๑๐. สงฺคีติสุตฺตวณฺณนา
๒๙๖. เอวํ เม สุตนฺติ สงฺคีติสุตฺตํ. ตตฺรายมปุพฺพปทวณฺณนา – จาริกํ จรมาโนติ นิพทฺธจาริกํ จรมาโน. ตทา กิร สตฺถา ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ ญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา โลกํ โวโลกยมาโน ปาวานครวาสิโน มลฺลราชาโน ทิสฺวา อิเม ราชาโน มยฺหํ สพฺพญฺญุตญฺญาณชาลสฺส อนฺโต ปญฺญายนฺติ, กึ นุ โขติ อาวชฺชนฺโต ‘‘ราชาโน เอกํ สนฺธาคารํ กาเรสุํ, มยิ คเต มงฺคลํ ภณาเปสฺสนฺติ, อหํ เตสํ มงฺคลํ วตฺวา อุยฺโยเชตฺวา ‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส ธมฺมกถํ กเถหี’ติ สาริปุตฺตํ วกฺขามิ, สาริปุตฺโต ตีหิ ปิฏเกหิ สมฺมสิตฺวา จุทฺทสปญฺหาธิเกน ปญฺหสหสฺเสน ปฏิมณฺเฑตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส สงฺคีติสุตฺตํ นาม กเถสฺสติ, สุตฺตนฺตํ อาวชฺเชตฺวา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ อิมมตฺถํ ทิสฺวา จาริกํ ปกฺกนฺโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘มลฺเลสุ จาริกํ จรมาโน’’ติ.
อุพฺภตกนวสนฺธาคารวณฺณนา
๒๙๗. อุพฺภตกนฺติ ตสฺส นามํ, อุจฺจตฺตา วา เอวํ วุตฺตํ. สนฺธาคารนฺติ นครมชฺเฌ สนฺธาคารสาลา. สมเณน วาติ เอตฺถ ยสฺมา ฆรวตฺถุปริคฺคหกาเลเยว เทวตา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา เทเวน วาติ อวตฺวา ‘‘สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เกนจิ วา มนุสฺสภูเตนา’’ติ วุตฺตํ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ ภควโต อาคมนํ สุตฺวา ‘‘อเมฺหหิ คนฺตฺวาปิ น ภควา อานีโต, ทูตํ เปเสตฺวาปิ น ปกฺโกสาปิโต, สยเมว ปน มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร อมฺหากํ วสนฏฺฐานํ สมฺปตฺโต, อเมฺหหิ จ สนฺธาคารสาลา การิตา, เอตฺถ มยํ ทสพลํ อาเนตฺวา มงฺคลํ ภณาเปสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา อุปสงฺกมึสุ.
๒๙๘. เยน สนฺธาคารํ เตนุปสงฺกมึสูติ ตํ ทิวสํ กิร สนฺธาคาเร จิตฺตกมฺมํ นิฏฺฐเปตฺวา อฏฺฏกา มุตฺตมตฺตา โหนฺติ, พุทฺธา จ นาม อรญฺญชฺฌาสยา อรญฺญารามา, อนฺโตคาเม วเสยฺยุํ วา โน วา. ตสฺมา ภควโต มนํ ชานิตฺวาว ปฏิชคฺคิสฺสามาติ จินฺเตตฺวา เต ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ. อิทานิ ปน มนํ ลภิตฺวา ปฏิชคฺคิตุกามา เยน สนฺธาคารํ เตนุปสงฺกมึสุ. สพฺพสนฺถรินฺติ ยถา สพฺพํ สนฺถตํ โหติ, เอวํ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ เอตฺถ ปน เต มลฺลราชาโน สนฺธาคารํ ปฏิชคฺคิตฺวา นครวีถิโยปิ สมฺมชฺชาเปตฺวา ธเช อุสฺสาเปตฺวา เคหทฺวาเรสุ ปุณฺณฆเฏ จ กทลิโย จ ฐปาเปตฺวา สกลนครํ ทีปมาลาทีหิ วิปฺปกิณฺณตารกํ วิย กตฺวา ขีรปายเก ทารเก ขีรํ ปายฺเยถ, ทหเร กุมาเร ลหุํ ลหุํ โภชาเปตฺวา สยาเปถ, อุจฺจาสทฺทํ มา กริตฺถ, อชฺช เอกรตฺตึ สตฺถา อนฺโตคาเม วสิสฺสติ, พุทฺธา นาม อปฺปสทฺทกามา โหนฺตีติ เภรึ จราเปตฺวา สยํ ทณฺฑทีปิกํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ.
๒๙๙. ภควนฺตํเยว ปุรกฺขตฺวาติ ภควนฺตํ ปุรโต กตฺวา. ตตฺถ ภควา ภิกฺขูนญฺเจว อุปาสกานญฺจ มชฺเฌ นิสินฺโน อติวิย วิโรจติ, สมนฺตปาสาทิโก สุวณฺณวณฺโณ อภิรูโป ทสฺสนีโย. ปุริมกายโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. ปจฺฉิมกายโต. ทกฺขิณหตฺถโต. วามหตฺถโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. อุปริ เกสนฺตโต ปฏฺฐาย สพฺพเกสาวฏฺเฏหิ โมรคีววณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา คคนตเล อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. เหฏฺฐา ปาทตเลหิ ปวาฬวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา ฆนปถวิยํ อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. เอวํ สมนฺตา อสีติ หตฺถมตฺตํ ฐานํ ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย วิชฺโชตมานา วิปฺผนฺทมานา วิธาวนฺติ. สพฺเพ ทิสาภาคา สุวณฺณจมฺปกปุปฺเผหิ วิกิริยมานา วิย สุวณฺณฆฏโต นิกฺขนฺตสุวณฺณรสธาราหิ สิญฺจมานา วิย ปสาริตสุวณฺณปฏปริกฺขิตฺตา วิย เวรมฺภวาตสมุฏฺฐิตกึสุกกณิการปุปฺผจุณฺณสมากิณฺณา วิย จ วิปฺปกาสนฺติ.
ภควโตปิ อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาทฺวตฺตึสวรลกฺขณสมุชฺชลํ สรีรํ สมุคฺคตตารกํ วิย คคนตลํ, วิกสิตมิว ปทุมวนํ, สพฺพปาลิผุลฺโล วิย โยชนสติโก ปาริจฺฉตฺตโก ปฏิปาฏิยา ฐปิตานํ ทฺวตฺตึสจนฺทานํ ทฺวตฺตึสสูริยานํ ทฺวตฺตึสจกฺกวตฺติราชานํ ทฺวตฺตึสเทวราชานํ ทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมานํ สิริยา สิรึ อภิภวมานํ วิย วิโรจติ. ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา ภิกฺขูปิ สพฺเพว อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา อารทฺธวีริยา วตฺตาโร วจนกฺขมา โจทกา ปาปครหิโน สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาวิมุตฺติ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา. เตหิ ปริวาริโต ภควา รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณกฺขนฺโธ, รตฺตปทุมวนสณฺฑมชฺฌคตา วิย สุวณฺณนาวา, ปวาฬเวทิกาปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณปาสาโท วิโรจิตฺถ.
อสีติมหาเถราปิ นํ เมฆวณฺณํ ปํสุกูลํ ปารุปิตฺวา มณิวมฺมวมฺมิตา วิย มหานาคา ปริวารยึสุ วนฺตราคา ภินฺนกิเลสา วิชฏิตชฏา ฉินฺนพนฺธนา กุเล วา คเณ วา อลคฺคา. อิติ ภควา สยํ วีตราโค วีตราเคหิ, วีตโทโส วีตโทเสหิ, วีตโมโห วีตโมเหหิ, นิตฺตโณฺห นิตฺตเณฺหหิ, นิกฺกิเลโส นิกฺกิเลเสหิ, สยํ พุทฺโธ พหุสฺสุตพุทฺเธหิ ปริวาริโต ปตฺตปริวาริตํ วิย เกสรํ, เกสรปริวาริตา วิย กณฺณิกา, อฏฺฐนาคสหสฺสปริวาริโต วิย ฉทฺทนฺโต นาคราชา, นวุติหํสสหสฺสปริวาริโต วิย ธตรฏฺโฐ หํสราชา, เสนงฺคปริวาริโต วิย จกฺกวตฺติราชา, มรุคณปริวาริโต วิย สกฺโก เทวราชา, พฺรหฺมคณปริวาริโต วิย หาริโต มหาพฺรหฺมา, อสเมน พุทฺธเวเสน อปริมาเณน พุทฺธวิลาเสน ตสฺสํ ปริสติ นิสินฺโน ปาเวยฺยเก มลฺเล พหุเทว รตฺตึ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา อุยฺโยเชสิ.
เอตฺถ จ ธมฺมิกถา นาม สนฺธาคารอนุโมทนปฺปฏิสํยุตฺตา ปกิณฺณกกถา เวทิตพฺพา. ตทา หิ ภควา อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย ปถโวชํ อากฑฺฒนฺโต วิย มหาชมฺพุํ มตฺถเก คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย โยชนิยมธุคณฺฑํ จกฺกยนฺเตน ปีเฬตฺวา มธุปานํ ปายมาโน วิย จ ปาเวยฺยกานํ มลฺลานํ หิตสุขาวหํ ปกิณฺณกกถํ กเถสิ.
๓๐๐. ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยํ ยํ ทิสํ อนุวิโลเกติ, ตตฺถ ตตฺถ ตุณฺหีภูตเมว. อนุวิโลเกตฺวาติ มํสจกฺขุนา ทิพฺพจกฺขุนาติ ทฺวีหิ จกฺขูหิ ตโต ตโต วิโลเกตฺวา. มํสจกฺขุนา หิ เนสํ พหิทฺธา อิริยาปถํ ปริคฺคเหสิ. ตตฺถ เอกภิกฺขุสฺสาปิ เนว หตฺถกุกฺกุจฺจํ น ปาทกุกฺกุจฺจํ อโหสิ, น โกจิ สีสมุกฺขิปิ, น กถํ กเถสิ, น นิทฺทายนฺโต นิสีทิ. สพฺเพปิ ตีหิ สิกฺขาหิ สิกฺขิตา นิวาเต ปทีปสิขา วิย นิจฺจลา นิสีทึสุ. อิติ เนสํ อิมํ อิริยาปถํ มํสจกฺขุนา ปริคฺคเหสิ. อาโลกํ ปน วฑฺฒยิตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา หทยรูปํ ทิสฺวา อพฺภนฺตรคตํ สีลํ โอโลเกสิ. โส อเนกสตานํ ภิกฺขูนํ อนฺโตกุมฺภิยํ ชลมานํ ปทีปํ วิย อรหตฺตุปคํ สีลํ อทฺทส. อารทฺธวิปสฺสกา หิ เต ภิกฺขู. อิติ เนสํ สีลํ ทิสฺวา ‘‘อิเมปิ ภิกฺขู มยฺหํ อนุจฺฉวิกา, อหมฺปิ อิเมสํ อนุจฺฉวิโก’’ติ จกฺขุตเลสุ นิมิตฺตํ ฐเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ โอโลเกตฺวา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อามนฺเตสิ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายตี’’ติ. กสฺมา อาคิลายติ? ภควโต หิ ฉพฺพสฺสานิ มหาปธานํ ปทหนฺตสฺส มหนฺตํ กายทุกฺขํ อโหสิ. อถสฺส อปรภาเค มหลฺลกกาเล ปิฏฺฐิวาโต อุปฺปชฺชิ.
สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวาติ สนฺธาคารสฺส กิร เอกปสฺเส เต ราชาโน กปฺปิยมญฺจกํ ปญฺญเปสุํ ‘‘อปฺเปว นาม สตฺถา นิปชฺเชยฺยา’’ติ. สตฺถาปิ จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุตฺตํ อิเมสํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตีติ ตตฺถ สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวา นิปชฺชิ.
ภินฺนนิคณฺฐวตฺถุวณฺณนา
๓๐๑. ตสฺส กาลงฺกิริยายาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
๓๐๒. อามนฺเตสีติ ภณฺฑนาทิวูปสมกรํ สฺวาขฺยาตํ ธมฺมํ เทเสตุกาโม อามนฺเตสิ.
เอกกวณฺณนา
๓๐๓. ตตฺถาติ ตสฺมึ ธมฺเม. สงฺคายิตพฺพนฺติ สมคฺเคหิ คายิตพฺพํ, เอกวจเนหิ อวิรุทฺธวจเนหิ ภณิตพฺพํ. น วิวทิตพฺพนฺติ อตฺเถ วา พฺยญฺชเน วา วิวาโท น กาตพฺโพ. เอโก ธมฺโมติ เอกกทุกติกาทิวเสน พหุธา สามคฺคิรสํ ทสฺเสตุกาโม ปฐมํ ตาว ‘‘เอโก ธมฺโม’’ติ อาห. สพฺเพ สตฺตาติ กามภวาทีสุ สญฺญาภวาทีสุ เอกโวการภวาทีสุ จ สพฺพภเวสุ สพฺเพ สตฺตา. อาหารฏฺฐิติกาติ อาหารโต ฐิติ เอเตสนฺติ อาหารฏฺฐิติกา. อิติ สพฺพสตฺตานํ ฐิติ เหตุ อาหาโร นาม เอโก ธมฺโม อมฺหากํ สตฺถารา ยาถาวโต ญตฺวา สมฺมทกฺขาโต อาวุโสติ ทีเปติ.
นนุ จ เอวํ สนฺเต ยํ วุตฺตํ ‘‘อสญฺญสตฺตา เทวา อเหตุกา อนาหารา อผสฺสกา’’ติอาทิ, (วิภ. ๑๐๑๗) ตํ วจนํ วิรุชฺฌตีติ, น วิรุชฺฌติ. เตสญฺหิ ฌานํ อาหาโร โหติ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาหารา ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหาย. กตเม จตฺตาโร? กพฬีกาโร อาหาโร โอฬาริโก วา สุขุโม วา, ผสฺโส ทุติโย, มโนสญฺเจตนา ตติยา, วิญฺญาณํ จตุตฺถ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๑) อิทมฺปิ วิรุชฺฌตีติ, อิทมฺปิ น วิรุชฺฌติ. เอตสฺมิญฺหิ สุตฺเต นิปฺปริยาเยน อาหารลกฺขณาว ธมฺมา อาหาราติ วุตฺตา. อิธ ปน ปริยาเยน ปจฺจโย อาหาโรติ วุตฺโต. สพฺพธมฺมานญฺหิ ปจฺจโย ลทฺธุํ วฏฺฏติ. โส จ ยํ ยํ ผลํ ชเนติ, ตํ ตํ อาหรติ นาม, ตสฺมา อาหาโรติ วุจฺจติ. เตเนวาห ‘‘อวิชฺชมฺปาหํ, ภิกฺขเว, สาหารํ วทามิ, โน อนาหารํ. โก จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาย อาหาโร? ปญฺจนีวรณาติสฺส วจนียํ. ปญฺจนีวรเณปาหํ, ภิกฺขเว, สาหาเร วทามิ, โน อนาหาเร. โก จ, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ นีวรณานํ อาหาโร? อโยนิโสมนสิกาโรติสฺส วจนีย’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๖๑). อยํ อิธ อธิปฺเปโต.
เอตสฺมิญฺหิ ปจฺจยาหาเร คหิเต ปริยายาหาโรปิ นิปฺปริยายาหาโรปิ สพฺโพ คหิโตว โหติ. ตตฺถ อสญฺญภเว ปจฺจยาหาโร ลพฺภติ. อนุปฺปนฺเน หิ พุทฺเธ ติตฺถายตเน ปพฺพชิตา วาโยกสิเณ ปริกมฺมํ กตฺวา จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตโต วุฏฺฐาย ธี จิตฺตํ, ธิพฺพเตตํ จิตฺตํ จิตฺตสฺส นาม อภาโวเยว สาธุ, จิตฺตญฺหิ นิสฺสาเยว วธพนฺธาทิปจฺจยํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ. จิตฺเต อสติ นตฺเถตนฺติ ขนฺตึ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อปริหีนชฺฌานา กาลงฺกตฺวา อสญฺญภเว นิพฺพตฺตนฺติ. โย ยสฺส อิริยาปโถ มนุสฺสโลเก ปณิหิโต อโหสิ, โส เตน อิริยาปเถน นิพฺพตฺติตฺวา ปญฺจ กปฺปสตานิ ฐิโต วา นิสินฺโน วา นิปนฺโน วา โหติ. เอวรูปานมฺปิ สตฺตานํ ปจฺจยาหาโร ลพฺภติ. เต หิ ยํ ฌานํ ภาเวตฺวา นิพฺพตฺตา, ตเทว เนสํ ปจฺจโย โหติ. ยถา ชิยาเวเคน ขิตฺตสโร ยาว ชิยาเวโค อตฺถิ, ตาว คจฺฉติ, เอวํ ยาว ฌานปจฺจโย อตฺถิ, ตาว ติฏฺฐนฺติ. ตสฺมึ นิฏฺฐิเต ขีณเวโค สโร วิย ปตนฺติ. เย ปน เต เนรยิกา เนว อุฏฺฐานผลูปชีวี น ปุญฺญผลูปชีวีติ วุตฺตา, เตสํ โก อาหาโรติ? เตสํ กมฺมเมว อาหาโร. กึ ปญฺจ อาหารา อตฺถีติ เจ. ปญฺจ, น ปญฺจาติ อิทํ น วตฺตพฺพํ. นนุ ปจฺจโย อาหาโรติ วุตฺตเมตํ. ตสฺมา เยน กมฺเมน เต นิรเย นิพฺพตฺตา, ตเทว เตสํ ฐิติปจฺจยตฺตา อาหาโร โหติ. ยํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ ‘‘น จ ตาว กาลงฺกโรติ, ยาว น ตํ ปาปกมฺมํ พฺยนฺตี โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๐).
กพฬีการํ อาหารํ อารพฺภ เจตฺถ วิวาโท น กาตพฺโพ. มุเข อุปฺปนฺโน เขโฬปิ หิ เตสํ อาหารกิจฺจํ สาเธติ. เขโฬปิ หิ นิรเย ทุกฺขเวทนิโย หุตฺวา ปจฺจโย โหติ, สคฺเค สุขเวทนิโย. อิติ กามภเว นิปฺปริยาเยน จตฺตาโร อาหารา. รูปารูปภเวสุ ฐเปตฺวา อสญฺญํ เสสานํ ตโย. อสญฺญานญฺเจว อวเสสานญฺจ ปจฺจยาหาโรติ อิมินา อาหาเรน ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ เอตํ ปญฺหํ กเถตฺวา ‘‘อยํ โข อาวุโส’’ติ เอวํ นิยฺยาตนมฺปิ ‘‘อตฺถิ โข อาวุโส’’ติ ปุน อุทฺธรณมฺปิ อกตฺวา ‘‘สพฺเพ สตฺตา สงฺขารฏฺฐิติกา’’ติ ทุติยปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ.
กสฺมา ปน น นิยฺยาเตสิ น อุทฺธริตฺถ? ตตฺถ ตตฺถ นิยฺยาติยมาเนปิ อุทฺธริยมาเนปิ ปริยาปุณิตุํ วาเจตุํ ทุกฺขํ โหติ, ตสฺมา เทฺว เอกาพทฺเธ กตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. อิมสฺมิมฺปิ วิสฺสชฺชเน เหฏฺฐา วุตฺตปจฺจโยว อตฺตโน ผลสฺส สงฺขรณโต สงฺขาโรติ วุตฺโต. อิติ เหฏฺฐา อาหารปจฺจโย กถิโต, อิธ สงฺขารปจฺจโยติ อยเมตฺถ เหฏฺฐิมโต วิเสโส. ‘‘เหฏฺฐา นิปฺปริยายาหาโร คหิโต, อิธ ปริยายาหาโรติ เอวํ คหิเต วิเสโส ปากโฏ ภเวยฺย, โน จ คณฺหึสู’ติ มหาสีวตฺเถโร อาห. อินฺทฺริยพทฺธสฺสปิ หิ อนินฺทฺริยพทฺธสฺสปิ ปจฺจโย ลทฺธุํ วฏฺฏติ. วินา ปจฺจเยน ธมฺโม นาม นตฺถิ. ตตฺถ อนินฺทฺริยพทฺธสฺส ติณรุกฺขลตาทิโน ปถวีรโส อาโปรโส จ ปจฺจโย โหติ. เทเว อวสฺสนฺเต หิ ติณาทีนิ มิลายนฺติ, วสฺสนฺเต จ ปน หริตานิ โหนฺติ. อิติ เตสํ ปถวีรโส อาโปรโส จ ปจฺจโย โหติ. อินฺทฺริยพทฺธสฺส อวิชฺชา ตณฺหา กมฺมํ อาหาโรติ เอวมาทโย ปจฺจยา, อิติ เหฏฺฐา ปจฺจโยเยว อาหาโรติ กถิโต, อิธ สงฺขาโรติ. อยเมเวตฺถ วิเสโส.
อยํ โข, อาวุโสติ อาวุโส อมฺหากํ สตฺถารา มหาโพธิมณฺเฑ นิสีทิตฺวา สยํ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สจฺฉิกตฺวา อยํ เอกธมฺโม เทสิโต. ตตฺถ เอกธมฺเม ตุเมฺหหิ สพฺเพเหว สงฺคายิตพฺพํ น วิวทิตพฺพํ. ยถยิทํ พฺรหฺมจริยนฺติ ยถา สงฺคายมานานํ ตุมฺหากํ อิทํ สาสนพฺรหฺมจริยํ อทฺธนิยํ อสฺส. เอเกน หิ ภิกฺขุนา ‘‘อตฺถิ, โข อาวุโส, เอโก ธมฺโม สมฺมทกฺขาโต. กตโม เอโก ธมฺโม? สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา. สพฺเพ สตฺตา สงฺขารฏฺฐิติกา’’ติ กถิเต ตสฺส กถํ สุตฺวา อญฺโญ กเถสฺสติ. ตสฺสปิ อญฺโญติ เอวํ ปรมฺปรกถานิยเมน อิทํ พฺรหฺมจริยํ จิรํ ติฏฺฐมานํ สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺถาย หิตาย ภวิสฺสตีติ เอกกวเสน ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺตตฺเถโร สามคฺคิรสํ ทสฺเสสีติ.
เอกกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกวณฺณนา
๓๐๔. อิติ เอกกวเสน สามคฺคิรสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทุกวเสน ทสฺเสตุํ ปุน เทสนํ อารภิ. ตตฺถ นามรูปทุเก นามนฺติ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา นิพฺพานญฺจ. ตตฺถ จตฺตาโร ขนฺธา นามนฏฺเฐน นามํ. นามนฏฺเฐนาติ นามกรณฏฺเฐน. ยถา หิ มหาชนสมฺมตตฺตา มหาสมฺมตสฺส ‘‘มหาสมฺมโต’’ติ นามํ อโหสิ, ยถา มาตาปิตโร ‘‘อยํ ติสฺโส นาม โหตุ, ผุสฺโส นาม โหตู’’ติ เอวํ ปุตฺตสฺส กิตฺติมนามํ กโรนฺติ, ยถา วา ‘‘ธมฺมกถิโก วินยธโร’’ติ คุณโต นามํ อาคจฺฉติ, น เอวํ เวทนาทีนํ. เวทนาทโย หิ มหาปถวีอาทโย วิย อตฺตโน นามํ กโรนฺตาว อุปฺปชฺชนฺติ. เตสุ อุปฺปนฺเนสุ เตสํ นามํ อุปฺปนฺนเมว โหติ. น หิ เวทนํ อุปฺปนฺนํ ‘‘ตฺวํ เวทนา นาม โหหี’’ติ, โกจิ ภณติ, น จสฺสา เยน เกนจิ การเณน นามคฺคหณกิจฺจํ อตฺถิ, ยถา ปถวิยา อุปฺปนฺนาย ‘‘ตฺวํ ปถวี นาม โหหี’’ติ นามคฺคหณกิจฺจํ นตฺถิ, จกฺกวาฬสิเนรุมฺหิ จนฺทิมสูริยนกฺขตฺเตสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘ตฺวํ จกฺกวาฬํ นาม, ตฺวํ นกฺขตฺตํ นาม โหหี’’ติ นามคฺคหณกิจฺจํ นตฺถิ, นามํ อุปฺปนฺนเมว โหติ, โอปปาติกา ปญฺญตฺติ นิปตติ, เอวํ เวทนาย อุปฺปนฺนาย ‘‘ตฺวํ เวทนา นาม โหหี’’ติ นามคฺคหณกิจฺจํ นตฺถิ, ตาย อุปฺปนฺนาย เวทนาติ นามํ อุปฺปนฺนเมว โหติ. สญฺญาทีสุปิ เอเสว นโย อตีเตปิ หิ เวทนา เวทนาเยว. สญฺญา. สงฺขารา. วิญฺญาณํ วิญฺญาณเมว. อนาคเตปิ. ปจฺจุปฺปนฺเนปิ. นิพฺพานํ ปน สทาปิ นิพฺพานเมวาติ. นามนฏฺเฐน นามํ. นมนฏฺเฐนาปิ เจตฺถ จตฺตาโร ขนฺธา นามํ. เต หิ อารมฺมณาภิมุขํ นมนฺติ. นามนฏฺเฐน สพฺพมฺปิ นามํ. จตฺตาโร หิ ขนฺธา อารมฺมเณ อญฺญมญฺญํ นาเมนฺติ, นิพฺพานํ อารมฺมณาธิปติปจฺจยตาย อตฺตนิ อนวชฺชธมฺเม นาเมติ.
รูปนฺติ จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทาย รูปํ, ตํ สพฺพมฺปิ รุปฺปนฏฺเฐน รูปํ. ตสฺส วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
อวิชฺชาติ ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ. อยมฺปิ วิตฺถารโต วิสุทฺธิมคฺเค กถิตาเยว. ภวตณฺหาติ ภวปตฺถนา. ยถาห ‘‘ตตฺถ กตมา ภวตณฺหา? โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๓๑๙).
ภวทิฏฺฐีติ ภโว วุจฺจติ สสฺสตํ, สสฺสตวเสน อุปฺปชฺชนกทิฏฺฐิ. สา ‘‘ตตฺถ กตมา ภวทิฏฺฐิ? ‘ภวิสฺสติ อตฺตา จ โลโก จา’ติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑๓๒๐) นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตา. วิภวทิฏฺฐีติ วิภโว วุจฺจติ อุจฺเฉทํ, อุจฺเฉทวเสน อุปฺปชฺชนกทิฏฺฐิ. สาปิ ‘‘ตตฺถ กตมา วิภวทิฏฺฐิ? ‘น ภวิสฺสติ อตฺตา จ โลโก จา’ติ (ธ. ส. ๒๘๕). ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑๓๒๑) นเยน ตตฺเถว วิตฺถาริตา.
อหิริกนฺติ ‘‘ยํ น หิรียติ หิรียิตพฺเพนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๒๘) เอวํ วิตฺถาริตา นิลฺลชฺชตา. อโนตฺตปฺปนฺติ ‘‘ยํ น โอตฺตปฺปติ โอตฺตปฺปิตพฺเพนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๒๙) เอวํ วิตฺถาริโต อภายนกอากาโร.
หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจาติ ‘‘ยํ หิรียติ หิรียิตพฺเพน, โอตฺตปฺปติ โอตฺตปฺปิตพฺเพนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๐-๓๑) เอวํ วิตฺถาริตานิ หิริโอตฺตปฺปานิ. อปิ เจตฺถ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี, พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ. อตฺตาธิปเตยฺยา หิรี, โลกาธิปเตยฺยํ โอตฺตปฺปํ. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี, ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ. วิตฺถารกถา ปเนตฺถ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา.
โทวจสฺสตาติ ทุกฺขํ วโจ เอตสฺมึ วิปฺปฏิกูลคาหิมฺหิ วิปจฺจนีกสาเต อนาทเร ปุคฺคเลติ ทุพฺพโจ, ตสฺส กมฺมํ โทวจสฺสํ, ตสฺส ภาโว โทวจสฺสตา. วิตฺถารโต ปเนสา ‘‘ตตฺถ กตมา โทวจสฺสตา? สหธมฺมิเก วุจฺจมาเน โทวจสฺสาย’’นฺติ (ธ. ส. ๑๓๓๒) อภิธมฺเม อาคตา. สา อตฺถโต สงฺขารกฺขนฺโธ โหติ. ‘‘จตุนฺนญฺจ ขนฺธานํ เอเตนากาเรน ปวตฺตานํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ วทนฺติ. ปาปมิตฺตตาติ ปาปา อสฺสทฺธาทโย ปุคฺคลา เอตสฺส มิตฺตาติ ปาปมิตฺโต, ตสฺส ภาโว ปาปมิตฺตตา. วิตฺถารโต ปเนสา – ‘‘ตตฺถ กตมา ปาปมิตฺตตา? เย เต ปุคฺคลา อสฺสทฺธา ทุสฺสีลา อปฺปสฺสุตา มจฺฉริโน ทุปฺปญฺญา. ยา เตสํ เสวนา นิเสวนา สํเสวนา ภชนา สํภชนา ภตฺติ สํภตฺติ ตํสมฺปวงฺกตา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๓) เอวํ อาคตา. สาปิ อตฺถโต โทวจสฺสตา วิย ทฏฺฐพฺพา.
โสวจสฺสตา จ กลฺยาณมิตฺตตา จ วุตฺตปฺปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺพา. อุโภปิ ปเนตา อิธ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตา.
อาปตฺติกุสลตาติ ‘‘ปญฺจปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺติโย, สตฺตปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺติโย. ยา ตาสํ อาปตฺตีนํ อาปตฺติกุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๖) เอวํ วุตฺโต อาปตฺติกุสลภาโว.
อาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตาติ ‘‘ยา ตาหิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานกุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๗) เอวํ วุตฺตา สห กมฺมวาจาย อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานปริจฺเฉทชานนา ปญฺญา.
สมาปตฺติกุสลตาติ ‘‘อตฺถิ สวิตกฺกสวิจารา สมาปตฺติ, อตฺถิ อวิตกฺกวิจารมตฺตา สมาปตฺติ, อตฺถิ อวิตกฺกอวิจารา สมาปตฺติ. ยา ตาสํ สมาปตฺตีนํ กุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๘) เอวํ วุตฺตา สห ปริกมฺเมน อปฺปนาปริจฺเฉทชานนา ปญฺญา. สมาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตาติ ‘‘ยา ตาหิ สมาปตฺตีหิ วุฏฺฐานกุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๙) เอวํ วุตฺตา ยถาปริจฺฉินฺนสมยวเสเนว สมาปตฺติโต วุฏฺฐานสมตฺถา ‘‘เอตฺตกํ คเต สูริเย อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ วุฏฺฐานกาลปริจฺเฉทกา ปญฺญา.
ธาตุกุสลตาติ ‘‘อฏฺฐารส ธาตุโย จกฺขุธาตุ…เป… มโนวิญฺญาณธาตุ. ยา ตาสํ ธาตูนํ กุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๐) เอวํ วุตฺตา อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สภาวปริจฺเฉทกา สวนธารณสมฺมสนปฏิเวธปญฺญา. มนสิการกุสลตาติ ‘‘ยา ตาสํ ธาตูนํ มนสิการกุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๑) เอวํ วุตฺตา ตาสํเยว ธาตูนํ สมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณปญฺญา.
อายตนกุสลตาติ ‘‘ทฺวาทสายตนานิ จกฺขายตนํ…เป… ธมฺมายตนํ. ยา เตสํ อายตนานํ อายตนกุสลตา ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๒) เอวํ วุตฺตา ทฺวาทสนฺนํ อายตนานํ อุคฺคหมนสิการปชานนา ปญฺญา. อปิจ ธาตุกุสลตาปิ อุคฺคหมนสิการสวนสมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขเณสุ วตฺตติ มนสิการกุสลตาปิ อายตนกุสลตาปิ. อยํ ปเนตฺถ วิเสโส, สวนอุคฺคหปจฺจเวกฺขณา โลกิยา, ปฏิเวโธ โลกุตฺตโร, สมฺมสนมนสิการา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตาติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา…เป… สมุทโย โหตีติ ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๓) เอวํ วุตฺตา ทฺวาทสนฺนํ ปจฺจยาการานํ อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺตา ปญฺญา.
ฐานกุสลตาติ ‘‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ เหตุปจฺจยา อุปฺปาทาย ตํ ตํ ฐานนฺติ ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๔) เอวํ วุตฺตา ‘‘จกฺขุํ วตฺถุํ กตฺวา รูปํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส จกฺขุรูปํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๓๔๔) ฐานญฺเจว การณญฺจา’’ติ เอวํ ฐานปริจฺฉินฺทนสมตฺถา ปญฺญา. อฏฺฐานกุสลตาติ ‘‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ น เหตู น ปจฺจยา อุปฺปาทาย ตํ ตํ อฏฺฐานนฺติ ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๕) เอวํ วุตฺตา ‘‘จกฺขุํ วตฺถุํ กตฺวา รูปํ อารมฺมณํ กตฺวา โสตวิญฺญาณาทีนิ นุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา เตสํ จกฺขุรูปํ น ฐานํ น การณ’’นฺติ เอวํ อฏฺฐานปริจฺฉินฺทนสมตฺถา ปญฺญา อปิจ เอตสฺมึ ทุเก ‘‘กิตฺตาวตา ปน, ภนฺเต, ฐานาฐานกุสโล ภิกฺขูติ อลํ วจนายาติ. อิธานนฺท, ภิกฺขุ อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ปชานาติ. ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ, ยํ ปุถุชฺชโน กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๗) อิมินาปิ สุตฺเตน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อชฺชวนฺติ โคมุตฺตวงฺกตา จนฺทวงฺกตา นงฺคลโกฏิวงฺกตาติ ตโย อนชฺชวา. เอกจฺโจ หิ ภิกฺขุ ปฐมวเย เอกวีสติยา อเนสนาสุ ฉสุ จ อโคจเรสุ จรติ, มชฺฌิมปจฺฉิมวเยสุ ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม โหติ, อยํ โคมุตฺตวงฺกตา นาม. เอโก ปฐมวเยปิ ปจฺฉิมวเยปิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ปูเรติ, ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม โหติ, มชฺฌิมวเย ปุริมสทิโส, อยํ จนฺทวงฺกตา นาม. เอโก ปฐมวเยปิ มชฺฌิมวเยปิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ปูเรติ, ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม โหติ, ปจฺฉิมวเย ปุริมสทิโส อยํ นงฺคลโกฏิวงฺกตา นาม. เอโก สพฺพเมตํ วงฺกตํ ปหาย ตีสุปิ วเยสุ เปสโล ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม โหติ. ตสฺส โย โส อุชุภาโว, อิทํ อชฺชวํ นาม. อภิธมฺเมปิ วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ กตโม อชฺชโว. ยา อชฺชวตา อชิมฺหตา อวงฺกตา อกุฏิลตา, อยํ วุจฺจติ อชฺชโว’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๖). ลชฺชวนฺติ ‘‘ตตฺถ กตโม ลชฺชโว? โย หิรียติ หิรียิตพฺเพน หิรียติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา. อยํ วุจฺจติ ลชฺชโว’’ติ เอวํ วุตฺโต ลชฺชีภาโว.
ขนฺตีติ ‘‘ตตฺถ กตมา ขนฺติ? ยา ขนฺติ ขมนตา อธิวาสนตา อจณฺฑิกฺกํ อนสฺสุโรโป อตฺตมนตา จิตฺตสฺสา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๔๘) เอวํ วุตฺตา อธิวาสนขนฺติ. โสรจฺจนฺติ ‘‘ตตฺถ กตมํ โสรจฺจํ? โย กายิโก อวีติกฺกโม, วาจสิโก อวีติกฺกโม, กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม. อิทํ วุจฺจติ โสรจฺจํ. สพฺโพปิ สีลสํวโร โสรจฺจ’’นฺติ (ธ. ส. ๑๓๔๙) เอวํ วุตฺโต สุรตภาโว.
สาขลฺยนฺติ ‘‘ตตฺถ กตมํ สาขลฺยํ? ยา สา วาจา อณฺฑกา กกฺกสา ปรกฏุกา ปราภิสชฺชนี โกธสามนฺตา อสมาธิสํวตฺตนิกา, ตถารูปึ วาจํ ปหาย ยา สา วาจา เนฬา กณฺณสุขา เปมนียา หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา, ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ. ยา ตตฺถ สณฺหวาจตา สขิลวาจตา อผรุสวาจตา. อิทํ วุจฺจติ สาขลฺย’’นฺติ (ธ. ส. ๑๓๕๐) เอวํ วุตฺโต สมฺโมทกมุทุกภาโว. ปฏิสนฺถาโรติ อยํ โลกสนฺนิวาโส อามิเสน ธมฺเมน จาติ ทฺวีหิ ฉิทฺโท, ตสฺส ตํ ฉิทฺทํ ยถา น ปญฺญายติ, เอวํ ปีฐสฺส วิย ปจฺจตฺถรเณน อามิเสน ธมฺเมน จ ปฏิสนฺถรณํ. อภิธมฺเมปิ วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ กตโม ปฏิสนฺถาโร? อามิสปฏิสนฺถาโร จ ธมฺมปฏิสนฺถาโร จ. อิเธกจฺโจ ปฏิสนฺถารโก โหติ อามิสปฏิสนฺถาเรน วา ธมฺมปฏิสนฺถาเรน วา. อยํ วุจฺจติ ปฏิสนฺถาโร’’ติ (ธ. ส. ๑๓๕๑). เอตฺถ จ อามิเสน สงฺคโห อามิสปฏิสนฺถาโร นาม. ตํ กโรนฺเตน มาตาปิตูนํ ภิกฺขุคติกสฺส เวยฺยาวจฺจกรสฺส รญฺโญ โจรานญฺจ อคฺคํ อคฺคเหตฺวาปิ ทาตุํ วฏฺฏติ. อามสิตฺวา ทินฺเน หิ ราชาโน จ โจรา จ อนตฺถมฺปิ กโรนฺติ ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาเปนฺติ, อนามสิตฺวา ทินฺเน อตฺตมนา โหนฺติ. โจรนาควตฺถุอาทีนิ เจตฺถ วตฺถูนิ กเถตพฺพานิ. ตานิ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๘๕-๗) วิตฺถาริตานิ. สกฺกจฺจํ อุทฺเทสทานํ ปาฬิวณฺณนา ธมฺมกถากถนนฺติ เอวํ ธมฺเมน สงฺคโห ธมฺมปฏิสนฺถาโร นาม.
อวิหึสาติ กรุณาปิ กรุณาปุพฺพภาโคปิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ตตฺถ กตมา อวิหึสา? ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณาเจโตวิมุตฺติ, อยํ วุจฺจติ อวิหึสา’’ติ. โสเจยฺยนฺติ เมตฺตาย จ เมตฺตาปุพฺพภาคสฺส จ วเสน สุจิภาโว. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ตตฺถ กตมํ โสเจยฺยํ? ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ, อิทํ วุจฺจติ โสเจยฺย’’นฺติ.
มุฏฺฐสฺสจฺจนฺติ สติวิปฺปวาโส, ยถาห ‘‘ตตฺถ กตมํ มุฏฺฐสฺสจฺจํ? ยา อสติ อนนุสฺสติ อปฺปฏิสฺสติ อสฺสรณตา อธารณตา ปิลาปนตา สมฺมุสฺสนตา, อิทํ วุจฺจติ มุฏฺฐสฺสจฺจํ’’ (ธ. ส. ๑๓๕๖). อสมฺปชญฺญนฺติ, ‘‘ตตฺถ กตมํ อสมฺปชญฺญํ? ยํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูล’’นฺติ เอวํ วุตฺตา อวิชฺชาเยว. สติ สติเยว. สมฺปชญฺญํ ญาณํ.
อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตาติ ‘‘ตตฺถ กตมา อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา? อิเธกจฺโจ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๓๕๒) นเยน วิตฺถาริโต อินฺทฺริยสํวรเภโท. โภชเน อมตฺตญฺญุตาติ ‘‘ตตฺถ กตมา โภชเน อมตฺตญฺญุตา? อิเธกจฺโจ อปฺปฏิสงฺขา อโยนิโส อาหารํ อาหาเรติ ทวาย มทาย มณฺฑนาย วิภูสนาย. ยา ตตฺถ อสนฺตุฏฺฐิตา อมตฺตญฺญุตา อปฺปฏิสงฺขา โภชเน’’ติ เอวํ อาคโต โภชเน อมตฺตญฺญุภาโว. อนนฺตรทุโก วุตฺตปฺปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ.
ปฏิสงฺขานพลนฺติ ‘‘ตตฺถ กตมํ ปฏิสงฺขานพลํ? ยา ปญฺญา ปชานนา’’ติ เอวํ วิตฺถาริตํ อปฺปฏิสงฺขาย อกมฺปนญาณํ. ภาวนาพลนฺติ ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ พลํ. อตฺถโต วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสีเสน สตฺต โพชฺฌงฺคา โหนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ตตฺถ กตมํ ภาวนาพลํ? ยา กุสลานํ ธมฺมานํ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกมฺมํ, อิทํ วุจฺจติ ภาวนาพลํ. สตฺตโพชฺฌงฺคา ภาวนาพล’’นฺติ.
สติพลนฺติ อสฺสติยา อกมฺปนวเสน สติเยว. สมาธิพลนฺติ อุทฺธจฺเจ อกมฺปนวเสน สมาธิเยว. สมโถ สมาธิ. วิปสฺสนา ปญฺญา. สมโถว ตํ อาการํ คเหตฺวา ปุน ปวตฺเตตพฺพสฺส สมถสฺส นิมิตฺตวเสน สมถนิมิตฺตํ ปคฺคาหนิมิตฺเตปิ เอเสว นโย. ปคฺคาโห วีริยํ. อวิกฺเขโป เอกคฺคตา. อิเมหิ ปน สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ ปฏิสงฺขานพลญฺจ ภาวนาพลญฺจ สติพลญฺจ สมาธิพลญฺจ สมโถ จ วิปฺปสฺสนา จ สมถนิมิตฺตญฺจ ปคฺคาหนิมิตฺตญฺจ ปคฺคาโห จ อวิกฺเขโป จาติ ฉหิ ทุเกหิ ปรโต สีลทิฏฺฐิสมฺปทาทุเกน จ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา ธมฺมา กถิตา.
สีลวิปตฺตีติ ‘‘ตตฺถ กตมา สีลวิปตฺติ? กายิโก วีติกฺกโม…เป… สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ สีลวิปตฺตี’’ติ เอวํ วุตฺโต สีลวินาสโก อสํวโร. ทิฏฺฐิวิปตฺตีติ ‘‘ตตฺถ กตมา ทิฏฺฐิวิปตฺติ? นตฺถิ ทินฺนํ นตฺถิ ยิฏฺฐ’’นฺติ เอวํ อาคตา สมฺมาทิฏฺฐิวินาสิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ.
สีลสมฺปทาติ ‘‘ตตฺถ กตมา สีลสมฺปทา? กายิโก อวีติกฺกโม’’ติ เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตโสรจฺจเมว สีลสฺส สมฺปาทนโต ปริปูรณโต ‘‘สีลสมฺปทา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘สพฺโพปิ สีลสํวโร สีลสมฺปทา’’ติ อิทํ มานสิกปริยาทานตฺถํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิสมฺปทาติ ‘‘ตตฺถ กตมา ทิฏฺฐิสมฺปทา? อตฺถิ ทินฺนํ อตฺถิ ยิฏฺฐํ…เป… สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ ยา เอวรูปา ปญฺญา ปชานนา’’ติ เอวํ อาคตํ ทิฏฺฐิปาริปูริภูตํ ญาณํ.
สีลวิสุทฺธีติ วิสุทฺธึ ปาเปตุํ สมตฺถํ สีลํ. อภิธมฺเม ปนายํ ‘‘ตตฺถ กตมา สีลวิสุทฺธิ? กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม, อยํ วุจฺจติ สีลวิสุทฺธี’’ติ เอวํ วิภตฺตา. ทิฏฺฐิวิสุทฺธีติ วิสุทฺธึ ปาเปตุํ สมตฺถํ ทสฺสนํ. อภิธมฺเม ปนายํ ‘‘ตตฺถ กตมา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ? กมฺมสฺสกตญาณํ สจฺจานุโลมิกญาณํ มคฺคสมงฺคิสฺสญาณํ ผลสมงฺคิสฺสญาณ’’นฺติ เอวํ วุตฺตา. เอตฺถ จ ติวิธํ ทุจฺจริตํ อตฺตนา กตมฺปิ ปเรน กตมฺปิ สกํ นาม น โหติ อตฺถภญฺชนโต. สุจริตํ สกํ นาม อตฺถชนนโตติ เอวํ ชานนํ กมฺมสฺสกตญาณํ นาม. ตสฺมึ ฐตฺวา พหุํ วฏฺฏคามิกมฺมํ อายูหิตฺวา สุขโต สุเขเนว อรหตฺตํ ปตฺตา คณนปถํ วีติวตฺตา. วิปสฺสนาญาณํ ปน วจีสจฺจญฺจ อนุโลเมติ, ปรมตฺถสจฺจญฺจ น วิโลเมตีติ สจฺจานุโลมิกํ ญาณนฺติ วุตฺตํ.
‘‘ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปน ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธาน’’นฺติ เอตฺถ ทิฏฺฐิวิสุทฺธีติ ญาณทสฺสนํ กถิตํ. ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานนฺติ ตํสมฺปยุตฺตเมว วีริยํ. อปิ จ ปุริมปเทน จตุมคฺคญาณํ. ปจฺฉิมปเทน ตํสมฺปยุตฺตํ วีริยํ. อภิธมฺเม ปน ‘‘ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปนาติ ยา ปญฺญา ปชานนา อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ. ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานนฺติ โย เจตสิโก วีริยารมฺโภ สมฺมาวายาโม’’ติ เอวํ อยํ ทุโก วิภตฺโต.
‘‘สํเวโค จ สํเวชนีเยสุ ฐาเนสู’’ติ เอตฺถ ‘‘สํเวโคติ ชาติภยํ ชราภยํ พฺยาธิภยํ มรณภย’’นฺติ เอวํ ชาติอาทีนิ ภยโต ทสฺสนญาณํ. สํเวชนียํ ฐานนฺติ ชาติชราพฺยาธิมรณํ. เอตานิ หิ จตฺตาริ ชาติ ทุกฺขา, ชรา ทุกฺขา, พฺยาธิ ทุกฺโข, มรณํ ทุกฺขนฺติ เอวํ สํเวคุปฺปตฺติการณตฺตา สํเวชนียํ ฐานนฺติ วุตฺตานิ. สํวิคฺคสฺส จ โยนิโส ปธานนฺติ เอวํ สํเวคชาตสฺส อุปายปธานํ. ‘‘อิธ ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนตี’’ติ เอวํ อาคตวีริยสฺเสตํ อธิวจนํ.
อสนฺตุฏฺฐิตา จ กุสเลสุ ธมฺเมสูติ ยา กุสลานํ ธมฺมานํ ภาวนาย อสนฺตุฏฺฐสฺส ภิยฺโยกมฺยตา, ตาย หิ สมงฺคีภูโต ปุคฺคโล สีลํ ปูเรตฺวา ฌานํ อุปฺปาเทติ. ฌานํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ อารภติ. อารทฺธวิปสฺสโก อรหตฺตํ อคเหตฺวา อนฺตรา โวสานํ นาปชฺชติ. อปฺปฏิวานิตา จ ปธานสฺมินฺติ ‘‘กุสลานํ ธมฺมานํ ภาวนาย สกฺกจฺจกิริยตา สาตจฺจกิริยตา อฏฺฐิตกิริยตา อโนลีนวุตฺติตา อนิกฺขิตฺตฉนฺทตา อนิกฺขิตฺตธุรตา อาเสวนา ภาวนา พหุลีกมฺม’’นฺติ เอวํ วุตฺตา รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ชาคริยานุโยควเสน อารทฺเธ ปธานสฺมึ อรหตฺตํ อปตฺวา อนิวตฺตนตา.
วิชฺชาติ ติสฺโส วิชฺชา. วิมุตฺตีติ เทฺว วิมุตฺติโย, จิตฺตสฺส จ อธิมุตฺติ, นิพฺพานญฺจ. เอตฺถ จ อฏฺฐ สมาปตฺติโย นีวรณาทีหิ สุฏฺฐุ มุตฺตตฺตา อธิมุตฺติ นาม. นิพฺพานํ สพฺพสงฺขตโต มุตฺตตฺตา วิมุตฺตีติ เวทิตพฺพํ.
ขเย ญาณนฺติ กิเลสกฺขยกเร อริยมคฺเค ญาณํ. อนุปฺปาเท ญาณนฺติ ปฏิสนฺธิวเสน อนุปฺปาทภูเต ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสานํ วา อนุปฺปาทปริโยสาเน อุปฺปนฺเน อริยผเล ญาณํ. เตเนวาห ‘‘ขเย ญาณนฺติ มคฺคสมงฺคิสฺส ญาณํ. อนุปฺปาเท ญาณนฺติ ผลสมงฺคิสฺส ญาณ’’นฺติ. อิเม โข, อาวุโสติอาทิ เอกเก วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. อิติ ปญฺจตึสาย ทุกานํ วเสน เถโร สามคฺคิรสํ ทสฺเสสีติ.
ทุกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ติกวณฺณนา
๓๐๕. อิติ ทุกวเสน สามคฺคิรสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ติกวเสน ทสฺเสตุํ ปุน อารภิ. ตตฺถ ลุพฺภตีติ โลโภ. อกุสลญฺจ ตํ มูลญฺจ, อกุสลานํ วา มูลนฺติ อกุสลมูลํ. ทุสฺสตีติ โทโส. มุยฺหตีติ โมโห. เตสํ ปฏิปกฺขนเยน อโลภาทโย เวทิตพฺพา.
ทุฏฺฐุ จริตานิ, วิรูปานิ วา จริตานีติ ทุจฺจริตานิ. กาเยน ทุจฺจริตํ, กายโต วา ปวตฺตํ ทุจฺจริตนฺติ กายทุจฺจริตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. สุฏฺฐุ จริตานิ, สุนฺทรานิ วา จริตานีติ สุจริตานิ. เทฺวปิ เจเต ติกา ปณฺณตฺติยา วา กมฺมปเถหิ วา กเถตพฺพา. ปญฺญตฺติยา ตาว กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม กายทุจฺจริตํ. อวีติกฺกโม กายสุจริตํ. วจีทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม วจีทุจฺจริตํ, อวีติกฺกโม วจีสุจริตํ. อุภยตฺถ ปญฺญตฺตสฺส สิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโมว มโนทุจฺจริตํ, อวีติกฺกโม มโนสุจริตํ. อยํ ปณฺณตฺติกถา. ปาณาติปาตาทโย ปน ติสฺโส เจตนา กายทฺวาเรปิ วจีทฺวาเรปิ อุปฺปนฺนา กายทุจฺจริตํ. จตสฺโส มุสาวาทาทิเจตนา วจีทุจฺจริตํ. อภิชฺฌา พฺยาปาโท มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา มโนทุจฺจริตํ. ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส อุปฺปนฺนา ติสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ กายสุจริตํ. มุสาวาทาทีหิ วิรมนฺตสฺส จตสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ วจีสุจริตํ. อนภิชฺฌา อพฺยาปาโท สมฺมาทิฏฺฐีติ ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา มโนสุจริตนฺติ อยํ กมฺมปถกถา.
กามปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก. พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก. วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก. เตสุ เทฺว สตฺเตสุปิ สงฺขาเรสุปิ อุปฺปชฺชนฺติ. กามวิตกฺโก หิ ปิเย มนาเป สตฺเต วา สงฺขาเร วา วิตกฺเกนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ. พฺยาปาทวิตกฺโก อปฺปิเย อมนาเป สตฺเต วา สงฺขาเร วา กุชฺฌิตฺวา โอโลกนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว วินาสนา อุปฺปชฺชติ. วิหึสาวิตกฺโก สงฺขาเรสุ นุปฺปชฺชติ. สงฺขาโร หิ ทุกฺขาเปตพฺโพ นาม นตฺถิ. อิเม สตฺตา หญฺญนฺตุ วา อุจฺฉิชฺชนฺตุ วา วินสฺสนฺตุ วา มา วา อเหสุนฺติ จินฺตนกาเล ปน สตฺเตสุ อุปฺปชฺชติ.
เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก เนกฺขมฺมวิตกฺโก. โส อสุภปุพฺพภาเค กามาวจโร โหติ. อสุภชฺฌาเน รูปาวจโร. ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อพฺยาปาทวิตกฺโก. โส เมตฺตาปุพฺพภาเค กามาวจโร โหติ. เมตฺตาฌาเน รูปาวจโร. ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อวิหึสาวิตกฺโก. โส กรุณาปุพฺพภาเค กามาวจโร. กรุณาฌาเน รูปาวจโร. ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. ยทา อโลโภ สีสํ โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา ภวนฺติ. ยทา เมตฺตา สีสํ โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา ภวนฺติ. ยทา กรุณา สีสํ โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา ภวนฺตีติ. กามสงฺกปฺปาทโย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. เทสนามตฺตเมว เหตํ. อตฺถโต ปน กามวิตกฺกาทีนญฺจ กามสงฺกปฺปาทีนญฺจ นานากรณํ นตฺถิ.
กามปฏิสํยุตฺตา สญฺญา กามสญฺญา. พฺยาปาทปฏิสํยุตฺตา สญฺญา พฺยาปาทสญฺญา. วิหึสาปฏิสํยุตฺตา สญฺญา วิหึสาสญฺญา. ตาสมฺปิ กามวิตกฺกาทีนํ วิย อุปฺปชฺชนากาโร เวทิตพฺโพ. ตํสมฺปยุตฺตาเยว หิ เอตา. เนกฺขมฺมสญฺญาทโยปิ เนกฺขมฺมวิตกฺกาทิสมฺปยุตฺตาเยว. ตสฺมา ตาสมฺปิ ตเถว กามาวจราทิภาโว เวทิตพฺโพ.
กามธาตุอาทีสุ ‘‘กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก มิจฺฉาสงฺกปฺโป. อยํ วุจฺจติ กามธาตุ. สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา กามธาตู’’ติ อยํ กามธาตุ. ‘‘พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก มิจฺฉาสงฺกปฺโป. อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตุ. ทสสุ อาฆาตวตฺถูสุ จิตฺตสฺส อาฆาโต ปฏิฆาโต อนตฺตมนตา จิตฺตสฺสา’’ติ อยํ พฺยาปาทธาตุ. ‘‘วิหึสา ปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก มิจฺฉาสงฺกปฺโป. อยํ วุจฺจติ วิหึสาธาตุ. อิเธกจฺโจ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา รชฺชุยา วา อญฺญตรญฺญตเรน วา สตฺเต วิเหเฐตี’’ติ อยํ วิหึสาธาตุ. ตตฺถ เทฺว กถา สพฺพสงฺคาหิกา จ อสมฺภินฺนา จ. ตตฺถ กามธาตุยา คหิตาย อิตรา เทฺว คหิตาว โหนฺติ, ตโต ปน นีหริตฺวา อยํ พฺยาปาทธาตุ อยํ วิหึสาธาตูติ ทสฺเสตีติ อยํ สพฺพสงฺคาหิกกถา นาม. กามธาตุํ กเถนฺโต ปน ภควา พฺยาปาทธาตุํ พฺยาปาทธาตุฏฺฐาเน, วิหึสาธาตุํ วิหึสาธาตุฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อวเสสํ กามธาตุ นามาติ กเถสีติ อยํ อสมฺภินฺนกถา นาม.
เนกฺขมฺมธาตุอาทีสุ ‘‘เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สมฺมาสงฺกปฺโป. อยํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมธาตุ. สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา เนกฺขมฺมธาตู’’ติ อยํ เนกฺขมฺมธาตุ. ‘‘อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก…เป… อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตุ. ยา สตฺเตสุ เมตฺติ…เป… เมตฺตาเจโตวิมุตฺตี’’ติ อยํ อพฺยาปาทธาตุ. ‘‘อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก…เป… อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตุ. ยา สตฺเตสุ กรุณา…เป… กรุณาเจโตวิมุตฺตี’’ติ อยํ อวิหึสาธาตุ. อิธาปิ วุตฺตนเยเนว เทฺว กถา เวทิตพฺพา.
อปราปิ ติสฺโส ธาตุโยติ อญฺญาปิ สุญฺญตฏฺเฐน ติสฺโส ธาตุโย. ตาสุ ‘‘ตตฺถ กตมา กามธาตุ? เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กริตฺวา’’ติ เอวํ วิตฺถาริโต กามภโว กามธาตุ นาม. ‘‘เหฏฺฐโต พฺรหฺมโลกํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อากาสานญฺจายตนุปเค เทเว ปริยนฺตํ กริตฺวา’’ติ เอวํ วิตฺถาริตา ปน รูปารูปภวา อิตรา เทฺว ธาตุโย. ธาตุยา อาคตฏฺฐานมฺหิ หิ ภเวน ปริจฺฉินฺทิตพฺพา. ภวสฺส อาคตฏฺฐาเน ธาตุยา ปริจฺฉินฺทิตพฺพา. อิธ ภเวน ปริจฺเฉโท กถิโต. รูปธาตุอาทีสุ รูปารูปธาตุโย รูปารูปภวาเยว. นิโรธธาตุยา นิพฺพานํ กถิตํ.
หีนาทีสุ หีนา ธาตูติ ทฺวาทส อกุสลจิตฺตุปฺปาทา. อวเสสา เตภูมกธมฺมา มชฺฌิมธาตุ. นว โลกุตฺตรธมฺมา ปณีตธาตุ.
กามตณฺหาติ ปญฺจกามคุณิโก ราโค. รูปารูปภเวสุ ปน ราโค ฌานนิกนฺติสสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค ภววเสน ปตฺถนา ภวตณฺหา. อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค วิภวตณฺหา. อปิจ ฐเปตฺวา ปจฺฉิมํ ตณฺหาทฺวยํ เสสตณฺหา กามตณฺหา นาม. ยถาห ‘‘ตตฺถ กตมา ภวตณฺหา? ภวทิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค จิตฺตสฺส สาราโค. อยํ วุจฺจติ ภวตณฺหา. ตตฺถ กตมา วิภวตณฺหา? อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค จิตฺตสฺส สาราโค, อยํ วุจฺจติ วิภวตณฺหา. อวเสสา ตณฺหา กามตณฺหา’’ติ. ปุน กามตณฺหาทีสุ ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามตณฺหา. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค อิตรา เทฺว ตณฺหา. อภิธมฺเม ปเนตา ‘‘กามธาตุปฏิสํยุตฺโต…เป… อรูปธาตุปฏิสํยุตฺโต’’ติ เอวํ วิตฺถาริตา. อิมินา วาเรน กึ ทสฺเสติ? สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา รชนียฏฺเฐน ตณฺหาวตฺถุกาติ สพฺพตณฺหา กามตณฺหาย ปริยาทิยิตฺวา ตโต นีหริตฺวา อิตรา เทฺว ตณฺหา ทสฺเสติ. รูปตณฺหาทีสุ รูปภเว ฉนฺทราโค รูปตณฺหา. อรูปภเว ฉนฺทราโค อรูปตณฺหา. อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค นิโรธตณฺหา.
สํโยชนตฺติเก วฏฺฏสฺมึ สํโยชยนฺติ พนฺธนฺตีติ สํโยชนานิ. สติ รูปาทิเภเท กาเย ทิฏฺฐิ, วิชฺชมานา วา กาเย ทิฏฺฐีติ สกฺกายทิฏฺฐิ. วิจินนฺโต เอตาย กิจฺฉติ, น สกฺโกติ สนฺนิฏฺฐานํ กาตุนฺติ วิจิกิจฺฉา. สีลญฺจ วตญฺจ ปรามสตีติ สีลพฺพตปรามาโส. อตฺถโต ปน ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา นเยน อาคตา วีสติวตฺถุกา ทิฏฺฐิ สกฺกายทิฏฺฐิ นาม. ‘‘สตฺถริ กงฺขตี’’ติอาทินา นเยน อาคตา อฏฺฐวตฺถุกา วิมติ วิจิกิจฺฉา นาม. ‘‘อิเธกจฺโจ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ สีลํ ปรามสติ, วตํ ปรามสติ, สีลพฺพตํ ปรามสติ. ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคต’’นฺติอาทินา นเยน อาคโต วิปริเยสคฺคาโห สีลพฺพตปรามาโส นาม.
ตโย อาสวาติ เอตฺถ จิรปาริวาสิยฏฺเฐน วา อาสวนฏฺเฐน วา อาสวา. ตตฺถ ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชาย, อิโต ปุพฺเพ อวิชฺชา นาโหสิ, อถ ปจฺฉา สมภวี’’ติ, ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหาย ภวทิฏฺฐิยา, อิโต ปุพฺเพ ภวทิฏฺฐิ นาโหสิ, อถ ปจฺฉา สมภวี’’ติ เอวํ ตาว จิรปาริวาสิยฏฺเฐน อาสวา เวทิตพฺพา. จกฺขุโต รูเป สวติ อาสวติ สนฺทติ ปวตฺตติ. โสตโต สทฺเท. ฆานโต คนฺเธ. ชิวฺหาโต รเส. กายโต โผฏฺฐพฺเพ. มนโต ธมฺเม สวติ อาสวติ สนฺทติ ปวตฺตตีติ เอวํ อาสวนฏฺเฐน อาสวาติ เวทิตพฺพา.
ปาฬิยํ ปน กตฺถจิ เทฺว อาสวา อาคตา ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกา จ อาสวา สมฺปรายิกา จ อาสวา’’ติ, กตฺถจิ ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อาสวา. กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ ตโย. อภิธมฺเม เตเยว ทิฏฺฐาสเวน สทฺธึ จตฺตาโร. นิพฺเพธิกปริยาเย ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา นิรยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา ติรจฺฉานโยนิคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เปตฺติวิสยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา มนุสฺสโลกคามินิยา อตฺถิ อาสวา เทวโลกคามินิยา’’ติ เอวํ ปญฺจ. ฉกฺกนิปาเต อาหุเนยฺยสุตฺเต ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวรา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา ปฏิเสวนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา ปริวชฺชนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา อธิวาสนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา วิโนทนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา ภาวนา ปหาตพฺพา’’ติ เอวํ ฉ. สพฺพาสวปริยาเย เตเยว ทสฺสนาปหาตพฺเพหิ สทฺธึ สตฺต. อิมสฺมึ ปน สงฺคีติสุตฺเต ตโย. ตตฺถ ‘‘โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท’’ติ เอวํ วุตฺโต ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามาสโว นาม. ‘‘โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท’’ติ เอวํ วุตฺโต สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค, ภววเสน วา ปตฺถนา ภวาสโว นาม. ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา นเยน อาคตา อวิชฺชา อวิชฺชาสโว นามาติ. กามภวาทโย กามธาตุอาทิวเสน วุตฺตาเยว.
กาเมสนาทีสุ ‘‘ตตฺถ กตมา กาเมสนา? โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท กามชฺโฌสานํ, อยํ วุจฺจติ กาเมสนา’’ติ เอวํ วุตฺโต กามคเวสนราโค กาเมสนา นาม. ‘‘ตตฺถ กตมา ภเวสนา? โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท ภวชฺโฌสานํ, อยํ วุจฺจติ ภเวสนา’’ติ เอวํ วุตฺโต ภวคเวสนราโค ภเวสนา นาม. ‘‘ตตฺถ กตมา พฺรหฺมจริเยสนา? สสฺสโต โลโกติ วา…เป… เนว โหติ น นโหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา, ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ วิปริเยสคฺคาโห, อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริเยสนา’’ติ เอวํ วุตฺตา ทิฏฺฐิคติกสมฺมตสฺส พฺรหฺมจริยสฺส คเวสนทิฏฺฐิ พฺรหฺมจริเยสนา นาม. น เกวลญฺจ ภวราคทิฏฺฐิโยว, ตเทกฏฺฐํ กมฺมมฺปิ เอสนาเยว. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ตตฺถ กตมา กาเมสนา? กามราโค ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อยํ วุจฺจติ กาเมสนา. ตตฺถ กตมา ภเวสนา? ภวราโค ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อยํ วุจฺจติ ภเวสนา. ตตฺถ กตมา พฺรหฺมจริเยสนา? อนฺตคฺคาหิกา ทิฏฺฐิ ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริเยสนา’’ติ.
วิธาสุ ‘‘กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ, กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๕) อาการสณฺฐานํ วิธา นาม. ‘‘เอกวิเธน ญาณวตฺถุ ทุวิเธน ญาณวตฺถู’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๕๑) โกฏฺฐาโส. ‘‘เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๙๒๐) มาโน วิธา นาม. อิธ โส อธิปฺเปโต. มาโน หิ เสยฺยาทิวเสน วิทหนโต วิธาติ วุจฺจติ. เสยฺโยหมสฺมีติ อิมินา เสยฺยสทิสหีนานํ วเสน ตโย มานา วุตฺตา. สทิสหีเนสุปิ เอเสว นโย.
อยญฺหิ มาโน นาม เสยฺยสฺส ติวิโธ, สทิสสฺส ติวิโธ, หีนสฺส ติวิโธติ นววิโธ โหติ. ตตฺถ ‘‘เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมี’’ติ มาโน ราชูนญฺเจว ปพฺพชิตานญฺจ อุปฺปชฺชติ.
ราชา หิ รฏฺเฐน วา ธนวาหเนหิ วา ‘‘โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ. ปพฺพชิโตปิ สีลธุตงฺคาทีหิ ‘‘โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ. ‘‘เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมี’’ติ มาโนปิ เอเตสํเยว อุปฺปชฺชติ. ราชา หิ รฏฺเฐน วา ธนวาหเนหิ วา อญฺญราชูหิ สทฺธึ มยฺหํ กึ นานากรณนฺติ เอตํ มานํ กโรติ. ปพฺพชิโตปิ สีลธุตงฺคาทีหิปิ อญฺเญน ภิกฺขุนา มยฺหํ กึ นานากรณนฺติ เอตํ มานํ กโรติ. ‘‘เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมี’’ติ มาโนปิ เอเตสํเยว อุปฺปชฺชติ. ยสฺส หิ รญฺโญ รฏฺฐํ วา ธนวาหนาทีนิ วา นาติสมฺปนฺนานิ โหนฺติ, โส มยฺหํ ราชาติ โวหารมุขมตฺตเมว, กึ ราชา นาม อหนฺติ เอตํ มานํ กโรติ. ปพฺพชิโตปิ อปฺปลาภสกฺกาโร อหํ ธมฺมกถิโก พหุสฺสุโต มหาเถโรติ กถามตฺตกเมว, กึ ธมฺมกถิโก นามาหํ กึ พหุสฺสุโต กึ มหาเถโร ยสฺส เม ลาภสกฺกาโร นตฺถีติ เอตํ มานํ กโรติ.
‘‘สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมี’’ติ มานาทโย อมจฺจาทีนํ อุปฺปชฺชนฺติ. อมจฺโจ วา หิ รฏฺฐิโย วา โภคยานวาหนาทีหิ โก มยา สทิโส อญฺโญ ราชปุริโส อตฺถีติ วา มยฺหํ อญฺเญหิ สทฺธึ กึ นานากรณนฺติ วา อมจฺโจติ นามเมว มยฺหํ, ฆาสจฺฉาทนมตฺตมฺปิ เม นตฺถิ, กึ อมจฺโจ นามาหนฺติ วา เอเต มาเน กโรติ.
‘‘หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมี’’ติ มานาทโย ทาสาทีนํ อุปฺปชฺชนฺติ. ทาโส หิ มาติโต วา ปิติโต วา โก มยา สทิโส อญฺโญ ทาโส นาม อตฺถิ, อญฺเญ ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา กุจฺฉิเหตุ ทาสา ชาตา, อหํ ปน ปเวณีอาคตตฺตา เสยฺโยติ วา ปเวณีอาคตภาเวน อุภโตสุทฺธิกทาสตฺเตน อสุกทาเสน นาม สทฺธึ กึ มยฺหํ นานากรณนฺติ วา กุจฺฉิวเสนาหํ ทาสพฺย อุปคโต, มาตาปิตุโกฏิยา ปน เม ทาสฏฺฐานํ นตฺถิ, กึ ทาโส นาม อหนฺติ วา เอเต มาเน กโรติ. ยถา จ ทาโส, เอวํ ปุกฺกุสจณฺฑาลาทโยปิ เอเต มาเน กโรนฺติเยว.
เอตฺถ จ เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ, จ สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ จ หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ จ อิเม ตโย มานา ยาถาวมานา นาม อรหตฺตมคฺควชฺฌา. เสสา ฉ มานา อยาถาวมานา นาม ปฐมมคฺควชฺฌา.
ตโย อทฺธาติ ตโย กาลา. อตีโต อทฺธาติอาทีสุ เทฺวปริยายา สุตฺตนฺตปริยาโย จ อภิธมฺมปริยาโย จ. สุตฺตนฺตปริยาเยน ปฏิสนฺธิโต ปุพฺเพ อตีโต อทฺธา นาม. จุติโต ปจฺฉา อนาคโต อทฺธา นาม. สห จุติปฏิสนฺธีหิ ตทนฺตรํ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา นาม. อภิธมฺมปริยาเยน ตีสุ ขเณสุ ภงฺคโต อุทฺธํ อตีโต อทฺธา นาม. อุปฺปาทโต ปุพฺเพ อนาคโต อทฺธา นาม. ขณตฺตเย ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา นาม. อตีตาทิเภโท จ นาม อยํ ธมฺมานํ โหติ, น กาลสฺส. อตีตาทิเภเท ปน ธมฺเม อุปาทาย อิธ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ กาโล เตเนว โวหาเรน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
ตโย อนฺตาติ ตโย โกฏฺฐาสา. ‘‘กายพนฺธนสฺส อนฺโต ชีรตี’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๒๗๘) หิ อนฺโตเยว อนฺโต. ‘‘เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๕๑) ปรภาโค อนฺโต. ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๐) เอตฺถ ลามกภาโว อนฺโต. ‘‘สกฺกาโย โข, อาวุโส, ปฐโม อนฺโต’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๖.๖๑) โกฏฺฐาโส อนฺโต. อิธ โกฏฺฐาโส อธิปฺเปโต. สกฺกาโยติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. สกฺกายสมุทโยติ เตสํ นิพฺพตฺติกา ปุริมตณฺหา. สกฺกายนิโรโธติ อุภินฺนํ อปฺปวตฺติภูตํ นิพฺพานํ. มคฺโค ปน นิโรธาธิคมสฺส อุปายตฺตา นิโรเธ คหิเต คหิโตวาติ เวทิตพฺโพ.
ทุกฺขทุกฺขตาติ ทุกฺขภูตา ทุกฺขตา. ทุกฺขเวทนาเยตํ นามํ. สงฺขารทุกฺขตาติ สงฺขารภาเวน ทุกฺขตา. อทุกฺขมสุขาเวทนาเยตํ นามํ. สา หิ สงฺขตตฺตา อุปฺปาทชราภงฺคปีฬิตา, ตสฺมา อญฺญทุกฺขสภาววิรหโต สงฺขารทุกฺขตาติ วุตฺตา. วิปริณามทุกฺขตาติ วิปริณาเม ทุกฺขตา. สุขเวทนาเยตํ นามํ. สุขสฺส หิ วิปริณาเม ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา สุขํ วิปริณามทุกฺขตาติ วุตฺตํ. อปิจ ฐเปตฺวา ทุกฺขเวทนํ สุขเวทนญฺจ สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา ‘‘สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา’’ติ วจนโต สงฺขารทุกฺขตาติ เวทิตพฺพา.
มิจฺฉตฺตนิยโตติ มิจฺฉาสภาโว หุตฺวา นิยโต. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา สทฺธึ อานนฺตริยกมฺมสฺเสตํ นามํ. สมฺมาสภาเว นิยโต สมฺมตฺตนิยโต. จตุนฺนํ อริยมคฺคานเมตํ นามํ. น นิยโตติ อนิยโต. อวเสสานํ ธมฺมานเมตํ นามํ.
ตโย ตมาติ ‘‘ตมนฺธกาโร สมฺโมโห อวิชฺโชโฆ มหาภโย’’ติ วจนโต อวิชฺชา ตโม นาม. อิธ ปน อวิชฺชาสีเสน วิจิกิจฺฉา วุตฺตา. อารพฺภาติ อาคมฺม. กงฺขตีติ กงฺขํ อุปฺปาเทติ. วิจิกิจฺฉตีติ วิจินนฺโต กิจฺฉํ อาปชฺชติ, สนฺนิฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ. นาธิมุจฺฉตีติ ตตฺถ อธิมุจฺฉิตุํ น สกฺโกติ. น สมฺปสีทตีติ ตํ อารพฺภ ปสาทํ อาโรเปตุํ น สกฺโกติ.
อรกฺเขยฺยานีติ น รกฺขิตพฺพานิ. ตีสุ ทฺวาเรสุ ปจฺเจกํ รกฺขณกิจฺจํ นตฺถิ, สพฺพานิ สติยา เอว รกฺขิตานีติ ทีเปติ. นตฺถิ ตถาคตสฺสาติ. ‘‘อิทํ นาม เม สหสา อุปฺปนฺนํ กายทุจฺจริตํ, อิมาหํ ยถา เม ปโร น ชานาติ, ตถา รกฺขามิ, ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ เอวํ รกฺขิตพฺพํ นตฺถิ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. กึ ปน เสสขีณาสวานํ กายสมาจาราทโย อปริสุทฺธาติ? โน อปริสุทฺธา. น ปน ตถาคตสฺส วิย ปริสุทฺธา. อปฺปสฺสุตขีณาสโว หิ กิญฺจาปิ โลกวชฺชํ นาปชฺชติ, ปณฺณตฺติยํ ปน อโกวิทตฺตา วิหารการํ กุฏิการํ สหคารํ สหเสยฺยนฺติ เอวรูปา กายทฺวาเร อาปตฺติโย อาปชฺชติ. สญฺจริตฺตํ ปทโสธมฺมํ อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจํ ภูตาโรจนนฺติ เอวรูปา วจีทฺวาเร อาปตฺติโย อาปชฺชติ. อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนวเสน มโนทฺวาเร รูปิยปฺปฏิคฺคาหณาปตฺตึ อาปชฺชติ, ธมฺมเสนาปติสทิสสฺสาปิ หิ ขีณาสวสฺส มโนทฺวาเร สอุปารมฺภวเสน มโนทุจฺจริตํ อุปฺปชฺชติ เอว.
จาตุมวตฺถุสฺมิญฺหิ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานานํ ปณามิตกาเล เตสํ อตฺถาย จาตุเมยฺยเกหิ สเกฺยหิ ภควติ ขมาปิเต เถโร ภควตา ‘‘กินฺติ เต สาริปุตฺต อโหสิ มยา ภิกฺขุสงฺเฆ ปณามิเต’’ติ ปุฏฺโฐ อหํ ปริสาย อพฺยตฺตภาเวน สตฺถารา ปณามิโต. อิโต ทานิ ปฏฺฐาย ปรํ น โอวทิสฺสามีติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา อาห ‘‘เอวํ โข เม, ภนฺเต, อโหสิ ภควตา ภิกฺขุสงฺโฆ ปณามิโต, อปฺโปสฺสุกฺโก ทานิ ภควา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺโต วิหริสฺสติ, มยมฺปิ ทานิ อปฺโปสฺสุกฺกา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺตา วิหริสฺสามา’’ติ.
อถสฺส ตสฺมึ มโนทุจฺจริเต อุปารมฺภํ อาโรเปนฺโต สตฺถา อาห – ‘‘อาคเมหิ ตฺวํ, สาริปุตฺต น โข เต, สาริปุตฺต, ปุนปิ เอวรูปํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพ’’นฺติ. เอวํ ปรํ น โอวทิสฺสามิ นานุสาสิสฺสามีติ วิตกฺกิตมตฺตมฺปิ เถรสฺส มโนทุจฺจริตํ นาม ชาตํ. ภควโต ปน เอตฺตกํ นาม นตฺถิ, อนจฺฉริยญฺเจตํ. สพฺพญฺญุตํ ปตฺตสฺส ทุจฺจริตํ น ภเวยฺย. โพธิสตฺตภูมิยํ ฐิตสฺส ฉพฺพสฺสานิ ปธานํ อนุยุญฺชนฺตสฺสาปิ ปนสฺส นาโหสิ. อุทรจฺฉวิยา ปิฏฺฐิกณฺฏกํ อลฺลีนาย ‘‘กาลงฺกโต สมโณ โคตโม’’ติ เทวตานํ วิมติยา อุปฺปชฺชมานายปิ ‘‘สิทฺธตฺถ กสฺมา กิลมสิ? สกฺกา โภเค จ ภุญฺชิตุํ ปุญฺญานิ จ กาตุ’’นฺติ มาเรน ปาปิมตา วุจฺจมานสฺส ‘‘โภเค ภุญฺชิสฺสามี’’ติ วิตกฺกมตฺตมฺปิ นุปฺปชฺชติ. อถ นํ มาโร โพธิสตฺตกาเล ฉพฺพสฺสานิ พุทฺธกาเล เอกํ วสฺสํ อนุพนฺธิตฺวา กิญฺจิ วชฺชํ อปสฺสิตฺวา อิทํ วตฺวา ปกฺกามิ –
‘‘สตฺตวสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;
โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘);
อปิจ อฏฺฐารสนฺนํ พุทฺธธมฺมานํ วเสนาปิ ภควโต ทุจฺจริตาภาโว เวทิตพฺโพ. อฏฺฐารส พุทฺธธมฺมา นาม นตฺถิ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริตํ, นตฺถิ วจีทุจฺจริตํ, นตฺถิ มโนทุจฺจริตํ, อตีเต พุทฺธสฺส อปฺปฏิหตญาณํ, อนาคเต, ปจฺจุปฺปนฺเน พุทฺธสฺส อปฺปฏิหตญาณํ, สพฺพํ กายกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณานุปริวตฺติ, สพฺพํ วจีกมฺมํ, สพฺพํ มโนกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณานุปริวตฺติ, นตฺถิ ฉนฺทสฺส หานิ, นตฺถิ วีริยสฺส หานิ, นตฺถิ สติยา หานิ, นตฺถิ ทวา, นตฺถิ รวา, นตฺถิ จลิตํ นตฺถิ สหสา, นตฺถิ อพฺยาวโฏ มโน, นตฺถิ อกุสลจิตฺตนฺติ.
กิญฺจนาติ ปลิโพธา. ราโค กิญฺจนนฺติ ราโค อุปฺปชฺชมาโน สตฺเต พนฺธติ ปลิพุนฺธติ ตสฺมา กิญฺจนนฺติ วุจฺจติ. อิตเรสุปิ ทฺวีสุ เอเสว นโย.
อคฺคีติ อนุทหนฏฺเฐน อคฺคิ. ราคคฺคีติ ราโค อุปฺปชฺชมาโน สตฺเต อนุทหติ ฌาเปติ, ตสฺมา อคฺคีติ วุจฺจติ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ วตฺถูนิ เอกา ทหรภิกฺขุนี จิตฺตลปพฺพตวิหาเร อุโปสถาคารํ คนฺตฺวา ทฺวารปาลรูปกํ โอโลกยมานา ฐิตา. อถสฺสา อนฺโต ราโค อุปฺปนฺโน. สา เตเนว ฌายิตฺวา กาลมกาสิ. ภิกฺขุนิโย คจฺฉมานา ‘‘อยํ ทหรา ฐิตา, ปกฺโกสถ, น’’นฺติ อาหํสุ. เอกา คนฺตฺวา กสฺมา ฐิตาสีติ หตฺเถ คณฺหิ. คหิตมตฺตา ปริวตฺติตฺวา ปปตา. อิทํ ตาว ราคสฺส อนุทหนตาย วตฺถุ. โทสสฺส ปน อนุทหนตาย มโนปโทสิกา เทวา. โมหสฺส อนุทหนตาย ขิฑฺฑาปโทสิกา เทวา ทฏฺฐพฺพา. โมหวเสน หิ ตาสํ สติสมฺโมโส โหติ. ตสฺมา ขิฑฺฑาวเสน อาหารกาลํ อติวตฺติตฺวา กาลงฺกโรนฺติ.
อาหุเนยฺยคฺคีติอาทีสุ อาหุนํ วุจฺจติ สกฺกาโร, อาหุนํ อรหนฺตีติ อาหุเนยฺยา. มาตาปิตโร หิ ปุตฺตานํ พหูปการตาย อาหุนํ อรหนฺติ. เตสุ วิปฺปฏิปชฺชมานา ปุตฺตา นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตนฺติ. ตสฺมา กิญฺจาปิ มาตาปิตโร นานุทหนฺติ, อนุทหนสฺส ปน ปจฺจยา โหนฺติ. อิติ อนุทหนฏฺเฐน อาหุเนยฺยคฺคีติ วุจฺจนฺติ. สฺวายมตฺโถ มิตฺตวินฺทกวตฺถุนา ทีเปตพฺโพ –
มิตฺตวินฺทโก หิ มาตรา ‘‘ตาต, อชฺช อุโปสถิโก หุตฺวา วิหาเร สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ สุณ, สหสฺสํ เต ทสฺสามี’’ติ วุตฺโต ธนโลเภน อุโปสถํ สมาทาย วิหารํ คนฺตฺวา อิทํ ฐานํ อกุโตภยนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา ธมฺมาสนสฺส เหฏฺฐา นิปนฺโน สพฺพรตฺตึ นิทฺทายิตฺวา ฆรํ อคมาสิ. มาตา ปาโตว ยาคุํ ปจิตฺวา อุปนาเมสิ. โส สหสฺสํ คเหตฺวาว ปิวิ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ธนํ สํหริสฺสามี’’ติ. โส นาวาย สมุทฺทํ ปกฺขนฺทิตุกาโม อโหสิ. อถ นํ มาตา ‘‘ตาต, อิมสฺมึ กุเล จตฺตาลีสโกฏิธนํ อตฺถิ, อลํ คมเนนา’’ติ นิวาเรสิ. โส ตสฺสา วจนํ อนาทิยิตฺวา คจฺฉติ เอว. มาตา ปุรโต อฏฺฐาสิ. อถ นํ กุชฺฌิตฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ ปุรโต ติฏฺฐตี’’ติ ปาเทน ปหริตฺวา ปติตํ อนฺตรํ กตฺวา อคมาสิ.
มาตา อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘มาทิสาย มาตริ เอวรูปํ กมฺมํ กตฺวา คตสฺส เต คตฏฺฐาเน สุขํ ภวิสฺสตีติ เอวํสญฺญี นาม ตฺวํ ปุตฺตา’’ติ อาห. ตสฺส นาวํ อารุยฺห คจฺฉโต สตฺตเม ทิวเส นาวา อฏฺฐาสิ. อถ เต มนุสฺสา ‘‘อทฺธา เอตฺถ ปาปปุริโส อตฺถิ สลากํ เทถา’’ติ อาหํสุ. สลากา ทิยฺยมานา ตสฺเสว ติกฺขตฺตุํ ปาปุณาติ. เต ตสฺส อุฬุมฺปํ ทตฺวา ตํ สมุทฺเท ปกฺขิปึสุ. โส เอกํ ทีปํ คนฺตฺวา วิมานเปตีหิ สทฺธึ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ตาหิ ‘‘ปุรโต ปุรโต มา อคมาสี’’ติ วุจฺจมาโนปิ ตทฺทิคุณํ ตทฺทิคุณํ สมฺปตฺตึ ปสฺสนฺโต อนุปุพฺเพน ขุรจกฺกธรํ เอกํ อทฺทส. ตสฺส ตํ จกฺกํ ปทุมปุปฺผํ วิย อุปฏฺฐาสิ. โส ตํ อาห – ‘‘อมฺโภ, อิทํ ตยา ปิฬนฺธิตํ ปทุมํ มยฺหํ เทหี’’ติ. ‘‘น อิทํ สามิ ปทุมํ, ขุรจกฺกํ เอต’’นฺติ. โส ‘‘วญฺเจสิ มํ, ตฺวํ กึ มยา ปทุมํ อทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตฺวํ โลหิตจนฺทนํ วิลิมฺปิตฺวา ปิฬนฺธนํ ปทุมปุปฺผํ มยฺหํ น ทาตุกาโมติ อาห. โส จินฺเตสิ ‘‘อยมฺปิ มยา กตสทิสํ กมฺมํ กตฺวา ตสฺส ผลํ อนุภวิตุกาโม’’ติ. อถ นํ ‘‘หนฺท เร’’ติ วตฺวา ตสฺส มตฺถเก จกฺกํ ปกฺขิปิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา, อฏฺฐาหิปิ จ โสฬส;
โสฬสาหิ จ พาตฺตึส, อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท;
อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๐๔).
คหปตีติ ปน เคหสามิโก วุจฺจติ. โส มาตุคามสฺส สยนวตฺถาลงฺการาทิอนุปฺปทาเนน พหูปกาโร. ตํ อติจรนฺโต มาตุคาโม นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา โสปิ ปุริมนเยเนว อนุทหนฏฺเฐน คหปตคฺคีติ วุตฺโต.
ตตฺถ วตฺถุ – กสฺสปพุทฺธสฺส กาเล โสตาปนฺนสฺส อุปาสกสฺส ภริยา อติจารินี อโหสิ. โส ตํ ปจฺจกฺขโต ทิสฺวา ‘‘กสฺมา ตฺวํ เอวํ กโรสี’’ติ อาห. สา ‘‘สจาหํ เอวรูปํ กโรมิ, อยํ เม สุนโข วิลุปฺปมาโน ขาทตู’’ติ วตฺวา กาลงฺกตฺวา กณฺณมุณฺฑกทเห เวมานิกเปตี หุตฺวา นิพฺพตฺตา. ทิวา สมฺปตฺตึ อนุภวติ, รตฺตึ ทุกฺขํ. ตทา พาราณสีราชา มิควํ จรนฺโต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อนุปุพฺเพน กณฺณมุณฺฑกทหํ สมฺปตฺโต ตาย สทฺธึ สมฺปตฺตึ อนุภวติ. สา ตํ วญฺเจตฺวา รตฺตึ ทุกฺขํ อนุภวติ. โส ญตฺวา ‘‘กตฺถ นุ โข คจฺฉตี’’ติ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวา อวิทูเร ฐิโต กณฺณมุณฺฑกทหโต นิกฺขมิตฺวา ตํ ‘‘ปฏปฏ’’นฺติ ขาทมานํ เอกํ สุนขํ ทิสฺวา อสินา ทฺวิธา ฉินฺทิ. เทฺว อเหสุํ. ปุน ฉินฺเน จตฺตาโร. ปุน ฉินฺเน อฏฺฐ. ปุน ฉินฺเน โสฬส อเหสุํ. สา ‘‘กึ กโรสิ สามี’’ติ อาห. โส ‘‘กึ อิท’’นฺติ อาห. สา ‘‘เอวํ อกตฺวา เขฬปิณฺฑํ ภูมิยํ นิฏฺฐุภิตฺวา ปาเทน ฆํสาหี’’ติ อาห. โส ตถา อกาสิ. สุนขา อนฺตรธายึสุ. ตํ ทิวสํ ตสฺสา กมฺมํ ขีณํ. ราชา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา คนฺตุํ อารทฺโธ. สา ‘‘มยฺหํ, สามิ, กมฺมํ ขีณํ มา อคมา’’ติ อาห. ราชา อสุตฺวาว คโต.
ทกฺขิเณยฺยคฺคีติ เอตฺถ ปน ทกฺขิณาติ จตฺตาโร ปจฺจยา, ภิกฺขุสงฺโฆ ทกฺขิเณยฺโย. โส คิหีนํ ตีสุ สรเณสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ทสสุ สีเลสุ มาตาปิตุอุปฏฺฐาเน ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณอุปฏฺฐาเนติ เอวมาทีสุ กลฺยาณธมฺเมสุ นิโยชเนน พหูปกาโร, ตสฺมึ มิจฺฉาปฏิปนฺนา คิหี ภิกฺขุสงฺฆํ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตนฺติ, ตสฺมา โสปิ ปุริมนเยเนว อนุทหนฏฺเฐน ทกฺขิเณยฺยคฺคีติ วุตฺโต. อิมสฺส ปนตฺถสฺส วิภาวนตฺถํ วิมานวตฺถุสฺมึ เรวตีวตฺถุ วิตฺถาเรตพฺพํ.
‘‘ติวิเธน รูปสงฺคโห’’ติ เอตฺถ ติวิเธนาติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ. สงฺคโหติ ชาติสญฺชาติกิริยคณนวเสน จตุพฺพิโธ สงฺคโห. ตตฺถ สพฺเพ ขตฺติยา อาคจฺฉนฺตูติอาทิโก (ม. นิ. ๑.๔๖๒) ชาติสงฺคโห. สพฺเพ โกสลกาติอาทิโก สญฺชาติสงฺคโห. สพฺเพ หตฺถาโรหาติอาทิโก กิริยสงฺคโห. จกฺขายตนํ กตมํ ขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ? จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ. หญฺจิ จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิตนฺติ อยํ คณนสงฺคโห, โส อิธ อธิปฺเปโต. ตสฺมา ติวิเธน รูปสงฺคโหติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ รูปคณนาติ อตฺโถ.
สนิทสฺสนาทีสุ อตฺตานํ อารพฺภ ปวตฺเตน จกฺขุวิญฺญาณสงฺขาเตน สห นิทสฺสเนนาติ สนิทสฺสนํ. จกฺขุปฏิหนนสมตฺถโต สห ปฏิเฆนาติ สปฺปฏิฆํ. ตํ อตฺถโต รูปายตนเมว. จกฺขุวิญฺญาณสงฺขาตํ นาสฺส นิทสฺสนนฺติ อนิทสฺสนํ. โสตาทิปฏิหนนสมตฺถโต สห ปฏิเฆนาติ สปฺปฏิฆํ. ตํ อตฺถโต จกฺขายตนาทีนิ นว อายตนานิ. วุตฺตปฺปการํ นาสฺส นิทสฺสนนฺติ อนิทสฺสนํ. นาสฺส ปฏิโฆติ อปฺปฏิฆํ. ตํ อตฺถโต ฐเปตฺวา ทสายตนานิ อวเสสํ สุขุมรูปํ.
ตโย สงฺขาราติ สหชาตธมฺเม เจว สมฺปราเย ผลธมฺเม จ สงฺขโรนฺติ ราสี กโรนฺตีติ สงฺขารา. อภิสงฺขโรตีติ อภิสงฺขาโร. ปุญฺโญ อภิสงฺขาโร ปุญฺญาภิสงฺขาโร.
‘‘ตตฺถ กตโม ปุญฺญาภิสงฺขาโร? กุสลา เจตนา กามาวจรา รูปาวจรา ทานมยา สีลมยา ภาวนามยา’’ติ เอวํ วุตฺตานํ อฏฺฐนฺนํ กามาวจรกุสลมหาจิตฺตเจตนานํ, ปญฺจนฺนํ รูปาวจรกุสลเจตนานญฺเจตํ อธิวจนํ. เอตฺถ จ ทานสีลมยา อฏฺเฐว เจตนา โหนฺติ. ภาวนามยา เตรสาปิ. ยถา หิ ปคุณํ ธมฺมํ สชฺฌายมาโน เอกํ เทฺว อนุสนฺธึ คโตปิ น ชานาติ, ปจฺฉา อาวชฺชนฺโต ชานาติ, เอวเมว กสิณปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส ปคุณชฺฌานํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ญาณวิปฺปยุตฺตาปิ ภาวนา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภาวนามยา เตรสาปี’’ติ.
ตตฺถ ทานมยาทีสุ ‘‘ทานํ อารพฺภ ทานมธิกิจฺจ ยา อุปฺปชฺชติ เจตนา สญฺเจตนา เจตยิตตฺตํ, อยํ วุจฺจติ ทานมโย ปุญฺญาภิสงฺขาโร. สีลํ อารพฺภ, ภาวนํ อารพฺภ, ภาวนมธิกิจฺจ ยา อุปฺปชฺชติ เจตนา สญฺเจตนา เจตยิตตฺตํ, อยํ วุจฺจติ ภาวนามโย ปุญฺญาภิสงฺขาโร’’ติ อยํ สงฺเขปเทสนา.
จีวราทีสุ ปน จตูสุ ปจฺจเยสุ รูปาทีสุ วา ฉสุ อารมฺมเณสุ อนฺนาทีสุ วา ทสสุ ทานวตฺถูสุ ตํ ตํ เทนฺตสฺส เตสํ อุปฺปาทนโต ปฏฺฐาย ปุพฺพภาเค, ปริจฺจาคกาเล, ปจฺฉา โสมนสฺสจิตฺเตน อนุสฺสรเณ จาติ ตีสุ กาเลสุ ปวตฺตา เจตนา ทานมยา นาม. สีลปูรณตฺถาย ปน ปพฺพชิสฺสามีติ วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส, ปพฺพชนฺตสฺส มโนรถํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ปพฺพชิโต วตมฺหิ สาธุ สาธูติ อาวชฺชนฺตสฺส, ปาติโมกฺขํ สํวรนฺตสฺส, จีวราทโย ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, อาปาถคเตสุ รูปาทีสุ จกฺขุทฺวาราทีนิ สํวรนฺตสฺส, อาชีวํ โสเธนฺตสฺส จ ปวตฺตา เจตนา สีลมยา นาม.
ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺเตน วิปสฺสนามคฺเคน ‘‘จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ภาเวนฺตสฺส…เป… มนํ. รูเป. ธมฺเม. จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… มโนวิญฺญาณํ. จกฺขุสมฺผสฺสํ…เป… มโนสมฺผสฺสํ. จกฺขุสมฺผสฺสชํ เวทนํ…เป… มโนสมฺผสฺสชํ เวทนํ. รูปสญฺญํ, ชรามรณํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ภาเวนฺตสฺส ปวตฺตา เจตนา ภาวนามยา นามา’’ติ อยํ วิตฺถารกถา.
อปุญฺโญ จ โส อภิสงฺขาโร จาติ อปุญฺญาภิสงฺขาโร. ทฺวาทสอกุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตานํ เจตนานํ เอตํ อธิวจนํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ตตฺถ กตโม อปุญฺญาภิสงฺขาโร? อกุสลเจตนา กามาวจรา, อยํ วุจฺจติ อปุญฺญาภิสงฺขาโร’’ติ. อาเนญฺชํ นิจฺจลํ สนฺตํ วิปากภูตํ อรูปเมว อภิสงฺขโรตีติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. จตุนฺนํ อรูปาวจรกุสลเจตนานํ เอตํ อธิวจนํ. ยถาห ‘‘ตตฺถ กตโม อาเนญฺชาภิสงฺขาโร? กุสลเจตนา อรูปาวจรา, อยํ วุจฺจติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโร’’ติ.
ปุคฺคลตฺติเก สตฺตวิโธ ปุริสปุคฺคโล, ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขตีติ เสกฺโข. ขีณาสโว สิกฺขิตสิกฺขตฺตา ปุน น สิกฺขิสฺสตีติ อเสกฺโข. ปุถุชฺชโน สิกฺขาหิ ปริพาหิยตฺตา เนวเสกฺโข นาเสกฺโข.
เถรตฺติเก ชาติมหลฺลโก คิหี ชาติตฺเถโร นาม. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, เถรกรณา ธมฺมา. อิธ, ภิกฺขเว, เถโร สีลวา โหติ, พหุสฺสุโต โหติ, จตุนฺนํ ฌานานํ ลาภี โหติ, อาสวานํ ขยา พหุสฺสุโต โหติ, จตุนฺนํ ฌานานํ ลาภี โหติ, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร เถรกรณา ธมฺมา’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๒). เอวํ วุตฺเตสุ ธมฺเมสุ เอเกน วา อเนเกหิ วา สมนฺนาคโต ธมฺมเถโร นาม. อญฺญตโร เถรนามโก ภิกฺขูติ เอวํ เถรนามโก วา, ยํ วา ปน มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตํ สามเณราทโย ทิสฺวา เถโร เถโรติ วทนฺติ, อยํ สมฺมุติเถโร นาม.
ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ ทานเมว ทานมยํ. ปุญฺญกิริยา จ สา เตสํ เตสํ อานิสํสานํ วตฺถุ จาติ ปุญฺญกิริยวตฺถุ. อิตเรสุปิ ทฺวีสุ เอเสว นโย. อตฺถโต ปน ปุพฺเพ วุตฺตทานมยเจตนาทิวเสเนว สทฺธึ ปุพฺพภาคอปรภาคเจตนาหิ อิมานิ ตีณิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ เวทิตพฺพานิ. เอกเมกญฺเจตฺถ ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย กาเยน กโรนฺตสฺส กายกมฺมํ โหติ. ตทตฺถํ วาจํ นิจฺฉาเรนฺตสฺส วจีกมฺมํ. กายงฺควาจงฺคํ อโจเปตฺวา มนสา จินฺเตนฺตสฺส มโนกมฺมํ. อนฺนาทีนิ เทนฺตสฺส จาปิ อนฺนทานาทีนิ เทมีติ วา ทานปารมึ อาวชฺเชตฺวา วา ทานกาเล ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ. วตฺตสีเส ฐตฺวา ททโต สีลมยํ. ขยโต วยโต สมฺมสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ททโต ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ.
อปรานิปิ สตฺต ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ อปจิติสหคตํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, เวยฺยาวจฺจสหคตํ, ปตฺตานุปฺปทานํ, ปตฺตพฺภนุโมทนํ, เทสนามยํ, สวนมยํ, ทิฏฺฐิชุคตํ ปุญฺญกิริยวตฺถูติ. ตตฺถ มหลฺลกํ ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนปตฺตจีวรปฺปฏิคฺคหณอภิวาทนมคฺคสมฺปทานาทิวเสน อปจิติสหคตํ เวทิตพฺพํ. วุฑฺฒตรานํ วตฺตปฺปฏิปตฺติกรณวเสน, คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา คาเม ภิกฺขํ สมาทเปตฺวา อุปสํหรณวเสน, ‘‘คจฺฉ ภิกฺขูนํ ปตฺตํ อาหรา’’ติ สุตฺวา เวเคน คนฺตฺวา ปตฺตาหรณาทิวเสน จ เวยฺยาวจฺจสหคตํ เวทิตพฺพํ. จตฺตาโร ปจฺจเย ทตฺวา สพฺพสตฺตานํ ปตฺติ โหตูติ ปวตฺตนวเสน ปตฺตานุปฺปทานํ เวทิตพฺพํ. ปเรหิ ทินฺนาย ปตฺติยา สาธุ สุฏฺฐูติ อนุโมทนาวเสน ปตฺตพฺภนุโมทนํ เวทิตพฺพํ. เอโก ‘‘เอวํ มํ ‘ธมฺมกถิโก’ติ ชานิสฺสนฺตี’’ติ อิจฺฉาย ฐตฺวา ลาภครุโก หุตฺวา เทเสติ, ตํ น มหปฺผลํ. เอโก อตฺตโน ปคุณธมฺมํ อปจฺจาสีสมาโน ปเรสํ เทเสติ, อิทํ เทสนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. เอโก สุณนฺโต ‘‘อิติ มํ ‘สทฺโธ’ติ ชานิสฺสนฺตี’’ติ สุณาติ, ตํ น มหปฺผลํ. เอโก ‘‘เอวํ เม มหปฺผลํ ภวิสฺสตี’’ติ หิตปฺผรเณน มุทุจิตฺเตน ธมฺมํ สุณาติ, อิทํ สวนมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ. ทิฏฺฐิชุคตํ ปน สพฺเพสํ นิยมลกฺขณํ. ยํกิญฺจิ ปุญฺญํ กโรนฺตสฺส หิ ทิฏฺฐิยา อุชุภาเวเนว มหปฺผลํ โหติ.
อิติ อิเมสํ สตฺตนฺนํ ปุญฺญกิริยวตฺถูนํ ปุริเมเหว ตีหิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. เอตฺถ หิ อปจิติเวยฺยาวจฺจานิ สีลมเย. ปตฺติทานปตฺตพฺภนุโมทนานิ ทานมเย. เทสนาสวนานิ ภาวนามเย. ทิฏฺฐิชุคตํ ตีสุปิ สงฺคหํ คจฺฉติ.
โจทนาวตฺถูนีติ โจทนาการณานิ. ทิฏฺเฐนาติ มํสจกฺขุนา วา ทิพฺพจกฺขุนา วา วีติกฺกมํ ทิสฺวา โจเทติ. สุเตนาติ ปกติโสเตน วา ทิพฺพโสเตน วา ปรสฺส สทฺทํ สุตฺวา โจเทติ. ปริสงฺกาย วาติ ทิฏฺฐปริสงฺกิเตน วา สุตปริสงฺกิเตน วา มุตปริสงฺกิเตน วา โจเทติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
กามูปปตฺติโยติ กามูปเสวนา กามปฺปฏิลาภา วา. ปจฺจุปฏฺฐิตกามาติ นิพทฺธกามา นิพทฺธารมฺมณา. เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติ ยถา มนุสฺสา. มนุสฺสา หิ นิพทฺเธเยว วตฺถุสฺมึ วสํ วตฺเตนฺติ. ยตฺถ ปฏิพทฺธจิตฺตา โหนฺติ, สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ ทตฺวา มาตุคามํ อาเนตฺวา นิพทฺธโภคํ ภุญฺชนฺติ. เอกจฺเจ เทวา นาม จตุเทวโลกวาสิโน. เตปิ นิพทฺธวตฺถุสฺมึเยว วสํ วตฺเตนฺติ. เอกจฺเจ วินิปาติกา นาม เนรยิเก ฐเปตฺวา อวเสสา มจฺฉกจฺฉปาทโยปิ หิ นิพทฺธวตฺถุสฺมึเยว วสํ วตฺเตนฺติ. มจฺโฉ อตฺตโน มจฺฉิยา กจฺฉโป กจฺฉปิยาติ. นิมฺมินิตฺวา นิมฺมินิตฺวาติ นีลปีตาทิวเสน ยาทิสํ ยาทิสํ อตฺตโน รูปํ อิจฺฉนฺติ, ตาทิสํ ตาทิสํ นิมฺมินิตฺวา อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส ปุรโต มนาปกายิกา เทวตา วิย. นิมฺมานรตีติ เอวํ สยํ นิมฺมิเต นิมฺมิเต นิมฺมาเน รติ เอเตสนฺติ นิมฺมานรตี. ปรนิมฺมิตกามาติ ปเรหิ นิมฺมิตกามา. เตสญฺหิ มนํ ญตฺวา ปเร ยถารุจิตํ กามโภคํ นิมฺมินนฺติ, เต ตตฺถ วสํ วตฺเตนฺติ. กถํ ปรสฺส มนํ ชานนฺตีติ? ปกติเสวนวเสน. ยถา หิ กุสโล สูโท รญฺโญ ภุญฺชนฺตสฺส ยํ ยํ โส พหุํ คณฺหาติ, ตํ ตํ ตสฺส รุจฺจตีติ ชานาติ, เอวํ ปกติยา อภิรุจิตารมฺมณํ ญตฺวา ตาทิสกํเยว นิมฺมินนฺติ. เต ตตฺถ วสํ วตฺเตนฺติ, เมถุนํ เสวนฺติ. เกจิ ปน เถรา ‘‘หสิตมตฺเตน โอโลกิตมตฺเตน อาลิงฺคิตมตฺเตน จ เตสํ กามกิจฺจํ อิชฺฌตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอตํ ปน นตฺถี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ. น หิ กาเยน อผุสนฺตสฺส โผฏฺฐพฺพํ กามกิจฺจํ สาเธติ. ฉนฺนมฺปิ หิ กามาวจรานํ กามา ปากติกา เอว. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ฉ เอเต กามาวจรา, สพฺพกามสมิทฺธิโน;
สพฺเพสํ เอกสงฺขาตํ, อายุ ภวติ กิตฺตก’’นฺติ. (วิภ. ๑๐๒๓);
สุขูปปตฺติโยติ สุขปฺปฏิลาภา. อุปฺปาเทตฺวา อุปฺปาเทตฺวา สุขํ วิหรนฺตีติ เต เหฏฺฐา ปฐมชฺฌานสุขํ นิพฺพตฺเตตฺวา อุปริ วิปากชฺฌานสุขํ อนุภวนฺตีติ อตฺโถ. สุเขน อภิสนฺนาติ ทุติยชฺฌานสุเขน ตินฺตา. ปริสนฺนาติ สมนฺตโต ตินฺตา. ปริปูราติ ปริปุณฺณา. ปริปฺผุฏาติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทมฺปิ วิปากชฺฌานสุขเมว สนฺธาย วุตฺตํ. อโหสุขํ อโหสุขนฺติ เตสํ กิร ภวโลโภ มหา อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา กทาจิ กรหจิ เอวํ อุทานํ อุทาเนนฺติ. สนฺตเมวาติ ปณีตเมว. ตุสิตาติ ตโต อุตฺตรึ สุขสฺส อปตฺถนโต สนฺตุฏฺฐา หุตฺวา. สุขํ ปฏิเวเทนฺตีติ ตติยชฺฌานสุขํ อนุภวนฺติ.
เสกฺขา ปญฺญาติ สตฺต อริยปญฺญา. อรหโต ปญฺญา อเสกฺขา. อวเสสา ปญฺญา เนวเสกฺขานาเสกฺขา.
จินฺตามยาทีสุ อยํ วิตฺถาโร – ‘‘ตตฺถ กตมา จินฺตามยา ปญฺญา? โยควิหิเตสุ วา กมฺมายตเนสุ โยควิหิเตสุ วา สิปฺปายตเนสุ โยควิหิเตสุ วา วิชฺชาฏฺฐาเนสุ กมฺมสฺสกตํ วา สจฺจานุโลมิกํ วา รูปํ อนิจฺจนฺติ วา…เป… วิญฺญาณํ อนิจฺจนฺติ วา ยํ เอวรูปํ อนุโลมิกํ ขนฺตึ ทิฏฺฐึ รุจึ มุตฺตึ เปกฺขํ ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ ปรโต อสุตฺวา ปฏิลภติ, อยํ วุจฺจติ จินฺตามยา ปญฺญา. ตตฺถ กตมา สุตมยา ปญฺญา? โยควิหิเตสุ วา กมฺมายตเนสุ…เป… ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ ปรโต สุตฺวา ปฏิลภติ, อยํ วุจฺจติ สุตมยา ปญฺญา. (ตตฺถ กตมา ภาวนามยา ปญฺญา?) สพฺพาปิ สมาปนฺนสฺส ปญฺญา ภาวนามยา ปญฺญา’’ติ (วิภ. ๗๖๘-๖๙).
สุตาวุธนฺติ สุตเมว อาวุธํ. ตํ อตฺถโต เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ. ตญฺหิ นิสฺสาย ภิกฺขุ ปญฺญาวุธํ นิสฺสาย สูโร โยโธ อวิกมฺปมาโน มหากนฺตารํ วิย สํสารกนฺตารํ อติกฺกมติ อวิหญฺญมาโน. เตเนว วุตฺตํ – ‘‘สุตาวุโธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวติ, สาวชฺชํ ปชหติ, อนวชฺชํ ภาเวติ, สุทฺธมตฺตานํ ปริหรตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗).
ปวิเวกาวุธนฺติ ‘‘กายวิเวโก จิตฺตวิเวโก อุปธิวิเวโก’’ติ อยํ ติวิโธปิ วิเวโกว อาวุธํ. ตสฺส นานากรณํ กายวิเวโก วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ. จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ. อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ. อิมสฺมิญฺหิ ติวิเธ วิเวเก อภิรโต, น กุโตจิ ภายติ. ตสฺมา อยมฺปิ อวสฺสยฏฺเฐน อาวุธนฺติ วุตฺโต. โลกิยโลกุตฺตรปญฺญาว อาวุธํ ปญฺญาวุธํ. ยสฺส สา อตฺถิ, โส น กุโตจิ ภายติ, น จสฺส โกจิ ภายติ. ตสฺมา สาปิ อวสฺสยฏฺเฐเนว อาวุธนฺติ วุตฺตา.
อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยนฺติ อิโต ปุพฺเพ อนญฺญาตํ อวิทิตํ ธมฺมํ ชานิสฺสามีติ ปฏิปนฺนสฺส อุปฺปนฺนํ อินฺทฺริยํ. โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. อญฺญินฺทฺริยนฺติ อญฺญาภูตํ อาชานนภูตํ อินฺทฺริยํ. โสตาปตฺติผลโต ปฏฺฐาย ฉสุ ฐาเนสุ ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. อญฺญาตาวินฺทฺริยนฺติ อญฺญาตาวีสุ ชานนกิจฺจปริโยสานปฺปตฺเตสุ ธมฺเมสุ อินฺทฺริยํ. อรหตฺตผลญาณสฺเสตํ อธิวจนํ.
มํสจกฺขุ จกฺขุปสาโท. ทิพฺพจกฺขุ อาโลกนิสฺสิตํ ญาณํ. ปญฺญาจกฺขุ โลกิยโลกุตฺตรปญฺญา.
อธิสีลสิกฺขาทีสุ อธิสีลญฺจ ตํ สิกฺขิตพฺพโต สิกฺขา จาติ อธิสีลสิกฺขา. อิตรสฺมึ ทฺวเยปิ เอเสว นโย. ตตฺถ สีลํ อธิสีลํ, จิตฺตํ อธิจิตฺตํ, ปญฺญา อธิปญฺญาติ อยํ ปเภโท เวทิตพฺโพ –
สีลํ นาม ปญฺจสีลทสสีลานิ, ปาติโมกฺขสํวโร อธิสีลํ นาม. อฏฺฐ สมาปตฺติโย จิตฺตํ, วิปสฺสนาปาทกชฺฌานํ อธิจิตฺตํ. กมฺมสฺสกตญาณํ ปญฺญา, วิปสฺสนาปญฺญา อธิปญฺญา. อนุปฺปนฺเนปิ หิ พุทฺธุปฺปาเท ปวตฺตตีติ ปญฺจสีลทสสีลานิ สีลเมว, ปาติโมกฺขสํวรสีลํ พุทฺธุปฺปาเทเยว ปวตฺตตีติ อธิสีลํ. จิตฺตปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. อปิจ นิพฺพานํ ปตฺถยนฺเตน สมาทินฺนํ ปญฺจสีลมฺปิ ทสสีลมฺปิ อธิสีลเมว. สมาปนฺนา อฏฺฐ สมาปตฺติโยปิ อธิจิตฺตเมว. สพฺพํ วา โลกิยํ สีลเมว, โลกุตฺตรํ อธิสีลํ. จิตฺตปญฺญาสุปิ เอเสว นโย.
ภาวนาสุ ขีณาสวสฺส ปญฺจทฺวาริกกาโย กายภาวนา นาม. อฏฺฐ สมาปตฺติโย จิตฺตภาวนา นาม. อรหตฺตผลปญฺญา ปญฺญาภาวนา นาม. ขีณาสวสฺส หิ เอกนฺเตเนว ปญฺจทฺวาริกกาโย สุภาวิโต โหติ. อฏฺฐ สมาปตฺติโย จสฺส น อญฺเญสํ วิย ทุพฺพลา, ตสฺเสว จ ปญฺญา ภาวิตา นาม โหติ ปญฺญาเวปุลฺลปตฺติยา. ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ.
อนุตฺตริเยสุ วิปสฺสนา ทสฺสนานุตฺตริยํ มคฺโค ปฏิปทานุสฺสริยํ. ผลํ วิมุตฺตานุตฺตริยํ. ผลํ วา ทสฺสนานุตฺตริยํ. มคฺโค ปฏิปทานุตฺตริยํ. นิพฺพานํ วิมุตฺตานุตฺตริยํ. นิพฺพานํ วา ทสฺสนานุตฺตริยํ, ตโต อุตฺตริญฺหิ ทฏฺฐพฺพํ นาม นตฺถิ. มคฺโค ปฏิปทานุตฺตริยํ. ผลํ วิมุตฺตานุตฺตริยํ. อนุตฺตริยนฺติ อุตฺตมํ เชฏฺฐกํ.
สมาธีสุ ปฐมชฺฌานสมาธิ สวิตกฺกสวิจาโร. ปญฺจกนเยน ทุติยชฺฌานสมาธิ อวิตกฺกวิจารมตฺโต. เสโส อวิตกฺกอวิจาโร.
สุญฺญตาทีสุ ติวิธา กถา อาคมนโต, สคุณโต, อารมฺมณโตติ. อาคมนโต นาม เอโก ภิกฺขุ อนตฺตโต อภินิวิสิตฺวา อนตฺตโต ทิสฺวา อนตฺตโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส วิปสฺสนา สุญฺญตา นาม โหติ. กสฺมา? อสุญฺญตตฺตการกานํ กิเลสานํ อภาวา. วิปสฺสนาคมเนน มคฺคสมาธิ สุญฺญโต นาม โหติ. มคฺคาคมเนน ผลสมาธิ สุญฺญโต นาม. อปโร อนิจฺจโต อภินิวิสิตฺวา อนิจฺจโต ทิสฺวา อนิจฺจโต วุฏฺฐาติ. ตสฺส วิปสฺสนา อนิมิตฺตา นาม โหติ. กสฺมา? นิมิตฺตการกกิเลสาภาวา. วิปสฺสนาคมเนน มคฺคสมาธิ อนิมิตฺโต นาม โหติ. มคฺคาคมเนน ผลํ อนิมิตฺตํ นาม. อปโร ทุกฺขโต อภินิวิสิตฺวา ทุกฺขโต ทิสฺวา ทุกฺขโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส วิปสฺสนา อปฺปณิหิตา นาม โหติ. กสฺมา? ปณิธิการกกิเลสาภาวา. วิปสฺสนาคมเนน มคฺคสมาธิ อปฺปณิหิโต นาม. มคฺคาคมเนน ผลํ อปฺปณิหิตํ นามาติ อยํ อาคมนโต กถา. มคฺคสมาธิ ปน ราคาทีหิ สุญฺญตตฺตา สุญฺญโต, ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวา อนิมิตฺโต, ราคปณิธิอาทีนํ อภาวา อปฺปณิหิโตติ อยํ สคุณโต กถา. นิพฺพานํ ราคาทีหิ สุญฺญตตฺตา ราคาทินิมิตฺตปณิธีนญฺจ อภาวา สุญฺญตญฺเจว อนิมิตฺตญฺจ อปฺปณิหิตญฺจ. ตทารมฺมโณ มคฺคสมาธิ สุญฺญโต อนิมิตฺโต อปฺปณิหิโต. อยํ อารมฺมณโต กถา.
โสเจยฺยานีติ สุจิภาวกรา โสเจยฺยปฺปฏิปทา ธมฺมา. วิตฺถาโร ปเนตฺถ ‘‘ตตฺถ กตมํ กายโสเจยฺยํ? ปาณาติปาตา เวรมณี’’ติอาทินา นเยน วุตฺตานํ ติณฺณํ สุจริตานํ วเสน เวทิตพฺโพ.
โมเนยฺยานีติ มุนิภาวกรา โมเนยฺยปฺปฏิปทา ธมฺมา. เตสํ วิตฺถาโร ‘‘ตตฺถ กตมํ กายโมเนยฺยํ? ติวิธกายทุจฺจริตสฺส ปหานํ กายโมเนยฺยํ, ติวิธํ กายสุจริตํ กายโมเนยฺยํ, กายารมฺมเณ ญาณํ กายโมเนยฺยํ, กายปริญฺญา กายโมเนยฺยํ, กายปริญฺญาสหคโต มคฺโค กายโมเนยฺยํ, กายสฺมึ ฉนฺทราคปฺปหานํ กายโมเนยฺยํ, กายสงฺขารนิโรธา จตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ กายโมเนยฺยํ. ตตฺถ กตมํ วจีโมเนยฺยํ? จตุพฺพิธวจีทุจฺจริตสฺส ปหานํ วจีโมเนยฺยํ, จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ วจีโมเนยฺยํ, วาจารมฺมเณ ญาณํ วจีโมเนยฺยํ วาจาปริญฺญา วจีโมเนยฺยํ ปริญฺญาสหคโต มคฺโค, วาจาย ฉนฺทราคปฺปหานํ, วจีสงฺขารนิโรธา ทุติยชฺฌานสมาปตฺติ วจีโมเนยฺยํ. ตตฺถ กตมํ มโนโมเนยฺยํ? ติวิธมโนทุจฺจริตสฺส ปหานํ มโนโมเนยฺยํ, ติวิธํ มโนสุจริตํ มโนโมเนยฺยํ, มนารมฺมเณ ญาณํ มโนโมเนยฺยํ, มโนปริญฺญา มโนโมเนยฺยํ. ปริญฺญาสหคโต มคฺโค, มนสฺมึ ฉนฺทราคปฺปหานํ, จิตฺตสงฺขารนิโรธา สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ มโนโมเนยฺย’’นฺติ (มหานิ. ๑๔).
โกสลฺเลสุ อาโยติ วุฑฺฒิ. อปาโยติ อวุฑฺฒิ. ตสฺส ตสฺส การณํ อุปาโย. เตสํ ปชานนา โกสลฺลํ. วิตฺถาโร ปน วิภงฺเค วุตฺโตเยว.
วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตตฺถ กตมํ อายโกสลฺลํ? อิเม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว อกุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ. อิเม วา ปน เม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตนฺตีติ, ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา…เป… สมฺมาทิฏฺฐิ. อิทํ วุจฺจติ อายโกสลฺลํ. ตตฺถ กตมํ อปายโกสลฺลํ? อิเม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ. อิเม วา ปน เม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตนฺตีติ, ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา…เป… สมฺมาทิฏฺฐิ. อิทํ วุจฺจติ อปายโกสลฺลํ. สพฺพาปิ ตตฺรุปายา ปญฺญา อุปายโกสลฺล’’นฺติ (วิภ. ๗๗๑). อิทํ ปน อจฺจายิกกิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนตฺถํ ฐานุปฺปตฺติยา การณชานนวเสเนว เวทิตพฺพํ.
มทาติ มชฺชนาการวเสน ปวตฺตมานา. เตสุ ‘‘อหํ นิโรโค สฏฺฐิ วา สตฺตติ วา วสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ, น เม หรีตกีขณฺฑมฺปิ ขาทิตปุพฺพํ, อิเม ปนญฺเญ อสุกํ นาม ฐานํ รุชฺชติ, เภสชฺชํ ขาทามาติ วิจรนฺติ, โก อญฺโญ มาทิโส นิโรโค นามา’’ติ เอวํ มานกรณํ อาโรคฺยมโท. ‘‘มหลฺลกกาเล ปุญฺญํ กริสฺสาม, ทหรมฺห ตาวา’’ติ โยพฺพเน ฐตฺวา มานกรณํ โยพฺพนมโท. ‘‘จิรํ ชีวึ, จิรํ ชีวามิ, จิรํ ชีวิสฺสามิ; สุขํ ชีวึ, สุขํ ชีวามิ, สุขํ ชีวิสฺสามี’’ติ เอวํ มานกรณํ ชีวิตมโท.
อาธิปเตยฺเยสุ อธิปติโต อาคตํ อาธิปเตยฺยํ. ‘‘เอตฺตโกมฺหิ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา, น เม เอตํ ปติรูป’’นฺติ เอวํ อตฺตานํ อธิปตฺตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปาปสฺส อกรณํ อตฺตาธิปเตยฺยํ นาม. โลกํ อธิปตึ กตฺวา อกรณํ โลกาธิปเตยฺยํ นาม. โลกุตฺตรธมฺมํ อธิปตึ กตฺวา อกรณํ ธมฺมาธิปเตยฺยํ นาม.
กถาวตฺถูนีติ กถาการณานิ. อตีตํ วา อทฺธานนฺติ อตีตํ ธมฺมํ, อตีตกฺขนฺเธติ อตฺโถ. อปิจ ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, รูปํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ, ‘อโหสี’ติ ตสฺส สงฺขา, ‘อโหสี’ติ ตสฺส ปญฺญตฺติ ‘อโหสี’ติ ตสฺส สมญฺญา, น ตสฺส สงฺขา ‘อตฺถี’ติ, น ตสฺส สงฺขา ‘ภวิสฺสตี’ติ (สํ. นิ. ๓.๖๒) เอวํ อาคเตน นิรุตฺติปถสุตฺเตนเปตฺถ อตฺโถ ทีเปตพฺโพ.
วิชฺชาติ ตมวิชฺฌนฏฺเฐน วิชฺชา. วิทิตกรณฏฺเฐนาปิ วิชฺชา. ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณญฺหิ อุปฺปชฺชมานํ ปุพฺเพนิวาสํ ฉาเทตฺวา ฐิตํ ตมํ วิชฺฌติ, ปุพฺเพนิวาสญฺจ วิทิตํ กโรตีติ วิชฺชา. จุตูปปาตญาณํ จุติปฏิสนฺธิจฺฉาทกํ ตมํ วิชฺฌติ, ตญฺจ วิทิตํ กโรตีติ วิชฺชา. อาสวานํ ขเย ญาณํ จตุสจฺจจฺฉาทกํ ตมํ วิชฺฌติ, จตุสจฺจธมฺมญฺจ วิทิตํ กโรตีติ วิชฺชา.
วิหาเรสุ อฏฺฐ สมาปตฺติโย ทิพฺโพ วิหาโร. จตสฺโส อปฺปมญฺญา พฺรหฺมา วิหาโร. ผลสมาปตฺติ อริโย วิหาโร.
ปาฏิหาริยานิ เกวฏฺฏสุตฺเต วิตฺถาริตาเนว.
‘‘อิเม โข, อาวุโส’’ติอาทีสุ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. อิติ สมสฏฺฐิยา ติกานํ วเสน อสีติสตปเญฺห กเถนฺโต เถโร สามคฺคิรสํ ทสฺเสสีติ.
ติกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุกฺกวณฺณนา
๓๐๖. อิติ ติกวเสน สามคฺคิรสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ จตุกฺกวเสน ทสฺเสตุํ ปุน เทสนํ อารภิ. ตตฺถ ‘‘สติปฏฺฐานจตุกฺกํ’’ ปุพฺเพ วิตฺถาริตเมว.
สมฺมปฺปธานจตุกฺเก ฉนฺทํ ชเนตีติ ‘‘โย ฉนฺโท ฉนฺทิกตา กตฺตุกมฺยตา กุสโล ธมฺมจฺฉนฺโท’’ติ เอวํ วุตฺตํ กตฺตุกมฺยตํ ชเนติ. วายมตีติ วายามํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ วีริยํ ชเนติ. จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ จิตฺตํ อุปตฺถมฺเภติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สมฺมปฺปธานวิภงฺเค อาคโตเยว.
อิทฺธิปาเทสุ ฉนฺทํ นิสฺสาย ปวตฺโต สมาธิ ฉนฺทสมาธิ. ปธานภูตา สงฺขารา ปธานสงฺขารา. สมนฺนาคตนฺติ เตหิ ธมฺเมหิ อุเปตํ. อิทฺธิยา ปาทํ, อิทฺธิภูตํ วา ปาทนฺติ อิทฺธิปาทํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน อิทฺธิปาทวิภงฺเค อาคโต เอว. วิสุทฺธิมคฺเค ปนสฺส อตฺโถ ทีปิโต. ฌานกถาปิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตาว.
๓๐๗. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารายาติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว สุขวิหารตฺถาย. อิธ ผลสมาปตฺติฌานานิ, ขีณาสวสฺส อปรภาเค นิพฺพตฺติตฌานานิ จ กถิตานิ.
อาโลกสญฺญํ มนสิกโรตีติ ทิวา วา รตฺตึ วา สูริยจนฺทปชฺโชตมณิอาทีนํ อาโลกํ อาโลโกติ มนสิกโรติ. ทิวาสญฺญํ อธิฏฺฐาตีติ เอวํ มนสิ กตฺวา ทิวาติสญฺญํ ฐเปติ. ยถา ทิวา ตถา รตฺตินฺติ ยถา ทิวา ทิฏฺโฐ อาโลโก, ตเถว ตํ รตฺตึ มนสิกโรติ. ยถา รตฺตึ ตถา ทิวาติ ยถา รตฺตึ อาโลโก ทิฏฺโฐ, เอวเมว ทิวา มนสิกโรติ. อิติ วิวเฏน เจตสาติ เอวํ อปิหิเตน จิตฺเตน. อปริโยนทฺเธนาติ สมนฺตโต อนทฺเธน. สปฺปภาสนฺติ สโอภาสํ. ญาณทสฺสนปฏิลาภายาติ ญาณทสฺสนปฏิลาภตฺถาย. อิมินา กึ กถิตํ? มิทฺธวิโนทนอาโลโก กถิโต ปริกมฺมอาโลโก วา. อิมินา กึ กถิตํ โหติ? ขีณาสวสฺส ทิพฺพจกฺขุญาณํ. ตสฺมึ วา อาคเตปิ อนาคเตปิ ปาทกชฺฌานสมาปตฺติเมว สนฺธาย ‘‘สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวตี’’ติ วุตฺตํ.
สติสมฺปชญฺญายาติ สตฺตฏฺฐานิกสฺส สติสมฺปชญฺญสฺส อตฺถาย. วิทิตา เวทนา อุปฺปชฺชนฺตีติอาทีสุ ขีณาสวสฺส วตฺถุ วิทิตํ โหติ อารมฺมณํ วิทิตํ วตฺถารมฺมณํ วิทิตํ. วตฺถารมฺมณวิทิตตาย เอวํ เวทนา อุปฺปชฺชนฺติ, เอวํ ติฏฺฐนฺติ, เอวํ นิรุชฺฌนฺติ. น เกวลญฺจ เวทนา เอว อิธ วุตฺตา สญฺญาทโยปิ, อวุตฺตา เจตนาทโยปิ, วิทิตา จ อุปฺปชฺชนฺติ เจว ติฏฺฐนฺติ จ นิรุชฺฌนฺติ จ. อปิ จ เวทนาย อุปฺปาโท วิทิโต โหติ, อุปฏฺฐานํ วิทิตํ โหติ. อวิชฺชาสมุทยา เวทนาสมุทโย, ตณฺหาสมุทยา กมฺมสมุทโย, ผสฺสสมุทยา เวทนายสมุทโย. นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ เวทนากฺขนฺธสฺส สมุทยํ ปสฺสติ. เอวํ เวทนาย อุปฺปาโท วิทิโต โหติ. กถํ เวทนาย อุปฏฺฐานํ วิทิตํ โหติ? อนิจฺจโต มนสิกโรโต ขยตูปฏฺฐานํ วิทิตํ โหติ. ทุกฺขโต มนสิกโรโต ภยตูปฏฺฐานํ วิทิตํ โหติ. อนตฺตโต มนสิกโรโต สุญฺญตูปฏฺฐานํ วิทิตํ โหติ. เอวํ เวทนาย อุปฏฺฐานํ วิทิตํ โหติ, ขยโต ภยโต สุญฺญโต ชานาติ. กถํ เวทนาย อตฺถงฺคโม วิทิโต โหติ? อวิชฺชานิโรธา เวทนานิโรโธ.…เป… เอวํ เวทนาย อตฺถงฺคโม วิทิโต โหติ. อิมินาปิ นเยเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อิติ รูปนฺติอาทิ วุตฺตนยเมว. อยํ อาวุโส สมาธิภาวนาติ อยํ อาสวานํ ขยญาณสฺส ปาทกชฺฌานสมาธิภาวนา.
๓๐๘. อปฺปมญฺญาติ ปมาณํ อคเหตฺวา อนวเสสผรณวเสน อปฺปมญฺญาว. อนุปทวณฺณนา ปน ภาวนาสมาธิวิธานญฺจ เอตาสํ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตเมว. อรูปกถาปิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตาว.
อปสฺเสนานีติ อปสฺสยานิ. สงฺขายาติ ญาเณน ญตฺวา. ปฏิเสวตีติ ญาเณน ญตฺวา เสวิตพฺพยุตฺตกเมว เสวติ. ตสฺส จ วิตฺถาโร ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปริภุญฺชตี’’ติอาทินา นเยน เวทิตพฺโพ. สงฺขาเยกํ อธิวาเสตีติ ญาเณน ญตฺวา อธิวาเสตพฺพยุตฺตกเมว อธิวาเสติ. วิตฺถาโร ปเนตฺถ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส ขโม โหติ สีตสฺสา’’ติอาทินา นเยน เวทิตพฺโพ. ปริวชฺเชตีติ ญาเณน ญตฺวา ปริวชฺเชตุํ ยุตฺตเมว ปริวชฺเชติ. ตสฺส วิตฺถาโร ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชตี’’ติอาทินา นเยน เวทิตพฺโพ. วิโนเทตีติ ญาเณน ญตฺวา วิโนเทตพฺพเมว วิโนเทติ, นุทติ นีหรติ อนฺโต ปวิสิตุํ น เทติ. ตสฺส วิตฺถาโร ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา นเยน เวทิตพฺโพ.