๓-๑. สาริปุตฺตตฺเถรอปทานวณฺณนา
ตทนนฺตรํ เถราปทานสงฺคหคาถาโย สํวณฺเณตุํ ‘‘อถ เถราปทานํ สุณาถา’’ติ อาห. อถ-อปทาน-สทฺทานมตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตว. เอตฺถ เถร-สทฺโท ปนายํ กาลถิรปญฺญตฺตินามเธยฺยเชฏฺฐาทีสุ อเนเกสุ อตฺเถสุ วตฺตติ. ตถา หิ ‘‘เถโรวสฺสิกานิ ปูตีนิ จุณฺณกชาตานี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๙; ม. นิ. ๑.๑๑๒) กาเล, เถโรวสฺสิกานิ จิรกาลํ โอวสฺสิกานีติ อตฺโถ. ‘‘เถโรปิ ตาว มหา’’อิจฺจาทีสุ ถิเร ถิรสีโลติ อตฺโถ. ‘‘เถรโก อยมายสฺมา มหลฺลโก’’ติอาทีสุ ปญฺญตฺติยํ, โลกปญฺญตฺติมตฺโตติ อตฺโถ. ‘‘จุนฺทตฺเถโร ผุสฺสตฺเถโร’’ติอาทีสุ นามเธยฺเย, เอวํ กตนาโมติ อตฺโถ. ‘‘เถโร จายํ กุมาโร มม ปุตฺเตสู’’ติอาทีสุ เชฏฺเฐ, เชฏฺโฐ กุมาโรติ อตฺโถ. อิธ ปนายํ กาเล จ ถิเร จ วตฺตติ. ตสฺมา จิรํ กาลํ ฐิโตติ เถโร, ถิรตรสีลาจารมทฺทวาทิคุณาภิยุตฺโต วา เถโรติ วุจฺจติ. เถโร จ เถโร เจติ เถรา, เถรานํ อปทานํ การณํ เถราปทานํ, ตํ เถราปทานํ สุณาถาติ สมฺพนฺโธ. หิมวนฺตสฺส อวิทูเร, ลมฺพโก นาม ปพฺพโตติอาทิ อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อปทานํ, ตสฺสายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส จ วตฺถุ เอวํ เวทิตพฺพํ –
อตีเต กิร อิโต กปฺปโต สตสหสฺสกปฺปาธิเก เอกอสงฺเขฺยยฺยมตฺถเก อายสฺมา สาริปุตฺโต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา นาเมน สรทมาณโว นาม อโหสิ. มหาโมคฺคลฺลาโน คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา นาเมน สิริวฑฺฒนกุฏุมฺพิโก นาม อโหสิ. เต อุโภปิ สหปํสุกีฬนสหายา อเหสุํ. เตสุ สรทมาณโว ปิตุ อจฺจเยน กุลสนฺตกํ ธนํ ปฏิปชฺชิตฺวา เอกทิวสํ รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ มรณํ นาม เอกนฺติกํ, ตสฺมา มยา เอกํ ปพฺพชฺชํ อุปคนฺตฺวา วิโมกฺขมคฺโค คเวสิตพฺโพ’’ติ สหายํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘สมฺม, อหํ ปพฺพชิตุกาโม. กึ ตฺวํ ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ วตฺวา เตน ‘‘น สกฺขิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘โหตุ อหเมว ปพฺพชิสฺสามี’’ติ รตนโกฏฺฐาคารานิ วิวราเปตฺวา กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ทตฺวา ปพฺพตปาทํ คนฺตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตสฺส ปพฺพชิตสฺส อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา พฺราหฺมณปุตฺตา อเหสุํ. โส ปญฺจ อภิญฺญาโย อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เตสมฺปิ ชฏิลานํ กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. เต สพฺเพปิ ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺติสุํ.
เตน สมเยน อโนมทสฺสี นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก สตฺเต สํสารมโหฆโต ตาเรตฺวา เอกทิวสํ สรทตาปสสฺส จ อนฺเตวาสิกานญฺจ สงฺคหํ กตฺตุกาโม เอโก อทุติโย ปตฺตจีวรมาทาย อากาเสน คนฺตฺวา ‘‘พุทฺธภาวํ เม ชานาตู’’ติ ตาปสสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อากาสโต โอตริตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐาสิ. สรทตาปโส สตฺถุ สรีเร มหาปุริสลกฺขณานิ อุปธาเรตฺวา ‘‘สพฺพญฺญุพุทฺโธเยวาย’’นฺติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. สรทตาปโส สตฺถุ สนฺติเก เอกมนฺตํ นิสีทิ.
ตสฺมึ สมเย ตสฺส อนฺเตวาสิกา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา ปณีตปณีตานิ โอชวนฺตานิ ผลาผลานิ คเหตฺวา อาคตา สตฺถารํ ทิสฺวา สญฺชาตปสาทา อตฺตโน อาจริยสฺส สตฺถุ จ นิสินฺนาการํ โอโลเกตฺวา ‘‘อาจริย, มยํ ปุพฺเพ ‘ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร โกจิ นตฺถี’ติ มญฺญาม, อยํ ปน ปุริโส ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร มญฺเญ’’ติ อาหํสุ. กึ วเทถ, ตาตา, สาสเปน สทฺธึ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ สิเนรุํ สมํ กาตุํ อิจฺฉถ, สพฺพญฺญุพุทฺเธน มํ ตุลํ มา กริตฺถาติ. อถ เต ตาปสา อาจริยสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘ยาว มหา วตายํ ปุริสุตฺตโม’’ติ สพฺเพว ปาเทสุ นิปติตฺวา สตฺถารํ วนฺทึสุ.
อถ เต อาจริโย อาห – ‘‘ตาตา, สตฺถุ อนุจฺฉวิโก โน เทยฺยธมฺโม นตฺถิ, สตฺถา จ ภิกฺขาจรเวลาย อิธาคโต, หนฺท, มยํ เทยฺยธมฺมํ ยถาพลํ ทสฺสาม. ตุเมฺหหิ ยํ ยํ ปณีตํ ผลาผลํ อาภตํ, ตํ ตํ อาหรถา’’ติ อาหราเปตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา สยํ ตถาคตสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. สตฺถารา ผลาผเล ปฏิคฺคหิตมตฺเต เทวตา ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. ตาปโส อุทกมฺปิ สยเมว ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ. ตโต โภชนกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา สตฺถริ นิสินฺเน สพฺเพ อนฺเตวาสิเก ปกฺโกสาเปตฺวา สตฺถุ สนฺติเก สารณียํ กถํ กเถนฺโต นิสีทิ. สตฺถา ‘‘เทฺว อคฺคสาวกา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อาคจฺฉนฺตู’’ติ จินฺเตสิ. ตาวเทว สตสหสฺสขีณาสวปริวารา อคฺคสาวกา อาคนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ.
ตโต สรทตาปโส อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, สตฺถุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ปุปฺผาสเนน ปูชา กาตพฺพา, ตสฺมา ปุปฺผานิ อาหรถา’’ติ. เต ตาวเทว อิทฺธิยา วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา พุทฺธสฺส โยชนปฺปมาณํ ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปสุํ, อุภินฺนํ อคฺคสาวกานํ ติคาวุตํ, เสสภิกฺขูนํ อฑฺฒโยชนิกาทิเภทํ, สงฺฆนวกสฺส อุสภมตฺตํ ปญฺญาเปสุํ. เอวํ ปญฺญตฺเตสุ อาสเนสุ สรทตาปโส ตถาคตสฺส ปุรโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย อิมํ ปุปฺผาสนํ อติรุหถา’’ติ อาห. นิสีทิ ภควา ปุปฺผาสเน. สตฺถริ นิสินฺเน เทฺว อคฺคสาวกา เสสภิกฺขู จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทึสุ. สตฺถา ‘‘เตสํ มหปฺผลํ โหตู’’ติ นิโรธํ สมาปชฺชิ. สตฺถุ สมาปนฺนภาวํ ญตฺวา เทฺว อคฺคสาวกาปิ เสสภิกฺขูปิ นิโรธํ สมาปชฺชึสุ. ตาปโส สตฺตาหํ นิรนฺตรํ สตฺถุ ปุปฺผจฺฉตฺตํ ธาเรนฺโต อฏฺฐาสิ. อิตเร วนมูลผลํ ปริภุญฺชิตฺวา เสสกาเล อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐํสุ. สตฺถา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน นิโรธโต วุฏฺฐหิตฺวา อคฺคสาวกํ นิสภตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาปสานํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหี’’ติ. เถโร สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา เตสํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ อกาสิ. ตสฺส เทสนาวสาเน สตฺถา ทุติยํ อคฺคสาวกํ อโนมตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตฺวมฺปิ อิเมสํ ธมฺมํ เทเสหี’’ติ. โสปิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สมฺมสิตฺวา เตสํ ธมฺมํ กเถสิ. ทฺวินฺนมฺปิ เทสนาย ธมฺมาภิสมโย นาโหสิ. อถ สตฺถา พุทฺธวิสเย ฐตฺวา ธมฺมเทสนํ อารภิ. เทสนาวสาเน ฐเปตฺวา สรทตาปสํ อวเสสา สพฺเพปิ จตุสตฺตติสหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา เต ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เต ตาวเทว อนฺตรหิตตาปสเวสา อฏฺฐปริกฺขารธรา สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถโร วิย อเหสุํ.
สรทตาปโส ปน ‘‘อโห วตาหมฺปิ อยํ นิสภตฺเถโร วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาวโก ภเวยฺย’’นฺติ เทสนากาเล อุปฺปนฺนปริวิตกฺกตาย อญฺญวิหิโต หุตฺวา มคฺคผลานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ นาสกฺขิ. อถ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ตถา ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถา อนนฺตราเยน สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา ‘‘อิโต กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อคฺคสาวโก สาริปุตฺโต นาม ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากริตฺวา ธมฺมกถํ วตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร อากาสํ ปกฺขนฺทิ. สรทตาปโสปิ สหายสฺส สิริวฑฺฒสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘สมฺม, มยา อโนมทสฺสิสฺส ภควโต ปาทมูเล อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส โคตมสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺถิตํ, ตฺวมฺปิ ตสฺส ทุติยสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถหี’’ติ. สิริวฑฺโฒ ตํ อุปเทสํ สุตฺวา อตฺตโน นิเวสนทฺวาเร อฏฺฐกรีสมตฺตํ ฐานํ สมตลํ กาเรตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา นีลุปฺปลจฺฉทนํ มณฺฑปํ กาเรตฺวา พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ภิกฺขูนมฺปิ อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ สชฺเชตฺวา สรทตาปเสน สตฺถารํ นิมนฺตาเปตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ มหารเหหิ วตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา ทุติยสาวกภาวาย ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส อนนฺตราเยน สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา วุตฺตนเยน พฺยากริตฺวา ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สิริวฑฺโฒ หฏฺฐปหฏฺโฐ ยาวชีวํ กุสลกมฺมํ กตฺวา ทุติยจิตฺตวาเร กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺติ. สรทตาปโส จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ.
ตโต ปฏฺฐาย เตสํ อุภินฺนมฺปิ อนฺตรา กมฺมํ น กถิตํ. อมฺหากํ ปน ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว สรทตาปโส ราชคหสฺส อวิทูเร อุปติสฺสาคาเม รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตํทิวสเมวสฺส สหาโยปิ ราชคหสฺเสว อวิทูเร โกลิตคาเม โมคฺคลิยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺมา โมคฺคลฺลาโน โมคฺคลิยา พฺราหฺมณิยา ปุตฺโตติ โมคฺคลฺลาโน. โมคฺคลิโคตฺเตน ชาโตติ วา โมคฺคลฺลาโน. อถ วา มาตุกุมาริกกาเล ตสฺสา มาตาปิตูหิ วุตฺตํ – ‘‘มา อุคฺคลิ มา อุคฺคลี’’ติ วจนมุปาทาย ‘‘มุคฺคลี’’ติ นามํ. ตสฺสา มุคฺคลิยา ปุตฺโตติ โมคฺคลฺลาโน. อถ วา โสตาปตฺติมคฺคาทิมคฺคสฺส ลาเภ อาทาเน ปฏิวิชฺฌเน อลํ สมตฺโถติ โมคฺคลฺลาโนติ. ตานิ กิร เทฺว กุลานิ ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา อาพทฺธสหายาเนว. เตสํ ทฺวินฺนํ เอกทิวสเมว คพฺภปริหารมทํสุ. ทสมาสจฺจเยน ชาตานมฺปิ เตสํ ฉสฏฺฐิ ธาติโย ปฏฺฐเปสุํ. นามคฺคหณทิวเส รูปสารีพฺราหฺมณิยา ปุตฺตสฺส อุปติสฺสคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา อุปติสฺโสติ นามํ กรึสุ. อิตรสฺส โกลิตคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา โกลิโตติ นามํ กรึสุ. เต อุโภปิ มหตา ปริวาเรน วฑฺฒนฺตา วุทฺธิมนฺวาย สพฺพสิปฺปานํ ปารํ อคมํสุ.
อเถกทิวสํ เต ราชคเห คิรคฺคสมชฺชํ ปสฺสนฺตา มหาชนํ สนฺนิปติตํ ทิสฺวา ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา โยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตา ‘‘สพฺเพปิเม โอรํ วสฺสสตาว มจฺจุมุขํ ปวิสนฺตี’’ติ สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘อเมฺหหิ โมกฺขธมฺโม ปริเยสิตพฺโพ, ตญฺจ ปริเยสนฺเตหิ เอกา ปพฺพชฺชา ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ นิจฺฉยํ กตฺวา ปญฺจมาณวกสเตหิ สทฺธึ สญฺจยสฺส ปริพฺพาชกสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เตสํ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย สญฺจโย ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต อโหสิ. เต กติปาเหเนว สพฺพํ สญฺจยสฺส สมยํ ปริมชฺชิตฺวา ตตฺถ สารํ อทิสฺวา ตโต นิพฺพิชฺชิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺฑิตสมฺมเต สมณพฺราหฺมเณ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, เต เตหิ ปุฏฺฐา น สมฺปาเทนฺติ. อญฺญทตฺถุ เตเยว เตสํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติ. เอวํ เต โมกฺขํ ปริเยสนฺตา กติกํ อกํสุ – ‘‘อเมฺหสุ โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อิตรสฺส อาโรเจตู’’ติ.
เตน จ สมเยน อมฺหากํ สตฺถริ ปฐมาภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก อนุปุพฺเพน อุรุเวลกสฺสปาทิเก สหสฺสชฏิเล ทเมตฺวา ราชคเห วิหรนฺเต เอกทิวสํ อุปติสฺโส ปริพฺพาชโก ปริพฺพาชการามํ คจฺฉนฺโต อายสฺมนฺตํ อสฺสชิตฺเถรํ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘น มยา เอวรูโป อากปฺปสมฺปนฺโน ปพฺพชิโต ทิฏฺฐปุพฺโพ, สนฺตธมฺเมน นาม เอตฺถ ภวิตพฺพ’’นฺติ สญฺชาตปสาโท ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ อายสฺมนฺตํ อุทิกฺขนฺโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. เถโรปิ ลทฺธปิณฺฑปาโต ปริภุญฺชิตุํ ปติรูปํ โอกาสํ คโต. ปริพฺพาชโก อตฺตโน ปริพฺพาชกปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน จสฺส อตฺตโน กุณฺฑิกาย อุทกํ อทาสิ. เอวํ โส อาจริยวตฺตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺเจน เถเรน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา – ‘‘โก วา เต สตฺถา, กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร สมฺมาสมฺพุทฺธํ อปทิสิ. ปุน เตน ‘‘กึ วาที ปนายสฺมโต สตฺถา’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘อิมสฺส สาสนสฺส คมฺภีรตํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ อตฺตโน นวกภาวํ ปเวเทตฺวา สงฺเขปวเสน จสฺส สาสนธมฺมํ กเถนฺโต ‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา’’ติ (มหาว. ๖๐; อป. เถร ๑.๑.๒๘๖) คาถมาห. ปริพฺพาชโก ปฐมปททฺวยเมว สุตฺวา สหสฺสนยสมฺปนฺเน โสตาปตฺติมคฺคผเล ปติฏฺฐหิ. อิตรํ ปททฺวยํ โสตาปนฺนกาเล นิฏฺฐาสิ. คาถาปริโยสาเน ปน โสตาปนฺโน หุตฺวา อุปริวิเสเส อปวตฺตนฺเต ‘‘ภวิสฺสติ เอตฺถ การณ’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา เถรํ อาห – ‘‘มา, ภนฺเต, อุปริ ธมฺมเทสนํ วฑฺฒยิตฺถ, เอตฺตกเมว อลํ, กหํ อมฺหากํ สตฺถา วสตี’’ติ? ‘‘เวฬุวเน’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ปุรโต คจฺฉถ, อหํ มยฺหํ สหายสฺส กตปฏิญฺญํ โมเจตฺวา ตํ คเหตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เถรํ อุยฺโยเชตฺวา ปริพฺพาชการามํ อคมาสิ.
โกลิตปริพฺพาชโก ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุขวณฺโณ น อญฺญทิวเสสุ วิย อทฺธาเนน อมตํ อธิคตํ ภวิสฺสตี’’ติ เตเนวสฺส วิเสสาธิคมํ สมฺภาเวตฺวา อมตาธิคมํ ปุจฺฉิ. โสปิสฺส ‘‘อาวุโส, อมตมธิคต’’นฺติ ปฏิชานิตฺวา ตเมว คาถํ อภาสิ. คาถาปริโยสาเน โกลิโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา อาห – ‘‘กหํ โน สตฺถา’’ติ? ‘‘เวฬุวเน’’ติ. ‘‘เตน หิ, อาวุโส, อายาม, สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. อุปติสฺโส สพฺพกาลมฺปิ อาจริยปูชโกว, ตสฺมา สญฺจยสฺส สตฺถุ คุเณ ปกาเสตฺวา ตมฺปิ สตฺถุ สนฺติกํ เนตุกาโม อโหสิ. โส ลาภาสาปกโต อนฺเตวาสิกภาวํ อนิจฺฉนฺโต ‘‘น สกฺโกมิ จาฏิ หุตฺวา อุทกสิญฺจนํ โหตุ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. เต อเนเกหิ การเณหิ ตํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา อตฺตโน โอวาเท วตฺตมาเนหิ อฑฺฒุเตยฺยสเตหิ อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ เวฬุวนํ อคมํสุ. สตฺถา เต ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอตํ เม สาวกยุคํ ภวิสฺสติ, อคฺคํ ภทฺทยุค’’นฺติ วตฺวา เตสํ ปริสาย จริยวเสน ธมฺมํ เทเสตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน อุปสมฺปทํ อทาสิ. ยถา เตสํ เอวํ อคฺคสาวกานมฺปิ อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ อาคตเมว. อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจํ ปน น นิฏฺฐาสิ. กสฺมา? สาวกปารมีญาณสฺส มหนฺตตาย.
เตสุ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ปพฺพชิตโต สตฺตเม ทิวเส มคธรฏฺเฐ กลฺลวาลคาเม สมณธมฺมํ กโรนฺโต ถินมิทฺเธ โอกฺกมนฺเต สตฺถารา สํเวชิโต ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา ธาตุกมฺมฏฺฐานํ สุณนฺโต เอว อุปริมคฺคตฺตยํ อธิคนฺตฺวา สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ. อายสฺมา สาริปุตฺโต ปพฺพชฺชาย อทฺธมาสํ อติกฺกมิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ ราชคเห สูกรขตเลเณ วิหรนฺโต อตฺตโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺตนฺเต (ม. นิ. ๒.๒๐๑ อาทโย) เทสิยมาเน เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา ปรสฺส วฑฺฒิตํ ภตฺตํ ภุญฺชนฺโต วิย สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ. อิติ ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ สตฺถุ สมีเป เอว สาวกปารมีญาณํ มตฺถกํ ปตฺตํ.
เอวํ ปตฺตสาวกปารมีญาโณ อายสฺมา สาริปุตฺโต ‘‘เกน กมฺเมน อยํ สมฺปตฺติ ลทฺธา’’ติ อาวชฺเชนฺโต ตํ ญตฺวา ปีติโสมนสฺสวเสน อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘หิมวนฺตสฺส อวิทูเร’’ติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ –
๑๔๑. ‘‘หิมวนฺตสฺส อวิทูเร, ลมฺพโก นาม ปพฺพโต;
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, ปณฺณสาลา สุมาปิตา’’ติ.
ตตฺถ หิมวนฺตสฺสาติ หิโม อสฺส อตฺถีติ หิมวา, ตสฺส หิมวนฺตสฺส อวิทูเร สมีเป, หิมาลยปฏิพทฺธวเนหิ อตฺโถ. ลมฺพโก นาม ปพฺพโตติ เอวํนามโก ปํสุมิสฺสกปพฺพโต. อสฺสโม สุกโต มยฺหนฺติ ตสฺมึ ลมฺพเก ปพฺพเต มยฺหํ มมตฺถาย กโต อสฺสโม อรญฺญวาโส อาสมนฺตโต สโมติ อสฺสโม. นตฺถิ ปวิฏฺฐานํ สโม ปริสฺสโม เอตฺถาติ วา อสฺสโม, โส อิตฺถมฺภูโต อรญฺญวาโส สุฏฺฐุ กโต, รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานกุฏิมณฺฑปาทิวเสน สุนฺทเรนากาเรน กโตติ อตฺโถ. ปณฺณสาลาติ อุสีรปพฺพชาทีหิ ปณฺเณหิ ฉาทิตา นิวสนปณฺณสาลาติ อตฺโถ.
๑๔๒. ‘‘อุตฺตานกูลา นทิกา, สุปติตฺถา มโนรมา;
สุสุทฺธปุลินากิณฺณา, อวิทูเร มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ อุตฺตานกูลาติ อคมฺภีรา นที. สุปติตฺถาติ สุนฺทรปติตฺถา. มโนรมา มนลฺลีนา มนาปา. สุสุทฺธปุลินากิณฺณาติ สุฏฺฐุ ธวลมุตฺตาทลสทิสวาลุกากิณฺณา คหนีภูตาติ อตฺโถ. สา อิตฺถมฺภูตา นทิกา กุนฺนที มมสฺสมํ มยฺหํ อสฺสมสฺส อวิทูเร สมีเป อโหสีติ อตฺโถ. ‘‘อสฺสม’’นฺติ จ สตฺตมฺยตฺเถ อุปโยควจนนฺติ เวทิตพฺพํ.
๑๔๓. ‘‘อสกฺขรา อปพฺภารา, สาทุ อปฺปฏิคนฺธิกา;
สนฺทตี นทิกา ตตฺถ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ อสกฺขราติ ‘‘ปุลินากิณฺณา’’ติ วุตฺตตฺตา อสกฺขรา สกฺขรวิรหิตา. อปพฺภาราติ ปพฺภารวิรหิตา, อคมฺภีรกูลาติ อตฺโถ. สาทุ อปฺปฏิคนฺธิกาติ สาทุรโสทกา ทุคฺคนฺธรหิตา มยฺหํ อสฺสมปทํ โสภยนฺตี นทิกา ขุทฺทกนที สนฺทติ ปวตฺตตีติ อตฺโถ.
๑๔๔. ‘‘กุมฺภีลา มกรา เจตฺถ, สุสุมารา จ กจฺฉปา;
สนฺทติ นทิกา ตตฺถ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ กุมฺภีลมจฺฉา มกรมจฺฉา จ สุสุมารา จณฺฑมจฺฉา จ กจฺฉปมจฺฉา จ เอตฺถ เอติสฺสํ นทิยํ กีฬนฺตา อเหสุนฺติ สมฺพนฺโธ. มมสฺสมํ โสภยนฺตา นทิกา ขุทฺทกนที สนฺทติ ปวตฺตตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๔๕. ‘‘ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา, พลชา มุญฺชโรหิตา;
วคฺคฬา ปปตายนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ’’.
ปาฐีนมจฺฉา จ ปาวุสา มจฺฉา จ พลชมจฺฉา จ มุญฺชมจฺฉา โรหิตมจฺฉา จ วคฺคฬมจฺฉา จ เอเต สพฺเพ มจฺฉชาติกา อิโต จิโต จ ปปตายนฺตา นทิยา สทฺธึ ปวตฺตนฺตา มม อสฺสมปทํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๔๖. ‘‘อุโภ กูเลสุ นทิยา, ปุปฺผิโน ผลิโน ทุมา;
อุภโต อภิลมฺพนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ อุโภ กูเลสูติ ตสฺสา นทิยา อุโภสุ ปสฺเสสุ ธุวปุปฺผิโน ธุวผลิโน รุกฺขา อุภโต อภิลมฺพนฺตา นทิยา อุโภ ตีเร เหฏฺฐา โอนมนฺตา มม อสฺสมํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๔๗. ‘‘อมฺพา สาลา จ ติลกา, ปาฏลี สินฺทุวารกา;
ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม’’.
ตตฺถ อมฺพาติ มธุปิณฺฑิอมฺพา จ สาลรุกฺขา จ ติลกรุกฺขา จ ปาฏลิรุกฺขา จ สินฺทุวารกรุกฺขา จ เอเต รุกฺขา นิจฺจกาลํ ปุปฺผิตา ปุปฺผนฺตา. ทิพฺพา คนฺธา อิว มม อสฺสเม สุคนฺธา สมฺปวนฺติ สมนฺตโต ปวายนฺตีติ อตฺโถ.
๑๔๘. ‘‘จมฺปกา สฬลา นีปา, นาคปุนฺนาคเกตกา;
ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม’’.
ตตฺถ จมฺปกรุกฺขา จ สฬลรุกฺขา จ สุวณฺณวฏฺฏลสทิสปุปฺผา นีปรุกฺขา จ นาครุกฺขา จ ปุนฺนาครุกฺขา จ สุคนฺธยนฺตา เกตกรุกฺขา จ เอเต สพฺเพ รุกฺขา ทิพฺพา คนฺธาริว มม อสฺสเม ปุปฺผิตา ผุลฺลิตา สมฺปวนฺติ สุคนฺธํ สุฏฺฐุ ปวายนฺตีติ อตฺโถ.
๑๔๙. อโสกา จ‘‘อธิมุตฺตา อโสกา จ, ภคินีมาลา จ ปุปฺผิตา;
องฺโกลา พิมฺพิชาลา จ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม’’.
ตตฺถ ปุปฺผิตา อธิมุตฺตกรุกฺขา จ ปุปฺผิตา อโสกรุกฺขา จ ปุปฺผิตา ภคินีมาลา จ ปุปฺผิตา องฺโกลา จ ปุปฺผิตา พิมฺพิชาลา จ เอเต รุกฺขา มม อสฺสเม ผุลฺลิตา โสภยนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๕๐. ‘‘เกตกา กนฺทลิ เจว, โคธุกา ติณสูลิกา;
ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ เกตกาติ สุคนฺธเกตกคจฺฉา จ. กนฺทลิรุกฺขา จ โคธุกรุกฺขา จ ติณสูลิกคจฺฉา จ เอเต สพฺเพ รุกฺขชาติกา ทิพฺพคนฺธํ ปวายมานา มม อสฺสมํ สกลํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๕๑. ‘‘กณิการา กณฺณิกา จ, อสนา อชฺชุนา พหู;
ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ’’.
เอเต กณิการาทโย รุกฺขา มม อสฺสมํ สกลํ โสภยนฺตา ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวายนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๕๒. ‘‘ปุนฺนาคา คิริปุนฺนาคา, โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา;
ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ’’.
ปุนฺนาคาทโย รุกฺขา ทิพฺพคนฺธํ ปวายมานา มม อสฺสมํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๕๓. ‘‘อุทฺทาลกา จ กุฏชา, กทมฺพา วกุลา พหู;
ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ’’.
อุทฺทาลกาทโย รุกฺขา ทิพฺพคนฺธํ วายมานา มม อสฺสมํ โสภยนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๕๔. ‘‘อาฬกา อิสิมุคฺคา จ, กทลิมาตุลุงฺคิโย;
คนฺโธทเกน สํวฑฺฒา, ผลานิ ธารยนฺติ เต’’.
ตตฺถ เอเต อาฬกาทโย คจฺฉา จนฺทนาทิสุคนฺธคนฺโธทเกน วฑฺฒิตฺวา สุวณฺณผลานิ ธาเรนฺตา มม อสฺสมํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๕๕. ‘‘อญฺเญ ปุปฺผนฺติ ปทุมา, อญฺเญ ชายนฺติ เกสรี;
อญฺเญ โอปุปฺผา ปทุมา, ปุปฺผิตา ตฬาเก ตทา’’.
ตตฺถ อญฺเญ ปุปฺผนฺติ ปทุมาติ มม อสฺสมสฺส อวิทูเร ตฬาเก อญฺเญ เอกจฺเจ ปทุมา ปุปฺผนฺติ, เอกจฺเจ เกสรี ปทุมา ชายนฺติ นิพฺพตฺตนฺติ, เอกจฺเจ ปทุมา โอปุปฺผา วิคลิตปตฺตเกสราติ อตฺโถ.
๑๕๖. ‘‘คพฺภํ คณฺหนฺติ ปทุมา, นิทฺธาวนฺติ มุฬาลิโย;
สิงฺฆาฏิปตฺตมากิณฺณา, โสภนฺติ ตฬาเก ตทา’’.
ตตฺถ คพฺภํ คณฺหนฺติ ปทุมาติ ตทา ตาปเสน หุตฺวา มม วสนสมเย เอกจฺเจ ปทุมา ตฬากพฺภนฺตเร มกุฬปุปฺผาทโย คณฺหนฺติ. มุฬาลิโย ปทุมมูลา นิทฺธาวนฺติ อิโต กทฺทมพฺภนฺตรโต หตฺถิทาฐา วิย คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ปตฺตปุปฺผมากิณฺณา คหนีภูตา สิงฺฆาฏิโย โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๕๗. ‘‘นยิตา อมฺพคนฺธี จ, อุตฺตลี พนฺธุชีวกา;
ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา ตฬาเก ตทา’’.
ตทา มม วสนสมเย ตฬากสฺส สมีเป นยิตา จ คจฺฉา อมฺพคนฺธี จ คจฺฉา อุตฺตลี นาม คจฺฉา จ พนฺธุชีวกา จ เอเต สพฺเพ คจฺฉา ปุปฺผิตา ปุปฺผธาริตา สุคนฺธวาหกา ตฬากํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๑๕๘. ‘‘ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา, พลชา มุญฺชโรหิตา;
สํคุลา มคฺคุรา เจว, วสนฺติ ตฬาเก ตทา’’.
ตทา มม วสนสมเย นิพฺภีตา ปาฐีนาทโย มจฺฉา ตฬาเก วสนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๕๙. ‘‘กุมฺภีลา สุสุมารา จ, ตนฺติคาหา จ รกฺขสา;
โอคุหา อชครา จ, วสนฺติ ตฬาเก ตทา’’.
ตทา มม วสนสมเย มม อสฺสมสมีเป ตฬาเก เอเต กุมฺภีลาทโย มจฺฉา นิพฺภีตา นิรูปทฺทวา วสนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๖๐. ‘‘ปาเรวตา รวิหํสา, จกฺกวากา นทีจรา;
โกกิลา สุกสาฬิกา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
ตตฺถ มม อสฺสมสมีเป สรํ นิสฺสาย ปาเรวตาปกฺขี จ รวิหํสาปกฺขี จ นทีจรา จกฺกวากปกฺขี จ โกกิลาปกฺขี จ สุกปกฺขี จ สาฬิกาปกฺขี จ ตํ สรํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๖๑. ‘‘กุกุตฺถกา กุฬีรกา, วเน โปกฺขรสาตกา;
ทินฺทิภา สุวโปตา จ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
ตตฺถ กุกุตฺถกาติ เอวํนามิกา ปกฺขี จ. กุฬีรกาติ เอวํนามิกา ปกฺขี จ. วเน โปกฺขรสาตกา ปกฺขี จ ทินฺทิภา ปกฺขี จ สุวโปตา ปกฺขี จ เอเต สพฺเพ ปกฺขิโน ตํ มม อสฺสมสมีเป สรํ นิสฺสาย ชีวนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๖๒. ‘‘หํสา โกญฺจา มยูรา จ, โกกิลา ตมฺพจูฬกา;
ปมฺมกา ชีวํชีวา จ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
สพฺเพ เอเต หํสาทโย ปกฺขิโน ตํ สรํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺติ ชีวิกํ ปาเลนฺตีติ อตฺโถ.
๑๖๓. ‘‘โกสิกา โปฏฺฐสีสา จ, กุรรา เสนกา พหู;
มหากาฬา จ สกุณา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
ตตฺถ โกสิกา จ ปกฺขี โปฏฺฐสีสา จ ปกฺขี กุรรา จ ปกฺขี เสนกา จ ปกฺขี มหากาฬา จ ปกฺขี ถเล พหู ปกฺขิโน ตํ สรํ ตสฺส สรสฺส สมีเป ชีวนฺติ ชีวิกํ กปฺเปนฺตีติ อตฺโถ.
๑๖๔. ‘‘ปสทา จ วราหา จ, จมรา คณฺฑกา พหู;
โรหิจฺจา สุกโปตา จ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
ตตฺถ ปสทาทโย เอเต มิคา ตํ สรํ ตสฺมึ สรสมีเป, ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, ชีวิตํ ปริปาเลนฺตา วิหรนฺตีติ อตฺโถ.
๑๖๕. ‘‘สีหพฺยคฺฆา จ ทีปี จ, อจฺฉโกกตรจฺฉกา;
ติธา ปภินฺนมาตงฺคา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
เอเต สีหาทโย จตุปฺปทา สรสมีเป อุปทฺทวรหิตา ชีวนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๖๖. ‘‘กินฺนรา วานรา เจว, อโถปิ วนกมฺมิกา;
เจตา จ ลุทฺทกา เจว, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ’’.
เอตฺถ เอเต เอวํนามิกา กินฺนราทโย สตฺตา ตสฺมึ สรสมีเป วสนฺตีติ อตฺโถ.
๑๖๗. ‘‘ตินฺทุกานิ ปิยาลานิ, มธุเกกา สุมาริโย;
ธุวํ ผลานิ ธาเรนฺติ, อวิทูเร มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ เอเต ตินฺทุกาทโย รุกฺขา ธุวํ เหมนฺตคิมฺหวสฺสานสงฺขาเต กาลตฺตเย มม อสฺสมโต อวิทูเร ฐาเน มธุรผลานิ ธาเรนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๖๘. ‘‘โกสมฺพา สฬลา นิมฺพา, สาทุผลสมายุตา;
ธุวํ ผลานิ ธาเรนฺติ, อวิทูเร มมสฺสมํ’’.
ตตฺถ เอเต โกสมฺพาทโย รุกฺขา สารผลา มธุรผลา อุตฺตมผลา สมายุตา สํ สุฏฺฐุ อายุตา สมงฺคีภูตา นิจฺจํ ผลธาริโน มม อสฺสมสมีเป โสภนฺตีติ อตฺโถ.
๑๖๙. ‘‘หรีตกา อามลกา, อมฺพชมฺพุวิภีตกา;
โกลา ภลฺลาตกา พิลฺลา, ผลานิ ธารยนฺติ เต’’.
เต หรีตกาทโย รุกฺขา มม อสฺสมสมีเป ชาตา นิจฺจํ ผลานิ ธารยนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๗๐. ‘‘อาลุวา จ กฬมฺพา จ, พิฬาลีตกฺกฬานิ จ;
ชีวกา สุตกา เจว, พหูกา มม อสฺสเม’’.
เอเต อาลุวาทโย มูลผลา ขุทฺทา มธุรสา มม อสฺสมสมีเป พหู สนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๗๑. ‘‘อสฺสมสฺสาวิทูรมฺหิ, ตฬากาสุํ สุนิมฺมิตา;
อจฺโฉทกา สีตชลา, สุปติตฺถา มโนรมา’’.
ตตฺถ อสฺสมสฺสาวิทูรมฺหิ อสฺสมสฺส สมีเป สุนิมฺมิตา สุฏฺฐุ อาโรหนโอโรหนกฺขมํ กตฺวา นิมฺมิตา อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺโนทกา สีตชลา สีโตทกา สุปติตฺถา สุนฺทรติตฺถา มโนรมา โสมนสฺสกรา ตฬากา อาสุํ อเหสุนฺติ อตฺโถ.
๑๗๒. ‘‘ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา, ปุณฺฑรีกสมายุตา;
มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา, ทิพฺพคนฺโธปวายติ’’.
ตตฺถ ปทุเมหิ จ อุปฺปเลหิ จ สญฺฉนฺนา ปริปุณฺณา ปุณฺฑรีเกหิ สมายุตา สมงฺคีภูตา มนฺทาลเกหิ จ สญฺฉนฺนา คหนีภูตา ตฬากา ทิพฺพคนฺธานิ อุปวายนฺติ สมนฺตโต วายนฺตีติ อตฺโถ.
๑๗๓. ‘‘เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺเน, ปุปฺผิเต ผลิเต วเน;
สุกเต อสฺสเม รมฺเม, วิหรามิ อหํ ตทา’’.
ตตฺถ เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺเนติ อพฺเพหิ นทิกาทิอวยเวหิ สมฺปนฺเน ปริปุณฺเณ ปุปฺผผลรุกฺเขหิ คหนีภูเต วเน สุกเต รมณีเย อสฺสเม อรญฺญาวาเส ตทา ตาปสภูตกาเล อหํ วิหรามีติ อตฺโถ.
เอตฺตาวตา อสฺสมสมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตโน สีลาทิคุณสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต –
๑๗๔. ‘‘สีลวา วตสมฺปนฺโน, ฌายี ฌานรโต สทา;
ปญฺจาภิญฺญาพลปฺปตฺโต, สุรุจิ นาม ตาปโส’’ติ. – อาห;
ตตฺถ สีลวาติ ฌานสมฺปยุตฺตจตุปาริสุทฺธิสีลสทิเสหิ ปญฺจหิ สีเลหิ สมฺปุณฺโณติ อตฺโถ. วตสมฺปนฺโนติ ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ฆราวาสํ ปญฺจ กามคุเณ วา น เสวิสฺสามี’’ติ วตสมาทาเนน สมฺปนฺโน. ฌายีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานอารมฺมณูปนิชฺฌาเนหิ ฌายี ฌายนสีโล. ฌานรโตติ เอเตสุ ฌาเนสุ รโต อลฺลีโน สทา สมฺปุณฺโณ. ปญฺจาภิญฺญาพลปฺปตฺโตติ อิทฺธิวิธทิพฺพโสตปรจิตฺตวิชานนปุพฺเพนิวาสานุสฺสติทิพฺพจกฺขุสงฺขาตาหิ ปญฺจหิ อภิญฺญาหิ วิเสสปญฺญาหิ พลสมฺปนฺโน, ปริปุณฺโณติ อตฺโถ. นาเมน สุรุจิ นาม ตาปโส หุตฺวา วิหรามีติ สมฺพนฺโธ.
เอตฺตเกน อตฺตโน คุณสมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา ปริสสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต –
๑๗๕. ‘‘จตุวีสสหสฺสานิ, สิสฺสา มยฺหํ อุปฏฺฐหุํ;
สพฺเพ มํ พฺราหฺมณา เอเต, ชาติมนฺโต ยสสฺสิโน’’ติ. – อาทิมาห;
ตตฺถ เอเต สพฺเพ จตุวีสติสหสฺสพฺราหฺมณา มยฺหํ สิสฺสา ชาติมนฺโต ชาติสมฺปนฺนา ยสสฺสิโน ปริวารสมฺปนฺนา มํ อุปฏฺฐหุนฺติ สมฺพนฺโธ.
๑๗๖. ‘‘ลกฺขเณ อิติหาเส จ, สนิฆณฺฑุสเกฏุเภ;
ปทกา เวยฺยากรณา, สธมฺเม ปารมึ คตา’’.
ตตฺถ ลกฺขเณติ ลกฺขณสตฺเถ. สพฺพโลกิยานํ อิตฺถิปุริสานํ ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคตา ทุกฺขิตา ภวนฺติ, อิเมหิ สุขิตา ภวนฺตี’’ติ ลกฺขณํ ชานาติ. ตปฺปกาสโก คนฺโถ ลกฺขณํ, ตสฺมึ ลกฺขเณ จ. อิติหาเสติ ‘‘อิติห อาส อิติห อาสา’’ติ วุตฺตวจนปฏิทีปเก คนฺเถ. ลกฺขเณ จ อิติหาเส จ ปารมึ ปริโยสานํ คตาติ สมฺพนฺโธ. รุกฺขปพฺพตาทีนํ นามปฺปกาสกคนฺถํ ‘‘นิฆณฺฑู’’ติ วุจฺจติ. เกฏูเภติ กิริยากปฺปวิกปฺปานํ กวีนํ อุปการโก คนฺโถ. นิฆณฺฑุยา สห วตฺตตีติ สนิฆณฺฑุ, เกฏุเภน สห วตฺตตีติ สเกฏุภํ, ตสฺมึ สนิฆณฺฑุสเกฏุเภ เวทตฺตเย ปารมึ คตาติ สมฺพนฺโธ. ปทกาติ นามปทสมาสตทฺธิตาขฺยาตกิตกาทิปเทสุ เฉกา. เวยฺยากรณานิ จนฺทปาณินียกลาปาทิพฺยากรเณ เฉกา. สธมฺเม ปารมึ คตาติ อตฺตโน ธมฺเม พฺราหฺมณธมฺเม เวทตฺตเย ปารมึ ปริโยสานํ คตา ปตฺตาติ อตฺโถ.
๑๗๗. ‘‘อุปฺปาเตสุ นิมิตฺเตสุ, ลกฺขเณสุ จ โกวิทา;
ปถพฺยา ภูมนฺตลิกฺเข, มม สิสฺสา สุสิกฺขิตา’’.
ตตฺถ อุกฺกาปาตภูมิกมฺปาทิเกสุ อุปฺปาเตสุ จ สุภนิมิตฺตาสุภนิมิตฺเตสุ จ อิตฺถิลกฺขณปุริสลกฺขณมหาปุริสลกฺขเณสุ จ โกวิทา เฉกา. ปถวิยา จ ภูมิยา จ สกลโลเก จ อนฺตลิกฺเข อากาเส จาติ สพฺพตฺถ มม สิสฺสา สุสิกฺขิตา.
๑๗๘. ‘‘อปฺปิจฺฉา นิปกา เอเต, อปฺปาหารา อโลลุปา;
ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺฐา, ปริวาเรนฺติ มํ สทา’’.
ตตฺถ อปฺปิจฺฉาติ อปฺปเกนาปิ ยาเปนฺตา. นิปกาติ เนปกฺกสงฺขาตาย ปญฺญาย สมนฺนาคตา. อปฺปาหาราติ เอกาหารา เอกภตฺติกาติ อตฺโถ. อโลลุปาติ โลลุปตณฺหาย อปฺปวตฺตนกา. ลาภาลาเภนาติ ลาเภน อลาเภน จ สนฺตุฏฺฐา โสมนสฺสา เอเต มม สิสฺสา สทา นิจฺจกาลํ มํ ปริวาเรนฺติ อุปฏฺฐหนฺตีติ อตฺโถ.
๑๗๙. ‘‘ฌายี ฌานรตา ธีรา, สนฺตจิตฺตา สมาหิตา;
อากิญฺจญฺญํ ปตฺถยนฺตา, ปริวาเรนฺติ มํ สทา’’.
ตตฺถ ฌายีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานอารมฺมณูปนิชฺฌาเนหิ สมนฺนาคตา. ฌายนสีลา วา. ฌานรตาติ เตสุ จ ฌาเนสุ รตา อลฺลีนา. ธีราติ ธิติสมฺปนฺนา. สนฺตจิตฺตาติ วูปสนฺตมนา. สมาหิตาติ เอกคฺคจิตฺตา. อากิญฺจญฺญนฺติ นิปฺปลิโพธภาวํ. ปตฺถยนฺตาติ อิจฺฉนฺตา. อิตฺถมฺภูตา เม สิสฺสา สทา มํ ปริวาเรนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๘๐. ‘‘อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา, เปตฺติเก โคจเร รตา;
อนฺตลิกฺขจรา ธีรา, ปริวาเรนฺติ มํ สทา’’.
ตตฺถ อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตาติ ปญฺจสุ อภิญฺญาสุ ปารมึ ปริโยสานํ ปตฺตา ปูริตาติ อตฺโถ. เปตฺติเก โคจเร รตาติ พุทฺธานุญฺญาตาย อวิญฺญตฺติยา ลทฺเธ อาหาเร รตาติ อตฺโถ. อนฺตลิกฺขจราติ อนฺตลิกฺเขน อากาเสน คจฺฉนฺตา อาคจฺฉนฺตา จาติ อตฺโถ. ธีราติ ถิรภูตา สีหพฺยคฺฆาทิปริสฺสเย อจฺฉมฺภิตสภาวาติ อตฺโถ. เอวํภูตา มม ตาปสา สทา มํ ปริวาเรนฺตีติ อตฺโถ.
๑๘๑. ‘‘สํวุตา ฉสุ ทฺวาเรสุ, อเนชา รกฺขิตินฺทฺริยา;
อสํสฏฺฐา จ เต ธีรา, มม สิสฺสา ทุราสทา’’.
ตตฺถ จกฺขาทีสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ รูปาทีสุ ฉสุ อารมฺมเณสุ สํวุตา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา, รกฺขิตโคปิตทฺวาราติ อตฺโถ. อเนชา นิตฺตณฺหา รกฺขิตินฺทฺริยา โคปิตจกฺขาทิอินฺทฺริยา อสํสฏฺฐา ญาตีหิ คหฏฺเฐหิ อมิสฺสีภูตาติ อตฺโถ. ทุราสทาติ ทุฏฺฐุ อาสทา, อาสาเทตุํ ฆฏฺเฏตุํ อสกฺกุเณยฺยา อโยคฺคาติ อตฺโถ.
๑๘๒. ‘‘ปลฺลงฺเกน นิสชฺชาย, ฐานจงฺกมเนน จ;
วีตินาเมนฺติ เต รตฺตึ, มม สิสฺสา ทุราสทา’’.
ตตฺถ มม สิสฺสา ปลฺลงฺเกน อูรุพทฺธาสเนน เสยฺยํ วิหาย นิสชฺชาย จ ฐาเนน จ จงฺกเมน จ สกลํ รตฺตึ วิเสเสน อตินาเมนฺติ อติกฺกาเมนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๑๘๓. ‘‘รชนีเย น รชฺชนฺติ, ทุสฺสนีเย น ทุสฺสเร;
โมหนีเย น มุยฺหนฺติ, มม สิสฺสา ทุราสทา’’.
เต อิตฺถมฺภูตา มม สิสฺสา ตาปสา รชนีเย รชฺชิตพฺเพ วตฺถุสฺมึ น รชฺชนฺติ รชฺชํ น อุปฺปาเทนฺติ. ทุสฺสนีเย ทุสฺสิตพฺเพ โทสํ อุปฺปาเทตุํ ยุตฺเต วตฺถุมฺหิ น ทุสฺสเร โทสํ น กโรนฺติ. โมหนีเย โมหิตุํ ยุตฺเต วตฺถุมฺหิ น มุยฺหนฺติ โมหํ น กโรนฺติ, ปญฺญาสมฺปยุตฺตา ภวนฺตีติ อตฺโถ.
๑๘๔. ‘‘อิทฺธึ วีมํสมานา เต, วตฺตนฺติ นิจฺจกาลิกํ;
ปถวึ เต ปกมฺเปนฺติ, สารมฺเภน ทุราสทา’’.
เต มม สิสฺสา ‘‘เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหตี’’ติอาทิกํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๐๒) อิทฺธิวิกุพฺพนํ นิจฺจกาลิกํ วีมํสมานา วตฺตนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เต มม สิสฺสา อากาเสปิ อุทเกปิ ปถวึ นิมฺมินิตฺวา อิริยาปถํ ปกมฺเปนฺตีติ อตฺโถ. สารมฺเภน ยุคคฺคาเหน กลหกรเณน น อาสาเทตพฺพาติ อตฺโถ.
๑๘๕. ‘‘กีฬมานา จ เต สิสฺสา, กีฬนฺติ ฌานกีฬิตํ;
ชมฺพุโต ผลมาเนนฺติ, มม สิสฺสา ทุราสทา’’.