มชฺฌิมสีลวณฺณนา

๑๑. อิทานิ มชฺฌิมสีลํ วิตฺถาเรนฺโต ‘‘ยถา วา ปเนเก โภนฺโต’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ อนุตฺตานปทวณฺณนา. สทฺธาเทยฺยานีติ กมฺมญฺจ ผลญฺจ อิธโลกญฺจ ปรโลกญฺจ สทฺทหิตฺวา ทินฺนานิ. ‘อยํ เม ญาตี’ติ วา, ‘มิตฺโต’ติ วา, อิทํ ปฏิกริสฺสติ, อิทํ วา เตน กตปุพฺพนฺติ วา, เอวํ น ทินฺนานีติ อตฺโถ. เอวํ ทินฺนานิ หิ น สทฺธาเทยฺยานิ นาม โหนฺติ. โภชนานีติ เทสนาสีสมตฺตเมตํ, อตฺถโต ปน สทฺธาเทยฺยานิ โภชนานิ ภุญฺชิตฺวา จีวรานิ ปารุปิตฺวา เสนาสนานิ เสวมานา คิลานเภสชฺชํ ปริภุญฺชมานาติ สพฺพเมตํ วุตฺตเมว โหติ.

เสยฺยถิทนฺติ นิปาโต. ตสฺสตฺโถ กตโม โส พีชคามภูตคาโม, ยสฺส สมารมฺภํ อนุยุตฺตา วิหรนฺตีติ. ตโต ตํ ทสฺเสนฺโต มูลพีชนฺติอาทิมาห. ตตฺถ มูลพีชํ นาม หลิทฺทิ, สิงฺคิเวรํ, วจา, วจตฺตํ, อติวิสา, กฏุกโรหิณี, อุสีรํ, ภทฺทมุตฺตกนฺติ เอวมาทิ. ขนฺธพีชํ นาม อสฺสตฺโถ, นิโคฺรโธ, ปิลกฺโข, อุทุมฺพโร, กจฺฉโก, กปิตฺถโนติ เอวมาทิ. ผฬุพีชํ นาม อุจฺฉุ, นโฬ, เวฬูติ เอวมาทิ. อคฺคพีชํ นาม อชฺชกํ, ผณิชฺชกํ, หิริเวรนฺติ เอวมาทิ. พีชพีชํ นาม ปุพฺพณฺณํ อปรณฺณนฺติ เอวมาทิ. สพฺพเญฺหตํ รุกฺขโต วิโยชิตํ วิรุหนสมตฺถเมว ‘‘พีชคาโม’’ติ วุจฺจติ. รุกฺขโต ปน อวิโยชิตํ อสุกฺขํ ‘‘ภูตคาโม’’ติ วุจฺจติ. ตตฺถ ภูตคามสมารมฺโภ ปาจิตฺติยวตฺถุ, พีชคามสมารมฺโภ ทุกฺกฏวตฺถูติ เวทิตพฺโพ.

๑๒. สนฺนิธิการปริโภคนฺติ สนฺนิธิกตสฺส ปริโภคํ. ตตฺถ ทุวิธา กถา, วินยวเสน จ สลฺเลขวเสน จ. วินยวเสน ตาว ยํ กิญฺจิ อนฺนํ อชฺช ปฏิคฺคหิตํ อปรชฺชุ สนฺนิธิการกํ โหติ, ตสฺส ปริโภเค ปาจิตฺติยํ. อตฺตนา ลทฺธํ ปน สามเณรานํ ทตฺวา, เตหิ ลทฺธํ ฐปาเปตฺวา ทุติยทิวเส ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, สลฺเลโข ปน น โหติ.

ปานสนฺนิธิมฺหิปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ปานํ นาม อมฺพปานาทีนิ อฏฺฐ ปานานิ, ยานิ จ เตสํ อนุโลมานิ. เตสํ วินิจฺฉโย สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต.

วตฺถสนฺนิธิมฺหิ อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ สนฺนิธิ จ โหติ, สลฺเลขญฺจ โกเปติ, อยํ ปริยายกถา. นิปฺปริยายโต ปน ติจีวรสนฺตุฏฺเฐน ภวิตพฺพํ, จตุตฺถํ ลภิตฺวา อญฺญสฺส ทาตพฺพํ. สเจ ยสฺส กสฺสจิ ทาตุํ น สกฺโกติ, ยสฺส ปน ทาตุกาโม โหติ, โส อุทฺเทสตฺถาย วา ปริปุจฺฉตฺถาย วา คโต, อาคตมตฺเต ทาตพฺพํ, อทาตุํ น วฏฺฏติ. จีวเร ปน อปฺปโหนฺเต สติยา ปจฺจาสาย อนุญฺญาตกาลํ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. สูจิสุตฺตจีวรการกานํ อลาเภน ตโต ปรมฺปิ วินยกมฺมํ กตฺวา ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อิมสฺมึ ชิณฺเณ ปุน อีทิสํ กุโต ลภิสฺสามี’’ติ ปน ฐเปตุํ น วฏฺฏติ, สนฺนิธิ จ โหติ, สลฺเลขญฺจ โกเปติ.

ยานสนฺนิธิมฺหิ ยานํ นาม วยฺหํ, รโถ, สกฏํ, สนฺทมานิกา, สิวิกา, ปาฏงฺกีติ; เนตํ ปพฺพชิตสฺส ยานํ. อุปาหนา ปน ปพฺพชิตสฺส ยานํเยว. เอกภิกฺขุสฺส หิ เอโก อรญฺญตฺถาย, เอโก โธตปาทกตฺถายาติ, อุกฺกํสโต เทฺว อุปาหนสงฺฆาฏา วฏฺฏนฺติ. ตติยํ ลภิตฺวา อญฺญสฺส ทาตพฺโพ. ‘‘อิมสฺมึ ชิณฺเณ อญฺญํ กุโต ลภิสฺสามี’’ติ หิ ฐเปตุํ น วฏฺฏติ, สนฺนิธิ จ โหติ, สลฺเลขญฺจ โกเปติ.

สยนสนฺนิธิมฺหิ สยนนฺติ มญฺโจ. เอกสฺส ภิกฺขุโน เอโก คพฺเภ, เอโก ทิวาฐาเนติ อุกฺกํสโต เทฺว มญฺจา วฏฺฏนฺติ. ตโต อุตฺตริ ลภิตฺวา อญฺญสฺส ภิกฺขุโน วา คณสฺส วา ทาตพฺโพ; อทาตุํ น วฏฺฏติ. สนฺนิธิ จ โหติ, สลฺเลขญฺจ โกเปติ.

คนฺธสนฺนิธิมฺหิ ภิกฺขุโน กณฺฑุกจฺฉุฉวิโทสาทิอาพาเธ สติ คนฺธา วฏฺฏนฺติ. เต คนฺเธ อาหราเปตฺวา ตสฺมึ โรเค วูปสนฺเต อญฺเญสํ วา อาพาธิกานํ ทาตพฺพา, ทฺวาเร ปญฺจงฺคุลิฆรธูปนาทีสุ วา อุปเนตพฺพา. ‘‘ปุน โรเค สติ ภวิสฺสนฺตี’’ติ ปน ฐเปตุํ น วฏฺฏติ, สนฺนิธิ จ โหติ, สลฺเลขญฺจ โกเปติ.

อามิสนฺติ วุตฺตาวเสสํ ทฏฺฐพฺพํ. เสยฺยถิทํ, อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ – ‘‘ตถารูเป กาเล อุปการาย ภวิสฺสตี’’ติ ติลตณฺฑุลมุคฺคมาสนาฬิเกรโลณมจฺฉมํสวลฺลูรสปฺปิเตลคุฬภาชนาทีนิ อาหราเปตฺวา ฐเปติ. โส วสฺสกาเล กาลสฺเสว สามเณเรหิ ยาคุํ ปจาเปตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘สามเณร, อุทกกทฺทเม ทุกฺขํ คามํ ปวิสิตุํ, คจฺฉ อสุกํ กุลํ คนฺตฺวา มยฺหํ วิหาเร นิสินฺนภาวํ อาโรเจหิ; อสุกกุลโต ทธิอาทีนิ อาหรา’’ติ เปเสติ. ภิกฺขูหิ – ‘‘กึ, ภนฺเต, คามํ ปวิสิสฺสถา’’ติ วุตฺเตปิ, ‘‘ทุปฺปเวโส, อาวุโส, อิทานิ คาโม’’ติ วทติ. เต – ‘‘โหตุ, ภนฺเต, อจฺฉถ ตุเมฺห, มยํ ภิกฺขํ ปริเยสิตฺวา อาหริสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺติ. อถ สามเณโรปิ ทธิอาทีนิ อาหริตฺวา ภตฺตญฺจ พฺยญฺชนญฺจ สมฺปาเทตฺวา อุปเนติ, ตํ ภุญฺชนฺตสฺเสว อุปฏฺฐากา ภตฺตํ ปหิณนฺติ, ตโตปิ มนาปํ มนาปํ ภุญฺชติ. อถ ภิกฺขู ปิณฺฑปาตํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺติ, ตโตปิ มนาปํ มนาปํ คีวายามกํ ภุญฺชติเยว. เอวํ จตุมาสมฺปิ วีตินาเมติ. อยํ วุจฺจติ – ‘‘ภิกฺขุ มุณฺฑกุฏุมฺพิกชีวิกํ ชีวติ, น สมณชีวิก’’นฺติ. เอวรูโป อามิสสนฺนิธิ นาม โหติ.

ภิกฺขุโน ปน วสนฏฺฐาเน เอกา ตณฺฑุลนาฬิ, เอโก คุฬปิณฺโฑ, จตุภาคมตฺตํ สปฺปีติ เอตฺตกํ นิเธตุํ วฏฺฏติ, อกาเล สมฺปตฺตโจรานํ อตฺถาย. เต หิ เอตฺตกมฺปิ อามิสปฏิสนฺถารํ อลภนฺตา ชีวิตาปิ โวโรเปยฺยุํ, ตสฺมา สเจ เอตฺตกํ นตฺถิ, อาหราเปตฺวาปิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. อผาสุกกาเล จ ยเทตฺถ กปฺปิยํ, ตํ อตฺตนาปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. กปฺปิยกุฏิยํ ปน พหุํ ฐเปนฺตสฺสาปิ สนฺนิธิ นาม นตฺถิ. ตถาคตสฺส ปน ตณฺฑุลนาฬิอาทีสุ วา ยํ กิญฺจิ จตุรตนมตฺตํ วา ปิโลติกขณฺฑํ ‘‘อิทํ เม อชฺช วา เสฺว วา ภวิสฺสตี’’ติ ฐปิตํ นาม นตฺถิ.

๑๓. วิสูกทสฺสเนสุ นจฺจํ นาม ยํ กิญฺจิ นจฺจํ, ตํ มคฺคํ คจฺฉนฺเตนาปิ คีวํ ปสาเรตฺวา ทฏฺฐุํ น วฏฺฏติ. วิตฺถารวินิจฺฉโย ปเนตฺถ สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ยถา เจตฺถ, เอวํ สพฺเพสุ สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺเตสุ สุตฺตปเทสุ. อิโต ปรญฺหิ เอตฺตกมฺปิ อวตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ปโยชนมตฺตเมว วณฺณยิสฺสามาติ.

เปกฺขนฺติ นฏสมชฺชํ. อกฺขานนฺติ ภารตยุชฺฌนาทิกํ. ยสฺมึ ฐาเน กถียติ, ตตฺถ คนฺตุมฺปิ น วฏฺฏติ. ปาณิสฺสรนฺติ กํสตาฬํ, ปาณิตาฬนฺติปิ วทนฺติ. เวตาฬนฺติ ฆนตาฬํ, มนฺเตน มตสรีรุฏฺฐาปนนฺติปิ เอเก. กุมฺภถูณนฺติ จตุรสฺสอมฺพณกตาฬํ, กุมฺภสทฺทนฺติปิ เอเก. โสภนกนฺติ นฏานํ อพฺโภกฺกิรณํ, โสภนกรํ วา, ปฏิภานจิตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. จณฺฑาลนฺติ อโยคุฬกีฬา, จณฺฑาลานํ สาณโธวนกีฬาติปิ วทนฺติ. วํสนฺติ เวฬุํ อุสฺสาเปตฺวา กีฬนํ.

โธวนนฺติ อฏฺฐิโธวนํ, เอกจฺเจสุ กิร ชนปเทสุ กาลงฺกเต ญาตเก น ฌาเปนฺติ, นิขณิตฺวา ฐเปนฺติ. อถ เนสํ ปูติภูตํ กายํ ญตฺวา นีหริตฺวา อฏฺฐีนิ โธวิตฺวา คนฺเธหิ มกฺเขตฺวา ฐเปนฺติ. เต นกฺขตฺตกาเล เอกสฺมึ ฐาเน อฏฺฐีนิ ฐเปตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน สุราทีนิ ฐเปตฺวา โรทนฺตา ปริเทวนฺตา สุรํ ปิวนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ทกฺขิเณสุ ชนปเทสุ อฏฺฐิโธวนํ นาม, ตตฺถ โหติ อนฺนมฺปิ ปานมฺปิ ขชฺชมฺปิ โภชฺชมฺปิ เลยฺยมฺปิ เปยฺยมฺปิ นจฺจมฺปิ คีตมฺปิ วาทิตมฺปิ. อตฺเถตํ, ภิกฺขเว, โธวนํ, เนตํ นตฺถีติ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๐๗). เอกจฺเจ ปน อินฺทชาเลน อฏฺฐิโธวนํ โธวนนฺติปิ วทนฺติ.

หตฺถิยุทฺธาทีสุ ภิกฺขุโน เนว หตฺถิอาทีหิ สทฺธึ ยุชฺฌิตุํ, น เต ยุชฺฌาเปตุํ, น ยุชฺฌนฺเต ทฏฺฐุํ วฏฺฏติ. นิพฺพุทฺธนฺติ มลฺลยุทฺธํ. อุยฺโยธิกนฺติ ยตฺถ สมฺปหาโร ทิสฺสติ. พลคฺคนฺติ พลคณนฏฺฐานํ. เสนาพฺยูหนฺติ เสนานิเวโส, สกฏพฺยูหาทิวเสน เสนาย นิเวสนํ. อนีกทสฺสนนฺติ – ‘‘ตโย หตฺถี ปจฺฉิมํ หตฺถานีก’’นฺติอาทินา (ปาจิ. ๓๒๔) นเยน วุตฺตสฺส อนีกสฺส ทสฺสนํ.

๑๔. ปมาโท เอตฺถ ติฏฺฐตีติ ปมาทฏฺฐานํ. ชูตญฺจ ตํ ปมาทฏฺฐานญฺจาติ ชูตปฺปมาทฏฺฐานํ. เอเกกาย ปนฺติยา อฏฺฐ อฏฺฐ ปทานิ อสฺสาติ อฏฺฐปทํ ทสปเทปิ เอเสว นโย. อากาสนฺติ อฏฺฐปททสปเทสุ วิย อากาเสเยว กีฬนํ. ปริหารปถนฺติ ภูมิยํ นานาปถมณฺฑลํ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ปริหริตพฺพํ, ปถํ ปริหรนฺตานํ กีฬนํ. สนฺติกนฺติ สนฺติกกีฬนํ. เอกชฺฌํ ฐปิตา สาริโย วา สกฺขราโย วา อจาเลนฺตา นเขเนว อปเนนฺติ จ อุปเนนฺติ จ, สเจ ตตฺถ กาจิ จลติ, ปราชโย โหติ, เอวรูปาย กีฬาเยตํ อธิวจนํ. ขลิกนฺติ ชูตผลเก ปาสกกีฬนํ. ฆฏิกา วุจฺจติ ทีฆทณฺฑเกน รสฺสทณฺฑกํ ปหรณกีฬนํ. สลากหตฺถนฺติ ลาขาย วา มญฺชิฏฺฐิกาย วา ปิฏฺโฐทเกน วา สลากหตฺถํ เตเมตฺวา – ‘‘กึ โหตู’’ติ ภูมิยํ วา ภิตฺติยํ วา ตํ ปหริตฺวา หตฺถิอสฺสาทิรูปทสฺสนกีฬนํ. อกฺขนฺติ คุฬกีฬา. ปงฺคจีรํ วุจฺจติ ปณฺณนาฬิกํ, ตํ ธมนฺตา กีฬนฺติ. วงฺกกนฺติ คามทารกานํ กีฬนกํ ขุทฺทกนงฺคลํ. โมกฺขจิกา วุจฺจติ สมฺปริวตฺตนกีฬา, อากาเส วา ทณฺฑกํ คเหตฺวา ภูมิยํ วา สีสํ ฐเปตฺวา เหฏฺฐุปริยภาเวน ปริวตฺตนกีฬาติ วุตฺตํ โหติ. จิงฺคุลิกํ วุจฺจติ ตาลปณฺณาทีหิ กตํ วาตปฺปหาเรน ปริพฺภมนจกฺกํ. ปตฺตาฬฺหกํ วุจฺจติ ปณฺณนาฬิกา. ตาย วาลุกาทีนิ มินนฺตา กีฬนฺติ. รถกนฺติ ขุทฺทกรถํ. ธนุกนฺติ ขุทฺทกธนุเมว. อกฺขริกา วุจฺจติ อากาเส วา ปิฏฺฐิยํ วา อกฺขรชานนกีฬา. มเนสิกา นาม มนสา จินฺติตชานนกีฬา. ยถาวชฺชํ นาม กาณกุณิขุชฺชาทีนํ ยํ ยํ วชฺชํ, ตํ ตํ ปโยเชตฺวา ทสฺสนกีฬา.

๑๕. อาสนฺทินฺติ ปมาณาติกฺกนฺตาสนํ. อนุยุตฺตา วิหรนฺตีติ อิทํ อเปกฺขิตฺวา ปน สพฺพปเทสุ อุปโยควจนํ กตํ. ปลฺลงฺโกติ ปาเทสุ วาฬรูปานิ ฐเปตฺวา กโต. โคนโกติ ทีฆโลมโก มหาโกชโว, จตุรงฺคุลาธิกานิ กิร ตสฺส โลมานิ. จิตฺตกนฺติ วานวิจิตฺตํ อุณฺณามยตฺถรณํ. ปฏิกาติ อุณฺณามโย เสตตฺถรโณ. ปฏลิกาติ ฆนปุปฺผโก อุณฺณามยตฺถรโณ. โย อามลกปตฺโตติปิ วุจฺจติ. ตูลิกาติ ติณฺณํ ตูลานํ อญฺญตรปุณฺณา ตูลิกา. วิกติกาติ สีหพฺยคฺฆาทิรูปวิจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโณ. อุทฺทโลมีติ อุภยโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ, เกจิ ‘‘เอกโตอุคฺคตปุปฺผ’’นฺติ วทนฺติ. เอกนฺตโลมีติ เอกโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เกจิ ‘‘อุภโตอุคฺคตปุปฺผ’’นฺติ วทนฺติ. กฏฺฏิสฺสนฺติ รตนปริสิพฺพิตํ โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยปจฺจตฺถรณํ. โกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพิตเมว โกสิยสุตฺตมยปจฺจตฺถรณํ. สุทฺธโกเสยฺยํ ปน วฏฺฏตีติ วินเย วุตฺตํ. ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ น วฏฺฏนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

กุตฺตกนฺติ โสฬสนฺนํ นาฏกิตฺถีนํ ฐตฺวา นจฺจนโยคฺคํ อุณฺณามยตฺถรณํ. หตฺถตฺถรํ อสฺสตฺถรนฺติ หตฺถิอสฺสปิฏฺฐีสุ อตฺถรณอตฺถรกาเยว. รถตฺถเรปิ เอเสว นโย. อชินปฺปเวณีติ อชินจมฺเมหิ มญฺจปฺปมาเณน สิพฺพิตฺวา กตา ปเวณี. กทลีมิคปวรปจฺจตฺถรณนฺติ กทลีมิคจมฺมํ นาม อตฺถิ, เตน กตํ ปวรปจฺจตฺถรณํ; อุตฺตมปจฺจตฺถรณนฺติ อตฺโถ. ตํ กิร เสตวตฺถสฺส อุปริ กทลีมิคจมฺมํ ปตฺถริตฺวา สิพฺเพตฺวา กโรนฺติ. สอุตฺตรจฺฉทนฺติ สห อุตฺตรจฺฉเทน, อุปริพทฺเธน รตฺตวิตาเนน สทฺธินฺติ อตฺโถ. เสตวิตานมฺปิ เหฏฺฐา อกปฺปิยปจฺจตฺถรเณ สติ น วฏฺฏติ, อสติ ปน วฏฺฏติ. อุภโตโลหิตกูปธานนฺติ สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ มญฺจสฺส อุภโตโลหิตกํ อุปธานํ, เอตํ น กปฺปติ. ยํ ปน เอกเมว อุปธานํ อุโภสุ ปสฺเสสุ รตฺตํ วา โหติ ปทุมวณฺณํ วา วิจิตฺรํ วา, สเจ ปมาณยุตฺตํ, วฏฺฏติ. มหาอุปธานํ ปน ปฏิกฺขิตฺตํ. อโลหิตกานิ เทฺวปิ วฏฺฏนฺติเยว. ตโต อุตฺตริ ลภิตฺวา อญฺเญสํ ทาตพฺพานิ. ทาตุํ อสกฺโกนฺโต มญฺเจ ติริยํ อตฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ ลภติ. อาสนฺทีอาทีสุ ปน วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาสนฺทิยา ปาเท ฉินฺทิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ, ปลฺลงฺกสฺส วาเฬ ภินฺทิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ, ตูลิกํ วิชเฏตฺวา พิมฺโพหนํ กาตุํ, อวเสสํ ภุมฺมตฺถรณํ กาตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗).

๑๖. อุจฺฉาทนาทีสุ มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตทารกานํ สรีรคนฺโธ ทฺวาทสวสฺสปตฺตกาเล นสฺสติ, เตสํ สรีรทุคฺคนฺธหรณตฺถาย คนฺธจุณฺณาทีหิ อุจฺฉาเทนฺติ, เอวรูปํ อุจฺฉาทนํ น วฏฺฏติ. ปุญฺญวนฺเต ปน ทารเก อูรูสุ นิปชฺชาเปตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา หตฺถปาทอูรุนาภิอาทีนํ สณฺฐานสมฺปาทนตฺถํ ปริมทฺทนฺติ, เอวรูปํ ปริมทฺทนํ น วฏฺฏติ.

นฺหาปนนฺติ เตสํเยว ทารกานํ คนฺธาทีหิ นฺหาปนํ. สมฺพาหนนฺติ มหามลฺลานํ วิย หตฺถปาเท มุคฺคราทีหิ ปหริตฺวา พาหุวฑฺฒนํ. อาทาสนฺติ ยํ กิญฺจิ อาทาสํ ปริหริตุํ น วฏฺฏติ. อญฺชนนฺติ อลงฺการญฺชนเมว. มาลาติ พทฺธมาลา วา อพทฺธมาลา วา. วิเลปนนฺติ ยํ กิญฺจิ ฉวิราคกรณํ. มุขจุณฺณํ มุขเลปนนฺติ มุเข กาฬปีฬกาทีนํ หรณตฺถาย มตฺติกกกฺกํ เทนฺติ, เตน โลหิเต จลิเต สาสปกกฺกํ เทนฺติ, เตน โทเส ขาทิเต ติลกกฺกํ เทนฺติ, เตน โลหิเต สนฺนิสินฺเน หลิทฺทิกกฺกํ เทนฺติ, เตน ฉวิวณฺเณ อารูเฬฺห มุขจุณฺณเกน มุขํ จุณฺเณนฺติ, ตํ สพฺพํ น วฏฺฏติ.

หตฺถพนฺธาทีสุ หตฺเถ วิจิตฺรสงฺขกปาลาทีนิ พนฺธิตฺวา วิจรนฺติ, ตํ วา อญฺญํ วา สพฺพมฺปิ หตฺถาภรณํ น วฏฺฏติ, อปเร สิขํ พนฺธิตฺวา วิจรนฺติ. สุวณฺณจีรกมุตฺตลตาทีหิ จ ตํ ปริกฺขิปนฺติ; ตํ สพฺพํ น วฏฺฏติ. อปเร จตุหตฺถทณฺฑํ วา อญฺญํ วา ปน อลงฺกตทณฺฑกํ คเหตฺวา วิจรนฺติ, ตถา อิตฺถิปุริสรูปาทิวิจิตฺตํ เภสชฺชนาฬิกํ สุปริกฺขิตฺตํ วามปสฺเส โอลคฺคิตํ; อปเร กณฺณิกรตนปริกฺขิตฺตโกสํ อติติขิณํ อสึ, ปญฺจวณฺณสุตฺตสิพฺพิตํ มกรทนฺตกาทิวิจิตฺตํ ฉตฺตํ, สุวณฺณรชตาทิวิจิตฺรา โมรปิญฺฉาทิปริกฺขิตฺตา อุปาหนา, เกจิ รตนมตฺตายามํ จตุรงฺคุลวิตฺถตํ เกสนฺตปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวา เมฆมุเข วิชฺชุลตํ วิย นลาเฏ อุณฺหีสปฏฺฏํ พนฺธนฺติ, จูฬามณึ ธาเรนฺติ, จามรวาลพีชนึ ธาเรนฺติ, ตํ สพฺพํ น วฏฺฏติ.

๑๗. อนิยฺยานิกตฺตา สคฺคโมกฺขมคฺคานํ ติรจฺฉานภูตา กถาติ ติรจฺฉานกถา. ตตฺถ ราชานํ อารพฺภ มหาสมฺมโต มนฺธาตา ธมฺมาโสโก เอวํ มหานุภาโวติอาทินา นเยน ปวตฺตา กถา ราชกถา. เอส นโย โจรกถาทีสุ. เตสุ อสุโก ราชา อภิรูโป ทสฺสนีโยติอาทินา นเยน เคหสฺสิตกถาว ติรจฺฉานกถา โหติ. โสปิ นาม เอวํ มหานุภาโว ขยํ คโตติ เอวํ ปวตฺตา ปน กมฺมฏฺฐานภาเว ติฏฺฐติ. โจเรสุ มูลเทโว เอวํ มหานุภาโว, เมฆมาโล เอวํ มหานุภาโวติ เตสํ กมฺมํ ปฏิจฺจ อโห สูราติ เคหสฺสิตกถาว ติรจฺฉานกถา. ยุทฺเธปิ ภารตยุทฺธาทีสุ อสุเกน อสุโก เอวํ มาริโต, เอวํ วิทฺโธติ กามสฺสาทวเสเนว กถา ติรจฺฉานกถา. เตปิ นาม ขยํ คตาติ เอวํ ปวตฺตา ปน สพฺพตฺถ กมฺมฏฺฐานเมว โหติ. อปิ จ อนฺนาทีสุ เอวํ วณฺณวนฺตํ คนฺธวนฺตํ รสวนฺตํ ผสฺสสมฺปนฺนํ ขาทิมฺห ภุญฺชิมฺหาติ กามสฺสาทวเสน กเถตุํ น วฏฺฏติ. สาตฺถกํ ปน กตฺวา ปุพฺเพ เอวํ วณฺณาทิสมฺปนฺนํ อนฺนํ ปานํ วตฺถํ สยนํ มาลํ คนฺธํ สีลวนฺตานํ อทมฺห, เจติเย ปูชํ กริมฺหาติ กเถตุํ วฏฺฏติ. ญาติกถาทีสุ ปน ‘‘อมฺหากํ ญาตกา สูรา สมตฺถา’’ติ วา ‘‘ปุพฺเพ มยํ เอวํ วิจิเตฺรหิ ยาเนหิ วิจริมฺหา’’ติ วา อสฺสาทวเสน วตฺตุํ น วฏฺฏติ. สาตฺถกํ ปน กตฺวา ‘‘เตปิ โน ญาตกา ขยํ คตา’’ติ วา ‘‘ปุพฺเพ มยํ เอวรูปา อุปาหนา สงฺฆสฺส อทมฺหา’’ติ วา กเถตุํ วฏฺฏติ. คามกถาปิ สุนิวิฏฺฐทุนฺนิวิฏฺฐสุภิกฺขทุพฺภิกฺขาทิวเสน วา ‘‘อสุกคามวาสิโน สูรา สมตฺถา’’ติ วา เอวํ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ. สาตฺถกํ ปน กตฺวา ‘‘สทฺธา ปสนฺนา’’ติ วา ‘‘ขยวยํ คตา’’ติ วา วตฺตุํ วฏฺฏติ. นิคมนครชนปทกถาทีสุปิ เอเสว นโย.

อิตฺถิกถาปิ วณฺณสณฺฐานาทีนิ ปฏิจฺจ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, สทฺธา ปสนฺนา ขยวยํ คตาติ เอวเมว วฏฺฏติ. สูรกถาปิ ‘นนฺทิมิตฺโต นาม โยโธ สูโร อโหสี’ติ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ. สทฺโธ อโหสิ ขยํ คโตติ เอวเมว วฏฺฏติ. วิสิขากถาปิ ‘‘อสุกา วิสิขา สุนิวิฏฺฐา ทุนฺนิวิฏฺฐา สูรา สมตฺถา’’ติ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ. สทฺธา ปสนฺนา ขยวยํ คตาติ เอวเมว วฏฺฏติ.

กุมฺภฏฺฐานกถาติ อุทกฏฺฐานกถา, อุทกติตฺถกถาติปิ วุจฺจติ, กุมฺภทาสิกถา วา, สาปิ ‘‘ปาสาทิกา นจฺจิตุํ คายิตุํ เฉกา’’ติ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ; สทฺธา ปสนฺนาติอาทินา นเยเนว วฏฺฏติ. ปุพฺพเปตกถาติ อตีตญาติกถา. ตตฺถ วตฺตมานญาติกถาสทิโส วินิจฺฉโย.

นานตฺตกถาติ ปุริมปจฺฉิมกถาหิ วิมุตฺตา อวเสสา นานาสภาวา นิรตฺถกกถา. โลกกฺขายิกาติ อยํ โลโก เกน นิมฺมิโต, อสุเกน นาม นิมฺมิโต. กาโก เสโต, อฏฺฐีนํ เสตตฺตา; พลากา รตฺตา. โลหิตสฺส รตฺตตฺตาติ เอวมาทิกา โลกายตวิตณฺฑสลฺลาปกถา.

สมุทฺทกฺขายิกา นาม กสฺมา สมุทฺโท สาคโร? สาครเทเวน ขโต, ตสฺมา สาคโร. ขโต เมติ หตฺถมุทฺทาย สยํ นิเวทิตตฺตา ‘‘สมุทฺโท’’ติ เอวมาทิกา นิรตฺถกา สมุทฺทกฺขายนกถา. ภโวติ วุฑฺฒิ. อภโวติ หานิ. อิติ ภโว, อิติ อภโวติ ยํ วา ตํ วา นิรตฺถกการณํ วตฺวา ปวตฺติตกถา อิติภวาภวกถา.

๑๘. วิคฺคาหิกกถาติ วิคฺคหกถา, สารมฺภกถา. ตตฺถ สหิตํ เมติ มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ อตฺถยุตฺตํ การณยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อสหิตํ เตติ ตุยฺหํ วจนํ อสหิตํ อสิลิฏฺฐํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตุยฺหํ ทีฆรตฺตาจิณฺณวเสน สุปฺปคุณํ, ตํ มยฺหํ เอกวจเนเนว วิปราวตฺตํ ปริวตฺติตฺวา ฐิตํ, น กิญฺจิ ชานาสีติ อตฺโถ.

อาโรปิโต เต วาโทติ มยา ตว โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ โทสโมจนตฺถํ จร, วิจร; ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาติ อตฺโถ. นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสีติ อถ สยํ ปโหสิ, อิทานิเมว นิพฺเพเฐหีติ.

๑๙. ทูเตยฺยกถายํ อิธ คจฺฉาติ อิโต อสุกํ นาม ฐานํ คจฺฉ. อมุตฺราคจฺฉาติ ตโต อสุกํ นาม ฐานํ อาคจฺฉ. อิทํ หราติ อิโต อิทํ นาม หร. อมุตฺร อิทํ อาหราติ อสุกฏฺฐานโต อิทํ นาม อิธ อาหร. สงฺเขปโต ปน อิทํ ทูเตยฺยํ นาม ฐเปตฺวา ปญฺจ สหธมฺมิเก รตนตฺตยสฺส อุปการปฏิสํยุตฺตญฺจ คิหีสาสนํ อญฺเญสํ น วฏฺฏติ.

๒๐. กุหกาติอาทีสุ ติวิเธน กุหนวตฺถุนา โลกํ กุหยนฺติ, วิมฺหาปยนฺตีติ กุหกา. ลาภสกฺการตฺถิกา หุตฺวา ลปนฺตีติ ลปกา. นิมิตฺตํ สีลเมเตสนฺติ เนมิตฺติกา. นิปฺเปโส สีลเมเตสนฺติ นิปฺเปสิกา. ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนฺติ มคฺคนฺติ ปริเยสนฺตีติ ลาเภน ลาภํ นิชิคีสิตาโร. กุหนา, ลปนา, เนมิตฺติกตา, นิปฺเปสิกตา, ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตาติ เอตาหิ สมนฺนาคตานํ ปุคฺคลานํ เอตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาเรน ปเนตา กุหนาทิกา วิสุทฺธิมคฺเค สีลนิทฺเทเสเยว ปาฬิญฺจ อฏฺฐกถญฺจ อาหริตฺวา ปกาสิตาติ.

เอตฺตาวตา มชฺฌิมสีลํ นิฏฺฐิตํ โหติ.