๓. ตติยวคฺโค

๑. ปสนฺนจิตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ปสนฺนจิตฺตนฺติ รตนตฺตยสทฺธาย กมฺมผลสทฺธาย จ ปสนฺนมานสํ. สุคตินฺติ สุนฺทรํ คตึ, สุขสฺส วา คตินฺติ สุคตึ. สคฺคนฺติ รูปาทิสมฺปตฺตีหิ สุฏฺฐุ อคฺคนฺติ สคฺคํ. โลกนฺติ โลกิยนฺติ เอตฺถ ปุญฺญปาปผลานิ, ลุชฺชนฏฺเฐเนว วา โลกํ. เอตฺถ จ สุคติคฺคหเณน มนุสฺสคติปิ สงฺคยฺหติ, สคฺคคฺคหเณน เทวคติ เอว. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. เมตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย มา, ภิกฺขเว, ปุญฺญานนฺติ เอตฺถ มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. ปุญฺญสทฺโท ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๘๐) ปุญฺญผเล อาคโต. ‘‘อวิชฺชาคโตยํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล ปุญฺญญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๕๑) กามรูปาวจรสุจริเต. ‘‘ปุญฺญูปคํ ภวติ วิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ สุคติวิเสสภูเต อุปปตฺติภเว. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ – ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถู’’ติอาทีสุ (อิติวุ. ๖๐; อ. นิ. ๘.๓๖) กุสลเจตนายํ. อิธ ปน เตภูมกกุสลธมฺเม เวทิตพฺโพ. ภายิตฺถาติ เอตฺถ ทุวิธํ ภยํ ญาณภยํ, สารชฺชภยนฺติ. ตตฺถ ‘‘เยปิ เต, ภิกฺขเว, เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลา อุจฺเจสุ วิมาเนสุ จิรฏฺฐิติกา, เตปิ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เยภุยฺเยน ภยํ สํเวคํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๓) อาคตํ ญาณภยํ. ‘‘อหุเทว ภยํ, อหุ ฉมฺภิตตฺตํ, อหุ โลมหํโส’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๑๘) อาคตํ สารชฺชภยํ. อิธาปิ สารชฺชภยเมว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ภิกฺขเว, ทีฆรตฺตํ กายวจีสํยโม วตฺตปฏิวตฺตปูรณํ เอกาสนํ, เอกเสยฺยํ, อินฺทฺริยทโม, ธุตธมฺเมหิ จิตฺตสฺส นิคฺคโห, สติสมฺปชญฺญํ, กมฺมฏฺฐานานุโยควเสน วีริยารมฺโภติ เอวมาทีนิ ยานิ ภิกฺขุนา, นิรนฺตรํ ปวตฺเตตพฺพานิ ปุญฺญานิ, เตหิ มา ภายิตฺถ, มา ภยํ สนฺตาสํ อาปชฺชิตฺถ, เอกจฺจสฺส ทิฏฺฐธมฺมสุขสฺส อุปโรธภเยน สมฺปรายิกนิพฺพานสุขทายเกหิ ปุญฺเญหิ มา ภายิตฺถาติ. นิสฺสกฺเก หิ อิทํ สามิวจนํ.

อิทานิ ตโต อภายิตพฺพภาเว การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุขสฺเสต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุขสทฺโท ‘‘สุโข พุทฺธานํ อุปฺปาโท, สุขา วิราคตา โลเก’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๙๔) สุขมูเล อาคโต. ‘‘ยสฺมา จ โข, มหาลิ, รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๖๐) สุขารมฺมเณ. ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภิกฺขเว, น สุกรํ อกฺขาเนน ปาปุณิตุํ ยาว สุขา สคฺคา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๕๕) สุขปจฺจยฏฺฐาเน. ‘‘สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๑๘) สุขเหตุมฺหิ. ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา เอเต ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๘๒) อพฺยาปชฺเช. ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๒๐๔; ม. นิ. ๒.๒๑๕) นิพฺพาเน. ‘‘สุขสฺส จ ปหานา’’ติอาทีสุ (จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๕) สุขเวทนายํ. ‘‘อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ, สุขมิจฺเจว ภาสิต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๕๓; อิติวุ. ๕๓) อุเปกฺขาเวทนายํ. ‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา ปริยาเยน สุขา เวทนา, ทุกฺขา เวทนา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๘๙) อิฏฺฐสุเข. ‘‘สุโข วิปาโก ปุญฺญาน’’นฺติอาทีสุ (เปฏโก. ๒๓) สุขวิปาเก. อิธาปิ อิฏฺฐวิปาเก เอว ทฏฺฐพฺโพ. อิฏฺฐสฺสาติอาทีสุ เอสิตพฺพโต อนิฏฺฐปฏิกฺเขปโต จ อิฏฺฐสฺส, กมนียโต มนสฺมิญฺจ กมนโต ปวิสนโต กนฺตสฺส, ปิยายิตพฺพโต สนฺตปฺปนโต จ ปิยสฺส, มานนียโต มนสฺส ปวฑฺฒนโต จ มนาปสฺสาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยทิทํ ปุญฺญานีติ ‘‘ปุญฺญานี’’ติ ยทิทํ วจนํ, เอตํ สุขสฺส อิฏฺฐสฺส วิปากสฺส อธิวจนํ นามํ, สุขเมว ตํ ยทิทํ ปุญฺญนฺติ ผเลน การณสฺส อเภทูปจารํ วทติ. เตน กตูปจิตานํ ปุญฺญานํ อวสฺสํภาวิผลํ สุตฺวา อปฺปมตฺเตน สกฺกจฺจํ ปุญฺญานิ กาตพฺพานีติ ปุญฺญกิริยายํ นิโยเชติ, อาทรญฺจ เนสํ ตตฺถ อุปฺปาเทติ.

อิทานิ อตฺตนา สุเนตฺตกาเล กเตน ปุญฺญกมฺเมน ทีฆรตฺตํ ปจฺจนุภูตํ ภวนฺตรปฏิจฺฉนฺนํ อุฬารตมํ ปุญฺญวิปากํ อุทาหริตฺวา ตมตฺถํ ปากฏํ กโรนฺโต ‘‘อภิชานามิ โข ปนาห’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อภิชานามีติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานามิ, ปจฺจกฺขโต พุชฺฌามิ. ทีฆรตฺตนฺติ จิรกาลํ. ปุญฺญานนฺติ ทานาทิกุสลธมฺมานํ. สตฺต วสฺสานีติ สตฺต สํวจฺฉรานิ. เมตฺตจิตฺตนฺติ มิชฺชตีติ เมตฺตา, สินิยฺหตีติ อตฺโถ. มิตฺเต ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสา ปวตฺตีติปิ เมตฺตา. ลกฺขณาทิโต ปน หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. พฺยาปาทูปสโม เอติสฺสา สมฺปตฺติ, สิเนหาสมฺภโว วิปตฺติ. สา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตจิตฺตํ. ภาเวตฺวาติ เมตฺตาสหคตํ จิตฺตํ, จิตฺตสีเสน สมาธิ วุตฺโตติ เมตฺตาสมาธึ เมตฺตาพฺรหฺมวิหารํ อุปฺปาเทตฺวา เจว วฑฺเฒตฺวา จ. สตฺต สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเปติ สตฺต มหากปฺเป. สํวฏฺฏ-วิวฏฺฏคฺคหเณเนว หิ สํวฏฺฏฏฺฐายิ-วิวฏฺฏฏฺฐายิโนปิ คหิตา. อิมํ โลกนฺติ กามโลกํ. สํวฏฺฏมาเน สุทนฺติ สํวฏฺฏมาเน. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ วินสฺสมาเนติ อตฺโถ. ‘‘สํวตฺตมาเน สุท’’นฺติ จ ปฐนฺติ. กปฺเปติ กาเล. กปฺปสีเสน หิ กาโล วุตฺโต. กาเล ขียมาเน กปฺโปปิ ขียเตว. ยถาห –

‘‘กาโล ฆสติ ภูตานิ, สพฺพาเนว สหตฺตนา’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๙๐);

‘‘อาภสฺสรูปโค โหมี’’ติ วุตฺตตฺตา เตโชสํวฏฺฏวเสเนตฺถ กปฺปวุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. อาภสฺสรูปโคติ ตตฺถ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อาภสฺสรพฺรหฺมโลกํ อุปคจฺฉามีติ อาภสฺสรูปโค โหมิ. วิวฏฺฏมาเนติ สณฺฐหมาเน, ชายมาเนติ อตฺโถ. สุญฺญํ พฺรหฺมวิมานํ อุปปชฺชามีติ กสฺสจิ สตฺตสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตสฺส อภาวโต สุญฺญํ, ยํ ปฐมชฺฌานภูมิสงฺขาตํ พฺรหฺมวิมานํ อาทิโต นิพฺพตฺตํ, ตํ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อุปปชฺชามิ อุเปมิ. พฺรหฺมาติ กามาวจรสตฺเตหิ เสฏฺฐฏฺเฐน ตถา ตถา พฺรูหิตคุณตาย พฺรหฺมวิหารโต นิพฺพตฺตฏฺเฐน จ พฺรหฺมา. พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิเตหิ มหนฺโต พฺรหฺมาติ มหาพฺรหฺมา. ตโต เอว เต อภิภวิตฺวา ฐิตตฺตา อภิภู. เตหิ เกนจิ คุเณน น อภิภูโตติ อนภิภูโต. อญฺญทตฺถูติ เอกํสวจเน นิปาโต. ทโสติ ทสฺสนสีโล, โส อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ ทสฺสนสมตฺโถ, อภิญฺญาเณน ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสามีติ อตฺโถ. เสสพฺรหฺมานํ อิทฺธิปาทภาวนาพเลน อตฺตโน จิตฺตญฺจ มม วเส วตฺเตมีติ วสวตฺตี โหมีติ โยเชตพฺพํ. ตทา กิร โพธิสตฺโต อฏฺฐสมาปตฺติลาภีปิ สมาโน ตถา สตฺตหิตํ อตฺตโน ปารมิปริปูรณญฺจ โอโลเกนฺโต ตาสุ เอว ทฺวีสุ ฌานภูมีสุ นิกนฺตึ อุปฺปาเทตฺวา เมตฺตาพฺรหฺมวิหารวเสน อปราปรํ สํสริ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺตวสฺสานิ…เป… วสวตฺตี’’ติ.

เอวํ ภควา รูปาวจรปุญฺญสฺส วิปากมหนฺตตํ ปกาเสตฺวา อิทานิ กามาวจรปุญฺญสฺสาปิ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฉตฺตึสกฺขตฺตุ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สกฺโก อโหสินฺติ ฉตฺตึส วาเร อญฺญตฺถ อนุปปชฺชิตฺวา นิรนฺตรํ สกฺโก เทวานมินฺโท ตาวตึสเทวราชา อโหสิ. ราชา อโหสินฺติอาทีสุ จตูหิ อจฺฉริยธมฺเมหิ จตูหิ จ สงฺคหวตฺถูหิ โลกํ รญฺเชตีติ ราชา. จกฺกรตนํ วตฺเตติ, จตูหิ สมฺปตฺติจกฺเกหิ วตฺตติ, เตหิ จ ปรํ วตฺเตติ, ปรหิตาย จ อิริยาปถจกฺกานํ วตฺโต เอตสฺมึ อตฺถีติ จกฺกวตฺตี. ราชาติ เจตฺถ สามญฺญํ, จกฺกวตฺตีติ วิเสสํ. ธมฺเมน จรตีติ ธมฺมิโก. ญาเยน สเมน วตฺตตีติ อตฺโถ. ธมฺเมเนว รชฺชํ ลภิตฺวา ราชา ชาโตติ ธมฺมราชา. ปรหิตธมฺมจรเณน วา ธมฺมิโก, อตฺตหิตธมฺมจรเณน ธมฺมราชา, จตุรนฺตาย อิสฺสโรติ จาตุรนฺโต, จตุสมุทฺทนฺตาย จตุพฺพิธทีปวิภูสิตาย จ ปถวิยา อิสฺสโรติ อตฺโถ. อชฺฌตฺตํ โกปาทิปจฺจตฺถิเก, พหิทฺธา จ สพฺพราชาโน อทณฺเฑน อสตฺเถน วิเชสีติ วิชิตาวี. ชนปเท ถาวรภาวํ ธุวภาวํ ปตฺโต, น สกฺกา เกนจิ ตโต จาเลตุํ ชนปโท วา ตมฺหิ ถาวริยปฺปตฺโต อนุยุตฺโต สกมฺมนิรโต อจโล อสมฺปเวธีติ ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต.

จกฺกรตนํ, หตฺถิรตนํ, อสฺสรตนํ, มณิรตนํ, อิตฺถิรตนํ, คหปติรตนํ, ปริณายกรตนนฺติ อิเมหิ สตฺตหิ รตเนหิ สมุเปโตติ สตฺตรตนสมนฺนาคโต. เตสุ หิ ราชา จกฺกวตฺติ จกฺกรตเนน อชิตํ ชินาติ, หตฺถิอสฺสรตเนหิ วิชิเต สุเขเนว อนุวิจรติ, ปริณายกรตเนน วิชิตมนุรกฺขติ, เสเสหิ อุปโภคสุขมนุภวติ. ปฐเมน จสฺส อุสฺสาหสตฺติโยโค, ปจฺฉิเมน มนฺตสตฺติโยโค, หตฺถิอสฺสคหปติรตเนหิ ปภูสตฺติโยโค สุปริปุณฺโณ โหติ, อิตฺถิมณิรตเนหิ ติวิธสตฺติโยคผลํ. โส อิตฺถิมณิรตเนหิ ปริโภคสุขมนุภวติ, เสเสหิ อุปโภคสุขํ. วิเสสโต จสฺส ปุริมานิ ตีณิ อโทสกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน สมฺปชฺชนฺติ, มชฺฌิมานิ อโลภกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน, ปจฺฉิมเมกํ อโมหกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวนาติ เวทิตพฺพํ ปเทสรชฺชสฺสาติ ขุทฺทกรชฺชสฺส.

เอตทโหสีติ อตฺตโน สมฺปตฺติโย ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปจฺฉิเม จกฺกวตฺติกาเล เอตํ ‘‘กิสฺส นุ โข เม อิทํ กมฺมสฺส ผล’’นฺติอาทิกํ อโหสิ. สพฺพตฺถกเมว ตสฺมึ ตสฺมิมฺปิ ภเว เอตทโหสิเยว. ตตฺถายํ จกฺกวตฺติกาลวเสน โยชนา. เอวํมหิทฺธิโกติ มณิรตนหตฺถิรตนาทิปฺปมุขาย โกสวาหนสมฺปตฺติยา ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺติยา จ เอวํมหิทฺธิโก. เอวํมหานุภาโวติ จกฺกรตนาทิสมนฺนาคเมน กสฺสจิปิ ปีฬํ อกโรนฺโตว สพฺพราชูหิ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตสาสนเวหาสคมนาทีหิ เอวํ มหานุภาโว. ทานสฺสาติ อนฺนาทิเทยฺยธมฺมปริจฺจาคสฺส. ทมสฺสาติ จกฺขาทิอินฺทฺริยทมนสฺส เจว สมาธานวเสน ราคาทิกิเลสทมนสฺส จ. สํยมสฺสาติ กายวจีสํยมสฺส. ตตฺถ ยํ สมาธานวเสน กิเลสทมนํ, ตํ ภาวนามยํ ปุญฺญํ, ตญฺจ โข เมตฺตาพฺรหฺมวิหารภูตํ อิธาธิปฺเปตํ. ตสฺมิญฺจ อุปจารปฺปนาเภเทน ทุวิเธ ยํ อปฺปนาปฺปตฺตํ, เตนสฺส ยถาวุตฺตาสุ ทฺวีสุ ฌานภูมีสุ อุปปตฺติ อโหสิ. อิตเรน ติวิเธนาปิ ยถารหํ ปตฺตจกฺกวตฺติอาทิภาโวติ เวทิตพฺพํ.

อิติ ภควา อตฺตานํ กายสกฺขิ กตฺวา ปุญฺญานํ วิปากมหนฺตตํ ปกาเสตฺวา อิทานิ ตเมวตฺถํ คาถาพนฺเธน ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุญฺญเมวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺยาติ โย อตฺถกาโม กุลปุตฺโต, โส ปุญฺญผลนิพฺพตฺตนโต, อตฺตโน สนฺตานํ ปุนนโต จ ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ ลทฺธนามํ ติวิธํ กุสลเมว สิกฺเขยฺย นิเวเสยฺย อุปจิเนยฺย ปสเวยฺยาติ อตฺโถ. อายตคฺคนฺติ วิปุลผลตาย อุฬารผลตาย อายตคฺคํ, ปิยมนาปผลตาย วา อายตึ อุตฺตมนฺติ อายตคฺคํ, อาเยน วา โยนิโสมนสิการาทิปฺปจฺจเยน อุฬารตเมน อคฺคนฺติ อายตคฺคํ. ตกาโร ปทสนฺธิกโร. อถ วา อาเยน ปุญฺญผเลน อคฺคํ ปธานนฺติ อายตคฺคํ. ตโต เอว สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ อตฺโถ.

กตมํ ปน ตํ ปุญฺญํ, กถญฺจ นํ สิกฺเขยฺยาติ อาห ‘‘ทานญฺจ สมจริยญฺจ, เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย’’ติ. ตตฺถ สมจริยนฺติ กายวิสมาทีนิ วชฺเชตฺวา กายสมาทิจริตํ, สุวิสุทฺธํ สีลนฺติ อตฺโถ. ภาวเยติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาเทยฺย วฑฺเฒยฺย. เอเต ธมฺเมติ เอเต ทานาทิเก สุจริตธมฺเม. สุขสมุทฺทเยติ สุขานิสํเส, อานิสํสผลมฺปิ เนสํ สุขเมวาติ ทสฺเสติ. อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลกนฺติ กามจฺฉนฺทาทิพฺยาปาทวิรหิตตฺตา อพฺยาปชฺชํ นิทฺทุกฺขํ, ปรปีฬาภาเว ปน วตฺตพฺพํ นตฺถิ. ฌานสมาปตฺติวเสน สุขพหุลตฺตา สุขํ, เอกนฺตสุขญฺจ พฺรหฺมโลกํ ฌานปุญฺญานํ, อิตรปุญฺญานํ ปน ตทญฺญํ สมฺปตฺติภวสงฺขาตํ สุขํ โลกํ ปณฺฑิโต สปฺปญฺโญ อุปปชฺชติ อุเปติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต คาถาสุ จ วฏฺฏสมฺปตฺติ เอว กถิตา.

ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุภยตฺถสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย ภาวิโตติ อุปฺปาทิโต จ วฑฺฒิโต จ. พหุลีกโตติ ปุนปฺปุนํ กโต. อตฺโถติ หิตํ. ตญฺหิ อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต อตฺโถติ วุจฺจติ. สมธิคยฺห ติฏฺฐตีติ สมฺมา ปริคฺคเหตฺวา อวิชหิตฺวา วตฺตติ. ทิฏฺฐธมฺมิกนฺติ ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺขภูโต อตฺตภาโว, ทิฏฺฐธมฺเม ภวํ ทิฏฺฐธมฺมิกํ, อิธโลกปริยาปนฺนนฺติ อตฺโถ. สมฺปรายิกนฺติ ธมฺมวเสน สมฺปเรตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก, สมฺปราเย ภวํ สมฺปรายิกํ, ปรโลกปริยาปนฺนนฺติ วุตฺตํ โหติ.

โก ปเนส ทิฏฺฐธมฺมิโก นาม อตฺโถ, โก วา สมฺปรายิโกติ? สงฺเขเปน ตาว ยํ อิธโลกสุขํ, ยญฺเจตรหิ อิธโลกสุขาวหํ, อยํ ทิฏฺฐธมฺมิโก อตฺโถ. เสยฺยถิทํ – คหฏฺฐานํ ตาว อิธ ยํ กิญฺจิ วิตฺตูปกรณํ, อนากุลกมฺมนฺตตา, อาโรคฺยสํวิธานํ, วตฺถุวิสทกิริยาโยควิหิตานิ สิปฺปายตนวิชฺชาฏฺฐานานิ สงฺคหิตปริชนตาติ เอวมาทิ. ปพฺพชิตานํ ปน เย อิเม ชีวิตปริกฺขารา จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. เตสํ อกิจฺฉลาโภ, ตตฺถ จ สงฺขาย ปฏิเสวนา, สงฺขาย ปริวชฺชนา, วตฺถุวิสทกิริยา, อปฺปิจฺฉตา, สนฺตุฏฺฐิ, ปวิเวโก, อสํสคฺโคติ เอวมาทิ. ปติรูปเทสวาสสปฺปุริสูปนิสฺสยสทฺธมฺมสฺสวนโยนิโสมนสิการาทโย ปน อุภเยสํ สาธารณา อุภยานุรูปา จาติ เวทิตพฺพา.

อปฺปมาโทติ เอตฺถ อปฺปมาโท ปมาทปฺปฏิปกฺขโต เวทิตพฺโพ. โก ปเนส ปมาโท นาม? ปมชฺชนากาโร. วุตฺตํ เหตํ –

‘‘ตตฺถ กตโม ปมาโท? กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปาทนํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโคปมาโท. โย เอวรูโป ปมาโท ปมชฺชนา ปมชฺชิตตฺตํ. อยํ วุจฺจติ ปมาโท’’ติ (วิภ. ๘๔๖).

ตสฺมา วุตฺตปฺปฏิปกฺขโต อปฺปมาโท เวทิตพฺโพ. อตฺถโต หิ โส สติยา อวิปฺปวาโส, นิจฺจํ อุปฏฺฐิตสฺสติยา เอตํ นามํ. อปเร ปน ‘‘สติสมฺปชญฺญโยเคน ปวตฺตา จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา อปฺปมาโท’’ติ วทนฺติ.

‘‘ภาวิโต พหูลีกโต’’ติ วุตฺตํ, กถํ ปนายํ อปฺปมาโท ภาเวตพฺโพติ? น อปฺปมาทภาวนา นาม วิสุํ เอกภาวนา อตฺถิ. ยา หิ กาจิ ปุญฺญกิริยา กุสลกิริยา, สพฺพา สา อปฺปมาทภาวนาเตฺวว เวทิตพฺพา. วิเสสโต ปน วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ สรณคมนํ กายิกวาจสิกสํวรญฺจ อุปาทาย สพฺพา สีลภาวนา, สพฺพา สมาธิภาวนา, สพฺพา ปญฺญาภาวนา, สพฺพา กุสลภาวนา, อนวชฺชภาวนา, อปฺปมาทภาวนาติ เวทิตพฺพา. ‘‘อปฺปมาโท’’ติ หิ อิทํ มหนฺตํ อตฺถํ ทีเปติ, มหนฺตํ อตฺถํ ปริคฺคเหตฺวา ติฏฺฐติ. สกลมฺปิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อาหริตฺวา อปฺปมาทปทสฺส อตฺถํ กตฺวา กเถนฺโต ธมฺมกถิโก ‘‘อติตฺเถน ปกฺขนฺโท’’ติ น วตฺตพฺโพ. กสฺมา? อปฺปมาทปทสฺส มหนฺตภาวโต. ตถา หิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ กุสินารายํ ยมกสาลานมนฺตเร ปรินิพฺพานสมเย นิปนฺโน อภิสมฺโพธิโต ปฏฺฐาย ปญฺจจตฺตาลีสาย วสฺเสสุ อตฺตนา ภาสิตํ ธมฺมํ เอเกน ปเทน สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต – ‘‘อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’’ติ ภิกฺขูนํ โอวาทมทาสิ. ตถา จ วุตฺตํ –

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ชงฺคลานํ ปาณานํ ปทชาตานิ, สพฺพานิ ตานิ หตฺถิปเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ, หตฺถิปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ มหนฺตฏฺเฐน; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพเต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา, อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๐).

คาถาสุ อปฺปมาทํ ปสํสนฺตีติ ทานาทิปุญฺญกิริยาสุ อปฺปมาทํ อปฺปมชฺชนํ ปณฺฑิตา สปฺปญฺญา พุทฺธาทโย ปสํสนฺติ, วณฺเณนฺติ โถเมนฺติ. กสฺมา? ยสฺมา อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคณฺหาติ ปณฺฑิโต. เก ปน เต อุโภ อตฺถาติ อาห – ‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก’’ติ, เอวเมตฺถ ปทโยชนา เวทิตพฺพา. อิธาปิ ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถติ คหฏฺฐสฺส ตาว ‘‘อนวชฺชานิ กมฺมานิ, อนากุลา จ กมฺมนฺตา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต กสิโครกฺขาทิวิธินา ลทฺธพฺโพ อตฺโถ, ปพฺพชิตสฺส ปน อวิปฺปฏิสาราทิอตฺโถ เวทิตพฺโพ. โย จตฺโถ สมฺปรายิโกติ ปน อุภเยสมฺปิ ธมฺมจริยาว วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อตฺถาภิสมยาติ ทุวิธสฺสปิ อตฺถสฺส หิตสฺส ปฏิลาภา, ลทฺธพฺเพน สมิติ สงฺคติ สโมธานนฺติ สมโย, ลาโภ. สมโย เอว อภิสมโย, อภิมุขภาเวน วา สมโย อภิสมโยติ เอวเมตฺถ อภิสมโย เวทิตพฺโพ. ธิติสมฺปนฺนตฺตา ธีโร. ตติเยน เจตฺถ อตฺถ-สทฺเทน ปรมตฺถสฺส นิพฺพานสฺสาปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏสมฺปตฺติ เอว กถิตา. คาถายํ ปน วิวฏฺฏสฺสปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ, ปมาโท มจฺจุโน ปทํ;

อปฺปมตฺตา น มียนฺติ, เย ปมตฺตา ยถา มตา.

‘‘เอวํ วิเสสโต ญตฺวา, อปฺปมาทมฺหิ ปณฺฑิตา;

อปฺปมาเท ปโมทนฺติ, อริยานํ โคจเร รตา.

‘‘เต ฌายิโน สาตติกา, นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา;

ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ, โยคกฺเขมํ อนุตฺตร’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๑-๒๓);

ตสฺมา ‘‘อตฺถาภิสมยา’’ติ เอตฺถ โลกุตฺตรตฺถวเสนปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อฏฺฐิปุญฺชสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺเถ เอกปุคฺคลสฺสาติ เอตฺถ ปุคฺคโลติ อยํ โวหารกถา. พุทฺธสฺส หิ ภควโต ทุวิธา เทสนา สมฺมุติเทสนา จ ปรมตฺถเทสนา จาติ. ตตฺถ ‘‘ปุคฺคโล, สตฺโต, อิตฺถี, ปุริโส, ขตฺติโย, พฺราหฺมโณ, เทโว, มาโร’’ติ เอวรูปา สมฺมุติเทสนา. ‘‘อนิจฺจํ, ทุกฺขํ, อนตฺตา, ขนฺธา, ธาตุ, อายตนา, สติปฏฺฐานา’’ติ เอวรูปา ปรมตฺถเทสนา. ตตฺถ ภควา เย สมฺมุติวเสน เทสนํ สุตฺวา วิเสสมธิคนฺตุํ สมตฺถา, เนสํ สมฺมุติเทสนํ เทเสติ. เย ปน ปรมตฺถวเสน เทสนํ สุตฺวา วิเสสมธิคนฺตุํ สมตฺถา, เตสํ ปรมตฺถเทสนํ เทเสติ.

ตตฺถายํ อุปมา – ยถา หิ เทสภาสากุสโล ติณฺณํ เวทานํ อตฺถสํวณฺณนโก อาจริโย เย ทมิฬภาสาย วุตฺเต อตฺถํ ชานนฺติ, เตสํ ทมิฬภาสาย อาจิกฺขติ. เย อนฺธกภาสาทีสุ อญฺญตราย, เตสํ ตาย ตาย ภาสาย. เอวํ เต มาณวกา เฉกํ พฺยตฺตํ อาจริยมาคมฺม ขิปฺปเมว สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺติ. ตตฺถ อาจริโย วิย พุทฺโธ ภควา, ตโย เวทา วิย กเถตพฺพภาเว ฐิตานิ ตีณิ ปิฏกานิ, เทสภาสาโกสลฺลมิว สมฺมุติปรมตฺถโกสลฺลํ, นานาเทสภาสา มาณวกา วิย สมฺมุติปรมตฺถวเสน ปฏิวิชฺฌนสมตฺถา เวเนยฺยา, อาจริยสฺส ทมิฬภาสาทิอาจิกฺขนํ วิย ภควโต สมฺมุติปรมตฺถวเสน เทสนา เวทิตพฺพา. อาห เจตฺถ –

‘‘ทุเว สจฺจานิ อกฺขาสิ, สมฺพุทฺโธ วทตํ วโร;

สมฺมุตึ ปรมตฺถญฺจ, ตติยํ นูปลพฺภติ.

‘‘สงฺเกตวจนํ สจฺจํ, โลกสมฺมุติการณา;

ปรมตฺถวจนํ สจฺจํ, ธมฺมานํ ภูตการณา.

‘‘ตสฺมา โวหารกุสลสฺส, โลกนาถสฺส สตฺถุโน;

สมฺมุตึ โวหรนฺตสฺส, มุสาวาโท น ชายตี’’ติ.

อปิจ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ปุคฺคลกถํ กเถติ – หิโรตฺตปฺปทีปนตฺถํ, กมฺมสฺสกตาทีปนตฺถํ, ปจฺจตฺตปุริสการทีปนตฺถํ,, อานนฺตริยทีปนตฺถํ, พฺรหฺมวิหารทีปนตฺถํ, ปุพฺเพนิวาสทีปนตฺถํ, ทกฺขิณาวิสุทฺธิทีปนตฺถํ, โลกสมฺมุติยา อปฺปหานตฺถํ, จาติ. ‘‘ขนฺธธาตุอายตนานิ หิริยนฺติ โอตฺตปฺปนฺตี’’ติ หิ วุตฺเต มหาชโน น ชานาติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ, ปฏิสตฺตุ วา โหติ – ‘‘กิมิทํ ขนฺธธาตุอายตนานิ หิริยนฺติ โอตฺตปฺปนฺติ นามา’’ติ? ‘‘อิตฺถี หิริยติ โอตฺตปฺปติ, ปุริโส, ขตฺติโย, พฺราหฺมโณ, เทโว, มาโร’’ติ ปน วุตฺเต ชานาติ, น สมฺโมหํ อาปชฺชติ, น ปฏิสตฺตุ วา โหติ. ตสฺมา ภควา หิโรตฺตปฺปทีปนตฺถํ ปุคฺคลกถํ กเถติ.

‘‘ขนฺธา กมฺมสฺสกา, ธาตุโย อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ตสฺมา กมฺมสฺสกตาทีปนตฺถมฺปิ ปุคฺคลกถํ กเถติ.

‘‘เวฬุวนาทโย มหาวิหารา ขนฺเธหิ การาปิตา, ธาตูหิ อายตเนหี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ตถา ‘‘ขนฺธา มาตรํ ชีวิตา โวโรเปนฺติ, ปิตรํ, อรหนฺตํ, รุหิรุปฺปาทกมฺมํ, สงฺฆเภทกมฺมํ กโรนฺติ, ธาตุโย อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ‘‘ขนฺธา เมตฺตายนฺติ, ธาตุโย อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ‘‘ขนฺธา ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺติ, ธาตุโย อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ตสฺมา ภควา ปจฺจตฺตปุริสการทีปนตฺถํ อานนฺตริยทีปนตฺถํ พฺรหฺมวิหารทีปนตฺถํ ปุพฺเพนิวาสทีปนตฺถญฺจ ปุคฺคลกถํ กเถติ.

‘‘ขนฺธา ทานํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ, ธาตุโย อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ มหาชโน น ชานาติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ, ปฏิสตฺตุ วา โหติ ‘‘กิมิทํ ขนฺธา ธาตุโย อายตนานิ ปฏิคฺคณฺหนฺติ นามา’’ติ? ‘‘ปุคฺคลา ปฏิคฺคณฺหนฺตี’’ติ ปน วุตฺเต ชานาติ, น สมฺโมหํ อาปชฺชติ, น ปฏิสตฺตุ วา โหติ. ตสฺมา ภควา ทกฺขิณาวิสุทฺธิทีปนตฺถํ ปุคฺคลกถํ กเถติ.

โลกสมฺมุติญฺจ พุทฺธา ภควนฺโต น ปชหนฺติ, โลกสมญฺญาย โลกนิรุตฺติยา โลกาภิลาเป ฐิตาเยว ธมฺมํ เทเสนฺติ. ตสฺมา ภควา โลกสมฺมุติยา อปฺปหานตฺถมฺปิ ปุคฺคลกถํ กเถติ. โส อิธาปิ โลกโวหารวเสน เทเสตพฺพมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกปุคฺคลสฺสา’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ เอกปุคฺคลสฺสาติ เอกสตฺตสฺส. กปฺปนฺติ มหากปฺปํ. ยทิปิ อจฺจนฺตสํโยเค อิทํ อุปโยควจนํ, ยตฺถ ปน สตฺตานํ สนฺธาวนํ สํสรณํ สมฺภวติ, ตสฺส วเสน คเหตพฺพํ. อฏฺฐิกงฺกโลติ อฏฺฐิภาโค. ‘‘อฏฺฐิขโล’’ติปิ ปฐนฺติ, อฏฺฐิสญฺจโยติ อตฺโถ. อฏฺฐิปุญฺโชติ อฏฺฐิสมูโห. อฏฺฐิราสีติ ตสฺเสว เววจนํ. เกจิ ปน ‘‘กฏิปฺปมาณโต เหฏฺฐา สมูโห กงฺกโล นาม, ตโต อุปริ ยาว ตาลปฺปมาณํ ปุญฺโช, ตโต อุปริ ราสี’’ติ วทนฺติ. ตํ เตสํ มติมตฺตํ. สพฺพเมตํ สมูหสฺเสว ปริยายวจนํ เวปุลฺลสฺเสว อุปมาภาเวน อาหฏตฺตา.

สเจ สํหารโก อสฺสาติ อวิปฺปกิรณวเสน สํหริตฺวา ฐเปตา โกจิ ยทิ สิยาติ ปริกปฺปนวเสน วทติ. สมฺภตญฺจ น วินสฺเสยฺยาติ ตถา เกนจิ สมฺภตญฺจ ตํ อฏฺฐิกงฺกลํ อนฺตรธานาภาเวน ปูติภูตํ จุณฺณวิจุณฺณญฺจ อหุตฺวา สเจ น วินสฺเสยฺยาติ ปริกปฺปนวเสเนว วทติ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ภิกฺขเว, เอกสฺส สตฺตสฺส กมฺมกิเลเสหิ อปราปรุปฺปตฺติวเสน เอกํ มหากปฺปํ สนฺธาวนฺตสฺส สํสรนฺตสฺส เอวํ มหาอฏฺฐิสญฺจโย ภเวยฺย, อาโรหปริณาเหหิ ยตฺตโกยํ เวปุลฺลปพฺพโต. สเจ ปนสฺส โกจิ สํหริตฺวา ฐเปตา ภเวยฺย, สมฺภตญฺจ ตํ สเจ อวินสฺสนฺตํ ติฏฺเฐยฺยาติ. อยญฺจ นโย นิพฺพุตปฺปทีเป วิย ภิชฺชนสภาเว กเฬวรนิกฺเขปรหิเต โอปปาติกตฺตภาเว สพฺเพน สพฺพํ อนฏฺฐิเก จ ขุทฺทกตฺตภาเว วชฺเชตฺวา วุตฺโต. เกจิ ปน ‘‘ปริกปฺปนวเสน อิมสฺส นยสฺส อาหฏตฺตา เตสมฺปิ ยทิ สิยา อฏฺฐิกงฺกโล, เตนาปิ สเหว อยํ อฏฺฐิปุญฺชปริมาโณ วุตฺโต’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘นยิทเมวํ ลพฺภมานสฺเสว อฏฺฐิปุญฺชสฺส วเสน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อิมสฺส ปริมาณสฺส วุตฺตตา. ตสฺมา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ’’ติ.

คาถาสุ มเหสินาติ มหนฺเต สีลกฺขนฺธาทโย เอสติ คเวสตีติ มเหสี, สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ‘‘อิติ วุตฺตํ มเหสินา’’ติ จ ภควา ‘‘ทสพลสมนฺนาคโต, ภิกฺขเว, ตถาคโต’’ติอาทีสุ วิย อตฺตานํ อญฺญํ วิย กตฺวา ทสฺเสติ. เวปุลฺโลติ ราชคหํ ปริวาเรตฺวา ฐิเตสุ ปญฺจสุ ปพฺพเตสุ วิปุลภาวโต เวปุลฺโลติ ลทฺธนาโม. ตโต เอว มหา, ฐิตทิสาภาควเสน อุตฺตโร คิชฺฌกูฏสฺส. คิริพฺพเชติ คิริพฺพชปุรนามกสฺส ราชคหสฺส สมีเป.

เอตฺตาวตา ภควา ‘‘เอตฺตเกนาปิ กาเลน อนุปจฺฉินฺนภวมูลสฺส อปริญฺญาตวตฺถุกสฺส ปุถุชฺชนสฺส อยมีทิสี กฏสิวฑฺฒนา’’ติ วฏฺเฏ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยสํ อริยสจฺจานํ อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา อนฺธปุถุชฺชนสฺส เอวํ กฏสิวฑฺฒนา, ตานิ อริยสจฺจานิ ทิฏฺฐวโต อริยปุคฺคลสฺส อยํ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยโต จ อริยสจฺจานี’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ยโตติ ยทา. อริยสจฺจานีติ อรณียโต อริยานิ, อวิตถภาเวน สจฺจานิ จาติ อริยสจฺจานิ, อริยภาวกรานิ วา สจฺจานิ อริยสจฺจานิ, อริเยหิ วา พุทฺธาทีหิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพานิ สจฺจานิ อริยสจฺจานิ. อถ วา อริยสฺส สจฺจานิ อริยสจฺจานิ. สเทวเกน หิ โลเกน สรณนฺติ อรณียโต อริโย ภควา, เตน สยมฺภุญาเณน ทิฏฺฐตฺตา ตสฺส สจฺจานีติ อริยสจฺจานิ. สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตีติ สมฺมา เหตุนา ญาเยน วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยวเสน ปสฺสติ. ทุกฺขนฺติอาทิ อริยสจฺจานํ สรูปทสฺสนํ. ตตฺถ อเนกูปทฺทวาธิฏฺฐานตาย กุจฺฉิตภาวโต พาลชนปริกปฺปิตธุวสุภสุขตฺตวิรเหน ตุจฺฉภาวโต จ ทุกฺขํ. ทุกฺขํ สมุปฺปชฺชติ เอเตนาติ ทุกฺขสมุปฺปาโท, ทุกฺขสมุทโย. ทุกฺขํ อติกฺกมติ เอเตน อารมฺมณปฺปจฺจยภูเตน, เอตฺถ วาติ ทุกฺขสฺส อติกฺกโม, นิพฺพานํ. อารกตฺตา กิเลเสหิ อรณียโต จ อริโย. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ วเสน อฏฺฐงฺคิโก. มาเรนฺโต กิเลเส คจฺฉติ, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคียติ, สยํ วา นิพฺพานํ มคฺคตีติ มคฺโค. ตโต เอว ทุกฺขสฺส อุปสมํ นิโรธํ คจฺฉตีติ ทุกฺขูปสมคามี. ยโต สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ.

ส สตฺตกฺขตฺตุํ ปรมํ, สนฺธาวิตฺวาน ปุคฺคโลติ โส เอวํ จตุสจฺจทสฺสาวี อริยปุคฺคโล โสตาปนฺโน สพฺพมุทินฺทฺริโย สมาโน สตฺตวารปรมํเยว ภวาทีสุ อปราปรุปฺปตฺติวเสน สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา. เอกพีชี, โกลํโกโล, สตฺตกฺขตฺตุปรโมติ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมชฺฌิมมุทุภาเวน ตโย หิ โสตาปนฺนา. เตสุ สพฺพมุทินฺทฺริยสฺส วเสนิทํ วุตฺตํ ‘‘ส สตฺตกฺขตฺตุํ ปรมํ, สนฺธาวิตฺวานา’’ติ. ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหตีติ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตกโร ปริโยสานกโร โหติ. กถํ? สพฺพสํโยชนกฺขยา อนุปุพฺเพน อคฺคมคฺคํ อธิคนฺตฺวา นิรวเสสานํ สํโยชนานํ เขปนาติ อรหตฺตผเลเนว เทสนาย กูฏํ คณฺหิ.

จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มุสาวาทสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม เอกธมฺมํ อตีตสฺสาติ กา อุปฺปตฺติ? ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ, ติตฺถิยานํ ปริหายิ. เต หตลาภสกฺการา นิปฺปภา นิตฺเตชา อิสฺสาปกตา จิญฺจมาณวิกํ นาม ปริพฺพาชิกํ อุยฺโยเชสุํ – ‘‘เอหิ, ตฺวํ ภคินิ, สมณํ โคตมํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขสฺสู’’ติ. สา ภควนฺตํ จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺตํ อุปคนฺตฺวา อภูเตน อพฺภาจิกฺขิตฺวา สกฺเกนสฺสา อภูตภาเว ปกาสิเต มหาชเนน ‘‘ธี กาฬกณฺณี’’ติ วิหารโต นิกฺกฑฺฒาปิตา ปถวิยา วิวเร ทินฺเน อวีจิชาลานํ อินฺธนํ หุตฺวาว อวีจินิรเย นิพฺพตฺติ, ภิยฺโยโสมตฺตาย ติตฺถิยานํ ลาภสกฺกาโร ปริหายิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, จิญฺจมาณวิกา เอวํ อุฬารคุณํ อคฺคทกฺขิเณยฺยํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อภูเตน อกฺโกสิตฺวา มหาวินาสํ ปตฺตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ สา มํ อภูเตน อกฺโกสิตฺวา มหาวินาสํ ปตฺตาเยวา’’ติ มหาปทุมชาตกมฺปิ วิตฺถาเรตฺวา อุปริ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา ‘‘เอกธมฺมํ อตีตสฺสา’’ติ อิทํ สุตฺตํ เทเสสิ.

ตตฺถ เอกธมฺมนฺติ เอกํ วจีสจฺจสงฺขาตํ ธมฺมํ. อตีตสฺสาติ ยา สา อฏฺฐ อนริยโวหาเร วชฺเชตฺวา อฏฺฐสุ อริยโวหาเรสุ ปติฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘สจฺจํ, ภเณ, นาลิก’’นฺติ อริเยหิ ฐปิตา มริยาทา, ตํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตสฺส. ปุริโส เอว ปุคฺคโลติ ปุริสปุคฺคโล, ตสฺส. อกรณียนฺติ กาตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. สมฺปชานมุสาวาที หิ ปุคฺคโล กิญฺจิ ปาปกมฺมํ กตฺวา ‘‘อิทํ นาม ตยา กต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น มยา กต’’นฺติ มุสาวาเทเนว ปริหริสฺสติ. เอวญฺจ ปฏิปชฺชนฺโต กิญฺจิ ปาปกมฺมํ กโรติเยว, น ตตฺถ ลชฺชติ สจฺจมริยาทาย สมติกฺกนฺตตฺตา. เตน วุตฺตํ ‘‘กตมํ เอกธมฺมํ, ยทิทํ, ภิกฺขเว, สมฺปชานมุสาวาโท’’ติ.

คาถายํ มุสาวาทิสฺสาติ มุสา อภูตํ อตจฺฉํ ปเรสํ วิญฺญาปนวเสน วทนสีลสฺส. ยสฺส ทสสุ วจเนสุ เอกมฺปิ สจฺจํ นตฺถิ, เอวรูเป วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ชนฺตุโนติ สตฺตสฺส. สตฺโต หิ ชายนฏฺเฐน ‘‘ชนฺตู’’ติ วุจฺจติ. วิติณฺณปรโลกสฺสาติ วิสฺสฏฺฐปรโลกสฺส. อีทิโส หิ มนุสฺสสมฺปตฺติ เทวโลกสมฺปตฺติ อวสาเน นิพฺพานสมฺปตฺตีติ อิมา ติสฺโสปิ สมฺปตฺติโย น ปสฺสติ. นตฺถิ ปาปนฺติ ตสฺส ตาทิสสฺส อิทํ นาม ปาปํ น กตฺตพฺพนฺติ นตฺถีติ.

ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ทานสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ฉฏฺเฐ เอวญฺเจติ เอตฺถ เอวนฺติ อุปมากาเร นิปาโต, เจติ ปริกปฺปเน. สตฺตาติ รูปาทีสุ สตฺตา วิสตฺตา. ชาเนยฺยุนฺติ พุชฺเฌยฺยุํ. ทานสํวิภาคสฺสาติ ยาย หิ เจตนาย อนฺนาทิเทยฺยธมฺมํ สํหริตฺวา อนุกมฺปาปูชาสุ อญฺญตรวเสน ปเรสํ ทียติ, ตํ ทานํ. ยาย ปน อตฺตนา ปริภุญฺชิตพฺพภาเวน คหิตวตฺถุสฺส เอกเทโส สํวิภชิตฺวา ทียติ, อยํ สํวิภาโค. วิปากนฺติ ผลํ. ยถาหํ ชานามีติ ยถา อหํ ชานามิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ติรจฺฉานคตสฺสปิ ทานํ ทตฺวา อตฺตภาวสเต ปวตฺตสุขวิปจฺจนวเสน สตคุณา ทกฺขิณา โหตีติ เอวมาทินา, ภิกฺขเว, เยน ปกาเรน อหํ ทานสฺส สํวิภาคสฺส จ วิปากํ กมฺมวิปากํ ญาณพเลน ปจฺจกฺขโต ชานามิ, เอวํ อิเม สตฺตา ยทิ ชาเนยฺยุนฺติ. น อทตฺวา ภุญฺเชยฺยุนฺติ ยํ ภุญฺชิตพฺพยุตฺตกํ อตฺตโน อตฺถิ, ตโต ปเรสํ น อทตฺวา มจฺฉริยจิตฺเตน จ ตณฺหาโลภวเสน จ ภุญฺเชยฺยุํ, ทตฺวาว ภุญฺเชยฺยุํ. น จ เนสํ มจฺเฉรมลํ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺยาติ อตฺตโน สมฺปตฺตีนํ ปเรหิ สาธารณภาวาสหนลกฺขณํ จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวทูสกานํ อุปกฺกิเลสภูตานํ กณฺหธมฺมานํ อญฺญตรํ มจฺเฉรมลํ. อถ วา ยถาวุตฺตมจฺเฉรญฺเจว อญฺญมฺปิ ทานนฺตรายกรํ อิสฺสาโลภโทสาทิมลญฺจ เนสํ สตฺตานํ จิตฺตํ ยถา ทานเจตนา น ปวตฺตติ, น วา สุปริสุทฺธา โหติ, เอวํ ปริยาทาย ปริโต คเหตฺวา อภิภวิตฺวา น ติฏฺเฐยฺย. โก หิ สมฺมเทว ทานผลํ ชานนฺโต อตฺตโน จิตฺเต มจฺเฉรมลสฺส โอกาสํ ทเทยฺย.

โยปิ เนสํ อสฺส จริโม อาโลโปติ เนสํ สตฺตานํ โย สพฺพปจฺฉิมโก อาโลโป สิยา. จริมํ กพฬนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม สตฺตา ปกติยา ยตฺตเกหิ อาโลเปหิ สยํ ยาเปยฺยุํ, เตสุ เอกเมว อาโลปํ อตฺตโน อตฺถาย ฐเปตฺวา ตทญฺเญ สพฺเพ อาโลเป อาคตาคตานํ อตฺถิกานํ ทตฺวา โย ฐปิโต อาโลโป อสฺส, โส อิธ จริโม อาโลโป นาม. ตโตปิ น อสํวิภชิตฺวา ภุญฺเชยฺยุํ, สเจ เนสํ ปฏิคฺคาหกา อสฺสูติ เนสํ สตฺตานํ ปฏิคฺคาหกา ยทิ สิยุํ, ตโตปิ ยถาวุตฺตจริมาโลปโตปิ สํวิภชิตฺวาว เอกเทสํ ทตฺวาว ภุญฺเชยฺยุํ, ยถาหํ ทานสํวิภาคสฺส วิปากํ ปจฺจกฺขโต ชานามิ, เอวํ ยทิ ชาเนยฺยุนฺติ. ยสฺมา จ โขติอาทินา กมฺมผลสฺส อปฺปจฺจกฺขภาวโต เอวเมเต สตฺตา ทานสํวิภาเคสุ น ปวตฺตนฺตีติ ยถาธิปฺเปตมตฺถํ การเณน สมฺปฏิปาเทติ. เอเตเนว เตสํ ตทญฺญปุญฺเญสุ จ อปฺปฏิปตฺติยา อปุญฺเญสุ จ ปฏิปตฺติยา การณํ ทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

คาถาสุ ยถาวุตฺตํ มเหสินาติ มเหสินา ภควตา ‘‘ติรจฺฉานคเต ทานํ ทตฺวา สตคุณา ทกฺขิณา ปาฏิกงฺขิตพฺพา’ ติอาทินา, อิเธว วา ‘‘เอวํ เจ สตฺตา ชาเนยฺยุ’’นฺติอาทินา ยถาวุตฺตํ, ญาณจาเรน ตํ ยถาวุตฺตํ จิตฺตํ ญาตนฺติ อตฺโถ. วิปากํ สํวิภาคสฺสาติ สํวิภาคสฺสปิ วิปากํ, โก ปน วาโท ทานสฺส. ยถา โหติ มหปฺผลนฺติ ยถา โส วิปาโก มหนฺตํ ผลํ โหติ, เอวํ อิเม สตฺตา ยทิ ชาเนยฺยุนฺติ สมฺพนฺโธ. วิเนยฺย มจฺเฉรมลนฺติ มจฺฉริยมลํ อปเนตฺวา กมฺมผลสทฺธาย รตนตฺตยสทฺธาย จ วิเสสโต ปสนฺเนน จิตฺเตน เยสุ กิเลเสหิ อารกตฺตา อริเยสุ สีลาทิคุณสมฺปนฺเนสุ ทินฺนํ อปฺปกมฺปิ ทานํ มหปฺผลํ โหติ, เตสุ ยุตฺตกาเลน ทชฺชุํ ทเทยฺยุํ.

มหปฺผลภาวกรณโต ทกฺขิณํ อรหนฺตีติ ทกฺขิเณยฺยา, สมฺมาปฏิปนฺนา, เตสุ ทกฺขิเณยฺเยสุ. ทกฺขิณํ ปรโลกํ สทฺทหิตฺวา ทาตพฺพํ เทยฺยธมฺมํ ยถา ตํ ทานํ โหติ มหาทานํ, เอวํ ทตฺวา. อถ วา พหุโน อนฺนํ ทตฺวา, กถํ ปน อนฺนํ ทาตพฺพนฺติ อาห ‘‘ทกฺขิเณยฺเยสุ ทกฺขิณ’’นฺติ. อิโต มนุสฺสตฺตา มนุสฺสตฺตภาวโต จุตา ปฏิสนฺธิวเสน สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกา. กามกามิโนติ กาเมตพฺพานํ อุฬารานํ เทวโภคานํ ปฏิลทฺธรูปวิภเวน กมฺมุนา อุปคมเน สาธุการิตาย กามกามิโน สพฺพกามสมงฺคิโน. โมทนฺติ ยถารุจิ ปริจาเรนฺตีติ อตฺโถ.

ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. เมตฺตาภาวนาสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สตฺตเม ยานิ กานิจีติ อนวเสสปริยาทานํ. โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนีติ

เตสํ นิยมนํ. ตตฺถ อุปธิ วุจฺจนฺติ ขนฺธา, อุปธิสฺส กรณํ สีลํ เอเตสํ, อุปธิปฺปโยชนานิ วา โอปธิกานิ. สมฺปตฺติภเว อตฺตภาวชนกานิ ปฏิสนฺธิปวตฺติวิปากทายกานิ. ปุญฺญกิริยวตฺถูนีติ ปุญฺญกิริยา จ ตา เตสํ เตสํ ผลานิสํสานํ วตฺถูนิ จาติ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ. ตานิ ปน สงฺเขปโต ทานมยํ, สีลมยํ, ภาวนามยนฺติ ติวิธานิ โหนฺติ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต ติกนิปาตวณฺณนายํ อาวิ ภวิสฺสติ. เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยาติ เมตฺตาภาวนาวเสน ปฏิลทฺธติกจตุกฺกชฺฌานสมาปตฺติยา. ‘‘เมตฺตา’’ติ หิ วุตฺเต อุปจาโรปิ ลพฺภติ อปฺปนาปิ, ‘‘เจโตวิมุตฺตี’’ติ ปน วุตฺเต อปฺปนาฌานเมว ลพฺภติ. ตญฺหิ นีวรณาทิปจฺจนีกธมฺมโต จิตฺตสฺส สุฏฺฐุ วิมุตฺติภาเวน เจโตวิมุตฺตีติ วุจฺจติ. กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ เมตฺตาพฺรหฺมวิหารสฺส โสฬสภาคํ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ น อคฺฆนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา โย วิปาโก, ตํ โสฬส โกฏฺฐาเส กตฺวา ตโต เอกํ ปุน โสฬส โกฏฺฐาเส กตฺวา ตตฺถ โย เอกโกฏฺฐาโส, น ตํ อญฺญานิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ อคฺฆนฺตีติ. อธิคฺคเหตฺวาติ อภิภวิตฺวา. ภาสเตติ อุปกฺกิเลสวิสุทฺธิยา ทิปฺปติ. ตปเตติ ตโต เอว อนวเสเส ปฏิปกฺขธมฺเม สนฺตปติ. วิโรจตีติ อุภยสมฺปตฺติยา วิโรจติ. เมตฺตา หิ เจโตวิมุตฺติ จนฺทาโลกสงฺขาตา วิคตูปกฺกิเลสา ชุณฺหา วิย ทิปฺปติ, อาตโป วิย อนฺธการํ ปจฺจนีกธมฺเม วิธมนฺตี ตปติ, โอสธิตารกา วิย วิชฺโชตมานา วิโรจติ จ.

เสยฺยถาปีติ โอปมฺมทสฺสนตฺเถ นิปาโต. ตารกรูปานนฺติ โชตีนํ. จนฺทิยาติ จนฺทสฺส อยนฺติ จนฺที, ตสฺสา จนฺทิยา, ปภาย ชุณฺหายาติ อตฺโถ. วสฺสานนฺติ วสฺสานํ พหุวเสน ลทฺธโวหารสฺส อุตุโน. ปจฺฉิเม มาเสติ กตฺติกมาเส. สรทสมเยติ สรทกาเล. อสฺสยุชกตฺติกมาสา หิ โลเก ‘‘สรทอุตู’’ติ วุจฺจนฺติ. วิทฺเธติ อุพฺพิทฺเธ, เมฆวิคเมน ทูรีภูเตติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘วิคตวลาหเก’’ติ. เทเวติ อากาเส. นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโนติ อุทยฏฺฐานโต อากาสํ อุลฺลงฺฆนฺโต. ตมคตนฺติ ตมํ. อภิวิหจฺจาติ อภิหนฺตฺวา วิธมิตฺวา. โอสธิตารกาติ อุสฺสนฺนา ปภา เอตาย ธียติ, โอสธีนํ วา อนุพลปฺปทายิกตฺตา โอสธีติ ลทฺธนามา ตารกา.

เอตฺถาห – กสฺมา ปน ภควตา สมาเนปิ โอปธิกภาเว เมตฺตา อิตเรหิ โอปธิกปุญฺเญหิ วิเสเสตฺวา วุตฺตาติ? วุจฺจเต – เสฏฺฐฏฺเฐน นิทฺโทสภาเวน จ สตฺเตสุ สุปฺปฏิปตฺติภาวโต. เสฏฺฐา หิ เอเต วิหารา, สพฺพสตฺเตสุ สมฺมาปฏิปตฺติภูตานิ ยทิทํ เมตฺตาฌานานิ. ยถา จ พฺรหฺมาโน นิทฺโทสจิตฺตา วิหรนฺติ, เอวํ เอเตหิ สมนฺนาคตา โยคิโน พฺรหฺมสมาว หุตฺวา วิหรนฺติ. ตถา หิเม ‘‘พฺรหฺมวิหารา’’ติ วุจฺจนฺติ. อิติ เสฏฺฐฏฺเฐน นิทฺโทสภาเวน จ สตฺเตสุ สุปฺปฏิปตฺติภาวโต เมตฺตาว อิตเรหิ โอปธิกปุญฺเญหิ วิเสเสตฺวา วุตฺตา.

เอวมฺปิ กสฺมา เมตฺตาว เอวํ วิเสเสตฺวา วุตฺตา? อิตเรสํ พฺรหฺมวิหารานํ อธิฏฺฐานภาวโต ทานาทีนํ สพฺเพสํ กลฺยาณธมฺมานํ ปริปูริกตฺตา จ. อยญฺหิ สตฺเตสุ หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา เมตฺตา, หิตูปสํหารสา, อาฆาตวินยปจฺจุปฏฺฐานา. ยทิ อโนธิโส ภาวิตา พหุลีกตา, อถ สุเขเนว กรุณาทิภาวนา สมฺปชฺชนฺตีติ เมตฺตา อิตเรสํ พฺรหฺมวิหารานํ อธิฏฺฐานํ. ตถา หิ สตฺเตสุ หิตชฺฌาสยตาย สติ เนสํ ทุกฺขาสหนตา, สมฺปตฺติวิเสสานํ จิรฏฺฐิติกามตา, ปกฺขปาตาภาเวน สพฺพตฺถ สมปฺปวตฺตจิตฺตตา จ สุเขเนว อิชฺฌนฺติ. เอวญฺจ สกลโลกหิตสุขวิธานาธิมุตฺตา มหาโพธิสตฺตา ‘‘อิมสฺส ทาตพฺพํ, อิมสฺส น ทาตพฺพ’’นฺติ อุตฺตมวิจยวเสน วิภาคํ อกตฺวา สพฺพสตฺตานํ นิรวเสสสุขนิทานํ ทานํ เทนฺติ, หิตสุขตฺถเมว เนสํ สีลํ สมาทิยนฺติ, สีลปริปูรณตฺถํ เนกฺขมฺมํ ภชนฺติ, เตสํ หิตสุเขสุ อสมฺโมหตฺถาย ปญฺญํ ปริโยทเปนฺติ, หิตสุขาภิวฑฺฒนตฺถเมว ทฬฺหํ วีริยมารภนฺติ, อุตฺตมวีริยวเสน วีรภาวํ ปตฺตาปิ สตฺตานํ นานปฺปการํ หิตชฺฌาสเยเนว อปราธํ ขมนฺติ, ‘‘อิทํ โว ทสฺสาม, กริสฺสามา’’ติอาทินา กตํ ปฏิญฺญาตํ น วิสํวาเทนฺติ, เตสํ หิตสุขาเยว อจลาธิฏฺฐานา โหนฺติ. เตสุ อจลาย เมตฺตาย ปุพฺพการิโน หิตชฺฌาสเยเนว เนสํ วิปฺปกาเร อุทาสีนา โหนฺติ, ปุพฺพการิตายปิ น ปจฺจุปการมาสิสนฺตีติ. เอวํ เต ปารมิโย ปูเรตฺวา ยาว ทสพลจตุ-เวสารชฺช-ฉอสาธารณญาณ-อฏฺฐารสาเวณิกพุทฺธธมฺมปฺปเภเท สพฺเพปิ กลฺยาณธมฺเม ปริปูเรนฺติ. เอวํ ทานาทีนํ สพฺเพสํ กลฺยาณธมฺมานํ ปาริปูริกา เมตฺตาติ จ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ สา อิตเรหิ วิเสเสตฺวา วุตฺตา.

อปิจ เมตฺตาย อิตเรหิ โอปธิกปุญฺเญหิ มหานุภาวตา เวลามสุตฺเตน ทีเปตพฺพา. ตตฺถ หิ ยถา นาม มหตา เวลามสฺส ทานโต เอกสฺส โสตาปนฺนสฺส ทานํ มหปฺผลตรํ วุตฺตํ, เอวํ โสตาปนฺนสตโต เอกสฺส สกทาคามิสฺส ทานํ…เป… ปจฺเจกพุทฺธสตโต ภควโต, ตโตปิ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทานํ, ตโตปิ จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส วิหารทานํ, ตโตปิ สรณคมนํ, ตโตปิ สีลสมาทานํ, ตโตปิ คทฺทูหนมตฺตํ กาลํ เมตฺตาภาวนา มหปฺผลตรา วุตฺตา. ยถาห –

‘‘ยํ คหปติ เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ. โย เจกํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตรํ. โย จ สตํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย…เป… สุราเมรยมชฺชปฺปมาทฏฺฐานา เวรมณึ. โย จ อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตร’’นฺติ (อ. นิ. ๙.๒๐).

มหคฺคตปุญฺญภาเวน ปนสฺสา ปริตฺตปุญฺญโต สาติสยตาย วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํ ปมาณกตํ กมฺมํ, น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ, น ตํ ตตฺราวติฏฺฐตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๕๕๖; สํ. นิ. ๔.๓๖๐). กามาวจรกมฺมญฺหิ ปมาณกตํ นาม, มหคฺคตกมฺมํ ปน ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา โอธิสกาโนธิสกผรณวเสน วฑฺฒิตฺวา กตตฺตา อปฺปมาณกตํ นาม. กามาวจรกมฺมํ ตสฺส มหคฺคตกมฺมสฺส อนฺตรา ลคฺคิตุํ วา ตํ กมฺมํ อภิภวิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ คเหตฺวา ฐาตุํ วา น สกฺโกติ, อถ โข มหคฺคตกมฺมเมว ตํ ปริตฺตกมฺมํ มโหโฆ วิย ปริตฺตํ อุทกํ อภิภวิตฺวา อตฺตโน โอกาสํ คเหตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา สยเมว พฺรหฺมสหพฺยตํ อุปเนตีติ อยญฺหิ ตสฺส อตฺโถติ.

คาถาสุ โยติ โย โกจิ คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา. เมตฺตนฺติ เมตฺตาฌานํ. อปฺปมาณนฺติ ภาวนาวเสน อารมฺมณวเสน จ อปฺปมาณํ. อสุภภาวนาทโย วิย หิ อารมฺมเณ เอกเทสคฺคหณํ อกตฺวา อนวเสสผรณวเสน อโนธิโสผรณวเสน จ อปฺปมาณารมฺมณตาย ปคุณภาวนาวเสน อปฺปมาณํ. ตนู สํโยชนา โหนฺตีติ เมตฺตาฌานํ ปาทกํ กตฺวา สมฺมสิตฺวา เหฏฺฐิเม อริยมคฺเค อธิคจฺฉนฺตสฺส สุเขเนว ปฏิฆสํโยชนาทโย ปหียมานา ตนู โหนฺติ. เตนาห ‘‘ปสฺสโต อุปธิกฺขย’’นฺติ. ‘‘อุปธิกฺขโย’’ติ หิ นิพฺพานํ วุจฺจติ. ตญฺจสฺส สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน มคฺคญาเณน ปสฺสติ. อถ วา ตนู สํโยชนา โหนฺตีติ เมตฺตาฌานปทฏฺฐานาย วิปสฺสนาย อนุกฺกเมน อุปธิกฺขยสงฺขาตํ อรหตฺตํ ปตฺวา ตํ ปสฺสโต ปเคว ทสปิ สํโยชนา ตนู โหนฺติ, ปหียนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา ตนู สํโยชนา โหนฺตีติ ปฏิโฆ เจว ปฏิฆสมฺปยุตฺตสํโยชนา จ ตนุกา โหนฺติ. ปสฺสโต อุปธิกฺขยนฺติ เตสํเยว กิเลสูปธีนํ ขยสงฺขาตํ เมตฺตํ อธิคมวเสน ปสฺสนฺต สฺสาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

เอวํ กิเลสปฺปหานํ นิพฺพานาธิคมญฺจ เมตฺตาภาวนาย สิขาปฺปตฺตมานิสํสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อญฺเญ อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘เอกมฺปิ เจ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อทุฏฺฐจิตฺโตติ เมตฺตาพเลน สุฏฺฐุ วิกฺขมฺภิตพฺยาปาทตาย พฺยาปาเทน อทูสิตจิตฺโต. เมตฺตายตีติ หิตผรณวเสน เมตฺตํ กโรติ. กุสโลติ อติสเยน กุสลวา มหาปุญฺโญ, ปฏิฆาทิอนตฺถวิคเมน โว. เขมี เตนาติ เตน เมตฺตายิเตน. สพฺเพ จ ปาเณติ จสทฺโท พฺยติเรเก. มนสานุกมฺปนฺติ จิตฺเตน อนุกมฺปนฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอกสตฺตวิสยาปิ ตาว เมตฺตา มหากุสลราสิ, สพฺเพ ปน ปาเณ อตฺตโน ปิยปุตฺตํ วิย หิตผรเณน มนสา อนุกมฺปนฺโต ปหูตํ พหุํ อนปฺปกํ อปริยนฺตํ จตุสฏฺฐิมหากปฺเปปิ อตฺตโน วิปากปฺปพนฺธํ ปวตฺเตตุํ สมตฺถํ อุฬารปุญฺญํ อริโย ปริสุทฺธจิตฺโต ปุคฺคโล ปกโรติ นิปฺผาเทติ.

สตฺตสณฺฑนฺติ สตฺตสงฺขาเตน สณฺเฑน สมนฺนาคตํ ภริตํ, สตฺเตหิ อวิรฬํ อากิณฺณมนุสฺสนฺติ อตฺโถ. วิชิตฺวาติ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมเนว วิชินิตฺวา. ราชิสโยติ อิสิสทิสา ธมฺมิกราชาโน. ยชมานาติ ทานานิ ททมานา. อนุปริยคาติ วิจรึสุ.

อสฺสเมธนฺติอาทีสุ โปราณกราชกาเล กิร สสฺสเมธํ, ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ, วาจาเปยฺยนฺติ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อเหสุํ, เยหิ ราชาโน โลกํ สงฺคณฺหึสุ. ตตฺถ นิปฺผนฺนสสฺสโต ทสมภาคคฺคหณํ สสฺสเมธํ นาม, สสฺสสมฺปาทเน, เมธาวิตาติ อตฺโถ. มหาโยธานํ ฉมาสิกํ ภตฺตเวตนานุปฺปทานํ ปุริสเมธํ นาม, ปุริสสงฺคณฺหเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. ทลิทฺทมนุสฺสานํ โปตฺถเก เลขํ คเหตฺวา ตีณิ วสฺสานิ วินา วฑฺฒิยา สหสฺสทฺวิสหสฺสมตฺตธนานุปฺปทานํ สมฺมาปาสํ นาม. ตญฺหิ สมฺมา มนุสฺเส ปาเสติ หทเย พนฺธิตฺวา วิย ฐเปติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาปาส’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘ตาต มาตุลา’’ติอาทินา ปน สณฺหวาจาย สงฺคหณํ วาจาเปยฺยํ นาม, เปยฺยวชฺชํ ปิยวาจตาติ อตฺโถ. เอวํ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคหิตํ รฏฺฐํ อิทฺธญฺเจว โหติ ผีตญฺจ ปหูตอนฺนปานํ เขมํ นิรพฺพุทํ. มนุสฺสา มุทา โมทมานา อุเร ปุตฺเต นจฺเจนฺตา อปารุตฆรา วิหรนฺติ. อิทํ ฆรทฺวาเรสุ อคฺคฬานํ อภาวโต ‘‘นิรคฺคฬ’’นฺติ วุจฺจติ. อยํ โปราณิกา ปเวณิ, อยํ โปราณิกา ปกติ.

อปรภาเค ปน โอกฺกากราชกาเล พฺราหฺมณา อิมานิ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อิมญฺจ รฏฺฐสมฺปตฺตึ ปริวตฺเตนฺตา อุทฺธมฺมูลํ กตฺวา อสฺสเมธํ ปุริสเมธนฺติอาทิเก ปญฺจ ยญฺเญ นาม อกํสุ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา พฺราหฺมณธมฺมิยสุตฺเต –

‘‘เตสํ อาสิ วิปลฺลาโส, ทิสฺวาน อณุโต อณุํ…เป….

‘‘เต ตตฺถ มนฺเต คนฺเถตฺวา, โอกฺกากํ ตทุปาคมุ’’นฺติ. (สุ. นิ. ๓๐๑-๓๐๔);

ตตฺถ อสฺสเมตฺถ เมธนฺติ พาเธนฺตีติ อสฺสเมโธ. ทฺวีหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส เอกวีสติยูปสฺส เอกสฺมึ ปจฺฉิมทิวเส เอว สตฺตนวุติปญฺจปสุสตฆาตภีสนสฺส ฐเปตฺวา ภูมิญฺจ ปุริเส จ อวเสสสพฺพวิภวทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. ปุริสเมตฺถ เมธนฺติ พาเธนฺตีติ ปุริสเมโธ. จตูหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส สทฺธึภูมิยา อสฺสเมเธ วุตฺตวิภวทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. สมฺมเมตฺถ ปาสนฺติ ขิปนฺตีติ สมฺมาปาโส. ยุคจฺฉิคฺคเฬ ปเวสนทณฺฑกสงฺขาตํ สมฺมํ ขิปิตฺวา ตสฺส ปติโตกาเส เวทึ กตฺวา สํหาริเมหิ ยูปาทีหิ สรสฺสตินทิยา นิมุคฺโคกาสโต ปภุติ ปฏิโลมํ คจฺฉนฺเตน ยชิตพฺพสฺส สตฺรยาคสฺเสตํ อธิวจนํ วาชเมตฺถ ปิวนฺตีติ วาชเปยฺโย. เอเกน ปริยญฺเญน สตฺตรสหิ ปสูหิ ยชิตพฺพสฺส เพฬุวยูปสฺส สตฺตรสกทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. นตฺถิ เอตฺถ อคฺคโฬติ นิรคฺคโฬ. นวหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส สทฺธึ ภูมิยา ปุริเสหิ จ อสฺสเมเธ วุตฺตวิภวทกฺขิณสฺส สพฺพเมธปริยายนามสฺส อสฺสเมธวิกปฺปสฺเสตํ อธิวจนํ.

จนฺทปฺปภาติ จนฺทปฺปภาย. ตารคณาว สพฺเพติ ยถา สพฺเพปิ ตาราคณา จนฺทิมโสภาย โสฬสิมฺปิ กลํ นาคฺฆนฺติ, เอวํ เต อสฺสเมธาทโย ยญฺญา เมตฺตจิตฺตสฺส วุตฺตลกฺขเณน สุภาวิตสฺส โสฬสิมฺปิ กลํ นานุภวนฺติ, น ปาปุณนฺติ, นาคฺฆนฺตีติ อตฺโถ.

อิทานิ อปเรปิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิเก เมตฺตาภาวนาย อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘โย น หนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โยติ เมตฺตาพฺรหฺมวิหารภาวนานุยุตฺโต ปุคฺคโล. น หนฺตีติ เตเนว เมตฺตาภาวนานุภาเวน ทูรวิกฺขมฺภิตพฺยาปาทตาย น กญฺจิ สตฺตํ หึสติ, เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ น วิพาธติ วา. น ฆาเตตีติ ปรํ สมาทเปตฺวา น สตฺเต หนาเปติ น วิพาธาเปติ จ. น ชินาตีติ สารมฺภวิคฺคาหิกกถาทิวเสน น กญฺจิ ชินาติ สารมฺภสฺเสว อภาวโต, ชานิกรณวเสน วา อฑฺฑกรณาทินา น กญฺจิ ชินาติ. น ชาปเยติ ปเรปิ ปโยเชตฺวา ปเรสํ ธนชานึ น การาเปยฺย. เมตฺตํโสติ เมตฺตามยจิตฺตโกฏฺฐาโส, เมตฺตาย วา อํโส อวิชหนฏฺเฐน อวยวภูโตติ เมตฺตํโส. สพฺพภูเตสูติ สพฺพสตฺเตสุ. ตโต เอว เวรํ ตสฺส น เกนจีติ อกุสลเวรํ ตสฺส เกนจิปิ การเณน นตฺถิ, ปุคฺคลเวรสงฺขาโต วิโรโธ เกนจิ ปุริเสน สทฺธึ ตสฺส เมตฺตาวิหาริสฺส นตฺถีติ.

เอวเมตสฺมึ เอกกนิปาเต ปฏิปาฏิยา เตรสสุ สุตฺเตสุ สิกฺขาสุตฺตทฺวเย จาติ ปนฺนรสสุ สุตฺเตสุ วิวฏฺฏํ กถิตํ, นีวรณสุตฺตํ สํโยชนสุตฺตํ อปฺปมาทสุตฺตํ อฏฺฐิสญฺจยสุตฺตนฺติ เอเตสุ จตูสุ สุตฺเตสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ. อิตเรสุ ปน วฏฺฏเมว กถิตนฺติ.

สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปรมตฺถทีปนิยา

ขุทฺทกนิกาย-อฏฺฐกถาย

อิติวุตฺตกสฺส เอกกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.