๑. อกิตฺติวคฺโค

๑. อกิตฺติจริยาวณฺณนา

๓. เอวํ ภควา อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สเทวมนุสฺสาย จ ปริสาย อตฺตโน ปุพฺพจริยาย สวเน อุสฺสาหํ ชเนตฺวา อิทานิ ตํ ปุพฺพจริตํ ภวนฺตรปฏิจฺฉนฺนํ หตฺถตเล อามลกํ วิย ปจฺจกฺขํ กโรนฺโต ‘‘ยทา อหํ พฺรหารญฺเญ’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ยทาติ ยสฺมึ กาเล. พฺรหารญฺเญติ มหาอรญฺเญ, อรญฺญานิยํ, มหนฺเต วเนติ อตฺโถ. สุญฺเญติ ชนวิวิตฺเต. วิปินกานเนติ วิปินภูเต กานเน, ปททฺวเยนาปิ ตสฺส อรญฺญสฺส คหนภาวเมว ทีเปติ, สพฺพเมตํ การทีปํ สนฺธาย วุตฺตํ. อชฺโฌคาเหตฺวาติ อนุปวิสิตฺวา. วิหรามีติ ทิพฺพพฺรหฺมอริยอาเนญฺชวิหาเรหิ สมุปฺปาทิตสุขวิเสเสน อิริยาปถวิหาเรน สรีรทุกฺขํ วิจฺฉินฺทิตฺวา หรามิ อตฺตภาวํ ปวตฺเตมิ. อกิตฺติ นาม ตาปโสติ เอวํนามโก ตาปโส หุตฺวา ยทา อหํ ตสฺมึ อรญฺเญ วิหรามีติ อตฺโถ. สตฺถา ตทา อตฺตโน อกิตฺติตาปสภาวํ ธมฺมเสนาปติสฺส วทติ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา –

อตีเต กิร อิมสฺมึเยว ภทฺทกปฺเป พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต นาม ราชินิ รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อสีติโกฏิวิภวสฺส พฺราหฺมณมหาสาลสฺส กุเล นิพฺพตฺติ, ‘‘อกิตฺตี’’ติสฺส นามํ กรึสุ. ตสฺส ปทสา คมนกาเล ภคินีปิ ชายิ. ‘‘ยสวตี’’ติสฺสา นามํ กรึสุ. โส โสฬสวสฺสกาเล ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคเหตฺวา ปจฺจาคมาสิ. อถสฺส มาตาปิตโร กาลมกํสุ. โส เตสํ เปตกิจฺจานิ กาเรตฺวา กติปยทิวสาติกฺกเมน รตนาวโลกนํ อายุตฺตกปุริเสหิ การยมาโน ‘‘เอตฺตกํ มตฺติกํ, เอตฺตกํ เปตฺติกํ, เอตฺตกํ ปิตามห’’นฺติ สุตฺวา สํวิคฺคมานโส หุตฺวา ‘‘อิทํ ธนเมว ปญฺญายติ, น ธนสฺส สํหารกา, สพฺเพ อิมํ ธนํ ปหาเยว คตา, อหํ ปน นํ อาทาย คมิสฺสามี’’ติ ราชานํ อาปุจฺฉิตฺวา เภรึ จราเปสิ – ‘‘ธเนน อตฺถิกา อกิตฺติปณฺฑิตสฺส เคหํ อาคจฺฉนฺตู’’ติ.

โส สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา ธเน อขียมาเน ‘‘กึ เม อิมาย ธนกีฬาย, อตฺถิกา คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ นิเวสนทฺวารํ วิวริตฺวา หิรญฺญสุวณฺณาทิภริเต สารคพฺเภ วิวราเปตฺวา ‘‘ทินฺนํเยว หรนฺตู’’ติ เคหํ ปหาย ญาติปริวฏฺฏสฺส ปริเทวนฺตสฺส ภคินึ คเหตฺวา พาราณสิโต นิกฺขมิตฺวา นทึ อุตฺตริตฺวา เทฺว ตีณิ โยชนานิ คนฺตฺวา ปพฺพชิตฺวา รมณีเย ภูมิภาเค ปณฺณสาลํ กริตฺวา วสติ. เยน ปน ทฺวาเรน ตทา นิกฺขมิ, ตํ อกิตฺติทฺวารํ นาม ชาตํ. เยน ติตฺเถน นทึ โอติณฺโณ, ตํ อกิตฺติติตฺถํ นาม ชาตํ. ตสฺส ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา พหู มนุสฺสา คามนิคมราชธานิวาสิโน ตสฺส คุเณหิ อากฑฺฒิยมานหทยา อนุปพฺพชึสุ. มหาปริวาโร อโหสิ, มหาลาภสกฺกาโร นิพฺพตฺติ, พุทฺธุปฺปาโท วิย อโหสิ. อถ มหาสตฺโต ‘‘อยํ ลาภสกฺกาโร มหา, ปริวาโรปิ มหนฺโต, กายวิเวกมตฺตมฺปิ อิธ น ลภติ, มยา เอกากินา วิหริตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปรมปฺปิจฺฉภาวโต วิเวกนินฺนตาย จ กสฺสจิ อชานาเปตฺวา เอกโกว นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน ทมิฬรฏฺฐํ ปตฺวา กาวีรปฏฺฏนสมีเป อุยฺยาเน วิหรนฺโต ฌานาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตสิ. ตตฺราปิสฺส มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. โส ตํ ชิคุจฺฉนฺโต ฉฑฺเฑตฺวา อากาเสน คนฺตฺวา การทีเป โอตริ. ตทา การทีโป อหิทีโป นาม. โส ตตฺถ มหนฺตํ การรุกฺขํ อุปนิสฺสาย ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา วาสํ กปฺเปสิ. อปฺปิจฺฉตาย ปน กตฺถจิ อคนฺตฺวา ตสฺส รุกฺขสฺส ผลกาเล ผลานิ ขาทนฺโต ผเล อสติ ปตฺตานิ อุทกสิตฺตานิ ขาทนฺโต ฌานสมาปตฺตีหิ วีตินาเมสิ.

ตสฺส สีลเตเชน สกฺกสฺส ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. สกฺโก ‘‘โก นุ โข มํ อิมมฺหา ฐานา จาเวตุกาโม’’ติ อาวชฺเชนฺโต ปณฺฑิตํ ทิสฺวา ‘‘กิมตฺถํ นุ โข อยํ ตาปโส เอวํ ทุกฺกรํ ตปํ จรติ, สกฺกตฺตํ นุ โข ปตฺเถติ, อุทาหุ อญฺญํ, วีมํสิสฺสามิ นํ. อยญฺหิ สุวิสุทฺธกายวจีมโนสมาจาโร ชีวิเต นิรเปกฺโข อุทกสิตฺตานิ การปตฺตานิ ขาทติ, สเจ สกฺกตฺตํ ปตฺเถติ อตฺตโน สิตฺตานิ การปตฺตานิ มยฺหํ ทสฺสติ, โน เจ, น ทสฺสตี’’ติ พฺราหฺมณวณฺเณน ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. โพธิสตฺโตปิ การปตฺตานิ เสเทตฺวา ‘‘สีตลีภูตานิ ขาทิสฺสามี’’ติ ปณฺณสาลทฺวาเร นิสีทิ. อถสฺส ปุรโต สกฺโก พฺราหฺมณรูเปน ภิกฺขาย อตฺถิโก หุตฺวา อฏฺฐาสิ. มหาสตฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, จิรสฺสํ วต เม ยาจโก ทิฏฺโฐ’’ติ โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา ‘‘อชฺช มม มโนรถํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทานํ ทสฺสามี’’ติ ปกฺกภาชเนเนว อาทาย คนฺตฺวา ทานปารมึ อาวชฺเชตฺวา อตฺตโน อเสเสตฺวาว ตสฺส ภิกฺขาภาชเน ปกฺขิปิ. สกฺโก ตํ คเหตฺวา โถกํ คนฺตฺวา อนฺตรธายิ. มหาสตฺโตปิ ตสฺส ทตฺวา ปุน ปริเยฏฺฐึ อนาปชฺชิตฺวา เตเนว ปีติสุเขน วีตินาเมสิ.

ทุติยทิวเส ปน การปตฺตานิ ปจิตฺวา ‘‘หิยฺโย ทกฺขิเณยฺยํ อลภึ, อชฺช นุ โข กถ’’นฺติ ปณฺณสาลทฺวาเร นิสีทิ. สกฺโกปิ ตเถว อาคมิ. มหาสตฺโต ปุนปิ ตเถว ทตฺวา วีตินาเมสิ. ตติยทิวเส จ ตเถว ทตฺวา ‘‘อโห วต เม ลาภา, พหุํ วต ปุญฺญํ ปสวามิ, สจาหํ ทกฺขิเณยฺยํ ลเภยฺยํ, เอวเมว มาสมฺปิ เทฺวมาสมฺปิ ทานํ ทเทยฺย’’นฺติ จินฺเตสิ. ตีสุปิ ทิวเสสุ ‘‘เตน ทาเนน น ลาภสกฺการสิโลกํ น จกฺกวตฺติสมฺปตฺตึ น สกฺกสมฺปตฺตึ น พฺรหฺมสมฺปตฺตึ น สาวกโพธึ น ปจฺเจกโพธึ ปตฺเถมิ, อปิ จ อิทํ เม ทานํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหตู’’ติ ยถาธิการํ จิตฺตํ ฐเปสิ. เตน วุตฺตํ –

๔. ‘‘ตทา มํ ตปเตเชน, สนฺตตฺโต ติทิวาภิภู;

ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ, ภิกฺขาย มํ อุปาคมิ.

๕. ‘‘ปวนา อาภตํ ปณฺณํ, อเตลญฺจ อโลณิกํ;

มม ทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา, สกฏาเหน อากิรึ.

๖. ‘‘ตสฺส ทตฺวานหํ ปณฺณํ, นิกุชฺชิตฺวาน ภาชนํ;

ปุเนสนํ ชหิตฺวาน, ปาวิสึ ปณฺณสาลกํ.

๗. ‘‘ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ, อุปคญฺฉิ มมนฺติกํ;

อกมฺปิโต อโนลคฺโค, เอวเมวมทาสหํ.

๘. ‘‘น เม ตปฺปจฺจยา อตฺถิ, สรีรสฺมึ วิวณฺณิยํ;

ปีติสุเขน รติยา, วีตินาเมมิ ตํ ทิวํ.

๙. ‘‘ยทิ มาสมฺปิ เทฺวมาสํ, ทกฺขิเณยฺยํ วรํ ลเภ;

อกมฺปิโต อโนลีโน, ทเทยฺยํ ทานมุตฺตมํ.

๑๐. ‘‘น ตสฺส ทานํ ททมาโน, ยสํ ลาภญฺจ ปตฺถยึ;

สพฺพญฺญุตํ ปตฺถยาโน, ตานิ กมฺมานิ อาจริ’’นฺติ.

ตตฺถ ตทาติ ยทา อหํ อกิตฺตินามโก ตาปโส หุตฺวา ตสฺมึ ทีเป การารญฺเญ วิหรามิ, ตทา. มนฺติ มม. ตปเตเชนาติ สีลปารมิตานุภาเวน. สีลญฺหิ ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส ตปนโต ‘‘ตโป’’ติ วุจฺจติ, เนกฺขมฺมวีริยปารมิตานุภาเวน วา. ตาปิ หิ ตณฺหาสํกิเลสสฺส โกสชฺชสฺส จ ตปนโต ‘‘ตโป’’ติ วุจฺจติ, อุกฺกํสคตา จ ตา โพธิสตฺตสฺส อิมสฺมึ อตฺตภาเวติ. ขนฺติสํวรสฺส จาปิ ปรมุกฺกํสคมนโต ‘‘ขนฺติปารมิตานุภาเวนา’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏเตว. ‘‘ขนฺตี ปรมํ ตโป’’ติ (ที. นิ. ๒.๙๐; ธ. ป. ๑๘๔) หิ วุตฺตํ. สนฺตตฺโตติ ยถาวุตฺตคุณานุภาวชนิเตน ธมฺมตาสิทฺเธน ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนสฺส อุณฺหากาเรน สนฺตาปิโต. ติทิวาภิภูติ เทวโลกาธิปติ, สกฺโกติ อตฺโถ. ปณฺณสาลาย สมีเป คหิตมฺปิ การปณฺณํ ปณฺณสาลาย อรญฺญมชฺฌคตตฺตา ‘‘ปวนา อาภต’’นฺติ วุตฺตํ.

อเตลญฺจ อโลณิกนฺติ เทยฺยธมฺมสฺส อนุฬารภาเวปิ อชฺฌาสยสมฺปตฺติยา ทานธมฺมสฺส มหาชุติกภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. มม ทฺวาเรติ มยฺหํ ปณฺณสาลาย ทฺวาเร. สกฏาเหน อากิรินฺติ อิมินา อตฺตโน กิญฺจิปิ อเสเสตฺวา ทินฺนภาวํ ทสฺเสติ.

ปุเนสนํ ชหิตฺวานาติ ‘‘เอกทิวสํ ทฺวิกฺขตฺตุํ ฆาเสสนํ น สลฺเลข’’นฺติ จินฺเตตฺวา ทานปีติยา ติตฺโต วิย หุตฺวา ตสฺมึ ทิวเส ปุน อาหารปริเยฏฺฐึ อกตฺวา.

อกมฺปิโตติ สุทูรวิกฺขมฺภิตตฺตา มจฺฉริเยน อจลิโต ทานชฺฌาสยโต จลนมตฺตมฺปิ อการิโต. อโนลคฺโคติ โลภวเสน อีสกมฺปิ อลคฺโค. ตติยมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ทุติยมฺปีติ อิมํ สมฺปิณฺเฑติ. เอวเมวมทาสหนฺติ ยถา ปฐมํ, เอวเมวํ ทุติยมฺปิ, ตติยมฺปิ อทาสึ อหํ.

น เม ตปฺปจฺจยาติ คาถาย วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรติ. ตตฺถ ตปฺปจฺจยาติ ทานปจฺจยา ตีสุ ทิวเสสุ ฉินฺนาหารตาย สรีรสฺมึ เยน เววณฺณิเยน ภวิตพฺพํ, ตมฺปิ เม สรีรสฺมึ วิวณฺณิยํ ทานปจฺจยาเยว นตฺถิ. กสฺมา? ทานวิสเยน ปีติสุเขน ทานวิสยาย เอว จ รติยา. วีตินาเมมิ ตํ ทิวนฺติ ตํ สกลํ ติมตฺตทิวสํ วีตินาเมมิ, น เกวลญฺจ ตีณิ เอว ทิวสานิ, อถ โข มาสทฺวิมาสมตฺตมฺปิ กาลํ, เอวเมว ทาตุํ ปโหมีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทิ มาสมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อโนลีโนติ อลีนจิตฺโต, ทาเน อสงฺกุจิตจิตฺโตติ อตฺโถ.

ตสฺสาติ พฺราหฺมณรูเปน อาคตสฺส สกฺกสฺส. ยสนฺติ กิตฺตึ, ปริวารสมฺปตฺตึ วา. ลาภญฺจาติ เทวมนุสฺเสสุ จกฺกวตฺติอาทิภาเวน ลทฺธพฺพํ ลาภํ วา น ปตฺถยึ. อถ โข สพฺพญฺญุตํ สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺถยาโน อากงฺขมาโน ตานิ ตีสุ ทิวเสสุ อเนกวารํ อุปฺปนฺนานิ ทานมยานิ ปุญฺญกมฺมานิ ทานสฺส วา ปริวารภูตานิ กายสุจริตาทีนิ ปุญฺญกมฺมานิ อาจรึ อกาสินฺติ.

อิติ ภควา ตสฺมึ อตฺตภาเว อตฺตโน สุทุกฺกรํ ปุญฺญจริตมตฺตเมว อิธ มหาเถรสฺส ปกาเสสิ. ชาตกเทสนายํ ปน จตุตฺถทิวเส สกฺกสฺส อุปสงฺกมิตฺวา โพธิสตฺตสฺส อชฺฌาสยชานนํ วเรน อุปนิมนฺตนา โพธิสตฺตสฺส วรสมฺปฏิจฺฉนสีเสน ธมฺมเทสนา เทยฺยธมฺมทกฺขิเณยฺยานํ ปุน สกฺกสฺส อนาคมนสฺส จ อากงฺขมานตา จ ปกาสิตา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อกิตฺตึ ทิสฺวาน สมฺมนฺตํ, สกฺโก ภูตปตี พฺรวิ;

กึ ปตฺถยํ มหาพฺรเหฺม, เอโก สมฺมสิ ฆมฺมนิ.

‘‘ทุกฺโข ปุนพฺภโว สกฺก, สรีรสฺส จ เภทนํ;

สมฺโมหมรณํ ทุกฺขํ, ตสฺมา สมฺมามิ, วาสว.

‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต, ปติรูเป สุภาสิเต;

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ.

‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;

เยน ปุตฺเต จ ทาเร จ, ธนธญฺญํ ปิยานิ จ;

ลทฺธา นรา น ตปฺปนฺติ, โส โลโภ น มยี วเส.

เอตสฺมึ เต สุลปิเต…เป… มนสิจฺฉสิ.

‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;

เขตฺตํ วตฺถุํ หิรญฺญญฺจ, ควาสฺสํ ทาสโปริสํ;

เยน ชาเตน ชียนฺติ, โส โทโส น มยี วเส.

‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต…เป… มนสิจฺฉสิ.

‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;

พาลํ น ปสฺเส น สุเณ, น จ พาเลน สํวเส;

พาเลนลฺลาปสลฺลาปํ, น กเร น จ โรจเย.

‘‘กึ นุ เต อกรํ พาโล, วท กสฺสป การณํ;

เกน กสฺสป พาลสฺส, ทสฺสนํ นาภิกงฺขสิ.

‘‘อนยํ นยติ ทุมฺเมโธ, อธุรายํ นิยุญฺชติ;

ทุนฺนโย เสยฺยโส โหติ, สมฺมา วุตฺโต ปกุปฺปติ;

วินยํ โส น ชานาติ, สาธุ ตสฺส อทสฺสนํ.

‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต…เป… มนสิจฺฉสิ.

‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;

ธีรํ ปสฺเส สุเณ ธีรํ, ธีเรน สห สํวเส;

ธีเรนลฺลาปสลฺลาปํ, ตํ กเร ตญฺจ โรจเย.

‘‘กึ นุ เต อกรํ ธีโร, วท กสฺสป การณํ;

เกน กสฺสป ธีรสฺส, ทสฺสนํ อภิกงฺขสิ.

‘‘นยํ นยติ เมธาวี, อธุรายํ น ยุญฺชติ;

สุนโย เสยฺยโส โหติ, สมฺมา วุตฺโต น กุปฺปติ;

วินยํ โส ปชานาติ, สาธุ เตน สมาคโม.

‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต…เป… มนสิจฺฉสิ.

‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;

ตโต รตฺยา วิวสาเน, สูริยุคฺคมนํ ปติ;

ทิพฺพา ภกฺขา ปาตุภเวยฺยุํ, สีลวนฺโต จ ยาจกา.

‘‘ททโต เม น ขีเยถ, ทตฺวา นานุตเปยฺยหํ;

ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺยํ, เอตํ สกฺก วรํ วเร.

‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต…เป… มนสิจฺฉสิ.

‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;

น มํ ปุน อุเปยฺยาสิ, เอตํ สกฺก วรํ วเร.

‘‘พหูหิ วตจริยาหิ, นรา จ อถ นาริโย;

ทสฺสนํ อภิกงฺขนฺติ, กึ นุ เม ทสฺสเน ภยํ.

‘‘ตํ ตาทิสํ เทววณฺณํ, สพฺพกามสมิทฺธินํ;

ทิสฺวา ตโป ปมชฺเชยฺยํ, เอตํ เต ทสฺสเน ภย’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๓.๘๓-๑๐๓);

อถ สกฺโก ‘‘สาธุ, ภนฺเต, น เต อิโต ปฏฺฐาย สนฺติกํ อาคมิสฺสามี’’ติ ตํ อภิวาเทตฺวา ปกฺกามิ. มหาสตฺโต ยาวชีวํ ตตฺเถว วสนฺโต อายุปริโยสาเน พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ.

อนุรุทฺธตฺเถโร ตทา สกฺโก อโหสิ, โลกนาโถ อกิตฺติปณฺฑิโต.

ตสฺส มหาภินิกฺขมนสทิสํ นิกฺขนฺตตฺตา เนกฺขมฺมปารมี. สุวิสุทฺธสีลาจารตาย สีลปารมี. กามวิตกฺกาทีนํ สุฏฺฐุ วิกฺขมฺภิตตฺตา วีริยปารมี. ขนฺติสํวรสฺส ปรมุกฺกํสคมนโต ขนฺติปารมี. ปฏิญฺญานุรูปํ ปฏิปตฺติยา สจฺจปารมี. สพฺพตฺถ อจลสมาทานาธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐานปารมี. สพฺพสตฺเตสุ หิตชฺฌาสเยน เมตฺตาปารมี. สตฺตสงฺขารกตวิปฺปกาเรสุ มชฺฌตฺตภาวปฺปตฺติยา อุเปกฺขาปารมี. ตาสํ อุปการานุปกาเร ธมฺเม ชานิตฺวา อนุปกาเร ธมฺเม ปหาย อุปการธมฺเมสุ ปวตฺตาปนปุเรจรา สหชาตา จ อุปายโกสลฺลภูตา อติสลฺเลขวุตฺติสาธนี จ ปญฺญา ปญฺญาปารมีติ อิมาปิ ทส ปารมิโย ลพฺภนฺติ.

ทานชฺฌาสยสฺส ปน อติอุฬารภาเวน ทานมุเขน เทสนา ปวตฺตา. ตสฺมา สพฺพตฺถ สมกา มหากรุณา, เทฺวปิ ปุญฺญญาณสมฺภารา, กายสุจริตาทีนิ ตีณิ โพธิสตฺตสุจริตานิ, สจฺจาธิฏฺฐานาทีนิ จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ, อุสฺสาหาทโย จตสฺโส พุทฺธภูมิโย, สทฺธาทโย ปญฺจ มหาโพธิปริปาจนียา ธมฺมา, อโลภชฺฌาสยาทโย ฉ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยา, ติณฺโณ ตาเรสฺสามีติอาทโย สตฺต ปฏิญฺญา ธมฺมา, อปฺปิจฺฉสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม มหิจฺฉสฺสาติอาทโย (ที. นิ. ๓.๓๕๘; อ. นิ. ๘.๓๐) อฏฺฐ มหาปุริสวิตกฺกา (ที. นิ. ๓.๓๕๘), นว โยนิโสมนสิการมูลกา ธมฺมา, ทานชฺฌาสยาทโย ทส มหาปุริสชฺฌาสยา, ทานสีลาทโย ทส ปุญฺญกิริยวตฺถูนีติ เอวมาทโย เย อเนกสตอเนกสหสฺสปฺปเภทา โพธิสมฺภารภูตา มหาโพธิสตฺตคุณา. เต สพฺเพปิ ยถารหํ อิธ นิทฺธาเรตฺวา วตฺตพฺพา.

อปิ เจตฺถ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ มหนฺตญฺจ ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย มหาภินิกฺขมนสทิสํ เคหโต นิกฺขมนํ, นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตสฺส พหุชนสมฺมตสฺส สโต ปรมปฺปิจฺฉภาเวน กุเลสุ คเณสุ จ อลคฺคตา, อจฺจนฺตเมว ลาภสกฺการสิโลกชิคุจฺฉา, ปวิเวกาภิรติ, กายชีวิตนิรเปกฺโข ปริจฺจาโค, อนาหารสฺเสว สโต ทิวสตฺตยมฺปิ ทานปีติยา ปริตุฏฺฐสฺส นิพฺพิการสรีรยาปนํ, มาสทฺวิมาสมตฺตมฺปิ กาลํ ยาจเก สติ อาหารํ ตเถว ทตฺวา ‘‘ทานคเตเนว ปีติสุเขน สรีรํ ยาเปสฺสามี’’ติ ปริจฺจาเค อโนลีนวุตฺติสาธโก อุฬาโร ทานชฺฌาสโย, ทานํ ทตฺวา ปุน อาหารปริเยฏฺฐิยา อกรณเหตุภูตา ปรมสลฺเลขวุตฺตีติ เอวมาทโย มหาสตฺตสฺส คุณานุภาวา เวทิตพฺพา. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต, อพฺภุตา จ มเหสิโน;

มหาการุณิกา ธีรา, สพฺพโลเกกพนฺธวา.

‘‘อจินฺเตยฺยานุภาวา จ, สทา สทฺธมฺมโคจรา;

โพธิสตฺตา มหาสตฺตา, สุจิสลฺเลขวุตฺติโน.

‘‘มหาวาตสมุทฺธต-วีจิมาโล มโหทธิ;

อปิ ลงฺเฆยฺย เวลนฺตํ, โพธิสตฺตา น ธมฺมตํ.

‘‘โลเก สญฺชาตวทฺธาปิ, น เต ภาวิตภาวิโน;

ลิมฺปนฺติ โลกธมฺเมหิ, โตเยน ปทุมํ ยถา.

‘‘เยสํ เว อตฺตนิ เสฺนโห, นิหียติ ยถา ยถา;

สตฺเตสุ กรุณาเสฺนโห, วฑฺฒเตว ตถา ตถา.

‘‘ยถา จิตฺตํ วเส โหติ, น จ จิตฺตวสานุคา;

ตถา กมฺมํ วเส โหติ, น จ กมฺมวสานุคา.

‘‘โทเสหิ นาภิภูยนฺติ, สมุคฺฆาเตนฺติ วา น เต;

จรนฺตา โพธิปริเยฏฺฐึ, ปุริสาชานิยา พุธา.

‘‘เตสุ จิตฺตปฺปสาโทปิ, ทุกฺขโต ปริโมจเย;

ปเควานุกิริยา เตสํ, ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.

ปรมตฺถทีปนิยา จริยาปิฏกสํวณฺณนาย

อกิตฺติจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สงฺขพฺราหฺมณจริยาวณฺณนา

๑๑-๑๒. ทุติยสฺมึ ปุนาปรนฺติ ปุน อปรํ, น เกวลมิทํ อกิตฺติจริยเมว, อถ โข ปุน อปรํ อญฺญํ สงฺขจริยมฺปิ ปวกฺขิสฺสํ, สุโณหีติ อธิปฺปาโย. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. สงฺขสวฺหโยติ สงฺขนาโม. มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโมติ สุวณฺณภูมึ คนฺตุํ นาวาย มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม. อุปคจฺฉามิ ปฏฺฏนนฺติ ตามลิตฺติปฏฺฏนํ อุทฺทิสฺส คจฺฉามิ. สยมฺภุญาเณน ปจฺเจกโพธิยา อธิคตตฺตา สยเมว ภูตนฺติ สยมฺภุํ. กิเลสมาราทีสุ เกนจิปิ น ปราชิตนฺติ อปราชิตํ, ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ. ตตฺตาย กฐินภูมิยาติ ฆมฺมสนฺตาเปน สนฺตตฺตาย สกฺขรวาลุกานิจิตตฺตา ขราย กกฺขฬาย ภูมิยา.

๑๓. ตนฺติ ตํ ปจฺเจกพุทฺธํ. อิมมตฺถนฺติ อิมํ อิทานิ วกฺขมานํ ‘‘อิทํ เขตฺต’’นฺติอาทิกํ อตฺถํ. วิจินฺตยินฺติ ตทา สงฺขพฺราหฺมณภูโต จินฺเตสินฺติ สตฺถา วทติ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา –

อตีเต อยํ พาราณสี โมฬินี นาม อโหสิ. โมฬินีนคเร พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สงฺโข นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา อฑฺโฒ มหทฺธโน จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ อตฺตโน นิเวสนทฺวาเรติ ฉสุ ฐาเนสุ ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชนฺโต กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ปวตฺเตสิ. โส เอกทิวสํ จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เคเห ธเน ขีเณ ทานํ ทาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปริกฺขีเณเยว ธเน นาวาย สุวณฺณภูมึ คนฺตฺวา ธนํ อาหริสฺสามี’’ติ. โส นาวํ ภณฺฑสฺส ปูราเปตฺวา ปุตฺตทารํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ยาวาหํ อาคจฺฉิสฺสามิ, ตาว เม ทานํ อนุปจฺฉินฺทนฺตา ปวตฺเตยฺยาถา’’ติ วตฺวา ทาสกมฺมกรปริวุโต อุปาหนํ อารุยฺห ฉตฺเตน ธาริยมาเนน ปฏฺฏนคามาภิมุโข ปายาสิ.

ตสฺมึ ขเณ คนฺธมาทเน เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ ธนาหรณตฺถํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มหาปุริโส ธนํ อาหริตุํ คจฺฉติ, ภวิสฺสติ นุ โข อสฺส มหาสมุทฺเท อนฺตราโย, โน’’ติ อาวชฺเชตฺวา ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘เอส มํ ทิสฺวา ฉตฺตญฺจ อุปาหนญฺจ มยฺหํ ทตฺวา อุปาหนทานนิสฺสนฺเทน สมุทฺเท ภินฺนาย นาวาย ปติฏฺฐํ ลภิสฺสติ, กริสฺสามิสฺส อนุคฺคห’’นฺติ อากาเสน คนฺตฺวา ตสฺส อวิทูเร โอตริตฺวา มชฺฌนฺหิกสมเย จณฺฑวาตาตเปน องฺคารสนฺถตสทิสํ อุณฺหวาลุกํ มทฺทนฺโต ตสฺส อภิมุขํ อาคญฺฉิ. โส ตํ ทิสฺวาว หฏฺฐตุฏฺโฐ ‘‘ปุญฺญกฺเขตฺตํ เม อาคตํ, อชฺช มยา เอตฺถ พีชํ โรเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตมหํ ปฏิปเถ ทิสฺวา, อิมมตฺถํ วิจินฺตยิ’’นฺติอาทิ.

ตตฺถ อิทํ เขตฺตนฺติอาทิ จินฺติตาการทสฺสนํ. เขตฺตนฺติ ขิตฺตํ พีชํ มหปฺผลภาวกรเณน ตายตีติ เขตฺตํ, ปุพฺพณฺณาปรณฺณวิรุหนภูมิ. อิธ ปน เขตฺตํ วิยาติ เขตฺตํ, อคฺคทกฺขิเณยฺโย ปจฺเจกพุทฺโธ. เตเนวาห ‘‘ปุญฺญกามสฺส ชนฺตุโน’’ติ.

๑๔. มหาคมนฺติ วิปุลผลาคมํ, สสฺสสมฺปตฺติทายกนฺติ อตฺโถ. พีชํ น โรเปตีติ พีชํ น วปติ.

๑๕. เขตฺตวรุตฺตมนฺติ เขตฺตวเรสุปิ อุตฺตมํ. สีลาทิคุณสมฺปนฺนา หิ วิเสสโต อริยสาวกา เขตฺตวรา, ตโตปิ อคฺคภูโต ปจฺเจกพุทฺโธ เขตฺตวรุตฺตโม. การนฺติ สกฺการํ. ยทิ น กโรมีติ สมฺพนฺโธ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิทมีทิสํ อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ ลภิตฺวา ตตฺถ ปูชาสกฺการํ ยทิ น กโรมิ, ปุญฺเญน อตฺถิโก นามาหํ น ภเวยฺยนฺติ.

๑๖-๑๗. ยถา อมจฺโจติอาทีนํ ทฺวินฺนํ คาถานํ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา นาม โย โกจิ รญฺญา มุทฺทาธิกาเร ฐปิโต ลญฺฉนธโร อมจฺจปุริโส เสนาปติ วา โส อนฺเตปุเร ชเน พหิทฺธา จ พลกายาทีสุ รญฺโญ ยถานุสิฏฺฐํ น ปฏิปชฺชติ น เตสํ ธนธญฺญํ เทติ, ตํ ตํ กตฺตพฺพํ วตฺตํ ปริหาเปติ. โส มุทฺทิโต ปริหายติ มุทฺทาธิการลทฺธวิภวโต ปริธํสติ, เอวเมว อหมฺปิ ปุญฺญกมฺมสฺส รโต ลทฺธพฺพปุญฺญผลสงฺขาตํ ปุญฺญกาโม ทกฺขิณาย วิปุลผลภาวกรเณน วิปุลํ ทิสฺวาน ตํ ทกฺขิณํ อุฬารํ ทกฺขิเณยฺยํ ลภิตฺวา ตสฺส ทานํ ยทิ น ททามิ ปุญฺญโต อายตึ ปุญฺญผลโต จ ปริธํสามิ. ตสฺมา อิธ มยา ปุญฺญํ กาตพฺพเมวาติ.

เอวํ ปน จินฺเตตฺวา มหาปุริโส ทูรโตว อุปาหนา โอโรหิตฺวา เวเคน อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย อิมํ รุกฺขมูลํ อุปคจฺฉถา’’ติ วตฺวา ตสฺมึ รุกฺขมูลํ อุปสงฺกมนฺเต ตตฺถ วาลุกํ อุสฺสาเปตฺวา อุตฺตราสงฺคํ ปญฺญาเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ ตตฺถ นิสินฺเน วนฺทิตฺวา วาสิตปริสฺสาวิเตน อุทเกน ตสฺส ปาเท โธวิตฺวา, คนฺธเตเลน มกฺเขตฺวา, อตฺตโน อุปาหนํ ปุญฺฉิตฺวา, คนฺธเตเลน มกฺเขตฺวา, ตสฺส ปาเท ปฏิมุญฺจิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมํ อุปาหนํ อารุยฺห, อิมํ ฉตฺตํ มตฺถเก กตฺวา คจฺฉถา’’ติ ฉตฺตุปาหนํ อทาสิ. โสปิสฺส อนุคฺคหตฺถาย ตํ คเหตฺวา ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ปสฺสนฺตสฺเสว เวหาสํ อุปฺปติตฺวา คนฺธมาทนํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ –

๑๘. ‘‘เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, โอโรหิตฺวา อุปาหนา;

ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา, อทาสึ ฉตฺตุปาหน’’นฺติ.

โพธิสตฺโต ตํ ทิสฺวา อติวิย ปสนฺนจิตฺโต ปฏฺฏนํ คนฺตฺวา นาวํ อภิรุหิ. อถสฺส มหาสมุทฺทํ ตรนฺตสฺส สตฺตเม ทิวเส นาวา วิวรมทาสิ. อุทกํ อุสฺสิญฺจิตุํ นาสกฺขึสุ. มหาชโน มรณภยภีโต อตฺตโน อตฺตโน เทวตา นมสฺสิตฺวา มหาวิรวํ วิรวิ. โพธิสตฺโต เอกํ อุปฏฺฐากํ คเหตฺวา สกลสรีรํ เตเลน มกฺเขตฺวา สปฺปินา สทฺธึ สกฺขรจุณฺณานิ ยาวทตฺถํ ขาทิตฺวา ตมฺปิ ขาทาเปตฺวา เตน สทฺธึ กูปกยฏฺฐิมตฺถกํ อารุยฺห ‘‘อิมาย ทิสาย อมฺหากํ นคร’’นฺติ ทิสํ ววตฺถเปตฺวา มจฺฉกจฺฉปปริปนฺถโต อตฺตานํ สจฺจาธิฏฺฐาเนน ปโมเจนฺโต เตน สทฺธึ อุสภมตฺตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปติตฺวา สมุทฺทํ ตริตุํ อารภิ. มหาชโน ปน ตตฺเถว วินาสํ ปาปุณิ. ตสฺส ตรนฺตสฺเสว สตฺต ทิวสา คตา. โส ตสฺมิมฺปิ กาเล โลโณทเกน มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถิโก อโหสิเยว.

ตทา ปน อีทิสานํ ปุริสวิเสสานํ รกฺขณตฺถาย จตูหิ โลกปาเลหิ ฐปิตา มณิเมขลา นาม เทวธีตา อตฺตโน อิสฺสริเยน สตฺตาหํ ปมชฺชิตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตํ ทิสฺวา ‘‘สจายํ อิธ มริสฺส, อติวิย คารยฺหา อภวิสฺส’’นฺติ สํวิคฺคหทยา สุวณฺณปาติยา ทิพฺพโภชนสฺส ปูเรตฺวา เวเคนาคนฺตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ, อิทํ ทิพฺพโภชนํ ภุญฺชา’’ติ อาห. โส ตํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘นาหํ ภุญฺชามิ, อุโปสถิโกมฺหี’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต –

‘‘ยํ ตฺวํ สุเขนาภิสเมกฺขเส มํ, ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทสิ;

ปุจฺฉามิ ตํ นาริ มหานุภาเว, เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสี นู’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๒) –

อาห. สา ตสฺส ปฏิวจนํ เทนฺตี –

‘‘เทวี อหํ สงฺข มหานุภาวา, อิธาคตา สาครวาริมชฺเฌ;

อนุกมฺปิกา โน จ ปทุฏฺฐจิตฺตา, ตเวว อตฺถาย อิธาคตาสฺมิ.

‘‘อิธนฺนปานํ สยนาสนญฺจ, ยานานิ นานาวิวิธานิ สงฺข;

สพฺพสฺส ตฺยาหํ ปฏิปาทยามิ, ยํ กิญฺจิ ตุยฺหํ มนสาภิปตฺถิต’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๓-๔๔) –

อิมา คาถา อภาสิ. ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘อยํ เทวธีตา สมุทฺทปิฏฺเฐ มยฺหํ ‘อิทญฺจิทญฺจ ทมฺมี’ติ วทติ, ยญฺเจสา มยฺหํ เทติ, ตมฺปิ มม ปุญฺเญเนว, ตํ ปน ปุญฺญํ อยํ เทวธีตา ชานาติ นุ โข, อุทาหุ น ชานาติ, ปุจฺฉิสฺสามิ ตาว น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปุจฺฉนฺโต อิมํ คาถมาห –

‘‘ยํ กิญฺจิ ยิฏฺฐญฺจ หุตญฺจ มยฺหํ, สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวํ สุคตฺเต;

สุสฺโสณิ สุพฺภูรุ วิลคฺคมชฺเฌ, กิสฺส เม กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๕);

ตตฺถ ยิฏฺฐนฺติ ทานวเสน ยชิตํ. หุตนฺติ อาหุนปาหุนวเสน ทินฺนํ. สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวนฺติ อมฺหากํ ปุญฺญกมฺมสฺส สพฺพสฺส ตฺวํ อิสฺสรา, ‘‘อยํ อิมสฺส วิปาโก, อยํ อิมสฺสา’’ติ พฺยากริตุํ สมตฺถา. สุสฺโสณีติ สุนฺทรชฆเน. สุพฺภูรูติ สุนฺทเรหิ ภมุเกหิ อูรูหิ จ สมนฺนาคเต. วิลคฺคมชฺเฌติ วิลคฺคตนุมชฺเฌ. กิสฺส เมติ มยา กตกมฺเมสุ กตรกมฺมสฺส อยํ วิปาโก, เยนาหํ อปฺปติฏฺเฐ มหาสมุทฺเท อชฺช ปติฏฺฐํ ลภามีติ.

ตํ สุตฺวา เทวธีตา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ‘ยํ อตฺตนา กุสลกมฺมํ กตํ, ตํ กมฺมํ น ชานาตี’ติ สญฺญาย ปุจฺฉติ มญฺเญ, กเถสฺสามิ น’’นฺติ นาวาภิรุหนทิวเส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ฉตฺตุปาหนทานปุญฺญเมว ตสฺส การณนฺติ กเถนฺตี –

‘‘ฆมฺเม ปเถ พฺราหฺมณ เอกภิกฺขุํ, อุคฺฆฏฺฏปาทํ ตสิตํ กิลนฺตํ;

ปฏิปาทยี สงฺข อุปาหนานิ, สา ทกฺขิณา กามทุหา ตวชฺชา’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๖) –

คาถมาห.

ตตฺถ เอกภิกฺขุนฺติ เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ สนฺธายาห. อุคฺฆฏฺฏปาทนฺติ อุณฺหวาลุกาย ฆฏฺฏปาทํ, วิพาธิตปาทนฺติ อตฺโถ. ตสิตนฺติ ปิปาสิตํ. ปฏิปาทยีติ ปฏิปาเทสิ โยเชสิ. กามทุหาติ สพฺพกามทายิกา.

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘เอวรูเปปิ นาม อปฺปติฏฺเฐ มหาสมุทฺเท มยา ทินฺนํ ฉตฺตุปาหนทานํ มม สพฺพกามททํ ชาตํ อโห สุทินฺน’’นฺติ ตุฏฺฐจิตฺโต –

‘‘สา โหตุ นาวา ผลกูปปนฺนา, อนวสฺสุตา เอรกวาตยุตฺตา;

อญฺญสฺส ยานสฺส น เหตฺถ ภูมิ, อชฺเชว มํ โมฬินึ ปาปยสฺสู’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๗) –

คาถมาห.

ตตฺถ ผลกูปปนฺนาติ มหานาวตาย พหูหิ ผลเกหิ อุเปตา. อุทกปฺปเวสนาภาเวน อนวสฺสุตา. สมฺมา คเหตฺวา คมนกวาเตน เอรกวาตยุตฺตา.

เทวธีตา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺฐหฏฺฐา ทีฆโต อฏฺฐอุสภํ วิตฺถารโต จตุอุสภํ คมฺภีรโต วีสติยฏฺฐิกํ สตฺตรตนมยํ นาวํ มาเปตฺวา กูปผิยาริตฺตยุตฺตานิ อินฺทนีลรชตสุวณฺณมยาทีนิ นิมฺมินิตฺวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปูเรตฺวา พฺราหฺมณํ อาลิงฺเคตฺวา นาวํ อาโรเปสิ, อุปฏฺฐากํ ปนสฺส น โอโลเกสิ. พฺราหฺมโณ อตฺตนา กตกลฺยาณโต ตสฺส ปตฺตึ อทาสิ, โส อนุโมทิ. อถ เทวธีตา ตมฺปิ อาลิงฺเคตฺวา นาวาย ปติฏฺฐาเปตฺวา ตํ นาวํ โมฬินีนครํ เนตฺวา พฺราหฺมณสฺส ฆเร ธนํ ปติฏฺฐาเปตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ. เตนาห ภควา –

‘‘สา ตตฺถ วิตฺตา สุมนา ปตีตา, นาวํ สุจิตฺตํ อภินิมฺมินิตฺวา;

อาทาย สงฺขํ ปุริเสน สทฺธึ, อุปานยี นครํ สาธุรมฺม’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๘);

มหาปุริสสฺส หิ จิตฺตสมฺปตฺติยา ปจฺเจกพุทฺธสฺส จ นิโรธโต วุฏฺฐิตภาเวน สตฺตสุ เจตนาสุ อาทิเจตนา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียา อติอุฬารผลา จ ชาตา. อิทมฺปิ ตสฺส ทานสฺส อปฺปมตฺตผลนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อปริมาณผลญฺหิ ตํ ทานํ โพธิสมฺภารภูตํ. เตน วุตฺตํ –

๑๙. ‘‘เตเนวาหํ สตคุณโต, สุขุมาโล สุเขธิโต;

อปิ จ ทานํ ปริปูเรนฺโต, เอวํ ตสฺส อทาสห’’นฺติ.

ตตฺถ เตนาติ ตโต ปจฺเจกพุทฺธโต, สตคุณโตติ สตคุเณน อหํ ตทา สงฺขภูโต สุขุมาโล, ตสฺมา สุเขธิโต สุขสํวฑฺโฒ, อปิ จ เอวํ สนฺเตปิ ทานํ ปริปูเรนฺโต, เอวํ มยฺหํ ทานปารมี ปริปูเรตูติ ตสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส อตฺตโน สรีรทุกฺขํ อนเปกฺขิตฺวา ฉตฺตุปาหนํ อทาสินฺติ อตฺตโน ทานชฺฌาสยสฺส อุฬารภาวํ สตฺถา ปเวเทสิ.

โพธิสตฺโตปิ ยาวชีวํ อมิตธนเคหํ อชฺฌาวสนฺโต ภิยฺโยโสมตฺตาย ทานานิ ทตฺวา สีลานิ รกฺขิตฺวา อายุปริโยสาเน สปริโส เทวนครํ ปูเรสิ.

ตทา เทวธีตา อุปฺปลวณฺณา อโหสิ, ปุริโส อานนฺทตฺเถโร, โลกนาโถ สงฺขพฺราหฺมโณ.

ตสฺส สุวิสุทฺธนิจฺจสีลอุโปสถสีลาทิวเสน สีลปารมี ทานสีลาทีนํ ปฏิปกฺขโต นิกฺขนฺตตฺตา กุสลธมฺมวเสน เนกฺขมฺมปารมี, ทานาทินิปฺผาทนตฺถํ อพฺภุสฺสหนวเสน ตถา มหาสมุทฺทตรณวายามวเสน จ วีริยปารมี, ตทตฺถํ อธิวาสนขนฺติวเสน ขนฺติปารมี, ปฏิญฺญานุรูปปฺปฏิปตฺติยา สจฺจปารมี, สพฺพตฺถ อจลสมาทานาธิฏฺฐานวเสน อธิฏฺฐานปารมี, สพฺพสตฺเตสุ หิตชฺฌาสยวเสน เมตฺตาปารมี, สตฺตสงฺขารกตวิปฺปกาเรสุ มชฺฌตฺตภาวปฺปตฺติยา อุเปกฺขาปารมี, สพฺพปารมีนํ อุปการานุปกาเร ธมฺเม ชานิตฺวา อนุปกาเร ธมฺเม ปหาย อุปการธมฺเมสุ ปวตฺตาปนปุเรจรา สหชาตา จ อุปายโกสลฺลภูตา ปญฺญา ปญฺญาปารมีติ อิมาปิ ปารมิโย ลพฺภนฺติ.

ทานชฺฌาสยสฺส ปน อติอุฬารภาเวน ทานปารมีวเสน เทสนา ปวตฺตา. ยสฺมา เจตฺถ ทส ปารมิโย ลพฺภนฺติ, ตสฺมา เหฏฺฐา วุตฺตา มหากรุณาทโย โพธิสตฺตคุณา อิธาปิ ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺพา. ตถา อตฺตโน โภคสุขํ อนเปกฺขิตฺวา มหากรุณาย ‘‘ทานปารมึ ปูเรสฺสามี’’ติ ทานสมฺภารสํหรณตฺถํ สมุทฺทตรณํ, ตตฺถ จ สมุทฺทปติตสฺสปิ อุโปสถาธิฏฺฐานํ, สีลขณฺฑภเยน เทวธีตายปิ อุปคตาย อาหารานาหรณนฺติ เอวมาทโย มหาสตฺตสฺส คุณา เวทิตพฺพา. อิทานิ วกฺขมาเนสุ เสสจริเตสุ อิมินาว นเยน คุณนิทฺธารณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ตตฺถ วิเสสมตฺตเมว วกฺขาม. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต, อพฺภุตา จ มเหสิโน…เป…;

ปเควานุกิริยา เตสํ, ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.

สงฺขพฺราหฺมณจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. กุรุราชจริยาวณฺณนา

๒๐. ตติเย อินฺทปตฺเถ ปุรุตฺตเมติ อินฺทปตฺถนามเก กุรุรฏฺฐสฺส ปุรวเร อุตฺตมนคเร. ราชาติ ธมฺเมน สเมน จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ปริสํ รญฺเชตีติ ราชา. กุสเล ทสหุปาคโตติ กุสเลหิ ทสหิ สมนฺนาคโต, ทานาทีหิ ทสหิ ปุญฺญกิริยวตฺถูหิ, ทสหิ กุสลกมฺมปเถหิ วา ยุตฺโตติ อตฺโถ.

๒๑. กลิงฺครฏฺฐวิสยาติ กลิงฺครฏฺฐสงฺขาตวิสยา. พฺราหฺมณา อุปคญฺฉุ มนฺติ กลิงฺคราเชน อุยฺโยชิตา อฏฺฐ พฺราหฺมณา มํ อุปสงฺกมึสุ. อุปสงฺกมิตฺวา จ ปน อายาจุํ มํ หตฺถินาคนฺติ หตฺถิภูตํ มหานาคํ มํ อายาจึสุ. ธญฺญนฺติ ธนายิตพฺพสิริโสภคฺคปฺปตฺตํ ลกฺขณสมฺปนฺนํ. มงฺคลสมฺมตนฺติ ตายเยว ลกฺขณสมฺปตฺติยา มงฺคลํ อภิวุฑฺฒิการณนฺติ อภิสมฺมตํ ชเนหิ.

๒๒. อวุฏฺฐิโกติ วสฺสรหิโต. ทุพฺภิกฺโขติ ทุลฺลภโภชโน. ฉาตโก มหาติ มหตี ชิฆจฺฉาพาธา วตฺตตีติ อตฺโถ. ททาหีติ เทหิ. นีลนฺติ นีลวณฺณํ. อญฺชนสวฺหยนฺติ อญฺชนสทฺเทน อวฺหาตพฺพํ, อญฺชนนามกนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อมฺหากํ กลิงฺครฏฺฐํ อวุฏฺฐิกํ, เตน อิทานิ มหาทุพฺภิกฺขํ ตตฺถ มหนฺตํ ฉาตกภยํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส วูปสมตฺถาย อิมํ อญฺชนคิริสงฺกาสํ ตุยฺหํ อญฺชนนามกํ มงฺคลหตฺถึ เทหิ, อิมสฺมิญฺหิ ตตฺถ นีเต เทโว วสฺสิสฺสติ, เตน ตํ สพฺพภยํ วูปสมฺมิสฺสตีติ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา –

อตีเต กุรุรฏฺเฐ อินฺทปตฺถนคเร โพธิสตฺโต กุรุราชสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อนุปุพฺเพน วิญฺญุตํ ปตฺโต, ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา โยควิหิตานิ สิปฺปายตนานิ วิชฺชาฏฺฐานานิ จ อุคฺคเหตฺวา ปจฺจาคโต ปิตรา อุปรชฺเช ฐปิโต, อปรภาเค ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ ปตฺวา ทส ราชธมฺเม อโกเปนฺโต ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ ธนญฺชโย นาม นาเมน. โส จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ นิเวสนทฺวาเรติ ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ ฉสตสหสฺสํ ธนํ วิสฺสชฺเชนฺโต สกลชมฺพุทีปํ อุนฺนงฺคลํ กตฺวา ทานํ อทาสิ. ตสฺส ทานชฺฌาสยตา ทานาภิรติ สกลชมฺพุทีปํ ปตฺถริ.