๒๖. พฺราหฺมณวคฺโค

๑. ปสาทพหุลพฺราหฺมณวตฺถุ

ฉินฺท โสตนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปสาทพหุลํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร พฺราหฺมโณ ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺโต อตฺตโน เคเห โสฬสมตฺตานํ ภิกฺขูนํ นิจฺจภตฺตํ ปฏฺฐเปตฺวา ภิกฺขูนํ อาคตเวลาย ปตฺตํ คเหตฺวา ‘‘อาคจฺฉนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโต, นิสีทนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโต’’ติ ยํกิญฺจิ วทนฺโต อรหนฺตวาทปฏิสํยุตฺตเมว วทติ. เตสุ ปุถุชฺชนา ‘‘อยํ อเมฺหสุ อรหนฺตสญฺญี’’ติ จินฺตยึสุ, ขีณาสวา ‘‘อยํ โน ขีณาสวภาวํ ชานาตี’’ติ. เอวํ เต สพฺเพปิ กุกฺกุจฺจายนฺตา ตสฺส เคหํ นาคมึสุ. โส ทุกฺขี ทุมฺมโน ‘‘กินฺนุ โข, อยฺยา, นาคจฺฉนฺตี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘กึ เอตํ, ภิกฺขเว’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เตหิ ตสฺมึ อตฺเถ อาโรจิเต ‘‘สาทิยถ ปน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อรหนฺตวาท’’นฺติ อาห. ‘‘น สาทิยาม มยํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต มนุสฺสานํ เอตํ ปสาทภญฺญํ, อนาปตฺติ, ภิกฺขเว, ปสาทภญฺเญ, อปิ จ โข ปน พฺราหฺมณสฺส อรหนฺเตสุ อธิมตฺตํ เปมํ, ตสฺมา ตุเมฺหหิปิ ตณฺหาโสตํ เฉตฺวา อรหตฺตเมว ปตฺตุํ ยุตฺต’’นฺติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๓๘๓. ‘‘ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม, กาเม ปนุท พฺราหฺมณ;

สงฺขารานํ ขยํ ญตฺวา, อกตญฺญูสิ พฺราหฺมณา’’ติ.

ตตฺถ ปรกฺกมฺมาติ ตณฺหาโสตํ นาม น อปฺปมตฺตเกน วายาเมน ฉินฺทิตุํ สกฺกา, ตสฺมา ญาณสมฺปยุตฺเตน มหนฺเตน ปรกฺกเมน ปรกฺกมิตฺวา ตํ โสตํ ฉินฺท. อุโภปิ กาเม ปนุท นีหร. พฺราหฺมณาติ ขีณาสวานํ อาลปนเมตํ. สงฺขารานนฺติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ขยํ ชานิตฺวา. อกตญฺญูติ เอวํ สนฺเต ตฺวํ สุวณฺณาทีสุ เกนจิ อกตสฺส นิพฺพานสฺส ชานนโต อกตญฺญู นาม โหสีติ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ปสาทพหุลพฺราหฺมณวตฺถุ ปฐมํ.

๒. สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ

ยทา ทฺวเยสูติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.

เอกทิวสญฺหิ ตึสมตฺตา ทิสาวาสิกา ภิกฺขู อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ. สาริปุตฺตตฺเถโร เตสํ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ฐิตโกว อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, เทฺว ธมฺมาติ วุจฺจนฺติ, กตเม นุ โข เทฺว ธมฺมา’’ติ? อถ นํ สตฺถา ‘‘เทฺว ธมฺมาติ โข, สาริปุตฺต, สมถวิปสฺสนา วุจฺจนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๘๔. ‘‘ยทา ทฺวเยสุ ธมฺเมสุ, ปารคู โหติ พฺราหฺมโณ;

อถสฺส สพฺเพ สํโยคา, อตฺถํ คจฺฉนฺติ ชานโต’’ติ.

ตตฺถ ยทาติ ยสฺมึ กาเล ทฺวิธา ฐิเตสุ สมถวิปสฺสนาธมฺเมสุ อภิญฺญาปารคาทิวเสน อยํ ขีณาสโว ปารคู โหติ, อถสฺส วฏฺฏสฺมึ สํโยชนสมตฺถา สพฺเพ กามโยคาทโย สํโยคา เอวํ ชานนฺตสฺส อตฺถํ ปริกฺขยํ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน สพฺเพปิ เต ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.

สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ ทุติยํ.

๓. มารวตฺถุ

ยสฺส ปารนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มารํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิเรกสฺมึ ทิวเส อญฺญตโร ปุริโส วิย หุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, ปารํ ปารนฺติ วุจฺจติ, กินฺนุ โข เอตํ ปารํ นามา’’ติ. สตฺถา ‘‘มาโร อย’’นฺติ วิทิตฺวา, ‘‘ปาปิม, กึ ตว ปาเรน, ตญฺหิ วีตราเคหิ ปตฺตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๘๕. ‘‘ยสฺส ปารํ อปารํ วา, ปาราปารํ น วิชฺชติ;

วีตทฺทรํ วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ ปารนฺติ อชฺฌตฺติกานิ ฉ อายตนานิ. อปารนฺติ พาหิรานิ ฉ อายตนานิ. ปาราปารนฺติ ตทุภยํ. น วิชฺชตีติ ยสฺส สพฺพมฺเปตํ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คหณาภาเวน นตฺถิ, ตํ กิเลสทรถานํ วิคเมน วีตทฺทรํ สพฺพกิเลเสหิ วิสํยุตฺตํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

มารวตฺถุ ตติยํ.

๔. อญฺญตรพฺราหฺมณวตฺถุ

ฌายินฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา อตฺตโน สาวเก, ‘พฺราหฺมณา’ติ วทติ, อหญฺจมฺหิ ชาติโคตฺเตน พฺราหฺมโณ, มมฺปิ นุ โข เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. สตฺถา ‘‘นาหํ ชาติโคตฺตมตฺเตน พฺราหฺมณํ วทามิ, อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ อนุปฺปตฺตเมว ปเนวํ วทามี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๘๖. ‘‘ฌายึ วิรชมาสีนํ, กตกิจฺจมนาสวํ;

อุตฺตมตฺถมนุปฺปตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ ฌายินฺติ ทุวิเธน ฌาเนน ฌายนฺตํ กามรเชน วิรชํ วเน เอกกมาสีนํ จตูหิ มคฺเคหิ โสฬสนฺนํ กิจฺจานํ กตตฺตา กตกิจฺจํ อาสวานํ อภาเวน อนาสวํ อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ อนุปฺปตฺตํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

อญฺญตรพฺราหฺมณวตฺถุ จตุตฺถํ.

๕. อานนฺทตฺเถรวตฺถุ

ทิวา ตปตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา มิคารมาตุปาสาเท วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

ปเสนทิ โกสโล กิร มหาปวารณาย สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโต คนฺธมาลาทีนิ อาทาย วิหารํ อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ กาฬุทายิตฺเถโร ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสินฺโน โหติ, นามเมว ปนสฺเสตํ, สรีรํ สุวณฺณวณฺณํ. ตสฺมึ ปน ขเณ จนฺโท อุคฺคจฺฉติ, สูริโย อตฺถเมติ. อานนฺทตฺเถโร อตฺถเมนฺตสฺส จ สูริยสฺส อุคฺคจฺฉนฺตสฺส จ จนฺทสฺส โอภาสํ โอโลเกนฺโต รญฺโญ สรีโรภาสํ เถรสฺส สรีโรภาสํ ตถาคตสฺส จ สรีโรภาสํ โอโลเกสิ. ตตฺถ สพฺโพภาเส อติกฺกมิตฺวา สตฺถาว วิโรจติ. เถโร สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อชฺช มม อิเม โอภาเส โอโลเกนฺตสฺส ตุมฺหากเมว โอภาโส รุจฺจติ. ตุมฺหากญฺหิ สรีรํ สพฺโพภาเส อติกฺกมิตฺวา วิโรจตี’’ติ อาห. อถ นํ สตฺถา, ‘‘อานนฺท, สูริโย นาม ทิวา วิโรจติ, จนฺโท รตฺตึ, ราชา อลงฺกตกาเลเยว, ขีณาสเว คณสงฺคณิกํ ปหาย อนฺโตสมาปตฺติยํเยว วิโรจติ, พุทฺธา ปน รตฺติมฺปิ ทิวาปิ ปญฺจวิเธน เตเชน วิโรจนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๘๗. ‘‘ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ, รตฺติมาภาติ จนฺทิมา;

สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ, ฌายี ตปติ พฺราหฺมโณ;

อถ สพฺพมโหรตฺตึ, พุทฺโธ ตปติ เตชสา’’ติ.

ตตฺถ ทิวา ตปตีติ ทิวา วิโรจติ, รตฺตึ ปนสฺส คตมคฺโคปิ น ปญฺญายติ. จนฺทิมาติ จนฺโทปิ อพฺภาทีหิ วิมุตฺโต รตฺติเมว วิโรจติ, โน ทิวา. สนฺนทฺโธติ สุวณฺณมณิวิจิตฺเตหิ สพฺพาภรเณหิ ปฏิมณฺฑิโต จตุรงฺคินิยา เสนาย ปริกฺขิตฺโตว ราชา วิโรจติ, น อญฺญาตกเวเสน ฐิโต. ฌายีติ ขีณาสโว ปน คณํ วิโนเทตฺวา ฌายนฺโตว วิโรจติ. เตชสาติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน สีลเตเชน ทุสฺสีลฺยเตชํ, คุณเตเชน นิคฺคุณเตชํ, ปญฺญาเตเชน ทุปฺปญฺญเตชํ, ปุญฺญเตเชน อปุญฺญเตชํ, ธมฺมเตเชน อธมฺมเตชํ ปริยาทิยิตฺวา อิมินา ปญฺจวิเธน เตชสา นิจฺจกาลเมว วิโรจตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

อานนฺทตฺเถรวตฺถุ ปญฺจมํ.

๖. อญฺญตรพฺราหฺมณปพฺพชิตวตฺถุ

พาหิตปาโปติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ พฺราหฺมณปพฺพชิตํ อารพฺภ กเถสิ.

เอโก กิร พฺราหฺมโณ พาหิรกปพฺพชฺชาย ปพฺพชิตฺวา ‘‘สมโณ โคตโม อตฺตโน สาวเก ‘ปพฺพชิตา’ติ วทติ, อหญฺจมฺหิ ปพฺพชิโต, มมฺปิ โข เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. สตฺถา ‘‘นาหํ เอตฺตเกน ‘ปพฺพชิโต’ติ วทามิ, กิเลสมลานํ ปน ปพฺพาชิตตฺตา ปพฺพชิโต นาม โหตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๘๘. ‘‘พาหิตปาโปติ พฺราหฺมโณ, สมจริยา สมโณติ วุจฺจติ;

ปพฺพาชยมตฺตโน มลํ, ตสฺมา ปพฺพชิโตติ วุจฺจตี’’ติ.

ตตฺถ สมจริยาติ สพฺพากุสลานิ สเมตฺวา จรเณน. ตสฺมาติ ยสฺมา พาหิตปาปตาย พฺราหฺมโณ, อกุสลานิ สเมตฺวา จรเณน สมโณติ วุจฺจติ, ตสฺมา โย อตฺตโน ราคาทิมลํ ปพฺพาชยนฺโต วิโนเทนฺโต จรติ, โสปิ เตน ปพฺพาชเนน ปพฺพชิโตติ วุจฺจตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมณปพฺพชิโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

อญฺญตรพฺราหฺมณปพฺพชิตวตฺถุ ฉฏฺฐํ.

๗. สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ

น พฺราหฺมณสฺสาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

เอกสฺมึ กิร ฐาเน สมฺพหุลา มนุสฺสา ‘‘อโห อมฺหากํ, อยฺโย, ขนฺติพเลน สมนฺนาคโต, อญฺเญสุ อกฺโกสนฺเตสุ วา ปหรนฺเตสุ วา โกปมตฺตมฺปิ นตฺถี’’ติ เถรสฺส คุเณ กถยึสุ. อเถโก มิจฺฉาทิฏฺฐิโก พฺราหฺมโณ ‘‘โก เอส น กุชฺฌตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อมฺหากํ เถโร’’ติ. ‘‘นํ กุชฺฌาเปนฺโต น ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘นตฺเถตํ, พฺราหฺมณา’’ติ. ‘‘เตน หิ อหํ นํ กุชฺฌาเปสฺสามี’’ติ? ‘‘สเจ สกฺโกสิ, กุชฺฌาเปหี’’ติ. โส ‘‘โหตุ, ชานิสฺสามิสฺส กตฺตพฺพ’’นฺติ เถรํ ภิกฺขาย ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา ปจฺฉาภาเคน คนฺตฺวา ปิฏฺฐิมชฺเฌ มหนฺตํ ปาณิปฺปหารมทาสิ. เถโร ‘‘กึ นาเมต’’นฺติ อโนโลเกตฺวาว คโต. พฺราหฺมณสฺส สกลสรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ. โส ‘‘อโห คุณสมฺปนฺโน, อยฺโย’’ติ เถรสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ขมถ เม, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘กึ เอต’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘อหํ วีมํสนตฺถาย ตุเมฺห ปหริ’’นฺติ อาห. ‘‘โหตุ ขมามิ เต’’ติ. ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ขมถ, มม เคเหเยว นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ เถรสฺส ปตฺตํ คณฺหิ, เถโรปิ ปตฺตํ อทาสิ. พฺราหฺมโณ เถรํ เคหํ เนตฺวา ปริวิสิ.

มนุสฺสา กุชฺฌิตฺวา ‘‘อิมินา อมฺหากํ นิรปราโธ อยฺโย ปหโฏ, ทณฺเฑนปิสฺส โมกฺโข นตฺถิ, เอตฺเถว นํ มาเรสฺสามา’’ติ เลฑฺฑุทณฺฑาทิหตฺถา พฺราหฺมณสฺส เคหทฺวาเร อฏฺฐํสุ. เถโร อุฏฺฐาย คจฺฉนฺโต พฺราหฺมณสฺส หตฺเถ ปตฺตํ อทาสิ. มนุสฺสา ตํ เถเรน สทฺธึ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปตฺตํ คเหตฺวา พฺราหฺมณํ นิวตฺเตถา’’ติ อาหํสุ. กึ เอตํ อุปาสกาติ? พฺราหฺมเณน ตุเมฺห ปหฏา, มยมสฺส กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามาติ. กึ ปน ตุเมฺห อิมินา ปหฏา, อุทาหุ อหนฺติ? ตุเมฺห, ภนฺเตติ. ‘‘มํ เอส ปหริตฺวา ขมาเปสิ, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ มนุสฺเส อุยฺโยเชตฺวา พฺราหฺมณํ นิวตฺตาเปตฺวา เถโร วิหารเมว คโต. ภิกฺขู อุชฺฌายึสุ ‘‘กึ นาเมตํ สาริปุตฺตตฺเถโร เยน พฺราหฺมเณน ปหโฏ, ตสฺเสว เคเห นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ คเหตฺวา อาคโต. เถรสฺส ปหฏกาลโต ปฏฺฐาย อิทานิ โส กสฺส ลชฺชิสฺสติ, อวเสเส โปเถนฺโต วิจริสฺสตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณํ ปหรนฺโต นาม นตฺถิ, คิหิพฺราหฺมเณน ปน สมณพฺราหฺมโณ ปหโฏ ภวิสฺสติ, โกโธ นาเมส อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาตํ คจฺฉตี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๓๘๙. ‘‘น พฺราหฺมณสฺส ปหเรยฺย, นาสฺส มุญฺเจถ พฺราหฺมโณ;

ธี พฺราหฺมณสฺส หนฺตารํ, ตโต ธี ยสฺส มุญฺจติ.

๓๙๐. ‘‘น พฺราหฺมณสฺเสตทกิญฺจิ เสยฺโย, ยทา นิเสโธ มนโส ปิเยหิ;

ยโต ยโต หึสมโน นิวตฺตติ, ตโต ตโต สมฺมติเมว ทุกฺข’’นฺติ.

ตตฺถ ปหเรยฺยาติ ‘‘ขีณาสวพฺราหฺมโณหมสฺมี’’ติ ชานนฺโต ขีณาสวสฺส วา อญฺญตรสฺส วา ชาติพฺราหฺมณสฺส น ปหเรยฺย. นาสฺส มุญฺเจถาติ โสปิ ปหโฏ ขีณาสวพฺราหฺมโณ อสฺส ปหริตฺวา ฐิตสฺส เวรํ น มุญฺเจถ, ตสฺมึ โกปํ น กเรยฺยาติ อตฺโถ. ธี พฺราหฺมณสฺสาติ ขีณาสวพฺราหฺมณสฺส หนฺตารํ ครหามิ. ตโต ธีติ โย ปน ตํ ปหรนฺตํ ปฏิปหรนฺโต ตสฺส อุปริ เวรํ มุญฺจติ, ตํ ตโตปิ ครหามิเยว.

เอตทกิญฺจิ เสยฺโยติ ยํ ขีณาสวสฺส อกฺโกสนฺตํ วา อปจฺจกฺโกสนํ, ปหรนฺตํ วา อปฺปฏิปหรณํ, เอตํ ตสฺส ขีณาสวพฺราหฺมณสฺส น กิญฺจิ เสยฺโย, อปฺปมตฺตกํ เสยฺโย น โหติ, อธิมตฺตเมว เสยฺโยติ อตฺโถ. ยทา นิเสโธ มนโส ปิเยหีติ โกธนสฺส หิ โกธุปฺปาโทว มนโส ปิโย นาม. โกโธ หิ ปเนส มาตาปิตูสุปิ พุทฺธาทีสุปิ อปรชฺฌติ. ตสฺมา โย อสฺส เตหิ มนโส นิเสโธ โกธวเสน อุปฺปชฺชมานสฺส จิตฺตสฺส นิคฺคโห, เอตํ น กิญฺจิ เสยฺโยติ อตฺโถ. หึสมโนติ โกธมโน. โส ตสฺส ยโต ยโต วตฺถุโต อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺโต นิวตฺตติ. ตโต ตโตติ ตโต ตโต วตฺถุโต สกลมฺปิ วฏฺฏทุกฺขํ นิวตฺตติเยวาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ สตฺตมํ.

๘. มหาปชาปติโคตมีวตฺถุ

ยสฺส กาเยน วาจายาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มหาปชาปตึ โคตมึ อารพฺภ กเถสิ.

ภควตา หิ อนุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺเต อฏฺฐ ครุธมฺเม มณฺฑนกชาติโย ปุริโส สุรภิปุปฺผทามํ วิย สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สปริวารา มหาปชาปติ โคตมี อุปสมฺปทํ ลภิ, อญฺโญ ตสฺสา อุปชฺฌาโย วา อาจริโย วา นตฺถิ. เอวํ ลทฺธูปสมฺปทํ เถรึ อารพฺภ อปเรน สมเยน กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘มหาปชาปติยา โคตมิยา อาจริยุปชฺฌายา น ปญฺญายนฺติ, สหตฺเถเนว กาสายานิ คณฺหี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ภิกฺขุนิโย กุกฺกุจฺจายนฺติโย ตาย สทฺธึ เนว อุโปสถํ น ปวารณํ กโรนฺติ, ตา คนฺตฺวา ตถาคตสฺสปิ ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ตาสํ กถํ สุตฺวา ‘‘มยา มหาปชาปติยา โคตมิยา อฏฺฐ ครุธมฺมา ทินฺนา, อหเมวสฺสาจริโย, อหเมว อุปชฺฌาโย. กายทุจฺจริตาทิวิรหิเตสุ ขีณาสเวสุ กุกฺกุจฺจํ นาม น กาตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๓๙๑. ‘‘ยสฺส กาเยน วาจาย, มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ;

สํวุตํ ตีหิ ฐาเนหิ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ ทุกฺกฏนฺติ สาวชฺชํ ทุกฺขุทฺรยํ อปายสํวตฺตนิกํ กมฺมํ. ตีหิ ฐาเนหีติ เอเตหิ กายาทีหิ ตีหิ การเณหิ กายทุจฺจริตาทิปเวสนิวารณตฺถาย ทฺวารํ ปิหิตํ, ตํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

มหาปชาปติโคตมีวตฺถุ อฏฺฐมํ.

๙. สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ

ยมฺหาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิรายสฺมา อสฺสชิตฺเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘ยสฺสํ ทิสายํ เถโร วสตี’’ติ สุณาติ, ตโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห ตโตว สีสํ กตฺวา นิปชฺชติ. ภิกฺขู ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโก สาริปุตฺโต, อชฺชาปิ ทิสา นมสฺสมาโน วิจรตี’’ติ ตมตฺถํ ตถาคตสฺส อาโรเจสุํ. สตฺถา เถรํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, สาริปุตฺต, ทิสา นมสฺสนฺโต วิจรสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มม ทิสา นมสฺสนภาวํ วา อนมสฺสนภาวํ วา ตุเมฺหว ชานาถา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต ทิสา นมสฺสติ, อสฺสชิตฺเถรสฺส ปน สนฺติกา ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปตฺตตาย อตฺตโน อาจริยํ นมสฺสติ. ยญฺหิ อาจริยํ นิสฺสาย ภิกฺขุ ธมฺมํ วิชานาติ, เตน โส พฺราหฺมเณน อคฺคิ วิย สกฺกจฺจํ นมสฺสิตพฺโพเยวา’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๓๙๒. ‘‘ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺย, สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ;

สกฺกจฺจํ ตํ นมสฺเสยฺย, อคฺคิหุตฺตํว พฺราหฺมโณ’’ติ.

ตตฺถ อคฺคิหุตฺตํวาติ ยถา พฺราหฺมโณ อคฺคิหุตฺตํ สมฺมา ปริจรเณน เจว อญฺชลิกมฺมาทีหิ จ สกฺกจฺจํ นมสฺสติ, เอวํ ยมฺหา อาจริยา ตถาคตปเวทิตํ ธมฺมํ วิชาเนยฺย, ตํ สกฺกจฺจํ นมสฺเสยฺยาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ นวมํ.

๑๐. ชฏิลพฺราหฺมณวตฺถุ

น ชฏาหีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ชฏิลพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร ‘‘อหํ มาติโต จ ปิติโต จ สุชาโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺโต. สเจ สมโณ โคตโม อตฺตโน สาวเก พฺราหฺมณาติ วทติ, มมฺปิ นุ โข ตถา วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘นาหํ, พฺราหฺมณ, ชฏามตฺเตน, น ชาติโคตฺตมตฺเตน พฺราหฺมณํ วทามิ, ปฏิวิทฺธสจฺจเมว ปนาหํ พฺราหฺมโณติ วทามี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๓๙๓. ‘‘น ชฏาหิ น โคตฺเตน, น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ;

ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ, โส สุจี โส จ พฺราหฺมโณ’’ติ.

ตตฺถ สจฺจนฺติ ยสฺมึ ปุคฺคเล จตฺตาริ สจฺจานิ โสฬสหากาเรหิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตํ สจฺจญาณญฺเจว นววิโธ จ โลกุตฺตรธมฺโม อตฺถิ, โส สุจิ, โส พฺราหฺมโณ จาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ชฏิลพฺราหฺมณวตฺถุ ทสมํ.

๑๑. กุหกพฺราหฺมณวตฺถุ

กึ เตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา กูฏาคารสาลายํ วิหรนฺโต เอกํ วคฺคุลิวตํ กุหกพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร เวสาลินครทฺวาเร เอกํ กกุธรุกฺขํ อารุยฺห ทฺวีหิ ปาเทหิ รุกฺขสาขํ คณฺหิตฺวา อโธสิโร โอลมฺพนฺโต ‘‘กปิลานํ เม สตํ เทถ, กหาปเณ เทถ, ปริจาริกํ เทถ, โน เจ ทสฺสถ, อิโต ปติตฺวา มรนฺโต นครํ อนครํ กริสฺสามี’’ติ วทติ. ตถาคตสฺส ภิกฺขุสงฺฆปริวุตสฺส นครํ ปวิสนกาเล ภิกฺขู ตํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา นิกฺขมนกาเลปิ นํ ตเถว โอลมฺพนฺตํ ปสฺสึสุ. นาคราปิ ‘‘อยํ ปาโตว ปฏฺฐาย เอวํ โอลมฺพนฺโต ปติตฺวา มรนฺโต นครํ อนครํ กเรยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา นครวินาสภีตา ‘‘ยํ โส ยาจติ, สพฺพํ เทมา’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา อทํสุ. โส โอตริตฺวา สพฺพํ คเหตฺวา อคมาสิ. ภิกฺขู วิหารูปจาเร ตํ คาวึ วิย วิรวิตฺวา คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สญฺชานิตฺวา ‘‘ลทฺธํ เต, พฺราหฺมณ, ยถาปตฺถิต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ลทฺธํ เม’’ติ สุตฺวา อนฺโตวิหารํ คนฺตฺวา ตถาคตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว โส กุหกโจโร, ปุพฺเพปิ กุหกโจโรเยว อโหสิ. อิทานิ ปเนส พาลชนํ วญฺเจติ, ตทา ปน ปณฺฑิเต วญฺเจตุํ นาสกฺขี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตมาหริ.

อตีเต เอกํ กาสิกคามํ นิสฺสาย เอโก กุหกตาปโส วาสํ กปฺเปสิ. ตํ เอกํ กุลํ ปฏิชคฺคิ. ทิวา อุปฺปนฺนขาทนียโภชนียโต อตฺตโน ปุตฺตานํ วิย ตสฺสปิ เอกํ โกฏฺฐาสํ เทติ, สายํ อุปฺปนฺนโกฏฺฐาสํ ฐเปตฺวา ทุติยทิวเส เทติ. อเถกทิวสํ สายํ โคธมํสํ ลภิตฺวา สาธุกํ ปจิตฺวา ตโต โกฏฺฐาสํ ฐเปตฺวา ทุติยทิวเส ตสฺส อทํสุ. ตาปโส มํสํ ขาทิตฺวาว รสตณฺหาย พทฺโธ ‘‘กึ มํสํ นาเมต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โคธมํส’’นฺติ สุตฺวา ภิกฺขาย จริตฺวา สปฺปิทธิกฏุกภณฺฑาทีนิ คเหตฺวา ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา เอกมนฺตํ ฐเปสิ. ปณฺณสาลาย ปน อวิทูเร เอกสฺมึ วมฺมิเก โคธราชา วิหรติ. โส กาเลน กาลํ ตาปสํ วนฺทิตุํ อาคจฺฉติ. ตํทิวสํ ปเนส ‘‘ตํ วธิสฺสามี’’ติ ทณฺฑํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ตสฺส วมฺมิกสฺส อวิทูเร ฐาเน นิทฺทายนฺโต วิย นิสีทิ. โคธราชา วมฺมิกโต นิกฺขมิตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโตว อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘น เม อชฺช อาจริยสฺส อากาโร รุจฺจตี’’ติ ตโตว นิวตฺติ. ตาปโส ตสฺส นิวตฺตนภาวํ ญตฺวา ตสฺส มารณตฺถาย ทณฺฑํ ขิปิ, ทณฺโฑ วิรชฺฌิตฺวา คโต. โคธราชาปิ ธมฺมิกํ ปวิสิตฺวา ตโต สีสํ นีหริตฺวา อาคตมคฺคํ โอโลเกนฺโต ตาปสํ อาห –

‘‘สมณํ ตํ มญฺญมาโน, อุปคจฺฉิมสญฺญตํ;

โส มํ ทณฺเฑน ปาหาสิ, ยถา อสมโณ ตถา.

‘‘กึ เต ชฏาหิ ทุมฺเมธ, กึ เต อชินสาฏิยา;

อพฺภนฺตรํ เต คหนํ, พาหิรํ ปริมชฺชสี’’ติ. (ชา. ๑.๔.๙๗-๙๘);

อถ นํ ตาปโส อตฺตโน สนฺตเกน ปโลเภตุํ เอวมาห –

‘‘เอหิ โคธ นิวตฺตสฺสุ, ภุญฺช สาลีนโมทนํ;

เตลํ โลณญฺจ เม อตฺถิ, ปหูตํ มยฺห ปิปฺผลี’’ติ. (ชา. ๑.๔.๙๙);

ตํ สุตฺวา โคธราชา ‘‘ยถา ยถา ตฺวํ กเถสิ, ตถา ตถา เม ปลายิตุกามตาว โหตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘เอส ภิยฺโย ปเวกฺขามิ, วมฺมิกํ สตโปริสํ;

เตลํ โลณญฺจ กิตฺเตสิ, อหิตํ มยฺห ปิปฺผลี’’ติ. (ชา. ๑.๔.๑๐๐);

เอวญฺจ ปน วตฺวา ‘‘อหํ เอตฺตกํ กาลํ ตยิ สมณสญฺญํ อกาสึ, อิทานิ ปน เต มํ ปหริตุกามตาย ทณฺโฑ ขิตฺโต, ตสฺส ขิตฺตกาเลเยว อสมโณ ชาโต. กึ ตาทิสสฺส ทุปฺปญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส ชฏาหิ, กึ สขุเรน อชินจมฺเมน. อพฺภนฺตรญฺหิ เต คหนํ, เกวลํ พาหิรเมว ปริมชฺชสี’’ติ อาห. สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา ‘‘ตทา เอส กุหโก ตาปโส อโหสิ, โคธราชา ปน อหเมวา’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนตฺวา ตทา โคธปณฺฑิเตน ตสฺส นิคฺคหิตการณํ ทสฺเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๓๙๔. ‘‘กึ เต ชฏาหิ ทุมฺเมธ, กึ เต อชินสาฏิยา;

อพฺภนฺตรํ เต คหนํ, พาหิรํ ปริมชฺชสี’’ติ. (ชา. ๑.๔.๙๘);

ตตฺถ กึ เต ชฏาหีติ อมฺโภ ทุปฺปญฺญ ตว พทฺธาหิปิ อิมาหิ ชฏาหิ สขุราย นิวตฺถายปิ อิมาย อชินจมฺมสาฏิกาย จ กิมตฺโถติ. อพฺภนฺตรนฺติ อพฺภนฺตรญฺหิ เต ราคาทิกิเลสคหนํ, เกวลํ หตฺถิลณฺฑํ อสฺสลณฺฑํ วิย มฏฺฐํ พาหิรํ ปริมชฺชสีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

กุหกพฺราหฺมณวตฺถุ เอกาทสมํ.

๑๒. กิสาโคตมีวตฺถุ

ปํสุกูลธรนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต วิหรนฺโต กิสาโคตมึ อารพฺภ กเถสิ.

ตทา กิร สกฺโก ปฐมยามาวสาเน เทวปริสาย สทฺธึ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺเต สารณียธมฺมกถํ สุณนฺโต นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ กิสาโคตมี ‘‘สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อากาเสนาคนฺตฺวา สกฺกํ ทิสฺวา นิวตฺติ. โส ตํ วนฺทิตฺวา นิวตฺตนฺตึ ทิสฺวา สตฺถารํ ปุจฺฉิ – ‘‘กา นาเมสา, ภนฺเต, อาคจฺฉมานาว ตุเมฺห ทิสฺวา นิวตฺตตี’’ติ? สตฺถา ‘‘กิสาโคตมี นาเมสา, มหาราช, มม ธีตา ปํสุกูลิกตฺเถรีนํ อคฺคา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๙๕. ‘‘ปํสุกูลธรํ ชนฺตุํ, กิสํ ธมนิสนฺถตํ;

เอกํ วนสฺมึ ฌายนฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ กิสนฺติ ปํสุกูลิกา หิ อตฺตโน อนุรูปํ ปฏิปทํ ปูเรนฺตา อปฺปมํสโลหิตา เจว โหนฺติ ธมนิสนฺถตคตฺตา จ, ตสฺมา เอวมาห. เอกํ วนสฺมินฺติ วิวิตฺตฏฺฐาเน เอกกํ วนสฺมึ ฌายนฺตํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

กิสาโคตมีวตฺถุ ทฺวาทสมํ.

๑๓. เอกพฺราหฺมณวตฺถุ

น จาหนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร ‘‘สมโณ โคตโม อตฺตโน สาวเก พฺราหฺมณาติ วทติ อหญฺจมฺหิ พฺราหฺมณโยนิยํ นิพฺพตฺโต, มมฺปิ นุ โข เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘นาหํ, พฺราหฺมณ, พฺราหฺมณโยนิยํ นิพฺพตฺตมตฺเตเนวํ วทามิ, โย ปน อกิญฺจโน อคหโณ, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๙๖. ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภวํ;

โภวาทิ นาม โส โหติ, สเจ โหติ สกิญฺจโน;

อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ โยนิชนฺติ โยนิยํ ชาตํ. มตฺติสมฺภวนฺติ พฺราหฺมณิยา มาตุ สนฺตเก อุทรสฺมึ สมฺภูตํ. โภวาทีติ โส ปน อามนฺตนาทีสุ ‘‘โภ, โภ’’ติ วตฺวา วิจรนฺโต โภวาทิ นาม โหติ, สเจ ราคาทีหิ กิญฺจเนหิ สกิญฺจโน. อหํ ปน ราคาทีหิ อกิญฺจนํ จตูหิ อุปาทาเนหิ อนาทานํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

เอกพฺราหฺมณวตฺถุ เตรสมํ.

๑๔. อุคฺคเสนเสฏฺฐิปุตฺตวตฺถุ

สพฺพสํโยชนนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อุคฺคเสนํ นาม เสฏฺฐิปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ‘‘มุญฺจ ปุเร มุญฺจ ปจฺฉโต’’ติ (ธ. ป. ๓๔๘) คาถาวณฺณนาย วิตฺถาริตเมว.

ตทา หิ สตฺถา, ‘‘ภนฺเต, อุคฺคเสโน ‘น ภายามี’ติ วทติ, อภูเตน มญฺเญ อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ ภิกฺขูหิ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, มม ปุตฺตสทิสา ฉินฺนสํโยชนา น ภายนฺติเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๙๗. ‘‘สพฺพสํโยชนํ เฉตฺวา, โย เว น ปริตสฺสติ;

สงฺคาติคํ วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ สพฺพสํโยชนนฺติ ทสวิธสํโยชนํ. น ปริตสฺสตีติ ตณฺหาย น ภายติ. ตมหนฺติ ตํ อหํ ราคาทีนํ สงฺคานํ อตีตตฺตา สงฺคาติคํ, จตุนฺนมฺปิ โยคานํ อภาเวน วิสํยุตฺตํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

อุคฺคเสนเสฏฺฐิปุตฺตวตฺถุ จุทฺทสมํ.

๑๕. เทฺวพฺราหฺมณวตฺถุ

เฉตฺวา นทฺธินฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทฺว พฺราหฺมเณ อารพฺภ กเถสิ.

เตสุ กิเรกสฺส จูฬโรหิโต นาม โคโณ อโหสิ, เอกสฺส มหาโรหิโต นาม. เต เอกทิวสํ ‘‘ตว โคโณ พลวา, มม โคโณ พลวา’’ติ วิวทิตฺวา ‘‘กึ โน วิวาเทน, ปาเชตฺวา ชานิสฺสามา’’ติ อจิรวตีตีเร สกฏํ วาลุกาย ปูเรตฺวา โคเณ โยชยึสุ. ตสฺมึ ขเณ ภิกฺขูปิ นฺหายิตุํ ตตฺถ คตา โหนฺติ. พฺราหฺมณา โคเณ ปาเชสุํ. สกฏํ นิจฺจลํ อฏฺฐาสิ, นทฺธิวรตฺตา ปน ฉิชฺชึสุ. ภิกฺขู ทิสฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ สตฺถุ อาโรจยึสุ. สตฺถา, ‘‘ภิกฺขเว, พาหิรา เอตา นทฺธิวรตฺตา, โย โกจิ เอตา ฉินฺทเตว, ภิกฺขุนา ปน อชฺฌตฺติกํ โกธนทฺธิญฺเจว ตณฺหาวรตฺตญฺจ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๙๘. ‘‘เฉตฺวา นทฺธึ วรตฺตญฺจ, สนฺทานํ สหนุกฺกมํ;

อุกฺขิตฺตปลิฆํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ นทฺธินฺติ นยฺหนภาเวน ปวตฺตํ โกธํ. วรตฺตนฺติ พนฺธนภาเวน ปวตฺตํ ตณฺหํ. สนฺทานํ สหนุกฺกมนฺติ อนุสยานุกฺกมสหิตํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิสนฺทานํ, อิทํ สพฺพมฺปิ ฉินฺทิตฺวา ฐิตํ อวิชฺชาปลิฆสฺส อุกฺขิตฺตตฺตา อุกฺขิตฺตปลิฆํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา พุทฺธํ ตํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

เทฺวพฺราหฺมณวตฺถุ ปนฺนรสมํ.

๑๖. อกฺโกสกภารทฺวาชวตฺถุ

อกฺโกสนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อกฺโกสกภารทฺวาชํ อารพฺภ กเถสิ.

ตสฺส หิ ภาตุ ภารทฺวาชสฺส ธนญฺชานี นาม พฺราหฺมณี โสตาปนฺนา อโหสิ. สา ขีปิตฺวาปิ กาสิตฺวาปิ ปกฺขลิตฺวาปิ ‘‘นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ. สา เอกทิวสํ พฺราหฺมณปริเวสนาย ปวตฺตมานาย ปกฺขลิตฺวา ตเถว มหาสทฺเทน อุทานํ อุทาเนสิ. พฺราหฺมโณ กุชฺฌิตฺวา ‘‘เอวเมวายํ วสลี ยตฺถ วา ตตฺถ วา ปกฺขลิตฺวา ตสฺส มุณฺฑกสฺส สมณกสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติ วตฺวา ‘‘อิทานิ เต, วสลิ, คนฺตฺวา ตสฺส สตฺถุโน วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ สา ‘‘คจฺฉ, พฺราหฺมณ, นาหํ ตํ ปสฺสามิ, โย ตสฺส ภควโต วาทํ อาโรเปยฺย, อปิ จ คนฺตฺวา ตํ ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉสฺสู’’ติ อาห. โส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อวนฺทิตฺวาว เอกมนฺตํ ฐิโต ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต อิมํ คาถมาห –

‘‘กึสุ เฉตฺวา สุขํ เสติ, กึสุ เฉตฺวา น โสจติ;

กิสฺสสฺสุ เอกธมฺมสฺส, วธํ โรเจสิ โคตมา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๘๗);

อถสฺส ปญฺหํ พฺยากโรนฺโต สตฺถา อิมํ คาถมาห –

‘‘โกธํ เฉตฺวา สุขํ เสติ, โกธํ เฉตฺวา น โสจติ;

โกธสฺส วิสมูลสฺส, มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณ;

วธํ อริยา ปสํสนฺติ, ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๘๗);

โส สตฺถริ ปสีทิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถสฺส กนิฏฺโฐ อกฺโกสกภารทฺวาโช ‘‘ภาตา กิร เม ปพฺพชิโต’’ติ สุตฺวา กุทฺโธ อาคนฺตฺวา สตฺถารํ อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺโกสิ. โสปิ สตฺถารา อติถีนํ ขาทนียาทิทานโอปมฺเมน สญฺญตฺโต สตฺถริ ปสนฺโน ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อปเรปิสฺส สุนฺทริกภารทฺวาโช พิลิงฺคกภารทฺวาโชติ เทฺว กนิฏฺฐภาตโร สตฺถารํ อกฺโกสนฺตาว สตฺถารา วินีตา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.

อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ, ‘‘อาวุโส, อจฺฉริยา วต พุทฺธคุณา, จตูสุ นาม ภาติเกสุ อกฺโกสนฺเตสุ สตฺถา กิญฺจิ อวตฺวา เตสํเยว ปติฏฺฐา ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, อหํ มม ขนฺติพเลน สมนฺนาคตตฺตา ทุฏฺเฐสุ อทุสฺสนฺโต มหาชนสฺส ปติฏฺฐา โหมิเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –