๑๑. ทสุตฺตรสุตฺตวณฺณนา
๓๕๐. เอวํ เม สุตนฺติ ทสุตฺตรสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา – อาวุโส ภิกฺขเวติ สาวกานํ อาลปนเมตํ. พุทฺธา หิ ปริสํ อามนฺตยมานา ‘ภิกฺขเว’ติ วทนฺติ. สาวกา สตฺถารํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐเปสฺสามาติ สตฺถุ อาลปเนน อนาลปิตฺวา อาวุโสติ อาลปนฺติ. เต ภิกฺขูติ เต ธมฺมเสนาปตึ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา ภิกฺขู. เก ปน เต ภิกฺขูติ? อนิพทฺธวาสา ทิสาคมนียา ภิกฺขู. พุทฺธกาเล เทฺว วาเร ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ – อุปกฏฺฐวสฺสูปนายิกกาเล จ ปวารณกาเล จ. อุปกฏฺฐวสฺสูปนายิกาย ทสปิ วีสติปิ ตึสมฺปิ จตฺตาลีสมฺปิ ปญฺญาสมฺปิ ภิกฺขู วคฺคา วคฺคา กมฺมฏฺฐานตฺถาย อาคจฺฉนฺติ. ภควา เตหิ สทฺธึ สมฺโมทิตฺวา กสฺมา, ภิกฺขเว, อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย วิจรถาติ ปุจฺฉติ. อถ เต ‘‘ภควา กมฺมฏฺฐานตฺถํ อาคตมฺห, กมฺมฏฺฐานํ โน เทถา’’ติ ยาจนฺติ.
สตฺถา เตสํ จริยวเสน ราคจริตสฺส อสุภกมฺมฏฺฐานํ เทติ. โทสจริตสฺส เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ, โมหจริตสฺส อุทฺเทโส ปริปุจฺฉา – ‘กาเลน ธมฺมสฺสวนํ, กาเลน ธมฺมสากจฺฉา, อิทํ ตุยฺหํ สปฺปาย’นฺติ อาจิกฺขติ. วิตกฺกจริตสฺส อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ เทติ. สทฺธาจริตสฺส ปสาทนียสุตฺตนฺเต พุทฺธสุโพธึ ธมฺมสุธมฺมตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติญฺจ ปกาเสติ. ญาณจริตสฺส อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺเต คมฺภีเร สุตฺตนฺเต กเถติ. เต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สเจ สปฺปายํ โหติ, ตตฺเถว วสนฺติ. โน เจ โหติ, สปฺปายํ เสนาสนํ ปุจฺฉิตฺวา คจฺฉนฺติ. เต ตตฺถ วสนฺตา เตมาสิกํ ปฏิปทํ คเหตฺวา ฆเฏตฺวา วายมนฺตา โสตาปนฺนาปิ โหนฺติ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ อรหนฺโตปิ.
ตโต วุตฺถวสฺสา ปวาเรตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ภควา อหํ ตุมฺหากํ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต…เป… อหํ อคฺคผลํ อรหตฺต’’นฺติ ปฏิลทฺธคุณํ อาโรเจนฺติ. ตตฺถ อิเม ภิกฺขู อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย อาคตา. เอวํ อาคนฺตฺวา คจฺฉนฺเต ปน ภิกฺขู ภควา อคฺคสาวกานํ สนฺติกํ เปเสติ, ยถาห ‘‘อปโลเกถ ปน, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน’’ติ. ภิกฺขู จ วทนฺติ ‘‘กึ นุ โข มยํ, ภนฺเต, อปโลเกม สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน’’ติ (สํ. นิ. ๓.๒). อถ เน ภควา เตสํ ทสฺสเน อุยฺโยเชสิ. ‘‘เสวถ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน; ภชถ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน. ปณฺฑิตา ภิกฺขู อนุคฺคาหกา สพฺรหฺมจารีนํ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ชเนตา เอวํ สาริปุตฺโต. เสยฺยถาปิ ชาตสฺส อาปาเทตา เอวํ โมคฺคลฺลาโน. สาริปุตฺโต, ภิกฺขเว, โสตาปตฺติผเล วิเนติ, โมคฺคลฺลาโน อุตฺตมตฺเถ’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๗๑).
ตทาปิ ภควา อิเมหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ อาสยํ อุปปริกฺขนฺโต ‘‘อิเม ภิกฺขู สาวกวิเนยฺยา’’ติ อทฺทส. สาวกวิเนยฺยา นาม เย พุทฺธานมฺปิ ธมฺมเทสนาย พุชฺฌนฺติ สาวกานมฺปิ. พุทฺธวิเนยฺยา ปน สาวกา โพเธตุํ น สกฺโกนฺติ. สาวกวิเนยฺยภาวํ ปน เอเตสํ ญตฺวา กตรสฺส ภิกฺขุโน เทสนาย พุชฺฌิสฺสนฺตีติ โอโลเกนฺโต สาริปุตฺตสฺสาติ ทิสฺวา เถรสฺส สนฺติกํ เปเสสิ. เถโร เต ภิกฺขู ปุจฺฉิ ‘‘สตฺถุ สนฺติกํ คตตฺถ อาวุโส’’ติ. ‘‘อาม, คตมฺห สตฺถารา ปน อเมฺห ตุมฺหากํ สนฺติกํ เปสิตา’’ติ. ตโต เถโร ‘‘อิเม ภิกฺขู มยฺหํ เทสนาย พุชฺฌิสฺสนฺติ, กีทิสี นุ โข เตสํ เทสนา วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตนฺโต ‘‘อิเม ภิกฺขู สมคฺคารามา, สามคฺคิรสสฺส ทีปิกา เนสํ เทสนา วฏฺฏตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ตถารูปํ เทสนํ เทเสตุกาโม ทสุตฺตรํ ปวกฺขามีติอาทิมาห. ตตฺถ ทสธา มาติกํ ฐเปตฺวา วิภตฺโตติ ทสุตฺตโร, เอกกโต ปฏฺฐาย ยาว ทสกา คโตติปิ ทสุตฺตโร, เอเกกสฺมึ ปพฺเพ ทส ทส ปญฺหา วิเสสิตาติปิ ทสุตฺตโร, ตํ ทสุตฺตรํ. ปวกฺขามีติ กเถสฺสามิ. ธมฺมนฺติ สุตฺตํ. นิพฺพานปตฺติยาติ นิพฺพานปฏิลาภตฺถาย. ทุกฺขสฺสนฺตกิริยายาติ สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ปริยนฺตกรณตฺถํ. สพฺพคนฺถปฺปโมจนนฺติ อภิชฺฌากายคนฺถาทีนํ สพฺพคนฺถานํ ปโมจนํ.
อิติ เถโร เทสนํ อุจฺจํ กโรนฺโต ภิกฺขูนํ ตตฺถ เปมํ ชเนนฺโต เอวเมตํ อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ ธาเรตพฺพํ วาเจตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ จตูหิ ปเทหิ วณฺณํ กเถสิ, ‘‘เอกายโน อยํ, ภิกฺขเว, มคฺโค’’ติอาทินา นเยน เตสํ เตสํ สุตฺตานํ ภควา วิย.
เอกธมฺมวณฺณนา
๓๕๑. (ก) ตตฺถ พหุกาโรติ พหูปกาโร.
(ข) ภาเวตพฺโพติ วฑฺเฒตพฺโพ.
(ค) ปริญฺเญยฺโยติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตพฺโพ.
(ฆ) ปหาตพฺโพติ ปหานานุปสฺสนาย ปชหิตพฺโพ.
(ง) หานภาคิโยติ อปายคามิปริหานาย สํวตฺตนโก.
(จ) วิเสสภาคิโยติ วิเสสคามิวิเสสาย สํวตฺตนโก.
(ฉ) ทุปฺปฏิวิชฺโฌติ ทุปฺปจฺจกฺขกโร.
(ช) อุปฺปาเทตพฺโพติ นิปฺผาเทตพฺโพ.
(ฌ) อภิญฺเญยฺโยติ ญาตปริญฺญาย อภิชานิตพฺโพ.
(ญ) สจฺฉิกาตพฺโพติ ปจฺจกฺขํ กาตพฺโพ.
เอวํ สพฺพตฺถ มาติกาสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิติ อายสฺมา สาริปุตฺโต ยถา นาม ทกฺโข เวฬุกาโร สมฺมุขีภูตํ เวฬุํ เฉตฺวา นิคฺคณฺฐึ กตฺวา ทสธา ขณฺเฑ กตฺวา เอกเมกํ ขณฺฑํ หีรํ หีรํ กโรนฺโต ผาเลติ, เอวเมว เตสํ ภิกฺขูนํ สปฺปายํ เทสนํ อุปปริกฺขิตฺวา ทสธา มาติกํ ฐเปตฺวา เอเกกโกฏฺฐาเส เอเกกปทํ วิภชนฺโต ‘‘กตโม เอโก ธมฺโม พหุกาโร, อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสูติ’’ติอาทินา นเยน เทสนํ วิตฺถาเรตุํ อารทฺโธ.
ตตฺถ อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสูติ สพฺพตฺถกํ อุปการกํ อปฺปมาทํ กเถสิ. อยญฺหิ อปฺปมาโท นาม สีลปูรเณ, อินฺทฺริยสํวเร, โภชเน มตฺตญฺญุตาย, ชาคริยานุโยเค, สตฺตสุ สทฺธมฺเมสุ, วิปสฺสนาคพฺภํ คณฺหาปเน, อตฺถปฏิสมฺภิทาทีสุ, สีลกฺขนฺธาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺเธสุ, ฐานาฏฺฐาเนสุ, มหาวิหารสมาปตฺติยํ, อริยสจฺเจสุ, สติปฏฺฐานาทีสุ, โพธิปกฺขิเยสุ, วิปสฺสนาญาณาทีสุ อฏฺฐสุ วิชฺชาสูติ สพฺเพสุ อนวชฺชฏฺเฐน กุสเลสุ ธมฺเมสุ พหูปกาโร.
เตเนว นํ ภควา ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา…เป… ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพเต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา, อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๓๙) นเยน หตฺถิปทาทีหิ โอปมฺเมหิ โอปเมนฺโต สํยุตฺตนิกาเย อปฺปมาทวคฺเค นานปฺปการํ โถเมติ. ตํ สพฺพํ เอกปเทเนว สงฺคเหตฺวา เถโร อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสูติ อาห. ธมฺมปเท อปฺปมาทวคฺเคนาปิสฺส พหูปการตา ทีเปตพฺพา. อโสกวตฺถุนาปิ ทีเปตพฺพา –
(ก) อโสกราชา หิ นิโคฺรธสามเณรสฺส ‘‘อปฺปมาโท อมตปท’’นฺติ คาถํ สุตฺวา เอว ‘‘ติฏฺฐ, ตาต, มยฺหํ ตยา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ กถิต’’นฺติ สามเณเร ปสีทิตฺวา จตุราสีติวิหารสหสฺสานิ กาเรสิ. อิติ ถามสมฺปนฺเนน ภิกฺขุนา อปฺปมาทสฺส พหูปการตา ตีหิ ปิฏเกหิ ทีเปตฺวา กเถตพฺพา. ยํกิญฺจิ สุตฺตํ วา คาถํ วา อปฺปมาททีปนตฺถํ อาหรนฺโต ‘‘อฏฺฐาเน ฐตฺวา อาหรสิ, อติตฺเถน ปกฺขนฺโท’’ติ น วตฺตพฺโพ. ธมฺมกถิกสฺเสเวตฺถ ถาโม จ พลญฺจ ปมาณํ.
(ข) กายคตาสตีติ อานาปานํ จตุอิริยาปโถ สติสมฺปชญฺญํ ทฺวตฺตึสากาโร จตุธาตุววตฺถานํ ทส อสุภา นว สิวถิกา จุณฺณิกมนสิกาโร เกสาทีสุ จตฺตาริ รูปชฺฌานานีติ เอตฺถ อุปฺปนฺนสติยา เอตํ อธิวจนํ. สาตสหคตาติ ฐเปตฺวา จตุตฺถชฺฌานํ อญฺญตฺถ สาตสหคตา โหติ สุขสมฺปยุตฺตา, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
(ค) สาสโว อุปาทานิโยติ อาสวานญฺเจว อุปาทานานญฺจ ปจฺจยภูโต. อิติ เตภูมกธมฺมเมว นิยเมติ.
(ฆ) อสฺมิมาโนติ รูปาทีสุ อสฺมีติ มาโน.
(ง) อโยนิโส มนสิกาโรติ อนิจฺเจ นิจฺจนฺติอาทินา นเยน ปวตฺโต อุปฺปถมนสิกาโร.
(จ) วิปริยาเยน โยนิโส มนสิกาโร เวทิตพฺโพ.
(ฉ) อานนฺตริโก เจโตสมาธีติ อญฺญตฺถ มคฺคานนฺตรํ ผลํ อานนฺตริโก เจโตสมาธิ นาม. อิธ ปน วิปสฺสนานนฺตโร มคฺโค วิปสฺสนาย วา อนนฺตรตฺตา อตฺตโน วา อนนฺตรํ ผลทายกตฺตา อานนฺตริโก เจโตสมาธีติ อธิปฺเปโต.
(ช) อกุปฺปํ ญาณนฺติ อญฺญตฺถ ผลปญฺญา อกุปฺปญาณํ นาม. อิธ ปจฺจเวกฺขณปญฺญา อธิปฺเปตา.
(ฌ) อาหารฏฺฐิติกาติ ปจฺจยฏฺฐิติกา. อยํ เอโก ธมฺโมติ เยน ปจฺจเยน ติฏฺฐนฺติ, อยํ เอโก ธมฺโม ญาตปริญฺญาย อภิญฺเญยฺโย.
(ญ) อกุปฺปา เจโตวิมุตฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติ.
อิมสฺมึ วาเร อภิญฺญาย ญาตปริญฺญา กถิตา. ปริญฺญาย ตีรณปริญฺญา. ปหาตพฺพสจฺฉิกาตพฺเพหิ ปหานปริญฺญา. ทุปฺปฏิวิชฺโฌติ เอตฺถ ปน มคฺโค กถิโต. สจฺฉิกาตพฺโพติ ผลํ กถิตํ, มคฺโค เอกสฺมึเยว ปเท ลพฺภติ. ผลํ ปน อเนเกสุปิ ลพฺภติเยว.
ภูตาติ สภาวโต วิชฺชมานา. ตจฺฉาติ ยาถาวา. ตถาติ ยถา วุตฺตา ตถาสภาวา. อวิตถาติ ยถา วุตฺตา น ตถา น โหนฺติ. อนญฺญถาติ วุตฺตปฺปการโต น อญฺญถา. สมฺมา ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธาติ ตถาคเตน โพธิปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา เหตุนา การเณน สยเมว อภิสมฺพุทฺธา ญาตา วิทิตา สจฺฉิกตา. อิมินา เถโร ‘‘อิเม ธมฺมา ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา, อหํ ปน ตุมฺหากํ รญฺโญ เลขวาจกสทิโส’’ติ ชินสุตฺตํ ทสฺเสนฺโต โอกปฺปนํ ชเนสิ.
เอกธมฺมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เทฺวธมฺมวณฺณนา
๓๕๒. (ก) อิเม เทฺว ธมฺมา พหุการาติ อิเม เทฺว สติสมฺปชญฺญา ธมฺมา สีลปูรณาทีสุ อปฺปมาโท วิย สพฺพตฺถ อุปการกา หิตาวหา.
(ข) สมโถ จ วิปสฺสนา จาติ อิเม เทฺว สงฺคีติสุตฺเต โลกิยโลกุตฺตรา กถิตา. อิมสฺมึ ทสุตฺตรสุตฺเต ปุพฺพภาคา กถิตา.
(ฉ) สตฺตานํ สํกิเลสาย สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ อโยนิโส มนสิกาโร เหตุ เจว ปจฺจโย จ สตฺตานํ สํกิเลสาย, โยนิโส มนสิกาโร วิสุทฺธิยา. ตถา โทวจสฺสตา ปาปมิตฺตตา สํกิเลสาย; โสวจสฺสตา กลฺยาณมิตฺตตา วิสุทฺธิยา. ตถา ตีณิ อกุสลมูลานิ; ตีณิ กุสลมูลานิ. จตฺตาโร โยคา จตฺตาโร วิสํโยคา. ปญฺจ เจโตขิลา ปญฺจินฺทฺริยานิ. ฉ อคารวา ฉ คารวา. สตฺต อสทฺธมฺมา สตฺต สทฺธมฺมา. อฏฺฐ กุสีตวตฺถูนิ อฏฺฐ อารมฺภวตฺถูนิ. นว อาฆาตวตฺถูนิ นว อาฆาตปฺปฏิวินยา. ทส อกุสลกมฺมปถา ทส กุสลกมฺมปถาติ เอวํ ปเภทา อิเม เทฺว ธมฺมา ทุปฺปฏิวิชฺฌาติ เวทิตพฺพา.
(ฌ) สงฺขตา ธาตูติ ปจฺจเยหิ กตา ปญฺจกฺขนฺธา. อสงฺขตา ธาตูติ ปจฺจเยหิ อกตํ นิพฺพานํ.
(ญ) วิชฺชา จ วิมุตฺติ จาติ เอตฺถ วิชฺชาติ ติสฺโส วิชฺชา. วิมุตฺตีติ อรหตฺตผลํ.
อิมสฺมึ วาเร อภิญฺญาทีนิ เอกกสทิสาเนว, อุปฺปาเทตพฺพปเท ปน มคฺโค กถิโต, สจฺฉิกาตพฺพปเท ผลํ.
เทฺวธมฺมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตโยธมฺมวณฺณนา
๓๕๓. (ฉ) กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺมนฺติ เอตฺถ เนกฺขมฺมนฺติ อนาคามิมคฺโค อธิปฺเปโต. โส หิ สพฺพโส กามานํ นิสฺสรณํ. รูปานํ นิสฺสรณํ ยทิทํ อารุปฺปนฺติ เอตฺถ อารุปฺเปปิ อรหตฺตมคฺโค. ปุน อุปฺปตฺตินิวารณโต สพฺพโส รูปานํ นิสฺสรณํ นาม. นิโรโธ ตสฺส นิสฺสรณนฺติ อิธ อรหตฺตผลํ นิโรโธติ อธิปฺเปตํ. อรหตฺตผเลน หิ นิพฺพาเน ทิฏฺเฐ ปุน อายตึ สพฺพสงฺขารา น โหนฺตีติ อรหตฺตํ สงฺขตนิโรธสฺส ปจฺจยตฺตา นิโรโธติ วุตฺตํ.
(ช) อตีตํเส ญาณนฺติ อตีตํสารมฺมณํ ญาณํ อิตเรสุปิ เอเสว นโย.
อิมสฺมิมฺปิ วาเร อภิญฺญาทโย เอกกสทิสาว. ทุปฺปฏิวิชฺฌปเท ปน มคฺโค กถิโต, สจฺฉิกาตพฺเพ ผลํ.
ตโยธมฺมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตฺตาโรธมฺมวณฺณนา
๓๕๔. (ก) จตฺตาริ จกฺกานีติ เอตฺถ จกฺกํ นาม ทารุจกฺกํ, รตนจกฺกํ, ธมฺมจกฺกํ, อิริยาปถจกฺกํ, สมฺปตฺติจกฺกนฺติ ปญฺจวิธํ. ตตฺถ ‘‘ยํ ปนิทํ สมฺม, รถการ, จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ, ฉารตฺตูเนหี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๕) อิทํ ทารุจกฺกํ. ‘‘ปิตรา ปวตฺติตํ จกฺกํ อนุปฺปวตฺเตตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๓๒) อิทํ รตนจกฺกํ. ‘‘ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๓๙๙) อิทํ ธมฺมจกฺกํ. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) อิทํ อิริยาปถจกฺกํ. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ ปวตฺตตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๑) อิทํ สมฺปตฺติจกฺกํ. อิธาปิ เอตเทว อธิปฺเปตํ.
ปติรูปเทสวาโสติ ยตฺถ จตสฺโส ปริสา สนฺทิสฺสนฺติ, เอวรูเป อนุจฺฉวิเก เทเส วาโส. สปฺปุริสูปนิสฺสโยติ พุทฺธาทีนํ สปฺปุริสานํ อวสฺสยนํ เสวนํ ภชนํ. อตฺตสมฺมาปณิธีติ อตฺตโน สมฺมา ฐปนํ, สเจ ปน ปุพฺเพ อสฺสทฺธาทีหิ สมนฺนาคโต โหติ, ตานิ ปหาย สทฺธาทีสุ ปติฏฺฐาปนํ. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาติ ปุพฺเพ อุปจิตกุสลตา. อิทเมเวตฺถ ปมาณํ. เยน หิ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน กุสลํ กตํ โหติ, ตเทว กุสลํ ตํ ปุริสํ ปติรูปเทเส อุปเนติ, สปฺปุริเส ภชาเปสิ. โส เอว จ ปุคฺคโล อตฺตานํ สมฺมา ฐเปติ. จตูสุ อาหาเรสุ ปฐโม โลกิโยว. เสสา ปน ตโย สงฺคีติสุตฺเต โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตา. อิธ ปุพฺพภาเค โลกิยา.
(จ) กามโยควิสํโยคาทโย อนาคามิมคฺคาทิวเสน เวทิตพฺพา.
(ฉ) หานภาคิยาทีสุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี กามสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ หานภาคิโย สมาธิ. ตทนุธมฺมตา สติ สนฺติฏฺฐติ ฐิติภาคิโย สมาธิ. วิตกฺกสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ วิเสสภาคิโย สมาธิ. นิพฺพิทาสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ วิราคูปสญฺหิโต นิพฺเพธภาคิโย สมาธีติ อิมินา นเยน สพฺพสมาปตฺติโย วิตฺถาเรตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. วิสุทฺธิมคฺเค ปนสฺส วินิจฺฉยกถา กถิตาว.
อิมสฺมิมฺปิ วาเร อภิญฺญาทีนิ เอกกสทิสาเนว. อภิญฺญาปเท ปเนตฺถ มคฺโค กถิโต. สจฺฉิกาตพฺพปเท ผลํ.
จตฺตาโรธมฺมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจธมฺมวณฺณนา
๓๕๕. (ข) ปีติผรณตาทีสุ ปีตึ ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ ทฺวีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา ปีติผรณตา นาม. สุขํ ผรมานํ อุปฺปชฺชตีติ ตีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา สุขผรณตา นาม. ปเรสํ เจโต ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ เจโตปริยปญฺญา เจโตผรณตา นาม. อาโลกผรเณ อุปฺปชฺชตีติ ทิพฺพจกฺขุปญฺญา อาโลกผรณตา นาม. ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปจฺจเวกฺขณนิมิตฺตํ นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ทฺวีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา ปีติผรณตา, ตีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา สุขผรณตา. ปรจิตฺเต ปญฺญา เจโตผรณตา, ทิพฺพจกฺขุ อาโลกผรณตา. ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐิตสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปจฺจเวกฺขณนิมิตฺต’’นฺติ (วิภ. ๘๐๔).
ตตฺถ ปีติผรณตา สุขผรณตา เทฺว ปาทา วิย. เจโตผรณตา อาโลกผรณตา เทฺว หตฺถา วิย. อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ มชฺฌิมกาโย วิย. ปจฺจเวกฺขณนิมิตฺตํ สีสํ วิย. อิติ อายสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโร ปญฺจงฺคิกํ สมฺมาสมาธึ องฺคปจฺจงฺคสมฺปนฺนํ ปุริสํ กตฺวา ทสฺเสสิ.
(ช) อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจ วาติอาทีสุ อรหตฺตผลสมาธิ อธิปฺเปโต. โส หิ อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ สุขตฺตา ปจฺจุปฺปนฺนสุโข. ปุริโม ปุริโม ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส สมาธิสุขสฺส ปจฺจยตฺตา อายตึ สุขวิปาโก.
กิเลเสหิ อารกตฺตา อริโย. กามามิสวฏฺฏามิสโลกามิสานํ อภาวา นิรามิโส. พุทฺธาทีหิ มหาปุริเสหิ เสวิตตฺตา อกาปุริสเสวิโต. องฺคสนฺตตาย อารมฺมณสนฺตตาย สพฺพกิเลสทรถสนฺตตาย จ สนฺโต. อตปฺปนียฏฺเฐน ปณีโต. กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ลทฺธตฺตา กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิภาวํ วา ลทฺธตฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธลทฺโธ. ปฏิปฺปสฺสทฺธํ ปฏิปฺปสฺสทฺธีติ หิ อิทํ อตฺถโต เอกํ. ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลเสน วา อรหตา ลทฺธตฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธลทฺโธ. เอโกทิภาเวน อธิคตตฺตา เอโกทิภาวเมว วา อธิคตตฺตา เอโกทิภาวาธิคโต. อปฺปคุณสาสวสมาธิ วิย สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน จิตฺเตน ปจฺจนีกธมฺเม นิคฺคยฺห กิเลเส วาเรตฺวา อนธิคตตฺตา นสสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโต. ตญฺจ สมาธึ สมาปชฺชนฺโต ตโต วา วุฏฺฐหนฺโต สติเวปุลฺลปตฺตตฺตา. สโตว สมาปชฺชติ สโต วุฏฺฐหติ. ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสน วา สโต สมาปชฺชติ สโต วุฏฺฐหติ. ตสฺมา ยเทตฺถ ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’’ติ เอวํ ปจฺจเวกฺขมานสฺส ปจฺจตฺตํเยว อปรปฺปจฺจยํ ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตํ เอกมงฺคํ. เอส นโย เสเสสุปิ. เอวมิเมหิ ปญฺจหิ ปจฺจเวกฺขณญาเณหิ อยํ สมาธิ ‘‘ปญฺจญาณิโก สมฺมาสมาธี’’ติ วุตฺโต.
อิมสฺมึ วาเร วิเสสภาคิยปเท มคฺโค กถิโต. สจฺฉิกาตพฺพปเท ผลํ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
ฉธมฺมวณฺณนา
๓๕๖. ฉกฺเกสุ สพฺพํ อุตฺตานตฺถเมว. ทุปฺปฏิวิชฺฌปเท ปเนตฺถ มคฺโค กถิโต. เสสํ ปุริมสทิสํ.
สตฺตธมฺมวณฺณนา
๓๕๗. (ญ) สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐา โหนฺตีติ เหตุนา นเยน วิปสฺสนาญาเณน สุทิฏฺฐา โหนฺติ. กามาติ วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ, เทฺวปิ สปริฬาหฏฺเฐน องฺคารกาสุ วิย สุทิฏฺฐา โหนฺติ. วิเวกนินฺนนฺติ นิพฺพานนินฺนํ. โปณํ ปพฺภารนฺติ นินฺนสฺเสตํ เววจนํ. พฺยนฺตีภูตนฺติ นิยติภูตํ. นิตฺตณฺหนฺติ อตฺโถ. กุโต? สพฺพโส อาสวฏฺฐานีเยหิ ธมฺเมหิ เตภูมกธมฺเมหีติ อตฺโถ. อิธ ภาเวตพฺพปเท มคฺโค กถิโต. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
อฏฺฐธมฺมวณฺณนา
๓๕๘. (ก) อาทิพฺรหฺมจริยิกาย ปญฺญายาติ สิกฺขตฺตยสงฺคหสฺส มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตาย ปุพฺพภาเค ตรุณสมถวิปสฺสนาปญฺญาย. อฏฺฐงฺคิกสฺส วา มคฺคสฺส อาทิภูตาย สมฺมาทิฏฺฐิปญฺญาย. ติพฺพนฺติ พลวํ. หิโรตฺตปฺปนฺติ หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. เปมนฺติ เคหสฺสิตเปมํ. คารโวติ ครุจิตฺตภาโว. ครุภาวนียญฺหิ อุปนิสฺสาย วิหรโต กิเลสา นุปฺปชฺชนฺติ โอวาทานุสาสนึ ลภติ. ตสฺมา ตํ นิสฺสาย วิหาโร ปญฺญาปฏิลาภสฺส ปจฺจโย โหติ.
(ฉ) อกฺขเณสุ ยสฺมา เปตา อสุรานํ อาวาหนํ คจฺฉนฺติ, วิวาหนํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เปตฺติวิสเยเนว อสุรกาโย คหิโตติ เวทิตพฺโพ.
(ช) อปฺปิจฺฉสฺสาติ เอตฺถ ปจฺจยอปฺปิจฺโฉ, อธิคมอปฺปิจฺโฉ, ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ, ธุตงฺคอปฺปิจฺโฉติ จตฺตาโร อปฺปิจฺฉา. ตตฺถ ปจฺจยอปฺปิจฺโฉ พหุํ เทนฺเต อปฺปํ คณฺหาติ, อปฺปํ เทนฺเต อปฺปตรํ วา คณฺหาติ, น วา คณฺหาติ, น อนวเสสคาหี โหติ. อธิคมอปฺปิจฺโฉ มชฺฌนฺติกตฺเถโร วิย อตฺตโน อธิคมํ อญฺเญสํ ชานิตุํ น เทติ. ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ เตปิฏโกปิ สมาโน น พหุสฺสุตภาวํ ชานาเปตุกาโม โหติ สาเกตติสฺสตฺเถโร วิย. ธุตงฺคอปฺปิจฺโฉ ธุตงฺคปริหรณภาวํ อญฺเญสํ ชานิตุํ น เทติ เทฺวภาติกตฺเถเรสุ เชฏฺฐกตฺเถโร วิย. วตฺถุ วิสุทฺธิมคฺเค กถิตํ. อยํ ธมฺโมติ เอวํ สนฺตคุณนิคูหเนน จ ปจฺจยปฏิคฺคหเณ มตฺตญฺญุตาย จ อปฺปิจฺฉสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ นวโลกุตฺตรธมฺโม สมฺปชฺชติ, โน มหิจฺฉสฺส. เอวํ สพฺพตฺถ โยเชตพฺพํ.
สนฺตุฏฺฐสฺสาติ จตูสุ ปจฺจเยสุ ตีหิ สนฺโตเสหิ สนฺตุฏฺฐสฺส. ปวิวิตฺตสฺสาติ กายจิตฺตอุปธิวิเวเกหิ วิวิตฺตสฺส. ตตฺถ กายวิเวโก นาม คณสงฺคณิกํ วิโนเทตฺวา อฏฺฐอารมฺภวตฺถุวเสน เอกีภาโว. เอกีภาวมตฺเตน ปน กมฺมํ น นิปฺผชฺชตีติ กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, อยํ จิตฺตวิเวโก นาม. สมาปตฺติมตฺเตเนว กมฺมํ น นิปฺผชฺชตีติ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยํ อุปธิวิเวโก นาม. เตนาห ภควา – ‘‘กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ. จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ. อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตาน’’นฺติ (มหานิ. ๔๙).
สงฺคณิการามสฺสาติ คณสงฺคณิกาย เจว กิเลสสงฺคณิกาย จ รตสฺส. อารทฺธวีริยสฺสาติ กายิกเจตสิกวีริยวเสน อารทฺธวีริยสฺส. อุปฏฺฐิตสติสฺสาติ จตุสติปฏฺฐานวเสน อุปฏฺฐิตสติสฺส. สมาหิตสฺสาติ เอกคฺคจิตฺตสฺส. ปญฺญวโตติ กมฺมสฺสกตปญฺญาย ปญฺญวโต. นิปฺปปญฺจสฺสาติ วิคตมานตณฺหาทิฏฺฐิปปญฺจสฺส.
อิธ ภาเวตพฺพปเท มคฺโค กถิโต. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
นวธมฺมวณฺณนา
๓๕๙. (ข) สีลวิสุทฺธีติ วิสุทฺธึ ปาเปตุํ สมตฺถํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคนฺติ ปริสุทฺธภาวสฺส ปธานงฺคํ. จิตฺตวิสุทฺธีติ วิปสฺสนาย ปทฏฺฐานภูตา อฏฺฐ ปคุณสมาปตฺติโย. ทิฏฺฐิวิสุทฺธีติ สปจฺจยนามรูปทสฺสนํ. กงฺขาวิตรณวิสุทฺธีติ ปจฺจยาการญาณํ. อทฺธตฺตเยปิ หิ ปจฺจยวเสเนว ธมฺมา ปวตฺตนฺตีติ ปสฺสโต กงฺขํ วิตรติ. มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ โอภาสาทโย น มคฺโค, วีถิปฺปฏิปนฺนํ อุทยพฺพยญาณํ มคฺโคติ เอวํ มคฺคามคฺเค ญาณํ. ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ รถวินีเต วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา กถิตา, อิธ ตรุณวิปสฺสนา. ญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ รถวินีเต มคฺโค กถิโต, อิธ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา. เอตา ปน สตฺตปิ วิสุทฺธิโย วิตฺถาเรน วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา. ปญฺญาติ อรหตฺตผลปญฺญา. วิมุตฺติปิ อรหตฺตผลวิมุตฺติเยว.
(ฉ) ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตนฺติ จกฺขาทิธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทินานตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจาติ จกฺขุสมฺผสฺสาทินานตฺตํ ปฏิจฺจ. เวทนานานตฺตนฺติ จกฺขุสมฺผสฺสชาทิเวทนานานตฺตํ. สญฺญานานตฺตํ ปฏิจฺจาติ กามสญฺญาทินานตฺตํ ปฏิจฺจ. สงฺกปฺปนานตฺตนฺติ กามสงฺกปฺปาทินานตฺตํ. สงฺกปฺปนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ฉนฺทนานตฺตนฺติ สงฺกปฺปนานตฺตตาย รูเป ฉนฺโท สทฺเท ฉนฺโทติ เอวํ ฉนฺทนานตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ปริฬาหนานตฺตนฺติ ฉนฺทนานตฺตตาย รูปปริฬาโห สทฺทปริฬาโหติ เอวํ ปริฬาหนานตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ปริเยสนานานตฺตนฺติ ปริฬาหนานตฺตตาย รูปปริเยสนาทินานตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ลาภนานตฺตนฺติ ปริเยสนานานตฺตตาย รูปปฏิลาภาทินานตฺตํ อุปฺปชฺชติ.
(ช) สญฺญาสุ มรณสญฺญาติ มรณานุปสฺสนาญาเณ สญฺญา. อาหาเรปฏิกูลสญฺญาติ อาหารํ ปริคฺคณฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนสญฺญา. สพฺพโลเกอนภิรติสญฺญาติ สพฺพสฺมึ วฏฺเฏ อุกฺกณฺฐนฺตสฺส อุปฺปนฺนสญฺญา. เสสา เหฏฺฐา กถิตา เอว. อิธ พหุการปเท มคฺโค กถิโต. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
ทสธมฺมวณฺณนา
๓๖๐. (ฌ) นิชฺชรวตฺถูนีติ นิชฺชรการณานิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิชฺชิณฺณา โหตีติ อยํ เหฏฺฐา วิปสฺสนายปิ นิชฺชิณฺณา เอว ปหีนา. กสฺมา ปุน คหิตาติ อสมุจฺฉินฺนตฺตา. วิปสฺสนาย หิ กิญฺจาปิ ชิณฺณา, น ปน สมุจฺฉินฺนา, มคฺโค ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ สมุจฺฉินฺทติ, น ปุน วุฏฺฐาตุํ เทติ. ตสฺมา ปุน คหิตา. เอวํ สพฺพปเทสุ นโย เนตพฺโพ.
เอตฺถ จ สมฺมาทิฏฺฐิปจฺจยา จตุสฏฺฐิ ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. กตเม จตุสฏฺฐิ? โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ อธิโมกฺขฏฺเฐน สทฺธินฺทฺริยํ ปริปูเรติ, ปคฺคหฏฺเฐน วีริยินฺทฺริยํ ปริปูเรติ, อนุสฺสรณฏฺเฐน สตินฺทฺริยํ ปริปูเรติ, อวิกฺเขปฏฺเฐน สมาธินฺทฺริยํ ปริปูเรติ, ทสฺสนฏฺเฐน ปญฺญินฺทฺริยํ ปริปูเรติ, วิชานนฏฺเฐน มนินฺทฺริยํ, อภินนฺทนฏฺเฐน โสมนสฺสินฺทฺริยํ, ปวตฺตสนฺตติอธิปเตยฺยฏฺเฐน ชีวิตินฺทฺริยํ ปริปูเรติ…เป… อรหตฺตผลกฺขเณ อธิโมกฺขฏฺเฐน สทฺธินฺทฺริยํ, ปวตฺตสนฺตติอธิปเตยฺยฏฺเฐน ชีวิตินฺทฺริยํ ปริปูเรตีติ เอวํ จตูสุ มคฺเคสุ จตูสุ ผเลสุ อฏฺฐ อฏฺฐ หุตฺวา จตุสฏฺฐิ ธมฺมา ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. อิธ อภิญฺเญยฺยปเท มคฺโค กถิโต. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
อิธ ฐตฺวา ปญฺหา สโมธาเนตพฺพา. ทสเก สตํ ปญฺหา กถิตา. เอกเก จ นวเก จ สตํ, ทุเก จ อฏฺฐเก จ สตํ, ติเก จ สตฺตเก จ สตํ, จตุกฺเก จ ฉกฺเก จ สตํ, ปญฺจเก ปญฺญาสาติ อฑฺฒฉฏฺฐานิ ปญฺหสตานิ กถิตานิ โหนฺติ.
‘‘อิทมโวจ อายสฺมา สาริปุตฺโต, อตฺตมนา เต ภิกฺขู อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ภาสิตํ อภินนฺทุ’’นฺติ สาธุ, สาธูติ อภินนฺทนฺตา สิรสา สมฺปฏิจฺฉึสุ. ตาย จ ปน อตฺตมนตาย อิมเมว สุตฺตํ อาวชฺชมานา ปญฺจสตาปิ เต ภิกฺขู สห ปฏิสมฺภิทาหิ อคฺคผเล อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.
สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย
ทสุตฺตรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.