๑๐. ปทุฏฺฐจิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสมสฺส กา อุปฺปตฺติ? อฏฺฐุปฺปตฺติเยว. เอกทิวสํ กิร ภิกฺขู ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนา กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อิเธกจฺโจ พหุํ ปุญฺญกมฺมํ กโรติ, เอกจฺโจ พหุํ ปาปกมฺมํ, เอกจฺโจ อุภยโวมิสฺสกํ กโรติ. ตตฺถ โวมิสฺสการิโน กีทิโส อภิสมฺปราโย’’ติ? อถ สตฺถา ธมฺมสภํ อุปคนฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน ตํ กถํ สุตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, มรณาสนฺนกาเล สํกิลิฏฺฐจิตฺตสฺส ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา’’ติ ทสฺเสนฺโต อิมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา อิทํ สุตฺตํ เทเสสิ.
ตตฺถ อิธาติ เทสาปเทเส นิปาโต. สฺวายํ กตฺถจิ ปเทสํ อุปาทาย วุจฺจติ ‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๖๙). กตฺถจิ สาสนํ อุปาทาย ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ อิธ ทุติโย สมโณ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑). กตฺถจิ ปทปูรณมตฺเต ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐). กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๑). อิธาปิ โลเก เอว ทฏฺฐพฺโพ. เอกจฺจนฺติ เอกํ, อญฺญตรนฺติ อตฺโถ. ปุคฺคลนฺติ สตฺตํ. โส หิ ยถาปจฺจยํ กุสลากุสลานํ ตพฺพิปากานญฺจ ปูรณโต มรณวเสน คลนโต จ ปุคฺคโลติ วุจฺจติ. ปทุฏฺฐจิตฺตนฺติ ปโทเสน อาฆาเตน ทุฏฺฐจิตฺตํ. อถ วา ปทุฏฺฐจิตฺตนฺติ โทเสน ราคาทินา ปทูสิตจิตฺตํ. เอตฺถ จ เอกจฺจนฺติ อิทํ ปทุฏฺฐจิตฺตสฺส ปุคฺคลสฺส วิเสสนํ. ยสฺส หิ ปฏิสนฺธิทายกกมฺมํ โอกาสมกาสิ, โส ตถา วุตฺโต. ยสฺส จ อกุสลปฺปวตฺติโต จิตฺตํ นิวตฺเตตฺวา กุสลวเสน โอตาเรตุํ น สกฺกา, เอวํ อาสนฺนมรโณ. เอวนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพาการํ ทสฺเสติ. เจตสาติ อตฺตโน จิตฺเตน เจโตปริยญาเณน. เจโตติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส จิตฺตํ. ปริจฺจาติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปชานามิ. นนุ จ ยถากมฺมุปคญาณสฺสายํ วิสโยติ? สจฺจเมตํ, ตทา ปวตฺตมานอกุสลจิตฺตวเสน ปเนตํ วุตฺตํ.
อิมมฺหิ จายํ สมเยติ อิมสฺมึ กาเล, อิมายํ วา ปจฺจยสามคฺคิยํ, อยํ ปุคฺคโล ชวนวีถิยา อปรภาเค กาลํ กเรยฺย เจติ อตฺโถ. น หิ ชวนกฺขเณ กาลํกิริยา อตฺถิ. ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเยติ ยถา อาภตํ กิญฺจิ อาหริตฺวา ฐปิตํ, เอวํ อตฺตโน กมฺมุนา นิกฺขิตฺโต นิรเย ฐปิโต เอวาติ อตฺโถ. กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา. ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหเณ. อถ วา กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ.
อปายนฺติอาทิ สพฺพํ นิรยสฺเสว เววจนํ. นิรโย หิ อยสงฺขาตา สุขา อเปโตติ อปาโย; สคฺคโมกฺขเหตุภูตา วา ปุญฺญสมฺมตา อยา อเปโตติปิ อปาโย. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติ; โทสพหุลตฺตา วา ทุฏฺเฐน กมฺมุนา นิพฺพตฺตา คตีติปิ ทุคฺคติ. วิวสา นิปตนฺติ เอตฺถ ทุกฺกฏกมฺมการิโน, วินสฺสนฺตา วา เอตฺถ นิปตนฺติ สมฺภิชฺชมานงฺคปจฺจงฺคาติ วินิปาโต. นตฺถิ เอตฺถ อสฺสาทสญฺญิโต อโยติ นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรโย. อถ วา อปายคฺคหเณน ติรจฺฉานโยนิ วุจฺจติ. ติรจฺฉานโยนิ หิ อปาโย สุคติโต อเปตตฺตา, น ทุคฺคติ มเหสกฺขานํ นาคราชาทีนํ สมฺภวโต. ทุคฺคติคฺคหเณน เปตฺติวิสโย. โส หิ อปาโย เจว ทุคฺคติ จ สุคติโต อเปตตฺตา ทุกฺขสฺส จ คติภูตตฺตา, น วินิปาโต อสุรสทิสํ อวินิปาตตฺตา. วินิปาตคฺคหเณน อสุรกาโย. โส หิ ยถาวุตฺเตน อตฺเถน อปาโย เจว ทุคฺคติ จ, สพฺพสมฺปตฺติสมุสฺสเยหิ วินิปติตตฺตา วินิปาโตติ จ วุจฺจติ. นิรยคฺคหเณน อวีจิอาทิอเนกปฺปกาโร นิรโยว วุจฺจติ. อิธ ปน สพฺพปเทหิปิ นิรโยว วุตฺโต. อุปปชฺชนฺตีติ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ.
คาถาสุ ปฐมคาถา สงฺคีติกาเล ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ฐปิตา. ญตฺวานาติ ปุพฺพกาลกิริยา. ญาณปุพฺพกญฺหิ พฺยากรณํ. เหตุอตฺโถ วา ตฺวา-สทฺโท ยถา ‘‘สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหตี’’ติ, ชานนเหตูติ อตฺโถ. พุทฺโธ, ภิกฺขูนํ สนฺติเกติ พุทฺโธ ภควา อตฺตโน สนฺติเก ภิกฺขูนํ เอตํ ปรโต ทฺวีหิ คาถาหิ วุจฺจมานํ อตฺถํ พฺยากาสิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.