๔. จตุตฺถวคฺโค

๑. วิตกฺกสุตฺตวณฺณนา

๘๐. จตุตฺถวคฺคสฺส ปฐเม อกุสลวิตกฺกาติ อโกสลฺลสมฺภูตา วิตกฺกา, มิจฺฉาวิตกฺกาติ อตฺโถ. อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโตติ เอตฺถ อนวญฺญตฺตีติ อนวญฺญา ปเรหิ อตฺตโน อหีฬิตตา อปริภูตตา, ‘‘อโห วต มํ ปเร น อวชาเนยฺยุ’’นฺติ เอวํ ปวตฺโต อิจฺฉาจาโร, ตาย อนวญฺญตฺติยา ปฏิสํยุตฺโต สํสฏฺโฐ, ตํ วา อารพฺภ ปวตฺโต อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก. ตสฺมา ‘‘กถํ นุ โข มํ ปเร คหฏฺฐา เจว ปพฺพชิตา จ น โอรกโต ทเหยฺยุ’’นฺติ สมฺภาวนกมฺยตาย อิจฺฉาจาเร, ฐตฺวา ปวตฺติตวิตกฺกสฺเสตํ อธิวจนํ. ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโตติ จีวราทิลาเภน เจว สกฺกาเรน จ กิตฺติสทฺเทน จ อารมฺมณกรณวเสน ปฏิสํยุตฺโต. ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโตติ ปเรสุ อนุทฺทยตาปติรูปเกน เคหสิตเปเมน ปฏิสํยุตฺโต. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ พฺราหฺมเณหิ คหปติเกหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ สหนนฺที สหโสกี, สุขิเตสุ สุขิโต, ทุกฺขิเตสุ ทุกฺขิโต, อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ อตฺตนาว โยคํ อาปชฺชตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๓; ๔.๒๔๑; วิภ. ๘๘๘).

คาถาสุ อนวญฺญตฺติยา ปฏิสํยุตฺโต ปุคฺคโล อนวญฺญตฺติสํยุตฺโต. ลาภสกฺกาเร คารโว เอตสฺส, น ธมฺเมติ ลาภสกฺการคารโว. สุขทุกฺเขสุ อมา สห ภวาติ อมจฺจา, สหายสทิสา อุปฏฺฐากา. เตหิ เคหสิตเปมวเสน สห นนฺทนสีโล สหนนฺที อมจฺเจหิ, อิมินา ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺตํ วิตกฺกํ ทสฺเสติ. อารา สํโยชนกฺขยาติ อิเมหิ ตีหิ วิตกฺเกหิ อภิภูโต ปุคฺคโล สํโยชนกฺขยโต อรหตฺตโต ทูเร, ตสฺส ตํ ทุลฺลภนฺติ อตฺโถ.

ปุตฺตปสุนฺติ ปุตฺเต จ ปสโว จ. ปุตฺตสทฺเทน เจตฺถ ทาราทโย; ปสุสทฺเทน อสฺสมหึสเขตฺตวตฺถาทโย จ สงฺคหิตา. วิวาเหติ วิวาหการาปเน. อิมินา อาวาโหปิ สงฺคหิโต. สํหรานีติ ปริคฺคหานิ, ปริกฺขารสงฺคหานีติ อตฺโถ. ‘‘สนฺถวานี’’ติ จ ปฐนฺติ, มิตฺตสนฺถวานีติ อตฺโถ. สพฺพตฺถ หิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ภพฺโพ โส ตาทิโส ภิกฺขูติ โส ยถาวุตฺตํ สพฺพํ ปปญฺจํ ปริจฺจชิตฺวา ยถา สตฺถารา วุตฺตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา, ตถา ปสฺสิตพฺพโต ตาทิโส สํสาเร ภยํ อิกฺขตีติ ภิกฺขุ อุตฺตมํ สมฺโพธึ อรหตฺตํ ปตฺตุํ อรหติ.

ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สกฺการสุตฺตวณฺณนา

๘๑. ทุติเย สกฺกาเรนาติ สกฺกาเรน เหตุภูเตน, อถ วา สกฺกาเรนาติ สกฺการเหตุนา, สกฺการเหตุเกน วา. สกฺการญฺหิ นิสฺสาย อิเธกจฺเจ ปุคฺคลา ปาปิจฺฉา อิจฺฉาปกตา อิจฺฉาจาเร ฐตฺวา ‘‘สกฺการํ นิพฺพตฺเตสฺสามา’’ติ อเนกวิหิตํ อเนสนํ อปฺปติรูปํ อาปชฺชิตฺวา อิโต จุตา อปาเยสุ นิพฺพตฺตนฺติ, อปเร ยถาสกฺการํ ลภิตฺวา ตนฺนิมิตฺตํ มานมทมจฺฉริยาทิวเสน ปมาทํ อาปชฺชิตฺวา อิโต จุตา อปาเยสุ นิพฺพตฺตนฺติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สกฺกาเรน อภิภูตา ปริยาทินฺนจิตฺตา’’ติ. ตตฺถ อภิภูตาติ อชฺโฌตฺถฏา. ปริยาทินฺนจิตฺตาติ เขปิตจิตฺตา, อิจฺฉาจาเรน มานมทาทินา จ ขยํ ปาปิตกุสลจิตฺตา. อถ วา ปริยาทินฺนจิตฺตาติ ปริโต อาทินฺนจิตฺตา, วุตฺตปฺปกาเรน อกุสลโกฏฺฐาเสน ยถา กุสลจิตฺตสฺส อุปฺปตฺติวาโร น โหติ, เอวํ สมนฺตโต คหิตจิตฺตสนฺตานาติ อตฺโถ. อสกฺกาเรนาติ หีเฬตฺวา ปริภวิตฺวา ปเรหิ อตฺตนิ ปวตฺติเตน อสกฺกาเรน เหตุนา, อสกฺการเหตุเกน วา มานาทินา. สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จาติ เกหิจิ ปวตฺติเตน สกฺกาเรน เกหิจิ ปวตฺติเตน อสกฺกาเรน จ. เย หิ เกหิจิ ปฐมํ สกฺกตา หุตฺวา เตหิเยว อสารภาวํ ญตฺวา ปจฺฉา อสกฺกตา โหนฺติ, ตาทิเส สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จา’’ติ.

เอตฺถ สกฺกาเรน อภิภูตา เทวทตฺตาทโย นิทสฺเสตพฺพา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ผลํ เว กทลึ หนฺติ, ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬํ;

สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ, คพฺโภ อสฺสตรึ ยถา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๘๓; อ. นิ. ๔.๖๘; จูฬว. ๓๓๕);

สาธูนํ อุปริ กเตน อสกฺกาเรน อภิภูตา ทณฺฑกีราชกาลิงฺคราชมชฺฌราชาทโย นิทสฺเสตพฺพา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘กิสญฺหิ วจฺฉํ อวกิริย ทณฺฑกี,

อุจฺฉินฺนมูโล สชโน สรฏฺโฐ;

กุกฺกุฬนาเม นิรยมฺหิ ปจฺจติ,

ตสฺส ผุลิงฺคานิ ปตนฺติ กาเย.

‘‘โย สญฺญเต ปพฺพชิเต อวญฺจยิ,

ธมฺมํ ภณนฺเต สมเณ อทูสเก;

ตํ นาฬิเกรํ สุนขา ปรตฺถ,

สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมานํ’’. (ชา. ๒.๑๗.๗๐-๗๑);

‘‘อุปหจฺจ มนํ มชฺโฌ, มาตงฺคสฺมึ ยสสฺสิเน;

สปาริสชฺโช อุจฺฉินฺโน, มชฺฌารญฺญํ ตทา อหู’’ติ. (ชา. ๒.๑๙.๙๖);

สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ อภิภูตา อญฺญติตฺถิยา นาฏปุตฺตาทโย นิทสฺเสตพฺพา.

คาถาสุ อุภยนฺติ อุภเยน สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ. สมาธิ น วิกมฺปตีติ น จลติ, เอกคฺคภาเวน ติฏฺฐติ. กสฺส ปน น จลตีติ อาห ‘‘อปฺปมาทวิหาริโน’’ติ. โย ปมาทกรธมฺมานํ ราคาทีนํ สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา อปฺปมาทวิหารี อรหา, ตสฺส. โส หิ โลกธมฺเมหิ น วิกมฺปติ. สุขุมทิฏฺฐิวิปสฺสกนฺติ ผลสมาปตฺติอตฺถํ สุขุมาย ทิฏฺฐิยา ปญฺญาย อภิณฺหํ ปวตฺตวิปสฺสนตฺตา สุขุมทิฏฺฐิวิปสฺสกํ. อุปาทานกฺขยารามนฺติ จตุนฺนํ อุปาทานานํ ขยํ ปริโยสานภูตํ อรหตฺตผลํ อารมิตพฺพํ เอตสฺสาติ อุปาทานกฺขยารามํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เทวสทฺทสุตฺตวณฺณนา

๘๒. ตติเย เทเวสูติ ฐเปตฺวา อรูปาวจรเทเว เจว อสญฺญเทเว จ ตทญฺเญสุ อุปปตฺติเทเวสุ. เทวสทฺทาติ เทวานํ ปีติสมุทาหารสทฺทา. นิจฺฉรนฺตีติ อญฺญมญฺญํ อาลาปสลฺลาปวเสน ปวตฺตนฺติ. สมยา สมยํ อุปาทายาติ สมยโต สมยํ ปฏิจฺจ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมึ กาเล ฐิตา เต เทวา ตํ กาลํ อาคมฺม นํ ปสฺสิสฺสนฺติ, ตโต ตํ สมยํ สมฺปตฺตํ อาคมฺมาติ. ‘‘สมยํ สมยํ อุปาทายา’’ติ จ เกจิ ปฐนฺติ, เตสํ ตํ ตํ สมยํ ปฏิจฺจาติ อตฺโถ. ยสฺมึ สมเยติ ยทา ‘‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗), ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑; สํ. นิ. ๒.๑๕๔) จ กาเมสุ ฆราวาเส จ อาทีนวา, ตปฺปฏิปกฺขโต เนกฺขมฺเม อานิสํสา จ สุทิฏฺฐา โหนฺติ, ตสฺมึ สมเย. ตทา หิสฺส เอกนฺเตน ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ นมติ. อริยสาวโกติ อริยสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สาวโก, สาวกภาวํ อุปคนฺตุกาโม, อริยสาวโก วา อวสฺสํภาวี. อนฺติมภวิกํ สาวกโพธิสตฺตํ สนฺธาย อยมารมฺโภ. เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวาติ เกเส จ มสฺสุญฺจ โอหาเรตฺวา อปเนตฺวา. กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวาติ กสาเยน รตฺตตาย กาสายานิ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตานํ อนุจฺฉวิกานิ วตฺถานิ นิวาเสตฺวา เจว ปารุปิตฺวา จ. อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชฺชาย เจเตตีติ อคารสฺมา ฆรา นิกฺขมิตฺวา อนคาริยํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพเชยฺยนฺติ ปพฺพชฺชาย เจเตติ ปกปฺเปติ, ปพฺพชตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ยสฺมา อคารสฺส หิตํ กสิวณิชฺชาทิกมฺมํ อคาริยนฺติ วุจฺจติ, ตญฺจ ปพฺพชฺชาย นตฺถิ, ตสฺมา ปพฺพชฺชา อนคาริยนฺติ ญาตพฺพา.

มาเรนาติ กิเลสมาเรน. สงฺคามาย เจเตตีติ ยุชฺฌนตฺถาย จิตฺตํ อุปฺปาเทติ, มารํ อภิวิเชตุํ สนฺนยฺหติ. ยสฺมา ปน เอวรูปสฺส ปฏิปชฺชนกปุคฺคลสฺส เทวปุตฺตมาโรปิ อนฺตรายาย อุปกฺกมติ, ตสฺมา ตสฺสปิ วเสน มาเรนาติ เอตฺถ เทวปุตฺตมาเรนาติปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตสฺสาปิ อยํ อิจฺฉาวิฆาตํ กริสฺสเตวาติ. ยสฺมา ปน ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ขุรคฺคโต วา ปฏฺฐาย สีลานิ สมาทิยนฺโต ปริโสเธนฺโต สมถวิปสฺสนาสุ กมฺมํ กโรนฺโต ยถารหํ ตทงฺคปฺปหานวิกฺขมฺภนปฺปหานานํ วเสน กิเลสมารํ ปริปาเตติ นาม, น ยุชฺฌติ นาม สมฺปหารสฺส อภาวโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มาเรน สทฺธึ สงฺคามาย เจเตตี’’ติ.

สตฺตนฺนนฺติ โกฏฺฐาสโต สตฺตนฺนํ, ปเภทโต ปน เต สตฺตตึส โหนฺติ. กถํ? จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ. เอวํ ปเภทโต สตฺตตึสวิธาปิ สติปฏฺฐานาทิโกฏฺฐาสโต สตฺเตว โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สตฺตนฺน’’นฺติ. โพธิปกฺขิยานนฺติ พุชฺฌนฏฺเฐน โพธีติ ลทฺธนามสฺส อริยปุคฺคลสฺส มคฺคญาณสฺเสว วา ปกฺเข ภวานํ โพธิปกฺขิยานํ, โพธิโกฏฺฐาสิยานนฺติ อตฺโถ. ‘‘โพธิปกฺขิกาน’’นฺติปิ ปาโฐ, โพธิปกฺขวนฺตานํ, โพธิปกฺเข วา นิยุตฺตานนฺติ อตฺโถ. ภาวนานุโยคมนุยุตฺโตติ วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยมคฺคภาวนานุโยคมนุยุตฺโต. วิปสฺสนากฺขเณ หิ สติปฏฺฐานาทโย ปริยาเยน โพธิปกฺขิยา นาม, มคฺคกฺขเณเยว ปน เต นิปฺปริยาเยน โพธิปกฺขิยา นาม โหนฺติ.

อาสวานํ ขยาติ กามาสวาทีนํ สพฺเพสํ อาสวานํ ขยา. อาสเวสุ หิ ขีเณสุ สพฺเพ กิเลสา ขีณาเยว โหนฺติ. เตน อรหตฺตมคฺโค วุตฺโต โหติ. อนาสวนฺติ อาสววิรหิตํ. เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ เอตฺถ เจโตวจเนน อรหตฺตผลสมาธิ, ปญฺญาวจเนน ตํสมฺปยุตฺตา จ ปญฺญา วุตฺตา. ตตฺถ สมาธิ ราคโต วิมุตฺตตฺตา เจโตวิมุตฺติ, ปญฺญา อวิชฺชาย วิมุตฺตตฺตา ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘โย หิสฺส, ภิกฺขเว, สมาธิ, ตทสฺส สมาธินฺทฺริยํ. ยา หิสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺญา, ตทสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ. อิติ โข, ภิกฺขเว, ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๕๑๖).

อปิเจตฺถ สมถผลํ เจโตวิมุตฺติ, วิปสฺสนาผลํ ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตนาเยว อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา อปรปฺปจฺจเยน ญตฺวา. อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ปาปุณิตฺวา สมฺปาเทตฺวา วิหรติ. ตเมว สงฺคามสีสํ อภิวิชิย อชฺฌาวสตีติ มารํ อภิวิชินิตฺวา วิชิตวิชยตฺตา เตน กตสงฺคามสงฺขาตสฺส อริยมคฺคสฺส สีสภูตํ อรหตฺตผลสมาปตฺติอิสฺสริยฏฺฐานํ, อภิภวนฺโต อาวสติ, สมาปชฺชติ อิจฺเจว อตฺโถ. อิเม จ เทวสทฺทา ทิฏฺฐสจฺเจสุ เทเวสุ ปวตฺตนฺติ, วิเสสโต สุทฺธาวาสเทเวสูติ เวทิตพฺพํ.

คาถาสุ มหนฺตนฺติ สีลาทิคุณมหตฺเตน มหนฺตํ. วีตสารทนฺติ สารชฺชกรานํ กิเลสานํ อภาเวน วิคตสารชฺชํ อปคตมงฺกุภาวํ. ปุริสาชญฺญาติ อสฺสาทีสุ อสฺสาชานียาทโย วิย ปุริเสสุ อาชานียภูตา อุตฺตมปุริสา. ทุชฺชยมชฺฌภูติ ปจุรชเนหิ เชตุํ อสกฺกุเณยฺยํ กิเลสวาหินึ อภิภวิ อชฺโฌตฺถริ. ‘‘อชฺชยี’’ติปิ ปฐนฺติ, อชินีติ อตฺโถ. เชตฺวาน มจฺจุโน เสนํ, วิโมกฺเขน อนาวรนฺติ โลกตฺตยาภิพฺยาปนโต ทิยฑฺฒสหสฺสาทิวิภาคโต จ วิปุลตฺตา อญฺเญหิ อาวริตุํ ปฏิเสเธตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา จ อนาวรํ, มจฺจุโน มารสฺส เสนํ วิโมกฺเขน อริยมคฺเคน เชตฺวา โย ตฺวํ ทุชฺชยํ อชยิ, ตสฺส นโม, เต ปุริสาชญฺญาติ สมฺพนฺโธ.

อิตีติ วุตฺตปฺปกาเรน. หิ-อิติ นิปาตมตฺตํ. เอตํ ปตฺตมานสํ อธิคตารหตฺตํ ขีณาสวํ เทวตานมสฺสนฺตีติ วุตฺตเมวตฺถํ นิคมนวเสน ทสฺเสติ. อถ วา อิตีติ อิมินา การเณน. กึ ปน เอตํ การณํ? นมุจิเสนาวิชเยน ปตฺตมานสตฺตํ. อิมินา การเณน ตํ เทวตา นมสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อิทานิ ตํ การณํ ผลโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตญฺหิ ตสฺส น ปสฺสนฺติ, เยน มจฺจุวสํ วเช’’ติ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา ตสฺส ปุริสาชญฺญสฺส ปณิธาย คเวสนฺตาปิ เทวา อณุมตฺตมฺปิ ตํ การณํ น ปสฺสนฺติ, เยน โส มจฺจุโน มรณสฺส วสํ วเช อุปคจฺเฉยฺย. ตสฺมา ตํ วิสุทฺธิเทวา นมสฺสนฺตีติ.

ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปญฺจปุพฺพนิมิตฺตสุตฺตวณฺณนา

๘๓. จตุตฺเถ ยทาติ ยสฺมึ กาเล. เทโวติ อุปปตฺติเทโว. ตโย หิ เทวา – สมฺมุติเทวา, อุปปตฺติเทวา, วิสุทฺธิเทวาติ. เตสุ สมฺมุติเทวา นาม ราชาโน ขตฺติยา. อุปปตฺติเทวา นาม จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ตทุปริเทวา. วิสุทฺธิเทวา นาม ขีณาสวา. อิธ ปน กามาวจรเทโว อธิปฺเปโต. เตน วุตฺตํ ‘‘เทโวติ อุปปตฺติเทโว’’ติ. เทวกายาติ เทวสมูหโต, เทวฏฺฐานโต วา, เทวโลกโตติ อตฺโถ. สมูหนิวาสวาจโก หิ อยํ กายสทฺโท. จวนธมฺโมติ มรณธมฺโม, อายุกฺขเยน วา ปุญฺญกฺขเยน วา อุปฏฺฐิตมรโณติ อตฺโถ.

ปญฺจสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุภวนฺตีติ อสฺส อุปฏฺฐิตมรณสฺส เทวปุตฺตสฺส ปญฺจ มรณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ปกาสานิ วา โหนฺติ. มาลา มิลายนฺตีติ เตน ปิฬนฺธิตมาลา มชฺฌนฺหิกสมเย อาตเป ขิตฺตา วิย มิลาตา วิหตโสภา โหนฺติ.

วตฺถานิ กิลิสฺสนฺตีติ สรทสมเย วิคตวลาหเก อากาเส อพฺภุสฺสกฺกมานพาลสูริยสทิสปฺปภานิ นานาวิราควณฺณานิ เตน นิวตฺถปารุตวตฺถานิ ตํ ขณํเยว กทฺทเม ขิปิตฺวา มทฺทิตานิ วิย วิหตปฺปภานิ มลินานิ โหนฺติ.

กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺตีติ สุปริสุทฺธชาติมณิ วิย สุสิกฺขิตสิปฺปาจริยรจิตสุวณฺณปฏิมา วิย จ ปุพฺเพ เสทมลชลฺลิการหิตสรีรสฺส ตสฺมึ ขเณ อุโภหิ กจฺเฉหิ เสทธารา สนฺทนฺติ ปคฺฆรนฺติ. น เกวลญฺจ กจฺเฉหิเยว, สกลสรีรโตปิ ปนสฺส เสทชลกณฺณิกา มุจฺจติเยว, เยน อามุตฺตมุตฺตาชาลควจฺฉิโต วิย ตสฺส กาโย โหติ.

กาเย ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกมตีติ ปุพฺเพ ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย ยถานุภาวํ เอกโยชนํ ทฺวิโยชนํ ยาว ทฺวาทสโยชนมตฺตมฺปิ ปเทสํ อาภาย ผริตฺวา วิชฺโชตมาโน กาโย โหติ ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทิวิรหิโต, น สีตํ น อุณฺหํ อุปฆาตกํ, เทวธีตา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย โหติ, เทวปุตฺโต วีสติวสฺสุทฺเทสิโก วิย, ตํ ขณํเยว นิปฺปเภ นิตฺเตเช กาเย วิรูปภาโว อนุปวิสติ สณฺฐาติ.

สเก เทโว เทวาสเน นาภิรมตีติ อตฺตโน อจฺฉราคเณหิ สทฺธึ กีฬนปริจรณกทิพฺพาสเน น รมติ, น จิตฺตสฺสาทํ ลภติ. ตสฺส กิร มนุสฺสคณนาย สตฺตหิ ทิวเสหิ มรณํ ภวิสฺสตีติ อิมานิ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุภวนฺติ. โส เตสํ อุปฺปตฺติยา ‘‘เอวรูปาย นาม สมฺปตฺติยา วินา ภวิสฺสามี’’ติ พลวโสกาภิภูโต โหติ. เตนสฺส กาเย มหาปริฬาโห อุปฺปชฺชติ, เตน สพฺพโต คตฺเตหิ เสทา มุจฺจนฺติ. จิรตรํ กาลํ อปริจิตทุกฺโข ตํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต เอกจฺโจ ‘‘ทยฺหามิ ทยฺหามี’’ติ กนฺทนฺโต ปริเทวนฺโต กตฺถจิ อสฺสาทํ อลภนฺโต วิชปฺปนฺโต วิลปนฺโต ตหึ ตหึ อาหิณฺฑติ. เอกจฺโจ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา กายวาจาหิ วิการํ อกโรนฺโตปิ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ อสหนฺโต วิหญฺญมาโน วิจรติ.

อิมานิ ปน ปุพฺพนิมิตฺตานิ ยถา โลเก มหาปุญฺญานํ ราชราชมหามตฺตาทีนํเยว อุกฺกาปาตภูมิจาลจนฺทคฺคาหาทีนิ นิมิตฺตานิ ปญฺญายนฺติ, น สพฺเพสํ; เอวเมว มเหสกฺขเทวานํเยว ปญฺญายติ. อุปฺปนฺนานิ จ ตานิ ‘‘อิมานิ มรณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ นามา’’ติ เกจิ เทวา ชานนฺติ, น สพฺเพ. ตตฺถ โย มนฺเทน กุสลกมฺเมน นิพฺพตฺโต, โส ‘‘อิทานิ โก ชานาติ, ‘กุหึ นิพฺพตฺติสฺสามี’’’ติ ภายติ. โย ปน มหาปุญฺโญ, โส ‘‘พหุํ มยา ทานํ ทินฺนํ, สีลํ รกฺขิตํ, ปุญฺญํ อุปจิตํ, อิโต จุตสฺส เม สุคติเยว ปาฏิกงฺขา’’ติ น ภายติ น วิกมฺปติ. เอวํ อุปฏฺฐิตปุพฺพนิมิตฺตํ ปน ตํ คเหตฺวา เทวตา นนฺทนวนํ ปเวเสนฺติ สพฺพเทวโลเกสุ นนฺทนวนํ อตฺถิเยว.

ตีหิ วาจาหิ อนุโมเทนฺตีติ อิทานิ วุจฺจมาเนหิ ตีหิ วจเนหิ อนุโมเทนฺติ, โมทํ ปโมทํ อุปฺปาเทนฺติ, อสฺสาเสนฺติ, อภิวทนวเสน วา ตํขณานุรูปํ ปโมทํ กโรนฺติ. เกจิ ปน ‘‘อนุโมเทนฺตี’’ติ ปทสฺส ‘‘โอวทนฺตี’’ติ วทนฺติ. อิโตติ เทวโลกโต. โภติ อาลปนํ. สุคตินฺติ สุนฺทรคตึ, มนุสฺสโลกํ สนฺธาย วทนฺติ. คจฺฉาติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อุเปหิ.

เอวํ วุตฺเตติ เอวํ ตทา เตหิ เทเวหิ ตสฺส ‘‘อิโต โภ สุคตึ คจฺฉา’’ติอาทินา วตฺตพฺพวจเน ภควตา วุตฺเต อญฺญตโร นามโคตฺเตน อปากโฏ ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน อนุสนฺธิกุสโล เอโก ภิกฺขุ ‘‘เอเต สุคติอาทโย ภควตา อวิเสสโต วุตฺตา อวิภูตา, หนฺท เต วิภูตตเร การาเปสฺสามี’’ติ เอตํ ‘‘กึนุ โข, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. สทฺธาทิคุณวิเสสปฏิลาภการณโต เทวูปปตฺติเหตุโต จ มนุสฺสตฺตํ เทวานํ อภิสมฺมตนฺติ อาห ‘‘มนุสฺสตฺตํ โข ภิกฺขุ เทวานํ สุคติคมนสงฺขาต’’นฺติ.

สุคติคมนสงฺขาตนฺติ ‘‘สุคติคมน’’นฺติ สมฺมา กถิตํ, วณฺณิตํ โถมิตนฺติ อตฺโถ. ยํ มนุสฺสภูโตติ เอตฺถ ยนฺติ กิริยาปรามสนํ, เตน ปฏิลภตีติ เอตฺถ ปฏิลภนกิริยา อามสียติ, โย สทฺธาปฏิลาโภติ อตฺโถ. มนุสฺสภูโตติ มนุสฺเสสุ อุปฺปนฺโน, มนุสฺสภาวํ วา ปตฺโต. ยสฺมา เทวโลเก อุปฺปนฺนานํ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา เยภุยฺเยน ทุลฺลภา สวนาย, น ตถา มนุสฺสานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มนุสฺสภูโต’’ติ. ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเยติ ตถาคเตน ภควตา เทสิเต สิกฺขตฺตยสงฺคเห สาสเน. ตญฺหิ ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺโม จ, อาสยานุรูปํ วิเนยฺยานํ วินยนโต วินโย จาติ ธมฺมวินโย, อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา วา ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมํ อปฺปรชกฺขชาติกํ วิเนตีติ ธมฺมวินโย. ธมฺเมเนว วา วินโย, น ทณฺฑสตฺเถหีติ ธมฺมวินโย, ธมฺมยุตฺโต วา วินโยติ ธมฺมวินโย, ธมฺมาย วา สห มคฺคผลนิพฺพานาย วินโยติ ธมฺมวินโย, มหากรุณาสพฺพญฺญุตญฺญาณาทิธมฺมโต วา ปวตฺโต วินโยติ ธมฺมวินโย. ธมฺโม วา ภควา ธมฺมภูโต ธมฺมกาโย ธมฺมสฺสามี, ตสฺส ธมฺมสฺส วินโย, น ตกฺกิยานนฺติ ธมฺมวินโย, ธมฺเม วา มคฺคผเล นิปฺผาเทตพฺพวิสยภูเต วา ปวตฺโต วินโยติ ธมฺมวินโยติ วุจฺจติ. ตสฺมึ ธมฺมวินเย.

สทฺธํ ปฏิลภตีติ ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติอาทินา สทฺธํ อุปฺปาเทติ. สทฺโธ หิ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถ อาราเธสฺสติ. สุลทฺธลาภสงฺขาตนฺติ เอตฺถ ยถา หิรญฺญสุวณฺณเขตฺตวตฺถาทิลาโภ สตฺตานํ อุปโภคสุขํ อาวหติ, ขุปฺปิปาสาทิทุกฺขํ ปฏิพาหติ, ธนทาลิทฺทิยํ วูปสเมติ, มุตฺตาทิรตนปฏิลาภเหตุ โหติ, โลกสนฺตติญฺจ อาวหติ; เอวํ โลกิยโลกุตฺตรา สทฺธาปิ ยถาสมฺภวํ โลกิยโลกุตฺตรํ วิปากสุขมาวหติ, สทฺธาธุเรน ปฏิปนฺนานํ ชาติชราทิทุกฺขํ ปฏิพาหติ, คุณทาลิทฺทิยํ วูปสเมติ, สติสมฺโพชฺฌงฺคาทิรตนปฏิลาภเหตุ โหติ, โลกสนฺตติญฺจ อาวหติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สทฺโธ สีเลน สมฺปนฺโน, ยโส โภคสมปฺปิโต;

ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ปูชิโต’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๓);

เอวํ สทฺธาปฏิลาภสฺส สุลทฺธลาภตา เวทิตพฺพา. ยสฺมา ปนายํ สทฺธาปฏิลาโภ อนุคามิโก อนญฺญสาธารโณ สพฺพสมฺปตฺติเหตุ, โลกิยสฺส จ หิรญฺญสุวณฺณาทิธนลาภสฺส การณํ. สทฺโธเยว หิ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา อุฬารุฬารวิตฺตูปกรณานิ อธิคจฺฉติ, เตหิ จ อตฺตโน ปเรสญฺจ อตฺถเมว สมฺปาเทติ. อสฺสทฺธสฺส ปน ตานิ อนตฺถาวหานิ โหนฺติ, อิธ เจว สมฺปราเย จาติ, เอวมฺปิ สทฺธาย สุลทฺธลาภตา เวทิตพฺพา. ตถา หิ –

‘‘สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ’’. (สํ. นิ. ๑.๗๙).

‘‘สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหตี’’ติ จ. (สํ. นิ. ๑.๓๖, ๕๙).

‘‘สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติ จ. (สํ. นิ. ๑.๗๓; สุ. นิ. ๑๘๔).

‘‘สทฺธาหตฺโถ มหานาโค’’ติ จ. (อ. นิ. ๖.๔๓; เถรคา. ๖๙๔).

‘‘สทฺธา พีชํ ตโป วุฏฺฐี’’ติ จ. (สํ. นิ. ๑.๑๙๗; สุ. นิ. ๗๗).

‘‘สทฺเธสิโก, ภิกฺขเว, อริยสาวโก’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗) จ.

‘‘สทฺธาย ตรติ โอฆ’’นฺติ จ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖) –

อเนเกสุ ฐาเนสุ อเนเกหิ การเณหิ สทฺธา สํวณฺณิตา.

อิทานิ ยาย สทฺธาย สาสเน กุสลธมฺเมสุ สุปฺปติฏฺฐิโต นาม โหติ นิยาโมกฺกนฺติยา, ตํ สทฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘สา โข ปนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อสฺสาติ อิมสฺส ภเวยฺยาติ อตฺโถ. นิวิฏฺฐาติ อภินิวิฏฺฐา จิตฺตสนฺตานํ อนุปวิฏฺฐา. มูลชาตาติ ชาตมูลา. กึ ปน สทฺธาย มูลํ นาม? สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ โอกปฺปนเหตุภูโต อุปายมนสิกาโร. อปิจ สปฺปุริสเสวนา สทฺธมฺมสฺสวนํ โยนิโสมนสิกาโร ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺตีติ จตฺตาริ โสตาปตฺติยงฺคานิ มูลานิ เวทิตพฺพานิ. ปติฏฺฐิตาติ อริยมคฺคาธิคเมน เกนจิ อกมฺปนียภาเวน อวฏฺฐิตา. เตเนวาห ‘‘ทฬฺหา อสํหาริยา’’ติ. ทฬฺหาติ ถิรา. อสํหาริยาติ เกนจิ สํหริตุํ วา หาเปตุํ วา อปเนตุํ วา อสกฺกุเณยฺยา. อิติ เต เทวา ตสฺส โสตาปตฺติมคฺคสมธิคมํ อาสีสนฺตา เอวํ วทนฺติ. อตฺตโน เทวโลเก กามสุขูปโภคารหเมว หิ อริยปุคฺคลํ เต อิจฺฉนฺติ. เตนาห ‘‘เอหิ, เทว, ปุนปฺปุน’’นฺติ.

คาถาสุ ปุญฺญกฺขยมรณมฺปิ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉเทเนว โหตีติ อาห ‘‘จวติ อายุสงฺขยา’’ติ. อนุโมทตนฺติ อนุโมทนฺตานํ. มนุสฺสานํ สหพฺยตนฺติ มนุสฺเสหิ สหภาวํ. สห เพฺยตีติ สหโพฺย, สหปวตฺตนโก, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา. นิวิฏฺฐสฺสาติ นิวิฏฺฐา ภเวยฺย. ยาวชีวนฺติ ยาว ชีวิตปฺปวตฺติยา, ยาว ปรินิพฺพานาติ อตฺโถ.

อปฺปมาณนฺติ สกฺกจฺจํ พหุํ อุฬารํ พหุกฺขตฺตุญฺจ กรณวเสน ปมาณรหิตํ. นิรูปธินฺติ กิเลสูปธิรหิตํ, สุวิสุทฺธํ นิมฺมลนฺติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน เต เทวา มหคฺคตกุสลํ น อิจฺฉนฺติ กามโลกสมติกฺกมนโต, กามาวจรปุญฺญเมว อิจฺฉนฺติ, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ – ‘‘อิโต เทวโลกโต จุโต มนุสฺเสสุ อุปฺปชฺชิตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต กายทุจฺจริตาทึ สพฺพํ ทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตาทึ สพฺพํ สุจริตํ อุฬารํ วิปุลํ อุปจินิตฺวา อริยมคฺเคน อาคตสทฺโธ ภวาหี’’ติ. ยสฺมา ปน โลกุตฺตเรสุ ปฐมมคฺคํ ทุติยมคฺคมฺปิ วา อิจฺฉนฺติ อตฺตโน เทวโลกูปปตฺติยา อนติวตฺตนโต, ตสฺมา เตสมฺปิ วเสน ‘‘อปฺปมาณํ นิรูปธิ’’นฺติปทานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ – ปมาณกรานํ ทิฏฺเฐกฏฺฐโอฬาริกกามราคาทิกิเลสานํ อุปจฺเฉเทน อปฺปมาณํ, สตฺตมภวโต วา อุปฺปชฺชนารหสฺส ขนฺธูปธิสฺส ตํนิพฺพตฺตกอภิสงฺขารูปธิสฺส ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสูปธิสฺส จ ปหาเนน เตสํ อนิพฺพตฺตนโต นิรุปธิสงฺขาตนิพฺพานสนฺนิสฺสิตตฺตา จ นิรุปธีติ.

เอวํ อจฺจนฺตเมว อปายทฺวารปิธายกํ กมฺมํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สคฺคสมฺปตฺตินิพฺพตฺตกกมฺมํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโต โอปธิก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โอปธิกนฺติ อุปธิเวปกฺกํ อตฺตภาวสมฺปตฺติยา เจว โภคสมฺปตฺติยา จ นิพฺพตฺตกนฺติ อตฺโถ. อุปธีติ หิ อตฺตภาโว วุจฺจติ. ยถาห ‘‘สนฺเตกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ อุปธิสมฺปตฺติปฏิพาหิตานิ น วิปจฺจนฺตี’’ติ (วิภ. ๘๑๐). กามคุณาปิ. ยถาห ‘‘อุปธีหิ นรสฺส โสจนา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒; สุ. นิ. ๓๔). ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อุปธียติ เอตฺถ สุขทุกฺขนฺติ อุปธิ, อตฺตภาโว กามคุณา จ. อุปธิกรณํ สีลํ เอตสฺส, อุปธึ วา อรหตีติ โอปธิกํ, ปุญฺญํ, ตํ พหุํ อุฬารํ กตฺวา. กถํ? ทาเนน. ทานญฺหิ อิตเรหิ สุกรนฺติ เอวํ วุตฺตํ. ทาเนนาติ วา ปเทน อภยทานมฺปิ วุตฺตํ, น อามิสทานเมวาติ สีลสฺสาปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ปน เต เทวา อสุรกายหานึ เอกนฺเตเนว เทวกายปาริปูริญฺจ อิจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตสฺส อุปายํ ทสฺเสนฺตา ‘‘อญฺเญปิ มจฺเจ สทฺธมฺเม, พฺรหฺมจริเย นิเวสยา’’ติ ธมฺมทาเน นิโยเชนฺติ. ยทา วิทูติ ยสฺมึ กาเล เทวา เทวํ จวนฺตํ วิทู วิชาเนยฺยุํ, ตทา อิมาย ยถาวุตฺตาย อนุกมฺปาย ทุกฺขาปนยนกมฺยตาย ‘‘เทว, อิเม เทวกาเย ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนวเสน เอหิ อาคจฺฉาหี’’ติ จ อนุโมเทนฺตีติ.

จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. พหุชนหิตสุตฺตวณฺณนา

๘๔. ปญฺจเม โลเกติ เอตฺถ ตโย โลกา – สตฺตโลโก, สงฺขารโลโก, โอกาสโลโกติ. เตสุ อินฺทฺริยพทฺธานํ รูปธมฺมานํ อรูปธมฺมานํ รูปารูปธมฺมานญฺจ สนฺตานวเสน วตฺตมานานํ สมูโห สตฺตโลโก, ปถวีปพฺพตาทิเภโท โอกาสโลโก, อุภเยปิ ขนฺธา สงฺขารโลโก. เตสุ สตฺตโลโก อิธ อธิปฺเปโต. ตสฺมา โลเกติ สตฺตโลเก. ตตฺถาปิ น เทวโลเก, น พฺรหฺมโลเก, มนุสฺสโลเก. มนุสฺสโลเกปิ น อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ, อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ. ตตฺราปิ น สพฺพฏฺฐาเนสุ, ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย คชงฺคลํ นาม นิคโม, ตสฺส อปเรน มหาสาลา, ตโต ปรํ ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ; ปุรตฺถิมทกฺขิณาย ทิสาย สลฺลวตี นาม นที, ตโต ปรํ ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ; ทกฺขิณาย ทิสาย เสตกณฺณิกํ นาม นิคโม, ตโต ปรํ ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ; ปจฺฉิมาย ทิสาย ถูณํ นาม พฺราหฺมณคาโม, ตโต ปรํ ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ; อุตฺตราย ทิสาย อุสิรทฺธโช นาม ปพฺพโต, ตโต ปรํ ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ’’ติ (มหาว. ๒๕๙) เอวํ ปริจฺฉินฺเน อายามโต ติโยชนสเต วิตฺถารโต อฑฺฒเตยฺยโยชนสเต ปริกฺเขปโต นวโยชนสเต มชฺฌิมเทเส อุปฺปชฺชติ ตถาคโต. น เกวลญฺจ ตถาคโตว ปจฺเจกพุทฺธา อคฺคสาวกา อสีติมหาเถรา พุทฺธมาตา พุทฺธปิตา จกฺกวตฺติราชา อญฺเญ จ สารปฺปตฺตา พฺราหฺมณคหปติกา เอตฺเถว อุปฺปชฺชนฺติ. อิธ ปน ตถาคตวาเรเยว สพฺพตฺถกวเสน อยํ นโย ลพฺภติ, อิตเรสุ เอกเทสวเสน.

อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺตีติ อิทํ ปน อุภยมฺปิ วิปฺปกตวจนเมว, อุปฺปชฺชนฺตา พหุชนหิตตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ, น อญฺเญน การเณนาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวรูปเญฺหตฺถ สทฺทลกฺขณํ น สกฺกา อญฺเญน สทฺทลกฺขเณน ปฏิพาหิตุํ.

อปิจ อุปฺปชฺชมาโน นาม อุปฺปชฺชติ นาม อุปฺปนฺโน นามาติ อยํ ปเภโท เวทิตพฺโพ. ตถาคโต หิ มหาภินีหารํ กโรนฺโต, พุทฺธกเร ธมฺเม ปริเยสนฺโต, ปารมิโย ปูเรนฺโต, ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชนฺโต, ญาตตฺถจริยํ จรนฺโต, โลกตฺถจริยํ, พุทฺธตฺถจริยํ โกฏึ ปาเปนฺโต, ปารมิโย ปูเรตฺวา ตุสิตภวเน ติฏฺฐนฺโต, ตโต โอตริตฺวา จริมภเว ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺโต, อคารมชฺเฌ วสนฺโต, อภินิกฺขมนฺโต, มหาปธานํ ปทหนฺโต, ปริปกฺกญาโณ โพธิมณฺฑํ อารุยฺห มารพลํ วิธเมนฺโต ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺโต, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธนฺโต, ปจฺฉิมยาเม ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ โอตาเรตฺวา อเนกาการํ สพฺพสงฺขาเร สมฺมสิตฺวา โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ยาว อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน เอว นาม, อรหตฺตมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผลกฺขเณ ปน อุปฺปนฺโน นาม. พุทฺธานญฺหิ สาวกานํ วิย น ปฏิปาฏิยา อิทฺธิวิธญาณาทีนํ อุปฺปาทนกิจฺจํ อตฺถิ, สเหว ปน อรหตฺตมคฺเคน สกโลปิ พุทฺธคุณราสิ อาคโตว นาม โหติ. ตสฺมา เต นิพฺพตฺตสพฺพกิจฺจตฺตา อรหตฺตผลกฺขเณ อุปฺปนฺนา นาม โหนฺติ. อิธ อรหตฺตผลกฺขณํ สนฺธาย ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺโต. อุปฺปนฺโน โหตีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ.

สาวโกปิ ขีณาสโว สาวกโพธิยา เหตุภูเต ปุญฺญสมฺภาเร สมฺภรนฺโต ปุพฺพโยคํ ปุพฺพจริยํ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต จริมภเว นิพฺพตฺตนฺโต อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺวา สํสาเร อาทีนวํ ทิสฺวา ปพฺพชฺชาย เจตยมาโน ปพฺพชฺชํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา สีลาทีนิ ปริปูเรนฺโต ธุตธมฺเม สมาทาย วตฺตมาโน ชาคริยํ อนุยุญฺชนฺโต ญาณานิ นิพฺพตฺเตนฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา เหฏฺฐิมมคฺเค อธิคจฺฉนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน เอว นาม, อรหตฺตมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผลกฺขเณ ปน อุปฺปนฺโน นาม. เสกฺโข ปน ปุพฺพูปนิสฺสยโต ปฏฺฐาย ยาว โคตฺรภุญาณา อุปฺปชฺชมาโน นาม, ปฐมมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชติ นาม, ปฐมผลกฺขณโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺโน นาม. เอตฺตาวตา ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ ปทานํ อตฺโถ วุตฺโต โหติ.

อิทานิ พหุชนหิตายาติอาทีสุ พหุชนหิตายาติ มหาชนสฺส หิตตฺถาย. พหุชนสุขายาติ มหาชนสฺส สุขตฺถาย. โลกานุกมฺปายาติ สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ. กตรสตฺตโลกสฺสาติ? โย ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌติ, อมตปานํ ปิวติ, ตสฺส. ภควโต หิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตเทสนาย อญฺญาตโกณฺฑญฺญปฺปมุขา อฏฺฐารส พฺรหฺมโกฏิโย ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌึสุ. เอวํ ยาว สุภทฺทปริพฺพาชกวินยนา ธมฺมํ ปฏิวิทฺธสตฺตานํ คณนา นตฺถิ, มหาสมยสุตฺตนฺตเทสนายํ มงฺคลสุตฺตํ, จูฬราหุโลวาทํ, สมจิตฺตเทสนายนฺติ อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ อภิสมยํ ปตฺตสตฺตานํ ปริจฺเฉโท นตฺถิ. เอวเมตสฺส อปริมาณสฺส สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปาย. สาวกสฺส ปน อรหโต เสกฺขสฺส จ โลกานุกมฺปาย อุปฺปตฺติ ธมฺมเสนาปติอาทีหิ ธมฺมภณฺฑาคาริกาทีหิ จ เทสิตเทสนาย ปฏิเวธปฺปตฺตสตฺตานํ วเสน, อปรภาเค จ มหามหินฺทตฺเถราทีหิ เทสิตเทสนาย ปฏิวิทฺธสจฺจานํ วเสน, ยาวชฺชตนา อิโต ปรํ อนาคเต จ สาสนํ นิสฺสาย สคฺคโมกฺขมคฺเคสุ ปติฏฺฐหนฺตานํ วเสนปิ อยมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ.

อปิจ พหุชนหิตายาติ พหุชนสฺส หิตตฺถาย, เนสํ ปญฺญาสมฺปตฺติยา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกหิตูปเทสโกติ. พหุชนสุขายาติ พหุชนสฺส สุขตฺถาย, จาคสมฺปตฺติยา อุปกรณสุขสมฺปทายโกติ. โลกานุกมฺปายาติ โลกสฺส อนุกมฺปนตฺถาย, เมตฺตากรุณาสมฺปตฺติยา มาตาปิตโร วิย โลกสฺส รกฺขิตา โคปิตาติ. อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานนฺติ อิธ เทวมนุสฺสคฺคหเณน ภพฺพปุคฺคเล เวเนยฺยสตฺเต เอว คเหตฺวา เตสํ นิพฺพานมคฺคผลาธิคมาย ตถาคตสฺส อุปฺปตฺติ ทสฺสิตา ปฐมวาเร, ทุติยตติยวาเรสุ ปน อรหโต เสกฺขสฺส จ วเสน โยเชตพฺพํ. ตตฺถ อตฺถายาติ อิมินา ปรมตฺถาย, นิพฺพานายาติ วุตฺตํ โหติ. หิตายาติ ตํสมฺปาปกมคฺคตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. นิพฺพานสมฺปาปกมคฺคโต หิ อุตฺตรึ หิตํ นาม นตฺถิ. สุขายาติ ผลสมาปตฺติสุขตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ, ตโต อุตฺตริ สุขาภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๕; อ. นิ. ๕.๒๗; วิภ. ๘๐๔).

ตถาคโตติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโต. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติอาทีสุ ติสฺโสปิ วิชฺชา ภยเภรเว (ม. นิ. ๑.๓๔ อาทโย) อาคตนเยน, ฉปิ วิชฺชา ฉฬภิญฺญาวเสน, อฏฺฐปิ วิชฺชา อมฺพฏฺฐสุตฺเต อาคตาติ วิชฺชาหิ, สีลสํวราทีหิ, ปนฺนรสหิ จรณธมฺเมหิ จ, อนญฺญสาธารเณหิ สมฺปนฺโน สมนฺนาคโตติ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน. โสภนคมนตฺตา, สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตา, สมฺมา คตตฺตา, สมฺมา คทตฺตา จ สุคโต. สพฺพถา วิทิตโลกตฺตา โลกวิทู. นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตโรติ อนุตฺตโร. ปุริสทมฺเม ปุริสเวเนยฺเย สาเรติ วิเนตีติ ปุริสทมฺมสารถิ. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสตีติ สตฺถา. สพฺพสฺสาปิ เนยฺยสฺส สพฺพปฺปกาเรน สยมฺภุญาเณน พุทฺธตฺตา พุทฺโธติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๒-๑๓๓) คเหตพฺโพ.

โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิ…เป… ปริโยสานกลฺยาณนฺติ โส ภควา สตฺเตสุ การุญฺญํ ปฏิจฺจ หิตฺวาปิ อนุตฺตรํ วิเวกสุขํ ธมฺมํ เทเสติ. ตญฺจ โข อปฺปํ วา พหุํ วา เทเสนฺโต อาทิกลฺยาณาทิปฺปการเมว เทเสติ. กถํ? เอกคาถาปิ หิ สมนฺตภทฺทกตฺตา ธมฺมสฺส ปฐมปาเทน อาทิกลฺยาณา, ทุติยตติเยหิ มชฺเฌกลฺยาณา, ปจฺฉิเมน ปริโยสานกลฺยาณา. เอกานุสนฺธิกํ สุตฺตํ นิทาเนน อาทิกลฺยาณํ, นิคมเนน ปริโยสานกลฺยาณํ, เสเสน มชฺเฌกลฺยาณํ. นานานุสนฺธิกํ สุตฺตํ ปฐเมน อนุสนฺธินา อาทิกลฺยาณํ, ปจฺฉิเมน ปริโยสานกลฺยาณํ, เสเสหิ มชฺเฌกลฺยาณํ. สกโลปิ วา สาสนธมฺโม อตฺตโน อตฺถภูเตน สีเลน อาทิกลฺยาโณ, สมถวิปสฺสนามคฺคผเลหิ มชฺเฌกลฺยาโณ, นิพฺพาเนน ปริโยสานกลฺยาโณ. สีลสมาธีหิ วา อาทิกลฺยาโณ, วิปสฺสนามคฺเคหิ มชฺเฌกลฺยาโณ, ผลนิพฺพาเนหิ ปริโยสานกลฺยาโณ. พุทฺธสุพุทฺธตาย วา อาทิกลฺยาโณ, ธมฺมสุธมฺมตาย มชฺเฌกลฺยาโณ, สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติยา ปริโยสานกลฺยาโณ. ตํ สุตฺวา ตถตฺตาย ปฏิปนฺเนน อธิคนฺตพฺพาย อภิสมฺโพธิยา วา อาทิกลฺยาโณ, ปจฺเจกโพธิยา มชฺเฌกลฺยาโณ, สาวกโพธิยา ปริโยสานกลฺยาโณ. สุยฺยมาโน เจส นีวรณวิกฺขมฺภนโต สวเนนปิ กลฺยาณเมว อาวหตีติ อาทิกลฺยาโณ, ปฏิปชฺชิยมาโน สมถวิปสฺสนาสุขาวหนโต ปฏิปตฺติยาปิ สุขเมว อาวหตีติ มชฺเฌกลฺยาโณ, ตถาปฏิปนฺโน จ ปฏิปตฺติผเล นิฏฺฐิเต ตาทิภาวาวหนโต ปฏิปตฺติผเลนปิ กลฺยาณเมว อาวหตีติ ปริโยสานกลฺยาโณ. นาถปฺปภวตฺตา จ ปภวสุทฺธิยา อาทิกลฺยาโณ, อตฺถสุทฺธิยา มชฺเฌกลฺยาโณ, กิจฺจสุทฺธิยา ปริโยสานกลฺยาโณ. เตน วุตฺตํ ‘‘โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิ…เป… ปริโยสานกลฺยาณ’’นฺติ.

ยํ ปน ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ ปกาเสติ, นานานเยหิ ทีเปติ, ตํ ยถานุรูปํ อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ, พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สงฺกาสน, ปกาสน, วิวรณ, วิภชน, อุตฺตานีกรณ ปญฺญตฺติอตฺถปทสมาโยคโต สาตฺถํ, อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ, อตฺถคมฺภีรตาปฏิเวธคมฺภีรตาหิ วา สาตฺถํ, ธมฺมคมฺภีรตาเทสนาคมฺภีรตาหิ สพฺยญฺชนํ. อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาวิสยโต วา สาตฺถํ, ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาวิสยโต สพฺยญฺชนํ. ปณฺฑิตเวทนียโต ปริกฺขกชนปฺปสาทกนฺติ สาตฺถํ, สทฺเธยฺยโต โลกิยชนปฺปสาทกนฺติ สพฺยญฺชนํ. คมฺภีราธิปฺปายโต สาตฺถํ, อุตฺตานปทโต สพฺยญฺชนํ. อุปเนตพฺพสฺส อภาวโต สกลปริปุณฺณภาเวน เกวลปริปุณฺณํ, อปเนตพฺพสฺส อภาวโต นิทฺโทสภาเวน ปริสุทฺธํ, อปิจ ปฏิปตฺติยา อธิคมพฺยตฺติโต สาตฺถํ, ปริยตฺติยา อาคมพฺยตฺติโต สพฺยญฺชนํ, สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา ปริปุณฺณํ, นิรุปกฺกิเลสโต นิตฺถรณตฺถาย ปวตฺติโต โลกามิสนิรเปกฺขโต จ ปริสุทฺธํ, สิกฺขตฺตยปริคฺคหิตตฺตา พฺรหฺมภูเตหิ เสฏฺเฐหิ จริตพฺพโต เตสํ จริยภาวโต จ พฺรหฺมจริยํ. ตสฺมา ‘‘สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ…เป… ปกาเสตี’’ติ วุจฺจติ. ปฐโมติ คณนานุปุพฺพโต สพฺพโลกุตฺตมภาวโต จ ปฐโม ปุคฺคโล.

ตสฺเสว สตฺถุ สาวโกติ ตสฺเสว ยถาวุตฺตคุณสฺส สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ธมฺมเทสนาย สวนนฺเต ชาโต ธมฺมเสนาปติสทิโส สาวโก, น ปูรณาทิ วิย ปฏิญฺญามตฺเตน สตฺถุ สาวโก. ปาฏิปโทติ ปฏิปทาสงฺขาเตน อริยมคฺเคน อริยาย ชาติยา ชาโต ภโวติ ปาฏิปโท, อนิฏฺฐิตปฏิปตฺติกิจฺโจ ปฏิปชฺชมาโนติ อตฺโถ. สุตฺตเคยฺยาทิ ปริยตฺติธมฺโม พหุํ สุโต เอเตนาติ พหุสฺสุโต. ปาติโมกฺขสํวราทิสีเลน เจว อารญฺญิกงฺคาทิธุตงฺควเตหิ จ อุปปนฺโน สมฺปนฺโน สมนฺนาคโตติ สีลวตูปปนฺโน. อิติ ภควา ‘‘โลกานุกมฺปา นาม หิตชฺฌาสเยน ธมฺมเทสนา, สา จ อิเมสุ เอว ตีสุ ปุคฺคเลสุ ปฏิพทฺธา’’ติ ทสฺเสติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

คาถาสุ ตสฺสนฺวโยติ ตสฺเสว สตฺถุ ปฏิปตฺติยา ธมฺมเทสนาย จ อนุคมเนน ตสฺสนฺวโย อนุชาโต. อวิชฺชนฺธการํ วิธมิตฺวา สปรสนฺตาเนสุ ธมฺมาโลกสงฺขาตาย ปภาย กรณโต ปภงฺกรา. ธมฺมมุทีรยนฺตาติ จตุสจฺจธมฺมํ กเถนฺตา. อปาปุรนฺตีติ อุคฺฆาเฏนฺติ. อมตสฺส นิพฺพานสฺส. ทฺวารํ อริยมคฺคํ. โยคาติ กามโยคาทิโต. สตฺถวาเหนาติ เวเนยฺยสตฺถวาหนโต ภวกนฺตารนิตฺถรณโต สตฺถวาโห, ภควา, เตน สตฺถวาเหน. สุเทสิตํ มคฺคมนุกฺกมนฺตีติ เตน สมฺมา เทสิตํ อริยมคฺคํ ตสฺส เทสนานุสาเรน อนุคจฺฉนฺติ ปฏิปชฺชนฺติ. อิเธวาติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. เสสํ อุตฺตานเมว.

ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อสุภานุปสฺสีสุตฺตวณฺณนา

๘๕. ฉฏฺเฐ อสุภานุปสฺสีติ อสุภํ อนุปสฺสนฺตา ทฺวตฺตึสาการวเสน เจว อุทฺธุมาตกาทีสุ คหิตนิมิตฺตสฺส อุปสํหรณวเสน จ กายสฺมึ อสุภํ อสุภาการํ อนุปสฺสกา หุตฺวา วิหรถ. อานาปานสฺสตีติ อานาปาเน สติ, ตํ อารพฺภ ปวตฺตา สติ, อสฺสาสปสฺสาสปริคฺคาหิกา สตีติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อานนฺติ อสฺสาโส, โน ปสฺสาโส. ปานนฺติ ปสฺสาโส, โน อสฺสาโส’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๐).

โวติ ตุมฺหากํ. อชฺฌตฺตนฺติ อิธ โคจรชฺฌตฺตํ อธิปฺเปตํ. ปริมุขนฺติ อภิมุขํ. สูปฏฺฐิตาติ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อานาปานสฺสติ จ ตุมฺหากํ กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตา โหตูติ. อถ วา ปริมุขนฺติ ปริคฺคหิตนิยฺยานํ. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ – ‘‘ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ, มุขนฺติ นิยฺยานฏฺโฐ, สตีติ อุปฏฺฐานฏฺโฐ, เตน วุจฺจติ ปริมุขํ สติ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๔). อิมินา จตุสติปฏฺฐานโสฬสปฺปเภทา อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานภาวนา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพา.

เอวํ สงฺเขเปเนว ราคจริตวิตกฺกจริตานํ สปฺปายํ ปฏิกูลมนสิการกายานุปสฺสนาวเสน สมถกมฺมฏฺฐานํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานญฺจ อุปทิสิตฺวา อิทานิ สุทฺธวิปสฺสนากมฺมฏฺฐานเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสิโน วิหรถา’’ติ อาห. ตตฺถ อนิจฺจํ, อนิจฺจลกฺขณํ, อนิจฺจานุปสฺสนา, อนิจฺจานุปสฺสีติ อิทํ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. หุตฺวา, อภาวโต, อุทยพฺพยโยคโต, ตาวกาลิกโต, นิจฺจปฏิกฺเขปโต จ ขนฺธปญฺจกํ อนิจฺจํ นาม. ตสฺส โย หุตฺวา อภาวากาโร, ตํ อนิจฺจลกฺขณํ นาม. ตํ อารพฺภ ปวตฺตา วิปสฺสนา อนิจฺจานุปสฺสนา. ตํ อนิจฺจนฺติ วิปสฺสโก อนิจฺจานุปสฺสี. เอตฺถ จ เอกาทสวิธา อสุภกถา ปฐมชฺฌานํ ปาเปตฺวา, โสฬสวตฺถุกา จ อานาปานกถา จตุตฺถชฺฌานํ ปาเปตฺวา, วิปสฺสนากถา จ วิตฺถารโต วตฺตพฺพา, สา ปน สพฺพาการโต วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๗-๗๔๐) กถิตาติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

อิทานิ อสุภานุปสฺสนาทีหิ นิปฺผาเทตพฺพํ ผลวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘อสุภานุปสฺสีน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุภาย ธาตุยาติ สุภภาเว, สุภนิมิตฺเตติ อตฺโถ. ราคานุสโยติ สุภารมฺมเณ อุปฺปชฺชนารโห กามราคานุสโย. โส เกสาทีสุ อุทฺธุมาตกาทีสุ วา อสุภานุปสฺสีนํ อสุภนิมิตฺตํ คเหตฺวา ตตฺถ ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อธิคเตน อนาคามิมคฺเคน ปหียติ, สพฺพโส สมุจฺฉินฺทียตีติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อสุภา ภาเวตพฺพา กามราคสฺส ปหานายา’’ติ (อ. นิ. ๙.๓; อุทา. ๓๑). พาหิราติ พหิทฺธาวตฺถุกตฺตา อนตฺถาวหตฺตา จ พาหิรา พหิภูตา. วิตกฺกาสยาติ กามสงฺกปฺปาทิมิจฺฉาวิตกฺกา. เต หิ อปฺปหีนา อาสยานุคตา สติ ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนโต วิตกฺกาสยาติ วุตฺตา. กามวิตกฺโก เจตฺถ กามราคคฺคหเณน คหิโต เอวาติ ตทวเสสา วิตกฺกา เอว วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. วิฆาตปกฺขิกาติ ทุกฺขภาคิยา, อิจฺฉาวิฆาตนิพฺพตฺตนกา วา. เต น โหนฺตีติ เต ปหียนฺติ. พฺยาปาทวิตกฺโก, วิหึสาวิตกฺโก, ญาติวิตกฺโก, ชนปทวิตกฺโก, อมราวิตกฺโก, อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโกติ อฏฺฐ, กามวิตกฺเกน สทฺธึ นววิธา มหาวิตกฺกา อานาปานสฺสติสมาธินา ตนฺนิสฺสิตาย จ วิปสฺสนาย ปุพฺพภาเค วิกฺขมฺภิตา. ตํ ปาทกํ กตฺวา อธิคเตน อริยมคฺเคน ยถารหํ อนวเสสโต ปหียนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อานาปานสฺสติ ภาเวตพฺพา วิตกฺกุปจฺเฉทายา’’ติ (อ. นิ. ๙.๓; อุทา. ๓๑).

ยา อวิชฺชา, สา ปหียตีติ ยา สจฺจสภาวปฏิจฺฉาทินี สพฺพานตฺถการี สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส มูลภูตา อวิชฺชา, สา อนิจฺจานุปสฺสีนํ วิหรตํ สมุจฺฉิชฺชติ. อิทํ กิร ภควตา อนิจฺจาการโต วุฏฺฐิตสฺส สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวสฺส วเสน วุตฺตํ. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – เตภูมเกสุ สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจาทิโต สมฺมสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วิปสฺสนฺตานํ ยทา อนิจฺจนฺติ ปวตฺตมานา วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนา มคฺเคน ฆฏียติ, อนุกฺกเมน อรหตฺตมคฺโค อุปฺปชฺชติ, เตสํ อนิจฺจานุปสฺสีนํ วิหรตํ อวิชฺชา อนวเสสโต ปหียติ, อรหตฺตมคฺควิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ. อนิจฺจานุปสฺสีนํ วิหรตนฺติ อิทํ อนิจฺจลกฺขณสฺส เตสํ ปากฏภาวโต อิตรสฺส ลกฺขณทฺวยสฺส คหเณ อุปายภาวโต วา วุตฺตํ, น ปน เอกสฺเสว ลกฺขณสฺส อนุปสฺสิตพฺพโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕). อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อนิจฺจสญฺญิโน หิ, เมฆิย, อนตฺตสญฺญา สณฺฐาติ, อนตฺตสญฺญี อสฺมิมานสมุคฺฆาตํ ปาปุณาตี’’ติ.

คาถาสุ อานาปาเน ปฏิสฺสโตติ อานาปานนิมิตฺตสฺมึ ปฏิ ปฏิ สโต, อุปฏฺฐิตสฺสตีติ อตฺโถ. ปสฺสนฺติ อาสวกฺขยญาณจกฺขุนา สงฺขารูปสมํ นิพฺพานํ ปสฺสนฺโต. อาตาปี สพฺพทาติ อนฺตราโวสานํ อนาปชฺชิตฺวา อสุภานุปสฺสนาทีสุ สตตํ อาตาปี ยุตฺตปฺปยุตฺโต, ตโต เอว ยโต วายมมาโน, นิยโต วา สมฺมตฺตนิยาเมน ตตฺถ สพฺพสงฺขารสมเถ นิพฺพาเน อรหตฺตผลวิมุตฺติยา วิมุจฺจติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนสุตฺตวณฺณนา

๘๖. สตฺตเม ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนสฺสาติ เอตฺถ ธมฺโม นาม นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม, ตสฺส ธมฺมสฺส อนุธมฺโม สีลวิสุทฺธิอาทิ ปุพฺพภาคปฏิปทาธมฺโม, ตํ ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปนฺนสฺส อธิคนฺตุํ ปฏิปชฺชมานสฺส. อยมนุธมฺโม โหตีติ อยํ อนุจฺฉวิกสภาโว ปติรูปสภาโว โหติ. เวยฺยากรณายาติ กถนาย. ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโนยนฺติ ยนฺติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เยน อนุธมฺเมน ตํ ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปนฺโนติ พฺยากรมาโน สมฺมเทว พฺยากโรนฺโต นาม สิยา, น ตโตนิทานํ วิญฺญูหิ ครหิตพฺโพ สิยาติ. ยนฺติ วา กิริยาปรามสนํ, เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘ยทิทํ ธมฺมสฺเสว ภาสนํ, ธมฺมวิตกฺกสฺเสว จ วิตกฺกนํ ตทุภยาภาเว ญาณุเปกฺขาย, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนสฺส ภิกฺขุโน ตถารูโป อยนฺติ กถนายานุรูปเหตุ อนุจฺฉวิกการณํ. ภาสมาโน ธมฺมํเยว ภาเสยฺยาติ กเถนฺโต เจ ทสกถาวตฺถุธมฺมํเยว กเถยฺย, น ตปฺปฏิปกฺขมหิจฺฉตาทิอธมฺมํ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยายํ กถา อภิสลฺเลขิกา เจโตวิวรณสปฺปายา เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ. เสยฺยถิทํ – อปฺปิจฺฉกถา, สนฺตุฏฺฐิกถา, ปวิเวกกถา, อสํสคฺคกถา, วีริยารมฺภกถา, สีลกถา, สมาธิกถา, ปญฺญากถา, วิมุตฺติกถา, วิมุตฺติญาณทสฺสนกถา, เอวรูปาย กถาย นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ (อ. นิ. ๙.๓; อุทา. ๓๑).

อภิสลฺเลขิกาย กถาย ลาภี เอว หิ ตํ ภาเสยฺย. เอเตน กลฺยาณมิตฺตสมฺปทา ทสฺสิตา.

ธมฺมวิตกฺกนฺติ เนกฺขมฺมวิตกฺกาทึ ธมฺมโต อนเปตํ วิตกฺกยโต ‘‘สีลาทิปฏิปทํ ปริปูเรสฺสามี’’ติ อุปรูปริ อุสฺสาโห อภิวฑฺฒิสฺสติ. โส ปน วิตกฺโก สีลาทีนํ อนุปการธมฺเม วชฺเชตฺวา อุปการธมฺเม อนุพฺรูหนวเสน หานภาคิยภาวํ อปเนตฺวา ฐิติภาคิยภาเวปิ อฏฺฐตฺวา วิเสสภาคิยตํ นิพฺเพธภาคิยตญฺจ ปาปนวเสน ปวตฺติยา อเนกปฺปเภโท เวทิตพฺโพ. โน อธมฺมวิตกฺกนฺติ กามวิตกฺกํ โน วิตกฺเกยฺยาติ อตฺโถ. ตทุภยํ วา ปนาติ ยเทตํ ปเรสํ อนุคฺคหณตฺถํ ธมฺมภาสนํ อตฺตโน อนุคฺคหณตฺถํ ธมฺมวิตกฺกนญฺจ วุตฺตํ. อถ วา ปน ตํ อุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อปฺปฏิปชฺชิตฺวา อกตฺวา. อุเปกฺขโกติ ตถาปฏิปตฺติยํ อุทาสีโน สมถวิปสฺสนาภาวนเมว อนุพฺรูหนฺโต วิหเรยฺย, สมถปฏิปตฺติยํ อุเปกฺขโก หุตฺวา วิปสฺสนายเมว กมฺมํ กโรนฺโต วิหเรยฺย. วิปสฺสนมฺปิ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ตตฺถปิ สงฺขารุเปกฺขาญาณวเสน อุเปกฺขโก ยาว วิปสฺสนาญาณํ มคฺเคน ฆฏียติ, ตาว ยถา ตํ ติกฺขํ สูรํ ปสนฺนํ หุตฺวา วหติ, ตถา วิหเรยฺย สโต สมฺปชาโนติ.

คาถาสุ สมถวิปสฺสนาธมฺโม อารมิตพฺพฏฺเฐน อาราโม เอตสฺสาติ ธมฺมาราโม. ตสฺมึเยว ธมฺเม รโตติ ธมฺมรโต. ตสฺเสว ธมฺมสฺส ปุนปฺปุนํ วิจินฺตนโต ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ ตํ ธมฺมํ อาวชฺเชนฺโต, มนสิ กโรนฺโตติ อตฺโถ. อนุสฺสรนฺติ ตเมว ธมฺมํ อุปรูปริภาวนาวเสน อนุสฺสรนฺโต. อถ วา วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา ปเรสํ เทสนาวเสน สีลาทิธมฺโม อารมิตพฺพฏฺเฐน อาราโม เอตสฺสาติ ธมฺมาราโม. ตเถว ตสฺมึ ธมฺเม รโต อภิรโตติ ธมฺมรโต. เตสํเยว สีลาทิธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสนฺโต กามวิตกฺกาทีนํ โอกาสํ อทตฺวา เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทิธมฺมํเยว อนุวิจินฺตนโต ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ. ตทุภยํ วา ปน โอฬาริกโต ทหนฺโต อชฺฌุเปกฺขิตฺวา สมถวิปสฺสนาธมฺมเมว อุปรูปริ ภาวนาวเสน อนุสฺสรนฺโต อนุพฺรูหนวเสน ปวตฺเตนฺโต. สทฺธมฺมาติ สตฺตตึสปฺปเภทา โพธิปกฺขิยธมฺมา นววิธโลกุตฺตรธมฺมา จ น ปริหายติ, น จิรสฺเสว ตํ อธิคจฺฉตีติ อตฺโถ.

อิทานิ ตสฺส อนุสฺสรณวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘จรํ วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จรํ วาติ ภิกฺขาจารวเสน จงฺกมนวเสน จ จรนฺโต วา. ยทิ วา ติฏฺฐนฺติ ติฏฺฐนฺโต วา นิสินฺโน วา, อุท วา สยนฺติ สยนฺโต วา. เอวํ จตูสุปิ อิริยาปเถสุ. อชฺฌตฺตํ สมยํ จิตฺตนฺติ ยถาวุตฺเต กมฺมฏฺฐานสงฺขาเต โคจรชฺฌตฺเต อตฺตโน จิตฺตํ ราคาทิกิเลสานํ วูปสมนวเสน ปชหนวเสน สมยํ สเมนฺโต. สนฺติเมวาธิคจฺฉตีติ อจฺจนฺตสนฺตึ นิพฺพานเมว ปาปุณาตีติ.

สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อนฺธกรณสุตฺตวณฺณนา

๘๗. อฏฺฐเม อกุสลวิตกฺกาติ อโกสลฺลสมฺภูตา วิตกฺกา. อนฺธกรณาติอาทีสุ ยสฺส สยํ อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ ยถาภูตทสฺสนนิวารเณน อนฺธํ กโรนฺตีติ อนฺธกรณา. น ปญฺญาจกฺขุํ กโรนฺตีติ อจกฺขุกรณา. อญฺญาณํ กโรนฺตีติ อญฺญาณกรณา. ปญฺญานิโรธิกาติ กมฺมสฺสกตาปญฺญา, ฌานปญฺญา, วิปสฺสนาปญฺญาติ อิมา ติสฺโส ปญฺญา อปฺปวตฺติกรเณน นิโรเธนฺตีติ ปญฺญานิโรธิกา. อนิฏฺฐผลทายกตฺตา ทุกฺขสงฺขาตสฺส วิฆาตสฺส ปกฺเข วตฺตนฺตีติ วิฆาตปกฺขิกา. กิเลสนิพฺพานํ น สํวตฺตยนฺตีติ อนิพฺพานสํวตฺตนิกา.

กามวิตกฺโกติ กามปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก. โส หิ กิเลสกามสหิโต หุตฺวา วตฺถุกาเมสุ ปวตฺตติ. พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก. วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก. อิเม เทฺว จ สตฺเตสุปิ สงฺขาเรสุปิ อุปฺปชฺชนฺติ. กามวิตกฺโก หิ ปิยมนาเป สตฺเต วา สงฺขาเร วา วิตกฺเกนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, พฺยาปาทวิตกฺโก อปฺปิเย อมนาเป สตฺเต วา สงฺขาเร วา กุชฺฌิตฺวา โอโลกนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว นาสนา อุปฺปชฺชติ, วิหึสาวิตกฺโก สงฺขาเรสุ น อุปฺปชฺชติ, สงฺขารา ทุกฺขาเปตพฺพา นาม นตฺถิ, ‘‘อิเม สตฺตา หญฺญนฺตุ วา พชฺฌนฺตุ วา อุจฺฉิชฺชนฺตุ วา วินสฺสนฺตุ วา มา วา อเหสุ’’นฺติ จินฺตนกาเล ปน สตฺเตสุ อุปฺปชฺชติ.

อิเมเยว ปน กามสงฺกปฺปาทโย. อตฺถโต หิ กามวิตกฺกาทีนํ กามสงฺกปฺปาทีนญฺจ นานากรณํ นตฺถิ, ตํสมฺปยุตฺตา ปน สญฺญาทโย กามสญฺญาทโย. กามธาตุอาทีนํ ปน ยสฺมา ปาฬิยํ –

‘‘กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก…เป… มิจฺฉาสงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ กามธาตุ, สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา กามธาตุ. พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก…เป… มิจฺฉาสงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตุ. ทสสุ อาฆาตวตฺถูสุ จิตฺตสฺส อาฆาโต ปฏิฆาโต…เป… อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส, อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตุ. วิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก มิจฺฉาสงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ วิหึสาธาตุ. อิเธกจฺโจ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา รชฺชุยา วา อญฺญตรญฺญตเรน สตฺเต วิเหเฐติ, อยํ วิหึสาธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒, ๙๑๐) –

อาคตตฺตา วิเสโส ลพฺภติ.

ตตฺถ เทฺว กถา สพฺพสงฺคาหิกา จ อสมฺภินฺนา จ. ตตฺถ กามธาตุยา คหิตาย อิตรา เทฺวปิ คหิตา นาม โหนฺติ. ตโต ปน นีหริตฺวา อยํ พฺยาปาทธาตุ, อยํ วิหึสาธาตูติ ทสฺเสตีติ อยํ สพฺพสงฺคาหิกา นาม. กามธาตุํ กเถนฺโต ปน ภควา พฺยาปาทธาตุํ พฺยาปาทธาตุฏฺฐาเน, วิหึสาธาตุํ วิหึสาธาตุฏฺฐาเน ฐเปตฺวาว อวเสสํ กามธาตุ นามาติ กเถสีติ อยํ อสมฺภินฺนกถา นาม.

สุกฺกปกฺเข วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก เนกฺขมฺมวิตกฺโก. โส อสุภปุพฺพภาเค กามาวจโร โหติ, อสุภชฺฌาเน รูปาวจโร, ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อพฺยาปาทวิตกฺโก. โส เมตฺตาปุพฺพภาเค กามาวจโร โหติ, เมตฺตาฌาเน รูปาวจโร, ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อวิหึสาวิตกฺโก. โส กรุณาปุพฺพภาเค กามาวจโร, กรุณาชฺฌาเน รูปาวจโร, ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. ยทา ปน อโลโภ สีสํ โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา โหนฺติ. ยทา เมตฺตา สีสํ โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา โหนฺติ. ยทา กรุณา สีสํ โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา โหนฺติ.

อิเมเยว ปน เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทโย. อตฺถโต หิ เนกฺขมฺมวิตกฺกาทีนํ เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทีนญฺจ นานากรณํ นตฺถิ, ตํสมฺปยุตฺตา ปน สญฺญาทโย เนกฺขมฺมสญฺญาทโย. เนกฺขมฺมธาตุอาทีนํ ปน ยสฺมา ปาฬิยํ –

‘‘เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมธาตุ, สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา เนกฺขมฺมธาตุ. อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตุ. ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ, อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตุ. อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป – อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตุ. ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณาเจโตวิมุตฺติ – อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตู’’ติ. (วิภ. ๑๘๒) –

อาคตตฺตา วิเสโส ลพฺภติ. อิธาปิ สพฺพสงฺคาหิกา, อสมฺภินฺนาติ เทฺว กถา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

คาถาสุ วิตกฺกเยติ วิตกฺเกยฺย. นิรากเรติ อตฺตโน สนฺตานโต นีหเรยฺย วิโนเทยฺย, ปชเหยฺยาติ อตฺโถ. สเว วิตกฺกานิ วิจาริตานิ, สเมติ วุฏฺฐีว รชํ สมูหตนฺติ ยถา นาม คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ปถวิยํ สมูหตํ สมนฺตโต อุฏฺฐิตํ รชํ มหโต อกาลเมฆสฺส วสฺสโต วุฏฺฐิ ฐานโส วูปสเมติ, เอวเมว โส โยคาวจโร วิตกฺกานิ มิจฺฉาวิตกฺเก จ วิจาริตานิ ตํสมฺปยุตฺตวิจาเร จ สเมติ วูปสเมติ สมุจฺฉินฺทติ. ตถาภูโต จ วิตกฺกูปสเมน เจตสา สพฺเพสํ มิจฺฉาวิตกฺกานํ อุปสมนโต วิตกฺกูปสเมน อริยมคฺคจิตฺเตน. อิเธว ทิฏฺเฐว ธมฺเม, สนฺติปทํ นิพฺพานํ, สมชฺฌคา สมธิคโต โหตีติ.

อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อนฺตรามลสุตฺตวณฺณนา

๘๘. นวเม อนฺตรามลาติ เอตฺถ อนฺตราสทฺโท –

‘‘นทีตีเรสุ สณฺฐาเน, สภาสุ รถิยาสุ จ;

ชนา สงฺคมฺม มนฺเตนฺติ, มญฺจ ตญฺจ กิมนฺตร’’นฺติ. –

อาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๒๘) การเณ อาคโต. ‘‘อทฺทสา มํ, ภนฺเต, อญฺญตรา อิตฺถี วิชฺชนฺตริกาย ภาชนํ โธวนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) ขเณ. ‘‘อปิจายํ ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๑) วิวเร.

‘‘ปีตวตฺเถ ปีตธเช, ปีตาลงฺการภูสิเต;

ปีตนฺตราหิ วคฺคูหิ, อปิฬนฺธาว โสภสี’’ติ. –

อาทีสุ (วิ. ว. ๖๕๘) อุตฺตริสาฏเก. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๐) จิตฺเต. อิธาปิ จิตฺเต เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อนฺตเร จิตฺเต ภวา อนฺตรา. ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปนฺนา, ตสฺส มลินภาวกรณโต มลา. ตตฺถ มลํ นาม ทุวิธํ – สรีรมลํ, จิตฺตมลนฺติ. เตสุ สรีรมลํ เสทชลฺลิกาทิ สรีเร นิพฺพตฺตํ, ตตฺถ ลคฺคํ อาคนฺตุกรชญฺจ, ตํ อุทเกนปิ นีหรณียํ, น ตถา สํกิเลสิกํ. จิตฺตมลํ ปน ราคาทิสํกิเลสิกํ, ตํ อริยมคฺเคเหว นีหรณียํ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –

‘‘รูเปน สํกิลิฏฺเฐน, สํกิลิสฺสนฺติ มาณวา;

รูเป สุทฺเธ วิสุชฺฌนฺติ, อนกฺขาตํ มเหสินา.

‘‘จิตฺเตน สํกิลิฏฺเฐน, สํกิลิสฺสนฺติ มาณวา;

จิตฺเต สุทฺเธ วิสุชฺฌนฺติ, อิติ วุตฺตํ มเหสินา’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖);

เตนาห ภควา ‘‘จิตฺตสํกิเลสา, ภิกฺขเว, สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ, จิตฺตโวทานา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐). ตสฺมา ภควา อิธาปิ จิตฺตมลวิโสธนาย ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อนฺตรามลา’’ติ อาห.

ยถา เจเต โลภาทโย สตฺตานํ จิตฺเต อุปฺปชฺชิตฺวา มลินภาวกรา นานปฺปการสํกิเลสวิธายกาติ อนฺตรามลา, เอวํ เอกโต ภุญฺชิตฺวา, เอกโต สยิตฺวา, โอตารคเวสี อมิตฺตสตฺตุ วิย จิตฺเต เอว อุปฺปชฺชิตฺวา สตฺตานํ นานาวิธอนตฺถาวหา, นานปฺปการทุกฺขนิพฺพตฺตกาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺตราอมิตฺตา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ มิตฺตปฏิปกฺขโต อมิตฺตา, สปตฺตกิจฺจกรณโต สปตฺตา, หึสนโต วธกา, อุชุวิปจฺจนีกโต ปจฺจตฺถิกา.

ตตฺถ ทฺวีหิ อากาเรหิ โลภาทีนํ อมิตฺตาทิภาโว เวทิตพฺโพ. เวรีปุคฺคโล หิ อนฺตรํ ลภมาโน อตฺตโน เวริสฺส สตฺเถน วา สีสํ ปาเตติ, อุปาเยน วา มหนฺตํ อนตฺถํ อุปฺปาเทติ. อิเม จ โลภาทโย ปญฺญาสิรปาตเนน โยนิสมฺปฏิปาทเนน จ ตาทิสํ ตโต พลวตรํ อนตฺถํ นิพฺพตฺเตนฺติ. กถํ? จกฺขุทฺวารสฺมิญฺหิ อิฏฺฐาทีสุ อารมฺมเณสุ อาปาถคเตสุ ยถารหํ ตานิ อารพฺภ โลภาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, เอตฺตาวตาสฺส ปญฺญาสิรํ ปาติตํ นาม โหติ. โสตทฺวาราทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ตาว ปญฺญาสิรปาตนโต อมิตฺตาทิสทิสตา เวทิตพฺพา. โลภาทโย ปน กมฺมนิทานา หุตฺวา อณฺฑชาทิเภทา จตสฺโส โยนิโย อุปเนนฺติ. ตสฺส โยนิอุปคมนมูลกานิ ปญฺจวีสติ มหาภยานิ ทฺวตฺตึส กมฺมกรณานิ จ อาคตาเนว โหนฺติ. เอวํ โยนิสมฺปฏิปาทนโตปิ เนสํ อมิตฺตาทิสทิสตา เวทิตพฺพา. อิติ โลภาทโย อมิตฺตาทิสทิสตาย จิตฺตสมฺภูตตาย จ ‘‘อนฺตราอมิตฺตา’’ติอาทินา วุตฺตา. อปิจ อมิตฺเตหิ กาตุํ อสกฺกุเณยฺยํ โลภาทโย กโรนฺติ, อมิตฺตาทิภาโว จ โลภาทีหิ ชายตีติ เตสํ อมิตฺตาทิภาโว เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ทิโส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา, เวรี วา ปน เวรินํ;

มิจฺฉาปณิหิตํ จิตฺตํ, ปาปิโย นํ ตโต กเร’’ติ. (ธ. ป. ๔๒; อุทา. ๓๓);

คาถาสุ อตฺตโน ปเรสญฺจ อนตฺถํ ชเนตีติ อนตฺถชนโน. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยทปิ ลุทฺโธ อภิสงฺขโรติ กาเยน วาจาย มนสา ตทปิ อกุสลํ; ยทปิ ลุทฺโธ โลเภน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปรสฺส อสตา ทุกฺขํ อุปฺปาเทติ วเธน วา พนฺเธน วา ชานิยา วา ครหาย วา ปพฺพาชนาย วา พลวมฺหิ พลตฺโถ อิติ, ตทปิ อกุสลํ, อิติสฺสเม โลภชา โลภนิทานา โลภสมุทยา โลภปจฺจยา อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๗๐).

อปรมฺปิ วุตฺตํ –

‘‘รตฺโต โข, พฺราหฺมณ, ราเคน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต อตฺตพฺยาพาธายปิ เจเตติ, ปรพฺยาพาธายปิ เจเตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ เจเตติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๓.๕๔).

จิตฺตปฺปโกปโนติ จิตฺตสงฺโขภโน. โลโภ หิ โลภนีเย วตฺถุสฺมึ อุปฺปชฺชมาโน จิตฺตํ โขเภนฺโต ปโกเปนฺโต วิปริณาเมนฺโต วิการํ อาปาเทนฺโต อุปฺปชฺชติ, ปสาทาทิวเสน ปวตฺติตุํ น เทติ. ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌตีติ ตํ โลภสงฺขาตํ อนฺตรโต อพฺภนฺตเร อตฺตโน จิตฺเตเยว ชาตํ อนตฺถชนนจิตฺตปฺปโกปนาทึ ภยํ ภยเหตุํ อยํ พาลมหาชโน นาวพุชฺฌติ น ชานาตีติ.

ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาตีติ อตฺตตฺถปรตฺถาทิเภทํ อตฺถํ หิตํ ลุทฺธปุคฺคโล ยถาภูตํ น ชานาติ. ธมฺมํ น ปสฺสตีติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมมฺปิ ลุทฺโธ โลเภน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต น ปสฺสติ ปจฺจกฺขโต น ชานาติ, ปเคว อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘รตฺโต โข, พฺราหฺมณ, ราเคน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ น ปชานาติ, ปรตฺถมฺปิ ยถาภูตํ น ปชานาติ, อุภยตฺถมฺปิ ยถาภูตํ น ปชานาตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๓.๕๕).

อนฺธตมนฺติ อนฺธภาวกรํ ตมํ. ยนฺติ ยตฺถ. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ ปจฺจตฺตวจนํ. ยสฺมึ กาเล โลโภ สหเต อภิภวติ นรํ, อนฺธตมํ ตทา โหตีติ. ยนฺติ วา การณวจนํ. ยสฺมา โลโภ อุปฺปชฺชมาโน นรํ สหเต อภิภวติ, ตสฺมา อนฺธตมํ ตทา โหตีติ โยชนา, ย-ต-สทฺทานํ เอกนฺตสมฺพนฺธภาวโต. อถ วา ยนฺติ กิริยาปรามสนํ, ‘‘โลโภ สหเต’’ติ เอตฺถ ยเทตํ โลภสฺส สหนํ อภิภวนํ วุตฺตํ. เอตํ อนฺธภาวกรสฺส ตมสฺส คมนํ อุปฺปาโทติ อตฺโถ. อถ วา ยํ นรํ โลโภ สหเต อภิภวติ, ตสฺส อนฺธตมํ ตทา โหติ, ตโต จ ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

โย จ โลภํ ปหนฺตฺวานาติ โย ปุพฺพภาเค ตทงฺควเสน วิกฺขมฺภนวเสน จ ยถารหํ สมถวิปสฺสนาหิ โลภํ ปชหิตฺวา ตถา ปชหนเหตุ โลภเนยฺเย ทิพฺเพปิ รูปาทิเก อุปฏฺฐิเต น ลุพฺภติ, พลววิปสฺสนานุภาเวน โลโภ ปหียเต ตมฺหาติ ตสฺมา อริยปุคฺคลา อริยมคฺเคน โลโภ ปหียติ ปชหียติ, อจฺจนฺตเมว ปริจฺจชียติ. ยถา กึ? อุทพินฺทูว โปกฺขราติ ปทุมินิปณฺณโต อุทกพินฺทุ วิย. เสสคาถานมฺปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ตถา โทสสฺส –

‘‘ยทปิ ทุฏฺโฐ อภิสงฺขโรติ กาเยน วาจาย มนสา ตทปิ อกุสลํ; ยทปิ ทุฏฺโฐ โทเสน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปรสฺส อสตา ทุกฺขํ อุปฺปาเทติ วเธน วา พนฺเธน วา ชานิยา วา ครหาย วา ปพฺพาชนาย วา พลวมฺหิ พลตฺโถ อิติ, ตทปิ อกุสลํ. อิติสฺสเม โทสชา โทสนิทานา โทสสมุทยา โทสปจฺจยา อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๗๐).

ตถา –

‘‘ทุฏฺโฐ โข, พฺราหฺมณ, โทเสน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต อตฺตพฺยาพาธายปิ เจเตติ, ปรพฺยาพาธายปิ เจเตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ เจเตติ เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๕๕).

ตถา –

‘‘ทุฏฺโฐ โข, พฺราหฺมณ, โทเสน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ น ปชานาติ, ปรตฺถมฺปิ ยถาภูตํ น ปชานาติ, อุภยตฺถมฺปิ ยถา ภูตํ น ปชานาตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๕๕) –

อาทิสุตฺตปทานุสาเรน อนตฺถชนนตา อตฺถหานิเหตุตา จ เวทิตพฺพา.

ตถา โมหสฺส ‘‘ยทปิ มูโฬฺห อภิสงฺขโรติ กาเยน วาจาย มนสา’’ติอาทินา (อ. นิ. ๓.๗๐), ‘‘มูโฬฺห โข, พฺราหฺมณ, โมเหน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต อตฺตพฺยาพาธายปิ เจเตตี’’ติอาทินา(อ. นิ. ๓.๕๕), ‘‘อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ น ปชานาตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๓.๕๕) จ อาคตสุตฺตปทานุสาเรน เวทิตพฺพา.

ตาลปกฺกํว พนฺธนาติ ตาลผลํ วิย อุสุมุปฺปาเทน วณฺฏโต, ตติยมคฺคญาณุปฺปาเทน ตสฺส จิตฺตโต โทโส ปหียติ, ปริจฺจชียตีติ อตฺโถ. โมหํ วิหนฺติ โส สพฺพนฺติ โส อริยปุคฺคโล สพฺพํ อนวเสสํ โมหํ จตุตฺถมคฺเคน วิหนฺติ วิธมติ สมุจฺฉินฺทติ. อาทิจฺโจวุทยํ ตมนฺติ อาทิจฺโจ วิย อุทยํ อุคฺคจฺฉนฺโต ตมํ อนฺธการํ.

นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. เทวทตฺตสุตฺตวณฺณนา

๘๙. ทสเม ตีหิ, ภิกฺขเว, อสทฺธมฺเมหิ อภิภูโตติ กา อุปฺปตฺติ? เทวทตฺเต หิ อวีจิมหานิรยํ ปวิฏฺเฐ เทวทตฺตปกฺขิยา อญฺญติตฺถิยา จ ‘‘สมเณน โคตเมน อภิสปิโต เทวทตฺโต ปถวึ ปวิฏฺโฐ’’ติ อพฺภาจิกฺขึสุ. ตํ สุตฺวา สาสเน อนภิปฺปสนฺนา มนุสฺสา ‘‘สิยา นุ โข เอตเทวํ, ยถา อิเม ภณนฺตี’’ติ อาสงฺกํ อุปฺปาเทสุํ. ตํ ปวตฺตึ ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. อถ ภควา ‘‘น, ภิกฺขเว, ตถาคตา กสฺสจิ อภิสปํ เทนฺติ, ตสฺมา น เทวทตฺโต มยา อภิสปิโต, อตฺตโน กมฺเมเนว นิรยํ ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา เตสํ มิจฺฉาคาหํ ปฏิเสเธนฺโต อิมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา อิทํ สุตฺตํ อภาสิ.

ตตฺถ อสทฺธมฺเมหีติ อสตํ ธมฺเมหิ, อสนฺเตหิ วา ธมฺเมหิ. อเตกิจฺโฉติ พุทฺเธหิปิ อนิวตฺตนียตฺตา อวีจินิพฺพตฺติยา ติกิจฺฉาภาวโต อเตกิจฺโฉ, อติกิจฺฉนีโยติ อตฺโถ. อสนฺตคุณสมฺภาวนาธิปฺปาเยน ปวตฺตา ปาปา อิจฺฉา เอตสฺสาติ ปาปิจฺโฉ, ตสฺส ภาโว ปาปิจฺฉตา, ตาย. ‘‘อหํ พุทฺโธ ภวิสฺสามิ, สงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติ ตสฺส อิจฺฉา อุปฺปนฺนา. โกกาลิกาทโย ปาปา ลามกา มิตฺตา เอตสฺสาติ ปาปมิตฺโต, ตสฺส ภาโว ปาปมิตฺตตา, ตาย. อุตฺตริกรณีเยติ ฌานาภิญฺญาหิ อุตฺตริกรณีเย อธิคนฺตพฺเพ มคฺคผเล อนธิคเต สติ เอว, ตํ อนธิคนฺตฺวาติ อตฺโถ. โอรมตฺตเกนาติ อปฺปมตฺตเกน ฌานาภิญฺญามตฺเตน. วิเสสาธิคเมนาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคเมน. อนฺตราติ เวมชฺเฌ. โวสานํ อาปาทีติ อกตกิจฺโจว สมาโน ‘‘กตกิจฺโจมฺหี’’ติ มญฺญมาโน สมณธมฺมโต วิคมํ อาปชฺชิ. อิติ ภควา อิมินา สุตฺเตน วิเสสโต ปุถุชฺชนภาเว อาทีนวํ ปกาเสสิ ภาริโย ปุถุชฺชนภาโว, ยตฺร หิ นาม ฌานาภิญฺญาปริโยสานา สมฺปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวาปิ อเนกานตฺถาวหํ นานาวิธํ ทุกฺขเหตุํ อสนฺตคุณสมฺภาวนํ อสปฺปุริสสํสคฺคํ อาลสิยานุโยคญฺจ อวิชหนฺโต อวีจิมฺหิ กปฺปฏฺฐิยํ อเตกิจฺฉํ กิพฺพิสํ ปสวิสฺสตีติ.

คาถาสุ มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. ชาตูติ เอกํเสน. โกจีติ สพฺพสงฺคาหกวจนํ. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘อิมสฺมึ สตฺตโลเก โกจิ ปุคฺคโล เอกํเสน ปาปิจฺโฉ มา โหตู’’ติ. ตทมินาปิ ชานาถ, ปาปิจฺฉานํ ยถา คตีติ ปาปิจฺฉานํ ปุคฺคลานํ ยถา คติ ยาทิสี นิปฺผตฺติ, ยาทิโส อภิสมฺปราโย, ตํ อิมินาปิ การเณน ชานาถาติ เทวทตฺตํ นิทสฺเสนฺโต เอวมาห. ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโตติ ปริยตฺติพาหุสจฺเจน ปณฺฑิโตติ ญาโต. ภาวิตตฺโตติ สมฺมโตติ ฌานาภิญฺญาหิ ภาวิตจิตฺโตติ สมฺภาวิโต. ตถา หิ โส ปุพฺเพ ‘‘มหิทฺธิโก โคธิปุตฺโต, มหานุภาโว โคธิปุตฺโต’’ติ ธมฺมเสนาปตินาปิ ปสํสิโต อโหสิ. ชลํว ยสสา อฏฺฐา, เทวทตฺโตติ วิสฺสุโตติ อตฺตโน กิตฺติยา ปริวาเรน ชลนฺโต วิย โอภาเสนฺโต วิย ฐิโต เทวทตฺโตติ เอวํ วิสฺสุโต ปากโฏ อโหสิ. ‘‘เม สุตฺต’’นฺติปิ ปาโฐ, มยา สุตํ สุตมตฺตํ, กติปาเหเนว อตถาภูตตฺตา ตสฺส ตํ ปณฺฑิจฺจาทิ สวนมตฺตเมวาติ อตฺโถ.

โส สมานมนุจิณฺโณ, อาสชฺช นํ ตถาคตนฺติ โส เอวํภูโต เทวทตฺโต ‘‘พุทฺโธปิ สกฺยปุตฺโต, อหมฺปิ สกฺยปุตฺโต, พุทฺโธปิ สมโณ, อหมฺปิ สมโณ, พุทฺโธปิ อิทฺธิมา, อหมฺปิ อิทฺธิมา, พุทฺโธปิ ทิพฺพจกฺขุโก, อหมฺปิ ทิพฺพจกฺขุโก, พุทฺโธปิ ทิพฺพโสตโก, อหมฺปิ ทิพฺพโสตโก, พุทฺโธปิ เจโตปริยญาณลาภี, อหมฺปิ เจโตปริยญาณลาภี, พุทฺโธปิ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเน ธมฺเม ชานาติ, อหมฺปิ เต ชานามี’’ติ อตฺตโน ปมาณํ อชานิตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธํ อตฺตนา สมสมฏฺฐปเนน สมานํ อาปชฺชนฺโต ‘‘อิทานาหํ พุทฺโธ ภวิสฺสามิ, ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติ อภิมารปโยชนา ตถาคตํ อาสชฺช อาสาเทตฺวา วิเหเฐตฺวา. ‘‘ปมาทมนุชีโน’’ติปิ ปฐนฺติ. ตสฺสตฺโถ ‘‘วุตฺตนเยน ปมาทํ อาปชฺชนฺโต ปมาทํ นิสฺสาย ภควตา สทฺธึ ยุคคฺคาหจิตฺตุปฺปาเทน สเหว ฌานาภิญฺญาหิ อนุชีโน ปริหีโน’’ติ. อวีจินิรยํ ปตฺโต, จตุทฺวารํ ภยานกนฺติ ชาลานํ ตตฺถ อุปฺปนฺนสตฺตานํ วา นิรนฺตรตาย ‘‘อวีจี’’ติ ลทฺธนามํ จตูสุ ปสฺเสสุ จตุมหาทฺวารโยเคน จตุทฺวารํ อติภยานกํ มหานิรยํ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน ปตฺโต. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘จตุกฺกณฺโณ จตุทฺวาโร, วิภตฺโต ภาคโส มิโต;

อโยปาการปริยนฺโต, อยสา ปฏิกุชฺชิโต.

‘‘ตสฺส อโยมยา ภูมิ, ชลิตา เตชสา ยุตา;