๒๒. อญฺญตรภิกฺขุวตฺถุ
นิธาย ทณฺฑนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ.
โส กิร สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วายมนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา ‘‘ปฏิลทฺธคุณํ สตฺถุ อาโรเจสฺสามี’’ติ ตโต นิกฺขมิ. อถ นํ เอกสฺมึ คาเม เอกา อิตฺถี สามิเกน สทฺธึ กลหํ กตฺวา ตสฺมึ พหิ นิกฺขนฺเต ‘‘กุลฆรํ คมิสฺสามี’’ติ มคฺคํ ปฏิปนฺนา อนฺตรามคฺเค ทิสฺวา ‘‘อิมํ เถรํ นิสฺสาย คมิสฺสามี’’ติ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. เถโร ปน ตํ น ปสฺสติ. อถสฺสา สามิโก เคหํ อาคโต ตํ อทิสฺวา ‘‘กุลคามํ คตา ภวิสฺสตี’’ติ อนุพนฺธนฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘น สกฺกา อิมาย เอกิกาย อิมํ อฏวึ ปฏิปชฺชิตุํ, กํ นุ โข นิสฺสาย คจฺฉตี’’ติ โอโลเกนฺโต เถรํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อิมํ คณฺหิตฺวา นิกฺขนฺโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา เถรํ สนฺตชฺเชสิ. อถ นํ สา อิตฺถี ‘‘เนว มํ เอส ภทนฺโต ปสฺสติ, น อาลปติ, มา นํ กิญฺจิ อวจา’’ติ อาห. โส ‘‘กึ ปน ตฺวํ อตฺตานํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตํ มม อาจิกฺขิสฺสสิ, ตุยฺหเมว อนุจฺฉวิกํ อิมสฺส กริสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนโกโธ อิตฺถิยา อาฆาเตน เถรํ โปเถตฺวา ตํ อาทาย นิวตฺติ. เถรสฺส สกลสรีรํ สญฺชาตคณฺฑํ อโหสิ. อถสฺส วิหารํ คตกาเล ภิกฺขู สรีรํ สมฺพาหนฺตา คณฺเฑ ทิสฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. โส เตสํ ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถ นํ ภิกฺขู, ‘‘อาวุโส, ตสฺมึ ปุริเส เอวํ ปหรนฺเต ตฺวํ กึ อวจ, กึ วา เต โกโธ อุปฺปนฺโน’’ติ. ‘‘น เม, อาวุโส, โกโธ อุปฺปชฺชี’’ติ วุตฺเต สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เอส ภิกฺขุ ‘โกโธ เต อุปฺปชฺชตี’ติ วุจฺจมาโน ‘น เม, อาวุโส, โกโธ อุปฺปชฺชตี’ติ อภูตํ วตฺวา อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ อาโรเจสุํ. สตฺถา เตสํ กถํ สุตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ขีณาสวา นาม นิหิตทณฺฑา, เต ปหรนฺเตสุปิ โกธํ น กโรนฺติเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๐๕. ‘‘นิธาย ทณฺฑํ ภูเตสุ, ตเสสุ ถาวเรสุ จ;
โย น หนฺติ น ฆาเตติ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.
ตตฺถ นิธายาติ นิกฺขิปิตฺวา โอโรเปตฺวา. ตเสสุ ถาวเรสุ จาติ ตณฺหาตาเสน ตเสสุ, ตณฺหาอภาเวน ถิรตาย ถาวเรสุ จ. โย น หนฺตีติ โย เอวํ สพฺพสตฺเตสุ วิคตปฏิฆตาย นิกฺขิตฺตทณฺโฑ เนว กญฺจิ สยํ หนติ, น อญฺเญ ฆาเตติ, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
อญฺญตรภิกฺขุวตฺถุ พาวีสติมํ.