๒. หตฺถินาควคฺโค
๑. มาตุโปสกจริยาวณฺณนา
๑. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม กุญฺชโรติ หตฺถี. มาตุโปสโกติ อนฺธาย ชราชิณฺณาย มาตุยา ปฏิชคฺคนโก. มหิยาติ ภูมิยํ. คุเณนาติ สีลคุเณน, ตทา มม สทิโส นตฺถิ.
โพธิสตฺโต หิ ตทา หิมวนฺตปฺปเทเส หตฺถิโยนิยํ นิพฺพตฺติ. โส สพฺพเสโต อภิรูโป ลกฺขณสมฺปนฺโน มหาหตฺถี อเนกหตฺถิสตสหสฺสปริวาโร อโหสิ. มาตา ปนสฺส อนฺธา. โส มธุรผลาผลานิ หตฺถีนํ หตฺเถสุ ทตฺวา มาตุ เปเสติ. หตฺถิโน ตสฺสา อทตฺวา สยํ ขาทนฺติ. โส ปริคฺคณฺหนฺโต ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ‘‘ยูถํ ปหาย มาตรเมว โปเสสฺสามี’’ติ รตฺติภาเค อญฺเญสํ หตฺถีนํ อชานนฺตานํ มาตรํ คเหตฺวา จณฺโฑรณปพฺพตปาทํ คนฺตฺวา เอกํ นฬินึ อุปนิสฺสาย ฐิตาย ปพฺพตคุหาย มาตรํ ฐเปตฺวา โปเสสิ.
๒-๓. ปวเน ทิสฺวา วนจโรติ เอโก วนจรโก ปุริโส ตสฺมึ มหาวเน วิจรนฺโต มํ ทิสฺวา. รญฺโญ มํ ปฏิเวทยีติ พาราณสิรญฺโญ มํ อาโรเจสิ.
โส หิ มคฺคมูโฬฺห ทิสํ ววตฺถเปตุํ อสกฺโกนฺโต มหนฺเตน สทฺเทน ปริเทวิ. โพธิสตฺโตปิ ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ ปุริโส อนาโถ, น โข ปเนตํ ปติรูปํ, ยํ เอส มยิ ฐิเต อิธ วินสฺเสยฺยา’’ติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ ภเยน ปลายนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อมฺโภ ปุริส, นตฺถิ เต มํ นิสฺสาย ภยํ, มา ปลายิ, กสฺมา ตฺวํ ปริเทวนฺโต วิจรสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สามิ, อหํ มคฺคมูโฬฺห อชฺช เม สตฺตโม ทิวโส’’ติ วุตฺเต ‘‘โภ ปุริส, มา ภายิ, อหํ ตํ มนุสฺสปเถ ฐเปสฺสามี’’ติ ตํ อตฺตโน ปิฏฺฐิยํ นิสีทาเปตฺวา อรญฺญโต นีหริตฺวา นิวตฺติ. โสปิ ปาโป ‘‘นครํ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสฺสามี’’ติ รุกฺขสญฺญํ ปพฺพตสญฺญญฺจ กโรนฺโตว นิกฺขมิตฺวา พาราณสึ อคมาสิ. ตสฺมึ กาเล รญฺโญ มงฺคลหตฺถี มโต. โส ปุริโส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา มหาปุริสสฺส อตฺตโน ทิฏฺฐภาวํ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตวานุจฺฉโว, มหาราช, คโช วสติ กานเน’’ติอาทิ.
ตตฺถ ตวานุจฺฉโวติ ตว โอปวยฺหํ กาตุํ อนุจฺฉวิโก ยุตฺโต. น ตสฺส ปริกฺขายตฺโถติ ตสฺส คหเณ คมนุปจฺเฉทนตฺถํ สมนฺตโต ขณิตพฺพปริกฺขาย วา กเรณุยา กณฺณปุเฏน อตฺตานํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ขิตฺตปาสรชฺชุยา พนฺธิตพฺพอาฬกสงฺขาตอาลาเนน วา ยตฺถ ปวิฏฺโฐ กตฺถจิ คนฺตุํ น สกฺโกติ, ตาทิสวญฺจนกาสุยา วา อตฺโถ ปโยชนํ นตฺถิ. สหคหิเตติ คหณสมกาลํ เอว. เอหิตีติ อาคมิสฺสติ.
ราชา อิมํ มคฺคเทสกํ กตฺวา อรญฺญํ คนฺตฺวา ‘‘อิมินา วุตฺตํ หตฺถินาคํ อาเนหี’’ติ หตฺถาจริยํ สห ปริวาเรน เปเสสิ. โส เตน สทฺธึ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ นฬินึ ปวิสิตฺวา โคจรํ คณฺหนฺตํ ปสฺสิ. เตน วุตฺตํ –
๔. ‘‘ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา, ราชาปิ ตุฏฺฐมานโส;
เปเสสิ หตฺถิทมกํ, เฉกาจริยํ สุสิกฺขิตํ.
๕. ‘‘คนฺตฺวา โส หตฺถิทมโก, อทฺทส ปทุมสฺสเร;
ภิสมุฬาลํ อุทฺธรนฺตํ, ยาปนตฺถาย มาตุยา’’ติ.
ตตฺถ เฉกาจริยนฺติ หตฺถิพนฺธนาทิวิธิมฺหิ กุสลํ หตฺถาจริยํ. สุสิกฺขิตนฺติ หตฺถีนํ สิกฺขาปนวิชฺชาย นิฏฺฐงฺคมเนน สุฏฺฐุ สิกฺขิตํ.
๖. วิญฺญาย เม สีลคุณนฺติ ‘‘ภทฺโท อยํ หตฺถาชานีโย น มนฺโท, น จณฺโฑ, น โวมิสฺสสีโล วา’’ติ มม สีลคุณํ ชานิตฺวา. กถํ? ลกฺขณํ อุปธารยีติ สุสิกฺขิตหตฺถิสิปฺปตฺตา มม ลกฺขณํ สมนฺตโต อุปธาเรสิ. เตน โส เอหิ ปุตฺตาติ วตฺวาน, มม โสณฺฑาย อคฺคหิ.
๗. โพธิสตฺโต หตฺถาจริยํ ทิสฺวา – ‘‘อิทํ ภยํ มยฺหํ เอตสฺส ปุริสสฺส สนฺติกา อุปฺปนฺนํ, อหํ โข ปน มหาพโล หตฺถิสหสฺสมฺปิ วิทฺธํเสตุํ สมตฺโถ, ปโหมิ กุชฺฌิตฺวา สรฏฺฐกํ เสนาวาหนํ นาเสตุํ, สเจ ปน กุชฺฌิสฺสามิ, สีลํ เม ภิชฺชิสฺสติ, ตสฺมา สตฺตีหิ โกฏฺฏิยมาโนปิ น กุชฺฌิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺฐาย สีสํ โอนาเมตฺวา นิจฺจโลว อฏฺฐาสิ. เตนาห ภควา ‘‘ยํ เม ตทา ปากติกํ, สรีรานุคตํ พล’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ ปากติกนฺติ สภาวสิทฺธํ. สรีรานุคตนฺติ สรีรเมว อนุคตํ กายพลํ, น อุปายกุสลตาสงฺขาตญาณานุคตนฺติ อธิปฺปาโย. อชฺช นาคสหสฺสานนฺติ อชฺชกาเล อเนเกสํ หตฺถิสหสฺสานํ สมุทิตานํ. พเลน สมสาทิสนฺติ เตสํ สรีรพเลน สมสมเมว หุตฺวา สทิสํ, น อุปมามตฺเตน. มงฺคลหตฺถิกุเล หิ ตทา โพธิสตฺโต อุปฺปนฺโนติ.
๘. ยทิหํ เตสํ ปกุปฺเปยฺยนฺติ มํ คหณาย อุปคตานํ เตสํ อหํ ยทิ กุชฺเฌยฺยํ, เตสํ ชีวิตมทฺทเน ปฏิพโล ภเวยฺยํ. น เกวลํ เตสญฺเญว, อถ โข ยาว รชฺชมฺปิ มานุสนฺติ ยโต รชฺชโต เตสํ อาคตานํ มนุสฺสานํ สพฺพมฺปิ รชฺชํ โปเถตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ กเรยฺยํ.
๙. อปิ จาหํ สีลรกฺขายาติ เอวํ สมตฺโถปิ จ อหํ อตฺตนิ ปติฏฺฐิตาย สีลรกฺขาย สีลคุตฺติยา คุตฺโต พนฺโธ วิย. น กโรมิ จิตฺเต อญฺญถตฺตนฺติ ตสฺส สีลสฺส อญฺญถตฺตภูตํ เตสํ สตฺตานํ โปถนาทิวิธึ มยฺหํ จิตฺเต น กโรมิ, ตตฺถ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทมิ. ปกฺขิปนฺตํ มมาฬเกติ อาลานตฺถมฺเภ ปกฺขิปนฺตํ, ‘‘ทิสฺวาปี’’ติ วจนเสโส. กสฺมาติ เจ, สีลปารมิปูริยา อีทิเสสุ ฐาเนสุ สีลํ อขณฺเฑนฺตสฺส เม นจิรสฺเสว สีลปารมี ปริปูเรสฺสตีติ สีลปารมิปริปูรณตฺถํ ตสฺส อญฺญถตฺตํ จิตฺเต น กโรมีติ โยชนา.
๑๐. ‘‘ยทิ เต ม’’นฺติ คาถายปิ สีลรกฺขาย ทฬฺหํ กตฺวา สีลสฺส อธิฏฺฐิตภาวเมว ทสฺเสติ. ตตฺถ โกฏฺเฏยฺยุนฺติ ภินฺเทยฺยุํ. สีลขณฺฑภยา มมาติ มม สีลสฺส ขณฺฑนภเยน.
เอวํ ปน จินฺเตตฺวา โพธิสตฺเต นิจฺจเล ฐิเต หตฺถาจริโย ปทุมสรํ โอตริตฺวา ตสฺส ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เอหิ ปุตฺตา’’ติ รชตทามสทิสาย โสณฺฑาย คเหตฺวา สตฺตเม ทิวเส พาราณสึ ปาปุณิ. โส อนฺตรามคฺเค วตฺตมาโนว รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ. ราชา นครํ อลงฺการาเปสิ. หตฺถาจริโย โพธิสตฺตํ กตคนฺธปริภณฺฑํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ หตฺถิสาลํ เนตฺวา วิจิตฺรสาณิยา ปริกฺขิปาเปตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา นานคฺครสโภชนํ อาทาย คนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส ทาเปสิ. โส ‘‘มาตรํ วินา โคจรํ น คณฺหิสฺสามี’’ติ ปิณฺฑํ น คณฺหิ. ยาจิโตปิ อคฺคเหตฺวา –
‘‘สา นูนสา กปณิกา, อนฺธา อปริณายิกา;
ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ, คิรึ จณฺโฑรณํ ปตี’’ติ. –
อาห. ตํ สุตฺวา ราชา –
‘‘กา นุ เต สา มหานาค, อนฺธา อปริณายิกา;
ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ, คิรึ จณฺโฑรณํ ปตี’’ติ. – ปุจฺฉิตฺวา –
‘‘มาตา เม สา มหาราช, อนฺธา อปริณายิกา;
ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ, คิรึ จณฺโฑรณํ ปตี’’ติ. –
วุตฺเต อชฺช สตฺตโม ทิวโส ‘‘มาตา เม โคจรํ น ลภิตฺถา’’ติ วทโต อิมสฺส โคจรํ อคณฺหนฺตสฺส. ตสฺมา –
‘‘มุญฺจเถตํ มหานาคํ, โยยํ ภรติ มาตรํ;
สเมตุ มาตรา นาโค, สห สพฺเพหิ ญาติภี’’ติ. – วตฺวา มุญฺจาเปสิ –
‘‘มุตฺโต จ พนฺธนา นาโค, มุตฺตทามาย กุญฺชโร;
มุหุตฺตํ อสฺสาสยิตฺวา, อคมา เยน ปพฺพโต’’ติ.
ตตฺถ กปณิกาติ วรากา. ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏตีติ อนฺธตาย ปุตฺตวิโยคทุกฺเขน จ ปริเทวมานา ตตฺถ ตตฺถ รุกฺขกฬิงฺคเร ปาเทน ฆฏฺเฏติ. จณฺโฑรณํ ปตีติ จณฺโฑรณปพฺพตาภิมุขี, ตสฺมึ ปพฺพตปาเท ปริพฺภมมานาติ อตฺโถ. อคมา เยน ปพฺพโตติ โส หตฺถินาโค พนฺธนา มุตฺโต โถกํ วิสฺสมิตฺวา รญฺโญ ทสราชธมฺมคาถาหิ ธมฺมํ เทเสตฺวา ‘‘อปฺปมตฺโต โหหิ, มหาราชา’’ติ โอวาทํ ทตฺวา มหาชเนน คนฺธมาลาทีหิ ปูชิยมาโน นครา นิกฺขมิตฺวา ตทเหว มาตรา สมาคนฺตฺวา สพฺพํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. สา ตุฏฺฐมานสา –
‘‘จิรํ ชีวตุ โส ราชา, กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน;
โย เม ปุตฺตํ ปโมเจสิ, สทา วุทฺธาปจายิก’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๑.๑๒) –
รญฺโญ อนุโมทนํ อกาสิ. ราชา โพธิสตฺตสฺส คุเณ ปสีทิตฺวา นฬินิยา อวิทูเร คามํ มาเปตฺวา โพธิสตฺตสฺส มาตุ จสฺส นิพทฺธํ วตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. อปรภาเค โพธิสตฺโต มาตริ มตาย ตสฺสา สรีรปริหารํ กตฺวา กุรณฺฑกอสฺสมปทํ นาม คโต. ตสฺมึ ปน ฐาเน หิมวนฺตโต โอตริตฺวา ปญฺจสตา อิสโย วสึสุ. ตํ วตฺตํ เตสํ ทตฺวา ราชา โพธิสตฺตสฺส สมานรูปํ สิลาปฏิมํ กาเรตฺวา มหาสกฺการํ ปวตฺเตสิ. ชมฺพุทีปวาสิโน อนุสํวจฺฉรํ สนฺนิปติตฺวา หตฺถิมหํ นาม กรึสุ.
ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, หตฺถินี มหามายา, วนจรโก เทวทตฺโต, มาตุโปสกหตฺถินาโค โลกนาโถ.
อิธาปิ ทานปารมิอาทโย ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺพา. สีลปารมี ปน อติสยวตีติ สา เอว เทสนํ อารุฬฺหา. ตถา ติรจฺฉานโยนิยํ อุปฺปนฺโนปิ พฺรหฺมปุพฺพเทวปุพฺพาจริยอาหุเนยฺยาทิภาเวน สพฺพญฺญุพุทฺเธนปิ ปสตฺถภาวานุรูปํ มาตุยา ครุจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘มาตา นาเมสา ปุตฺตสฺส พหูปการา, ตสฺมา มาตุปฏฺฐานํ นาม ปณฺฑิเตน ปญฺญตฺต’’นฺติ มนสิ กตฺวา อเนเกสํ หตฺถิสหสฺสานํ อิสฺสราธิปติ มหานุภาโว ยูถปติ หุตฺวา เตหิ อนุวตฺติยมาโน เอกกวิหาเร อนฺตรายํ อคเณตฺวา ยูถํ ปหาย เอกโก หุตฺวา อุปการิเขตฺตํ ปูเชสฺสามีติ มาตุโปสนํ, มคฺคมูฬฺหปุริสํ ทิสฺวา อนุกมฺปาย ตํ คเหตฺวา มนุสฺสโคจรสมฺปาปนํ, เตน จ กตาปราธสหนํ, หตฺถาจริยปฺปมุขานํ อตฺตานํ พนฺธิตุํ อาคตปุริสานํ สมตฺโถปิ สมาโน สนฺตาสนมตฺเตนปิ เตสํ ปีฬนา ภวิสฺสติ, มยฺหญฺจ สีลสฺส ขณฺฑาทิภาโวติ ตถา อกตฺวา สุทนฺเตน โอปวโยฺห วิย สุเขเนว คหณูปคมนํ, มาตรํ วินา น กญฺจิ อชฺโฌหริสฺสามีติ สตฺตาหมฺปิ อนาหารตา, อิมินาปาหํ พนฺธาปิโตติ จิตฺตํ อนุปฺปาเทตฺวา ราชานํ เมตฺตาย ผรณํ, ตสฺส จ นานานเยหิ ธมฺมเทสนาติ เอวมาทโย อิธ มหาปุริสสฺส คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพา. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอวํ อจฺฉริยา เอเต, อพฺภุตา จ มเหสิโน…เป… ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.
มาตุโปสกจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ภูริทตฺตจริยาวณฺณนา
๑๑. ทุติเย ภูริทตฺโตติ ภูริสมทตฺโต. ทตฺโตติ หิ ตทา โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตูหิ กตํ นามํ. ยสฺมา ปเนโส นาคภวเน วิรูปกฺขมหาราชภวเน ตาวตึสภวเน จ อุปฺปนฺเน ปเญฺห สมฺมเทว วินิจฺฉินาติ, เอกทิวสญฺจ วิรูปกฺขมหาราเช นาคปริสาย สทฺธึ ติทสปุรํ คนฺตฺวา สกฺกํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺเน เทวานมนฺตเร ปโญฺห สมุฏฺฐาสิ. ตํ โกจิ กเถตุํ นาสกฺขิ. สกฺเกน ปน อนุญฺญาโต ปลฺลงฺกวรคโต หุตฺวา มหาสตฺโตว กเถสิ. อถ นํ เทวราชา ทิพฺพคนฺธปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา ‘‘ทตฺต, ตฺวํ ปถวิสมาย วิปุลาย ปญฺญาย สมนฺนาคโต อิโต ปฏฺฐาย ภูริทตฺโต นามา’’ติ อาห. ภูรีติ หิ ปถวิยา นามํ, ตสฺมา ภูริสมตาย ภูเต อตฺเถ รมตีติ จ ภูริสงฺขาตาย มหติยา ปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา มหาสตฺโต ‘‘ภูริทตฺโต’’ติ ปญฺญายิตฺถ. มหติยา ปน นาคิทฺธิยา สมนฺนาคตตฺตา มหิทฺธิโก จาติ.
อตีเต หิ อิมสฺมึเยว กปฺเป พาราณสิรญฺโญ ปุตฺโต ปิตรา รฏฺฐโต ปพฺพาชิโต วเน วสนฺโต อญฺญตราย นาคมาณวิกาย สํวาสํ กปฺเปสิ. เตสํ สํวาสมนฺวาย เทฺว ทารกา ชายึสุ – ปุตฺโต จ ธีตา จ. ปุตฺตสฺส ‘‘สาครพฺรหฺมทตฺโต’’ติ นามํ กรึสุ ธีตาย ‘‘สมุทฺทชา’’ติ. โส อปรภาเค ปิตุ อจฺจเยน พาราณสึ คนฺตฺวา รชฺชํ กาเรสิ. อถ ธตรฏฺโฐ นาม นาคราชา ปญฺจโยชนสติเก นาคภวเน นาครชฺชํ กาเรนฺโต ตํ อภูตวาทิเกน จิตฺตจูเฬน นาม กจฺฉเปน ‘‘พาราณสิราชา อตฺตโน ธีตรํ ตุยฺหํ ทาตุกาโม, สา โข ปน ราชธีตา สมุทฺทชา นาม อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา จา’’ติ กถิตํ สุตฺวา ธตรฏฺโฐ จตฺตาโร นาคมาณวเก เปเสตฺวา ตํ ทาตุํ อนิจฺฉนฺตํ นาควิภึสิกาย ภึสาเปตฺวา ‘‘ทมฺมี’’ติ วุตฺเต มหนฺตํ ปณฺณาการํ เปเสตฺวา มหติยา นาคิทฺธิยา มหนฺเตน ปริวาเรน ตสฺส ธีตรํ นาคภวนํ เนตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ.
สา อปรภาเค ธตรฏฺฐํ ปฏิจฺจ สุทสฺสโน, ทตฺโต, สุโภโค, อริฏฺโฐติ จตฺตาโร ปุตฺเต ปฏิลภิ. เตสุ ทตฺโต โพธิสตฺโต, โส ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สกฺเกน ตุฏฺฐจิตฺเตน ‘‘ภูริทตฺโต’’ติ คหิตนามตฺตา ‘‘ภูริทตฺโต’’เตฺวว ปญฺญายิตฺถ. อถ เนสํ ปิตา โยชนสติกํ โยชนสติกํ รชฺชํ ภาเชตฺวา อทาสิ. มหนฺโต ยโส อโหสิ. โสฬสโสฬสนาคกญฺญาสหสฺสานิ ปริวารยึสุ. ปิตุปิ เอกโยชนสตเมว รชฺชํ อโหสิ. ตโย ปุตฺตา มาเส มาเส มาตาปิตโร ปสฺสิตุํ อาคจฺฉนฺติ, โพธิสตฺโต ปน อนฺวทฺธมาสํ อาคจฺฉติ.
โส เอกทิวสํ วิรูปกฺขมหาราเชน สทฺธึ สกฺกสฺส อุปฏฺฐานํ คโต เวชยนฺตปาสาทํ สุธมฺมเทวสภํ ปาริจฺฉตฺตกโกวิฬารํ ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ เทวจฺฉราปริวารํ อติมโนหรํ สกฺกสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เอตฺตกมตฺตมฺปิ นาคตฺตภาเว ฐิตสฺส ทุลฺลภํ, กุโต สมฺมาสมฺโพธี’’ติ นาคตฺตภาวํ ชิคุจฺฉิตฺวา ‘‘นาคภวนํ คนฺตฺวา อุโปสถวาสํ วสิตฺวา สีลเมว ปคฺคณฺหิสฺสามิ, ตํ โพธิปริปาจนํ โหติ, อิมสฺมึ เทวโลเก อุปฺปตฺติการณํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา นาคภวนํ คนฺตฺวา มาตาปิตโร อาห – ‘‘อมฺมตาตา, อหํ อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ. เตหิ ‘‘อิเธว อุโปสถํ อุปวสาหิ, พหิคตานํ นาคานํ มหนฺตํ ภย’’นฺติ วุตฺเต เอกวารํ ตถา กตฺวา นาคกญฺญาหิ อุปทฺทุโต ปุนวาเร มาตาปิตูนํ อนาโรเจตฺวา อตฺตโน ภริยํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, อหํ มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา ยมุนาตีเร มหานิโคฺรธรุกฺโข อตฺถิ ตสฺส อวิทูเร วมฺมิกมตฺถเก โภเค อาภุชิตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อธิฏฺฐาย นิปชฺชิตฺวา ‘‘อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ นาคภวนโต นิกฺขมิตฺวา ตถา กโรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิรูปกฺเขน มหารญฺญา, เทวโลกมคญฺฉห’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ วิรูปกฺเขน มหารญฺญาติ วิรูปกฺเขน นาม นาคาธิปติมหาราเชน. เทวโลกนฺติ ตาวตึสเทวโลกํ. อคญฺฉหนฺติ อคญฺฉึ, อุปสงฺกมึ อหํ.
๑๒. ตตฺถาติ ตสฺมึ เทวโลเก. ปสฺสึ ตฺวาหนฺติ อทฺทกฺขึ อหํ ตุ-สทฺโท นิปาตมตฺโต. เอกนฺตํ สุขสมปฺปิเตติ เอกนฺตํ อจฺจนฺตเมว สุเขน สมงฺคีภูเต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, ฉ ผสฺสายตนิกา นาม สคฺคา. ยาวญฺจิทํ, ภิกฺขเว, น สุกรํ อกฺขาเนน ปาปุณิตุํ ยาว สุขา สคฺคา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๕) จ. ตํสคฺคคมนตฺถายาติ ตสฺมึ สคฺคสฺมึ อุปฺปตฺติวเสน คมนตฺถาย. สีลพฺพตนฺติ สีลสงฺขาตํ วตํ. อถ วา สีลพฺพตนฺติ อุโปสถสีลญฺเจว ‘‘มม จมฺมํ จมฺมตฺถิกา หรนฺตู’’ติอาทินา อตฺตโน สรีราวยวปริจฺจาคสมาทิยนสงฺขาตํ วตญฺจ.
๑๓. สรีรกิจฺจนฺติ มุขโธวนาทิสรีรปฏิชคฺคนํ. ภุตฺวา ยาปนมตฺตกนฺติ อินฺทฺริยานิ นิพฺพิเสวนานิ กาตุํ สรีรฏฺฐิติมตฺตกํ อาหารํ อาหริตฺวา. จตุโร องฺเคติ จตฺตาริ องฺคานิ. อธิฏฺฐายาติ อธิฏฺฐหิตฺวา. เสมีติ สยามิ.
๑๔. ฉวิยาติอาทิ เตสํ จตุนฺนํ องฺคานํ ทสฺสนํ. ตตฺถ จ ฉวิจมฺมานํ วิสฺสชฺชนํ เอกํ องฺคํ, เสสานิ เอเกกเมว, มํสคฺคหเณเนว เจตฺถ รุธิรมฺปิ สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอเตนาติ เอเตหิ. หราตุ โสติ ยสฺส เอเตหิ ฉวิอาทีหิ กรณียํ อตฺถิ, ตสฺส มยา ทินฺนเมเวตํ. สพฺพํ โส หรตูติ อตฺตโน อตฺตภาเว อนเปกฺขปวารณํ ปวาเรติ.
เอวํ มหาสตฺตสฺส อิมินา นิยาเมเนว อนฺวทฺธมาสํ อุโปสถกมฺมํ กโรนฺตสฺส ทีโฆ อทฺธา วีติวตฺโต. เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล เอกทิวสํ อญฺญตโร เนสาทพฺราหฺมโณ โสมทตฺเตน นาม อตฺตโน ปุตฺเตน สห ตํ ฐานํ ปตฺวา อรุณุคฺคมนสมเย นาคกญฺญาหิ ปริวาริยมานํ มหาสตฺตํ ทิสฺวา ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. ตาวเทว นาคกญฺญาโย ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา นาคภวนเมว คตา. พฺราหฺมโณ มหาสตฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘โก นุ โข ตฺวํ, มาริส, เทโว วา ยกฺโข วา นาโค วา’’ติ? โพธิสตฺโต ยถาภูตํ อตฺตานํ อาวิ กตฺวา สจายํ อิโต คจฺเฉยฺย, อิธ เม วาสํ มหาชนสฺส ปากฏํ กเรยฺย, เตน เม อุโปสถวาสสฺส อนฺตราโยปิ สิยา. ยํนูนาหํ อิโต อิมํ นาคภวนํ เนตฺวา มหติยา สมฺปตฺติยา โยเชยฺยํ. เอวายํ ตตฺเถว อภิรมิสฺสติ, เตน เม อุโปสถกมฺมํ อทฺธนิยํ สิยาติ. อถ นํ อาห – ‘‘พฺราหฺมณ, มหนฺตํ เต ยสํ ทสฺสามิ, รมณียํ นาคภวนํ, เอหิ ตตฺถ คจฺฉามา’’ติ. สามิ, ปุตฺโต เม อตฺถิ, ตสฺมึ อาคจฺฉนฺเต อาคมิสฺสามีติ. คจฺฉ, พฺราหฺมณ, ปุตฺตํ อาเนหีติ. พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ปุตฺตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ตํ อาเนสิ. มหาสตฺโต เต อุโภปิ อาทาย อตฺตโน อานุภาเวน นาคภวนํ อาเนสิ. เตสํ ตตฺถ ทิพฺโพ อตฺตภาโว ปาตุภวิ. อถ เตสํ มหาสตฺโต ทิพฺพสมฺปตฺตึ ทตฺวา จตฺตาริ จตฺตาริ นาคกญฺญาสตานิ อทาสิ. เต มหตึ สมฺปตฺตึ อนุภวึสุ.
โพธิสตฺโตปิ อปฺปมตฺโต อุโปสถกมฺมํ กโรติ. อนฺวทฺธมาสํ มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ธมฺมกถํ กเถตฺวา ตโต จ พฺราหฺมณสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาโรคฺยํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เยน เต อตฺโถ, ตํ วเทยฺยาสี’’ติ อาปุจฺฉิตฺวา ‘‘อนุกฺกณฺฐมาโน อภิรมา’’ติ วตฺวา โสมทตฺเตนปิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา อตฺตโน นิเวสนํ คจฺฉติ. พฺราหฺมโณ สํวจฺฉรํ ตตฺถ วสิตฺวา มนฺทปุญฺญตาย อุกฺกณฺฐิตฺวา อนิจฺฉมานมฺปิ ปุตฺตํ คเหตฺวา โพธิสตฺตํ อาปุจฺฉิตฺวา เตน ทียมานํ พหุํ ธนํ สพฺพกามททํ มณิรตนมฺปิ อลกฺขิกตาย อคฺคเหตฺวา ‘‘มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อาห. มหาสตฺโต นาคมาณวเก อาณาเปตฺวา ตํ สปุตฺตกํ มนุสฺสโลกํ ปาเปสิ. เต อุโภปิ ทิพฺพาภรณานิ ทิพฺพวตฺถานิ จ โอมุญฺจิตฺวา นฺหายิตุํ เอกํ โปกฺขรณึ โอตรึสุ, ตสฺมึ ขเณ ตานิ อนฺตรธายิตฺวา นาคภวนเมว อคมํสุ. อถ ปฐมนิวตฺถกาสาวปิโลติกาว สรีเร ปฏิมุญฺจิ, ธนุสรสตฺติโย คเหตฺวา อรญฺญํ คนฺตฺวา มิเค วธิตฺวา ปุริมนิยาเมเนว ชีวิกํ กปฺเปสุํ.
เตน จ สมเยน อญฺญตโร ตาปโส สุปณฺณราชโต ลทฺธํ อลมฺปายนมนฺตํ ตสฺส อนุจฺฉวิกานิ โอสธานิ มนฺตูปจารญฺจ อตฺตานํ อุปฏฺฐหนฺตสฺส อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส อทาสิ. โส ‘‘ลทฺโธ เม ชีวิกูปาโย’’ติ กติปาหํ วสิตฺวา ตาปสํ อาปุจฺฉิตฺวา ปกฺกมนฺโต อนุปุพฺเพน ยมุนาตีรํ ปตฺวา ตํ มนฺตํ สชฺฌายนฺโต มหามคฺเคน คจฺฉติ. ตทา โพธิสตฺตสฺส ภวนโต ตสฺส ปริจาริกา นาคมาณวิกา ตํ สพฺพกามททํ มณิรตนํ อาทาย ยมุนาตีเร วาลุการาสิมตฺถเก ฐเปตฺวา ตสฺโสภาเสน รตฺติยํ กีฬิตฺวา อรุณุคฺคมเน ตสฺส พฺราหฺมณสฺส มนฺตสทฺทํ สุตฺวา ‘‘สุปณฺโณ’’ติ สญฺญาย ภยตชฺชิตา มณิรตนํ อคฺคเหตฺวา ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา นาคภวนํ อคมํสุ.
พฺราหฺมโณ ตํ มณิรตนํ อาทาย ปายาสิ. ตสฺมึ ขเณ โส เนสาทพฺราหฺมโณ ปุตฺเตน สทฺธึ มิควธาย อรญฺญํ คจฺฉนฺโต ตสฺส หตฺเถ ตํ มณิรตนํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ภูริทตฺตสฺส สพฺพกามททํ มณิรตน’’นฺติ สญฺชานิตฺวา ตํ คณฺหิตุกาโม เตน สทฺธึ อลฺลาปสลฺลาปํ กตฺวา มนฺตวาทิภาวํ ชานิตฺวา เอวมาห – ‘‘สเจ เม ตฺวํ อิมํ มณิรตนํ ทสฺสสิ, เอวาหํ เต มหานุภาวํ นาคํ ทสฺเสสฺสามิ, ยํ ตฺวํ คเหตฺวา คามนิคมราชธานิโย จรนฺโต พหุธนํ ลจฺฉสี’’ติ. ‘‘เตน หิ ทสฺเสตฺวา คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ตํ อาทาย โพธิสตฺตํ อุโปสถกรณฏฺฐาเน วมฺมิกมตฺถเก โภเค อาภุชิตฺวา นิปนฺนํ อวิทูเร ฐิโต หตฺถํ ปสาเรตฺวา ทสฺเสสิ.
มหาสตฺโต ตํ เนสาทํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อุโปสถสฺส เม อนฺตรายํ กเรยฺยาติ นาคภวนํ เนตฺวา มหาสมฺปตฺติยํ ปติฏฺฐาปิโตปิ น อิจฺฉิ. ตโต อปกฺกมิตฺวา สยํ คนฺตุกาโม มยา ทียมานมฺปิ มณิรตนํ คณฺหิตุํ น อิจฺฉิ. อิทานิ ปน อหิคุณฺฑิกํ คเหตฺวา อาคจฺฉติ. สจาหํ อิมสฺส มิตฺตทุพฺภิโน กุชฺเฌยฺยํ, สีลํ เม ขณฺฑํ ภวิสฺสติ. มยา โข ปน ปฐมํเยว จตุรงฺคสมนฺนาคโต อุโปสโถ อธิฏฺฐิโต, โส ยถาธิฏฺฐิโตว โหตุ. อลมฺปายโน มํ ฉินฺทตุ วา มา วา, เนวสฺส กุชฺฌิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อกฺขีนิ นิมฺมีเลตฺวา อธิฏฺฐานปารมึ ปุเรจาริกํ กตฺวา โภคนฺตเร สีสํ ปกฺขิปิตฺวา นิจฺจโลว หุตฺวา นิปชฺชิ. เนสาทพฺราหฺมโณปิ ‘‘โภ อลมฺปายน, อิมํ นาคํ คณฺห, มณึ เม เทหี’’ติ อาห. อลมฺปายโน นาคํ ทิสฺวา ตุฏฺโฐ มณึ กิสฺมิญฺจิ อคเณตฺวา ‘‘คณฺห, พฺราหฺมณา’’ติ หตฺเถ ขิปิ. โส ตสฺส หตฺถโต ภสฺสิตฺวา ปถวิยํ ปติตมตฺโตว ปถวึ ปวิสิตฺวา นาคภวนเมว คโต. เนสาทพฺราหฺมโณ มณิรตนโต ภูริทตฺเตน สทฺธึ มิตฺตภาวโต จ ปริหายิตฺวา นิปฺปจฺจโยว ปกฺกนฺโต.
๑๕. อลมฺปายโนปิ มหานุภาเวหิ โอสเธหิ อตฺตโน สรีรํ มกฺเขตฺวา โถกํ ขาทิตฺวา เขฬํ อตฺตโน กายสฺมึ ปริภาเวตฺวา ทิพฺพมนฺตํ ชปฺปนฺโต โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา อากฑฺฒิตฺวา สีเส ทฬฺหํ คณฺหนฺโต มุขมสฺส วิวริตฺวา โอสธํ ขาทิตฺวา มุเข สหเขฬํ โอสิญฺจิ. สุจิชาติโก มหาสตฺโต สีลเภทภเยน อกุชฺฌิตฺวา อกฺขีนิ น อุมฺมีเลสิ. อถ นํ โอสธมนฺตพเลน นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา เหฏฺฐา สีสํ กตฺวา สญฺจาเลตฺวา คหิตโคจรํ ฉฑฺฑาเปตฺวา ภูมิยํ ทีฆโส นิปชฺชาเปตฺวา มสูรกํ มทฺทนฺโต วิย หตฺเถหิ ปริมทฺทิ. อฏฺฐีนิ จุณฺณิยมานานิ วิย อเหสุํ.
ปุน นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา ทุสฺสํ โปเถนฺโต วิย โปเถสิ. มหาสตฺโต เอวรูปํ ทุกฺขํ อนุโภนฺโตปิ เนว กุชฺฌิตฺถ. อญฺญทตฺถุ อตฺตโน สีลเมว อาวชฺเชสิ. อิติ โส มหาสตฺตํ ทุพฺพลํ กตฺวา วลฺลีหิ เปฬํ สชฺเชตฺวา มหาสตฺตํ ตตฺถ ปกฺขิปิ. สรีรํ ปนสฺส มหนฺตํ ตตฺถ น ปวิสติ. อถ นํ ปณฺหิยา โกฏฺเฏนฺโต ปเวเสตฺวา เปฬํ อาทาย เอกํ คามํ คนฺตฺวา คามมชฺเฌ โอตาเรตฺวา ‘‘นาคสฺส นจฺจํ ทฏฺฐุกามา อาคจฺฉนฺตู’’ติ สทฺทมกาสิ. สกลคามวาสิโน สนฺนิปตึสุ. ตสฺมึ ขเณ อลมฺปายโน ‘‘นิกฺขม มหานาคา’’ติ อาห. มหาสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อชฺช มยา ปริสํ โตเสนฺเตน กีฬิตุํ วฏฺฏติ, เอวํ อลมฺปายโน พหุธนํ ลภิตฺวา ตุฏฺโฐ มํ วิสฺสชฺเชสฺสติ, ยํ ยํ เอส มํ กาเรติ, ตํ ตํ กริสฺสามี’’ติ.
อถ นํ โส เปฬโต นิกฺขมนฺตํ ‘‘มหา โหหี’’ติ อาห, โส มหา อโหสิ. ‘‘ขุทฺทโก วฏฺโฏ วิผโณ เอกผโณ ทฺวิผโณ ยาว สหสฺสผโณ อุจฺโจ นีโจ ทิสฺสมานกาโย อทิสฺสมานกาโย ทิสฺสมานอุปฑฺฒกาโย นีโล ปีโต โลหิโต โอทาโต มญฺชิฏฺโฐ โหหิ, ธูมํ วิสฺสชฺเชหิ, ชาลสิขํ อุทกญฺจ วิสฺสชฺเชหี’’ติ วุตฺเต เตน วุตฺตํ ตํ ตํ อาการํ นิมฺมินิตฺวา นจฺจํ ทสฺเสสิ. ตํ ทิสฺวา มนุสฺสา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา พหุํ หิรญฺญสุวณฺณวตฺถาลงฺการาทึ อทํสุ. อิติ ตสฺมึ คาเม สตสหสฺสมตฺตํ ลภิ. โส กิญฺจาปิ มหาสตฺตํ คณฺหนฺโต ‘‘สหสฺสํ ลภิตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ อาห. ตํ ปน ธนํ ลภิตฺวา ‘‘คามเกปิ ตาว มยา เอตฺตกํ ธนํ ลทฺธํ, นคเร กิร พหุธนํ ลภิสฺสามี’’ติ ธนโลเภน น มุญฺจิ.
โส ตสฺมึ คาเม กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา รตนมยํ เปฬํ กาเรตฺวา ตตฺถ มหาสตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา สุขยานกํ อารุยฺห มหนฺเตน ปริวาเรน คามนิคมราชธานีสุ ตํ กีฬาเปตฺวา พาราณสึ ปาปุณิ, นาคราชสฺส มธุลาชํ เทติ, อพทฺธสตฺตุญฺจ เทติ. โส โคจรํ น คณฺหิ อวิสฺสชฺชนภเยน. โคจรํ อคณฺหนฺตมฺปิ จ นํ จตฺตาโร นครทฺวาเร อาทึ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ มาสมตฺตํ กีฬาเปสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สํสิโต อกตญฺญุนา’’ติอาทิ.
ตตฺถ สํสิโตติ เอโส นาโค อมุกสฺส นิโคฺรธรุกฺขสฺส สมีเป วมฺมิกมตฺถเก สยิโตติ เอวํ ฐานํ ทสฺเสตฺวา กถิโต. อกตญฺญุนาติ อตฺตนา กตํ อุปการํ อชานนฺเตน มิตฺตทุพฺภินา เนสาทพฺราหฺมเณนาติ อธิปฺปาโย. อลมฺปายโนติ อลมฺปายนวิชฺชาปริชปฺปเนน ‘‘อลมฺปายโน’’ติ เอวํ ลทฺธนาโม อหิตุณฺฑิกพฺราหฺมโณ. มมคฺคหีติ มํ อคฺคเหสิ. กีเฬติ มํ ตหึ ตหินฺติ ตตฺถ ตตฺถ คามนิคมราชธานีสุ อตฺตโน ชีวิกตฺถํ มํ กีฬาเปติ.
๑๗. ติณโตปิ ลหุโก มมาติ อตฺตโน ชีวิตปริจฺจาโค ติณสลากปริจฺจาคโตปิ ลหุโก หุตฺวา มม อุปฏฺฐาตีติ อตฺโถ. ปถวีอุปฺปตนํ วิยาติ สีลวีติกฺกโม ปน จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลาย มหาปถวิยา ปริวตฺตนํ วิย ตโตปิ ตํ ภาริยตรํ หุตฺวา มยฺหํ อุปฏฺฐาตีติ ทสฺเสติ.
๑๘. นิรนฺตรํ ชาติสตนฺติ มม ชาตีนํ อเนกสตมฺปิ อเนกสตาสุปิ ชาตีสุ นิรนฺตรเมว สีลสฺส อวีติกฺกมนเหตุ. มม ชีวิตํ จเชยฺยํ จชิตุํ สกฺโกมิ. เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยนฺติ สีลํ ปน สมาทินฺนํ เอกมฺปิ เนว ภินฺเทยฺยํ น วินาเสยฺยํ. จตุทฺทีปาน เหตูติ จกฺกวตฺติรชฺชสิริยาปิ การณาติ ทสฺเสติ.
๑๙. อิทานิ ยทตฺถํ อตฺตโน ชีวิตมฺปิ ปริจฺจชิตฺวา ตทา สีลเมว รกฺขิตํ, ตาย จ สีลรกฺขาย ตถา อนตฺถการเกสุ เนสาทอลมฺปายนพฺราหฺมเณสุ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ น กตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ จา’’ติ โอสานคาถมาห. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.
เอวํ ปน มหาสตฺเต อหิตุณฺฑิกหตฺถคเต ตสฺส มาตา ทุสฺสุปินํ ทิสฺวา ปุตฺตญฺจ ตตฺถ อปสฺสนฺตี โสกาภิภูตา อโหสิ. อถสฺสา เชฏฺฐปุตฺโต สุทสฺสโน ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา สุโภคํ ‘‘หิมวนฺตํ คนฺตฺวา ปญฺจสุ มหานทีสุ สตฺตสุ มหาสเรสุ ภูริทตฺตํ อุปธาเรตฺวา เอหี’’ติ ปหิณิ. กาณาริฏฺฐํ ‘‘เทวโลกํ คนฺตฺวา สเจ เทวตาหิ ธมฺมํ โสตุกามาหิ ภูริทตฺโต ตตฺถ นีโต, ตโต นํ อาเนหี’’ติ ปหิณิ. สยํ ปน ‘‘มนุสฺสโลเก คเวสิสฺสามี’’ติ ตาปสเวเสน นาคภวนโต นิกฺขมิ. อจฺจิมุขี นามสฺส เวมาติกา ภคินี โพธิสตฺเต อธิมตฺตสิเนหา ตํ อนุพนฺธิ. ตํ มณฺฑูกจฺฉาปึ กตฺวา ชฏนฺตเร ปกฺขิปิตฺวา มหาสตฺตสฺส อุโปสถกรณฏฺฐานํ อาทึ กตฺวา สพฺพตฺถ คเวสนฺโต อนุกฺกเมน พาราณสึ ปตฺวา ราชทฺวารํ อคมาสิ. ตทา อลมฺปายโน ราชงฺคเณ มหาชนสฺส มชฺเฌ รญฺโญ ภูริทตฺตสฺส กีฬํ ทสฺเสตุํ เปฬํ วิวริตฺวา ‘‘เอหิ มหานาคา’’ติ สญฺญมทาสิ.
มหาสตฺโต สีสํ นีหริตฺวา โอโลเกนฺโต เชฏฺฐภาติกํ ทิสฺวา เปฬโต นิกฺขมฺม ตทภิมุโข ปายาสิ. มหาชโน ภีโต ปฏิกฺกมิ. โส คนฺตฺวา ตํ อภิวาเทตฺวา นิวตฺติตฺวา เปฬเมว ปาวิสิ. อลมฺปายโน ‘‘อิมินา อยํ ตาปโส ทฏฺโฐ’’ติ สญฺญาย ‘‘มา ภายิ, มา ภายี’’ติ อาห. สุทสฺสโน ‘‘อยํ นาโค มยฺหํ กึ กริสฺสติ, มยา สทิโส อหิตุณฺฑิโก นาม นตฺถี’’ติ เตน วาทปฺปฏิวาทํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ‘‘ตฺวํ อิมํ นาคํ คเหตฺวา คชฺชสิ, อหํ ตํ อิมาย มณฺฑูกจฺฉาปิยา อิจฺฉนฺโต นาสยิสฺสามี’’ติ ภคินึ ปกฺโกสิตฺวา หตฺถํ ปสาเรสิ. สา ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ชฏนฺตเร นิปนฺนา ติกฺขตฺตุํ มณฺฑูกวสฺสิตํ วสฺสิตฺวา นิกฺขมิตฺวา อํสกูเฏ นิสีทิตฺวา อุปฺปติตฺวา ตสฺส หตฺถตเล ตีณิ วิสพินฺทูนิ ปาเตตฺวา ปุน ตสฺส ชฏนฺตรเมว ปาวิสิ.
สุทสฺสโน วิสพินฺทุํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิทํ พินฺทุํ สเจ ปถวิยํ ปาเตสฺสติ, โอสธิติณวนปฺปตโย สพฺเพ นสฺสิสฺสนฺติ. สเจ อากาเส ขิปิสฺสติ, สตฺตวสฺสานิ เทโว น วสฺสิสฺสติ. สเจ อุทเก ปาเตสฺสติ, ยาวตา ตตฺถ อุทกชาตา ปาณา สพฺเพ มเรยฺยุ’’นฺติ วตฺวา ราชานํ สทฺทหาเปตุํ ตโย อาวาเฏ ขณาเปตฺวา เอกํ นานาเภสชฺชานํ ปูเรสิ, ทุติยํ โคมยสฺส, ตติยํ ทิพฺโพสธานญฺเจว ปูเรตฺวา มชฺเฌ อาวาเฏ วิสพินฺทุํ ปกฺขิปิ. ตงฺขณญฺเญว ธูมายิตฺวา ชาลา อุฏฺฐหิ. สา คนฺตฺวา โคมยาวาฏํ คณฺหิ. ตโตปิ ชาลา อุฏฺฐาย ทิพฺโพสธปุณฺณํ คเหตฺวา ทิพฺโพสธานิ ฌาเปตฺวา นิพฺพายิ. อลมฺปายนํ ตตฺถ อาวาฏสฺส อวิทูเร ฐิตํ อุสุมา ผริตฺวา สรีรจฺฉวึ อุปฺปาเฏตฺวา คตา. เสตกุฏฺฐี อโหสิ. โส ภยตชฺชิโต ‘‘นาคราชานํ วิสฺสชฺเชมี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วาจํ นิจฺฉาเรสิ. ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต รตนเปฬาย นิกฺขมิตฺวา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ อตฺตภาวํ มาเปตฺวา เทวลีฬาย ฐิโต. สุทสฺสโน จ อจฺจิมุขี จ ตเถว อฏฺฐํสุ.
ตโต สุทสฺสโน อตฺตโน ภาคิเนยฺยภาวํ รญฺโญ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา ราชา เต อาลิงฺคิตฺวา สีเส จุมฺพิตฺวา อนฺเตปุรํ เนตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา ภูริทตฺเตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต ‘‘ตาต, เอวํ มหานุภาวํ ตํ อลมฺปายโน กถํ คณฺหี’’ติ ปุจฺฉิ. โส สพฺพํ วิตฺถาเรน กเถตฺวา ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม อิมินา นิยาเมน รชฺชํ กาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ มาตุลสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. อถ สุทสฺสโน ‘‘มาตุล, มม มาตา ภูริทตฺตํ อปสฺสนฺตี กิลมติ, น สกฺกา อเมฺหหิ อิธ ปปญฺจํ กาตุ’’นฺติ มาตุลํ อาปุจฺฉิตฺวา ภูริทตฺตอจฺจิมุขีหิ สทฺธึ นาคภวนเมว คโต.
อถ ตตฺถ มหาปุริโส คิลานเสยฺยาย นิปนฺโน คิลานปุจฺฉนตฺถํ อาคตาย มหติยา นาคปริสาย เวเท จ ยญฺเญ จ พฺราหฺมเณ จ สมฺภาเวตฺวา กาณาริฏฺเฐ กเถนฺเต ตํ วาทํ ภินฺทิตฺวา นานานเยหิ ธมฺมํ เทเสตฺวา สีลสมฺปทาย ทิฏฺฐิสมฺปทาย จ ปติฏฺฐาเปตฺวา ยาวชีวํ สีลานิ รกฺขิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา อายุปริโยสาเน สคฺคปุรํ ปูเรสิ.
ตทา มาตาปิตโร มหาราชกุลานิ อเหสุํ. เนสาทพฺราหฺมโณ เทวทตฺโต, โสมทตฺโต อานนฺโท, อจฺจิมุขี อุปฺปลวณฺณา, สุทสฺสโน สาริปุตฺโต, สุโภโค มหาโมคฺคลฺลาโน, กาณาริฏฺโฐ สุนกฺขตฺโต, ภูริทตฺโต โลกนาโถ.
ตสฺส อิธาปิ เสสปารมิโย เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว นิทฺธาเรตพฺพา. อิธาปิ โยชนสติเก อตฺตโน นาคภวนฏฺฐาเน โสฬสหิ นาคกญฺญาสหสฺเสหิ จิตฺตรูปํ วิย ปริจาริยมาโน เทวโลกสมฺปตฺติสทิเส นาคโลกิสฺสริเย ฐิโตปิ อิสฺสริยมทํ อกตฺวา อนฺวทฺธมาสํ มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ, กุเล เชฏฺฐาปจายนํ, สกลาย นาคปริสาย จาตุมหาราชิกปริสาย ตาวตึสปริสาย จ สมุฏฺฐิตปญฺหานํ ตํตํปริสมชฺเฌ กุมุทนาลกลาปํ วิย สุนิสิตสตฺเถน อตฺตโน ปญฺญาสตฺเถน ตาวเทว ปจฺฉินฺทิตฺวา เตสํ จิตฺตานุกูลธมฺมเทสนา, วุตฺตปฺปการํ โภคสมฺปตฺตึ ปหาย อตฺตโน สรีรชีวิตนิรเปกฺขํ จตุรงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถาธิฏฺฐานํ, ตตฺถ จ ปฏิญฺญาย วิสํวาทนภเยน อหิตุณฺฑิกหตฺถคมนํ, ตสฺมิญฺจ มุเข วิสมิสฺสเขฬปาตนํ นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา อาวิญฺฉนํ กฑฺฒนํ ภูมิยํ ฆํสนํ มทฺทนํ โปถนนฺติ เอวมาทึ นานปฺปการวิปฺปการํ กโรนฺเตปิ เอวรูปํ มหาทุกฺขํ อนุภวโตปิ กุชฺฌิตฺวา โอโลกนมตฺเตน ตํ ฉาริกํ กาตุํ สมตฺถสฺสาปิ สีลปารมึ อาวชฺชิตฺวา สีลขณฺฑนภเยน อีสกมฺปิ จิตฺตสฺส วิการาภาโว, ธนํ ลภาเปมีติ วา ตสฺส จิตฺตานุวตฺตนํ, สุโภเคน ปุนานีตสฺส อกตญฺญุโน มิตฺตทุพฺภิสฺส เนสาทพฺราหฺมณสฺส สีลํ อนธิฏฺฐหิตฺวาปิ อกุชฺฌนํ, กาณาริฏฺเฐน กถิตํ มิจฺฉาวาทํ ภินฺทิตฺวา อเนกปริยาเยน ธมฺมํ ภาสิตฺวา นาคปริสาย สีเลสุ สมฺมาทิฏฺฐิยญฺจ ปติฏฺฐาปนนฺติ เอวมาทโย โพธิสตฺตสฺส คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพา. เตเนตํ วุจฺจติ – ‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต…เป… ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.
ภูริทตฺตจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. จมฺเปยฺยนาคจริยาวณฺณนา
๒๐. ตติเย จมฺเปยฺยโกติ องฺคมคธรฏฺฐานํ อนฺตเร จมฺปา นาม นที, ตสฺสา เหฏฺฐา นาคภวนมฺปิ อวิทูรภวตฺตา จมฺปา นาม, ตตฺถ ชาโต นาคราชา จมฺเปยฺยโก. ตทาปิ ธมฺมิโก อาสินฺติ ตสฺมึ จมฺเปยฺยนาคราชกาเลปิ อหํ ธมฺมจารี อโหสึ.
โพธิสตฺโต หิ ตทา จมฺปานาคภวเน นิพฺพตฺติตฺวา จมฺเปยฺโย นาม นาคราชา อโหสิ, มหิทฺธิโก มหานุภาโว. โส ตตฺถ นาครชฺชํ กาเรนฺโต เทวราชโภคสมฺปตฺติสทิสอิสฺสริยสมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ปารมิปูรณสฺส อโนกาสภาวโต ‘‘กึ เม อิมาย ติรจฺฉานโยนิยา, อุโปสถวาสํ วสิตฺวา อิโต มุจฺจิตฺวา สมฺมเทว ปารมิโย ปูเรสฺสามี’’ติ ตโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ปาสาเทเยว อุโปสถกมฺมํ กโรติ. อลงฺกตนาคมาณวิกา ตสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ. โส ‘‘อิธ เม สีลสฺส อนฺตราโย ภวิสฺสตี’’ติ ปาสาทโต นิกฺขมิตฺวา อุยฺยาเน นิสีทติ. ตตฺราปิ ตา อาคจฺฉนฺติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อิธ เม สีลสฺส สํกิเลโส ภวิสฺสติ, อิโต นาคภวนโต นิกฺขมิตฺวา มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถวาสํ วสิสฺสามี’’ติ. โส ตโต ปฏฺฐาย อุโปสถทิวเสสุ นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา เอกสฺส ปจฺจนฺตคามสฺส อวิทูเร มคฺคสมีเป วมฺมิกมตฺถเก ‘‘มม จมฺมาทีหิ อตฺถิกา จมฺมาทีนิ คณฺหนฺตุ, กีฬาสปฺปํ วา กาตุกามา กีฬาสปฺปํ กโรนฺตู’’ติ สรีรํ ทานมุเข วิสฺสชฺเชตฺวา โภเค อาภุชิตฺวา นิปนฺโน อุโปสถวาสํ วสติ จาตุทฺทสิยํ ปญฺจทสิยญฺจ, ปาฏิปเท นาคภวนํ คจฺฉติ. ตสฺเสวํ อุโปสถํ กโรนฺตสฺส ทีโฆ อทฺธา วีติวตฺโต.
อถ โพธิสตฺโต สุมนาย นาม อตฺตโน อคฺคมเหสิยา ‘‘เทว, ตฺวํ มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถํ อุปวสสิ, โส จ สาสงฺโก สปฺปฏิภโย’’ติ วุตฺโต มงฺคลโปกฺขรณิตีเร ฐตฺวา ‘‘สเจ มํ, ภทฺเท, โกจิ ปหริตฺวา กิลเมสฺสติ, อิมิสฺสา โปกฺขรณิยา อุทกํ อาวิลํ ภวิสฺสติ. สเจ สุปณฺโณ คณฺหิสฺสติ, อุทกํ ปกฺกุถิสฺสติ. สเจ อหิตุณฺฑิโก คณฺหิสฺสติ, อุทกํ โลหิตวณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ ตีณิ นิมิตฺตานิ ตสฺสา อาจิกฺขิตฺวา จาตุทฺทสีอุโปสถํ อธิฏฺฐาย นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชิ สรีรโสภาย วมฺมิกํ โสภยมาโน. สรีรญฺหิสฺส รชตทามํ วิย เสตํ อโหสิ, มตฺถโก รตฺตกมฺพลเคณฺฑุโก วิย, สรีรํ นงฺคลสีสปฺปมาณํ ภูริทตฺตกาเล (ชา. ๒.๒๒.๗๘๔ อาทโย) ปน อูรุปฺปมาณํ, สงฺขปาลกาเล (ชา. ๒.๑๗.๑๔๓ อาทโย) เอกโทณิกนาวปฺปมาณํ.
ตทา เอโก พาราณสิมาณโว ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา อลมฺปายนมนฺตํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตน มคฺเคน อตฺตโน คามํ คจฺฉนฺโต มหาสตฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ เม ตุจฺฉหตฺเถน คามํ คนฺตุํ, อิมํ นาคํ คเหตฺวา คามนิคมราชธานีสุ กีฬาเปนฺโต ธนํ อุปฺปาเทตฺวาว คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทิพฺโพสธานิ คเหตฺวา ทิพฺพมนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. ทิพฺพมนฺตํ สุตกาลโต ปฏฺฐาย มหาสตฺตสฺส กณฺเณสุ ตตฺตสลากาปเวสนกาโล วิย อโหสิ, มตฺถเก สิขเรน อภิมนฺถิยมาโน วิย. โส ‘‘โก นุ โข เอโส’’ติ โภคนฺตรโต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกนฺโต อหิตุณฺฑิกํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มม วิสํ อุคฺคเตชํ, สจาหํ กุชฺฌิตฺวา นาสาวาตํ วิสฺสชฺเชสฺสามิ, เอตสฺส สรีรํ ภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ, อถ เม สีลํ ขณฺฑํ ภวิสฺสติ, น นํ โอโลเกสฺสามี’’ติ. โส อกฺขีนิ นิมฺมีเลตฺวา สีสํ โภคนฺตเร ฐเปสิ. อหิตุณฺฑิกพฺราหฺมโณ โอสธํ ขาทิตฺวา มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา เขฬํ มหาสตฺตสฺส สรีเร โอสิญฺจิ. โอสธานญฺจ มนฺตสฺส จ อานุภาเวน เขเฬน ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเน โผฏานํ อุฏฺฐานกาโล วิย อโหสิ.
อถ โส นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา อากฑฺฒิตฺวา ทีฆโส นิปชฺชาเปตฺวา อชปเทน ทณฺเฑน อุปฺปีเฬตฺวา ทุพฺพลํ กตฺวา สีสํ ทฬฺหํ คเหตฺวา นิปฺปีเฬสิ. มหาสตฺโต มุขํ วิวริ. อถสฺส มุเข เขฬํ โอสิญฺจิตฺวา โอสธมนฺตพเลน ทนฺเต ภินฺทิ. มุขํ โลหิตสฺส ปูริ. มหาสตฺโต อตฺตโน สีลเภทภเยน เอวรูปํ ทุกฺขํ อธิวาเสนฺโต อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา โอโลกนมตฺตมฺปิ นากาสิ. โสปิ ‘‘นาคราชานํ ทุพฺพลํ กริสฺสามี’’ติ นงฺคุฏฺฐโต ปฏฺฐาย อฏฺฐีนิ สํจุณฺณยมาโน วิย สกลสรีรํ มทฺทิตฺวา ปฏฺฏกเวฐนํ นาม เวเฐสิ, ตนฺตมชฺชิตํ นาม มชฺชิ, นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา ทุสฺสโปถนํ นาม โปเถสิ. มหาสตฺตสฺส สกลสรีรํ โลหิตมกฺขิตํ อโหสิ, โส มหาเวทนํ อธิวาเสสิ.
อถสฺส ทุพฺพลภาวํ ญตฺวา วลฺลีหิ เปฬํ กริตฺวา ตตฺถ นํ ปกฺขิปิตฺวา ปจฺจนฺตคามํ เนตฺวา มหาชนสฺส มชฺเฌ กีฬาเปสิ. นีลาทีสุ วณฺเณสุ วฏฺฏจตุรสฺสาทีสุ สณฺฐาเนสุ อณุํถูลาทีสุ ปมาเณสุ ยํ ยํ พฺราหฺมโณ อิจฺฉติ, มหาสตฺโต ตํ ตเทว กตฺวา นจฺจติ, ผณสตมฺปิ ผณสหสฺสมฺปิ กโรติเยว. มหาชโน ปสีทิตฺวา พหุธนมทาสิ. เอกทิวสเมว กหาปณสหสฺสญฺเจว สหสฺสคฺฆนิเก จ ปริกฺขาเร ลภิ. พฺราหฺมโณ อาทิโตว ‘‘สหสฺสํ ลภิตฺวา วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. ตํ ปน ธนํ ลภิตฺวา ‘‘ปจฺจนฺตคาเมเยว ตาว เม เอตฺตกํ ธนํ ลทฺธํ, ราชราชมหามตฺตานํ ทสฺสิเต กีว พหุํ ธนํ ลภิสฺสามี’’ติ สกฏญฺจ สุขยานกญฺจ คเหตฺวา สกเฏ ปริกฺขาเร ฐเปตฺวา สุขยานเก นิสินฺโน ‘‘มหนฺเตน ปริวาเรน มหาสตฺตํ คามนิคมราชธานีสุ กีฬาเปนฺโต พาราณสิยํ อุคฺคเสนรญฺโญ สนฺติเก กีฬาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ อคมาสิ. โส มณฺฑูเก มาเรตฺวา นาครญฺโญ เทติ. นาคราชา ‘‘ปุนปฺปุนํ มํ นิสฺสาย มาเรสฺสตี’’ติ น ขาทติ. อถสฺส มธุลาเช อทาสิ. เตปิ ‘‘สจาหํ โคจรํ คณฺหิสฺสามิ, อนฺโตเปฬายเมว มรณํ ภวิสฺสตี’’ติ น ขาทติ.
๒๑. พฺราหฺมโณ มาสมตฺเตน พาราณสึ ปตฺวา ทฺวารคามเก ตํ กีฬาเปนฺโต พหุธนํ ลภิ. ราชาปิ นํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อมฺหากมฺปิ กีฬาเปหี’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, เทว, เสฺว ปนฺนรเส ตุมฺหากํ กีฬาเปสฺสามี’’ติ อาห. ราชา ‘‘เสฺว นาคราชา ราชงฺคเณ นจฺจิสฺสติ, มหาชโน สนฺนิปติตฺวา ปสฺสตู’’ติ เภรึ จราเปตฺวา ปุนทิวเส ราชงฺคณํ อลงฺการาเปตฺวา พฺราหฺมณํ ปกฺโกสาเปสิ. โส รตนเปฬาย มหาสตฺตํ เนตฺวา วิจิตฺตตฺถเร เปฬํ ฐเปตฺวา นิสีทิ. ราชาปิ ปาสาทา โอรุยฺห มหาชนปริวุโต ราชาสเน นิสีทิ. พฺราหฺมโณ มหาสตฺตํ นีหริตฺวา นจฺจาเปสิ. มหาสตฺโต เตน จินฺติตจินฺติตาการํ ทสฺเสสิ. มหาชโน สกภาเวน สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ. เจลุกฺเขปสหสฺสานิ ปวตฺตนฺติ. โพธิสตฺตสฺส อุปริ รตนวสฺสํ วสฺสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตทาปิ มํ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ ตทาปีติ ยทาหํ จมฺเปยฺยโก นาคราชา โหมิ, ตทาปิ. ธมฺมจารินฺติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ เอว จรติ, น อณุมตฺตมฺปิ อธมฺมนฺติ ธมฺมจารี. อุปวุฏฺฐอุโปสถนฺติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตสฺส อริยุโปสถสีลสฺส รกฺขณวเสน อุปวสิตอุโปสถํ. ราชทฺวารมฺหิ กีฬตีติ พาราณสิยํ อุคฺคเสนรญฺโญ เคหทฺวาเร กีฬาเปติ.
๒๒. ยํ ยํ โส วณฺณํ จินฺตยีติ โส อหิตุณฺฑิกพฺราหฺมโณ ‘‘ยํ ยํ นีลาทิวณฺณํ โหตู’’ติ จินฺเตสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘นีลํ ว ปีตโลหิต’’นฺติ. ตตฺถ นีลํ วาติ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, คาถาสุขตฺถํ รสฺสํ กตฺวา วุตฺโต, เตน วาสทฺเทน วุตฺตาวสิฏฺฐํ โอทาตาทิวณฺณวิเสสญฺเจว วฏฺฏาทิสณฺฐานวิเสสญฺจ อณุํถูลาทิปมาณวิเสสญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส จิตฺตานุวตฺตนฺโตติ ตสฺส อหิตุณฺฑิกสฺส จิตฺตํ อนุวตฺตนฺโต. จินฺติตสนฺนิโภติ เตน จินฺติตจินฺติตากาเรน เปกฺขชนสฺส อุปฏฺฐหามีติ ทสฺเสติ.
๒๓. น เกวลญฺจ เตน จินฺติตาการทสฺสนํ เอว มยฺหํ อานุภาโว. อปิ จ ถลํ กเรยฺยมุทกํ, อุทกมฺปิ ถลํ กเรติ ถลํ มหาปถวึ คเหตฺวา อุทกํ, อุทกมฺปิ คเหตฺวา ปถวึ กาตุํ สกฺกุเณยฺยํ เอวํ มหานุภาโว จ. ยทิหํ ตสฺส กุปฺเปยฺยนฺติ ตสฺส อหิตุณฺฑิกสฺส อหํ ยทิ กุชฺเฌยฺยํ. ขเณน ฉาริกํ กเรติ โกธุปฺปาทกฺขเณ เอว ภสฺมํ กเรยฺยํ.
๒๔. เอวํ ภควา ตทา อตฺตโน อุปฺปชฺชนกานตฺถปฏิพาหเน สมตฺถตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยน อธิปฺปาเยน ตํ ปฏิพาหนํ น กตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทิ จิตฺตวสี เหสฺส’’นฺติอาทิมาห.
ตสฺสตฺโถ – ‘‘อยํ อหิตุณฺฑิโก มํ อติวิย พาธติ, น เม อานุภาวํ ชานาติ, หนฺทสฺส เม อานุภาวํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ กุชฺฌิตฺวา โอโลกนมตฺเตนาปิ ยทิ จิตฺตวสี อภวิสฺสํ, อถ โส ภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ. อหํ ยถาสมาทินฺนโต ปริหายิสฺสามิ สีลโต. ตถา จ สติ สีเลน ปริหีนสฺส ขณฺฑิตสีลสฺส ยฺวายํ มยา ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูลโต ปฏฺฐาย อภิปตฺถิโต, อุตฺตมตฺโถ พุทฺธภาโว โส น สิชฺฌติ.
๒๕. กามํ ภิชฺชตุยํ กาโยติ อยํ จาตุมหาภูติโก โอทนกุมฺมาสูปจโย อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม กาโย กิญฺจาปิ ภิชฺชตุ วินสฺสตุ, อิเธว อิมสฺมึ เอว ฐาเน มหาวาเต ขิตฺตภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิรียตุ, เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ, วิกิรนฺเต ภุสํ วิยาติ สีลํ ปน อุตฺตมตฺถสิทฺธิยา เหตุภูตํ อิมสฺมึ กเฬวเร ภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิรนฺเตปิ เนว ภินฺเทยฺยํ, กายชีวิเตสุ นิรเปกฺโข หุตฺวา สีลปารมึเยว ปูเรมีติ จินฺเตตฺวา ตํ ตาทิสํ ทุกฺขํ ตทา อธิวาเสสินฺติ ทสฺเสติ.
อถ มหาสตฺตสฺส ปน อหิตุณฺฑิกหตฺถคตสฺส มาโส ปริปูริ, เอตฺตกํ กาลํ นิราหาโรว อโหสิ. สุมนา ‘‘อติจิรายติ เม สามิโก, โก นุ โข ปวตฺตี’’ติ โปกฺขรณึ โอโลเกนฺตี โลหิตวณฺณํ อุทกํ ทิสฺวา ‘‘อหิตุณฺฑิเกน คหิโต ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา วมฺมิกสนฺติกํ คนฺตฺวา มหาสตฺตสฺส คหิตฏฺฐานํ กิลมิตฏฺฐานญฺจ ทิสฺวา โรทิตฺวา กนฺทิตฺวา ปจฺจนฺตคามํ คนฺตฺวา ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ราชทฺวาเร อากาเส โรทมานา อฏฺฐาสิ. มหาสตฺโต นจฺจนฺโตว อากาสํ อุลฺโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ลชฺชิโต เปฬํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ.
ราชา ตสฺส เปฬํ ปวิฏฺฐกาเล ‘‘กึ นุ โข การณ’’นฺติ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ตํ อากาเส ฐิตํ ทิสฺวา ‘‘กา นุ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺสา นาคกญฺญาภาวํ สุตฺวา ‘‘นิสฺสํสยํ โข นาคราชา อิมํ ทิสฺวา ลชฺชิโต เปฬํ ปวิฏฺโฐ, อยญฺจ ยถาทสฺสิโต อิทฺธานุภาโว นาคราชสฺเสว, น อหิตุณฺฑิกสฺสา’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ‘‘เอวํ มหานุภาโว อยํ นาคราชา, กถํ นาม อิมสฺส หตฺถํ คโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อยํ ธมฺมจารี สีลวา นาคราชา, จาตุทฺทสีปนฺนรสีสุ อุโปสถํ อุปวสนฺโต อตฺตโน สรีรํ ทานมุเข นิยฺยาเตตฺวา มหามคฺคสมีเป วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชติ, ตตฺถายเมเตน คหิโต, อิมสฺส เทวจฺฉราปฏิภาคา อเนกสหสฺสา อิตฺถิโย, เทวโลกสมฺปตฺติสทิสา นาคภวนสมฺปตฺติ, อยํ มหิทฺธิโก มหานุภาโว สกลปถวึ ปริวตฺเตตุํ สมตฺโถ, เกวลํ ‘สีลํ เม ภิชฺชิสฺสตี’ติ เอวรูปํ วิปฺปการํ ทุกฺขญฺจ อนุโภตี’’ติ จ สุตฺวา สํเวคปฺปตฺโต ตาวเทว ตสฺส อหิตุณฺฑิกสฺส พฺราหฺมณสฺส พหุํ ธนํ มหนฺตญฺจ ยสํ อิสฺสริยญฺจ ทตฺวา – ‘‘หนฺท, โภ, อิมํ นาคราชานํ วิสฺสชฺเชหี’’ติ วิสฺสชฺชาเปสิ.
มหาสตฺโต นาควณฺณํ อนฺตรธาเปตฺวา มาณวกวณฺเณน เทวกุมาโร วิย อฏฺฐาสิ. สุมนาปิ อากาสโต โอตริตฺวา ตสฺส สนฺติเก อฏฺฐาสิ. นาคราชา รญฺโญ อญฺชลึ กตฺวา ‘‘เอหิ, มหาราช, มยฺหํ นิเวสนํ ปสฺสิตุํ อาคจฺฉาหี’’ติ ยาจิ. เตนาห ภควา –
‘‘มุตฺโต จมฺเปยฺยโก นาโค, ราชานํ เอตทพฺรวิ;
‘นโม เต กาสิราชตฺถุ, นโม เต กาสิวฑฺฒน;
อญฺชลึ เต ปคฺคณฺหามิ, ปสฺเสยฺยํ เม นิเวสน’’นฺติ.
อถ ราชา ตสฺส นาคภวนคมนํ อนุชานิ. มหาสตฺโต ตํ สปริสํ คเหตฺวา นาคภวนํ เนตฺวา อตฺตโน อิสฺสริยสมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา กติปาหํ ตตฺถ วสาเปตฺวา เภรึ จราเปสิ – ‘‘สพฺพา ราชปริสา ยาวทิจฺฉกํ หิรญฺญสุวณฺณาทิกํ ธนํ คณฺหตู’’ติ. รญฺโญ จ อเนเกหิ สกฏสเตหิ ธนํ เปเสสิ. ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม ทานํ ทาตพฺพํ, สีลํ รกฺขิตพฺพํ, ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺติ สพฺพตฺถ สํวิทหิตพฺพา’’ติ ทสหิ ราชธมฺมกถาหิ โอวทิตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. ราชา มหนฺเตน ยเสน นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา พาราณสิเมว คโต. ตโต ปฏฺฐาย กิร ชมฺพุทีปตเล หิรญฺญสุวณฺณํ ชาตํ. มหาสตฺโต สีลานิ รกฺขิตฺวา อนฺวทฺธมาสํ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา สปริโส สคฺคปุรํ ปูเรสิ.
ตทา อหิตุณฺฑิโก เทวทตฺโต อโหสิ, สุมนา ราหุลมาตา, อุคฺคเสโน สาริปุตฺตตฺเถโร, จมฺเปยฺยโก นาคราชา โลกนาโถ.
ตสฺส อิธาปิ ยถารหํ เสสปารมิโย นิทฺธาเรตพฺพา. อิธ โพธิสตฺตสฺส อจฺฉริยานุภาวา เหฏฺฐา วุตฺตนยา เอวาติ.
จมฺเปยฺยนาคจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จูฬโพธิจริยาวณฺณนา
๒๖. จตุตฺเถ จูฬโพธีติ มหาโพธิปริพฺพาชกตฺตภาวํ อุปาทาย อิธ ‘‘จูฬโพธี’’ติ สมญฺญา อาโรปิตา, น ปน อิมสฺมึ เอว ชาตเก (ชา. ๑.๑๐.๔๙ อาทโย) อตฺตโน เชฏฺฐภาติกาทิโน มหาโพธิสฺส สมฺภวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. สุสีลวาติ สุฏฺฐุ สีลวา, สมฺปนฺนสีโลติ อตฺโถ. ภวํ ทิสฺวาน ภยโตติ กามาทิภวํ ภายิตพฺพภาเวน ปสฺสิตฺวา. เนกฺขมฺมนฺติ เอตฺถ จ-สทฺทสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ, เตน ‘‘ทิสฺวานา’’ติ ปทํ อากฑฺฒียติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ชาติชราพฺยาธิมรณํ อปายทุกฺขํ อตีเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, อนาคเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อาหารปริเยฏฺฐิมูลกํ ทุกฺขนฺติ อิเมสํ อฏฺฐนฺนํ สํเวควตฺถูนํ ปจฺจเวกฺขเณน สพฺพมฺปิ กามาทิเภทํ ภวํ สํสารภยโต อุปฏฺฐหมานํ ทิสฺวา นิพฺพานํ ตสฺส อุปายภูตา สมถวิปสฺสนา ตทุปายภูตา จ ปพฺพชฺชาติ อิทํ ติวิธมฺปิ เนกฺขมฺมํ อนุสฺสวาทิสิทฺเธน ญาณจกฺขุนา ตปฺปฏิปกฺขโต ทิสฺวา ตาปสปพฺพชฺชูปคมเนน อเนกาทีนวากุลา คหฏฺฐภาวา อภินิกฺขมิตฺวา คโตติ.
๒๗. ทุติยิกาติ โปราณทุติยิกา, คิหิกาเล ปชาปติภูตา. กนกสนฺนิภาติ กญฺจนสนฺนิภตฺตจา. วฏฺเฏ อนเปกฺขาติ สํสาเร นิราลยา. เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมีติ เนกฺขมฺมตฺถาย เคหโต นิกฺขมิ, ปพฺพชีติ อตฺโถ.
๒๘. อาลยนฺติ สตฺตา เอเตนาติ อาลโย, ตณฺหา, ตทภาเวน นิราลยา. ตโต เอว ญาตีสุ ตณฺหาพนฺธนสฺส ฉินฺนตฺตา ฉินฺนพนฺธุ. เอวํ คิหิพนฺธนาภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปพฺพชิตานมฺปิ เกสญฺจิ ยํ โหติ พนฺธนํ, ตสฺสาปิ อภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อนเปกฺขา กุเล คเณ’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ กุเลติ อุปฏฺฐากกุเล. คเณติ ตาปสคเณ, เสสา พฺรหฺมจาริโนติ วุจฺจนฺติ. อุปาคมุนฺติ อุโภปิ มยํ อุปาคมิมฺหา.
๒๙. ตตฺถาติ พาราณสิสามนฺเต. นิปกาติ ปญฺญวนฺโต. นิรากุเลติ ชนสญฺจารรหิตตฺตา ชเนหิ อนากุเล, อปฺปสทฺเทติ มิคปกฺขีนํ อุฏฺฐาปนโต เตสํ วสฺสิตสทฺเทนาปิ วิรหิตตฺตา อปฺปสทฺเท. ราชุยฺยาเน วสามุโภติ พาราณสิรญฺโญ อุยฺยาเน มยํ อุโภ ชนา ตทา วสาม.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อตีเต อิมสฺมึ เอว ภทฺทกปฺเป โพธิสตฺโต พฺรหฺมโลกโต จวิตฺวา อญฺญตรสฺมึ กาสิคาเม เอกสฺส มหาวิภวสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส นามคฺคหณสมเย ‘‘โพธิกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. วยปฺปตฺตกาเล ปนสฺส ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ปจฺจาคตสฺส อนิจฺฉมานกสฺเสว มาตาปิตโร สมชาติกํ กุลกุมาริกํ อาเนสุํ. สาปิ พฺรหฺมโลกจุตาว อุตฺตมรูปธรา เทวจฺฉราปฏิภาคา. เตสํ อนิจฺฉมานานํ เอว อญฺญมญฺญํ อาวาหวิวาหํ กรึสุ. อุภินฺนมฺปิ ปน เนสํ กิเลสมุทาจาโร น ภูตปุพฺโพ, สาราควเสน อญฺญมญฺญํ โอโลกนมฺปิ นาโหสิ, กา ปน กถา อิตรสํสคฺเค. เอวํ ปริสุทฺธสีลา อเหสุํ.
อปรภาเค มหาสตฺโต มาตาปิตูสุ กาลํกเตสุ เตสํ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ อิมํ อสีติโกฏิธนํ คเหตฺวา สุเขน ชีวาหี’’ติ อาห. ‘‘ตฺวํ ปน อยฺยปุตฺตา’’ติ? ‘‘มยฺหํ ธเนน กิจฺจํ นตฺถิ, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. ‘‘กึ ปน ปพฺพชฺชา อิตฺถีนมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘วฏฺฏติ, ภทฺเท’’ติ. ‘‘เตน หิ มยฺหมฺปิ ธเนน กิจฺจํ นตฺถิ, อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. เต อุโภปิ สพฺพํ วิภวํ ปริจฺจชิตฺวา มหาทานํ ทตฺวา นิกฺขมิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุญฺฉาจริยาย ผลาผเลหิ ยาเปนฺตา ปพฺพชฺชาสุเขเนว ทส สํวจฺฉรานิ วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ชนปทจาริกํ จรนฺตา อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘ราชุยฺยาเน วสามุโภ’’ติ.
๓๐. อเถกทิวสํ ราชา อุยฺยานกีฬํ คโต. อุยฺยานสฺส เอกปสฺเส ปพฺพชฺชาสุเขน วีตินาเมนฺตานํ เตสํ สมีปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปรมปาสาทิกํ อุตฺตมรูปธรํ ปริพฺพาชิกํ โอโลเกนฺโต กิเลสวเสน ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา โพธิสตฺตํ ‘‘อยํ เต ปริพฺพาชิกา กึ โหตี’’ติ ปุจฺฉิ. เตน ‘‘น จ กิญฺจิ โหติ, เกวลํ เอกปพฺพชฺชาย ปพฺพชิตา, อปิ จ โข ปน คิหิกาเล ปาทปริจาริกา อโหสี’’ติ วุตฺเต ราชา ‘‘อยํ กิเรตสฺส น กิญฺจิ โหติ, อปิ จ โข ปนสฺส คิหิกาเล ปาทปริจาริกา อโหสิ, ยํนูนาหํ อิมํ อนฺเตปุรํ ปเวเสยฺยํ, เตเนวสฺส อิมิสฺสา ปฏิปตฺตึ ชานิสฺสามี’’ติ อนฺธพาโล ตตฺถ อตฺตโน ปฏิพทฺธจิตฺตํ นิวาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อญฺญตรํ ปุริสํ อาณาเปสิ ‘‘อิมํ ปริพฺพาชิกํ ราชนิเวสนํ เนหี’’ติ.
โส ตสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา ‘‘อธมฺโม โลเก วตฺตตี’’ติอาทีนิ วตฺวา ปริเทวมานํ เอว ตํ อาทาย ปายาสิ. โพธิสตฺโต ตสฺสา ปริเทวนสทฺทํ สุตฺวา เอกวารํ โอโลเกตฺวา ปุน น โอโลเกสิ. ‘‘สเจ ปนาหํ วาเรสฺสามิ, เตสุ จิตฺตํ ปโทเสตฺวา มยฺหํ สีลสฺส อนฺตราโย ภวิสฺสตี’’ติ สีลปารมึเยว อาวชฺเชนฺโต นิสีทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุยฺยานทสฺสนํ คนฺตฺวา, ราชา อทฺทส พฺราหฺมณิ’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ ตุเยฺหสา กา กสฺส ภริยาติ ตุยฺหํ ตว เอสา กา, กึ ภริยา, อุทาหุ ภคินี วา สมานา กสฺส อญฺญสฺส ภริยา.
๓๑. น มยฺหํ ภริยา เอสาติ กามญฺเจสา มยฺหํ คิหิกาเล ภริยา อโหสิ, ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย น มยฺหํ ภริยา เอสา, นาปิ อหํ เอติสฺสา สามิโก, เกวลํ ปน สหธมฺมา เอกสาสนี, อหมฺปิ ปริพฺพาชโก อยมฺปิ ปริพฺพาชิกาติ สมานธมฺมา ปริพฺพาชกสาสเนน เอกสาสนี, สพฺรหฺมจารินีติ อตฺโถ.
๓๒. ติสฺสา สารตฺตคธิโตติ กามราเคน สารตฺโต หุตฺวา ปฏิพทฺโธ. คาหาเปตฺวาน เจฏเกติ เจฏเกหิ คณฺหาเปตฺวา เจฏเก วา อตฺตโน ราชปุริเส อาณาเปตฺวา ตํ ปริพฺพาชิกํ คณฺหาเปตฺวา. นิปฺปีฬยนฺโต พลสาติ ตํ อนิจฺฉมานํ เอว อากฑฺฒนปริกฑฺฒนาทินา นิปฺปีฬยนฺโต พาเธนฺโต, ตถาปิ อคจฺฉนฺตึ พลสา พลกฺกาเรน ราชปุริเสหิ คณฺหาเปตฺวา อตฺตโน อนฺเตปุรํ ปเวเสสิ.
๓๓. โอทปตฺตกิยาติ อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา คหิตภริยา โอทปตฺติกา นาม, อิทํ วจนํ ปุราณทุติยิกาภาเวน อุปลกฺขณมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ, สา ปนสฺส พฺราหฺมณวิวาหวเสน มาตาปิตูหิ สมฺปฏิปาทิตา, ‘‘โอทปตฺตกิยา’’ติ จ ภาเวนภาวลกฺขเณ ภุมฺมํ. สหชาติ ปพฺพชฺชาชาติวเสน สหชาตา, เตเนวาห ‘‘เอกสาสนี’’ติ. ‘‘เอกสาสนี’’ติ จ อิทํ ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตํ, เอกสาสนิยาติ อตฺโถ. นยนฺติยาติ นียนฺติยา. โกโป เม อุปปชฺชถาติ อยํ เต คิหิกาเล ภริยา พฺราหฺมณี สีลวตี, ปพฺพชิตกาเล จ สพฺรหฺมจารินีภาวโต สหชาตา ภคินี, สา ตุยฺหํ ปุรโต พลกฺกาเรน อากฑฺฒิตฺวา นียติ. ‘‘โพธิพฺราหฺมณ, กึ เต ปุริสภาว’’นฺติ ปุริสมาเนน อุสฺสาหิโต จิรกาลสยิโต วมฺมิกพิลโต เกนจิ ปุริเสน ฆฏฺฏิโต ‘‘สุสู’’ติ ผณํ กโรนฺโต อาสิวิโส วิย เม จิตฺตโต โกโป สหสา วุฏฺฐาสิ.
๓๔-๕. สหโกเป สมุปฺปนฺเนติ โกปุปฺปตฺติยา สห, ตสฺส อุปฺปตฺติสมนนฺตรเมวาติ อตฺโถ. สีลพฺพตมนุสฺสรินฺติ อตฺตโน สีลปารมึ อาวชฺเชสึ. ตตฺเถว โกปํ นิคฺคณฺหินฺติ ตสฺมึ เอว อาสเน ยถานิสินฺโนว ตํ โกปํ นิวาเรสึ. นาทาสึ วฑฺฒิตูปรีติ ตโต เอกวารุปฺปตฺติโต อุปริ อุทฺธํ วฑฺฒิตุํ น อทาสึ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โกเป อุปฺปนฺนมตฺเต เอว ‘‘นนุ ตฺวํ, โพธิปริพฺพาชก, สพฺพปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตุกาโม, ตสฺส เต กิมิทํ สีลมตฺเตปิ อุปกฺขลนํ, ตยิทํ คุนฺนํ ขุรมตฺโตทเก โอสีทนฺตสฺส มหาสมุทฺทสฺส ปรตีรํ คณฺหิตุกามตา วิย โหตี’’ติ อตฺตานํ ปริภาสิตฺวา ปฏิสงฺขานพเลน ตสฺมึ เอว ขเณ โกปํ นิคฺคเหตฺวา ปุน อุปฺปชฺชนวเสนสฺส วฑฺฒิตุํ น อทาสินฺติ. เตเนวาห ‘‘ยทิ นํ พฺราหฺมณิ’’นฺติอาทิ.
ตสฺสตฺโถ – ตํ ปริพฺพาชิกํ พฺราหฺมณึ โส ราชา วา อญฺโญ วา โกจิ ติณฺหายปิ นิสิตาย สตฺติยา โกฏฺเฏยฺย, ขณฺฑาขณฺฑิกํ ยทิ ฉินฺเทยฺย, เอวํ สนฺเตปิ สีลํ อตฺตโน สีลปารมึ เนว ภินฺเทยฺยํ. กสฺมา? โพธิยา เอว การณา, สพฺพตฺถ อขณฺฑิตสีเลเนว สกฺกา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณิตุํ, น อิตเรนาติ.
๓๖. น เม สา พฺราหฺมณี เทสฺสาติ สา พฺราหฺมณี ชาติยา โคตฺเตน กุลปฺปเทเสน อาจารสมฺปตฺติยา จิรปริจเยน ปพฺพชฺชาทิคุณสมฺปตฺติยา จาติ สพฺพปฺปกาเรน น เม เทสฺสา น อปฺปิยา, เอติสฺสา มม อปฺปิยภาโว โกจิ นตฺถิ. นปิ เม พลํ น วิชฺชตีติ มยฺหมฺปิ พลํ น น วิชฺชติ, อตฺถิ เอว. อหํ นาคพโล ถามสมฺปนฺโน, อิจฺฉมาโน สหสา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ อากฑฺฒนฺเต ปุริเส นิปฺโปเถตฺวา ตํ คเหตฺวา ยถิจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตุํ สมตฺโถติ ทสฺเสติ. สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหนฺติ ตโต ปริพฺพาชิกโต สตคุเณน สหสฺสคุเณน สตสหสฺสคุเณน สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว มยฺหํ ปิยํ. ตสฺมา สีลานุรกฺขิสฺสนฺติ เตน การเณน สีลเมว อนุรกฺขิสฺสํ.
อถ โส ราชา อุยฺยาเน ปปญฺจํ อกตฺวาว สีฆตรํ คนฺตฺวา ตํ ปริพฺพาชิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา มหนฺเตน ยเสน นิมนฺเตสิ. สา ยสสฺส อคุณํ ปพฺพชฺชาย คุณํ อตฺตโน โพธิสตฺตสฺส จ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ ปหาย สํเวเคน ปพฺพชิตภาวญฺจ กเถสิ. ราชา เกนจิ ปริยาเยน ตสฺสา มนํ อลภนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปริพฺพาชิกา สีลวตี กลฺยาณธมฺมา, โสปิ ปริพฺพาชโก อิมาย อากฑฺฒิตฺวา นียมานาย น กิญฺจิ วิปฺปการํ ทสฺเสสิ, สพฺพตฺถ นิรเปกฺขจิตฺโต, น โข ปน เมตํ ปติรูปํ, ยํ เอวรูเปสุ คุณวนฺเตสุ วิปฺปกาโร, ยํนูนาหํ อิมํ ปริพฺพาชิกํ คเหตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา อิมํ, ตญฺจ ปริพฺพาชกํ ขมาเปยฺย’’นฺติ? เอวํ ปน จินฺเตตฺวา ‘‘ปริพฺพาชิกํ อุยฺยานํ อาเนถา’’ติ ปุริเส อาณาเปตฺวา สยํ ปฐมตรํ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘โภ ปพฺพชิต, กึ มยา ตาย ปริพฺพาชิกาย นียมานาย โกโป เต อุปฺปชฺชิตฺถา’’ติ. มหาสตฺโต อาห –
‘‘อุปฺปชฺชิ เม น มุจฺจิตฺถ, น เม มุจฺจิตฺถ ชีวโต;
รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ, ขิปฺปเมว นิวารยิ’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๐.๕๒);
ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘กึ นุ โข เอส โกปเมว สนฺธาย วทติ, อุทาหุ อญฺญํ กิญฺจิ สิปฺปาทิก’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปุน ปุจฺฉิ –
‘‘กึ เต อุปฺปชฺชิ โน มุจฺจิ, กึ เต โน มุจฺจิ ชีวโต;
รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ, กตมํ ตํ นิวารยี’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๕๓);
ตตฺถ อุปฺปชฺชีติ เอกวารํ อุปฺปชฺชิ, น ปุน อุปฺปชฺชิ. น มุจฺจิตฺถาติ กายวจีวิการุปฺปาทนวเสน ปน น มุจฺจิตฺถ, น นํ พหิ ปวตฺติตุํ วิสฺสชฺเชสินฺติ อตฺโถ. รชํว วิปุลา วุฏฺฐีติ ยถา นาม คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส อุปฺปนฺนํ รชํ วิปุลา อกาลวุฏฺฐิธารา ฐานโส นิวาเรติ, เอวํ ตํ วูปสเมนฺโต นิวารยึ, นิวาเรสินฺติ อตฺโถ.
อถสฺส มหาปุริโส นานปฺปกาเรน โกเธ อาทีนวํ ปกาเสนฺโต –
‘‘ยมฺหิ ชาเต น ปสฺสติ, อชาเต สาธุ ปสฺสติ;
โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุจฺจิ, โกโธ ทุมฺเมธโคจโร.
‘‘เยน ชาเตน นนฺทนฺติ, อมิตฺตา ทุกฺขเมสิโน;
โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุจฺจิ, โกโธ ทุมฺเมธโคจโร.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานมฺหิ, สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ;
โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุจฺจิ, โกโธ ทุมฺเมธโคจโร.
‘‘เยนาภิภูโต กุสลํ ชหาติ, ปรกฺกเร วิปุลญฺจาปิ อตฺถํ;
ส ภีมเสโน พลวา ปมทฺที, โกโธ มหาราชา น เม อมุจฺจถ.
‘‘กฏฺฐสฺมึ มนฺถมานสฺมึ, ปาวโก นาม ชายติ;
ตเมว กฏฺฐํ ฑหติ, ยสฺมา โส ชายเต คินิ.
‘‘เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส, พาลสฺส อวิชานโต;
สารมฺภา ชายเต โกโธ, สปิ เตเนว ฑยฺหติ.
‘‘อคฺคีว ติณกฏฺฐสฺมึ, โกโธ ยสฺส ปวฑฺฒติ;
นิหียติ ตสฺส ยโส, กาฬปกฺเขว จนฺทิมา.
‘‘อนินฺโธ ธูมเกตูว, โกโธ ยสฺสูปสมฺมติ;
อาปูรติ ตสฺส ยโส, สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๕๔-๖๑) –
อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ.
ตตฺถ น ปสฺสตีติ อตฺตตฺถมฺปิ น ปสฺสติ, ปเคว ปรตฺถํ. สาธุ ปสฺสตีติ อตฺตตฺถํ ปรตฺถํ อุภยตฺถญฺจ สมฺมเทว ปสฺสติ. ทุมฺเมธโคจโรติ นิปฺปญฺญานํ วิสยภูโต, นิปฺปญฺโญ วา โคจโร อาหาโร อินฺธนํ เอตสฺสาติ ทุมฺเมธโคจโร. ทุกฺขเมสิโนติ ทุกฺขํ อิจฺฉนฺตา. สทตฺถนฺติ อตฺตโน อตฺถํ วุฑฺฒึ. ปรกฺกเรติ อปเนยฺย วินาเสยฺย. สภีมเสโนติ โส ภีมาย ภยชนนิยา มหติยา กิเลสเสนาย สมนฺนาคโต. ปมทฺทีติ พลวภาเวน สตฺเต ปมทฺทนสีโล. น เม อมุจฺจถาติ มม สนฺติกา โมกฺขํ น ลภิ, อพฺภนฺตเร เอว ทมิโต, นิพฺพิเสวโน กโตติ อตฺโถ. ขีรํ วิย วา มุหุตฺตํ ทธิภาเวน จิตฺเตน ปติฏฺฐหิตฺถาติปิ อตฺโถ.
มนฺถมานสฺมินฺติ อรณิสหิเต มถิยมาเน. ‘‘มถมานสฺมิ’’นฺติปิ ปาโฐ. ยสฺมาติ ยโต กฏฺฐา. คินีติ อคฺคิ. พาลสฺส อวิชานโตติ พาลสฺส อชานนฺตสฺส. สารมฺภา ชายเตติ กรณุตฺตริยกรณลกฺขณา สารมฺภา อรณิมนฺถนโต วิย ปาวโก โกโธ ชายเต. สปิ เตเนวาติ โสปิ พาโล เตเนว โกเธน กฏฺฐํ วิย อคฺคินา ฑยฺหติ. อนินฺโธ ธูมเกตูวาติ อนินฺธโน อคฺคิ วิย. ตสฺสาติ ตสฺส อธิวาสนขนฺติยา สมนฺนาคตสฺส ปุคฺคลสฺส สุกฺกปกฺเข จนฺโท วิย ลทฺโธ, ยโส อปราปรํ อาปูรตีติ.
ราชา มหาสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา มหาปุริสํ ปริพฺพาชิกมฺปิ ราชเคหโต อาคตํ ขมาเปตฺวา ‘‘ตุเมฺห ปพฺพชฺชาสุขํ อนุภวนฺตา อิเธว อุยฺยาเน วสถ, อหํ โว ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ กริสฺสามี’’ติ วตฺวา วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. เต อุโภปิ ตตฺเถว วสึสุ. อปรภาเค ปริพฺพาชิกา กาลมกาสิ. โพธิสตฺโต หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ฌานาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา อายุปริโยสาเน พฺรหฺมโลกปรายโน อโหสิ.
ตทา ปริพฺพาชิกา ราหุลมาตา อโหสิ, ราชา อานนฺทตฺเถโร, โพธิปริพฺพาชโก โลกนาโถ.
ตสฺส อิธาปิ ยถารหํ เสสปารมิโย นิทฺธาเรตพฺพา. ตถา มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ มหนฺตญฺจ ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย มหาภินิกฺขมนสทิสํ เคหโต นิกฺขมนํ, ตถา นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตสฺส พหุชนสมฺมตสฺส สโต ปรมปฺปิจฺฉตาย กุเลสุ จ คเณสุ จ อลคฺคตา, อจฺจนฺตเมว ลาภสกฺการชิคุจฺฉาย ปวิเวกาภิรติ, อติสยวตี จ อภิสลฺเลขวุตฺติ, ตถารูปาย สีลวติยา กลฺยาณธมฺมาย ปริพฺพาชิกาย อนนุญฺญาตา อตฺตโน ปุรโต พลกฺกาเรน ปรามสิยมานาย สีลปารมึ อาวชฺเชตฺวา วิการานาปตฺติ, กตาปราเธ จ ตสฺมึ ราชินิ อุปคเต หิตจิตฺตตํ เมตฺตจิตฺตตํ อุปฏฺฐเปตฺวา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิเกหิ สมนุสาสนนฺติ เอวมาทโย อิธ มหาปุริสสฺส คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพา. เตเนตํ วุจฺจติ ‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต…เป… ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.
จูฬโพธิจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มหึสราชจริยาวณฺณนา
๓๗. ปญฺจเม มหึโส ปวนจารโกติ มหาวนจารี วนมหึโส ยทา โหมีติ โยชนา. ปวฑฺฒกาโยติ วยสมฺปตฺติยา องฺคปจฺจงฺคานญฺจ ถูลภาเวน อภิวฑฺฒกาโย. พลวาติ มหาพโล ถามสมฺปนฺโน. มหนฺโตติ วิปุลสรีโร. หตฺถิกลภปฺปมาโณ กิร ตทา โพธิสตฺตสฺส กาโย โหติ. ภีมทสฺสโนติ มหาสรีรตาย วนมหึสชาติตาย จ สีลํ อชานนฺตานํ ภยํ ชนนโต ภยานกทสฺสโน.
๓๘. ปพฺภาเรติ โอลมฺพกสิลากุจฺฉิยํ. ทกาสเยติ ชลาสยสมีเป. โหเตตฺถ ฐานนฺติ เอตฺถ มหาวเน โย โกจิ ปเทโส วนมหึสานํ ติฏฺฐนฏฺฐานํ โหติ. ตหึ ตหินฺติ ตตฺถ ตตฺถ.
๓๙. วิจรนฺโตติ วิหารผาสุกํ วีมํสิตุํ วิจรนฺโต. ฐานํ อทฺทส ภทฺทกนฺติ เอวํ วิจรนฺโต ตสฺมึ มหารญฺเญ ภทฺทกํ มยฺหํ ผาสุกํ รุกฺขมูลฏฺฐานํ อทฺทกฺขึ. ทิสฺวา จ ตํ ฐานํ อุปคนฺตฺวาน, ติฏฺฐามิ จ สยามิ จ โคจรํ คเหตฺวา ทิวา ตํ รุกฺขมูลฏฺฐานํ คนฺตฺวา ฐานสยเนหิ วีตินาเมมีติ ทสฺเสติ.
๔๐. ตทา กิร โพธิสตฺโต หิมวนฺตปฺปเทเส มหึสโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ถามสมฺปนฺโน มหาสรีโร หตฺถิกลภปฺปมาโณ ปพฺพตปาทปพฺภารคิริทุคฺควนฆฏาทีสุ วิจรนฺโต เอกํ ผาสุกํ มหารุกฺขมูลํ ทิสฺวา โคจรํ คเหตฺวา ทิวา ตตฺถ วสติ. อเถโก โลลมกฺกโฏ รุกฺขา โอตริตฺวา มหาสตฺตสฺส ปิฏฺฐึ อภิรุหิตฺวา อุจฺจารปสฺสาวํ กตฺวา สิงฺเคสุ คณฺหิตฺวา โอลมฺพนฺโต นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา โทลายนฺโต กีฬิ. โพธิสตฺโต ขนฺติเมตฺตานุทฺทยสมฺปทาย ตํ ตสฺส อนาจารํ น มนสากาสิ. มกฺกโฏ ปุนปฺปุนํ ตเถว กโรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อเถตฺถ กปิ มาคนฺตฺวา’’ติอาทิ.
ตตฺถ กปิ มาคนฺตฺวาติ กปิ อาคนฺตฺวา, ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. ปาโปติ ลามโก. อนริโยติ อนเย อิริยเนน อเย จ น อิริยเนน อนริโย, นิหีนาจาโรติ อตฺโถ. ลหูติ โลโล. ขนฺเธติ ขนฺธปฺปเทเส. มุตฺเตตีติ ปสฺสาวํ กโรติ. โอหเทตีติ กรีสํ โอสฺสชฺชติ. ตนฺติ ตํ มํ, ตทา มหึสภูตํ มํ.
๔๑. สกิมฺปิ ทิวสนฺติ เอกทิวสมฺปิ ทูเสติ มํ สพฺพกาลมฺปิ. เตนาห ‘‘ทูเสติ มํ สพฺพกาล’’นฺติ. น เกวลญฺจ ทุติยตติยจตุตฺถทิวสมตฺตํ, อถ โข สพฺพกาลมฺปิ มํ ปสฺสาวาทีหิ ทูเสติ. ยทา ยทา มุตฺตาทีนิ กาตุกาโม, ตทา ตทา มยฺหเมว อุปริ กโรตีติ ทสฺเสติ. อุปทฺทุโตติ พาธิโต, เตน สิงฺเคสุ โอลมฺพนาทินา มุตฺตาทิอสุจิมกฺขเณน ตสฺส จ อปหรณตฺถํ อเนกวารํ สิงฺคโกฏีหิ วาลคฺเคน จ อเนกวารํ กทฺทมปํสุมิสฺสกํ อุทกํ สิญฺจิตฺวา โธวเนน จ นิปฺปีฬิโต โหมีติ อตฺโถ.
๔๒. ยกฺโขติ ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา. มํ อิทมพฺรวีติ รุกฺขกฺขนฺเธ ฐตฺวา ‘‘มหึสราช, กสฺมา อิมสฺส ทุฏฺฐมกฺกฏสฺส อวมานํ สหสี’’ติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺโต นาเสเหตํ ฉวํ ปาปํ , สิงฺเคหิ จ ขุเรหิ จาติ อิทํ วจนํ มํ อภาสิ.
๔๓. เอวํ วุตฺเต ตทา ยกฺเขติ ตทา ตสฺมึ กาเล ตสฺมึ ยกฺเข เอวํ วุตฺเต สติ. อหํ ตํ อิทมพฺรวินฺติ อหํ ตํ ยกฺขํ อิทํ อิทานิ วกฺขมานํ อพฺรวึ อภาสึ. กุณเปนาติ กิเลสาสุจิปคฺฆรเณน สุจิชาติกานํ สาธูนํ ปรมชิคุจฺฉนียตาย อติทุคฺคนฺธวายเนน จ กุณปสทิสตาย กุณเปน. ปาเปนาติ ปาณาติปาตปาเปน. อนริเยนาติ อนริยานํ อสาธูนํ มาควิกเนสาทาทีนํ หีนปุริสานํ ธมฺมตฺตา อนริเยน, กึ เกน การเณน, ตฺวํ เทวเต มํ มกฺเขสิ, อยุตฺตํ ตยา วุตฺตํ มํ ปาเป นิโยเชนฺติยาติ ทสฺเสติ.
๔๔. อิทานิ ตสฺมึ ปาปธมฺเม อาทีนวํ ปกาเสนฺโต ‘‘ยทิห’’นฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ภทฺเท เทวเต, อหํ ตสฺส ยทิ กุชฺเฌยฺยํ, ตโตปิ ลามกตโร ภเวยฺยํ. เยน หิ อธมฺมจรเณน โส พาลมกฺกโฏ นิหีโน นาม ชาโต, สเจ ปนาหํ ตโตปิ พลวตรํ ปาปธมฺมํ จเรยฺยํ, นนุ เตน ตโต ปาปตโร ภเวยฺยํ, อฏฺฐานญฺเจตํ ยทิหํ อิธโลกปรโลกํ ตทุตฺตริ จ ชานิตฺวา ฐิโต เอกนฺเตเนว ปรหิตาย ปฏิปนฺโน เอวรูปํ ปาปธมฺมํ จเรยฺยนฺติ. กิญฺจ ภิยฺโย – สีลญฺจ เม ปภิชฺเชยฺยาติ อหญฺเจว โข ปน เอวรูปํ ปาปํ กเรยฺยํ, มยฺหํ สีลปารมี ขณฺฑิตา สิยา. วิญฺญู จ ครเหยฺยุ มนฺติ ปณฺฑิตา จ เทวมนุสฺสา มํ ครเหยฺยุํ ‘‘ปสฺสถ, โภ, อยํ โพธิสตฺโต โพธิปริเยสนํ จรมาโน เอวรูปํ ปาปํ อกาสี’’ติ.