๕. ปญฺจมวคฺโค
๑. อคฺคปฺปสาทสุตฺตวณฺณนา
๙๐. ปญฺจมวคฺคสฺส ปฐเม อคฺคปฺปสาทาติ เอตฺถ อยํ อคฺคสทฺโท อาทิโกฏิโกฏฺฐาสเสฏฺเฐสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘อชฺชตคฺเค, สมฺม โทวาริก, อาวรามิ ทฺวารํ นิคณฺฐานํ นิคณฺฐีนํ (ม. นิ. ๒.๗๐). อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๕๐; ปารา. ๑๕) จ อาทีสุ อาทิมฺหิ ทิสฺสติ. ‘‘เตเนว องฺคุลคฺเคน ตํ องฺคุลคฺคํ ปรามเสยฺย (กถา. ๔๔๑). อุจฺฉคฺคํ เวฬคฺค’’นฺติ จ อาทีสุ โกฏิยํ. ‘‘อมฺพิลคฺคํ วา มธุรคฺคํ วา ติตฺตกคฺคํ วา (สํ. นิ. ๕.๓๗๔). อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิหารคฺเคน วา ปริเวณคฺเคน วา ภาเชตุ’’นฺติ (จูฬว. ๓๑๘) จ อาทีสุ โกฏฺฐาเส. ‘‘อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ อุตฺตโม จ ปวโร จ (อ. นิ. ๔.๙๕). อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺสา’’ติ จ อาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๑; ม. นิ. ๓.๒๐๗) เสฏฺเฐ. สฺวายมิธาปิ เสฏฺเฐเยว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อคฺเคสุ เสฏฺเฐสุ ปสาทา, อคฺคภูตา เสฏฺฐภูตา วา ปสาทา อคฺคปฺปสาทาติ อตฺโถ.
ปุริมสฺมิญฺจ อตฺเถ อคฺคสทฺเทน พุทฺธาทิรตนตฺตยํ วุจฺจติ. เตสุ ภควา ตาว อสทิสฏฺเฐน, คุณวิสิฏฺฐฏฺเฐน, อสมสมฏฺเฐน จ อคฺโค. โส หิ มหาภินีหารํ ทสนฺนํ ปารมีนํ ปวิจยญฺจ อาทึ กตฺวา เตหิ โพธิสมฺภารคุเณหิ เจว พุทฺธคุเณหิ จ เสสชเนหิ อสทิโสติ อสทิสฏฺเฐน อคฺโค. เย จสฺส คุณา มหากรุณาทโย, เต เสสสตฺตานํ คุเณหิ วิสิฏฺฐาติ คุณวิสิฏฺฐฏฺเฐนปิ สพฺพสตฺตุตฺตมตาย อคฺโค. เย ปน ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา สพฺพสตฺเตหิ อสมา, เตหิ สทฺธึ อยเมว รูปกายคุเณหิ เจว ธมฺมกายคุเณหิ จ สโมติ อสมสมฏฺเฐนปิ อคฺโค. ตถา ทุลฺลภปาตุภาวโต อจฺฉริยมนุสฺสภาวโต พหุชนหิตสุขาวหโต อทุติยอสหายาทิภาวโต จ ภควา โลเก อคฺโคติ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘เอกปุคฺคลสฺส, ภิกฺขเว, ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมึ, กตมสฺส เอกปุคฺคลสฺส? ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยมนุสฺโส.
‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชน…เป… สมฺมาสมฺพุทฺโธ.
‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ, อทุติโย อสหาโย อปฺปฏิโม อปฺปฏิสโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโล อสโม อสมสโม ทฺวิปทานํ อคฺโค. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๐-๑๗๒, ๑๗๔).
ธมฺมสงฺฆาปิ อญฺญธมฺมสงฺเฆหิ อสทิสฏฺเฐน วิสิฏฺฐคุณตาย ทุลฺลภปาตุภาวาทินา จ อคฺคา. ตถา หิ เตสํ สฺวากฺขาตตาทิสุปฺปฏิปนฺนตาทิคุณวิเสเสหิ อญฺญธมฺมสงฺฆา สทิสา อปฺปตรนิหีนา วา นตฺถิ, กุโต เสฏฺฐา. สยเมว จ ปน เตหิ วิสิฏฺฐคุณตาย เสฏฺฐา. ตถา ทุลฺลภุปฺปาทอจฺฉริยภาวพหุชนหิตสุขาวหา อทุติยอสหายาทิสภาวา จ เต. ยทคฺเคน หิ ภควา ทุลฺลภปาตุภาโว, ตทคฺเคน ธมฺมสงฺฆาปีติ. อจฺฉริยาทิภาเวปิ เอเสว นโย. เอวํ อคฺเคสุ เสฏฺเฐสุ อุตฺตเมสุ ปวเรสุ คุณวิสิฏฺเฐสุ ปสาทาติ อคฺคปฺปสาทา.
ทุติยสฺมึ ปน อตฺเถ ยถาวุตฺเตสุ อคฺเคสุ พุทฺธาทีสุ อุปฺปตฺติยา อคฺคภูตา ปสาทา อคฺคปฺปสาทา. เย ปน อริยมคฺเคน อาคตา อเวจฺจปฺปสาทา, เต เอกนฺเตเนว อคฺคภูตา ปสาทาติ อคฺคปฺปสาทา. ยถาห ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๐๒๗). อคฺควิปากตฺตาปิ เจเต อคฺคปฺปสาทา. วุตฺตญฺหิ ‘‘อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก’’ติ.
ยาวตาติ ยตฺตกา. สตฺตาติ ปาณิโน. อปทาติ อปาทกา. ทฺวิปทาติ ทฺวิปาทกา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, น วิกปฺปตฺโถ. ยถา ‘‘อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน วา กามาสโว ปวฑฺฒตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๗) เอตฺถ อนุปฺปนฺโน จ อุปฺปนฺโน จาติ อตฺโถ. ยถา จ ‘‘ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๒; สํ. นิ. ๒.๑๒) เอตฺถ ภูตานญฺจ สมฺภเวสีนญฺจาติ อตฺโถ. ยถา จ ‘‘อคฺคิโต วา อุทกโต วา มิถุเภทโต วา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๒; อุทา. ๗๖; มหาว. ๒๘๖) เอตฺถ อคฺคิโต จ อุทกโต จ มิถุเภทโต จาติ อตฺโถ, เอวํ ‘‘อปทา วา…เป… อคฺคมกฺขายตี’’ติ เอตฺถาปิ อปทา จ ทฺวิปทา จาติ สมฺปิณฺฑนวเสน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, น วิกปฺปตฺโถ’’ติ.
รูปิโนติ รูปวนฺโต. น รูปิโนติ อรูปิโน. สญฺญิโนติ สญฺญาวนฺโต. น สญฺญิโนติ อสญฺญิโน. เนวสญฺญินาสญฺญิโน นาม ภวคฺคปริยาปนฺนา. เอตฺตาวตา จ กามภโว, รูปภโว, อรูปภโว, เอกโวการภโว, จตุโวการภโว, ปญฺจโวการภโว, สญฺญีภโว, อสญฺญีภโว, เนวสญฺญีนาสญฺญีภโวติ นววิเธปิ ภเว สตฺเต อนวเสสโต ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. เอตฺถ หิ รูปิคฺคหเณน กามภโว รูปภโว ปญฺจโวการภโว เอกโวการภโว จ ทสฺสิโต, อรูปิคฺคหเณน อรูปภโว จตุโวการภโว จ ทสฺสิโต. สญฺญีภวาทโย ปน สรูเปเนว ทสฺสิตา. อปทาทิคฺคหเณน กามภวปญฺจโวการภวสญฺญีภวานํ เอกเทโส ทสฺสิโตติ.
กสฺมา ปเนตฺถ ยถา อทุติยสุตฺเต ‘‘ทฺวิปทานํ อคฺโค’’ติ ทฺวิปทานํ คหณเมว อกตฺวา อปทาทิคฺคหณํ กตนฺติ? วุจฺจเต – อทุติยสุตฺเต ตาว เสฏฺฐตรวเสน ทฺวิปทคฺคหณเมว กตํ. อิมสฺมิญฺหิ โลเก เสฏฺโฐ นาม อุปฺปชฺชมาโน อปทจตุปฺปทพหุปฺปเทสุ น อุปฺปชฺชติ, ทฺวิปเทสุเยว อุปฺปชฺชติ. กตเรสุ ทฺวิปเทสุ? มนุสฺเสสุ เจว เทเวสุ จ. มนุสฺเสสุ อุปฺปชฺชมาโน สกลโลกํ วเส วตฺเตตุํ สมตฺโถ พุทฺโธ หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุํ วเส วตฺเตตุํ สมตฺโถ’’ติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๔) วุตฺตํ. เทเวสุ อุปฺปชฺชมาโน ทสสหสฺสิโลกธาตุํ วเส วตฺตนโก มหาพฺรหฺมา หุตฺวา อุปฺปชฺชติ, โส ตสฺส กปฺปิยการโก วา อารามิโก วา สมฺปชฺชติ. อิติ ตโตปิ เสฏฺฐตรวเสเนส ‘‘ทฺวิปทานํ อคฺโค’’ติ ตตฺถ วุตฺโต, อิธ ปน อนวเสสปริยาทานวเสน เอวํ วุตฺตํ. ยาวตฺตกา หิ สตฺตา อตฺตภาวปริยาปนฺนา อปทา วา…เป… เนวสญฺญีนาสญฺญิโน วา, ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายตีติ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ, มกาโร ปทสนฺธิกโร. อคฺโค อกฺขายตีติ ปทวิภาโค.
อคฺโค วิปาโก โหตีติ อคฺเค สมฺมาสมฺพุทฺเธ ปสนฺนานํ โย ปสาโท, โส อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตโม โกฏิภูโต วา, ตสฺมา ตสฺส วิปาโกปิ อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตโม โกฏิภูโต อุฬารตโม ปณีตตโม โหติ. โส ปน ปสาโท ทุวิโธ โลกิยโลกุตฺตรเภทโต. เตสุ โลกิยสฺส ตาว –
‘‘เย เกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส, น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ;
ปหาย มานุสํ เทหํ, เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);
‘‘พุทฺโธติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ;
วรเมว หิ สา ปีติ, กสิเณนปิ ชมฺพุทีปสฺส.
‘‘สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรี รถา;
สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุกฺกมณิกุณฺฑลา;
เอกสฺส ปทวีติหารสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ’’. (สํ. นิ. ๑.๒๔๒; จูฬว. ๓๐๕);
‘‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, พุทฺธํ สรณคมนํ โหติ, พุทฺธํ สรณคมนเหตุ โข, เทวานมินฺท, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. เต อญฺเญ เทเว ทสหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหนฺติ – ทิพฺเพน อายุนา, ทิพฺเพน วณฺเณน, ทิพฺเพน สุเขน, ทิพฺเพน ยเสน, ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน, ทิพฺเพหิ รูเปหิ, ทิพฺเพหิ สทฺเทหิ, ทิพฺเพหิ คนฺเธหิ, ทิพฺเพหิ รเสหิ, ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) –
เอวมาทีนํ สุตฺตปทานํ วเสน ปสาทสฺส ผลวิเสสโยโค เวทิตพฺโพ. ตสฺมา โส อปายทุกฺขวินิวตฺตเนน สทฺธึ สมฺปตฺติภเวสุ สุขวิปากทายโกติ ทฏฺฐพฺโพ. โลกุตฺตโร ปน สามญฺญผลวิปากทายโก วฏฺฏทุกฺขวินิวตฺตโก จ. สพฺโพปิ จายํ ปสาโท ปรมฺปราย วฏฺฏทุกฺขํ วินิวตฺเตติเยว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย อริยสาวโก อตฺตโน สทฺธํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โทสปริยุฏฺฐิตํ, น โมหปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, อุชุคตเมวสฺส ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ. อุชุคตจิตฺตสฺส ปาโมชฺชํ ชายติ, ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ…เป… นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตี’’ติ (อ. นิ. ๖.๑๐; ๒๖).
ธมฺมาติ สภาวธมฺมา. สงฺขตาติ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตาติ สงฺขตา, สปฺปจฺจยธมฺมา. เหตูหิ ปจฺจเยหิ จ น เกหิจิ กตาติ อสงฺขตา, อปฺปจฺจยนิพฺพานํ. สงฺขตานํ ปฏิโยคิภาเวน ‘‘อสงฺขตา’’ติ ปุถุวจนํ. วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตีติ เตสํ สงฺขตาสงฺขตธมฺมานํ โย วิราคสงฺขาโต อสงฺขตธมฺโม, โส สภาเวเนว สณฺหสุขุมภาวโต สนฺตตรปณีตตรภาวโต คมฺภีราทิภาวโต มทนิมฺมทนาทิภาวโต จ อคฺคํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ ปวรนฺติ วุจฺจติ. ยทิทนฺติ นิปาโต, โย อยนฺติ อตฺโถ. มทนิมฺมทโนติอาทีนิ สพฺพานิ นิพฺพานเววจนานิเยว. ตถา หิ ตํ อาคมฺม มานมทปุริสมทาทิโก สพฺโพ มโท นิมฺมทียติ ปมทฺทียติ, กามปิปาสาทิกา สพฺพา ปิปาสา วินียติ, กามาลยาทิกา สพฺเพปิ อาลยา สมุคฺฆาตียนฺติ, สพฺเพปิ กมฺมวฏฺฏกิเลสวฏฺฏวิปากวฏฺฏา อุปจฺฉิชฺชนฺติ, อฏฺฐสตเภทา สพฺพาปิ ตณฺหา ขียติ, สพฺเพปิ กิเลสา วิรชฺชนฺติ, สพฺพํ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ, ตสฺมา มทนิมฺมทโน…เป… นิโรโธติ วุจฺจติ. ยา ปเนสา ตณฺหา ภเวน ภวํ, ผเลน กมฺมํ วินติ สํสิพฺพตีติ กตฺวา วานนฺติ วุจฺจติ. ตํ วานํ เอตฺถ นตฺถิ, เอตสฺมึ วา อธิคเต อริยปุคฺคลสฺส น โหตีติ นิพฺพานํ.
อคฺโค วิปาโก โหตีติ เอตฺถาปิ –
‘‘เย เกจิ ธมฺมํ สรณํ คตาเส…เป…. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);
‘‘ธมฺโมติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ…เป….
‘‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, ธมฺมํ สรณคมนํ โหติ. ธมฺมํ สรณคมนเหตุ โข, เทวานมินฺท, เอวมิเธกจฺเจ…เป… ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) –
เอวมาทีนํ สุตฺตปทานํ วเสน ธมฺเม ปสาทสฺส ผลวิเสสโยโค เวทิตพฺโพ. เอวเมตฺถ อสงฺขตธมฺมวเสเนว อคฺคภาโว อาคโต, สพฺพสงฺขตนิสฺสรณทสฺสนตฺถํ อริยมคฺควเสนปิ อยมตฺโถ ลพฺภเตว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔).
‘‘มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ’’ติ จ. (ธ. ป. ๒๗๓).
สงฺฆา วา คณา วาติ ชนสมูหสงฺขาตา ยาวตา โลเก สงฺฆา วา คณา วา. ตถาคตสาวกสงฺโฆติ อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูหสงฺขาโต ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหโต ตถาคตสฺส สาวกสงฺโฆ. เตสํ อคฺคมกฺขายตีติ อตฺตโน สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติอาทิคุณวิเสเสน เตสํ สงฺฆานํ อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตโม ปวโรติ วุจฺจติ. ยทิทนฺติ ยานิ อิมานิ. จตฺตาริ ปุริสยุคานีติ ยุคฬวเสน ปฐมมคฺคฏฺโฐ ปฐมผลฏฺโฐติ อิทเมกํ ยุคฬํ, ยาว จตุตฺถมคฺคฏฺโฐ จตุตฺถผลฏฺโฐติ อิทเมกํ ยุคฬนฺติ เอวํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ. อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลาติ ปุริสปุคฺคลวเสน เอโก ปฐมมคฺคฏฺโฐ เอโก ปฐมผลฏฺโฐติ อิมินา นเยน อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา. เอตฺถ จ ปุริโสติ วา ปุคฺคโลติ วา เอกตฺถานิ เอตานิ ปทานิ, เวเนยฺยวเสน ปเนวํ วุตฺตํ. เอส ภควโต สาวกสงฺโฆติ ยานิมานิ ยุควเสน จตฺตาริ ปุริสยุคานิ, ปาเฏกฺกโต อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา, เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ.
อาหุเนยฺโยติอาทีสุ อาเนตฺวา หุนิตพฺพนฺติ อาหุนํ, ทูรโตปิ อาคนฺตฺวา สีลวนฺเตสุ ทาตพฺพนฺติ อตฺโถ. จตุนฺนํ ปจฺจยานเมตํ อธิวจนํ. มหปฺผลภาวกรณโต ตํ อาหุนํ ปฏิคฺคเหตุํ ยุตฺโตติ อาหุเนยฺโย. อถ วา ทูรโตปิ อาคนฺตฺวา สพฺพํ สาปเตยฺยมฺปิ เอตฺถ หุนิตพฺพํ, สกฺกาทีนมฺปิ อาหวนํ อรหตีติ วา อาหวนีโย. โย จายํ พฺราหฺมณานํ อาหวนีโย นาม อคฺคิ, ยตฺถ หุตํ มหปฺผลนฺติ เตสํ ลทฺธิ, โส เจ หุตสฺส มหปฺผลตาย อาหวนีโย, สงฺโฆว อาหวนีโย. สงฺเฆ หุตญฺหิ มหปฺผลํ โหติ. ยถาห –
‘‘โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ, อคฺคึ ปริจเร วเน;
เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย;
สา เอว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุต’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๐๗);
ตยิทํ นิกายนฺตเร ‘‘อาหวนีโย’’ติ ปทํ อิธ ‘‘อาหุเนยฺโย’’ติ อิมินา ปเทน อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนโต ปน กิญฺจิมตฺตเมว นานํ, ตสฺมา เอวมตฺถวณฺณนา กตา.
ปาหุเนยฺโยติ เอตฺถ ปน ปาหุนํ วุจฺจติ ทิสาวิทิสโต อาคตานํ ปิยมนาปานํ ญาติมิตฺตานํ อตฺถาย สกฺกาเรน ปฏิยตฺตํ อาคนฺตุกทานํ, ตมฺปิ ฐเปตฺวา เต ตถารูเป ปาหุนเก สงฺฆสฺเสว ทาตุํ ยุตฺตํ. ตถา เหส เอกพุทฺธนฺตเรปิ ทิสฺสติ อพฺโพกิณฺณญฺจ. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – ‘‘ปิยมนาปตฺตกเรหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต’’ติ เอวํ ปาหุนมสฺส ทาตุํ ยุตฺตํ, ปาหุนญฺจ ปฏิคฺคเหตุํ ยุตฺโตติ ปาหุเนยฺโย. เยสํ ปน ปาหวนีโยติ ปาฬิ, เตสํ ยสฺมา สงฺโฆ ปุพฺพการํ อรหติ, ตสฺมา สงฺโฆ สพฺพปฐมํ อาเนตฺวา เอตฺถ หุนิตพฺพนฺติ ปาหวนีโย, สพฺพปฺปกาเรน วา อาหวนํ อรหตีติ ปาหวนีโย. สฺวายมิธ เตเนว อตฺเถน ปาหุเนยฺโยติ วุจฺจติ.
‘‘ทกฺขิณา’’ติ ปรโลกํ สทฺทหิตฺวา ทาตพฺพทานํ, ตํ ทกฺขิณํ อรหติ ทกฺขิณาย วา หิโต มหปฺผลภาวกรเณน วิโสธนโตติ ทกฺขิเณยฺโย. อุโภ หตฺเถ สิรสิ ปติฏฺฐเปตฺวา สพฺพโลเกน กริยมานํ อญฺชลิกมฺมํ อรหตีติ อญฺชลิกรณีโย. อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ สพฺพโลกสฺส อสทิสํ ปุญฺญวิรูหนฏฺฐานํ. ยถา หิ รตฺตสาลีนํ วา ยวานํ วา วิรูหนฏฺฐานํ ‘‘รตฺตสาลิกฺเขตฺตํ ยวกฺเขตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ สงฺโฆ สเทวกสฺส โลกสฺส ปุญฺญวิรูหนฏฺฐานํ. สงฺฆํ นิสฺสาย หิ โลกสฺส นานปฺปการหิตสุขนิพฺพตฺตกานิ ปุญฺญานิ วิรูหนฺติ, ตสฺมา สงฺโฆ อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส. อิธาปิ –
‘‘เย เกจิ สงฺฆํ สรณํ คตาเส…เป…. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);
‘‘สงฺโฆติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ…เป…’’.
‘‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, สงฺฆํ สรณคมนํ โหติ, สงฺฆํ สรณคมนเหตุ โข เทวานมินฺท…เป… ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) –
อาทีนํ สุตฺตปทานํ วเสน สงฺเฆ ปสาทสฺส ผลวิเสสโยโค, เตนสฺส อคฺคตา อคฺควิปากตา จ เวทิตพฺพา. ตถา อนุตฺตริยปฏิลาโภ สตฺตมภวาทิโต ปฏฺฐาย วฏฺฏทุกฺขสมุจฺเฉโท อนุตฺตรสุขาธิคโมติ เอวมาทิอุฬารผลนิปฺผาทนวเสน อคฺควิปากตา เวทิตพฺพา.
คาถาสุ อคฺคโตติ อคฺเค รตนตฺตเย, อคฺคภาวโต วา ปสนฺนานํ. อคฺคํ ธมฺมนฺติ อคฺคสภาวํ พุทฺธสุพุทฺธตํ ธมฺมสุธมฺมตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตึ รตนตฺตยสฺส อนญฺญสาธารณํ อุตฺตมสภาวํ, ทสพลาทิสฺวากฺขาตตาทิสุปฺปฏิปนฺนตาทิคุณสภาวํ วา วิชานตํ วิชานนฺตานํ. เอวํ สาธารณโต อคฺคปฺปสาทวตฺถุํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อสาธารณโต ตํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘อคฺเค พุทฺเธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปสนฺนานนฺติ อเวจฺจปฺปสาเทน อิตรปฺปสาเทน จ ปสนฺนานํ อธิมุตฺตานํ. วิราคูปสเมติ วิราเค อุปสเม จ, สพฺพสฺส ราคสฺส สพฺเพสํ กิเลสานํ อจฺจนฺตวิราคเหตุภูเต อจฺจนฺตอุปสมเหตุภูเต จาติ อตฺโถ. สุเขติ วฏฺฏทุกฺขกฺขยภาเวน สงฺขารูปสมสุขภาเวน จ สุเข.
อคฺคสฺมึ ทานํ ททตนฺติ อคฺเค รตนตฺตเย ทานํ เทนฺตานํ เทยฺยธมฺมํ ปริจฺจชนฺตานํ. ตตฺถ ธรมานํ ภควนฺตํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา ปรินิพฺพุตญฺจ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ธาตุเจติยาทิเก อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา พุทฺเธ ทานํ ททนฺติ นาม. ‘‘ธมฺมํ ปูเชสฺสามา’’ติ ธมฺมธเร ปุคฺคเล จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา ธมฺมญฺจ จิรฏฺฐิติกํ กโรนฺตา ธมฺเม ทานํ ททนฺติ นาม. ตถา อริยสงฺฆํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา ตํ อุทฺทิสฺส อิตรสฺมิมฺปิ ตถา ปฏิปชฺชนฺตา สงฺเฆ ทานํ ททนฺติ นาม. อคฺคํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เอวํ รตนตฺตเย ปสนฺเนน เจตสา อุฬารํ ปริจฺจาคํ อุฬารญฺจ ปูชาสกฺการํ ปวตฺเตนฺตานํ ทิวเส ทิวเส อคฺคํ อุฬารํ กุสลํ อุปจียติ. อิทานิ ตสฺส ปุญฺญสฺส อคฺควิปากตาย อคฺคภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อคฺคํ อายู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อคฺคํ อายูติ ทิพฺพํ วา มานุสํ วา อคฺคํ อุฬารตมํ อายุ. ปวฑฺฒตีติ อุปรูปริ พฺรูหติ. วณฺโณติ รูปสมฺปทา. ยโสติ ปริวารสมฺปทา. กิตฺตีติ ถุติโฆโส. สุขนฺติ กายิกํ เจตสิกญฺจ สุขํ. พลนฺติ กายพลํ ญาณพลญฺจ.
อคฺคสฺส ทาตาติ อคฺคสฺส รตนตฺตยสฺส ทาตา, อถ วา อคฺคสฺส เทยฺยธมฺมสฺส ทานํ อุฬารํ กตฺวา ตตฺถ ปุญฺญํ ปวตฺเตตา. อคฺคธมฺมสมาหิโตติ อคฺเคน ปสาทธมฺเมน ทานาทิธมฺเมน จ สมาหิโต สมนฺนาคโต อจลปฺปสาทยุตฺโต, ตสฺส วา วิปากภูเตหิ พหุชนสฺส ปิยมนาปตาทิธมฺเมหิ ยุตฺโต. อคฺคปฺปตฺโต ปโมทตีติ ยตฺถ ยตฺถ สตฺตนิกาเย อุปฺปนฺโน, ตตฺถ ตตฺถ อคฺคภาวํ เสฏฺฐภาวํ อธิคโต, อคฺคภาวํ วา โลกุตฺตรมคฺคผลํ อธิคโต ปโมทติ อภิรมติ ปริตุสฺสตีติ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ชีวิกสุตฺตวณฺณนา
๙๑. ทุติยํ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน เทสิตํ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย ภควติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม วิหรนฺเต ภิกฺขู อาคนฺตุกภิกฺขูนํ เสนาสนานิ ปญฺญาเปนฺตา ปตฺตจีวรานิ ปฏิสาเมนฺตา สามเณรา จ ลาภภาชนียฏฺฐาเน สมฺปตฺตสมฺปตฺตานํ ลาภํ คณฺหนฺตา อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา อเหสุํ. ตํ สุตฺวา ภควา ภิกฺขู ปณาเมสิ. เต กิร สพฺเพว นวา อธุนาคตา อิมํ ธมฺมวินยํ. ตํ ญตฺวา มหาพฺรหฺมา อาคนฺตฺวา ‘‘อภินนฺทตุ, ภนฺเต, ภควา ภิกฺขุสงฺฆ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๕๘) เตสํ ปณามิตภิกฺขูนํ อนุคฺคณฺหนํ ยาจิ. ภควา ตสฺส โอกาสํ อกาสิ. อถ มหาพฺรหฺมา ‘‘กตาวกาโส โขมฺหิ ภควตา’’ติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ ภควา ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ อาคจฺฉตู’’ติ อานนฺทตฺเถรสฺส อาการํ ทสฺเสสิ. อถ เต ภิกฺขู อานนฺทตฺเถเรน ปกฺโกสิตา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา สารชฺชมานรูปา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. ภควา เตสํ สปฺปายเทสนํ วีมํสนฺโต ‘‘อิเม อามิสเหตุ ปณามิตา, ปิณฺฑิยาโลปธมฺมเทสนา เนสํ สปฺปายา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว’’ติ อิมํ เทสนํ เทเสสิ.
ตตฺรายํ อนฺตสทฺโท ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา ปุพฺพนฺตกปฺปิกา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิโน’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๙) โกฏฺฐาเส อาคโต. ‘‘อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺส, อนฺตวา อยํ โลโก ปริวฏุโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๕๕) ปริจฺเฉเท. ‘‘หริตนฺตํ วา ปถนฺตํ วา เสลนฺตํ วา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐๔) มริยาทายํ. ‘‘อนฺตํ อนฺตคุณ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ขุ. ปา. ๓.ทฺวตฺตึสาการ) สรีราวยเว ‘‘จรนฺติ โลเก ปริวารฉนฺนา, อนฺโต อสุทฺธา พหิ โสภมานา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๒๒; มหานิ. ๑๙๑) จิตฺเต. ‘‘อปฺเปกจฺจานิ อุปฺปลานิ วา ปทุมานิ วา ปุณฺฑรีกานิ วา อุทเก ชาตานิ อุทเก สํวฑฺฒานิ อุทกานุคฺคตานิ อนฺโต นิมุคฺคโปสีนี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๖๙; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๙) อพฺภนฺตเร.
‘‘มิคานํ โกฏฺฐุโก อนฺโต, ปกฺขีนํ ปน วายโส;
เอรณฺโฑ อนฺโต รุกฺขานํ, ตโย อนฺตา สมาคตา’’ติ. (ชา. ๑.๓.๑๓๕) –
อาทีสุ ลามเก. อิธาปิ ลามเก เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อนฺตมิทํ ภิกฺขเว ชีวิกานนฺติ ภิกฺขเว อิทํ ชีวิกานํ อนฺตํ ปจฺฉิมํ ลามกํ, สพฺพนิหีนํ ชีวิตนฺติ อตฺโถ. ยทิทํ ปิณฺโฑลฺยนฺติ ยํ อิทํ ปิณฺฑปริเยสเนน ภิกฺขาจริยาย ชีวิกํ กปฺเปนฺตสฺส ชีวิตํ. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – ปิณฺฑาย อุลตีติ ปิณฺโฑโล, ตสฺส กมฺมํ ปิณฺโฑลฺยํ, ปิณฺฑปริเยสเนน ชีวิกาติ อตฺโถ.
อภิสาโปติ อกฺโกโส. กุปิตา หิ มนุสฺสา อตฺตโน ปจฺจตฺถิกํ ‘‘ปิโลติกขณฺฑํ นิวาเสตฺวา กปาลหตฺโถ ปิณฺฑํ ปริเยสมาโน จเรยฺยาสี’’ติ อกฺโกสนฺติ. อถ วา ‘‘กึ ตุยฺหํ อกาตพฺพํ อตฺถิ, โย ตฺวํ เอวํ พลวีริยูปปนฺโนปิ หิโรตฺตปฺปํ ปหาย กปโณ ปิณฺโฑโล วิจรสิ ปตฺตปาณี’’ติ เอวมฺปิ อกฺโกสนฺติเยว. ตญฺจ โข เอตนฺติ ตํ เอตํ อภิสปมฺปิ สมานํ ปิณฺโฑลฺยํ. กุลปุตฺตา อุเปนฺติ อตฺถวสิกาติ มม สาสเน ชาติกุลปุตฺตา จ อาจารกุลปุตฺตา จ อตฺถวสิกา การณวสิกา หุตฺวา การณวสํ ปฏิจฺจ อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺติ.
ราชาภินีตาติอาทีสุ เย รญฺโญ สนฺตกํ ขาทิตฺวา รญฺญา พนฺธนาคาเร พนฺธาปิตา ปลายิตฺวา ปพฺพชนฺติ, เต รญฺญา พนฺธนํ อภินีตตฺตา ราชาภินีตา นาม. เย ปน โจเรหิ อฏวิยํ คเหตฺวา เอกจฺเจสุ มาริยมาเนสุ เอกจฺเจ ‘‘มยํ สามิ ตุเมฺหหิ วิสฺสฏฺฐา เคหํ อนชฺฌาวสิตฺวา ปพฺพชิสฺสาม, ตตฺถ ตตฺถ ยํ ยํ พุทฺธปูชาทิปุญฺญํ กริสฺสาม, ตโต ตโต ตุมฺหากํ ปตฺตึ ทสฺสามา’’ติ เตหิ วิสฺสฏฺฐา ปพฺพชนฺติ, เต โจราภินีตา นาม โจเรหิ มาเรตพฺพตํ อภินีตตฺตา. เย ปน อิณํ คเหตฺวา ปฏิทาตุํ อสกฺโกนฺตา ปลายิตฺวา ปพฺพชนฺติ, เต อิณฏฺฏา นาม. ตญฺจ โข เอตํ ปิณฺโฑลฺยํ กุลปุตฺตา มม สาสเน เนว ราชาภินีตา…เป… น อาชีวิกาปกตา อุเปนฺติ, อปิจ โข ‘‘โอติณฺณมฺหา ชาติยา…เป… ปญฺญาเยถา’’ติ อุเปนฺตีติ ปทสมฺพนฺโธ.
ตตฺถ โอติณฺณมฺหาติ โอติณฺณา อมฺหา. ชาติยาติอาทีสุ ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย ขนฺธานํ ปฐมาภินิพฺพตฺติ ชาติ, ปริปาโก ชรา, เภโท มรณํ. ญาติโรคโภคสีลทิฏฺฐิพฺยสเนหิ ผุฏฺฐสฺส สนฺตาโป อนฺโต นิชฺฌานํ โสโก, เตหิ ผุฏฺฐสฺส วจีวิปฺปลาโป ปริเทโว. อนิฏฺฐโผฏฺฐพฺพปฏิหตกายสฺส กายปีฬนํ ทุกฺขํ, อาฆาตวตฺถูสุ อุปหตจิตฺตสฺส เจโตปีฬนํ โทมนสฺสํ. ญาติพฺยสนาทีหิ เอว ผุฏฺฐสฺส ปริเทเวนปิ อธิวาเสตุํ อสมตฺถสฺส จิตฺตสนฺตาปสมุฏฺฐิโต ภุโส อายาโส อุปายาโส. เอเตหิ ชาติอาทีหิ โอติณฺณา ทุกฺโขติณฺณา, เตหิ ชาติอาทิทุกฺเขหิ อนฺโต อนุปวิฏฺฐา. ทุกฺขปเรตาติ เตหิ ทุกฺขทุกฺขวตฺถูหิ อภิภูตา. ชาติอาทโย หิ ทุกฺขสฺส วตฺถุภาวโต ทุกฺขา, ทุกฺขภาวโต จ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ทุกฺขาติ. อปฺเปว นาม…เป… ปญฺญาเยถาติ อิมสฺส สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขราสิสฺส ปริจฺเฉทกรณํ โอสานกิริยา อปิ นาม ปญฺญาเยยฺย.
โส จ โหติ อภิชฺฌาลูติ อิทํ โย กุลปุตฺโต ‘‘ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามี’’ติ ปุพฺเพ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา ปพฺพชิโต อปรภาเค ตํ ปพฺพชฺชํ ตถารูปํ กาตุํ น สกฺโกติ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิชฺฌาลูติ ปรภณฺฑานํ อภิชฺฌายิตา. ติพฺพสาราโคติ พลวราโค. พฺยาปนฺนจิตฺโตติ พฺยาปาเทน ปูติภูตตฺตา วิปนฺนจิตฺโต. ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโปติ ติขิณสิงฺโค วิย จณฺฑโคโณ ปเรสํ อุปฆาตวเสน ทุฏฺฐจิตฺโต. มุฏฺฐสฺสตีติ ภตฺตนิกฺขิตฺตกาโก วิย, มํสนิกฺขิตฺตสุนโข วิย จ นฏฺฐสฺสติ, อิธ กตํ เอตฺถ น สรติ. อสมฺปชาโนติ นิปฺปญฺโญ ขนฺธาทิปริจฺเฉทรหิโต. อสมาหิโตติ จณฺฑโสเต พทฺธนาวา วิย อสณฺฐิโต. วิพฺภนฺตจิตฺโตติ ปนฺถารุฬฺหมิโค วิย ภนฺตมโน. ปากตินฺทฺริโยติ ยถา คิหี สํวราภาเวน ปริคฺคหปริชเน โอโลเกนฺติ อสํวุตินฺทฺริยา, เอวํ อสํวุตินฺทฺริโย โหติ.
ฉวาลาตนฺติ ฉวานํ ทฑฺฒฏฺฐาเน อลาตํ. อุภโตปทิตฺตํ มชฺเฌ คูถคตนฺติ ปมาเณน อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ อุภโต ทฺวีสุ โกฏีสุ อาทิตฺตํ มชฺเฌ คูถมกฺขิตํ. เนว คาเมติ สเจ หิ ตํ ยุคนงฺคลโคปานสิปกฺขปาสกาทีนํ อตฺถาย อุปเนตุํ สกฺกา อสฺส คาเม กฏฺฐตฺถํ ผเรยฺย. สเจ เขตฺตกุฏิยา กฏฺฐตฺถรมญฺจกาทีนํ อตฺถาย อุปเนตุํ สกฺกา อสฺส, อรญฺเญ กฏฺฐตฺถํ ผเรยฺย. ยสฺมา ปน อุภยตฺถาปิ น สกฺกา, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. ตถูปมาหนฺติ ตถูปมํ ฉวาลาตสทิสํ อหํ อิมํ ยถาวุตฺตปุคฺคลํ วทามิ. คิหิโภคา จ ปริหีโนติ โย อคาเร วสนฺเตหิ คิหีหิ ทายชฺเช ภาชิยมาเน อญฺญถา จ โภโค ลทฺธพฺโพ อสฺส, ตโต จ ปริหีโน. สามญฺญตฺถญฺจาติ อาจริยุปชฺฌายานํ โอวาเท ฐตฺวา ปริยตฺติปฏิเวธวเสน ปตฺตพฺพํ สามญฺญตฺถญฺจ น ปริปูเรติ. อิมํ ปน อุปมํ สตฺถา น ทุสฺสีลสฺส วเสน อาหริ, ปริสุทฺธสีลสฺส ปน อลสสฺส อภิชฺฌาทีหิ โทเสหิ ทูสิตจิตฺตสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน อาหรีติ เวทิตพฺพํ.
คาถาสุ คิหิโภคาติ กามสุขสมฺโภคโต. ปริหีโนติ ชีโน. สามญฺญตฺถนฺติ ปฏิเวธพาหุสจฺจญฺเจว ปริยตฺติพาหุสจฺจญฺจ. ตาทิโส หิ อสุตํ โสตุํ สุตํ ปริโยทาเปตุํ น สกฺโกติ อลสภาวโต. ทุฏฺฐุ ภโคติ ทุพฺภโค, อลกฺขิโก กาฬกณฺณิปุริโส. ปริธํสมาโนติ วินสฺสมาโน. ปกิเรตีติ วิกิเรติ วิทฺธํเสติ. สพฺพเมตํ ภาวิโน สามญฺญตฺถสฺส อนุปฺปาทนเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ฉวาลาตํว นสฺสตีติ โส ตาทิโส ปุคฺคโล ยถาวุตฺตํ ฉวาลาตํ วิย กสฺสจิ อนุปยุชฺชมาโน เอว นสฺสติ อุภโต ปริภฏฺฐภาวโต. เอวํ ‘‘กายวาจาหิ อกตวีติกฺกโมปิ จิตฺตํ อวิโสเธนฺโต นสฺสติ, ปเคว กตวีติกฺกโม ทุสฺสีโล’’ติ ตสฺส อปายทุกฺขภาคิภาวทสฺสเนน ทุสฺสีเล อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ตโต สตฺเต วิเวเจตุกาโม ‘‘กาสาวกณฺฐา’’ติอาทินา คาถาทฺวยมาห. ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโต เอว.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สงฺฆาฏิกณฺณสุตฺตวณฺณนา
๙๒. ตติเย สงฺฆาฏิกณฺเณติ จีวรโกฏิยํ. คเหตฺวาติ ปรามสิตฺวา. อนุพนฺโธ อสฺสาติ อนุคโต ภเวยฺย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ อตฺตโน หตฺเถน มยา ปารุตสฺส สุคตมหาจีวรสฺส กณฺเณ ปรามสนฺโต วิย มํ อนุคจฺเฉยฺย, เอวํ มยฺหํ อาสนฺนตโร หุตฺวา วิหเรยฺยา’’ติ. ปาเท ปาทํ นิกฺขิปนฺโตติ คจฺฉนฺตสฺส มม ปาเท ปาทํ นิกฺขิตฺตฏฺฐาเน ปาทุทฺธารณานนฺตรํ อตฺตโน ปาทํ นิกฺขิปนฺโต. อุภเยนาปิ ‘‘ฐานคมนาทีสุ อวิชหนฺโต สพฺพกาลํ มยฺหํ สมีเป เอว วิหเรยฺย เจปี’’ติ ทสฺเสติ. โส อารกาว มยฺหํ, อหญฺจ ตสฺสาติ โส ภิกฺขุ มยา วุตฺตํ ปฏิปทํ อปูเรนฺโต มม ทูเรเยว, อหญฺจ ตสฺส ทูเรเยว. เอเตน มํสจกฺขุนา ตถาคตทสฺสนํ รูปกายสโมธานญฺจ อการณํ, ญาณจกฺขุนาว ทสฺสนํ ธมฺมกายสโมธานเมว จ ปมาณนฺติ ทสฺเสติ. เตเนวาห ‘‘ธมฺมญฺหิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น ปสฺสติ, ธมฺมํ อปสฺสนฺโต น มํ ปสฺสตี’’ติ. ตตฺถ ธมฺโม นาม นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม. โส จ อภิชฺฌาทีหิ ทูสิตจิตฺเตน น สกฺกา ปสฺสิตุํ, ตสฺมา ธมฺมสฺส อทสฺสนโต ธมฺมกายญฺจ น ปสฺสตีติ. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน? โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ โส มํ ปสฺสติ; โย มํ ปสฺสติ, โส ธมฺมํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗).
‘‘ธมฺมภูโต พฺรหฺมภูโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๓; ปฏิ. ม. ๓.๕) จ.
‘‘ธมฺมกาโย อิติปิ, พฺรหฺมกาโย อิติปี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๑๘) จ อาทิ.
โยชนสเตติ โยชนสเต ปเทเส, โยชนสตมตฺถเกติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพํ. อริยมคฺคาธิคมวเสน จสฺส อนภิชฺฌาลุอาทิภาโว ทฏฺฐพฺโพ.
คาถาสุ มหิจฺโฉติ กาเมสุ ติพฺพสาราคตาย มหาอิจฺโฉ. วิฆาตวาติ ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺปตาย สตฺเตสุ อาฆาตวเสน มหิจฺฉตาย อิจฺฉิตาลาเภน จ วิฆาตวา. เอชานุโคติ เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย ทาโส วิย หุตฺวา ตํ อนุคจฺฉนฺโต. ราคาทิกิเลสปริฬาหาภิภเวน อนิพฺพุโต. รูปาทิวิสยานํ อภิกงฺขเนน คิทฺโธ. ปสฺส ยาวญฺจ อารกาติ อเนชสฺส นิพฺพุตสฺส วีตเคธสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส โอกาสวเสน สมีเปปิ สมาโน มหิจฺโฉ วิฆาตวา เอชานุโค อนิพฺพุโต คิทฺโธ พาลปุถุชฺชโน ธมฺมสภาวโต ยตฺตกํ ทูเร, ตสฺส โส ทูรภาโว ปสฺส, วตฺตุมฺปิ น สุกรนฺติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นภญฺจ ทูเร ปถวี จ ทูเร,
ปารํ สมุทฺทสฺส ตถาหุ ทูเร;
ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ,
สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราชา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๔๗; ชา. ๒.๒๑.๔๑๔);
ธมฺมมภิญฺญายาติ จตุสจฺจธมฺมํ อภิญฺญาย อญฺญาย ญาตตีรณปริญฺญาหิ ยถารหํ ปุพฺพภาเค ชานิตฺวา. ธมฺมมญฺญายาติ ตเมว ธมฺมํ อปรภาเค มคฺคญาเณน ปริญฺญาทิวเสน ยถามริยาทํ ชานิตฺวา. ปณฺฑิโตติ ปฏิเวธพาหุสจฺเจน ปณฺฑิโต. รหโทว นิวาเต จาติ นิวาตฏฺฐาเน รหโท วิย อเนโช กิเลสจลนรหิโต อุปสมฺมติ, ยถา โส รหโท นิวาตฏฺฐาเน วาเตน อนพฺภาหโต สนฺนิสินฺโนว โหติ, เอวํ อยมฺปิ สพฺพถาปิ ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลโส กิเลสจลนรหิโต อรหตฺตผลสมาธินา วูปสมฺมติ, สพฺพกาลํ อุปสนฺตสภาโวว โหติ. อเนโชติ โส เอวํ อเนชาทิสภาโว อรหา อเนชาทิสภาวสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส โอกาสโต ทูเรปิ สมาโน ธมฺมสภาวโต อทูเร สนฺติเก เอวาติ.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อคฺคิสุตฺตวณฺณนา
๙๓. จตุตฺเถ อนุทหนฏฺเฐน อคฺคิ, ราโค เอว อคฺคิ ราคคฺคิ. ราโค หิ อุปฺปชฺชมาโน สตฺเต อนุทหติ ฌาเปติ, ตสฺมา ‘‘อคฺคี’’ติ วุจฺจติ. อิตเรสุปิ ทฺวีสุ เอเสว นโย. ตตฺถ ยถา อคฺคิ ยเทว อินฺธนํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชติ, ตํ นิทหติ, มหาปริฬาโห จ โหติ, เอวมิเมปิ ราคาทโย ยสฺมึ สนฺตาเน สยํ อุปฺปนฺนา, ตํ นิทหนฺติ, มหาปริฬาหา จ โหนฺติ ทุนฺนิพฺพาปยา. เตสุ ราคปริฬาเหน สนฺตตฺตหทยานํ อิจฺฉิตาลาภทุกฺเขน มรณปฺปตฺตานํ สตฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ. อยํ ตาว ราคสฺส อนุทหนตา. โทสสฺส ปน อนุทหนตาย วิเสสโต มโนปโทสิกา เทวา, โมหสฺส อนุทหนตาย ขิฑฺฑาปโทสิกา เทวา จ นิทสฺสนํ. โมหวเสน หิ เตสํ สติสมฺโมโส โหติ, ตสฺมา ขิฑฺฑาวเสน อาหารเวลํ อติวตฺเตนฺตา กาลํ กโรนฺติ. อยํ ตาว ราคาทีนํ ทิฏฺฐธมฺมิโก อนุทหนภาโว. สมฺปรายิโก ปน นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตาปนวเสน โฆรตโร ทุรธิวาโส จ. อยญฺจ อตฺโถ อาทิตฺตปริยาเยน วิภาเวตพฺโพ.
คาถาสุ กาเมสุ มุจฺฉิเตติ วตฺถุกาเมสุ ปาตพฺยตาวเสน มุจฺฉํ พาลฺยํ ปมาทํ มิจฺฉาจารํ อาปนฺเน. พฺยาปนฺเนติ พฺยาปนฺนจิตฺเต ทหตีติ สมฺพนฺโธ. นเร ปาณาติปาติโนติ อิทํ โทสคฺคิสฺส. อริยธมฺเม อโกวิเทติ เย ขนฺธายตนาทีสุ สพฺเพน สพฺพํ อุคฺคหปริปุจฺฉาย มนสิการรหิตา อริยธมฺมสฺส อกุสลา, เต สมฺโมเหน อภิภูตา วิเสเสน สมฺมูฬฺหา นามาติ วุตฺตา. เอเต อคฺคี อชานนฺตาติ ‘‘เอเต ราคคฺคิอาทโย อิธ เจว สมฺปราเย จ อนุทหนฺตี’’ติ อชานนฺตา ปริญฺญาภิสมยวเสน ปหานาภิสมยวเสน จ อปฺปฏิวิชฺฌนฺตา. สกฺกายาภิรตาติ สกฺกาเย อุปาทานกฺขนฺธปญฺจเก ตณฺหาทิฏฺฐิมานนนฺทนาภิรตา. วฑฺฒยนฺตีติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชเนน วฑฺฒยนฺติ อาจินนฺติ. นิรยนฺติ อฏฺฐวิธํ มหานิรยํ, โสฬสวิธํ อุสฺสทนิรยนฺติ สพฺพมฺปิ นิรยํ. ติรจฺฉานญฺจ โยนิโยติ ติรจฺฉานโยนิโย จ. อสุรนฺติ อสุรกายํ เปตฺติวิสยญฺจ วฑฺฒยนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
เอตฺตาวตา ราคคฺคิอาทีนํ อิธ เจว สมฺปราเย จ อนุทหนภาวทสฺสนมุเขน วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เนสํ นิพฺพาปเนน วิวฏฺฏํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย จ รตฺตินฺทิวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยุตฺตาติ ภาวนานุโยควเสน ยุตฺตา. กตฺถ? สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน. เตน อญฺญสาสเน ราคคฺคิอาทีนํ นิพฺพาปนาภาวํ ทสฺเสติ. ตถา หิ อนญฺญสาธารณํ เตสํ นิพฺพาปนวิธึ อสุภกมฺมฏฺฐานํ สงฺเขเปเนว ทสฺเสนฺโต –
‘‘เต นิพฺพาเปนฺติ ราคคฺคึ, นิจฺจํ อสุภสญฺญิโน;
โทสคฺคึ ปน เมตฺตาย, นิพฺพาเปนฺติ นรุตฺตมา;
โมหคฺคึ ปน ปญฺญาย, ยายํ นิพฺเพธคามินี’’ติ. –
อาห. ตตฺถ อสุภสญฺญิโนติ ทฺวตฺตึสาการวเสน เจว อุทฺธุมาตกาทิวเสน จ อสุภภาวนานุโยเคน อสุภสญฺญิโน. เมตฺตายาติ ‘‘โส เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๖๔, ๖๖) วุตฺตาย เมตฺตาภาวนาย. เอตฺถ จ อสุภชฺฌานญฺจ ปาทกํ กตฺวา นิพฺพตฺติตอนาคามิมคฺเคน ราคคฺคิโทสคฺคีนํ นิพฺพาปนํ เวทิตพฺพํ. ปญฺญายาติ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย. เตเนวาห ‘‘ยายํ นิพฺเพธคามินี’’ติ. สา หิ กิเลสกฺขนฺธํ วินิวิชฺฌนฺตี คจฺฉติ ปวตฺตตีติ นิพฺเพธคามินีติ วุจฺจติ. อเสสํ ปรินิพฺพนฺตีติ อรหตฺตมคฺเคน อเสสํ ราคคฺคิอาทึ นิพฺพาเปตฺวา สอุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ฐิตา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา นิปกา ปุพฺเพว สมฺมปฺปธาเนน สพฺพโส โกสชฺชสฺส สุปฺปหีนตฺตา ผลสมาปตฺติสมาปชฺชเนน อกิลาสุภาเวน จ รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา จริมกจิตฺตนิโรเธน อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา อเสสํ ปรินิพฺพนฺติ. ตโต จ อเสสํ นิสฺเสสํ วฏฺฏทุกฺขํ อจฺจคุํ อติกฺกมํสุ.
เอวํ เย ราคคฺคิอาทิเก นิพฺพาเปนฺติ, เตสํ อนุปาทิเสสนิพฺพาเนน นิพฺพุตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฏิวิทฺธคุเณหิ โถเมนฺโต โอสานคาถมาห. ตตฺถ อริยทฺทสาติ อริเยหิ พุทฺธาทีหิ ปสฺสิตพฺพํ กิเลเสหิ วา อารกตฺตา อริยํ นิพฺพานํ, อริยํ จตุสจฺจเมว วา ทิฏฺฐวนฺโตติ อริยทฺทสา. เวทสฺส มคฺคญาณสฺส, เตน วา เวเทน สํสารสฺส ปริโยสานํ คตาติ เวทคุโน. สมฺมทญฺญายาติ สมฺมเทว สพฺพํ อาชานิตพฺพํ กุสลาทึ ขนฺธาทิญฺจ ชานิตฺวา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อุปปริกฺขสุตฺตวณฺณนา
๙๔. ปญฺจเม ตถา ตถาติ เตน เตน ปกาเรน. อุปปริกฺเขยฺยาติ วีมํเสยฺย ปริตุเลยฺย สมฺมเสยฺย วา. ยถา ยถาสฺส อุปปริกฺขโตติ ยถา ยถา อสฺส ภิกฺขุโน อุปปริกฺขนฺตสฺส. พหิทฺธา จสฺส วิญฺญาณํ อวิกฺขิตฺตํ อวิสฏนฺติ พหิทฺธา รูปาทิอารมฺมเณ อุปฺปชฺชนกวิกฺเขปาภาวโต อวิกฺขิตฺตํ สมาหิตํ, ตโต เอว อวิสฏํ สิยา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภิกฺขเว, เยน เยน ปกาเรน อิมสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส ภิกฺขุโน อุปปริกฺขโต สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส ปุพฺเพ สมาหิตาการสลฺลกฺขณวเสน สมถนิมิตฺตํ คเหตฺวา สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ สมฺมสนญาณํ ปวตฺเตนฺตสฺส อตฺตโน วิปสฺสนาจิตฺตํ กมฺมฏฺฐานโต พหิทฺธา รูปาทิอารมฺมเณ อุปฺปชฺชนกํ น สิยา, อจฺจารทฺธวีริยตาย อุทฺธจฺจปกฺขิยํ น สิยา, เตน เตน ปกาเรน ภิกฺขุ อุปปริกฺเขยฺย ปริตุเลยฺยาติ. อชฺฌตฺตํ อสณฺฐิตนฺติ ยสฺมา วีริเย มนฺทํ วหนฺเต สมาธิสฺส พลวภาวโต โกสชฺชาภิภเวน อชฺฌตฺตํ โคจรชฺฌตฺตสงฺขาเต กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ สงฺโกจวเสน ฐิตตฺตา สณฺฐิตํ นาม โหติ, วีริยสมตาย ปน โยชิตาย อสณฺฐิตํ โหติ วีถึ ปฏิปนฺนํ. ตสฺมา ยถา ยถาสฺส อุปปริกฺขโต วิญฺญาณํ อชฺฌตฺตํ อสณฺฐิตํ อสฺส, วีถิปฏิปนฺนํ สิยา, ตถา ตถา อุปปริกฺเขยฺย. อนุปาทาย น ปริตสฺเสยฺยาติ ยถา ยถาสฺส อุปปริกฺขโต ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหวเสน รูปาทีสุ กญฺจิ สงฺขารํ อคฺคเหตฺวา ตโต เอว ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหวเสน น ปริตสฺเสยฺย, ตถา ตถา อุปปริกฺเขยฺยาติ สมฺพนฺโธ. กถํ ปน อุปปริกฺขโต ติวิธมฺเปตํ สิยาติ? อุทฺธจฺจปกฺขิเย โกสชฺชปกฺขิเย จ ธมฺเม วชฺเชนฺโต วีริยสมตํ โยเชตฺวา ปุพฺเพว วิปสฺสนุปกฺกิเลเสหิ จิตฺตํ วิโสเธตฺวา ยถา สมฺมเทว วิปสฺสนาญาณํ วิปสฺสนาวีถึ ปฏิปชฺชติ, ตถา สมฺมสโต.
อิติ ภควา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิกสฺส ภิกฺขุโน อนุกฺกเมน ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา อารทฺธาย อจฺจารทฺธวีริยอติสิถิลวีริยวิปสฺสนุปกฺกิเลเสหิ จิตฺตสฺส วิโสธนูปายํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตถา วิโสธิเต วิปสฺสนาญาเณ น จิรสฺเสว วิปสฺสนํ มคฺเคน ฆเฏตฺวา สกลวฏฺฏทุกฺขสมติกฺกมาย สํวตฺตนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหิทฺธา, ภิกฺขเว, วิญฺญาเณ’’ติอาทิมาห, ตํ วุตฺตนยเมว. ยํ ปน วุตฺตํ – ‘‘อายตึ ชาติชรามรณทุกฺขสมุทยสมฺภโว น โหตี’’ติ, ตสฺสตฺโถ – เอวํ วิปสฺสนํ มคฺเคน ฆเฏตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อคฺคมคฺเคน อนวเสสโต กิเลเสสุ ขีเณสุ อายตึ อนาคเต ชาติชรามรณสกลวฏฺฏทุกฺขสมุทยสงฺขาโต สมฺภโว อุปฺปาโท จ น โหติ, ชาติสงฺขาโต วา ทุกฺขสมุทโย ชรามรณสงฺขาโต ทุกฺขสมฺภโว จ น โหติ.
คาถายํ สตฺตสงฺคปฺปหีนสฺสาติ ตณฺหาสงฺโค, ทิฏฺฐิสงฺโค, มานสงฺโค, โกธสงฺโค, อวิชฺชาสงฺโค, กิเลสสงฺโค, ทุจฺจริตสงฺโคติ อิเมสํ สตฺตนฺนํ สงฺคานํ ปหีนตฺตา สตฺตสงฺคปฺปหีนสฺส. เกจิ ปน ‘‘สตฺตานุสยา เอว สตฺต สงฺคา’’ติ วทนฺติ. เนตฺติจฺฉินฺนสฺสาติ ฉินฺนภวเนตฺติกสฺส. วิกฺขีโณ ชาติสํสาโรติ ปุนปฺปุนํ ชายนวเสน ปวตฺติยา ชาติเหตุกตฺตา จ ชาติภูโต สํสาโรติ ชาติสํสาโร, โส ภวเนตฺติยา ฉินฺนตฺตา วิกฺขีโณ ปริกฺขีโณ, ตโต เอว นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. กามูปปตฺติสุตฺตวณฺณนา
๙๕. ฉฏฺเฐ กามูปปตฺติโยติ กามปฏิลาภา กามปฏิเสวนา วา. ปจฺจุปฏฺฐิตกามาติ นิพทฺธกามา นิพทฺธารมฺมณา ยถา ตํ มนุสฺสา. มนุสฺสา หิ นิพทฺธวตฺถุสฺมึ วสํ วตฺเตนฺติ. ยตฺถ ปฏิพทฺธจิตฺตา โหนฺติ, สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ ทตฺวา ตเมว มาตุคามํ อาเนตฺวา นิพทฺธโภคํ ภุญฺชนฺติ. เอกจฺเจ จ เทวา. จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย หิ จตุเทวโลกวาสิโน นิพทฺธวตฺถุสฺมึเยว วสํ วตฺเตนฺติ. ปญฺจสิขวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสนํ. ตถา เอกจฺเจ อาปายิเก เนรยิเก ฐเปตฺวา เสสอปายสตฺตาปิ นิพทฺธวตฺถุสฺมึเยว วสํ วตฺเตนฺติ. มจฺฉา หิ อตฺตโน มจฺฉิยา, กจฺฉโป กจฺฉปิยาติ เอวํ สพฺเพปิ ติรจฺฉานา เปตา วินิปาติกา จ. ตสฺมา เนรยิเก ฐเปตฺวา เสสอปายสตฺเต อุปาทาย ยาว ตุสิตกายา อิเม สตฺตา ปจฺจุปฏฺฐิตกามา นาม, นิมฺมานรติโนติ สยํ นิมฺมิเต นิมฺมาเน รติ เอเตสนฺติ นิมฺมานรติโน. เต หิ นีลปีตาทิวเสน ยาทิสํ ยาทิสํ รูปํ อิจฺฉนฺติ, ตาทิสํ ตาทิสํ นิมฺมินิตฺวา รมนฺติ อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส ปุรโต มนาปกายิกา เทวตา วิย. ปรนิมฺมิตวสวตฺติโนติ ปเรหิ นิมฺมิเต กาเม วสํ วตฺเตนฺตีติ ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน. เตสญฺหิ มนํ ญตฺวา ปเร ยถารุจิตํ กามโภคํ นิมฺมินนฺติ, เต ตตฺถ วสํ วตฺเตนฺติ. กถํ เต ปรสฺส มนํ ชานนฺตีติ? ปกติเสวนาวเสน. ยถา หิ กุสโล สูโท รญฺโญ ภุญฺชนฺตสฺส ยํ ยํ รุจฺจติ, ตํ ตํ ชานาติ, เอวํ ปกติยา อภิรุจิตารมฺมณํ ญตฺวา ตาทิเสเยว นิมฺมินนฺติ, เต ตตฺถ วสํ วตฺเตนฺติ, เมถุนเสวนาทิวเสน กาเม ปริภุญฺชนฺติ. เกจิ ปน ‘‘หสิตมตฺเตน โอโลกิตมตฺเตน อาลิงฺคิตมตฺเตน หตฺถคฺคหณมตฺเตน จ เตสํ กามกิจฺจํ อิชฺฌตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอตํ ปน นตฺถี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ. น หิ กาเยน อผุสนฺตสฺส โผฏฺฐพฺพํ กามกิจฺจํ สาเธติ. ฉนฺนมฺปิ กามาวจรเทวานํ กามา ปากติกา เอว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ฉ เอเต กามาวจรา, สพฺพกามสมิทฺธิโน;
สพฺเพสํ เอกสงฺขาตํ, อายุ ภวติ กิตฺตก’’นฺติ. (วิภ. ๑๐๒๓);
คาถาสุ เย จญฺเญติ เย ยถาวุตฺตเทเวหิ อญฺเญ จ กามโภคิโน มนุสฺสา เจว เอกจฺเจ อปายูปคา จ สพฺเพ เต. อิตฺถภาวญฺญถาภาวนฺติ อิมํ ยถาปฏิลทฺธตฺตภาวญฺเจว, อุปปตฺติภวนฺตรสงฺขาตํ อิโต อญฺญถาภาวญฺจาติ ทฺวิปฺปเภทํ สํสารํ นาติวตฺตเร น อติกฺกมนฺติ. สพฺเพ ปริจฺจเช กาเมติ ทิพฺพาทิเภเท สพฺเพปิ กาเม วตฺถุกาเม จ กิเลสกาเม จ ปริจฺจเชยฺย. กิเลสกาเม อนาคามิมคฺเคน ปชหนฺโตเยว หิ วตฺถุกาเม ปริจฺจชติ นาม. ปิยรูปสาตคธิตนฺติ ปิยรูเปสุ รูปาทีสุ สุขเวทนสฺสาเทน คธิตํ คิทฺธํ. เฉตฺวา โสตํ ทุรจฺจยนฺติ อญฺเญหิ ทุรจฺจยํ ทุรติกฺกมํ ตณฺหาโสตํ อรหตฺตมคฺเคน สมุจฺฉินฺทิตฺวา. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมวาติ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. กามโยคสุตฺตวณฺณนา
๙๖. สตฺตเม กามโยคยุตฺโตติ ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามโยโค, เตน ยุตฺโต กามโยคยุตฺโต, อสมุจฺฉินฺนกามราคสฺเสตํ อธิวจนํ. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ภวโยโค, ตถา ฌานนิกนฺติ สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต จ ราโค, เตน ยุตฺโต ภวโยคยุตฺโต, อปฺปหีนภวราโคติ อตฺโถ. อาคามีติ พฺรหฺมโลเก ฐิโตปิ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อิมํ มนุสฺสโลกํ อาคมนสีโล. เตเนวาห ‘‘อาคนฺตา อิตฺถตฺต’’นฺติ. มนุสฺสตฺตภาวสงฺขาตํ อิตฺถภาวํ อาคมนธมฺโม, มนุสฺเสสุ อุปปชฺชนสีโลติ อตฺโถ. กามญฺเจตฺถ กามโยโค อิตฺถตฺตํ อาคมนสฺส การณํ. โย ปน กามโยคยุตฺโต, โส เอกนฺเตน ภวโยคยุตฺโตปิ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘กามโยคยุตฺโต, ภิกฺขเว, ภวโยคยุตฺโต’’ติ อุภยมฺปิ เอกชฺฌํ กตฺวา วุตฺตํ.
กามโยควิสํยุตฺโตติ เอตฺถ อสุภชฺฌานมฺปิ กามโยควิสํโยโค, ตํ ปาทกํ กตฺวา อธิคโต อนาคามิมคฺโค เอกนฺเตเนว กามโยควิสํโยโค นาม, ตสฺมา ตติยมคฺคผเล ฐิโต อริยปุคฺคโล ‘‘กามโยควิสํยุตฺโต’’ติ วุตฺโต. ยสฺมา ปน รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค อนาคามิมคฺเคน น ปหียติ, ตสฺมา โส อปฺปหีนภวโยคตฺตา ‘‘ภวโยคยุตฺโต’’ติ วุตฺโต. อนาคามีติ กามโลกํ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อนาคมนโต อนาคามี. กามโยควิสํโยควเสเนว หิ สทฺธึ อนวเสสโอรมฺภาคิยสํโยชนสมุคฺฆาเตน อชฺฌตฺตสํโยชนาภาวสิทฺธิโต อิตฺถตฺตํ อนาคนฺตฺวา โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม. ยสฺส ปน อนวเสสํ ภวโยโค ปหีโน, ตสฺส อวิชฺชาโยคาทิอวสิฏฺฐกิเลสาปิ ตเทกฏฺฐภาวโต ปหีนา เอว โหนฺตีติ, โส ปริกฺขีณภวสํโยชโน ‘‘อรหํ ขีณาสโว’’ติ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กามโยควิสํยุตฺโต, ภิกฺขเว, ภวโยควิสํยุตฺโต อรหํ โหติ ขีณาสโว’’ติ. เอตฺถ จ กามโยควิสํโยโค อนาคามี จตุตฺถชฺฌานสฺส สุขทุกฺขโสมนสฺสโทมนสฺสปฺปหานํ วิย, ตติยมคฺคสฺส ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสสํโยชนปริกฺขโย วิย จ จตุตฺถมคฺคสฺส วณฺณภณนตฺถํ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ปฐมปเทน โสตาปนฺนสกทาคามีหิ สทฺธึ สพฺโพ ปุถุชฺชโน คหิโต, ทุติยปเทน ปน สพฺโพ อนาคามี, ตติยปเทน อรหาติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
คาถาสุ อุภยนฺติ อุภเยน, กามโยเคน, ภวโยเคน จ สํยุตฺตาติ อตฺโถ. สตฺตา คจฺฉนฺติ สํสารนฺติ ปุถุชฺชนา โสตาปนฺนา สกทาคามิโนติ อิเม ติวิธา สตฺตา กามโยคภวโยคานํ อปฺปหีนตฺตา คจฺฉนฺติ สํสารนฺติ. ตโต เอว ชาติมรณคามิโน โหนฺติ. เอตฺถ เอกพีชี, โกลํโกโล, สตฺตกฺขตฺตุปรโมติ ตีสุ โสตาปนฺเนสุ สพฺพมุทุ สตฺตกฺขตฺตุปรโม, โส อฏฺฐมํ ภวํ น นิพฺพตฺเตติ, อตฺตโน ปริจฺฉินฺนชาติวเสน ปน สํสรติ, ตถา อิตเรปิ. สกทาคามีสุปิ โย อิธ สกทาคามิมคฺคํ ปตฺวา เทวโลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปุน อิธ นิพฺพตฺตติ, โส อตฺตโน ปริจฺฉินฺนชาติวเสเนว สํสรติ. เย ปน สกทาคามิโน โวมิสฺสกนเยน วินา ตตฺถ ตตฺถ เทเวสุเยว มนุสฺเสสุเยว วา นิพฺพตฺตนฺติ, เต อุปริมคฺคาธิคมาย ยาว อินฺทฺริยปริปากา ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสรนฺติเยว. ปุถุชฺชเน ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ สพฺพภวสํโยชนานํ อปริกฺขีณตฺตา. เตน วุตฺตํ –
‘‘กามโยเคน สํยุตฺตา, ภวโยเคน จูภยํ;
สตฺตา คจฺฉนฺติ สํสารํ, ชาติมรณคามิโน’’ติ.
กาเม ปหนฺตฺวานาติ กามราคสงฺขาเต กิเลสกาเม อนาคามิมคฺเคน ปชหิตฺวา. ฉินฺนสํสยาติ สมุจฺฉินฺนกงฺขา, ตญฺจ โข โสตาปตฺติมคฺเคเนว. วณฺณภณนตฺถํ ปน จตุตฺถมคฺคสฺส เอวํ วุตฺตํ. อรหนฺโต หิ อิธ ‘‘ฉินฺนสํสยา’’ติ อธิปฺเปตา. เตเนวาห ‘‘ขีณมานปุนพฺภวา’’ติ. สพฺพโส ขีโณ นววิโธปิ มาโน อายตึ ปุนพฺภโว จ เอเตสนฺติ ขีณมานปุนพฺภวา. มานคฺคหเณน เจตฺถ ตเทกฏฺฐตาย ลกฺขณวเสน วา สพฺโพ จตุตฺถมคฺควชฺโฌ กิเลโส คหิโตติ. ขีณมานตาย จ สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ วุตฺตา โหติ, ขีณปุนพฺภวตาย อนุปาทิเสสา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. กลฺยาณสีลสุตฺตวณฺณนา
๙๗. อฏฺฐเม กลฺยาณสีโลติ สุนฺทรสีโล, ปสตฺถสีโล, ปริปุณฺณสีโล. ตตฺถ สีลปาริปูรี ทฺวีหิ การเณหิ โหติ สมฺมเทว สีลวิปตฺติยา อาทีนวทสฺสเนน, สีลสมฺปตฺติยา จ อานิสํสทสฺสเนน. อิธ ปน สพฺพปริพนฺธวิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพาการปริปุณฺณสฺส มคฺคสีลสฺส ผลสีลสฺส จ วเสน กลฺยาณตา เวทิตพฺพา. กลฺยาณธมฺโมติ สพฺเพ โพธิปกฺขิยธมฺมา อธิปฺเปตา, ตสฺมา กลฺยาณา สติปฏฺฐานาทิโพธิปกฺขิยธมฺมา เอตสฺสาติ กลฺยาณธมฺโม. กลฺยาณปญฺโญติ จ มคฺคผลปญฺญาวเสเนว กลฺยาณปญฺโญ. โลกุตฺตรา เอว หิ สีลาทิธมฺมา เอกนฺตกลฺยาณา นาม อกุปฺปสภาวตฺตา. เกจิ ปน ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลวเสน กลฺยาณสีโล, วิปสฺสนามคฺคธมฺมวเสน กลฺยาณธมฺโม, มคฺคผลปญฺญาวเสน กลฺยาณปญฺโญ’’ติ วทนฺติ. อเสกฺขา เอว เต สีลธมฺมปญฺญาติ เอเก. อปเร ปน ภณนฺติ – โสตาปนฺนสกทาคามีนํ มคฺคผลสีลํ กลฺยาณสีลํ นาม, ตสฺมา ‘‘กลฺยาณสีโล’’ติ อิมินา โสตาปนฺโน สกทาคามี จ คหิตา โหนฺติ. เต หิ สีเลสุ ปริปูรการิโน นาม. อนาคามิมคฺคผลธมฺมา อคฺคมคฺคธมฺมา จ กลฺยาณธมฺมา นาม. ตตฺถ หิ โพธิปกฺขิยธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. ตสฺมา ‘‘กลฺยาณธมฺโม’’ติ อิมินา ตติยมคฺคฏฺฐโต ปฏฺฐาย ตโย อริยา คหิตา โหนฺติ. ปญฺญากิจฺจสฺส มตฺถกปฺปตฺติยา อคฺคผเล ปญฺญา กลฺยาณปญฺญา นาม, ตสฺมา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺโต อรหา ‘‘กลฺยาณปญฺโญ’’ติ วุตฺโต. เอวเมว ปุคฺคลา คหิตา โหนฺตีติ. กึ อิมินา ปปญฺเจน? อคฺคมคฺคผลธมฺมา อิธ กลฺยาณสีลาทโย วุตฺตาติ อยมมฺหากํ ขนฺติ. ธมฺมวิภาเคน หิ อยํ ปุคฺคลวิภาโค, น ธมฺมวิภาโคติ.
เกวลีติ เอตฺถ เกวลํ วุจฺจติ เกนจิ อโวมิสฺสกตาย สพฺพสงฺขตวิวิตฺตํ นิพฺพานํ, ตสฺส อธิคตตฺตา อรหา เกวลี. อถ วา ปหานภาวนาปาริปูริยา ปริโยสานอนวชฺชธมฺมปาริปูริยา จ กลฺยาณกฏฺเฐน อพฺยาเสกสุขตาย จ เกวลํ อรหตฺตํ, ตทธิคเมน เกวลี ขีณาสโว. มคฺคพฺรหฺมจริยวาสํ วสิตฺวา ปริโยสาเปตฺวา ฐิโตติ วุสิตวา. อุตฺตเมหิ อคฺคภูเตหิ วา อเสกฺขธมฺเมหิ สมนฺนาคตตฺตา ‘‘อุตฺตมปุริโส’’ติ วุจฺจติ.
สีลวาติ เอตฺถ เกนฏฺเฐน สีลํ? สีลนฏฺเฐน สีลํ. กิมิทํ สีลนํ นาม? สมาธานํ, สุสีลฺยวเสน กายกมฺมาทีนํ อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ. อถ วา อุปธารณํ, ฌานาทิกุสลธมฺมานํ ปติฏฺฐานวเสน อาธารภาโวติ อตฺโถ. ตสฺมา สีลติ, สีเลตีติ วา สีลํ. อยํ ตาว สทฺทลกฺขณนเยน สีลฏฺโฐ. อปเร ปน ‘‘สิรฏฺโฐ สีลฏฺโฐ, สีตลฏฺโฐ สีลฏฺโฐ, สิวฏฺโฐ สีลฏฺโฐ’’ติ นิรุตฺตินเยน อตฺถํ วณฺณยนฺติ. ตยิทํ ปาริปูริโต อติสยโต วา สีลํ อสฺส อตฺถีติ สีลวา, จตุปาริสุทฺธิสีลวเสน สีลสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. ตตฺถ ยํ เชฏฺฐกสีลํ, ตํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ เอกจฺจานํ อาจริยานํ อธิปฺปาโย.
อปเรน ปน ภณนฺติ – อุภยตฺถาปิ ปาติโมกฺขสํวโร ภควตา วุตฺโต. ปาติโมกฺขสํวโร เอว หิ สีลํ, อิตเรสุ อินฺทฺริยสํวโร ฉทฺวารรกฺขณมตฺตเมว, อาชีวปาริสุทฺธิ ธมฺเมน ปจฺจยุปฺปาทนมตฺตเมว, ปจฺจยสนฺนิสฺสิตํ ปฏิลทฺธปจฺจเย ‘‘อิทมตฺถ’’นฺติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนมตฺตเมว. นิปฺปริยาเยน ปาติโมกฺขสํวโรว สีลํ. ยสฺส โส ภินฺโน, โส สีสจฺฉินฺโน ปุริโส วิย หตฺถปาเท ‘‘เสสานิ รกฺขิสฺสตี’’ติ น วตฺตพฺโพ. ยสฺส ปน โส อโรโค, อจฺฉินฺนสีโส วิย ปุริโส, ตานิ ปุน ปากติกานิ กตฺวา รกฺขิตุํ สกฺโกติ. ตสฺมา สีลวาติ อิมินา ปาติโมกฺขสีลเมว อุทฺทิสิตฺวา ตํ วิตฺถาเรตุํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ.
ตตฺถ ปาติโมกฺขนฺติ สิกฺขาปทสีลํ. ตญฺหิ โย นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมเจติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหีติ ปาติโมกฺขํ. สํวรณํ สํวโร, กายวาจาหิ อวีติกฺกโม. ปาติโมกฺขเมว สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร, เตน สํวุโต ปิหิตกายวาโจติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต. อิทมสฺส ตสฺมึ สีเล ปติฏฺฐิตภาวปริทีปนํ. วิหรตีติ ตทนุรูปวิหารสมงฺคิภาวปริทีปนํ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ เหฏฺฐา ปาติโมกฺขสํวรสฺส, อุปริ วิเสสานุโยคสฺส จ อุปการกธมฺมปริทีปนํ. อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ ปาติโมกฺขสีลโต อจวนธมฺมตาปริทีปนํ. สมาทายาติ สิกฺขาปทานํ อนวเสสโต อาทานปริทีปนํ. สิกฺขตีติ สิกฺขาย สมงฺคิภาวปริทีปนํ. สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขิตพฺพธมฺมปริทีปนํ.
อปโร นโย – กิเลสานํ พลวภาวโต ปาปกิริยาย สุกรภาวโต ปุญฺญกิริยาย จ ทุกฺกรภาวโต พหุกฺขตฺตุํ อปาเยสุ ปตนสีโลติ ปาตี, ปุถุชฺชโน. อนิจฺจตาย วา ภวาทีสุ กมฺมเวคกฺขิตฺโต ฆฏิยนฺตํ วิย อนวฏฺฐาเนน ปริพฺภมนโต คมนสีโลติ ปาตี, มรณวเสน วา ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย อตฺตภาวสฺส ปาตนสีโลติ ปาตี, สตฺตสนฺตาโน, จิตฺตเมว วา. ตํ ปาตินํ สํสารทุกฺขโต โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺโข. จิตฺตสฺส หิ วิโมกฺเขน สตฺโต วิมุตฺโต. ‘‘จิตฺตโวทานา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐) ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๐๖) จ วุตฺตํ. อถ วา อวิชฺชาทินา เหตุนา สํสาเร ปตติ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ปาติ. ‘‘อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรต’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๔; ๕.๕๒๐) หิ วุตฺตํ. ตสฺส ปาติโน สตฺตสฺส ตณฺหาทิสํกิเลสตฺตยโต โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺโข. ‘‘กณฺเฐกาโล’’ติอาทีนํ วิยสฺส สมาสสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
อถ วา ปาเตติ วินิปาเตติ ทุกฺเขติ ปาติ, จิตฺตํ. วุตฺตญฺหิ ‘‘จิตฺเตน นียติ โลโก, จิตฺเตน ปริกสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๖๒). ตสฺส ปาติโน โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺโข. ปตติ วา เอเตน อปายทุกฺเข สํสารทุกฺเข จาติ ปาติ, ตณฺหาทิสํกิเลโส. วุตฺตญฺหิ ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ (สํ. นิ. ๑.๕๖-๕๗), ตณฺหาทุติโย ปุริโส’’ติ (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗) จ อาทิ. ตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข. อถ วา ปตติ เอตฺถาติ ปาติ, ฉ อชฺฌตฺติกานิ พาหิรานิ จ อายตนานิ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน, ฉสุ กุพฺพติ สนฺถว’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๗๐). ตโต ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนสงฺขาตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข. อถ วา ปาโต วินิปาโต อสฺส อตฺถีติ ปาตี, สํสาโร. ตโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข. อถ วา สพฺพโลกาธิปติภาวโต ธมฺมิสฺสโร ภควา ปตีติ วุจฺจติ, มุจฺจติ เอเตนาติ โมกฺโข, ปติโน โมกฺโข เตน ปญฺญตฺตตฺตาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. สพฺพคุณานํ วา มูลภาวโต อุตฺตมฏฺเฐน ปติ จ โส ยถาวุตฺตฏฺเฐน โมกฺโข จาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปาติโมกฺขนฺติ มุขเมตํ ปมุขเมต’’นฺติ (มหาว. ๑๓๕) วิตฺถาโร.
อถ วา ปอิติ ปกาเร, อตีติ อจฺจนฺตตฺเถ นิปาโต. ตสฺมา ปกาเรหิ อจฺจนฺตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺโข. อิทญฺหิ สีลํ สยํ ตทงฺควเสน, สมาธิสหิตํ ปญฺญาสหิตญฺจ วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน จ อจฺจนฺตํ โมกฺเขติ โมเจตีติ ปาติโมกฺขํ. ปติ ปติ โมกฺโขติ วา ปติโมกฺโข, ตมฺหา ตมฺหา วีติกฺกมิตพฺพโทสโต ปติ ปจฺเจกํ โมกฺโขติ อตฺโถ. ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. โมกฺโขติ วา นิพฺพานํ, ตสฺส โมกฺขสฺส ปฏิพิมฺพภูตนฺติ ปติโมกฺขํ. ปาติโมกฺขสีลสํวโร หิ สูริยสฺส อรุณุคฺคมนํ วิย นิพฺพานสฺส อุทยภูโต ตปฺปฏิภาโค วิย โหติ ยถารหํ กิเลสนิพฺพาปนโตติ ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขํ เอว ปาติโมกฺขํ. อถ วา โมกฺขํ ปติ วตฺตติ โมกฺขาภิมุขนฺติ ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขเมว ปาติโมกฺขนฺติ เอวํ ตาเวตฺถ ปาติโมกฺขสทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สํวรติ ปิทหติ เอเตนาติ สํวโร, ปาติโมกฺขเมว สํวโรติ ปาติโมกฺขสํวโร. อตฺถโต ปน ตโต ตโต วีติกฺกมิตพฺพโต วิรติโย เจตนา วา, เตน ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต สมนฺนาคโต ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ วุตฺโต. วุตฺตเญฺหตํ วิภงฺเค –
‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต. เตน วุจฺจติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑).
วิหรตีติ อิริยาปถวิหาเรน วิหรติ, อิริยติ, วตฺตติ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ เวฬุทานาทิมิจฺฉาชีวสฺส กายปาคพฺภิยาทีนญฺจ อกรเณน, สพฺพโส อนาจารํ วชฺเชตฺวา ‘‘กายิโก อวีติกฺกโม, วาจสิโก อวีติกฺกโม’’ติ เอวํ วุตฺตภิกฺขุสารุปฺปอาจารสมฺปตฺติยา เวสิยาทิอโคจรํ วชฺเชตฺวา ปิณฺฑปาตาทิอตฺถํ อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตฏฺฐานสงฺขาตโคจเรน จ สมฺปนฺนตฺตา อาจารโคจรสมฺปนฺโน. อปิจ โย ภิกฺขุ สตฺถริ สคารโว สปฺปติสฺโส สพฺรหฺมจารีสุ สคารโว สปฺปติสฺโส หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน สุนิวตฺโถ สุปารุโต ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุ อิริยาปถสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โภชเน มตฺตญฺญู ชาคริยานุยุตฺโต สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อาภิสมาจาริเกสุ สกฺกจฺจการี ครุจิตฺตีการพหุโล วิหรติ, อยํ วุจฺจติ อาจารสมฺปนฺโน.
โคจโร ปน – อุปนิสฺสยโคจโร, อารกฺขโคจโร, อุปนิพนฺธโคจโรติ ติวิโธ. ตตฺถ ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต วุตฺตลกฺขโณ กลฺยาณมิตฺโต ยํ นิสฺสาย อสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทเปติ, กงฺขํ วิตรติ, ทิฏฺฐึ อุชุกํ กโรติ, จิตฺตํ ปสาเทติ, ยสฺส จ อนุสิกฺขนฺโต สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน, สุเตน, จาเคน, ปญฺญาย วฑฺฒติ, อยํ อุปนิสฺสยโคจโร. โย ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วีถึ ปฏิปนฺโน โอกฺขิตฺตจกฺขุ ยุคมตฺตทสฺสาวี สํวุโต คจฺฉติ, น หตฺถึ โอโลเกนฺโต, น อสฺสํ, น รถํ, น ปตฺตึ, น อิตฺถึ, น ปุริสํ โอโลเกนฺโต, น อุทฺธํ โอโลเกนฺโต, น อโธ โอโลเกนฺโต, น ทิสาวิทิสา เปกฺขมาโน คจฺฉติ, อยํ อารกฺขโคจโร. อุปนิพนฺธโคจโร ปน จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, ยตฺถ ภิกฺขุ อตฺตโน จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย? ยทิทํ – จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒).
อิติ ยถาวุตฺตาย อาจารสมฺปตฺติยา อิมาย จ โคจรสมฺปตฺติยา สมนฺนาคตตฺตา อาจารโคจรสมฺปนฺโน.
อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ อปฺปมตฺตเกสุ อณุปฺปมาเณสุ อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิยอกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสนสีโล. โย หิ ภิกฺขุ ปรมาณุมตฺตํ วชฺชํ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสิเนรุปพฺพตราชสทิสํ กตฺวา ปสฺสติ, โยปิ ภิกฺขุ สพฺพลหุกํ ทุพฺภาสิตมตฺตํ ปาราชิกสทิสํ กตฺวา ปสฺสติ, อยํ อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี นาม. สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ ยํ กิญฺจิ สิกฺขาปเทสุ สิกฺขิตพฺพํ, ตํ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อนวเสสํ สมาทิยิตฺวา สิกฺขติ วตฺตติ, ปูเรตีติ อตฺโถ. อิติ กลฺยาณสีโลติ อิมินา ปกาเรน กลฺยาณสีโล สมาโน. ปุคฺคลาธิฏฺฐานวเสน หิ นิทฺทิฏฺฐํ สีลํ ‘‘เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณสีโล โหตี’’ติ วุตฺตปุคฺคลาธิฏฺฐานวเสเนว นิคเมตฺวา ‘‘กลฺยาณธมฺโม’’ติ เอตฺถ วุตฺตธมฺเม นิทฺทิสิตุกาเมน ‘‘เตสํ ธมฺมานํ อิทํ สีลํ อธิฏฺฐาน’’นฺติ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘อิติ กลฺยาณสีโล’’ติ วุตฺตํ. สตฺตนฺนํ โพธิปกฺขิยานนฺติอาทิ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว. ปุน กลฺยาณสีโลติอาทิ นิคมนํ.
คาถาสุ ทุกฺกฏนฺติ ทุฏฺฐุ กตํ, ทุจฺจริตนฺติ อตฺโถ. หิริมนนฺติ หิริมนฺตํ หิริสมฺปนฺนํ, สพฺพโส ปาปปวตฺติยา ชิคุจฺฉนสภาวนฺติ อตฺโถ. หิริมนนฺติ วา หิริสหิตจิตฺตํ. หิริคฺคหเณเนว เจตฺถ โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. หิโรตฺตปฺปคฺคหเณน จ สพฺพโส ทุจฺจริตาภาวสฺส เหตุํ ทสฺเสนฺโต กลฺยาณสีลตํ เหตุโต วิภาเวติ. สมฺโพธีติ อริยญาณํ, ตํ คจฺฉนฺติ ภชนฺตีติ สมฺโพธิคามิโน, โพธิปกฺขิกาติ อตฺโถ. อนุสฺสทนฺติ ราคุสฺสทาทิรหิตํ. ‘‘ตถาวิธ’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ‘‘โพธิปกฺขิกานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคมนุยุตฺโต’’ติ ยถา ยถา ปุพฺเพ วุตฺตํ, ตถาวิธํ ตาทิสนฺติ อตฺโถ. ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส, วฏฺฏทุกฺขเหตุโน วา. อิเธว ขยมตฺตโนติ อาสวกฺขยาธิคเมน อตฺตโน วฏฺฏทุกฺขเหตุโน สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส อิเธว อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ขยํ อนุปฺปาทํ ปชานาติ, วฏฺฏทุกฺขสฺเสว วา อิเธว จริมกจิตฺตนิโรเธน ขยํ ขีณภาวํ ปชานาติ. เตหิ ธมฺเมหิ สมฺปนฺนนฺติ เตหิ ยถาวุตฺตสีลาทิธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ. อสิตนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสยานํ ปหีนตฺตา อสิตํ, กตฺถจิ อนิสฺสิตํ. สพฺพโลกสฺสาติ สพฺพสฺมึ สตฺตโลเก. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทานสุตฺตวณฺณนา
๙๘. นวเม ทานนฺติ ทาตพฺพํ, สวตฺถุกา วา เจตนา ทานํ, สมฺปตฺติปริจฺจาคสฺเสตํ อธิวจนํ. อามิสทานนฺติ จตฺตาโร ปจฺจยา เทยฺยภาววเสน อามิสทานํ นาม. เต หิ ตณฺหาทีหิ อามสิตพฺพโต อามิสนฺติ วุจฺจนฺติ. เตสํ วา ปริจฺจาคเจตนา อามิสทานํ. ธมฺมทานนฺติ อิเธกจฺโจ ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา, อิเม ธมฺมา อกุสลา, อิเม ธมฺมา สาวชฺชา, อิเม ธมฺมา อนวชฺชา, อิเม วิญฺญุครหิตา, อิเม วิญฺญุปฺปสตฺถา; อิเม สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, อิเม หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตี’’ติ กุสลากุสลกมฺมปเถ วิภชนฺโต กมฺมกมฺมวิปาเก อิธโลกปรโลเก ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต วิย ปากฏํ กโรนฺโต อกุสเลหิ ธมฺเมหิ นิวตฺตาเปนฺโต, กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาเปนฺโต, ธมฺมํ เทเสติ, อิทํ ธมฺมทานํ. โย ปน ‘‘อิเม ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา, อิเม ปริญฺเญยฺยา, อิเม ปหาตพฺพา, อิเม สจฺฉิกาตพฺพา, อิเม ภาเวตพฺพา’’ติ สจฺจานิ วิภาเวนฺโต อมตาธิคมาย ปฏิปตฺติธมฺมํ เทเสติ, อิทํ สิขาปฺปตฺตํ ธมฺมทานํ นาม. เอตทคฺคนฺติ เอตํ อคฺคํ. ยทิทนฺติ ยํ อิทํ ธมฺมทานํ วุตฺตํ, เอตํ อิเมสุ ทฺวีสุ ทาเนสุ อคฺคํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ. วิวฏฺฏคามิธมฺมทานญฺหิ นิสฺสาย สพฺพานตฺถโต ปริมุจฺจติ, สกลํ วฏฺฏทุกฺขํ อติกฺกมติ. โลกิยํ ปน ธมฺมทานํ สพฺเพสํ ทานานํ นิทานํ สพฺพสมฺปตฺตีนํ มูลํ. เตนาห –
‘‘สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ, สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ;
สพฺพรตึ ธมฺมรตี ชินาติ, ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๕๔) –
อภยทานเมตฺถ ธมฺมทาเนเนว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
สาธารณโภคิตาธิปฺปาเยน อตฺตนา ปริภุญฺชิตพฺพโต จตุปจฺจยโต สยเมว อภุญฺชิตฺวา ปเรสํ สํวิภชนํ อามิสสํวิภาโค. สาธารณโภคิตาธิปฺปาเยเนว อตฺตนา วิทิตสฺส อธิคตสฺส ธมฺมสฺส อปฺโปสฺสุกฺโก อหุตฺวา ปเรสํ อุปเทโส ธมฺมสํวิภาโค. จตูหิ ปจฺจเยหิ จตูหิ จ สงฺคหวตฺถูหิ ปเรสํ อนุคฺคณฺหนํ อนุกมฺปนํ อามิสานุคฺคโห. วุตฺตนเยเนว ธมฺเมน ปเรสํ อนุคฺคณฺหนํ อนุกมฺปนํ ธมฺมานุคฺคโห. เสสํ วุตฺตนยเมว.
คาถาสุ ยมาหุ ทานํ ปรมนฺติ ยํ ทานํ จิตฺตเขตฺตเทยฺยธมฺมานํ อุฬารภาเวน ปรมํ อุตฺตมํ, โภคสมฺปตฺติอาทีนํ วา ปูรณโต ผลนโต, ปรสฺส วา โลภมจฺฉริยาทิกสฺส ปฏิปกฺขสฺส มทฺทนโต หึสนโต ‘‘ปรม’’นฺติ พุทฺธา ภควนฺโต อาหุ. อนุตฺตรนฺติ ยํ ทานํ เจตนาทิสมฺปตฺติยา สาติสยปวตฺติยา อคฺคภาเวน อคฺควิปากตฺตา จ อุตฺตรรหิตํ อนุตฺตรภาวสาธนํ จาติ อาหุ. ยํ สํวิภาคนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘ปรมํ อนุตฺตร’’นฺติ ปททฺวยํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อวณฺณยีติ กิตฺตยิ, ‘‘โภชนํ, ภิกฺขเว, ททมาโน ทายโก ปฏิคฺคาหกานํ ปญฺจ ฐานานิ เทตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๕.๓๗), ‘‘เอวํ เจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ชาเนยฺยุํ ทานสํวิภาคสฺส วิปาก’’นฺติอาทินา (อิติวุ. ๒๖) จ ปสํสยิ. ยถา ปน ทานํ สํวิภาโค จ ปรมํ อนุตฺตรญฺจ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อคฺคมฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อคฺคมฺหีติ สีลาทิคุณวิเสสโยเคน เสฏฺเฐ อนุตฺตเร ปุญฺญกฺเขตฺเต สมฺมาสมฺพุทฺเธ อริยสงฺเฆ จ. ปสนฺนจิตฺโตติ กมฺมผลสทฺธาย รตนตฺตยสทฺธาย จ จิตฺตํ ปสาเทนฺโต โอกปฺเปนฺโต. จิตฺตสมฺปตฺติยา หิ เขตฺตสมฺปตฺติยา จ ปริตฺเตปิ เทยฺยธมฺเม ทานํ มหานุภาวํ โหติ มหาชุติกํ มหาวิปฺผารํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นตฺถิ จิตฺเต ปสนฺนมฺหิ, อปฺปกา นาม ทกฺขิณา;
ตถาคเต วา สมฺพุทฺเธ, อถ วา ตสฺส สาวเก’’ติ. (วิ. ว. ๘๐๔; เนตฺติ. ๙๕);
วิญฺญูติ สปฺปญฺโญ. ปชานนฺติ สมฺมเทว ทานผลํ ทานานิสํสํ ปชานนฺโต. โก น ยเชถ กาเลติ ยุตฺตปฺปตฺตกาเล โก นาม ทานํ น ทเทยฺย? สทฺธา, เทยฺยธมฺโม, ปฏิคฺคาหกาติ อิเมสํ ติณฺณํ สมฺมุขิภูตกาเลเยว หิ ทานํ สมฺภวติ, น อญฺญถา, ปฏิคฺคาหกานํ วา ทาตุํ ยุตฺตกาเล.
เอวํ ปฐมคาถาย อามิสทานสํวิภาคานุคฺคเห ทสฺเสตฺวา อิทานิ ธมฺมทานสํวิภาคานุคฺคเห ทสฺเสตุํ ‘‘เย เจว ภาสนฺตี’’ติ ทุติยคาถมาห. ตตฺถ อุภยนฺติ ‘‘ภาสนฺติ สุณนฺตี’’ติ วุตฺตา เทสกา ปฏิคฺคาหกาติ อุภยํ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – เย สุคตสฺส ภควโต สาสเน สทฺธมฺเม ปสนฺนจิตฺตา วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา เทเสนฺติ ปฏิคฺคณฺหนฺติ จ, เตสํ เทสกปฏิคฺคาหกานํ โส ธมฺมทานธมฺมสํวิภาคธมฺมานุคฺคหสงฺขาโต อตฺโถ. ปรมตฺถสาธนโต ปรโม. ตณฺหาสํกิเลสาทิสพฺพสํกิเลสมลวิโสธเนน วิสุชฺฌติ. กีทิสานํ? เย อปฺปมตฺตา สุคตสฺส สาสเน. เย จ –
‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทา;
สจิตฺตปริโยทปนํ, เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ. (ที. นิ. ๒.๙๐; ธ. ป. ๑๘๓) –
สงฺเขปโต เอวํ ปกาสิเต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสเน โอวาเท อนุสิฏฺฐิยํ อปฺปมตฺตา อธิสีลสิกฺขาทโย สกฺกจฺจํ สมฺปาเทนฺติ. เตสํ วิสุชฺฌติ, อรหตฺตผลวิสุทฺธิยา อติวิย โวทายตีติ.
นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. เตวิชฺชสุตฺตวณฺณนา
๙๙. ทสเม ธมฺเมนาติ ญาเยน, สมฺมาปฏิปตฺติสงฺขาเตน เหตุนา การเณน. ยาย หิ ปฏิปทาย เตวิชฺโช โหติ, สา ปฏิปทา อิธ ธมฺโมติ เวทิตพฺพา. กา ปน สา ปฏิปทาติ? จรณสมฺปทา จ วิชฺชาสมฺปทา จ. เตวิชฺชนฺติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณาทีหิ ตีหิ วิชฺชาหิ สมนฺนาคตํ. พฺราหฺมณนฺติ พาหิตปาปพฺราหฺมณํ. ปญฺญาเปมีติ ‘‘พฺราหฺมโณ’’ติ ชานาเปมิ ปติฏฺฐเปมิ. นาญฺญํ ลปิตลาปนมตฺเตนาติ อญฺญํ ชาติมตฺตพฺราหฺมณํ อฏฺฐกาทีหิ ลปิตมตฺตวิปฺปลปนมตฺเตน พฺราหฺมณํ น ปญฺญาเปมีติ. อถ วา ลปิตลาปนมตฺเตนาติ มนฺตานํ อชฺเฌนอชฺฌาปนมตฺเตน. อุภยถาปิ ยํ ปน พฺราหฺมณา สามเวทาทิเวทตฺตยอชฺเฌเนน เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ วทนฺติ, ตํ ปฏิกฺขิปติ. ภควตา หิ ‘‘ปรมตฺถโต อเตวิชฺชํ พฺราหฺมณํเยว เจเต โภวาทิโน อวิชฺชานิวุตา ‘เตวิชฺโช พฺราหฺมโณ’ติ วทนฺติ, เอวํ ปน เตวิชฺโช พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ ทสฺสนตฺถํ ตถา พุชฺฌนกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสเยน อยํ เทสนา อารทฺธา.
ตตฺถ ยสฺมา วิชฺชาสมฺปนฺโน จรณสมฺปนฺโนเยว โหติ จรณสมฺปทาย วินา วิชฺชาสมฺปตฺติยา อภาวโต, ตสฺมา จรณสมฺปทํ อนฺโตคธํ กตฺวา วิชฺชาสีเสเนว พฺราหฺมณํ ปญฺญาเปตุกาโม ‘‘ธมฺเมนาหํ, ภิกฺขเว, เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ ปญฺญาเปมี’’ติ เทสนํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ‘‘กถญฺจาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺเมน เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ ปญฺญาเปมี’’ติ กเถตุกมฺยตาย ปุจฺฉํ กตฺวา ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย วิชฺชตฺตยํ วิภชนฺโต ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อเนกวิหิตนฺติ อเนกวิธํ, อเนเกหิ วา ปกาเรหิ ปวตฺติตํ, สํวณฺณิตนฺติ อตฺโถ. ปุพฺเพนิวาสนฺติ สมนนฺตราตีตภวํ อาทึ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ นิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตานํ. นิวุตฺถนฺติ อชฺฌาวุตฺถํ อนุภูตํ, อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธํ, นิวุตฺถธมฺมํ วา นิวุตฺถํ, โคจรนิวาเสน นิวุตฺถํ, อตฺตโน วิญฺญาเณน วิญฺญาตํ ปรวิญฺญาณวิญฺญาตมฺปิ วา ฉินฺนวฏุมกานุสฺสรณาทีสุ. อนุสฺสรตีติ ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติ เอวํ ชาติปฏิปาฏิวเสน อนุคนฺตฺวา สรติ, อนุเทว วา สรติ, จิตฺเต อภินินฺนามิเต ปริกมฺมสมนนฺตรํ สรติ.
เสยฺยถิทนฺติ อารทฺธปฺปการทสฺสนตฺเถ นิปาโต. เตเนว ยฺวายํ ปุพฺเพนิวาโส อารทฺโธ โหติ, ตสฺส ปการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกมฺปิ ชาติ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอกมฺปิ ชาตินฺติ เอกมฺปิ ปฏิสนฺธิมูลกํ จุติปริโยสานํ เอกภวปริยาปนฺนํ ขนฺธสนฺตานํ. เอส นโย เทฺวปิ ชาติโยติอาทีสุ. อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเปติอาทีสุ ปน ปริหายมาโน กปฺโป สํวฏฺฏกปฺโป, วฑฺฒมาโน วิวฏฺฏกปฺโป. ตตฺถ สํวฏฺเฏน สํวฏฺฏฏฺฐายี คหิโต โหติ ตมฺมูลกตฺตา, วิวฏฺเฏน จ วิวฏฺฏฏฺฐายี. เอวญฺหิ สติ ยานิ ตานิ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, กปฺปสฺส อสงฺเขฺยยฺยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? สํวฏฺโฏ, สํวฏฺฏฏฺฐายี, วิวฏฺโฏ, วิวฏฺฏฏฺฐายี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๕๖) วุตฺตานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ, ตานิ ปริคฺคหิตานิ โหนฺติ.
ตตฺถ ตโย สํวฏฺฏา – เตโชสํวฏฺโฏ, อาโปสํวฏฺโฏ, วาโยสํวฏฺโฏติ. ติสฺโส สํวฏฺฏสีมา – อาภสฺสรา, สุภกิณฺหา, เวหปฺผลาติ. ยทา กปฺโป เตเชน สํวฏฺฏติ, อาภสฺสรโต เหฏฺฐา อคฺคินา ฑยฺหติ. ยทา อุทเกน สํวฏฺฏติ, สุภกิณฺหโต เหฏฺฐา อุทเกน วิลียติ. ยทา วาเตน สํวฏฺฏติ, เวหปฺผลโต เหฏฺฐา วาเตน วิทฺธํสิยติ. วิตฺถารโต ปน โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬํ เอกโต วินสฺสติ. อิติ เอวรูโป อยํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺโต ภิกฺขุ อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ วิวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป อนุสฺสรติ. กถํ? อมุตฺราสินฺติอาทินา นเยน.
ตตฺถ อมุตฺราสินฺติ อมุมฺหิ สํวฏฺฏกปฺเป อมุมฺหิ ภเว วา โยนิยา วา คติยา วา วิญฺญาณฏฺฐิติยา วา สตฺตาวาเส วา สตฺตนิกาเย วา อหมโหสึ. เอวํนาโมติ ติสฺโส วา ผุสฺโส วา. เอวํโคตฺโตติ โคตโม วา กสฺสโป วา. เอวํวณฺโณติ โอทาโต วา สาโม วา. เอวมาหาโรติ สาลิมํโสทนาหาโร วา ปวตฺตผลโภชโน วา. เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวทีติ อเนกปฺปการานํ กายิกเจตสิกานํ สามิสนิรามิสาทิปฺปเภทานํ วา สุขทุกฺขานํ ปฏิสํเวที. เอวมายุปริยนฺโตติ เอวํ วสฺสสตปริมาณายุปริยนฺโต วา จตุราสีติกปฺปสตสหสฺสปริมาณายุปริยนฺโต วา. โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทินฺติ โสหํ ตโต ภวโต โยนิโต คติโต วิญฺญาณฏฺฐิติโต สตฺตาวาสโต สตฺตนิกายโต วา จุโต ปุน อมุกสฺมึ นาม ภเว โยนิยา คติยา วิญฺญาณฏฺฐิติยา สตฺตาวาเส สตฺตนิกาเย วา อุทปาทึ. ตตฺราปาสินฺติ อถ ตตฺรปิ ภเว โยนิยา คติยา วิญฺญาณฏฺฐิติยา สตฺตาวาเส สตฺตนิกาเย วา ปุน อโหสึ. เอวํนาโมติอาทิ วุตฺตนยเมว.
อถ วา ยสฺมา ‘‘อมุตฺราสิ’’นฺติ อิทํ อนุปุพฺเพน อาโรหนฺตสฺส อตฺตโน อภินีหารานุรูปํ ยถาพลํ สรณํ, ‘‘โส ตโต จุโต’’ติ ปฏินิวตฺตนฺตสฺส ปจฺจเวกฺขณํ, ตสฺมา ‘‘อิธูปปนฺโน’’ติ อิมิสฺสา อิธูปปตฺติยา อนนฺตรํ ‘‘อมุตฺร อุทปาทิ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺราปาสินฺติ ตตฺรปิ ภเว…เป… สตฺตนิกาเย วา อาสึ. เอวํนาโมติ ทตฺโต วา มิตฺโต วา, เอวํโคตฺโตติ วาเสฏฺโฐ วา กสฺสโป วา. เอวํวณฺโณติ กาโฬ วา โอทาโต วา. เอวมาหาโรติ สุธาหาโร วา สาลิโอทนาทิอาหาโร วา. เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวทีติ ทิพฺพสุขปฺปฏิสํเวที วา มานุสสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที วา. เอวมายุปริยนฺโตติ เอวํ ตํตํปรมายุปริยนฺโต. โส ตโต จุโตติ โสหํ ตโต ภวาทิโต จุโต. อิธูปปนฺโนติ อิธ อิมสฺมึ จริมภเว มนุสฺโส หุตฺวา อุปปนฺโน นิพฺพตฺโต.
อิตีติ เอวํ. สาการํ สอุทฺเทสนฺติ นามโคตฺตาทิวเสน สอุทฺเทสํ, วณฺณาทิวเสน สาการํ. นามโคตฺเตน หิ สตฺตา ‘‘ติสฺโส โคตโม’’ติ อุทฺทิสียนฺติ, วณฺณาทีหิ ‘‘สาโม โอทาโต’’ติ นานตฺตโต ปญฺญายนฺติ. ตสฺมา นามโคตฺตํ อุทฺเทโส, อิตเร อาการา. อยมสฺส ปฐมา วิชฺชา อธิคตาติ อยํ อิมินา ภิกฺขุนา ปฐมํ อธิคมวเสน ปฐมา, วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชา อธิคตา สจฺฉิกตา โหติ. กึ ปนายํ วิทิตํ กโรติ? ปุพฺเพนิวาสํ. อวิชฺชาติ ตสฺเสว ปุพฺเพนิวาสสฺส อวิทิตกรณฏฺเฐน ตสฺส ปฏิจฺฉาทกโมโห วุจฺจติ. ตโมติ เสฺวว โมโห ปฏิจฺฉาทกฏฺเฐน ตโมติ วุจฺจติ. อาโลโกติ สา เอว วิชฺชา โอภาสกรณฏฺเฐน อาโลโก. เอตฺถ จ วิชฺชา อธิคตาติ อยํ อตฺโถ, เสสํ ปสํสาวจนํ. โยชนา ปเนตฺถ – อยํ โข เตน ภิกฺขุนา วิชฺชา อธิคตา, ตสฺส อธิคตวิชฺชสฺส อวิชฺชา วิหตา, วินฏฺฐาติ อตฺโถ. กสฺมา? ยสฺมา วิชฺชา อุปฺปนฺนาติ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.
ยถา ตนฺติ เอตฺถ ยถาติ โอปมฺมตฺเถ, ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. สติยา อวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺตสฺส. วีริยาตาเปน อาตาปิโน. กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขตาย ปหิตตฺตสฺส เปสิตจิตฺตสฺสาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิชฺชา วิหญฺเญยฺย, วิชฺชา อุปฺปชฺเชยฺย, ตโม วิหญฺเญยฺย, อาโลโก อุปฺปชฺเชยฺย; เอวเมว ตสฺส ภิกฺขุโน อวิชฺชา วิหตา, วิชฺชา อุปฺปนฺนา, ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน, ตสฺส ปธานานุโยคสฺส อนุรูปเมว ผลํ ลภิตฺวา วิหรตีติ.
ทิพฺเพน จกฺขุนาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. วิสุทฺเธนาติ จุตูปปาตทสฺสเนน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุภาวโต วิสุทฺธํ. โย หิ จุติมตฺตเมว ปสฺสติ น อุปปาตํ, โส อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. โย อุปปาตมตฺตเมว ปสฺสติ น จุตึ, โส นวสตฺตปาตุภาวทิฏฺฐึ คณฺหาติ. โย ปน ตทุภยํ ปสฺสติ, โส ยสฺมา ทุวิธมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิคตํ อติวตฺตติ, ตสฺมาสฺส ตํ ทสฺสนํ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุ โหติ, ตทุภยมฺปายํ พุทฺธปุตฺโต ปสฺสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘จุตูปปาตทสฺสเนน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุภาวโต วิสุทฺธ’’นฺติ. เอกาทสอุปกฺกิเลสวิรหโต วา วิสุทฺธํ. ยถาห ‘‘วิจิกิจฺฉา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ – อิติ วิทิตฺวา วิจิกิจฺฉํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสํ ปชหึ, อมนสิกาโร…เป… ถินมิทฺธํ, ฉมฺภิตตฺตํ, อุปฺปิลฺลํ, ทุฏฺฐุลฺลํ, อจฺจารทฺธวีริยํ, อติลีนวีริยํ, อภิชปฺปา, นานตฺตสญฺญา, อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๔๒) เอวํ วุตฺเตหิ เอกาทสหิ อุปกฺกิเลเสหิ อนุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา วิสุทฺธํ. มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา รูปทสฺสเนน อติกฺกนฺตมานุสกํ, มํสจกฺขุํ วา อติกฺกนฺตตฺตา อติกฺกนฺตมานุสกํ. เตน ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน. สตฺเต ปสฺสตีติ มนุสฺสมํสจกฺขุนา วิย สตฺเต ปสฺสติ ทกฺขติ อาโลเกติ.
จวมาเน อุปปชฺชมาเนติ เอตฺถ จุติกฺขเณ อุปปตฺติกฺขเณ วา ทิพฺพจกฺขุนาปิ ทฏฺฐุํ น สกฺกา. เย ปน อาสนฺนจุติกา อิทานิ จวิสฺสนฺติ, เต จวมานา. เย จ คหิตปฏิสนฺธิกา สมฺปตินิพฺพตฺตา วา, เต อุปปชฺชมานาติ อธิปฺเปตา. เต เอวรูเป จวมาเน อุปปชฺชมาเน จ ปสฺสตีติ ทสฺเสติ. หีเนติ โมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา หีนานํ ชาติกุลโภคาทีนํ วเสน หีฬิเต ปริภูเต. ปณีเตติ อโมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา ตพฺพิปรีเต. สุวณฺเณติ อโทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา อิฏฺฐกนฺตมนาปวณฺณยุตฺเต. ทุพฺพณฺเณติ โทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา อนิฏฺฐอกนฺตามนาปวณฺณยุตฺเต. อภิรูเป วิรูเปติปิ อตฺโถ. สุคเตติ สุคติคเต, อโลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา อฑฺเฒ มหทฺธเน. ทุคฺคเตติ ทุคฺคติคเต, โลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปานโภชเน. ยถากมฺมูปเคติ ยํ ยํ กมฺมํ อุปจิตํ, เตน เตน อุปคเต. ตตฺถ ปุริเมหิ ‘‘จวมาเน’’ติอาทีหิ ทิพฺพจกฺขุกิจฺจํ วุตฺตํ, อิมินา ปน ปเทน ยถากมฺมูปคญาณกิจฺจํ.
ตสฺส จ ญาณสฺส อยํ อุปฺปตฺติกฺกโม – อิธ ภิกฺขุ เหฏฺฐา นิรยาภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เนรยิเก สตฺเต ปสฺสติ มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภวมาเน, อิทํ ทสฺสนํ ทิพฺพจกฺขุญาณกิจฺจเมว. โส จ เอวํ มนสิ กโรติ ‘‘กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา อิเม สตฺตา เอตํ ทุกฺขํ อนุภวนฺตี’’ติ, อถสฺส ‘‘อิทํ นาม กตฺวา’’ติ ตํกมฺมารมฺมณํ ญาณํ อุปฺปชฺชติ. ตถา อุปริ เทวโลกาภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา นนฺทนวนมิสฺสกวนผารุสกวนาทีสุ สตฺเต ปสฺสติ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาเน, อิทมฺปิ ทสฺสนํ ทิพฺพจกฺขุญาณกิจฺจเมว. โส เอวํ มนสิ กโรติ ‘‘กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา อิเม สตฺตา เอตํ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺตี’’ติ? อถสฺส ‘‘อิทํ นาม กตฺวา’’ติ ตํกมฺมารมฺมณํ ญาณํ อุปฺปชฺชติ, อิทํ ยถากมฺมูปคญาณํ นาม. อิมสฺส วิสุํ ปริกมฺมํ นาม นตฺถิ. ยถา จิมสฺส, เอวํ อนาคตํสญาณสฺสปิ. ทิพฺพจกฺขุปาทกาเนว หิ อิมานิ ทิพฺพจกฺขุนา สเหว อิชฺฌนฺติ. กายทุจฺจริเตนาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. อิธ วิชฺชาติ ทิพฺพจกฺขุญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ตติยวาเร วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺคญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ จตุสจฺจปฺปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว. เอวํ โขติอาทิ นิคมนํ.