๓. ยุธญฺชยวคฺโค
๑. ยุธญฺชยจริยาวณฺณนา
๑. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม อมิตยโสติ อปริมิตปริวารวิภโว. ราชปุตฺโต ยุธญฺชโยติ รมฺมนคเร สพฺพทตฺตสฺส นาม รญฺโญ ปุตฺโต นาเมน ยุธญฺชโย นาม.
อยญฺหิ พาราณสี อุทยชาตเก (ชา. ๑.๑๑.๓๗ อาทโย) สุรุนฺธนนครํ นาม ชาตา. จูฬสุตโสมชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๑๙๕ อาทโย) สุทสฺสนํ นาม, โสณนนฺทชาตเก (ชา. ๒.๒๐.๙๒ อาทโย) พฺรหฺมวฑฺฒนํ นาม, ขณฺฑหาลชาตเก(ชา. ๒.๒๒.๙๘๒ อาทโย) ปุปฺผวตี นาม, อิมสฺมึ ปน ยุธญฺชยชาตเก (ชา. ๑.๑๑.๗๓ อาทโย) รมฺมนครํ นาม อโหสิ, เอวมสฺส กทาจิ นามํ ปริวตฺตติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ราชปุตฺโตติ รมฺมนคเร สพฺพทตฺตสฺส นาม รญฺโญ ปุตฺโต’’ติ. ตสฺส ปน รญฺโญ ปุตฺตสหสฺสํ อโหสิ. โพธิสตฺโต เชฏฺฐปุตฺโต, ตสฺส ราชา อุปรชฺชํ อทาสิ. โส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ทิวเส ทิวเส มหาทานํ ปวตฺเตสิ. เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล โพธิสตฺโต เอกทิวสํ ปาโตว รถวรํ อภิรุหิตฺวา มหนฺเตน สิริวิภเวน อุยฺยานกีฬํ คจฺฉนฺโต รุกฺขคฺคติณคฺคสาขคฺคมกฺกฏกสุตฺตชาลาทีสุ มุตฺตาชาลากาเรน ลคฺเค อุสฺสาวพินฺทู ทิสฺวา ‘‘สมฺม สารถิ, กึ นาเมต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอเต, เทว, หิมสมเย ปตนกอุสฺสาวพินฺทู นามา’’ติ สุตฺวา ทิวสภาคํ อุยฺยาเน กีฬิตฺวา สายนฺหกาเล ปจฺจาคจฺฉนฺโต เต อทิสฺวา ‘‘สมฺม สารถิ, กหํ เต อุสฺสาวพินฺทู, น เต อิทานิ ปสฺสามี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เทว, สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต สพฺเพ ภิชฺชิตฺวา วิลยํ คจฺฉนฺตี’’ติ สุตฺวา ‘‘ยถา อิเม อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฺติ, เอวํ อิเมสํ สตฺตานํ ชีวิตสงฺขาราปิ ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทุสทิสาว, ตสฺมา มยา พฺยาธิชรามรเณหิ อปีฬิเตเนว มาตาปิตโร อาปุจฺฉิตฺวา ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อุสฺสาวพินฺทุเมว อารมฺมณํ กตฺวา อาทิตฺเต วิย ตโย ภเว ปสฺสนฺโต อตฺตโน เคหํ อาคนฺตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺตาย วินิจฺฉยสาลาย นิสินฺนสฺส ปิตุ สนฺติกเมว คนฺตฺวา ปิตรํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘อุสฺสาวพินฺทุํ สูริยาตเป, ปติตํ ทิสฺวาน สํวิชึ.
๒. ‘‘ตญฺเญวาธิปตึ กตฺวา, สํเวคมนุพฺรูหยึ;
มาตาปิตู จ วนฺทิตฺวา, ปพฺพชฺชมนุยาจห’’นฺติ.
ตตฺถ สูริยาตเปติ สูริยาตปเหตุ, สูริยรสฺมิสมฺผสฺสนิมิตฺตํ. ‘‘สูริยาตเปนา’’ติปิ ปาโฐ. ปติตํ ทิสฺวานาติ วินฏฺฐํ ปสฺสิตฺวา, ปุพฺเพ รุกฺขคฺคาทีสุ มุตฺตาชาลาทิอากาเรน ลคฺคํ หุตฺวา ทิสฺสมานํ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน วินฏฺฐํ ปญฺญาจกฺขุนา โอโลเกตฺวา. สํวิชินฺติ ยถา เอตานิ, เอวํ สตฺตานํ ชีวิตานิปิ ลหุํ ลหุํ ภิชฺชมานสภาวานีติ อนิจฺจตามนสิการวเสน สํเวคมาปชฺชึ.
ตญฺเญวาธิปตึ กตฺวา, สํเวคมนุพฺรูหยินฺติ ตญฺเญว อุสฺสาวพินฺทูนํ อนิจฺจตํ อธิปตึ มุขํ ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจาริกํ กตฺวา ตเถว สพฺพสงฺขารานํ อิตฺตรฏฺฐิติกตํ ปริตฺตกาลตํ มนสิกโรนฺโต เอกวารํ อุปฺปนฺนํ สํเวคํ ปุนปฺปุนํ อุปฺปาทเนน อนุวฑฺเฒสึ. ปพฺพชฺชมนุยาจหนฺติ ‘‘ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทู วิย น จิรฏฺฐิติเก สตฺตานํ ชีวิเต มยา พฺยาธิชรามรเณหิ อนภิภูเตเนว ปพฺพชิตฺวา ยตฺถ เอตานิ น สนฺติ, ตํ อมตํ มหานิพฺพานํ คเวสิตพฺพ’’นฺติ จินฺเตตฺวา มาตาปิตโร อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ปพฺพชฺชํ เม อนุชานาถา’’ติ เต อหํ ปพฺพชฺชํ ยาจึ. เอวํ มหาสตฺเตน ปพฺพชฺชาย ยาจิตาย สกลนคเร มหนฺตํ โกลาหลมโหสิ – ‘‘อุปราชา กิร ยุธญฺชโย ปพฺพชิตุกาโม’’ติ.
เตน จ สมเยน กาสิรฏฺฐวาสิโน ราชานํ ทฏฺฐุํ อาคนฺตฺวา รมฺมเก ปฏิวสนฺติ. เต สพฺเพปิ สนฺนิปตึสุ. อิติ สปริโส ราชา เนคมา เจว ชานปทา จ โพธิสตฺตสฺส มาตา เทวี จ สพฺเพ จ โอโรธา มหาสตฺตํ ‘‘มา โข ตฺวํ, ตาต กุมาร, ปพฺพชี’’ติ นิวาเรสุํ. ตตฺถ ราชา ‘‘สเจ เต กาเมหิ อูนํ, อหํ เต ปริปูรยามิ, อชฺเชว รชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ อาห. ตสฺส มหาสตฺโต –
‘‘มา มํ เทว นิวาเรหิ, ปพฺพชนฺตํ รเถสภ;
มาหํ กาเมหิ สมฺมตฺโต, ชราย วสมนฺวคู’’ติ. (ชา. ๑.๑๑.๗๗) –
อตฺตโน ปพฺพชฺชาฉนฺทเมว วตฺวา ตํ สุตฺวา สทฺธึ โอโรเธหิ มาตุยา กรุณํ ปริเทวนฺติยา –
‘‘อุสฺสาโวว ติณคฺคมฺหิ, สูริยุคฺคมนํ ปติ;
เอวมายุ มนุสฺสานํ, มา มํ อมฺม นิวารยา’’ติ. (ชา. ๑.๑๑.๗๙) –
อตฺตโน ปพฺพชฺชาการณํ กเถตฺวา นานปฺปการํ เตหิ ยาจิยมาโนปิ อภิสํวฑฺฒมานสํเวคตฺตา อโนสกฺกิตมานโส ปิยตเร มหติ ญาติปริวฏฺเฏ อุฬาเร ราชิสฺสริเย จ นิรเปกฺขจิตฺโต ปพฺพชิ. เตน วุตฺตํ –
๓. ‘‘ยาจนฺติ มํ ปญฺชลิกา, สเนคมา สรฏฺฐกา;
อชฺเชว ปุตฺต ปฏิปชฺช, อิทฺธํ ผีตํ มหามหึ.
๔. ‘‘สราชเก สโหโรเธ, สเนคเม สรฏฺฐเก;
กรุณํ ปริเทวนฺเต, อนเปกฺโข ปริจฺจชิ’’นฺติ.
ตตฺถ ปญฺชลิกาติ ปคฺคหิตอญฺชลิกา. สเนคมา สรฏฺฐกาติ เนคเมหิ เจว รฏฺฐวาสีหิ จ สทฺธึ สพฺเพ ราชปุริสา ‘‘มา โข, ตฺวํ เทว, ปพฺพชี’’ติ มํ ยาจนฺติ. มาตาปิตโร ปน อชฺเชว ปุตฺต ปฏิปชฺช, คามนิคมราชธานิอภิวุทฺธิยา เวปุลฺลปฺปตฺติยา จ, อิทฺธํ วิภวสารสมฺปตฺติยา สสฺสาทินิปฺผตฺติยา จ, ผีตํ อิมํ มหามหึ อนุสาส, ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา รชฺชํ กาเรหีติ ยาจนฺติ. เอวํ ปน สห รญฺญาติ สราชเก, ตถา สโหโรเธ สเนคเม สรฏฺฐเก มหาชเน ยถา สุณนฺตานมฺปิ ปเคว ปสฺสนฺตานํ มหนฺตํ การุญฺญํ โหติ, เอวํ กรุณํ ปริเทวนฺเต ตตฺถ ตตฺถ อนเปกฺโข อลคฺคจิตฺโต ‘‘อหํ ตทา ปพฺพชิ’’นฺติ ทสฺเสติ.
๕-๖. อิทานิ ยทตฺถํ จกฺกวตฺติสิริสทิสํ รชฺชสิรึ ปิยตเร ญาติพนฺธเว ปหาย สินิทฺธํ ปริคฺคหปริชนํ โลกาภิมตํ มหนฺตํ ยสญฺจ นิรเปกฺโข ปริจฺจชินฺติ ทสฺเสตุํ เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ เกวลนฺติ อนวเสสํ อิตฺถาคารํ สมุทฺทปริยนฺตญฺจ ปถวึ ปพฺพชฺชาธิปฺปาเยน จชมาโน เอวํ เม สมฺมาสมฺโพธิ สกฺกา อธิคนฺตุนฺติ โพธิยาเยว การณา น กิญฺจิ จินฺเตสึ, น ตตฺถ อีสกํ ลคฺคํ ชเนสินฺติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ยสฺมา มาตาปิตโร ตญฺจ มหายสํ รชฺชญฺจ เม น เทสฺสํ, ปิยเมว, ตโต ปน สตคุเณน สหสฺสคุเณน สตสหสฺสคุเณน สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว มยฺหํ ปิยตรํ, ตสฺมา มาตาทีหิ สทฺธึ รชฺชํ อหํ ตทา ปริจฺจชินฺติ.
ตเทตํ สพฺพํ ปริจฺจชิตฺวา ปพฺพชฺชาย มหาสตฺเต นิกฺขมนฺเต ตสฺส กนิฏฺฐภาตา ยุธิฏฺฐิลกุมาโร นาม ปิตรํ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา โพธิสตฺตํ อนุพนฺธิ. เต อุโภปิ นครา นิกฺขมฺม มหาชนํ นิวตฺเตตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา มโนรเม ฐาเน อสฺสมปทํ กตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา วนมูลผลาทีหิ ยาวชีวํ ยาเปตฺวา พฺรหฺมโลกปรายนา อเหสุํ. เตนาห ภควา –
‘‘อุโภ กุมารา ปพฺพชิตา, ยุธญฺชโย ยุธิฏฺฐิโล;
ปหาย มาตาปิตโร, สงฺคํ เฉตฺวาน มจฺจุโน’’ติ. (ชา. ๑.๑๑.๘๓);
ตตฺถ สงฺคํ เฉตฺวาน มจฺจุโนติ มจฺจุมารสฺส สหการิการณภูตตฺตา สนฺตกํ ราคโทสโมหสงฺคํ วิกฺขมฺภนวเสน ฉินฺทิตฺวา อุโภปิ ปพฺพชิตาติ.
ตทา มาตาปิตโร มหาราชกุลานิ อเหสุํ, ยุธิฏฺฐิลกุมาโร อานนฺทตฺเถโร, ยุธญฺชโย โลกนาโถ.
ตสฺส ปพฺพชฺชโต ปุพฺเพ ปวตฺติตมหาทานานิ เจว รชฺชาทิปริจฺจาโค จ ทานปารมี, กายวจีสํวโร สีลปารมี, ปพฺพชฺชา จ ฌานาธิคโม จ เนกฺขมฺมปารมี, อนิจฺจโต มนสิการํ อาทึ กตฺวา อภิญฺญาธิคมปริโยสานา ปญฺญา ทานาทีนํ อุปการานุปการธมฺมปริคฺคณฺหนปญฺญา จ ปญฺญาปารมี, สพฺพตฺถ ตทตฺถสาธนํ วีริยํ วีริยปารมี, ญาณขนฺติ อธิวาสนขนฺติ จ ขนฺติปารมี, ปฏิญฺญาย อวิสํวาทนํ สจฺจปารมี, สพฺพตฺถ อจลสมาทานาธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานปารมี, สพฺพสตฺเตสุ หิตจิตฺตตาย เมตฺตาพฺรหฺมวิหารวเสน จ เมตฺตาปารมี, สตฺตสงฺขารกตวิปฺปการอุเปกฺขนวเสน อุเปกฺขาพฺรหฺมวิหารวเสน จ อุเปกฺขาปารมีติ ทส ปารมิโย ลพฺภนฺติ. วิเสสโต ปน เนกฺขมฺมปารมีติ เวทิตพฺพา. ตถา อกิตฺติจริยายํ วิย อิธาปิ มหาปุริสสฺส อจฺฉริยคุณา ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺพา. เตน วุจฺจติ ‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต, อพฺภุตา จ มเหสิโน…เป… ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.
ยุธญฺชยจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. โสมนสฺสจริยาวณฺณนา
๗. ทุติเย อินฺทปตฺเถ ปุรุตฺตเมติ เอวํนามเก นครวเร. กามิโตติ มาตาปิตุอาทีหิ ‘‘อโห วต เอโก ปุตฺโต อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ เอวํ จิรกาเล ปตฺถิโต. ทยิโตติ ปิยายิโต. โสมนสฺโสติ วิสฺสุโตติ ‘‘โสมนสฺโส’’ติ เอวํ ปกาสนาโม.
๘. สีลวาติ ทสกุสลกมฺมปถสีเลน เจว อาจารสีเลน จ สมนฺนาคโต. คุณสมฺปนฺโนติ สทฺธาพาหุสจฺจาทิคุเณหิ อุเปโต, ปริปุณฺโณ วา. กลฺยาณปฏิภานวาติ ตํตํอิติกตฺตพฺพสาธเนน อุปายโกสลฺลสงฺขาเตน จ สุนฺทเรน ปฏิภาเนน สมนฺนาคโต. วุฑฺฒาปจายีติ มาตาปิตโร กุเล เชฏฺฐาติ เอวํ เย ชาติวุฑฺฒา, เย จ สีลาทิคุเณหิ วุฑฺฒา, เตสํ อปจายนสีโล. หิรีมาติ ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณาย หิริยา สมนฺนาคโต. สงฺคเหสุ จ โกวิโทติ ทานปิยวจนอตฺถจริยาสมานตฺตตาสงฺขาเตหิ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ยถารหํ สตฺตานํ สงฺคณฺหเนสุ กุสโล. เอวรูโป เรณุสฺส นาม กุรุราชสฺส ปุตฺโต โสมนสฺโสติ วิสฺสุโต ยทา โหมีติ สมฺพนฺโธ.
๙. ตสฺส รญฺโญ ปติกโรติ เตน กุรุราเชน ปติ อภิกฺขณํ อุปกตฺตพฺพภาเวน ปติกโร วลฺลโภ. กุหกตาปโสติ อสนฺตคุณสมฺภาวนลกฺขเณน โกหญฺเญน ชีวิตกปฺปนโก เอโก ตาปโส, ตสฺส รญฺโญ สกฺกาตพฺโพ อโหสิ. อารามนฺติ ผลารามํ, ยตฺถ เอฬาลุกลาพุกุมฺภณฺฑติปุสาทิวลฺลิผลานิ เจว ตณฺฑุเลยฺยกาทิสากญฺจ โรปียติ. มาลาวจฺฉนฺติ ชาติอติมุตฺตกาทิปุปฺผคจฺฉํ, เตน ปุปฺผารามํ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ อารามํ กตฺวา ตตฺถ มาลาวจฺฉญฺจ ยถาวุตฺตผลวจฺฉญฺจ โรเปตฺวา ตโต ลทฺธธนํ สํหริตฺวา ฐเปนฺโต ชีวตีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – ตทา มหารกฺขิโต นาม ตาปโส ปญฺจสตตาปสปริวาโร หิมวนฺเต วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ชนปทจาริกํ จรนฺโต อินฺทปตฺถนครํ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา สปริโส ปิณฺฑาย จรนฺโต ราชทฺวารํ ปาปุณิ. ราชา อิสิคณํ ทิสฺวา อิริยาปเถ ปสนฺโน อลงฺกตมหาตเล นิสีทาเปตฺวา ปณีเตนาหาเรน ปริวิสิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมํ วสฺสารตฺตํ มม อุยฺยาเนเยว วสถา’’ติ วตฺวา เตหิ สทฺธึ อุยฺยานํ คนฺตฺวา วสนฏฺฐานานิ กาเรตฺวา ปพฺพชิตปริกฺขาเร ทตฺวา นิกฺขมิ. ตโต ปฏฺฐาย สพฺเพปิ เต ราชนิเวสเน ภุญฺชนฺติ.
ราชา ปน อปุตฺตโก ปุตฺเต ปตฺเถติ, ปุตฺตา นุปฺปชฺชนฺติ. วสฺสารตฺตจฺจเยน มหารกฺขิโต ‘‘หิมวนฺตํ คมิสฺสามา’’ติ ราชานํ อาปุจฺฉิตฺวา รญฺญา กตสกฺการสมฺมาโน นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค มชฺฌนฺหิกสมเย มคฺคา โอกฺกมฺม เอกสฺส สนฺทจฺฉายสฺส รุกฺขสฺส เหฏฺฐา สปริโส นิสีทิ. ตาปสา กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘ราชา อปุตฺตโก, สาธุ วตสฺส สเจ ราชปุตฺตํ ลเภยฺยา’’ติ. มหารกฺขิโต ตํ กถํ สุตฺวา ‘‘ภวิสฺสติ นุ โข รญฺโญ ปุตฺโต, อุทาหุ โน’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘มา ตุเมฺห จินฺตยิตฺถ, อชฺช ปจฺจูสกาเล เอโก เทวปุตฺโต จวิตฺวา รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ อาห.
ตํ สุตฺวา เอโก กูฏชฏิโล ‘‘อิทานิ ราชกุลูปโก ภวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตาปสานํ คมนกาเล คิลานาลยํ กตฺวา นิปชฺชิตฺวา ‘‘เอหิ คจฺฉามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น สกฺโกมี’’ติ อาห. มหารกฺขิโต ตสฺส นิปนฺนการณํ ญตฺวา ‘‘ยทา สกฺโกสิ, ตทา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ อิสิคณํ อาทาย หิมวนฺตเมว คโต. กุหโก นิวตฺติตฺวา เวเคน คนฺตฺวา ราชทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘มหารกฺขิตสฺส อุปฏฺฐากตาปโส อาคโต’’ติ รญฺโญ อาโรจาเปตฺวา รญฺญา เวเคน ปกฺโกสาปิโต ปาสาทํ อภิรุยฺห ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. ราชา ตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน อิสีนํ อาโรคฺยํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อติขิปฺปํ นิวตฺติตฺถ, เกนตฺเถน อาคตตฺถา’’ติ อาห.
มหาราช, อิสิคโณ สุขนิสินฺโน ‘‘สาธุ วตสฺส สเจ รญฺโญ วํสานุรกฺขโก ปุตฺโต อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ กถํ สมุฏฺฐาเปสิ. อหํ ตํ กถํ สุตฺวา ‘‘ภวิสฺสติ นุ โข รญฺโญ ปุตฺโต, อุทาหุ โน’’ติ ทิพฺพจกฺขุนา โอโลเกนฺโต ‘‘มหิทฺธิโก เทวปุตฺโต จวิตฺวา อคฺคมเหสิยา สุธมฺมาย กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ ทิสฺวา ‘‘อชานนฺตา คพฺภํ นาเสยฺยุํ, อาจิกฺขิสฺสามิ ตาว น’’นฺติ ตุมฺหากํ กถนตฺถาย อาคโต, กถิตํ โว มยา, คจฺฉามห’’นฺติ. ราชา ‘‘ภนฺเต, น สกฺกา คนฺตุ’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ ปสนฺนจิตฺโต กุหกตาปสํ อุยฺยานํ เนตฺวา วสนฏฺฐานํ สํวิทหิตฺวา อทาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย ราชกุเล ภุญฺชนฺโต วสติ, ‘‘ทิพฺพจกฺขุโก’’เตฺววสฺส นามํ อโหสิ.
ตทา โพธิสตฺโต ตาวตึสภวนโต จวิตฺวา ตตฺถ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, ชาตสฺส จ นามคฺคหณทิวเส ‘‘โสมนสฺโส’’ติ นามํ กรึสุ. โส กุมารปริหาเรน วฑฺฒติ. กุหกตาปโสปิ อุยฺยานสฺส เอกปสฺเส นานปฺปการํ สูเปยฺยสากญฺจ ผลวลฺลิอาทโย จ โรเปตฺวา ปณฺณิกานํ หตฺเถ วิกฺกิณนฺโต ธนํ สํหรติ. อถ โพธิสตฺตสฺส สตฺตวสฺสิกกาเล รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิโต. โส ‘‘ตาต, ทิพฺพจกฺขุตาปเส มา ปมชฺชา’’ติ กุมารํ ปฏิจฺฉาเปตฺวา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตุํ คโต.
๑๐-๑๓. อเถกทิวสํ กุมาโร ‘‘ชฏิลํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา กูฏชฏิลํ เอกํ คนฺธิกกาสาวํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ เทฺว ฆเฏ คเหตฺวา สากวตฺถุสฺมึ อุทกํ สิญฺจนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ กูฏชฏิโล อตฺตโน สมณธมฺมํ อกตฺวา ปณฺณิกกมฺมํ กโรตี’’ติ ญตฺวา ‘‘กึ กโรสิ ปณฺณิกคหปติกา’’ติ ตํ ลชฺชาเปตฺวา อวนฺทิตฺวา เอว นิกฺขมิ.
กูฏชฏิโล ‘‘อยํ อิทาเนว เอวรูโป, ปจฺฉา ‘โก ชานาติ กึ กริสฺสตี’ติ อิทาเนว นํ นาเสตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา รญฺโญ อาคมนกาเล ปาสาณผลกํ เอกมนฺตํ ขิปิตฺวา ปานียฆฏํ ภินฺทิตฺวา ปณฺณสาลาย ติณานิ วิกิริตฺวา สรีรํ เตเลน มกฺเขตฺวา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา สสีสํ ปารุปิตฺวา มหาทุกฺขปฺปตฺโต วิย มญฺเจ นิปชฺชิ. ราชา อาคนฺตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา นิเวสนํ อปวิสิตฺวาว ‘‘มม สามิกํ ทิพฺพจกฺขุกํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ปณฺณสาลทฺวารํ คนฺตฺวา ตํ วิปฺปการํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ อนฺโต ปวิสิตฺวา ตํ นิปนฺนกํ ทิสฺวา ปาเท ปริมชฺชนฺโต ปุจฺฉิ – ‘‘เกน, ตฺวํ ภนฺเต, เอวํ วิเหฐิโต, กมชฺช ยมโลกํ เนมิ, ตํ เม สีฆํ อาจิกฺขา’’ติ.
ตํ สุตฺวา กูฏชฏิโล นิตฺถุนนฺโต อุฏฺฐาย ทิฏฺโฐ, มหาราช, ตฺวํ เม, ปสฺสิตฺวา ตยิ วิสฺสาเสน อหํ อิมํ วิปฺปการํ ปตฺโต, ตว ปุตฺเตนมฺหิ เอวํ วิเหฐิโตติ. ตํ สุตฺวา ราชา โจรฆาตเก อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉถ กุมารสฺส สีสํ ฉินฺทิตฺวา สรีรญฺจสฺส ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา รถิยา รถิยํ วิกิรถา’’ติ. เต มาตรา อลงฺกริตฺวา อตฺตโน องฺเก นิสีทาปิตํ กุมารํ อากฑฺฒึสุ – ‘‘รญฺญา เต วโธ อาณตฺโต’’ติ. กุมาโร มรณภยตชฺชิโต มาตุ องฺกโต วุฏฺฐาย – ‘‘รญฺโญ มํ ทสฺเสถ, สนฺติ ราชกิจฺจานี’’ติ อาห. เต กุมารสฺส วจนํ สุตฺวา มาเรตุํ อวิสหนฺตา โคณํ วิย รชฺชุยา ปริกฑฺฒนฺตา เนตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตมหํ ทิสฺวาน กุหก’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ ถุสราสึว อตณฺฑุลนฺติ ตณฺฑุลกเณหิ วิรหิตํ ถุสราสึ วิย, ทุมํว รุกฺขํ วิย, อนฺโต มหาสุสิรํ. กทลึว อสารกํ สีลาทิสารรหิตํ ตาปสํ อหํ ทิสฺวา นตฺถิ อิมสฺส สตํ สาธูนํ ฌานาทิธมฺโม. กสฺมา? สามญฺญา สมณภาวา สีลมตฺตโตปิ อปคโต ปริหีโน อยํ, ตถา หิ อยํ หิรีสุกฺกธมฺมชหิโต ปชหิตหิริสงฺขาตสุกฺกธมฺโม. ชีวิตวุตฺติการณาติ ‘‘เกวลํ ชีวิตสฺเสว เหตุ อยํ ตาปสลิงฺเคน จรตี’’ติ จินฺเตสินฺติ ทสฺเสติ. ปรนฺติหีติ ปรนฺโต ปจฺจนฺโต นิวาสภูโต เอเตสํ อตฺถีติ ปรนฺติโน, สีมนฺตริกวาสิโน. เตหิ ปรนฺตีหิ อฏวิเกหิ ปจฺจนฺตเทโส โขภิโต อโหสิ. ตํ ปจฺจนฺตโกปํ นิเสเธตุํ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺโต มม ปิตา กุรุราชา ‘‘ตาต โสมนสฺสกุมาร, มยฺหํ สามิกํ อุคฺคตาปนํ โฆรตปํ ปรมสนฺตินฺทฺริยํ ชฏิลํ มา ปมชฺชิ. โส หิ อมฺหากํ สพฺพกามทโท, ตสฺมา ยทิจฺฉกํ จิตฺตรุจิยํ ตสฺส จิตฺตานุกูลํ ปวตฺเตหิ อนุวตฺเตหี’’ติ ตทา มํ อนุสาสีติ ทสฺเสติ.
๑๔. ตมหํ คนฺตฺวานุปฏฺฐานนฺติ ปิตุ วจนํ อนติกฺกนฺโต ตํ กูฏตาปสํ อุปฏฺฐานตฺถํ คนฺตฺวา ตํ สากวตฺถุสฺมึ อุทกํ อาสิญฺจนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ปณฺณิโก อย’’นฺติ จ ญตฺวา กจฺจิ เต, คหปติ, กุสลนฺติ, คหปติ, เต สรีรสฺส กจฺจิ กุสลํ กุสลเมว, ตถา หิ สากวตฺถุสฺมึ อุทกํ อาสิญฺจสิ. กึ วา ตว หิรญฺญํ วา สุวณฺณํ วา อาหรียตุ, ตถา หิ ปณฺณิกวุตฺตึ อนุติฏฺฐสีติ อิทํ วจนํ อภาสึ.
๑๕. เตน โส กุปิโต อาสีติ เตน มยา วุตฺตคหปติวาเทน โส มานนิสฺสิโต มานํ อลฺลีโน กุหโก มยฺหํ กุปิโต กุทฺโธ อโหสิ. กุทฺโธ จ สมาโน ‘‘ฆาตาเปมิ ตุวํ อชฺช, รฏฺฐา ปพฺพาชยามิ วา’’ติ อาห.
ตตฺถ ตุวํ อชฺชาติ, ตฺวํ อชฺช, อิทานิเยว รญฺโญ อาคตกาเลติ อตฺโถ.
๑๖. นิเสธยิตฺวา ปจฺจนฺตนฺติ ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา นครํ อปวิฏฺโฐ ตงฺขณญฺเญว อุยฺยานํ คนฺตฺวา กุหกํ กุหกตาปสํ กจฺจิ เต, ภนฺเต, ขมนียํ, สมฺมาโน เต ปวตฺติโตติ กุมาเรน เต สมฺมาโน ปวตฺติโต อโหสิ.
๑๗. กุมาโร ยถา นาสิโยติ ยถา กุมาโร นาสิโย นาเสตพฺโพ ฆาตาเปตพฺโพ, ตถา โส ปาโป ตสฺส รญฺโญ อาจิกฺขิ. อาณาเปสีติ มยฺหํ สามิเก อิมสฺมึ ทิพฺพจกฺขุตาปเส สติ กึ มม น นิปฺผชฺชติ, ตสฺมา ปุตฺเตน เม อตฺโถ นตฺถิ, ตโตปิ อยเมว เสยฺโยติ จินฺเตตฺวา อาณาเปสิ.
๑๘. กินฺติ? สีสํ ตตฺเถว ฉินฺทิตฺวาติ ยสฺมึ ฐาเน ตํ กุมารํ ปสฺสถ, ตตฺเถว ตสฺส สีสํ ฉินฺทิตฺวา สรีรญฺจสฺส กตฺวาน จตุขณฺฑิกํ จตุโร ขณฺเฑ กตฺวา รถิยา รถิยํ นียนฺตา วีถิโต วีถึ วิกฺขิปนฺตา ทสฺเสถ. กสฺมา? สา คติ ชฏิลหีฬิตาติ เยหิ อยํ ชฏิโล หีฬิโต, เตสํ ชฏิลหีฬิตานํ สา คติ สา นิปฺผตฺติ โส วิปาโกติ. ชฏิลหีฬิตาติ วา ชฏิลหีฬนเหตุ สา ตสฺส นิปฺผตฺตีติ เอวญฺเจตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๑๙. ตตฺถาติ ตสฺส รญฺโญ อาณายํ, ตสฺมึ วา ตาปสสฺส ปริภเว. การณิกาติ ฆาตกา, โจรฆาตกาติ อตฺโถ. จณฺฑาติ กุรูรา. ลุทฺทาติ สุทารุณา. อการุณาติ ตสฺเสว เววจนํ กตํ. ‘‘อกรุณา’’ติปิ ปาฬิ, นิกฺกรุณาติ อตฺโถ. มาตุ องฺเก นิสินฺนสฺสาติ มม มาตุ สุธมฺมาย เทวิยา อุจฺฉงฺเค นิสินฺนสฺส. ‘‘นิสินฺนสฺสา’’ติ อนาทเร สามิวจนํ. อากฑฺฒิตฺวา นยนฺติ มนฺติ มาตรา อลงฺกริตฺวา อตฺตโน องฺเก นิสีทาปิตํ มํ ราชาณาย เต โจรฆาตกา โคณํ วิย รชฺชุยา อากฑฺฒิตฺวา อาฆาตนํ นยนฺติ. กุมาเร ปน นียมาเน ทาสิคณปริวุตา สทฺธึ โอโรเธหิ สุธมฺมา เทวี นาคราปิ ‘‘มยํ นิรปราธํ กุมารํ มาเรตุํ น ทสฺสามา’’ติ เตน สทฺธึเยว อคมํสุ.
๒๐. พนฺธตํ คาฬฺหพนฺธนนฺติ คาฬฺหพนฺธนํ พนฺธนฺตานํ เตสํ การณิกปุริสานํ. ราชกิริยานิ อตฺถิ เมติ มยา รญฺโญ วตฺตพฺพานิ ราชกิจฺจานิ อตฺถิ. ตสฺมา รญฺโญ ทสฺเสถ มํ ขิปฺปนฺติ เตสํ อหํ เอวํ วจนํ อวจํ.
๒๑. รญฺโญ ทสฺสยึสุ, ปาปสฺส ปาปเสวิโนติ อตฺตนา ปาปสีลสฺส ลามกาจารสฺส กูฏตาปสสฺส เสวนโต ปาปเสวิโน รญฺโญ มํ ทสฺสยึสุ. ทิสฺวาน ตํ สญฺญาเปสินฺติ ตํ มม ปิตรํ กุรุราชานํ ปสฺสิตฺวา ‘‘กสฺมา มํ, เทว, มาราเปสี’’ติ วตฺวา เตน ‘‘กสฺมา จ ปน ตฺวํ มยฺหํ สามิกํ ทิพฺพจกฺขุตาปสํ คหปติวาเทน สมุทาจริ. อิทญฺจิทญฺจ วิปฺปการํ กรี’’ติ วุตฺเต ‘‘เทว, คหปติญฺเญว ‘คหปตี’ติ วทนฺตสฺส โก มยฺหํ โทโส’’ติ วตฺวา ตสฺส นานาวิธานิ มาลาวจฺฉานิ โรเปตฺวา ปุปฺผปณฺณผลาผลาทีนํ วิกฺกิณนํ หตฺถโต จสฺส ตานิ เทวสิกํ วิกฺกิณนฺเตหิ มาลาการปณฺณิเกหิ สทฺทหาเปตฺวา ‘‘มาลาวตฺถุปณฺณวตฺถูนิ อุปธาเรถา’’ติ วตฺวา ปณฺณสาลญฺจสฺส ปวิสิตฺวา ปุปฺผาทิวิกฺกิยลทฺธํ กหาปณกภณฺฑิกํ อตฺตโน ปุริเสหิ นีหราเปตฺวา ราชานํ สญฺญาเปสึ ตสฺส กูฏตาปสภาวํ ชานาเปสึ. มมญฺจ วสมานยินฺติ เตน สญฺญาปเนน ‘‘สจฺจํ โข ปน กุมาโร วทติ, อยํ กูฏตาปโส ปุพฺเพ อปฺปิจฺโฉ วิย หุตฺวา อิทานิ มหาปริคฺคโห ชาโต’’ติ ยถา ตสฺมึ นิพฺพินฺโน มม วเส วตฺตติ, เอวํ ราชานํ มม วสมาเนสึ.
ตโต มหาสตฺโต ‘‘เอวรูปสฺส พาลสฺส รญฺโญ สนฺติเก วสนโต หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ปพฺพชิตุํ ยุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ราชานํ อาปุจฺฉิ – ‘‘น เม, มหาราช, อิธ วาเสน อตฺโถ, อนุชานาถ มํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. ราชา ‘‘ตาต, มยา อนุปธาเรตฺวาว เต วโธ อาณตฺโต, ขม มยฺหํ อปราธ’’นฺติ มหาสตฺตํ ขมาเปตฺวา ‘‘อชฺเชว อิมํ รชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ อาห. กุมาโร ‘‘เทว, กิมตฺถิ มานุสเกสุ โภเคสุ, อหํ ปุพฺเพ ทีฆรตฺตํ ทิพฺพโภคสมฺปตฺติโย อนุภวึ, น ตตฺถาปิ เม สงฺโค, ปพฺพชิสฺสาเมวาหํ, น ตาทิสสฺส พาลสฺส ปรเนยฺยพุทฺธิโน สนฺติเก วสามี’’ติ วตฺวา ตํ โอวทนฺโต –
‘‘อนิสมฺม กตํ กมฺมํ, อนวตฺถาย จินฺติตํ;
เภสชฺชสฺเสว เวภงฺโค, วิปาโก โหติ ปาปโก.
‘‘นิสมฺม จ กตํ กมฺมํ, สมฺมาวตฺถาย จินฺติตํ;
เภสชฺชสฺเสว สมฺปตฺติ, วิปาโก โหติ ภทฺรโก.
‘‘อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ, อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ;
ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี, โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ.
‘‘นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา, นานิสมฺม ทิสมฺปติ;
นิสมฺมการิโน ราช, ยโส กิตฺติ จ วฑฺฒติ.
‘‘นิสมฺม ทณฺฑํ ปณเยยฺย อิสฺสโร, เวคา กตํ ตปฺปติ ภูมิปาล;
สมฺมาปณีธี จ นรสฺส อตฺถา, อนานุตปฺปา เต ภวนฺติ ปจฺฉา.
‘‘อนานุตปฺปานิ หิ เย กโรนฺติ, วิภชฺช กมฺมายตนานิ โลเก;
วิญฺญุปฺปสตฺถานิ สุขุทฺรยานิ, ภวนฺติ พุทฺธานุมตานิ ตานิ.
‘‘อาคจฺฉุํ โทวาริกา ขคฺคพนฺธา, กาสาวิยา หนฺตุ มมํ ชนินฺท;
มาตุญฺจ องฺกสฺมิมหํ นิสินฺโน, อากฑฺฒิโต สหสา เตหิ เทว.
‘‘กฏุกญฺหิ สมฺพาธํ สุกิจฺฉํ ปตฺโต, มธุรมฺปิยํ ชีวิตํ ลทฺธ ราช;
กิจฺเฉนหํ อชฺช วธา ปมุตฺโต, ปพฺพชฺชเมวาภิมโนหมสฺมี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๒๒๗-๒๓๔) –
อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ.
ตตฺถ อนิสมฺมาติ อนุปธาเรตฺวา. อนวตฺถายาติ อววตฺถเปตฺวา. เวภงฺโคติ วิปตฺติ. วิปาโกติ นิปฺผตฺติ. อสญฺญโตติ อสํวุโต ทุสฺสีโล. ปณเยยฺยาติ ปฏฺฐเปยฺย. เวคาติ เวเคน สหสา. สมฺมาปณีธี จาติ สมฺมาปณิธินา, โยนิโส ฐปิเตน จิตฺเตน กตา นรสฺส อตฺถา ปจฺฉา อนานุตปฺปา ภวนฺตีติ อตฺโถ. วิภชฺชาติ อิมานิ กาตุํ ยุตฺตานิ, อิมานิ อยุตฺตานีติ เอวํ ปญฺญาย วิภชิตฺวา. กมฺมายตนานีติ กมฺมานิ. พุทฺธานุมตานีติ ปณฺฑิเตหิ อนุมตานิ อนวชฺชานิ โหนฺติ. กฏุกนฺติ ทุกฺขํ อสาตํ, สมฺพาธํ สุกิจฺฉํ มรณภยํ ปตฺโตมฺหิ. ลทฺธาติ อตฺตโน ญาณพเลน ชีวิตํ ลภิตฺวา. ปพฺพชฺชเมวาภิมโนติ ปพฺพชฺชาภิมุขจิตฺโต เอวาหมสฺมิ.
เอวํ มหาสตฺเตน ธมฺเม เทสิเต ราชา เทวึ อามนฺเตสิ – ‘‘เทวิ, ตฺวํ ปุตฺตํ นิวตฺเตหี’’ติ. เทวีปิ กุมารสฺส ปพฺพชฺชเมว โรเจสิ. มหาสตฺโต มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา ‘‘สเจ มยฺหํ โทโส อตฺถิ, ตํ ขมถา’’ติ ขมาเปตฺวา มหาชนํ อาปุจฺฉิตฺวา หิมวนฺตาภิมุโข อคมาสิ. คเต จ ปน มหาสตฺเต มหาชโน กูฏชฏิลํ โปเถตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. โพธิสตฺโตปิ สนาคเรหิ อมจฺจปาริสชฺชาทีหิ ราชปุริเสหิ อสฺสุมุเขหิ อนุพนฺธิยมาโน เต นิวตฺเตสิ. มนุสฺเสสุ นิวตฺเตสุ มนุสฺสวณฺเณนาคนฺตฺวา เทวตาหิ นีโต สตฺต ปพฺพตราชิโย อติกฺกมิตฺวา หิมวนฺเต วิสฺสกมฺมุนา นิมฺมิตาย ปณฺณสาลาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. เตน วุตฺตํ –
๒๒. ‘‘โส มํ ตตฺถ ขมาเปสิ, มหารชฺชํ อทาสิ เม;
โสหํ ตมํ ทาลยิตฺวา, ปพฺพชึ อนคาริย’’นฺติ.
ตตฺถ ตมํ ทาลยิตฺวาติ กามาทีนวทสฺสนสฺส ปฏิปกฺขภูตํ สมฺโมหตมํ วิธมิตฺวา. ปพฺพชินฺติ อุปาคจฺฉึ. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ.
๒๓. อิทานิ ยทตฺถํ ตทา ตํ ราชิสฺสริยํ ปริจฺจตฺตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น เม เทสฺส’’นฺติ โอสานคาถมาห. ตสฺสตฺโถ วุตฺตนโยว.
เอวํ ปน มหาสตฺเต ปพฺพชิเต ยาว โสฬสวสฺสกาลา ราชกุเล ปริจาริกเวเสน เทวตาเยว นํ อุปฏฺฐหึสุ. โส ตตฺถ ฌานาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.
ตทา กุหโก เทวทตฺโต อโหสิ, มาตา มหามายา, มหารกฺขิตตาปโส สาริปุตฺตตฺเถโร, โสมนสฺสกุมาโร โลกนาโถ.
ตสฺส ยุธญฺชยจริยายํ (จริยา. ๓.๑ อาทโย) วุตฺตนเยเนว ทส ปารมิโย นิทฺธาเรตพฺพา. อิธาปิ เนกฺขมฺมปารมี อติสยวตีติ สา เอว เทสนํ อารุฬฺหา. ตถา สตฺตวสฺสิกกาเล เอว ราชกิจฺเจสุ สมตฺถตา, ตสฺส ตาปสสฺส กูฏชฏิลภาวปริคฺคณฺหนํ, เตน ปยุตฺเตน รญฺญา วเธ อาณตฺเต สนฺตาสาภาโว, รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา นานานเยหิ ตสฺส สโทสตํ อตฺตโน จ นิรปราธตํ มหาชนสฺส มชฺเฌ ปกาเสตฺวา รญฺโญ จ ปรเนยฺยพุทฺธิตํ พาลภาวญฺจ ปฏฺฐเปตฺวา เตน ขมาปิเตปิ ตสฺส สนฺติเก วาสโต รชฺชิสฺสริยโต จ สํเวคมาปชฺชิตฺวา นานปฺปการํ ยาจิยมาเนนปิ หตฺถคตํ รชฺชสิรึ เขฬปิณฺฑํ วิย ฉฑฺเฑตฺวา กตฺถจิ อลคฺคจิตฺเตน หุตฺวา ปพฺพชนํ, ปพฺพชิตฺวา ปวิเวการาเมน หุตฺวา นจิรสฺเสว อปฺปกสิเรน ฌานาภิญฺญานิพฺพตฺตนนฺติ เอวมาทโย มหาสตฺตสฺส คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพาติ.
โสมนสฺสจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อโยฆรจริยาวณฺณนา
๒๔. ตติเย อโยฆรมฺหิ สํวฑฺโฒติ อมนุสฺสอุปทฺทวปริวชฺชนตฺถํ จตุรสฺสสาลวเสน กเต มหติ สพฺพอโยมเย เคเห สํวฑฺโฒ. นาเมนาสิ อโยฆโรติ อโยฆเร ชาตสํวฑฺฒภาเวเนว ‘‘อโยฆรกุมาโร’’ติ นาเมน ปากโฏ อโหสิ.
๒๕-๖. ตทา หิ กาสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา ปุริมตฺตภาเว สปตฺติ ‘‘ตว ชาตํ ชาตํ ปชํ ขาเทยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา ยกฺขินิโยนิยํ นิพฺพตฺตา โอกาสํ ลภิตฺวา ตสฺสา วิชาตกาเล เทฺว วาเร ปุตฺเต ขาทิ. ตติยวาเร ปน โพธิสตฺโต ตสฺสา กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ราชา ‘‘เทวิยา ชาตํ ชาตํ ปชํ เอกา ยกฺขินี ขาทติ, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ มนุสฺเสหิ สมฺมนฺเตตฺวา ‘‘อมนุสฺสา นาม อโยฆรสฺส ภายนฺติ, อโยฆรํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเต กมฺมาเร อาณาเปตฺวา ถมฺเภ อาทึ กตฺวา อโยมเยเหว สพฺพเคหสมฺภาเรหิ จตุรสฺสสาลํ มหนฺตํ อโยฆรํ นิฏฺฐาเปตฺวา ปริปกฺกคพฺภํ เทวึ ตตฺถ วาเสสิ. สา ตตฺถ ธญฺญปุญฺญลกฺขณํ ปุตฺตํ วิชายิ. ‘‘อโยฆรกุมาโร’’เตฺววสฺส นามํ กรึสุ. ตํ ธาตีนํ ทตฺวา มหนฺตํ อารกฺขํ สํวิทหิตฺวา ราชา เทวึ อนฺเตปุรํ อาเนสิ. ยกฺขินีปิ อุทกวารํ คนฺตฺวา เวสฺสวณสฺส อุทกํ วหนฺตี ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา.
มหาสตฺโต อโยฆเรเยว วฑฺฒิตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต, ตตฺเถว สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิ. ราชา ปุตฺตํ โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ วิทิตฺวา ‘‘รชฺชมสฺส ทสฺสามี’’ติ อมจฺเจ อาณาเปสิ – ‘‘ปุตฺตํ เม อาเนถา’’ติ. เต ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ นครํ อลงฺการาเปตฺวา สพฺพาลงฺการวิภูสิตํ มงฺคลวารณํ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา กุมารํ อลงฺกริตฺวา หตฺถิกฺขนฺเธ นิสีทาเปตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กาเรตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. มหาสตฺโต ราชานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ราชา ตสฺส สรีรโสภํ โอโลเกตฺวา พลวสิเนเหน ตํ อาลิงฺคิตฺวา ‘‘อชฺเชว เม ปุตฺตํ อภิสิญฺจถา’’ติ อมจฺเจ อาณาเปสิ. มหาสตฺโต ปิตรํ วนฺทิตฺวา ‘‘น มยฺหํ รชฺเชน อตฺโถ, อหํ ปพฺพชิสฺสามิ, ปพฺพชฺชํ เม อนุชานาถา’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ ‘‘ทุกฺเขน ชีวิโต ลทฺโธ’’ติอาทิ.
ตตฺถ ทุกฺเขนาติ, ตาต, ตว ภาติกา เทฺว เอกาย ยกฺขินิยา ขาทิตา, ตุยฺหํ ปน ตโต อมนุสฺสภยโต นิวารณตฺถํ กเตน ทุกฺเขน มหตา อายาเสน ชีวิโต ลทฺโธ. สํปีเฬ ปติโปสิโตติ นานาวิธาย อมนุสฺสรกฺขาย สมฺพาเธ อโยฆเร วิชายนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว โสฬสวสฺสุปฺปตฺติยา สมฺพาเธ สํวฑฺฒิโตติ อตฺโถ. อชฺเชว, ปุตฺต, ปฏิปชฺช, เกวลํ วสุธํ อิมนฺติ กญฺจนมาลาลงฺกตสฺส เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา รตนราสิมฺหิ ฐเปตฺวา ตีหิ สงฺเขหิ อภิสิญฺจิยมาโน อิมํ กุลสนฺตกํ เกวลํ สกลํ สมุทฺทปริยนฺตํ ตโตเยว สห รฏฺเฐหีติ สรฏฺฐกํ สห นิคเมหิ มหาคาเมหีติ สนิคมํ อปริมิเตน ปริวารชเนน สทฺธึ สชนํ อิมํ วสุธํ มหาปถวึ อชฺเชว, ปุตฺต, ปฏิปชฺช, รชฺชํ กาเรหีติ อตฺโถ. วนฺทิตฺวา ขตฺติยํ. อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, อิทํ วจนมพฺรวินฺติ ขตฺติยํ กาสิราชานํ มม ปิตรํ วนฺทิตฺวา ตสฺส อญฺชลึ ปณาเมตฺวา อิทํ วจนํ อภาสึ.
๒๗. เย เกจิ มหิยา สตฺตาติ อิมิสฺสา มหาปถวิยา เย เกจิ สตฺตา นาม. หีนมุกฺกฏฺฐมชฺฌิมาติ ลามกา เจว อุตฺตมา จ, อุภินฺนํ เวมชฺเฌ ภวตฺตา มชฺฌิมา จ. สเก เคเหติ สพฺเพ เต สเก เคเห. สกญาติภีติ สเกหิ ญาตีหิ สมฺโมทมานา วิสฺสฏฺฐา อนุกฺกณฺฐิตา ยถาวิภวํ วฑฺฒนฺติ.
๒๘. อิทํ โลเก อุตฺตริยนฺติ อิทํ ปน อิมสฺมึ โลเก อสทิสํ, มยฺหํ เอว อาเวณิกํ. กึ ปน ตํ สํปีเฬ มม โปสนนฺติ สมฺพาเธ มม สํวฑฺฒนํ. ตถา หิ อโยฆรมฺหิ สํวฑฺโฒ, อปฺปเภ จนฺทสูริเยติ จนฺทสูริยานํ ปภารหิเต อโยฆเร สํวฑฺโฒมฺหีติ สํวฑฺโฒ อมฺหิ.
๒๙. ปูติกุณปสมฺปุณฺณาติ ปูติคนฺธนานปฺปการกุณปสมฺปุณฺณา คูถนิรยสทิสา. มาตุ กุจฺฉิโต ชีวิตสํสเย วตฺตมาเน กถํ มุจฺจิตฺวา นิกฺขมิตฺวา. ตโต โฆรตเรติ ตโตปิ คพฺภวาสโต ทารุณตเร, อวิสฺสฏฺฐวาเสน ทุกฺเข. ปกฺขิตฺตโยฆเรติ ปกฺขิตฺโต อโยฆเร, พนฺธนาคาเร ฐปิโต วิย อโหสินฺติ ทสฺเสติ.
๓๐. ยทิหนฺติ เอตฺถ ยทีติ นิปาตมตฺตํ. ตาทิสนฺติ ยาทิสํ ปุพฺเพ วุตฺตํ, ตาทิสํ ปรมทารุณํ ทุกฺขํ ปตฺวา อหํ รชฺเชสุ ยทิ รชฺชามิ ยทิ รมิสฺสามิ, เอวํ สนฺเต ปาปานํ ลามกานํ นิหีนปุริสานํ อุตฺตโม นิหีนตโม สิยํ.
๓๑. อุกฺกณฺฐิโตมฺหิ กาเยนาติ อปริมุตฺตคพฺภวาสาทินา ปูติกาเยน อุกฺกณฺฐิโต นิพฺพินฺโน อมฺหิ. รชฺเชนมฺหิ อนตฺถิโกติ รชฺเชนปิ อนตฺถิโก อมฺหิ. ยกฺขินิยา หตฺถโต มุตฺโตปิ หิ นาหํ อชรามโร, กึ เม รชฺเชน, รชฺชญฺหิ นาม สพฺเพสํ อนตฺถานํ สนฺนิปาตฏฺฐานํ, ตตฺถ ฐิตกาลโต ปฏฺฐาย ทุนฺนิกฺขมํ โหติ, ตสฺมา ตํ อนุปคนฺตฺวา นิพฺพุตึ ปริเยสิสฺสํ, ยตฺถ มํ มจฺจุ น มทฺทิเยติ ยตฺถ ฐิตํ มํ มหาเสโน มจฺจุราชา น มทฺทิเย น โอตฺถเรยฺย น อภิภเวยฺย, ตํ นิพฺพุตึ อมตมหานิพฺพานํ ปริเยสิสฺสามีติ.
๓๒. เอวาหํ จินฺตยิตฺวานาติ เอวํ อิมินา วุตฺตปฺปกาเรน นานปฺปการํ สํสาเร อาทีนวํ ปจฺจเวกฺขเณน นิพฺพาเน อานิสํสทสฺสเนน จ โยนิโส จินฺเตตฺวา. วิรวนฺเต มหาชเนติ มยา วิปฺปโยคทุกฺขาสหเนน วิรวนฺเต ปริเทวนฺเต มาตาปิตุปฺปมุเข มหนฺเต ชเน. นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวาติ ยถา นาม มหาพโล หตฺถินาโค ทุพฺพลตรํ รชฺชุพนฺธนํ สุเขเนว ฉินฺทติ, เอวเมว ญาติสงฺคาทิเภทสฺส ตสฺมึ ชเน ตณฺหาพนฺธนสฺส ฉินฺทเนน พนฺธนํ เฉตฺวา กานนสงฺขาตํ มหาวนํ ปพฺพชฺชูปคมนวเสน ปาวิสึ. โอสานคาถา วุตฺตตฺถา เอว.
ตตฺถ จ มหาสตฺโต อตฺตโน ปพฺพชฺชาธิปฺปายํ ชานิตฺวา ‘‘ตาต, กึการณา ปพฺพชสี’’ติ รญฺญา วุตฺโต ‘‘เทว, อหํ มาตุกุจฺฉิมฺหิ ทส มาเส คูถนิรเย วิย วสิตฺวา มาตุ กุจฺฉิโต นิกฺขนฺโต ยกฺขินิยา ภเยน โสฬสวสฺสานิ พนฺธนาคาเร วสนฺโต พหิ โอโลเกตุมฺปิ น ลภึ, อุสฺสทนิรเย ปกฺขิตฺโต วิย อโหสึ, ยกฺขินิโต มุตฺโตปิ อชรามโร น โหมิ, มจฺจุ นาเมส น สกฺกา เกนจิ ชินิตุํ, ภเว อุกฺกณฺฐิโตมฺหิ, ยาว เม พฺยาธิชรามรณานิ นาคจฺฉนฺติ, ตาวเทว ปพฺพชิตฺวา ธมฺมํ จริสฺสามิ, อลํ เม รชฺเชน, อนุชานาหิ มํ, เทว, ปพฺพชิตุ’’นฺติ วตฺวา –
‘‘ยเมกรตฺตึ ปฐมํ, คพฺเภ วสติ มาณโว;
อพฺภุฏฺฐิโตว โส ยาติ, ส คจฺฉํ น นิวตฺตตี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๓๖๓) –
อาทินา จตุวีสติยา คาถาหิ ปิตุ ธมฺมํ เทเสตฺวา ‘‘มหาราช, ตุมฺหากํ รชฺชํ ตุมฺหากเมว โหตุ, น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ, ตุเมฺหหิ สทฺธึ กเถนฺเตเยว พฺยาธิชรามรณานิ อาคจฺเฉยฺยุํ, ติฏฺฐถ ตุเมฺห’’ติ วตฺวา อยทามํ ฉินฺทิตฺวา มตฺตหตฺถี วิย, กญฺจนปญฺชรํ ภินฺทิตฺวา สีหโปตโก วิย, กาเม ปหาย มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา นิกฺขมิ. อถสฺส ปิตา ‘‘อยํ นาม กุมาโร ปพฺพชิตุกาโม, กิมงฺคํ ปนาหํ, มมาปิ รชฺเชน อตฺโถ นตฺถี’’ติ รชฺชํ ปหาย เตน สทฺธึ เอว นิกฺขมิ. ตสฺมึ นิกฺขมนฺเต เทวีปิ อมจฺจาปิ พฺราหฺมณคหปติกาทโยปีติ สกลนครวาสิโน โภเค ฉฑฺเฑตฺวา นิกฺขมึสุ. สมาคโม มหา อโหสิ, ปริสา ทฺวาทสโยชนิกา ชาตา, เต อาทาย มหาสตฺโต หิมวนฺตํ ปาวิสิ.
สกฺโก เทวราชา ตสฺส นิกฺขนฺตภาวํ ญตฺวา วิสฺสกมฺมํ เปเสตฺวา ทฺวาทสโยชนายามํ สตฺตโยชนวิตฺถารํ อสฺสมปทํ กาเรสิ, สพฺเพ จ ปพฺพชิตปริกฺขาเร ปฏิยาทาเปสิ. อิธ มหาสตฺตสฺส ปพฺพชฺชา จ โอวาททานญฺจ พฺรหฺมโลกปรายนตา จ ปริสาย สมฺมา ปฏิปตฺติ จ สพฺพา มหาโควินฺทจริยายํ (จริยา. ๑.๓๗ อาทโย) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
ตทา มาตาปิตโร มหาราชกุลานิ อเหสุํ, ปริสา พุทฺธปริสา, อโยฆรปณฺฑิโต โลกนาโถ.
ตสฺส เสสปารมินิทฺธารณา อานุภาววิภาวนา จ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ.
อโยฆรจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ภิสจริยาวณฺณนา
๓๔. จตุตฺเถ ยทา โหมิ, กาสีนํ ปุรวรุตฺตเมติ ‘‘กาสี’’ติ พหุวจนวเสน ลทฺธโวหารสฺส รฏฺฐสฺส นครวเร พาราณสิยํ ยสฺมึ กาเล ชาตสํวฑฺโฒ หุตฺวา วสามีติ อตฺโถ. ภคินี จ ภาตโร สตฺต, นิพฺพตฺตา โสตฺติเย กุเลติ อุปกญฺจนาทโย ฉ อหญฺจาติ ภาตโร สตฺต สพฺพกนิฏฺฐา กญฺจนเทวี นาม ภคินี จาติ สพฺเพ มยํ อฏฺฐ ชนา มนฺตชฺเฌนนิรตตาย โสตฺติเย อุทิโตทิเต มหติ พฺราหฺมณกุเล ตทา นิพฺพตฺตา ชาตาติ อตฺโถ.
๓๕. โพธิสตฺโต หิ ตทา พาราณสิยํ อสีติโกฏิวิภวสฺส พฺราหฺมณมหาสาลสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส ‘‘กญฺจนกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. อถสฺส ปทสา วิจรณกาเล อปโร ปุตฺโต วิชายิ. ‘‘อุปกญฺจนกุมาโร’’ติสฺส นามํ กรึสุ. ตโต ปฏฺฐาย มหาสตฺตํ ‘‘มหากญฺจนกุมาโร’’ติ สมุทาจรนฺติ. เอวํ ปฏิปาฏิยา สตฺต ปุตฺตา อเหสุํ. สพฺพกนิฏฺฐา ปน เอกา ธีตา. ตสฺสา ‘‘กญฺจนเทวี’’ติ นามํ กรึสุ. มหาสตฺโต วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคเหตฺวา ปจฺจาคญฺฉิ.
อถ นํ มาตาปิตโร ฆราวาเสน พนฺธิตุกามา ‘‘อตฺตโน สมานชาติกุลโต เต ทาริกํ อาเนสฺสามา’’ติ วทึสุ. โส ‘‘อมฺม, ตาต, น มยฺหํ ฆราวาเสน อตฺโถ. มยฺหญฺหิ สพฺโพ โลกสนฺนิวาโส อาทิตฺโต วิย สปฺปฏิภโย, พนฺธนาคารํ วิย ปลิพุทฺธนํ, อุกฺการภูมิ วิย ชิคุจฺโฉ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, น เม จิตฺตํ กาเมสุ รชฺชติ, อญฺเญ โว ปุตฺตา อตฺถิ, เต ฆราวาเสน นิมนฺเตถา’’ติ วตฺวา ปุนปฺปุนํ ยาจิโตปิ สหาเยหิ ยาจาปิโตปิ น อิจฺฉิ, อถ นํ สหายา ‘‘สมฺม, กึ ปน ตฺวํ ปตฺถยนฺโต กาเม ปริภุญฺชิตุํ น อิจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉึสุ. โส เตสํ อตฺตโน เนกฺขมฺมชฺฌาสยํ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอเตสํ ปุพฺพโช อาสิ’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ เอเตสํ ปุพฺพโช อาสินฺติ เอเตสํ อุปกญฺจนกาทีนํ สตฺตนฺนํ เชฏฺฐภาติโก อหํ ตทา อโหสึ. หิรีสุกฺกมุปาคโตติ สุกฺกวิปากตฺตา สนฺตานสฺส วิโสธนโต จ สุกฺกํ ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณํ หิรึ ภุสํ อาคโต, อติวิย ปาปํ ชิคุจฺฉนฺโต อาสินฺติ อตฺโถ. ภวํ ทิสฺวาน ภยโต, เนกฺขมฺมาภิรโต อหนฺติ กามภวาทีนํ วเสน สพฺพํ ภวํ ปกฺขนฺทิตุํ อาคจฺฉนฺตํ จณฺฑหตฺถึ วิย, หึสิตุํ อาคจฺฉนฺตํ อุกฺขิตฺตาสิกํ วธกํ วิย, สีหํ วิย, ยกฺขํ วิย, รกฺขสํ วิย, โฆรวิสํ วิย, อาสิวิสํ วิย, อาทิตฺตํ องฺคารํ วิย, สปฺปฏิภยํ ภยานกภาวโต ปสฺสิตฺวา ตโต มุจฺจนตฺถญฺจ ปพฺพชฺชาภิรโต ปพฺพชิตฺวา ‘‘กถํ นุ โข ธมฺมจริยํ สมฺมาปฏิปตฺตึ ปูเรยฺยํ, ฌานสมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตยฺย’’นฺติ ปพฺพชฺชากุสลธมฺมปฐมชฺฌานาทิอภิรโต ตทา อหํ อาสินฺติ อตฺโถ.
๓๖. ปหิตาติ มาตาปิตูหิ เปสิตา. เอกมานสาติ สมานชฺฌาสยา ปุพฺเพ มยา เอกจฺฉนฺทา มนาปจาริโน มาตาปิตูหิ ปหิตตฺตา ปน มม ปฏิกฺกูลํ อมนาปํ วทนฺตา. กาเมหิ มํ นิมนฺเตนฺตีติ มหาปิตูหิ วา เอกมานสา กาเมหิ มํ นิมนฺเตนฺติ. กุลวํสํ ธาเรหีติ ฆราวาสํ สณฺฐเปนฺโต อตฺตโน กุลวํสํ ธาเรหิ ปติฏฺฐเปหีติ กาเมหิ มํ นิมนฺเตสุนฺติ อตฺโถ.
๓๗. ยํ เตสํ วจนํ วุตฺตนฺติ เตสํ มม ปิยสหายานํ ยํ วจนํ วุตฺตํ. คิหิธมฺเม สุขาวหนฺติ คิหิภาเว สติ คหฏฺฐภาเว ฐิตสฺส ปุริสสฺส ญายานุคตตฺตา ทิฏฺฐธมฺมิกสฺส สมฺปรายิกสฺส จ สุขสฺส อาวหนโต สุขาวหํ. ตํ เม อโหสิ กฐินนฺติ ตํ เตสํ มยฺหํ สหายานํ มาตาปิตูนญฺจ วจนํ เอกนฺเตเนว เนกฺขมฺมาภิรตตฺตา อมนาปภาเวน เม กฐินํ ผรุสํ ทิวสํ สนฺตตฺตผาลสทิสํ อุโภปิ กณฺเณ ฌาเปนฺตํ วิย อโหสิ.
๓๘. เต มํ ตทา อุกฺขิปนฺตนฺติ เต มยฺหํ สหายา มาตาปิตูหิ อตฺตโน จ อุปนิมนฺตนวเสน อเนกวารํ อุปนียมาเน กาเม อุทฺธมุทฺธํ ขิปนฺตํ ฉฑฺเฑนฺตํ ปฏิกฺขิปนฺตํ มํ ปุจฺฉึสุ. ปตฺถิตํ มมาติ อิโต วิสุทฺธตรํ กึ นุ โข อิมินา ปตฺถิตนฺติ มยา อภิปตฺถิตํ มม ตํ ปตฺถนํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘กึ ตฺวํ ปตฺถยเส, สมฺม, ยทิ กาเม น ภุญฺชสี’’ติ.
๓๙. อตฺถกาโมติ อตฺตโน อตฺถกาโม, ปาปภีรูติ อตฺโถ. ‘‘อตฺตกาโม’’ติปิ ปาฬิ. หิเตสินนฺติ มยฺหํ หิเตสีนํ ปิยสหายานํ. เกจิ ‘‘อตฺถกามหิเตสิน’’นฺติ ปฐนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ.
๔๐. ปิตุ มาตุ จ สาวยุนฺติ เต มยฺหํ สหายา อนิวตฺตนียํ มม ปพฺพชฺชาฉนฺทํ วิทิตฺวา ปพฺพชิตุกามตาทีปกํ มยฺหํ วจนํ ปิตุ มาตุ จ สาเวสุํ. ‘‘ยคฺเฆ, อมฺมตาตา, ชานาถ, เอกนฺเตเนว มหากญฺจนกุมาโร ปพฺพชิสฺสติ, น โส สกฺกา เกนจิ อุปาเยน กาเมสุ อุปเนตุ’’นฺติ อโวจุํ. มาตาปิตา เอวมาหูติ ตทา มยฺหํ มาตาปิตโร มม สหาเยหิ วุตฺตํ มม วจนํ สุตฺวา เอวมาหํสุ – ‘‘สพฺเพว ปพฺพชาม, โภ’’ติ, ยทิ มหากญฺจนกุมารสฺส เนกฺขมฺมํ อภิรุจิตํ, ยํ ตสฺส อภิรุจิตํ, ตทมฺหากมฺปิ อภิรุจิตเมว, ตสฺมา สพฺเพว ปพฺพชาม, โภติ. ‘‘โภ’’ติ เตสํ พฺราหฺมณานํ อาลปนํ. ‘‘ปพฺพชาม โข’’ติปิ ปาโฐ, ปพฺพชาม เอวาติ อตฺโถ. มหาสตฺตสฺส หิ ปพฺพชฺชาฉนฺทํ วิทิตฺวา อุปกญฺจนาทโย ฉ ภาตโร ภคินี จ กญฺจนเทวี ปพฺพชิตุกามาว อเหสุํ, เตน เตปิ มาตาปิตูหิ ฆราวาเสน นิมนฺติยมานา น อิจฺฉึสุเยว. ตสฺมา เอวมาหํสุ ‘‘สพฺเพว ปพฺพชาม, โภ’’ติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา มหาสตฺตํ มาตาปิตโร ปกฺโกสิตฺวา อตฺตโนปิ อธิปฺปายํ ตสฺส อาจิกฺขิตฺวา ‘‘ตาต, ยทิ ปพฺพชิตุกาโมสิ, อสีติโกฏิธนํ ตว สนฺตกํ ยถาสุขํ วิสฺสชฺเชหี’’ติ อาหํสุ. อถ นํ มหาปุริโส กปณทฺธิกาทีนํ วิสฺสชฺเชตฺวา มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตํ ปาวิสิ. เตน สทฺธึ มาตาปิตโร ฉ ภาตโร จ ภคินี จ เอโก ทาโส เอกา ทาสี เอโก จ สหาโย ฆราวาสํ ปหาย อคมํสุ. เตน วุตฺตํ –
๔๑. ‘‘อุโภ มาตา ปิตา มยฺหํ, ภคินี จ สตฺต ภาตโร;
อมิตธนํ ฉฑฺฑยิตฺวา, ปวิสิมฺหา มหาวน’’นฺติ.
ชาตกฏฺฐกถายํ (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๔.๗๗ ภิสชาตกวณฺณนา) ปน ‘‘มาตาปิตูสุ กาลํกเตสุ เตสํ กตฺตพฺพกิจฺจํ กตฺวา มหาสตฺโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมี’’ติ วุตฺตํ.
เอวํ หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา จ เต โพธิสตฺตปฺปมุขา เอกํ ปทุมสรํ นิสฺสาย รมณีเย ภูมิภาเค อสฺสมํ กตฺวา ปพฺพชิตฺวา วนมูลผลาหารา ยาปยึสุ. เตสุ อุปกญฺจนาทโย อฏฺฐ ชนา วาเรน ผลาผลํ อาหริตฺวา เอกสฺมึ ปาสาณผลเก อตฺตโน อิตเรสญฺจ โกฏฺฐาเส กตฺวา ฆณฺฏิสญฺญํ ทตฺวา อตฺตโน โกฏฺฐาสํ อาทาย วสนฏฺฐานํ ปวิสนฺติ. เสสาปิ ฆณฺฏิสญฺญาย ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ปาปุณนโกฏฺฐาสํ อาทาย วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺติ.
อปรภาเค ภิสานิ อาหริตฺวา ตเถว ขาทนฺติ. ตตฺถ เต โฆรตปา ปรมธิตินฺทฺริยา กสิณปริกมฺมํ กโรนฺตา วิหรึสุ. อถ เนสํ สีลเตเชน สกฺกสฺส ภวนํ กมฺปิ. สกฺโก ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘อิเม อิสโย วีมํสิสฺสามี’’ติ อตฺตโน อานุภาเวน มหาสตฺตสฺส โกฏฺฐาเส ตโย ทิวเส อนฺตรธาเปสิ. มหาสตฺโต ปฐมทิวเส โกฏฺฐาสํ อทิสฺวา ‘‘มม โกฏฺฐาโส ปมุฏฺโฐ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. ทุติยทิวเส ‘‘มม โทเสน ภวิตพฺพํ, ปณามนวเสน มม โกฏฺฐาสํ น ฐปิตํ มญฺเญ’’ติ จินฺเตสิ. ตติยทิวเส ‘‘ตํ การณํ สุตฺวา ขมาเปสฺสามี’’ติ สายนฺหสมเย ฆณฺฏิสญฺญํ ทตฺวา ตาย สญฺญาย สพฺเพสุ สนฺนิปติเตสุ ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ตีสุปิ ทิวเสสุ เตหิ เชฏฺฐโกฏฺฐาสสฺส ฐปิตภาวํ สุตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ มยฺหํ โกฏฺฐาโส ฐปิโต, มยา ปน น ลทฺโธ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา สพฺเพว สํเวคปฺปตฺตา อเหสุํ.
ตสฺมึ อสฺสเม รุกฺขเทวตาปิ อตฺตโน ภวนโต โอตริตฺวา เตสํ สนฺติเก นิสีทิ. มนุสฺสานํ หตฺถโต ปลายิตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ เอโก วารโณ อหิตุณฺฑิกหตฺถโต ปลายิตฺวา มุตฺโต สปฺปกีฬาปนโก เอโก วานโร จ เตหิ อิสีหิ กตปริจยา ตทา เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. สกฺโกปิ ‘‘อิสิคณํ ปริคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อทิสฺสมานกาโย ตตฺเถว อฏฺฐาสิ. ตสฺมิญฺจ ขเณ โพธิสตฺตสฺส กนิฏฺโฐ อุปกญฺจนตาปโส อุฏฺฐาย โพธิสตฺตํ วนฺทิตฺวา เสสานํ อปจิตึ ทสฺเสตฺวา ‘‘อหํ สญฺญํ ปฏฺฐเปตฺวา อตฺตานญฺเญว โสเธตุํ ลภามี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ลภสี’’ติ วุตฺเต อิสิคณมชฺเฌ ฐตฺวา สปถํ กโรนฺโต –
‘‘อสฺสํ ควํ รชตํ ชาตรูปํ, ภริยญฺจ โส อิธ ลภตํ มนาปํ;
ปุตฺเตหิ ทาเรหิ สมงฺคิ โหตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสี’’ติ. (ชา. ๑.๑๔.๗๘) –
อิมํ คาถํ อภาสิ. อิมญฺหิ โส ‘‘ยตฺตกานิ ปิยวตฺถูนิ โหนฺติ, เตหิ วิปฺปโยเค ตตฺตกานิ ทุกฺขานิ อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ วตฺถุกาเม ครหนฺโต อาห.
ตํ สุตฺวา อิสิคโณ ‘‘มาริส, มา กถย, อติภาริโย เต สปโถ’’ติ กณฺเณ ปิทหิ. โพธิสตฺโตปิ ‘‘อติภาริโย เต สปโถ, น, ตฺวํ ตาต, คณฺหสิ, ตว ปตฺตาสเน นิสีทา’’ติ อาห. เสสาปิ สปถํ กโรนฺตา ยถากฺกมํ –
‘‘มาลญฺจ โส กาสิกจนฺทนญฺจ, ธาเรตุ ปุตฺตสฺส พหู ภวนฺตุ;
กาเมสุ ติพฺพํ กุรุตํ อเปกฺขํ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘ปหูตธญฺโญ กสิมา ยสสฺสี, ปุตฺเต คิหี ธนิมา สพฺพกาเม;
วยํ อปสฺสํ ฆรมาวสาตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘โส ขตฺติโย โหตุ ปสยฺหการี, ราชาภิราชา พลวา ยสสฺสี;
สจาตุรนฺตํ มหิมาวสาตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘โส พฺราหฺมโณ โหตุ อวีตราโค, มุหุตฺตนกฺขตฺตปเถสุ ยุตฺโต;
ปูเชตุ นํ รฏฺฐปตี ยสสฺสี, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘อชฺฌายกํ สพฺพสมนฺตเวทํ, ตปสฺสินํ มญฺญตุ สพฺพโลโก;
ปูเชนฺตุ นํ ชานปทา สเมจฺจ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘จตุสฺสทํ คามวรํ สมิทฺธํ, ทินฺนญฺหิ โส ภุญฺชตุ วาสเวน;
อวีตราโค มรณํ อุเปตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘โส คามณี โหตุ สหายมชฺเฌ, นจฺเจหิ คีเตหิ ปโมทมาโน;
โส ราชโต พฺยสนมาลตฺถ กิญฺจิ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘ตํ เอกราชา ปถวึ วิเชตฺวา, อิตฺถีสหสฺสสฺส ฐเปตุ อคฺเค;
สีมนฺตินีนํ ปวรา ภวาตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ ยา อหาสิ.
‘‘อิสีนญฺหิ สา สพฺพสมาคตานํ, ภุญฺเชยฺย สาทุํ อวิกมฺปมานา;
จราตุ ลาเภน วิกตฺถมานา, ภิสานิ เต พฺราหณ ยา อหาสิ.
‘‘อาวาสิโก โหตุ มหาวิหาเร, นวกมฺมิโก โหตุ คชงฺคลายํ;
อาโลกสนฺธึ ทิวสํ กโรตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘โส พชฺฌตํ ปาสสเตหิ ฉมฺหิ, รมฺมา วนา นียตุ ราชธานึ;
ตุตฺเตหิ โส หญฺญตุ ปาจเนหิ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสิ.
‘‘อลกฺกมาลี ติปุกณฺณปิฏฺโฐ, ลฏฺฐีหโต สปฺปมุขํ อุเปตุ;
สกจฺฉพนฺโธ วิสิขํ จราตุ, ภิสานิ เต พฺราหฺมณ โย อหาสี’’ติ. (ชา. ๑.๑๔.๗๙-๙๐) –
อิมา คาถาโย อโวจุํ.
ตตฺถ ติพฺพนฺติ วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ พหลํ อเปกฺขํ กโรตุ. กสิมาติ สมฺปนฺนกสิกมฺโม. ปุตฺเต คิหี ธนิมา สพฺพกาเมติ ปุตฺเต ลภตุ, คิหี โหตุ, สตฺตวิเธน ธเนน ธนิมา โหตุ, รูปาทิเภเท สพฺพกาเม ลภตุ. วยํ อปสฺสนฺติ มหลฺลกกาเลปิ อปพฺพชิตฺวา อตฺตโน วยํ อปสฺสนฺโต ปญฺจกามคุณสมิทฺธํ ฆรเมว อาวสตุ. ราชาภิราชาติ ราชูนํ อนฺตเร อติราชา. อวีตราโคติ ปุโรหิตฏฺฐานตณฺหาย สตโณฺห. ตปสฺสินนฺติ ตปสีลํ, สีลสมฺปนฺโนติ นํ มญฺญตุ. จตุสฺสทนฺติ อากิณฺณมนุสฺสตาย มนุสฺเสหิ ปหูตธญฺญตาย ธญฺเญน สุลภทารุตาย ทารูหิ สมฺปนฺโนทกตาย อุทเกนาติ จตูหิ อุสฺสนฺนํ. วาสเวนาติ วาสเวน ทินฺนํ วิย อจลํ, วาสวโต ลทฺธวรานุภาเวเนว ราชานํ อาราเธตฺวา เตน ทินฺนนฺติปิ อตฺโถ. อวีตราโคติ อวิคตราโค กทฺทเม สูกโร วิย กามปงฺเก นิมุคฺโคว โหตุ.
คามณีติ คามเชฏฺฐโก. ตนฺติ ตํ อิตฺถึ. เอกราชาติ อคฺคราชา. อิตฺถีสหสฺสสฺสาติ วจนมฏฺฐตาย วุตฺตํ. โสฬสนฺนํ อิตฺถิสหสฺสานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปตูติ อตฺโถ. สีมนฺตินีนนฺติ สีมนฺตธรานํ, อิตฺถีนนฺติ อตฺโถ. สพฺพสมาคตานนฺติ สพฺเพสํ สนฺนิปติตานํ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา. อวิกมฺปมานาติ อโนสกฺกมานา สาทุรสํ ภุญฺชตูติ อตฺโถ. จราตุ ลาเภน วิกตฺถมานาติ ลาภเหตุ สิงฺคารเวสํ คเหตฺวา ลาภํ อุปฺปาเทตุํ จรตุ. อาวาสิโกติ อาวาสชคฺคนโก. คชงฺคลายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตตฺถ กิร ทพฺพสมฺภารา สุลภา. อาโลกสนฺธึ ทิวสนฺติ เอกทิวเสน เอกเมว วาตปานํ กโรตุ. โส กิร เทวปุตฺโต กสฺสปพุทฺธกาเล คชงฺคลนครํ นิสฺสาย โยชนิเก มหาวิหาเร อาวาสิโก สงฺฆตฺเถโร หุตฺวา ชิณฺเณ วิหาเร นวกมฺมานิ กโรนฺโตว มหาทุกฺขํ อนุภวิ, ตํ สนฺธายาห.
ปาสสเตหีติ พหูหิ ปาเสหิ. ฉมฺหีติ จตูสุ ปาเทสุ คีวาย กฏิภาเค จาติ ฉสุ ฐาเนสุ. ตุตฺเตหีติ ทฺวิกณฺฏกาหิ ทีฆลฏฺฐีหิ. ปาจเนหีติ รสฺสปาจเนหิ, องฺกุสเกหิ วา. อลกฺกมาลีติ อหิตุณฺฑิเกน กณฺเฐ ปริกฺขิปิตฺวา ฐปิตาย อลกฺกมาลาย สมนฺนาคโต. ติปุกณฺณปิฏฺโฐติ ติปุปิฬนฺธเนน ปิฬนฺธิตปิฏฺฐิกณฺโณ กณฺณปิฏฺโฐ. ลฏฺฐิหโตติ สปฺปกีฬาปนํ สิกฺขาปยมาโน ลฏฺฐิยา หโต หุตฺวา. สพฺพํ เต กามโภคํ ฆราวาสํ อตฺตนา อตฺตนา อนุภูตทุกฺขญฺจ ชิคุจฺฉนฺตา ตถา ตถา สปถํ กโรนฺตา เอวมาหํสุ.
อถ โพธิสตฺโต ‘‘สพฺเพหิ อิเมหิ สปโถ กโต, มยาปิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ สปถํ กโรนฺโต –
‘‘โย เว อนฏฺฐํว นฏฺฐนฺติ จาห, กาเมว โส ลภตํ ภุญฺชตญฺจ;