๑. พุทฺธวคฺโค
อพฺภนฺตรนิทานวณฺณนา
๕. ‘‘อถ พุทฺธาปทานานิ, สุณาถ สุทฺธมานสา;
ตึสปารมิสมฺปุณฺณา, ธมฺมราชา อสงฺขิยา’’ติ. –
เอตฺถ อถาติ อธิการนฺตรูปทสฺสนตฺเถ นิปาตปทํ, วิภตฺติยุตฺตายุตฺตนิปาตทฺวเยสุ วิภตฺติยุตฺตนิปาตปทํ. อถ วา –
‘‘อธิกาเร มงฺคเล เจว, นิปฺผนฺนตฺเถวธารเณ;
อนนฺตเรปคมเน, อถ-สทฺโท ปวตฺตติ’’.
ตถา หิ –
‘‘อธิกิจฺจํ อธิฏฺฐานํ, อธิอตฺถํ วิภาสติ;
เสฏฺฐเชฏฺฐกภาเวน, อธิกาโร วิธียเต’’ติ. –
วุตฺตตฺตา พุทฺธานํ สมตฺตึสปารมิธมฺมานํ อธิกิจฺจโต, เสฏฺฐเชฏฺฐโต อธิการฏฺเฐน อถ-สทฺเทน ยุตฺตมปทานานีติ. ติวิธโพธิสตฺตานํ ปูชามงฺคลสภาวโต ‘‘ปูชา จ ปูชเนยฺยานํ, เอตํ มงฺคลมุตฺตม’’นฺติ วจนโต (ขุ. ปา. ๕.๓; สุ. นิ. ๒๖๒) มงฺคลฏฺเฐน อถ-สทฺเทน ยุตฺตมปทานานีติ. พุทฺธาทีนํ ภควนฺตานํ สมฺปตฺติกิจฺจสฺส อรหตฺตมคฺเคน นิปฺผนฺนโต นิปฺผนฺนฏฺเฐน อถ-สทฺเทน ยุตฺตมปทานานีติ. พุทฺธาทีนํ อรหตฺตมคฺคาทิกุสลโต อญฺญกุสลานํ อภาวโต อวธารณฏฺเฐน นิวารณฏฺเฐน อถ-สทฺเทน ยุตฺตมปทานานีติ. ขุทฺทกปาฐสงฺคหานนฺตรํ สงฺคหิตนฺติ อนนฺตรฏฺเฐน อถ-สทฺเทน ยุตฺตมปทานานีติ. อิโต ขุทฺทกปาฐโต ปฏฺฐายาติ อปคมนฏฺเฐน อถ-สทฺเทน ยุตฺตมปทานานีติ.
พุทฺโธติ เอตฺถ พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ, สพฺพญฺญุตาย พุทฺโธ, สพฺพทสฺสาวิตาย พุทฺโธ, อนญฺญเนยฺยตาย พุทฺโธ, วิสวิตาย พุทฺโธ, ขีณาสวสงฺขาเตน พุทฺโธ, นิรุปกฺกิเลสสงฺขาเตน พุทฺโธ, ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน พุทฺโธ, อทุติยฏฺเฐน พุทฺโธ, ตณฺหาปหานฏฺเฐน พุทฺโธ, เอกายนมคฺคํ คโตติ พุทฺโธ, เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ พุทฺโธ, อพุทฺธิวิหตตฺตา พุทฺธิปฏิลาภา พุทฺโธ, พุทฺธิ พุทฺธํ โพโธติ อนตฺถนฺตรเมตํ. ยถา นีลาทิวณฺณโยคโต ปโฏ ‘‘นีโล ปโฏ, รตฺโต ปโฏ’’ติ วุจฺจติ, เอวํ พุทฺธคุณโยคโต พุทฺโธ. อถ วา ‘‘โพธิ’’วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ, เตน ญาเณน สกลทิยฑฺฒสหสฺสกิเลสาริคเณ เขเปตฺวา นิพฺพานาธิคมนโต ญาณํ ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ. เตน สมฺปยุตฺโต สมงฺคีปุคฺคโล พุทฺโธ. เตเนว ญาเณน ปจฺเจกพุทฺโธปิ สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา นิพฺพานมธิคจฺฉติ. พุทฺธานํ ปน จตูสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุ กปฺปสตสหสฺเสสุ จ ปารมิโย ปูเรตฺวา โพธิญาณสฺสาธิคตตฺตา จ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณมหากรุณาสมาปตฺติญาณยมกปาฏิหีรญาณสพฺพญฺญุตญฺญาณ- อนาวรณอาสยานุสยาทิอสาธารณญาณานํ สมธิคตตฺตา จ เอกายปิ ธมฺมเทสนาย อสงฺเขฺยยฺยาสตฺตนิกาเย ธมฺมามตํ ปาเยตฺวา นิพฺพานสฺส ปาปนโต จ ตเทว ญาณํ พุทฺธานเมวาธิกภาวโต เตสเมว สมฺพุทฺธานํ อปทานํ การณํ พุทฺธาปทานํ. ตญฺหิ ทุวิธํ กุสลากุสลวเสน. ปจฺเจกพุทฺธา ปน น ตถา กาตุํ สมตฺถา, อนฺนาทิปจฺจยทายกานํ สงฺคหํ กโรนฺตาปิ –
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ;
ปูเรนฺตุ จิตฺตสงฺกปฺปา, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา.
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ;
ปูเรนฺตุ จิตฺตสงฺกปฺปา, มณิ โชติรโส ยถา’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๕ ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติกถา; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๙๒; ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.สามาวตีวตฺถุ) –
อิมาหิ ทฺวีหิเยว คาถาหิ ธมฺมํ เทเสนฺติ. เทเสนฺตาปิ อสงฺเขฺยยฺยสตฺตนิกาเย โพเธตุํ น สกฺกุณนฺติ, ตสฺมา น สพฺพญฺญุพุทฺธสทิสา หุตฺวา ปาฏิเอกฺกํ วิสุํ พุทฺธาติ ปจฺเจกพุทฺธา. เตสํ อปทานํ การณํ ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ.
จิรํ ฐิตาติ เถรา. อถ วา ถิรตรสีลาจารมทฺทวาทิคุเณหิ ยุตฺตาติ เถรา. อถ วา ถิรวรสีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนคุเณหิ ยุตฺตาติ เถรา. อถ วา ถิรตรสงฺขาตปณีตานุตฺตรสนฺตินิพฺพานมธิคตาติ เถรา, เถรานํ อปทานานิ เถราปทานานิ. ตถา ตาทิคุเณหิ ยุตฺตาติ เถรี, เถรีนํ อปทานานิ เถรีปทานานิ. เตสุ พุทฺธาปทาเน ปญฺเจว อปทานานิ, ปญฺเจว สุตฺตนฺตา. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ปญฺเจว อปทานานิ, ปญฺจ สุตฺตานิ ยสฺส จ;
อิทํ พุทฺธาปทานนฺติ, ปฐมํ อนุโลมโต’’ติ.
ปจฺเจกพุทฺธาปทาเนปิ ปญฺเจว อปทานานิ, ปญฺเจว สุตฺตนฺตา. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ปญฺเจว อปทานานิ, ปญฺจ สุตฺตานิ ยสฺส จ;
อิทํ ปจฺเจกพุทฺธาปทานนฺติ, ทุติยํ อนุโลมโต’’ติ.
เถราปทาเนสุ ทสาธิกปญฺจสตาปทานานิ, วคฺคโต เอกปญฺญาส วคฺคา. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ปญฺจสตทสปทานานิ, เอกปญฺญาส วคฺคโต;
อิทํ เถราปทานนฺติ, ตติยํ อนุโลมโต’’ติ.
เถรีอปทาเนสุ จตฺตาลีสํ อปทานานิ, วคฺคโต จตุโร วคฺคา. เตนาหุ โปราณา –
‘‘จตฺตาลีสํปทานานิ, จตุวคฺคานิ ยสฺส จ;
อิทํ เถรีปทานนฺติ, จตุตฺถํ อนุโลมโต’’ติ.
อปทานนฺติ เอตฺถ อปทาน-สทฺโท การณคหณอปคมนปฏิปาฏิอกฺโกสนาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ เอส ‘‘ขตฺติยานํ อปทานํ, พฺราหฺมณานํ อปทาน’’นฺติอาทีสุ การเณ ทิสฺสติ, ขตฺติยานํ การณํ พฺราหฺมณานํ การณนฺติ อตฺโถ. ‘‘อุปาสกานํ อปทาน’’นฺติอาทีสุ คหเณ ทิสฺสติ, สํสุฏฺฐุ คหณนฺติ อตฺโถ. ‘‘วาณิชานํ อปทานํ, สุทฺทานํ อปทาน’’นฺติอาทีสุ อปคมเน ทิสฺสติ, ตโต ตโต เตสํ อปคมนนฺติ อตฺโถ. ‘‘ปิณฺฑปาติโก ภิกฺขุ สปทานจารวเสน ปิณฺฑาย จรตี’’ติอาทีสุ ปฏิปาฏิยา ทิสฺสติ, ฆรปฏิปาฏิยา จรตีติ อตฺโถ. ‘‘อปคตา อิเม สามญฺญา, อปคตา อิเม พฺรหฺมญฺญาติ อปทาเนตี’’ติอาทีสุ อกฺโกสเน ทิสฺสติ, อกฺโกสติ ปริภาสตีติ อตฺโถ. อิธ ปน การเณ ทิสฺสติ. ตสฺมา พุทฺธานํ อปทานานิ พุทฺธาปทานิ, พุทฺธการณานีติ อตฺโถ. คงฺคาวาลุกูปมานํ อเนเกสํ พุทฺธานํ ทานปารมิตาทิสมตฺตึสปารมิตา การณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ อธิการาทีสุ ยุตฺตอปทานานิ สุทฺธมานสา สุณาถาติ สมฺพนฺโธ.
ตตฺถ สุทฺธมานสาติ อรหตฺตมคฺคญาเณน ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ เขเปตฺวา ฐิตตฺตา สุทฺธมานสา ปริสุทฺธจิตฺตา สุทฺธหทยา ปญฺจสตา ขีณาสวา อิมสฺมึ ธมฺมสภาเย สนฺนิสินฺนา สุณาถ, โอหิตโสตา มนสิ กโรถาติ อตฺโถ.
เอตฺถ ปน ‘‘อปทานานี’’ติ อวตฺวา ปจฺเจกพุทฺธาปทานเถราปทานเถรีอปทาเนสุ วิชฺชมาเนสุปิ ‘‘อถ พุทฺธาปทานานี’’ติ วจนํ ขนฺธยมกอายตนธาตุสจฺจสงฺขารอนุสยยมเกสุ วิชฺชมาเนสุปิ ปธานวเสน อาทิวเสน จ ‘‘มูลยมก’’นฺติ วจนํ วิย, เตรสสงฺฆาทิเสสเทฺวอนิยตตึสนิสฺสคฺคิเยสุ วิชฺชมาเนสุปิ ปธานวเสน อาทิวเสน จ ‘‘ปาราชิกกณฺโฑ’’ติ วจนํ วิย จ อิธาปิ ปธานวเสน อาทิวเสน จ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธาปทานานี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘วณฺณาคโม…เป… ปญฺจวิธํ นิรุตฺต’’นฺติ นิรุตฺตินเยน วา ‘‘เตสุ วุทฺธิโลปาคมวิการวิปรีตาเทสา จา’’ติ สุตฺเตน วา ตติยตฺถวาจกสฺส สมฺมาตินิปาตปทสฺส, สยํสทฺทตฺถวาจกสฺส ส-นฺติอุปสคฺคปทสฺส จ โลปํ กตฺวา กิตนฺตวาจีพุทฺธสทฺทเมว คเหตฺวา คาถาพนฺธสุขตฺถํ ‘‘พุทฺธาปทานานี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺธาปทานานีติ อตฺโถ.
อิติ วิสุทฺธชนวิลาสินิยา อปทาน-อฏฺฐกถาย
อพฺภนฺตรนิทานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑. พุทฺธอปทานวณฺณนา
อิทานิ อพฺภนฺตรนิทานานนฺตรํ อปทานฏฺฐกถํ กเถตุกาโม –
‘‘สปทานํ อปทานํ, วิจิตฺรนยเทสนํ;
ยํ ขุทฺทกนิกายสฺมึ, สงฺคายึสุ มเหสโย;
ตสฺส ทานิ อนุปฺปตฺโต, อตฺถสํวณฺณนากฺกโม’’ติ.
ตตฺถ ยํ อปทานํ ตาว ‘‘สกลํ พุทฺธวจนํ เอกวิมุตฺติรส’’นฺติ วุตฺตตฺตา เอกรเส สงฺคหํ คจฺฉติ, ธมฺมวินยวเสน ทฺวิธาสงฺคเห ธมฺเม สงฺคหํ คจฺฉติ, ปฐมมชฺฌิมปจฺฉิมพุทฺธวจเนสุ มชฺฌิมพุทฺธวจเน สงฺคหํ คจฺฉติ, วินยาภิธมฺมสุตฺตนฺตปิฏเกสุ สุตฺตนฺตปิฏเก สงฺคหํ คจฺฉติ, ทีฆนิกายมชฺฌิมสํยุตฺตองฺคุตฺตรขุทฺทกนิกาเยสุ ปญฺจสุ ขุทฺทกนิกาเย สงฺคหํ คจฺฉติ, สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลนฺติ นวสุ สาสนงฺเคสุ คาถาย สงฺคหิตํ.
‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺวสหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติสหสฺสานิ, เยเม ธมฺมา ปวตฺติโน’’ติ. –
เอวํ วุตฺตจตุราสีติสหสฺสธมฺมกฺขนฺเธสุ กติปยธมฺมกฺขนฺธสงฺคหิตํ โหตีติ.
อิทานิ ตํ อปทานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตึสปารมิสมฺปุณฺณา, ธมฺมราชา อสงฺขิยา’’ติ อาห. ตตฺถ ทสปารมิตาว ปจฺฉิมมชฺฌิมุกฺกฏฺฐวเสน ทสปารมีทสอุปปารมีทสปรมตฺถปารมีนํ วเสน สมตฺตึสปารมี. ตาหิ สํสุฏฺฐุ ปุณฺณา สมฺปุณฺณา สมนฺนาคตา สมงฺคีภูตา อชฺฌาปนฺนา สํยุตฺตาติ ตึสปารมิสมฺปุณฺณา. สกลโลกตฺตยวาสิเน สตฺตนิกาเย เมตฺตากรุณามุทิตาอุเปกฺขาสงฺขาตาหิ จตูหิ พฺรหฺมวิหารสมาปตฺตีหิ วา ผลสมาปตฺติวิหาเรน วา เอกจิตฺตภาเวน อตฺตโน จ กาเย รญฺเชนฺติ อลฺลียาเปนฺตีติ ราชาโน, ธมฺเมน ราชาโน ธมฺมราชา, อิตฺถมฺภูตา พุทฺธา. ทสสตํ สหสฺสํ ทสสหสฺสํ สตสหสฺสํ ทสสตสหสฺสํ โกฏิ ปโกฏิ โกฏิปฺปโกฏิ นหุตํ นินฺนหุตํ อกฺโขภิณิ พินฺทุ อพฺพุทํ นิรพฺพุทํ อหหํ อพพํ อฏฏํ โสคนฺธิกํ อุปฺปลํ กุมุทํ ปุณฺฑริกํ ปทุมํ กถานํ มหากถานํ อสงฺเขฺยยฺยานํ วเสน อสงฺขิยา สงฺขารหิตา ธมฺมราชาโน อตีตา วิคตา นิรุทฺธา อพฺภตฺถํ คตาติ อธิปฺปาโย.
๖. เตสุ อตีตพุทฺเธสุ กตาธิการญฺจ อตฺตนา โพธิสตฺตภูเตน จกฺกวตฺติรญฺญา หุตฺวา กตสมฺภารญฺจ อานนฺทตฺเถเรน ปุฏฺโฐ ภควา ‘‘สมฺโพธึ พุทฺธเสฏฺฐาน’’นฺติอาทิมาห. โภ อานนฺท, มม อปทานํ สุโณหีติ อธิปฺปาโย. อานนฺท, อหํ ปุพฺเพ โพธิสมฺภารปูรณกาเล จกฺกวตฺติราชา หุตฺวา เสฏฺฐานํ ปสฏฺฐานํ ปฏิวิทฺธจตุสจฺจานํ พุทฺธานํ สมฺโพธึ จตุสจฺจมคฺคญาณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วา สิรสา อภิวาทเยติ สมฺพนฺโธ. สสงฺเฆ สาวกสงฺฆสหิเต โลกนายเก โลกเชฏฺเฐ พุทฺเธ ทสหิ องฺคุลีหิ อุโภหิ หตฺถปุเฏหิ นมสฺสิตฺวา วนฺทิตฺวา สิรสา สีเสน อภิวาทเย อาทเรน โถมนํ กตฺวา ปณามํ กโรมีติ อตฺโถ.
๗. ยาวตา พุทฺธเขตฺเตสูติ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ พุทฺธเขตฺเตสุ, อากาสฏฺฐา อากาสคตา, ภูมฏฺฐา ภูมิตลคตา, เวฬุริยาทโย สตฺต รตนา อสงฺขิยา สงฺขารหิตา, ยาวตา ยตฺตกา, วิชฺชนฺติ. ตานิ สพฺพานิ มนสา จิตฺเตน สมาหเร, สํ สุฏฺฐุ จิตฺเตน อธิฏฺฐหิตฺวา อาหริสฺสามีติ อตฺโถ, มม ปาสาทสฺส สามนฺตา ราสึ กโรมีติ อตฺโถ.
๘. ตตฺถ รูปิยภูมิยนฺติ ตสฺมึ อเนกภูมิมฺหิ ปาสาเท รูปิยมยํ รชตมยํ ภูมึ นิมฺมิตนฺติ อตฺโถ. อหํ รตนมยํ สตฺตหิ รตเนหิ นิมฺมิตํ อเนกสตภูมิกํ ปาสาทํ อุพฺพิทฺธํ อุคฺคตํ นภมุคฺคตํ อากาเส โชตมานํ มาปยินฺติ อตฺโถ.
๙. ตเมว ปาสาทํ วณฺเณนฺโต ‘‘วิจิตฺตถมฺภ’’นฺตฺยาทิมาห. วิจิตฺเตหิ อเนเกหิ มสารคลฺลาทิวณฺเณหิ ถมฺเภหิ อุสฺสาปิตํ สุกตํ สุฏฺฐุ กตํ ลกฺขณยุตฺตํ อาโรหปริณาหวเสน สุฏฺฐุ วิภตฺตํ อเนกโกฏิสตคฺฆนโตรณนิมฺมิตตฺตา มหารหํ. ปุนปิ กึ วิสิฏฺฐํ? กนกมยสงฺฆาฏํ สุวณฺเณหิ กตตุลาสงฺฆาฏวลเยหิ ยุตฺตํ, ตตฺถ อุสฺสาปิตโกนฺเตหิ จ ฉตฺเตหิ จ มณฺฑิตํ โสภิตํ ปาสาทนฺติ สมฺพนฺโธ.
๑๐. ปุนปิ ปาสาทสฺเสว โสภํ วณฺเณนฺโต ‘‘ปฐมา เวฬุริยา ภูมี’’ตฺยาทิมาห. ตสฺส อเนกสตภูมิปาสาทสฺส สุภา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา อพฺภสมา วลาหกปฏลสทิสา วิมลา นิมฺมลา เวฬุริยมณิมยา นีลวณฺณา ปฐมา ภูมิ อโหสีติ อตฺโถ. ชลชนฬินปทุเมหิ อากิณฺณา สมงฺคีภูตา วราย อุตฺตมาย กญฺจนภูมิยา สุวณฺณภูมิยาว โสภตีติ อตฺโถ.
๑๑. ตสฺเสว ปาสาทสฺส กาจิ ภูมิ ปวาฬํสา ปวาฬโกฏฺฐาสา ปวาฬวณฺณา, กาจิ ภูมิ โลหิตกา โลหิตวณฺณา, กาจิ ภูมิ สุภา มโนหรา อินฺทโคปกวณฺณาภา รสฺมิโย นิจฺฉรมานา, กาจิ ภูมิ ทส ทิสา โอภาสตีติ อตฺโถ.
๑๒. ตสฺมึเยว ปาสาเท นิยฺยูหา นิคฺคตปมุขสาลา จ สุวิภตฺตา สุฏฺฐุ วิภตฺตา โกฏฺฐาสโต วิสุํ วิสุํ กตา สีหปญฺชรา สีหทฺวารา จ. จตุโร เวทิกาติ จตูหิ เวทิกาวลเยหิ ชาลกวาเฏหิ จ มโนรมา มนอลฺลียนกา คนฺธาเวฬา คนฺธทามา จ โอลมฺพนฺตีติ อตฺโถ.
๑๓. ตสฺมึเยว ปาสาเท สตฺตรตนภูสิตา สตฺตรตเนหิ โสภิตา กูฏาคารา. กึ ภูตา? นีลา นีลวณฺณา, ปีตา ปีตวณฺณา สุวณฺณวณฺณา, โลหิตกา โลหิตกวณฺณา รตฺตวณฺณา, โอทาตา โอทาตวณฺณา เสตวณฺณา, สุทฺธกาฬกา อมิสฺสกาฬวณฺณา, กูฏาคารวรูเปตา กูฏาคารวเรหิ กณฺณิกกูฏาคารวเรหิ อุเปโต สมนฺนาคโต โส ปาสาโทติ อตฺโถ.
๑๔. ตสฺมึเยว ปาสาเท โอโลกมยา อุทฺธมฺมุขา ปทุมา สุปุปฺผิตา ปทุมา โสภนฺติ, สีหพฺยคฺฆาทีหิ วาฬมิคคเณหิ จ หํสโกญฺจมยูราทิปกฺขิสมูเหหิ จ โสภิโต โส ปาสาโทติ อตฺโถ. อติอุจฺโจ หุตฺวา นภมุคฺคตตฺตา นกฺขตฺตตารกาหิ อากิณฺโณ จนฺทสูเรหิ จนฺทสูริยรูเปหิ จ มณฺฑิโต โส ปาสาโทติ อตฺโถ.
๑๕. โส เอว จกฺกวตฺติสฺส ปาสาโท เหมชาเลน สุวณฺณชาเลน สญฺฉนฺนา, โสณฺณกิงฺกณิกายุโต สุวณฺณกิงฺกณิกชาเลหิ ยุโต สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. มโนรมา มนลฺลียนกา โสณฺณมาลา สุวณฺณปุปฺผปนฺติโย วาตเวเคน วาตปฺปหาเรน กูชนฺติ สทฺทํ กโรนฺตีติ อตฺโถ.
๑๖. มญฺเชฏฺฐกํ มญฺชิฏฺฐวณฺณํ, โลหิตกํ โลหิตวณฺณํ, ปีตกํ ปีตวณฺณํ, หริปิญฺชรํ ชมฺโพนทสุวณฺณวณฺณํ ปญฺชรวณฺณญฺจ ธชํ นานารงฺเคหิ อเนเกหิ วณฺเณหิ, สมฺปีตํ รญฺชิตํ ธชํ, อุสฺสิตํ ตสฺมึ ปาสาเท อุสฺสาปิตํ. ธชมาลินีติ ลิงฺควิปลฺลาสวเสน วุตฺตํ, ธชมาลายุตฺโต โส ปาสาโทติ อตฺโถ.
๑๗. ตสฺมึ ปาสาเท อตฺถรณาทโย วณฺเณนฺโต ‘‘น นํ พหู’’ตฺยาทิมาห. ตตฺถ นํ ปาสาทํ พหูหิ อวิชฺชมานํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ, นานาสยนวิจิตฺตา อเนเกหิ อตฺถรเณหิ วิจิตฺตา โสภิตา มญฺจปีฐาทิสยนา อเนกสตา อเนกสตสงฺขฺยา, กึ ภูตา? ผลิกา ผลิกมณิมยา ผลิกาหิ กตา, รชตามยา รชเตหิ กตา, มณิมยา นีลมณีหิ กตา, โลหิตงฺคา รตฺตชาติมณีหิ กตา, มสารคลฺลมยา กพรวณฺณมณีหิ กตา, สณฺหกาสิกสนฺถตา สเณฺหหิ สุขุเมหิ กาสิกวตฺเถหิ อตฺถตา.
๑๘. ปาวุราติ ปาวุรณา. กีทิสา? กมฺพลา โลมสุตฺเตหิ กตา, ทุกูลา ทุกูลปเฏหิ กตา, จีนา จีนปเฏหิ กตา, ปตฺตุณฺณา ปตฺตุณฺณเทเส ชาตปเฏหิ กตา, ปณฺฑุ ปณฺฑุวณฺณา, วิจิตฺตตฺถรณํ อเนเกหิ อตฺถรเณหิ ปาวุรเณหิ จ วิจิตฺตํ, สพฺพํ สยนํ, มนสา จิตฺเตน, อหํ ปญฺญเปสินฺติ อตฺโถ.
๑๙. ตเทว ปาสาทํ วณฺเณนฺโต ‘‘ตาสุ ตาเสฺวว ภูมีสู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ รตนกูฏลงฺกตนฺติ รตนมยกูเฏหิ รตนกณฺณิกาหิ อลงฺกตํ โสภิตนฺติ อตฺโถ. มณิเวโรจนา อุกฺกาติ เวโรจนมณีหิ รตฺตมณีหิ กตา, อุกฺกา ทณฺฑปทีปา. ธารยนฺตา สุติฏฺฐเรติ อากาเส สุฏฺฐุ ธารยนฺตา คณฺหนฺตา อเนกสตชนา สุฏฺฐุ ติฏฺฐนฺตีติ อตฺโถ.
๒๐. ปุน ตเทว ปาสาทํ วณฺเณนฺโต ‘‘โสภนฺติ เอสิกาถมฺภา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เอสิกาถมฺภา นาม นครทฺวาเร โสภนตฺถาย นิขาตา ถมฺภา, สุภา อิฏฺฐา, กญฺจนโตรณา สุวณฺณมยา, ชมฺโพนทา ชมฺโพนทสุวณฺณมยา จ, สารมยา ขทิรรุกฺขสารมยา จ รชตมยา จ โตรณา โสภนฺติ, เอสิกา จ โตรณา จ ตํ ปาสาทํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๒๑. ตสฺมึ ปาสาเท สุวิภตฺตา อเนกา สนฺธี กวาเฏหิ จ อคฺคเฬหิ จ จิตฺติตา โสภิตา สนฺธิปริกฺเขปา โสภยนฺตีติ อตฺโถ, อุภโตติ ตสฺส ปาสาทสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ, ปุณฺณฆฏา อเนเกหิ ปทุเมหิ อเนเกหิ จ อุปฺปเลหิ, สํยุตา ปุณฺณา ตํ ปาสาทํ โสภยนฺตีติ อตฺโถ.
๒๒-๒๓. เอวํ ปาสาทสฺส โสภํ วณฺเณตฺวา รตนมยํ ปาสาทญฺจ สกฺการสมฺมานญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘อตีเต สพฺพพุทฺเธ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อตีเตติ อติกฺกนฺเต วิคเต กาเล ชาเต ภูเต, สสงฺเฆ สาวกสมูหสหิเต, สพฺเพ โลกนายเก พุทฺเธ สภาเวน ปกติวณฺเณน รูเปน สณฺฐาเนน จ, สสาวเก สาวกสหิเต, พุทฺเธ นิมฺมินิตฺวา เยน ทฺวาเรน ปาสาโท ปวิสิตพฺโพ โหติ, เตน ทฺวาเรน ปวิสิตฺวา สสาวกา สพฺเพ พุทฺธา สพฺพโสณฺณมเย สกลสุวณฺณมเย, ปีเฐ นิสินฺนา อริยมณฺฑลา อริยสมูหา อเหสุนฺติ อตฺโถ.
๒๔-๒๕. เอตรหิ วตฺตมาเน กาเล อนุตฺตรา อุตฺตรวิรหิตา เย จ พุทฺธา อตฺถิ สํวิชฺชนฺติ, เต จ ปจฺเจกพุทฺเธ อเนกสเต สยมฺภู สยเมว ภูเต อญฺญาจริยรหิเต, อปราชิเต ขนฺธกิเลสาภิสงฺขารมจฺจุเทวปุตฺตมาเรหิ อปราชิเต, ชยมาปนฺเน สนฺตปฺเปสินฺติ อตฺโถ. ภวนํ มยฺหํ ปาสาทํ อตีตกาเล จ วตฺตมานกาเล จ, สพฺเพ พุทฺธา สมารุหุํ สํ สุฏฺฐุ อารุหึสูติ อตฺโถ.
๒๖. เย ทิพฺพา ทิวิ ภวา ทิพฺพา เทวโลเก ชาตา, เย จ พหู กปฺปรุกฺขา อตฺถิ. เย จ มานุสา มนุสฺเส ชาตา เย จ พหู กปฺปรุกฺขา อตฺถิ, ตโต สพฺพํ ทุสฺสํ สมาหนฺตฺวา สํ สุฏฺฐุ อาหริตฺวา เตจีวรานิ กาเรตฺวา เต ปจฺเจกพุทฺเธ ติจีวเรหิ อจฺฉาเทมีติ สมฺพนฺโธ.
๒๗. เอวํ ติจีวเรหิ อจฺฉาเทตฺวา ปารุปาเปตฺวา เตสํ นิสินฺนานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ สมฺปนฺนํ มธุรํ ขชฺชํ ขาทิตพฺพํ ปูวาทิ กิญฺจิ, มธุรํ โภชฺชํ ภุญฺชิตพฺพํ อาหารญฺจ, มธุรํ สายนียํ เลหนียญฺจ, สมฺปนฺนํ มธุรํ ปิวิตพฺพํ อฏฺฐปานญฺจ, โภชนํ ภุญฺชิตพฺพํ อาหารญฺจ, สุเภ สุนฺทเร มณิมเย เสลมเย ปตฺเต สํ สุฏฺฐุ ปูเรตฺวา อทาสึ ปฏิคฺคหาเปสินฺติ อตฺโถ.
๒๘. สพฺเพ เต อริยมณฺฑลา สพฺเพ เต อริยสมูหา, ทิพฺพจกฺขุ สมา หุตฺวา มฏฺฐาติ ทิพฺพจกฺขุสมงฺคิโน หุตฺวา มฏฺฐา กิเลเสหิ รหิตตฺตา สิลิฏฺฐา โสภมานา จีวรสํยุตา ติจีวเรหิ สมงฺคีภูตา มธุรสกฺขราหิ จ เตเลน จ มธุผาณิเตหิ จ ปรมนฺเนน อุตฺตเมน อนฺเนน จ มยา ตปฺปิตา อปฺปิตา ปริปูริตา อเหสุนฺติ อตฺโถ.
๒๙. เต เอวํ สนฺตปฺปิตา อริยมณฺฑลา รตนคพฺภํ สตฺตหิ รตเนหิ นิมฺมิตคพฺภํ เคหํ, ปวิสิตฺวา คุหาสยา คุหายํ สยมานา, เกสรีว เกสรสีหา อิว, มหารหมฺหิ สยเน อนคฺเฆ มญฺเจ, สีหเสยฺยมกปฺปยุํ ยถา สีโห มิคราชา ทกฺขิณปสฺเสน สยนฺโต ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย ทกฺขิณหตฺถํ สีสูปธานํ กตฺวา วามหตฺถํ อุชุกํ ฐเปตฺวา วาลธึ อนฺตรสตฺถิยํ กตฺวา นิจฺจโล สยติ, เอวํ เสยฺยํ กปฺปยุํ กรึสูติ อตฺโถ.
๓๐. เต เอวํ สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา สมฺปชานา สติสมฺปชญฺญสมฺปนฺนา. สมุฏฺฐาย สํ สุฏฺฐุ อุฏฺฐหิตฺวา สยเน ปลฺลงฺกมาภุชุํ อูรุพทฺธาสนํ กรึสูติ อตฺโถ.
๓๑. โคจรํ สพฺพพุทฺธานนฺติ สพฺเพสํ อตีตานาคตานํ พุทฺธานํ โคจรํ อารมฺมณภูตํ ฌานรติสมปฺปิตา ฌานรติยา สํ สุฏฺฐุ อปฺปิตา สมงฺคีภูตา อเหสุนฺติ อตฺโถ, อญฺเญ ธมฺมานิ เทเสนฺตีติ เตสุ ปจฺเจกพุทฺเธสุ อญฺเญ เอกจฺเจ ธมฺเม เทเสนฺติ, อญฺเญ เอกจฺเจ อิทฺธิยา ปฐมาทิชฺฌานกีฬาย กีฬนฺติ รมนฺติ.
๓๒. อญฺเญ เอกจฺเจ อภิญฺญา ปญฺจ อภิญฺญาโย วสิภาวิตา วสีกรึสุ, ปญฺจสุ อภิญฺญาสุ อาวชฺชนสมาปชฺชนวุฏฺฐานอธิฏฺฐานปจฺจเวกฺขณสงฺขาตาหิ ปญฺจวสิตาหิ วสีภาวํ อิตา คตา ปตฺตา อภิญฺญาโย, อปฺเปนฺติ สมาปชฺชนฺติ. อญฺเญ เอกจฺเจ อเนกสหสฺสิโย วิกุพฺพนานิ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหตีติ เอวมาทีนิ อิทฺธิวิกุพฺพนานิ วิกุพฺพนฺติ กโรนฺตีติ อตฺโถ.
๓๓. พุทฺธาปิ พุทฺเธติ เอวํ สนฺนิปติเตสุ ปจฺเจกพุทฺเธสุ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิสยํ อารมฺมณภูตํ ปญฺหํ พุทฺธา พุทฺเธ ปุจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เต พุทฺธา อตฺถคมฺภีรตาย คมฺภีรํ นิปุณํ สุขุมํ, ฐานํ การณํ, ปญฺญาย วินิพุชฺฌเร วิเสเสน นิรวเสสโต พุชฺฌนฺติ.
๓๔. ตทา มม ปาสาเท สนฺนิปติตา สาวกาปิ พุทฺเธ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, พุทฺธา สาวเก สิสฺเส ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, เต พุทฺธา จ สาวกา จ อญฺญมญฺญํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา อญฺญมญฺญํ พฺยากโรนฺติ วิสฺสชฺเชนฺติ.
๓๕. ปุน เต สพฺเพ เอกโต ทสฺเสนฺโต ‘‘พุทฺธา ปจฺเจกพุทฺธา จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ พุทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺธา, ปจฺเจกพุทฺธา จ สาวกา จ สิสฺสา ปริจารกา นิสฺสิตกา เอเต สพฺเพ, สกาย สกาย รติยา รมมานา สลฺลีนา มม ปาสาเท อภิรมนฺตีติ อตฺโถ.
๓๖. เอวํ ตสฺมึ เวชยนฺตปาสาเท ปจฺเจกพุทฺธานํ อาจารสมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตโน อานุภาวํ ทสฺเสนฺโต โส ติโลกวิชโย จกฺกวตฺติราชา ‘‘ฉตฺตา ติฏฺฐนฺตุ รตนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ รตนา สตฺตรตนมยา, ฉตฺตา กญฺจนาเวฬปนฺติกา สุวณฺณชาเลหิ โอลมฺพิตา ติฏฺฐนฺตุ. มุตฺตาชาลปริกฺขิตฺตา มุตฺตาชาเลหิ ปริวาริตา, สพฺเพ ฉตฺตา มม มตฺถเก มุทฺธนิ, ธาเรนฺตูติ จินฺติตมตฺเตเยว ฉตฺตา ปาตุภูตา โหนฺตีติ อตฺโถ.
๓๗. โสณฺณตารกจิตฺติตา สุวณฺณตารกาหิ ททฺทลฺลมานา เจลวิตานา ภวนฺตุ นิพฺพตฺตนฺตุ. วิจิตฺตา อเนกวณฺณา, มลฺยวิตตา ปุปฺผปตฺถฏา, สพฺเพ อเนกวิตานา, มตฺถเก นิสีทนฏฺฐานสฺส อุปริภาเค ธาเรนฺตูติ อตฺโถ.
๓๘-๔๐. มลฺยทาเมหิ อเนกสุคนฺธปุปฺผทาเมหิ วิตตา ปริกิณฺณา, คนฺธทาเมหิ จนฺทนกุงฺกุมตคราทิสุคนฺธทาเมหิ, โสภิตา โปกฺขรณีติ สมฺพนฺโธ. ทุสฺสทาเมหิ ปตฺตุณฺณจีนาทิอนคฺฆทุสฺสทาเมหิ, ปริกิณฺณา สตฺตรตนทาเมหิ ภูสิตา อลงฺกตา โปกฺขรณี, ปุปฺผาภิกิณฺณา จมฺปกสฬลโสคนฺธิกาทิสุคนฺธปุปฺเผหิ อภิกิณฺณา สุฏฺฐุ วิจิตฺตา โสภิตา. ปุนรปิ กึ ภูตา โปกฺขรณี? สุรภิคนฺธสุคนฺเธหิ ภูสิตา วาสิตา. สมนฺตโต คนฺธปญฺจงฺคุลลงฺกตา ปญฺจหิ องฺคุเลหิ ลิมฺปิตคนฺเธหิ อลงฺกตา, เหมจฺฉทนฉาทิตา สุวณฺณฉทเนหิ สุวณฺณวิตาเนหิ ฉาทิตา, ปาสาทสฺส จาตุทฺทิสา โปกฺขรณิโย ปทุเมหิ จ อุปฺปเลหิ จ สุฏฺฐุ สนฺถตา ปตฺถฏา สุวณฺณรูเป สุวณฺณวณฺณา, ขายนฺตุ, ปทฺมเรณุรชุคฺคตา ปทุมเรณูหิ ธูลีหิ จ อากิณฺณา โปกฺขรณิโย โสภนฺตูติ อตฺโถ.
๔๑. มม เวชยนฺตปาสาทสฺส สมนฺตโต ปาทปา จมฺปกาทโย รุกฺขา สพฺเพ ปุปฺผนฺตุ เอเต ปุปฺผรุกฺขา. สยเมว ปุปฺผา มุญฺจิตฺวา วิคฬิตฺวา คนฺตฺวา ภวนํ โอกิรุํ, โอกิณฺณา ปาสาทสฺส อุปริ กโรนฺตูติ อตฺโถ.
๔๒. ตตฺถ ตสฺมึ มม เวชยนฺตปาสาเท สิขิโน มยูรา นจฺจนฺตู, ทิพฺพหํสา เทวตาหํสา, ปกูชเร สทฺทํ กโรนฺตุ, กรวีกา จ มธุรสทฺทา โกกิลา คายนฺตุ คีตวากฺยํ กโรนฺตุ, อปเร อนุตฺตา จ ทิชสงฺฆา ปกฺขิโน สมูหา ปาสาทสฺส สมนฺตโต มธุรรวํ รวนฺตูติ อตฺโถ.
๔๓. ปาสาทสฺส สมนฺตโก สพฺพา อาตตวิตตาทโย เภริโย วชฺชนฺตุ หญฺญนฺตุ, สพฺพา ตา อเนกตนฺติโย วีณา รสนฺตุ สทฺทํ กโรนฺตุ, สพฺพา อเนกปฺปการา สงฺคีติโย ปาสาทสฺส สมนฺตโต วตฺตนฺตุ ปวตฺตนฺตุ คายนฺตูติ อตฺโถ.
๔๔-๕. ยาวตา ยตฺตเก ฐาเน พุทฺธเขตฺตมฺหิ ทสสหสฺสิจกฺกวาเฬ ตโต ปเร จกฺกวาเฬ, โชติสมฺปนฺนา ปภาสมฺปนฺนา อจฺฉินฺนา มหนฺตา สมนฺตโต รตนามยา สตฺตหิ รตเนหิ กตา ขจิตา โสณฺณปลฺลงฺกา สุวณฺณปลฺลงฺกา ติฏฺฐนฺตุ, ปาสาทสฺส สมนฺตโต ทีปรุกฺขา ปทีปธารณา เตลรุกฺขา ชลนฺตุ, ปทีเปหิ ปชฺชลนฺตุ, ทสสหสฺสิปรมฺปรา ทสสหสฺสีนํ ปรมฺปรา ทสสหสฺสิโย เอกปชฺโชตา เอกปทีปา วิย ภวนฺตุ อุชฺโชตนฺตูติ อตฺโถ.
๔๖. นจฺจคีเตสุ เฉกา คณิกา นจฺจิตฺถิโย จ ลาสิกา มุเขน สทฺทการิกา จ ปาสาทสฺส สมนฺตโต นจฺจนฺตุ, อจฺฉราคณา เทวิตฺถิสมูหา นจฺจนฺตุ, นานารงฺคา อเนกวณฺณา นานารงฺคมณฺฑลา ปาสาทสฺส สมนฺตโต นจฺจนฺตุ, ปทิสฺสนฺตุ ปากฏา โหนฺตูติ อตฺโถ.
๔๗. ตทา อหํ ติโลกวิชโย นาม จกฺกวตฺติราชา หุตฺวา สกลจกฺกวาเฬ ทุมคฺเค รุกฺขคฺเค ปพฺพตคฺเค หิมวนฺตจกฺกวาฬปพฺพตาทีนํ อคฺเค สิเนรูปพฺพตมุทฺธนิ จ สพฺพฏฺฐาเนสุ วิจิตฺตํ อเนกวณฺณวิจิตฺตํ ปญฺจวณฺณิกํ นีลปีตาทิปญฺจวณฺณํ สพฺพํ ธชํ อุสฺสาเปมีติ อตฺโถ.
๔๘. นรา โลกนฺตรา นรา จ นาคโลกโต นาคา จ เทวโลกโต คนฺธพฺพา จ เทวา จ สพฺเพ อุเปนฺตุ อุปคจฺฉนฺตุ, เต นราทโย นมสฺสนฺตา มม นมกฺการํ กโรนฺตา ปญฺชลิกา กตหตฺถปุฏา มม เวชยนฺตํ ปาสาทํ ปริวารยุนฺติ อตฺโถ.
๔๙. เอวํ โส ติโลกวิชโย จกฺกวตฺติราชา ปาสาทสฺส จ อตฺตโน จ อานุภาวํ วณฺเณตฺวา อิทานิ อตฺตนา สมฺปตฺติกตปุญฺญผลํ สมาทเปนฺโต ‘‘ยํ กิญฺจิ กุสลํ กมฺม’’นฺติอาทิมาห. ยํ กิญฺจิ กุสลกมฺมสงฺขาตํ กิริยํ กตฺตพฺพํ อตฺถิ, ตํ สพฺพํ มม มยา กาเยน วา วาจาย วา มนสา วา ตีหิ ทฺวาเรหิ กตํ ติทเส สุกตํ สุฏฺฐุ กตํ, ตาวตึสภวเน อุปฺปชฺชนารหํ กตนฺติ อตฺโถ.
๕๐. ปุน สมาทเปนฺโต ‘‘เย สตฺตา สญฺญิโน’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เย สตฺตา มนุสฺสา วา เทวา วา พฺรหฺมาโน วา สญฺญิโน สญฺญาสหิตา อตฺถิ, เย จ สตฺตา อสญฺญิโน สญฺญารหิตา อสญฺญา สตฺตา สนฺติ, เต สพฺเพ สตฺตา มยฺหํ มยา กตํ ปุญฺญผลํ, ภาคี ภวนฺตุ ปุญฺญวนฺตา โหนฺตูติ อตฺโถ.
๕๑. ปุนปิ สมาทเปนฺโต โพธิสตฺโต ‘‘เยสํ กต’’นฺติอาทิมาห. มยา กตํ ปุญฺญํ เยหิ นรนาคคนฺธพฺพเทเวหิ สุวิทิตํ ญาตํ, เตสํ มยา ทินฺนํ ปุญฺญผลํ, ตสฺมึ มยา กเต ปุญฺเญ ทินฺนภาวํ เย นราทโย น ชานนฺติ, เทวา คนฺตฺวา เตสํ ตํ นิเวทยุํ อาโรจยุนฺติ อตฺโถ.
๕๒. สพฺพโลกมฺหิ เย สตฺตา อาหารนิสฺสิตา ชีวนฺติ, เต สพฺเพ สตฺตา มนุญฺญํ โภชนํ สพฺพํ มม เจตสา มม จิตฺเตน ลภนฺตุ, มม ปุญฺญิทฺธิยา ลภนฺตูติ อตฺโถ.
๕๓. มนสา ปสนฺเนน จิตฺเตน ยํ ทานํ มยา ทินฺนํ ตสฺมึ ทาเน จิตฺเตน ปสาทํ อาวหึ อุปฺปาเทสึ. สพฺพสมฺพุทฺธา จ ปจฺเจกา ปฏิเอกฺกา ชินสาวกา จ มยา จกฺกวตฺติรญฺญา ปูชิตา.
๕๔. สุกเตน เตน กมฺเมน สทฺทหิตฺวา กเตน กุสลกมฺเมน, เจตนาปณิธีหิ จ จิตฺเตน กตปตฺถนาหิ จ, มานุสํ เทหํ มนุสฺสสรีรํ, ชหิตฺวา ฉฑฺเฑตฺวา, อหํ ตาวตึสํ เทวโลกํ อคจฺฉึ อคมาสึ, สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย ตตฺถ อุปฺปชฺชินฺติ อตฺโถ.
๕๕. ตโต ติโลกวิชโย จกฺกวตฺติราชา กาลงฺกโต, ตโต ปฏฺฐาย อาคเต ทุเว ภเว เทฺว ชาติโย ปชานามิ เทวตฺเต เทวตฺตภาเว มานุเส มนุสฺสตฺตภาเว จ, ตโต ชาติทฺวยโต อญฺญํ คตึ อญฺญํ อุปปตฺตึ น ชานามิ น ปสฺสามิ, มนสา จิตฺเตน ปตฺถนาผลํ ปตฺถิตปตฺถนาผลนฺติ อตฺโถ.
๕๖. เทวานํ อธิโก โหมีติ ยทิ เทเวสุ ชาโต, อายุวณฺณพลเตเชหิ เทวานํ อธิโก เชฏฺโฐ เสฏฺโฐ อโหสินฺติ อตฺโถ. ยทิ มนุสฺเสสุ ชาโต, มนุชาธิโป มนุสฺสานํ อธิปติ อิสฺสโร ภวามิ, ตถา ราชภูโต อภิรูเปน รูปสมฺปตฺติยา จ ลกฺขเณน อาโรหปริณาหาทิลกฺขเณน จ สมฺปนฺโน สมฺปุณฺโณ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนภเว ปญฺญาย ปรมตฺถชานนปญฺญาย อสโม สมรหิโต, มยา สทิโส โกจิ นตฺถีติ อตฺโถ.
๕๗. มยา กตปุญฺญสมฺภาเรน ปุญฺญผเลน อุปฺปนฺนุปฺปนฺนภเว เสฏฺฐํ ปสฏฺฐํ มธุรํ วิวิธํ อเนกปฺปการํ โภชนญฺจ อนปฺปกํ พหุสตฺตรตนญฺจ วิวิธานิ, อเนกปฺปการานิ ปตฺตุณฺณโกเสยฺยาทิวตฺถานิ จ นภา อากาสโต มํ มม สนฺติกํ ขิปฺปํ สีฆํ อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺติ.
๕๘-๖๖. ปถพฺยา ปถวิยา ปพฺพเต จ อากาเส จ อุทเก จ วเน จ ยํ ยํ ยตฺถ ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ นิกฺขิปามิ, ตโต ตโต ทิพฺพา ภกฺขา ทิพฺพา อาหารา มํ มม สนฺติกํ อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺติ, ปาตุภวนฺตีติ อตฺโถ. ตถา ยถากฺกมํ สพฺเพ รตนา. สพฺเพ จนฺทนาทโย คนฺธา. สพฺเพ ยานา วาหนา. สพฺเพ จมฺปกนาคปุนฺนาคาทโย มาลา ปุปฺผา. สพฺเพ อลงฺการา อาภรณา. สพฺพา ทิพฺพกญฺญา. สพฺเพ มธุสกฺขรา. สพฺเพ ปูปาทโย ขชฺชา ขาทิตพฺพา มํ มม สนฺติกํ อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺติ.
๖๗-๖๘. สมฺโพธิวรปตฺติยาติ อุตฺตมจตุมคฺคญาณปตฺติยา ปาปุณนตฺถาย. มยา ยํ อุตฺตมทานํ กตํ ปูริตํ, เตน อุตฺตมทาเนน เสลสงฺขาตํ ปพฺพตํ สกลํ เอกนินฺนาทํ กโรนฺโต พหลํ คิรํ ปุถุลํ โฆสํ คชฺเชนฺโต, สเทวกํ โลกํ สกลํ มนุสฺสเทวโลกํ หาสยนฺโต โสมนสฺสปฺปตฺตํ กโรนฺโต โลเก สกลโลกตฺตเย วิวฏฺฏจฺฉโท พุทฺโธ อหํ ภวามีติ อตฺโถ.
๖๙. ทิสา ทสวิธา โลเกติ จกฺกวาฬโลเก ทสวิธา ทสโกฏฺฐาสา ทิสา โหนฺติ, ตตฺถ โกฏฺฐาเส ยายโต ยายนฺตสฺส คจฺฉนฺตสฺส อนฺตกํ นตฺถีติ อตฺโถ, จกฺกวตฺติกาเล ตสฺมึ มยา คตคตฏฺฐาเน ทิสาภาเค วา พุทฺธเขตฺตา พุทฺธวิสยา อสงฺขิยา สงฺขารหิตา.
๗๐. ปภา ปกิตฺติตาติ ตทา จกฺกวตฺติราชกาเล มยฺหํ ปภา จกฺกรตนมณิรตนาทีนํ ปภา อาโลกา ยมกา ยุคฬยุคฬา หุตฺวา รํสิวาหนา รํสึ มุญฺจมานา ปกิตฺติตา ปากฏา, เอตฺถนฺตเร ทสสหสฺสิจกฺกวาฬนฺตเร รํสิชาลํ รํสิสมูหํ, อาโลโก วิปุโล พหุตโร ภเว อโหสีติ อตฺโถ.
๗๑. เอตฺตเก โลกธาตุมฺหีติ ทสสหสฺสิจกฺกวาเฬสุ สพฺเพ ชนา มํ ปสฺสนฺตุ ทกฺขนฺตูติ อตฺโถ. สพฺเพ เทวา ยาว พฺรหฺมนิเวสนา ยาว พฺรหฺมโลกา มํ อนุวตฺตนฺตุ อนุกูลา ภวนฺตุ.
๗๒. วิสิฏฺฐมธุนาเทนาติ วิสฏฺเฐน มธุเรน นาเทน, อมตเภริมาหนินฺติ อมตเภรึ เทวทุนฺทุภึ ปหรึ, เอตฺถนฺตเร เอตสฺมึ ทสสหสฺสิจกฺกวาฬพฺภนฺตเร สพฺเพ ชนา มน มธุรํ คิรํ สทฺทํ สุณนฺตุ มนสิ กโรนฺตุ.
๗๓. ธมฺมเมเฆน วสฺสนฺเต ธมฺมเทสนามเยน นาเทน ตพฺโพหารปรมตฺถคมฺภีรมธุรสุขุมตฺถวสฺเส วสฺสนฺเต วสฺสมาเน สมฺมาสมฺพุทฺธานุภาเวน สพฺเพ ภิกฺขุภิกฺขุนีอาทโย อนาสวา นิกฺกิเลสา โหนฺตุ ภวนฺตุ. เยตฺถ ปจฺฉิมกา สตฺตาติ เอตฺถ เอเตสุ ราสิภูเตสุ จตูสุ ปริสสตฺเตสุ เย สตฺตา ปจฺฉิมกา คุณวเสน เหฏฺฐิมกา, เต สพฺเพ โสตาปนฺนา ภวนฺตูติ อธิปฺปาโย.
๗๔. ตทา ติโลกวิชยจกฺกวตฺติราชกาเล ทาตพฺพกํ ทาตพฺพยุตฺตกํ, ทานํ กตฺวา, อเสสโต นิสฺเสเสน, สีลํ สีลปารมึ, ปูเรตฺวา เนกฺขมฺเม เนกฺขมฺมปารมิตาย, ปารมึ โกฏึ ปตฺวา, อุตฺตมํ สมฺโพธึ จตุมคฺคญาณํ, ปตฺโต ภวามิ ภเวยฺยํ.
๗๕. ปณฺฑิเต ปญฺญวนฺเต เมธาวิโน ปริปุจฺฉิตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, กตฺตพฺพํ? กึ น กตฺตพฺพํ? กึ กุสลํ? กึ อกุสลํ? กึ กตฺวา สคฺคโมกฺขทฺวยสฺส ภาคี โหตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, เอวํ ปญฺญาปารมึ ปูเรตฺวาติ อตฺโถ. กตฺวา วีริยมุตฺตมนฺติ อุตฺตมํ เสฏฺฐํ ฐานนิสชฺชาทีสุ อวิจฺฉินฺนํ วีริยํ กตฺวา, วีริยปารมึ ปูเรตฺวาติ อตฺโถ. สกลวิรุทฺธชเนหิ กตอนาทราธิวาสนาขนฺติยา ปารมึ โกฏึ คนฺตฺวา ขนฺติปารมึ ปูเรตฺวา อุตฺตมํ สมฺโพธึ อุตฺตมํ สมฺพุทฺธตฺตํ ปตฺโต ภวามิ ภเวยฺยํ.
๗๖. กตฺวา ทฬฺหมธิฏฺฐานนฺติ ‘‘มม สรีรชีวิเตสุ วินสฺสนฺเตสุปิ ปุญฺญกมฺมโต น วิรมิสฺสามี’’ติ อจลวเสน ทฬฺหํ อธิฏฺฐานปารมึ กตฺวา ‘‘สีเส ฉิชฺชมาเนปิ มุสาวาทํ น กเถสฺสามี’’ติ สจฺจปารมิตาย โกฏึ ปูริย ปูเรตฺวา ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขี อเวรา’’ติอาทินา เมตฺตาปารมิตาย โกฏึ ปตฺวา อุตฺตมํ สมฺโพธึ ปตฺโตติ อตฺโถ.
๗๗. สชีวกาชีวกวตฺถูนํ ลาเภ จ เตสํ อลาเภ จ กายิกเจตสิกสุเข เจว ตถา ทุกฺเข จ สาทรชเนหิ กเต, สมฺมาเน เจว โอมาเน, จ สพฺพตฺถ สมโก สมานมานโส อุเปกฺขาปารมึ ปูเรตฺวา อุตฺตมํ สมฺโพธึ ปตฺโต ปาปุเณยฺยนฺติ อตฺโถ.
๗๘. โกสชฺชํ กุสีตภาวํ, ภยโต ภยวเสน ‘‘อปายทุกฺขภาคี’’ติ ทิสฺวา ญตฺวา อโกสชฺชํ อกุสีตภาวํ อลีนวุตฺตึ, วีริยํ เขมโต เขมวเสน ‘‘นิพฺพานคามี’’ติ ทิสฺวา ญตฺวา อารทฺธวีริยา โหถ ภวถ. เอสา พุทฺธานุสาสนี เอสา พุทฺธานํ อนุสิฏฺฐิ.
๗๙. วิวาทํ ภยโต ทิสฺวาติ วิวาทํ กลหํ ภยโต ทิสฺวา ‘‘อปายภาคี’’ติ ทิสฺวา ญตฺวา อวิวาทํ วิวาทโต วิรมณํ ‘‘นิพฺพานปฺปตฺตี’’ติ, เขมโต ทิสฺวา ญตฺวา สมคฺคา เอกคฺคจิตฺตา สขิลา สิลิฏฺฐา เมตฺตาย ธุรคตาย โสภมานา โหถาติ อตฺโถ. เอสา กถา มนฺตนา อุทีรณา พุทฺธานํ อนุสาสนี โอวาททานํ.
๘๐. ปมาทํ ฐานนิสชฺชาทีสุ สติวิปฺปวาเสน วิหรณํ ภยโต ‘‘นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเนสุ ทุกฺขิตทุรูปอปฺปนฺนปานตาทิสํวตฺตนกํ อปายาทิคมนญฺจา’’ติ ทิสฺวา ญตฺวา, อปฺปมาทํ สพฺพกิริยาสุ สติยา วิหรณํ, เขมโต วฑฺฒิโต ‘‘นิพฺพานสมฺปาปุณน’’นฺติ ทิสฺวา ปจฺจกฺขโต ญตฺวา อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธีติ อฏฺฐอวยวํ สมฺมาสมฺโพธิยา มคฺคํ อธิคมูปายํ ภาเวถ วฑฺเฒถ มนสิ กโรถ, เอสา กถา ภาสนา อุทีรณา พุทฺธานุสาสนี พุทฺธานํ อนุสิฏฺฐีติ อตฺโถ.
๘๑. สมาคตา พหู พุทฺธาติ อเนกสตสหสฺสสงฺขฺยา ปจฺเจกพุทฺธา สมาคตา ราสิภูตา, สพฺพโส สพฺพปฺปกาเรน อรหนฺตา จ ขีณาสวา อเนกสตสหสฺสา สมาคตา ราสิภูตา. ตสฺมา เต พุทฺเธ จ อรหนฺเต จ วนฺทมาเน วนฺทนารเห นมสฺสถ องฺคปจฺจงฺคนมกฺกาเรน นมสฺสถ วนฺทถ.
๘๒. เอวํ อิมินา มยา วุตฺตปฺปกาเรน อจินฺติยา จินฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยา, พุทฺธา, พุทฺธธมฺมาติ พุทฺเธหิ เทสิตา จตฺตาโร สติปฏฺฐานา…เป… อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ปญฺจกฺขนฺธา, เหตุปจฺจโย อารมฺมณปจฺจโยติอาทโย ธมฺมา, พุทฺธานํ วา สภาวา อจินฺติยา จินฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยา, อจินฺติเย จินฺตาวิสยาติกฺกนฺเต ปสนฺนานํ เทวมนุสฺสานํ วิปาโก เทวมนุสฺสสมฺปตฺตินิพฺพานสมฺปตฺติสงฺขาโต จินฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺโย สงฺขฺยาติกฺกนฺโต โหติ ภวติ.
อิติ เอตฺตาวตา จ ยถา อทฺธานคามิโน ‘‘มคฺคํ โน อาจิกฺขา’’ติ ปุฏฺเฐน ‘‘วามํ มุญฺจิตฺวา ทกฺขิณํ คณฺหถา’’ติ วุตฺเต เตน มคฺเคน คามนิคมราชธานีสุ กตฺตพฺพกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ปุน มุญฺจิเตน อปเรน วามมคฺเคน คตาปิ คามนิคมาทีสุ กตฺตพฺพกิจฺจํ นิฏฺฐาเปนฺติ, เอวเมว พุทฺธาปทานํ กุสลาปทานวเสน นิฏฺฐาเปตฺวา ตเทว อกุสลาปทานวเสน วิตฺถาเรตุํ อิทํ ปญฺหกมฺมํ –
‘‘ทุกฺกรญฺจ อพฺภกฺขานํ, อพฺภกฺขานํ ปุนาปรํ;
อพฺภกฺขานํ สิลาเวโธ, สกลิกาปิ จ เวทนา.
‘‘นาฬาคิริ สตฺตจฺเฉโท, สีสทุกฺขํ ยวขาทนํ;
ปิฏฺฐิทุกฺขมตีสาโร, อิเม อกุสลการณา’’ติ.
อตฺถ ปฐมปเญฺห – ทุกฺกรนฺติ ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรการิกา. อตีเต กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล โพธิสตฺโต โชติปาโล นาม พฺราหฺมณมาณโว หุตฺวา นิพฺพตฺโต พฺราหฺมณชาติวเสน สาสเน อปฺปสนฺโน ตสฺส ภควโต ปิโลติกกมฺมนิสฺสนฺเทน ‘‘กสฺสโป ภควา’’ติ สุตฺวา ‘‘กุโต มุณฺฑกสฺส สมณสฺส โพธิ, โพธิ ปรมทุลฺลภา’’ติ อาห. โส เตน กมฺมนิสฺสนฺเทน อเนกชาติสเตสุ นรกาทิทุกฺขมนุภวิตฺวา ตสฺเสว ภควโต อนนฺตรํ เตเนว ลทฺธพฺยากรเณน กมฺเมน ชาติสํสารํ เขเปตฺวา ปริโยสาเน เวสฺสนฺตรตฺตภาวํ ปตฺวา ตโต จุโต ตุสิตภวเน นิพฺพตฺโต. เทวตายาจเนน ตโต จวิตฺวา สกฺยกุเล นิพฺพตฺโต ญาณสฺส ปริปากตฺตา สกลชมฺพุทีปรชฺชํ ปหาย อโนมานทีตีเร สุนิสิเตนาสินา สมกุฏเกสกลาปํ ฉินฺทิตฺวา พฺรหฺมุนา อานีเต อิทฺธิมเย กปฺปสฺส สณฺฐานกาเล ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺเต อฏฺฐ ปริกฺขาเร ปฏิคฺคเหตฺวา ปพฺพชิตฺวา โพธิญาณทสฺสนสฺส ตาว อปริปกฺกตฺตา พุทฺธภาวาย มคฺคามคฺคํ อชานิตฺวา ฉพฺพสฺสานิ อุรุเวลชนปเท เอกาหารเอกาโลปเอกปุคฺคลเอกมคฺคเอกาสนโภชนวเสน อฏฺฐิจมฺมนหารุเสสํ นิมฺมํสรุธิรเปตรูปสทิสสรีโร ปธานสุตฺเต (สุ. นิ. ๔๒๗ อาทโย) วุตฺตนเยเนว ปธานํ มหาวีริยํ ทุกฺกรการิกํ อกาสิ. โส อิมํ ทุกฺกรการิกํ ‘‘สมฺโพธิยา มคฺคํ น โหตี’’ติ จินฺเตตฺวา คามนิคมราชธานีสุ ปณีตาหารํ ปริภุญฺชิตฺวา ปีณินฺทฺริโย ปริปุณฺณทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขโณ กเมน โพธิมณฺฑมุปคนฺตฺวา ปญฺจ มาเร ชินิตฺวา พุทฺโธ ชาโตติ.
‘‘อวจาหํ โชติปาโล, สุคตํ กสฺสปํ ตทา;
กุโต นุ โพธิ มุณฺฑสฺส, โพธิ ปรมทุลฺลภา.
‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ;
ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ, ตโต โพธิมปาปุณึ.
‘‘นาหํ เอเตน มคฺเคน, ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ;
กุมฺมคฺเคน คเวสิสฺสํ, ปุพฺพกมฺเมน วาริโต.
‘‘ปุญฺญปาปปริกฺขีโณ, สพฺพสนฺตาปวชฺชิโต;
อโสโก อนุปายาโส, นิพฺพายิสฺสมนาสโว’’ติ. (อป. เถร ๑.๓๙.๙๒-๙๕);
ทุติยปเญฺห – อพฺภกฺขานนฺติ อภิ อกฺขานํ ปริภาสนํ. อตีเต กิร โพธิสตฺโต สุทฺทกุเล ชาโต อปากโฏ อปฺปสิทฺโธ มุนาฬิ นาม ธุตฺโต หุตฺวา ปฏิวสติ. ตทา มหิทฺธิโก มหานุภาโว สุรภิ นาม ปจฺเจกพุทฺโธ เกนจิ กรณีเยน ตสฺส สมีปฏฺฐานํ ปาปุณิ. โส ตํ ทิสฺวาว ‘‘ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อยํ สมโณ’’ติอาทินา อพฺภาจิกฺขิ. โส เตน อกุสลนิสฺสนฺเทน นรกาทีสุ อเนกวสฺสสหสฺสานิ ทุกฺขมนุภวิตฺวา อิมสฺมึ ปจฺฉิมตฺตภาเว ยทา ติตฺถิยา ปฐมตรํ ภควโต ตุสิตภวเน วสนสมเย จ ปากฏา หุตฺวา สกลชนํ วญฺเจตฺวา ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย ทีเปตฺวา วิจรนฺติ, ตทา ตุสิตปุรา จวิตฺวา สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา กเมน พุทฺโธ ชาโต. ติตฺถิยา สูริยุคฺคมเน ขชฺโชปนกา วิย วิหตลาภสกฺการา ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา วิจรนฺติ. ตสฺมึ สมเย ราชคหเสฏฺฐิ คงฺคาย ชาลํ พนฺธิตฺวา กีฬนฺโต รตฺตจนฺทนฆฏิกํ ทิสฺวา อมฺหากํ เคเห จนฺทนานิ พหูนิ, อิมํ ภมํ อาโรเปตฺวา เตน ภมกาเรหิ ปตฺตํ ลิขาเปตฺวา เวฬุปรมฺปราย ลคฺเคตฺวา ‘‘เย อิมํ ปตฺตํ อิทฺธิยา อาคนฺตฺวา คณฺหนฺติ, เตสํ ภตฺติโก ภวิสฺสามี’’ติ เภรึ จราเปสิ.
ตทา ติตฺถิยา ‘‘นฏฺฐมฺหา ทานิ นฏฺฐมฺหา ทานี’’ติ มนฺเตตฺวา นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต สกปริสํ เอวมาห – ‘‘อหํ เวฬุสมีปํ คนฺตฺวา อากาเส อุลฺลงฺคนาการํ กโรมิ, ‘ตุเมฺห ฉวทารุมยํ ปตฺตํ ปฏิจฺจ มา อิทฺธึ กโรถา’ติ มํ ขนฺเธ คเหตฺวา วาเรถา’’ติ, เต ตถา คนฺตฺวา ตถา อกํสุ.
ตทา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช จ โมคฺคลฺลาโน จ ติคาวุเต เสลปพฺพตมตฺถเก ฐตฺวา ปิณฺฑปาตคณฺหนตฺถาย จีวรํ ปารุปนฺตา ตํ โกลาหลํ สุณึสุ. เตสุ โมคฺคลฺลาโน ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ ‘‘ตฺวํ อากาเสน คนฺตฺวา ตํ ปตฺตํ คณฺหาหี’’ติ อาห. โส ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺหเยว ภควตา อิทฺธิมนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิตา, ตุเมฺหว คณฺหถา’’ติ อาห. ตถาปิ ‘‘มยา อาณตฺโต ตฺวเมว คณฺหาหี’’ติ อาณตฺโต อตฺตนา ฐิตํ ติคาวุตํ เสลปพฺพตํ ปาทตเล ลคฺเคตฺวา อุกฺขลิยา ปิธานํ วิย สกลราชคหนครํ ฉาเทสิ, ตทา นครวาสิโน ผฬิกปพฺพเต อาวุตํ รตฺตสุตฺตมิว ตํ เถรํ ปสฺสิตฺวา ‘‘ภนฺเต ภารทฺวาช, อเมฺห รกฺขถา’’ติ อุคฺโฆสยึสุ, ภีตา สุปฺปาทีนิ สีเส อกํสุ. ตทา เถโร ตํ ปพฺพตํ ฐิตฏฺฐาเน วิสฺสชฺเชตฺวา อิทฺธิยา คนฺตฺวา ตํ ปตฺตํ อคฺคเหสิ, ตทา นครวาสิโน มหาโกลาหลมกํสุ.
ภควา เวฬุวนาราเม นิสินฺโน ตํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘กึ เอโส สทฺโท’’ติ อานนฺทํ ปุจฺฉิ. ‘‘ภารทฺวาเชน, ภนฺเต, ปตฺตสฺส คหิตตฺตา สนฺตุฏฺฐา นครวาสิโน อุกฺกุฏฺฐิสทฺทมกํสู’’ติ อาห. ตทา ภควา อายตึ ปรูปวาทโมจนตฺถํ ตํ ปตฺตํ อาหราเปตฺวา เภทาเปตฺวา อญฺชนุปปิสนํ กตฺวา ภิกฺขูนํ ทาเปสิ, ทาเปตฺวา จ ปน ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทฺธิวิกุพฺพนา กาตพฺพา, โย กเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๒ โถกํ วิสทิสํ) สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสิ.
ตโต ติตฺถิยา ‘‘สมเณน กิร โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, เต ชีวิตเหตุปิ ตํ นาติกฺกมนฺติ, มยํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ กริสฺสามา’’ติ ตตฺถ ตตฺถ ราสิภูตา โกลาหลมกํสุ. อถ ราชา พิมฺพิสาโร ตํ สุตฺวา ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ภควนฺตเมวมาห – ‘‘ติตฺถิยา, ภนฺเต, ‘อิทฺธิปาฏิหาริยํ กริสฺสามา’ติ อุคฺโฆเสนฺตี’’ติ. ‘‘อหมฺปิ, มหาราช, กริสฺสามี’’ติ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, ภควตา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺต’’นฺติ. ‘‘ตเมว, มหาราช, ปุจฺฉิสฺสามิ, ตวุยฺยาเน อมฺพผลาทีนิ ขาทนฺตานํ ‘เอตฺตโก ทณฺโฑ’ติ ทณฺฑํ ฐเปนฺโต ตวาปิ เอกโต กตฺวา ฐเปสี’’ติ. ‘‘น มยฺหํ, ภนฺเต, ทณฺโฑ’’ติ. ‘‘เอวํ, มหาราช, น มยฺหํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ อตฺถี’’ติ. ‘‘กตฺถ, ภนฺเต, ปาฏิหาริยํ ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘สาวตฺถิยา สมีเป กณฺฑมฺพรุกฺขมูเล, มหาราชา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต, ตํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. ตโต ติตฺถิยา ‘‘กณฺฑมฺพรุกฺขมูเล กิร ปาฏิหาริยํ ภวิสฺสตี’’ติ สุตฺวา นครสฺส สามนฺตา อมฺพรุกฺเข เฉทาเปสุํ, นาครา มหาองฺคณฏฺฐาเน มญฺจาติมญฺจํ อฏฺฏาทโย พนฺธึสุ, สกลชมฺพุทีปวาสิโน ราสิภูตา ปุรตฺถิมทิสายเมว ทฺวาทสโยชนานิ ผริตฺวา อฏฺฐํสุ. เสสทิสาสุปิ ตทนุรูเปนากาเรน สนฺนิปตึสุ.
ภควาปิ กาเล สมฺปตฺเต อาสาฬฺหิปุณฺณมาสิยํ ปาโตว กตฺตพฺพกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ กณฺโฑ นาม อุยฺยานปาโล กิปิลฺลิกปุเฏ สุปกฺกํ อมฺพผลํ ทิสฺวา ‘‘สจาหํ อิมํ รญฺโญ ทเทยฺยํ, กหาปณาทิสารํ ลเภยฺยํ, ภควโต อุปนามิเต ปน อิธโลกปรโลเกสุ สมฺปตฺติ ภวิสฺสตี’’ติ ภควโต อุปนาเมสิ. ภควา ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา อานนฺทตฺเถรํ อาณาเปสิ – ‘‘อิมํ ผลํ มทฺทิตฺวา ปานํ เทหี’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ. ภควา อมฺพรสํ ปิวิตฺวา อมฺพฏฺฐึ อุยฺยานปาลสฺส ทตฺวา ‘‘อิมํ โรเปหี’’ติ อาห. โส วาลุกํ วิยูหิตฺวา ตํ โรเปสิ, อานนฺทตฺเถโร กุณฺฑิกาย อุทกํ อาสิญฺจิ. ตสฺมึ ขเณ อมฺพงฺกุโร อุฏฺฐหิตฺวา มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว สาขาวิฏปปุปฺผผลปลฺลวภริโต ปญฺญายิตฺถ. ปติตํ อมฺพผลํ ขาทนฺตา สกลชมฺพุทีปวาสิโน ขยํ ปาเปตุํ นาสกฺขึสุ.
อถ ภควา ปุรตฺถิมจกฺกวาฬโต ยาว ปจฺฉิมจกฺกวาฬํ, ตาว อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ มหาเมรุมุทฺธนิ รตนจงฺกมํ มาเปตฺวา อเนกปริสาหิ สีหนาทํ นทาเปนฺโต ธมฺมปทฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน มหาอิทฺธิปาฏิหาริยํ กตฺวา ติตฺถิเย มทฺทิตฺวา เต วิปฺปการํ ปาเปตฺวา ปาฏิหีราวสาเน ปุริมพุทฺธาจิณฺณวเสน ตาวตึสภวนํ คนฺตฺวา ตตฺถ วสฺสํวุฏฺโฐ นิรนฺตรํ เตมาสํ อภิธมฺมํ เทเสตฺวา มาตุปฺปมุขานํ อเนกเทวตานํ โสตาปตฺติมคฺคาธิคมนํ กตฺวา, วุฏฺฐวสฺโส เทโวโรหนํ กตฺวา อเนกเทวพฺรหฺมคณปริวุโต สงฺกสฺสปุรทฺวารํ โอรุยฺห โลกานุคฺคหํ อกาสิ. ตทา ภควโต ลาภสกฺกาโร ชมฺพุทีปมชฺโฌตฺถรมาโน ปญฺจมหาคงฺคา วิย อโหสิ.
อถ ติตฺถิยา ปริหีนลาภสกฺการา ทุกฺขี ทุมฺมนา ปตฺตกฺขนฺธา อโธมุขา นิสีทึสุ. ตทา เตสํ อุปาสิกา จิญฺจมาณวิกา นาม อติวิย รูปคฺคปฺปตฺตา เต ตถา นิสินฺเน ทิสฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, เอวํทุกฺขี ทุมฺมนา นิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ ปน ตฺวํ, ภคินิ, อปฺโปสฺสุกฺกาสี’’ติ? ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘ภคินิ, สมณสฺส โคตมสฺส อุปฺปาทกาลโต ปฏฺฐาย มยํ หตลาภสกฺการา, นครวาสิโน อเมฺห น กิญฺจิ มญฺญนฺตี’’ติ. ‘‘มยา เอตฺถ กึ กาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ตยา สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ อุปฺปาเทตุํ วฏฺฏตี’’ติ. สา ‘‘น มยฺหํ ภาโร’’ติ วตฺวา ตตฺถ อุสฺสาหํ กโรนฺตี วิกาเล เชตวนวิหารํ คนฺตฺวา ติตฺถิยานํ อุปสฺสเย วสิตฺวา ปาโต นครวาสีนํ คนฺธาทีนิ คเหตฺวา ภควนฺตํ วนฺทนตฺถาย คมนสมเย เชตวนา วิย นิกฺขนฺตา, ‘‘กตฺถ สยิตา’’ติ ปุฏฺฐา ‘‘กึ ตุมฺหากํ มม สยิตฏฺฐาเนนา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. สา กเมน คจฺฉนฺเต กาเล ปุจฺฉิตา ‘‘สมเณนาหํ โคตเมน เอกคนฺธกุฏิยํ สยิตฺวา นิกฺขนฺตา’’ติ อาห. ตํ พาลปุถุชฺชนา สทฺทหึสุ, ปณฺฑิตา โสตาปนฺนาทโย น สทฺทหึสุ. เอกทิวสํ สา ทารุมณฺฑลํ อุทเร พนฺธิตฺวา อุปริ รตฺตปฏํ ปริทหิตฺวา คนฺตฺวา สราชิกาย ปริสาย ธมฺมเทสนตฺถาย นิสินฺนํ ภควนฺตํ เอวมาห – ‘‘โภ สมณ, ตฺวํ ธมฺมํ เทเสสิ, ตุยฺหํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนทารกคพฺภินิยา มยฺหํ ลสุณมริจาทีนิ น วิจาเรสี’’ติ? ‘‘ตถาภาวํ, ภคินิ, ตฺวญฺเจว ปชานาสิ, อหญฺจา’’ติ. สา ‘‘เอวเมว เมถุนสํสคฺคสมยํ เทฺวเยว ชานนฺติ, น อญฺเญ’’ติ อาห.
ตสฺมึ ขเณ สกฺกสฺส ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ ญตฺวา เทฺว เทวปุตฺเต อาณาเปสิ – ‘‘ตุเมฺหสุ เอโก มูสิกวณฺณํ มาเปตฺวา ตสฺสา ทารุมณฺฑลสฺส พนฺธนํ ฉินฺทตุ, เอโก วาตมณฺฑลํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ปารุตปฏํ อุทฺธํ ขิปตู’’ติ. เต คนฺตฺวา ตถา อกํสุ. ทารุมณฺฑลํ ปตมานํ ตสฺสา ปาทปิฏฺฐึ ภินฺทิ. ธมฺมสภายํ สนฺนิปติตา ปุถุชฺชนา สพฺเพ ‘‘อเร, ทุฏฺฐโจริ, ตฺวํ เอวรูปสฺส โลกตฺตยสามิโน เอวรูปํ อพฺภกฺขานํ อกาสี’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา เอเกกมุฏฺฐิปหารํ ทตฺวา สภาย นีหรึสุ, ทสฺสนาติกฺกนฺตาย ปถวี วิวรมทาสิ. ตสฺมึ ขเณ อวีจิโต ชาลา อุฏฺฐหิตฺวา กุลทตฺติเกน รตฺตกมฺพเลเนว ตํ อจฺฉาเทตฺวา อวีจิมฺหิ ปกฺขิปิ, ภควโต ลาภสกฺกาโร อติเรกตโร อโหสิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘สพฺพาภิภุสฺส พุทฺธสฺส, นนฺโท นามาสิ สาวโก;
ตํ อพฺภกฺขาย นิรเย, จิรํ สํสริตํ มยา.
‘‘ทสวสฺสสหสฺสานิ, นิรเย สํสรึ จิรํ;
มนุสฺสภาวํ ลทฺธาหํ, อพฺภกฺขานํ พหุํ ลภึ.
‘‘เตน กมฺมาวเสเสน, จิญฺจมาณวิกา มมํ;
อพฺภาจิกฺขิ อภูเตน, ชนกายสฺส อคฺคโต’’ติ. (อป. เถร ๑.๓๙.๗๐-๗๒);
ตติยปเญฺห – อพฺภกฺขานนฺติ อภิ อกฺขานํ อกฺโกสนํ. อตีเต กิร โพธิสตฺโต อปากฏชาติยํ อุปฺปนฺโน มุนาฬิ นาม ธุตฺโต หุตฺวา ทุชฺชนสํสคฺคพเลน สุรภึ นาม ปจฺเจกพุทฺธํ ‘‘ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อยํ ภิกฺขู’’ติ อกฺโกสิ. โส เตน อกุสเลน วจีกมฺเมน พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺวา อิมสฺมึ ปจฺฉิมตฺตภาเว ทสปารมิตาสํสิทฺธิพเลน พุทฺโธ ชาโต ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต อโหสิ. ปุน ติตฺถิยา อุสฺสาหชาตา – ‘‘กถํ นุ โข สมณสฺส โคตมสฺส อยสํ อุปฺปาเทสฺสามา’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมนา นิสีทึสุ. ตทา สุนฺทรี นาเมกา ปริพฺพาชิกา เต อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ฐิตา ตุณฺหีภูเต กิญฺจิ อวทนฺเต ทิสฺวา ‘‘กึ มยฺหํ โทโส’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สมเณน โคตเมน อเมฺห วิเหฐิยมาเน ตฺวํ อปฺโปสฺสุกฺกา วิหริสฺสสิ, อิทํ ตว โทโส’’ติ. ‘‘เอวมหํ ตตฺถ กึ กริสฺสามี’’ติ? ‘‘ตฺวํ สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ อุปฺปาเทตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ? ‘‘สกฺขิสฺสามิ, อยฺยา’’ติ วตฺวา ตโต ปฏฺฐาย วุตฺตนเยน ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ ‘‘สมเณน โคตเมน เอกคนฺธกุฏิยํ สยิตฺวา นิกฺขนฺตา’’ติ วตฺวา อกฺโกสติ ปริภาสติ. ติตฺถิยาปิ ‘‘ปสฺสถ, โภ, สมณสฺส โคตมสฺส กมฺม’’นฺติ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘มุนาฬิ นามหํ ธุตฺโต, ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ;
ปจฺเจกพุทฺธํ สุรภึ, อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ.
‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, นิรเย สํสรึ จิรํ;
พหู วสฺสสหสฺสานิ, ทุกฺขํ เวเทสิ เวทนํ.
‘‘เตน กมฺมาวเสเสน, อิธ ปจฺฉิมเก ภเว;
อพฺภกฺขานํ มยา ลทฺธํ, สุนฺทริกาย การณา’’ติ. (อป. เถร ๑.๓๙.๖๗-๖๙);
จตุตฺถปเญฺห – อพฺภกฺขานํ อภิ วิเสเสน อกฺโกสนํ ปริภาสนํ. อตีเต กิร โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล อุปฺปนฺโน พหุสฺสุโต พหูหิ สกฺกโต ปูชิโต ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต วนมูลผลาหาโร พหุมาณเว มนฺเต วาเจนฺโต วาสํ กปฺเปสิ. เอโก ปญฺจาภิญฺญาอฏฺฐสมาปตฺติลาภี ตาปโส ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. โส ตํ ทิสฺวาว อิสฺสาปกโต ตํ อทูสกํ อิสึ ‘‘กามโภคี กุหโก อยํ อิสี’’ติ อพฺภาจิกฺขิ, อตฺตโน สิสฺเส จ อาห – ‘‘อยํ อิสิ เอวรูโป อนาจารโก’’ติ. เตปิ ตเถว อกฺโกสึสุ ปริภาสึสุ. โส เตน อกุสลกมฺมวิปาเกน วสฺสสหสฺสานิ นิรเย ทุกฺขมนุภวิตฺวา อิมสฺมึ ปจฺฉิมตฺตภาเว พุทฺโธ หุตฺวา ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต อากาเส ปุณฺณจนฺโท วิย ปากโฏ ชาโต. ตเถว ติตฺถิยา อพฺภกฺขาเนนปิ อสนฺตุฏฺฐา ปุนปิ สุนฺทริยา อพฺภกฺขานํ กาเรตฺวา สุราธุตฺเต ปกฺโกสาเปตฺวา ลญฺชํ ทตฺวา ‘‘ตุเมฺห สุนฺทรึ มาเรตฺวา เชตวนทฺวารสมีเป มาลากจวเรน ฉาเทถา’’ติ อาณาเปสุํ. เต ตถา กรึสุ. ตโต ติตฺถิยา ‘‘สุนฺทรึ น ปสฺสามา’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘ปริเยสถา’’ติ อาห. เต อตฺตนา ปาติตฏฺฐานโต คเหตฺวา มญฺจกํ อาโรเปตฺวา รญฺโญ ทสฺเสตฺวา ‘‘ปสฺสถ, โภ, สมณสฺส โคตมสฺส สาวกานํ กมฺม’’นฺติ ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ สกลนคเร อวณฺณํ อุคฺโฆเสนฺตา วิจรึสุ. สุนฺทรึ อามกสุสาเน อฏฺฏเก ฐเปสุํ. ราชา ‘‘สุนฺทริมารเก ปริเยสถา’’ติ อาณาเปสิ. ตทา ธุตฺตา สุรํ ปิวิตฺวา ‘‘ตฺวํ สุนฺทรึ มาเรสิ, ตฺวํ มาเรสี’’ติ กลหํ กรึสุ. ราชปุริสา เต ธุตฺเต คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา ‘‘กึ, ภเณ, ตุเมฺหหิ สุนฺทรี มาริตา’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เกหิ อาณตฺตา’’ติ? ‘‘ติตฺถิเยหิ, เทวา’’ติ. ราชา ติตฺถิเย อาหราเปตฺวา พนฺธาเปตฺวา ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, ‘พุทฺธสฺส อวณฺณตฺถาย อเมฺหหิ สยเมว สุนฺทรี มาราปิตา, ภควา ตสฺส สาวกา จ อการกา’ติ อุคฺโฆสถา’’ติ อาห. เต ตถา อกํสุ. สกลนครวาสิโน นิกฺกงฺขา อเหสุํ. ราชา ติตฺถิเย จ ธุตฺเต จ มาราเปตฺวา ฉฑฺฑาเปติ. ตโต ภควโต ภิยฺโยโสมตฺตาย ลาภสกฺกาโร วฑฺฒิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘พฺราหฺมโณ สุตวา อาสึ, อหํ สกฺกตปูชิโต;
มหาวเน ปญฺจสเต, มนฺเต วาเจมิ มาณเว.
‘‘ตตฺถาคโต อิสิ ภีโม, ปญฺจาภิญฺโญ มหิทฺธิโก;
ตญฺจาหํ อาคตํ ทิสฺวา, อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ.
‘‘ตโตหํ อวจํ สิสฺเส, กามโภคี อยํ อิสิ;