๓-๒. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรอปทานวณฺณนา
อโนมทสฺสี ภควาตฺยาทิกํ อายสฺมโต โมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อปทานํ. อยญฺจ เถโร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อโนมทสฺสิสฺส ภควโต กาเลติอาทิ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ธมฺมเสนาปติโน วตฺถุมฺหิ วุตฺตเมว. เถโร หิ ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตเม ทิวเส มคธรฏฺเฐ กลฺลวาลคามกํ อุปนิสฺสาย สมณธมฺมํ กโรนฺโต ถินมิทฺเธ โอกฺกมนฺเต สตฺถารา ‘‘โมคฺคลฺลาน, มา ตุจฺโฉ ตว วายาโม’’ติอาทินา สํเวชิโต ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา ภควตา วุจฺจมานํ ธาตุกมฺมฏฺฐานํ สุณนฺโต เอว วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา อุปริมคฺคตฺตยํ อธิคนฺตฺวา อคฺคผลกฺขเณ สาวกญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ.
๓๗๕. เอวํ ทุติยสาวกภาวํ ปตฺวา อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสวเสน ปุพฺพจริยํ อปทานํ ปกาเสนฺโต อโนมทสฺสี ภควาติอาทิมาห. ตตฺถ น โอมํ อลามกํ ทสฺสนํ ปสฺสนํ อสฺสาติ อโนมทสฺสี. ตสฺส หิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตสรีรตฺตา สกลํ ทิวสํ สกลํ มาสํ สกลํ สํวจฺฉรํ สํวจฺฉรสตสหสฺสมฺปิ ปสฺสนฺตานํ เทวมนุสฺสานํ อติตฺติกรํ ทสฺสนนฺติ, อโนมํ อลามกํ นิพฺพานํ ทสฺสนสีโลติ วา ‘‘อโนมทสฺสี’’ติ ลทฺธนาโม ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควา. โลกเชฏฺโฐติ สกลสตฺตโลกสฺส เชฏฺโฐ ปธาโน. อาสภสทิสตฺตา อาสโภ, นรานํ อาสโภ นราสโภ. โส โลกเชฏฺโฐ นราสโภ อโนมทสฺสี ภควา เทวสงฺฆปุรกฺขโต เทวสมูเหหิ ปริวาริโต. หิมวนฺตมฺหิ วิหาสีติ สมฺพนฺโธ.
๓๗๖. ยทา ทุติยสาวกภาวาย ทุติยวาเร ปตฺถนํ อกาสิ, ตทา นาเมน วรุโณ นาม อหํ นาคราชา หุตฺวา นิพฺพตฺโต อโหสินฺติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วรุโณ นาม นาเมน, นาคราชา อหํ ตทา’’ติ. กามรูปีติ ยทิจฺฉิตกามนิมฺมานสีโล. วิกุพฺพามีติ วิวิธํ อิทฺธิวิกุพฺพนํ กโรมิ. มโหทธินิวาสหนฺติ มญฺเชริกา นาคา, ภูมิคตา นาคา, ปพฺพตฏฺฐา นาคา, คงฺคาวเหยฺยา นาคา, สามุทฺทิกา นาคาติ อิเมสํ นาคานํ อนฺตเร สามุทฺทิกนาโค อหํ มโหทธิมฺหิ สมุทฺเท นิวาสึ, วาสํ กปฺเปสินฺติ อตฺโถ.
๓๗๗. สงฺคณิยํ คณํ หิตฺวาติ นิจฺจปริวารภูตํ สกปริวารํ นาคสมูหํ หิตฺวา วินา หุตฺวา. ตูริยํ ปฏฺฐเปสหนฺติ อหํ ตูริยํ ปฏฺฐเปสึ, วชฺชาเปสินฺติ อตฺโถ. สมฺพุทฺธํ ปริวาเรตฺวาติ อโนมทสฺสิสมฺพุทฺธํ สมนฺตโต เสวมานา อจฺฉรา นาคมาณวิกา วาเทสุํ ทิพฺพวาเทหิ คีตา วากฺยาทีหิ วาเทสุํ ลทฺธานุรูปโต วชฺเชสุํ ตทาติ อตฺโถ.
๓๗๘. วชฺชมาเนสุ ตูเรสูติ มนุสฺสนาคตูริเยสุ ปญฺจงฺคิเกสุ วชฺชมาเนสุ. เทวา ตูรานิ วชฺชยุนฺติ จาตุมหาราชิกา เทวา ทิพฺพตูริยานิ วชฺชึสุ วาเทสุนฺติ อตฺโถ. อุภินฺนํ สทฺทํ สุตฺวานาติ อุภินฺนํ เทวมนุสฺสานํ เภริสทฺทํ สุตฺวา. ติโลกครุสมาโนปิ พุทฺโธ สมฺปพุชฺฌถ ชานาติ สุณาตีติ อตฺโถ.
๓๗๙. นิมนฺเตตฺวาน สมฺพุทฺธนฺติ สสาวกสงฺฆํ สมฺพุทฺธํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา ปริวาเรตฺวา. สกภวนนฺติ อตฺตโน นาคภวนํ อุปาคมึ. คนฺตฺวา จ อาสนํ ปญฺญเปตฺวานาติ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานกุฏิมณฺฑปสยนนิสีทนฏฺฐานานิ ปญฺญาเปตฺวา สชฺเชตฺวาติ อตฺโถ. กาลมาโรจยึ อหนฺติ เอวํ กตปุพฺพวิธาโน อหํ ‘‘กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ กาลํ อาโรจยึ วิญฺญาเปสึ.
๓๘๐. ขีณาสวสหสฺเสหีติ ตทา โส ภควา อรหนฺตสหสฺเสหิ ปริวุโต โลกนายโก สพฺพา ทิสา โอภาเสนฺโต เม ภวนํ อุปาคมิ สมฺปตฺโตติ อตฺโถ.
๓๘๑. อตฺตโน ภวนํ ปวิฏฺฐํ ภควนฺตํ โภชนาการํ ทสฺเสนฺโต อุปวิฏฺฐํ มหาวีรนฺติอาทิมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
๓๘๖. โอกฺกากกุลสมฺภโวติ โอกฺกากรญฺโญ ปรมฺปราคตราชกุเล อุปฺปนฺโน สกลชมฺพุทีเป ปากฏราชกุเล อุปฺปนฺโน วา โคตฺเตน โคตฺตวเสน โคตโม นาม สตฺถา มนุสฺสโลเก ภวิสฺสติ.
๓๘๘. โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวานาติ โส นาคราชา ปจฺฉา ปจฺฉิมภเว กุสลมูเลน ปุญฺญสมฺภาเรน โจทิโต อุยฺโยชิโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา โคตมสฺส ภควโต ทุติโย อคฺคสาวโก เหสฺสตีติ พฺยากรณมกาสิ.
๓๘๙. อารทฺธวีริโยติ ฐานนิสชฺชาทีสุ อิริยาปเถสุ วีริยวา. ปหิตตฺโตติ นิพฺพาเน เปสิตจิตฺโต. อิทฺธิยา ปารมึ คโตติ ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๐, ๑๙๐) อธิฏฺฐานิทฺธิวิกุพฺพนิทฺธิกมฺมวิปากชิทฺธิอาทีสุ ปารมึ ปริโยสานํ คโต ปตฺโต. สพฺพาสเวติ อา สมนฺตโต สวนโต ปวตฺตนโต ‘‘อาสวา’’ติ ลทฺธนาเม กามภวทิฏฺฐิอวิชฺชาธมฺเม สพฺเพ ปริญฺญาย สมนฺตโต อญฺญาย ชานิตฺวา ปชหิตฺวา อนาสโว นิกฺกิเลโส. นิพฺพายิสฺสตีติ กิเลสขนฺธปรินิพฺพาเนน นิพฺพายิสฺสตีติ สมฺพนฺโธ.
๓๙๐. เอวํ เถโร อตฺตโน ปุญฺญวเสน ลทฺธพฺยากรณํ วตฺวา ปุน ปาปจริยํ ปกาเสนฺโต ปาปมิตฺโตปนิสฺสายาติอาทิมาห. ตตฺถ ปาปมิตฺเต ปาปเก ลามเก มิตฺเต อุปนิสฺสาย นิสฺสเย กตฺวา เตหิ สํสคฺโค หุตฺวาติ อตฺโถ.
ตตฺรายมนุปุพฺพี กถา – เอกสฺมึ สมเย ติตฺถิยา สนฺนิปติตฺวา มนฺเตสุํ – ‘‘ชานาถาวุโส, เกน การเณน สมณสฺส โคตมสฺส ลาภสกฺกาโร มหา หุตฺวา นิพฺพตฺโต’’ติ? ‘‘น ชานาม’’. ‘‘ตุเมฺห ปน น ชานาถา’’ติ? ‘‘อาม, ชานาม’’ – โมคฺคลฺลานํ นาม เอกํ ภิกฺขุํ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน. โส หิ เทวโลกํ คนฺตฺวา เทวตาหิ กตกมฺมํ ปุจฺฉิตฺวา อาคนฺตฺวา มนุสฺสานํ กเถสิ – ‘‘อิทํ นาม กตฺวา เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ลภนฺตี’’ติ. นิรเย นิพฺพตฺตานมฺปิ กมฺมํ ปุจฺฉิตฺวา อาคนฺตฺวา มนุสฺสานํ กเถสิ – ‘‘อิทํ นาม กตฺวา เอวรูปํ ทุกฺขํ อนุภวนฺตี’’ติ. มนุสฺสา ตสฺส กถํ สุตฺวา มหนฺตํ ลาภสกฺการํ อภิหรนฺติ. สเจ ตํ มาเรตุํ สกฺขิสฺสาม, โส ลาภสกฺกาโร อมฺหากํ นิพฺพตฺติสฺสติ, อตฺเถโส อุปาโยติ สพฺเพ เอกจฺฉนฺทา หุตฺวา ‘‘ยํกิญฺจิ กตฺวา ตํ มาเรสฺสามา’’ติ อตฺตโน อุปฏฺฐาเก สมาทเปตฺวา กหาปณสหสฺสํ ลภิตฺวา ปุริสฆาตเก โจเร ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร นาม สมณสฺส โคตมสฺส สาวโก กาฬสิลายํ วสติ, ตุเมฺห ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ มาเรถา’’ติ เตสํ ตํ สหสฺสํ อทํสุ. โจรา ธนลาเภน สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘เถรํ มาเรสฺสามา’’ติ คนฺตฺวา ตสฺส วสนฏฺฐานํ ปริวาเรสุํ. เถโร เตหิ ปริกฺขิตฺตภาวํ ญตฺวา กุญฺจิกจฺฉิทฺเทน นิกฺขมิตฺวา ปกฺกามิ. โจรา ตํ ทิวสํ เถรํ อทิสฺวา ปุเนกทิวสํ ตสฺส วสนฏฺฐานํ ปริกฺขิปึสุ. เถโร ญตฺวา กณฺณิกามณฺฑลํ ภินฺทิตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. เอวํ เต ปฐมมาเสปิ, มชฺฌิมมาเสปิ เถรํ คเหตุํ นาสกฺขึสุ. ปจฺฉิมมาเส ปน สมฺปตฺเต เถโร อตฺตนา กตกมฺมสฺส อากฑฺฒนภาวํ ญตฺวา น อปคจฺฉิ. โจรา ตํ ปหรนฺตา ตณฺฑุลกมตฺตานิ อฏฺฐีนิ กโรนฺตา ภินฺทึสุ. อถ นํ ‘‘มโต’’ติ สญฺญาย เอกสฺมึ คุมฺพปิฏฺเฐ ขิปิตฺวา ปกฺกมึสุ.
เถโร, ‘‘สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา วนฺทิตฺวาว ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ อตฺตภาวํ ฌานเวฐเนน เวเฐตฺวา อากาเสน สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘ปรินิพฺพายิสฺสสิ, โมคฺคลฺลานา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กตฺถ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสสี’’ติ? ‘‘กาฬสิลาปเทสํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, โมคฺคลฺลาน, มยฺหํ ธมฺมํ กเถตฺวา ยาหิ. ตาทิสสฺส หิ เม สาวกสฺส น ทานิ ทสฺสนํ อตฺถี’’ติ. โส ‘‘เอวํ กริสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อากาสํ อุปฺปติตฺวา สาริปุตฺตตฺเถโร วิย ปรินิพฺพานทิวเส นานปฺปการา อิทฺธิโย กตฺวา ธมฺมํ กเถตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา กาฬสิลาปเทสํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายิ. ‘‘เถรํ กิร โจรา มาเรสุ’’นฺติ อยํ กถา สกลชมฺพุทีเป ปตฺถริ.
ราชา อชาตสตฺตุ โจเร ปริเยสนตฺถาย จรปุริเส ปโยเชสิ. เตสุ โจเรสุ สุราปาเน สุรํ ปิวนฺเตสุ มทฺเทสุ เอโก เอกสฺส ปิฏฺฐึ ปหริตฺวา ปาเตสิ. โส ตํ สนฺตชฺเชนฺโต ‘‘อมฺโภ ทุพฺพินีต ตฺวํ, กสฺมา เม ปิฏฺฐึ ปหริตฺวา ปาเตสิ, กึ ปน, อเร ทุฏฺฐโจร, ตยา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร ปฐมํ ปหโต’’ติ อาห. ‘‘กึ ปน ตฺวํ มยา ปฐมํ ปหตภาวํ น ชานาสี’’ติ? เอวํ เอเตสํ ‘‘มยา ปหโต, มยา ปหโต’’ติ วทนฺตานํ สุตฺวา เต จรปุริสา สพฺเพ เต โจเร คเหตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา เต โจเร ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ตุเมฺหหิ เถโร มาริโต’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เกหิ ตุเมฺห อุยฺโยชิตา’’ติ? ‘‘นคฺคสมเณหิ, เทวา’’ติ. ราชา ปญฺจสเต นคฺคสมเณ คาหาเปตฺวา ปญฺจสเตหิ โจเรหิ สทฺธึ ราชงฺคเณ นาภิปมาเณสุ อาวาเฏสุ นิขณาเปตฺวา ปลาเลหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อคฺคึ ทาเปสิ. อถ เนสํ ฌามภาวํ ชานิตฺวา อยนงฺคเลหิ กสาเปตฺวา สพฺเพ ขณฺฑาขณฺฑํ การาเปสิ. ตทา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร อตฺตโน อนนุรูปมรณํ ปตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘โมคฺคลฺลานสฺส, ภิกฺขเว, อิมสฺเสว อตฺตภาวสฺส อนนุรูปํ มรณํ, ปุพฺเพ ปน เตน กตกมฺมสฺส อนุรูปเมวา’’ติ วตฺวา ‘‘กึ ปนสฺส, ภนฺเต, ปุพฺพกมฺม’’นฺติ ปุฏฺโฐ ตํ วิตฺถาเรตฺวา กเถสิ.
อตีเต, ภิกฺขเว, พาราณสิยํ เอโก กุลปุตฺโต สยเมว โกฏฺฏนปจนาทีนิ กโรนฺโต มาตาปิตโร ปฏิชคฺคิ. อถสฺส มาตาปิตโร ‘‘ตาต, ตฺวํ เอกโกว เคเห จ อรญฺเญ จ กมฺมํ กโรนฺโต กิลมสิ, เอกํ เต กุมาริกํ อาเนสฺสามา’’ติ วตฺวา ‘‘อมฺมตาตา, ยาว ตุเมฺห ชีวถ, ตาว โว สหตฺถา อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ เตน ปฏิกฺขิตฺตาปิ ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวา กุมาริกํ อาเนสุํ. สา กติปาหเมว เต อุปฏฺฐหิตฺวา ปจฺฉา เตสํ ทสฺสนมปิ อนิจฺฉนฺตี – ‘‘น สกฺกา ตว มาตาปิตูหิ สทฺธึ เอกฏฺฐาเน วสิตุ’’นฺติ อุชฺฌายิตฺวา ตสฺมึ อตฺตโน กถํ อคฺคณฺหนฺเต ตสฺส พหิคตกาเล มกจิวากขณฺฑานิ จ ยาคุเผณเก จ คเหตฺวา ตตฺถ ตตฺถ อากิริตฺวา เตนาคนฺตฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุฏฺฐา ‘‘อิเมสํ มหลฺลกอนฺธานํ เอตํ กมฺมํ, สพฺพํ เคหํ กิลิฏฺฐา กโรนฺตา วิจรนฺติ, น สกฺกา เอเตหิ สทฺธึ เอกฏฺฐาเน วสิตุ’’นฺติ เอวํ ตาย ปุนปฺปุนํ กถิยมานาย เอวรูโปปิ ปูริตปารมี สตฺโต มาตาปิตูหิ สทฺธึ ภิชฺชิ. โส ‘‘โหตุ, ชานิสฺสามิ เนสํ กตฺตพฺพกมฺม’’นฺติ เต โภเชตฺวา ‘‘อมฺมตาตา, อสุกฏฺฐาเน นาม ตุมฺหากํ ญาตกา อาคมนํ ปจฺจาสีสนฺติ, ตตฺถ คมิสฺสามา’’ติ เต ยานกํ อาโรเปตฺวา อาทาย คจฺฉนฺโต อฏวิมชฺฌํ ปตฺตกาเล ‘‘ตาต, รสฺมิโย คณฺหถ, โคณา ทณฺฑสญฺญาย คมิสฺสนฺติ, อิมสฺมึ ฐาเน โจรา วสนฺติ, อหํ โอตริตฺวา จรามี’’ติ ปิตุ หตฺเถ รสฺมิโย ทตฺวา โอตริตฺวา คจฺฉนฺโต สทฺทํ ปริวตฺเตตฺวา โจรานํ อุฏฺฐิตสทฺทมกาสิ. มาตาปิตโร สทฺทํ สุตฺวา ‘‘โจรา อุฏฺฐิตา’’ติ สญฺญาย ‘‘ตาต, โจรา อุฏฺฐิตา, มหลฺลกา มยํ, ตฺวํ อตฺตานเมว รกฺขาหี’’ติ อาหํสุ. โส มาตาปิตโร วิรวนฺเตปิ โจรสทฺทํ กโรนฺโต โกฏฺเฏตฺวา มาเรตฺวา อฏวิยํ ขิปิตฺวา ปจฺจาคมิ.
สตฺถา อิทํ ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ กเถตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, โมคฺคลฺลาโน เอตฺตกํ กมฺมํ กตฺวา อเนกวสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺวา ตาว ปกฺกาวเสเสน อตฺตภาวสเต เอวเมว โกฏฺเฏตฺวา สํจุณฺโณ มรณํ ปตฺโต, เอวํ โมคฺคลฺลาเนน อตฺตโน กมฺมานุรูปเมว มรณํ ลทฺธํ. ปญฺจหิ โจรสเตหิ สทฺธึ ปญฺจติตฺถิยสตานิปิ มม ปุตฺตํ อปฺปทุฏฺฐํ ทุสฺเสตฺวา อนุรูปเมว มรณํ ลภึสุ. อปฺปทุฏฺเฐสุ หิ ปทุสฺสนฺโต ทสหิ การเณหิ อนยพฺยสนํ ปาปุณาติเยวา’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
‘‘โย ทณฺเฑน อทณฺเฑสุ, อปฺปทุฏฺเฐสุ ทุสฺสติ;
ทสนฺนมญฺญตรํ ฐานํ, ขิปฺปเมว นิคจฺฉติ.
‘‘เวทนํ ผรุสํ ชานึ, สรีรสฺส ว เภทนํ;
ครุกํ วาปิ อาพาธํ, จิตฺตกฺเขปํ ว ปาปุเณ.
‘‘ราชโต วา อุปสคฺคํ, อพฺภกฺขานํ ว ทารุณํ;
ปริกฺขยํ ว ญาตีนํ, โภคานํ ว ปภงฺคุนํ.
‘‘อถวสฺส อคารานิ, อคฺคิ ฑหติ ปาวโก;
กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๓๗-๑๔๐);
๓๙๓. ปวิเวกมนุยุตฺโตติ ปกาเรน วิเวกํ เอกีภาวํ อนุยุตฺโต โยชิโต ยุตฺตปฺปยุตฺโต. สมาธิภาวนารโตติ ปฐมชฺฌานาทิภาวนาย รโต อลฺลีโน จ. สพฺพาสเว สกลกิเลเส, ปริญฺญาย ชานิตฺวา ปชหิตฺวา, อนาสโว นิกฺกิเลโส วิหรามีติ สมฺพนฺโธ.
๓๙๔. อิทานิ อตฺตโน ปุญฺญสมฺภารวเสน ปุพฺพจริตสฺส ผลํ ทสฺเสนฺโต ธรณิมฺปิ สุคมฺภีรนฺติอาทิมาห.
ตตฺรายมนุปุพฺพีกถา – พุทฺเธน โจทิโตติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน โจทิโต อุยฺโยชิโต. ภิกฺขุสงฺฆสฺส เปกฺขโตติ มหโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปสฺสนฺตสฺส. มิคารมาตุปาสาทํ, ปาทงฺคุฏฺเฐน กมฺปยีติ ปุพฺพาราเม วิสาขาย มหาอุปาสิกาย การิตํ สหสฺสตฺถมฺภปฏิมณฺฑิตํ มหาปาสาทํ อตฺตโน ปาทงฺคุฏฺเฐน กมฺเปสึ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย ปุพฺพาราเม ยถาวุตฺตปาสาเท ภควติ วิหรนฺเต สมฺพหุลา นวกตรา ภิกฺขู อุปริปาสาเท นิสินฺนา สตฺถารมฺปิ อจินฺเตตฺวา ติรจฺฉานกถํ กเถตุมารทฺธา. ตํ สุตฺวา ภควา เต สํเวเชตฺวา อตฺตโน ธมฺมเทสนาย ภาชนภูเต กาตุกาโม อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ ตฺวํ, โมคฺคลฺลาน, นเว ภิกฺขู ติรจฺฉานกถมนุยุตฺเต’’ติ ตํ สุตฺวา เถโร สตฺถุ อชฺฌาสยํ ญตฺวา อภิญฺญาปาทกํ อาโปกสิณารมฺมณํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ‘‘ปาสาทสฺส ปติฏฺฐิโตกาสํ อุทกํ โหตู’’ติ อธิฏฺฐาย ปาสาทมตฺถเก ถุปิกํ ปาทงฺคุฏฺเฐน ปหริ, ปาสาโท โอนมิตฺวา เอเกน ปสฺเสน อฏฺฐาสิ. ปุนปิ ปหริ, อปเรนปิ ปสฺเสน อฏฺฐาสิ. เต ภิกฺขู ภีตา สํวิคฺคา ปาสาทสฺส ปตนภเยน ตโต นิกฺขมิตฺวา ภควโต สมีเป อฏฺฐํสุ. สตฺถา เตสํ อชฺฌาสยํ โอโลเกตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. ตํ สุตฺวา เตสุ เกจิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, เกจิ สกทาคามิผเล, เกจิ อนาคามิผเล, เกจิ อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ. สฺวายมตฺโถ ปาสาทกมฺปนสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ.
เวชยนฺตปาสาทนฺติ โส เวชยนฺตปาสาโท ตาวตึสภวเน โยชนสหสฺสุพฺเพโธ อเนกสหสฺสนิยฺยูหกูฏาคารปฏิมณฺฑิโต เทวาสุรสงฺคาเม อสุเร ชินิตฺวา สกฺเก เทวานมินฺเท นครมชฺเฌ ฐิเต อุฏฺฐิโต วิชยนฺเตน นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘เวชยนฺโต’’ติ ลทฺธนาโม ปาสาโท, ตํ สนฺธายาห – ‘‘เวชยนฺตปาสาท’’นฺติ, ตมฺปิ อยํ เถโร ปาทงฺคุฏฺเฐน กมฺเปติ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย ภควนฺตํ ปุพฺพาราเม วิหรนฺตํ สกฺโก เทวราชา อุปสงฺกมิตฺวา ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตึ ปุจฺฉิ. ตสฺส ภควา วิสฺสชฺเชสิ. โส ตํ สุตฺวา อตฺตมโน ปมุทิโต อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา อตฺตโน เทวโลกเมว คโต. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สกฺโก ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวรูปํ คมฺภีรนิพฺพานปฏิสํยุตฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ, ภควตา จ ปโญฺห วิสฺสชฺชิโต, กึ นุ โข ชานิตฺวา คโต, อุทาหุ อชานิตฺวา. ยํนูนาหํ เทวโลกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ ชาเนยฺย’’นฺติ? โส ตาวเทว ตาวตึสภวนํ คนฺตฺวา สกฺกํ เทวานมินฺทํ ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. สกฺโก ทิพฺพสมฺปตฺติยา ปมตฺโต หุตฺวา วิกฺเขปํ อกาสิ. เถโร ตสฺส สํเวคชนนตฺถํ เวชยนฺตปาสาทํ ปาทงฺคุฏฺเฐน กมฺเปสิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘โย เวชยนฺตปาสาทํ, ปาทงฺคุฏฺเฐน กมฺปยิ;
อิทฺธิพเลนุปตฺถทฺโธ, สํเวเชสิ จ เทวตา’’ติ. (ม. นิ. ๑.๕๑๓);
อยํ ปนตฺโถ – จูฬตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติสุตฺเตน (ม. นิ. ๑.๓๙๐ อาทโย) ทีเปตพฺโพ. กมฺปิตากาโร เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. ‘‘สกฺกํ โส ปริปุจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) ยถาวุตฺตเมว เถรสฺส ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติปุจฺฉํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘อปาวุโส, ชานาสิ, ตณฺหกฺขยวิมุตฺติโย’’ติ? ตสฺส สกฺโก วิยากาสิ. อิทํ เถเรน ปาสาทกมฺปเน กเต สํวิคฺคหทเยน ปมาทํ ปหาย โยนิโส มนสิ กริตฺวา ปญฺหสฺส พฺยากตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. สตฺถารา เทสิตนิยาเมเนว หิ โส ตทา กเถสิ. เตนาห – ‘‘ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ยถาตถ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓). ตตฺถ สกฺกํ โส ปริปุจฺฉตีติ สกฺกํ เทวราชํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร สตฺถารา เทสิตาย ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติยา สมฺมเทว คหิตภาวํ ปุจฺฉิ. อตีตตฺเถ หิ อิทํ วตฺตมานวจนํ. อปาวุโส, ชานาสีติ อาวุโส, อปิ ชานาสิ, กึ ชานาสิ? ตณฺหกฺขยวิมุตฺติโยติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติโย สตฺถารา ตุยฺหํ เทสิตา, ตถา ‘‘กึ ชานาสี’’ติ ปุจฺฉติ. ตณฺหกฺขยวิมุตฺติโยติ วา ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติสุตฺตสฺส เทสนํ ปุจฺฉติ.
พฺรหฺมานนฺติ มหาพฺรหฺมานํ. สุธมฺมายาภิโต สภนฺติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) สุธมฺมาย สภาย. อยํ ปน พฺรหฺมโลเก สุธมฺมา สภา, น ตาวตึสภวเน. สุธมฺมาสภาวิรหิโต เทวโลโก นาม นตฺถิ. ‘‘อชฺชาปิ เต, อาวุโส, สา ทิฏฺฐิ, ยา เต ทิฏฺฐิ ปุเร อหู’’ติ อิมํ พฺรหฺมโลกํ อุปคนฺตุํ สมตฺโถ นตฺถิ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา. สตฺถุ อิธาคมนโต ปุพฺเพ ยา ตุยฺหํ ทิฏฺฐิ อโหสิ, กึ อชฺชาปิ อิทานิปิ สา ทิฏฺฐิ น วิคตาติ? ปสฺสสิ วีติวตฺตนฺตํ พฺรหฺมโลเก ปภสฺสรนฺติ พฺรหฺมโลเก วีติปตนฺตํ มหากปฺปินมหากสฺสปาทีหิ สาวเกหิ ปริวาริตสฺส เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺนสฺส สสาวกสฺส ภควโต โอกาสํ ปสฺสสีติ อตฺโถ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย ภควา พฺรหฺมโลเก สุธมฺมาย สภาย สนฺนิปติตฺวา สนฺนิสินฺนสฺส ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํมหิทฺธิโก, โส อิธ อาคนฺตุํ สกฺกุเณยฺยา’’ติ จินฺเตนฺตสฺส พฺรหฺมุโน จิตฺตมญฺญาย ตตฺถ คนฺตฺวา พฺรหฺมุโน มตฺถเก อากาเส นิสินฺโน เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา โอภาสํ มุญฺจนฺโต มหาโมคฺคลฺลานาทีนํ อาคมนํ จินฺเตสิ. สห จินฺตเนน เตปิ ตตฺถ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา สตฺถุ อชฺฌาสยํ ญตฺวา เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ปจฺเจกทิสาสุ นิสีทิตฺวา โอภาสํ วิสฺสชฺเชสุํ. สกลพฺรหฺมโลโก เอโกภาโส อโหสิ. สตฺถา พฺรหฺมุโน กลฺลจิตฺตตํ ญตฺวา จตุสจฺจปกาสนํ ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน อเนกานิ พฺรหฺมสหสฺสานิ มคฺคผเลสุ ปติฏฺฐหึสุ. ตํ สนฺธาย โจเทนฺโต อชฺชาปิ เต, อาวุโส, สา ทิฏฺฐีติ คาถมาห. อยํ ปนตฺโถ พกพฺรหฺมสุตฺเตน (สํ. นิ. ๑.๑๗๕) ทีเปตพฺโพ. วุตฺตํ เหตํ (สํ. นิ. ๑.๑๗๖) –
‘‘เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส พฺรหฺมุโน เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหติ – ‘นตฺถิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา โย อิธ อาคจฺเฉยฺยา’ติ. อถ โข ภควา ตสฺส พฺรหฺมุโน เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย; เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรโหสิ. อถ โข ภควา ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา.
‘‘อถ โข อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส เอตทโหสิ ‘กหํ นุ โข ภควา เอตรหิ วิหรตี’ติ? อทฺทส โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ภควนฺตํ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสินฺนํ เตโชธาตุํ สมาปนฺนํ. ทิสฺวาน เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย; เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรโหสิ. อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ปุรตฺถิมํ ทิสํ นิสฺสาย ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา นีจตรํ ภควโต.
‘‘อถ โข อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส เอตทโหสิ – ‘กหํ นุ โข ภควา เอตรหิ วิหรตี’ติ? อทฺทส โข อายสฺมา มหากสฺสโป ภควนฺตํ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสินฺนํ เตโชธาตุํ สมาปนฺนํ. ทิสฺวาน เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส…เป… เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรโหสิ. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ทกฺขิณํ ทิสํ นิสฺสาย ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา นีจตรํ ภควโต.
‘‘อถ โข อายสฺมโต มหากปฺปินสฺส เอตทโหสิ – ‘กหํ นุ โข ภควา เอตรหิ วิหรตี’ติ? อทฺทส โข อายสฺมา มหากปฺปิโน ภควนฺตํ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสินฺนํ เตโชธาตุํ สมาปนฺนํ. ทิสฺวาน เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส…เป… เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรโหสิ. อถ โข อายสฺมา มหากปฺปิโน ปจฺฉิมํ ทิสํ นิสฺสาย ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา นีจตรํ ภควโต.
‘‘อถ โข อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส เอตทโหสิ – ‘กหํ นุ โข ภควา เอตรหิ วิหรตี’ติ? อทฺทส โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ ภควนฺตํ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสินฺนํ เตโชธาตุํ สมาปนฺนํ. ทิสฺวาน เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส…เป… เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรโหสิ. อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ อุตฺตรํ ทิสํ นิสฺสาย ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริเวหาสํ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา นีจตรํ ภควโต’’.
อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตํ พฺรหฺมานํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘อชฺชาปิ เต อาวุโส สา ทิฏฺฐิ, ยา เต ทิฏฺฐิ ปุเร อหุ;
ปสฺสสิ วีติวตฺตนฺตํ, พฺรหฺมโลเก ปภสฺสร’’นฺติ.
‘‘น เม มาริส สา ทิฏฺฐิ, ยา เม ทิฏฺฐิ ปุเร อหุ;
ปสฺสามิ วีติวตฺตนฺตํ, พฺรหฺมโลเก ปภสฺสรํ;
สฺวาหํ อชฺช กถํ วชฺชํ, อหํ นิจฺโจมฺหิ สสฺสโต’’ติ.
‘‘อถ โข ภควา ตํ พฺรหฺมานํ สํเวเชตฺวา เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส…เป… เอวเมว ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก อนฺตรหิโต เชตวเน ปาตุรโหสิ. อถ โข โส พฺรหฺมา อญฺญตรํ พฺรหฺมปาริสชฺชํ อามนฺเตสิ – ‘เอหิ ตฺวํ, มาริส, เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกม, อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอวํ วเทหิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, อญฺเญปิ ตสฺส ภควโต สาวกา เอวํมหิทฺธิกา เอวํมหานุภาวา เสยฺยถาปิ ภวํ โมคฺคลฺลาโน กสฺสโป กปฺปิโน อนุรุทฺโธ’’ติ? ‘เอวํ, มาริสา’ติ โข โส พฺรหฺมปาริสชฺโช ตสฺส พฺรหฺมุโน ปฏิสฺสุตฺวา เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ – ‘อตฺถิ นุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, อญฺเญปิ ตสฺส ภควโต สาวกา เอวํมหิทฺธิกา เอวํมหานุภาวา เสยฺยถาปิ ภวํ โมคฺคลฺลาโน กสฺสโป กปฺปิโน อนุรุทฺโธ’ติ? อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตํ พฺรหฺมปาริสชฺชํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘เตวิชฺชา อิทฺธิปตฺตา จ, เจโตปริยายโกวิทา;
ขีณาสวา อรหนฺโต, พหู พุทฺธสฺส สาวกา’’ติ.
‘‘อถ โข โส พฺรหฺมปาริสชฺโช อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา เยน โส พฺรหฺมา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ตํ พฺรหฺมานํ เอตทโวจ – ‘อายสฺมา มาริส มหาโมคฺคลฺลาโน เอวมาห –
‘‘‘เตวิชฺชา อิทฺธิปตฺตา จ, เจโตปริยายโกวิทา;
ขีณาสวา อรหนฺโต, พหู พุทฺธสฺส สาวกา’’’ติ. –
อิทมโวจ โส พฺรหฺมปาริสชฺโช. อตฺตมโน จ โส พฺรหฺมา ตสฺส พฺรหฺมปาริสชฺชสฺส ภาสิตํ อภินนฺทีติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๖).
อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อยํ ปนตฺโถ พกพฺรหฺมสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ’’ติ.
มหาเนรุโน กูฏนฺติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) กูฏสีเสน สกลเมว สิเนรุปพฺพตราชํ วทสิ. วิโมกฺเขน อปสฺสยีติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) ฌานวิโมกฺเขน นิสฺสเยน อภิญฺญาเยน ปสฺสยีติ อธิปฺปาโย. วนนฺติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) ชมฺพุทีปํ. โส หิ วนพาหุลฺลตาย ‘‘วน’’นฺติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘ชมฺพุมณฺฑสฺส อิสฺสโร’’ติ. ปุพฺพวิเทหานนฺติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) ปุพฺพวิเทหฏฺฐานญฺจ ปุพฺพวิเทหนฺติ อตฺโถ. เย จ ภูมิสยา นราติ (ม. นิ. ๑.๕๑๓) ภูมิสยา นรา นาม อปรโคยานอุตฺตรกุรุกา จ มนุสฺสา. เต หิ เคหาภาวโต ‘‘ภูมิสยา’’ติ วุตฺตา. เตปิ สพฺเพ อปสฺสยีติ สมฺพนฺโธ. อยํ ปนตฺโถ นนฺโทปนนฺททมเนน ทีเปตพฺโพ – เอกสฺมึ กิร สมเย อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ‘‘เสฺว, ภนฺเต, ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มยฺหํ เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตตฺวา ปกฺกามิ. ตํทิวสญฺจ ภควโต ปจฺจูสสมเย ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอโลเกนฺตสฺส นนฺโทปนนฺโท นาม นาคราชา ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉิ. ภควา ‘‘อยํ นาคราชา มยฺหํ ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉติ, กึ นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต สรณคมนสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก ตีสุ รตเนสุ อปฺปสนฺโน, โก นุ โข อิมํ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก วิโมเจยฺยา’’ติ อาวชฺเชนฺโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อทฺทส. ตโต ปภาตาย รตฺติยา สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘อานนฺท, ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อาโรเจหิ – ‘ตถาคโต เทวจาริกํ คจฺฉตี’’’ติ. ตํทิวสญฺจ นนฺโทปนนฺทสฺส อาปานภูมึ สชฺชยึสุ. โส ทิพฺพรตนปลฺลงฺเก ทิพฺเพน เสตจฺฉตฺเตน ธาริยมาโน ติวิธนาฏเกหิ เจว นาคปริสาย จ ปริวุโต ทิพฺพภาชเนสุ อุปฏฺฐาปิตอนฺนปานํ โอโลกยมาโน นิสินฺโน โหติ. อถ โข ภควา ยถา นาคราชา ปสฺสติ, ตถา กตฺวา ตสฺส วิมานมตฺถเกเนว ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ตาวตึสเทวโลกาภิมุโข ปายาสิ.
เตน โข ปน สมเยน นนฺโทปนนฺทสฺส นาคราชสฺส เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหติ ‘‘อิเม หิ นาม มุณฺฑสมณกา อมฺหากํ อุปริภวเนน เทวานํ ตาวตึสานํ ภวนํ ปวิสนฺติปิ นิกฺขมนฺติปิ, น ทานิ อิโต ปฏฺฐาย อิเมสํ อมฺหากํ มตฺถเก ปาทปํสุํ โอกิรนฺตานํ คนฺตุํ ทสฺสามี’’ติ อุฏฺฐาย สิเนรุปาทํ คนฺตฺวา ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา สิเนรุํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผณํ กตฺวา ตาวตึสภวนํ อวกุชฺเชน ผเณน ปริคฺคเหตฺวา อทสฺสนํ คเมสิ.
อถ โข อายสฺมา รฏฺฐปาโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ปุพฺเพ, ภนฺเต, อิมสฺมึ ปเทเส ฐิโต สิเนรุํ ปสฺสามิ, สิเนรุปริภณฺฑํ ปสฺสามิ, ตาวตึสํ ปสฺสามิ, เวชยนฺตํ ปสฺสามิ, เวชยนฺตสฺส ปาสาทสฺส อุปริธชํ ปสฺสามิ. โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย, ยํ เอตรหิ เนว สิเนรุํ ปสฺสามิ…เป… น เวชยนฺตสฺส ปาสาทสฺส อุปริธชํ ปสฺสามี’’ติ. ‘‘อยํ, รฏฺฐปาล, นนฺโทปนนฺโท นาม นาคราชา ตุมฺหากํ กุปิโต สิเนรุํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผเณน ปฏิจฺฉาเทตฺวา อนฺธการํ กตฺวา ฐิโต’’ติ. ‘‘ทเมมิ นํ, ภนฺเต’’ติ. น ภควา นํ อนุชานิ. อถ โข อายสฺมา ภทฺทิโย, อายสฺมา ราหุโลติ อนุกฺกเมน สพฺเพปิ ภิกฺขู อุฏฺฐหึสุ. ภควา อนุชานิ.
อวสาเน มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร – ‘‘อหํ, ภนฺเต, ทเมมิ น’’นฺติ อาห. ‘‘ทเมหิ, โมคฺคลฺลานา’’ติ ภควา อนุชานิ. เถโร อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา มหนฺตํ นาคราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา นนฺโทปนนฺทํ จุทฺทสกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา ตสฺส ผณมตฺถเก อตฺตโน ผณํ ฐเปตฺวา สิเนรุนา สทฺธึ อภินิปฺปีเฬสิ. นาคราชา ธูมายิ. เถโรปิ ‘‘น ตุยฺหํเยว สรีเร ธูโม อตฺถิ, มยฺหมฺปิ อตฺถี’’ติ ธูมายิ. นาคราชสฺส ธูโม เถรํ น พาธติ, เถรสฺส ปน ธูโม นาคราชํ พาธติ. ตโต นาคราชา ปชฺชลิ, เถโรปิ ‘‘น ตุยฺหํเยว สรีเร อคฺคิ อตฺถิ, มยฺหมฺปิ อตฺถี’’ติ ปชฺชลิ. นาคราชสฺส เตโช เถรํ น พาธติ, เถรสฺส ปน เตโช นาคราชานํ พาธติ. นาคราชา – ‘‘อยํ มํ สิเนรุนา อภินิปฺปีเฬตฺวา ธูมายติ เจว ปชฺชลติ จา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘โภ, ตุวํ โกสี’’ติ ปฏิปุจฺฉิ. ‘‘อหํ โข, นนฺท, โมคฺคลฺลาโน’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อตฺตโน ภิกฺขุภาเวน ติฏฺฐาหี’’ติ.
เถโร ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา ตสฺส ทกฺขิณกณฺณโสเตน ปวิสิตฺวา วามกณฺณโสเตน นิกฺขมิ, วามกณฺณโสเตน ปวิสิตฺวา ทกฺขิณกณฺณโสเตน นิกฺขมิ. ตถา ทกฺขิณนาสโสเตน ปวิสิตฺวา วามนาสโสเตน นิกฺขมิ, วามนาสโสเตน ปวิสิตฺวา ทกฺขิณนาสโสเตน นิกฺขมิ. ตโต นาคราชา มุขํ วิวริ, เถโร มุเขน ปวิสิตฺวา อนฺโตกุจฺฉิยํ ปาจีเนน จ ปจฺฉิเมน จ จงฺกมติ. ภควา – ‘‘โมคฺคลฺลาน, มนสิ กโรหิ, มหิทฺธิโก นาโค’’ติ อาห. เถโร ‘‘มยฺหํ โข, ภนฺเต, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา, ติฏฺฐตุ, ภนฺเต, นนฺโทปนนฺโท, อหํ นนฺโทปนนฺทสทิสานํ นาคราชานํ สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ ทเมยฺย’’นฺติอาทิมาห.
นาคราชา จินฺเตสิ – ‘‘ปวิสนฺโต ตาว เม น ทิฏฺโฐ, นิกฺขมนกาเล ทานิ นํ ทาฐนฺตเร ปกฺขิปิตฺวา ขาทิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘นิกฺขมถ, ภนฺเต, มา มํ อนฺโตกุจฺฉิยํ อปราปรํ จงฺกมนฺโต พาธยิตฺถา’’ติ อาห. เถโร นิกฺขมิตฺวา พหิ อฏฺฐาสิ. นาคราชา ‘‘อยํ โส’’ติ ทิสฺวา นาสวาตํ วิสฺสชฺชิ, เถโร จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิ, โลมกูปมฺปิสฺส วาโต จาเลตุํ นาสกฺขิ. อวเสสา ภิกฺขู กิร อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺพปาฏิหาริยานิ กาตุํ สกฺกุเณยฺยุํ, อิมํ ปน ฐานํ ปตฺวา เอวํ ขิปฺปนิสนฺติโน หุตฺวา สมาปชฺชิตุํ น สกฺขิสฺสนฺตีติ เนสํ ภควา นาคราชทมนํ นานุชานิ.
นาคราชา ‘‘อหํ อิมสฺส สมณสฺส นาสวาเตน โลมกูปมฺปิ จาเลตุํ นาสกฺขิ, มหิทฺธิโก โส สมโณ’’ติ จินฺเตสิ. เถโร อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา สุปณฺณรูปํ อภินิมฺมินิตฺวา สุปณฺณวาตํ ทสฺเสนฺโต นาคราชานํ อนุพนฺธิ. นาคราชา ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา มาณวกวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ วทนฺโต เถรสฺส ปาเท วนฺทิ. เถโร ‘‘สตฺถา, นนฺท, อาคโต, เอหิ คมิสฺสามา’’ติ นาคราชานํ ทเมตฺวา นิพฺพิสํ กตฺวา คเหตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. นาคราชา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ อาห. ภควา ‘‘สุขี โหหิ, นาคราชา’’ติ วตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อนาถปิณฺฑิกสฺส นิเวสนํ อคมาสิ.
อนาถปิณฺฑิโก ‘‘กึ, ภนฺเต, อติทิวา อาคตตฺถา’’ติ อาห. ‘‘โมคฺคลฺลานสฺส จ นนฺโทปนนฺทสฺส จ สงฺคาโม อโหสี’’ติ. ‘‘กสฺส ปน, ภนฺเต, ชโย, กสฺส ปราชโย’’ติ? ‘‘โมคฺคลฺลานสฺส ชโย, นนฺทสฺส ปราชโย’’ติ. อนาถปิณฺฑิโก ‘‘อธิวาเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา สตฺตาหํ เอกปฏิปาฏิยา ภตฺตํ สตฺตาหํ เถรสฺส สกฺการํ กริสฺสามี’’ติ วตฺวา สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ มหาสกฺการํ อกาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘นนฺโทปนนฺททมเนน ทีเปตพฺโพ’’ติ.
เอกสฺมิญฺหิ สมเย ปุพฺพาราเม วิสาขาย มหาอุปาสิกาย การิตสหสฺสคพฺภปฏิมณฺฑิเต ปาสาเท ภควติ วิหรนฺเต…เป… สํเวเชสิ จ เทวตาติ. เตน วุตฺตํ –
‘‘ธรณิมฺปิ สุคมฺภีรํ, พหลํ ทุปฺปธํสิยํ;
วามงฺคุฏฺเฐน โขเภยฺยํ, อิทฺธิยา ปารมึ คโต’’ติ.
ตตฺถ อิทฺธิยา ปารมึ คโตติ วิกุพฺพนิทฺธิอาทิอิทฺธิยา ปริโยสานํ คโต ปตฺโต.
๓๙๕. อสฺมิมานนฺติ อหมสฺมิ ปญฺญาสีลสมาธิสมฺปนฺโนติอาทิ อสฺมิมานํ น ปสฺสามิ น อกฺขามีติ อตฺโถ. ตเทว ทีเปนฺโต มาโน มยฺหํ น วิชฺชตีติ อาห. สามเณเร อุปาทายาติ สามเณเร อาทึ กตฺวา สกเล ภิกฺขุสงฺเฆ ครุจิตฺตํ คารวจิตฺตํ อาทรพหุมานํ อหํ กโรมีติ อตฺโถ.
๓๙๖. อปริเมยฺเย อิโต กปฺเปติ อิโต อมฺหากํ อุปฺปนฺนกปฺปโต อนฺตรกปฺปาทีหิ อปริเมยฺเย เอกอสงฺเขฺยยฺยสฺส อุปริ สตสหสฺสกปฺปมตฺถเกติ อตฺโถ. ยํ กมฺมมภินีหรินฺติ อคฺคสาวกภาวสฺส ปทํ ปุญฺญสมฺปตฺตึ ปูเรสึ. ตาหํ ภูมิมนุปฺปตฺโตติ อหํ ตํ สาวกภูมึ อนุปฺปตฺโต อาสวกฺขยสงฺขาตํ นิพฺพานํ ปตฺโต อสฺมิ อมฺหีติ อตฺโถ.
๓๙๗. อตฺถปฏิสมฺภิทาทโย จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา โสตาปตฺติมคฺคาทโย อฏฺฐ วิโมกฺขา อิทฺธิวิธาทโย ฉ อภิญฺญาโย เม มยา สจฺฉิกตา ปจฺจกฺขํ กตา. พุทฺธสฺส ภควโต โอวาทานุสาสนีสงฺขาตํ สาสนํ มยา กตํ สีลปฏิปตฺตินิปฺผาทนวเสน ปริโยสาปิตนฺติ อตฺโถ.
อิตฺถนฺติ อิมินา ปกาเรน เหฏฺฐา วุตฺตกฺกเมน. เอวํ โส เอกสฺเสว อโนมทสฺสีพุทฺธสฺส สนฺติเก ทฺวิกฺขตฺตุํ พฺยากรณํ ลภิ. กถํ? เหฏฺฐา วุตฺตนเยน เสฏฺฐิ หุตฺวา ตสฺส ภควโต สนฺติเก ลทฺธพฺยากรโณ ตโต จุโต สามุทฺทิเก นาคภวเน นิพฺพตฺโต ตสฺเสว ภควโต สนฺติเก ทีฆายุกภาเวน อุปหารํ กตฺวา นิมนฺเตตฺวา โภเชตฺวา มหาปูชํ อกาสิ. ตทาปิ ภควา พฺยากรณํ กเถสิ. สุทนฺติ ปทปูรเณ นิปาโต. อายสฺมาติ ปิยวจนํ ครุคารวาธิวจนํ. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร อิมา อปทานคาถาโย อภาสิตฺถ กเถสิ. อิตีติ ปริสมาปนตฺเถ นิปาโต.
มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.