ทสกวณฺณนา

๓๔๕. อิติ นวกวเสน สามคฺคิรสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทสกวเสน ทสฺเสตุํ ปุน เทสนํ อารภิ. ตตฺถ นาถกรณาติ ‘‘สนาถา, ภิกฺขเว, วิหรถ มา อนาถา, ทส อิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา นาถกรณา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๘) เอวํ อกฺขาตา อตฺตโน ปติฏฺฐากรา ธมฺมา.

กลฺยาณมิตฺโตติอาทีสุ สีลาทิคุณสมฺปนฺนา กลฺยาณา อสฺส มิตฺตาติ กลฺยาณมิตฺโต. เต จสฺส ฐานนิสชฺชาทีสุ สห อยนโต สหายาติ กลฺยาณสหาโย. จิตฺเตน เจว กาเยน จ กลฺยาณมิตฺเตสุ เอว สมฺปวงฺโก โอนโตติ กลฺยาณสมฺปวงฺโก. สุวโจ โหตีติ สุเขน วตฺตพฺโพ โหติ สุเขน อนุสาสิตพฺโพ. ขโมติ คาเฬฺหน ผรุเสน กกฺขเฬน วุจฺจมาโน ขมติ, น กุปฺปติ. ปทกฺขิณคฺคาหี อนุสาสนินฺติ ยถา เอกจฺโจ โอวทิยมาโน วามโต คณฺหาติ, ปฏิปฺผรติ วา อสุณนฺโต วา คจฺฉติ, เอวํ อกตฺวา ‘‘โอวทถ, ภนฺเต, อนุสาสถ, ตุเมฺหสุ อโนวทนฺเตสุ โก อญฺโญ โอวทิสฺสตี’’ติ ปทกฺขิณํ คณฺหาติ.

อุจฺจาวจานีติ อุจฺจานิ จ อวจานิ จ. กึ กรณียานีติ กึ กโรมีติ เอวํ วตฺวา กตฺตพฺพกมฺมานิ. ตตฺถ อุจฺจกมฺมานิ นาม จีวรสฺส กรณํ รชนํ เจติเย สุธากมฺมํ อุโปสถาคารเจติยฆรโพธิยฆเรสุ กตฺตพฺพนฺติ เอวมาทิ. อวจกมฺมํ นาม ปาทโธวนมกฺขนาทิขุทฺทกกมฺมํ. ตตฺรุปายายาติ ตตฺรุปคมนียา. อลํ กาตุนฺติ กาตุํ สมตฺโถ โหติ. อลํ สํวิธาตุนฺติ วิจาเรตุํ สมตฺโถ.

ธมฺเม อสฺส กาโม สิเนโหติ ธมฺมกาโม, เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ปิยายตีติ อตฺโถ. ปิยสมุทาหาโรติ ปรสฺมึ กเถนฺเต สกฺกจฺจํ สุณาติ, สยญฺจ ปเรสํ เทเสตุกาโม โหตีติ อตฺโถ. ‘‘อภิธมฺเม อภิวินเย’’ติ เอตฺถ ธมฺโม อภิธมฺโม, วินโย อภิวินโยติ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ธมฺโมติ สุตฺตนฺตปิฏกํ. อภิธมฺโมติ สตฺต ปกรณานิ. วินโยติ อุภโตวิภงฺคา. อภิวินโยติ ขนฺธกปริวารา. อถ วา สุตฺตนฺตปิฏกมฺปิ อภิธมฺมปิฏกมฺปิ ธมฺโม เอว. มคฺคผลานิ อภิธมฺโม. สกลํ วินยปิฏกํ วินโย. กิเลสวูปสมการณํ อภิวินโย. อิติ สพฺพสฺมิมฺปิ เอตฺถ ธมฺเม อภิธมฺเม วินเย อภิวินเย จ. อุฬารปาโมชฺโชติ พหุลปาโมชฺโช โหตีติ อตฺโถ.

กุสเลสุ ธมฺเมสูติ การณตฺเถ ภุมฺมํ, จตุภูมกกุสลธมฺมการณา, เตสํ อธิคมตฺถาย อนิกฺขิตฺตธุโร โหตีติ อตฺโถ.

๓๔๖. กสิณทสเก สกลฏฺเฐน กสิณานิ. ตทารมฺมณานํ ธมฺมานํ เขตฺตฏฺเฐน วา อธิฏฺฐานฏฺเฐน วา อายตนานิ. อุทฺธนฺติ อุปริ คคนตลาภิมุขํ. อโธติ เหฏฺฐา ภูมิตลาภิมุขํ. ติริยนฺติ เขตฺตมณฺฑลมิว สมนฺตา ปริจฺฉินฺทิตฺวา. เอกจฺโจ หิ อุทฺธเมว กสิณํ วฑฺเฒติ, เอกจฺโจ อโธ, เอกจฺโจ สมนฺตโต. เตน เตน วา การเณน เอวํ ปสาเรติ อาโลกมิว รูปทสฺสนกาโม. เตน วุตฺตํ ‘‘ปถวีกสิณเมโก สญฺชานาติ อุทฺธํ อโธ ติริย’’นฺติ. อทฺวยนฺติ อิทํ ปน เอกสฺส อญฺญภาวานุปคมนตฺถํ วุตฺตํ. ยถา หิ อุทกํ ปวิฏฺฐสฺส สพฺพทิสาสุ อุทกเมว โหติ, น อญฺญํ, เอวเมว ปถวีกสิณํ ปถวีกสิณเมว โหติ, นตฺถิ ตสฺส อญฺโญ กสิณสมฺเภโทติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อปฺปมาณนฺติ อิทํ ตสฺส ตสฺส ผรณอปฺปมาณวเสน วุตฺตํ. ตญฺหิ เจตสา ผรนฺโต สกลเมว ผรติ, น ‘‘อยมสฺส อาทิ, อิทํ มชฺฌ’’นฺติ ปมาณํ คณฺหาตีติ. วิญฺญาณกสิณนฺติ เจตฺถ กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตวิญฺญาณํ. ตตฺถ กสิณวเสน กสิณุคฺฆาฏิมากาเส กสิณุคฺฆาฏิมากาสวเสน ตตฺถ ปวตฺตวิญฺญาเณ อุทฺธํ อโธ ติริยตา เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป. กมฺมฏฺฐานภาวนานเยน ปเนตานิ ปถวีกสิณาทีนิ วิตฺถารโต วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตาเนว.