๙. เวสฺสนฺตรจริยาวณฺณนา

๖๗. นวเม ยา เม อโหสิ ชนิกาติ เอตฺถ เมติ เวสฺสนฺตรภูตํ อตฺตานํ สนฺธาย สตฺถา วทติ. เตเนวาห – ‘‘ผุสฺสตี นาม ขตฺติยา’’ติ. ตทา หิสฺส มาตา ‘‘ผุสฺสตี’’ติ เอวํนามิกา ขตฺติยานี อโหสิ. สา อตีตาสุ ชาตีสูติ สา ตโต อนนฺตราตีตชาติยํ. เอกตฺเถ หิ เอตํ พหุวจนํ. สกฺกสฺส มเหสี ปิยา อโหสีติ สมฺพนฺโธ. อถ วา ยา เม อโหสิ ชนิกา อิมสฺมึ จริมตฺตภาเว, สา อตีตาสุ ชาตีสุ ผุสฺสตี นาม, ตตฺถ อตีตาย ชาติยา ขตฺติยา, ยตฺถาหํ ตสฺสา กุจฺฉิมฺหิ เวสฺสนฺตโร หุตฺวา นิพฺพตฺตึ, ตโต อนนฺตราตีตาย สกฺกสฺส มเหสี ปิยา อโหสีติ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา –

อิโต หิ เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสี นาม สตฺถา โลเก อุทปาทิ. ตสฺมึ พนฺธุมตีนครํ อุปนิสฺสาย เขเม มิคทาเย วิหรนฺเต พนฺธุมา ราชา เกนจิ รญฺญา เปสิตํ มหคฺฆํ จนฺทนสารํ อตฺตโน เชฏฺฐธีตาย อทาสิ. สา เตน สุขุมํ จนฺทนจุณฺณํ กาเรตฺวา สมุคฺคํ ปูเรตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ปูเชตฺวา เสสจุณฺณานิ คนฺธกุฏิยํ วิกิริตฺวา ‘‘ภนฺเต, อนาคเต ตุมฺหาทิสสฺส พุทฺธสฺส มาตา ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สา ตโต จุตา ตสฺสา จนฺทนจุณฺณปูชาย ผเลน รตฺตจนฺทนปริปฺโผสิเตน วิย สรีเรน เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตี ตาวตึสภวเน สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อคฺคมเหสี หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อถสฺสา อายุปริโยสาเน ปุพฺพนิมิตฺเตสุ อุปฺปนฺเนสุ สกฺโก เทวราชา ตสฺสา ปริกฺขีณายุกตํ ญตฺวา ตสฺสา อนุกมฺปาย ‘‘ภทฺเท, ผุสฺสติ ทส เต วเร ทมฺมิ, เต คณฺหสฺสู’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ –

๖๘. ‘‘ตสฺสา อายุกฺขยํ ญตฺวา, เทวินฺโท เอตทพฺรวิ;

‘ททามิ เต ทส วเร, วร ภทฺเท ยทิจฺฉสี’’’ติ.

ตตฺถ วราติ วรสฺสุ วรํ คณฺห. ภทฺเท, ยทิจฺฉสีติ, ภทฺเท, ผุสฺสติ ยํ อิจฺฉสิ ยํ ตว ปิยํ, ตํ ทสหิ โกฏฺฐาเสหิ ‘‘วรํ วรสฺสุ ปฏิคฺคณฺหาหี’’ติ วทติ.

๖๙. ปุนิทมพฺรวีติ ปุน อิทํ สา อตฺตโน จวนธมฺมตํ อชานนฺตี ‘‘กึ นุ เม อปราธตฺถี’’ติอาทิกํ อภาสิ. สา หิ ปมตฺตา หุตฺวา อตฺตโน อายุกฺขยํ อชานนฺตี อยํ ‘‘วรํ คณฺหา’’ติ วทนฺโต ‘‘กตฺถจิ มม อุปฺปชฺชนํ อิจฺฉตี’’ติ ญตฺวา เอวมาห. ตตฺถ อปราธตฺถีติ อปราโธ อตฺถิ. กึ นุ เทสฺสา อหํ ตวาติ กึ การณํ อหํ ตว เทสฺสา กุชฺฌิตพฺพา อปฺปิยา ชาตา. รมฺมา จาเวสิ มํ ฐานาติ รมณียา อิมสฺมา ฐานา จาเวสิ. วาโตว ธรณีรุหนฺติ เยน พลวา มาลุโต วิย รุกฺขํ อุมฺมูเลนฺโต อิมมฺหา เทวโลกา จาเวตุกาโมสิ กึ นุ การณนฺติ ตํ ปุจฺฉติ.

๗๐. ตสฺสิทนฺติ ตสฺสา อิทํ. น เจว เต กตํ ปาปนฺติ น เจว ตยา กิญฺจิ ปาปํ กตํ เยน เต อปราโธ สิยา. น จ เม ตฺวํสิ อปฺปิยาติ มม ตฺวํ น จาปิ อปฺปิยา, เยน เทสฺสา นาม มม อปฺปิยาติ อธิปฺปาโย.

๗๑. อิทานิ เยน อธิปฺปาเยน วเร ทาตุกาโม, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺตกํเยว เต อายุ, จวนกาโล ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา วเร คณฺหาเปนฺโต ‘‘ปฏิคฺคณฺห มยา ทินฺเน, วเร ทส วรุตฺตเม’’ติ อาห.

ตตฺถ วรุตฺตเมติ วเรสุ อุตฺตเม อคฺควเร.

๗๒. ทินฺนวราติ ‘‘วเร ทสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญาทานวเสน ทินฺนวรา. ตุฏฺฐหฏฺฐาติ อิจฺฉิตลาภปริโตเสน ตุฏฺฐา เจว ตสฺส จ สิขาปฺปตฺติทสฺสเนน หาสวเสน หฏฺฐา จ. ปโมทิตาติ พลวปาโมชฺเชน ปมุทิตา. มมํ อพฺภนฺตรํ กตฺวาติ เตสุ วเรสุ มํ อพฺภนฺตรํ กริตฺวา. ทส วเร วรีติ สา อตฺตโน ขีณายุกภาวํ ญตฺวา สกฺเกน วรทานตฺถํ กโตกาสา สกลชมฺพุทีปตลํ โอโลเกนฺตี อตฺตโน อนุจฺฉวิกํ สิวิรญฺโญ นิเวสนํ ทิสฺวา ตตฺถ ตสฺส อคฺคมเหสิภาโว นีลเนตฺตตา นีลภมุกตา ผุสฺสตีตินามํ คุณวิเสสยุตฺตปุตฺตปฏิลาโภ อนุนฺนตกุจฺฉิภาโว อลมฺพตฺถนตา อปลิตภาโว สุขุมจฺฉวิตา วชฺฌชนานํ โมจนสมตฺถตา จาติ อิเม ทส วเร คณฺหิ.

อิติ สา ทส วเร คเหตฺวา ตโต จุตา มทฺทรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. ชายมานา จ สา จนฺทนจุณฺณปริปฺโผสิเตน วิย สรีเรน ชาตา. เตนสฺสา นามคฺคหณทิวเส ‘‘ผุสฺสตี’’ เตฺวว นามํ กรึสุ. สา มหนฺเตน ปริวาเรน วฑฺฒิตฺวา โสฬสวสฺสกาเล อุตฺตมรูปธรา อโหสิ. อถ นํ เชตุตฺตรนคเร สิวิมหาราชา ปุตฺตสฺส สญฺชยกุมารสฺสตฺถาย อาเนตฺวา เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ตํ โสฬสนฺนํ อิตฺถิสหสฺสานํ เชฏฺฐกํ กตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. เตน วุตฺตํ –

๗๓. ‘‘ตโต จุตา สา ผุสฺสตี, ขตฺติเย อุปปชฺชถ;

เชตุตฺตรมฺหิ นคเร, สญฺชเยน สมาคมี’’ติ.

สา สญฺชยรญฺโญ ปิยา อโหสิ มนาปา. อถ สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ‘‘มยา ผุสฺสติยา ทินฺนวเรสุ นว วรา สมิทฺธา’’ติ ทิสฺวา ‘‘ปุตฺตวโร น สมิทฺโธ, ตมฺปิสฺสา สมิชฺฌาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา โพธิสตฺตํ ตทา ตาวตึสเทวโลเก ขีณายุกํ ทิสฺวา ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘มาริส, ตยา มนุสฺสโลเก สิวิสญฺชยรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตสฺส เจว อญฺเญสญฺจ จวนธมฺมานํ สฏฺฐิสหสฺสานํ เทวปุตฺตานํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต. มหาสตฺโตปิ ตโต จวิตฺวา ตตฺถุปฺปนฺโน. เสสา เทวปุตฺตาปิ สฏฺฐิสหสฺสานํ อมจฺจานํ เคเหสุ นิพฺพตฺตึสุ. มหาสตฺเต กุจฺฉิคเต ผุสฺสติเทวี จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ นิเวสนทฺวาเรติ ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชตฺวา ทานํ ทาตุํ โทหฬินี อโหสิ. ราชา ตสฺสา โทหฬํ สุตฺวา เนมิตฺตเก พฺราหฺมเณ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิตฺวา ‘‘มหาราช, เทวิยา กุจฺฉิมฺหิ ทานาภิรโต อุฬาโร สตฺโต อุปฺปนฺโน, ทาเนน ติตฺตึ น ปาปุณิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ตุฏฺฐมานโส วุตฺตปฺปการํ ทานํ ปฏฺฐเปสิ. สมณพฺราหฺมณชิณฺณาตุรกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจเก สนฺตปฺเปสิ. โพธิสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย รญฺโญ อายสฺส ปมาณํ นาโหสิ. ตสฺส ปุญฺญานุภาเวน สกลชมฺพุทีเป ราชาโน ปณฺณาการํ ปหิณนฺติ. เตน วุตฺตํ –

๗๔. ‘‘ยทาหํ ผุสฺสติยา กุจฺฉึ, โอกฺกนฺโต ปิยมาตุยา;

มม เตเชน เม มาตา, ตทา ทานรตา อหุ.

๗๕. ‘‘อธเน อาตุเร ชิณฺเณ, ยาจเก อทฺธิเก ชเน;

สมเณ พฺราหฺมเณ ขีเณ, เทติ ทานํ อกิญฺจเน’’ติ;

ตตฺถ มม เตเชนาติ มม ทานชฺฌาสยานุภาเวน. ขีเณติ โภคาทีหิ ปริกฺขีเณ ปาริชุญฺญปฺปตฺเต. อกิญฺจเนติ อปริคฺคเห. สพฺพตฺถ วิสเย ภุมฺมํ. อธนาทโย หิ ทานธมฺมสฺส ปวตฺติยา วิสโย.

เทวี มหนฺเตน ปริหาเรน คพฺภํ ธาเรนฺตี ทสมาเส ปริปุณฺเณ นครํ ทฏฺฐุกามา หุตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา เทวนครํ วิย นครํ อลงฺการาเปตฺวา เทวึ รถวรํ อาโรเปตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กาเรสิ. ตสฺสา เวสฺสวีถิยา มชฺฌปฺปตฺตกาเล กมฺมชวาตา จลึสุ. อมจฺจา รญฺโญ อาโรเจสุํ. โส เวสฺสวีถิยํเยวสฺสา สูติฆรํ กาเรตฺวา อารกฺขํ คณฺหาเปสิ. สา ตตฺถ ปุตฺตํ วิชายิ. เตนาห –

๗๖. ‘‘ทสมาเส ธารยิตฺวาน, กโรนฺเต ปุรํ ปทกฺขิณํ;

เวสฺสานํ วีถิยา มชฺเฌ, ชเนสิ ผุสฺสตี มมํ.

๗๗. ‘‘น มยฺหํ มตฺติกํ นามํ, นาปิ เปตฺติกสมฺภวํ.

ชาเตตฺถ เวสฺสวีถิยํ, ตสฺมา เวสฺสนฺตโร อหู’’ติ.

ตตฺถ กโรนฺเต ปุรํ ปทกฺขิณนฺติ เทวึ คเหตฺวา สญฺชยมหาราเช นครํ ปทกฺขิณํ กุรุมาเน. เวสฺสานนฺติ วาณิชานํ.

น มตฺติกํ นามนฺติ น มาตุอาคตํ มาตามหาทีนํ นามํ. เปตฺติกสมฺภวนฺติ ปิตุ อิทนฺติ เปตฺติกํ, สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโว, ตํ เปตฺติกํ สมฺภโว เอตสฺสาติ เปตฺติกสมฺภวํ, นามํ. มาตาปิตุสมฺพนฺธวเสน น กตนฺติ ทสฺเสติ. ชาเตตฺถาติ ชาโต เอตฺถ. ‘‘ชาโตมฺหี’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺมา เวสฺสนฺตโร อหูติ ยสฺมา ตทา เวสฺสวีถิยํ ชาโต, ตสฺมา เวสฺสนฺตโร นาม อโหสิ, เวสฺสนฺตโรติ นามํ อกํสูติ อตฺโถ.

มหาสตฺโต มาตุ กุจฺฉิโต นิกฺขมนฺโต วิสโท หุตฺวา อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวาว นิกฺขมิ. นิกฺขนฺตมตฺเต เอว มาตุ หตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘อมฺม, ทานํ ทสฺสามิ, อตฺถิ กิญฺจี’’ติ อาห. อถสฺส มาตา ‘‘ตาต, ยถาชฺฌาสยํ ทานํ เทหี’’ติ หตฺถสมีเป สหสฺสตฺถวิกํ ฐเปสิ. โพธิสตฺโต หิ อุมฺมงฺคชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๕๙๐ อาทโย) อิมสฺมึ ชาตเก ปจฺฉิมตฺตภาเวติ ตีสุ ฐาเนสุ ชาตมตฺโตว กเถสิ. ราชา มหาสตฺตสฺส อติทีฆาทิโทสวิวชฺชิตา มธุรขีรา จตุสฏฺฐิธาติโย อุปฏฺฐาเปสิ. เตน สทฺธึ ชาตานํ สฏฺฐิยา ทารกสหสฺสานมฺปิ ธาติโย ทาเปสิ. โส สฏฺฐิทารกสหสฺเสหิ สทฺธึ มหนฺเตน ปริวาเรน วฑฺฒติ. ตสฺส ราชา สตสหสฺสคฺฆนกํ กุมารปิฬนฺธนํ การาเปตฺวา อทาสิ. โส จตุปญฺจวสฺสิกกาเล ตํ โอมุญฺจิตฺวา ธาตีนํ ทตฺวา ปุน ตาหิ ทียมานํ น คณฺหาติ. ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘มม ปุตฺเตน ทินฺนํ สุทินฺน’’นฺติ วตฺวา อปรมฺปิ กาเรสิ. ตมฺปิ เทติ. ทารกกาเลเยว ธาตีนํ นววาเร ปิฬนฺธนํ อทาสิ.

อฏฺฐวสฺสิกกาเล ปน สยนปีเฐ นิสินฺโน จินฺเตสิ – ‘‘อหํ พาหิรกทานํ เทมิ, น ตํ มํ ปริโตเสติ, อชฺฌตฺติกทานํ ทาตุกาโมมฺหิ. สเจ หิ มํ โกจิ หทยํ ยาเจยฺย, หทยํ นีหริตฺวา ทเทยฺยํ. สเจ อกฺขีนิ ยาเจยฺย, อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา ทเทยฺยํ. สเจ สกลสรีเร มํสํ รุธิรมฺปิ วา ยาเจยฺย, สกลสรีรโต มํสํ ฉินฺทิตฺวา รุธิรมฺปิ อสินา วิชฺฌิตฺวา ทเทยฺยํ. อถาปิ โกจิ ‘ทาโส เม โหหี’ติ วเทยฺย, อตฺตานํ ตสฺส สาเวตฺวา ทเทยฺย’’นฺติ. ตสฺเสวํ สภาวํ สรสํ จินฺเตนฺตสฺส จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา อยํ มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา กมฺปิ. สิเนรุปพฺพตราชา โอนมิตฺวา เชตุตฺตรนคราภิมุโข อฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ –

๗๘. ‘‘ยทาหํ ทารโก โหมิ, ชาติยา อฏฺฐวสฺสิโก;

ตทา นิสชฺช ปาสาเท, ทานํ ทาตุํ วิจินฺตยึ.

๗๙. ‘‘หทยํ ทเทยฺยํ จกฺขุํ, มํสมฺปิ รุธิรมฺปิ จ;

ทเทยฺยํ กายํ สาเวตฺวา, ยทิ โกจิ ยาจเย มมํ.

๘๐. ‘‘สภาวํ จินฺตยนฺตสฺส, อกมฺปิตมสณฺฐิตํ;

อกมฺปิ ตตฺถ ปถวี, สิเนรุวนวฏํสกา’’ติ.

ตตฺถ สาเวตฺวาติ ‘‘อชฺช ปฏฺฐาย อหํ อิมสฺส ทาโส’’ติ ทาสภาวํ สาเวตฺวา. ยทิ โกจิ ยาจเย มมนฺติ โกจิ มํ ยทิ ยาเจยฺย. สภาวํ จินฺตยนฺตสฺสาติ อวิปรีตํ อตฺตโน ยถาภูตํ สภาวํ อติตฺติมํ ยถาชฺฌาสยํ จินฺเตนฺตสฺส มม, มยิ จินฺเตนฺเตติ อตฺโถ. อกมฺปิตนฺติ กมฺปิตรหิตํ. อสณฺฐิตนฺติ สงฺโกจรหิตํ. เยน หิ โลภาทินา อโพธิสตฺตานํ จกฺขาทิทาเน จิตฺตุตฺราสสงฺขาตํ กมฺปิตํ สงฺโกจสงฺขาตํ สณฺฐิตญฺจ สิยา, เตน วินาติ อตฺโถ. อกมฺปีติ อจลิ. สิเนรุวนวฏํสกาติ สิเนรุมฺหิ อุฏฺฐิตนนฺทนวนผารุสกวนมิสฺสกวนจิตฺตลตาวนาทิกปฺปกตรุวนํ สิเนรุวนํ. อถ วา สิเนรุ จ ชมฺพุทีปาทีสุ รมณียวนญฺจ สิเนรุวนํ, ตํ วนํ วฏํสกํ เอติสฺสาติ สิเนรุวนวฏํสกา.

เอวญฺจ ปถวิกมฺปเน วตฺตมาเน มธุรคมฺภีรเทโว คชฺชนฺโต ขณิกวสฺสํ วสฺสิ, วิชฺชุลตา นิจฺฉรึสุ, มหาสมุทฺโท อุพฺภิชฺชิ, สกฺโก เทวราชา อปฺโผเฏสิ, มหาพฺรหฺมา สาธุการมทาสิ, ยาว พฺรหฺมโลกา เอกโกลาหลํ อโหสิ. มหาสตฺโต โสฬสวสฺสกาเลเยว สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปาปุณิ. ตสฺส ปิตา รชฺชํ ทาตุกาโม มาตรา สทฺธึ มนฺเตตฺวา มทฺทราชกุลโต มาตุลธีตรํ มทฺทึ นาม ราชกญฺญํ อาเนตฺวา โสฬสนฺนํ อิตฺถิสหสฺสานํ เชฏฺฐกํ อคฺคมเหสึ กตฺวา มหาสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจิ. มหาสตฺโต รชฺเช ปติฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชตฺวา มหาทานํ ปวตฺเตนฺโต อนฺวทฺธมาสํ ทานํ โอโลเกตุํ อุปสงฺกมติ. อปรภาเค มทฺทิเทวี ปุตฺตํ วิชายิ. ตํ กญฺจนชาเลน สมฺปฏิจฺฉึสุ, เตนสฺส ‘‘ชาลิกุมาโร’’เตฺวว นามํ กรึสุ. ตสฺส ปทสา คมนกาเล สา ธีตรํ วิชายิ. ตํ กณฺหาชิเนน สมฺปฏิจฺฉึสุ, เตนสฺสา ‘‘กณฺหาชินา’’เตฺวว นามํ กรึสุ. เตน วุตฺตํ –

๘๑. ‘‘อนฺวทฺธมาเส ปนฺนรเส, ปุณฺณมาเส อุโปสเถ;

ปจฺจยํ นาคมารุยฺห, ทานํ ทาตุํ อุปาคมิ’’นฺติ.

ตตฺถ อนฺวทฺธมาเสติ อนุอทฺธมาเส, อทฺธมาเส อทฺธมาเสติ อตฺโถ. ปุณฺณมาเสติ ปุณฺณมาสิยํ, มาสปริปูริยา จนฺทปริปูริยา จ สมนฺนาคเต ปนฺนรเส ทานํ ทาตุํ อุปาคมินฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺรายํ โยชนา – ปจฺจยํ นาคมารุยฺห อทฺธมาเส อทฺธมาเส ทานํ ทาตุํ ทานสาลํ อุปาคมึ, เอวํ อุปคจฺฉนฺโต จ ยทา เอกสฺมึ ปนฺนรเส ปุณฺณมาสิอุโปสเถ ทานํ ทาตุํ อุปาคมึ, ตทา กลิงฺครฏฺฐวิสยา พฺราหฺมณา อุปคญฺฉุ มนฺติ ตตฺถ ปจฺจยํ นาคนฺติ ปจฺจยนามกํ มงฺคลหตฺถึ. โพธิสตฺตสฺส หิ ชาตทิวเส เอกา อากาสจารินี กเรณุกา อภิมงฺคลสมฺมตํ สพฺพเสตหตฺถิโปตกํ อาเนตฺวา มงฺคลหตฺถิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปกฺกามิ. ตสฺส มหาสตฺตํ ปจฺจยํ กตฺวา ลทฺธตฺตา ‘‘ปจฺจโย’’เตฺวว นามํ กรึสุ. ตํ ปจฺจยนามกํ โอปวยฺหํ หตฺถินาคํ อารุยฺห ทานํ ทาตุํ อุปาคมินฺติ. เตน วุตฺตํ –

๘๒. ‘‘กลิงฺครฏฺฐวิสยา, พฺราหฺมณา อุปคญฺฉุ มํ;

อยาจุํ มํ หตฺถินาคํ, ธญฺญํ มงฺคลสมฺมตํ.

๘๓. ‘‘อวุฏฺฐิโก ชนปโท, ทุพฺภิกฺโข ฉาตโก มหา;

ททาหิ ปวรํ นาคํ, สพฺพเสตํ คชุตฺตม’’นฺติ.

ตตฺถ ‘‘กลิงฺครฏฺฐวิสยา’’ติอาทิคาถา เหฏฺฐา กุรุราชจริเตปิ (จริยา. ๑.๒๑-๒๒) อาคตา เอว, ตสฺมา ตาสํ อตฺโถ กถามคฺโค จ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อิธ ปน มงฺคลหตฺถิโน เสตตฺตา ‘‘สพฺพเสตํ คชุตฺตม’’นฺติ วุตฺตํ. โพธิสตฺโต หตฺถิกฺขนฺธวรคโต –

๘๔. ‘‘ททามิ น วิกมฺปามิ, ยํ มํ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา;

สนฺตํ นปฺปฏิคูหามิ, ทาเน เม รมเต มโน’’ติ. –

อตฺตโน ทานาภิรตึ ปเวเทนฺโต –

๘๕. ‘‘น เม ยาจกมนุปฺปตฺเต, ปฏิกฺเขโป อนุจฺฉโว;

มา เม ภิชฺชิ สมาทานํ, ทสฺสามิ วิปุลํ คช’’นฺติ. (จริยา. ๑.๒๓) –

ปฏิชานิตฺวา หตฺถิกฺขนฺธโต โอรุยฺห อนลงฺกตฏฺฐานํ โอโลกนตฺถํ อนุปริยายิตฺวา อนลงฺกตฏฺฐานํ อทิสฺวา กุสุมมิสฺสคนฺโธทกภริตํ สุวณฺณภิงฺคารํ คเหตฺวา ‘‘โภนฺโต อิโต เอถา’’ติ อลงฺกตรชตทามสทิสํ หตฺถิโสณฺฑํ เตสํ หตฺเถ ฐเปตฺวา อุทกํ ปาเตตฺวา อลงฺกตวารณํ อทาสิ. เตน วุตฺตํ –

๘๖. ‘‘นาคํ คเหตฺวา โสณฺฑาย, ภิงฺคาเร รตนามเย;

ชลํ หตฺเถ อากิริตฺวา, พฺราหฺมณานํ อทํ คช’’นฺติ. (จริยา. ๑.๒๔);

ตตฺถ สนฺตนฺติ วิชฺชมานํ เทยฺยธมฺมํ. นปฺปฏิคูหามีติ น ปฏิจฺฉาเทมิ. โย หิ อตฺตโน สนฺตกํ ‘‘มยฺหเมว โหตู’’ติ จินฺเตติ, ยาจิโต วา ปฏิกฺขิปติ, โส ยาจกานํ อภิมุเข ฐิตมฺปิ อตฺถโต ปฏิจฺฉาเทติ นาม. มหาสตฺโต ปน อตฺตโน สีสํ อาทึ กตฺวา อชฺฌตฺติกทานํ ทาตุกาโมว, กถํ พาหิรํ ปฏิกฺขิปติ, ตสฺมา อาห ‘‘สนฺตํ นปฺปฏิคูหามี’’ติ. เตเนวาห ‘‘ทาเน เม รมเต มโน’’ติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.

ตสฺส ปน หตฺถิโน จตูสุ ปาเทสุ อลงฺการา จตฺตาริ สตสหสฺสานิ อคฺฆนฺติ, อุโภสุ ปสฺเสสุ อลงฺการา เทฺว สตสหสฺสานิ, เหฏฺฐา อุทเร กมฺพลํ สตสหสฺสํ, ปิฏฺฐิยํ มุตฺตาชาลํ มณิชาลํ กญฺจนชาลนฺติ ตีณิ ชาลานิ ตีณิ สตสหสฺสานิ, อุโภ กณฺณาลงฺการา เทฺว สตสหสฺสานิ, ปิฏฺฐิยํ อตฺถตกมฺพลํ สตสหสฺสํ, กุมฺภาลงฺกาโร สตสหสฺสํ, ตโย วฏํสกา ตีณิ สตสหสฺสานิ, กณฺณจูฬาลงฺกาโร สตสหสฺสํ, ทฺวินฺนํ ทนฺตานํ อลงฺการา เทฺว สตสหสฺสานิ, โสณฺฑาย โสวตฺถิกาลงฺกาโร สตสหสฺสํ, นงฺคุฏฺฐาลงฺกาโร สตสหสฺสํ, อาโรหณนิสฺเสณิ สตสหสฺสํ, ภุญฺชนกฏาหํ สตสหสฺสํ, ฐเปตฺวา อนคฺฆภณฺฑํ อิทํ ตาว เอตฺตกํ จตุวีสติ สตสหสฺสานิ อคฺฆติ. ฉตฺตปิณฺฑิยํ ปน มณิ, จูฬามณิ, มุตฺตาหาเร มณิ, องฺกุเส มณิ, หตฺถิกณฺฐเวฐนมุตฺตาหาเร มณิ, หตฺถิกุมฺเภ มณีติ อิมานิ ฉ อนคฺฆานิ, หตฺถีปิ อนคฺโฆ เอวาติ หตฺถินา สทฺธึ สตฺต อนคฺฆานิ, ตานิ สพฺพานิ พฺราหฺมณานํ อทาสิ. ตถา หตฺถิโน ปริจารกานิ ปญฺจ กุลสตานิ หตฺถิเมณฺฑหตฺถิโคปเกหิ สทฺธึ อทาสิ. สห ทาเนน ปนสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ภูมิกมฺปาทโย อเหสุํ. เตน วุตฺตํ –

๘๗. ‘‘ปุนาปรํ ททนฺตสฺส, สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ;

ตทาปิ ปถวี กมฺปิ, สิเนรุวนวฏํสกา’’ติ.

ชาตเกปิ (ชา. ๒.๒๒.๑๖๗๓) วุตฺตํ –

‘‘ตทาสิ ยํ ภึสนกํ, ตทาสิ โลมหํสนํ;

หตฺถินาเค ปทินฺนมฺหิ, เมทนี สมฺปกมฺปถา’’ติ.

๘๘. ตสฺส นาคสฺส ทาเนนาติ ฉหิ อนคฺเฆหิ สทฺธึ จตุวีสติสตสหสฺสคฺฆนิกอลงฺการภณฺฑสหิตสฺส ตสฺส มงฺคลหตฺถิสฺส ปริจฺจาเคน. สิวโยติ สิวิราชกุมารา เจว สิวิรฏฺฐวาสิโน จ. ‘‘สิวโย’’ติ จ เทสนาสีสเมตํ. ตตฺถ หิ อมจฺจา ปาริสชฺชา พฺราหฺมณคหปติกา เนคมชานปทา นาครา สกลรฏฺฐวาสิโน จ สญฺชยมหาราชํ ผุสฺสติเทวึ มทฺทิเทวิญฺจ ฐเปตฺวา สพฺเพ เอว. กุทฺธาติ เทวตาวตฺตเนน โพธิสตฺตสฺส กุทฺธา. สมาคตาติ สนฺนิปติตา. เต กิร พฺราหฺมณา หตฺถึ ลภิตฺวา ตํ อภิรุหิตฺวา มหาทฺวาเรน ปวิสิตฺวา นครมชฺเฌน ปายึสุ. มหาชเนน จ ‘‘อมฺโภ พฺราหฺมณา, อมฺหากํ หตฺถี กุโต อภิรุโฬฺห’’ติ วุตฺเต ‘‘เวสฺสนฺตรมหาราเชน โน หตฺถี ทินฺโน, เก ตุเมฺห’’ติ หตฺถวิการาทีหิ ฆฏฺเฏนฺตา อคมํสุ. อถ อมจฺเจ อาทึ กตฺวา มหาชนา ราชทฺวาเร สนฺนิปติตฺวา ‘‘รญฺญา นาม พฺราหฺมณานํ ธนํ วา ธญฺญํ วา เขตฺตํ วา วตฺถุ วา ทาสิทาสปริจาริกา วา ทาตพฺพา สิยา, กถญฺหิ นามายํ เวสฺสนฺตรมหาราชา ราชารหํ มงฺคลหตฺถึ ทสฺสติ, น อิทานิ เอวํ รชฺชํ วินาเสตุํ ทสฺสามา’’ติ อุชฺฌายิตฺวา สญฺชยมหาราชสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา เตน อนุนียมานา อนนุยนฺตา อคมํสุ. เกวลํ ปน –

‘‘มา นํ ทณฺเฑน สตฺเถน, น หิ โส พนฺธนารโห;

ปพฺพาเชหิ จ นํ รฏฺฐา, วงฺเก วสตุ ปพฺพเต’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๑๖๘๗) –

วทึสุ. เตน วุตฺตํ –

‘‘ปพฺพาเชสุํ สกา รฏฺฐา, วงฺกํ คจฺฉตุ ปพฺพต’’นฺติ.

ตตฺถ ปพฺพาเชสุนฺติ รชฺชโต พหิ วาสตฺถาย อุสฺสุกฺกมกํสุ; –

ราชาปิ ‘‘มหา โข อยํ ปฏิปกฺโข, หนฺท มม ปุตฺโต กติปาหํ รชฺชโต พหิ วสตู’’ติ จินฺเตตฺวา –

‘‘เอโส เจ สิวีนํ ฉนฺโท, ฉนฺทํ นปฺปนุทามเส;

อิมํ โส วสตุ รตฺตึ, กาเม จ ปริภุญฺชตุ.

‘‘ตโต รตฺยา วิวสาเน, สูริยุคฺคมนํ ปติ;

สมคฺคา สิวโย หุตฺวา, รฏฺฐา ปพฺพาชยนฺตุ น’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๑๖๘๘-๑๖๘๙) –

วตฺวา ปุตฺตสฺส สนฺติเก กตฺตารํ เปเสสิ ‘‘อิมํ ปวตฺตึ มม ปุตฺตสฺส อาโรเจหี’’ติ. โส ตถา อกาสิ.

มหาสตฺโตปิ ตํ สุตฺวา –

‘‘กิสฺมึ เม สิวโย กุทฺธา, นาหํ ปสฺสามิ ทุกฺกฏํ;

ตํ เม กตฺเต วิยาจิกฺข, กสฺมา ปพฺพาชยนฺติ ม’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๑๗๐๑) –

การณํ ปุจฺฉิ. เตน ‘‘ตุมฺหากํ หตฺถิทาเนนา’’ติ วุตฺเต โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา –

‘‘หทยํ จกฺขุมฺปหํ ทชฺชํ, กึ เม พาหิรกํ ธนํ;

หิรญฺญํ วา สุวณฺณํ วา, มุตฺตา เวฬุริยา มณิ.

‘‘ทกฺขิณํ วาปหํ พาหุํ, ทิสฺวา ยาจกมาคเต;

ทเทยฺยํ น วิกมฺเปยฺยํ, ทาเน เม รมเต มโน.

‘‘กามํ มํ สิวโย สพฺเพ, ปพฺพาเชนฺตุ หนนฺตุ วา;

เนว ทานา วิรมิสฺสํ, กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๑๗๐๓-๑๗๐๕) –

วตฺวา ‘‘นาครา เม เอกทิวสํ ทานํ ทาตุํ โอกาสํ เทนฺตุ, เสฺว ทานํ ทตฺวา ตติยทิวเส คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา กตฺตารํ เตสํ สนฺติเก เปเสตฺวา ‘‘อหํ เสฺว สตฺตสตกํ นาม มหาทานํ ทสฺสามิ, สตฺตหตฺถิสตานิ สตฺตอสฺสสตานิ สตฺตรถสตานิ สตฺตอิตฺถิสตานิ สตฺตทาสสตานิ สตฺตทาสิสตานิ สตฺตเธนุสตานิ ปฏิยาเทหิ, นานปฺปการญฺจ อนฺนปานาทึ สพฺพํ ทาตพฺพยุตฺตกํ อุปฏฺฐเปหี’’ติ สพฺพกมฺมิกํ อมจฺจํ อาณาเปตฺวา เอกโกว มทฺทิเทวิยา วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘ภทฺเท มทฺทิ, อนุคามิกนิธึ นิทหมานา, สีลวนฺเตสุ ทเทยฺยาสี’’ติ ตมฺปิ ทาเน นิโยเชตฺวา ตสฺสา อตฺตโน คมนการณํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘อหํ วนํ วสนตฺถาย คมิสฺสามิ, ตฺวํ อิเธว อนุกฺกณฺฐิตา วสาหี’’ติ อาห. สา ‘‘นาหํ, มหาราช, ตุเมฺหหิ วินา เอกทิวสมฺปิ วสิสฺสามี’’ติ อาห.

ทุติยทิวเส สตฺตสตกํ มหาทานํ ปวตฺเตสิ. ตสฺส สตฺตสตกํ ทานํ เทนฺตสฺเสว สายํ อโหสิ. อลงฺกตรเถน มาตาปิตูนํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อหํ เสฺว คมิสฺสามี’’ติ เต อาปุจฺฉิตฺวา อกามกานํ เตสํ อสฺสุมุขานํ โรทนฺตานํเยว วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ตํ ทิวสํ อตฺตโน นิเวสเน วสิตฺวา ปุนทิวเส ‘‘คมิสฺสามี’’ติ ปาสาทโต โอตริ. มทฺทิเทวี สสฺสุสสุเรหิ นานานเยหิ ยาจิตฺวา นิวตฺติยมานาปิ เตสํ วจนํ อนาทิยิตฺวา เต วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เสสิตฺถิโย อปโลเกตฺวา เทฺว ปุตฺเต อาทาย เวสฺสนฺตรสฺส ปฐมตรํ คนฺตฺวา รเถ อฏฺฐาสิ.

มหาปุริโส รถํ อภิรุหิตฺวา รเถ ฐิโต มหาชนํ อาปุจฺฉิตฺวา ‘‘อปฺปมตฺตา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรถา’’ติ โอวาทมสฺส ทตฺวา นครโต นิกฺขมิ. โพธิสตฺตสฺส มาตา ‘‘ปุตฺโต เม ทานวิตฺตโก ทานํ เทตู’’ติ อาภรเณหิ สทฺธึ สตฺตรตนปูรานิ สกฏานิ อุโภสุ ปสฺเสสุ เปเสสิ. โสปิ อตฺตโน กายารุฬฺหเมว อาภรณภณฺฑํ สมฺปตฺตยาจกานํ อฏฺฐารส วาเร ทตฺวา เสสํ สพฺพมทาสิ. นครา นิกฺขมิตฺวาว นิวตฺติตฺวา โอโลเกตุกาโม อโหสิ. อถสฺส ปุญฺญานุภาเวน รถปฺปมาเณ ฐาเน มหาปถวี ภิชฺชิตฺวา ปริวตฺติตฺวา รถํ นคราภิมุขํ อกาสิ. โส มาตาปิตูนํ วสนฏฺฐานํ โอโลเกสิ. เตน การุญฺเญน ปถวิกมฺโป อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เตสํ นิจฺฉุภมานาน’’นฺติอาทิ.

๘๙-๙๐. ตตฺถ นิจฺฉุภมานานนฺติ เตสุ สิวีสุ นิกฺกฑฺฒนฺเตสุ, ปพฺพาเชนฺเตสูติ อตฺโถ. เตสํ วา นิกฺขมนฺตานํ. มหาทานํ ปวตฺเตตุนฺติ สตฺตสตกมหาทานํ ทาตุํ. อายาจิสฺสนฺติ ยาจึ. สาวยิตฺวาติ โฆสาเปตฺวา. กณฺณเภรินฺติ ยุคลมหาเภรึ. ททามหนฺติ ททามิ อหํ.

๙๑. อเถตฺถาติ อเถวํ ทาเน ทียมาเน เอตสฺมึ ทานคฺเค. ตุมูโลติ เอกโกลาหลีภูโต. เภรโวติ ภยาวโห. มหาสตฺตญฺหิ ฐเปตฺวา อญฺเญสํ โส ภยํ ชเนติ, ตสฺส ภยชนนาการํ ทสฺเสตุํ. ‘‘ทาเนนิม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อิมํ เวสฺสนฺตรมหาราชานํ ทาเนน เหตุนา สิวโย รฏฺฐโต นีหรนฺติ ปพฺพาเชนฺติ, ตถาปิ ปุน จ เอวรูปํ ทานํ เทติ อยนฺติ.

๙๒-๙๔. อิทานิ ตํ ทานํ ทสฺเสตุํ ‘‘หตฺถิ’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ ควนฺติ เธนุํ. จตุวาหึ รถํ ทตฺวาติ วหนฺตีติ วาหิโน, อสฺสา, จตุโร อาชญฺญสินฺธเว รถญฺจ พฺราหฺมณานํ ทตฺวาติ อตฺโถ. มหาสตฺโต หิ ตถา นครโต นิกฺขมนฺโต สหชาเต สฏฺฐิสหสฺเส อมจฺเจ เสสชนญฺจ อสฺสุปุณฺณมุขํ อนุพทฺธนฺตํ นิวตฺเตตฺวา รถํ ปาเชนฺโต มทฺทึ อาห – ‘‘สเจ, ภทฺเท, ปจฺฉโต ยาจกา อาคจฺฉนฺติ, อุปธาเรยฺยาสี’’ติ. สา โอโลเกนฺตี นิสีทิ. อถสฺส สตฺตสตกมหาทานํ คมนกาเล กตทานญฺจ สมฺปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา จตฺตาโร พฺราหฺมณา อาคนฺตฺวา ‘‘เวสฺสนฺตโร กุหิ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทานํ ทตฺวา รเถน คโต’’ติ วุตฺเต ‘‘อสฺเส ยาจิสฺสามา’’ติ อนุพนฺธึสุ. มทฺที เต อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘ยาจกา, เทวา’’ติ อาโรเจสิ. มหาสตฺโต รถํ ฐเปสิ. เต อาคนฺตฺวา อสฺเส ยาจึสุ. มหาสตฺโต อสฺเส อทาสิ. เต เต คเหตฺวา คตา. อสฺเสสุ ปน ทินฺเนสุ รถธุรํ อากาเสเยว อฏฺฐาสิ. อถ จตฺตาโร เทวปุตฺตา โรหิตมิควณฺเณนาคนฺตฺวา รถธุรํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อคมํสุ. มหาสตฺโต เตสํ เทวปุตฺตภาวํ ญตฺวา –

‘‘อิงฺฆ มทฺทิ นิสาเมหิ, จิตฺตรูปํว ทิสฺสติ;

มิคโรหิจฺจวณฺเณน, ทกฺขิณสฺสา วหนฺติ ม’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๑๘๖๔) –

มทฺทิยา อาห.

ตตฺถ จิตฺตรูปํวาติ อจฺฉริยรูปํ วิย. ทกฺขิณสฺสาติ สุสิกฺขิตอสฺสา วิย มํ วหนฺติ.

อถ นํ เอวํ คจฺฉนฺตํ อปโร พฺราหฺมโณ อาคนฺตฺวา รถํ ยาจิ. มหาสตฺโต ปุตฺตทารํ โอตาเรตฺวา รถํ อทาสิ. รเถ ปน ทินฺเน เทวปุตฺตา อนฺตรธายึสุ. ตโต ปฏฺฐาย ปน สพฺเพปิ ปตฺติกาว อเหสุํ. อถ มหาสตฺโต ‘‘มทฺทิ, ตฺวํ กณฺหาชินํ คณฺหาหิ, อหํ ชาลิกุมารํ คณฺหามี’’ติ อุโภปิ เทฺว ทารเก องฺเกนาทาย อญฺญมญฺญํ ปิยสลฺลาปา ปฏิปถํ อาคจฺฉนฺเต มนุสฺเส วงฺกปพฺพตสฺส มคฺคํ ปุจฺฉนฺตา สยเมว โอนเตสุ ผลรุกฺเขสุ ผลานิ ทารกานํ ททนฺตา อตฺถกามาหิ เทวตาหิ มคฺคสฺส สงฺขิปิตตฺตา ตทเหว เจตรฏฺฐํ สมฺปาปุณึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘จตุวาหึ รถํ ทตฺวา’’ติอาทิ.

ตตฺถ ฐตฺวา จาตุมฺมหาปเถติ อตฺตโน คมนมคฺเคน ปสฺสโต อาคเตน เตน พฺราหฺมเณน อาคตมคฺเคน จ วินิวิชฺฌิตฺวา คตฏฺฐานตฺตา จตุกฺกสงฺขาเต จตุมหาปเถ ฐตฺวา ตสฺส พฺราหฺมณสฺส รถํ ทตฺวา. เอกากิโยติ อมจฺจเสวกาทิสหายาภาเวน เอกโก. เตเนวาห ‘‘อทุติโย’’ติ. มทฺทิเทวึ อิทมพฺรวีติ มทฺทิเทวึ อิทํ อภาสิ.

๙๖-๙๙. ปทุมํ ปุณฺฑรีกํวาติ ปทุมํ วิย, ปุณฺฑรีกํ วิย จ. กณฺหาชินคฺคหีติ กณฺหาชินํ อคฺคเหสิ. อภิชาตาติ ชาติสมฺปนฺนา. วิสมํ สมนฺติ วิสมํ สมญฺจ ภูมิปฺปเทสํ. เอนฺตีติ อาคจฺฉนฺติ. อนุมคฺเค ปฏิปฺปเถติ อนุมคฺเค วา ปฏิปเถ วาติ วา-สทฺทสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ. กรุณนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, กรุณายิตตฺตนฺติ อตฺโถ. ทุกฺขํ เต ปฏิเวเทนฺตีติ อิเม เอวํ สุขุมาลา ปทสา คจฺฉนฺติ, ทูเรว อิโต วงฺกปพฺพโตติ เต ตทา อเมฺหสุ การุญฺญวเสน อตฺตนา ทุกฺขํ ปฏิลภนฺติ, ตถา อตฺตโน อุปฺปนฺนทุกฺขํ ปฏิเวเทนฺติ วาติ อตฺโถ.

๑๐๐-๑. ปวเนติ มหาวเน. ผลิเนติ ผลวนฺเต. อุพฺพิทฺธาติ อุทฺธํ อุคฺคตา อุจฺจา. อุปคจฺฉนฺติ ทารเกติ ยถา ผลานิ ทารกานํ หตฺถูปคยฺหกานิ โหนฺติ, เอวํ รุกฺขา สยเมว สาขาหิ โอนมิตฺวา ทารเก อุเปนฺติ.

๑๐๒. อจฺฉริยนฺติ อจฺฉราโยคฺคํ, อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตํ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ. โลมานํ หํสนสมตฺถตาย โลมหํสนํ. สาหุการนฺติ สาธุการํ, อยเมว วา ปาโฐ. อิตฺถิรตนภาเวน สพฺเพหิ องฺเคหิ อวยเวหิ โสภตีติ สพฺพงฺคโสภนา.

๑๐๓-๔. อจฺเฉรํ วตาติ อจฺฉริยํ วต. เวสฺสนฺตรสฺส เตเชนาติ เวสฺสนฺตรสฺส ปุญฺญานุภาเวน. สงฺขิปึสุ ปถํ ยกฺขาติ เทวตา มหาสตฺตสฺส ปุญฺญเตเชน โจทิตา ตํ มคฺคํ ปริกฺขยํ ปาเปสุํ, อปฺปกํ อกํสุ, ตํ ปน ทารเกสุ กรุณาย กตํ วิย กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อนุกมฺปาย ทารเก’’ติ. เชตุตฺตรนครโต หิ สุวณฺณคิริตาโล นาม ปพฺพโต ปญฺจ โยชนานิ, ตโต โกนฺติมารา นาม นที ปญฺจ โยชนานิ, ตโต มารญฺชนาคิริ นาม ปพฺพโต ปญฺจ โยชนานิ, ตโต ทณฺฑพฺราหฺมณคาโม นาม ปญฺจ โยชนานิ, ตโต มาตุลนครํ ทส โยชนานิ, อิติ ตํ รฏฺฐํ เชตุตฺตรนครโต ตึส โยชนานิ โหติ. เทวตา โพธิสตฺตสฺส ปุญฺญเตเชน โจทิตา มคฺคํ ปริกฺขยํ ปาเปสุํ. ตํ สพฺพํ เอกาเหเนว อติกฺกมึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘นิกฺขนฺตทิวเสเนว, เจตรฏฺฐมุปาคมุ’’นฺติ.

เอวํ มหาสตฺโต สายนฺหสมยํ เจตรฏฺเฐ มาตุลนครํ ปตฺวา ตสฺส นครสฺส ทฺวารสมีเป สาลายํ นิสีทิ. อถสฺส มทฺทิเทวี ปาเทสุ รชํ ปุญฺฉิตฺวา ปาเท สมฺพาหิตฺวา ‘‘เวสฺสนฺตรสฺส อาคตภาวํ ชานาเปสฺสามี’’ติ สาลโต นิกฺขมิตฺวา ตสฺส จกฺขุปเถ สาลทฺวาเร อฏฺฐาสิ. นครํ ปวิสนฺติโย จ นิกฺขมนฺติโย จ อิตฺถิโย ตํ ทิสฺวา ปริวาเรสุํ. มหาชโน ตญฺจ เวสฺสนฺตรญฺจ ปุตฺเต จสฺส ตถา อาคเต ทิสฺวา ราชูนํ อาจิกฺขิ. สฏฺฐิสหสฺสา ราชาโน โรทนฺตา ปริเทวนฺตา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา มคฺคปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา ตถา อาคมนการณํ ปุจฺฉึสุ.

มหาสตฺโต หตฺถิทานํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา เต อตฺตโน รชฺเชน นิมนฺตยึสุ. มหาปุริโส ‘‘มยา ตุมฺหากํ รชฺชํ ปฏิคฺคหิตเมว โหตุ, ราชา ปน มํ รฏฺฐา ปพฺพาเชติ, ตสฺมา วงฺกปพฺพตเมว คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา เตหิ นานปฺปการํ ตตฺถ วาสํ ยาจิยมาโนปิ ตํ อนลงฺกริตฺวา เตหิ คหิตารกฺโข ตํ รตฺตึ สาลายเมว วสิตฺวา ปุนทิวเส ปาโตว นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา เตหิ ปริวุโต นิกฺขมิตฺวา ปนฺนรสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา วนทฺวาเร ฐตฺวา เต นิวตฺเตตฺวา ปุรโต ปนฺนรสโยชนมคฺคํ เตหิ อาจิกฺขิตนิยาเมเนว อคมาสิ. เตน วุตฺตํ –

๑๐๕. ‘‘สฏฺฐิราชสหสฺสานิ, ตทา วสนฺติ มาตุเล;

สพฺเพ ปญฺชลิกา หุตฺวา, โรทมานา อุปาคมุํ.

๑๐๖. ‘‘ตตฺถ วตฺเตตฺวา สลฺลาปํ, เจเตหิ เจตปุตฺเตหิ;

เต ตโต นิกฺขมิตฺวาน, วงฺกํ อคมุ ปพฺพต’’นฺติ.

ตตฺถ ตตฺถ วตฺเตตฺวา สลฺลาปนฺติ ตตฺถ เตหิ ราชูหิ สมาคเมหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทมานา กถํ ปวตฺเตตฺวา. เจตปุตฺเตหีติ เจตราชปุตฺเตหิ. เต ตโต นิกฺขมิตฺวานาติ เต ราชาโน ตโต วนทฺวารฏฺฐาเน นิวตฺเตตฺวา. วงฺกํ อคมุ ปพฺพตนฺติ อเมฺห จตฺตาโร ชนา วงฺกปพฺพตํ อุทฺทิสฺส อคมมฺหา.

อถ มหาสตฺโต เตหิ อาจิกฺขิตมคฺเคน คจฺฉนฺโต คนฺธมาทนปพฺพตํ ปตฺวา ตํ ทิวสํ ตตฺถ วสิตฺวา ตโต อุตฺตรทิสาภิมุโข เวปุลฺลปพฺพตปาเทน คนฺตฺวา เกตุมตีนทีตีเร นิสีทิตฺวา วนจรเกน ทินฺนํ มธุมํสํ ขาทิตฺวา ตสฺส สุวณฺณสูจึ ทตฺวา นฺหตฺวา ปิวิตฺวา ปฏิปฺปสฺสทฺธทรโถ นทึ อุตฺตริตฺวา สานุปพฺพตสิขเร ฐิตสฺส นิโคฺรธสฺส มูเล โถกํ นิสีทิตฺวา อุฏฺฐาย คจฺฉนฺโต นาลิกปพฺพตํ ปริหรนฺโต มุจลินฺทสรํ คนฺตฺวา สรตีเรน ปุพฺพุตฺตรกณฺณํ ปตฺวา เอกปทิกมคฺเคเนว วนฆฏํ ปวิสิตฺวา ตํ อติกฺกมฺม คิริวิทุคฺคานํ นทีปภวานํ ปุรโต จตุรสฺสโปกฺขรณึ ปาปุณิ.

๑๐๗. ตสฺมึ ขเณ สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ‘‘มหาสตฺโต หิมวนฺตํ ปวิฏฺโฐ, วสนฏฺฐานํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา วิสฺสกมฺมํ เปเสสิ – ‘‘คจฺฉ วงฺกปพฺพตกุจฺฉิมฺหิ รมณีเย ฐาเน อสฺสมปทํ มาเปหี’’ติ. โส ตตฺถ เทฺว ปณฺณสาลาโย เทฺว จงฺกเม เทฺว จ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ มาเปตฺวา เตสุ เตสุ ฐาเนสุ นานาปุปฺผวิจิตฺเต รุกฺเข ผลิเต รุกฺเข ปุปฺผคจฺเฉ กทลิวนาทีนิ จ ทสฺเสตฺวา สพฺเพ ปพฺพชิตปริกฺขาเร ปฏิยาเทตฺวา ‘‘เยเกจิ ปพฺพชิตุกามา, เต คณฺหนฺตู’’ติ อกฺขรานิ ลิขิตฺวา อมนุสฺเส จ เภรวสทฺเท มิคปกฺขิโน จ ปฏิกฺกมาเปตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต.

มหาสตฺโต เอกปทิกมคฺคํ ทิสฺวา ‘‘ปพฺพชิตานํ วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ มทฺทิญฺจ ปุตฺเต จ ตตฺเถว ฐเปตฺวา อสฺสมปทํ ปวิสิตฺวา อกฺขรานิ โอโลเกตฺวา ‘‘สกฺเกน ทินฺโนสฺมี’’ติ ปณฺณสาลทฺวารํ วิวริตฺวา ปวิฏฺโฐ ขคฺคญฺจ ธนุญฺจ อปเนตฺวา สาฏเก โอมุญฺจิตฺวา อิสิเวสํ คเหตฺวา กตฺตรทณฺฑํ อาทาย นิกฺขมิตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสทิเสน อุปสเมน ทารกานํ สนฺติกํ อคมาสิ. มทฺทิเทวีปิ มหาสตฺตํ ทิสฺวา ปาเทสุ ปติตฺวา โรทิตฺวา เตเนว สทฺธึ อสฺสมํ ปวิสิตฺวา อตฺตโน ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา อิสิเวสํ คณฺหิ. ปจฺฉา ปุตฺเตปิ ตาปสกุมารเก กรึสุ. โพธิสตฺโต มทฺทึ วรํ ยาจิ ‘‘มยํ อิโต ปฏฺฐาย ปพฺพชิตา นาม, อิตฺถี จ นาม พฺรหฺมจริยสฺส มลํ, มา ทานิ อกาเล มม สนฺติกํ อาคจฺฉา’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา มหาสตฺตมฺปิ วรํ ยาจิ ‘‘เทว, ตุเมฺห ปุตฺเต คเหตฺวา อิเธว โหถ, อหํ ผลาผลํ อาหริสฺสามี’’ติ. สา ตโต ปฏฺฐาย อรญฺญโต ผลาผลานิ อาหริตฺวา ตโย ชเน ปฏิชคฺคิ. อิติ จตฺตาโร ขตฺติยา วงฺกปพฺพตกุจฺฉิยํ สตฺตมาสมตฺตํ วสึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘อามนฺตยิตฺวา เทวินฺโท, วิสฺสกมฺมํ มหิทฺธิก’’นฺติอาทิ.

ตตฺถ อามนฺตยิตฺวาติ ปกฺโกสาเปตฺวา. มหิทฺธิกนฺติ มหติยา เทวิทฺธิยา สมนฺนาคตํ. อสฺสมํ สุกตนฺติ อสฺสมปทํ สุกตํ กตฺวา. รมฺมํ เวสฺสนฺตรสฺส วสนานุจฺฉวิกํ ปณฺณสาลํ. สุมาปยาติ สุฏฺฐุ มาปย. อาณาเปสีติ วจนเสโส. สุมาปยีติ สมฺมา มาเปสิ.

๑๑๑. อสุญฺโญติ ยถา โส อสฺสโม อสุญฺโญ โหติ, เอวํ ตสฺส อสุญฺญภาวกรเณน อสุญฺโญ โหมิ. ‘‘อสุญฺเญ’’ติ วา ปาโฐ, มม วสเนเนว อสุญฺเญ อสฺสเม ทารเก อนุรกฺขนฺโต วสามิ ตตฺถ ติฏฺฐามิ. โพธิสตฺตสฺส เมตฺตานุภาเวน สมนฺตา ติโยชเน สพฺเพ ติรจฺฉานาปิ เมตฺตํ ปฏิลภึสุ.

เอวํ เตสุ ตตฺถ วสนฺเตสุ กลิงฺครฏฺฐวาสี ชูชโก นาม พฺราหฺมโณ อมิตฺตตาปนาย นาม ภริยาย ‘‘นาหํ เต นิจฺจํ ธญฺญโกฏฺฏนอุทกาหรณยาคุภตฺตปจนาทีนิ กาตุํ สกฺโกมิ, ปริจารกํ เม ทาสํ วา ทาสึ วา อาเนหี’’ติ วุตฺเต ‘‘กุโตหํ เต โภติ ทุคฺคโต ทาสํ วา ทาสึ วา ลภิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตาย ‘‘เอส เวสฺสนฺตโร ราชา วงฺกปพฺพเต วสติ. ตสฺส ปุตฺเต มยฺหํ ปริจารเก ยาจิตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺเต กิเลสวเสน ตสฺสา ปฏิพทฺธจิตฺตตาย ตสฺสา วจนํ อติกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโต ปาเถยฺยํ ปฏิยาทาเปตฺวา อนุกฺกเมน เชตุตฺตรนครํ ปตฺวา ‘‘กุหึ เวสฺสนฺตรมหาราชา’’ติ ปุจฺฉิ.

มหาชโน ‘‘อิเมสํ ยาจกานํ อติทาเนน อมฺหากํ ราชา รฏฺฐา ปพฺพาชิโต, เอวํ อมฺหากํ ราชานํ นาเสตฺวา ปุนปิ อิเธว อาคจฺฉตี’’ติ เลฑฺฑุทณฺฑาทิหตฺโถ อุปกฺโกสนฺโต พฺราหฺมณํ อนุพนฺธิ. โส เทวตาวิคฺคหิโต หุตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา วงฺกปพฺพตคามิมคฺคํ อภิรุโฬฺห อนุกฺกเมน วนทฺวารํ ปตฺวา มหาวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา มคฺคมูโฬฺห หุตฺวา วิจรนฺโต เตหิ ราชูหิ โพธิสตฺตสฺส อารกฺขณตฺถาย ฐปิเตน เจตปุตฺเตน สมาคญฺฉิ. เตน ‘‘กหํ, โภ พฺราหฺมณ, คจฺฉสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘เวสฺสนฺตรมหาราชสฺส สนฺติก’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อทฺธา อยํ พฺราหฺมโณ ตสฺส ปุตฺเต วา เทวึ วา ยาจิตุํ คจฺฉตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘มา โข, ตฺวํ พฺราหฺมณ, ตตฺถ คญฺฉิ, สเจ คจฺฉสิ, เอตฺเถว เต สีสํ ฉินฺทิตฺวา มยฺหํ สุนขานํ ฆาสํ กริสฺสามี’’ติ เตน สนฺตชฺชิโต มรณภยภีโต ‘‘อหมสฺส ปิตรา เปสิโต ทูโต, ‘ตํ อาเนสฺสามี’ติ อาคโต’’ติ มุสาวาทํ อภาสิ. ตํ สุตฺวา เจตปุตฺโต ตุฏฺฐหฏฺโฐ พฺราหฺมณสฺส สกฺการสมฺมานํ กตฺวา วงฺกปพฺพตคามิมคฺคํ อาจิกฺขิ. โส ตโต ปรํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อจฺจุเตน นาม ตาปเสน สทฺธึ สมาคนฺตฺวา ตมฺปิ มคฺคํ ปุจฺฉิตฺวา เตนาปิ มคฺเค อาจิกฺขิเต เตน อาจิกฺขิตสญฺญาย มคฺคํ คจฺฉนฺโต อนุกฺกเมน โพธิสตฺตสฺส อสฺสมปทฏฺฐานสมีปํ คนฺตฺวา มทฺทิเทวิยา ผลาผลตฺถํ คตกาเล โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อุโภ ทารเก ยาจิ. เตน วุตฺตํ –

๑๑๒. ‘‘ปวเน วสมานสฺส, อทฺธิโก มํ อุปาคมิ;

อยาจิ ปุตฺตเก มยฺหํ, ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ’’ติ.

เอวํ พฺราหฺมเณน ทารเกสุ ยาจิเตสุ มหาสตฺโต ‘‘จิรสฺสํ วต เม ยาจโก อธิคโต, อชฺชาหํ อนวเสสโต ทานปารมึ ปูเรสฺสามี’’ติ อธิปฺปาเยน โสมนสฺสชาโต ปสาริตหตฺเถ สหสฺสตฺถวิกํ ฐเปนฺโต วิย พฺราหฺมณสฺส จิตฺตํ ปริโตเสนฺโต สกลญฺจ ตํ ปพฺพตกุจฺฉึ อุนฺนาเทนฺโต ‘‘ททามิ ตว มยฺหํ ปุตฺตเก, อปิ จ มทฺทิเทวี ปน ปาโตว ผลาผลตฺถาย วนํ คนฺตฺวา สายํ อาคมิสฺสติ, ตาย อาคตาย เต ปุตฺตเก ทสฺเสตฺวา ตฺวญฺจ มูลผลาผลํ ขาทิตฺวา เอกรตฺตึ วสิตฺวา วิคตปริสฺสโม ปาโตว คมิสฺสสี’’ติ อาห. พฺราหฺมโณ ‘‘กามญฺเจส อุฬารชฺฌาสยตาย ปุตฺตเก ททาติ, มาตา ปน วจฺฉคิทฺธา อาคนฺตฺวา ทานสฺส อนฺตรายมฺปิ กเรยฺย, ยํนูนาหํ อิมํ นิปฺปีเฬตฺวา ทารเก คเหตฺวา อชฺเชว คจฺเฉยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘ปุตฺตา เจ เต มยฺหํ ทินฺนา, กึ ทานิ มาตรํ ทสฺเสตฺวา เปสิเตหิ, ทารเก คเหตฺวา อชฺเชว คมิสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘สเจ, ตฺวํ พฺราหฺมณ, ราชปุตฺตึ มาตรํ ทฏฺฐุํ น อิจฺฉสิ, อิเม ทารเก คเหตฺวา เชตุตฺตรนครํ คจฺฉ, ตตฺถ สญฺชยมหาราชา ทารเก คเหตฺวา มหนฺตํ เต ธนํ ทสฺสติ, เตน ทาสทาสิโย คณฺหิสฺสสิ, สุขญฺจ ชีวิสฺสสิ, อญฺญถา อิเม สุขุมาลา ราชทารกา, กึ เต เวยฺยาวจฺจํ กริสฺสนฺตี’’ติ อาห.

พฺราหฺมโณ ‘‘เอวมฺปิ มยา น สกฺกา กาตุํ, ราชทณฺฑโต ภายามิ, มยฺหเมว คามํ เนสฺสามี’’ติ อาห. อิมํ เตสํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา ทารกา ‘‘ปิตา โน โข อเมฺห พฺราหฺมณสฺส ทาตุกาโม’’ติ ปกฺกมิตฺวา โปกฺขรณึ คนฺตฺวา ปทุมินิคจฺเฉ นิลียึสุ. พฺราหฺมโณ เต อทิสฺวาว ‘‘ตฺวํ ‘ทารเก ททามี’ติ วตฺวา เต อปกฺกมาเปสิ, เอโส เต สาธุภาโว’’ติ อาห. อถ มหาสตฺโต สหสาว อุฏฺฐหิตฺวา ทารเก คเวสนฺโต ปทุมินิคจฺเฉ นิลีเน ทิสฺวา ‘‘เอถ, ตาตา, มา มยฺหํ ทานปารมิยา อนฺตรายํ อกตฺถ, มม ทานชฺฌาสยํ มตฺถกํ ปาเปถ, อยญฺจ พฺราหฺมโณ ตุเมฺห คเหตฺวา ตุมฺหากํ อยฺยกสฺส สญฺชยมหาราชสฺส สนฺติกํ คมิสฺสติ, ตาต ชาลิ, ตฺวํ ภุชิสฺโส โหตุกาโม พฺราหฺมณสฺส นิกฺขสหสฺสํ ทตฺวา ภุชิสฺโส ภเวยฺยาสิ, กณฺหาชิเน ตฺวํ ทาสสตํ ทาสิสตํ หตฺถิสตํ อสฺสสตํ อุสภสตํ นิกฺขสตนฺติ สพฺพสตํ ทตฺวา ภุชิสฺสา ภเวยฺยาสี’’ติ กุมาเร อคฺฆาเปตฺวา สมสฺสาเสตฺวา คเหตฺวา อสฺสมปทํ คนฺตฺวา กมณฺฑลุนา อุทกํ คเหตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปจฺจยํ กตฺวา พฺราหฺมณสฺส หตฺเถ อุทกํ ปาเตตฺวา อติวิย ปีติโสมนสฺสชาโต หุตฺวา ปถวึ อุนฺนาเทนฺโต ปิยปุตฺตทานํ อทาสิ. อิธาปิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปถวิกมฺปาทโย อเหสุํ. เตน วุตฺตํ –

๑๑๓. ‘‘ยาจกํ อุปคตํ ทิสฺวา, หาโส เม อุปปชฺชถ;

อุโภ ปุตฺเต คเหตฺวาน, อทาสึ พฺราหฺมเณ ตทา.

๑๑๔. ‘‘สเก ปุตฺเต จชนฺตสฺส, ชูชเก พฺราหฺมเณ ยทา;

ตทาปิ ปถวี กมฺปิ, สิเนรุวนวฏํสกา’’ติ.

อถ พฺราหฺมโณ ทารเก อคนฺตุกาเม ลตาย หตฺเถสุ พนฺธิตฺวา อากฑฺฒิ. เตสํ พนฺธฏฺฐาเน ฉวึ ฉินฺทิตฺวา โลหิตํ ปคฺฆริ. โส ลตาทณฺเฑน ปหรนฺโต อากฑฺฒิ. เต ปิตรํ โอโลเกตฺวา.

‘‘อมฺมา จ ตาต นิกฺขนฺตา, ตฺวญฺจ โน ตาต ทสฺสสิ;

มา โน ตฺวํ ตาต อททา, ยาว อมฺมาปิ เอตุ โน;

ตทายํ พฺราหฺมโณ กามํ, วิกฺกิณาตุ หนาตุ วา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๑๒๖) –

วตฺวา ปุนปิ อยํ เอวรูโป โฆรทสฺสโน กุรูรกมฺมนฺโต –

‘‘มนุสฺโส อุทาหุ ยกฺโข, มํสโลหิตโภชโน;

คามา อรญฺญมาคมฺม, ธนํ ตํ ตาต ยาจติ;

นียมาเน ปิสาเจน, กึ นุ ตาต อุทิกฺขสี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๑๓๐-๒๑๓๑) –

อาทีนิ วทนฺตา ปริเทวึสุ. ตตฺถ ธนนฺติ ปุตฺตธนํ.

ชูชโก ทารเก ตถา ปริเทวนฺเตเยว โปเถนฺโตว คเหตฺวา ปกฺกามิ. มหาสตฺตสฺส ทารกานํ กรุณํ ปริเทวิเตน ตสฺส จ พฺราหฺมณสฺส อการุญฺญภาเวน พลวโสโก อุปฺปชฺชิ, วิปฺปฏิสาโร จ อุทปาทิ. โส ตงฺขณญฺเญว โพธิสตฺตานํ ปเวณึ อนุสฺสริ. ‘‘สพฺเพว หิ โพธิสตฺตา ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา พุทฺธา ภวิสฺสนฺติ, อหมฺปิ เตสํ อพฺภนฺตโร, ปุตฺตทานญฺจ มหาปริจฺจาคานํ อญฺญตรํ, ตสฺมา เวสฺสนฺตร ทานํ ทตฺวา ปจฺฉานุตาโป น เต อนุจฺฉวิโก’’ติ อตฺตานํ ปริภาเสตฺวา ‘‘ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย มม เต น กิญฺจิ โหนฺตี’’ติ อตฺตานํ อุปตฺถมฺเภตฺวา ทฬฺหสมาทานํ อธิฏฺฐาย ปณฺณสาลทฺวาเร ปาสาณผลเก กญฺจนปฏิมา วิย นิสีทิ.

อถ มทฺทิเทวี อรญฺญโต ผลาผลํ คเหตฺวา นิวตฺตนฺตี ‘‘มา มหาสตฺตสฺส ทานนฺตราโย โหตู’’ติ วาฬมิครูปธราหิ เทวตาหิ อุปรุทฺธมคฺคา เตสุ อปคเตสุ จิเรน อสฺสมํ ปตฺวา ‘‘อชฺช เม ทุสฺสุปินํ ทิฏฺฐํ, ทุนฺนิมิตฺตานิ จ อุปฺปนฺนานิ, กึ นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺตี อสฺสมํ ปวิสิตฺวา ปุตฺตเก อปสฺสนฺตี โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘เทว, น โข อมฺหากํ ปุตฺตเก ปสฺสามิ, กุหึ เต คตา’’ติ อาห. โส ตุณฺหี อโหสิ. สา ปุตฺตเก อุปธาเรนฺตี ตหึ ตหึ อุปธาวิตฺวา คเวสนฺตี อทิสฺวา ปุนปิ คนฺตฺวา ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘กกฺขฬกถาย นํ ปุตฺตโสกํ ชหาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา –

‘‘นูน มทฺที วราโรหา, ราชปุตฺตี ยสสฺสินี;

ปาโต คตาสิ อุญฺฉาย, กิมิทํ สายมาคตา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๒๒๕) –

วตฺวา ตาย จิรายนการเณ กถิเต ปุนปิ ทารเก สนฺธาย น กิญฺจิ อาห. สา ปุตฺตโสเกน เต อุปธาเรนฺตี ปุนปิ วาตเวเคน วนานิ วิจริ. ตาย เอกรตฺติยํ วิจริตฏฺฐานํ ปริคฺคณฺหนฺตํ ปนฺนรสโยชนมตฺตํ อโหสิ. อถ วิภาตาย รตฺติยา มหาสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ฐิตา ทารกานํ อทสฺสเนน พลวโสกาภิภูตา ตสฺส ปาทมูเล ฉินฺนกทลี วิย ภูมิยํ วิสญฺญี หุตฺวา ปติ. โส ‘‘มตา’’ติ สญฺญาย กมฺปมาโน อุปฺปนฺนพลวโสโกปิ สตึ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘ชานิสฺสามิ ตาว ชีวติ, น ชีวตี’’ติ สตฺตมาเส กายสํสคฺคํ อนาปนฺนปุพฺโพปิ อญฺญสฺส อภาเวน ตสฺสา สีสํ อุกฺขิปิตฺวา อูรูสุ ฐเปตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสิตฺวา อุรญฺจ มุขญฺจ หทยญฺจ ปริมชฺชิ. มทฺทีปิ โข โถกํ วีตินาเมตฺวา สตึ ปฏิลภิตฺวา หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘เทว, ทารกา เต กุหึ คตา’’ติ ปุจฺฉิ. โส อาห – ‘‘เทวิ, เอกสฺส เม พฺราหฺมณสฺส มํ ยาจิตฺวา อาคตสฺส ทาสตฺถาย ทินฺนา’’ติ วตฺวา ตาย ‘‘กสฺมา, เทว, ปุตฺเต พฺราหฺมณสฺส ทตฺวา มม สพฺพรตฺตึ ปริเทวิตฺวา วิจรนฺติยา นาจิกฺขี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปฐมเมว วุตฺเต ตว จิตฺตทุกฺขํ พหุ ภวิสฺสติ, อิทานิ ปน สรีรทุกฺเขน ตนุกํ ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา –

‘‘มํ ปสฺส มทฺทิ มา ปุตฺเต, มา พาฬฺหํ ปริเทวสิ;

ลจฺฉาม ปุตฺเต ชีวนฺตา, อโรคา จ ภวามเส’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๒๖๐) –

โส สมสฺสาเสตฺวา ปุน –

‘‘ปุตฺเต ปสุญฺจ ธญฺญญฺจ, ยญฺจ อญฺญํ ฆเร ธนํ;

ทชฺชา สปฺปุริโส ทานํ, ทิสฺวา ยาจกมาคตํ;

อนุโมทาหิ เม มทฺทิ, ปุตฺตเก ทานมุตฺตม’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๒๖๑) –

วตฺวา อตฺตโน ปุตฺตทานํ ตํ อนุโมทาเปสิ.

สาปิ –

‘‘อนุโมทามิ เต เทว, ปุตฺตเก ทานมุตฺตมํ;

ทตฺวา จิตฺตํ ปสาเทหิ, ภิยฺโย ทานํ ทโท ภวา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๒๖๒) –

วตฺวา อนุโมทิ.

เอวํ เตสุ อญฺญมญฺญํ สมฺโมทนียํ กถํ กเถนฺเตสุ สกฺโก จินฺเตสิ – ‘‘มหาปุริโส หิยฺโย ชูชกสฺส ปถวึ อุนฺนาเทตฺวา ทารเก อทาสิ. อิทานิ นํ โกจิ หีนปุริโส อุปสงฺกมิตฺวา มทฺทิเทวึ ยาจิตฺวา คเหตฺวา คจฺเฉยฺย, ตโต ราชา นิปฺปจฺจโย ภเวยฺย, หนฺทาหํ พฺราหฺมณวณฺเณน นํ อุปสงฺกมิตฺวา มทฺทึ ยาจิตฺวา ปารมิกูฏํ คาหาเปตฺวา กสฺสจิ อวิสฺสชฺชิยํ กตฺวา ปุน นํ ตสฺเสว ทตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ. โส สูริยุคฺคมนเวลายํ พฺราหฺมณวณฺเณน ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. ตํ ทิสฺวา มหาปุริโส ‘‘อติถิ โน อาคโต’’ติ ปีติโสมนสฺสชาโต เตน สทฺธึ มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ, เกนตฺเถน อิธาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. อถ นํ สกฺโก มทฺทิเทวึ ยาจิ. เตน วุตฺตํ –

๑๑๕. ‘‘ปุนเทว สกฺโก โอรุยฺห, หุตฺวา พฺราหฺมณสนฺนิโภ;

อยาจิ มํ มทฺทิเทวึ, สีลวนฺตึ ปติพฺพต’’นฺติ.

ตตฺถ ปุนเทวาติ ทารเก ทินฺนทิวสโต ปจฺฉา เอว. ตทนนฺตรเมวาติ อตฺโถ. โอรุยฺหาติ เทวโลกโต โอตริตฺวา. พฺราหฺมณสนฺนิโภติ พฺราหฺมณสมานวณฺโณ.

อถ มหาสตฺโต ‘‘หิยฺโย เม เทฺวปิ ทารเก พฺราหฺมณสฺส ทินฺนา, อหมฺปิ อรญฺเญ เอกโกว, กถํ เต มทฺทึ สีลวนฺตึ ปติพฺพตํ ทสฺสามี’’ติ อวตฺวาว ปสาริตหตฺเถ อนคฺฆรตนํ ฐเปนฺโต วิย อสชฺชิตฺวา อพชฺฌิตฺวา อโนลีนมานโส ‘‘อชฺช เม ทานปารมี มตฺถกํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ คิรึ อุนฺนาเทนฺโต วิย –