๒.ปจฺเจกพุทฺธอปทานวณฺณนา
ตโต อนนฺตรํ อปทานํ สงฺคายนฺโต ‘‘ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ, อาวุโส อานนฺท, ภควตา กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘อถ ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ สุณาถา’’ติ อาห. เตสํ อปทานตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว.
๘๓. ‘‘สุณาถา’’ติ วุตฺตปทํ อุปฺปตฺตินิพฺพตฺติวเสน ปกาเสนฺโต ‘‘ตถาคตํ เชตวเน วสนฺต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เชตกุมารสฺส นามวเสน ตถาสญฺญิเต วิหาเร จตูหิ อิริยาปถวิหาเรหิ ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรหิ วา วสนฺตํ วิหรนฺตํ ยถา ปุริมกา วิปสฺสิอาทโย พุทฺธา สมตฺตึสปารมิโย ปูเรตฺวา อาคตา, ตถา อมฺหากมฺปิ ภควา อาคโตติ ตถาคโต. ตํ ตถาคตํ เชตวเน วสนฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. เวเทหมุนีติ เวเทหรฏฺเฐ ชาตา เวเทหี, เวเทหิยา ปุตฺโต เวเทหิปุตฺโต. โมนํ วุจฺจติ ญาณํ, เตน อิโต คโต ปวตฺโตติ มุนิ. เวเทหิปุตฺโต จ โส มุนิ เจติ ‘‘เวเทหิปุตฺตมุนี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘วณฺณาคโม’’ติอาทินา นิรุตฺตินเยน อิ-การสฺส อตฺตํ ปุตฺต-สทฺทสฺส จ โลปํ กตฺวา ‘‘เวเทหมุนี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ สติมนฺตานํ ธิติมนฺตานํ คติมนฺตานํ พหุสฺสุตานํ อุปฏฺฐากานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙-๒๒๓) เอตทคฺเค ฐปิโต อายสฺมา อานนฺโท นตงฺโค นมนกายงฺโค อญฺชลิโก หุตฺวา ‘‘ภนฺเต, ปจฺเจกพุทฺธา นาม กีทิสา โหนฺตี’’ติ อปุจฺฉีติ สมฺพนฺโธ. เต ปจฺเจกพุทฺธา เกหิ เหตุภิ เกหิ การเณหิ ภวนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ. วีราติ ภควนฺตํ อาลปติ.
๘๔-๘๕. ตโต ปรํ วิสฺสชฺชิตาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตทาห สพฺพญฺญุวโร มเหสี’’ติอาทิมาห. สพฺพํ อตีตาทิเภทํ หตฺถามลกํ วิย ชานาตีติ สพฺพญฺญู, สพฺพญฺญู จ โส วโร อุตฺตโม เจติ สพฺพญฺญุวโร. มหนฺตํ สีลกฺขนฺธํ, สมาธิกฺขนฺธํ, ปญฺญากฺขนฺธํ, วิมุตฺติกฺขนฺธํ, มหนฺตํ วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธํ เอสติ คเวสตีติ มเหสิ. อานนฺทภทฺทํ มธุเรน สเรน ตทา ตสฺมึ ปุจฺฉิตกาเล อาห กเถสีติ สมฺพนฺโธ. โภ อานนฺท, เย ปจฺเจกพุทฺธา ปุพฺพพุทฺเธสุ ปุพฺเพสุ อตีตพุทฺเธสุ กตาธิการา กตปุญฺญสมฺภารา ชินสาสเนสุ อลทฺธโมกฺขา อปฺปตฺตนิพฺพานา. เต สพฺเพ ปจฺเจกพุทฺธา ธีรา อิธ อิมสฺมึ โลเก สํเวคมุเขน เอกปุคฺคลํ ปธานํ กตฺวา ปจฺเจกพุทฺธา ชาตาติ อตฺโถ. สุติกฺขปญฺญา สุฏฺฐุ ติกฺขปญฺญา. วินาปิ พุทฺเธหิ พุทฺธานํ โอวาทานุสาสนีหิ รหิตา อปิ. ปริตฺตเกนปิ อปฺปมตฺตเกนปิ อารมฺมเณน ปจฺเจกโพธึ ปฏิเอกฺกํ โพธึ สมฺมาสมฺพุทฺธานนฺตรํ โพธึ อนุปาปุณนฺติ ปฏิวิชฺฌนฺติ.
๘๖. สพฺพมฺหิ โลกมฺหิ สกลสฺมึ โลกตฺตเย มมํ ฐเปตฺวา มํ วิหาย ปเจกพุทฺเธหิ สโมว สทิโส เอว นตฺถิ, เตสํ มหามุนีนํ ปจฺเจกพุทฺธานํ อิมํ วณฺณํ อิมํ คุณํ ปเทสมตฺตํ สงฺเขปมตฺตํ อหํ ตุมฺหากํ สาธุ สาธุกํ วกฺขามิ กเถสฺสามีติ อตฺโถ.
๘๗. อนาจริยกา หุตฺวา สยเมว พุทฺธานํ อตฺตนาว ปฏิวิทฺธานํ อิสีนํ อนฺตเร มหาอิสีนํ มธูวขุทฺทํ ขุทฺทกมธุปฏลํ อิว สาธูนิ มธุรานิ วากฺยานิ อุทานวจนานิ อนุตฺตรํ อุตฺตรวิรหิตํ เภสชํ โอสธํ นิพฺพานํ ปตฺถยนฺตา อิจฺฉนฺตา สพฺเพ ตุเมฺห สุปสนฺนจิตฺตา สุปฺปสนฺนมนา สุณาถ มนสิ กโรถาติ อตฺโถ.
๘๘-๘๙. ปจฺเจกพุทฺธานํ สมาคตานนฺติ ราสิภูตานํ อุปฺปนฺนานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ. อริฏฺโฐ, อุปริฏฺโฐ, ตครสิขิ, ยสสฺสี, สุทสฺสโน, ปิยทสฺสี, คนฺธาโร, ปิณฺโฑโล, อุปาสโภ, นิโถ, ตโถ, สุตวา, ภาวิตตฺโต, สุมฺโภ, สุโภ, เมถุโล, อฏฺฐโม, สุเมโธ, อนีโฆ, สุทาโฐ, หิงฺคุ, หิงฺโค, เทฺวชาลิโน, อฏฺฐโก, โกสโล, สุพาหุ, อุปเนมิโส, เนมิโส, สนฺตจิตฺโต, สจฺโจ, ตโถ, วิรโช, ปณฺฑิโต, กาโล, อุปกาโล, วิชิโต, ชิโต, องฺโค, ปงฺโค, คุตฺติชฺชิโต, ปสฺสี, ชหี, อุปธึ, ทุกฺขมูลํ, อปราชิโต, สรภงฺโค, โลมหํโส, อุจฺจงฺคมาโย, อสิโต, อนาสโว, มโนมโย, มานจฺฉิโท, พนฺธุมา, ตทาธิมุตฺโต, วิมโล, เกตุมา, โกตุมฺพรงฺโค, มาตงฺโค, อริโย, อจฺจุโต, อจฺจุตคามิ, พฺยามโก, สุมงฺคโล, ทิพฺพิโล จาติอาทีนํ ปจฺเจกพุทฺธสตานํ ยานิ อปทานานิ ปรมฺปรํ ปจฺเจกํ พฺยากรณานิ โย จ อาทีนโว ยญฺจ วิราควตฺถุํ อนลฺลียนการณํ ยถา จ เยน การเณน โพธึ อนุปาปุณึสุ จตุมคฺคญาณํ ปจฺจกฺขํ กรึสุ. สราควตฺถุสูติ สุฏฺฐุ อลฺลียิตพฺพวตฺถูสุ วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ วิราคสญฺญี วิรตฺตสญฺญวนฺโต รตฺตมฺหิ โลกมฺหิ อลฺลียนสภาวโลเก วิรตจิตฺตา อนลฺลียนมนา หิตฺวา ปปญฺเจติ ราโค ปปญฺจํ โทโส ปปญฺจํ สพฺพกิเลสา ปปญฺจาติ ปปญฺจสงฺขาเต กิเลเส หิตฺวา ชิย ผนฺทิตานีติ ผนฺทิตานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ ชินิตฺวา ตเถว เตน การเณน เอวํ โพธึ อนุปาปุณึสุ ปจฺเจกโพธิญาณํ ปจฺจกฺขํ กรึสูติ อตฺโถ.
๙๐-๙๑. สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑนฺติ ตชฺชนผาลนวธพนฺธนํ นิธาย ฐเปตฺวา เตสํ สพฺพสตฺตานํ อนฺตเร อญฺญตรํ กญฺจิ เอกมฺปิ สตฺตํ อวิเหฐยํ อวิเหฐยนฺโต อทุกฺขาเปนฺโต เมตฺเตน จิตฺเตน ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตู’’ติ เมตฺตาสหคเตน เจตสา หิตานุกมฺปี หิเตน อนุกมฺปนสภาโว. อถ วา สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑนฺติ สพฺเพสูติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทิยนวจนเมตํ. ภูเตสูติ ภูตา วุจฺจนฺติ ตสา จ ถาวรา จ. เยสํ ตสิณา ตณฺหา อปฺปหีนา, เยสญฺจ ภยเภรวา อปฺปหีนา, เต ตสา. กึ การณา วุจฺจนฺติ ตสา? ตสนฺติ อุตฺตสนฺติ ปริตสนฺติ ภายนฺติ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ, ตํ การณา วุจฺจนฺติ ตสา. เยสํ ตสิณา ตณฺหา ปหีนา, เยสญฺจ ภยเภรวา ปหีนา, เต ถาวรา. กึ การณา วุจฺจนฺติ ถาวรา? ถิรนฺติ น ตสนฺติ น อุตฺตสนฺติ น ปริตสนฺติ น ภายนฺติ น สนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ, ตํ การณา วุจฺจนฺติ ถาวรา.
ตโย ทณฺฑา – กายทณฺโฑ, วจีทณฺโฑ, มโนทณฺโฑติ. ติวิธํ กายทุจฺจริตํ กายทณฺโฑ, จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ วจีทณฺโฑ, ติวิธํ มโนทุจฺจริตํ มโนทณฺโฑ. สพฺเพสุ สกเลสุ ภูเตสุ สตฺเตสุ ตํ ติวิธํ ทณฺฑํ นิธาย นิทหิตฺวา โอโรปยิตฺวา สโมโรปยิตฺวา นิกฺขิปิตฺวา ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา หึสนตฺถํ อคเหตฺวาติ สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ. อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสนฺติ เอกเมกมฺปิ สตฺตํ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา อนฺทุยา วา รชฺชุยา วา อวิเหฐยนฺโต, สพฺเพปิ สตฺเต ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา อนฺทุยา วา รชฺชุยา วา อวิเหฐยํ อวิเหฐยนฺโต อญฺญตรมฺปิ เตสํ. น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหายนฺติ นาติ ปฏิกฺเขโป. ปุตฺตนฺติ จตฺตาโร ปุตฺตา อตฺรโช ปุตฺโต, เขตฺตโช, ทินฺนโก, อนฺเตวาสิโก ปุตฺโต. สหายนฺติ สหาโย วุจฺจติ เยน สห อาคมนํ ผาสุ, คมนํ ผาสุ, ฐานํ ผาสุ, นิสชฺชา ผาสุ, อาลปนํ ผาสุ, สลฺลปนํ ผาสุ, สมุลฺลปนํ ผาสุ. น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหายนฺติ ปุตฺตมฺปิ น อิจฺเฉยฺย น สาทิเยยฺย น ปตฺเถยฺย น ปิหเยยฺย นาภิชปฺเปยฺย, กุโต มิตฺตํ วา สนฺทิฏฺฐํ วา สมฺภตฺตํ วา สหายํ วา อิจฺเฉยฺย สาทิเยยฺย ปตฺเถยฺย ปิหเยยฺย อภิชปฺเปยฺยาติ น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหายํ. เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก, อทุติยฏฺเฐน เอโก, ตณฺหาย ปหานฏฺเฐน เอโก, เอกนฺตวีตราโคติ เอโก, เอกนฺตวีตโทโสติ เอโก, เอกนฺตวีตโมโหติ เอโก, เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ เอโก, เอกายนมคฺคํ คโตติ เอโก, เอโก อนุตฺตรํ ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก.
กถํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก? โส หิ ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ สพฺพํ ฆราวาสปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา, ปุตฺตทารปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา, ญาติปลิโพธํ, มิตฺตามจฺจปลิโพธํ, สนฺนิธิปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา นิกฺขมฺม อนคาริยํ ปพฺพชิตฺวา อกิญฺจนภาวํ อุปคนฺตฺวา เอโกว จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปตีติ เอวํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก.
กถํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ อทุติยฏฺเฐน เอโก? โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน เอโก อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ ปฏิเสวติ อปฺปสทฺทานิ อปฺปนิคฺโฆสานิ วิชนวาตานิ มนุสฺสราหสฺเสยฺยกานิ ปฏิสลฺลานสารุปฺปานิ. โส เอโก ติฏฺฐติ, เอโก คจฺฉติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, เอโก ปฏิกฺกมติ, เอโก รโห นิสีทติ, เอโก จงฺกมติ, เอโก จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปตีติ เอวํ โส อทุติยฏฺเฐน เอโก.
กถํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ตณฺหาย ปหานฏฺเฐน เอโก? โส เอโก อทุติโย อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต มหาปธานํ ปทหนฺโต มารํ สเสนกํ นมุจึ กณฺหํ ปมตฺตพนฺธุํ วิธเมตฺวา จ ตณฺหาชาลินึ วิสริตํ วิสตฺติกํ ปชหิ วิโนเทสิ พฺยนฺตึ อกาสิ อนภาวํ คเมสิ.
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตติ.
‘‘เอตมาทีนวํ ญตฺวา, ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ;
วีตตโณฺห อนาทาโน, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ. (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; มหานิ. ๑๙๑) –
เอวํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ตณฺหาย ปหานฏฺเฐน เอโก.
กถํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เอกนฺตวีตราโคติ เอโก? ราคสฺส ปหีนตฺตา เอกนฺตวีตราโคติ เอโก, โทสสฺส ปหีนตฺตา เอกนฺตวีตโทโสติ เอโก, โมหสฺส ปหีนตฺตา เอกนฺตวีตโมโหติ เอโก, กิเลสานํ ปหีนตฺตา เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ เอโก, เอวํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เอกนฺตวีตราโคติ เอโก.
กถํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เอกายนมคฺคํ คโตติ เอโก? เอกายนมคฺโค วุจฺจติ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค.
‘‘เอกายนํ ชาติขยนฺตทสฺสี, มคฺคํ ปชานาติ หิตานุกมฺปี;
เอเตน มคฺเคน ตรึสุ ปุพฺเพ, ตริสฺสนฺติ เย จ ตรนฺติ โอฆ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๕.๓๘๔; มหานิ. ๑๙๑) –
เอวํ โส เอกายนมคฺคํ คโตติ เอโก.
กถํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เอโก อนุตฺตรํ ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก? โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ (มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑). ปญฺญา ปญฺญินฺทฺริยํ ปญฺญาพลํ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค วีมํสา วิปสฺสนา สมฺมาทิฏฺฐิ. โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เตน ปจฺเจกโพธิญาเณน ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ พุชฺฌิ. ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ พุชฺฌิ, ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ พุชฺฌิ, ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติ พุชฺฌิ, ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาน’’นฺติ พุชฺฌิ, ‘‘อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ พุชฺฌิ. ‘‘อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ’’ติ พุชฺฌิ…เป… ‘‘ภวนิโรธา ชาตินิโรโธ’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘ชาตินิโรธา ชรามรณนิโรโธ’’ติ พุชฺฌิ. ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ พุชฺฌิ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทา’’ติ พุชฺฌิ. ‘‘อิเม อาสวา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อยํ อาสวสมุทโย’’ติ พุชฺฌิ…เป… ‘‘ปฏิปทา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อิเม ธมฺมา อภิญฺเญยฺยา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อิเม ธมฺมา ปหาตพฺพา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อิเม ธมฺมา สจฺฉิกาตพฺพา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘อิเม ธมฺมา ภาเวตพฺพา’’ติ พุชฺฌิ. ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ พุชฺฌิ, ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ สมุทยญฺจ…เป… นิสฺสรณญฺจ พุชฺฌิ, จตุนฺนํ มหาภูตานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ พุชฺฌิ, ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ พุชฺฌิ.
อถ วา ยํ พุชฺฌิตพฺพํ อนุพุชฺฌิตพฺพํ ปฏิพุชฺฌิตพฺพํ สมฺพุชฺฌิตพฺพํ อธิคนฺตพฺพํ ผสฺสิตพฺพํ สจฺฉิกาตพฺพํ, สพฺพํ ตํ เตน ปจฺเจกโพธิญาเณน พุชฺฌิ อนุพุชฺฌิ ปฏิพุชฺฌิ สมฺพุชฺฌิ อธิคญฺฉิ ผสฺเสสิ สจฺฉากาสีติ, เอวํ โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เอโก อนุตฺตรํ ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก.
จเรติ อฏฺฐ จริยาโย (จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑) – อิริยาปถจริยา, อายตนจริยา, สติจริยา, สมาธิจริยา, ญาณจริยา, มคฺคจริยา, ปตฺติจริยา, โลกตฺถจริยา. อิริยาปถจริยาติ จตูสุ อิริยาปเถสุ, อายตนจริยาติ ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ อายตเนสุ, สติจริยาติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ, สมาธิจริยาติ จตูสุ ฌาเนสุ, ญาณจริยาติ จตูสุ อริยสจฺเจสุ, มคฺคจริยาติ จตูสุ อริยมคฺเคสุ, ปตฺติจริยาติ จตูสุ สามญฺญผเลสุ, โลกตฺถจริยาติ ตถาคเตสุ อรหนฺเตสุ สมฺมาสมฺพุทฺเธสุ, ปเทสโต ปจฺเจกสมฺพุทฺเธสุ, ปเทสโต สาวเกสุ.
อิริยาปถจริยา จ ปณิธิสมฺปนฺนานํ, อายตนจริยา จ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ, สติจริยา จ อปฺปมาทวิหารีนํ, สมาธิจริยา จ อธิจิตฺตมนุยุตฺตานํ, ญาณจริยา จ พุทฺธิสมฺปนฺนานํ, มคฺคจริยา จ สมฺมาปฏิปนฺนานํ, ปตฺติจริยา จ อธิคตผลานํ, โลกตฺถจริยา จ ตถาคตานํ อรหนฺตานํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ, ปเทสโต ปจฺเจกสมฺพุทฺธานํ, ปเทสโต สาวกานํ. อิมา อฏฺฐ จริยาโย.
อปราปิ อฏฺฐ จริยาโย – อธิมุจฺจนฺโต สทฺธาย จรติ, ปคฺคณฺหนฺโต วีริเยน จรติ, อุปฏฺฐเปนฺโต สติยา จรติ, อวิกฺเขปํ กโรนฺโต สมาธินา จรติ, ปชานนฺโต ปญฺญาย จรติ, วิชานนฺโต วิญฺญาณจริยาย จรติ, เอวํ ปฏิปนฺนสฺส กุสลา ธมฺมา อายตนนฺติ อายตนจริยาย จรติ. เอวํ ปฏิปนฺโน วิเสสมธิคจฺฉตีติ วิเสสจริยาย จรติ. อิมา อฏฺฐ จริยาโย.
อปราปิ อฏฺฐ จริยาโย – ทสฺสนจริยา จ สมฺมาทิฏฺฐิยา, อภินิโรปนจริยา จ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส, ปริคฺคหจริยา จ สมฺมาวาจาย, สมุฏฺฐานจริยา จ สมฺมากมฺมนฺตสฺส, โวทานจริยา จ สมฺมาอาชีวสฺส, ปคฺคหจริยา จ สมฺมาวายามสฺส, อุปฏฺฐานจริยา จ สมฺมาสติยา, อวิกฺเขปจริยา จ สมฺมาสมาธิสฺส. อิมา อฏฺฐ จริยาโย.
ขคฺควิสาณกปฺโปติ ยถา ขคฺคสฺส นาม วิสาณํ เอกเมว โหติ, อทุติยํ, เอวเมว โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ตกฺกปฺโป ตสฺสทิโส ตปฺปฏิภาโค. ยถา อติโลณํ วุจฺจติ โลณกปฺโป, อติติตฺตกํ วุจฺจติ ติตฺตกปฺโป, อติมธุรํ วุจฺจติ มธุรกปฺโป, อติอุณฺหํ วุจฺจติ อคฺคิกปฺโป, อติสีตํ วุจฺจติ หิมกปฺโป, มหาอุทกกฺขนฺโธ วุจฺจติ สมุทฺทกปฺโป, มหาภิญฺญาพลปฺปตฺโต สาวโก วุจฺจติ สตฺถุกปฺโปติ. เอวเมว โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ขคฺควิสาณกปฺโป, ขคฺควิสาณสทิโส ขคฺควิสาณปฏิภาโค เอโก อทุติโย มุตฺตพนฺธโน สมฺมา โลเก จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปตีติ เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป. เตนาหุ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา –
‘‘สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ, อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ;
น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหายํ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สํสคฺคชาตสฺส ภวนฺติ เสฺนหา, เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ;
อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน; เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘มิตฺเต สุหชฺเช อนุกมฺปมาโน, หาเปติ อตฺถํ ปฏิพทฺธจิตฺโต;
เอตํ ภยํ สนฺถเว เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘วํโส วิสาโลว ยถา วิสตฺโต, ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา;
วํเส กฬีโรว อสชฺชมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘มิโค อรญฺญมฺหิ ยถา อพทฺโธ, เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจราย;
วิญฺญู นโร เสริตํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘อามนฺตนา โหติ สหายมชฺเฌ, วาเส จ ฐาเน คมเน จาริกาย;
อนภิชฺฌิตํ เสริตํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ขิฑฺฑา รตี โหติ สหายมชฺเฌ, ปุตฺเตสุ เปมํ วิปุลญฺจ โหติ;
ปิยวิปฺปโยคํ วิชิคุจฺฉมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘จาตุทฺทิโส อปฺปฏิโฆ จ โหติ, สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรน;
ปริสฺสยานํ สหิตา อฉมฺภี, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ทุสฺสงฺคหา ปพฺพชิตาปิ เอเก, อโถ คหฏฺฐา ฆรมาวสนฺตา;
อปฺโปสฺสุกฺโก ปรปุตฺเตสุ หุตฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘โอโรปยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ, สญฺฉินฺนปตฺโต ยถา โกวิฬาโร;
เฉตฺวาน วีโร คิหิพนฺธนานิ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ, สทฺธึ จรํ สาธุวิหาริธีรํ;
อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ, จเรยฺย เตนตฺตมโน สตีมา.
‘‘โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ, สทฺธึ จรํ สาธุวิหาริธีรํ;
ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย, เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค.
‘‘อทฺธา ปสํสาม สหายสมฺปทํ, เสฏฺฐา สมา เสวิตพฺพา สหายา;
เอเต อลทฺธา อนวชฺชโภชี, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ทิสฺวา สุวณฺณสฺส ปภสฺสรานิ, กมฺมารปุตฺเตน สุนิฏฺฐิตานิ;
สงฺฆฏฺฏมานานิ ทุเว ภุชสฺมึ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘เอวํ ทุตีเยน สหา มมสฺส, วาจาภิลาโป อภิสชฺชนา วา;
เอตํ ภยํ อายตึ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา, วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ;
อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘อีตี จ คณฺโฑ จ อุปทฺทโว จ, โรโค จ สลฺลญฺจ ภยญฺจ เมตํ;
เอตํ ภยํ กามคุเณสุ ทิสฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สีตญฺจ อุณฺหญฺจ ขุทํ ปิปาสํ, วาตาตเป ฑํสสรีสเป จ;
สพฺพานิเปตานิ อภิพฺภวิตฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘นาโคว ยูถานิ วิวชฺชยิตฺวา, สญฺชาตขนฺโธ ปทุมี อุฬาโร;
ยถาภิรนฺตํ วิหรํ อรญฺเญ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘อฏฺฐานตํ สงฺคณิการตสฺส, ยํ ผสฺสเย สามยิกํ วิมุตฺตึ;
อาทิจฺจพนฺธุสฺส วโจ นิสมฺม, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ทิฏฺฐีวิสูกานิ อุปาติวตฺโต, ปตฺโต นิยามํ ปฏิลทฺธมคฺโค;
อุปฺปนฺนญาโณมฺหิ อนญฺญเนยฺโย, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘นิลฺโลลุโป นิกฺกุโห นิปฺปิปาโส, นิมฺมกฺข นิทฺธนฺตกสาวโมโห;
นิราสโย สพฺพโลเก ภวิตฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ปาปํ สหายํ ปริวชฺชเยถ, อนตฺถทสฺสึ วิสเม นิวิฏฺฐํ;
สยํ น เสเว ปสุตํ ปมตฺตํ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ ภเชถ, มิตฺตํ อุฬารํ ปฏิภานวนฺตํ;
อญฺญาย อตฺถานิ วิเนยฺย กงฺขํ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ขิฑฺฑํ รตึ กามสุขญฺจ โลเก, อนลงฺกริตฺวา อนเปกฺขมาโน;
วิภูสฏฺฐานา วิรโต สจฺจวาที, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ปุตฺตญฺจ ทารํ ปิตรญฺจ มาตรํ, ธนานิ ธญฺญานิ จ พนฺธวานิ;
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สงฺโค เอโส ปริตฺตเมตฺถ โสขฺยํ, อปฺปสฺสาโท ทุกฺขเมเวตฺถ ภิยฺโย;
คโฬ เอโส อิติ ญตฺวา มติมา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สนฺทาลยิตฺวาน สํโยชนานิ, ชาลํว เภตฺวา สลิลมฺพุจารี,
อคฺคีว ทฑฺฒํ อนิวตฺตมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘โอกฺขิตฺตจกฺขู น จ ปาทโลโล, คุตฺตินฺทฺริโย รกฺขิตมานสาโน;
อนวสฺสุโต อปริฑยฺหมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘โอหารยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ, สญฺฉนฺนปตฺโต ยถา ปาริฉตฺโต;
กาสายวตฺโถ อภินิกฺขมิตฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘รเสสุ เคธํ อกรํ อโลโล, อนญฺญโปสี สปทานจารี;
กุเล กุเล อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ปหาย ปญฺจาวรณานิ เจตโส, อุปกฺกิเลเส พฺยปนุชฺช สพฺเพ;
อนิสฺสิโต เฉชฺช สิเนหโทสํ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘วิปิฏฺฐิกตฺวาน สุขญฺจ ทุกฺขํ, ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสํ;
ลทฺธานุเปกฺขํ สมถํ วิสุทฺธํ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘อารทฺธวีริโย ปรมตฺถปตฺติยา, อลีนจิตฺโต อกุสีตวุตฺติ;
ทฬฺหนิกฺกโม ถามพลูปปนฺโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ปฏิสลฺลานํ ฌานมริญฺจมาโน, ธมฺเมสุ นิจฺจํ อนุธมฺมจารี;
อาทีนวํ สมฺมสิตา ภเวสุ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ตณฺหกฺขยํ ปตฺถยมปฺปมตฺโต, อเนฬมูโค สุตวา สตีมา;
สงฺขาตธมฺโม นิยโต ปธานวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สีโหว สทฺเทสุ อสนฺตสนฺโต, วาโตว ชาลมฺหิ อสชฺชมาโน;
ปทุมํว โตเยน อลิมฺปมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘สีโห ยถา ทาฐพลี ปสยฺห, ราชา มิคานํ อภิภุยฺย จารี;
เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘เมตฺตํ อุเปกฺขํ กรุณํ วิมุตฺตึ, อาเสวมาโน มุทิตญฺจ กาเล;
สพฺเพน โลเกน อวิรุชฺฌมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ, สนฺทาลยิตฺวาน สํโยชนานิ;
อสนฺตสํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
‘‘ภชนฺติ เสวนฺติ จ การณตฺถา, นิกฺการณา ทุลฺลภา อชฺช มิตฺตา;
อตฺตตฺถปญฺญา อสุจีมนุสฺสา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตตฺถ สพฺเพสุ ภูเตสูติ ขคฺควิสาณปจฺเจกพุทฺธาปทานสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? สพฺพสุตฺตานํ จตุพฺพิธา อุปฺปตฺติ – อตฺตชฺฌาสยโต, ปรชฺฌาสยโต, อฏฺฐุปฺปตฺติโต, ปุจฺฉาวสิโตติ. ตตฺถ ขคฺควิสาณสุตฺตสฺส อวิเสเสน ปุจฺฉาวสิโต อุปฺปตฺติ. วิเสเสน ปน ยสฺมา เอตฺถ กาจิ คาถา เตน เตน ปจฺเจกพุทฺเธน ปุฏฺเฐน วุตฺตา, กาจิ อปุฏฺเฐน อตฺตนา อธิคตมคฺคนยานุรูปํ อุทานํเยว อุทาเนนฺเตน, ตสฺมา กายจิ คาถาย ปุจฺฉาวสิโต, กายจิ อตฺตชฺฌาสยโต อุปฺปตฺติ. ตตฺถ ยา อยํ อวิเสเสน ปุจฺฉาวสิโต อุปฺปตฺติ, สา อาทิโต ปภุติ เอวํ เวทิตพฺพา –
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. อถ โข อายสฺมโต อานนฺทสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘พุทฺธานํ ปตฺถนา จ อภินีหาโร จ ทิสฺสติ, ตถา สาวกานํ, ปจฺเจกพุทฺธานํ น ทิสฺสติ, ยํนูนาหํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ? โส ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ยถากฺกเมน เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. อถสฺส ภควา ปุพฺพโยคาวจรสุตฺตํ อภาสิ –
‘‘ปญฺจิเม, อานนฺท, อานิสํสา ปุพฺพโยคาวจเร ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺเจว อญฺญํ อาราเธติ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺเจว อญฺญํ อาราเธติ, อถ มรณกาเล อญฺญํ อาราเธติ. อถ เทวปุตฺโต สมาโน อญฺญํ อาราเธติ. อถ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ. อถ ปจฺฉิเม กาเล ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ โหตี’’ติ.
เอวํ วตฺวา ปุน อาห –
‘‘ปจฺเจกสมฺพุทฺธา นาม, อานนฺท, อภินีหารสมฺปนฺนา ปุพฺพโยคาวจรา โหนฺติ, ตสฺมา ปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ สพฺเพสํ ปตฺถนา จ อภินีหาโร จ อิจฺฉิตพฺโพ’’ติ.
โส อาห – ‘‘พุทฺธานํ, ภนฺเต, ปตฺถนา กีว จิรํ วฏฺฏตี’’ติ. พุทฺธานํ, อานนฺท, เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มชฺฌิมปริจฺเฉเทน อฏฺฐ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, อุปริมปริจฺเฉเทน โสฬส อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ. เอเต จ เภทา ปญฺญาธิกสทฺธาธิกวีริยาธิกานํ วเสน ญาตพฺพา. ปญฺญาธิกานญฺหิ สทฺธา มนฺทา โหติ, ปญฺญา ติกฺขา. สทฺธาธิกานํ ปญฺญา มชฺฌิมา โหติ, สทฺธา ติกฺขา. วีริยาธิกานํ สทฺธา ปญฺญา มนฺทา โหติ, วีริยํ ติกฺขนฺติ. อปฺปตฺวา ปน จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ทิวเส ทิวเส เวสฺสนฺตรทานสทิสํ ทานํ เทนฺโตปิ ตทนุรูเป สีลาทิปารมิธมฺเม อาจินนฺโตปิ อนฺตรา พุทฺโธ ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. กสฺมา? ญาณํ คพฺภํ น คณฺหาติ, เวปุลฺลํ นาปชฺชติ, ปริปากํ น คจฺฉตีติ. ยถา นาม ติมาสจตุมาสปญฺจมาสจฺจเยน นิปฺผชฺชนกํ สสฺสํ ตํ ตํ กาลํ อปฺปตฺวา ทิวเส ทิวเส สตกฺขตฺตุํ สหสฺสกฺขตฺตุํ เกฬายนฺโตปิ อุทเกน สิญฺจนฺโตปิ อนฺตรา ปกฺเขน วา มาเสน วา นิปฺผาเทสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. กสฺมา? สสฺสํ คพฺภํ น คณฺหาติ, เวปุลฺลํ นาปชฺชติ, ปริปากํ น คจฺฉตีติ. เอวเมวํ อปฺปตฺวา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ อนฺตรา พุทฺโธ ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ตสฺมา ยถาวุตฺตเมว กาลํ ปารมิปูรณํ กาตพฺพํ ญาณปริปากตฺถาย. เอตฺตเกนาปิ จ กาเลน พุทฺธตฺตํ ปตฺถยโต อภินีหารกรเณ อฏฺฐ สมฺปตฺติโย อิจฺฉิตพฺพา. อยญฺหิ –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌติ’’. (พุ. วํ. ๒.๕๙);
อภินีหาโรติ มูลปณิธานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตตฺถ มนุสฺสตฺตนฺติ มนุสฺสชาติ. อญฺญตฺร หิ มนุสฺสชาติยา อวเสสชาตีสุ เทวชาติยมฺปิ ฐิตสฺส ปณิธิ น อิชฺฌติ, ตตฺถ ฐิเตน ปน พุทฺธตฺตํ ปตฺถยนฺเตน ทานาทีนิ ปุญฺญกมฺมานิ กตฺวา มนุสฺสตฺตํเยว ปตฺเถตพฺพํ, ตตฺถ ฐตฺวา ปณิธิ กาตพฺโพ. เอวญฺหิ สมิชฺฌติ. ลิงฺคสมฺปตฺตีติ ปุริสภาโว. มาตุคามนปุํสกอุภโตพฺยญฺชนกานญฺหิ มนุสฺสชาติยํ ฐิตานมฺปิ ปณิธิ น อิชฺฌติ. ตตฺถ ฐิเตน ปน พุทฺธตฺตํ ปตฺเถนฺเตน ทานาทีนิ ปุญฺญกมฺมานิ กตฺวา ปุริสภาโวเยว ปตฺเถตพฺโพ, ตตฺถ ฐตฺวา ปณิธิ กาตพฺโพ. เอวญฺหิ สมิชฺฌติ. เหตูติ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยสมฺปตฺติ. โย หิ ตสฺมึ อตฺตภาเว วายมนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ, ตสฺส ปณิธิ สมิชฺฌติ, โน อิตรสฺส ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ ทีปงฺกรปาทมูเล ปพฺพชิตฺวา เตนตฺตภาเวน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ อโหสิ. สตฺถารทสฺสนนฺติ พุทฺธานํ สมฺมุขาทสฺสนํ. เอวญฺหิ อิชฺฌติ, โน อญฺญถา ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ ทีปงฺกรํ สมฺมุขา ทิสฺวา ปณิธึ อกาสิ. ปพฺพชฺชาติ อนคาริยภาโว. โส จ โข สาสเน วา กมฺมวาทิกิริยวาทิตาปสปริพฺพาชกนิกาเย วา วฏฺฏติ ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ สุเมโธ นาม ตาปโส หุตฺวา ปณิธึ อกาสิ. คุณสมฺปตฺตีติ ฌานาทิคุณปฏิลาโภ. ปพฺพชิตสฺสปิ หิ คุณสมฺปนฺนสฺเสว อิชฺฌติ, โน อิตรสฺส ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ ปญฺจาภิญฺโญ จ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี จ หุตฺวา ปณิเธสิ. อธิกาโรติ อธิกกาโร, ปริจฺจาโคติ อตฺโถ. ชีวิตาทิปริจฺจาคญฺหิ กตฺวา ปณิทหโตเยว อิชฺฌติ, โน อิตรสฺส ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ –
‘‘อกฺกมิตฺวาน มํ พุทฺโธ, สห สิสฺเสหิ คจฺฉตุ;
มา นํ กลเล อกฺกมิตฺถ, หิตาย เม ภวิสฺสตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๓);
เอวํ อตฺตปริจฺจาคํ กตฺวา ปณิเธสิ. ฉนฺทตาติ กตฺตุกมฺยตา. สา ยสฺส พลวตี โหติ, ตสฺส อิชฺฌติ ปณิธิ. สา จ สเจ โกจิ วเทยฺย ‘‘โก จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ นิรเย ปจฺจิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉตี’’ติ. ตํ สุตฺวา โย ‘‘อห’’นฺติ วตฺตุํ อุสฺสหติ, ตสฺส พลวตีติ เวทิตพฺพา. ตถา ยทิ โกจิ วเทยฺย ‘‘โก สกลจกฺกวาฬํ วีตจฺจิกานํ องฺคารานํ ปูรํ อกฺกมิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉติ, โก สกลจกฺกวาฬํ สตฺติสูเลหิ อากิณฺณํ อกฺกมนฺโต อติกฺกมิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉติ, โก สกลจกฺกวาฬํ สมติตฺติกํ อุทกปุณฺณํ อุตฺตริตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉติ, โก สกลจกฺกวาฬํ นิรนฺตรํ เวฬุคุมฺพสญฺฉนฺนํ มทฺทนฺโต อติกฺกมิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉตี’’ติ, ตํ สุตฺวา โย ‘‘อห’’นฺติ วตฺตุํ อุสฺสหติ, ตสฺส พลวตีติ เวทิตพฺพา. เอวรูเปน จ กตฺตุกมฺยตาฉนฺเทน สมนฺนาคโต สุเมธปณฺฑิโต ปณิเธสีติ.
เอวํ สมิทฺธาภินีหาโร จ โพธิสตฺโต อิมานิ อฏฺฐารส อภพฺพฏฺฐานานิ น อุเปติ. โส หิ ตโต ปภุติ น ชจฺจนฺโธ โหติ น ชจฺจปธิโร, น อุมฺมตฺตโก, น เอฬมุโค, น ปีฐสปฺปิ, น มิลกฺเขสุ อุปฺปชฺชติ, น ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตติ, น นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ, นาสฺส ลิงฺคํ ปริวตฺตติ, น ปญฺจานนฺตริยกมฺมานิ กโรติ, น กุฏฺฐี โหติ, น ติรจฺฉานโยนิยํ วฏฺฏกโต ปจฺฉิมตฺตภาโว หตฺถิโต อธิกตฺตภาโว โหติ, น ขุปฺปิปาสิกนิชฺฌามตณฺหิกเปเตสุ อุปฺปชฺชติ, น กาลกญฺจิกาสุเรสุ, น อวีจินิรเย, น โลกนฺตริเกสุ อุปฺปชฺชติ. กามาวจเรสุ ปน น มาโร โหติ, รูปาวจเรสุ น อสญฺญีภเว, น สุทฺธาวาเสสุ อุปฺปชฺชติ, น อรูปภเวสุ, น อญฺญํ จกฺกวาฬํ สงฺกมติ.
ยา จิมา อุสฺสาโห จ อุมฺมงฺโค จ อวตฺถานญฺจ หิตจริยา จาติ จตสฺโส พุทฺธภูมิโย, ตาหิ สมนฺนาคโต โหติ. ตตฺถ –
‘‘อุสฺสาโห วีริยํ วุตฺตํ, อุมฺมงฺโค ปญฺญา ปวุจฺจติ;
อวตฺถานํ อธิฏฺฐานํ, หิตจริยา เมตฺตาภาวนา’’ติ. –
เวทิตพฺพา. เย จ อิเม เนกฺขมฺมชฺฌาสโย, ปวิเวกชฺฌาสโย, อโลภชฺฌาสโย, อโทสชฺฌาสโย, อโมหชฺฌาสโย, นิสฺสรณชฺฌาสโยติ ฉ อชฺฌาสยา โพธิปริปากาย สํวตฺตนฺติ, เยหิ สมนฺนาคตตฺตา เนกฺขมฺมชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา กาเมสุ โทสทสฺสาวิโน, ปวิเวกชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สงฺคณิกาย โทสทสฺสาวิโน, อโลภชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา โลเภ โทสทสฺสาวิโน, อโทสชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา โทเส โทสทสฺสาวิโน, อโมหชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา โมเห โทสทสฺสาวิโน, นิสฺสรณชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สพฺพภเวสุ โทสทสฺสาวิโนติ วุจฺจนฺติ, เตหิ จ สมนฺนาคโต โหติ.
ปจฺเจกพุทฺธานํ ปน กีว จิรํ ปตฺถนา วฏฺฏตีติ? ปจฺเจกพุทฺธานํ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, ตโต โอรํ น สกฺกา, ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนเวตฺถ การณํ เวทิตพฺพํ. เอตฺตเกนาปิ จ กาเลน ปจฺเจกพุทฺธตฺตํ ปตฺถยโต อภินีหารกรเณ ปญฺจ สมฺปตฺติโย อิจฺฉิตพฺพา. เตสญฺหิ –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, วิคตาสวทสฺสนํ;
อธิกาโร จ ฉนฺทตา, เอเต อภินีหารการณา’’.
ตตฺถ วิคตาสวทสฺสนนฺติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ ยสฺส กสฺสจิ ทสฺสนนฺติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อถ ‘‘สาวกานํ ปตฺถนา กิตฺตกํ วฏฺฏตี’’ติ? ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, อสีติมหาสาวกานํ กปฺปสตสหสฺสเมว. ตถา พุทฺธสฺส มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐากสฺส ปุตฺตสฺส จาติ, ตโต โอรํ น สกฺกา, ตตฺถ การณํ วุตฺตนยเมว. อิเมสํ ปน สพฺเพสมฺปิ อธิกาโร จ ฉนฺทตาติ ทฺวงฺคสมนฺนาคโตเยว อภินีหาโร โหติ.
เอวํ อิมาย ปตฺถนาย อิมินา จ อภินีหาเรน ยถาวุตฺตปฺปเภทํ กาลํ ปารมิโย ปูเรตฺวา พุทฺธา โลเก อุปฺปชฺชนฺตา ขตฺติยกุเล วา พฺราหฺมณกุเล วา อุปฺปชฺชนฺติ, ปจฺเจกพุทฺธา ขตฺติยพฺราหฺมณคหปติกุลานํ อญฺญตรสฺมึ, อคฺคสาวกา ปน พุทฺธา วิย ขตฺติยพฺราหฺมณกุเลเสฺวว. สพฺพพุทฺธา สํวฏฺฏมาเน กปฺเป น อุปฺปชฺชนฺติ, วิวฏฺฏมาเน กปฺเป อุปฺปชฺชนฺติ, ตถา ปจฺเจกพุทฺธา. เต ปน พุทฺธานํ อุปฺปชฺชนกาเล น อุปฺปชฺชนฺติ. พุทฺธา สยญฺจ พุชฺฌนฺติ, ปเร จ โพเธนฺติ. ปจฺเจกพุทฺธา สยเมว พุชฺฌนฺติ, น ปเร โพเธนฺติ. อตฺถรสเมว ปฏิวิชฺฌนฺติ, น ธมฺมรสํ. น หิ เต โลกุตฺตรธมฺมํ ปญฺญตฺตึ อาโรเปตฺวา เทเสตุํ สกฺโกนฺติ, มูเคน ทิฏฺฐสุปิโน วิย วนจรเกน นคเร สายิตพฺยญฺชนรโส วิย จ เนสํ ธมฺมาภิสมโย โหติ. สพฺพํ อิทฺธิสมาปตฺติปฏิสมฺภิทาปเภทํ ปาปุณนฺติ. คุณวิสิฏฺฐตาย พุทฺธานํ เหฏฺฐา สาวกานํ อุปริ โหนฺติ, น อญฺเญ ปพฺพาเชตฺวา อาภิสมาจาริกํ สิกฺขาเปนฺติ, ‘‘จิตฺตสลฺเลโข กาตพฺโพ, โวสานํ นาปชฺชิตพฺพ’’นฺติ อิมินา อุทฺเทเสน อุโปสถํ กโรนฺติ, อชฺช อุโปสโถติ วจนมตฺเตน วา, อุโปสถํ กโรนฺตา จ คนฺธมาทเน มญฺชูสกรุกฺขมูเล รตนมาเฬ สนฺนิปติตฺวา กโรนฺตีติ. เอวํ ภควา อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺเจกพุทฺธานํ สพฺพาการปริปูรํ ปตฺถนญฺจ อภินีหารญฺจ กเถตฺวา อิทานิ อิมาย ปตฺถนาย อิมินา จ อภินีหาเรน สมุทาคเต เต เต ปจฺเจกพุทฺเธ กเถตุํ ‘‘สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑ’’นฺติอาทินา นเยน อิมํ ขคฺควิสาณสุตฺตํ อภาสิ. อยํ ตาว อวิเสเสน ปุจฺฉาวสิโต ขคฺควิสาณสุตฺตสฺส อุปฺปตฺติ.
อิทานิ วิเสเสน วตฺตพฺพา. ตตฺถ อิมิสฺสา ตาว คาถาย เอวํ อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา – อยํ กิร ปจฺเจกพุทฺโธ ปจฺเจกโพธิสตฺตภูมึ โอคาหนฺโต เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปารมิโย ปูเรตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา อารญฺญิโก หุตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต สมณธมฺมํ อกาสิ. เอตํ กิร วตฺตํ อปริปูเรตฺวา ปจฺเจกโพธึ ปาปุณนฺโต นาม นตฺถิ. กึ ปเนตํ คตปจฺจาคตวตฺตํ นาม? หรณปจฺจาหรณนฺติ. ตํ ยถา วิภูตํ โหติ, ตถา กเถสฺสาม.
อิธ เอกจฺโจ ภิกฺขุ หรติ น ปจฺจาหรติ, เอกจฺโจ ปจฺจาหรติ น หรติ, เอกจฺโจ เนว หรติ น ปจฺจาหรติ, เอกจฺโจ หรติ จ ปจฺจาหรติ จ. ตตฺถ โย ภิกฺขุ ปเคว วุฏฺฐาย เจติยงฺคณโพธิยงฺคณวตฺตํ กตฺวา โพธิรุกฺเข อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา ปานียฆฏํ ปูเรตฺวา ปานียมาเฬ ฐเปตฺวา อาจริยวตฺตํ อุปชฺฌายวตฺตํ กตฺวา เทฺวอสีติ ขนฺธกวตฺตานิ จ จุทฺทส มหาวตฺตานิ สมาทาย วตฺตติ. โส สรีรปริกมฺมํ กตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา ยาว ภิกฺขาจารเวลา, ตาว วิวิตฺตาสเน วีตินาเมตฺวา เวลํ ญตฺวา นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา สงฺฆาฏึ ขนฺเธ กริตฺวา ปตฺตํ อํเส อาลคฺเคตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺโต เจติยงฺคณํ คนฺตฺวา เจติยญฺจ โพธิญฺจ วนฺทิตฺวา คามสมีเป จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ อาทาย คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ. เอวํ ปวิฏฺโฐ จ ลาภี ภิกฺขุ ปุญฺญวา อุปาสเกหิ สกฺกโต ครุกโต อุปฏฺฐากกุเล วา ปฏิกฺกมนสาลายํ วา ปฏิกฺกมิตฺวา อุปาสเกหิ ตํ ตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิยมาโน เตสํ ปญฺหวิสฺสชฺชเนน ธมฺมเทสนาวิกฺเขเปน จ ตํ มนสิการํ ฉฑฺเฑตฺวา นิกฺขมติ. วิหารํ อาคโตปิ ภิกฺขูหิ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถติ, ธมฺมํ ภณติ, ตํ ตํ พฺยาปารญฺจ อาปชฺชติ. ปจฺฉาภตฺตมฺปิ ปุริมยามมฺปิ มชฺฌิมยามมฺปิ เอวํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปปญฺเจตฺวา กายทุฏฺฐุลฺลาภิภูโต ปจฺฉิมยาเมปิ สยติ, เนว กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ. อยํ วุจฺจติ ‘‘หรติ น ปจฺจาหรตี’’ติ.
โย ปน พฺยาธิพหุโล โหติ, ภุตฺตาหาโร ปจฺจูสสมเย น สมฺมา ปริณมติ. ปเคว วุฏฺฐาย ยถาวุตฺตํ วตฺตํ กาตุํ น สกฺโกติ กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิ กาตุํ, อญฺญทตฺถุ ยาคุํ วา ขชฺชกํ วา เภสชฺชํ วา ภตฺตํ วา ปตฺถยมาโน กาลสฺเสว ปตฺตจีวรมาทาย คามํ ปวิสติ. ตตฺถ ยาคุํ วา ขชฺชกํ วา เภสชฺชํ วา ภตฺตํ วา ลทฺธา ปตฺตํ นีหริตฺวา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสินฺโน กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กริตฺวา วิเสสํ ปตฺวา วา อปตฺวา วา วิหารํ อาคนฺตฺวา เตเนว มนสิกาเรน วิหรติ. อยํ วุจฺจติ ‘‘ปจฺจาหรติ น หรตี’’ติ. เอทิสา หิ ภิกฺขู ยาคุํ ปิวิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา พุทฺธสาสเน อรหตฺตํ ปตฺตา คณนปถํ วีติวตฺตา, สีหฬทีเปเยว เตสุ เตสุ คาเมสุ อาสนสาลายํ ตํ อาสนํ นตฺถิ, ยตฺถ ภิกฺขู นิสินฺนา ยาคุํ ปิวิตฺวา อรหตฺตํ อปฺปตฺตา.
โย ปน ปมาทวิหารี โหติ นิกฺขิตฺตธุโร, สพฺพวตฺตานิ ภินฺทิตฺวา ปญฺจวิธเจโตขิลวินิพนฺธนพทฺธจิตฺโต วิหรนฺโต กมฺมฏฺฐานมนสิการมนนุยุตฺโต คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา คิหีหิ สทฺธึ กถาปปญฺเจน ปปญฺจิโต ตุจฺฉโกว นิกฺขมติ. อยํ วุจฺจติ ‘‘เนว หรติ น ปจฺจาหรตี’’ติ.
โย ปน ปเคว วุฏฺฐาย ปุริมนเยเนว สพฺพวตฺตานิ ปริปูเรตฺวา ยาว ภิกฺขาจารเวลา, ตาว ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ. กมฺมฏฺฐานํ นาม ทุวิธํ – สพฺพตฺถกญฺจ ปาริหาริยญฺจ. ตตฺถ สพฺพตฺถกํ นาม เมตฺตา จ มรณานุสฺสติ จ. ตญฺหิ สพฺพตฺถ อตฺถยิตพฺพํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ ‘‘สพฺพตฺถก’’นฺติ วุจฺจติ. เมตฺตา นาม อาวาสาทีสุ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพา. อาวาเสสุ หิ เมตฺตาวิหารี ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ มนาโป, เตน ผาสุ อสงฺฆฏฺโฐ วิหรติ. เทวตาสุ เมตฺตาวิหารี เทวตาหิ รกฺขิตโคปิโต สุขํ วิหรติ. ราชราชมหามตฺตาทีสุ เมตฺตาวิหารี เตหิ มมายิโต สุขํ วิหรติ. คามนิคมาทีสุ เมตฺตาวิหารี สพฺพตฺถ ภิกฺขาจริยาทีสุ มนุสฺเสหิ สกฺกโต ครุกโต สุขํ วิหรติ. มรณานุสฺสติภาวนาย ชีวิตนิกนฺตึ ปหาย อปฺปมตฺโต วิหรติ.
ยํ ปน สทา ปริหริตพฺพํ จริยานุกูเลน คหิตํ. ตํ ทสาสุภกสิณานุสฺสตีสุ อญฺญตรํ, จตุธาตุววตฺถานเมว วา, ตํ สทา ปริหริตพฺพโต รกฺขิตพฺพโต ภาเวตพฺพโต จ ‘‘ปาริหาริย’’นฺติ วุจฺจติ, มูลกมฺมฏฺฐานนฺติปิ ตเทว. อตฺถกามา หิ กุลปุตฺตา สาสเน ปพฺพชิตฺวา ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ จตฺตาลีสมฺปิ ปญฺญาสมฺปิ สตมฺปิ เอกโต วสนฺตา กติกวตฺตํ กตฺวา วิหรนฺติ – ‘‘อาวุโส, ตุเมฺห น อิณฏฺฏา น ภยฏฺฏา น ชีวิกาปกตา ปพฺพชิตา, ทุกฺขา มุจฺจิตุกามา ปเนตฺถ ปพฺพชิตา. ตสฺมา คมเน อุปฺปนฺนกิเลเส คมเนเยว นิคฺคณฺหถ, ฐาเน, นิสชฺชาย, สยเน อุปฺปนฺนกิเลเส สยเนเยว นิคฺคณฺหถา’’ติ.
เต เอวํ กติกวตฺตํ กตฺวา ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา อฑฺฒอุสภอุสภอฑฺฒคาวุตคาวุตนฺตเรสุ ปาสาณา โหนฺติ, ตาย สญฺญาย กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาว คจฺฉนฺติ. สเจ กสฺสจิ คมเน กิเลโส อุปฺปชฺชติ, โส ตตฺเถว นํ นิคฺคณฺหาติ. ตถา อสกฺโกนฺโต ติฏฺฐติ, อถสฺส ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโตปิ ติฏฺฐติ. โส ‘‘อยํ ภิกฺขุ ตุยฺหํ อุปฺปนฺนํ วิตกฺกํ ชานาติ, อนนุจฺฉวิกํ เต เอต’’นฺติ อตฺตานํ ปฏิโจเทตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตตฺเถว อริยภูมึ โอกฺกมติ. ตถา อสกฺโกนฺโต นิสีทติ. อถสฺส ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโตปิ นิสีทตีติ. โสเยว นโย อริยภูมึ โอกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโตปิ ตํ กิเลสํ วิกฺขมฺเภตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโตว คจฺฉติ, น กมฺมฏฺฐานวิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรติ. อุทฺธรติ เจ, ปฏินิวตฺติตฺวา ปุริมปเทเสเยว ติฏฺฐติ. อาลินฺทกวาสี มหาผุสฺสเทวตฺเถโร วิย.
โส กิร เอกูนวีสติวสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต เอวํ วิหาสิ. มนุสฺสาปิ สุทํ อนฺตรามคฺเค กสนฺตา จ วปนฺตา จ มทฺทนฺตา จ กมฺมานิ กโรนฺตา จ เถรํ ตถา คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ เถโร ปุนปฺปุนํ นิวตฺติตฺวา คจฺฉติ, กึ นุ โข มคฺคมูโฬฺห, อุทาหุ กิญฺจิ ปมุฏฺโฐ’’ติ สมุลฺลปนฺติ. โส ตํ อนาทิยิตฺวา กมฺมฏฺฐานยุตฺเตน จิตฺเตเนว สมณธมฺมํ กโรนฺโต วีสติวสฺสพฺภนฺตเร อรหตฺตํ ปาปุณิ. อรหตฺตปตฺตทิวเสเยวสฺส จงฺกมนโกฏิยํ อธิวตฺถา เทวตา องฺคุลีหิ ทีปํ อุชฺชาเลตฺวา อฏฺฐาสิ, จตฺตาโรปิ มหาราชาโน สกฺโก จ เทวานมินฺโท พฺรหฺมา จ สหมฺปติ อุปฏฺฐานํ อาคมึสุ. ตญฺจ โอภาสํ ทิสฺวา วนวาสี มหาติสฺสตฺเถโร ตํ ทุติยทิวเส ปุจฺฉิ – ‘‘รตฺติภาเค อายสฺมโต สนฺติเก โอภาโส อโหสิ, กึ โส’’ติ? เถโร วิกฺเขปํ กโรนฺโต ‘‘โอภาโส นาม ทีโปภาโสปิ โหติ มณิโอภาโสปี’’ติ เอวมาทิมาห. โส ‘‘ปฏิจฺฉาเทถ ตุเมฺห’’ติ นิพทฺโธ ‘‘อามา’’ติ ปฏิชานิตฺวา อาโรเจสิ.
กาฬวลฺลิมณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร วิย จ. โสปิ กิร คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต ‘‘ปฐมํ ตาว ภควโต มหาปธานํ ปูเชสฺสามี’’ติ สตฺต วสฺสานิ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาสิ, ปุน โสฬส วสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เอวํ กมฺมฏฺฐานมนุยุตฺตจิตฺเตเนว ปาทํ อุทฺธรนฺโต วิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน อุทฺธเฏ ปฏินิวตฺตนฺโต คามสมีปํ คนฺตฺวา ‘‘คาวี นุ โข ปพฺพชิโต นุ โข’’ติ อาสงฺกนียปฺปเทเส ฐตฺวา สงฺฆาฏึ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา คามทฺวารํ ปตฺวา กจฺฉกนฺตรโต อุทกํ คเหตฺวา คณฺฑูสํ กตฺวา คามํ ปวิสติ ‘‘ภิกฺขํ วา ทาตุํ วนฺทิตุํ วา อุปคเต มนุสฺเส ‘ทีฆายุกา โหถา’ติ วจนมตฺเตนาปิ มา เม กมฺมฏฺฐานวิกฺเขโป อโหสี’’ติ. สเจ ปน นํ ‘‘อชฺช, ภนฺเต, กึ สตฺตมี, อุทาหุ อฏฺฐมี’’ติ ทิวสํ ปุจฺฉนฺติ, อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจติ. สเจ ทิวสปุจฺฉกา น โหนฺติ, นิกฺขมนเวลายํ คามทฺวาเร นิฏฺฐุภิตฺวาว ยาติ.
สีหฬทีเป กลมฺพติตฺถวิหาเร วสฺสูปคตา ปญฺญาส ภิกฺขู วิย จ. เต กิร วสฺสูปนายิกอุโปสถทิวเส กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา น อญฺญมญฺญํ อาลปิสฺสามา’’ติ. คามญฺจ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตา คามทฺวาเร อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา ปวิสึสุ, ทิวเส ปุจฺฉิเต อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจสุํ, อปุจฺฉิเต คามทฺวาเร นิฏฺฐุภิตฺวา วิหารํ อาคมํสุ. ตตฺถ มนุสฺสา นิฏฺฐุภนฏฺฐานํ ทิสฺวา ชานึสุ – ‘‘อชฺช เอโก อาคโต, อชฺช เทฺว’’ติ. เอวญฺจ จินฺเตสุํ – ‘‘กึ นุ โข เอเต อเมฺหเหว สทฺธึ น สลฺลปนฺติ, อุทาหุ อญฺญมญฺญมฺปิ, ยทิ อญฺญมญฺญมฺปิ น สลฺลปนฺติ, อทฺธา วิวาทชาตา ภวิสฺสนฺติ, หนฺท เนสํ อญฺญมญฺญํ ขมาเปสฺสามา’’ติ. สพฺเพ วิหารํ อคมํสุ. ตตฺถ ปญฺญาสาย ภิกฺขูสุ วสฺสํ อุปคเตสุ เทฺว ภิกฺขู เอโกกาเส นาทฺทสํสุ. ตโต เตสุ โย จกฺขุมา ปุริโส, โส เอวมาห – ‘‘น, โภ, กลหการกานํ วสโนกาโส อีทิโส โหติ, สุสมฺมฏฺฐํ เจติยงฺคณํ โพธิยงฺคณํ, สุนิกฺขิตฺตา สมฺมชฺชนิโย, สูปฏฺฐปิตํ ปานียปริโภชนีย’’นฺติ, เต ตโต นิวตฺตา. เตปิ ภิกฺขู อนฺโตวสฺเสเยว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา มหาปวารณาย วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสุํ.
เอวํ กาฬวลฺลิมณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร วิย กลมฺพติตฺถวิหาเร วสฺสูปคตา ภิกฺขู วิย จ กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรนฺโต คามสมีปํ คนฺตฺวา อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา ยตฺถ สุราโสณฺฑธุตฺตาทโย กลหการกา จณฺฑหตฺถิอสฺสาทโย วา นตฺถิ, ตํ วีถึ ปฏิปชฺชติ. ตตฺถ จ ปิณฺฑาย จรนฺโต น ตุริตตุริโต ชเวน คจฺฉติ, ชวนปิณฺฑปาติกธุตงฺคํ นาม นตฺถิ, วิสมภูมิภาคปฺปตฺตํ ปน อุทกภริตสกฏมิว นิจฺจโล หุตฺวา คจฺฉติ. อนุฆรํ ปวิฏฺโฐ จ ทาตุกามํ วา อทาตุกามํ วา สลฺลกฺเขตุํ ตทนุรูปํ กาลํ อาคเมนฺโต ภิกฺขํ คเหตฺวา ปติรูเป โอกาเส นิสีทิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา อกฺขพฺภญฺชนวณาเลปนปุตฺตมํสูปมาวเสน ปจฺจเวกฺขนฺโต อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อาหารํ อาหาเรติ เนว ทวาย น มทาย…เป… ภุตฺตาวี จ อุทกกิจฺจํ กตฺวา มุหุตฺตํ ภตฺตกิลมถํ วิโนเทตฺวา ยถา ปุเรภตฺตํ, เอวํ ปจฺฉาภตฺตํ, ปุริมยามํ ปจฺฉิมยามญฺจ กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ. อยํ วุจฺจติ ‘‘หรติ จ ปจฺจาหรติ จา’’ติ. เอวเมตํ หรณปจฺจาหรณํ คตปจฺจาคตวตฺตนฺติ วุจฺจติ.
เอตํ ปูเรนฺโต ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ, ปฐมวเย เอว อรหตฺตํ ปาปุณาติ. โน เจ ปฐมวเย ปาปุณาติ, อถ มชฺฌิมวเย ปาปุณาติ. โน เจ มชฺฌิมวเย ปาปุณาติ, อถ มรณสมเย ปาปุณาติ. โน เจ มรณสมเย ปาปุณาติ, อถ เทวปุตฺโต หุตฺวา ปาปุณาติ. โน เจ เทวปุตฺโต หุตฺวา ปาปุณาติ, อถ ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพาติ. โน เจ ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพาติ, อถ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ เสยฺยถาปิ เถโร พาหิโย, มหาปญฺโญ วา โหติ เสยฺยถาปิ เถโร สาริปุตฺโตติ.
อยํ ปน ปจฺเจกโพธิสตฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา อารญฺญิโก หุตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ เอตํ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา กาลํ กตฺวา กามาวจรเทวโลเก อุปฺปชฺชิ. ตโต จวิตฺวา พาราณสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. กุสลา อิตฺถิโย ตทเหว คพฺภสณฺฐานํ ชานนฺติ. สา จ ตาสํ อญฺญตรา, ตสฺมา เอสาปิ ตํ คพฺภปติฏฺฐานํ รญฺโญ นิเวเทสิ. ธมฺมตา เอสา, ยํ ปุญฺญวนฺเต สตฺเต คพฺเภ อุปฺปนฺเน มาตุคาโม คพฺภปริหารํ ลภติ. ตสฺมา ราชา ตสฺสา คพฺภปริหารํ อทาสิ. สา ตโต ปภุติ นาจฺจุณฺหํ กิญฺจิ อชฺโฌหริตุํ ลภติ, นาติสีตํ นาจฺจมฺพิลํ นาติโลณํ นาติกฏุกํ นาติติตฺตกํ. อจฺจุเณฺห หิ มาตรา อชฺโฌหเฏ คพฺภสฺส โลหกุมฺภิวาโส วิย โหติ, อติสีเต โลกนฺตริกวาโส วิย, อจฺจมฺพิลโลณกฏุกติตฺตเกสุ ภุตฺเตสุ สตฺเถน ผาเลตฺวา อมฺพิลาทีหิ สิตฺตานิ วิย ทารกสฺส องฺคานิ ติพฺพเวทนานิ โหนฺติ. อติจงฺกมนฏฺฐานนิสชฺชสยนโตปิ นํ นิวาเรนฺติ ‘‘กุจฺฉิคตสฺส สญฺจลนทุกฺขํ มา อโหสี’’ติ. มุทุกตฺถรณตฺถตาย ภูมิยา จงฺกมนาทีนิ มตฺตาย กาตุํ ลภติ, วณฺณคนฺธาทิสมฺปนฺนํ สาทุํ สปฺปายํ อนฺนปานํ ภุญฺชิตุํ ลภติ. ปริคฺคเหตฺวาว นํ จงฺกมาเปนฺติ นิสีทาเปนฺติ วุฏฺฐาเปนฺติ.
สา เอวํ ปริหริยมานา คพฺภปริปากกาเล สูติฆรํ ปวิสิตฺวา ปจฺจูสสมเย ปุตฺตํ วิชายิ ปกฺกเตลมทฺทิตมโนสิลาปิณฺฑิสทิสํ ธญฺญปุญฺญลกฺขณูเปตํ. ตโต นํ ปญฺจมทิวเส อลงฺกตปฏิยตฺตํ รญฺโญ ทสฺเสสุํ, ราชา ตุฏฺโฐ ฉสฏฺฐิยา ธาตีหิ อุปฏฺฐาเปสิ. โส สพฺพสมฺปตฺตีหิ วฑฺฒมาโน นจิรสฺเสว วิญฺญุตํ ปาปุณิ. โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ นํ ราชา รชฺเชน อภิสิญฺจิ, วิวิธนาฏกาหิ จ อุปฏฺฐาเปสิ. อภิสิตฺโต ราชปุตฺโต รชฺชํ กาเรสิ นาเมน พฺรหฺมทตฺโต, สกลชมฺพุทีเป วีสติยา นครสหสฺเสสุ. ชมฺพุทีเป กิร ปุพฺเพ จตุราสีติ นครสตสหสฺสานิ อเหสุํ, ตานิ ปริหายนฺตานิ สฏฺฐิ อเหสุํ, ตโต ปริหายนฺตานิ จตฺตาลีสํ, สพฺพปริหายนกาเล ปน วีสติสหสฺสานิ โหนฺติ. อยญฺจ พฺรหฺมทตฺโต สพฺพปริหายนกาเล อุปฺปชฺชิ, เตนสฺส วีสติ นครสหสฺสานิ อเหสุํ วีสติ ปาสาทสหสฺสานิ, วีสติ หตฺถิสหสฺสานิ, วีสติ อสฺสสหสฺสานิ, วีสติ รถสหสฺสานิ, วีสติ ปตฺติสหสฺสานิ, วีสติ อิตฺถิสหสฺสานิ โอโรธา จ นาฏกิตฺถิโย จ, วีสติ อมจฺจสหสฺสานิ.
โส มหารชฺชํ การยมาโนเยว กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ปญฺจ อภิญฺญาโย, อฏฺฐ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตสิ. ยสฺมา ปน อภิสิตฺตรญฺญา นาม อวสฺสํ อฏฺฏกรเณ นิสีทิตพฺพํ, ตสฺมา เอกทิวสํ ปเคว ปาตราสํ ภุญฺชิตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิ. ตตฺถ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทํ อกํสุ, โส ‘‘อยํ สทฺโท สมาปตฺติยา อุปกฺกิเลโส’’ติ ปาสาทตลํ อภิรุหิตฺวา ‘‘สมาปตฺตึ อปฺเปมี’’ติ นิสินฺโน นาสกฺขิ อปฺเปตุํ รชฺชวิกฺเขเปน สมาปตฺติ ปริหีนา. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘กึ รชฺชํ วรํ, อุทาหุ สมณธมฺโม’’ติ? ตโต ‘‘รชฺชสุขํ ปริตฺตํ อเนกาทีนวํ, สมณธมฺมสุขํ ปน วิปุลํ อเนกานิสํสํ อุตฺตมปุริเสหิ เสวิตญฺจา’’ติ ญตฺวา อญฺญตรํ อมจฺจํ อาณาเปสิ ‘‘อิมํ รชฺชํ ธมฺเมน สเมน อนุสาส, มา โข อธมฺมการํ กาเรสี’’ติ สพฺพํ ตสฺส นิยฺยาเตตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา สมาปตฺติสุเขน วีตินาเมสิ, น โกจิ อุปสงฺกมิตุํ ลภติ อญฺญตฺร มุขโธวนทนฺตกฏฺฐทายกภตฺตนีหารกาทีหิ.