๑. พฺรหฺมชาลสุตฺตวณฺณนา
ปริพฺพาชกกถาวณฺณนา
อิมิสฺสา ปฐมมหาสงฺคีติยา วตฺตมานาย วินยสงฺคหาวสาเน สุตฺตนฺตปิฏเก อาทินิกายสฺส อาทิสุตฺตํ พฺรหฺมชาลํ ปุจฺฉนฺเตน อายสฺมตา มหากสฺสเปน – ‘‘พฺรหฺมชาลํ, อาวุโส อานนฺท, กตฺถ ภาสิต’’นฺติ, เอวมาทิวุตฺตวจนปริโยสาเน ยตฺถ จ ภาสิตํ, ยญฺจารพฺภ ภาสิตํ, ตํ สพฺพํ ปกาเสนฺโต อายสฺมา อานนฺโท เอวํ เม สุตนฺติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมชาลสฺสาปิ เอวํ เม สุตนฺติอาทิกํ อายสฺมตา อานนฺเทน ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตํ นิทานมาที’’ติ.
๑. ตตฺถ เอวนฺติ นิปาตปทํ. เมติอาทีนิ นามปทานิ. ปฏิปนฺโน โหตีติ เอตฺถ ปฏีติ อุปสคฺคปทํ, โหตีติ อาขฺยาตปทนฺติ. อิมินา ตาว นเยน ปทวิภาโค เวทิตพฺโพ.
อตฺถโต ปน เอวํ-สทฺโท ตาว อุปมูปเทสสมฺปหํสนครหณวจนสมฺปฏิคฺคหาการนิทสฺสนาวธารณาทิอเนกตฺถปฺปเภโท. ตถาเหส – ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจน, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุ’’นฺติ (ธ. ป. ๕๓) เอวมาทีสุ อุปมายํ อาคโต. ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต ปฏิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๒๒) อุปเทเส. ‘‘เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) สมฺปหํสเน. ‘‘เอวเมวํ ปนายํ วสลี ยสฺมึ วา ตสฺมึ วา ตสฺส มุณฺฑกสฺส สมณกสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๘๗) ครหเณ. ‘‘เอวํ, ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) วจนสมฺปฏิคฺคเห. ‘‘เอวํ พฺยา โข อหํ, ภนฺเต, ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๙๘) อากาเร. ‘‘เอหิ ตฺวํ, มาณวก, เยน สมโณ อานนฺโท เตนุปสงฺกม, อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน สมณํ อานนฺทํ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉ. ‘‘สุโภ มาณโว โตเทยฺยปุตฺโต ภวนฺตํ อานนฺทํ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉตี’’ติ. ‘‘เอวญฺจ วเทหิ, สาธุ กิร ภวํ อานนฺโท เยน สุภสฺส มาณวสฺส โตเทยฺยปุตฺตสฺส นิเวสนํ, เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๕) นิทสฺสเน. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วาติ? อกุสลา, ภนฺเต. สาวชฺชา วา อนวชฺชา วาติ? สาวชฺชา, ภนฺเต. วิญฺญุครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วาติ? วิญฺญุครหิตา, ภนฺเต. สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ โน วา, กถํ โว เอตฺถ โหตีติ? สมตฺตา, ภนฺเต, สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) อวธารเณ. สฺวายมิธ อาการนิทสฺสนาวธารเณสุ ทฏฺฐพฺโพ.
ตตฺถ อาการตฺเถน เอวํ-สทฺเทน เอตมตฺถํ ทีเปติ, นานานยนิปุณมเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ, อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ, วิวิธปาฏิหาริยํ, ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธคมฺภีรํ, สพฺพสตฺตานํ สกสกภาสานุรูปโต โสตปถมาคจฺฉนฺตํ ตสฺส ภควโต วจนํ สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุํ, สพฺพถาเมน ปน โสตุกามตํ ชเนตฺวาปิ ‘เอวํ เม สุตํ’ มยาปิ เอเกนากาเรน สุตนฺติ.
นิทสฺสนตฺเถน – ‘‘นาหํ สยมฺภู, น มยา อิทํ สจฺฉิกต’’นฺติ อตฺตานํ ปริโมเจนฺโต – ‘เอวํ เม สุตํ’, ‘มยาปิ เอวํ สุต’นฺติ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลํ สุตฺตํ นิทสฺเสติ.
อวธารณตฺเถน – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ อานนฺโท, คติมนฺตานํ, สติมนฺตานํ, ธิติมนฺตานํ, อุปฏฺฐากานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๒๓). เอวํ ภควตา – ‘‘อายสฺมา อานนฺโท อตฺถกุสโล, ธมฺมกุสโล, พฺยญฺชนกุสโล, นิรุตฺติกุสโล, ปุพฺพาปรกุสโล’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๙). เอวํ ธมฺมเสนาปตินา จ ปสตฺถภาวานุรูปํ อตฺตโน ธารณพลํ ทสฺเสนฺโต สตฺตานํ โสตุกามตํ ชเนติ – ‘เอวํ เม สุตํ’, ตญฺจ โข อตฺถโต วา พฺยญฺชนโต วา อนูนมนธิกํ, เอวเมว น อญฺญถา ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ.
เม-สทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา หิสฺส – ‘‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺย’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๘๑) มยาติ อตฺโถ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สงฺขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๘๘) มยฺหนฺติ อตฺโถ. ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙) มมาติ อตฺโถ. อิธ ปน มยา สุตนฺติ จ, มม สุตนฺติ จ อตฺถทฺวเย ยุชฺชติ.
สุตนฺติ อยํ สุต-สทฺโท สอุปสคฺโค จ อนุปสคฺโค จ – คมนวิสฺสุตกิลินฺน-อุปจิตานุโยค-โสตวิญฺเญยฺย-โสตทฺวารานุสาร-วิญฺญาตาทิอเนกตฺถปฺปเภโท, ตถา หิสฺส ‘‘เสนาย ปสุโต’’ติอาทีสุ คจฺฉนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต’’ติอาทีสุ (อุทา. ๑๑) วิสฺสุตธมฺมสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺสา’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๕๗) กิลินฺนากิลินฺนสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปก’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๗.๑๒) อุปจิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘เย ฌานปสุตา ธีรา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๘๑) ฌานานุยุตฺตาติ อตฺโถ. ‘ทิฏฺฐํ สุตํ มุต’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) โสตวิญฺเญยฺยนฺติ อตฺโถ. ‘‘สุตธโร สุตสนฺนิจโย’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๓๙) โสตทฺวารานุสารวิญฺญาตธโรติ อตฺโถ. อิธ ปนสฺส โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริตนฺติ วา อุปธารณนฺติ วาติ อตฺโถ. ‘เม’ สทฺทสฺส หิ ‘มยา’ติ อตฺเถ สติ ‘เอวํ มยา สุตํ’ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริตนฺติ ยุชฺชติ. ‘มมา’ติ อตฺเถ สติ เอวํ มม สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธารณนฺติ ยุชฺชติ.
เอวเมเตสุ ตีสุ ปเทสุ เอวนฺติ โสตวิญฺญาณาทิวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสนํ. เมติ วุตฺตวิญฺญาณสมงฺคิปุคฺคลนิทสฺสนํ. สุตนฺติ อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสนํ. ตถา เอวนฺติ ตสฺสา โสตทฺวารานุสาเรน ปวตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติภาวปฺปกาสนํ. เมติ อตฺตปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ธมฺมปฺปกาสนํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขโป – ‘‘นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา มยา น อญฺญํ กตํ, อิทํ ปน กตํ, อยํ ธมฺโม สุโต’’ติ.
ตถา เอวนฺติ นิทฺทิสิตพฺพธมฺมปฺปกาสนํ. เมติ ปุคฺคลปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ยํ สุตฺตํ นิทฺทิสิสฺสามิ, ตํ มยา เอวํ สุต’’นฺติ.
ตถา เอวนฺติ ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานาการปฺปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณํ โหติ, ตสฺส นานาการนิทฺเทโส. เอวนฺติ หิ อยมาการปญฺญตฺติ. เมติ กตฺตุนิทฺเทโส. สุตนฺติ วิสยนิทฺเทโส. เอตฺตาวตา นานาการปฺปวตฺเตน จิตฺตสนฺตาเนน ตํ สมงฺคิโน กตฺตุ วิสยคฺคหณสนฺนิฏฺฐานํ กตํ โหติ.
อถวา เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส. สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส. เมติ อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป, ‘‘มยา สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคินา ปุคฺคเลน วิญฺญาณวเสน ลทฺธสวนกิจฺจโวหาเรน สุต’’นฺติ.
ตตฺถ เอวนฺติ จ เมติ จ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ. กิเญฺหตฺถ ตํ ปรมตฺถโต อตฺถิ, ยํ เอวนฺติ วา เมติ วา นิทฺเทสํ ลเภถ? สุตนฺติ วิชฺชมานปญฺญตฺติ. ยญฺหิ ตํ เอตฺถ โสเตน อุปลทฺธํ, ตํ ปรมตฺถโต วิชฺชมานนฺติ. ตถา ‘เอว’นฺติ จ, เมติ จ, ตํ ตํ อุปาทาย วตฺตพฺพโต อุปาทาปญฺญตฺติ. ‘สุต’นฺติ ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺพโต อุปนิธาปญฺญตฺติ. เอตฺถ จ เอวนฺติ วจเนน อสมฺโมหํ ทีเปติ. น หิ สมฺมูโฬฺห นานปฺปการปฏิเวธสมตฺโถ โหติ. ‘สุต’นฺติ วจเนน สุตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปติ. ยสฺส หิ สุตํ สมฺมุฏฺฐํ โหติ, น โส กาลนฺตเรน มยา สุตนฺติ ปฏิชานาติ. อิจฺจสฺส อสมฺโมเหน ปญฺญาสิทฺธิ, อสมฺโมเสน ปน สติสิทฺธิ. ตตฺถ ปญฺญาปุพฺพงฺคมาย สติยา พฺยญฺชนาวธารณสมตฺถตา, สติปุพฺพงฺคมาย ปญฺญาย อตฺถปฏิเวธสมตฺถตา. ตทุภยสมตฺถตาโยเคน อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส ธมฺมโกสสฺส อนุปาลนสมตฺถโต ธมฺมภณฺฑาคาริกตฺตสิทฺธิ.
อปโร นโย, เอวนฺติ วจเนน โยนิโส มนสิการํ ทีเปติ. อโยนิโส มนสิกโรโต หิ นานปฺปการปฏิเวธาภาวโต. สุตนฺติ วจเนน อวิกฺเขปํ ทีเปติ, วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส สวนาภาวโต. ตถา หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต ปุคฺคโล สพฺพสมฺปตฺติยา วุจฺจมาโนปิ ‘‘น มยา สุตํ, ปุน ภณถา’’ติ ภณติ. โยนิโส มนสิกาเรน เจตฺถ อตฺตสมฺมาปณิธึ ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตํ สาเธติ, สมฺมา อปฺปณิหิตตฺตสฺส ปุพฺเพ อกตปุญฺญสฺส วา ตทภาวโต. อวิกฺเขเปน สทฺธมฺมสฺสวนํ สปฺปุริสูปนิสฺสยญฺจ สาเธติ. น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต โสตุํ สกฺโกติ, น จ สปฺปุริเส อนุปสฺสยมานสฺส สวนํ อตฺถีติ.
อปโร นโย, ยสฺมา เอวนฺติ ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานาการปฺปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณํ โหติ, ตสฺส นานาการนิทฺเทโสติ วุตฺตํ, โส จ เอวํ ภทฺทโก อากาโร น สมฺมาอปฺปณิหิตตฺตโน ปุพฺเพ อกตปุญฺญสฺส วา โหติ, ตสฺมา เอวนฺติ อิมินา ภทฺทเกนากาเรน ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺติมตฺตโน ทีเปติ. สุตนฺติ สวนโยเคน ปุริมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตึ. น หิ อปฺปติรูปเทเส วสโต สปฺปุริสูปนิสฺสยวิรหิตสฺส วา สวนํ อตฺถิ. อิจฺจสฺส ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา อาสยสุทฺธิสิทฺธา โหติ, ปุริมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา ปโยคสุทฺธิ, ตาย จ อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธิ, ปโยคสุทฺธิยา อาคมพฺยตฺติสิทฺธิ. อิติ ปโยคาสยสุทฺธสฺส อาคมาธิคมสมฺปนฺนสฺส วจนํ อรุณุคฺคํ วิย สูริยสฺส อุทยโต โยนิโส มนสิกาโร วิย จ กุสลกมฺมสฺส อรหติ ภควโต วจนสฺส ปุพฺพงฺคมํ ภวิตุนฺติ ฐาเน นิทานํ ฐเปนฺโต – ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิมาห.
อปโร นโย, ‘เอว’นฺติ อิมินา นานปฺปการปฏิเวธทีปเกน วจเนน อตฺตโน อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวํ ทีเปติ. ‘สุต’นฺติ อิมินา โสตพฺพปฺปเภทปฏิเวธทีปเกน ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวํ. ‘เอว’นฺติ จ อิทํ โยนิโส มนสิการทีปกํ วจนํ ภาสมาโน – ‘‘เอเต มยา ธมฺมา มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา’’ติ ทีเปติ. ‘สุต’นฺติ อิทํ สวนโยคทีปกํ วจนํ ภาสมาโน – ‘‘พหู มยา ธมฺมา สุตา ธาตา วจสา ปริจิตา’’ติ ทีเปติ. ตทุภเยนาปิ อตฺถพฺยญฺชนปาริปูรึ ทีเปนฺโต สวเน อาทรํ ชเนติ. อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณญฺหิ ธมฺมํ อาทเรน อสฺสุณนฺโต มหตา หิตา ปริพาหิโร โหตีติ, ตสฺมา อาทรํ ชเนตฺวา สกฺกจฺจํ อยํ ธมฺโม โสตพฺโพติ.
‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อิมินา ปน สกเลน วจเนน อายสฺมา อานนฺโท ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมํ อตฺตโน อทหนฺโต อสปฺปุริสภูมึ อติกฺกมติ. สาวกตฺตํ ปฏิชานนฺโต สปฺปุริสภูมึ โอกฺกมติ. ตถา อสทฺธมฺมา จิตฺตํ วุฏฺฐาเปติ, สทฺธมฺเม จิตฺตํ ปติฏฺฐาเปติ. ‘‘เกวลํ สุตเมเวตํ มยา, ตสฺเสว ภควโต วจน’’นฺติ ทีเปนฺโต อตฺตานํ ปริโมเจติ, สตฺถารํ อปทิสติ, ชินวจนํ อปฺเปติ, ธมฺมเนตฺตึ ปติฏฺฐาเปติ.
อปิจ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อตฺตนา อุปฺปาทิตภาวํ อปฺปฏิชานนฺโต ปุริมวจนํ วิวรนฺโต – ‘‘สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตมิทํ มยา ตสฺส ภควโต จตุเวสารชฺชวิสารทสฺส ทสพลธรสฺส อาสภฏฺฐานฏฺฐายิโน สีหนาทนาทิโน สพฺพสตฺตุตฺตมสฺส ธมฺมิสฺสรสฺส ธมฺมราชสฺส ธมฺมาธิปติโน ธมฺมทีปสฺส ธมฺมสรณสฺส สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺติโน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วจนํ, น เอตฺถ อตฺเถ วา ธมฺเม วา ปเท วา พฺยญฺชเน วา กงฺขา วา วิมติ วา กาตพฺพา’’ติ สพฺเพสํ เทวมนุสฺสานํ อิมสฺมึ ธมฺเม อสฺสทฺธิยํ วินาเสติ, สทฺธาสมฺปทํ อุปฺปาเทติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘วินาสยติ อสฺสทฺธํ, สทฺธํ วฑฺเฒติ สาสเน;
เอวํ เม สุตมิจฺเจวํ, วทํ โคตมสาวโก’’ติ.
เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส. สมยนฺติ ปริจฺฉินฺนนิทฺเทโส. เอกํ สมยนฺติ อนิยมิตปริทีปนํ. ตตฺถ สมยสทฺโท –
‘‘สมวาเย ขเณ กาเล, สมูเห เหตุทิฏฺฐิสุ;
ปฏิลาเภ ปหาเน จ, ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ’’.
ตถา หิสฺส – ‘‘อปฺเปวนาม เสฺวปิ อุปสงฺกเมยฺยาม กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๗) สมวาโย อตฺโถ. ‘‘เอโกว โข ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) ขโณ. ‘‘อุณฺหสมโย ปริฬาหสมโย’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๓๕๘) กาโล. ‘‘มหาสมโย ปวนสฺมิ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๓๒) สมูโห. ‘‘สมโยปิ โข เต, ภทฺทาลิ, อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสิ, ภควา โข สาวตฺถิยํ วิหรติ, ภควาปิ มํ ชานิสฺสติ, ภทฺทาลิ นาม ภิกฺขุ สตฺถุสาสเน สิกฺขาย อปริปูรการี’ติ. อยมฺปิ โข, เต ภทฺทาลิ, สมโย อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๓๕) เหตุ. ‘‘เตน โข ปน สมเยน อุคฺคหมาโน ปริพฺพาชโก สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต สมยปฺปวาทเก ตินฺทุกาจีเร เอกสาลเก มลฺลิกาย อาราเม ปฏิวสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๖๐) ทิฏฺฐิ.
‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;
อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๒๘) –
อาทีสุ ปฏิลาโภ. ‘‘สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๙) ปหานํ. ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ อภิสมยฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ๑๐๘) ปฏิเวโธ. อิธ ปนสฺส กาโล อตฺโถ. เตน สํวจฺฉรอุตุมาสฑฺฒมาสรตฺติทิวปุพฺพณฺหมชฺฌนฺหิกสายนฺหปฐมมชฺฌิ-มปจฺฉิมยามมุหุตฺตาทีสุ กาลปฺปเภทภูเตสุ สมเยสุ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ เอเตสุ สํวจฺฉราทีสุ สมเยสุ ยํ ยํ สุตฺตํ ยสฺมึ ยสฺมึ สํวจฺฉเร อุตุมฺหิ มาเส ปกฺเข รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา วุตฺตํ, สพฺพํ ตํ เถรสฺส สุวิทิตํ สุววตฺถาปิตํ ปญฺญาย. ยสฺมา ปน – ‘‘เอวํ เม สุตํ’’ อสุกสํวจฺฉเร อสุกอุตุมฺหิ อสุกมาเส อสุกปกฺเข อสุกรตฺติภาเค อสุกทิวสภาเค วาติ เอวํ วุตฺเต น สกฺกา สุเขน ธาเรตุํ วา อุทฺทิสิตุํ วา อุทฺทิสาเปตุํ วา, พหุ จ วตฺตพฺพํ โหติ, ตสฺมา เอเกเนว ปเทน ตมตฺถํ สโมธาเนตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห. เย วา อิเม คพฺโภกฺกนฺติสมโย, ชาติสมโย, สํเวคสมโย, อภินิกฺขมนสมโย, ทุกฺกรการิกสมโย, มารวิชยสมโย, อภิสมฺโพธิสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย, เทสนาสมโย, ปรินิพฺพานสมโยติ, เอวมาทโย ภควโต เทวมนุสฺเสสุ อติวิย ปกาสา อเนกกาลปฺปเภทา เอว สมยา. เตสุ สมเยสุ เทสนาสมยสงฺขาตํ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ. โย จายํ ญาณกรุณากิจฺจสมเยสุ กรุณากิจฺจสมโย, อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺติสมเยสุ ปรหิตปฏิปตฺติสมโย, สนฺนิปติตานํ กรณียทฺวยสมเยสุ ธมฺมิกถาสมโย เทสนาปฏิปตฺติสมเยสุ เทสนาสมโย, เตสุปิ สมเยสุ อญฺญตรํ สมยํ สนฺธาย ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
กสฺมา ปเนตฺถ ยถา อภิธมฺเม ‘‘ยสฺมึ สมเย กามาวจร’’นฺติ (ธ. ส. ๑) จ, อิโต อญฺเญสุ จ สุตฺตปเทสุ – ‘‘ยสฺมึ สมเย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ จ ภุมฺมวจนนิทฺเทโส กโต, วินเย จ – ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติ กรณวจเนน, ตถา อกตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อุปโยควจนนิทฺเทโส กโตติ? ตตฺถ ตถา อิธ จ อญฺญถา อตฺถสมฺภวโต. ตตฺถ หิ อภิธมฺเม อิโต อญฺเญสุ สุตฺตปเทสุ จ อธิกรณตฺโถ ภาเวน ภาวลกฺขณตฺโถ จ สมฺภวติ. อธิกรณญฺหิ กาลตฺโถ, สมูหตฺโถ จ สมโย, ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ ขณสมวายเหตุสงฺขาตสฺส จ สมยสฺส ภาเวน เตสํ ภาโว ลกฺขียติ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ ตตฺถ ภุมฺมวจนนิทฺเทโส กโต.
วินเย จ เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวติ. โย หิ โส สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมโย สาริปุตฺตาทีหิปิ ทุพฺพิญฺเญยฺโย, เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตน จ สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสิ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ ตตฺถ กรณวจเนน นิทฺเทโส กโต.
อิธ ปน อญฺญสฺมิญฺจ เอวํ ชาติเก อจฺจนฺตสํโยคตฺโถ สมฺภวติ. ยญฺหิ สมยํ ภควา อิมํ อญฺญํ วา สุตฺตนฺตํ เทเสสิ, อจฺจนฺตเมว ตํ สมยํ กรุณาวิหาเรน วิหาสิ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ อิธ อุปโยควจนนิทฺเทโส กโตติ.
เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ตํ ตํ อตฺถมเปกฺขิตฺวา, ภุมฺเมน กรเณน จ;
อญฺญตฺร สมโย วุตฺโต, อุปโยเคน โส อิธา’’ติ.
โปราณา ปน วณฺณยนฺติ – ‘‘ตสฺมึ สมเย’’ติ วา, ‘‘เตน สมเยนา’’ติ วา, ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วา, อภิลาปมตฺตเภโท เอส, สพฺพตฺถ ภุมฺมเมวตฺโถติ. ตสฺมา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺเตปิ ‘‘เอกสฺมึ สมเย’’ติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ภควาติ ครุ. ครุญฺหิ โลเก ภควาติ วทนฺติ. อยญฺจ สพฺพคุณวิสิฏฺฐตาย สพฺพสตฺตานํ ครุ, ตสฺมา ภควาติ เวทิตพฺโพ. โปราเณหิปิ วุตฺตํ –
‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐํ, ภควาติ วจนมุตฺตมํ;
ครุ คารวยุตฺโต โส, ภควา เตน วุจฺจตี’’ติ.
อปิ จ –
‘‘ภาคฺยวา ภคฺควา ยุตฺโต, ภเคหิ จ วิภตฺตวา;
ภตฺตวา วนฺตคมโน, ภเวสุ ภควา ตโต’’ติ.
อิมิสฺสา คาถาย วเสนสฺส ปทสฺส วิตฺถารอตฺโถ เวทิตพฺโพ. โส จ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วุตฺโตเยว.
เอตฺตาวตา เจตฺถ เอวํ เม สุตนฺติ วจเนน ยถาสุตํ ธมฺมํ ทสฺเสนฺโต ภควโต ธมฺมกายํ ปจฺจกฺขํ กโรติ. เตน ‘‘นยิทํ อติกฺกนฺตสตฺถุกํ ปาวจนํ, อยํ โว สตฺถา’’ติ สตฺถุ อทสฺสเนน อุกฺกณฺฐิตํ ชนํ สมสฺสาเสติ.
เอกํ สมยํ ภควาติ วจเนน ตสฺมึ สมเย ภควโต อวิชฺชมานภาวํ ทสฺเสนฺโต รูปกายปรินิพฺพานํ สาเธติ. เตน ‘‘เอวํวิธสฺส นาม อริยธมฺมสฺส เทสโก ทสพลธโร วชิรสงฺฆาต สมานกาโย โสปิ ภควา ปรินิพฺพุโต, เกน อญฺเญน ชีวิเต อาสา ชเนตพฺพา’’ติ ชีวิตมทมตฺตํ ชนํ สํเวเชติ, สทฺธมฺเม จสฺส อุสฺสาหํ ชเนติ.
เอวนฺติ จ ภณนฺโต เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ. เม สุตนฺติ สาวกสมฺปตฺตึ. เอกํ สมยนฺติ กาลสมฺปตฺตึ. ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ.
อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทนฺติ อนฺตรา-สทฺโท การณขณจิตฺตเวมชฺฌวิวราทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘ตทนฺตรํ โก ชาเนยฺย อญฺญตฺร ตถาคตา’’ติ (อ. นิ. ๖.๔๔) จ, ‘‘ชนา สงฺคมฺม มนฺเตนฺติ มญฺจ ตญฺจ กิมนฺตร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๒๘) จ อาทีสุ หิ การเณ อนฺตรา-สทฺโท. ‘‘อทฺทส มํ, ภนฺเต, อญฺญตรา อิตฺถี วิชฺชนฺตริกาย ภาชนํ โธวนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) ขเณ. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๐) จิตฺเต. ‘‘อนฺตรา โวสานมาปาที’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๕๐) เวมชฺเฌ. ‘‘อปิ จายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๑) วิวเร. สฺวายมิธ วิวเร วตฺตติ, ตสฺมา ราชคหสฺส จ นาฬนฺทาย จ วิวเรติ เอวเมตฺถตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนฺตรา-สทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กตํ. อีทิเสสุ จ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา ‘‘อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ ยาตี’’ติ เอวํ เอกเมว อนฺตราสทฺทํ ปยุชฺชนฺติ, โส ทุติยปเทนปิ โยเชตพฺโพ โหติ, อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ. อิธ ปน โยเชตฺวาเยว วุตฺโตติ.
อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน โหตีติ อทฺธานสงฺขาตํ มคฺคํ ปฏิปนฺโน โหติ, ‘‘ทีฆมคฺค’’นฺติ อตฺโถ. อทฺธานคมนสมยสฺส หิ วิภงฺเค ‘‘อฑฺฒโยชนํ คจฺฉิสฺสามีติ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๒๑๘) อฑฺฒโยชนมฺปิ อทฺธานมคฺโค โหติ. ราชคหโต ปน นาฬนฺทา โยชนเมว.
มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ ‘มหตา’ติ คุณมหตฺเตนปิ มหตา, สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหตา. โส หิ ภิกฺขุสงฺโฆ คุเณหิปิ มหา อโหสิ, อปฺปิจฺฉตาทิคุณสมนฺนาคตตฺตา. สงฺขฺยายปิ มหา, ปญฺจสตสงฺขฺยตฺตา. ภิกฺขูนํ สงฺโฆ ‘ภิกฺขุสงฺโฆ’, เตน ภิกฺขุสงฺเฆน. ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺฆาตสงฺขาเตน สมณคเณนาติ อตฺโถ. สทฺธินฺติ เอกโต.
ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหีติ ปญฺจมตฺตา เอเตสนฺติ ปญฺจมตฺตานิ. มตฺตาติ ปมาณํ วุจฺจติ, ตสฺมา ยถา ‘‘โภชเน มตฺตญฺญู’’ติ วุตฺเต ‘‘โภชเน มตฺตํ ชานาติ, ปมาณํ ชานาตี’’ติ อตฺโถ โหติ, เอวมิธาปิ – ‘‘เตสํ ภิกฺขุสตานํ ปญฺจมตฺตา ปญฺจปมาณ’’นฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขูนํ สตานิ ภิกฺขุสตานิ, เตหิ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ.
สุปฺปิโยปิ โข ปริพฺพาชโกติ สุปฺปิโยติ ตสฺส นามํ. ปิ-กาโร มคฺคปฺปฏิปนฺนสภาคตาย ปุคฺคลสมฺปิณฺฑนตฺโถ. โข-กาโร ปทสนฺธิกโร, พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาวเสน วุตฺโต. ปริพฺพาชโกติ สญฺชยสฺส อนฺเตวาสี ฉนฺนปริพฺพาชโก. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยทา ภควา ตํ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน, ตทา สุปฺปิโยปิ ปริพฺพาชโก ปฏิปนฺโน อโหสี’’ติ. อตีตกาลตฺโถ เหตฺถ โหติ-สทฺโท.
สทฺธึ อนฺเตวาสินา พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวนาติ – เอตฺถ อนฺเต วสตีติ อนฺเตวาสี. สมีปจาโร สนฺติกาวจโร สิสฺโสติ อตฺโถ. พฺรหฺมทตฺโตติ ตสฺส นามํ. มาณโวติ สตฺโตปิ โจโรปิ ตรุโณปิ วุจฺจติ.
‘‘โจทิตา เทวทูเตหิ, เย ปมชฺชนฺติ มาณวา;
เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ, หีนกายูปคา นรา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๒๗๑) –
อาทีสุ หิ สตฺโต มาณโวติ วุตฺโต. ‘‘มาณเวหิปิ สมาคจฺฉนฺติ กตกมฺเมหิปิ อกตกมฺเมหิปี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) โจโร. ‘‘อมฺพฏฺโฐ มาณโว, องฺคโก มาณโว’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๑๖) ตรุโณ ‘มาณโว’ติ วุตฺโต. อิธาปิ อยเมวตฺโถ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – พฺรหฺมทตฺเตน นาม ตรุณนฺเตวาสินา สทฺธินฺติ.
ตตฺราติ ตสฺมึ อทฺธานมคฺเค, เตสุ วา ทฺวีสุ ชเนสุ. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. อเนกปริยาเยนาติ ปริยาย-สทฺโท ตาว วารเทสนาการเณสุ วตฺตติ. ‘‘กสฺส นุ โข, อานนฺท, อชฺช ปริยาโย ภิกฺขุนิโย โอวทิตุ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๙๘) หิ วาเร ปริยายสทฺโท วตฺตติ. ‘‘มธุปิณฺฑิกปริยาโยเตฺวว นํ ธาเรหี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๕) เทสนายํ. ‘‘อิมินาปิ โข, เต ราชญฺญ, ปริยาเยน เอวํ โหตู’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔๑๑) การเณ. สฺวายมิธาปิ การเณ วตฺตติ, ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ – ‘‘อเนกวิเธน การเณนา’’ติ, ‘‘พหูหิ การเณหี’’ติ วุตฺตํ โหติ.
พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ อวณฺณวิรหิตสฺส อปริมาณวณฺณสมนฺนาคตสฺสาปิ พุทฺธสฺส ภควโต – ‘‘ยํ โลเก ชาติวุฑฺเฒสุ กตฺตพฺพํ อภิวาทนาทิสามีจิกมฺมํ ‘สามคฺคิรโส’ติ วุจฺจติ, ตํ สมณสฺส โคตมสฺส นตฺถิ ตสฺมา อรสรูโป สมโณ โคตโม, นิพฺโภโค, อกิริยวาโท, อุจฺเฉทวาโท, เชคุจฺฉี, เวนยิโก, ตปสฺสี, อปคพฺโภ. นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส. ตกฺกปริยาหตํ สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, วีมํสานุจริตํ, สยํปฏิภานํ. สมโณ โคตโม น สพฺพญฺญู, น โลกวิทู, น อนุตฺตโร, น อคฺคปุคฺคโล’’ติ. เอวํ ตํ ตํ อการณเมว การณนฺติ วตฺวา ตถา ตถา อวณฺณํ โทสํ นินฺทํ ภาสติ.
ยถา จ พุทฺธสฺส, เอวํ ธมฺมสฺสาปิ ตํ ตํ อการณเมว การณโต วตฺวา – ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส ธมฺโม ทุรกฺขาโต, ทุปฺปฏิเวทิโต, อนิยฺยานิโก, อนุปสมสํวตฺตนิโก’’ติ ตถา ตถา อวณฺณํ ภาสติ.
ยถา จ ธมฺมสฺส, เอวํ สงฺฆสฺสาปิ ยํ วา ตํ วา อการณเมว การณโต วตฺวา – ‘‘มิจฺฉาปฏิปนฺโน สมณสฺส โคตมสฺส สาวกสงฺโฆ, กุฏิลปฏิปนฺโน, ปจฺจนีกปฏิปทํ อนนุโลมปฏิปทํ อธมฺมานุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺโน’’ติ ตถา ตถา อวณฺณํ ภาสติ.
อนฺเตวาสี ปนสฺส – ‘‘อมฺหากํ อาจริโย อปรามสิตพฺพํ ปรามสติ, อนกฺกมิตพฺพํ อกฺกมติ, สฺวายํ อคฺคึ คิลนฺโต วิย, หตฺเถน อสิธารํ ปรามสนฺโต วิย, มุฏฺฐินา สิเนรุํ ปทาเลตุกาโม วิย, กกจทนฺตปนฺติยํ กีฬมาโน วิย, ปภินฺนมทํ จณฺฑหตฺถึ หตฺเถน คณฺหนฺโต วิย จ วณฺณารหสฺเสว รตนตฺตยสฺส อวณฺณํ ภาสมาโน อนยพฺยสนํ ปาปุณิสฺสติ. อาจริเย โข ปน คูถํ วา อคฺคึ วา กณฺฏกํ วา กณฺหสปฺปํ วา อกฺกมนฺเต, สูลํ วา อภิรูหนฺเต, หลาหลํ วา วิสํ ขาทนฺเต, ขาโรทกํ วา ปกฺขลนฺเต, นรกปปาตํ วา ปปตนฺเต, น อนฺเตวาสินา ตํ สพฺพมนุกาตพฺพํ โหติ. กมฺมสฺสกา หิ สตฺตา อตฺตโน กมฺมานุรูปเมว คตึ คจฺฉนฺติ. เนว ปิตา ปุตฺตสฺส กมฺเมน คจฺฉติ, น ปุตฺโต ปิตุ กมฺเมน, น มาตา ปุตฺตสฺส, น ปุตฺโต มาตุยา, น ภาตา ภคินิยา, น ภคินี ภาตุ, น อาจริโย อนฺเตวาสิโน, น อนฺเตวาสี อาจริยสฺส กมฺเมน คจฺฉติ. มยฺหญฺจ อาจริโย ติณฺณํ รตนานํ อวณฺณํ ภาสติ, มหาสาวชฺโช โข ปนาริยูปวาโทติ. เอวํ โยนิโส อุมฺมุชฺชิตฺวา อาจริยวาทํ มทฺทมาโน สมฺมาการณเมว การณโต อปทิสนฺโต อเนกปริยาเยน ติณฺณํ รตนานํ วณฺณํ ภาสิตุมารทฺโธ, ยถา ตํ ปณฺฑิตชาติโก กุลปุตฺโต’’. เตน วุตฺตํ – ‘‘สุปฺปิยสฺส ปน ปริพฺพาชกสฺส อนฺเตวาสี พฺรหฺมทตฺโต มาณโว อเนกปริยาเยน พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสติ, ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสติ, สงฺฆสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติ.
ตตฺถ วณฺณนฺติ วณฺณ-สทฺโท สณฺฐาน-ชาติ-รูปายตน-การณ-ปมาณ-คุณ-ปสํสาทีสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ ‘‘มหนฺตํ สปฺปราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๔๒) สณฺฐานํ วุจฺจติ. ‘‘พฺราหฺมโณว เสฏฺโฐ วณฺโณ, หีโน อญฺโญ วณฺโณ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๐๒) ชาติ. ‘‘ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๐๓) รูปายตนํ.
‘‘น หรามิ น ภญฺชามิ, อารา สิงฺฆามิ วาริชํ;
อถ เกน นุ วณฺเณน, คนฺธตฺเถโนติ วุจฺจตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓๔) –
อาทีสุ การณํ. ‘‘ตโย ปตฺตสฺส วณฺณา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๖๐๒) ปมาณํ. ‘‘กทา สญฺญูฬฺหา ปน, เต คหปติ, อิเม สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๗๗) คุโณ. ‘‘วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๒.๑๓๕) ปสํสา. อิธ คุโณปิ ปสํสาปิ. อยํ กิร ตํ ตํ ภูตเมว การณํ อปทิสนฺโต อเนกปริยาเยน รตนตฺตยสฺส คุณูปสญฺหิตํ ปสํสํ อภาสิ. ตตฺถ – ‘‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทินา (ปารา. ๑) นเยน, ‘‘เย ภิกฺขเว, พุทฺเธ ปสนฺนา อคฺเค เต ปสนฺนา’’ติอาทินา ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ…เป… อสโม อสมสโม’’ติอาทินา (อ. นิ. ๑.๑๗๔) จ นเยน พุทฺธสฺส วณฺโณ เวทิตพฺโพ. ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๙) จ ‘‘อาลยสมุคฺฆาโต วฏฺฏุปจฺเฉโท’’ติ (อิติ. ๙๐, อ. นิ. ๔.๓๔) จ, ‘‘เย ภิกฺขเว, อริเย อฏฺฐงฺคิเก มคฺเค ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา’’ติ จ เอวมาทีหิ นเยหิ ธมฺมสฺส วณฺโณ เวทิตพฺโพ. ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๙) จ, ‘‘เย, ภิกฺขเว, สงฺเฆ ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔) จ เอวมาทีหิ ปน นเยหิ สงฺฆสฺส วณฺโณ เวทิตพฺโพ. ปโหนฺเตน ปน ธมฺมกถิเกน ปญฺจนิกาเย นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ โอคาหิตฺวา พุทฺธาทีนํ วณฺโณ ปกาเสตพฺโพ. อิมสฺมิญฺหิ ฐาเน พุทฺธาทีนํ คุเณ ปกาเสนฺโต อติตฺเถน ปกฺขนฺโท ธมฺมกถิโกติ น สกฺกา วตฺตุํ. อีทิเสสุ หิ ฐาเนสุ ธมฺมกถิกสฺส ถาโม เวทิตพฺโพ. พฺรหฺมทตฺโต ปน มาณโว อนุสฺสวาทิมตฺตสมฺพนฺธิเตน อตฺตโน ถาเมน รตนตฺตยสฺส วณฺณํ ภาสติ.
อิติห เต อุโภ อาจริยนฺเตวาสีติ เอวํ เต เทฺว อาจริยนฺเตวาสิกา. อญฺญมญฺญสฺสาติ อญฺโญ อญฺญสฺส. อุชุวิปจฺจนีกวาทาติ อีสกมฺปิ อปริหริตฺวา อุชุเมว วิวิธปจฺจนีกวาทา, อเนกวารํ วิรุทฺธวาทา เอว หุตฺวาติ อตฺโถ. อาจริเยน หิ รตนตฺตยสฺส อวณฺเณ ภาสิเต อนฺเตวาสี วณฺณํ ภาสติ, ปุน อิตโร อวณฺณํ, อิตโร วณฺณนฺติ เอวํ อาจริโย สารผลเก วิสรุกฺขอาณึ อาโกฏยมาโน วิย ปุนปฺปุนํ รตนตฺตยสฺส อวณฺณํ ภาสติ. อนฺเตวาสี ปน สุวณฺณรชตมณิมยาย อาณิยา ตํ อาณึ ปฏิพาหยมาโน วิย ปุนปฺปุนํ รตนตฺตยสฺส วณฺณํ ภาสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุชุวิปจฺจนีกวาทา’’ติ.
ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธา โหนฺติ ภิกฺขุสงฺฆญฺจาติ ภควนฺตญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ปจฺฉโต ปจฺฉโต ทสฺสนํ อวิชหนฺตา อิริยาปถานุพนฺธเนน อนุพนฺธา โหนฺติ, สีสานุโลกิโน หุตฺวา อนุคตา โหนฺตีติ อตฺโถ.
กสฺมา ปน ภควา ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน? กสฺมา จ สุปฺปิโย อนุพนฺโธ? กสฺมา จ โส รตนตฺตยสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ? ภควา ตาว ตสฺมึ กาเล ราชคหปริวตฺตเกสุ อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ อญฺญตรสฺมึ วสิตฺวา ปาโตว สรีรปฺปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขาจารเวลายํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ราชคเห ปิณฺฑาย จรติ. โส ตํ ทิวสํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส สุลภปิณฺฑปาตํ กตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขุสงฺฆํ ปตฺตจีวรํ คาหาเปตฺวา – ‘‘นาฬนฺทํ คมิสฺสามี’’ติ, ราชคหโต นิกฺขมิตฺวา ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน. สุปฺปิโยปิ โข ตสฺมึ กาเล ราชคหปริวตฺตเก อญฺญตรสฺมึ ปริพฺพาชการาเม วสิตฺวา ปริพฺพาชกปริวุโต ราชคเห ภิกฺขาย จรติ. โสปิ ตํ ทิวสํ ปริพฺพาชกปริสาย สุลภภิกฺขํ กตฺวา ภุตฺตปาตราโส ปริพฺพาชเก ปริพฺพาชกปริกฺขารํ คาหาเปตฺวา – นาฬนฺทํ คมิสฺสามิจฺเจว ภควโต ตํ มคฺคํ ปฏิปนฺนภาวํ อชานนฺโตว อนุพนฺโธ. สเจ ปน ชาเนยฺย นานุพนฺเธยฺย. โส อชานิตฺวาว คจฺฉนฺโต คีวํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลกยมาโน ภควนฺตํ อทฺทส พุทฺธสิริยา โสภมานํ รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตมิว ชงฺคมกนกคิริสิขรํ.
ตสฺมึ กิร สมเย ทสพลสฺส สรีรโต นิกฺขมิตฺวา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย สมนฺตา อสีติหตฺถปฺปมาเณ ปเทเส อาธาวนฺติ วิธาวนฺติ รตนาเวฬรตนทามรตนจุณฺณวิปฺปกิณฺณํ วิย, ปสาริตรตนจิตฺตกญฺจนปฏมิว, รตฺตสุวณฺณรสนิสิญฺจมานมิว, อุกฺกาสตนิปาตสมากุลมิว, นิรนฺตรวิปฺปกิณฺณกณิการปุปฺผมิว วายุเวคกฺขิตฺตจีนปิฏฺฐจุณฺณมิว, อินฺทธนุวิชฺชุลตาตาราคณปฺปภาวิสรวิปฺผุริตวิจฺฉริตมิว จ ตํ วนนฺตรํ โหติ.
อสีติ อนุพฺยญฺชนานุรญฺชิตญฺจ ปน ภควโต สรีรํ วิกสิตกมลุปฺปลมิว, สรํ สพฺพปาลิผุลฺลมิว ปาริจฺฉตฺตกํ, ตารามรีจิวิกสิตมิว, คคนตลํ สิริยา อวหสนฺตมิว, พฺยามปฺปภาปริกฺเขปวิลาสินี จสฺส ทฺวตฺตึสวรลกฺขณมาลา คนฺเถตฺวา ฐปิตทฺวตฺตึสจนฺทมาลาย ทฺวตฺตึสสูริยมาลาย ปฏิปาฏิยา ฐปิตทฺวตฺตึสจกฺกวตฺติทฺวตฺตึสสกฺกเทวราชทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมานํ สิรึ สิริยา อภิภวนฺติมิว. ตญฺจ ปน ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา ฐิตา ภิกฺขู สพฺเพว อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา โจทกา ปาปครหิโน วตฺตาโร วจนกฺขมา สีลสมฺปนฺนา สมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญฺญาณทสฺสนสมฺปนฺนา. เตสํ มชฺเฌ ภควา รตฺตกมฺพลปาการปริกฺขิตฺโต วิย กญฺจนถมฺโภ, รตฺตปทุมสณฺฑมชฺฌคตา วิย สุวณฺณนาวา, ปวาฬเวทิกาปริกฺขิตฺโต วิย อคฺคิกฺขนฺโธ, ตาราคณปริวาริโต วิย ปุณฺณจนฺโท มิคปกฺขีนมฺปิ จกฺขูนิ ปีณยติ, ปเคว เทวมนุสฺสานํ. ตสฺมิญฺจ ปน ทิวเส เยภุยฺเยน อสีติมหาเถรา เมฆวณฺณํ ปํสุกูลํ เอกํสํ กริตฺวา กตฺตรทณฺฑํ อาทาย สุวมฺมวมฺมิตา วิย คนฺธหตฺถิโน วิคตโทสา วนฺตโทสา ภินฺนกิเลสา วิชฏิตชฏา ฉินฺนพนฺธนา ภควนฺตํ ปริวารยึสุ. โส สยํ วีตราโค วีตราเคหิ, สยํ วีตโทโส วีตโทเสหิ, สยํ วีตโมโห วีตโมเหหิ, สยํ วีตตโณฺห วีตตเณฺหหิ, สยํ นิกฺกิเลโส นิกฺกิเลเสหิ, สยํ พุทฺโธ อนุพุทฺเธหิ ปริวาริโต; ปตฺตปริวาริตํ วิย เกสรํ, เกสรปริวาริตา วิย กณฺณิกา, อฏฺฐนาคสหสฺสปริวาริโต วิย ฉทฺทนฺโต นาคราชา, นวุติหํสสหสฺสปริวาริโต วิย ธตรฏฺโฐ หํสราชา, เสนงฺคปริวาริโต วิย จกฺกวตฺติราชา, เทวคณปริวาริโต วิย สกฺโก เทวราชา, พฺรหฺมคณปริวาริโต วิย หาริโต มหาพฺรหฺมา, อปริมิตกาลสญฺจิตปุญฺญพลนิพฺพตฺตาย อจินฺเตยฺยาย อโนปมาย พุทฺธลีลาย จนฺโท วิย คคนตลํ ตํ มคฺคํ ปฏิปนฺโน โหติ.
อเถวํ ภควนฺตํ อโนปมาย พุทฺธลีลาย คจฺฉนฺตํ ภิกฺขู จ โอกฺขิตฺตจกฺขู สนฺตินฺทฺริเย สนฺตมานเส อุปรินเภ ฐิตํ ปุณฺณจนฺทํ วิย ภควนฺตํเยว นมสฺสมาเน ทิสฺวาว ปริพฺพาชโก อตฺตโน ปริสํ อวโลเกสิ. สา โหติ กาชทณฺฑเก โอลมฺเพตฺวา คหิโตลุคฺควิลุคฺคปิฏฺฐกติทณฺฑโมรปิญฺฉมตฺติกาปตฺตปสิพฺพกกุณฺฑิกาทิอเนกปริกฺขารภารภริตา. ‘‘อสุกสฺส หตฺถา โสภณา, อสุกสฺส ปาทา’’ติ เอวมาทินิรตฺถกวจนา มุขรา วิกิณฺณวาจา อทสฺสนียา อปาสาทิกา. ตสฺส ตํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสาโร อุทปาทิ.
อิทานิ เตน ภควโต วณฺโณ วตฺตพฺโพ ภเวยฺย. ยสฺมา ปเนส ลาภสกฺการหานิยา เจว ปกฺขหานิยา จ นิจฺจมฺปิ ภควนฺตํ อุสูยติ. อญฺญติตฺถิยานญฺหิ ยาว พุทฺโธ โลเก นุปฺปชฺชติ, ตาวเทว ลาภสกฺการา นิพฺพตฺตนฺติ, พุทฺธุปฺปาทโต ปน ปฏฺฐาย ปริหีนลาภสกฺการา โหนฺติ, สูริยุคฺคมเน ขชฺโชปนกา วิย นิสฺสิรีกตํ อาปชฺชนฺติ. อุปติสฺสโกลิตานญฺจ สญฺชยสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตกาเลเยว ปริพฺพาชกา มหาปริสา อเหสุํ, เตสุ ปน ปกฺกนฺเตสุ สาปิ เตสํ ปริสา ภินฺนา. อิติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ อยํ ปริพฺพาชโก ยสฺมา นิจฺจมฺปิ ภควนฺตํ อุสูยติ, ตสฺมา ตํ อุสูยวิสุคฺคารํ อุคฺคิรนฺโต รตนตฺตยสฺส อวณฺณเมว ภาสตีติ เวทิตพฺโพ.
๒. อถ โข ภควา อมฺพลฏฺฐิกายํ ราชาคารเก เอกรตฺติวาสํ อุปคจฺฉิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ภควา ตาย พุทฺธลีลาย คจฺฉมาโน อนุปุพฺเพน อมฺพลฏฺฐิกาทฺวารํ ปาปุณิตฺวา สูริยํ โอโลเกตฺวา – ‘‘อกาโล ทานิ คนฺตุํ, อตฺถสมีปํ คโต สูริโย’’ติ อมฺพลฏฺฐิกายํ ราชาคารเก เอกรตฺติวาสํ อุปคจฺฉิ.
ตตฺถ อมฺพลฏฺฐิกาติ รญฺโญ อุยฺยานํ. ตสฺส กิร ทฺวารสมีเป ตรุณอมฺพรุกฺโข อตฺถิ, ตํ ‘‘อมฺพลฏฺฐิกา’’ติ วทนฺติ. ตสฺส อวิทูเร ภวตฺตา อุยฺยานมฺปิ อมฺพลฏฺฐิกา เตฺวว สงฺขฺยํ คตํ. ตํ ฉายูทกสมฺปนฺนํ ปาการปริกฺขิตฺตํ สุโยชิตทฺวารํ มญฺชุสา วิย สุคุตฺตํ. ตตฺถ รญฺโญ กีฬนตฺถํ ปฏิภานจิตฺตวิจิตฺตํ อคารํ อกํสุ. ตํ ‘‘ราชาคารก’’นฺติ วุจฺจติ.
สุปฺปิโยปิ โขติ สุปฺปิโยปิ ตสฺมึ ฐาเน สูริยํ โอโลเกตฺวา – ‘‘อกาโล ทานิ คนฺตุํ, พหู ขุทฺทกมหลฺลกา ปริพฺพาชกา, พหุปริสฺสโย จ อยํ มคฺโค โจเรหิปิ วาฬยกฺเขหิปิ วาฬมิเคหิปิ. อยํ โข ปน สมโณ โคตโม อุยฺยานํ ปวิฏฺโฐ, สมณสฺส จ โคตมสฺส วสนฏฺฐาเน เทวตา อารกฺขํ คณฺหนฺติ, หนฺทาหมฺปิ อิธ เอกรตฺติวาสํ อุปคนฺตฺวา เสฺวว คมิสฺสามี’’ติ ตเทวุยฺยานํ ปาวิสิ. ตโต ภิกฺขุสงฺโฆ ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานํ สลฺลกฺเขสิ. ปริพฺพาชโกปิ อุยฺยานสฺส เอกปสฺเส ปริพฺพาชกปริกฺขาเร โอตาเรตฺวา วาสํ อุปคจฺฉิ สทฺธึ อตฺตโน ปริสาย. ปาฬิยมารูฬฺหวเสเนว ปน – ‘‘สทฺธึ อตฺตโน อนฺเตวาสินา พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวนา’’ติ วุตฺตํ.
เอวํ วาสํ อุปคโต ปน โส ปริพฺพาชโก รตฺติภาเค ทสพลํ โอโลเกสิ. ตสฺมิญฺจ สมเย สมนฺตา วิปฺปกิณฺณตารกา วิย ปทีปา ชลนฺติ, มชฺเฌ ภควา นิสินฺโน โหติ, ภิกฺขุสงฺโฆ จ ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา. ตตฺถ เอกภิกฺขุสฺสปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา อุกฺกาสิตสทฺโท วา ขิปิตสทฺโท วา นตฺถิ. สา หิ ปริสา อตฺตโน จ สิกฺขิตสิกฺขตาย สตฺถริ จ คารเวนาติ ทฺวีหิ การเณหิ นิวาเต ปทีปสิขา วิย นิจฺจลา สนฺนิสินฺนาว อโหสิ. ปริพฺพาชโก ตํ วิภูตึ ทิสฺวา อตฺตโน ปริสํ โอโลเกสิ. ตตฺถ เกจิ หตฺถํ ขิปนฺติ, เกจิ ปาทํ, เกจิ วิปฺปลปนฺติ, เกจิ นิลฺลาลิตชิวฺหา ปคฺฆริตเขฬา, ทนฺเต ขาทนฺตา กากจฺฉมานา ฆรุฆรุปสฺสาสิโน สยนฺติ. โส รตนตฺตยสฺส คุณวณฺเณ วตฺตพฺเพปิ อิสฺสาวเสน ปุน อวณฺณเมว อารภิ. พฺรหฺมทตฺโต ปน วุตฺตนเยเนว วณฺณํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตตฺราปิ สุทํ สุปฺปิโย ปริพฺพาชโก’’ติ สพฺพํ วตฺตพฺพํ. ตตฺถ ตตฺราปีติ ตสฺมิมฺปิ, อมฺพลฏฺฐิกายํ อุยฺยาเนติ อตฺโถ.
๓. สมฺพหุลานนฺติ พหุกานํ. ตตฺถ วินยปริยาเยน ตโย ชนา ‘‘สมฺพหุลา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตโต ปรํ สงฺโฆ. สุตฺตนฺตปริยาเยน ปน ตโย ตโยว ตโต ปฏฺฐาย สมฺพหุลา. อิธ สุตฺตนฺตปริยาเยน ‘‘สมฺพหุลา’’ติ เวทิตพฺพา. มณฺฑลมาเฬติ กตฺถจิ เทฺว กณฺณิกา คเหตฺวา หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนน กตา กูฏาคารสาลาปิ ‘‘มณฺฑลมาโฬ’’ติ วุจฺจติ, กตฺถจิ เอกํ กณฺณิกํ คเหตฺวา ถมฺภปนฺตึ ปริกฺขิปิตฺวา กตา อุปฏฺฐานสาลาปิ ‘‘มณฺฑลมาโฬ’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน นิสีทนสาลา ‘‘มณฺฑลมาโฬ’’ติ เวทิตพฺโพ. สนฺนิสินฺนานนฺติ นิสชฺชนวเสน. สนฺนิปติตานนฺติ สโมธานวเสน. อยํ สงฺขิยธมฺโมติ สงฺขิยา วุจฺจติ กถา, กถาธมฺโมติ อตฺโถ. อุทปาทีติ อุปฺปนฺโน. กตโม ปน โสติ? อจฺฉริยํ อาวุโสติ เอวมาทิ. ตตฺถ อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหณํ วิย นิจฺจํ น โหตีติ อจฺฉริยํ. อยํ ตาว สทฺทนโย. อยํ ปน อฏฺฐกถานโย – อจฺฉราโยคฺคนฺติ อจฺฉริยํ. อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ. อุภยํ เปตํ วิมฺหยสฺเสวาธิวจนํ. ยาวญฺจิทนฺติ ยาว จ อิทํ เตน สุปฺปฏิวิทิตตาย อปฺปเมยฺยตฺตํ ทสฺเสติ.
เตน ภควตา ชานตา…เป… สุปฺปฏิวิทิตาติ เอตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ. โย โส ภควา สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, เตน ภควตา เตสํ เตสํ สตฺตานํ อาสยานุสยํ ชานตา, หตฺถตเล ฐปิตํ อามลกํ วิย สพฺพเญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา.
อปิ จ ปุพฺเพนิวาสาทีหิ ชานตา, ทิพฺเพน จกฺขุนา ปสฺสตา. ตีหิ วิชฺชาหิ ฉหิ วา ปน อภิญฺญาหิ ชานตา, สพฺพตฺถ อปฺปฏิหเตน สมนฺตจกฺขุนา ปสฺสตา. สพฺพธมฺมชานนสมตฺถาย วา ปญฺญาย ชานตา, สพฺพสตฺตานํ จกฺขุวิสยาตีตานิ ติโรกุฏฺฏาทิคตานิปิ รูปานิ อติวิสุทฺเธน มํสจกฺขุนา ปสฺสตา. อตฺตหิตสาธิกาย วา สมาธิปทฏฺฐานาย ปฏิเวธปญฺญาย ชานตา, ปรหิตสาธิกาย กรุณาปทฏฺฐานาย เทสนาปญฺญาย ปสฺสตา.
อรีนํ หตตฺตา ปจฺจยาทีนญฺจ อรหตฺตา อรหตา. สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน อนฺตรายิกธมฺเม วา ชานตา, นิยฺยานิกธมฺเม ปสฺสตา, กิเลสารีนํ หตตฺตา อรหตา. สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ. เอวํ จตูเวสารชฺชวเสน จตูหากาเรหิ โถมิเตน สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตา นานชฺฌาสยตา สุปฺปฏิวิทิตา ยาว จ สุฏฺฐุ ปฏิวิทิตา.
อิทานิสฺส สุปฺปฏิวิทิตภาวํ ทสฺเสตุํ อยญฺหีติอาทิมาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ ยา จ อยํ ภควตา ‘‘ธาตุโส, ภิกฺขเว, สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ. อตีตมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทึสุ สมึสุ, หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ…เป… กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ, อนาคตมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อทฺธานํ…เป… สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ, เอตรหิปิ โข, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ…เป… กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตี’’ติ เอวํ สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตา, นานชฺฌาสยตา, นานาทิฏฺฐิกตา, นานาขนฺติตา, นานารุจิตา, นาฬิยา มินนฺเตน วิย ตุลาย ตุลยนฺเตน วิย จ นานาธิมุตฺติกตาญาเณน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน วิทิตา, สา ยาว สุปฺปฏิวิทิตา. เทฺวปิ นาม สตฺตา เอกชฺฌาสยา ทุลฺลภา โลกสฺมึ. เอกสฺมึ คนฺตุกาเม เอโก ฐาตุกาโม โหติ, เอกสฺมึ ปิวิตุกาเม เอโก ภุญฺชิตุกาโม. อิเมสุ จาปิ ทฺวีสุ อาจริยนฺเตวาสีสุ อยญฺหิ ‘‘สุปฺปิโย ปริพฺพาชโก…เป… ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธา โหนฺติ ภิกฺขุสงฺฆญฺจา’’ติ. ตตฺถ อิติหเมติ อิติห อิเม, เอวํ อิเมติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
๔. อถ โข ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อิมํ สงฺขิยธมฺมํ วิทิตฺวาติ เอตฺถ วิทิตฺวาติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ชานิตฺวา. ภควา หิ กตฺถจิ มํสจกฺขุนา ทิสฺวา ชานาติ – ‘‘อทฺทสา โข ภควา มหนฺตํ ทารุกฺขนฺธํ คงฺคาย นทิยา โสเตน วุยฺหมาน’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๑) วิย. กตฺถจิ ทิพฺพจกฺขุนา ทิสฺวา ชานาติ – ‘‘อทฺทสา โข ภควา ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน ตา เทวตาโย สหสฺสสฺเสว ปาฏลิคาเม วตฺถูนิ ปริคณฺหนฺติโย’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๕๒) วิย. กตฺถจิ ปกติโสเตน สุตฺวา ชานาติ – ‘‘อสฺโสสิ โข ภควา อายสฺมโต อานนฺทสฺส สุภทฺเทน ปริพฺพาชเกน สทฺธึ อิมํ กถาสลฺลาป’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๑๓) วิย. กตฺถจิ ทิพฺพโสเตน สุตฺวา ชานาติ – ‘‘อสฺโสสิ โข ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย สนฺธานสฺส คหปติสฺส นิโคฺรเธน ปริพฺพาชเกน สทฺธึ อิมํ กถาสลฺลาป’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๕๔) วิย. อิธ ปน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สุตฺวา อญฺญาสิ. กึ กโรนฺโต อญฺญาสิ? ปจฺฉิมยามกิจฺจํ, กิจฺจญฺจ นาเมตํ สาตฺถกํ, นิรตฺถกนฺติ ทุวิธํ โหติ. ตตฺถ นิรตฺถกกิจฺจํ ภควตา โพธิปลฺลงฺเกเยว อรหตฺตมคฺเคน สมุคฺฆาตํ กตํ. สาตฺถกํเยว ปน ภควโต กิจฺจํ โหติ. ตํ ปญฺจวิธํ – ปุเรภตฺตกิจฺจํ, ปจฺฉาภตฺตกิจฺจํ, ปุริมยามกิจฺจํ, มชฺฌิมยามกิจฺจํ, ปจฺฉิมยามกิจฺจนฺติ.
ตตฺริทํ ปุเรภตฺตกิจฺจํ –
ภควา หิ ปาโตว อุฏฺฐาย อุปฏฺฐากานุคฺคหตฺถํ สรีรผาสุกตฺถญฺจ มุขโธวนาทิสรีรปริกมฺมํ กตฺวา ยาว ภิกฺขาจารเวลา ตาว วิวิตฺตาสเน วีตินาเมตฺวา, ภิกฺขาจารเวลายํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตมาทาย กทาจิ เอกโก, กทาจิ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต, คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสติ; กทาจิ ปกติยา, กทาจิ อเนเกหิ ปาฏิหาริเยหิ วตฺตมาเนหิ. เสยฺยถิทํ, ปิณฺฑาย ปวิสโต โลกนาถสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา มุทุคตวาตา ปถวึ โสเธนฺติ, วลาหกา อุทกผุสิตานิ มุญฺจนฺตา มคฺเค เรณุํ วูปสเมตฺวา อุปริ วิตานํ หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ, อปเร วาตา ปุปฺผานิ อุปสํหริตฺวา มคฺเค โอกิรนฺติ, อุนฺนตา ภูมิปฺปเทสา โอนมนฺติ, โอนตา อุนฺนมนฺติ, ปาทนิกฺเขปสมเย สมาว ภูมิ โหติ, สุขสมฺผสฺสานิ ปทุมปุปฺผานิ วา ปาเท สมฺปฏิจฺฉนฺติ. อินฺทขีลสฺส อนฺโต ฐปิตมตฺเต ทกฺขิณปาเท สรีรโต ฉพฺพณฺณรสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณรสปิญฺชรานิ วิย จิตฺรปฏปริกฺขิตฺตานิ วิย จ ปาสาทกูฏาคาราทีนิ อลงฺกโรนฺติโย อิโต จิโต จ ธาวนฺติ, หตฺถิอสฺสวิหงฺคาทโย สกสกฏฺฐาเนสุ ฐิตาเยว มธุเรนากาเรน สทฺทํ กโรนฺติ, ตถา เภริวีณาทีนิ ตูริยานิ มนุสฺสานญฺจ กายูปคานิ อาภรณานิ. เตน สญฺญาเณน มนุสฺสา ชานนฺติ – ‘‘อชฺช ภควา อิธ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ. เต สุนิวตฺถา สุปารุตา คนฺธปุปฺผาทีนิ อาทาย ฆรา นิกฺขมิตฺวา อนฺตรวีถึ ปฏิปชฺชิตฺวา ภควนฺตํ คนฺธปุปฺผาทีหิ สกฺกจฺจํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา – ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ทส ภิกฺขู, อมฺหากํ วีสติ, ปญฺญาสํ…เป… สตํ เทถา’’ติ ยาจิตฺวา ภควโตปิ ปตฺตํ คเหตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาเตน ปฏิมาเนนฺติ. ภควา กตภตฺตกิจฺโจ เตสํ สตฺตานํ จิตฺตสนฺตานานิ โอโลเกตฺวา ตถา ธมฺมํ เทเสติ, ยถา เกจิ สรณคมเนสุ ปติฏฺฐหนฺติ, เกจิ ปญฺจสุ สีเลสุ, เกจิ โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิผลานํ อญฺญตรสฺมึ; เกจิ ปพฺพชิตฺวา อคฺคผเล อรหตฺเตติ. เอวํ มหาชนํ อนุคฺคเหตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ คจฺฉติ. ตตฺถ คนฺตฺวา มณฺฑลมาเฬ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทติ, ภิกฺขูนํ ภตฺตกิจฺจปริโยสานํ อาคมยมาโน. ตโต ภิกฺขูนํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน อุปฏฺฐาโก ภควโต นิเวเทติ. อถ ภควา คนฺธกุฏึ ปวิสติ. อิทํ ตาว ปุเรภตฺตกิจฺจํ.
อถ ภควา เอวํ กตปุเรภตฺตกิจฺโจ คนฺธกุฏิยา อุปฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ปาทปีเฐ ฐตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ โอวทติ – ‘‘ภิกฺขเว, อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ, ทุลฺลโภ พุทฺธุปฺปาโท โลกสฺมึ, ทุลฺลโภ มนุสฺสตฺตปฏิลาโภ, ทุลฺลภา สมฺปตฺติ, ทุลฺลภา ปพฺพชฺชา, ทุลฺลภํ สทฺธมฺมสฺสวน’’นฺติ. ตตฺถ เกจิ ภควนฺตํ กมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉนฺติ. ภควาปิ เตสํ จริยานุรูปํ กมฺมฏฺฐานํ เทติ. ตโต สพฺเพปิ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ คจฺฉนฺติ. เกจิ อรญฺญํ, เกจิ รุกฺขมูลํ, เกจิ ปพฺพตาทีนํ อญฺญตรํ, เกจิ จาตุมหาราชิกภวนํ…เป… เกจิ วสวตฺติภวนนฺติ. ตโต ภควา คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา สเจ อากงฺขติ, ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน มุหุตฺตํ สีหเสยฺยํ กปฺเปติ. อถ สมสฺสาสิตกาโย วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยภาเค โลกํ โวโลเกติ. ตติยภาเค ยํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรติ ตตฺถ มหาชโน ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ สุนิวตฺโถ สุปารุโต คนฺธปุปฺผาทีนิ อาทาย วิหาเร สนฺนิปตติ. ตโต ภควา สมฺปตฺตปริสาย อนุรูเปน ปาฏิหาริเยน คนฺตฺวา ธมฺมสภายํ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสชฺช ธมฺมํ เทเสติ กาลยุตฺตํ สมยยุตฺตํ, อถ กาลํ วิทิตฺวา ปริสํ อุยฺโยเชติ, มนุสฺสา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปกฺกมนฺติ. อิทํ ปจฺฉาภตฺตกิจฺจํ.
โส เอวํ นิฏฺฐิตปจฺฉาภตฺตกิจฺโจ สเจ คตฺตานิ โอสิญฺจิตุกาโม โหติ, พุทฺธาสนา วุฏฺฐาย นฺหานโกฏฺฐกํ ปวิสิตฺวา อุปฏฺฐาเกน ปฏิยาทิตอุทเกน คตฺตานิ อุตุํ คณฺหาเปติ. อุปฏฺฐาโกปิ พุทฺธาสนํ อาเนตฺวา คนฺธกุฏิปริเวเณ ปญฺญเปติ. ภควา สุรตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา อุตฺตราสงฺคํ เอกํสํ กริตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา นิสีทติ เอกโกว มุหุตฺตํ ปฏิสลฺลีโน, อถ ภิกฺขู ตโต ตโต อาคมฺม ภควโต อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ. ตตฺถ เอกจฺเจ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ กมฺมฏฺฐานํ, เอกจฺเจ ธมฺมสฺสวนํ ยาจนฺติ. ภควา เตสํ อธิปฺปายํ สมฺปาเทนฺโต ปุริมยามํ วีตินาเมติ. อิทํ ปุริมยามกิจฺจํ.
ปุริมยามกิจฺจปริโยสาเน ปน ภิกฺขูสุ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปกฺกนฺเตสุ สกลทสสหสฺสิโลกธาตุเทวตาโย โอกาสํ ลภมานา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, ยถาภิสงฺขตํ อนฺตมโส จตุรกฺขรมฺปิ. ภควา ตาสํ เทวตานํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต มชฺฌิมยามํ วีตินาเมติ. อิทํ มชฺฌิมยามกิจฺจํ.
ปจฺฉิมยามํ ปน ตโย โกฏฺฐาเส กตฺวา ปุเรภตฺตโต ปฏฺฐาย นิสชฺชาย ปีฬิตสฺส สรีรสฺส กิลาสุภาวโมจนตฺถํ เอกํ โกฏฺฐาสํ จงฺกเมน วีตินาเมติ. ทุติยโกฏฺฐาเส คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน สีหเสยฺยํ กปฺเปติ. ตติยโกฏฺฐาเส ปจฺจุฏฺฐาย นิสีทิตฺวา ปุริมพุทฺธานํ สนฺติเก ทานสีลาทิวเสน กตาธิการปุคฺคลทสฺสนตฺถํ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกติ. อิทํ ปจฺฉิมยามกิจฺจํ.
ตสฺมึ ปน ทิวเส ภควา ปุเรภตฺตกิจฺจํ ราชคเห ปริโยสาเปตฺวา ปจฺฉาภตฺเต มคฺคํ อาคโต, ปุริมยาเม ภิกฺขูนํ กมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา, มชฺฌิมยาเม เทวตานํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา, ปจฺฉิมยาเม จงฺกมํ อารุยฺห จงฺกมมาโน ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อิมํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อารพฺภ ปวตฺตํ กถํ สพฺพญฺญุตญฺญาเณเนว สุตฺวา อญฺญาสีติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปจฺฉิมยามกิจฺจํ กโรนฺโต อญฺญาสี’’ติ.
ญตฺวา จ ปนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิเม ภิกฺขู มยฺหํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อารพฺภ คุณํ กเถนฺติ, เอเตสญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณกิจฺจํ น ปากฏํ, มยฺหเมว ปากฏํ. มยิ ปน คเต เอเต อตฺตโน กถํ นิรนฺตรํ อาโรเจสฺสนฺติ, ตโต เนสํ อหํ ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ติวิธํ สีลํ วิภชนฺโต, ทฺวาสฏฺฐิยา ฐาเนสุ อปฺปฏิวตฺติยํ สีหนาทํ นทนฺโต, ปจฺจยาการํ สโมธาเนตฺวา พุทฺธคุเณ ปากเฏ กตฺวา, สิเนรุํ อุกฺขิเปนฺโต วิย สุวณฺณกูเฏน นภํ ปหรนฺโต วิย จ ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปนํ พฺรหฺมชาลสุตฺตนฺตํ อรหตฺตนิกูเฏน นิฏฺฐาเปนฺโต เทเสสฺสามิ, สา เม เทสนา ปรินิพฺพุตสฺสาปิ ปญฺจวสฺสสหสฺสานิ สตฺตานํ อมตมหานิพฺพานํ สมฺปาปิกา ภวิสฺสตี’’ติ. เอวํ จินฺเตตฺวา เยน มณฺฑลมาโฬ เตนุปสงฺกมีติ. เยนาติ เยน ทิสาภาเคน, โส อุปสงฺกมิตพฺโพ. ภุมฺมตฺเถ วา เอตํ กรณวจนํ, ยสฺมึ ปเทเส โส มณฺฑลมาโฬ, ตตฺถ คโตติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทีติ พุทฺธกาเล กิร ยตฺถ ยตฺถ เอโกปิ ภิกฺขุ วิหรติ สพฺพตฺถ พุทฺธาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. กสฺมา? ภควา กิร อตฺตโน สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ผาสุกฏฺฐาเน วิหรนฺเต มนสิ กโรติ – ‘‘อสุโก มยฺหํ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คโต, สกฺขิสฺสติ นุ โข วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ โน วา’’ติ. อถ นํ ปสฺสติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา อกุสลวิตกฺกํ วิตกฺกยมานํ, ตโต ‘‘กถญฺหิ นาม มาทิสสฺส สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิหรนฺตํ อิมํ กุลปุตฺตํ อกุสลวิตกฺกา อภิภวิตฺวา อนมตคฺเค วฏฺฏทุกฺเข สํสาเรสฺสนฺตี’’ติ ตสฺส อนุคฺคหตฺถํ ตตฺเถว อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ตํ กุลปุตฺตํ โอวทิตฺวา อากาสํ อุปฺปติตฺวา ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คจฺฉติ. อเถวํ โอวทิยมานา เต ภิกฺขู จินฺตยึสุ – ‘‘สตฺถา อมฺหากํ มนํ ชานิตฺวา อาคนฺตฺวา อมฺหากํ สมีเป ฐิตํเยว อตฺตานํ ทสฺเสติ’’. ตสฺมึ ขเณ – ‘‘ภนฺเต, อิธ นิสีทถ, อิธ นิสีทถา’’ติ อาสนปริเยสนํ นาม ภาโรติ. เต อาสนํ ปญฺญเปตฺวาว วิหรนฺติ. ยสฺส ปีฐํ อตฺถิ, โส ตํ ปญฺญเปติ. ยสฺส นตฺถิ, โส มญฺจํ วา ผลกํ วา กฏฺฐํ วา ปาสาณํ วา วาลุกปุญฺชํ วา ปญฺญเปติ. ตํ อลภมานา ปุราณปณฺณานิปิ สงฺกฑฺฒิตฺวา ตตฺถ ปํสุกูลํ ปตฺถริตฺวา ฐเปนฺติ. อิธ ปน รญฺโญ นิสีทนาสนเมว อตฺถิ, ตํ ปปฺโผเฏตฺวา ปญฺญเปตฺวา ปริวาเรตฺวา เต ภิกฺขู ภควโต อธิมุตฺติกญาณมารพฺภ คุณํ โถมยมานา นิสีทึสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีที’’ติ.
เอวํ นิสินฺโน ปน ชานนฺโตเยว กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ภิกฺขู ปุจฺฉิ. เต จสฺส สพฺพํ กถยึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘นิสชฺช โข ภควา’’ติอาทิ. ตตฺถ กาย นุตฺถาติ กตมาย นุ กถาย สนฺนิสินฺนา ภวถาติ อตฺโถ. กาย เนตฺถาติปิ ปาฬิ, ตสฺสา กตมาย นุ เอตฺถาติ อตฺโถ กาย โนตฺถาติปิ ปาฬิ. ตสฺสาปิ ปุริโมเยว อตฺโถ.
อนฺตรากถาติ, กมฺมฏฺฐานมนสิการอุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนํ อนฺตรา อญฺญา เอกา กถา. วิปฺปกตาติ, มม อาคมนปจฺจยา อปรินิฏฺฐิตา สิขํ อปฺปตฺตา. เตน กึ ทสฺเสติ? ‘‘นาหํ ตุมฺหากํ กถาภงฺคตฺถํ อาคโต, อหํ ปน สพฺพญฺญุตาย ตุมฺหากํ กถํ นิฏฺฐาเปตฺวา มตฺถกปฺปตฺตํ กตฺวา ทสฺสามีติ อาคโต’’ติ นิสชฺเชว สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรติ. อยํ โข โน, ภนฺเต, อนฺตรากถา วิปฺปกตา, อถ ภควา อนุปฺปตฺโตติ เอตฺถาปิ อยมธิปฺปาโย. อยํ ภนฺเต อมฺหากํ ภควโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อารพฺภ คุณกถา วิปฺปกตา, น ราชกถาทิกา ติรจฺฉานกถา, อถ ภควา อนุปฺปตฺโต; ตํ โน อิทานิ นิฏฺฐาเปตฺวา เทเสถาติ.
เอตฺตาวตา จ ยํ อายสฺมตา อานนฺเทน กมลกุวลยุชฺชลวิมลสาธุรสสลิลาย โปกฺขรณิยา สุขาวตรณตฺถํ นิมฺมลสิลาตลรจนวิลาสโสภิตรตนโสปานํ, วิปฺปกิณฺณมุตฺตาตลสทิสวาลุกากิณฺณปณฺฑรภูมิภาคํ ติตฺถํ วิย สุวิภตฺตภิตฺติวิจิตฺรเวทิกาปริกฺขิตฺตสฺส นกฺขตฺตปถํ ผุสิตุกามตาย วิย, วิชมฺภิตสมุสฺสยสฺส ปาสาทวรสฺส สุขาโรหณตฺถํ ทนฺตมยสณฺหมุทุผลกกญฺจนลตาวินทฺธมณิคณปฺปภาสมุทยุชฺชลโสภํ โสปานํ วิย, สุวณฺณวลยนูปุราทิสงฺฆฏฺฏนสทฺทสมฺมิสฺสิตกถิตหสิตมธุรสฺสรเคหชนวิจริตสฺส อุฬาริสฺสริวิภวโสภิตสฺส มหาฆรสฺส สุขปฺปเวสนตฺถํ สุวณฺณรชตมณิมุตฺตปวาฬาทิชุติวิสฺสรวิชฺโชติตสุปฺปติฏฺฐิตวิสาลทฺวารพาหํ มหาทฺวารํ วิย จ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส พุทฺธคุณานุภาวสํสูจกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคหณตฺถํ กาลเทสเทสกวตฺถุปริสาปเทสปฏิมณฺฑิตํ นิทานํ ภาสิตํ, ตสฺสตฺถวณฺณนา สมตฺตาติ.
๕. อิทานิ – ‘‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร อวณฺณํ ภาเสยฺยุ’’นฺติอาทินา นเยน ภควตา นิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส วณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. สา ปเนสา สุตฺตวณฺณนา. ยสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ ตาว วิจารยิสฺสาม. จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา – อตฺตชฺฌาสโย, ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวสิโก, อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ.
ตตฺถ ยานิ สุตฺตานิ ภควา ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถสิ; เสยฺยถิทํ, อากงฺเขยฺยสุตฺตํ, วตฺถสุตฺตํ, มหาสติปฏฺฐานํ, มหาสฬายตนวิภงฺคสุตฺตํ, อริยวํสสุตฺตํ, สมฺมปฺปธานสุตฺตนฺตหารโก, อิทฺธิปาทอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคสุตฺตนฺตหารโกติ เอวมาทีนิ; เตสํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนิยา ธมฺมา; ยํนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตรึ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ; (สํ. นิ. ๔.๑๒๑) เอวํ ปเรสํ อชฺฌาสยํ ขนฺตึ มนํ อภินีหารํ พุชฺฌนภาวญฺจ อเวกฺขิตฺวา ปรชฺฌาสยวเสน กถิตานิ; เสยฺยถิทํ, จูฬราหุโลวาทสุตฺตํ, มหาราหุโลวาทสุตฺตํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, ธาตุวิภงฺคสุตฺตนฺติ เอวมาทีนิ; เตสํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ภควนฺตํ ปน อุปสงฺกมิตฺวา จตสฺโส ปริสา, จตฺตาโร วณฺณา, นาคา, สุปณฺณา, คนฺธพฺพา, อสุรา, ยกฺขา, มหาราชาโน, ตาวตึสาทโย เทวา, มหาพฺรหฺมาติ เอวมาทโย – ‘‘โพชฺฌงฺคา โพชฺฌงฺคา’’ติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ. ‘‘นีวรณา นีวรณา’’ติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ; ‘‘อิเม นุ โข, ภนฺเต, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’. ‘‘กึ สูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติอาทินา นเยน ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. เอวํ ปุฏฺเฐน ภควตา ยานิ กถิตานิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตาทีนิ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ เทวตาสํยุตฺต-มารสํยุตฺต-พฺรหฺมสํยุตฺต-สกฺกปญฺห-จูฬเวทลฺล-มหาเวทลฺล-สามญฺญผล-อาฬวก-สูจิโลม-ขรโลมสุตฺตาทีนิ; เตสํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ตานิ อุปฺปนฺนํ การณํ ปฏิจฺจ กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – ธมฺมทายาทํ, จูฬสีหนาทํ, จนฺทูปมํ, ปุตฺตมํสูปมํ, ทารุกฺขนฺธูปมํ, อคฺคิกฺขนฺธูปมํ, เผณปิณฺฑูปมํ, ปาริจฺฉตฺตกูปมนฺติ เอวมาทีนิ; เตสํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป.
เอวเมเตสุ จตูสุ นิกฺเขเปสุ อิมสฺส สุตฺตสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป. อฏฺฐุปฺปตฺติยา หิ อิทํ ภควตา นิกฺขิตฺตํ. กตราย อฏฺฐุปฺปตฺติยา? วณฺณาวณฺเณ. อาจริโย รตนตฺตยสฺส อวณฺณํ อภาสิ, อนฺเตวาสี วณฺณํ. อิติ อิมํ วณฺณาวณฺณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เทสนากุสโล ภควา – ‘‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร อวณฺณํ ภาเสยฺยุ’’นฺติ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ มมนฺติ, สามิวจนํ, มมาติ อตฺโถ. วาสทฺโท วิกปฺปนตฺโถ. ปเรติ, ปฏิวิรุทฺธา สตฺตา. ตตฺราติ เย อวณฺณํ วทนฺติ เตสุ.
น อาฆาโตติอาทีหิ กิญฺจาปิ เตสํ ภิกฺขูนํ อาฆาโตเยว นตฺถิ, อถ โข อายตึ กุลปุตฺตานํ อีทิเสสุปิ ฐาเนสุ อกุสลุปฺปตฺตึ ปฏิเสเธนฺโต ธมฺมเนตฺตึ ฐเปติ. ตตฺถ อาหนติ จิตฺตนฺติ ‘อาฆาโต’; โกปสฺเสตํ อธิวจนํ. อปฺปตีตา โหนฺติ เตน อตุฏฺฐา อโสมนสฺสิกาติ อปฺปจฺจโย; โทมนสฺสสฺเสตํ อธิวจนํ. เนว อตฺตโน น ปเรสํ หิตํ อภิราธยตีติ อนภิรทฺธิ; โกปสฺเสตํ อธิวจนํ. เอวเมตฺถ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺขารกฺขนฺโธ, เอเกน เวทนากฺขนฺโธติ เทฺว ขนฺธา วุตฺตา. เตสํ วเสน เสสานมฺปิ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ การณํ ปฏิกฺขิตฺตเมว.
เอวํ ปฐเมน นเยน มโนปโทสํ นิวาเรตฺวา, ทุติเยน นเยน ตตฺถ อาทีนวํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ตตฺร เจ ตุเมฺห อสฺสถ กุปิตา วา อนตฺตมนา วา, ตุมฺหํ เยวสฺส เตน อนฺตราโย’’ติ. ตตฺถ ‘ตตฺร เจ ตุเมฺห อสฺสถา’ติ เตสุ อวณฺณภาสเกสุ, ตสฺมึ วา อวณฺเณ ตุเมฺห ภเวยฺยาถ เจ; ยทิ ภเวยฺยาถาติ อตฺโถ. ‘กุปิตา’ โกเปน, อนตฺตมนา โทมนสฺเสน. ‘ตุมฺหํ เยวสฺส เตน อนฺตราโย’ติ ตุมฺหากํเยว เตน โกเปน, ตาย จ อนตฺตมนตาย ปฐมชฺฌานาทีนํ อนฺตราโย ภเวยฺย.
เอวํ ทุติเยน นเยน อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา, ตติเยน นเยน วจนตฺถสลฺลกฺขณมตฺเตปิ อสมตฺถตํ ทสฺเสนฺโต – ‘‘อปิ นุ ตุเมฺห ปเรส’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปเรสนฺติ เยสํ เกสํ จิ. กุปิโต หิ เนว พุทฺธปจฺเจกพุทฺธอริยสาวกานํ, น มาตาปิตูนํ, น ปจฺจตฺถิกานํ สุภาสิตทุพฺภาสิตสฺส อตฺถํ อาชานาติ. ยถาห –
‘‘กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ;
อนฺธํ ตมํ ตทา โหติ, ยํ โกโธ สหเต นรํ.
อนตฺถชนโน โกโธ, โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน;
ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌตี’’ติ. (อ. นิ. ๗.๖๔);
เอวํ สพฺพถาปิ อวณฺเณ มโนปโทสํ นิเสเธตฺวา อิทานิ ปฏิปชฺชิตพฺพาการํ ทสฺเสนฺโต – ‘‘ตตฺร ตุเมฺหหิ อภูตํ อภูตโต’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ตตฺร ตุเมฺหหีติ, ตสฺมึ อวณฺเณ ตุเมฺหหิ. อภูตํ อภูตโต นิพฺเพเฐตพฺพนฺติ ยํ อภูตํ, ตํ อภูตภาเวเนว อปเนตพฺพํ. กถํ? อิติเปตํ อภูตนฺติอาทินา นเยน. ตตฺรายํ โยชนา – ‘‘ตุมฺหากํ สตฺถา น สพฺพญฺญู, ธมฺโม ทุรกฺขาโต, สงฺโฆ ทุปฺปฏิปนฺโน’’ติอาทีนิ สุตฺวา น ตุณฺหี ภวิตพฺพํ. เอวํ ปน วตฺตพฺพํ – ‘‘อิติ เปตํ อภูตํ, ยํ ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, ตํ อิมินาปิ การเณน อภูตํ, อิมินาปิ การเณน อตจฺฉํ, ‘นตฺถิ เจตํ อเมฺหสุ’, ‘น จ ปเนตํ อเมฺหสุ สํวิชฺชติ’, สพฺพญฺญูเยว อมฺหากํ สตฺถา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ, ตตฺร อิทญฺจิทญฺจ การณ’’นฺติ. เอตฺถ จ ทุติยํ ปทํ ปฐมสฺส, จตุตฺถญฺจ ตติยสฺส เววจนนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทญฺจ อวณฺเณเยว นิพฺเพฐนํ กาตพฺพํ, น สพฺพตฺถ. ยทิ หิ ‘‘ตฺวํ ทุสฺสีโล, ตวาจริโย ทุสฺสีโล, อิทญฺจิทญฺจ ตยา กตํ, ตวาจริเยน กต’’นฺติ วุตฺเต ตุณฺหีภูโต อธิวาเสติ, อาสงฺกนีโย โหติ. ตสฺมา มโนปโทสํ อกตฺวา อวณฺโณ นิพฺเพเฐตพฺโพ. ‘‘โอฏฺโฐสิ, โคโณสี’’ติอาทินา ปน นเยน ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺตํ ปุคฺคลํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา อธิวาสนขนฺติเยว ตตฺถ กาตพฺพา.
๖. เอวํ อวณฺณภูมิยํ ตาทิลกฺขณํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วณฺณภูมิยํ ทสฺเสตุํ ‘‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปเรติ เย เกจิ ปสนฺนา เทวมนุสฺสา. อานนฺทนฺติ เอเตนาติ อานนฺโท, ปีติยา เอตํ อธิวจนํ. สุมนสฺส ภาโว โสมนสฺสํ, เจตสิกสุขสฺเสตํ อธิวจนํ. อุปฺปิลาวิโน ภาโว อุปฺปิลาวิตตฺตํ. กสฺส อุปฺปิลาวิตตฺตนฺติ? เจตโสติ. อุทฺธจฺจาวหาย อุปฺปิลาปนปีติยา เอตํ อธิวจนํ. อิธาปิ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺขารกฺขนฺโธ, เอเกน เวทนากฺขนฺโธ วุตฺโต.
เอวํ ปฐมนเยน อุปฺปิลาวิตตฺตํ นิวาเรตฺวา, ทุติเยน ตตฺถ อาทีนวํ ทสฺเสนฺโต – ‘‘ตตฺร เจ ตุเมฺห อสฺสถา’’ติอาทิมาห. อิธาปิ ตุมฺหํ เยวสฺส เตน อนฺตราโยติ เตน อุปฺปิลาวิตตฺเตน ตุมฺหากํเยว ปฐมชฺฌานาทีนํ อนฺตราโย ภเวยฺยาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กสฺมา ปเนตํ วุตฺตํ? นนุ ภควตา –
‘‘พุทฺโธติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ;
วรเมว หิ สา ปีติ, กสิเณนาปิ ชมฺพุทีปสฺส.
ธมฺโมติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ;
วรเมว หิ สา ปีติ, กสิเณนาปิ ชมฺพุทีปสฺส.
สงฺโฆติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ;
วรเมว หิ สา ปีติ, กสิเณนาปิ ชมฺพุทีปสฺสา’’ติ จ.
‘‘เย, ภิกฺขเว, พุทฺเธ ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา’’ติ จ เอวมาทีหิ อเนกสเตหิ สุตฺเตหิ รตนตฺตเย ปีติโสมนสฺสเมว วณฺณิตนฺติ. สจฺจํ วณฺณิตํ, ตํ ปน เนกฺขมฺมนิสฺสิตํ. อิธ – ‘‘อมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ ธมฺโม’’ติอาทินา นเยน อายสฺมโต ฉนฺนสฺส อุปฺปนฺนสทิสํ เคหสฺสิตํ ปีติโสมนสฺสํ อธิปฺเปตํ. อิทญฺหิ ฌานาทิปฏิลาภาย อนฺตรายกรํ โหติ. เตเนวายสฺมา ฉนฺโนปิ ยาว พุทฺโธ น ปรินิพฺพายิ, ตาว วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ, ปรินิพฺพานกาเล ปญฺญตฺเตน ปน พฺรหฺมทณฺเฑน ตชฺชิโต ตํ ปีติโสมนสฺสํ ปหาย วิเสสํ นิพฺพตฺเตสิ. ตสฺมา อนฺตรายกรํเยว สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อยญฺหิ โลภสหคตา ปีติ. โลโภ จ โกธสทิโสว. ยถาห –
‘‘ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ;
อนฺธํ ตมํ ตทา โหติ, ยํ โลโภ สหเต นรํ.
อนตฺถชนโน โลโภ, โลโภ จิตฺตปฺปโกปโน;
ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌตี’’ติ. (อิติวุ. ๘๘);
ตติยวาโร ปน อิธ อนาคโตปิ อตฺถโต อาคโต เยวาติ เวทิตพฺโพ. ยเถว หิ กุทฺโธ, เอวํ ลุทฺโธปิ อตฺถํ น ชานาตีติ.
ปฏิปชฺชิตพฺพาการทสฺสนวาเร ปนายํ โยชนา – ‘‘ตุมฺหากํ สตฺถา สพฺพญฺญู อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ธมฺโม สฺวากฺขาโต, สงฺโฆ สุปฺปฏิปนฺโน’’ติอาทีนิ สุตฺวา น ตุณฺหี ภวิตพฺพํ. เอวํ ปน ปฏิชานิตพฺพํ – ‘‘อิติเปตํ ภูตํ, ยํ ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, ตํ อิมินาปิ การเณน ภูตํ, อิมินาปิ การเณน ตจฺฉํ. โส หิ ภควา อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ; ธมฺโม อิติปิ สฺวากฺขาโต, อิติปิ สนฺทิฏฺฐิโก; สงฺโฆ อิติปิ สุปฺปฏิปนฺโน, อิติปิ อุชุปฺปฏิปนฺโน’’ติ. ‘‘ตฺวํ สีลวา’’ติ ปุจฺฉิเตนาปิ สเจ สีลวา, ‘‘สีลวาหมสฺมี’’ติ ปฏิชานิตพฺพเมว. ‘‘ตฺวํ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี…เป… อรหา’’ติ ปุฏฺเฐนาปิ สภาคานํ ภิกฺขูนํเยว ปฏิชานิตพฺพํ. เอวญฺหิ ปาปิจฺฉตา เจว ปริวชฺชิตา โหติ, สาสนสฺส จ อโมฆตา ทีปิตา โหตีติ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
จูฬสีลวณฺณนา
๗. อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ, ภิกฺขเวติ โก อนุสนฺธิ? อิทํ สุตฺตํ ทฺวีหิ ปเทหิ อาพทฺธํ วณฺเณน จ อวณฺเณน จ. ตตฺถ อวณฺโณ – ‘‘อิติ เปตํ อภูตํ อิติ เปตํ อตจฺฉ’’นฺติ, เอตฺเถว อุทกนฺตํ ปตฺวา อคฺคิวิย นิวตฺโต. วณฺโณ ปน ภูตํ ภูตโต ปฏิชานิตพฺพํ – ‘‘อิติ เปตํ ภูต’’นฺติ เอวํ อนุวตฺตติเยว. โส ปน ทุวิโธ พฺรหฺมทตฺเตน ภาสิตวณฺโณ จ ภิกฺขุสงฺเฆน อจฺฉริยํ อาวุโสติอาทินา นเยน อารทฺธวณฺโณ จ. เตสุ ภิกฺขุสงฺเฆน วุตฺตวณฺณสฺส อุปริ สุญฺญตาปกาสเน อนุสนฺธึ ทสฺเสสฺสติ. อิธ ปน พฺรหฺมทตฺเตน วุตฺตวณฺณสฺส อนุสนฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ, ภิกฺขเว’’ติ เทสนา อารทฺธา.
ตตฺถ อปฺปมตฺตกนฺติ ปริตฺตสฺส นามํ. โอรมตฺตกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. มตฺตาติ วุจฺจติ ปมาณํ. อปฺปํ มตฺตา เอตสฺสาติ อปฺปมตฺตกํ. โอรํ มตฺตา เอตสฺสาติ โอรมตฺตกํ. สีลเมว สีลมตฺตกํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘อปฺปมตฺตกํ โข, ปเนตํ ภิกฺขเว, โอรมตฺตกํ สีลมตฺตกํ’ นาม เยน ‘‘ตถาคตสฺส วณฺณํ วทามี’’ติ อุสฺสาหํ กตฺวาปิ วณฺณํ วทมาโน ปุถุชฺชโน วเทยฺยาติ. ตตฺถ สิยา – นนุ อิทํ สีลํ นาม โยคิโน อคฺควิภูสนํ? ยถาหุ โปราณา –
‘‘สีลํ โยคิสฺส’ลงฺกาโร, สีลํ โยคิสฺส มณฺฑนํ;
สีเลหิ’ลงฺกโต โยคี, มณฺฑเน อคฺคตํ คโต’’ติ.
ภควตาปิ จ อเนเกสุ สุตฺตสเตสุ สีลํ มหนฺตเมว กตฺวา กถิตํ. ยถาห – ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’ติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๕) จ.
‘‘กิกีว อณฺฑํ, จมรีว วาลธึ;
ปิยํว ปุตฺตํ, นยนํว เอกกํ.
ตเถว สีลํ, อนุรกฺขมานา;
สุเปสลา โหถ, สทา สคารวา’’ติ จ.
‘‘น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ;
น จนฺทนํ ตคฺครมลฺลิกา วา.
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ;
สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ.
จนฺทนํ ตครํ วาปิ, อุปฺปลํ อถ วสฺสิกี;
เอเตสํ คนฺธชาตานํ, สีลคนฺโธ อนุตฺตโร.
อปฺปมตฺโต อยํ คนฺโธ, ยฺวายํ ตครจนฺทนํ;
โย จ สีลวตํ คนฺโธ, วาติ เทเวสุ อุตฺตโม.
เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ, อปฺปมาทวิหารินํ;
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานํ, มาโร มคฺคํ น วินฺทตี’’ติ จ. (ธ. ป. ๕๗);
‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;
อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ จ. (สํ. นิ. ๑.๒๓);
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เย เกจิ พีชคามภูตคามา วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺติ, สพฺเพ เต ปถวึ นิสฺสาย, ปถวิยํ ปติฏฺฐาย; เอวเมเต พีชคามภูตคามา วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺติ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย สตฺตโพชฺฌงฺเค ภาเวนฺโต สตฺตโพชฺฌงฺเค พหุลีกโรนฺโต วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ ปาปุณาติ ธมฺเมสู’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๕๐) จ. เอวํ อญฺญานิปิ อเนกานิ สุตฺตานิ ทฏฺฐพฺพานิ. เอวมเนเกสุ สุตฺตสเตสุ สีลํ มหนฺตเมว กตฺวา กถิตํ. ตํ ‘‘กสฺมา อิมสฺมึ ฐาเน อปฺปมตฺตก’’นฺติ อาหาติ? อุปริ คุเณ อุปนิธาย. สีลญฺหิ สมาธึ น ปาปุณาติ, สมาธิ ปญฺญํ น ปาปุณาติ, ตสฺมา อุปริมํ อุปนิธาย เหฏฺฐิมํ โอรมตฺตกํ นาม โหติ. กถํ สีลํ สมาธึ น ปาปุณาติ? ภควา หิ อภิสมฺโพธิโต สตฺตเม สํวจฺฉเร สาวตฺถินคร – ทฺวาเร กณฺฑมฺพรุกฺขมูเล ทฺวาทสโยชเน รตนมณฺฑเป โยชนปฺปมาเณ รตนปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา ติโยชนิเก ทิพฺพเสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน ทฺวาทสโยชนาย ปริสาย อตฺตาทานปริทีปนํ ติตฺถิยมทฺทนํ – ‘‘อุปริมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ…เป… เอเกกโลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เอเกกโลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตติ, ฉนฺนํ วณฺณาน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตํ ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสติ. ตสฺส สุวณฺณวณฺณสรีรโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย อุคฺคนฺตฺวา ยาว ภวคฺคา คจฺฉนฺติ, สกลทสสหสฺสจกฺกวาฬสฺส อลงฺกรณกาโล วิย โหติ, ทุติยา ทุติยา รสฺมิโย ปุริมาย ปุริมาย ยมกยมกา วิย เอกกฺขเณ วิย ปวตฺตนฺติ.
ทฺวินฺนญฺจ จิตฺตานํ เอกกฺขเณ ปวตฺติ นาม นตฺถิ. พุทฺธานํ ปน ภควนฺตานํ ภวงฺคปริวาสสฺส ลหุกตาย ปญฺจหากาเรหิ อาจิณฺณวสิตาย จ, ตา เอกกฺขเณ วิย ปวตฺตนฺติ. ตสฺสา ตสฺสา ปน รสฺมิยา อาวชฺชนปริกมฺมาธิฏฺฐานานิ วิสุํ วิสุํเยว.
นีลรสฺมิอตฺถาย หิ ภควา นีลกสิณํ สมาปชฺชติ, ปีตรสฺมิอตฺถาย ปีตกสิณํ, โลหิตโอทาตรสฺมิอตฺถาย โลหิตโอทาตกสิณํ, อคฺคิกฺขนฺธตฺถาย เตโชกสิณํ, อุทกธารตฺถาย อาโปกสิณํ สมาปชฺชติ. สตฺถา จงฺกมติ, นิมฺมิโต ติฏฺฐติ วา นิสีทติ วา เสยฺยํ วา กปฺเปตีติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. เอตฺถ เอกมฺปิ สีลสฺส กิจฺจํ นตฺถิ, สพฺพํ สมาธิกิจฺจเมว. เอวํ สีลํ สมาธึ น ปาปุณาติ.
ยํ ปน ภควา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมิโย ปูเรตฺวา, เอกูนตึสวสฺสกาเล จกฺกวตฺติสิรีนิวาสภูตา ภวนา นิกฺขมฺม อโนมานทีตีเร ปพฺพชิตฺวา, ฉพฺพสฺสานิ ปธานโยคํ กตฺวา, วิสาขปุณฺณมายํ อุรุเวลคาเม สุชาตาย ทินฺนํ ปกฺขิตฺตทิพฺโพชํ มธุปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา, สายนฺหสมเย ทกฺขิณุตฺตเรน โพธิมณฺฑํ ปวิสิตฺวา อสฺสตฺถทุมราชานํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา, ปุพฺพุตฺตรภาเค ฐิโต ติณสนฺถารํ สนฺถริตฺวา, ติสนฺธิปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา, จตุรงฺคสมนฺนาคตํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา, วีริยาธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐาย, จุทฺทสหตฺถปลฺลงฺกวรคโต สุวณฺณปีเฐ ฐปิตํ รชตกฺขนฺธํ วิย ปญฺญาสหตฺถํ โพธิกฺขนฺธํ ปิฏฺฐิโต กตฺวา, อุปริ มณิฉตฺเตน วิย โพธิสาขาย ธาริยมาโน, สุวณฺณวณฺเณ จีวเร ปวาฬสทิเสสุ โพธิองฺกุเรสุ ปตมาเนสุ, สูริเย อตฺถํ อุปคจฺฉนฺเต มารพลํ วิธมิตฺวา, ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา, ปจฺจูสกาเล สพฺพพุทฺธานมาจิณฺเณ ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา, อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา, ตเทว ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา, มคฺคปฏิปาฏิยา อธิคเตน จตุตฺถมคฺเคน สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา สพฺพพุทฺธคุเณ ปฏิวิชฺฌิ, อิทมสฺส ปญฺญากิจฺจํ. เอวํ สมาธิ ปญฺญํ น ปาปุณาติ.