๑๐. สสปณฺฑิตจริยาวณฺณนา

๑๒๕-๖. ทสเม ยทา โหมิ, สสโกติ อหํ, สาริปุตฺต, โพธิปริเยสนํ จรมาโน ยทา สสปณฺฑิโต โหมิ. โพธิสตฺตา หิ กมฺมวสิปฺปตฺตาปิ ตาทิสานํ ติรจฺฉานานํ อนุคฺคณฺหนตฺถํ ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตนฺติ. ปวนจารโกติ มหาวนจารี. ทพฺพาทิติณานิ รุกฺขคจฺเฉสุ ปณฺณานิ ยํกิญฺจิ สากํ รุกฺขโต ปติตผลานิ จ ภกฺโข เอตสฺสาติ ติณปณฺณสากผลภกฺโข. ปรเหฐนวิวชฺชิโตติ ปรปีฬาวิรหิโต. สุตฺตโปโต จาติ อุทฺทโปโต จ. อหํ ตทาติ ยทาหํ สสโก โหมิ, ตทา เอเต มกฺกฏาทโย ตโย สหาเย โอวทามิ.

๑๒๗. กิริเย กลฺยาณปาปเกติ กุสเล เจว อกุสเล จ กมฺเม. ปาปานีติ อนุสาสนาการทสฺสนํ. ตตฺถ ปาปานิ ปริวชฺเชถาติ ปาณาติปาโต…เป… มิจฺฉาทิฏฺฐีติ อิมานิ ปาปานิ ปริวชฺเชถ. กลฺยาเณ อภินิวิสฺสถาติ ทานํ สีลํ…เป… ทิฏฺฐุชุกมฺมนฺติ อิทํ กลฺยาณํ, อิมสฺมึ กลฺยาเณ อตฺตโน กายวาจาจิตฺตานิ อภิมุขภาเวน นิวิสฺสถ, อิมํ กลฺยาณปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชถาติ อตฺโถ.

เอวํ มหาสตฺโต ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺโตปิ ญาณสมฺปนฺนตาย กลฺยาณมิตฺโต หุตฺวา เตสํ ติณฺณํ ชนานํ กาเลน กาลํ อุปคตานํ โอวาทวเสน ธมฺมํ เทเสสิ. เต ตสฺส โอวาทํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา วสนฺติ. เอวํ กาเล คจฺฉนฺเต โพธิสตฺโต อากาสํ โอโลเกตฺวา จนฺทปาริปูรึ ทิสฺวา ‘‘อุโปสถกมฺมํ กโรถา’’ติ โอวทิ. เตนาห –

๑๒๘. ‘‘อุโปสถมฺหิ ทิวเส, จนฺทํ ทิสฺวาน ปูริตํ;

เอเตสํ ตตฺถ อาจิกฺขึ, ทิวโส อชฺชุโปสโถ.

๑๒๙. ‘‘ทานานิ ปฏิยาเทถ, ทกฺขิเณยฺยสฺส ทาตเว;

ทตฺวา ทานํ ทกฺขิเณยฺเย, อุปวสฺสถุโปสถ’’นฺติ.

ตตฺถ จนฺทํ ทิสฺวา น ปูริตนฺติ ชุณฺหปกฺขจาตุทฺทสิยํ อีสกํ อปริปุณฺณภาเวน จนฺทํ น ปริปูริตํ ทิสฺวา ตโต วิภาตาย รตฺติยา อรุณุคฺคมนเวลายเมว อุโปสถมฺหิ ทิวเส ปนฺนรเส เอเตสํ มกฺกฏาทีนํ มยฺหํ สหายานํ ทิวโส อชฺชุโปสโถ. ตสฺมา ‘‘ทานานิ ปฏิยาเทถา’’ติอาทินา ตตฺถ อุโปสถทิวเส ปฏิปตฺติวิธานํ อาจิกฺขินฺติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ทานานีติ เทยฺยธมฺเม. ปฏิยาเทถาติ ยถาสตฺติ ยถาพลํ สชฺเชถ. ทาตเวติ ทาตุํ. อุปวสฺสถาติ อุโปสถกมฺมํ กโรถ, อุโปสถสีลานิ รกฺขถ, สีเล ปติฏฺฐาย ทินฺนทานํ มหปฺผลํ โหติ, ตสฺมา ยาจเก สมฺปตฺเต ตุเมฺหหิ ขาทิตพฺพาหารโต ทตฺวา ขาเทยฺยาถาติ ทสฺเสติ.

เต ‘‘สาธู’’ติ โพธิสตฺตสฺส โอวาทํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐหึสุ. เตสุ อุทฺทโปโต ปาโตว ‘‘โคจรํ ปริเยสิสฺสามี’’ติ นทีตีรํ คโต. อเถโก พาฬิสิโก สตฺต โรหิตมจฺเฉ อุทฺธริตฺวา วลฺลิยา อาวุณิตฺวา นทีตีเร วาลุกาย ปฏิจฺฉาเทตฺวา มจฺเฉ คณฺหนฺโต นทิยา อโธ โสตํ ภสฺสิ. อุทฺโท มจฺฉคนฺธํ ฆายิตฺวา วาลุกํ วิยูหิตฺวา มจฺเฉ ทิสฺวา นีหริตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข เอเตสํ สามิโก’’ติ ติกฺขตฺตุํ โฆเสตฺวา สามิกํ อปสฺสนฺโต วลฺลิยํ ฑํสิตฺวา อตฺตโน วสนคุมฺเพ ฐเปตฺวา ‘‘เวลายเมว ขาทิสฺสามี’’ติ อตฺตโน สีลํ อาวชฺเชนฺโต นิปชฺชิ. สิงฺคาโลปิ โคจรํ ปริเยสนฺโต เอกสฺส เขตฺตโคปกสฺส กุฏิยํ เทฺว มํสสูลานิ เอกํ โคธํ เอกญฺจ ทธิวารกํ ทิสฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข เอเตสํ สามิโก’’ติ ติกฺขตฺตุํ โฆเสตฺวา สามิกํ อทิสฺวา ทธิวารกสฺส อุคฺคหณรชฺชุกํ คีวายํ ปเวเสตฺวา มํสสูเล จ โคธญฺจ มุเขน ฑํสิตฺวา อตฺตโน วสนคุมฺเพ ฐเปตฺวา ‘‘เวลายเมว ขาทิสฺสามี’’ติ อตฺตโน สีลํ อาวชฺเชนฺโต นิปชฺชิ. มกฺกโฏปิ วนสณฺฑํ ปวิสิตฺวา อมฺพปิณฺฑํ อาหริตฺวา อตฺตโน วสนคุมฺเพ ฐเปตฺวา ‘‘เวลายเมว ขาทิสฺสามี’’ติ อตฺตโน สีลํ อาวชฺเชนฺโต นิปชฺชิ. ติณฺณมฺปิ ‘‘อโห อิธ นูน ยาจโก อาคจฺเฉยฺยา’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิ. เตน วุตฺตํ –

๑๓๐. ‘‘เต เม สาธูติ วตฺวาน, ยถาสตฺติ ยถาพลํ;

ทานานิ ปฏิยาเทตฺวา, ทกฺขิเณยฺยํ คเวสิสุ’’นฺติ.

โพธิสตฺโต ปน ‘‘เวลายเมว นิกฺขมิตฺวา ทพฺพาทิติณานิ ขาทิสฺสามี’’ติ อตฺตโน วสนคุมฺเพเยว นิสินฺโน จินฺเตสิ – ‘‘มม สนฺติกํ อาคตานํ ยาจกานํ ติณานิ ขาทิตุํ น สกฺกา, ติลตณฺฑุลาทโยปิ มยฺหํ นตฺถิ, สเจ เม สนฺติกํ ยาจโก อาคมิสฺสติ, อหํ ติเณน ยาเปมิ, อตฺตโน สรีรมํสํ ทสฺสามี’’ติ. เตนาห ภควา –

๑๓๑. ‘‘อหํ นิสชฺช จินฺเตสึ, ทานํ ทกฺขิณนุจฺฉวํ;

ยทิหํ ลเภ ทกฺขิเณยฺยํ, กึ เม ทานํ ภวิสฺสติ.

๑๓๒. ‘‘น เม อตฺถิ ติลา มุคฺคา, มาสา วา ตณฺฑุลา ฆตํ;

อหํ ติเณน ยาเปมิ, น สกฺกา ติณ ทาตเว.

๑๓๓. ‘‘ยทิ โกจิ เอติ ทกฺขิเณยฺโย, ภิกฺขาย มม สนฺติเก;

ทชฺชาหํ สกมตฺตานํ, น โส ตุจฺโฉ คมิสฺสตี’’ติ.

ตตฺถ ทานํ ทกฺขิณนุจฺฉวนฺติ ทกฺขิณาภาเวน อนุจฺฉวิกํ ทานํ ทกฺขิเณยฺยสฺส ทาตพฺพํ เทยฺยธมฺมํ จินฺเตสึ. ยทิหํ ลเภติ ยทิ อหํ กิญฺจิ ทกฺขิเณยฺยํ อชฺช ลเภยฺยํ. กึ เม ทานํ ภวิสฺสตีติ กึ มม ทาตพฺพํ ภวิสฺสติ. น สกฺกา ติณ ทาตเวติ ยทิ ทกฺขิเณยฺยสฺส ทาตุํ ติลมุคฺคาทิกํ มยฺหํ นตฺถิ, ยํ ปน มม อาหารภูตํ, ตํ น สกฺกา ติณํ ทกฺขิเณยฺยสฺส ทาตุํ. ทชฺชาหํ สกมตฺตานนฺติ กึ วา มยฺหํ เอตาย เทยฺยธมฺมจินฺตาย, นนุ อิทเมว มยฺหํ อนวชฺชํ อปราธีนตาย สุลภํ ปเรสญฺจ ปริโภคารหํ สรีรํ สเจ โกจิ ทกฺขิเณยฺโย มม สนฺติกํ อาคจฺฉติ, ตยิทํ สกมตฺตานํ ตสฺส ทชฺชามหํ. เอวํ สนฺเต น โส ตุจฺโฉ มม สนฺติกํ อาคโต อริตฺตหตฺโถ หุตฺวา คมิสฺสตีติ.

เอวํ มหาปุริสสฺส ยถาภูตสภาวํ ปริวิตกฺเกนฺตสฺส ปริวิตกฺกานุภาเวน สกฺกสฺส ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. โส อาวชฺเชนฺโต อิมํ การณํ ทิสฺวา ‘‘สสราชํ วีมํสิสฺสามี’’ติ ปฐมํ อุทฺทสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณเวเสน อฏฺฐาสิ. เตน ‘‘กิมตฺถํ, พฺราหฺมณ, ฐิโตสี’’ติ จ วุตฺเต สเจ กญฺจิ อาหารํ ลเภยฺยํ, อุโปสถิโก หุตฺวา สมณธมฺมํ กเรยฺยนฺติ. โส ‘‘สาธูติ เต อาหารํ ทสฺสามี’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ –

‘‘สตฺต เม โรหิตา มจฺฉา, อุทกา ถลมุพฺภตา;

อิทํ พฺราหฺมณ เม อตฺถิ, เอตํ ภุตฺวา วเน วสา’’ติ. (ชา. ๑.๔.๖๑);

พฺราหฺมโณ ‘‘ปเคว ตาว โหตุ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ ตเถว สิงฺคาลสฺส มกฺกฏสฺส จ สนฺติกํ คนฺตฺวา เตหิปิ อตฺตโน วิชฺชมาเนหิ เทยฺยธมฺเมหิ นิมนฺติโต ‘‘ปเคว ตาว โหตุ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ –

‘‘ทุสฺส เม เขตฺตปาลสฺส, รตฺติภตฺตํ อปาภตํ;

มํสสูลา จ เทฺว โคธา, เอกญฺจ ทธิวารกํ;

อิทํ พฺราหฺมณ เม อตฺถิ, เอตํ ภุตฺวา วเน วสา’’ติ.

‘‘อมฺพปกฺกํ ทกํ สีตํ, สีตจฺฉายา มโนรมา;

อิทํ พฺราหฺมณ เม อตฺถิ, เอตํ ภุตฺวา วเน วสา’’ติ. (ชา. ๑.๔.๖๒-๖๓);

ตตฺถ ทุสฺสาติ อมุสฺส. รตฺติภตฺตํ อปาภตนฺติ รตฺติโภชนโต อปนีตํ. มํสสูลา จ เทฺว โคธาติ องฺคารปกฺกานิ เทฺว มํสสูลานิ เอกา จ โคธา. ทธิวารกนฺติ ทธิวารโก.

๑๓๔. อถ พฺราหฺมโณ สสปณฺฑิตสฺส สนฺติกํ คโต. เตนาปิ ‘‘กิมตฺถมาคโตสี’’ติ วุตฺเต ตเถวาห. เตน วุตฺตํ ‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญายา’’ติอาทิ.

ตตฺถ มม สงฺกปฺปมญฺญายาติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ ปริวิตกฺกํ ชานิตฺวา. พฺราหฺมณวณฺณินาติ พฺราหฺมณรูปวตา อตฺตภาเวน. อาสยนฺติ วสนคุมฺพํ.

๑๓๕-๗. สนฺตุฏฺโฐติ สมํ สพฺพภาเคเนว ตุฏฺโฐ. ฆาสเหตูติ อาหารเหตุ. อทินฺนปุพฺพนฺติ เยหิ เกหิจิ อโพธิสตฺเตหิ อทินฺนปุพฺพํ. ทานวรนฺติ อุตฺตมทานํ. ‘‘อชฺช ทสฺสามิ เต อห’’นฺติ วตฺวา ตุวํ สีลคุณูเปโต, อยุตฺตํ เต ปรเหฐนนฺติ ตํ ปาณาติปาตโต อปเนตฺวา อิทานิ ตสฺส ปริโภคโยคฺคํ อตฺตานํ กตฺวา ทาตุํ ‘‘เอหิ อคฺคึ ปทีเปหี’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ อหํ ปจิสฺสมตฺตานนฺติ ตยา กเต องฺคารคพฺเภ อหเมว ปติตฺวา อตฺตานํ ปจิสฺสํ. ปกฺกํ ตฺวํ ภกฺขยิสฺสสีติ ตถา ปน ปกฺกํ ตฺวํ ขาทิสฺสสิ.

๑๓๘-๙. นานากฏฺเฐ สมานยีติ โส พฺราหฺมณเวสธารี สกฺโก นานาทารูนิ สมาเนนฺโต วิย อโหสิ. มหนฺตํ อกาสิ จิตกํ, กตฺวา องฺคารคพฺภกนฺติ วีตจฺจิกํ วิคตธูมํ องฺคารภริตพฺภนฺตรํ สมนฺตโต ชลมานํ มม สรีรสฺส นิมุชฺชนปฺปโหนกํ ตงฺขณญฺเญว มหนฺตํ จิตกํ อกาสิ, สหสา อิทฺธิยา อภินิมฺมินีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อคฺคึ ตตฺถ ปทีเปสิ, ยถา โส ขิปฺปํ มหาภเว’’ติ.

ตตฺถ โสติ โส อคฺคิกฺขนฺโธ สีฆํ มหนฺโต ยถา ภเวยฺย, ตถา ปทีเปสิ. โผเฏตฺวา รชคเต คตฺเตติ ‘‘สเจ โลมนฺตเรสุ ปาณกา อตฺถิ, เต มา มรึสู’’ติ ปํสุคเต มม คตฺเต ติกฺขตฺตุํ วิธุนิตฺวา. เอกมนฺตํ อุปาวิสินฺติ น ตาว กฏฺฐานิ อาทิตฺตานีติ เตสํ อาทีปนํ อุทิกฺขนฺโต โถกํ เอกมนฺตํ นิสีทึ.

๑๔๐. ยทา มหากฏฺฐปุญฺโช, อาทิตฺโต ธมธมายตีติ ยทา ปน โส ทารุราสิ สมนฺตโต อาทิตฺโต วายุเวคสมุทฺธฏานํ ชาลสิขานํ วเสน ‘‘ธมธมา’’ติ เอวํ กโรติ. ตทุปฺปติตฺวา ปตติ, มชฺเฌ ชาลสิขนฺตเรติ ตทา ตสฺมึ กาเล ‘‘มม สรีรสฺส ฌาปนสมตฺโถ อยํ องฺคารราสี’’ติ จินฺเตตฺวา อุปฺปติตฺวา อุลฺลงฺฆิตฺวา ชาลสิขานํ อพฺภนฺตรภูเต ตสฺส องฺคารราสิสฺส มชฺเฌ ปทุมปุญฺเช ราชหํโส วิย ปมุทิตจิตฺโต สกลสรีรํ ทานมุเข ทตฺวา ปตติ.

๑๔๑-๒. ปวิฏฺฐํ ยสฺส กสฺสจีติ ยถา ฆมฺมกาเล สีตลํ อุทกํ เยน เกนจิ ปวิฏฺฐํ ตสฺส ทรถปริฬาหํ วูปสเมติ, อสฺสาทํ ปีติญฺจ อุปฺปาเทติ. ตเถว ชลิตํ อคฺคินฺติ เอวํ ตถา ปชฺชลิตํ องฺคารราสิ ตทา มม ปวิฏฺฐสฺส อุสุมมตฺตมฺปิ นาโหสิ. อญฺญทตฺถุ ทานปีติยา สพฺพทรถปริฬาหวูปสโม เอว อโหสิ. จิรสฺสํ วต เม ฉวิจมฺมาทิโก สพฺโพ สรีราวยโว ทานมุเข ชุหิตพฺพตํ อุปคโต อภิปตฺถิโต มโนรโถ มตฺถกํ ปตฺโตติ. เตน วุตฺตํ –

๑๔๓. ‘‘ฉวึ จมฺมํ มํสํ นฺหารุํ, อฏฺฐึ หทยพนฺธนํ;

เกวลํ สกลํ กายํ, พฺราหฺมณสฺส อทาสห’’นฺติ.

ตตฺถ หทยพนฺธนนฺติ หทยมํสเปสิ. ตญฺหิ หทยวตฺถุํ พนฺธิตฺวา วิย ฐิตตฺตา ‘‘หทยพนฺธน’’นฺติ วุตฺตํ. อถ วา หทยพนฺธนนฺติ หทยญฺจ พนฺธนญฺจ, หทยมํสญฺเจว ตํ พนฺธิตฺวา วิย ฐิตยกนมํสญฺจาติ อตฺโถ. เกวลํ สกลํ กายนฺติ อนวเสสํ สพฺพํ สรีรํ.

เอวํ ตสฺมึ อคฺคิมฺหิ อตฺตโน สรีเร โลมกูปมตฺตมฺปิ อุณฺหํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต โพธิสตฺโตปิ หิมคพฺภํ ปวิฏฺโฐ วิย หุตฺวา พฺราหฺมณรูปธรํ สกฺกํ เอวมาห – ‘‘พฺราหฺมณ, ตยา กโต อคฺคิ อติสีตโล, กึ นาเมต’’นฺติ? ปณฺฑิต, นาหํ พฺราหฺมโณ, สกฺโกหมสฺมิ, ตว วีมํสนตฺถํ อาคโต เอวมกาสินฺติ. ‘‘สกฺก, ตฺวํ ตาว ติฏฺฐตุ, สกโลปิ เจ โลโก มํ ทาเนน วีมํเสยฺย, เนว เม อทาตุกามตํ กถญฺจิปิ อุปฺปาเทยฺย ปสฺเสถ น’’นฺติ โพธิสตฺโต สีหนาทํ นทิ.

อถ นํ สกฺโก ‘‘สสปณฺฑิต, ตว คุณา สกลกปฺปมฺปิ ปากฏา โหนฺตู’’ติ ปพฺพตํ ปีเฬตฺวา ปพฺพตรสํ อาทาย จนฺทมณฺฑเล สสลกฺขณํ อาลิขิตฺวา โพธิสตฺตํ ตสฺมึ วนสณฺเฑ ตตฺเถว วนคุมฺเพ ตรุณทพฺพติณปีเฐ นิปชฺชาเปตฺวา อตฺตโน เทวโลกเมว คโต. เตปิ จตฺตาโร ปณฺฑิตา สมคฺคา สมฺโมทมานา นิจฺจสีลํ อุโปสถสีลญฺจ ปูเรตฺวา ยถารหํ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คตา.

ตทา อุทฺโท อายสฺมา อานนฺโท อโหสิ, สิงฺคาโล มหาโมคฺคลฺลาโน, มกฺกโฏ สาริปุตฺโต, สสปณฺฑิโต ปน โลกนาโถ.

ตสฺส อิธาปิ สีลาทิปารมิโย เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺพา. ตถา สติปิ ติรจฺฉานุปปตฺติยํ กุสลาทิธมฺเม กุสลาทิโต ยถาภูตาวโพโธ, เตสุ อณุมตฺตมฺปิ วชฺชํ ภยโต ทิสฺวา สุฏฺฐุ อกุสลโต โอรมณํ, สมฺมเทว จ กุสลธมฺเมสุ อตฺตโน ปติฏฺฐาปนํ, ปเรสญฺจ ‘‘อิเม นาม ปาปธมฺมา เต เอวํ คหิตา เอวํ ปรามฏฺฐา เอวํคติกา ภวนฺติ เอวํอภิสมฺปรายา’’ติ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ตโต วิรมเณ นิโยชนํ, อิทํ ทานํ นาม, อิทํ สีลํ นาม, อิทํ อุโปสถกมฺมํ นาม, เอตฺถ ปติฏฺฐิตานํ เทวมนุสฺสสมฺปตฺติโย หตฺถคตา เอวาติอาทินา ปุญฺญกมฺเมสุ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา ปติฏฺฐาปนํ, อตฺตโน สรีรชีวิตนิรเปกฺขํ, ปเรสํ สตฺตานํ อนุคฺคณฺหนํ, อุฬาโร จ ทานชฺฌาสโยติ เอวมาทโย อิธ โพธิสตฺตสฺส คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพา. เตเนตํ วุจฺจติ – ‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต…เป… ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.

สสปณฺฑิตจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิทานิ ‘‘อกิตฺติพฺราหฺมโณ’’ติอาทินา ยถาวุตฺเต ทสปิ จริยาวิเสเส อุทาเนตฺวา นิคเมติ. ตตฺถ อหเมว ตทา อาสึ, โย เต ทานวเร อทาติ โย ตานิ อุตฺตมทานานิ อทาสิ, โส อกิตฺติพฺราหณาทิโก อหเมว ตทา ตสฺมึ กาเล อโหสึ, น อญฺโญติ. อิติ เตสุ อตฺตภาเวสุ สติปิ สีลาทิปารมีนํ ยถารหํ ปูริตภาเว อตฺตโน ปน ตทา ทานชฺฌาสยสฺส อติวิย อุฬารภาวํ สนฺธาย ทานปารมิวเสเนว เทสนํ อาโรเปสิ. เอเต ทานปริกฺขารา, เอเต ทานสฺส ปารมีติ เย อิเม อกิตฺติชาตกาทีสุ (ชา. ๑.๑๓.๘๓ อาทโย) อเนกาการโวการา มยา ปวตฺติตา เทยฺยธมฺมปริจฺจาคา มม สรีราวยวปุตฺตทารปริจฺจาคา ปรมโกฏิกา, กิญฺจาปิ เต กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว อุทฺทิสฺส ปวตฺติตตฺตา ทานสฺส ปรมุกฺกํสคมเนน ทานปารมี เอว, ตถาปิ มม ทานสฺส ปรมตฺถปารมิภูตสฺส ปริกฺขรณโตสนฺตานสฺส ปริภาวนาวเสน อภิสงฺขรณโต เอเต ทานปริกฺขารา นาม. ยสฺส ปเนเต ปริกฺขารา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชีวิตํ ยาจเก ทตฺวา, อิมํ ปารมิ ปูรยิ’’นฺติ วุตฺตํ. เอตฺถ หิ ฐเปตฺวา สสปณฺฑิตจริยํ เสสาสุ นวสุ จริยาสุ ยถารหํ ทานปารมิทานอุปปารมิโย เวทิตพฺพา, สสปณฺฑิตจริเย (จริยา. ๑.๑๒๕ อาทโย) ปน ทานปรมตฺถปารมี. เตน วุตฺตํ –

‘‘ภิกฺขาย อุปคตํ ทิสฺวา, สกตฺตานํ ปริจฺจชึ;

ทาเนน เม สโม นตฺถิ, เอสา เม ทานปารมี’’ติ. (จริยา. ๑.ตสฺสุทฺทาน);

กิญฺจาปิ หิ มหาปุริสสฺส ยถาวุตฺเต อกิตฺติพฺราหฺมณาทิกาเล อญฺญสฺมิญฺจ มหาชนกมหาสุตโสมาทิกาเล ทานปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ, ตถาปิ เอกนฺเตเนว สสปณฺฑิตกาเล ทานปารมิยา ปรมตฺถปารมิภาโว วิภาเวตพฺโพติ.

ปรมตฺถทีปนิยา จริยาปิฏกสํวณฺณนาย

ทสวิธจริยาสงฺคหสฺส วิเสสโต

ทานปารมิวิภาวนสฺส

ปฐมวคฺคสฺส อตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.