นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ทีฆนิกาเย
ปาถิกวคฺคฏฺฐกถา
๑. ปาถิกสุตฺตวณฺณนา
สุนกฺขตฺตวตฺถุวณฺณนา
๑. เอวํ เม สุตํ…เป… มลฺเลสุ วิหรตีติ ปาถิกสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา. มลฺเลสุ วิหรตีติ มลฺลา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีสทฺเทน ‘‘มลฺลา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมึ มลฺเลสุ ชนปเท. ‘‘อนุปิยํ นาม มลฺลานํ นิคโม’’ติ อนุปิยนฺติ เอวํนามโก มลฺลานํ ชนปทสฺส เอโก นิคโม, ตํ โคจรคามํ กตฺวา เอกสฺมึ ฉายูทกสมฺปนฺเน วนสณฺเฑ วิหรตีติ อตฺโถ. อโนปิยนฺติปิ ปาโฐ. ปาวิสีติ ปวิฏฺโฐ. ภควา ปน น ตาว ปวิฏฺโฐ, ปวิสิสฺสามีติ นิกฺขนฺตตฺตา ปน ปาวิสีติ วุตฺโต. ยถา กึ, ยถา ‘‘คามํ คมิสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺโต ปุริโส ตํ คามํ อปตฺโตปิ ‘‘กุหึ อิตฺถนฺนาโม’’ติ วุตฺเต ‘‘คามํ คโต’’ติ วุจฺจติ, เอวํ. เอตทโหสีติ คามสมีเป ฐตฺวา สูริยํ โอโลเกนฺตสฺส เอตทโหสิ. อติปฺปโค โขติ อติวิย ปโค โข, น ตาว กุเลสุ ยาคุภตฺตํ นิฏฺฐิตนฺติ. กึ ปน ภควา กาลํ อชานิตฺวา นิกฺขนฺโตติ? น อชานิตฺวา. ปจฺจูสกาเลเยว หิ ภควา ญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา โลกํ โวโลเกนฺโต ญาณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺฐํ ภคฺควโคตฺตํ ฉนฺนปริพฺพาชกํ ทิสฺวา ‘‘อชฺชาหํ อิมสฺส ปริพฺพาชกสฺส มยา ปุพฺเพ กตการณํ สมาหริตฺวา ธมฺมํ กเถสฺสามิ, สา ธมฺมกถา อสฺส มยิ ปสาทปฺปฏิลาภวเสน สผลา ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวาว ปริพฺพาชการามํ ปวิสิตุกาโม อติปฺปโคว นิกฺขมิ. ตสฺมา ตตฺถ ปวิสิตุกามตาย เอวํ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ.
๒. เอตทโวจาติ ภควนฺตํ ทิสฺวา มานถทฺธตํ อกตฺวา สตฺถารํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา เอตํ เอตุ โข, ภนฺเตติอาทิกํ วจนํ อโวจ. อิมํ ปริยายนฺติ อิมํ วารํ, อชฺช อิมํ อาคมนวารนฺติ อตฺโถ. กึ ปน ภควา ปุพฺเพปิ ตตฺถ คตปุพฺโพติ? น คตปุพฺโพ, โลกสมุทาจารวเสน ปน เอวมาห. โลกิยา หิ จิรสฺสํ อาคตมฺปิ อนาคตปุพฺพมฺปิ มนาปชาติกํ อาคตํ ทิสฺวา ‘‘กุโต ภวํ อาคโต, จิรสฺสํ ภวํ อาคโต, กถํ เต อิธาคมนมคฺโค ญาโต, กึ มคฺคมูโฬฺหสี’’ติอาทีนิ วทนฺติ. ตสฺมา อยมฺปิ โลกสมุทาจารวเสน เอวมาหาติ เวทิตพฺโพ. อิทมาสนนฺติ อตฺตโน นิสินฺนาสนํ ปปฺโผเฏตฺวา สมฺปาเทตฺวา ททมาโน เอวมาห. สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโตติ สุนกฺขตฺโต นาม ลิจฺฉวิราชปุตฺโต. โส กิร ตสฺส คิหิสหาโย โหติ, กาเลน กาลํ ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉติ. ปจฺจกฺขาโตติ ‘‘ปจฺจกฺขามิ ทานาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ น ทานาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วิหริสฺสามี’’ติ เอวํ ปฏิอกฺขาโต นิสฺสฏฺโฐ ปริจฺจตฺโต.
๓. ภควนฺตํ อุทฺทิสฺสาติ ภควา เม สตฺถา ‘‘ภควโต อหํ โอวาทํ ปฏิกโรมี’’ติ เอวํ อปทิสิตฺวา. โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสีติ ยาจโก วา ยาจิตกํ ปจฺจาจิกฺเขยฺย, ยาจิตโก วา ยาจกํ. ตฺวํ ปน เนว ยาจโก น ยาจิตโก, เอวํ สนฺเต, โมฆปุริส, โก สนฺโต โก สมาโน กํ ปจฺจาจิกฺขสีติ ทสฺเสติ. ปสฺส โมฆปุริสาติ ปสฺส ตุจฺฉปุริส. ยาวญฺจ เต อิทํ อปรทฺธนฺติ ยตฺตกํ อิทํ ตว อปรทฺธํ, ยตฺตโก เต อปราโธ ตตฺตโก โทโสติ เอวาหํ ภคฺคว ตสฺส โทสํ อาโรเปสินฺติ ทสฺเสติ.
๔. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาติ ปญฺจสีลทสสีลสงฺขาตา มนุสฺสธมฺมาอุตฺตริ. อิทฺธิปาฏิหาริยนฺติ อิทฺธิภูตํ ปาฏิหาริยํ. กเต วาติ กตมฺหิ วา. ยสฺสตฺถายาติ ยสฺส ทุกฺขกฺขยสฺส อตฺถาย. โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺสาติ โส ธมฺโม ตกฺกรสฺส ยถา มยา ธมฺโม เทสิโต, ตถา การกสฺส สมฺมา ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส สพฺพวฏฺฏทุกฺขกฺขยาย อมตนิพฺพานสจฺฉิกิริยาย คจฺฉติ, น คจฺฉติ, สํวตฺตติ, น สํวตฺตตีติ ปุจฺฉติ. ตตฺร สุนกฺขตฺตาติ ตสฺมึ สุนกฺขตฺต มยา เทสิเต ธมฺเม ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย สํวตฺตมาเน กึ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ กตํ กริสฺสติ, โก เตน กเตน อตฺโถ. ตสฺมิญฺหิ กเตปิ อกเตปิ มม สาสนสฺส ปริหานิ นตฺถิ, เทวมนุสฺสานญฺหิ อมตนิพฺพานสมฺปาปนตฺถาย อหํ ปารมิโย ปูเรสึ, น ปาฏิหาริยกรณตฺถายาติ ปาฏิหาริยสฺส นิรตฺถกตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ปสฺส, โมฆปุริสา’’ติ ทุติยํ โทสํ อาโรเปสิ.
๕. อคฺคญฺญนฺติ โลกปญฺญตฺตึ. ‘‘อิทํ นาม โลกสฺส อคฺค’’นฺติ เอวํ ชานิตพฺพมฺปิ อคฺคํ มริยาทํ น ตํ ปญฺญเปตีติ วทติ. เสสเมตฺถ อนนฺตรวาทานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ.
๖. อเนกปริยาเยน โขติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ. สุนกฺขตฺโต กิร ‘‘ภควโต คุณํ มกฺเขสฺสามิ, ‘‘โทสํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ เอตฺตกํ วิปฺปลปิตฺวา ภควโต กถํ สุณนฺโต อปฺปติฏฺโฐ นิรโว อฏฺฐาสิ.
อถ ภควา – ‘‘สุนกฺขตฺต, เอวํ ตฺวํ มกฺขิภาเว ฐิโต สยเมว ครหํ ปาปุณิสฺสสี’’ติ มกฺขิภาเว อาทีนวทสฺสนตฺถํ อเนกปริยาเยนาติอาทิมาห. ตตฺถ อเนกปริยาเยนาติ อเนกการเณน. วชฺชิคาเมติ วชฺชิราชานํ คาเม, เวสาลีนคเร โน วิสหีติ นาสกฺขิ. โส อวิสหนฺโตติ โส สุนกฺขตฺโต ยสฺส ปุพฺเพ ติณฺณํ รตนานํ วณฺณํ กเถนฺตสฺส มุขํ นปฺปโหติ, โส ทานิ เตเนว มุเขน อวณฺณํ กเถติ, อทฺธา อวิสหนฺโต อสกฺโกนฺโต พฺรหฺมจริยํ จริตุํ อตฺตโน พาลตาย อวณฺณํ กเถตฺวา หีนายาวตฺโต. พุทฺโธ ปน สุพุทฺโธว, ธมฺโม สฺวากฺขาโตว, สงฺโฆ สุปฺปฏิปนฺโนว. เอวํ ตีณิ รตนานิ โถเมนฺตา มนุสฺสา ตุเยฺหว โทสํ ทสฺเสสฺสนฺตีติ. อิติ โข เตติ เอวํ โข เต, สุนกฺขตฺต, วตฺตาโร ภวิสฺสนฺติ. ตโต เอวํ โทเส อุปฺปนฺเน สตฺถา อตีตานาคเต อปฺปฏิหตญาโณ, มยฺหํ เอวํ โทโส อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ชานนฺโตปิ ปุเรตรํ น กเถสีติ วตฺตุํ น ลจฺฉสีติ ทสฺเสติ. อปกฺกเมวาติ อปกฺกมิเยว, อปกฺกนฺโต วา จุโตติ อตฺโถ. ยถา ตํ อาปายิโกติ ยถา อปาเย นิพฺพตฺตนารโห สตฺโต อปกฺกเมยฺย, เอวเมว อปกฺกมีติ อตฺโถ.
โกรกฺขตฺติยวตฺถุวณฺณนา
๗. เอกมิทาหนฺติ อิมินา กึ ทสฺเสติ? อิทํ สุตฺตํ ทฺวีหิ ปเทหิ อาพทฺธํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ น กโรตีติ จ อคฺคญฺญํ น ปญฺญเปตีติ จ. ตตฺถ ‘‘อคฺคญฺญํ น ปญฺญเปตี’’ติ อิทํ ปทํ สุตฺตปริโยสาเน ทสฺเสสฺสติ. ‘‘ปาฏิหาริยํ น กโรตี’’ติ อิมสฺส ปน ปทสฺส อนุสนฺธิทสฺสนวเสน อยํ เทสนา อารทฺธา.
ตตฺถ เอกมิทาหนฺติ เอกสฺมึ อหํ. สมยนฺติ สมเย, เอกสฺมึ กาเล อหนฺติ อตฺโถ. ถูลูสูติ ถูลู นาม ชนปโท, ตตฺถ วิหรามิ. อุตฺตรกา นามาติ อิตฺถิลิงฺควเสน อุตฺตรกาติ เอวํนามโก ถูลูนํ ชนปทสฺส นิคโม, ตํ นิคมํ โคจรคามํ กตฺวาติ อตฺโถ. อเจโลติ นคฺโค. โกรกฺขตฺติโยติ อนฺโตวงฺกปาโท ขตฺติโย. กุกฺกุรวติโกติ สมาทินฺนกุกฺกุรวโต สุนโข วิย ฆายิตฺวา ขาทติ, อุทฺธนนฺตเร นิปชฺชติ, อญฺญมฺปิ สุนขกิริยเมว กโรติ. จตุกฺกุณฺฑิโกติ จตุสงฺฆฏฺฏิโต เทฺว ชาณูนิ เทฺว จ กปฺปเร ภูมิยํ ฐเปตฺวา วิจรติ. ฉมานิกิณฺณนฺติ ภูมิยํ นิกิณฺณํ ปกฺขิตฺตํ ฐปิตํ. ภกฺขสนฺติ ภกฺขํ ยํกิญฺจิ ขาทนียํ โภชนียํ. มุเขเนวาติ หตฺเถน อปรามสิตฺวา ขาทนียํ มุเขเนว ขาทติ, โภชนียมฺปิ มุเขเนว ภุญฺชติ. สาธุรูโปติ สุนฺทรรูโป. อยํ สมโณติ อยํ อรหตํ สมโณ เอโกติ. ตตฺถ วตาติ ปตฺถนตฺเถ นิปาโต. เอวํ กิรสฺส ปตฺถนา อโหสิ ‘‘อิมินา สมเณน สทิโส อญฺโญ สมโณ นาม นตฺถิ, อยญฺหิ อปฺปิจฺฉตาย วตฺถํ น นิวาเสติ, ‘เอส ปปญฺโจ’ติ มญฺญมาโน ภิกฺขาภาชนมฺปิ น ปริหรติ, ฉมานิกิณฺณเมว ขาทติ, อยํ สมโณ นาม. มยํ ปน กึ สมณา’’ติ? เอวํ สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส ปจฺฉโต จรนฺโตว อิมํ ปาปกํ วิตกฺกํ วิตกฺเกสิ.
เอตทโวจาติ ภควา กิร จินฺเตสิ ‘‘อยํ สุนกฺขตฺโต ปาปชฺฌาสโย, กึ นุ อิมํ ทิสฺวา จินฺเตสี’’ติ? อเถวํ จินฺเตนฺโต ตสฺส อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา ‘‘อยํ โมฆปุริโส มาทิสสฺส สพฺพญฺญุโน ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต อเจลํ อรหาติ มญฺญติ, อิเธว ทานายํ พาโล นิคฺคหํ อรหตี’’ติ อนิวตฺติตฺวาว เอตํ ตฺวมฺปิ นามาติอาทิวจนมโวจ. ตตฺถ ตฺวมฺปิ นามาติ ครหตฺเถ ปิกาโร. ครหนฺโต หิ นํ ภควา ‘‘ตฺวมฺปิ นามา’’ติ อาห. ‘‘ตฺวมฺปิ นาม เอวํ หีนชฺฌาสโย, อหํ สมโณ สกฺยปุตฺติโยติ เอวํ ปฏิชานิสฺสสี’’ติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. กึ ปน มํ, ภนฺเตติ มยฺหํ, ภนฺเต, กึ คารยฺหํ ทิสฺวา ภควา ‘‘เอวมาหา’’ติ ปุจฺฉติ. อถสฺส ภควา อาจิกฺขนฺโต ‘‘นนุ เต’’ติอาทิมาห. มจฺฉรายตีติ ‘‘มา อญฺญสฺส อรหตฺตํ โหตู’’ติ กึ ภควา เอวํ อรหตฺตสฺส มจฺฉรายตีติ ปุจฺฉติ. น โข อหนฺติ อหํ, โมฆปุริส, สเทวกสฺส โลกสฺส อรหตฺตปฺปฏิลาภเมว ปจฺจาสีสามิ, เอตทตฺถเมว เม พหูนิ ทุกฺกรานิ กโรนฺเตน ปารมิโย ปูริตา, น โข อหํ, โมฆปุริส, อรหตฺตสฺส มจฺฉรายามิ. ปาปกํ ทิฏฺฐิคตนฺติ น อรหนฺตํ อรหาติ, อรหนฺเต จ อนรหนฺโตติ เอวํ ตสฺส ทิฏฺฐิ อุปฺปนฺนา. ตํ สนฺธาย ‘‘ปาปกํ ทิฏฺฐิคต’’นฺติ อาห. ยํ โข ปนาติ ยํ เอตํ อเจลํ เอวํ มญฺญสิ. สตฺตมํ ทิวสนฺติ สตฺตเม ทิวเส. อลสเกนาติ อลสกพฺยาธินา. กาลงฺกริสฺสตีติ อุทฺธุมาตอุทโร มริสฺสติ.
กาลกญฺจิกาติ เตสํ อสุรานํ นามํ. เตสํ กิร ติคาวุโต อตฺตภาโว อปฺปมํสโลหิโต ปุราณปณฺณสทิโส กกฺกฏกานํ วิย อกฺขีนิ นิกฺขมิตฺวา มตฺถเก ติฏฺฐนฺติ, มุขํ สูจิปาสกสทิสํ มตฺถกสฺมึเยว โหติ, เตน โอณมิตฺวา โคจรํ คณฺหนฺติ. พีรณตฺถมฺพเกติ พีรณติณตฺถมฺโพ ตสฺมึ สุสาเน อตฺถิ, ตสฺมา ตํ พีรณตฺถมฺพกนฺติ วุจฺจติ.
เตนุปสงฺกมีติ ภควติ เอตฺตกํ วตฺวา ตสฺมึ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา วิหารํ คเต วิหารา นิกฺขมิตฺวา อุปสงฺกมิ. เยน ตฺวนฺติ เยน การเณน ตฺวํ. ยสฺมาปิ ภควตา พฺยากโต, ตสฺมาติ อตฺโถ. มตฺตํ มตฺตนฺติ ปมาณยุตฺตํ ปมาณยุตฺตํ. ‘‘มนฺตา มนฺตา’’ติปิ ปาโฐ, ปญฺญาย อุปปริกฺขิตฺวา อุปปริกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. ยถา สมณสฺส โคตมสฺสาติ ยถา สมณสฺส โคตมสฺส มิจฺฉา วจนํ อสฺส, ตถา กเรยฺยาสีติ อาห. เอวํ วุตฺเต อเจโล สุนโข วิย อุทฺธนฏฺฐาเน นิปนฺโน สีสํ อุกฺขิปิตฺวา อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา โอโลเกนฺโต กึ กเถสิ ‘‘สมโณ นาม โคตโม อมฺหากํ เวรี วิสภาโค, สมณสฺส โคตมสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย มยํ สูริเย อุคฺคเต ขชฺโชปนกา วิย ชาตา. สมโณ โคตโม อเมฺห, เอวํ วาจํ วเทยฺย อญฺญถา วา. เวริโน ปน กถา นาม ตจฺฉา น โหติ, คจฺฉ ตฺวํ อหเมตฺถ กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามี’’ติ วตฺวา ปุนเทว นิปชฺชิ.
๘. เอกทฺวีหิกายาติ เอกํ เทฺวติ วตฺวา คเณสิ. ยถา ตนฺติ ยถา อสทฺทหมาโน โกจิ คเณยฺย, เอวํ คเณสิ. เอกทิวสญฺจ ติกฺขตฺตุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอโก ทิวโส อตีโต, เทฺว ทิวสา อตีตาติ อาโรเจสิ. สตฺตมํ ทิวสนฺติ โส กิร สุนกฺขตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา สตฺตาหํ นิราหาโรว อโหสิ. อถสฺส สตฺตเม ทิวเส เอโก อุปฏฺฐาโก ‘‘อมฺหากํ กุลูปกสมณสฺส อชฺช สตฺตโม ทิวโส เคหํ อนาคจฺฉนฺตสฺส อผาสุ นุ โข ชาต’’นฺติ สูกรมํสํ ปจาเปตฺวา ภตฺตมาทาย คนฺตฺวา ปุรโต ภูมิยํ นิกฺขิปิ. อเจโล ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส กถา ตจฺฉา วา อตจฺฉา วา โหตุ, อาหารํ ปน ขาทิตฺวา สุหิตสฺส เม มรณมฺปิ สุมรณ’’นฺติ เทฺว หตฺเถ ชณฺณุกานิ จ ภูมิยํ ฐเปตฺวา กุจฺฉิปูรํ ภุญฺชิ. โส รตฺติภาเค ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต อลสเกน กาลมกาสิ. สเจปิ หิ โส ‘‘น ภุญฺเชยฺย’’นฺติ จินฺเตยฺย, ตถาปิ ตํ ทิวสํ ภุญฺชิตฺวา อลสเกน กาลํ กเรยฺย. อเทฺวชฺฌวจนา หิ ตถาคตาติ.
พีรณตฺถมฺพเกติ ติตฺถิยา กิร ‘‘กาลงฺกโต โกรกฺขตฺติโย’’ติ สุตฺวา ทิวสานิ คเณตฺวา อิทํ ตาว สจฺจํ ชาตํ, อิทานิ นํ อญฺญตฺถ ฉฑฺเฑตฺวา ‘‘มุสาวาเทน สมณํ โคตมํ นิคฺคณฺหิสฺสามา’’ติ คนฺตฺวา ตสฺส สรีรํ วลฺลิยา พนฺธิตฺวา อากฑฺฒนฺตา ‘‘เอตฺถ ฉฑฺเฑสฺสาม, เอตฺถ ฉฑฺเฑสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺติ. คตคตฏฺฐานํ องฺคณเมว โหติ. เต กฑฺฒมานา พีรณตฺถมฺพกสุสานํเยว คนฺตฺวา สุสานภาวํ ญตฺวา ‘‘อญฺญตฺถ ฉฑฺเฑสฺสามา’’ติ อากฑฺฒึสุ. อถ เนสํ วลฺลิ ฉิชฺชิตฺถ, ปจฺฉา จาเลตุํ นาสกฺขึสุ. เต ตโตว ปกฺกนฺตา. เตน วุตฺตํ – ‘‘พีรณตฺถมฺพเก สุสาเน ฉฑฺเฑสุ’’นฺติ.
๙. เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? โส กิร จินฺเตสิ ‘‘อวเสสํ ตาว สมณสฺส โคตมสฺส วจนํ สเมติ, มตสฺส ปน อุฏฺฐาย อญฺเญน สทฺธึ กถนํ นาม นตฺถิ, หนฺทาหํ คนฺตฺวา ปุจฺฉามิ. สเจ กเถติ, สุนฺทรํ. โน เจ กเถติ, สมณํ โคตมํ มุสาวาเทน นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อิมินา การเณน อุปสงฺกมิ. อาโกเฏสีติ ปหริ. ชานามิ อาวุโสติ มตสรีรํ อุฏฺฐหิตฺวา กเถตุํ สมตฺถํ นาม นตฺถิ, อิทํ กถํ กเถสีติ? พุทฺธานุภาเวน. ภควา กิร โกรกฺขตฺติยํ อสุรโยนิโต อาเนตฺวา สรีเร อธิโมเจตฺวา กถาเปสิ. ตเมว วา สรีรํ กถาเปสิ, อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธวิสโย.
๑๐. ตเถว ตํ วิปากนฺติ ตสฺส วจนสฺส วิปากํ ตเถว, อุทาหุ โนติ ลิงฺควิปลฺลาโส กโต, ตเถว โส วิปาโกติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘วิปกฺก’’นฺติปิ ปฐนฺติ, นิพฺพตฺตนฺติ อตฺโถ.
เอตฺถ ฐตฺวา ปาฏิหาริยานิ สมาเนตพฺพานิ. สพฺพาเนว เหตานิ ปญฺจ ปาฏิหาริยานิ โหนฺติ. ‘‘สตฺตเม ทิวเส มริสฺสตี’’ติ วุตฺตํ, โส ตเถว มโต, อิทํ ปฐมํ ปาฏิหาริยํ. ‘‘อลสเกนา’’ติ วุตฺตํ, อลสเกเนว มโต, อิทํ ทุติยํ. ‘‘กาลกญฺจิเกสุ นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ วุตฺตํ, ตตฺเถว นิพฺพตฺโต, อิทํ ตติยํ. ‘‘พีรณตฺถมฺพเก สุสาเน ฉฑฺเฑสฺสนฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตตฺเถว ฉฑฺฑิโต, อิทํ จตุตฺถํ. ‘‘นิพฺพตฺตฏฺฐานโต อาคนฺตฺวา สุนกฺขตฺเตน สทฺธึ กเถสฺสตี’’ติ วุตฺโต, โส กเถสิเยว, อิทํ ปญฺจมํ ปาฏิหาริยํ.
อเจลกฬารมฏฺฏกวตฺถุวณฺณนา
๑๑. กฬารมฏฺฏโกติ นิกฺขนฺตทนฺตมตฺตโก. นามเมว วา ตสฺเสตํ. ลาภคฺคปฺปตฺโตติ ลาภคฺคํ ปตฺโต, อคฺคลาภํ ปตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. ยสคฺคปฺปตฺโตติ ยสคฺคํ อคฺคปริวารํ ปตฺโต. วตปทานีติ วตานิเยว, วตโกฏฺฐาสา วา. สมตฺตานีติ คหิตานิ. สมาทินฺนานีติ ตสฺเสว เววจนํ. ปุรตฺถิเมน เวสาลินฺติ เวสาลิโต อวิทูเร ปุรตฺถิมาย ทิสาย. เจติยนฺติ ยกฺขเจติยฏฺฐานํ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
๑๒. เยน อเจลโกติ ภควโต วตฺตํ กตฺวา เยน อเจโล กฬารมฏฺฏโก เตนุปสงฺกมิ. ปญฺหํ อปุจฺฉีติ คมฺภีรํ ติลกฺขณาหตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. น สมฺปายาสีติ น สมฺมา ญาณคติยา ปายาสิ, อนฺโธ วิย วิสมฏฺฐาเน ตตฺถ ตตฺเถว ปกฺขลิ. เนว อาทึ, น ปริโยสานมทฺทส. อถ วา ‘‘น สมฺปายาสี’’ติ น สมฺปาเทสิ, สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ นาสกฺขิ. อสมฺปายนฺโตติ กพรกฺขีนิ ปริวตฺเตตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘อสิกฺขิตกสฺส สนฺติเก วุฏฺโฐสิ, อโนกาเสปิ ปพฺพชิโต ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต วิจรสิ, อเปหิ มา เอตสฺมึ ฐาเน อฏฺฐาสี’’ติ วทนฺโต. โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตฺวากาสีติ กุปฺปนาการํ โกปํ, ทุสฺสนาการํ โทสํ, อตุฏฺฐาการภูตํ โทมนสฺสสงฺขาตํ อปฺปจฺจยญฺจ ปากฏมกาสิ. อาสาทิมฺหเสติ อาสาทิยิมฺห ฆฏฺฏยิมฺห. มา วต โน อโหสีติ อโห วต เม น ภเวยฺย. มํ วต โน อโหสีติปิ ปาโฐ. ตตฺถ มนฺติ สามิวจนตฺเถ อุปโยควจนํ, อโหสิ วต นุ มมาติ อตฺโถ. เอวญฺจ ปน จินฺเตตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา ‘‘ขมถ เม, ภนฺเต’’ติ ตํ ขมาเปสิ. โสปิ อิโต ปฏฺฐาย อญฺญํ กิญฺจิ ปญฺหํ นาม น ปุจฺฉิสฺสสีติ. อาม น ปุจฺฉิสฺสามีติ. ยทิ เอวํ คจฺฉ, ขมามิ เตติ ตํ อุยฺโยเชสิ.
๑๔. ปริหิโตติ ปริทหิโต นิวตฺถวตฺโถ. สานุจาริโกติ อนุจาริกา วุจฺจติ ภริยา, สห อนุจาริกาย สานุจาริโก, ตํ ตํ พฺรหฺมจริยํ ปหาย สภริโยติ อตฺโถ. โอทนกุมฺมาสนฺติ สุรามํสโต อติเรกํ โอทนมฺปิ กุมฺมาสมฺปิ ภุญฺชมาโน. ยสา นิหีโนติ ยํ ลาภคฺคยสคฺคํ ปตฺโต, ตโต ปริหีโน หุตฺวา. ‘‘กตํ โหติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริย’’นฺติ อิธ สตฺตวตปทาติกฺกมวเสน สตฺต ปาฏิหาริยานิ เวทิตพฺพานิ.
อเจลปาถิกปุตฺตวตฺถุวณฺณนา
๑๕. ปาถิกปุตฺโตติ ปาถิกสฺส ปุตฺโต. ญาณวาเทนาติ ญาณวาเทน สทฺธึ. อุปฑฺฒปถนฺติ โยชนํ เจ, โน อนฺตเร ภเวยฺย, โคตโม อฑฺฒโยชนํ, อหํ อฑฺฒโยชนํ. เอส นโย อฑฺฒโยชนาทีสุ. เอกปทวารมฺปิ อติกฺกมฺม คจฺฉโต ชโย ภวิสฺสติ, อนาคจฺฉโต ปราชโยติ. เต ตตฺถาติ เต มยํ ตตฺถ สมาคตฏฺฐาเน. ตทฺทิคุณํ ตทฺทิคุณาหนฺติ ตโต ตโต ทิคุณํ ทิคุณํ อหํ กริสฺสามิ, ภควตา สทฺธึ ปาฏิหาริยํ กาตุํ อสมตฺถภาวํ ชานนฺโตปิ ‘‘อุตฺตมปุริเสน สทฺธึ ปฏฺฐเปตฺวา อสกฺกุณนฺตสฺสาปิ ปาสํโส โหตี’’ติ ญตฺวา เอวมาห. นครวาสิโนปิ ตํ สุตฺวา ‘‘อสมตฺโถ นาม เอวํ น คชฺชติ, อทฺธา อยมฺปิ อรหา ภวิสฺสตี’’ติ ตสฺส มหนฺตํ สกฺการมกํสุ.
๑๖. เยนาหํ เตนุปสงฺกมีติ ‘‘สุนกฺขตฺโต กิร ปาถิกปุตฺโต เอวํ วทตี’’ติ อสฺโสสิ. อถสฺส หีนชฺฌาสยตฺตา หีนทสฺสนาย จิตฺตํ อุทปาทิ.
โส ภควโต วตฺตํ กตฺวา ภควติ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ปาถิกปุตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉิ ‘‘ตุเมฺห กิร เอวรูปึ กถํ กเถถา’’ติ? ‘‘อาม, กเถมา’’ติ. ยทิ เอวํ ‘‘มา ภายิตฺถ วิสฺสตฺถา ปุนปฺปุนํ เอวํ วทถ, อหํ สมณสฺส โคตมสฺส อุปฏฺฐาโก, ตสฺส วิสยํ วิชานามิ, ตุเมฺหหิ สทฺธึ ปาฏิหาริยํ กาตุํ น สกฺขิสฺสติ, อหํ สมณสฺส โคตมสฺส กเถตฺวา ภยํ อุปฺปาเทตฺวา ตํ อญฺญโต คเหตฺวา คมิสฺสามิ, ตุเมฺห มา ภายิตฺถา’’ติ ตํ อสฺสาเสตฺวา ภควโต สนฺติกํ คโต. เตน วุตฺตํ ‘‘เยนาหํ เตนุปสงฺกมี’’ติ. ตํ วาจนฺติอาทีสุ ‘‘อหํ อพุทฺโธว สมาโน พุทฺโธมฺหีติ วิจรึ, อภูตํ เม กถิตํ นาหํ พุทฺโธ’’ติ วทนฺโต ตํ วาจํ ปชหติ นาม. รโห นิสีทิตฺวา จินฺตยมาโน ‘‘อหํ ‘เอตฺตกํ กาลํ อพุทฺโธว สมาโน พุทฺโธมฺหี’ติ วิจรึ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย นาหํ พุทฺโธ’’ติ จินฺตยนฺโต ตํ จิตฺตํ ปชหติ นาม. ‘‘อหํ ‘เอตฺตกํ กาลํ อพุทฺโธว สมาโน พุทฺโธมฺหี’ติ ปาปกํ ทิฏฺฐึ คเหตฺวา วิจรึ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย อิมํ ทิฏฺฐึ ปชหามี’’ติ ปชหนฺโต ตํ ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสชฺชติ นาม. เอวํ อกโรนฺโต ปน ตํ วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวาติ วุจฺจติ. วิปเตยฺยาติ พนฺธนา มุตฺตตาลปกฺกํ วิย คีวโต ปเตยฺย, สตฺตธา วา ปน ผเลยฺย.
๑๗. รกฺขเตตนฺติ รกฺขตุ เอตํ. เอกํเสนาติ นิปฺปริยาเยน. โอธาริตาติ ภาสิตา. อเจโล จ, ภนฺเต, ปาถิกปุตฺโตติ เอวํ เอกํเสน ภควโต วาจาย โอธาริตาย สเจ อเจโล ปาถิกปุตฺโต. วิรูปรูเปนาติ วิคตรูเปน วิคจฺฉิตสภาเวน รูเปน อตฺตโน รูปํ ปหาย อทิสฺสมาเนน กาเยน. สีหพฺยคฺฆาทิวเสน วา วิวิธรูเปน สมฺมุขีภาวํ อาคจฺเฉยฺย. ตทสฺส ภควโต มุสาติ เอวํ สนฺเต ภควโต ตํ วจนํ มุสา ภเวยฺยาติ มุสาวาเทน นิคฺคณฺหาติ. ฐเปตฺวา กิร เอตํ น อญฺเญน ภควา มุสาวาเทน นิคฺคหิตปุพฺโพติ.
๑๘. ทฺวยคามินีติ สรูเปน อตฺถิภาวํ, อตฺเถน นตฺถิภาวนฺติ เอวํ ทฺวยคามินี. อลิกตุจฺฉนิปฺผลวาจาย เอตํ อธิวจนํ.
๑๙. อชิโตปิ นาม ลิจฺฉวีนํ เสนาปตีติ โส กิร ภควโต อุปฏฺฐาโก อโหสิ, โส กาลมกาสิ. อถสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา มนุสฺสา ปาถิกปุตฺตํ ปุจฺฉึสุ ‘‘กุหึ นิพฺพตฺโต เสนาปตี’’ติ? โส อาห – ‘‘มหานิรเย นิพฺพตฺโต’’ติ. อิทญฺจ ปน วตฺวา ปุน อาห ‘‘ตุมฺหากํ เสนาปติ มม สนฺติกํ อาคมฺม อหํ ตุมฺหากํ วจนมกตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ ปติฏฺฐเปตฺวา นิรเย นิพฺพตฺโตมฺหี’’ติ ปโรทิตฺถาติ. เตนุปสงฺกมิ ทิวาวิหารายาติ เอตฺถ ‘‘ปาฏิหาริยกรณตฺถายา’’ติ กสฺมา น วทติ? อภาวา. สมฺมุขีภาโวปิ หิสฺส เตน สทฺธึ นตฺถิ, กุโต ปาฏิหาริยกรณํ, ตสฺมา ตถา อวตฺวา ‘‘ทิวาวิหารายา’’ติ อาห.
อิทฺธิปาฏิหาริยกถาวณฺณนา
๒๐. คหปติเนจยิกาติ คหปติ มหาสาลา. เตสญฺหิ มหาธนธญฺญนิจโย, ตสฺมา ‘‘เนจยิกา’’ติ วุจฺจนฺติ. อเนกสหสฺสาติ สหสฺเสหิปิ อปริมาณคณนา. เอวํ มหตึ กิร ปริสํ ฐเปตฺวา สุนกฺขตฺตํ อญฺโญ สนฺนิปาเตตุํ สมตฺโถ นตฺถิ. เตเนว ภควา เอตฺตกํ กาลํ สุนกฺขตฺตํ คเหตฺวา วิจริ.
๒๑. ภยนฺติ จิตฺตุตฺราสภยํ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ สกลสรีรจลนํ. โลมหํโสติ โลมานํ อุทฺธคฺคภาโว. โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อติมหนฺตํ กถํ กเถตฺวา สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคเลน สทฺธึ ปฏิวิรุทฺโธ, มยฺหํ โข ปนพฺภนฺตเร อรหตฺตํ วา ปาฏิหาริยกรณเหตุ วา นตฺถิ, สมโณ ปน โคตโม ปาฏิหาริยํ กริสฺสติ, อถสฺส ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา มหาชโน ‘ตฺวํ ทานิ ปาฏิหาริยํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต กสฺมา อตฺตโน ปมาณมชานิตฺวา โลเก อคฺคปุคฺคเลน สทฺธึ ปฏิมลฺโล หุตฺวา คชฺชสี’ติ กฏฺฐเลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ วิเหเฐสฺสตี’’ติ. เตนสฺส มหาชนสนฺนิปาตญฺเจว เตน ภควโต จ อาคมนํ สุตฺวา ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วา อุทปาทิ. โส ตโต ทุกฺขา มุจฺจิตุกาโม ตินฺทุกขาณุกปริพฺพาชการามํ อคมาสิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควาติอาทิมาห. ตตฺถ อุปสงฺกมีติ น เกวลํ อุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปน ทูรํ อฑฺฒโยชนนฺตรํ ปริพฺพาชการามํ ปวิฏฺโฐ. ตตฺถปิ จิตฺตสฺสาทํ อลภมาโน อนฺตนฺเตน อาวิชฺฌิตฺวา อารามปจฺจนฺเต เอกํ คหนฏฺฐานํ อุปธาเรตฺวา ปาสาณผลเก นิสีทิ. อถ ภควา จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อยํ พาโล กสฺสจิเทว กถํ คเหตฺวา อิธาคจฺเฉยฺย, มา นสฺสตุ พาโล’’ติ ‘‘นิสินฺนปาสาณผลกํ ตสฺส สรีเร อลฺลีนํ โหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. สห อธิฏฺฐานจิตฺเตน ตํ ตสฺส สรีเร อลฺลียิ. โส มหาอทฺทุพนฺธนพทฺโธ วิย ฉินฺนปาโท วิย จ อโหสิ.
อสฺโสสีติ อิโต จิโต จ ปาถิกปุตฺตํ ปริเยสมานา ปริสา ตสฺส อนุปทํ คนฺตฺวา นิสินฺนฏฺฐานํ ญตฺวา อาคเตน อญฺญตเรน ปุริเสน ‘‘ตุเมฺห กํ ปริเยสถา’’ติ วุตฺเต ปาถิกปุตฺตนฺติ. โส ‘‘ตินฺทุกขาณุกปริพฺพาชการาเม นิสินฺโน’’ติ วุตฺตวจเนน อสฺโสสิ.
๒๒. สํสปฺปตีติ โอสีทติ. ตตฺเถว สญฺจรติ. ปาวฬา วุจฺจติ อานิสทฏฺฐิกา.
๒๓. ปราภูตรูโปติ ปราชิตรูโป, วินฏฺฐรูโป วา.
๒๕. โคยุเคหีติ โคยุตฺเตหิ สตมตฺเตหิ วา สหสฺสมตฺเตหิ วา ยุเคหิ. อาวิญฺเฉยฺยามาติ อากฑฺเฒยฺยาม. ฉิชฺเชยฺยุนฺติ ฉินฺเทยฺยุํ. ปาถิกปุตฺโต วา พนฺธฏฺฐาเน ฉิชฺเชยฺย.
๒๖. ทารุปตฺติกนฺเตวาสีติ ทารุปตฺติกสฺส อนฺเตวาสี. ตสฺส กิร เอตทโหสิ ‘‘ติฏฺฐตุ ตาว ปาฏิหาริยํ, สมโณ โคตโม ‘อเจโล ปาถิกปุตฺโต อาสนาปิ น วุฏฺฐหิสฺสตี’ติ อาห. หนฺทาหํ คนฺตฺวา เยน เกนจิ อุปาเยน ตํ อาสนา วุฏฺฐาเปมิ. เอตฺตาวตา จ สมณสฺส โคตมสฺส ปราชโย ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา เอวมาห.
๒๗. สีหสฺสาติ จตฺตาโร สีหา ติณสีโห จ กาฬสีโห จ ปณฺฑุสีโห จ เกสรสีโห จ. เตสํ จตุนฺนํ สีหานํ เกสรสีโห อคฺคตํ คโต, โส อิธาธิปฺเปโต. มิครญฺโญติ สพฺพจตุปฺปทานํ รญฺโญ. อาสยนฺติ นิวาสํ. สีหนาทนฺติ อภีตนาทํ. โคจราย ปกฺกเมยฺยนฺติ อาหารตฺถาย ปกฺกเมยฺยํ. วรํ วรนฺติ อุตฺตมุตฺตมํ, ถูลํ ถูลนฺติ อตฺโถ. มุทุมํสานีติ มุทูนิ มํสานิ. ‘‘มธุมํสานี’’ติปิ ปาโฐ, มธุรมํสานีติ อตฺโถ. อชฺฌุเปยฺยนฺติ อุปคจฺเฉยฺยํ. สีหนาทํ นทิตฺวาติ เย ทุพฺพลา ปาณา, เต ปลายนฺตูติ อตฺตโน สูรภาวสนฺนิสฺสิเตน การุญฺเญน นทิตฺวา.
๒๘. วิฆาสสํวฑฺโฒติ วิฆาเสน สํวฑฺโฒ, วิฆาสํ ภกฺขิตา ติริตฺตมํสํ ขาทิตฺวา วฑฺฒิโต. ทิตฺโตติ ทปฺปิโต ถูลสรีโร. พลวาติ พลสมฺปนฺโน. เอตทโหสีติ กสฺมา อโหสิ? อสฺมิมานโทเสน.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – เอกทิวสํ กิร โส สีโห โคจรโต นิวตฺตมาโน ตํ สิงฺคาลํ ภเยน ปลายมานํ ทิสฺวา การุญฺญชาโต หุตฺวา ‘‘วยส, มา ภายิ, ติฏฺฐ โก นาม ตฺว’’นฺติ อาห. ชมฺพุโก นามาหํ สามีติ. วยส, ชมฺพุก, อิโต ปฏฺฐาย มํ อุปฏฺฐาตุํ สกฺขิสฺสสีติ. อุปฏฺฐหิสฺสามีติ. โส ตโต ปฏฺฐาย อุปฏฺฐาติ. สีโห โคจรโต อาคจฺฉนฺโต มหนฺตํ มหนฺตํ มํสขณฺฑํ อาหรติ. โส ตํ ขาทิตฺวา อวิทูเร ปาสาณปิฏฺเฐ วสติ. โส กติปาหจฺจเยเนว ถูลสรีโร มหาขนฺโธ ชาโต. อถ นํ สีโห อโวจ – ‘‘วยส, ชมฺพุก, มม วิชมฺภนกาเล อวิทูเร ฐตฺวา ‘วิโรจ สามี’ติ วตฺตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ. สกฺโกมิ สามีติ. โส ตสฺส วิชมฺภนกาเล ตถา กโรติ. เตน สีหสฺส อติเรโก อสฺมิมาโน โหติ.
อเถกทิวสํ ชรสิงฺคาโล อุทกโสณฺฑิยํ ปานียํ ปิวนฺโต อตฺตโน ฉายํ โอโลเกนฺโต อทฺทส อตฺตโน ถูลสรีรตญฺเจว มหาขนฺธตญฺจ. ทิสฺวา ‘ชรสิงฺคาโลสฺมี’ติ มนํ อกตฺวา ‘‘อหมฺปิ สีโห ชาโต’’ติ มญฺญิ. ตโต อตฺตนาว อตฺตานํ เอตทโวจ – ‘‘วยส, ชมฺพุก, ยุตฺตํ นาม ตว อิมินา อตฺตภาเวน ปรสฺส อุจฺฉิฏฺฐมํสํ ขาทิตุํ, กึ ตฺวํ ปุริโส น โหสิ, สีหสฺสาปิ จตฺตาโร ปาทา เทฺว ทาฐา เทฺว กณฺณา เอกํ นงฺคุฏฺฐํ, ตวปิ สพฺพํ ตเถว, เกวลํ ตว เกสรภารมตฺตเมว นตฺถี’’ติ. ตสฺเสวํ จินฺตยโต อสฺมิมาโน วฑฺฒิ. อถสฺส เตน อสฺมิมานโทเสน เอตํ ‘‘โก จาห’’นฺติอาทิ มญฺญิตมโหสิ. ตตฺถ โก จาหนฺติ อหํ โก, สีโห มิคราชา โก, น เม ญาติ, น สามิโก, กิมหํ ตสฺส นิปจฺจการํ กโรมีติ อธิปฺปาโย. สิงฺคาลกํเยวาติ สิงฺคาลรวเมว. เภรณฺฑกํเยวาติ อปฺปิยอมนาปสทฺทเมว. เก จ ฉเว สิงฺคาเลติ โก จ ลามโก สิงฺคาโล. เก ปน สีหนาเทติ โก ปน สีหนาโท สิงฺคาลสฺส จ สีหนาทสฺส จ โก สมฺพนฺโธติ อธิปฺปาโย. สุคตาปทาเนสูติ สุคตลกฺขเณสุ. สุคตสฺส สาสนสมฺภูตาสุ ตีสุ สิกฺขาสุ. กถํ ปเนส ตตฺถ ชีวติ? เอตสฺส หิ จตฺตาโร ปจฺจเย ททมานา สีลาทิคุณสมฺปนฺนานํ สมฺพุทฺธานํ เทมาติ เทนฺติ, เตน เอส อพุทฺโธ สมาโน พุทฺธานํ นิยามิตปจฺจเย ปริภุญฺชนฺโต สุคตาปทาเนสุ ชีวติ นาม. สุคตาติริตฺตานีติ เตสํ กิร โภชนานิ ททมานา พุทฺธานญฺจ พุทฺธสาวกานญฺจ ทตฺวา ปจฺฉา อวเสสํ สายนฺหสมเย เทนฺติ. เอวเมส สุคตาติริตฺตานิ ภุญฺชติ นาม. ตถาคเตติ ตถาคตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อาสาเทตพฺพํ ฆฏฺฏยิตพฺพํ. อถ วา ‘‘ตถาคเต’’ติอาทีนิ อุปโยคพหุวจนาเนว. อาสาเทตพฺพนฺติ อิทมฺปิ พหุวจนเมว เอกวจนํ วิย วุตฺตํ. อาสาทนาติ อหํ พุทฺเธน สทฺธึ ปาฏิหาริยํ กริสฺสามีติ ฆฏฺฏนา.
๒๙. สเมกฺขิยานาติ สเมกฺขิตฺวา, มญฺญิตฺวาติ อตฺโถ. อมญฺญีติ ปุน อมญฺญิตฺถ โกตฺถูติ สิงฺคาโล.
๓๐. อตฺตานํ วิฆาเส สเมกฺขิยาติ โสณฺฑิยํ อุจฺฉิฏฺโฐทเก ถูลํ อตฺตภาวํ ทิสฺวา. ยาว อตฺตานํ น ปสฺสตีติ ยาว อหํ สีหวิฆาสสํวฑฺฒิตโก ชรสิงฺคาโลติ เอวํ ยถาภูตํ อตฺตานํ น ปสฺสติ. พฺยคฺโฆติ มญฺญตีติ สีโหหมสฺมีติ มญฺญติ, สีเหน วา สมานพโล พฺยคฺโฆเยว อหนฺติ มญฺญติ.
๓๑. ภุตฺวาน เภเกติ อาวาฏมณฺฑูเก ขาทิตฺวา. ขลมูสิกาโยติ ขเลสุ มูสิกาโย จ ขาทิตฺวา. กฏสีสุ ขิตฺตานิ จ โกณปานีติ สุสาเนสุ ฉฑฺฑิตกุณปานิ จ ขาทิตฺวา. มหาวเนติ มหนฺเต วนสฺมึ. สุญฺญวเนติ ตุจฺฉวเน. วิวฑฺโฒติ วฑฺฒิโต. ตเถว โส สิงฺคาลกํ อนทีติ เอวํ สํวฑฺโฒปิ มิคราชาหมสฺมีติ มญฺญิตฺวาปิ ยถา ปุพฺเพ ทุพฺพลสิงฺคาลกาเล, ตเถว โส สิงฺคาลรวํเยว อรวีติ. อิมายปิ คาถาย เภกาทีนิ ภุตฺวา วฑฺฒิตสิงฺคาโล วิย ลาภสกฺการคิทฺโธ ตฺวนฺติ ปาถิกปุตฺตเมว ฆฏฺเฏสิ.
นาเคหีติ หตฺถีหิ. มหาพนฺธนาติ มหตา กิเลสพนฺธนา โมเจตฺวา. มหาวิทุคฺคาติ มหาวิทุคฺคํ นาม จตฺตาโร โอฆา. ตโต อุทฺธริตฺวา นิพฺพานถเล ปติฏฺฐเปตฺวา.
อคฺคญฺญปญฺญตฺติกถาวณฺณนา
๓๖. อิติ ‘‘ภควา เอตฺตเกน กถามคฺเคน ปาฏิหาริยํ น กโรตี’’ติ ปทสฺส อนุสนฺธึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘น อคฺคญฺญํ ปญฺญาเปตี’’ติ อิมสฺส อนุสนฺธึ ทสฺเสนฺโต อคฺคญฺญญฺจาหนฺติ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อคฺคญฺญญฺจาหนฺติ อหํ, ภคฺคว, อคฺคญฺญญฺจ ปชานามิ โลกุปฺปตฺติจริยวํสญฺจ. ตญฺจ ปชานามีติ น เกวลํ อคฺคญฺญเมว, ตญฺจ อคฺคญฺญํ ปชานามิ. ตโต จ อุตฺตริตรํ สีลสมาธิโต ปฏฺฐาย ยาว สพฺพญฺญุตญฺญาณา ปชานามิ. ตญฺจ ปชานํ น ปรามสามีติ ตญฺจ ปชานนฺโตปิ อหํ อิทํ นาม ปชานามีติ ตณฺหาทิฏฺฐิมานวเสน น ปรามสามิ. นตฺถิ ตถาคตสฺส ปรามาโสติ ทีเปติ. ปจฺจตฺตญฺเญว นิพฺพุติ วิทิตาติ อตฺตนาเยว อตฺตนิ กิเลสนิพฺพานํ วิทิตํ. ยทภิชานํ ตถาคโตติ ยํ กิเลสนิพฺพานํ ชานนฺโต ตถาคโต. โน อนยํ อาปชฺชตีติ อวิทิตนิพฺพานา ติตฺถิยา วิย อนยํ ทุกฺขํ พฺยสนํ นาปชฺชติ.
๓๗. อิทานิ ยํ ตํ ติตฺถิยา อคฺคญฺญํ ปญฺญเปนฺติ, ตํ ทสฺเสนฺโต สนฺติ ภคฺควาติอาทิมาห. ตตฺถ อิสฺสรกุตฺตํ พฺรหฺมกุตฺตนฺติ อิสฺสรกตํ พฺรหฺมกตํ, อิสฺสรนิมฺมิตํ พฺรหฺมนิมฺมิตนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมา เอว หิ เอตฺถ อาธิปจฺจภาเวน อิสฺสโรติ เวทิตพฺโพ. อาจริยกนฺติ อาจริยภาวํ อาจริยวาทํ. ตตฺถ อาจริยวาโท อคฺคญฺญํ. อคฺคญฺญํ ปน เอตฺถ เทสิตนฺติ กตฺวา โส อคฺคญฺญํ เตฺวว วุตฺโต. กถํ วิหิตกนฺติ เกน วิหิตํ กินฺติ วิหิตํ. เสสํ พฺรหฺมชาเล วิตฺถาริตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๔๑. ขิฑฺฑาปโทสิกนฺติ ขิฑฺฑาปโทสิกมูลํ.
๔๗. อสตาติ อวิชฺชมาเนน, อสํวิชฺชมานฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ตุจฺฉาติ ตุจฺเฉน อนฺโตสารวิรหิเตน. มุสาติ มุสาวาเทน. อภูเตนาติ ภูตตฺถวิรหิเตน. อพฺภาจิกฺขนฺตีติ อภิอาจิกฺขนฺติ. วิปรีโตติ วิปรีตสญฺโญ วิปรีตจิตฺโต. ภิกฺขโว จาติ น เกวลํ สมโณ โคตโมเยว, เย จ อสฺส อนุสิฏฺฐึ กโรนฺติ, เต ภิกฺขู จ วิปรีตา. อถ ยํ สนฺธาย วิปรีโตติ วทนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ สมโณ โคตโมติอาทิ วุตฺตํ. สุภํ วิโมกฺขนฺติ วณฺณกสิณํ. อสุภนฺเตฺววาติ สุภญฺจ อสุภญฺจ สพฺพํ อสุภนฺติ เอวํ ปชานาติ. สุภนฺเตฺวว ตสฺมึ สมเยติ สุภนฺติ เอว จ ตสฺมึ สมเย ปชานาติ, น อสุภํ. ภิกฺขโว จาติ เย เต เอวํ วทนฺติ, เตสํ ภิกฺขโว จ อนฺเตวาสิกสมณา วิปรีตา. ปโหตีติ สมตฺโถ ปฏิพโล.
๔๘. ทุกฺกรํ โขติ อยํ ปริพฺพาชโก ยทิทํ ‘‘เอวํปสนฺโน อหํ, ภนฺเต’’ติอาทิมาห, ตํ สาเฐยฺเยน โกหญฺเญน อาห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘สมโณ โคตโม มยฺหํ เอตฺตกํ ธมฺมกถํ กเถสิ, ตมหํ สุตฺวาปิ ปพฺพชิตุํ น สกฺโกมิ, มยา เอตสฺส สาสนํ ปฏิปนฺนสทิเสน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตโต โส สาเฐยฺเยน โกหญฺเญน เอวมาห. เตนสฺส ภควา มมฺมํ ฆฏฺเฏนฺโต วิย ‘‘ทุกฺกรํ โข เอตํ, ภคฺคว ตยา อญฺญทิฏฺฐิเกนา’’ติอาทิมาห. ตํ โปฏฺฐปาทสุตฺเต วุตฺตตฺถเมว. สาธุกมนุรกฺขาติ สุฏฺฐุ อนุรกฺข.
อิติ ภควา ปสาทมตฺตานุรกฺขเณ ปริพฺพาชกํ นิโยเชสิ. โสปิ เอวํ มหนฺตํ สุตฺตนฺตํ สุตฺวาปิ นาสกฺขิ กิเลสกฺขยํ กาตุํ. เทสนา ปนสฺส อายตึ วาสนาย ปจฺจโย อโหสิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย
ปาถิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อุทุมฺพริกสุตฺตวณฺณนา
นิโคฺรธปริพฺพาชกวตฺถุวณฺณนา
๔๙. เอวํ เม สุตนฺติ อุทุมฺพริกสุตฺตํ. ตตฺรายมปุพฺพปทวณฺณนา – ปริพฺพาชโกติ ฉนฺนปริพฺพาชโก. อุทุมฺพริกาย ปริพฺพาชการาเมติ อุทุมฺพริกาย เทวิยา สนฺตเก ปริพฺพาชการาเม. สนฺธาโนติ ตสฺส นามํ. อยํ ปน มหานุภาโว ปริวาเรตฺวา วิจรนฺตานํ ปญฺจนฺนํ อุปาสกสตานํ อคฺคปุริโส อนาคามี ภควตา มหาปริสมชฺเฌ เอวํ สํวณฺณิโต –
‘‘ฉหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต สนฺธาโน คหปติ ตถาคเต นิฏฺฐงฺคโต สทฺธมฺเม อิริยติ. กตเมหิ ฉหิ? พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน อริเยน สีเลน อริเยน ญาเณน อริยาย วิมุตฺติยา. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ฉหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต สนฺธาโน คหปติ ตถาคเต นิฏฺฐงฺคโต สทฺธมฺเม อิริยตี’’ติ (อ. นิ. ๖.๑๒๐-๑๓๙).
โส ปาโตเยว อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย ปุพฺพณฺหสมเย พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา ภิกฺขูสุ วิหารํ คเตสุ ฆเร ขุทฺทกมหลฺลกานํ ทารกานํ สทฺเทน อุพฺพาโฬฺห สตฺถุ สนฺติเก ‘‘ธมฺมํ โสสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺโต. เตน วุตฺตํ ทิวา ทิวสฺส ราชคหา นิกฺขมีติ. ตตฺถ ทิวา ทิวสฺสาติ ทิวสสฺส ทิวา นาม มชฺฌนฺหาติกฺกโม, ตสฺมึ ทิวสสฺสาปิ ทิวาภูเต อติกฺกนฺตมตฺเต มชฺฌนฺหิเก นิกฺขมีติ อตฺโถ. ปฏิสลฺลีโนติ ตโต ตโต รูปาทิโคจรโต จิตฺตํ ปฏิสํหริตฺวา นิลีโน ฌานรติเสวนาวเสน เอกีภาวํ คโต. มโนภาวนียานนฺติ มนวฑฺฒกานํ. เย จ อาวชฺชโต มนสิกโรโต จิตฺตํ วินีวรณํ โหติ อุนฺนมติ วฑฺฒติ.
๕๐. อุนฺนาทินิยาติอาทีนิ โปฏฺฐปาทสุตฺเต วิตฺถาริตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
๕๑. ยาวตาติ ยตฺตกา. อยํ เตสํ อญฺญตโรติ อยํ เตสํ อพฺภนฺตโร เอโก สาวโก, ภควโต กิร สาวกา คิหิอนาคามิโนเยว ปญฺจสตา ราชคเห ปฏิวสนฺติ. เยสํ เอเกกสฺส ปญฺจ ปญฺจ อุปาสกสตานิ ปริวารา, เต สนฺธาย ‘‘อยํ เตสํ อญฺญตโร’’ติ อาห. อปฺเปว นามาติ ตสฺส อุปสงฺกมนํ ปตฺถยมาโน อาห. ปตฺถนาการณํ ปน โปฏฺฐปาทสุตฺเต วุตฺตเมว.
๕๒. เอตทโวจาติ อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเคเยว เตสํ กถาย สุตตฺตา เอตํ อญฺญถา โข อิเมติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อญฺญติตฺถิยาติ ทสฺสเนนปิ อากปฺเปนปิ กุตฺเตนปิ อาจาเรนปิ วิหาเรนปิ อิริยาปเถนปิ อญฺเญ ติตฺถิยาติ อญฺญติตฺถิยา. สงฺคมฺม สมาคมฺมาติ สงฺคนฺตฺวา สมาคนฺตฺวา ราสิ หุตฺวา นิสินฺนฏฺฐาเน. อรญฺญวนปตฺถานีติ อรญฺญวนปตฺถานิ คามูปจารโต มุตฺตานิ ทูรเสนาสนานิ. ปนฺตานีติ ทูรตรานิ มนุสฺสูปจารวิรหิตานิ. อปฺปสทฺทานีติ วิหารูปจาเรน คจฺฉโต อทฺธิกชนสฺสปิ สทฺเทน มนฺทสทฺทานิ. อปฺปนิคฺโฆสานีติ อวิภาวิตตฺเถน นิคฺโฆเสน มนฺทนิคฺโฆสานิ. วิชนวาตานีติ อนฺโตสญฺจาริโน ชนสฺส วาเตน วิคตวาตานิ. มนุสฺสราหสฺเสยฺยกานีติ มนุสฺสานํ รหสฺสกรณสฺส ยุตฺตานิ อนุจฺฉวิกานิ. ปฏิสลฺลานสารุปฺปานีติ เอกีภาวสฺส อนุรูปานิ. อิติ สนฺธาโน คหปติ ‘‘อโห มม สตฺถา โย เอวรูปานิ เสนาสนานิ ปฏิเสวตี’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห อุตฺตมงฺเค สิรสฺมึ ปติฏฺฐเปตฺวา อิมํ อุทานํ อุทาเนนฺโต นิสีทิ.
๕๓. เอวํ วุตฺเตติ เอวํ สนฺธาเนน คหปตินา อุทานํ อุทาเนนฺเตน วุตฺเต. นิโคฺรโธ ปริพฺพาชโก อยํ คหปติ มม สนฺติเก นิสินฺโนปิ อตฺตโน สตฺถารํเยว โถเมติ อุกฺกํสติ, อเมฺห ปน อตฺถีติปิ น มญฺญติ, เอตสฺมึ อุปฺปนฺนโกปํ สมณสฺส โคตมสฺส อุปริ ปาเตสฺสามีติ สนฺธานํ คหปตึ เอตทโวจ.
ยคฺเฆติ โจทนตฺเถ นิปาโต. ชาเนยฺยาสีติ พุชฺเฌยฺยาสิ ปสฺเสยฺยาสิ. เกน สมโณ โคตโม สทฺธึ สลฺลปตีติ เกน การเณน เกน ปุคฺคเลน สทฺธึ สมโณ โคตโม สลฺลปติ วทติ ภาสติ. กึ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยทิ กิญฺจิ สลฺลาปการณํ ภเวยฺย, ยทิ วา โกจิ สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ สลฺลาปตฺถิโก คจฺเฉยฺย, สลฺลเปยฺย, น ปน การณํ อตฺถิ, น ตสฺส สนฺติกํ โกจิ คจฺฉติ, สฺวายํ เกน สมโณ โคตโม สทฺธึ สลฺลปติ, อสลฺลปนฺโต กถํ อุนฺนาที ภวิสฺสตี’’ติ.
สากจฺฉนฺติ สํสนฺทนํ. ปญฺญาเวยฺยตฺติยนฺติ อุตฺตรปจฺจุตฺตรนเยน ญาณพฺยตฺตภาวํ. สุญฺญาคารหตาติ สุญฺญาคาเรสุ นฏฺฐา, สมเณน หิ โคตเมน โพธิมูเล อปฺปมตฺติกา ปญฺญา อธิคตา, สาปิสฺส สุญฺญาคาเรสุ เอกกสฺส นิสีทโต นฏฺฐา. ยทิ ปน มยํ วิย คณสงฺคณิกํ กตฺวา นิสีเทยฺย, นาสฺส ปญฺญา นสฺเสยฺยาติ ทสฺเสติ. อปริสาวจโรติ อวิสารทตฺตา ปริสํ โอตริตุํ น สกฺโกติ. นาลํ สลฺลาปายาติ น สมตฺโถ สลฺลาปํ กาตุํ. อนฺตมนฺตาเนวาติ โกจิ มํ ปญฺหํ ปุจฺเฉยฺยาติ ปญฺหาภีโต อนฺตมนฺตาเนว ปนฺตเสนาสนานิ เสวติ. โคกาณาติ เอกกฺขิหตา กาณคาวี. สา กิร ปริยนฺตจารินี โหติ, อนฺตมนฺตาเนว เสวติ. สา กิร กาณกฺขิภาเวน วนนฺตาภิมุขีปิ น สกฺโกติ ภวิตุํ. กสฺมา? ยสฺมา ปตฺเตน วา สาขาย วา กณฺฏเกน วา ปหารสฺส ภายติ. คุนฺนํ อภิมุขีปิ น สกฺโกติ ภวิตุํ. กสฺมา? ยสฺมา สิงฺเคน วา กณฺเณน วา วาเลน วา ปหารสฺส ภายติ. อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต. สํสาเทยฺยามาติ เอกปญฺหปุจฺฉเนเนว สํสาทนํ วิสาทมาปนฺนํ กเรยฺยาม. ตุจฺฉกุมฺภีว นนฺติ ริตฺตฆฏํ วิย นํ. โอโรเธยฺยามาติ วินนฺเธยฺยาม. ปูริตฆโฏ หิ อิโต จิโต จ ปริวตฺเตตฺวา น สุวินนฺธนีโย โหติ. ริตฺตโก ยถารุจิ ปริวตฺเตตฺวา สกฺกา โหติ วินนฺธิตุํ, เอวเมว หตปญฺญตาย ริตฺตกุมฺภิสทิสํ สมณํ โคตมํ วาทวินนฺธเนน สมนฺตา วินนฺธิสฺสามาติ วทติ.
อิติ ปริพฺพาชโก สตฺถุ สุวณฺณวณฺณํ นลาฏมณฺฑลํ อปสฺสนฺโต ทสพลสฺส ปรมฺมุขา อตฺตโน พลํ ทีเปนฺโต อสมฺภินฺนํ ขตฺติยกุมารํ ชาติยา ฆฏฺฏยนฺโต จณฺฑาลปุตฺโต วิย อสมฺภินฺนเกสรสีหํ มิคราชานํ ถาเมน ฆฏฺเฏนฺโต ชรสิงฺคาโล วิย จ นานปฺปการํ ตุจฺฉคชฺชิตํ คชฺชิ. อุปาสโกปิ จินฺเตสิ ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก อติ วิย คชฺชติ, อวีจิผุสนตฺถาย ปาทํ, ภวคฺคคฺคหณตฺถาย หตฺถํ ปสารยนฺโต วิย นิรตฺถกํ วายมติ. สเจ เม สตฺถา อิมํ ฐานมาคจฺเฉยฺย, อิมสฺส ปริพฺพาชกสฺส ยาว ภวคฺคา อุสฺสิตํ มานทฺธชํ ฐานโสว โอปาเตยฺยา’’ติ.
๕๔. ภควาปิ เตสํ ตํ กถาสลฺลาปํ อสฺโสสิเยว. เตน วุตฺตํ ‘‘อสฺโสสิ โข อิมํ กถาสลฺลาป’’นฺติ.
สุมาคธายาติ สุมาคธา นาม โปกฺขรณี, ยสฺสา ตีเร นิสินฺโน อญฺญตโร ปุริโส ปทุมนาฬนฺตเรหิ อสุรภวนํ ปวิสนฺตํ อสุรเสนํ อทฺทส. โมรนิวาโปติ นิวาโป วุจฺจติ ภตฺตํ, ยตฺถ โมรานํ อภเยน สทฺธึ นิวาโป ทินฺโน, ตํ ฐานนฺติ อตฺโถ. อพฺโภกาเสติ องฺคณฏฺฐาเน. อสฺสาสปตฺตาติ ตุฏฺฐิปตฺตา โสมนสฺสปตฺตา. อชฺฌาสยนฺติ อุตฺตมนิสฺสยภูตํ. อาทิพฺรหฺมจริยนฺติ ปุราณพฺรหฺมจริยสงฺขาตํ อริยมคฺคํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘โก นาม โส, ภนฺเต, ธมฺโม เยน ภควตา สาวกา วินีตา อชฺฌาสยาทิพฺรหฺมจริยภูตํ อริยมคฺคํ ปูเรตฺวา อรหตฺตาธิคมวเสน อสฺสาสปตฺตา ปฏิชานนฺตี’’ติ.
ตโปชิคุจฺฉาวาทวณฺณนา
๕๕. วิปฺปกตาติ มมาคมนปจฺจยา อนิฏฺฐิตา, ว หุตฺวา ฐิตา, กเถหิ, อหเมตํ นิฏฺฐเปตฺวา มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสมีติ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ.
๕๖. ทุชฺชานํ โขติ ภควา ปริพฺพาชกสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก มยา สาวกานํ เทเสตพฺพํ ธมฺมํ เตหิ ปูเรตพฺพํ ปฏิปตฺตึ ปุจฺฉติ, สจสฺสาหํ อาทิโตว ตํ กเถสฺสามิ, กถิตมฺปิ นํ น ชานิสฺสติ, อยํ ปน วีริเยน ปาปชิคุจฺฉนวาโท, หนฺทาหํ เอตสฺเสว วิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉาเปตฺวา ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ ลทฺธิยา นิรตฺถกภาวํ ทสฺเสมิ. อถ ปจฺฉา อิมํ ปญฺหํ พฺยากริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทุชฺชานํ โข เอตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สเก อาจริยเกติ อตฺตโน อาจริยวาเท. อธิเชคุจฺเฉติ วีริเยน ปาปชิคุจฺฉนภาเว. กถํ สนฺตาติ กถํ ภูตา. ตโปชิคุจฺฉาติ วีริเยน ปาปชิคุจฺฉา ปาปวิวชฺชนา. ปริปุณฺณาติ ปริสุทฺธา. กถํ อปริปุณฺณาติ กถํ อปริสุทฺธา โหตีติ เอวํ ปุจฺฉาติ. ยตฺร หิ นามาติ โย นาม.
๕๗. อปฺปสทฺเท กตฺวาติ นิรเว อปฺปสทฺเท กตฺวา. โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ โคตโม เอกํ ปญฺหมฺปิ น กเถติ, สลฺลาปกถาปิสฺส อติพหุกา นตฺถิ, อิเม ปน อาทิโต ปฏฺฐาย สมณํ โคตมํ อนุวตฺตนฺติ เจว ปสํสนฺติ จ, หนฺทาหํ อิเม นิสฺสทฺเท กตฺวา สยํ กเถมี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อปฺปสทฺเท กตฺวา’’ติ. ‘‘ตโปชิคุจฺฉวาทา’’ติอาทีสุ ตโปชิคุจฺฉํ วทาม, มนสาปิ ตเมว สารโต คเหตฺวา วิจราม, กาเยนปิมฺหา ตเมว อลฺลีนา, นานปฺปการกํ อตฺตกิลมถานุโยคมนุยุตฺตา วิหรามาติ อตฺโถ.
อุปกฺกิเลสวณฺณนา
๕๘. ตปสฺสีติ ตปนิสฺสิตโก. ‘‘อเจลโก’’ติอาทีนิ สีหนาเท (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๙๓) วิตฺถาริตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. ตปํ สมาทิยตีติ อเจลกภาวาทิกํ ตปํ สมฺมา อาทิยติ, ทฬฺหํ คณฺหาติ. อตฺตมโน โหตีติ โก อญฺโญ มยา สทิโส อิมสฺมึ ตเป อตฺถีติ ตุฏฺฐมโน โหติ. ปริปุณฺณสงฺกปฺโปติ อลเมตฺตาวตาติ เอวํ ปริโยสิตสงฺกปฺโป, อิทญฺจ ติตฺถิยานํ วเสน อาคตํ. สาสนาวจเรนาปิ ปน ทีเปตพฺพํ. เอกจฺโจ หิ ธุตงฺคํ สมาทิยติ, โส เตเนว ธุตงฺเคน โก อญฺโญ มยา สทิโส ธุตงฺคธโรติ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป. ตปสฺสิโน อุปกฺกิเลโส โหตีติ ทุวิธสฺสาเปตสฺส ตปสฺสิโน อยํ อุปกฺกิเลโส โหติ. เอตฺตาวตายํ ตโป อุปกฺกิเลโส โหตีติ วทามิ.
อตฺตานุกฺกํเสตีติ ‘‘โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ อตฺตานํ อุกฺกํสติ อุกฺขิปติ. ปรํ วมฺเภตีติ ‘‘อยํ น มาทิโส’’ติ ปรํ สํหาเรติ อวกฺขิปติ.
มชฺชตีติ มานมทกรเณน มชฺชติ. มุจฺฉตีติ มุจฺฉิโต โหติ คธิโต อชฺฌาปนฺโน. ปมาทมาปชฺชตีติ เอตเทว สารนฺติ ปมาทมาปชฺชติ. สาสเน ปพฺพชิโตปิ ธุตงฺคสุทฺธิโก โหติ, น กมฺมฏฺฐานสุทฺธิโก. ธุตงฺคเมว อรหตฺตํ วิย สารโต ปจฺเจติ.
๕๙. ลาภสกฺการสิโลกนฺติ เอตฺถ จตฺตาโร ปจฺจยา ลพฺภนฺตีติ ลาภา, เตเยว สุฏฺฐุ กตฺวา ปฏิสงฺขริตฺวา ลทฺธา สกฺกาโร, วณฺณภณนํ สิโลโก. อภินิพฺพตฺเตตีติ อเจลกาทิภาวํ เตรสธุตงฺคสมาทานํ วา นิสฺสาย มหาลาโภ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘อภินิพฺพตฺเตตี’’ติ วุตฺโต. เสสเมตฺถ ปุริมวารนเยเนว ทุวิธสฺสาปิ ตปสฺสิโน วเสน เวทิตพฺพํ.
๖๐. โวทาสํ อาปชฺชตีติ เทฺวภาคํ อาปชฺชติ, เทฺว ภาเค กโรติ. ขมตีติ รุจฺจติ. นกฺขมตีติ น รุจฺจติ. สาเปกฺโข ปชหตีติ สตโณฺห ปชหติ. กถํ? ปาโตว ขีรภตฺตํ ภุตฺโต โหติ. อถสฺส มํสโภชนํ อุปเนติ. ตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิทานิ เอวรูปํ กทา ลภิสฺสาม, สเจ ชาเนยฺยาม, ปาโตว ขีรภตฺตํ น ภุญฺเชยฺยาม, กึ มยา สกฺกา กาตุํ, คจฺฉ โภ, ตฺวเมว ภุญฺชา’’ติ ชีวิตํ ปริจฺจชนฺโต วิย สาเปกฺโข ปชหติ. คธิโตติ เคธชาโต. มุจฺฉิโตติ พลวตณฺหาย มุจฺฉิโต สํมุฏฺฐสฺสตี หุตฺวา. อชฺฌาปนฺโนติ อามิเส อติลคฺโค, ‘‘ภุญฺชิสฺสถ, อาวุโส’’ติ ธมฺมนิมนฺตนมตฺตมฺปิ อกตฺวา มหนฺเต มหนฺเต กพเฬ กโรติ. อนาทีนวทสฺสาวีติอาทีนวมตฺตมฺปิ น ปสฺสติ. อนิสฺสรณปญฺโญติ อิธ มตฺตญฺญุตานิสฺสรณปจฺจเวกฺขณปริโภคมตฺตมฺปิ น กโรติ. ลาภสกฺการสิโลกนิกนฺติเหตูติ ลาภาทีสุ ตณฺหาเหตุ.
๖๑. สํภกฺเขตีติ สํขาทติ. อสนิวิจกฺกนฺติ วิจกฺกสณฺฐานา อสนิเยว. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘อสนิวิจกฺกํ อิมสฺส ทนฺตกูฏํ มูลพีชาทีสุ น กิญฺจิ น สํภุญฺชติ. อถ จ ปน นํ สมณปฺปวาเทน สมโณติ สญฺชานนฺตี’’ติ. เอวํ อปสาเทติ อวกฺขิปติ. อิทํ ติตฺถิยวเสน อาคตํ. ภิกฺขุวเสน ปเนตฺถ อยํ โยชนา, อตฺตนา ธุตงฺคธโร โหติ, โส อญฺญํ เอวํ อปสาเทติ ‘‘กึ สมณา นาม อิเม สมณมฺหาติ วทนฺติ, ธุตงฺคมตฺตมฺปิ นตฺถิ, อุทฺเทสภตฺตาทีนิ ปริเยสนฺตา ปจฺจยพาหุลฺลิกา วิจรนฺตี’’ติ. ลูขาชีวินฺติ อเจลกาทิวเสน วา ธุตงฺควเสน วา ลูขาชีวึ. อิสฺสามจฺฉริยนฺติ ปรสฺส สกฺการาทิสมฺปตฺติขียนลกฺขณํ อิสฺสํ, สกฺการาทิกรณอกฺขมนลกฺขณํ มจฺฉริยญฺจ.
๖๒. อาปาถกนิสาที โหตีติ มนุสฺสานํ อาปาเถ ทสฺสนฏฺฐาเน นิสีทติ. ยตฺถ เต ปสฺสนฺติ, ตตฺถ ฐิโต วคฺคุลิวตํ จรติ, ปญฺจาตปํ ตปฺปติ, เอกปาเทน ติฏฺฐติ, สูริยํ นมสฺสติ. สาสเน ปพฺพชิโตปิ สมาทินฺนธุตงฺโค สพฺพรตฺตึ สยิตฺวา มนุสฺสานํ จกฺขุปเถ ตปํ กโรติ, มหาสายเนฺหเยว จีวรกุฏึ กโรติ, สูริเย อุคฺคเต ปฏิสํหรติ, มนุสฺสานํ อาคตภาวํ ญตฺวา ฆณฺฑึ ปหริตฺวา จีวรํ มตฺถเก ฐเปตฺวา จงฺกมํ โอตรติ, สมฺมุญฺชนึ คเหตฺวา วิหารงฺคณํ สมฺมชฺชติ.
อตฺตานนฺติ อตฺตโน คุณํ อทสฺสยมาโนติ เอตฺถ อ-กาโร นิปาตมตฺตํ, ทสฺสยมาโนติ อตฺโถ. อิทมฺปิ เม ตปสฺมินฺติ อิทมฺปิ กมฺมํ มเมว ตปสฺมึ, ปจฺจตฺเต วา ภุมฺมํ, อิทมฺปิ มม ตโปติ อตฺโถ. โส หิ อสุกสฺมึ ฐาเน อเจลโก อตฺถิ มุตฺตาจาโรติอาทีนิ สุตฺวา อมฺหากํ เอส ตโป, อมฺหากํ โส อนฺเตวาสิโกติอาทีนิ ภณติ. อสุกสฺมึ วา ปน ฐาเน ปํสุกูลิโก ภิกฺขุ อตฺถีติอาทีนิ สุตฺวา อมฺหากํ เอส ตโป, อมฺหากํ โส อนฺเตวาสิโกติอาทีนิ ภณติ.
กิญฺจิเทวาติ กิญฺจิ วชฺชํ ทิฏฺฐิคตํ วา. ปฏิจฺฉนฺนํ เสวตีติ ยถา อญฺเญ น ชานนฺติ, เอวํ เสวติ. อกฺขมมานํ อาห ขมตีติ อรุจฺจมานํเยว รุจฺจติ เมติ วทติ. อตฺตนา กตํ อติมหนฺตมฺปิ วชฺชํ อปฺปมตฺตกํ กตฺวา ปญฺญเปติ, ปเรน กตํ ทุกฺกฏมตฺตํ วีติกฺกมมฺปิ ปาราชิกสทิสํ กตฺวา ทสฺเสติ. อนุญฺเญยฺยนฺติ อนุชานิตพฺพํ อนุโมทิตพฺพํ.
๖๓. โกธโน โหติ อุปนาหีติ กุชฺฌนลกฺขเณน โกเธน, เวรอปฺปฏินิสฺสคฺคลกฺขเณน อุปนาเหน จ สมนฺนาคโต. มกฺขี โหติ ปฬาสีติ ปรคุณมกฺขนลกฺขเณน มกฺเขน, ยุคคฺคาหลกฺขเณน ปฬาเสน จ สมนฺนาคโต.
อิสฺสุกี โหติ มจฺฉรีติ ปรสกฺการาทีสุ อุสูยนลกฺขณาย อิสฺสาย, อาวาสกุลลาภวณฺณธมฺเมสุ มจฺฉรายนลกฺขเณน ปญฺจวิธมจฺเฉเรน จ สมนฺนาคโต โหติ. สโฐ โหติ มายาวีติ เกราฏิกลกฺขเณน สาเฐยฺเยน, กตปฺปฏิจฺฉาทนลกฺขณาย มายาย จ สมนฺนาคโต โหติ. ถทฺโธ โหติ อติมานีติ นิสฺสิเนหนิกฺกรุณถทฺธลกฺขเณน ถมฺเภน, อติกฺกมิตฺวา มญฺญนลกฺขเณน อติมาเนน จ สมนฺนาคโต โหติ. ปาปิจฺโฉ โหตีติ อสนฺตสมฺภาวนปตฺถนลกฺขณาย ปาปิจฺฉตาย สมนฺนาคโต โหติ. ปาปิกานนฺติ ตาสํเยว ลามกานํ อิจฺฉานํ วสํ คโต. มิจฺฉาทิฏฺฐิโกติ นตฺถิ ทินฺนนฺติอาทินยปฺปวตฺตาย อยาถาวทิฏฺฐิยา อุเปโต. อนฺตคฺคาหิกายาติ สาเยว ทิฏฺฐิ อุจฺเฉทนฺตสฺส คหิตตฺตา ‘‘อนฺตคฺคาหิกา’’ติ วุจฺจติ, ตาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐิปรามาสีติอาทีสุ สยํ ทิฏฺฐิ สนฺทิฏฺฐิ, สนฺทิฏฺฐิเมว ปรามสติ คเหตฺวา วทตีติ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี. อาธานํ วุจฺจติ ทฬฺหํ สุฏฺฐุ ฐปิตํ, ตถา กตฺวา คณฺหาตีติ อาธานคฺคาหี. อริฏฺโฐ วิย น สกฺกา โหติ ปฏินิสฺสชฺชาเปตุนฺติ ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี. ยทิเมติ ยทิ อิเม.
ปริสุทฺธปปฏิกปฺปตฺตกถาวณฺณนา
๖๔. อิธ, นิโคฺรธ, ตปสฺสีติ เอวํ ภควา อญฺญติตฺถิเยหิ คหิตลทฺธึ เตสํ รกฺขิตํ ตปํ สพฺพเมว สํกิลิฏฺฐนฺติ อุปกฺกิเลสปาฬึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปริสุทฺธปาฬิทสฺสนตฺถํ เทสนมารภนฺโต อิธ, นิโคฺรธาติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘น อตฺตมโน’’ติอาทีนิ วุตฺตวิปกฺขวเสเนว เวทิตพฺพานิ. สพฺพวาเรสุ จ ลูขตปสฺสิโน เจว ธุตงฺคธรสฺส จ วเสน โยชนา เวทิตพฺพา. เอวํ โส ตสฺมึ ฐาเน ปริสุทฺโธ โหตีติ เอวํ โส เตน น อตฺตมนตา น ปริปุณฺณสงฺกปฺปภาวสงฺขาเตน การเณน ปริสุทฺโธ นิรุปกฺกิเลโส โหติ, อุตฺตริ วายมมาโน กมฺมฏฺฐานสุทฺธิโก หุตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๖๙. อทฺธา โข, ภนฺเตติ ภนฺเต เอวํ สนฺเต เอกํเสเนว วีริเยน ปาปชิคุจฺฉนวาโท ปริสุทฺโธ โหตีติ อนุชานาติ. อิโต ปรญฺจ อคฺคภาวํ วา สารภาวํ วา อชานนฺโต อคฺคปฺปตฺตา สารปฺปตฺตา จาติ อาห. อถสฺส ภควา สารปฺปตฺตภาวํ ปฏิเสเธนฺโต น โข นิโคฺรธาติอาทิมาห. ปปฏิกปฺปตฺตา โหตีติ สารวโต รุกฺขสฺส สารํ เผคฺคุํ ตจญฺจ อติกฺกมฺม พหิปปฏิกสทิสา โหตีติ ทสฺเสติ.
ปริสุทฺธตจปฺปตฺตาทิกถาวณฺณนา
๗๐. อคฺคํ ปาเปตูติ เทสนาวเสน อคฺคํ ปาเปตฺวา เทเสตุ, สารํ ปาเปตฺวา เทเสตูติ ทสพลํ ยาจติ. จาตุยามสํวรสํวุโตติ จตุพฺพิเธน สํวเรน ปิหิโต. น ปาณํ อติปาเตตีติ ปาณํ น หนติ. น ภาวิตมาสีสตีติ ภาวิตํ นาม เตสํ สญฺญาย ปญฺจ กามคุณา, เต น อาสีสติ น เสวตีติ อตฺโถ.
อทุํ จสฺส โหตีติ เอตญฺจสฺส อิทานิ วุจฺจมานํ ‘‘โส อภิหรตี’’ติอาทิลกฺขณํ. ตปสฺสิตายาติ ตปสฺสิภาเวน โหติ. ตตฺถ โส อภิหรตีติ โส ตํ สีลํ อภิหรติ, อุปรูปริ วฑฺเฒติ. สีลํ เม ปริปุณฺณํ, ตโป อารทฺโธ, อลเมตฺตาวตาติ น วีริยํ วิสฺสชฺเชติ. โน หีนายาวตฺตตีติ หีนาย คิหิภาวตฺถาย น อาวตฺตติ. สีลโต อุตฺตริ วิเสสาธิคมตฺถาย วีริยํ กโรติเยว, เอวํ กโรนฺโต โส วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชติ. ‘‘อรญฺญ’’นฺติอาทีนิ สามญฺญผเล (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๖) วิตฺถาริตาเนว. ‘‘เมตฺตาสหคเตนา’’ติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค วณฺณิตานิ. ตจปฺปตฺตาติ ปปฏิกโต อพฺภนฺตรํ ตจํ ปตฺตา. เผคฺคุปฺปตฺตาติ ตจโต อพฺภนฺตรํ เผคฺคุํ ปตฺตา, เผคฺคุสทิสา โหตีติ อตฺโถ.
๗๔. ‘‘เอตฺตาวตา, โข นิโคฺรธ, ตโปชิคุจฺฉา อคฺคปฺปตฺตา จ โหติ สารปฺปตฺตา จา’’ติ อิทํ ภควา ติตฺถิยานํ วเสนาห. ติตฺถิยานญฺหิ ลาภสกฺกาโร รุกฺขสฺส สาขาปลาสสทิโส. ปญฺจสีลมตฺตกํ ปปฏิกสทิสํ. อฏฺฐสมาปตฺติมตฺตํ ตจสทิสํ. ปุพฺเพนิวาสญาณาวสานา อภิญฺญา เผคฺคุสทิสา. ทิพฺพจกฺขุํ ปเนเต อรหตฺตนฺติ คเหตฺวา วิจรนฺติ. เตน เนสํ ตํ รุกฺขสฺส สารสทิสํ. สาสเน ปน ลาภสกฺกาโร สาขาปลาสสทิโส. สีลสมฺปทา ปปฏิกสทิสา. ฌานสมาปตฺติโย ตจสทิสา. โลกิยาภิญฺญา เผคฺคุสทิสา. มคฺคผลํ สาโร. อิติ ภควตา อตฺตโน สาสนํ โอนตวินตผลภารภริตรุกฺขูปมาย อุปมิตํ. โส เทสนากุสลตาย ตโต ตจสารสมฺปตฺติโต มม สาสนํ อุตฺตริตรญฺเจว ปณีตตรญฺจ, ตํ ตุวํ กทา ชานิสฺสสีติ อตฺตโนเทสนาย วิเสสภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิติ โข นิโคฺรธา’’ติ เทสนํ อารภิ. เต ปริพฺพาชกาติ เต ตสฺส ปริวารา ตึสสตสงฺขฺยา ปริพฺพาชกา. เอตฺถ มยํ อนสฺสามาติ เอตฺถ อเจลกปาฬิอาทีสุ, อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘อมฺหากํ อเจลกปาฬิมตฺตมฺปิ นตฺถิ, กุโต ปริสุทฺธปาฬิ. อมฺหากํ ปริสุทฺธปาฬิมตฺตมฺปิ นตฺถิ, กุโต จาตุยามสํวราทีนิ. จาตุยามสํวโรปิ นตฺถิ, กุโต อรญฺญวาสาทีนิ. อรญฺญวาโสปิ นตฺถิ, กุโต นีวรณปฺปหานาทีนิ. นีวรณปฺปหานมฺปิ นตฺถิ, กุโต พฺรหฺมวิหาราทีนิ. พฺรหฺมวิหารมตฺตมฺปิ นตฺถิ, กุโต ปุพฺเพนิวาสาทีนิ. ปุพฺเพนิวาสญาณมตฺตมฺปิ นตฺถิ, กุโต อมฺหากํ ทิพฺพจกฺขุ. เอตฺถ มยํ สอาจริยกา นฏฺฐา’’ติ. อิโต ภิยฺโย อุตฺตริตรนฺติ อิโต ทิพฺพจกฺขุญาณาธิคมโต ภิยฺโย อญฺญํ อุตฺตริตรํ วิเสสาธิคมํ มยํ สุติวเสนาปิ น ชานามาติ วทนฺติ.
นิโคฺรธสฺสปชฺฌายนวณฺณนา
๗๕. อถ นิโคฺรธํ ปริพฺพาชกนฺติ เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อิเม ปริพฺพาชกา อิทานิ ภควโต ภาสิตํ สุสฺสูสนฺติ, อิมินา จ นิโคฺรเธน ภควโต ปรมฺมุขา กกฺขฬํ ทุราสทวจนํ วุตฺตํ, อิทานิ อยมฺปิ โสตุกาโม ชาโต, กาโล ทานิ เม อิมสฺส มานทฺธชํ นิปาเตตฺวา ภควโต สาสนํ อุกฺขิปิตุ’’นฺติ. อถ นิโคฺรธํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ. อปรมฺปิสฺส อโหสิ ‘‘อยํ มยิ อกเถนฺเต สตฺถารํ น ขมาเปสฺสติ, ตทสฺส อนาคเต อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺติสฺสติ, มยา ปน กถิเต ขมาเปสฺสติ, ตทสฺส ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. อถ นิโคฺรธํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ. อปริสาวจรํ ปน นํ กโรถาติ เอตฺถ ปนาติ นิปาโต, อถ นํ อปริสาวจรํ กโรถาติ อตฺโถ. ‘‘อปริสาวจเรต’’นฺติปิ ปาโฐ, อปริสาวจรํ วา เอตํ กโรถ, โคกาณาทีนํ วา อญฺญตรนฺติ อตฺโถ.
โคกาณนฺติ เอตฺถาปิ โคกาณํ ปริยนฺตจารินึ วิย กโรถาติ อตฺโถ. ตุณฺหีภูโตติ ตุณฺหีภาวํ อุปคโต. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชตํ อาปนฺโน. ปตฺตกฺขนฺโธติ โอนตคีโว. อโธมุโขติ เหฏฺฐามุโข.
๗๖. พุทฺโธ โส ภควา โพธายาติ สยํ พุทฺโธ สตฺตานมฺปิ จตุสจฺจโพธตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ. ทนฺโตติ จกฺขุโตปิ ทนฺโต…เป… มนโตปิ ทนฺโต. ทมถายาติ อญฺเญสมฺปิ ทมนตฺถาย เอว, น วาทตฺถาย. สนฺโตติ ราคสนฺตตาย สนฺโต, โทสโมหสนฺตตาย สพฺพ อกุสลสพฺพาภิสงฺขารสนฺตตาย สนฺโต. สมถายาติ มหาชนสฺส ราคาทิสมนตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ. ติณฺโณติ จตฺตาโร โอเฆ ติณฺโณ. ตรณายาติ มหาชนสฺส โอฆนิตฺถรณตฺถาย. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. ปรินิพฺพานายาติ มหาชนสฺสาปิ สพฺพกิเลสปรินิพฺพานตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ.
พฺรหฺมจริยปริโยสานาทิวณฺณนา
๗๗. อจฺจโยติอาทีนิ สามญฺญผเล (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๕๐) วุตฺตานิ. อุชุชาติโกติ กายวงฺกาทิวิรหิโต อุชุสภาโว. อหมนุสาสามีติ อหํ ตาทิสํ ปุคฺคลํ อนุสาสามิ, ธมฺมํ อสฺส เทเสมิ. สตฺตาหนฺติ สตฺตทิวสานิ, อิทํ สพฺพมฺปิ ภควา ทนฺธปญฺญํ ปุคฺคลํ สนฺธายาห อสโฐ ปน อมายาวี อุชุชาติโก ตํมุหุตฺเตเนว อรหตฺตํ ปตฺตุํ สกฺขิสฺสติ. อิติ ภควา ‘‘อสฐ’’นฺติอาทิวจเนน สโฐ หิ วงฺกวงฺโก, มยาปิ น สกฺกา อนุสาสิตุนฺติ ทีเปนฺโต ปริพฺพาชกํ ปาเทสุ คเหตฺวา มหาเมรุปาทตเล วิย ขิปิตฺถ. กสฺมา? อยญฺหิ อติสโฐ, กุฏิลจิตฺโต สตฺถริ เอวํ กเถนฺเตปิ พุทฺธธมฺมสงฺเฆสุ นาธิมุจฺจติ, อธิมุจฺจนตฺถาย โสตํ น โอทหติ, โกหญฺเญ ฐิโต สตฺถารํ ขมาเปติ. ตสฺมา ภควา ตสฺสชฺฌาสยํ วิทิตฺวา ‘‘เอตุ วิญฺญู ปุริโส อสโฐ’’ติอาทิมาห. สฐํ ปนาหํ อนุสาสิตุํ น สกฺโกมีติ.
๗๘. อนฺเตวาสิกมฺยตาติ อนฺเตวาสิกมฺยตาย, อเมฺห อนฺเตวาสิเก อิจฺฉนฺโต. เอวมาหาติ ‘‘เอตุ วิญฺญุปุริโส’’ติอาทิมาห. โย เอว โว อาจริโยติ โย เอว ตุมฺหากํ ปกติยา อาจริโย. อุทฺเทสา โน จาเวตุกาโมติ อตฺตโน อนุสาสนึ คาหาเปตฺวา อเมฺห อมฺหากํ อุทฺเทสโต จาเวตุกาโม. โส เอว โว อุทฺเทโส โหตูติ โย ตุมฺหากํ ปกติยา อุทฺเทโส, โส ตุมฺหากํเยว โหตุ, น มยํ ตุมฺหากํ อุทฺเทเสน อตฺถิกา. อาชีวาติ อาชีวโต. อกุสลสงฺขาตาติ อกุสลาติ โกฏฺฐาสํ ปตฺตา. อกุสลา ธมฺมาติ ทฺวาทส อกุสลจิตฺตุปฺปาทธมฺมา ตณฺหาเยว วา วิเสเสน. สา หิ ปุนพฺภวกรณโต ‘‘โปโนพฺภวิกา’’ติ วุตฺตา. สทรถาติ กิเลสทรถสมฺปยุตฺตา. ชาติชรามรณิยาติ ชาติชรามรณานํ ปจฺจยภูตา. สํกิเลสิกา ธมฺมาติ ทฺวาทส อกุสลจิตฺตุปฺปาทา. โวทานิยาติ, สมถวิปสฺสนา ธมฺมา. เต หิ สตฺเต โวทาเปนฺติ, ตสฺมา ‘‘โวทานิยา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญาปาริปูรินฺติ มคฺคปญฺญาปาริปูรึ. เวปุลฺลตฺตญฺจาติ ผลปญฺญาเวปุลฺลตํ, อุโภปิ วา เอตานิ อญฺญมญฺญเววจนาเนว. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘ตโต ตุเมฺห มคฺคปญฺญญฺเจว ผลปญฺญญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสถา’’ติ. เอวํ ภควา ปริพฺพาชเก อารพฺภ อตฺตโน โอวาทานุสาสนิยา ผลํ ทสฺเสนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.
๗๙. ยถา ตํ มาเรนาติ ยถา มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺตา นิสีทนฺติ เอวเมว ตุณฺหีภูตา…เป… อปฺปฏิภานา นิสินฺนา.
มาโร กิร สตฺถา อติวิย คชฺชนฺโต พุทฺธพลํ ทีเปตฺวา อิเมสํ ปริพฺพาชกานํ ธมฺมํ เทเสติ, กทาจิ ธมฺมาภิสมโย ภเวยฺย, หนฺทาหํ ปริยุฏฺฐามีติ โส เตสํ จิตฺตานิ ปริยุฏฺฐาสิ. อปฺปหีนวิปลฺลาสานญฺหิ จิตฺตํ มารสฺส ยถากามกรณียํ โหติ. เตปิ มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺตา ถทฺธงฺคปจฺจงฺคา วิย ตุณฺหี อปฺปฏิภานา นิสีทึสุ. อถ สตฺถา อิเม ปริพฺพาชกา อติวิย นิรวา หุตฺวา นิสินฺนา, กึ นุ โขติ อาวชฺชนฺโต มาเรน ปริยุฏฺฐิตภาวํ อญฺญาสิ. สเจ ปน เตสํ มคฺคผลุปฺปตฺติเหตุ ภเวยฺย, มารํ ปฏิพาหิตฺวาปิ ภควา ธมฺมํ เทเสยฺย, โส ปน เตสํ นตฺถิ. ‘‘สพฺเพปิ เม ตุจฺฉปุริสา’’ติ อญฺญาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข ภควโต เอตทโหสิ สพฺเพปิ เม โมฆปุริสา’’ติอาทิ.
ตตฺถ ผุฏฺฐา ปาปิมตาติ ปาปิมตา มาเรน ผุฏฺฐา. ยตฺร หิ นามาติ เยสุ นาม. อญฺญาณตฺถมฺปีติ ชานนตฺถมฺปิ. กึ กริสฺสติ สตฺตาโหติ สมเณน โคตเมน ปริจฺฉินฺนสตฺตาโห อมฺหากํ กึ กริสฺสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘สมเณน โคตเมน ‘สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสติ สตฺตาห’นฺติ วุตฺตํ, โส สตฺตาโห อมฺหากํ กึ อปฺผาสุกํ กริสฺสติ. หนฺท มยํ สตฺตาหพฺภนฺตเร เอตํ ธมฺมํ สจฺฉิกาตุํ สกฺกา, น สกฺกาติ อญฺญาณตฺถมฺปิ พฺรหฺมจริยํ จริสฺสามา’’ติ. อถ วา ชานาม ตาวสฺส ธมฺมนฺติ เอกทิวเส เอกวารํ อญฺญาณตฺถมฺปิ เอเตสํ จิตฺตํ นุปฺปนฺนํ, สตฺตาโห ปน เอเตสํ กุสีตานํ กึ กริสฺสติ, กึ สกฺขิสฺสนฺติ เต สตฺตาหํ ปูเรตุนฺติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. สีหนาทนฺติ ปรวาทภินฺทนํ สกวาทสมุสฺสาปนญฺจ อภีตนาทํ นทิตฺวา. ปจฺจุปฏฺฐาสีติ ปติฏฺฐิโต. ตาวเทวาติ ตสฺมิญฺเญว ขเณ. ราชคหํ ปาวิสีติ ราชคหเมว ปวิฏฺโฐ. เตสํ ปน ปริพฺพาชกานํ กิญฺจาปิ อิทํ สุตฺตนฺตํ สุตฺวา วิเสโส น นิพฺพตฺโต, อายตึ ปน เนสํ วาสนาย ปจฺจโย ภวิสฺสตีติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย
อุทุมฺพริกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. จกฺกวตฺติสุตฺตวณฺณนา
อตฺตทีปสรณตาวณฺณนา
๘๐. เอวํ เม สุตนฺติ จกฺกวตฺติสุตฺตํ. ตตฺรายมนุตฺตานปทวณฺณนา – มาตุลายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตํ นครํ โคจรคามํ กตฺวา อวิทูเร วนสณฺเฑ วิหรติ. ‘‘ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสี’’ติ เอตฺถ อยมนุปุพฺพิกถา –
ภควา กิร อิมสฺส สุตฺตสฺส สมุฏฺฐานสมเย ปจฺจูสกาเล มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต อิมาย อนาคตวํสทีปิกาย สุตฺตนฺตกถาย มาตุลนครวาสีนํ จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมยํ ทิสฺวา ปาโตว วีสติภิกฺขุสหสฺสปริวาโร มาตุลนครํ สมฺปตฺโต. มาตุลนครวาสิโน ขตฺติยา ‘‘ภควา อาคโต’’ติ สุตฺวา ปจฺจุคฺคมฺม ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา มหาสกฺกาเรน นครํ ปเวเสตฺวา นิสชฺชฏฺฐานํ สํวิธาย ภควนฺตํ มหารเห ปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ อทํสุ. ภควา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ อิมสฺมึ ฐาเน อิเมสํ มนุสฺสานํ ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, อยํ ปเทโส สมฺพาโธ, มนุสฺสานํ ฐาตุํ วา นิสีทิตุํ วา โอกาโส น ภวิสฺสติ, มหตา โข ปน สมาคเมน ภวิตพฺพ’’นฺติ.
อถ ราชกุลานํ ภตฺตานุโมทนํ อกตฺวาว ปตฺตํ คเหตฺวา นครโต นิกฺขมิ. มนุสฺสา จินฺตยึสุ – ‘‘สตฺถา อมฺหากํ อนุโมทนมฺปิ อกตฺวา คจฺฉติ, อทฺธา ภตฺตคฺคํ อมนาปํ อโหสิ, พุทฺธานํ นาม น สกฺกา จิตฺตํ คเหตุํ, พุทฺเธหิ สทฺธึ วิสฺสาสกรณํ นาม สมุสฺสิตผณํ อาสีวิสํ คีวาย คหณสทิสํ โหติ; เอถ โภ, ตถาคตํ ขมาเปสฺสามา’’ติ. สกลนครวาสิโน ภควตา สเหว นิกฺขนฺตา. ภควา คจฺฉนฺโตว มคธกฺเขตฺเต ฐิตํ สาขาวิฏปสมฺปนฺนํ สนฺทจฺฉายํ กรีสมตฺตภูมิปตฺถฏํ เอกํ มาตุลรุกฺขํ ทิสฺวา อิมสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน ‘‘มหาชนสฺส ฐานนิสชฺชโนกาโส ภวิสฺสตี’’ติ. นิวตฺติตฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม รุกฺขมูลํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมภณฺฑาคาริกํ อานนฺทตฺเถรํ โอโลเกสิ. เถโร โอโลกิตสญฺญาย เอว ‘‘สตฺถา นิสีทิตุกาโม’’ติ ญตฺวา สุคตมหาจีวรํ ปญฺญเปตฺวา อทาสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. อถสฺส ปุรโต มนุสฺสา นิสีทึสุ. อุโภสุ ปสฺเสสุ ปจฺฉโต จ ภิกฺขุสงฺโฆ, อากาเส เทวตา อฏฺฐํสุ, เอวํ มหาปริสมชฺฌคโต ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ.
เต ภิกฺขูติ ตตฺร อุปวิฏฺฐา ธมฺมปฺปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู. อตฺตทีปาติ อตฺตานํ ทีปํ ตาณํ เลณํ คตึ ปรายณํ ปติฏฺฐํ กตฺวา วิหรถาติ อตฺโถ. อตฺตสรณาติ อิทํ ตสฺเสว เววจนํ. อนญฺญสรณาติ อิทํ อญฺญสรณปฏิกฺเขปวจนํ. น หิ อญฺโญ อญฺญสฺส สรณํ โหติ, อญฺญสฺส วายาเมน อญฺญสฺส อสุชฺฌนโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ, โก หิ นาโถ ปโร สิยา’’ติ (ธ. ป. ๑๖๐). เตนาห ‘‘อนญฺญสรณา’’ติ. โก ปเนตฺถ อตฺตา นาม, โลกิยโลกุตฺตโร ธมฺโม. เตนาห – ‘‘ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา อนญฺญสรณา’’ติ. ‘‘กาเย กายานุปสฺสี’’ติอาทีนิ มหาสติปฏฺฐาเน วิตฺถาริตานิ.
โคจเรติ จริตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน. สเกติ อตฺตโน สนฺตเก. เปตฺติเก วิสเยติ ปิติโต อาคตวิสเย. จรตนฺติ จรนฺตานํ. ‘‘จรนฺต’’นฺติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. น ลจฺฉตีติ น ลภิสฺสติ น ปสฺสิสฺสติ. มาโรติ เทวปุตฺตมาโรปิ, มจฺจุมาโรปิ, กิเลสมาโรปิ. โอตารนฺติ รนฺธํ ฉิทฺทํ วิวรํ. อยํ ปนตฺโถ เลฑฺฑุฏฺฐานโต นิกฺขมฺม โตรเณ นิสีทิตฺวา พาลาตปํ ตปนฺตํ ลาปํ สกุณํ คเหตฺวา. ปกฺขนฺทเสนสกุณวตฺถุนา ทีเปตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, สกุณคฺฆิ ลาปํ สกุณํ สหสา อชฺฌปฺปตฺตา อคฺคเหสิ. อถ โข, ภิกฺขเว, ลาโป สกุโณ สกุณคฺฆิยา หริยมาโน เอวํ ปริเทวสิ ‘มยเมวมฺห อลกฺขิกา, มยํ อปฺปปุญฺญา, เย มยํ อโคจเร จริมฺห ปรวิสเย, สเจชฺช มยํ โคจเร จเรยฺยาม สเก เปตฺติเก วิสเย, น มฺยายํ สกุณคฺฆิ อลํ อภวิสฺส ยทิทํ ยุทฺธายา’ติ. โก ปน เต ลาป โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ? ยทิทํ นงฺคลกฏฺฐกรณํ เลฑฺฑุฏฺฐานนฺติ. อถ โข, ภิกฺขเว, สกุณคฺฆิ สเก พเล อปตฺถทฺธา สเก พเล อสํวทมานา ลาปํ สกุณํ ปมุญฺจิ คจฺฉ โข ตฺวํ ลาป, ตตฺรปิ คนฺตฺวา น โมกฺขสีติ.
อถ โข, ภิกฺขเว, ลาโป สกุโณ นงฺคลกฏฺฐกรณํ เลฑฺฑุฏฺฐานํ คนฺตฺวา มหนฺตํ เลฑฺฑุํ อภิรุหิตฺวา สกุณคฺฆึ วทมาโน อฏฺฐาสิ ‘‘เอหิ โข ทานิ เม สกุณคฺฆิ, เอหิ โข ทานิ เม สกุณคฺฆี’’ติ. อถ โข สา, ภิกฺขเว, สกุณคฺฆิ สเก พเล อปตฺถทฺธา สเก พเล อสํวทมานา อุโภ ปกฺเข สนฺนยฺห ลาปํ สกุณํ สหสา อชฺฌปฺปตฺตา. ยทา โข, ภิกฺขเว, อญฺญาสิ ลาโป สกุโณ พหุอาคตา โข มฺยายํ สกุณคฺฆีติ, อถ โข ตสฺเสว เลฑฺฑุสฺส อนฺตรํ ปจฺจุปาทิ. อถ โข, ภิกฺขเว, สกุณคฺฆิ ตตฺเถว อุรํ ปจฺจตาเฬสิ. เอวญฺหิ ตํ, ภิกฺขเว, โหติ โย อโคจเร จรติ ปรวิสเย.
ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, มา อโคจเร จริตฺถ ปรวิสเย, อโคจเร, ภิกฺขเว, จรตํ ปรวิสเย ลจฺฉติ มาโร โอตารํ, ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ. โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย, ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา. กตเม ปญฺจ? จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา, โสตวิญฺเญยฺยา สทฺทา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา, ฆานวิญฺเญยฺยา คนฺธา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา, กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. อยํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย.
โคจเร, ภิกฺขเว, จรถ…เป… น ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ. โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย, ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา. กตเม จตฺตาโร? อิธ ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา, วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ; เวทนาสุ เวทนานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา, วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ; จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา, วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ; ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา, วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ – อยํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๑).
กุสลานนฺติ อนวชฺชลกฺขณานํ. สมาทานเหตูติ สมาทาย วตฺตนเหตุ. เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เอวํ อิทํ โลกิยโลกุตฺตรํ ปุญฺญผลํ วฑฺฒติ, ปุญฺญผลนฺติ จ อุปรูปริ ปุญฺญมฺปิ ปุญฺญวิปาโกปิ เวทิตพฺโพ.
ทฬฺหเนมิจกฺกวตฺติราชกถาวณฺณนา
๘๑. ตตฺถ ทุวิธํ กุสลํ วฏฺฏคามี จ วิวฏฺฏคามี จ. ตตฺถ วฏฺฏคามิกุสลํ นาม มาตาปิตูนํ ปุตฺตธีตาสุ ปุตฺตธีตานญฺจ มาตาปิตูสุ สิเนหวเสน มุทุมทฺทวจิตฺตํ. วิวฏฺฏคามิกุสลํ นาม ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทิเภทา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา. เตสุ วฏฺฏคามิปุญฺญสฺส ปริโยสานํ มนุสฺสโลเก จกฺกวตฺติสิรีวิภโว. วิวฏฺฏคามิกุสลสฺส มคฺคผลนิพฺพานสมฺปตฺติ. ตตฺถ วิวฏฺฏคามิกุสลสฺส วิปากํ สุตฺตปริโยสาเน ทสฺเสสฺสติ.
อิธ ปน วฏฺฏคามิกุสลสฺส วิปากทสฺสนตฺถํ, ภิกฺขเว, ยทา ปุตฺตธีตโร มาตาปิตูนํ โอวาเท น อฏฺฐํสุ, ตทา อายุนาปิ วณฺเณนาปิ อิสฺสริเยนาปิ ปริหายึสุ. ยทา ปน อฏฺฐํสุ, ตทา วฑฺฒึสูติ วตฺวา วฏฺฏคามิกุสลานุสนฺธิวเสน ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว’’ติ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ จกฺกวตฺตีติอาทีนิ มหาปทาเน (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓) วิตฺถาริตาเนว.
๘๒. โอสกฺกิตนฺติ อีสกมฺปิ อวสกฺกิตํ. ฐานา จุตนฺติ สพฺพโส ฐานา อปคตํ. ตํ กิร จกฺกรตนํ อนฺเตปุรทฺวาเร อกฺขาหตํ วิย เวหาสํ อฏฺฐาสิ. อถสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ เทฺว ขทิรตฺถมฺเภ นิขณิตฺวา จกฺกรตนมตฺถเก เนมิอภิมุขํ เอกํ สุตฺตกํ พนฺธึสุ. อโธภาเคปิ เนมิอภิมุขํ เอกํ พนฺธึสุ. เตสุ อุปริมสุตฺตโต อปฺปมตฺตกมฺปิ โอคตํ จกฺกรตนํ โอสกฺกิตํ นาม โหติ, เหฏฺฐา สุตฺตสฺส ฐานํ อุปริมโกฏิยา อติกฺกนฺตคตํ ฐานา จุตํ นาม โหติ, ตเทตํ อติพลวโทเส สติ เอวํ โหติ. สุตฺตมตฺตมฺปิ เอกงฺคุลทฺวงฺคุลมตฺตํ วา ภฏฺฐํ ฐานา จุตเมว โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘โอสกฺกิตํ ฐานา จุต’’นฺติ.
อถ เม อาโรเจยฺยาสีติ ตาต, ตฺวํ อชฺช อาทึ กตฺวา ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ จกฺกรตนสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉ, เอวํ คจฺฉนฺโต ยทา จกฺกรตนํ อีสกมฺปิ โอสกฺกิตํ ฐานา จุตํ ปสฺสสิ, อถ มยฺหํ อาจิกฺเขยฺยาสิ. ชีวิตญฺหิ เม ตว หตฺเถ นิกฺขิตฺตนฺติ. อทฺทสาติ อปฺปมตฺโต ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ คนฺตฺวา โอโลเกนฺโต เอกทิวสํ อทฺทส.
๘๓. อถ โข, ภิกฺขเวติ ภิกฺขเว, อถ ราชา ทฬฺหเนมิ ‘‘จกฺกรตนํ โอสกฺกิต’’นฺติ สุตฺวา อุปฺปนฺนพลวโทมนสฺโส ‘‘น ทานิ มยา จิรํ ชีวิตพฺพํ ภวิสฺสติ, อปฺปาวเสสํ เม อายุ, น เม ทานิ กาเม ปริภุญฺชนกาโล, ปพฺพชฺชากาโล เม อิทานี’’ติ โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา เชฏฺฐปุตฺตํ กุมารํ อามนฺตาเปตฺวา เอตทโวจ. สมุทฺทปริยนฺตนฺติ ปริกฺขิตฺตเอกสมุทฺทปริยนฺตเมว. อิทํ หิสฺส กุลสนฺตกํ. จกฺกวาฬปริยนฺตํ ปน ปุญฺญิทฺธิวเสน นิพฺพตฺตํ, น ตํ สกฺกา ทาตุํ. กุลสนฺตกํ ปน นิยฺยาเตนฺโต ‘‘สมุทฺทปริยนฺต’’นฺติ อาห. เกสมสฺสุนฺติ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชนฺตาปิ หิ ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรนฺติ. ตโต ปฏฺฐาย ปรูฬฺหเกเส พนฺธิตฺวา วิจรนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา’’ติ.
กาสายานีติ กสายรสปีตานิ. อาทิโต เอวํ กตฺวา ปจฺฉา วกฺกลานิปิ ธาเรนฺติ. ปพฺพชีติ ปพฺพชิโต. ปพฺพชิตฺวา จ อตฺตโน มงฺคลวนุยฺยาเนเยว วสิ. ราชิสิมฺหีติ ราชอีสิมฺหิ. พฺราหฺมณปพฺพชิตา หิ ‘‘พฺราหฺมณิสโย’’ติ วุจฺจนฺติ. เสตจฺฉตฺตํ ปน ปหาย ราชปพฺพชิตา ราชิสโยติ. อนฺตรธายีติ อนฺตรหิตํ นิพฺพุตทีปสิขา วิย อภาวํ อุปคตํ. ปฏิสํเวเทสีติ กนฺทนฺโต ปริเทวนฺโต ชานาเปสิ. เปตฺติกนฺติ ปิติโต อาคตํ ทายชฺชํ น โหติ, น สกฺกา กุสีเตน หีนวีริเยน ทส อกุสลกมฺมปเถ สมาทาย วตฺตนฺเตน ปาปุณิตุํ. อตฺตโน ปน สุกตํ กมฺมํ นิสฺสาย ทสวิธํ ทฺวาทสวิธํ วา จกฺกวตฺติวตฺตํ ปูเรนฺเตเนเวตํ ปตฺตพฺพนฺติ ทีเปติ. อถ นํ วตฺตปฏิปตฺติยํ โจเทนฺโต ‘‘อิงฺฆ ตฺว’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อริเยติ นิทฺโทเส. จกฺกวตฺติวตฺเตติ จกฺกวตฺตีนํ วตฺเต.
จกฺกวตฺติอริยวตฺตวณฺณนา
๘๔. ธมฺมนฺติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ. นิสฺสายาติ ตทธิฏฺฐาเนน เจตสา ตเมว นิสฺสยํ กตฺวา. ธมฺมํ สกฺกโรนฺโตติ ยถา กโต โส ธมฺโม สุฏฺฐุ กโต โหติ, เอวเมตํ กโรนฺโต. ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโตติ ตสฺมึ คารวุปฺปตฺติยา ตํ ครุํ กโรนฺโต. ธมฺมํ มาเนนฺโตติ ตเมว ธมฺมํ ปิยญฺจ ภาวนียญฺจ กตฺวา วิหรนฺโต. ธมฺมํ ปูเชนฺโตติ ตํ อปทิสิตฺวา คนฺธมาลาทิปูชเนนสฺส ปูชํ กโรนฺโต. ธมฺมํ อปจยมาโนติ ตสฺเสว ธมฺมสฺส อญฺชลิกรณาทีหิ นีจวุตฺติตํ กโรนฺโต. ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตูติ ตํ ธมฺมํ ธชมิว ปุรกฺขตฺวา เกตุมิว จ อุกฺขิปิตฺวา ปวตฺติยา ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ จ หุตฺวาติ อตฺโถ. ธมฺมาธิปเตยฺโยติ ธมฺมาธิปติภูโต อาคตภาเวน ธมฺมวเสเนว สพฺพกิริยานํ กรเณน ธมฺมาธิปเตยฺโย หุตฺวา. ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหสฺสูติ ธมฺโม อสฺสา อตฺถีติ ธมฺมิกา, รกฺขา จ อาวรณญฺจ คุตฺติ จ รกฺขาวรณคุตฺติ. ตตฺถ ‘‘ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๕) วจนโต ขนฺติอาทโย รกฺขา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ. ขนฺติยา อวิหึสาย เมตฺตจิตฺตตา อนุทฺทยตา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๕). นิวาสนปารุปนเคหาทีนํ นิวารณา อาวรณํ, โจราทิอุปทฺทวนิวารณตฺถํ โคปายนา คุตฺติ, ตํ สพฺพมฺปิ สุฏฺฐุ สํวิทหสฺสุ ปวตฺตย ฐเปหีติ อตฺโถ. อิทานิ ยตฺถ สา สํวิทหิตพฺพา, ตํ ทสฺเสนฺโต อนฺโตชนสฺมินฺติอาทิมาห.
ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – อนฺโตชนสงฺขาตํ ตว ปุตฺตทารํ สีลสํวเร ปติฏฺฐเปหิ, วตฺถคนฺธมาลาทีนิ จสฺส เทหิ, สพฺโพปทฺทเว จสฺส นิวาเรหิ. พลกายาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – พลกาโย กาลํ อนติกฺกมิตฺวา ภตฺตเวตนสมฺปทาเนนปิ อนุคฺคเหตพฺโพ. อภิสิตฺตขตฺติยา ภทฺรสฺสาชาเนยฺยาทิรตนสมฺปทาเนนปิ อุปสงฺคณฺหิตพฺพา. อนุยนฺตขตฺติยา เตสํ อนุรูปยานวาหนสมฺปทาเนนปิ ปริโตเสตพฺพา. พฺราหฺมณา อนฺนปานวตฺถาทินา เทยฺยธมฺเมน. คหปติกา ภตฺตพีชนงฺคลผาลพลิพทฺทาทิสมฺปทาเนน. ตถา นิคมวาสิโน เนคมา, ชนปทวาสิโน จ ชานปทา. สมิตปาปพาหิตปาปา สมณพฺราหฺมณา สมณปริกฺขารสมฺปทาเนน สกฺกาตพฺพา. มิคปกฺขิโน อภยทาเนน สมสฺสาเสตพฺพา.
วิชิเตติ อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐาเน. อธมฺมกาโรติ อธมฺมกิริยา. มา ปวตฺติตฺถาติ ยถา นปฺปวตฺตติ, ตถา นํ ปฏิปาเทหีติ อตฺโถ. สมณพฺราหฺมณาติ สมิตปาปพาหิตปาปา. มทปฺปมาทา ปฏิวิรตาติ นววิธา มานมทา, ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตโวสฺสชฺชนสงฺขาตา ปมาทา จ ปฏิวิรตา. ขนฺติโสรจฺเจ นิวิฏฺฐาติ อธิวาสนขนฺติยญฺจ สุรตภาเว จ ปติฏฺฐิตา. เอกมตฺตานนฺติ อตฺตโน ราคาทีนํ ทมนาทีหิ เอกมตฺตานํ ทเมนฺติ สเมนฺติ ปรินิพฺพาเปนฺตีติ วุจฺจนฺติ. กาเลน กาลนฺติ กาเล กาเล. อภินิวชฺเชยฺยาสีติ คูถํ วิย วิสํ วิย อคฺคึ วิย จ สุฏฺฐุ วชฺเชยฺยาสิ. สมาทายาติ สุรภิกุสุมทามํ วิย อมตํ วิย จ สมฺมา อาทาย ปวตฺเตยฺยาสิ.
อิธ ฐตฺวา วตฺตํ สมาเนตพฺพํ. อนฺโตชนสฺมึ พลกาเยปิ เอกํ, ขตฺติเยสุ เอกํ, อนุยนฺเตสุ เอกํ, พฺราหฺมณคหปติเกสุ เอกํ, เนคมชานปเทสุ เอกํ, สมณพฺราหฺมเณสุ เอกํ, มิคปกฺขีสุ เอกํ, อธมฺมการปฺปฏิกฺเขโป เอกํ, อธนานํ ธนานุปฺปทานํ เอกํ สมณพฺราหฺมเณ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหปุจฺฉนํ เอกนฺติ เอวเมตํ ทสวิธํ โหติ. คหปติเก ปน ปกฺขิชาเต จ วิสุํ กตฺวา คเณนฺตสฺส ทฺวาทสวิธํ โหติ. ปุพฺเพ อวุตฺตํ วา คเณนฺเตน อธมฺมราคสฺส จ วิสมโลภสฺส จ ปหานวเสน ทฺวาทสวิธํ เวทิตพฺพํ. อิทํ โข ตาต ตนฺติ อิทํ ทสวิธํ ทฺวาทสวิธญฺจ อริยจกฺกวตฺติวตฺตํ นาม. วตฺตมานสฺสาติ ปูเรตฺวา วตฺตมานสฺส. ตทหุโปสเถติอาทิ มหาสุทสฺสเน วุตฺตํ.
๙๐. สมเตนาติ อตฺตโน มติยา. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. ปสาสตีติ อนุสาสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โปราณกํ ราชวํสํ ราชปเวณึ ราชธมฺมํ ปหาย อตฺตโน มติมตฺเต ฐตฺวา ชนปทํ อนุสาสตีติ. เอวมยํ มฆเทววํสสฺส กฬารชนโก วิย ทฬฺหเนมิวํสสฺส อุปจฺเฉทโก อนฺติมปุริโส หุตฺวา อุปฺปนฺโน. ปุพฺเพนาปรนฺติ ปุพฺพกาเลน สทิสา หุตฺวา อปรกาลํ. ชนปทา น ปพฺพนฺตีติ น วฑฺฒนฺติ. ยถา ตํ ปุพฺพกานนฺติ ยถา ปุพฺพกานํ ราชูนํ ปุพฺเพ จ ปจฺฉา จ สทิสาเยว หุตฺวา ปพฺพึสุ, ตถา น ปพฺพนฺติ. กตฺถจิ สุญฺญา โหนฺติ หตวิลุตฺตา, เตลมธุผาณิตาทีสุ เจว ยาคุภตฺตาทีสุ จ โอชาปิ ปริหายิตฺถาติ อตฺโถ.
อมจฺจา ปาริสชฺชาติ อมจฺจา เจว ปริสาวจรา จ. คณกมหามตฺตาติ อจฺฉิทฺทกาทิปาฐคณกา เจว มหาอมจฺจา จ. อนีกฏฺฐาติ หตฺถิอาจริยาทโย. โทวาริกาติ ทฺวารรกฺขิโน. มนฺตสฺสาชีวิโนติ มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา, ตํ นิสฺสยํ กตฺวา เย ชีวนฺติ ปณฺฑิตา มหามตฺตา, เตสํ เอตํ นามํ.
อายุวณฺณาทิปริหานิกถาวณฺณนา
๙๑. โน จ โข อธนานนฺติ พลวโลภตฺตา ปน อธนานํ ทลิทฺทมนุสฺสานํ ธนํ นานุปฺปทาสิ. นานุปฺปทิยมาเนติ อนนุปฺปทิยมาเน, อยเมว วา ปาโฐ. ทาลิทฺทิยนฺติ ทลิทฺทภาโว. อตฺตนา จ ชีวาหีติ สยญฺจ ชีวํ ยาเปหีติ อตฺโถ. อุทฺธคฺคิกนฺติอาทีสุ อุปรูปริภูมีสุ ผลทานวเสน อุทฺธมคฺคมสฺสาติ อุทฺธคฺคิกา. สคฺคสฺส หิตา ตตฺรุปปตฺติชนนโตติ โสวคฺคิกา. นิพฺพตฺตฏฺฐาเน สุโข วิปาโก อสฺสาติ สุขวิปากา. สุฏฺฐุ อคฺคานํ ทิพฺพวณฺณาทีนํ ทสนฺนํ วิเสสานํ นิพฺพตฺตนโต สคฺคสํวตฺตนิกา. เอวรูปํ ทกฺขิณํ ทานํ ปติฏฺฐเปตีติ อตฺโถ.
๙๒. ปวฑฺฒิสฺสตีติ วฑฺฒิสฺสติ พหุํ ภวิสฺสติ. สุนิเสธํ นิเสเธยฺยนฺติ สุฏฺฐุ นิสิทฺธํ นิเสเธยฺยํ. มูลฆจฺจนฺติ มูลหตํ. ขรสฺสเรนาติ ผรุสสทฺเทน. ปณเวนาติ วชฺฌเภริยา.
๙๓. สีสานิ เนสํ ฉินฺทิสฺสามาติ เยสํ อนฺตมโส มูลกมุฏฺฐิมฺปิ หริสฺสาม, เตสํ ตเถว สีสานิ ฉินฺทิสฺสาม, ยถา โกจิ หฏภาวมฺปิ น ชานิสฺสติ, อมฺหากํ ทานิ กิเมตฺถ ราชาปิ เอวํ อุฏฺฐาย ปรํ มาเรตีติ อยํ เนสํ อธิปฺปาโย. อุปกฺกมึสูติ อารภึสุ. ปนฺถทุหนนฺติ ปนฺถฆาตํ, ปนฺเถ ฐตฺวา โจรกมฺมํ.
๙๔. น หิ, เทวาติ โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ราชา สจฺจํ เทวาติ มุขปฏิญฺญาย ทินฺนาย มาราเปติ, หนฺทาหํ มุสาวาทํ กโรมี’’ติ, มรณภยา ‘‘น หิ เทวา’’ติ อโวจ.
๙๖. เอกิทนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ, เอเก สตฺตาติ อตฺโถ. จาริตฺตนฺติ มิจฺฉาจารํ. อภิชฺฌาพฺยาปาทาติ อภิชฺฌา จ พฺยาปาโท จ. มิจฺฉาทิฏฺฐีติ นตฺถิ ทินฺนนฺติอาทิกา อนฺตคฺคาหิกา ปจฺจนีกทิฏฺฐิ.
๑๐๑. อธมฺมราโคติ มาตา มาตุจฺฉา ปิตุจฺฉา มาตุลานีติอาทิเก อยุตฺตฏฺฐาเน ราโค. วิสมโลโภติ ปริโภคยุตฺเตสุปิ ฐาเนสุ อติพลวโลโภ. มิจฺฉาธมฺโมติ ปุริสานํ ปุริเสสุ อิตฺถีนญฺจ อิตฺถีสุ ฉนฺทราโค.
อมตฺเตยฺยตาติอาทีสุ มาตุ หิโต มตฺเตยฺโย, ตสฺส ภาโว มตฺเตยฺยตา, มาตริ สมฺมา ปฏิปตฺติยา เอตํ นามํ. ตสฺสา อภาโว เจว ตปฺปฏิปกฺขตา จ อมตฺเตยฺยตา. อเปตฺเตยฺยตาทีสุปิ เอเสว นโย. น กุเล เชฏฺฐาปจายิตาติ กุเล เชฏฺฐานํ อปจิติยา นีจวุตฺติยา อกรณภาโว.
ทสวสฺสายุกสมยวณฺณนา
๑๐๓. ยํ อิเมสนฺติ ยสฺมึ สมเย อิเมสํ. อลํปเตยฺยาติ ปติโน ทาตุํ ยุตฺตา. อิมานิ รสานีติ อิมานิ โลเก อคฺครสานิ. อติพฺยาทิปฺปิสฺสนฺตีติ อติวิย ทิปฺปิสฺสนฺติ, อยเมว วา ปาโฐ. กุสลนฺติปิ น ภวิสฺสตีติ กุสลนฺติ นามมฺปิ น ภวิสฺสติ, ปญฺญตฺติมตฺตมฺปิ น ปญฺญายิสฺสตีติ อตฺโถ. ปุชฺชา จ ภวิสฺสนฺติ ปาสํสา จาติ ปูชารหา จ ภวิสฺสนฺติ ปสํสารหา จ. ตทา กิร มนุสฺสา ‘‘อสุเกน นาม มาตา ปหตา, ปิตา ปหโต, สมณพฺราหฺมณา ชีวิตา โวโรปิตา, กุเล เชฏฺฐานํ อตฺถิภาวมฺปิ น ชานาติ, อโห ปุริโส’’ติ ตเมว ปูเชสฺสนฺติ เจว ปสํสิสฺสนฺติ จ.
น ภวิสฺสติ มาตาติ วาติ อยํ มยฺหํ มาตาติ ครุจิตฺตํ น ภวิสฺสติ. เคเห มาตุคามํ วิย นานาวิธํ อสพฺภิกถํ กถยมานา อคารวุปจาเรน อุปสงฺกมิสฺสนฺติ. มาตุจฺฉาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ มาตุจฺฉาติ มาตุภคินี. มาตุลานีติ มาตุลภริยา. อาจริยภริยาติ สิปฺปายตนานิ สิกฺขาปกสฺส อาจริยสฺส ภริยา. ครูนํ ทาราติ จูฬปิตุมหาปิตุอาทีนํ ภริยา. สมฺเภทนฺติ มิสฺสีภาวํ, มริยาทเภทํ วา.
ติพฺโพ อาฆาโต ปจฺจุปฏฺฐิโต ภวิสฺสตีติ พลวโกโป ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติวเสน ปจฺจุปฏฺฐิโต ภวิสฺสติ. อปรานิ เทฺว เอตสฺเสว เววจนานิ. โกโป หิ จิตฺตํ อาฆาเตตีติ อาฆาโต. อตฺตโน จ ปรสฺส จ หิตสุขํ พฺยาปาเทตีติ พฺยาปาโท. มโนปทูสนโต มโนปโทโสติ วุจฺจติ. ติพฺพํ วธกจิตฺตนฺติ ปิยมานสฺสาปิ ปรํ มารณตฺถาย วธกจิตฺตํ. ตสฺส วตฺถุํ ทสฺเสตุํ มาตุปิ ปุตฺตมฺหีติอาทิ วุตฺตํ. มาควิกสฺสาติ มิคลุทฺทกสฺส.
๑๐๔. สตฺถนฺตรกปฺโปติ สตฺเถน อนฺตรกปฺโป. สํวฏฺฏกปฺปํ อปฺปตฺวา อนฺตราว โลกวินาโส. อนฺตรกปฺโป จ นาเมส ทุพฺภิกฺขนฺตรกปฺโป โรคนฺตรกปฺโป สตฺถนฺตรกปฺโปติ ติวิโธ. ตตฺถ โลภุสฺสทาย ปชาย ทุพฺภิกฺขนฺตรกปฺโป โหติ. โมหุสฺสทาย โรคนฺตรกปฺโป. โทสุสฺสทาย สตฺถนฺตรกปฺโป. ตตฺถ ทุพฺภิกฺขนฺตรกปฺเปน นฏฺฐา เยภุยฺเยน เปตฺติวิสเย อุปปชฺชนฺติ. กสฺมา? อาหารนิกนฺติยา พลวตฺตา. โรคนฺตรกปฺเปน นฏฺฐา เยภุยฺเยน สคฺเค นิพฺพตฺตนฺติ กสฺมา? เตสญฺหิ ‘‘อโห วตญฺเญสํ สตฺตานํ เอวรูโป โรโค น ภเวยฺยา’’ติ เมตฺตจิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ. สตฺถนฺตรกปฺเปน นฏฺฐา เยภุยฺเยน นิรเย อุปปชฺชนฺติ. กสฺมา? อญฺญมญฺญํ พลวาฆาตตาย.
มิคสญฺญนฺติ ‘‘อยํ มิโค, อยํ มิโค’’ติ สญฺญํ. ติณฺหานิ สตฺถานิ หตฺเถสุ ปาตุภวิสฺสนฺตีติ เตสํ กิร หตฺเถน ผุฏฺฐมตฺตํ ยํกิญฺจิ อนฺตมโส ติณปณฺณํ อุปาทาย อาวุธเมว ภวิสฺสติ. มา จ มยํ กญฺจีติ มยํ กญฺจิ เอกปุริสมฺปิ ชีวิตา มา โวโรปยิมฺห. มา จ อเมฺห โกจีติ อเมฺหปิ โกจิ เอกปุริโส ชีวิตา มา โวโรปยิตฺถ. ยํนูน มยนฺติ อยํ โลกวินาโส ปจฺจุปฏฺฐิโต, น สกฺกา ทฺวีหิ เอกฏฺฐาเน ฐิเตหิ ชีวิตํ ลทฺธุนฺติ มญฺญมานา เอวํ จินฺตยึสุ. วนคหนนฺติ วนสงฺขาเตหิ ติณคุมฺพลตาทีหิ คหนํ ทุปฺปเวสฏฺฐานํ. รุกฺขคหนนฺติ รุกฺเขหิ คหนํ ทุปฺปเวสฏฺฐานํ. นทีวิทุคฺคนฺติ นทีนํ อนฺตรทีปาทีสุ ทุคฺคมนฏฺฐานํ. ปพฺพตวิสมนฺติ ปพฺพเตหิ วิสมํ, ปพฺพเตสุปิ วา วิสมฏฺฐานํ. สภาคายิสฺสนฺตีติ ยถา อหํ ชีวามิ ทิฏฺฐา โภ สตฺตา, ตฺวมฺปิ ตถา ชีวสีติ เอวํ สมฺโมทนกถาย อตฺตนา สภาเค กริสฺสนฺติ.
อายุวณฺณาทิวฑฺฒนกถาวณฺณนา
๑๐๕. อายตนฺติ มหนฺตํ. ปาณาติปาตา วิรเมยฺยามาติ ปาณาติปาตโต โอสกฺเกยฺยาม. ปาณาติปาตํ วิรเมยฺยามาติปิ สชฺฌายนฺติ, ตตฺถ ปาณาติปาตํ ปชเหยฺยามาติ อตฺโถ. วีสติวสฺสายุกาติ มาตาปิตโร ปาณาติปาตา ปฏิวิรตา, ปุตฺตา กสฺมา วีสติวสฺสายุกา อเหสุนฺติ เขตฺตวิสุทฺธิยา. เตสญฺหิ มาตาปิตโร สีลวนฺโต ชาตา. อิติ สีลคพฺเภ วฑฺฒิตตฺตา อิมาย เขตฺตวิสุทฺธิยา ทีฆายุกา อเหสุํ. เย ปเนตฺถ กาลํ กตฺวา ตตฺเถว นิพฺพตฺตา, เต อตฺตโนว สีลสมฺปตฺติยา ทีฆายุกา อเหสุํ.