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ อิมสฺมึ โลเก อุปลพฺภมานา. อตฺถิภาเวน สนฺโต, ปากฏภาเวน วิชฺชมานา. อติชาโตติ อตฺตโน คุเณหิ มาตาปิตโร อติกฺกมิตฺวา ชาโต, เตหิ อธิกคุโณติ อตฺโถ. อนุชาโตติ คุเณหิ มาตาปิตูนํ อนุรูโป หุตฺวา ชาโต, เตหิ สมานคุโณติ อตฺโถ. อวชาโตติ คุเณหิ มาตาปิตูนํ อธโม หุตฺวา ชาโต, เตหิ หีนคุโณติ อตฺโถ. เยหิ ปน คุเณหิ ยุตฺโต มาตาปิตูนํ อธิโก สโม หีโนติ จ อธิปฺเปโต, เต วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อติชาโต โหตี’’ติ กเถตุกมฺยตาย ปุจฺฉํ กตฺวา ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ปุตฺตสฺสา’’ติอาทินา นิทฺเทโส อารทฺโธ.
ตตฺถ น พุทฺธํ สรณํ คตาติอาทีสุ พุทฺโธติ สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณนิมิตฺตานุตฺตรวิโมกฺขาธิคมปริภาวิตํ ขนฺธสนฺตานํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานํ วา สจฺจาภิสมฺโพธึ อุปาทาย ปญฺญตฺติโก สตฺตาติสโย พุทฺโธ. ยถาห –
‘‘พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, พเลสุ จ วสีภาว’’นฺติ (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๑) –
อยํ ตาว อตฺถโต พุทฺธวิภาวนา.
พฺยญฺชนโต ปน สวาสนาย กิเลสนิทฺทาย อจฺจนฺตวิคเมน พุทฺธวา ปฏิพุทฺธวาติ พุทฺโธ, พุทฺธิยา วา วิกสิตภาเวน พุทฺธวา วิพุทฺธวาติ พุทฺโธ, พุชฺฌิตาติ พุทฺโธ, โพเธตาติ พุทฺโธติ เอวมาทินา นเยน เวทิตพฺโพ. ยถาห –
‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ, สพฺพญฺญุตาย พุทฺโธ, สพฺพทสฺสาวิตาย พุทฺโธ, อนญฺญเนยฺยตาย พุทฺโธ, วิสวิตาย พุทฺโธ, ขีณาสวสงฺขาเตน พุทฺโธ, นิรุปกฺกิเลสสงฺขาเตน พุทฺโธ, เอกนฺตวีตราโคติ พุทฺโธ, เอกนฺตวีตโทโสติ พุทฺโธ, เอกนฺตวีตโมโหติ พุทฺโธ, เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ พุทฺโธ, เอกายนมคฺคํ คโตติ พุทฺโธ, เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ พุทฺโธ, อพุทฺธิวิหตตฺตา พุทฺธิปฏิลาภาติ พุทฺโธ, พุทฺโธติ เจตํ นามํ น มาตรา กตํ, น ปิตรา กตํ, น ภาตรา กตํ, น ภคินิยา กตํ, น มิตฺตามจฺเจหิ กตํ, น ญาติสาโลหิเตหิ กตํ, น สมณพฺราหฺมเณหิ กตํ, น เทวตาหิ กตํ, อถ โข วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ โพธิยา มูเล สห สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปฏิลาภา สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ, ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒).
หึสตีติ สรณํ, สพฺพํ อนตฺถํ อปายทุกฺขํ สพฺพํ สํสารทุกฺขํ หึสติ วินาเสติ วิทฺธํเสตีติ อตฺโถ. สรณํ คตาติ ‘‘พุทฺโธ ภควา อมฺหากํ สรณํ คติ ปรายณํ ปฏิสรณํ อฆสฺส หนฺตา หิตสฺส วิธาตา’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน พุทฺธํ ภควนฺตํ คจฺฉาม ภชาม เสวาม ปยิรุปาสาม. เอวํ วา ชานาม พุชฺฌามาติ เอวํ คตา อุปคตา พุทฺธํ สรณํ คตา. ตปฺปฏิกฺเขเปน น พุทฺธํ สรณํ คตา.
ธมฺมํ สรณํ คตาติ อธิคตมคฺเค สจฺฉิกตนิโรเธ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จตูสุ อปาเยสุ อปตมาเน กตฺวา ธาเรตีติ ธมฺโม. โส อตฺถโต อริยมคฺโค เจว นิพฺพานญฺจ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ วิตฺถาโร (อ. นิ. ๔.๓๔).
น เกวลญฺจ อริยมคฺคนิพฺพานานิ เอว, อปิจ โข อริยผเลหิ สทฺธึ ปริยตฺติธมฺโม จ. วุตฺตเญฺหตํ ฉตฺตมาณวกวิมาเน –
‘‘ราควิราคมเนชมโสกํ,
ธมฺมมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ;
มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ,
ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. (วิ. ว. ๘๘๗);
ตตฺถ หิ ราควิราโคติ มคฺโค กถิโต, อเนชมโสกนฺติ ผลํ, ธมฺมสงฺขตนฺติ นิพฺพานํ, อปฺปฏิกูลํ มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตนฺติ ปิฏกตฺตเยน วิภตฺตา สพฺพธมฺมกฺขนฺธา กถิตา. ตํ ธมฺมํ วุตฺตนเยน สรณนฺติ คตา ธมฺมํ สรณํ คตา. ตปฺปฏิกฺเขเปน น ธมฺมํ สรณํ คตา.
ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตน สํหโตติ สงฺโฆ. โส อตฺถโต อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูโห. วุตฺตเญฺหตํ ตสฺมึ เอว วิมาเน –
‘‘ยตฺถ จ ทินฺน มหปฺผลมาหุ,
จตูสุ สุจีสุ ปุริสยุเคสุ;
อฏฺฐ จ ปุคฺคล ธมฺมทสา เต,
สงฺฆมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. (วิ. ว. ๘๘๘);
ตํ สงฺฆํ วุตฺตนเยน สรณนฺติ คตา สงฺฆํ สรณํ คตา. ตปฺปฏิกฺเขเปน น สงฺฆํ สรณํ คตาติ.
เอตฺถ จ สรณคมนโกสลฺลตฺถํ สรณํ สรณคมนํ, โย จ สรณํ คจฺฉติ สรณคมนปฺปเภโท, ผลํ, สํกิเลโส, เภโท, โวทานนฺติ อยํ วิธิ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ปทตฺถโต ตาว หึสตีติ สรณํ, สรณคตานํ เตเนว สรณคมเนน ภยํ สนฺตาสํ ทุกฺขํ ทุคฺคตึ ปริกิเลสํ หนติ วินาเสตีติ อตฺโถ, รตนตฺตยสฺเสตํ อธิวจนํ. อถ วา หิเต ปวตฺตเนน อหิตา นิวตฺตเนน จ สตฺตานํ ภยํ หึสตีติ พุทฺโธ สรณํ, ภวกนฺตารโต อุตฺตารเณน อสฺสาสทาเนน จ ธมฺโม, อปฺปกานมฺปิ การานํ วิปุลผลปฏิลาภกรเณน สงฺโฆ. ตสฺมา อิมินาปิ ปริยาเยน รตนตฺตยํ สรณํ. ตปฺปสาทตคฺครุตาหิ วิหตกิเลโส ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ. ตํสมงฺคิสตฺโต สรณํ คจฺฉติ, วุตฺตปฺปกาเรน จิตฺตุปฺปาเทน ‘‘เอตานิ เม ตีณิ รตนานิ สรณํ, เอตานิ ปรายณ’’นฺติ เอวํ อุเปตีติ อตฺโถ. เอวํ ตาว สรณํ สรณคมนํ, โย จ สรณํ คจฺฉตีติ อิทํ ตยํ เวทิตพฺพํ.
ปเภทโต ปน ทุวิธํ สรณคมนํ – โลกิยํ, โลกุตฺตรญฺจ. ตตฺถ โลกุตฺตรํ ทิฏฺฐสจฺจานํ มคฺคกฺขเณ สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทน อารมฺมณโต นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา กิจฺจโต สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌติ, โลกิยํ ปุถุชฺชนานํ สรณคมนุปกฺกิเลสวิกฺขมฺภเนน อารมฺมณโต พุทฺธาทิคุณารมฺมณํ หุตฺวา อิชฺฌติ. ตํ อตฺถโต พุทฺธาทีสุ วตฺถูสุ สทฺธาปฏิลาโภ, สทฺธามูลิกา จ สมฺมาทิฏฺฐิ ทสสุ ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ ทิฏฺฐิชุกมฺมนฺติ วุจฺจติ.
ตยิทํ จตุธา ปวตฺตติ – อตฺตสนฺนิยฺยาตเนน, ตปฺปรายณตาย, สิสฺสภาวูปคมเนน, ปณิปาเตนาติ. ตตฺถ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ อตฺตานํ พุทฺธสฺส นิยฺยาเตมิ, ธมฺมสฺส, สงฺฆสฺสา’’ติ เอวํ พุทฺธาทีนํ อตฺตปริจฺจชนํ. ตปฺปรายณํ นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ พุทฺธปรายโณ, ธมฺมปรายโณ, สงฺฆปรายโณ อิติ มํ ธาเรหี’’ติ เอวํ ตปฺปฏิสรณภาโว ตปฺปรายณตา. สิสฺสภาวูปคมนํ นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ พุทฺธสฺส อนฺเตวาสิโก, ธมฺมสฺส, สงฺฆสฺส อิติ มํ ธาเรตู’’ติ เอวํ สิสฺสภาวสฺส อุปคมนํ. ปณิปาโต นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมํ พุทฺธาทีนํ เอว ติณฺณํ วตฺถูนํ กโรมิ อิติ มํ ธาเรตู’’ติ เอวํ พุทฺธาทีสุ ปรมนิปจฺจกาโร. อิเมสญฺหิ จตุนฺนํ อาการานํ อญฺญตรํ กโรนฺเตน คหิตํ เอว โหติ สรณคมนํ.
อปิจ ‘‘ภควโต อตฺตานํ ปริจฺจชามิ, ธมฺมสฺส, สงฺฆสฺส อตฺตานํ ปริจฺจชามิ, ชีวิตํ ปริจฺจชามิ, ปริจฺจตฺโต เอว เม อตฺตา ชีวิตญฺจ, ชีวิตปริยนฺติกํ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, พุทฺโธ เม สรณํ ตาณํ เลณ’’นฺติ เอวมฺปิ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ เวทิตพฺพํ. ‘‘สตฺถารญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ, ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยํ; สุคตญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ, ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยํ; สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ; ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) เอวํ มหากสฺสปตฺเถรสฺส สรณคมนํ วิย สิสฺสภาวูปคมนํ ทฏฺฐพฺพํ.
‘‘โส อหํ วิจริสฺสามิ, คามา คามํ ปุรา ปุรํ;
นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ, ธมฺมสฺส จ สุธมฺมต’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๙๔) –
เอวํ อาฬวกาทีนํ สรณคมนํ วิย ตปฺปรายณตา เวทิตพฺพา. ‘‘อถ โข, พฺรหฺมายุ, พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควโต ปาทานิ มุเขน จ ปริจุมฺพติ, ปาณีหิ จ ปริสมฺพาหติ, นามญฺจ สาเวติ ‘พฺรหฺมายุ อหํ, โภ โคตม, พฺราหฺมโณ, พฺรหฺมายุ อหํ, โภ โคตม, พฺราหฺมโณ’’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๙๔) เอวํ ปณิปาโต ทฏฺฐพฺโพ.
โส ปเนส ญาติภยาจริยทกฺขิเณยฺยวเสน จตุพฺพิโธ โหติ. ตตฺถ ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตน สรณคมนํ โหติ, น อิตเรหิ. เสฏฺฐวเสเนว หิ สรณํ คยฺหติ, เสฏฺฐวเสน ภิชฺชติ. ตสฺมา โย ‘‘อยเมว โลเก สพฺพสตฺตุตฺตโม อคฺคทกฺขิเณยฺโย’’ติ วนฺทติ, เตเนว สรณํ คหิตํ โหติ, น ญาติภยาจริยสญฺญาย วนฺทนฺเตน. เอวํ คหิตสรณสฺส อุปาสกสฺส วา อุปาสิกาย วา อญฺญติตฺถิเยสุ ปพฺพชิตมฺปิ ‘‘ญาตโก เม อย’’นฺติ วนฺทโต สรณํ น ภิชฺชติ, ปเคว อปพฺพชิตํ. ตถา ราชานํ ภเยน วนฺทโต. โส หิ รฏฺฐปูชิตตฺตา อวนฺทิยมาโน อนตฺถมฺปิ กเรยฺยาติ. ตถา ยํกิญฺจิ สิปฺปํ สิกฺขาปกํ ติตฺถิยมฺปิ ‘‘อาจริโย เม อย’’นฺติ วนฺทโตปิ น ภิชฺชติ. เอวํ สรณคมนสฺส ปเภโท เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ โลกุตฺตรสฺส สรณคมนสฺส จตฺตาริ สามญฺญผลานิ วิปากผลํ, สพฺพทุกฺขกฺขโย อานิสํสผลํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ, สงฺฆญฺจ สรณํ คโต;
จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ.
‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;
อริยํ จฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.
‘‘เอตํ โข สรณํ เขมํ, เอตํ สรณมุตฺตมํ;
เอตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๙๐-๑๙๒);
อปิจ นิจฺจโต อนุปคมนาทีนิปิ เอตสฺส อานิสํสผลํ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺย, สุขโต อุปคจฺเฉยฺย, กญฺจิ ธมฺมํ อตฺตโต อุปคจฺเฉยฺย, มาตรํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, ปิตรํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, ทุฏฺฐจิตฺโต ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย, สงฺฆํ ภินฺเทยฺย, อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิเสยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๗-๑๒๘; อ. นิ. ๑.๒๖๘-๒๗๖; วิภ. ๘๐๙).
โลกิยสฺส ปน สรณคมนสฺส ภวสมฺปทาปิ โภคสมฺปทาปิ ผลเมว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เย เกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส,
น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ;
ปหาย มานุสํ เทหํ,
เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๓๗);
อปรมฺปิ วุตฺตํ –
‘‘อถ โข สกฺโก เทวานมินฺโท อสีติยา เทวตาสหสฺเสหิ สทฺธึ เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมิ…เป… เอกมนฺตํ ฐิตํ โข สกฺกํ เทวานมินฺทํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ – ‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, พุทฺธํ สรณคมนํ โหติ. พุทฺธํ สรณคมนเหตุ โข, เทวานมินฺท, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. เต อญฺเญ เทเว ทสหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหนฺติ – ทิพฺเพน อายุนา, ทิพฺเพน วณฺเณน, ทิพฺเพน สุเขน, ทิพฺเพน ยเสน, ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน, ทิพฺเพหิ รูเปหิ, ทิพฺเพหิ สทฺเทหิ, ทิพฺเพหิ คนฺเธหิ, ทิพฺเพหิ รเสหิ, ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหิ…เป… ธมฺมํ, สงฺฆํ…เป… โผฏฺฐพฺเพหี’’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑).
เวลามสุตฺตาทิวเสนปิ (อ. นิ. ๙.๒๐) สรณคมนสฺส ผลวิเสโส เวทิตพฺโพ. เอวํ สรณคมนสฺส ผลํ เวทิตพฺพํ.
โลกิยสรณคมนญฺเจตฺถ ตีสุ วตฺถูสุ อญฺญาณสํสยมิจฺฉาญาณาทีหิ สํกิลิสฺสติ, น มหาชุติกํ โหติ น มหาวิปฺผารํ. โลกุตฺตรสฺส ปน สํกิเลโส นตฺถิ. โลกิยสฺส จ สรณคมนสฺส ทุวิโธ เภโท – สาวชฺโช, อนวชฺโช จ. ตตฺถ สาวชฺโช อญฺญสตฺถาราทีสุ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีหิ โหติ, โส อนิฏฺฐผโล. อนวชฺโช กาลกิริยาย, โส อวิปากตฺตา อผโล. โลกุตฺตรสฺส ปน เนวตฺถิ เภโท. ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก อญฺญํ สตฺถารํ น อุทฺทิสตีติ เอวํ สรณคมนสฺส สํกิเลโส จ เภโท จ เวทิตพฺโพ.
โวทานมฺปิ จ โลกิยสฺเสว ยสฺส หิ สํกิเลโส, ตสฺเสว ตโต โวทาเนน ภวิตพฺพํ. โลกุตฺตรํ ปน นิจฺจโวทานเมวาติ.
ปาณาติปาตาติ เอตฺถ ปาณสฺส สรเสเนว ปตนสภาวสฺส อนฺตรา เอว อติปาตนํ อติปาโต, สณิกํ ปติตุํ อทตฺวา สีฆํ ปาตนนฺติ อตฺโถ. อติกฺกมฺม วา สตฺถาทีหิ อภิภวิตฺวา ปาตนํ อติปาโต, ปาณฆาโตติ วุตฺตํ โหติ. ปาโณติ เจตฺถ ขนฺธสนฺตาโน, โย สตฺโตติ โวหรียติ, ปรมตฺถโต รูปารูปชีวิตินฺทฺริยํ. รูปชีวิตินฺทฺริเย หิ วิโกปิเต อิตรมฺปิ ตํสมฺพนฺธตาย วินสฺสตีติ. ตสฺมึ ปน ปาเณ ปาณสญฺญิโน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา วธกเจตนา ปาณาติปาโต. ยาย หิ เจตนาย ปวตฺตมานสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส นิสฺสยภูเตสุ อุปกฺกมกรณเหตุกมหาภูตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกมหาภูตา ปุริมสทิสา น อุปฺปชฺชนฺติ, วิสทิสา เอว อุปฺปชฺชนฺติ, สา ตาทิสปฺปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา ปาณาติปาโต. ลทฺธูปกฺกมานิ หิ ภูตานิ ปุริมภูตานิ วิย น วิสทานีติ สมานชาติยานํ การณานิ น โหนฺตีติ. ‘‘กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา’’ติ อิทํ มโนทฺวาเร ปวตฺตาย วธกเจตนาย ปาณาติปาตตาสมฺภวทสฺสนํ. กุลุมฺพสุตฺเตปิ หิ ‘‘อิเธกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิทฺธิมา เจโต วสิปฺปตฺโต อญฺญิสฺสา กุจฺฉิคตํ คพฺภํ ปาปเกน มนสา อนุเปกฺขิตา โหตี’’ติ วิชฺชามยิทฺธิ อธิปฺเปตา. สา จ วจีทฺวารํ มุญฺจิตฺวา น สกฺกา นิพฺพตฺเตตุนฺติ วจีทฺวารวเสเนว นิปฺปชฺชติ. เย ปน ‘‘ภาวนามยิทฺธิ ตตฺถ อธิปฺเปตา’’ติ วทนฺติ, เตสํ วาโท กุสลตฺติกเวทนตฺติกวิตกฺกตฺติกภูมนฺตเรหิ วิรุชฺฌติ.
สฺวายํ ปาณาติปาโต คุณรหิเตสุ ติรจฺฉานคตาทีสุ ขุทฺทเก ปาเณ อปฺปสาวชฺโช, มหาสรีเร มหาสาวชฺโช. กสฺมา? ปโยคมหนฺตตาย. ปโยคสมตฺเตปิ วตฺถุมหนฺตตาทีหิ มหาสาวชฺโช, คุณวนฺเตสุ มนุสฺสาทีสุ อปฺปคุเณ ปาเณ อปฺปสาวชฺโช, มหาคุเณ มหาสาวชฺโช. สรีรคุณานํ ปน สมภาเว สติ กิเลสานํ อุปกฺกมานญฺจ มุทุตาย อปฺปสาวชฺโช, ติพฺพตาย มหาสาวชฺโช.
เอตฺถ จ ปโยควตฺถุมหนฺตตาทีหิ มหาสาวชฺชตา เตหิ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชมานาย เจตนาย พลวภาวโต เวทิตพฺพา. ยถาธิปฺเปตสฺส ปโยคสฺส สหสา นิปฺผาทนวเสน สกิจฺจสาธิกาย พหุกฺขตฺตุํ ปวตฺตชวเนหิ ลทฺธาเสวนาย จ สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย ปโยคสฺส มหนฺตภาโว. สติปิ กทาจิ ขุทฺทเก เจว มหนฺเต จ ปาเณ ปโยคสฺส สมภาเว มหนฺตํ หนนฺตสฺส เจตนา ติพฺพตรา อุปฺปชฺชตีติ วตฺถุมหนฺตตาปิ เจตนาย พลวภาวสฺส การณํ. อิติ อุภยมฺเปตํ เจตนาพลวภาเวเนว มหาสาวชฺชตาย เหตุ โหติ. ตถา หนฺตพฺพสฺส มหาคุณภาเว ตตฺถ ปวตฺตอุปการเจตนา วิย เขตฺตวิเสสนิปฺผตฺติยา อปการเจตนาปิ พลวตี ติพฺพตรา อุปฺปชฺชตีติ ตสฺส มหาสาวชฺชตา ทฏฺฐพฺพา. ตสฺมา ปโยควตฺถุอาทิปจฺจยานํ อมหตฺเตปิ คุณมหนฺตตาทิปจฺจเยหิ เจตนาย พลวภาววเสเนว มหาสาวชฺชตา เวทิตพฺพา.
ตสฺส ปาโณ, ปาณสญฺญิตา, วธกจิตฺตํ, อุปกฺกโม, เตน มรณนฺติ ปญฺจ สมฺภารา. ปญฺจสมฺภารยุตฺโต ปาณาติปาโตติ ปญฺจสมฺภาราวินิมุตฺโต ทฏฺฐพฺโพ. เตสุ ปาณสญฺญิตาวธกจิตฺตานิ ปุพฺพภาคิยานิปิ โหนฺติ, อุปกฺกโม วธกเจตนาสมุฏฺฐาปิโต. ตสฺส ฉ ปโยคา – สาหตฺถิโก, อาณตฺติโก, นิสฺสคฺคิโย, ถาวโร, วิชฺชามโย, อิทฺธิมโยติ. เตสุ สหตฺเถน นิพฺพตฺโต สาหตฺถิโก. ปเรสํ อาณาปนวเสน ปวตฺโต อาณตฺติโก. อุสุสตฺติอาทีนํ นิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺโต นิสฺสคฺคิโย. โอปาตขณนาทิวเสน ปวตฺโต ถาวโร. อาถพฺพณิกาทีนํ วิย มนฺตปริชปฺปนปโยโค วิชฺชามโย. ทาฐาโกฏฺฏนาทีนํ วิย กมฺมวิปากชิทฺธิมโย.
เอตฺถาห – ขเณ ขเณ นิรุชฺฌนสภาเวสุ สงฺขาเรสุ, โก หนฺตา, โก วา หญฺญติ? ยทิ จิตฺตเจตสิกสนฺตาโน, โส อรูปิตาย น เฉทนเภทนาทิวเสน วิโกปนสมตฺโถ, นาปิ วิโกปนีโย, อถ รูปสนฺตาโน, โส อเจตนตาย กฏฺฐกลิงฺครูปโมติ น ตตฺถ เฉทนาทินา ปาณาติปาโต ลพฺภติ, ยถา มตสรีเร. ปโยโคปิ ปาณาติปาตสฺส ยถาวุตฺโต ปหรณปฺปหาราทิโก อตีเตสุ สงฺขาเรสุ ภเวยฺย อนาคเตสุ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ วา. ตตฺถ น ตาว อตีเตสุ อนาคเตสุ จ สมฺภวติ เตสํ อวิชฺชมานสภาวตฺตา, ปจฺจุปฺปนฺเนสุ จ สงฺขารานํ ขณิกตฺตา สรเสเนว นิรุชฺฌนสภาวตาย วินาสาภิมุเขสุ นิปฺปโยชโน ปโยโค สิยา, วินาสสฺส จ การณรหิตตฺตา น ปหรณปฺปหาราทิปฺปโยคเหตุกํ มรณํ, นิรีหตฺตา จ สงฺขารานํ กสฺส โส ปโยโค, ขณิกภาเวน วธาธิปฺปายสมกาลเมว ภิชฺชนกสฺส ยาว กิริยาปริโยสานกาลมนวฏฺฐานโต กสฺส วา ปาณาติปาโต กมฺมพนฺโธติ?
วุจฺจเต – ยถาวุตฺตวธกเจตนาสมงฺคี สงฺขารานํ ปุญฺโช สตฺตสงฺขาโต หนฺตา. เตน ปวตฺติตวธปฺปโยคนิมิตฺตํ อปคตุสฺมาวิญฺญาณชีวิตินฺทฺริโย มโตติ โวหารสฺส วตฺถุภูโต ยถาวุตฺตวธปฺปโยคากรเณ ปุพฺเพ วิย อุทฺธํ ปวตฺตนารโห รูปารูปธมฺมปุญฺโช หญฺญติ, จิตฺตเจตสิกสนฺตาโน เอว วา. วธปฺปโยคาวิสยภาเวปิ ตสฺส ปญฺจโวการภเว รูปสนฺตานาธีนวุตฺติตาย ภูตรูเปสุ กตปฺปโยควเสน ชีวิตินฺทฺริยวิจฺเฉเทน โสปิ วิจฺฉิชฺชตีติ น ปาณาติปาตสฺส อสมฺภโว, นาปิ อเหตุโก, น จ ปโยโค นิปฺปโยชโน. ปจฺจุปฺปนฺเนสุ สงฺขาเรสุ กตปฺปโยควเสน ตทนนฺตรํ อุปฺปชฺชนารหสฺส สงฺขารกลาปสฺส ตถา อนุปฺปตฺติโต ขณิกานญฺจ สงฺขารานํ ขณิกมรณสฺส อิธ มรณภาเวน อนธิปฺเปตตฺตา สนฺตติมรณสฺส จ ยถาวุตฺตนเยน สเหตุกภาวโต น อเหตุกํ มรณํ, นิรีหเกสุปิ สงฺขาเรสุ ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชิตฺวา อตฺถิภาวมตฺเตเนว อตฺตโน อตฺตโน อนุรูปผลุปฺปาทนนิยตานิ การณานิเยว กโรนฺตีติ วุจฺจติ, ยถา ปทีโป ปกาเสตีติ, ตเถว ฆาตกโวหาโร. น จ เกวลสฺส วธาธิปฺปายสหภุโน จิตฺตเจตสิกกลาปสฺส ปาณาติปาโต อิจฺฉิโต, สนฺตานวเสน วตฺตมานสฺเสว ปน อิจฺฉิโตติ อตฺเถว ปาณาติปาเตน กมฺมพนฺโธ. สนฺตานวเสน วตฺตมานานญฺจ ปทีปาทีนํ อตฺถกิริยาสิทฺธิ ทิสฺสตีติ. อยญฺจ วิจารณา อทินฺนาทานาทีสุปิ ยถาสมฺภวํ วิภาเวตพฺพา. ตสฺมา ปาณาติปาตา. น ปฏิวิรตาติ อปฺปฏิวิรตา.
อทินฺนสฺส อาทานํ อทินฺนาทานํ, ปรสฺส หรณํ เถยฺยํ โจริกาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อทินฺนนฺติ ปรปริคฺคหิตํ, ยตฺถ ปโร ยถากามการิตํ อาปชฺชนฺโต อทณฺฑารโห อนุปวชฺโช จ โหติ. ตสฺมึ ปรปริคฺคหิเต ปรปริคฺคหิตสญฺญิโน ตทาทายกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา เถยฺยเจตนา อทินฺนาทานํ. ตํ หีเน ปรสนฺตเก อปฺปสาวชฺชํ, ปณีเต มหาสาวชฺชํ. กสฺมา? วตฺถุปณีตตาย. ตถา ขุทฺทเก ปรสนฺตเก อปฺปสาวชฺชํ, มหนฺเต มหาสาวชฺชํ. กสฺมา? วตฺถุมหนฺตตาย ปโยคมหนฺตตาย จ. วตฺถุสมตฺเต ปน สติ คุณาธิกานํ สนฺตเก วตฺถุสฺมึ มหาสาวชฺชํ, ตํตํคุณาธิกํ อุปาทาย ตโต ตโต หีนคุณสฺส สนฺตเก วตฺถุสฺมึ อปฺปสาวชฺชํ. วตฺถุคุณานํ ปน สมภาเว สติ กิเลสานํ ปโยคสฺส จ มุทุภาเว อปฺปสาวชฺชํ, ติพฺพภาเว มหาสาวชฺชํ.
ตสฺส ปญฺจ สมฺภารา – ปรปริคฺคหิตํ, ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา, เถยฺยจิตฺตํ, อุปกฺกโม, เตน หรณนฺติ. ฉ ปโยคา สาหตฺถิกาทโยว. เต จ โข ยถานุรูปํ เถยฺยาวหาโร, ปสยฺหาวหาโร, ปริกปฺปาวหาโร, ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร, กุสาวหาโรติ อิเมสํ อวหารานํ วเสน ปวตฺตา. เอตฺถ จ มนฺตปริชปฺปเนน ปรสนฺตกหรณํ วิชฺชามโย ปโยโค. วินา มนฺเตน ตาทิเสน อิทฺธานุภาวสิทฺเธน กายวจีปโยเคน ปรสนฺตกสฺส อากฑฺฒนํ อิทฺธิมโย ปโยโคติ เวทิตพฺโพ.
กาเมสูติ เมถุนสมาจาเรสุ. มิจฺฉาจาโรติ เอกนฺตนินฺทิโต ลามกาจาโร. ลกฺขณโต ปน อสทฺธมฺมาธิปฺปาเยน กายทฺวารปฺปวตฺตา อคมนียฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา กาเมสุ มิจฺฉาจาโร. ตตฺถ อคมนียฏฺฐานํ นาม ปุริสานํ ตาว มาตุรกฺขิตาทโย ทส, ธนกฺกีตาทโย ทสาติ วีสติ อิตฺถิโย, อิตฺถีสุ ปน ทฺวินฺนํ สารกฺขสปริทณฺฑานํ, ทสนฺนญฺจ ธนกฺกีตาทีนนฺติ ทฺวาทสนฺนํ อิตฺถีนํ อญฺญปุริสา. สฺวายํ มิจฺฉาจาโร สีลาทิคุณรหิเต อคมนียฏฺฐาเน อปฺปสาวชฺโช, สีลาทิคุณสมฺปนฺเน มหาสาวชฺโช. คุณรหิเตปิ จ อภิภวิตฺวา มิจฺฉา จรนฺตสฺส มหาสาวชฺโช, อุภินฺนํ สมานจฺฉนฺทตาย อปฺปสาวชฺโช. สมานจฺฉนฺทภาเวปิ กิเลสานํ อุปกฺกมานญฺจ มุทุตาย อปฺปสาวชฺโช, ติพฺพตาย มหาสาวชฺโช. ตสฺส จตฺตาโร สมฺภารา – อคมนียวตฺถุ, ตสฺมึ เสวนจิตฺตํ, เสวนปโยโค, มคฺเคนมคฺคปฺปฏิปตฺติอธิวาสนนฺติ. ตตฺถ อตฺตโน รุจิยา ปวตฺติตสฺส ตโย, พลกฺกาเรน ปวตฺติตสฺส ตโยติ อนวเสสคฺคหเณน จตฺตาโร ทฏฺฐพฺพา, อตฺถสิทฺธิ ปน ตีเหว. เอโก ปโยโค สาหตฺถิโกว.
มุสาติ วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺส อตฺถภญฺชโก กายวจีปโยโค, วิสํวาทนาธิปฺปาเยน ปนสฺส ปรวิสํวาทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท. อปโร นโย มุสาติ อภูตํ วตฺถุ, วาโทติ ตสฺส ภูตโต ตจฺฉโต วิญฺญาปนํ. ตสฺมา อตถํ วตฺถุํ ตถโต ปรํ วิญฺญาเปตุกามสฺส ตถาวิญฺญาปนปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท.
โส ยมตฺถํ ภญฺชติ, ตสฺส อปฺปตาย อปฺปสาวชฺโช, มหนฺตตาย มหาสาวชฺโช. อปิจ คหฏฺฐานํ อตฺตโน สนฺตกํ อทาตุกามตาย นตฺถีติ อาทินยปฺปวตฺโต อปฺปสาวชฺโช, สกฺขินา หุตฺวา อตฺถภญฺชนวเสน วุตฺโต มหาสาวชฺโช. ปพฺพชิตานํ อปฺปกมฺปิ เตลํ วา สปฺปึ วา ลภิตฺวา หสาธิปฺปาเยน ‘‘อชฺช คาเม เตลํ นที มญฺเญ สนฺทตี’’ติ ปูรณกถานเยน ปวตฺโต อปฺปสาวชฺโช, อทิฏฺฐํเยว ปน ‘‘ทิฏฺฐ’’นฺติอาทินา นเยน วทนฺตานํ มหาสาวชฺโช. ตถา ยสฺส อตฺถํ ภญฺชติ, ตสฺส อปฺปคุณตาย อปฺปสาวชฺโช, มหาคุณตาย มหาสาวชฺโช. กิเลสานํ มุทุติพฺพตาวเสน จ อปฺปสาวชฺชมหาสาวชฺชตา ลพฺภเตว.
ตสฺส จตฺตาโร สมฺภารา – อตถํ วตฺถุ, วิสํวาทนจิตฺตํ, ตชฺโช วายาโม, ปรสฺส ตทตฺถวิชานนนฺติ. วิสํวาทนาธิปฺปาเยน หิ ปโยเค กเตปิ ปเรน ตสฺมึ อตฺเถ อวิญฺญาเต วิสํวาทนสฺส อสิชฺฌนโต ปรสฺส ตทตฺถวิชานนมฺปิ เอโก สมฺภาโร เวทิตพฺโพ. เกจิ ปน ‘‘อภูตวจนํ, วิสํวาทนจิตฺตํ, ปรสฺส ตทตฺถวิชานนนฺติ ตโย สมฺภารา’’ติ วทนฺติ. สเจ ปน ปโร ทนฺธตาย วิจาเรตฺวา ตมตฺถํ ชานาติ, สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย ปวตฺตตฺตา กิริยาสมุฏฺฐาปกเจตนากฺขเณเยว มุสาวาทกมฺมุนา พชฺฌติ.
สุราติ ปิฏฺฐสุรา, ปูวสุรา, โอทนสุรา, กิณฺณปกฺขิตฺตา, สมฺภารสํยุตฺตาติ ปญฺจ สุรา. เมรยนฺติ ปุปฺผาสโว, ผลาสโว, มธฺวาสโว, คุฬาสโว สมฺภารสํยุตฺโตติ ปญฺจ อาสวา. ตทุภยมฺปิ มทนียฏฺเฐน มชฺชํ. ยาย เจตนาย ตํ ปิวติ, สา ปมาทการณตฺตา ปมาทฏฺฐานํ. ลกฺขณโต ปน ยถาวุตฺตสฺส สุราเมรยสงฺขาตสฺส มชฺชสฺส พีชโต ปฏฺฐาย มทวเสน กายทฺวารปฺปวตฺตา ปมาทเจตนา สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ. ตสฺส มชฺชภาโว, ปาตุกมฺยตาจิตฺตํ, ตชฺโช วายาโม, อชฺโฌหรณนฺติ จตฺตาโร สมฺภารา. อกุสลจิตฺเตเนว จสฺส ปาตพฺพโต เอกนฺเตน สาวชฺชภาโว. อริยสาวกานํ ปน วตฺถุํ อชานนฺตานมฺปิ มุขํ น ปวิสติ, ปเคว ชานนฺตานํ. อฑฺฒปสตมตฺตสฺส ปานํ อปฺปสาวชฺชํ, อทฺธาฬฺหกมตฺตสฺส ปานํ ตโต มหนฺตํ มหาสาวชฺชํ, กายสญฺจาลนสมตฺถํ พหุํ ปิวิตฺวา คามฆาตกาทิกมฺมํ กโรนฺตสฺส มหาสาวชฺชเมว. ปาปกมฺมญฺหิ ปาณาติปาตํ ปตฺวา ขีณาสเว มหาสาวชฺชํ, อทินฺนาทานํ ปตฺวา ขีณาสวสฺส สนฺตเก มหาสาวชฺชํ, มิจฺฉาจารํ ปตฺวา ขีณาสวาย ภิกฺขุนิยา วีติกฺกเม, มุสาวาทํ ปตฺวา มุสาวาเทน สงฺฆเภเท, สุราปานํ ปตฺวา กายสญฺจาลนสมตฺถํ พหุํ ปิวิตฺวา คามฆาตกาทิกมฺมํ มหาสาวชฺชํ. สพฺเพหิปิ เจเตหิ มุสาวาเทน สงฺฆเภโทว มหาสาวชฺโช. ตญฺหิ กตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจติ.
อิทานิ เอเตสุ สภาวโต, อารมฺมณโต, เวทนโต, มูลโต, กมฺมโต, ผลโตติ ฉหิ อากาเรหิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สภาวโต ปาณาติปาตาทโย สพฺเพปิ เจตนาสภาวาว. อารมฺมณโต ปาณาติปาโต ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณโต สงฺขารารมฺมโณ, อทินฺนาทานํ สตฺตารมฺมณํ วา สงฺขารารมฺมณํ วา, มิจฺฉาจาโร โผฏฺฐพฺพวเสน สงฺขารารมฺมโณ, สตฺตารมฺมโณติ เอเก. มุสาวาโท สตฺตารมฺมโณ วา สงฺขารารมฺมโณ วา, สุราปานํ สงฺขารารมฺมณํ. เวทนโต ปาณาติปาโต ทุกฺขเวทโน, อทินฺนาทานํ ติเวทนํ, มิจฺฉาจาโร สุขมชฺฌตฺตวเสน ทฺวิเวทโน, ตถา สุราปานํ. สนฺนิฏฺฐาปกจิตฺเตน ปน อุภยมฺปิ มชฺฌตฺตเวทนํ น โหติ. มุสาวาโท ติเวทโน. มูลโต ปาณาติปาโต โทสโมหวเสน ทฺวิมูลโก, อทินฺนาทานํ มุสาวาโท จ โทสโมหวเสน วา โลภโมหวเสน วา, มิจฺฉาจาโร สุราปานญฺจ โลภโมหวเสน ทฺวิมูลํ. กมฺมโต มุสาวาโทเยเวตฺถ วจีกมฺมํ, เสสํ จตุพฺพิธมฺปิ กายกมฺมเมว. ผลโต สพฺเพปิ อปายูปปตฺติผลา เจว สุคติยมฺปิ อปฺปายุกตาทินานาวิธอนิฏฺฐผลา จาติ เอวเมตฺถ สภาวาทิโต วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
อปฺปฏิวิรตาติ สมาทานวิรติยา สมฺปตฺตวิรติยา จ อภาเวน น ปฏิวิรตา. ทุสฺสีลาติ ตโต เอว ปญฺจสีลมตฺตสฺสาปิ อภาเวน นิสฺสีลา. ปาปธมฺมาติ ลามกธมฺมา, หีนาจารา. ปาณาติปาตา ปฏิวิรโตติ สิกฺขาปทสมาทาเนน ปาณาติปาตโต วิรโต, อารกา ฐิโต. เอส นโย เสเสสุปิ.
อิธาปิ ปาณาติปาตาเวรมณิอาทีนํ สภาวโต อารมฺมณโต, เวทนโต, มูลโต, กมฺมโต, สมาทานโต, เภทโต, ผลโต จ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย. ตตฺถ สภาวโต ปญฺจปิ เจตนาโยปิ โหนฺติ วิรติโยปิ, วิรติวเสน ปน เทสนา อาคตา. ยา ปาณาติปาตา วิรมนฺตสฺส ‘‘ยา ตสฺมึ สมเย ปาณาติปาตา อารติ วิรตี’’ติ เอวํ วุตฺตา กุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตา วิรติ. สา ปเภทโต ติวิธา – สมฺปตฺตวิรติ, สมาทานวิรติ, สมุจฺเฉทวิรตีติ. ตตฺถ อสมาทินฺนสิกฺขาปทานํ อตฺตโน ชาติวยพาหุสจฺจาทีนิ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘อยุตฺตเมตํ อมฺหากํ กาตุ’’นฺติ สมฺปตฺตวตฺถุํ อวีติกฺกมนฺตานํ อุปฺปชฺชมานา วิรติ สมฺปตฺตวิรติ นาม. สมาทินฺนสิกฺขาปทานํ สิกฺขาปทสมาทาเน ตทุตฺตริ จ อตฺตโน ชีวิตมฺปิ ปริจฺจชิตฺวา วตฺถุํ อวีติกฺกมนฺตานํ อุปฺปชฺชมานา วิรติ สมาทานวิรติ นาม. อริยมคฺคสมฺปยุตฺตา ปน วิรติ สมุจฺเฉทวิรติ นาม, ยสฺสา อุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย อริยปุคฺคลานํ ‘‘ปาณํ ฆาเตสฺสามา’’ติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชติ. ตาสุ สมาทานวิรติ อิธาธิปฺเปตา.
อารมฺมณโต ปาณาติปาตาทีนํ อารมฺมณาเนว เอเตสํ อารมฺมณานิ. วีติกฺกมิตพฺพโตเยว หิ วิรติ นาม โหติ. ยถา ปน นิพฺพานารมฺมโณ อริยมคฺโค กิเลเส ปชหติ, เอวํ ชีวิตินฺทฺริยาทิอารมฺมณาเยว เอเต กุสลธมฺมา ปาณาติปาตาทีนิ ทุสฺสีลฺยานิ ปชหนฺติ. เวทนโต สพฺพาปิ สุขเวทนาว.
มูลโต ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน วิรมนฺตสฺส อโลภอโทสอโมหวเสน ติมูลา โหนฺติ, ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน วิรมนฺตสฺส อโลภอโทสวเสน ทฺวิมูลา. กมฺมโต มุสาวาทา เวรมณิ วจีกมฺมํ, เสสา กายกมฺมํ. สมาทานโต อญฺญสฺส ครุฏฺฐานิยสฺส สนฺติเก ตํ อลภนฺเตน สยเมว วา ปญฺจ สีลานิ เอกชฺฌํ ปาฏิเยกฺกํ วา สมาทิยนฺเตน สมาทินฺนานิ โหนฺติ. เภทโต คหฏฺฐานํ ยํ ยํ วีติกฺกนฺตํ, ตํ ตเทว ภิชฺชติ, อิตรํ น ภิชฺชติ. กสฺมา? คหฏฺฐา หิ อนิพทฺธสีลา โหนฺติ, ยํ ยํ สกฺโกนฺติ, ตํ ตเทว รกฺขนฺติ. ปพฺพชิตานํ ปน เอกสฺมึ วีติกฺกนฺเต สพฺพานิ ภิชฺชนฺตีติ.
ผลโตติ ปาณาติปาตา เวรมณิยา เจตฺถ องฺคปจฺจงฺคสมฺปนฺนตา, อาโรหปริณาหสมฺปตฺติ, ชวนสมฺปตฺติ, สุปฺปติฏฺฐิตปาทตา, จารุตา, มุทุตา, สุจิตา, สูรตา, มหพฺพลตา, วิสฺสฏฺฐวจนตา, สตฺตานํ ปิยมนาปตา, อภิชฺชปริสตา, อจฺฉมฺภิตา, ทุปฺปธํสิยตา, ปรูปกฺกเมน อมรณตา, มหาปริวารตา, สุวณฺณตา, สุสณฺฐานตา, อปฺปาพาธตา, อโสกตา, ปิยมนาเปหิ อวิปฺปโยโค, ทีฆายุกตาติ เอวมาทีนิ ผลานิ.
อทินฺนาทานา เวรมณิยา มหาธนธญฺญตา, อนนฺตโภคตา, ถิรโภคตา, อิจฺฉิตานํ โภคานํ ขิปฺปํ ปฏิลาโภ, ราชาทีหิ อสาธารณโภคตา, อุฬารโภคตา, ตตฺถ ตตฺถ เชฏฺฐกภาโว, นตฺถิภาวสฺส อชานนตา, สุขวิหาริตาติ เอวมาทีนิ.
อพฺรหฺมจริยา เวรมณิยา วิคตปจฺจตฺถิกตา, สพฺพสตฺตานํ ปิยมนาปตา, อนฺนปานวตฺถจฺฉาทนาทีนํ ลาภิตา, สุขสุปนตา, สุขปฏิพุชฺฌนตา, อปายภยวิโมกฺโข, อิตฺถิภาวนปุํสกภาวานํ อภพฺพตา, อกฺโกธนตา, สจฺจการิตา, อมงฺกุตา, อาราธนสุขตา, ปริปุณฺณินฺทฺริยตา, ปริปุณฺณลกฺขณตา, นิราสงฺกตา, อปฺโปสฺสุกฺกตา, สุขวิหาริตา, อกุโตภยตา, ปิยวิปฺปโยคาภาโวติ เอวมาทีนิ. ยสฺมา ปน มิจฺฉาจาราเวรมณิยา ผลานิปิ เอตฺเถว อนฺโตคธานิ, ตสฺมา (อพฺรหฺมจริยา เวรมณิยา).
มุสาวาทา เวรมณิยา วิปฺปสนฺนินฺทฺริยตา, วิสฺสฏฺฐมธุรภาณิตา, สมสิตสุทฺธทนฺตตา, นาติถูลตา, นาติกิสตา, นาติรสฺสตา, นาติทีฆตา, สุขสมฺผสฺสตา, อุปฺปลคนฺธมุขตา, สุสฺสูสกปริสตา, อาเทยฺยวจนตา, กมลทลสทิสมุทุโลหิตตนุชิวฺหตา, อลีนตา, อนุทฺธตตาติ เอวมาทีนิ.
สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณิยา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ อปฺปมาทตา, ญาณวนฺตตา, สทา อุปฏฺฐิตสฺสติตา, อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ ฐานุปฺปตฺติกปฏิภานวนฺตตา, อนลสตา, อชฬตา, อนุมฺมตฺตตา, อจฺฉมฺภิตา, อสารมฺภิตา, อนิสฺสุกิตา, อมจฺฉริตา, สจฺจวาทิตา, อปิสุณอผรุสอสมฺผปฺปลาปวาทิตา, กตญฺญุตา, กตเวทิตา, จาควนฺตตา, สีลวนฺตตา, อุชุกตา, อกฺโกธนตา, หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺนตา, อุชุทิฏฺฐิตา, มหนฺตตา, ปณฺฑิตตา, อตฺถานตฺถกุสลตาติ เอวมาทีนิ ผลานิ. เอวเมตฺถ ปาณาติปาตาเวรมณิอาทีนมฺปิ สภาวาทิโต วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
สีลวาติ ยถาวุตฺตปญฺจสีลวเสน สีลวา. กลฺยาณธมฺโมติ สุนฺทรธมฺโม, สรณคมนปริทีปิตาย ทิฏฺฐิสมฺปตฺติยา สมฺปนฺนปญฺโญติ อตฺโถ. โย ปน ปุตฺโต มาตาปิตูสุ อสฺสทฺเธสุ ทุสฺสีเลสุ จ สยมฺปิ ตาทิโส, โสปิ อวชาโตเยวาติ เวทิตพฺโพ. อสฺสทฺธิยาทโย หิ อิธ อวชาตภาวสฺส ลกฺขณํ วุตฺตา, เต จ ตสฺมึ สํวิชฺชนฺติ. มาตาปิตโร ปน อุปาทาย ปุตฺตสฺส อติชาตาทิภาโว วุจฺจตีติ.
โย โหติ กุลคนฺธโนติ กุลจฺเฉทโก กุลวินาสโก. เฉทนตฺโถ หิ อิธ คนฺธสทฺโท, ‘‘อุปฺปลคนฺธปจฺจตฺถิกา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๖๕) วิย. เกจิ ปน ‘‘กุลธํสโน’’ติ ปฐนฺติ, โส เอวตฺโถ.
เอเต โข ปุตฺตา โลกสฺมินฺติ เอเต อติชาตาทโย ตโย ปุตฺตา เอว อิมสฺมึ สตฺตโลเก ปุตฺตา นาม, น อิโต วินิมุตฺตา อตฺถิ. อิเมสุ ปน เย ภวนฺติ อุปาสกา เย สรณคมนสมฺปตฺติยา อุปาสกา ภวนฺติ กมฺมสฺสกตาญาเณน กมฺมสฺส โกวิทา, เต จ ปณฺฑิตา ปญฺญวนฺโต, ปญฺจสีลทสสีเลน สมฺปนฺนา ปริปุณฺณา. ยาจกานํ วจนํ ชานนฺติ, เตสํ มุขาการทสฺสเนเนว อธิปฺปายปูรณโตติ วทญฺญู, เตสํ วา ‘‘เทหี’’ติ วจนํ สุตฺวา ‘‘อิเม ปุพฺเพ ทานํ อทตฺวา เอวํภูตา, มยา ปน เอวํ น ภวิตพฺพ’’นฺติ เตสํ ปริจฺจาเคน ตทตฺถํ ชานนฺตีติ วทญฺญู, ปณฺฑิตานํ วา กมฺมสฺสกตาทิทีปกํ วจนํ ชานนฺตีติ วทญฺญู. ‘‘ปทญฺญู’’ติ จ ปฐนฺติ, ปทานิยา ปริจฺจาคสีลาติ อตฺโถ. ตโต เอว วิคตมจฺเฉรมลตฺตา วีตมจฺฉรา. อพฺภฆนาติ อพฺภสงฺขาตา ฆนา, ฆนเมฆปฏลา วา มุตฺโต จนฺโทวิย, อุปาสกาทิปริสาสุ ขตฺติยาทิปริสาสุ จ วิโรจเร วิโรจนฺติ, โสภนฺตีติ อตฺโถ.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อวุฏฺฐิกสุตฺตวณฺณนา
๗๕. ฉฏฺเฐ อวุฏฺฐิกสโมติ อวุฏฺฐิกเมฆสโม. เอกจฺโจ หิ เมโฆ สตปฏลสหสฺสปฏโล หุตฺวา อุฏฺฐหิตฺวา ถนนฺโต คชฺชนฺโต วิชฺโชตนฺโต เอกํ อุทกพินฺทุมฺปิ อปาเตตฺวา วิคจฺฉติ, ตถูปโม เอกจฺโจ ปุคฺคโลติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อวุฏฺฐิกสโม’’ติ. ปเทสวสฺสีติ เอกเทสวสฺสิเมฆสโม. ปเทสวสฺสี วิยาติ หิ ปเทสวสฺสี. เอกจฺโจ เอกสฺมึเยว ฐาเน ฐิเตสุ มนุสฺเสสุ ยถา เอกจฺเจ เตเมนฺติ, เอกจฺเจ น เตเมนฺติ, เอวํ มนฺทํ วสฺสติ, ตถูปมํ เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ทสฺเสติ ‘‘ปเทสวสฺสี’’ติ. สพฺพตฺถาภิวสฺสีติ สพฺพสฺมึ ปถวีปพฺพตสมุทฺทาทิเก ชคติปฺปเทเส อภิวสฺสิเมฆสโม. เอกจฺโจ หิ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปตฺถริตฺวา สพฺพตฺถกเมว อภิวสฺสติ, ตํ จาตุทฺทีปิกมหาเมฆํ เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อุปมํ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สพฺพตฺถาภิวสฺสี’’ติ.
สพฺเพสานนฺติ สพฺเพสํ, อยเมว วา ปาโฐ. น ทาตา โหตีติ อทานสีโล โหติ, ถทฺธมจฺฉริตาย น กสฺสจิ กิญฺจิ เทตีติ อตฺโถ. อิทานิ ทานสฺส เขตฺตํ เทยฺยธมฺมญฺจ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘สมณพฺราหฺมณา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สมิตปาปสมณา เจว ปพฺพชฺชมตฺตสมณา จ พาหิตปาปพฺราหฺมณา เจว ชาติมตฺตพฺราหฺมณา จ อิธ ‘‘สมณพฺราหฺมณา’’ติ อธิปฺเปตา. กปณา นาม ทุคฺคตา ทลิทฺทมนุสฺสา. อทฺธิกา นาม ปถาวิโน ปริพฺพยวิหีนา. วนิพฺพกา นาม เย ‘‘อิฏฺฐํ เทถ กนฺตํ มนาปํ กาเลน อนวชฺชํ อุทคฺคจิตฺตา ปสนฺนจิตฺตา, เอวํ เทนฺตา คจฺฉถ สุคตึ, คจฺฉถ พฺรหฺมโลก’’นฺติอาทินา นเยน ทาเน นิโยเชนฺตา ทานสฺส วณฺณํ โถเมนฺตา วิจรนฺติ. ยาจกา นาม เย เกวลํ ‘‘มุฏฺฐิมตฺตํ เทถ, ปสตมตฺตํ เทถ, สราวมตฺตํ เทถา’’ติ อปฺปกมฺปิ ยาจมานา วิจรนฺติ. ตตฺถ สมณพฺราหฺมณคฺคหเณน คุณเขตฺตํ อุปการิเขตฺตญฺจ ทสฺเสติ, กปณาทิคฺคหเณน กรุณาเขตฺตํ. อนฺนนฺติ ยํกิญฺจิ ขาทนียํ โภชนียํ. ปานนฺติ อมฺพปานาทิปานกํ. วตฺถนฺติ นิวาสนปารุปนาทิอจฺฉาทนํ. ยานนฺติ รถวยฺหาทิ อนฺตมโส อุปาหนํ อุปาทาย คมนสาธนํ. มาลาติ คนฺถิตาคนฺถิตเภทํ สพฺพํ ปุปฺผํ. คนฺธนฺติ ยํกิญฺจิ คนฺธชาตํ ปิสิตํ อปิสิตํ คนฺธูปกรณญฺจ. วิเลปนนฺติ ฉวิราคกรณํ. เสยฺยาติ มญฺจปีฐาทิ เจว ปาวารโกชวาทิ จ สยิตพฺพวตฺถุ. เสยฺยคฺคหเณน เจตฺถ อาสนมฺปิ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อาวสถนฺติ วาตาตปาทิปริสฺสยวิโนทนํ ปติสฺสยํ. ปทีเปยฺยนฺติ ทีปกปลฺลิกาทิปทีปูปกรณํ.
เอวํ โข, ภิกฺขเวติ วิชฺชมาเนปิ เทยฺยธมฺเม ปฏิคฺคาหกานํ เอวํ ทาตพฺพวตฺถุํ สพฺเพน สพฺพํ อเทนฺโต ปุคฺคโล อวสฺสิกเมฆสทิโส โหติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภิกฺขเว, ยถา โส เมโฆ สตปฏลสหสฺสปฏโล หุตฺวา อุฏฺฐหิตฺวา น กิญฺจิ วสฺสิ วิคจฺฉติ, เอวเมว โย อุฬารํ วิปุลญฺจ โภคํ สํหริตฺวา เคหํ อาวสนฺโต กสฺสจิ กฏจฺฉุมตฺตํ ภิกฺขํ วา อุฬุงฺกมตฺตํ ยาคุํ วา อทตฺวา วิคจฺฉติ, วิวโส มจฺจุวสํ คจฺฉติ, โส อวุฏฺฐิกสโม นาม โหตีติ. อิมินา นเยน เสเสสุปิ นิคมนํ เวทิตพฺพํ. อิเมสุ จ ตีสุ ปุคฺคเลสุ ปฐโม เอกํเสเนว ครหิตพฺโพ, ทุติโย ปสํสนีโย, ตติโย, ปสํสนียตโร. ปฐโม วา เอกนฺเตเนว สพฺพนิหีโน, ทุติโย มชฺฌิโม, ตติโย อุตฺตโมติ เวทิตพฺโพ.
คาถาสุ สมเณติ อุปโยควเสน พหุวจนํ ตถา เสเสสุปิ. ลทฺธานาติ ลภิตฺวา, สมเณ ทกฺขิเณยฺเย ปวาเรตฺวา ปุฏฺโฐ น สํวิภชติ. อนฺนํ ปานญฺจ โภชนนฺติ อนฺนํ วา ปานํ วา อญฺญํ วา ภุญฺชิตพฺพยุตฺตกํ โภชนํ, ตํ น สํวิภชติ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – โย อตฺถิกภาเวน อุปคเต สมฺปฏิคฺคาหเก ลภิตฺวา อนฺนาทินา สํวิภาคมตฺตมฺปิ น กโรติ, กึ โส อญฺญํ ทานํ ทสฺสติ, ตํ เอวรูปํ ถทฺธมจฺฉริยํ ปุริสาธมํ นิหีนปุคฺคลํ ปณฺฑิตา อวุฏฺฐิกสโมติ อาหุ กถยนฺตีติ.
เอกจฺจานํ น ททาตีติ วิชฺชมาเนปิ มหติ ทาตพฺพธมฺเม เอเกสํ สตฺตานํ เตสุ โกธวเสน วา, เทยฺยธมฺเม โลภวเสน วา น ททาติ. เอกจฺจานํ ปเวจฺฉตีติ เอเกสํเยว ปน ททาติ. เมธาวิโนติ ปญฺญวนฺโต ปณฺฑิตา ชนา.
สุภิกฺขวาโจติ โย อุปคตานํ ยาจกานํ ‘‘อนฺนํ เทถ, ปานํ เทถา’’ติอาทินา ตํ ตํ ทาเปติ, โส สุลภภิกฺขตาย สุภิกฺขา วาจา เอตสฺสาติ สุภิกฺขวาโจ. ‘‘สุภิกฺขวสฺสี’’ติปิ ปฐนฺติ. ยถา โลโก สุภิกฺโข โหติ, เอวํ สพฺพตฺถาภิวสฺสิตมหาเมโฆ สุภิกฺขวสฺสี นาม โหติ. เอวมยมฺปิ มหาทาเนหิ สพฺพตฺถาภิวสฺสี สุภิกฺขวสฺสีติ. อาโมทมาโน ปกิเรตีติ ตุฏฺฐหฏฺฐมานโส สหตฺเถน ทานํ เทนฺโต ปฏิคฺคาหกเขตฺเต เทยฺยธมฺมํ ปกิเรนฺโต วิย โหติ, วาจายปิ ‘‘เทถ เทถา’’ติ ภาสติ.
อิทานิ นํ สุภิกฺขวสฺสิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาปิ เมโฆ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา มหาเมโฆ ปฐมํ มนฺทนิคฺโฆเสน ถนยิตฺวา ปุน สกลนทีกนฺทรานิ เอกนินฺนาทํ กโรนฺโต คชฺชยิตฺวา ปวสฺสติ, สพฺพตฺถกเมว วารินา อุทเกน ถลํ นินฺนญฺจ อภิสนฺทนฺโต ปูเรติ เอโกฆํ กโรติ, เอวเมว อิธ อิมสฺมึ สตฺตโลเก เอกจฺโจ อุฬารปุคฺคโล สพฺพสมตาย โส มหาเมโฆ วิย วสฺสิตพฺพตฺตา ตาทิโส ยถา ธนํ อุฏฺฐานาธิคตํ อตฺตโน อุฏฺฐานวีริยาภินิพฺพตฺตํ โหติ, เอวํ อนลโส หุตฺวา ตญฺจ ธมฺเมน ญาเยน สํหริตฺวา ตนฺนิพฺพตฺเตน อนฺเนน ปาเนน อญฺเญน จ เทยฺยธมฺเมน ปตฺเต สมฺปตฺเต วนิพฺพเก สมฺมา สมฺมเทว เทสกาลานุรูปญฺเจว อิจฺฉานุรูปญฺจ ตปฺเปติ สมฺปวาเรตีติ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สุขปตฺถนาสุตฺตวณฺณนา
๗๖. สตฺตเม สุขานีติ สุขนิมิตฺตานิ. ปตฺถยมาโนติ อิจฺฉมาโน อากงฺขมาโน. สีลนฺติ คหฏฺฐสีลํ ปพฺพชิตสีลญฺจ. คหฏฺโฐ เจ คหฏฺฐสีลํ, ปพฺพชิโต เจ จตุปาริสุทฺธิสีลนฺติ อธิปฺปาโย. รกฺเขยฺยาติ สมาทิยิตฺวา อวีติกฺกมนฺโต สมฺมเทว โคเปยฺย. ปสํสา เม อาคจฺฉตูติ ‘‘มม กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อาคจฺฉตู’’ติ อิจฺฉนฺโต ปณฺฑิโต สปฺปญฺโญ สีลํ รกฺเขยฺย. สีลวโต หิ คหฏฺฐสฺส ตาว ‘‘อสุโก อสุกกุลสฺส ปุตฺโต สีลวา กลฺยาณธมฺโม สทฺโธ ปสนฺโน ทายโก การโก’’ติอาทินา ปริสมชฺเฌ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, ปพฺพชิตสฺส ‘‘อสุโก นาม ภิกฺขุ สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน โสรโต สุขสํวาโส สคารโว สปฺปติสฺโส’’ติอาทินา…เป… อพฺภุคฺคจฺฉตีติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๑๓; อุทา. ๗๖; มหาว. ๒๘๕).
ตถา –
‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ – ‘สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จสฺสํ มนาโป, ครุ จ ภาวนีโย จา’ติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๖๕).
โภคา เม อุปฺปชฺชนฺตูติ เอตฺถ คหฏฺฐสฺส ตาว สีลวโต กลฺยาณธมฺมสฺส เยน เยน สิปฺปฏฺฐาเนน ชีวิกํ กปฺเปติ – ยทิ กสิยา, ยทิ วณิชฺชาย, ยทิ ราชโปริเสน, ตํ ตํ ยถากาลํ ยถาวิธิญฺจ อติวิย อปฺปมตฺตภาวโต อถสฺส อนุปฺปนฺนา เจว โภคา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ โภคา ผาตึ คมิสฺสนฺติ. ปพฺพชิตสฺส ปน สีลาจารสมฺปนฺนสฺส อปฺปมาทวิหาริสฺส สโต สีลสมฺปนฺนสฺส สีลสมฺปทาย อปฺปิจฺฉตาทิคุเณสุ จ ปสนฺนา มนุสฺสา อุฬารุฬาเร ปจฺจเย อภิหรนฺติ, เอวมสฺส อนุปฺปนฺนา เจว โภคา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ ถิรา โหนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, สีลวา สีลสมฺปนฺโน อปฺปมาทาธิกรณํ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺฉตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๑๓; อุทา. ๗๖; มหาว. ๒๘๕).
ตถา –
‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ – ‘ลาภี อสฺส จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’นฺติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๕) จ –
เสสํ วุตฺตนยเมว.
คาถาสุ ปตฺถยาโนติ ปตฺถยนฺโต. ตโย สุเขติ ตีณิ สุขานิ. วิตฺตลาภนฺติ ธนลาภํ, โภคุปฺปตฺตินฺติ อตฺโถ. วิเสสโต เจตฺถ ปสํสาย เจตสิกสุขํ, โภเคหิ กายิกสุขํ, อิตเรน อุปปตฺติสุขํ; ตถา ปฐเมน ทิฏฺฐธมฺมสุขํ, ตติเยน สมฺปรายสุขํ, ทุติเยน อุภยสุขํ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ ปสํสาทิการณสฺส สีลสฺส วิย ปสํสาทีนมฺปิ วิเสสการณํ ปาปมิตฺตปริวชฺชนํ กลฺยาณมิตฺตเสวนญฺจ อาทีนวานิสํเสหิ สทฺธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อกโรนฺโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สงฺกิโยติ ปาปสฺมึ ปริสงฺกิตพฺโพ ‘‘อทฺธา อิมินา ปาปํ กตํ วา กริสฺสติ วา, ตถา เหส ปาปปุริเสหิ สทฺธึ สญฺจรตี’’ติ. อสฺสาติ อิมสฺส ปาปชนเสวิโน ปุคฺคลสฺส อุปริ, อสฺส วา ปุคฺคลสฺส อวณฺโณ อภูโตปิ ปาปชนเสวิตาย รุหติ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชติ ปตฺถรติ. อสฺสาติ วา ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, ตสฺมึ ปุคฺคเลติ อตฺโถ. ส เว ตาทิสโก โหตีติ โย ยาทิสํ ปาปมิตฺตํ วา กลฺยาณมิตฺตํ วา ภชติ อุปเสวติ จ, โส ปุคฺคโล ภูมิภาควเสน อุทกํ วิย ตาทิโสว โหติ, ปาปธมฺโม กลฺยาณธมฺโม วา โหติ. กสฺมา? สหวาโส หิ ตาทิโส; ยสฺมา สหวาโส สํสคฺโค อุปราโค วิย ผลิกมณีสุ ปุริสอุปนิสฺสยภูตํ ปุคฺคลาการํ คาหาเปติ, ตสฺมา ปาปปุคฺคเลน สห วาโส น กาตพฺโพติ อธิปฺปาโย.
เสวมาโน เสวมานนฺติ ปรํ ปกติสุทฺธํ ปุคฺคลํ กาเลน กาลํ อตฺตานํ เสวมานํ เสวมาโน ภชมาโน ปาปปุคฺคโล, เตน วา เสวิยมาโน. สมฺผุฏฺโฐ สมฺผุสนฺติ เตน ปกติสุทฺเธน ปุคฺคเลน สหวาเสน สํสคฺเคน สมฺผุฏฺโฐ ปาปปุคฺคโล สยมฺปิ, ตถา ตํ ผุสนฺโต. สโร ทิทฺโธ กลาปํ วาติ ยถา นาม สโร วิเสน ทิทฺโธ ลิตฺโต สรกลาปคโต สรสมูหสงฺขาตํ สรกลาปํ อตฺตนา ผุฏฺฐํ อลิตฺตมฺปิ อุปลิมฺปติ, เอวํ ปาเปน อุปเลปภยา ธีโรติ ธิติสมฺปนฺนตฺตา ธีโร ปณฺฑิตปุริโส ปาปสหาโย น ภเวยฺย.
ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคนาติ ยถา กุจฺฉิตภาเวน ปูติภูตํ มจฺฉํ กุสติณคฺเคน โย ปุริโส อุปนยฺหติ ปุฏพนฺธวเสน พนฺธติ, ตสฺส เต กุสา อปูติกาปิ ปูติมจฺฉสมฺพนฺเธน ปูติ ทุคฺคนฺธเมว วายนฺติ. เอวํ พาลูปเสวนาติ เอวํสมฺปทา พาลชนูปเสวนา ทฏฺฐพฺพา. เอวํ ธีรูปเสวนาติ ยถา อสุรภิโนปิ ปตฺตา ตครสมฺพนฺเธน สุรภึ วายนฺติ, เอวํ ปณฺฑิตูปเสวนา ปกติยา อสีลวโต สีลสมาทานาทิวเสน สีลคนฺธวายนสฺส การณํ โหติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา อกลฺยาณมิตฺตเสวนาย กลฺยาณมิตฺตเสวนาย จ อยํ เอทิโส อาทีนโว อานิสํโส จ, ตสฺมา ปตฺตปุฏสฺเสว ปลาสปุฏสฺส วิย ทุคฺคนฺธสุคนฺธวตฺถุสํสคฺเคน อสาธุสาธุชนสนฺนิสฺสเยน จ. ญตฺวา สมฺปากมตฺตโนติ อตฺตโน ทุกฺขุทฺรยํ สุขุทฺรยญฺจ ผลนิปฺผตฺตึ ญตฺวา ชานิตฺวา อสนฺเต ปาปมิตฺเต น อุปเสเวยฺย, สนฺเต อุปสนฺเต วนฺตโทเส ปสตฺเถ วา ปณฺฑิเต เสเวยฺย. ตถา หิ อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ, สนฺโต ปาเปนฺติ สุคฺคตินฺติ. อิติ ภควา ปฐมคาถาย ยถาวุตฺตานิ ตีณิ สุขนิมิตฺตานิ ทสฺเสตฺวา ตโต ปราหิ ปญฺจหิ คาถาหิ ปฏิปกฺขปริวชฺชเนน สทฺธึ ปสํสาสุขสฺส อาคมนํ ทสฺเสตฺวา โอสานคาถาย ติณฺณมฺปิ สุขานํ อาคมนการเณน สทฺธึ โอสานสุขํ ทสฺเสติ.
สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ภิทุรสุตฺตวณฺณนา
๗๗. อฏฺฐเม ภิทุรายนฺติ ภิทุโร อยํ. กาโยติ รูปกาโย. โส หิ องฺคปจฺจงฺคานํ เกสาทีนญฺจ สมูหฏฺเฐน, เอวํ กุจฺฉิตานํ เชคุจฺฉานํ อาโย อุปฺปตฺติเทโสติปิ กาโย. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อายนฺติ เอตฺถาติ อาโย. เก อายนฺติ? กุจฺฉิตา เกสาทโย. อิติ กุจฺฉิตานํ อาโยติปิ กาโย. อตฺถโต ปน จตุสนฺตติวเสน ปวตฺตมานานํ ภูตุปาทายธมฺมานํ ปุญฺโช. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภิกฺขเว, อยํ จตุมหาภูตมโย รูปกาโย ภิทุโร เภทนสีโล เภทนสภาโว ขเณ ขเณ วิทฺธํสนสภาโวติ. ‘‘ภินฺทราย’’นฺติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. วิญฺญาณนฺติ เตภูมกํ กุสลาทิจิตฺตํ. วจนตฺโถ ปน – ตํ ตํ อารมฺมณํ วิชานาตีติ วิญฺญาณํ. ยญฺหิ สญฺชานนปชานนวิธุรํ อารมฺมณวิชานนํ อุปลทฺธิ, ตํ วิญฺญาณํ. วิราคธมฺมนฺติ วิรชฺชนธมฺมํ, ปลุชฺชนสภาวนฺติ อตฺโถ. สพฺเพ อุปธีติ ขนฺธูปธิ, กิเลสูปธิ, อภิสงฺขารูปธิ, ปญฺจกามคุณูปธีติ เอเต ‘‘อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺข’’นฺติ อุปธิสญฺญิตา สพฺเพปิ อุปาทานกฺขนฺธกิเลสาภิสงฺขารปญฺจกามคุณธมฺมา หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา, อุทยพฺพยปฺปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขา, ชราย มรเณน จาติ ทฺวิธา วิปริณาเมตพฺพสภาวตาย ปกติวิชหนฏฺเฐน วิปริณามธมฺมา. เอวเมตฺถ อนิจฺจทสฺสนสุขตาย รูปธมฺเม วิญฺญาณญฺจ วิสุํ คเหตฺวา ปุน อุปธิวิภาเคน สพฺเพปิ เตภูมกธมฺเม เอกชฺฌํ คเหตฺวา อนิจฺจทุกฺขานุปสฺสนามุเขน ตถาพุชฺฌนกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสเยน สมฺมสนจาโร.กถิโต. กามญฺเจตฺถ ลกฺขณทฺวยเมว ปาฬิยํ อาคตํ, ‘‘ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) ปน วจนโต ทุกฺขลกฺขเณเนว อนตฺตลกฺขณมฺปิ ทสฺสิตเมวาติ เวทิตพฺพํ.
คาถายํ อุปธีสุ ภยํ ทิสฺวาติ อุปธีสุ ภยตุปฏฺฐานญาณวเสน ภยํ ทิสฺวา, เตสํ ภายิตพฺพตํ ปสฺสิตฺวา. อิมินา พลววิปสฺสนํ ทสฺเสติ. ภยตุปฏฺฐานญาณเมว หิ วิภชิตฺวา วิเสสวเสน อาทีนวานุปสฺสนา นิพฺพิทานุปสฺสนาติ จ วุจฺจติ. ชาติมรณมจฺจคาติ เอวํ สมฺมสนฺโต วิปสฺสนาญาณํ มคฺเคน ฆเฏตฺวา มคฺคปรมฺปราย อรหตฺตํ ปตฺโต ชาติมรณํ อตีโต นาม โหติ. กถํ? สมฺปตฺวา ปรมํ สนฺตินฺติ ปรมํ อุตฺตมํ อนุตฺตรํ สนฺตึ สพฺพสงฺขารูปสมํ นิพฺพานํ อธิคนฺตฺวา. เอวํภูโต จ กาลํ กงฺขติ ภาวิตตฺโตติ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ วเสน ภาวนาภิสมยนิปฺผตฺติยา ภาวิตกายสีลจิตฺตปญฺญตฺตา ภาวิตตฺโต มรณํ ชีวิตญฺจ อนภินนฺทนฺโต เกวลํ อตฺตโน ขนฺธปรินิพฺพานกาลํ กงฺขติ อุทิกฺขติ, น ตสฺส กตฺถจิ ปตฺถนา โหตีติ. เตนาห –
‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา’’ติ. (เถรคา. ๖๐๖);
อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ธาตุโสสํสนฺทนสุตฺตวณฺณนา
๗๘. นวเม ธาตุโสติ ธาตุโต. ธาตูติ จ อชฺฌาสยธาตุ อชฺฌาสยสภาโว อธิปฺเปโต, โย อธิมุตฺตีติปิ วุจฺจติ. สํสนฺทนฺตีติ ตาย ธาตุสภาคตาย ยถาธาตุ ยถาอชฺฌาสยํ อลฺลียนฺติ เอกโต โหนฺติ. สเมนฺตีติ ตาย เอว สมานชฺฌาสยตาย เอกจิตฺตา หุตฺวา สมาคจฺฉนฺติ อญฺญมญฺญํ ภชนฺติ อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตโน รุจิภาวขนฺติทิฏฺฐิโย วา ตตฺถ ตตฺถ สเม กโรนฺตา ปวตฺตนฺติ. หีนาธิมุตฺติกาติ หีเน กามคุณาทิเก อธิมุตฺติ เอเตสนฺติ หีนาธิมุตฺติกา, หีนชฺฌาสยา. กลฺยาณาธิมุตฺติกาติ กลฺยาเณ เนกฺขมฺมาทิเก อธิมุตฺติ เอเตสนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา, ปณีตชฺฌาสยา. สเจ หิ อาจริยุปชฺฌายา น สีลวนฺโต, อนฺเตวาสิกสทฺธิวิหาริกา จ สีลวนฺโต, เต อาจริยุปชฺฌาเยปิ น อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตโน สทิเส สารุปฺปภิกฺขูเยว อุปสงฺกมนฺติ. สเจ ปน อาจริยุปชฺฌายา สีลวนฺโต, อิตเร น สีลวนฺโต, เตปิ น อาจริยุปชฺฌาเย อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตโน สทิเส หีนาธิมุตฺติเกเยว อุปสงฺกมนฺติ. เอวํ อุปสงฺกมนํ ปน น เกวลํ เอตรหิ เอว, อถ โข อตีตานาคเตปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อตีตมฺปิ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. สงฺเขปโต สํกิเลสธมฺเมสุ อภินิวิฏฺฐา หีนาธิมุตฺติกา, โวทานธมฺเมสุ อภินิวิฏฺฐา กลฺยาณาธิมุตฺติกา.
อิทํ ปน ทุสฺสีลานํ ทุสฺสีลเสวนเมว, สีลวนฺตานํ สีลวนฺตเสวนเมว, ทุปฺปญฺญานํ ทุปฺปญฺญเสวนเมว, ปญฺญวนฺตานํ ปญฺญวนฺตเสวนเมว โก นิยาเมตีติ? อชฺฌาสยธาตุ นิยาเมติ. สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู เอกสฺมึ คาเม ภิกฺขาจารํ จรนฺติ. เต มนุสฺสา พหุํ ภตฺตํ อาหริตฺวา ปตฺตานิ ปูเรตฺวา ‘‘ยถาสภาคํ ปริภุญฺชถา’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสุํ. ภิกฺขู อาหํสุ ‘‘อาวุโส, มนุสฺสา ธาตุสํยุตฺตกมฺเม ปโยเชนฺตี’’ติ. เอวํ อชฺฌาสยธาตุ นิยาเมตีติ. ธาตุสํยุตฺเตน อยมตฺโถ ทีเปตพฺโพ – คิชฺฌกูฏปพฺพตสฺมิญฺหิ คิลานเสยฺยาย นิปนฺโน ภควา อารกฺขตฺถาย ปริวาเรตฺวา วสนฺเตสุ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทีสุ เอกเมกํ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ จงฺกมนฺตํ โอโลเกตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘‘ปสฺสถ โน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ. เอวํ, ภนฺเต. สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มหาปญฺญา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๙๙) สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ.
คาถาสุ สํสคฺคาติ สํกิเลสโต สหวาสาทิวเสน สมาโยคโต, อถ วา ทสฺสนสํสคฺโค, สวนสํสคฺโค, สมุลฺลาปสํสคฺโค, สมฺโภคสํสคฺโค, กายสํสคฺโคติ เอวํ ปญฺจวิเธ สํสคฺเค ยโต กุโตจิ สํสคฺคโต. วนโถ ชาโตติ กิเลโส อุปฺปนฺโน มคฺเคน อสมูหโต. อสํสคฺเคน ฉิชฺชตีติ สํสคฺคปฏิกฺเขเปน กายวิเวกาทินา ปุพฺพภาเค ฉิชฺชิตฺวา ปุน อจฺจนฺตาสํสคฺเคน สมุจฺเฉทวิเวเกน ฉิชฺชติ ปหียติ. เอตฺตาวตา สงฺเขปโต หีนาธิมุตฺติยา สมุทโย อตฺถงฺคโม จ ทสฺสิโต โหติ.
ยสฺมา ปน เต สํสคฺคา เต จ กิเลสา โกสชฺชวเสน อุปฺปชฺชนฺติ เจว วฑฺฒนฺติ จ, น วีริยารมฺภวเสน, ตสฺมา หีนาธิมุตฺติเก กุสีตปุคฺคเล วชฺเชตฺวา กลฺยาณาธิมุตฺติเก อารทฺธวีริเย เสวนฺเตน อสํสคฺเคน สํสคฺคโช วนโถ ฉินฺทิตพฺโพติ ยถาวุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต กุสีตเสวนาย ตาว อาทีนวํ ปกาเสตุํ ‘‘ปริตฺตํ ทารุ’’นฺติอาทิมาห.
ตตฺถ ปริตฺตํ ทารุนฺติ ขุทฺทกํ กฏฺฐมยํ กุลฺลํ. ยถา สีเท มหณฺณเวติ ยถา ขุทฺทกํ กุลฺลํ อารุหิตฺวา มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม ตีรํ อปฺปตฺวา สมุทฺทมชฺเฌเยว สีเทยฺย, ปติตฺวา มจฺฉกจฺฉปภกฺโข ภเวยฺย. เอวํ กุสีตํ อาคมฺม, สาธุชีวีปิ สีทตีติ เอวเมว กุสีตํ วีริยารมฺภรหิตํ กิเลสวสิกํ ปุคฺคลํ นิสฺสาย เตน กตสํสคฺโค สาธุชีวีปิ ปริสุทฺธาชีโว ปริสุทฺธสีโลปิ สมาโน หีนสํสคฺคโต อุปฺปนฺเนหิ กามวิตกฺกาทีหิ ขชฺชมาโน ปารํ คนฺตุํ อสมตฺโถ สํสารณฺณเวเยว สีทติ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ อนตฺถาวโห กุสีตสํสคฺโค, ตสฺมา ตํ อาคมฺม อาลสิยานุโยเคน กุจฺฉิตํ สีทตีติ กุสีตํ. ตโต เอว หีนวีริยํ นิพฺพีริยํ อกลฺยาณมิตฺตํ ปริวชฺเชยฺย. เอกนฺเตเนว ปน กายวิเวกาทีนญฺเจว ตทงฺควิเวกาทีนญฺจ วเสน ปวิวิตฺเตหิ, ตโต เอว กิเลเสหิ อารกตฺตา อริเยหิ ปริสุทฺเธหิ นิพฺพานํ ปฏิเปสิตตฺตภาวโต ปหิตตฺเตหิ อารมฺมณลกฺขณูปนิชฺฌานานํ วเสน ฌายนโต ฌายีหิ สพฺพกาลํ ปคฺคหิตวีริยตาย อารทฺธวีริเยหิ ปณฺฑิเตหิ สปฺปญฺเญหิเยว สห อาวเสยฺย สํวเสยฺยาติ.
นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปริหานสุตฺตวณฺณนา
๗๙. ทสเม ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ อวุทฺธิยา ภวนฺติ, มคฺคาธิคมสฺส ปริปนฺถาย โหนฺติ. อธิคตสฺส ปน มคฺคสฺส ปริหานิ นาม นตฺถิ. ‘‘ตโย ธมฺมา’’ติ ธมฺมาธิฏฺฐานวเสน อุทฺทิฏฺฐธมฺเม ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย วิภชนฺโต ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เสโข ภิกฺขู’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ กมฺมํ อารมิตพฺพโต อาราโม เอตสฺสาติ กมฺมาราโม. กมฺเม รโตติ กมฺมรโต. กมฺมารามตํ กมฺมาภิรตึ อนุยุตฺโต ปยุตฺโตติ กมฺมารามตมนุยุตฺโต. ตตฺถ กมฺมํ นาม อิติกตฺตพฺพํ กมฺมํ, เสยฺยถิทํ – จีวรวิจารณํ, จีวรกรณํ, อุปตฺถมฺภนํ, ปตฺตตฺถวิกํ, อํสพนฺธนํ, กายพนฺธนํ, ธมกรณํ, อาธารกํ, ปาทกถลิกํ, สมฺมชฺชนีติ เอวมาทีนํ อุปกรณานํ กรณํ, ยญฺจ วิหาเร ขณฺฑผุลฺลาทิปฏิสงฺขรณํ. เอกจฺโจ หิ เอตานิ กโรนฺโต สกลทิวสํ เอตาเนว กโรติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. โย ปน เอเตสํ กรณเวลายเมว เอตานิ กโรติ, อุทฺเทสเวลายํ อุทฺเทสํ คณฺหาติ, สชฺฌายเวลายํ สชฺฌายติ, เจติยงฺคณวตฺตาทิกรณเวลายํ เจติยงฺคณวตฺตาทีนิ กโรติ, มนสิการเวลายํ มนสิการํ กโรติ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐาเน วา ปาริหาริยกมฺมฏฺฐาเน วา, น โส กมฺมาราโม นาม. ตสฺส ตํ –
‘‘ยานิ โข ปน ตานิ สพฺรหฺมจารีนํ อุจฺจาวจานิ กึกรณียานิ, ตตฺถ ทกฺโข โหติ อนลโส, ตตฺรุปายาย วีมํสาย สมนฺนาคโต, อลํ กาตุํ อลํ สํวิธาตุ’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๔๕; อ. นิ. ๑๐.๑๘) –
อาทินา สตฺถารา อนุญฺญาตกรณเมว โหติ.
ภสฺสาราโมติ โย ภควตา ปฏิกฺขิตฺตราชกถาทิวเสน รตฺตินฺทิวํ วีตินาเมติ, อยํ ภสฺเส ปริยนฺตการี น โหตีติ ภสฺสาราโม นาม. โย ปน รตฺติมฺปิ ทิวาปิ ธมฺมํ กเถติ, ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, อยํ อปฺปภสฺโส ภสฺเส ปริยนฺตการีเยว. กสฺมา? ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณียํ – ธมฺมี วา กถา, อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๗๓) วุตฺตวิธึเยว ปฏิปนฺโนติ.
นิทฺทาราโมติ โย ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ, ปสฺสสุขํ, มิทฺธสุขํ อนุยุญฺชติ, โย จ คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ ฐิโตปิ ถินมิทฺธาภิภูโต นิทฺทายติ, อยํ นิทฺทาราโม นาม. ยสฺส ปน กรชกายเคลญฺเญน จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตรติ, นายํ นิทฺทาราโม, เตเนวาห –
‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, อคฺคิเวสฺสน, คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน นิทฺทํ โอกฺกมิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗).
เอตฺถ จ ปุถุชฺชนกลฺยาณโกปิ เสโขเตฺวว เวทิตพฺโพ. ตสฺมา ตสฺส สพฺพสฺสปิ วิเสสาธิคมสฺส อิตเรสํ อุปริ วิเสสาธิคมสฺส จ ปริหานาย วตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพํ. สุกฺกปกฺขสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺถวิภาวนา เวทิตพฺพา.
คาถาสุ อุทฺธโตติ จิตฺตวิกฺเขปกเรน อุทฺธจฺเจน อุทฺธโต อวูปสนฺโต. อปฺปกิจฺจสฺสาติ อนุญฺญาตสฺสปิ วุตฺตปฺปการสฺส กิจฺจสฺส ยุตฺตปฺปยุตฺตกาเลเยว กรณโต อปฺปกิจฺโจ อสฺส ภเวยฺย. อปฺปมิทฺโธติ ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชายา’’ติอาทินา วุตฺตชาคริยานุโยเคน นิทฺทารหิโต อสฺส. อนุทฺธโตติ ภสฺสารามตาย อุปฺปชฺชนกจิตฺตวิกฺเขปสฺส อภสฺสาราโม หุตฺวา ปริวชฺชเนน น อุทฺธโต วูปสนฺตจิตฺโต, สมาหิโตติ อตฺโถ. เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว. อิติ อิมสฺมึ วคฺเค ปฐมทุติยปญฺจมฉฏฺฐสตฺตมอฏฺฐมนวเมสุ สุตฺเตสุ วฏฺฏํ กถิตํ, อิตเรสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ.