๒. สามญฺญผลสุตฺตวณฺณนา

ราชามจฺจกถาวณฺณนา

๑๕๐. เอวํ เม สุตํ…เป… ราชคเหติ สามญฺญผลสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา – ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร. ตญฺหิ มนฺธาตุมหาโควินฺทาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา ราชคหนฺติ วุจฺจติ. อญฺเญปิ เอตฺถ ปกาเร วณฺณยนฺติ, กึ เตหิ? นามมตฺตเมตํ ตสฺส นครสฺส. ตํ ปเนตํ พุทฺธกาเล จ จกฺกวตฺติกาเล จ นครํ โหติ, เสสกาเล สุญฺญํ โหติ ยกฺขปริคฺคหิตํ, เตสํ วสนวนํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. วิหรตีติ อวิเสเสน อิริยาปถทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรสุ อญฺญตรวิหารสมงฺคิปริทีปนเมตํ. อิธ ปน ฐานคมนนิสชฺชสยนปฺปเภเทสุ อิริยาปเถสุ อญฺญตรอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. เตน ฐิโตปิ คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ สยาโนปิ ภควา วิหรติ เจว เวทิตพฺโพ. โส หิ เอกํ อิริยาปถพาธนํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา อปริปตนฺตํ อตฺตภาวํ หรติ ปวตฺเตติ, ตสฺมา วิหรตีติ วุจฺจติ.

ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเนติ อิทมสฺส ยํ โคจรคามํ อุปนิสฺสาย วิหรติ, ตสฺส สมีปนิวาสนฏฺฐานปริทีปนํ. ตสฺมา – ราชคเห วิหรติ ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเนติ ราชคหสมีเป ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเน วิหรตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมีปตฺเถ เหตํ ภุมฺมวจนํ. ตตฺถ ชีวตีติ ชีวโก, กุมาเรน ภโตติ โกมารภจฺโจ. ยถาห – ‘‘กึ ภเณ, เอตํ กาเกหิ สมฺปริกิณฺณนฺติ? ทารโก เทวาติ. ชีวติ ภเณติ? ชีวติ, เทวาติ. เตน หิ, ภเณ ตํ ทารกํ อมฺหากํ อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ เทถ โปเสตุนฺติ. ตสฺส ชีวตีติ ชีวโกติ นามํ อกํสุ. กุมาเรน โปสาปิโตติ โกมารภจฺโจติ นามํ อกํสู’’ติ (มหาว. ๓๒๘) อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาเรน ปน ชีวกวตฺถุขนฺธเก อาคตเมว. วินิจฺฉยกถาปิสฺส สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถายํ วุตฺตา.

อยํ ปน ชีวโก เอกสฺมึ สมเย ภควโต โทสาภิสนฺนํ กายํ วิเรเจตฺวา สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ ทตฺวา วตฺถานุโมทนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย จินฺเตสิ – ‘‘มยา ทิวสสฺส ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ พุทฺธุปฏฺฐานํ คนฺตพฺพํ, อิทญฺจ เวฬุวนํ อติทูเร, มยฺหํ ปน อมฺพวนํ อุยฺยานํ อาสนฺนตรํ, ยํนูนาหํ เอตฺถ ภควโต วิหารํ กาเรยฺย’’นฺติ. โส ตสฺมึ อมฺพวเน รตฺติฏฺฐานทิวาฐานเลณกุฏิมณฺฑปาทีนิ สมฺปาเทตฺวา ภควโต อนุจฺฉวิกํ คนฺธกุฏึ การาเปตฺวา อมฺพวนํ อฏฺฐารสหตฺถุพฺเพเธน ตมฺพปฏฺฏวณฺเณน ปากาเรน ปริกฺขิปาเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ สจีวรภตฺเตน สนฺตปฺเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ปาเตตฺวา วิหารํ นิยฺยาเตสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเน’’ติ.

อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหีติ อฑฺฒสเตน อูเนหิ เตรสหิ ภิกฺขุสเตหิ. ราชาติอาทีสุ ราชติ อตฺตโน อิสฺสริยสมฺปตฺติยา จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ มหาชนํ รญฺเชติ วฑฺเฒตีติ ราชา. มคธานํ อิสฺสโรติ มาคโธ. อชาโตเยว รญฺโญ สตฺตุ ภวิสฺสตีติ เนมิตฺตเกหิ นิทฺทิฏฺโฐติ อชาตสตฺตุ.

ตสฺมึ กิร กุจฺฉิคเต เทวิยา เอวรูโป โทหโฬ อุปฺปชฺชิ – ‘‘อโห วตาหํ รญฺโญ ทกฺขิณพาหุโลหิตํ ปิเวยฺย’’นฺติ, สา ‘‘ภาริเย ฐาเน โทหโฬ อุปฺปนฺโน, น สกฺกา กสฺสจิ อาโรเจตุ’’นฺติ ตํ กเถตุํ อสกฺโกนฺตี กิสา ทุพฺพณฺณา อโหสิ. ตํ ราชา ปุจฺฉิ – ‘‘ภทฺเท, ตุยฺหํ อตฺตภาโว น ปกติวณฺโณ, กึ การณ’’นฺติ? ‘‘มา ปุจฺฉ, มหาราชาติ’’. ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ อตฺตโน อชฺฌาสยํ มยฺหํ อกเถนฺตี กสฺส กเถสฺสสี’’ติ ตถา ตถา นิพนฺธิตฺวา กถาเปสิ. สุตฺวา จ – ‘‘พาเล, กึ เอตฺถ ตุยฺหํ ภาริยสญฺญา อโหสี’’ติ เวชฺชํ ปกฺโกสาเปตฺวา สุวณฺณสตฺถเกน พาหุํ ผาลาเปตฺวา สุวณฺณสรเกน โลหิตํ คเหตฺวา อุทเกน สมฺภินฺทิตฺวา ปาเยสิ. เนมิตฺตกา ตํ สุตฺวา – ‘‘เอส คพฺโภ รญฺโญ สตฺตุ ภวิสฺสติ, อิมินา ราชา หญฺญิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ. เทวี สุตฺวา – ‘‘มยฺหํ กิร กุจฺฉิโต นิกฺขนฺโต ราชานํ มาเรสฺสตี’’ติ คพฺภํ ปาเตตุกามา อุยฺยานํ คนฺตฺวา กุจฺฉึ มทฺทาเปสิ, คพฺโภ น ปตติ. สา ปุนปฺปุนํ คนฺตฺวา ตเถว กาเรสิ. ราชา กิมตฺถํ อยํ อภิณฺหํ อุยฺยานํ คจฺฉตีติ ปริวีมํสนฺโต ตํ การณํ สุตฺวา – ‘‘ภทฺเท, ตว กุจฺฉิยํ ปุตฺโตติ วา ธีตาติ วา น ปญฺญายติ, อตฺตโน นิพฺพตฺตทารกํ เอวมกาสีติ มหา อคุณราสิปิ โน ชมฺพุทีปตเล อาวิภวิสฺสติ, มา ตฺวํ เอวํ กโรหี’’ติ นิวาเรตฺวา อารกฺขํ อทาสิ. สา คพฺภวุฏฺฐานกาเล ‘‘มาเรสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. ตทาปิ อารกฺขมนุสฺสา ทารกํ อปนยึสุ. อถาปเรน สมเยน วุฑฺฒิปฺปตฺตํ กุมารํ เทวิยา ทสฺเสสุํ. สา ตํ ทิสฺวาว ปุตฺตสิเนหํ อุปฺปาเทสิ, เตน นํ มาเรตุํ นาสกฺขิ. ราชาปิ อนุกฺกเมน ปุตฺตสฺส โอปรชฺชมทาสิ.

อเถกสฺมึ สมเย เทวทตฺโต รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘สาริปุตฺตสฺส ปริสา มหาโมคฺคลฺลานสฺส ปริสา มหากสฺสปสฺส ปริสาติ, เอวมิเม วิสุํ วิสุํ ธุรา, อหมฺปิ เอกํ ธุรํ นีหรามี’’ติ. โส ‘‘น สกฺกา วินา ลาเภน ปริสํ อุปฺปาเทตุํ, หนฺทาหํ ลาภํ นิพฺพตฺเตมี’’ติ จินฺเตตฺวา ขนฺธเก อาคตนเยน อชาตสตฺตุํ กุมารํ อิทฺธิปาฏิหาริเยน ปสาเทตฺวา สายํ ปาตํ ปญฺจหิ รถสเตหิ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺตํ อติวิสฺสตฺถํ ญตฺวา เอกทิวสํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ – ‘‘ปุพฺเพ โข, กุมาร, มนุสฺสา ทีฆายุกา, เอตรหิ อปฺปายุกา, เตน หิ ตฺวํ กุมาร, ปิตรํ หนฺตฺวา ราชา โหหิ, อหํ ภควนฺตํ หนฺตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสามี’’ติ กุมารํ ปิตุวเธ อุยฺโยเชติ.

โส – ‘‘อยฺโย เทวทตฺโต มหานุภาโว, เอตสฺส อวิทิตํ นาม นตฺถี’’ติ อูรุยา โปตฺถนิยํ พนฺธิตฺวา ทิวา ทิวสฺส ภีโต อุพฺพิคฺโค อุสฺสงฺกี อุตฺรสฺโต อนฺเตปุรํ ปวิสิตฺวา วุตฺตปฺปการํ วิปฺปการํ อกาสิ. อถ นํ อมจฺจา คเหตฺวา อนุยุญฺชิตฺวา – ‘‘กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, เทวทตฺโต จ, สพฺเพ จ ภิกฺขู หนฺตพฺพา’’ติ สมฺมนฺตยิตฺวา รญฺโญ อาณาวเสน กริสฺสามาติ รญฺโญ อาโรเจสุํ.

ราชา เย อมจฺจา มาเรตุกามา อเหสุํ, เตสํ ฐานนฺตรานิ อจฺฉินฺทิตฺวา, เย น มาเรตุกามา, เต อุจฺเจสุ ฐาเนสุ ฐเปตฺวา กุมารํ ปุจฺฉิ – ‘‘กิสฺส ปน ตฺวํ, กุมาร, มํ มาเรตุกาโมสี’’ติ? ‘‘รชฺเชนมฺหิ, เทว, อตฺถิโก’’ติ. ราชา ตสฺส รชฺชํ อทาสิ.

โส มยฺหํ มโนรโถ นิปฺผนฺโนติ เทวทตฺตสฺส อาโรเจสิ. ตโต นํ โส อาห – ‘‘ตฺวํ สิงฺคาลํ อนฺโตกตฺวา เภริปริโยนทฺธปุริโส วิย สุกิจฺจการิมฺหีติ มญฺญสิ, กติปาเหเนว เต ปิตา ตยา กตํ อวมานํ จินฺเตตฺวา สยเมว ราชา ภวิสฺสตี’’ติ. อถ, ภนฺเต, กึ กโรมีติ? มูลฆจฺจํ ฆาเตหีติ. นนุ, ภนฺเต, มยฺหํ ปิตา น สตฺถวชฺโฌติ? อาหารุปจฺเฉเทน นํ มาเรหีติ. โส ปิตรํ ตาปนเคเห ปกฺขิปาเปสิ, ตาปนเคหํ นาม กมฺมกรณตฺถาย กตํ ธูมฆรํ. ‘‘มม มาตรํ ฐเปตฺวา อญฺญสฺส ทฏฺฐุํ มา เทถา’’ติ อาห. เทวี สุวณฺณสรเก ภตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา อุจฺฉงฺเคนาทาย ปวิสติ. ราชา ตํ ภุญฺชิตฺวา ยาเปติ. โส – ‘‘มยฺหํ ปิตา กถํ ยาเปตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา – ‘‘มยฺหํ มาตุ อุจฺฉงฺคํ กตฺวา ปวิสิตุํ มา เทถา’’ติ อาห. ตโต ปฏฺฐาย เทวี โมฬิยํ ปกฺขิปิตฺวา ปวิสติ. ตมฺปิ สุตฺวา ‘‘โมฬึ พนฺธิตฺวา ปวิสิตุํ มา เทถา’’ติ. ตโต สุวณฺณปาทุกาสุ ภตฺตํ ฐเปตฺวา ปิทหิตฺวา ปาทุกา อารุยฺห ปวิสติ. ราชา เตน ยาเปติ. ปุน ‘‘กถํ ยาเปตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘ปาทุกา อารุยฺห ปวิสิตุมฺปิ มา เทถา’’ติ อาห. ตโต ปฏฺฐาย เทวี คนฺโธทเกน นฺหายิตฺวา สรีรํ จตุมธุเรน มกฺเขตฺวา ปารุปิตฺวา ปวิสติ. ราชา ตสฺสา สรีรํ เลหิตฺวา ยาเปติ. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย มยฺหํ มาตุ ปเวสนํ นิวาเรถา’’ติ อาห. เทวี ทฺวารมูเล ฐตฺวา ‘‘สามิ, พิมฺพิสาร, เอตํ ทหรกาเล มาเรตุํ น อทาสิ, อตฺตโน สตฺตุํ อตฺตนาว โปเสสิ, อิทํ ปน ทานิ เต ปจฺฉิมทสฺสนํ, นาหํ อิโต ปฏฺฐาย ตุเมฺห ปสฺสิตุํ ลภามิ, สเจ มยฺหํ โทโส อตฺถิ, ขมถ เทวา’’ติ โรทิตฺวา กนฺทิตฺวา นิวตฺติ.

ตโต ปฏฺฐาย รญฺโญ อาหาโร นตฺถิ. ราชา มคฺคผลสุเขน จงฺกเมน ยาเปติ. อติวิย อสฺส อตฺตภาโว วิโรจติ. โส – ‘‘กถํ, เม ภเณ, ปิตา ยาเปตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘จงฺกเมน, เทว, ยาเปติ; อติวิย จสฺส อตฺตภาโว วิโรจตี’’ติ สุตฺวา ‘จงฺกมํ ทานิสฺส หาเรสฺสามี’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘มยฺหํ ปิตุ ปาเท ขุเรน ผาเลตฺวา โลณเตเลน มกฺเขตฺวา ขทิรงฺคาเรหิ วีตจฺจิเตหิ ปจถา’’ติ นฺหาปิเต เปเสสิ. ราชา เต ทิสฺวา – ‘‘นูน มยฺหํ ปุตฺโต เกนจิ สญฺญตฺโต ภวิสฺสติ, อิเม มม มสฺสุกรณตฺถายาคตา’’ติ จินฺเตสิ. เต คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. ‘กสฺมา อาคตตฺถา’ติ จ ปุฏฺฐา ตํ สาสนํ อาโรเจสุํ. ‘‘ตุมฺหากํ รญฺโญ มนํ กโรถา’’ติ จ วุตฺตา ‘นิสีท, เทวา’ติ วตฺวา จ ราชานํ วนฺทิตฺวา – ‘‘เทว, มยํ รญฺโญ อาณํ กโรม, มา อมฺหากํ กุชฺฌิตฺถ, นยิทํ ตุมฺหาทิสานํ ธมฺมราชูนํ อนุจฺฉวิก’’นฺติ วตฺวา วามหตฺเถน โคปฺผเก คเหตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน ขุรํ คเหตฺวา ปาทตลานิ ผาเลตฺวา โลณเตเลน มกฺเขตฺวา ขทิรงฺคาเรหิ วีตจฺจิเตหิ ปจึสุ. ราชา กิร ปุพฺเพ เจติยงฺคเณ สอุปาหโน อคมาสิ, นิสชฺชนตฺถาย ปญฺญตฺตกฏสารกญฺจ อโธเตหิ ปาเทหิ อกฺกมิ, ตสฺสายํ นิสฺสนฺโทติ วทนฺติ. รญฺโญ พลวเวทนา อุปฺปนฺนา. โส – ‘‘อโห พุทฺโธ, อโห ธมฺโม, อโห สงฺโฆ’’ติ อนุสฺสรนฺโตเยว เจติยงฺคเณ ขิตฺตมาลา วิย มิลายิตฺวา จาตุมหาราชิกเทวโลเก เวสฺสวณสฺส ปริจารโก ชนวสโภ นาม ยกฺโข หุตฺวา นิพฺพตฺติ.

ตํ ทิวสเมว อชาตสตฺตุสฺส ปุตฺโต ชาโต, ปุตฺตสฺส ชาตภาวญฺจ ปิตุมตภาวญฺจ นิเวเทตุํ เทฺว เลขา เอกกฺขเณเยว อาคตา. อมจฺจา – ‘‘ปฐมํ ปุตฺตสฺส ชาตภาวํ อาโรเจสฺสามา’’ติ ตํ เลขํ รญฺโญ หตฺเถ ฐเปสุํ. รญฺโญ ตงฺขเณเยว ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีรํ โขเภตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ ปิตุคุณมญฺญาสิ – ‘‘มยิ ชาเตปิ มยฺหํ ปิตุ เอวเมว สิเนโห อุปฺปนฺโน’’ติ. โส – ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, มยฺหํ ปิตรํ วิสฺสชฺเชถา’’ติ อาห. ‘‘กึ วิสฺสชฺชาเปถ, เทวา’’ติ อิตรํ เลขํ หตฺเถ ฐปยึสุ.

โส ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา โรทมาโน มาตุสมีปํ คนฺตฺวา – ‘‘อโหสิ นุ, โข, อมฺม, มยฺหํ ปิตุ มยิ ชาเต สิเนโห’’ติ? สา อาห – ‘‘พาลปุตฺต, กึ วเทสิ, ตว ทหรกาเล องฺคุลิยา ปีฬกา อุฏฺฐหิ. อถ ตํ โรทมานํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา ตํ คเหตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสินฺนสฺส ตว ปิตุ สนฺติกํ อคมํสุ. ปิตา เต องฺคุลึ มุเข ฐเปสิ. ปีฬกา มุเขเยว ภิชฺชิ. อถ โข ปิตา ตว สิเนเหน ตํ โลหิตมิสฺสกํ ปุพฺพํ อนิฏฺฐุภิตฺวาว อชฺโฌหริ. เอวรูโป เต ปิตุ สิเนโห’’ติ. โส โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา ปิตุ สรีรกิจฺจํ อกาสิ.

เทวทตฺโตปิ อชาตสตฺตุํ อุปสงฺกมิตฺวา – ‘‘ปุริเส, มหาราช, อาณาเปหิ, เย สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสนฺตี’’ติ วตฺวา เตน ทินฺเน ปุริเส เปเสตฺวา สยํ คิชฺฌกูฏํ อารุยฺห ยนฺเตน สิลํ ปวิชฺฌิตฺวา นาฬาคิริหตฺถึ มุญฺจาเปตฺวาปิ เกนจิ อุปาเยน ภควนฺตํ มาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ปริหีนลาภสกฺกาโร ปญฺจ วตฺถูนิ ยาจิตฺวา ตานิ อลภมาโน เตหิ ชนํ สญฺญาเปสฺสามีติ สงฺฆเภทํ กตฺวา สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ ปริสํ อาทาย ปกฺกนฺเตสุ อุณฺหโลหิตํ มุเขน ฉฑฺเฑตฺวา นวมาเส คิลานมญฺเจ นิปชฺชิตฺวา วิปฺปฏิสารชาโต – ‘‘กุหึ เอตรหิ สตฺถา วสตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เชตวเน’’ติ วุตฺเต มญฺจเกน มํ อาหริตฺวา สตฺถารํ ทสฺเสถาติ วตฺวา อาหริยมาโน ภควโต ทสฺสนารหสฺส กมฺมสฺส อกตตฺตา เชตวเน โปกฺขรณีสมีเปเยว เทฺวธา ภินฺนํ ปถวึ ปวิสิตฺวา มหานิรเย ปติฏฺฐิโตติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารกถานโย ขนฺธเก อาคโต. อาคตตฺตา ปน สพฺพํ น วุตฺตนฺติ. เอวํ อชาโตเยว รญฺโญ สตฺตุ ภวิสฺสตีติ เนมิตฺตเกหิ นิทฺทิฏฺโฐติ อชาตสตฺตุ.

เวเทหิปุตฺโตติ อยํ โกสลรญฺโญ ธีตาย ปุตฺโต, น วิเทหรญฺโญ. เวเทหีติ ปน ปณฺฑิตาธิวจนเมตํ. ยถาห – ‘‘เวเทหิกา คหปตานี (ม. นิ. ๑.๒๒๖), อยฺโย อานนฺโท เวเทหมุนี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔). ตตฺรายํ วจนตฺโถ – วิทนฺติ เอเตนาติ เวโท, ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. เวเทน อีหติ ฆฏติ วายมตีติ เวเทหี. เวเทหิยา ปุตฺโต เวเทหิปุตฺโต.

ตทหูติ ตสฺมึ อหุ, ตสฺมึ ทิวเสติ อตฺโถ. อุปวสนฺติ เอตฺถาติ อุโปสโถ, อุปวสนฺตีติ สีเลน วา อนสเนน วา อุเปตา หุตฺวา วสนฺตีติ อตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ อตฺถุทฺธาโร – ‘‘อายามาวุโส, กปฺปิน, อุโปสถํ คมิสฺสามา’’ติอาทีสุ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อุโปสโถ. ‘‘เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต โข, วิสาเข, อุโปสโถ อุปวุตฺโถ’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๔๓) สีลํ. ‘‘สุทฺธสฺส เว สทา ผคฺคุ, สุทฺธสฺสุโปสโถ สทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๙) อุปวาโส. ‘‘อุโปสโถ นาม นาคราชา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๔๖) ปญฺญตฺติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๘๑) อุปวสิตพฺพทิวโส. อิธาปิ โสเยว อธิปฺเปโต. โส ปเนส อฏฺฐมี จาตุทฺทสี ปนฺนรสีเภเทน ติวิโธ. ตสฺมา เสสทฺวยนิวารณตฺถํ ปนฺนรเสติ วุตฺตํ. เตเนว วุตฺตํ – ‘‘อุปวสนฺติ เอตฺถาติ อุโปสโถ’’ติ.

โกมุทิยาติ กุมุทวติยา. ตทา กิร กุมุทานิ สุปุปฺผิตานิ โหนฺติ, ตานิ เอตฺถ สนฺตีติ โกมุที. จาตุมาสินิยาติ จาตุมาสิยา, สา หิ จตุนฺนํ มาสานํ ปริโยสานภูตาติ จาตุมาสี. อิธ ปน จาตุมาสินีติ วุจฺจติ. มาสปุณฺณตาย อุตุปุณฺณตาย สํวจฺฉรปุณฺณตาย ปุณฺณา สมฺปุณฺณาติ ปุณฺณา. มา อิติ จนฺโท วุจฺจติ, โส เอตฺถ ปุณฺโณติ ปุณฺณมา. เอวํ ปุณฺณาย ปุณฺณมายาติ อิมสฺมึ ปททฺวเย จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ราชามจฺจปริวุโตติ เอวรูปาย รชตฆฏวินิคฺคตาหิ ขีรธาราหิ โธวิยมานทิสาภาคาย วิย, รชตวิมานวิจฺจุเตหิ มุตฺตาวฬิสุมนกุสุมทามเสตทุกูลกุมุทวิสเรหิ สมฺปริกิณฺณาย วิย จ, จตุรุปกฺกิเลสวิมุตฺตปุณฺณจนฺทปฺปภาสมุทโยภาสิตาย รตฺติยา ราชามจฺเจหิ ปริวุโตติ อตฺโถ. อุปริปาสาทวรคโตติ ปาสาทวรสฺส อุปริคโต. มหารเห สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเต กญฺจนาสเน นิสินฺโน โหติ. กสฺมา นิสินฺโน? นิทฺทาวิโนทนตฺถํ. อยญฺหิ ราชา ปิตริ อุปกฺกนฺตทิวสโต ปฏฺฐาย – ‘‘นิทฺทํ โอกฺกมิสฺสามี’’ติ นิมีลิตมตฺเตสุเยว อกฺขีสุ สตฺติสตอพฺภาหโต วิย กนฺทมาโนเยว ปพุชฺฌิ. กิเมตนฺติ จ วุตฺเต, น กิญฺจีติ วทติ. เตนสฺส อมนาปา นิทฺทา, อิติ นิทฺทาวิโนทนตฺถํ นิสินฺโน. อปิ จ ตสฺมึ ทิวเส นกฺขตฺตํ สงฺฆุฏฺฐํ โหติ. สพฺพํ นครํ สิตฺตสมฺมฏฺฐํ วิปฺปกิณฺณวาลุกํ ปญฺจวณฺณกุสุมลาชปุณฺณฆฏปฏิมณฺฑิตฆรทฺวารํ สมุสฺสิตธชปฏากวิจิตฺรสมุชฺชลิตทีปมาลาลงฺกตสพฺพทิสาภาคํ วีถิสภาเคน รจฺฉาสภาเคน นกฺขตฺตกีฬํ อนุภวมาเนน มหาชเนน สมากิณฺณํ โหติ. อิติ นกฺขตฺตทิวสตายปิ นิสินฺโนติ วทนฺติ. เอวํ ปน วตฺวาปิ – ‘‘ราชกุลสฺส นาม สทาปิ นกฺขตฺตเมว, นิทฺทาวิโนทนตฺถํเยว ปเนส นิสินฺโน’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตํ.

อุทานํ อุทาเนสีติ อุทาหารํ อุทาหริ, ยถา หิ ยํ เตลํ มานํ คเหตุํ น สกฺโกติ, วิสฺสนฺทิตฺวา คจฺฉติ, ตํ อวเสโกติ วุจฺจติ. ยญฺจ ชลํ ตฬากํ คเหตุํ น สกฺโกติ, อชฺโฌตฺถริตฺวา คจฺฉติ, ตํ โอโฆติ วุจฺจติ; เอวเมว ยํ ปีติวจนํ หทยํ คเหตุํ น สกฺโกติ, อธิกํ หุตฺวา อนฺโต อสณฺฐหิตฺวา พหินิกฺขมติ, ตํ อุทานนฺติ วุจฺจติ. เอวรูปํ ปีติมยํ วจนํ นิจฺฉาเรสีติ อตฺโถ.

โทสินาติ โทสาปคตา, อพฺภา, มหิกา, ธูโม, รโช, ราหูติ อิเมหิ ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิรหิตาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺมา รมณียาติอาทีนิ ปญฺจ โถมนวจนานิ. สา หิ มหาชนสฺส มนํ รมยตีติ รมณียา. วุตฺตโทสวิมุตฺตาย จนฺทปฺปภาย โอภาสิตตฺตา อติวิย สุรูปาติ อภิรูปา. ทสฺสิตุํ ยุตฺตาติ ทสฺสนียา. จิตฺตํ ปสาเทตีติ ปาสาทิกา. ทิวสมาสาทีนํ ลกฺขณํ ภวิตุํ ยุตฺตาติ ลกฺขญฺญา.

กํ นุ ขฺวชฺชาติ กํ นุ โข อชฺช. สมณํ วา พฺราหฺมณํ วาติ สมิตปาปตาย สมณํ. พาหิตปาปตาย พฺราหฺมณํ. ยํ โน ปยิรุปาสโตติ วจนพฺยตฺตโย เอส, ยํ อมฺหากํ ปญฺหปุจฺฉนวเสน ปยิรุปาสนฺตานํ มธุรํ ธมฺมํ สุตฺวา จิตฺตํ ปสีเทยฺยาติ อตฺโถ. อิติ ราชา อิมินา สพฺเพนปิ วจเนน โอภาสนิมิตฺตกมฺมํ อกาสิ. กสฺส อกาสีติ? ชีวกสฺส. กิมตฺถํ? ภควโต ทสฺสนตฺถํ. กึ ภควนฺตํ สยํ ทสฺสนาย อุปคนฺตุํ น สกฺโกตีติ? อาม, น สกฺโกติ. กสฺมา? มหาปราธตาย.

เตน หิ ภควโต อุปฏฺฐาโก อริยสาวโก อตฺตโน ปิตา มาริโต, เทวทตฺโต จ ตเมว นิสฺสาย ภควโต พหุํ อนตฺถมกาสิ, อิติ มหาปราโธ เอส, ตาย มหาปราธตาย สยํ คนฺตุํ น สกฺโกติ. ชีวโก ปน ภควโต อุปฏฺฐาโก, ตสฺส ปิฏฺฐิฉายาย ภควนฺตํ ปสฺสิสฺสามีติ โอภาสนิมิตฺตกมฺมํ อกาสิ. กึ ชีวโก ปน – ‘‘มยฺหํ อิทํ โอภาสนิมิตฺตกมฺม’’นฺติ ชานาตีติ? อาม ชานาติ. อถ กสฺมา ตุณฺหี อโหสีติ? วิกฺเขปปจฺเฉทนตฺถํ.

ตสฺสญฺหิ ปริสติ ฉนฺนํ สตฺถารานํ อุปฏฺฐากา พหู สนฺนิปติตา, เต อสิกฺขิตานํ ปยิรุปาสเนน สยมฺปิ อสิกฺขิตาว. เต มยิ ภควโต คุณกถํ อารทฺเธ อนฺตรนฺตรา อุฏฺฐายุฏฺฐาย อตฺตโน สตฺถารานํ คุณํ กเถสฺสนฺติ, เอวํ เม สตฺถุ คุณกถา ปริโยสานํ น คมิสฺสติ. ราชา ปน อิเมสํ กุลูปเก อุปสงฺกมิตฺวา คหิตาสารตาย เตสํ คุณกถาย อนตฺตมโน หุตฺวา มํ ปฏิปุจฺฉิสฺสติ, อถาหํ นิพฺพิกฺเขปํ สตฺถุ คุณํ กเถตฺวา ราชานํ สตฺถุ สนฺติกํ คเหตฺวา คมิสฺสามีติ ชานนฺโตว วิกฺเขปปจฺเฉทนตฺถํ ตุณฺหี อโหสีติ.

เตปิ อมจฺจา เอวํ จินฺเตสุํ – ‘‘อชฺช ราชา ปญฺจหิ ปเทหิ รตฺตึ โถเมติ, อทฺธา กิญฺจิ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ธมฺมํ โสตุกาโม, ยสฺส เจส ธมฺมํ สุตฺวา ปสีทิสฺสติ, ตสฺส จ มหนฺตํ สกฺการํ กริสฺสติ, ยสฺส ปน กุลูปโก สมโณ ราชกุลูปโก โหติ, ภทฺทํ ตสฺสา’’ติ.

๑๕๑-๑๕๒. เต เอวํ จินฺเตตฺวา – ‘‘อหํ อตฺตโน กุลูปกสมณสฺส วณฺณํ วตฺวา ราชานํ คเหตฺวา คมิสฺสามิ, อหํ คมิสฺสามี’’ติ อตฺตโน อตฺตโน กุลูปกานํ วณฺณํ กเถตุํ อารทฺธา. เตนาห – ‘‘เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ราชามจฺโจ’’ติอาทิ. ตตฺถ ปูรโณติ ตสฺส สตฺถุปฏิญฺญสฺส นามํ. กสฺสโปติ โคตฺตํ. โส กิร อญฺญตรสฺส กุลสฺส เอกูนทาสสตํ ปูรยมาโน ชาโต, เตนสฺส ปูรโณติ นามํ อกํสุ. มงฺคลทาสตฺตา จสฺส ‘‘ทุกฺกฏ’’นฺติ วตฺตา นตฺถิ, อกตํ วา น กตนฺติ. โส ‘‘กิมหํ เอตฺถ วสามี’’ติ ปลายิ. อถสฺส โจรา วตฺถานิ อจฺฉินฺทึสุ, โส ปณฺเณน วา ติเณน วา ปฏิจฺฉาเทตุมฺปิ อชานนฺโต ชาตรูเปเนว เอกํ คามํ ปาวิสิ. มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ สมโณ อรหา อปฺปิจฺโฉ, นตฺถิ อิมินา สทิโส’’ติ ปูวภตฺตาทีนิ คเหตฺวา อุปสงฺกมนฺติ. โส – ‘‘มยฺหํ สาฏกํ อนิวตฺถภาเวน อิทํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ตโต ปฏฺฐาย สาฏกํ ลภิตฺวาปิ น นิวาเสสิ, ตเทว ปพฺพชฺชํ อคฺคเหสิ, ตสฺส สนฺติเก อญฺเญปิ อญฺเญปีติ ปญฺจสตมนุสฺสา ปพฺพชึสุ. ตํ สนฺธายาห – ‘‘ปูรโณ กสฺสโป’’ติ.

ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆ อสฺส อตฺถีติ สงฺฆี. เสฺวว คโณ อสฺส อตฺถีติ คณี. อาจารสิกฺขาปนวเสน ตสฺส คณสฺส อาจริโยติ คณาจริโย. ญาโตติ ปญฺญาโต ปากโฏ. ‘‘อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ. อปฺปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสตี’’ติ เอวํ สมุคฺคโต ยโส อสฺส อตฺถีติ ยสสฺสี. ติตฺถกโรติ ลทฺธิกโร. สาธุสมฺมโตติ อยํ สาธุ, สุนฺทโร, สปฺปุริโสติ เอวํ สมฺมโต. พหุชนสฺสาติ อสฺสุตวโต อนฺธพาลปุถุชฺชนสฺส. ปพฺพชิตโต ปฏฺฐาย อติกฺกนฺตา พหู รตฺติโย ชานาตีติ รตฺตญฺญู. จิรํ ปพฺพชิตสฺส อสฺสาติ จิรปพฺพชิโต, อจิรปพฺพชิตสฺส หิ กถา โอกปฺปนียา น โหติ, เตนาห ‘‘จิรปพฺพชิโต’’ติ. อทฺธคโตติ อทฺธานํ คโต, เทฺว ตโย ราชปริวฏฺเฏ อตีโตติ อธิปฺปาโย. วโยอนุปฺปตฺโตติ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺโต. อิทํ อุภยมฺปิ – ‘‘ทหรสฺส กถา โอกปฺปนียา น โหตี’’ติ เอตํ สนฺธาย วุตฺตํ.

ตุณฺหี อโหสีติ สุวณฺณวณฺณํ มธุรรสํ อมฺพปกฺกํ ขาทิตุกาโม ปุริโส อาหริตฺวา หตฺเถ ฐปิตํ กาชรปกฺกํ ทิสฺวา วิย ฌานาภิญฺญาทิคุณยุตฺตํ ติลกฺขณพฺภาหตํ มธุรํ ธมฺมกถํ โสตุกาโม ปุพฺเพ ปูรณสฺส ทสฺสเนนาปิ อนตฺตมโน อิทานิ คุณกถาย สุฏฺฐุตรํ อนตฺตมโน หุตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. อนตฺตมโน สมาโนปิ ปน ‘‘สจาหํ เอตํ ตชฺเชตฺวา คีวายํ คเหตฺวา นีหราเปสฺสามิ, ‘โย โย กเถสิ, ตํ ตํ ราชา เอวํ กโรตี’ติ ภีโต อญฺโญปิ โกจิ กิญฺจิ น กเถสฺสตี’’ติ อมนาปมฺปิ ตํ กถํ อธิวาเสตฺวา ตุณฺหี เอว อโหสิ. อถญฺโญ – ‘‘อหํ อตฺตโน กุลูปกสฺส วณฺณํ กเถสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา วตฺตุํ อารภิ. เตน วุตฺตํ – อญฺญตโรปิ โขติอาทิ. ตํ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

เอตฺถ ปน มกฺขลีติ ตสฺส นามํ. โคสาลาย ชาตตฺตา โคสาโลติ ทุติยํ นามํ. ตํ กิร สกทฺทมาย ภูมิยา เตลฆฏํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตํ – ‘‘ตาต, มา ขลี’’ติ สามิโก อาห. โส ปมาเทน ขลิตฺวา ปติตฺวา สามิกสฺส ภเยน ปลายิตุํ อารทฺโธ. สามิโก อุปธาวิตฺวา ทุสฺสกณฺเณ อคฺคเหสิ. โส สาฏกํ ฉฑฺเฑตฺวา อเจลโก หุตฺวา ปลายิ. เสสํ ปูรณสทิสเมว.

๑๕๓. อชิโตติ ตสฺส นามํ. เกสกมฺพลํ ธาเรตีติ เกสกมฺพโล. อิติ นามทฺวยํ สํสนฺทิตฺวา อชิโต เกสกมฺพโลติ วุจฺจติ. ตตฺถ เกสกมฺพโล นาม มนุสฺสเกเสหิ กตกมฺพโล. ตโต ปฏิกิฏฺฐตรํ วตฺถํ นาม นตฺถิ. ยถาห – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ตนฺตาวุตานํ วตฺถานํ, เกสกมฺพโล เตสํ ปฏิกิฏฺโฐ อกฺขายติ. เกสกมฺพโล, ภิกฺขเว, สีเต สีโต, อุเณฺห อุโณฺห, ทุพฺพณฺโณ ทุคฺคนฺโธ ทุกฺขสมฺผสฺโส’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๓๘).

๑๕๔. ปกุโธติ ตสฺส นามํ. กจฺจายโนติ โคตฺตํ. อิติ นามโคตฺตํ สํสนฺทิตฺวา ปกุโธ กจฺจายโนติ วุจฺจติ. สีตุทกปฏิกฺขิตฺตโก เอส, วจฺจํ กตฺวาปิ อุทกกิจฺจํ น กโรติ, อุโณฺหทกํ วา กญฺชิยํ วา ลภิตฺวา กโรติ, นทึ วา มคฺโคทกํ วา อติกฺกมฺม – ‘‘สีลํ เม ภินฺน’’นฺติ วาลิกถูปํ กตฺวา สีลํ อธิฏฺฐาย คจฺฉติ. เอวรูโป นิสฺสิรีกลทฺธิโก เอส.

๑๕๕. สญฺจโยติ ตสฺส นามํ. เพลฏฺฐสฺส ปุตฺโตติ เพลฏฺฐปุตฺโต.

๑๕๖. อมฺหากํ คณฺฐนกิเลโส ปลิพนฺธนกิเลโส นตฺถิ, กิเลสคณฺฐรหิตา มยนฺติ เอวํวาทิตาย ลทฺธนามวเสน นิคณฺโฐ. นาฏสฺส ปุตฺโต นาฏปุตฺโต.

โกมารภจฺจชีวกกถาวณฺณนา

๑๕๗. อถ โข ราชาติ ราชา กิร เตสํ วจนํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ยสฺส ยสฺส วจนํ น โสตุกาโม, โส โส เอว กเถสิ. ยสฺส ปนมฺหิ วจนํ โสตุกาโม, เอส นาควสํ ปิวิตฺวา ฐิโต สุปณฺโณ วิย ตุณฺหีภูโต, อนตฺโถ วต เม’’ติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ชีวโก อุปสนฺตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต อุปฏฺฐาโก, สยมฺปิ อุปสนฺโต, ตสฺมา วตฺตสมฺปนฺโน ภิกฺขุ วิย ตุณฺหีภูโตว นิสินฺโน, น เอส มยิ อกเถนฺเต กเถสฺสติ, หตฺถิมฺหิ โข ปน มทฺทนฺเต หตฺถิสฺเสว ปาโท คเหตพฺโพ’’ติ เตน สทฺธึ สยํ มนฺเตตุมารทฺโธ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ราชา’’ติ. ตตฺถ กึ ตุณฺหีติ เกน การเณน ตุณฺหี. อิเมสํ อมจฺจานํ อตฺตโน อตฺตโน กุลูปกสมณสฺส วณฺณํ กเถนฺตานํ มุขํ นปฺปโหติ. กึ ยถา เอเตสํ, เอวํ ตว กุลูปกสมโณ นตฺถิ, กึ ตฺวํ ทลิทฺโท, น เต มม ปิตรา อิสฺสริยํ ทินฺนํ, อุทาหุ อสฺสทฺโธติ ปุจฺฉติ.

ตโต ชีวกสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยํ ราชา มํ กุลูปกสมณสฺส คุณํ กถาเปติ, น ทานิ เม ตุณฺหีภาวสฺส กาโล, ยถา โข ปนิเม ราชานํ วนฺทิตฺวา นิสินฺนาว อตฺตโน กุลูปกสมณานํ คุณํ กถยึสุ, น มยฺหํ เอวํ สตฺถุคุเณ กเถตุํ ยุตฺต’’นฺติ อุฏฺฐายาสนา ภควโต วิหาราภิมุโข ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ สิรสิ ปคฺคเหตฺวา – ‘‘มหาราช, มา มํ เอวํ จินฺตยิตฺถ, ‘อยํ ยํ วา ตํ วา สมณํ อุปสงฺกมตี’ติ, มม สตฺถุโน หิ มาตุกุจฺฉิโอกฺกมเน, มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมเน, มหาภินิกฺขมเน, สมฺโพธิยํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน จ, ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิตฺถ, เอวํ ยมกปาฏิหาริยํ อกาสิ, เอวํ เทโวโรหณํ, อหํ สตฺถุโน คุเณ กถยิสฺสามิ, เอกคฺคจิตฺโต สุณ, มหาราชา’’ติ วตฺวา – ‘‘อยํ เทว, ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตํ โข ปน ภควนฺตนฺติ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนํ, ตสฺส โข ปน ภควโตติ อตฺโถ. กลฺยาโณติ กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต, เสฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติเยว. ถุติโฆโส วา. อพฺภุคฺคโตติ สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อุคฺคโต. กินฺติ? ‘‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… ภควา’’ติ.

ตตฺรายํ ปทสมฺพนฺโธ – โส ภควา อิติปิ อรหํ อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควาติ. อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อารกตฺตา อรีนํ, อรานญฺจ หตตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวาติ, อิเมหิ ตาว การเณหิ โส ภควา อรหนฺติ เวทิตพฺโพติอาทินา นเยน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา สพฺพาเนว เจตานิ ปทานิ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตานีติ ตโต เนสํ วิตฺถาโร คเหตพฺโพ.

ชีวโก ปน เอกเมกสฺส ปทสฺส อตฺถํ นิฏฺฐาเปตฺวา – ‘‘เอวํ, มหาราช, อรหํ มยฺหํ สตฺถา, เอวํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… เอวํ ภควา’’ติ วตฺวา – ‘‘ตํ, เทโว, ภควนฺตํ ปยิรุปาสตุ, อปฺเปว นาม เทวสฺส ตํ ภควนฺตํ ปยิรุปาสโต จิตฺตํ ปสีเทยฺยา’’ติ อาห. เอตฺถ จ ตํ เทโว ปยิรุปาสตูติ วทนฺโต ‘‘มหาราช, ตุมฺหาทิสานญฺหิ สเตนปิ สหสฺเสนปิ สตสหสฺเสนปิ ปุฏฺฐสฺส มยฺหํ สตฺถุโน สพฺเพสํ จิตฺตํ คเหตฺวา กเถตุํ ถาโม จ พลญฺจ อตฺถิ, วิสฺสตฺโถ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺยาสิ มหาราชา’’ติ อาห.

รญฺโญปิ ภควโต คุณกถํ สุณนฺตสฺส สกลสรีรํ ปญฺจวณฺณาย ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏํ อโหสิ. โส ตงฺขณญฺเญว คนฺตุกาโม หุตฺวา – ‘‘อิมาย โข ปน เวลาย มยฺหํ ทสพลสฺส สนฺติกํ คจฺฉโต น อญฺโญ โกจิ ขิปฺปํ ยานานิ โยเชตุํ สกฺขิสฺสติ อญฺญตฺร ชีวกา’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘เตน หิ, สมฺม ชีวก, หตฺถิยานานิ กปฺปาเปหี’’ติ อาห.

๑๕๘. ตตฺถ เตน หีติ อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโต. คจฺฉ, สมฺม ชีวกาติ วุตฺตํ โหติ. หตฺถิยานานีติ อเนเกสุ อสฺสรถาทีสุ ยาเนสุ วิชฺชมาเนสุปิ หตฺถิยานํ อุตฺตมํ; อุตฺตมสฺส สนฺติกํ อุตฺตมยาเนเนว คนฺตพฺพนฺติ จ, อสฺสยานรถยานานิ สสทฺทานิ, ทูรโตว เตสํ สทฺโท สุยฺยติ, หตฺถิยานสฺส ปทานุปทํ คจฺฉนฺตาปิ สทฺทํ น สุณนฺติ. นิพฺพุตสฺส ปน โข ภควโต สนฺติเก นิพฺพุเตเหว ยาเนหิ คนฺตพฺพนฺติ จ จินฺตยิตฺวา หตฺถิยานานีติ อาห.

ปญฺจมตฺตานิ หตฺถินิกาสตานีติ ปญฺจ กเรณุสตานิ. กปฺปาเปตฺวาติ อาโรหณสชฺชานิ กาเรตฺวา. อาโรหณียนฺติ อาโรหณโยคฺคํ, โอปคุยฺหนฺติ อตฺโถ. กึ ปเนส รญฺญา วุตฺตํ อกาสิ อวุตฺตนฺติ? อวุตฺตํ. กสฺมา? ปณฺฑิตตาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ราชา อิมาย เวลาย คจฺฉามีติ วทติ, ราชาโน จ นาม พหุปจฺจตฺถิกา. สเจ อนฺตรามคฺเค โกจิ อนฺตราโย โหติ, มมฺปิ ครหิสฺสนฺติ – ‘‘ชีวโก ราชา เม กถํ คณฺหาตีติ อกาเลปิ ราชานํ คเหตฺวา นิกฺขมตี’’ติ. ภควนฺตมฺปิ ครหิสฺสนฺติ ‘‘สมโณ โคตโม, ‘มยฺหํ กถา วตฺตตี’ติ กาลํ อสลฺลกฺเขตฺวาว ธมฺมํ กเถตี’’ติ. ตสฺมา ยถา เนว มยฺหํ, น ภควโต, ครหา อุปฺปชฺชติ; รญฺโญ จ รกฺขา สุสํวิหิตา โหติ, ตถา กริสฺสามี’’ติ.

ตโต อิตฺถิโย นิสฺสาย ปุริสานํ ภยํ นาม นตฺถิ, ‘สุขํ อิตฺถิปริวุโต คมิสฺสามี’ติ ปญฺจ หตฺถินิกาสตานิ กปฺปาเปตฺวา ปญฺจ อิตฺถิสตานิ ปุริสเวสํ คาหาเปตฺวา – ‘‘อสิโตมรหตฺถา ราชานํ ปริวาเรยฺยาถา’’ติ วตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘อิมสฺส รญฺโญ อิมสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, พุทฺธา จ นาม อุปนิสฺสยํ ทิสฺวาว ธมฺมํ กเถนฺติ. หนฺทาหํ, มหาชนํ สนฺนิปาตาเปมิ, เอวญฺหิ สติ สตฺถา กสฺสจิเทว อุปนิสฺสเยน ธมฺมํ เทเสสฺสติ, สา มหาชนสฺส อุปการาย ภวิสฺสตี’’ติ. โส ตตฺถ ตตฺถ สาสนํ เปเสสิ, เภรึ จราเปสิ – ‘‘อชฺช ราชา ภควโต สนฺติกํ คจฺฉติ, สพฺเพ อตฺตโน วิภวานุรูเปน รญฺโญ อารกฺขํ คณฺหนฺตู’’ติ.

ตโต มหาชโน จินฺเตสิ – ‘‘ราชา กิร สตฺถุทสฺสนตฺถํ คจฺฉติ, กีทิสี วต โภ ธมฺมเทสนา ภวิสฺสติ, กึ โน นกฺขตฺตกีฬาย, ตตฺเถว คมิสฺสามา’’ติ. สพฺเพ คนฺธมาลาทีนิ คเหตฺวา รญฺโญ อาคมนํ อากงฺขมานา มคฺเค อฏฺฐํสุ. ชีวโกปิ รญฺโญ ปฏิเวเทสิ – ‘‘กปฺปิตานิ โข เต, เทว, หตฺถิยานานิ, ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสี’’ติ. ตตฺถ ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสีติ อุปจารวจนเมตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยํ ตยา อาณตฺตํ, ตํ มยา กตํ, อิทานิ ตฺวํ ยสฺส คมนสฺส วา อคมนสฺส วา กาลํ มญฺญสิ, ตเทว อตฺตโน รุจิยา กโรหี’’ติ.

๑๕๙. ปจฺเจกา อิตฺถิโยติ ปาฏิเยกฺกา อิตฺถิโย, เอเกกิสฺสา หตฺถินิยา เอเกกํ อิตฺถินฺติ วุตฺตํ โหติ. อุกฺกาสุ ธาริยมานาสูติ ทณฺฑทีปิกาสุ ธาริยมานาสุ. มหจฺจ ราชานุภาเวนาติ มหตา ราชานุภาเวน. มหจฺจาติปิ ปาฬิ, มหติยาติ อตฺโถ, ลิงฺควิปริยาโย เอส. ราชานุภาโว วุจฺจติ ราชิทฺธิ. กา ปนสฺส ราชิทฺธิ? ติโยชนสตานํ ทฺวินฺนํ มหารฏฺฐานํ อิสฺสริยสิรี. ตสฺส หิ อสุกทิวสํ ราชา ตถาคตํ อุปสงฺกมิสฺสตีติ ปฐมตรํ สํวิทหเน อสติปิ ตงฺขณญฺเญว ปญฺจ อิตฺถิสตานิ ปุริสเวสํ คเหตฺวา ปฏิมุกฺกเวฐนานิ อํเส อาสตฺตขคฺคานิ มณิทณฺฑโตมเร คเหตฺวา นิกฺขมึสุ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ปจฺเจกา อิตฺถิโย อาโรเปตฺวา’’ติ.

อปราปิ โสฬสสหสฺสขตฺติยนาฏกิตฺถิโย ราชานํ ปริวาเรสุํ. ตาสํ ปริยนฺเต ขุชฺชวามนกกิราตาทโย. ตาสํ ปริยนฺเต อนฺเตปุรปาลกา วิสฺสาสิกปุริสา. เตสํ ปริยนฺเต วิจิตฺรเวสวิลาสิโน สฏฺฐิสหสฺสมตฺตา มหามตฺตา. เตสํ ปริยนฺเต วิวิธาลงฺการปฏิมณฺฑิตา นานปฺปการอาวุธหตฺถา วิชฺชาธรตรุณา วิย นวุติสหสฺสมตฺตา รฏฺฐิยปุตฺตา. เตสํ ปริยนฺเต สตคฺฆนิกานิ นิวาเสตฺวา ปญฺจสตคฺฆนิกานิ เอกํสํ กตฺวา สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กญฺจนมาลาทินานาภรณโสภิตา ทสสหสฺสมตฺตา พฺราหฺมณา ทกฺขิณหตฺถํ อุสฺสาเปตฺวา ชยสทฺทํ โฆสนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ ปริยนฺเต ปญฺจงฺคิกานิ ตูริยานิ. เตสํ ปริยนฺเต ธนุปนฺติปริกฺเขโป. ตสฺส ปริยนฺเต หตฺถิฆฏา. หตฺถีนํ ปริยนฺเต คีวาย คีวํ ปหรมานา อสฺสปนฺติ. อสฺสปริยนฺเต อญฺญมญฺญํ สงฺฆฏฺฏนรถา. รถปริยนฺเต พาหาย พาหํ ปหรยมานา โยธา. เตสํ ปริยนฺเต อตฺตโน อตฺตโน อนุรูปาย อาภรณสมฺปตฺติยา วิโรจมานา อฏฺฐารส เสนิโย. อิติ ยถา ปริยนฺเต ฐตฺวา ขิตฺโต สโร ราชานํ น ปาปุณาติ, เอวํ ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ ปริสํ สํวิทหิตฺวา อตฺตนา รญฺโญ อวิทูเรเนว คจฺฉติ – ‘‘สเจ โกจิ อุปทฺทโว โหติ, ปฐมตร รญฺโญ ชีวิตทานํ ทสฺสามี’’ติ. อุกฺกานํ ปน เอตฺตกานิ สตานิ วา สหสฺสานิ วาติ ปริจฺเฉโท นตฺถีติ เอวรูปึ ราชิทฺธึ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘มหจฺจราชานุภาเวน เยน ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวนํ, เตน ปายาสี’’ติ.

อหุเทว ภยนฺติ เอตฺถ จิตฺตุตฺราสภยํ, ญาณภยํ, อารมฺมณภยํ, โอตฺตปฺปภยนฺติ จตุพฺพิธํ ภยํ, ตตฺถ ‘‘ชาตึ ปฏิจฺจ ภยํ ภยานก’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตํ จิตฺตุตฺราสภยํ นาม. ‘‘เตปิ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เยภุยฺเยน ภยํ สํเวคํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๘) เอวมาคตํ ญาณภยํ นาม. ‘‘เอตํ นูน ตํ ภยเภรวํ อาคจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๙) เอตฺถ วุตฺตํ อารมฺมณภยํ นาม.

‘‘ภีรุํ ปสํสนฺติ, น หิ ตตฺถ สูรํ;

ภยา หิ สนฺโต, น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ . (สํ. นิ. ๑.๓๓);

อิทํ โอตฺตปฺปภยํ นาม. เตสุ อิธ จิตฺตุตฺราสภยํ, อหุ อโหสีติ อตฺโถ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ ฉมฺภิตสฺส ภาโว. สกลสรีรจลนนฺติ อตฺโถ. โลมหํโสติ โลมหํสนํ, อุทฺธํ ฐิตโลมตาติ อตฺโถ. โส ปนายํ โลมหํโส ธมฺมสฺสวนาทีสุ ปีติอุปฺปตฺติกาเล ปีติยาปิ โหติ. ภีรุกชาติกานํ สมฺปหารปิสาจาทิทสฺสเนสุ ภเยนาปิ. อิธ ภยโลมหํโสติ เวทิตพฺโพ.

กสฺมา ปเนส ภีโตติ? อนฺธกาเรนาติ เอเก วทนฺติ. ราชคเห กิร ทฺวตฺตึส มหาทฺวารานิ, จตุสฏฺฐิ ขุทฺทกทฺวารานิ. ชีวกสฺส อมฺพวนํ ปาการสฺส จ คิชฺฌกูฏสฺส จ อนฺตรา โหติ. โส ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา ปพฺพตจฺฉายาย ปาวิสิ, ตตฺถ ปพฺพตกูเฏน จนฺโท ฉาทิโต, ปพฺพตจฺฉายาย จ รุกฺขจฺฉายาย จ อนฺธการํ อโหสีติ, ตมฺปิ อการณํ. ตทา หิ อุกฺกานํ สตสหสฺสานมฺปิ ปริจฺเฉโท นตฺถิ.

อยํ ปน อปฺปสทฺทตํ นิสฺสาย ชีวเก อาสงฺกาย ภีโต. ชีวโก กิรสฺส อุปริปาสาเทเยว อาโรเจสิ – ‘‘มหาราช อปฺปสทฺทกาโม ภควา, อปฺปสทฺเทเนว อุปสงฺกมิตพฺโพ’’ติ. ตสฺมา ราชา ตูริยสทฺทํ นิวาเรสิ. ตูริยานิ เกวลํ คหิตมตฺตาเนว โหนฺติ, วาจมฺปิ อุจฺจํ อนิจฺฉารยมานา อจฺฉราสญฺญาย คจฺฉนฺติ. อมฺพวเนปิ กสฺสจิ ขิปิตสทฺโทปิ น สุยฺยติ. ราชาโน จ นาม สทฺทาภิรตา โหนฺติ. โส ตํ อปฺปสทฺทตํ นิสฺสาย อุกฺกณฺฐิโต ชีวเกปิ อาสงฺกํ อุปฺปาเทสิ. ‘‘อยํ ชีวโก มยฺหํ อมฺพวเน อฑฺฒเตฬสานิ ภิกฺขุสตานี’’ติ อาห. เอตฺถ จ ขิปิตสทฺทมตฺตมฺปิ น สุยฺยติ, อภูตํ มญฺเญ, เอส วญฺเจตฺวา มํ นครโต นีหริตฺวา ปุรโต พลกายํ อุปฏฺฐเปตฺวา มํ คณฺหิตฺวา อตฺตนา ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุกาโม. อยญฺหิ ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ. มม จ อวิทูเรเนว คจฺฉติ, สนฺติเก จ เม อาวุธหตฺโถ เอกปุริโสปิ นตฺถิ. อโห วต เม อนตฺโถ’’ติ. เอวํ ภายิตฺวา จ ปน อภีโต วิย สนฺธาเรตุมฺปิ นาสกฺขิ. อตฺตโน ภีตภาวํ ตสฺส อาวิ อกาสิ. เตน วุตฺตํ. ‘‘อถ โข ราชา…เป… น นิคฺโฆโส’’ติ. ตตฺถ สมฺมาติ วยสฺสาภิลาโป เอส, กจฺจิ มํ วยสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. น ปลมฺเภสีติ ยํ นตฺถิ ตํ อตฺถีติ วตฺวา กจฺจิ มํ น วิปฺปลมฺภยสิ. นิคฺโฆโสติ กถาสลฺลาปนิคฺโฆโส.

มา ภายิ, มหาราชาติ ชีวโก – ‘‘อยํ ราชา มํ น ชานาติ ‘นายํ ปรํ ชีวิตา โวโรเปตี’ติ; สเจ โข ปน นํ น อสฺสาเสสฺสามิ, วินสฺเสยฺยา’’ติ จินฺตยิตฺวา ทฬฺหํ กตฺวา สมสฺสาเสนฺโต ‘‘มา ภายิ มหาราชา’’ติ วตฺวา ‘‘น ตํ เทวา’’ติอาทิมาห. อภิกฺกมาติ อภิมุโข กม คจฺฉ, ปวิสาติ อตฺโถ. สกึ วุตฺเต ปน ทฬฺหํ น โหตีติ ตรมาโนว ทฺวิกฺขตฺตุํ อาห. เอเต มณฺฑลมาเฬ ทีปา ฌายนฺตีติ มหาราช, โจรพลํ นาม น ทีเป ชาเลตฺวา ติฏฺฐติ, เอเต จ มณฺฑลมาเฬ ทีปา ชลนฺติ. เอตาย ทีปสญฺญาย ยาหิ มหาราชาติ วทติ.

สามญฺญผลปุจฺฉาวณฺณนา

๑๖๐. นาคสฺส ภูมีติ ยตฺถ สกฺกา หตฺถึ อภิรูเฬฺหน คนฺตุํ, อยํ นาคสฺส ภูมิ นาม. นาคา ปจฺโจโรหิตฺวาติ วิหารสฺส พหิทฺวารโกฏฺฐเก หตฺถิโต โอโรหิตฺวา. ภูมิยํ ปติฏฺฐิตสมกาลเมว ปน ภควโต เตโช รญฺโญ สรีรํ ผริ. อถสฺส ตาวเทว สกลสรีรโต เสทา มุจฺจึสุ, สาฏกา ปีเฬตฺวา อปเนตพฺพา วิย อเหสุํ. อตฺตโน อปราธํ สริตฺวา มหาภยํ อุปฺปชฺชิ. โส อุชุกํ ภควโต สนฺติกํ คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต ชีวกํ หตฺเถ คเหตฺวา อารามจาริกํ จรมาโน วิย ‘‘อิทํ เต สมฺม ชีวก สุฏฺฐุ การิตํ อิทํ สุฏฺฐุ การิต’’นฺติ วิหารสฺส วณฺณํ ภณมาโน อนุกฺกเมน เยน มณฺฑลมาฬสฺส ทฺวารํ เตนุปสงฺกมิ, สมฺปตฺโตติ อตฺโถ.

กหํ ปน สมฺมาติ กสฺมา ปุจฺฉีติ. เอเก ตาว ‘‘อชานนฺโต’’ติ วทนฺติ. อิมินา กิร ทหรกาเล ปิตรา สทฺธึ อาคมฺม ภควา ทิฏฺฐปุพฺโพ, ปจฺฉา ปน ปาปมิตฺตสํสคฺเคน ปิตุฆาตํ กตฺวา อภิมาเร เปเสตฺวา ธนปาลํ มุญฺจาเปตฺวา มหาปราโธ หุตฺวา ภควโต สมฺมุขีภาวํ น อุปคตปุพฺโพติ อสญฺชานนฺโต ปุจฺฉตีติ. ตํ อการณํ, ภควา หิ อากิณฺณวรลกฺขโณ อนุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิโต ฉพฺพณฺณาหิ รสฺมีหิ สกลํ อารามํ โอภาเสตฺวา ตาราคณปริวุโต วิย ปุณฺณจนฺโท ภิกฺขุคณปริวุโต มณฺฑลมาฬมชฺเฌ นิสินฺโน, ตํ โก น ชาเนยฺย. อยํ ปน อตฺตโน อิสฺสริยลีลาย ปุจฺฉติ. ปกติ เหสา ราชกุลานํ, ยํ ชานนฺตาปิ อชานนฺตา วิย ปุจฺฉนฺติ. ชีวโก ปน ตํ สุตฺวา – ‘อยํ ราชา ปถวิยํ ฐตฺวา กุหึ ปถวีติ, นภํ อุลฺโลเกตฺวา กุหึ จนฺทิมสูริยาติ, สิเนรุมูเล ฐตฺวา กุหึ สิเนรูติ วทมาโน วิย ทสพลสฺส ปุรโต ฐตฺวา กุหึ ภควา’ติ ปุจฺฉติ. ‘‘หนฺทสฺส ภควนฺตํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ‘‘เอโส มหาราชา’’ติอาทิมาห. ปุรกฺขโตติ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนสฺส ปุรโต นิสินฺโน.

๑๖๑. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ยตฺถ ภควา ตตฺถ คโต, ภควโต สนฺติกํ อุปคโตติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ อฏฺฐาสีติ ภควนฺตํ วา ภิกฺขุสํฆํ วา อสงฺฆฏฺฏยมาโน อตฺตโน ฐาตุํ อนุจฺฉวิเก เอกสฺมึ ปเทเส ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอโกว อฏฺฐาสิ. ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยโต ยโต อนุวิโลเกติ, ตโต ตโต ตุณฺหีภูตเมวาติ อตฺโถ. ตตฺถ หิ เอกภิกฺขุสฺสปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา ขิปิตสทฺโท วา นตฺถิ, สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ นาฏกปริวารํ ภควโต อภิมุเข ฐิตํ ราชานํ วา ราชปริสํ วา เอกภิกฺขุปิ น โอโลเกสิ. สพฺเพ ภควนฺตํเยว โอโลกยมานา นิสีทึสุ.

ราชา เตสํ อุปสเม ปสีทิตฺวา วิคตปงฺกตาย วิปฺปสนฺนรหทมิว อุปสนฺตินฺทฺริยํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปุนปฺปุนํ อนุวิโลเกตฺวา อุทานํ อุทาเนสิ. ตตฺถ อิมินาติ เยน กายิเกน จ วาจสิเกน จ มานสิเกน จ สีลูปสเมน ภิกฺขุสงฺโฆ อุปสนฺโต, อิมินา อุปสเมนาติ ทีเปติ. ตตฺถ ‘‘อโห วต เม ปุตฺโต ปพฺพชิตฺวา อิเม ภิกฺขู วิย อุปสนฺโต ภเวยฺยา’’ติ นยิทํ สนฺธาย เอส เอวมาห. อยํ ปน ภิกฺขุสงฺฆํ ทิสฺวา ปสนฺโน ปุตฺตํ อนุสฺสริ. ทุลฺลภญฺหิ ลทฺธา อจฺฉริยํ วา ทิสฺวา ปิยานํ ญาติมิตฺตาทีนํ อนุสฺสรณํ นาม โลกสฺส ปกติเยว. อิติ ภิกฺขุสงฺฆํ ทิสฺวา ปุตฺตํ อนุสฺสรมาโน เอส เอวมาห.

อปิ จ ปุตฺเต อาสงฺกาย ตสฺส อุปสมํ อิจฺฉมาโน เปส เอวมาห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ, ปุตฺโต เม ปุจฺฉิสฺสติ – ‘‘มยฺหํ ปิตา ทหโร. อยฺยโก เม กุหิ’’นฺติ. โส ‘‘ปิตรา เต ฆาติโต’’ติ สุตฺวา ‘‘อหมฺปิ ปิตรํ ฆาเตตฺวา รชฺชํ กาเรสฺสามี’’ติ มญฺญิสฺสติ. อิติ ปุตฺเต อาสงฺกาย ตสฺส อุปสมํ อิจฺฉมาโน เปส เอวมาห. กิญฺจาปิ หิ เอส เอวมาห. อถ โข นํ ปุตฺโต ฆาเตสฺสติเยว. ตสฺมิญฺหิ วํเส ปิตุวโธ ปญฺจปริวฏฺเฏ คโต. อชาตสตฺตุ พิมฺพิสารํ ฆาเตสิ, อุทโย อชาตสตฺตุํ. ตสฺส ปุตฺโต มหามุณฺฑิโก นาม อุทยํ. ตสฺส ปุตฺโต อนุรุทฺโธ นาม มหามุณฺฑิกํ. ตสฺส ปุตฺโต นาคทาโส นาม อนุรุทฺธํ. นาคทาสํ ปน – ‘‘วํสจฺเฉทกราชาโน อิเม, กึ อิเมหี’’ติ รฏฺฐวาสิโน กุปิตา ฆาเตสุํ.

อคมา โข ตฺวนฺติ กสฺมา เอวมาห? ภควา กิร รญฺโญ วจีเภเท อกเตเยว จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ราชา อาคนฺตฺวา ตุณฺหี นิรโว ฐิโต, กึ นุ โข จินฺเตสี’’ติ. อถสฺส จิตฺตํ ญตฺวา – ‘‘อยํ มยา สทฺธึ สลฺลปิตุํ อสกฺโกนฺโต ภิกฺขุสงฺฆํ อนุวิโลเกตฺวา ปุตฺตํ อนุสฺสริ, น โข ปนายํ มยิ อนาลปนฺเต กิญฺจิ กเถตุํ สกฺขิสฺสติ, กโรมิ เตน สทฺธึ กถาสลฺลาป’’นฺติ. ตสฺมา รญฺโญ วจนานนฺตรํ ‘‘อคมา โข ตฺวํ, มหาราช, ยถาเปม’’นฺติ อาห. ตสฺสตฺโถ – มหาราช, ยถา นาม อุนฺนเม วุฏฺฐํ อุทกํ เยน นินฺนํ เตน คจฺฉติ, เอวเมว ตฺวํ ภิกฺขุสงฺฆํ อนุวิโลเกตฺวา เยน เปมํ เตน คโตติ.

อถ รญฺโญ เอตทโหสิ – ‘‘อโห อจฺฉริยา พุทฺธคุณา, มยา สทิโส ภควโต อปราธการโก นาม นตฺถิ, มยา หิสฺส อคฺคุปฏฺฐาโก ฆาติโต, เทวทตฺตสฺส จ กถํ คเหตฺวา อภิมารา เปสิตา, นาฬาคิริ มุตฺโต, มํ นิสฺสาย เทวทตฺเตน สิลา ปวิทฺธา, เอวํ มหาปราธํ นาม มํ อาลปโต ทสพลสฺส มุขํ นปฺปโหติ; อโห ภควา ปญฺจหากาเรหิ ตาทิลกฺขเณ สุปฺปติฏฺฐิโต. เอวรูปํ นาม สตฺถารํ ปหาย พหิทฺธา น ปริเยสิสฺสามา’’ติ โส โสมนสฺสชาโต ภควนฺตํ อาลปนฺโต ‘‘ปิโย เม, ภนฺเต’’ติอาทิมาห.

๑๖๒. ภิกฺขุสงฺฆสฺส อญฺชลึ ปณาเมตฺวาติ เอวํ กิรสฺส อโหสิ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อิโตจิโต จ คนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ วนฺทนฺเตน จ ภควา ปิฏฺฐิโต กาตพฺโพ โหติ, ครุกาโรปิ เจส น โหติ. ราชานํ วนฺทิตฺวา อุปราชานํ วนฺทนฺเตนปิ หิ รญฺโญ อคารโว กโต โหติ. ตสฺมา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ฐิตฏฺฐาเนเยว ภิกฺขุสงฺฆสฺส อญฺชลึ ปณาเมตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. กญฺจิเทว เทสนฺติ กญฺจิ โอกาสํ.

อถสฺส ภควา ปญฺหปุจฺฉเน อุสฺสาหํ ชเนนฺโต อาห – ‘‘ปุจฺฉ, มหาราช, ยทากงฺขสี’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘ปุจฺฉ ยทิ อากงฺขสิ, น เม ปญฺหวิสฺสชฺชเน ภาโร อตฺถิ’’. อถ วา ‘‘ปุจฺฉ, ยํ อากงฺขสิ, สพฺพํ เต วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ, อสาธารณํ ปจฺเจกพุทฺธอคฺคสาวกมหาสาวเกหิ. เต หิ ยทากงฺขสีติ น วทนฺติ, สุตฺวา เวทิสฺสามาติ วทนฺติ. พุทฺธา ปน – ‘‘ปุจฺฉ, อาวุโส, ยทากงฺขสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๗), วา ‘‘ปุจฺฉ, มหาราช, ยทากงฺขสี’’ติ วา,

‘‘ปุจฺฉ, วาสว, มํ ปญฺหํ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ;

ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส, อหํ อนฺตํ กโรมิ เต’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๕๖) วา;

เตน หิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉ, ยทากงฺขสีติ วา,

‘‘พาวริสฺส จ ตุยฺหํ วา, สพฺเพสํ สพฺพสํสยํ;

กตาวกาสา ปุจฺฉโวฺห, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉถา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๓๖) วา;

‘‘ปุจฺฉ มํ, สภิย, ปญฺหํ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ;

ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส, อหํ อนฺตํ กโรมิ เต’’ติ. (สุ. นิ. ๕๑๗) วา;

เตสํ เตสํ ยกฺขนรินฺทเทวสมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกานํ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรนฺติ. อนจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ ภควา พุทฺธภูมึ ปตฺวา เอตํ ปวารณํ ปวาเรยฺย. โย โพธิสตฺตภูมิยํ ปเทสญาเณ ฐิโต –

‘‘โกณฺฑญฺญ, ปญฺหานิ วิยากโรหิ;

ยาจนฺติ ตํ อิสโย สาธุรูปา.

โกณฺฑญฺญ, เอโส มนุเชสุ ธมฺโม;

ยํ วุทฺธมาคจฺฉติ เอส ภาโร’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๖๐);

เอวํ สกฺกาทีนํ อตฺถาย อิสีหิ ยาจิโต –

‘‘กตาวกาสา ปุจฺฉนฺตุ โภนฺโต,

ยํ กิญฺจิ ปญฺหํ มนสาภิปตฺถิตํ;

อหญฺหิ ตํ ตํ โว วิยากริสฺสํ,

ญตฺวา สยํ โลกมิมํ ปรญฺจา’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๖๑);

เอวํ สรภงฺคกาเล. สมฺภวชาตเก จ สกลชมฺพุทีปํ ติกฺขตฺตุํ วิจริตฺวา ปญฺหานํ อนฺตกรํ อทิสฺวา สุจิรเตน พฺราหฺมเณน, ปญฺหํ ปุฏฺฐุํ โอกาเส การิเต ชาติยา สตฺตวสฺสิโก รถิกาย ปํสุํ กีฬนฺโต ปลฺลงฺกมาภุชิตฺวา อนฺตรวีถิยํ นิสินฺโนว –

‘‘ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ, ยถาปิ กุสโล ตถา;

ราชา จ โข ตํ ชานาติ, ยทิ กาหติ วา น วา’’ติ. (ชา. ๑.๑๖.๑๗๒);

สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ.

๑๖๓. เอวํ ภควตา สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาริตาย อตฺตมโน ราชา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต – ‘‘ยถา นุ โข อิมานิ, ภนฺเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สิปฺปเมว สิปฺปายตนํ. ปุถุสิปฺปายตนานีติ พหูนิ สิปฺปานิ. เสยฺยถิทนฺติ กตเม ปน เต. หตฺถาโรหาติอาทีหิ เย ตํ ตํ สิปฺปํ นิสฺสาย ชีวนฺติ, เต ทสฺเสติ. อยญฺหิ อสฺสาธิปฺปาโย – ‘‘ยถา อิเมสํ สิปฺปูปชีวีนํ ตํ ตํ สิปฺปํ นิสฺสาย สนฺทิฏฺฐิกํ สิปฺปผลํ ปญฺญายติ. สกฺกา นุ โข เอวํ สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ ปญฺญาเปตุ’’นฺติ. ตสฺมา สิปฺปายตนานิ อาหริตฺวา สิปฺปูปชีวิโน ทสฺเสติ.

ตตฺถ หตฺถาโรหาติ สพฺเพปิ หตฺถาจริยหตฺถิเวชฺชหตฺถิเมณฺฑาทโย ทสฺเสติ. อสฺสาโรหาติ สพฺเพปิ อสฺสาจริยอสฺสเวชฺชอสฺสเมณฺฑาทโย. รถิกาติ สพฺเพปิ รถาจริยรถโยธรถรกฺขาทโย. ธนุคฺคหาติ ธนุอาจริยา อิสฺสาสา. เจลกาติ เย ยุทฺเธ ชยธชํ คเหตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺติ. จลกาติ อิธ รญฺโญ ฐานํ โหตุ, อิธ อสุกมหามตฺตสฺสาติ เอวํ เสนาพฺยูหการกา. ปิณฺฑทายกาติ สาหสิกมหาโยธา. เต กิร ปรเสนํ ปวิสิตฺวา ปรสีสํ ปิณฺฑมิว เฉตฺวา เฉตฺวา ทยนฺติ, อุปฺปติตฺวา อุปฺปติตฺวา นิคฺคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เย วา สงฺคามมชฺเฌ โยธานํ ภตฺตปาตึ คเหตฺวา ปริวิสนฺติ, เตสมฺเปตํ นามํ. อุคฺคา ราชปุตฺตาติ อุคฺคตุคฺคตา สงฺคามาวจรา ราชปุตฺตา. ปกฺขนฺทิโนติ เย ‘‘กสฺส สีสํ วา อาวุธํ วา อาหรามา’’ติ ‘‘วตฺวา อสุกสฺสา’’ติ วุตฺตา สงฺคามํ ปกฺขนฺทิตฺวา ตเทว อาหรนฺติ, อิเม ปกฺขนฺทนฺตีติ ปกฺขนฺทิโน. มหานาคาติ มหานาคา วิย มหานาคา, หตฺถิอาทีสุปิ อภิมุขํ อาคจฺฉนฺเตสุ อนิวตฺติตโยธานเมตํ อธิวจนํ. สูราติ เอกนฺตสูรา, เย สชาลิกาปิ สจมฺมิกาปิ สมุทฺทํ ตริตุํ สกฺโกนฺติ. จมฺมโยธิโนติ เย จมฺมกญฺจุกํ วา ปวิสิตฺวา สรปริตฺตาณจมฺมํ วา คเหตฺวา ยุชฺฌนฺติ. ทาสิกปุตฺตาติ พลวสิเนหา ฆรทาสโยธา. อาฬาริกาติ ปูวิกา. กปฺปกาติ นฺหาปิกา. นฺหาปกาติ เย นฺหาเปนฺติ. สูทาติ ภตฺตการกา. มาลาการาทโย ปากฏาเยว. คณกาติ อจฺฉิทฺทกปาฐกา. มุทฺทิกาติ หตฺถมุทฺทาย คณนํ นิสฺสาย ชีวิโน. ยานิ วา ปนญฺญานิปีติ อยการทนฺตการจิตฺตการาทีนิ. เอวํคตานีติ เอวํ ปวตฺตานิ. เต ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ เต หตฺถาโรหาทโย ตานิ ปุถุสิปฺปายตนานิ ทสฺเสตฺวา ราชกุลโต มหาสมฺปตฺตึ ลภมานา สนฺทิฏฺฐิกเมว สิปฺปผลํ อุปชีวนฺติ. สุเขนฺตีติ สุขิตํ กโรนฺติ. ปีเณนฺตีติ ปีณิตํ ถามพลูเปตํ กโรนฺติ. อุทฺธคฺคิกาทีสุ อุปริ ผลนิพฺพตฺตนโต อุทฺธํ อคฺคมสฺสา อตฺถีติ อุทฺธคฺคิกา. สคฺคํ อรหตีติ โสวคฺคิกา. สุโข วิปาโก อสฺสาติ สุขวิปากา. สุฏฺฐุ อคฺเค รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพอายุวณฺณสุขยสอาธิปเตยฺยสงฺขาเต ทส ธมฺเม สํวตฺเตติ นิพฺพตฺเตตีติ สคฺคสํวตฺตนิกา. ตํ เอวรูปํ ทกฺขิณํ ทานํ ปติฏฺฐเปนฺตีติ อตฺโถ. สามญฺญผลนฺติ เอตฺถ ปรมตฺถโต มคฺโค สามญฺญํ. อริยผลํ สามญฺญผลํ. ยถาห – ‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สามญฺญํ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. เสยฺยถิทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธิ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สามญฺญํ. กตมานิ จ, ภิกฺขเว, สามญฺญผลานิ? โสตาปตฺติผลํ…เป… อรหตฺตผล’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๓๕). ตํ เอส ราชา น ชานาติ. อุปริ อาคตํ ปน ทาสกสฺสโกปมํ สนฺธาย ปุจฺฉติ.

อถ ภควา ปญฺหํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว จินฺเตสิ – ‘‘อิเม พหู อญฺญติตฺถิยสาวกา ราชามจฺจา อิธาคตา, เต กณฺหปกฺขญฺจ สุกฺกปกฺขญฺจ ทีเปตฺวา กถียมาเน อมฺหากํ ราชา มหนฺเตน อุสฺสาเหน อิธาคโต, ตสฺสาคตกาลโต ปฏฺฐาย สมโณ โคตโม สมณโกลาหลํ สมณภณฺฑนเมว กเถตีติ อุชฺฌายิสฺสนฺติ, น สกฺกจฺจํ ธมฺมํ โสสฺสนฺติ, รญฺญา ปน กถียมาเน อุชฺฌายิตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ, ราชานเมว อนุวตฺติสฺสนฺติ. อิสฺสรานุวตฺตโก หิ โลโก. ‘หนฺทาหํ รญฺโญว ภารํ กโรมี’ติ รญฺโญ ภารํ กโรนฺโต ‘‘อภิชานาสิ โน ตฺว’’นฺติอาทิมาห.

๑๖๔. ตตฺถ อภิชานาสิ โน ตฺวนฺติ อภิชานาสิ นุ ตฺวํ. อยญฺจ โน-สทฺโท ปรโต ปุจฺฉิตาติ ปเทน โยเชตพฺโพ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – ‘‘มหาราช, ตฺวํ อิมํ ปญฺหํ อญฺเญ สมณพฺราหฺมเณ ปุจฺฉิตา นุ, อภิชานาสิ จ นํ ปุฏฺฐภาวํ, น เต สมฺมุฏฺฐ’’นฺติ. สเจ เต อครูติ สเจ ตุยฺหํ ยถา เต พฺยากรึสุ, ตถา อิธ ภาสิตุํ ภาริยํ น โหติ, ยทิ น โกจิ อผาสุกภาโว อตฺถิ, ภาสสฺสูติ อตฺโถ. น โข เม ภนฺเตติ กึ สนฺธายาห? ปณฺฑิตปติรูปกานญฺหิ สนฺติเก กเถตุํ ทุกฺขํ โหติ, เต ปเท ปเท อกฺขเร อกฺขเร โทสเมว วทนฺติ. เอกนฺตปณฺฑิตา ปน กถํ สุตฺวา สุกถิตํ ปสํสนฺติ, ทุกฺกถิเตสุ ปาฬิปทอตฺถพฺยญฺชเนสุ ยํ ยํ วิรุชฺฌติ, ตํ ตํ อุชุกํ กตฺวา เทนฺติ. ภควตา จ สทิโส เอกนฺตปณฺฑิโต นาม นตฺถิ. เตนาห – ‘‘น โข เม, ภนฺเต, ครุ; ยตฺถสฺส ภควา นิสินฺโน ภควนฺตรูโป วา’’ติ.

ปูรณกสฺสปวาทวณฺณนา

๑๖๕. เอกมิทาหนฺติ เอกํ อิธ อหํ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวาติ สมฺโมทชนกํ สริตพฺพยุตฺตกํ กถํ ปริโยสาเปตฺวา.

๑๖๖. ‘‘กโรโต โข, มหาราช, การยโต’’ติอาทีสุ กโรโตติ สหตฺถา กโรนฺตสฺส. การยโตติ อาณตฺติยา กาเรนฺตสฺส. ฉินฺทโตติ ปเรสํ หตฺถาทีนิ ฉินฺทนฺตสฺส. ปจโตติ ปเร ทณฺเฑน ปีเฬนฺตสฺส. โสจยโตติ ปรสฺส ภณฺฑหรณาทีหิ โสจยโต. โสจาปยโตติ โสกํ สยํ กโรนฺตสฺสปิ ปเรหิ การาเปนฺตสฺสปิ. กิลมโตติ อาหารุปจฺเฉทพนฺธนาคารปฺปเวสนาทีหิ สยํ กิลมนฺตสฺสปิ ปเรหิ กิลมาเปนฺตสฺสปิ. ผนฺทโต ผนฺทาปยโตติ ปรํ ผนฺทนฺตํ ผนฺทนกาเล สยมฺปิ ผนฺทโต ปรมฺปิ ผนฺทาปยโต. ปาณมติปาตาปยโตติ ปาณํ หนนฺตสฺสปิ หนาเปนฺตสฺสปิ. เอวํ สพฺพตฺถ กรณการณวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

สนฺธินฺติ ฆรสนฺธึ. นิลฺโลปนฺติ มหาวิโลปํ. เอกาคาริกนฺติ เอกเมว ฆรํ ปริวาเรตฺวา วิลุปฺปนํ. ปริปนฺเถติ อาคตาคตานํ อจฺฉินฺทนตฺถํ มคฺเค ติฏฺฐโต. กโรโต น กรียติ ปาปนฺติ ยํ กิญฺจิ ปาปํ กโรมีติ สญฺญาย กโรโตปิ ปาปํ น กรียติ, นตฺถิ ปาปํ. สตฺตา ปน ปาปํ กโรมาติ เอวํสญฺญิโน โหนฺตีติ ทีเปติ. ขุรปริยนฺเตนาติ ขุรเนมินา, ขุรธารสทิสปริยนฺเตน วา. เอกํ มํสขลนฺติ เอกํ มํสราสึ. ปุญฺชนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. ตโตนิทานนฺติ เอกมํสขลกรณนิทานํ.

ทกฺขิณนฺติ ทกฺขิณตีเร มนุสฺสา กกฺขฬา ทารุณา, เต สนฺธาย ‘‘หนนฺโต’’ติอาทิมาห. อุตฺตรตีเร สตฺตา สทฺธา โหนฺติ ปสนฺนา พุทฺธมามกา ธมฺมมามกา สงฺฆมามกา, เต สนฺธาย ททนฺโตติอาทิมาห. ตตฺถ ยชนฺโตติ มหายาคํ กโรนฺโต. ทเมนาติ อินฺทฺริยทเมน อุโปสถกมฺเมน วา. สํยเมนาติ สีลสํยเมน. สจฺจวชฺเชนาติ สจฺจวจเนน. อาคโมติ อาคมนํ, ปวตฺตีติ อตฺโถ. สพฺพถาปิ ปาปปุญฺญานํ กิริยเมว ปฏิกฺขิปติ.

อมฺพํ ปุฏฺโฐ ลพุชํ พฺยากโรติ นาม, โย กีทิโส อมฺโพ กีทิสานิ วา อมฺพสฺส ขนฺธปณฺณปุปฺผผลานีติ วุตฺเต เอทิโส ลพุโช เอทิสานิ วา ลพุชสฺส ขนฺธปณฺณปุปฺผผลานีติ พฺยากโรติ. วิชิเตติ อาณาปวตฺติเทเส. อปสาเทตพฺพนฺติ วิเหเฐตพฺพํ. อนภินนฺทิตฺวาติ ‘‘สาธุ สาธู’’ติ เอวํ ปสํสํ อกตฺวา. อปฺปฏิกฺโกสิตฺวาติ พาลทุพฺภาสิตํ ตยา ภาสิตนฺติ เอวํ อปฺปฏิพาหิตฺวา. อนุคฺคณฺหนฺโตติ สารโต อคฺคณฺหนฺโต. อนิกฺกุชฺชนฺโตติ สารวเสเนว อิทํ นิสฺสรณํ, อยํ ปรมตฺโถติ หทเย อฏฺฐเปนฺโต. พฺยญฺชนํ ปน เตน อุคฺคหิตญฺเจว นิกฺกุชฺชิตญฺจ.

มกฺขลิโคสาลวาทวณฺณนา

๑๖๗-๑๖๙. มกฺขลิวาเท ปจฺจโยติ เหตุเววจนเมว, อุภเยนาปิ วิชฺชมานเมว กายทุจฺจริตาทีนํ สํกิเลสปจฺจยํ, กายสุจริตาทีนญฺจ วิสุทฺธิปจฺจยํ ปฏิกฺขิปติ. อตฺตกาเรติ อตฺตกาโร. เยน อตฺตนา กตกมฺเมน อิเม สตฺตา เทวตฺตมฺปิ มารตฺตมฺปิ พฺรหฺมตฺตมฺปิ สาวกโพธิมฺปิ ปจฺเจกโพธิมฺปิ สพฺพญฺญุตมฺปิ ปาปุณนฺติ, ตมฺปิ ปฏิกฺขิปติ. ทุติยปเทน ยํ ปรการํ ปรสฺส โอวาทานุสาสนึ นิสฺสาย ฐเปตฺวา มหาสตฺตํ อวเสโส ชโน มนุสฺสโสภคฺยตํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตํ ปรการํ ปฏิกฺขิปติ. เอวมยํ พาโล ชินจกฺเก ปหารํ เทติ นาม. นตฺถิ ปุริสกาเรติ เยน ปุริสกาเรน สตฺตา วุตฺตปฺปการา สมฺปตฺติโย ปาปุณนฺติ, ตมฺปิ ปฏิกฺขิปติ. นตฺถิ พลนฺติ ยมฺหิ อตฺตโน พเล ปติฏฺฐิตา สตฺตา วีริยํ กตฺวา ตา สมฺปตฺติโย ปาปุณนฺติ, ตํ พลํ ปฏิกฺขิปติ. นตฺถิ วีริยนฺติอาทีนิ สพฺพานิ ปุริสการเววจนาเนว. ‘‘อิทํ โน วีริเยน อิทํ ปุริสถาเมน, อิทํ ปุริสปรกฺกเมน ปวตฺต’’นฺติ เอวํ ปวตฺตวจนปฏิกฺเขปกรณวเสน ปเนตานิ วิสุํ อาทิยนฺติ.

สพฺเพ สตฺตาติ โอฏฺฐโคณคทฺรภาทโย อนวเสเส ปริคฺคณฺหาติ. สพฺเพ ปาณาติ เอกินฺทฺริโย ปาโณ, ทฺวินฺทฺริโย ปาโณติอาทิวเสน วทติ. สพฺเพ ภูตาติ อณฺฑโกสวตฺถิโกเสสุ ภูเต สนฺธาย วทติ. สพฺเพ ชีวาติ สาลิยวโคธุมาทโย สนฺธาย วทติ. เตสุ หิ โส วิรูหนภาเวน ชีวสญฺญี. อวสา อพลา อวีริยาติ เตสํ อตฺตโน วโส วา พลํ วา วีริยํ วา นตฺถิ. นิยติสงฺคติภาวปริณตาติ เอตฺถ นิยตีติ นิยตา. สงฺคตีติ ฉนฺนํ อภิชาตีนํ ตตฺถ ตตฺถ คมนํ. ภาโวติ สภาโวเยว. เอวํ นิยติยา จ สงฺคติยา จ ภาเวน จ ปริณตา นานปฺปการตํ ปตฺตา. เยน หิ ยถา ภวิตพฺพํ, โส ตเถว ภวติ. เยน น ภวิตพฺพํ, โส น ภวตีติ ทสฺเสติ. ฉเสฺววาภิชาตีสูติ ฉสุ เอว อภิชาตีสุ ฐตฺวา สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺติ. อญฺญา สุขทุกฺขภูมิ นตฺถีติ ทสฺเสติ.

โยนิปมุขสตสหสฺสานีติ ปมุขโยนีนํ อุตฺตมโยนีนํ จุทฺทสสตสหสฺสานิ อญฺญานิ จ สฏฺฐิสตานิ อญฺญานิ จ ฉสตานิ. ปญฺจ จ กมฺมุโน สตานีติ ปญฺจกมฺมสตานิ จ. เกวลํ ตกฺกมตฺตเกน นิรตฺถกํ ทิฏฺฐึ ทีเปติ. ปญฺจ จ กมฺมานิ ตีณิ จ กมฺมานีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เกจิ ปนาหุ – ‘‘ปญฺจ จ กมฺมานีติ ปญฺจินฺทฺริยวเสน ภณติ. ตีณีติ กายกมฺมาทิวเสนา’’ติ. กมฺเม จ อุปฑฺฒกมฺเม จาติ เอตฺถ ปนสฺส กายกมฺมญฺจ วจีกมฺมญฺจ กมฺมนฺติ ลทฺธิ, มโนกมฺมํ อุปฑฺฒกมฺมนฺติ. ทฺวฏฺฐิปฏิปทาติ ทฺวาสฏฺฐิ ปฏิปทาติ วทติ. ทฺวฏฺฐนฺตรกปฺปาติ เอกสฺมึ กปฺเป จตุสฏฺฐิ อนฺตรกปฺปา นาม โหนฺติ. อยํ ปน อญฺเญ เทฺว อชานนฺโต เอวมาห.

ฉฬาภิชาติโยติ กณฺหาภิชาติ, นีลาภิชาติ, โลหิตาภิชาติ, หลิทฺทาภิชาติ, สุกฺกาภิชาติ, ปรมสุกฺกาภิชาตีติ อิมา ฉ อภิชาติโย วทติ. ตตฺถ โอรพฺภิกา, สากุณิกา, มาควิกา, สูกริกา, ลุทฺทา, มจฺฉฆาตกา โจรา, โจรฆาตกา, พนฺธนาคาริกา, เย วา ปนญฺเญปิ เกจิ กุรูรกมฺมนฺตา, อยํ กณฺหาภิชาตีติ (อ. นิ. ๖.๕๗) วทติ. ภิกฺขู นีลาภิชาตีติ วทติ, เต กิร จตูสุ ปจฺจเยสุ กณฺฏเก ปกฺขิปิตฺวา ขาทนฺติ. ‘‘ภิกฺขู กณฺฏกวุตฺติกา’’ติ (อ. นิ. ๖.๕๗) อยญฺหิสฺส ปาฬิเยว. อถ วา กณฺฏกวุตฺติกา เอว นาม เอเก ปพฺพชิตาติ วทติ. โลหิตาภิชาติ นาม นิคณฺฐา เอกสาฏกาติ วทติ. อิเม กิร ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปณฺฑรตรา. คิหี โอทาตวสนา อเจลกสาวกา หลิทฺทาภิชาตีติ วทติ. เอวํ อตฺตโน ปจฺจยทายเก นิคณฺเฐหิปิ เชฏฺฐกตเร กโรติ. อาชีวกา อาชีวกินิโย สุกฺกาภิชาตีติ วทติ. เต กิร ปุริเมหิ จตูหิ ปณฺฑรตรา. นนฺโท, วจฺโฉ, กิโส, สงฺกิจฺโฉ, มกฺขลิโคสาโล, ปรมสุกฺกาภิชาตีติ (อ. นิ. ๖.๕๗) วทติ. เต กิร สพฺเพหิ ปณฺฑรตรา.

อฏฺฐ ปุริสภูมิโยติ มนฺทภูมิ, ขิฑฺฑาภูมิ, ปทวีมํสภูมิ, อุชุคตภูมิ, เสกฺขภูมิ, สมณภูมิ, ชินภูมิ, ปนฺนภูมีติ อิมา อฏฺฐ ปุริสภูมิโยติ วทติ. ตตฺถ ชาตทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตทิวเส สมฺพาธฏฺฐานโต นิกฺขนฺตตฺตา สตฺตา มนฺทา โหนฺติ โมมูหา, อยํ มนฺทภูมีติ วทติ. เย ปน ทุคฺคติโต อาคตา โหนฺติ, เต อภิณฺหํ โรทนฺติ เจว วิรวนฺติ จ, สุคติโต อาคตา ตํ อนุสฺสริตฺวา หสนฺติ, อยํ ขิฑฺฑาภูมิ นาม. มาตาปิตูนํ หตฺถํ วา ปาทํ วา มญฺจํ วา ปีฐํ วา คเหตฺวา ภูมิยํ ปทนิกฺขิปนํ ปทวีมํสภูมิ นาม. ปทสา คนฺตุํ สมตฺถกาเล อุชุคตภูมิ นาม. สิปฺปานิ สิกฺขิตกาเล เสกฺขภูมิ นาม. ฆรา นิกฺขมฺม ปพฺพชิตกาเล สมณภูมิ นาม. อาจริยํ เสวิตฺวา ชานนกาเล ชินภูมิ นาม. ภิกฺขุ จ ปนฺนโก ชิโน น กิญฺจิ อาหาติ เอวํ อลาภึ สมณํ ปนฺนภูมีติ วทติ.

เอกูนปญฺญาส อาชีวกสเตติ เอกูนปญฺญาสอาชีวกวุตฺติสตานิ. ปริพฺพาชกสเตติ ปริพฺพาชกปพฺพชฺชาสตานิ. นาคาวาสสเตติ นาคมณฺฑลสตานิ. วีเส อินฺทฺริยสเตติ วีสตินฺทฺริยสตานิ. ตึเส นิรยสเตติ ตึส นิรยสตานิ. รโชธาตุโยติ รชโอกิรณฏฺฐานานิ, หตฺถปิฏฺฐิปาทปิฏฺฐาทีนิ สนฺธาย วทติ. สตฺต สญฺญีคพฺภาติ โอฏฺฐโคณคทฺรภอชปสุมิคมหึเส สนฺธาย วทติ. สตฺต อสญฺญีคพฺภาติ สาลิวีหิยวโคธูมกงฺคุวรกกุทฺรูสเก สนฺธาย วทติ. นิคณฺฐิคพฺภาติ คณฺฐิมฺหิ ชาตคพฺภา, อุจฺฉุเวฬุนฬาทโย สนฺธาย วทติ. สตฺต เทวาติ พหู เทวา. โส ปน สตฺตาติ วทติ. มนุสฺสาปิ อนนฺตา, โส สตฺตาติ วทติ. สตฺต ปิสาจาติ ปิสาจา มหนฺตมหนฺตา สตฺตาติ วทติ. สราติ มหาสรา, กณฺณมุณฺฑรถการอโนตตฺตสีหปฺปปาตฉทฺทนฺตมนฺทากินีกุณาลทเห คเหตฺวา วทติ.

ปวุฏาติ คณฺฐิกา. ปปาตาติ มหาปปาตา. ปปาตสตานีติ ขุทฺทกปปาตสตานิ. สุปินาติ มหาสุปินา. สุปินสตานีติ ขุทฺทกสุปินสตานิ. มหากปฺปิโนติ มหากปฺปานํ. ตตฺถ เอกมฺหา มหาสรา วสฺสสเต วสฺสสเต กุสคฺเคน เอกํ อุทกพินฺทุํ นีหริตฺวา สตฺตกฺขตฺตุํ ตมฺหิ สเร นิรุทเก กเต เอโก มหากปฺโปติ วทติ. เอวรูปานํ มหากปฺปานํ จตุราสีติสตสหสฺสานิ เขเปตฺวา พาเล จ ปณฺฑิเต จ ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรนฺตีติ อยมสฺส ลทฺธิ. ปณฺฑิโตปิ กิร อนฺตรา วิสุชฺฌิตุํ น สกฺโกติ. พาโลปิ ตโต อุทฺธํ น คจฺฉติ.

สีเลนาติ อเจลกสีเลน วา อญฺเญน วา เยน เกนจิ. วเตนาติ ตาทิเสเนว วเตน. ตเปนาติ ตโปกมฺเมน. อปริปกฺกํ ปริปาเจติ นาม, โย ‘‘อหํ ปณฺฑิโต’’ติ อนฺตรา วิสุชฺฌติ. ปริปกฺกํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตึ กโรติ นาม โย ‘‘อหํ พาโล’’ติ วุตฺตปริมาณํ กาลํ อติกฺกมิตฺวา ยาติ. เหวํ นตฺถีติ เอวํ นตฺถิ. ตญฺหิ อุภยมฺปิ น สกฺกา กาตุนฺติ ทีเปติ. โทณมิเตติ โทเณน มิตํ วิย. สุขทุกฺเขติ สุขทุกฺขํ. ปริยนฺตกเตติ วุตฺตปริมาเณน กาเลน กตปริยนฺเต. นตฺถิ หายนวฑฺฒเนติ นตฺถิ หายนวฑฺฒนานิ. น สํสาโร ปณฺฑิตสฺส หายติ, น พาลสฺส วฑฺฒตีติ อตฺโถ. อุกฺกํสาวกํเสติ อุกฺกํสาวกํสา. หายนวฑฺฒนานเมตํ อธิวจนํ.

อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย สาเธนฺโต ‘‘เสยฺยถาปิ นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุตฺตคุเฬติ เวเฐตฺวา กตสุตฺตคุเฬ. นิพฺเพฐิยมานเมว ปเลตีติ ปพฺพเต วา รุกฺขคฺเค วา ฐตฺวา ขิตฺตํ สุตฺตปฺปมาเณน นิพฺเพฐิยมานเมว คจฺฉติ, สุตฺเต ขีเณ ตตฺเถว ติฏฺฐติ, น คจฺฉติ. เอวเมว วุตฺตกาลโต อุทฺธํ น คจฺฉตีติ ทสฺเสติ.

อชิตเกสกมฺพลวาทวณฺณนา

๑๗๐-๑๗๒. อชิตวาเท นตฺถิ ทินฺนนฺติ ทินฺนผลาภาวํ สนฺธาย วทติ. ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค. หุตนฺติ ปเหณกสกฺกาโร อธิปฺเปโต. ตมฺปิ อุภยํ ผลาภาวเมว สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. สุกตทุกฺกฏานนฺติ สุกตทุกฺกฏานํ, กุสลากุสลานนฺติ อตฺโถ. ผลํ วิปาโกติ ยํ ผลนฺติ วา วิปาโกติ วา วุจฺจติ, ตํ นตฺถีติ วทติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถิ, นตฺถิ ปโร โลโกติ อิธ โลเก ฐิตสฺสาปิ ปโร โลโก นตฺถิ, สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตีติ ทสฺเสติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลาภาววเสน วทติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวิตฺวา อุปปชฺชนกา สตฺตา นาม นตฺถีติ วทติ.

จาตุมหาภูติโกติ จตุมหาภูตมโย. ปถวี ปถวิกายนฺติ อชฺฌตฺติกปถวีธาตุ พาหิรปถวีธาตุํ. อนุเปตีติ อนุยายติ. อนุปคจฺฉตีติ ตสฺเสว เววจนํ. อนุคจฺฉตีติปิ อตฺโถ. อุภเยนาปิ อุเปติ, อุปคจฺฉตีติ ทสฺเสติ. อาปาทีสุปิ เอเสว นโย. อินฺทฺริยานีติ มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อากาสํ ปกฺขนฺทนฺติ. อาสนฺทิปญฺจมาติ นิปนฺนมญฺเจน ปญฺจมา, มญฺโจ เจว จตฺตาโร มญฺจปาเท คเหตฺวา ฐิตา จตฺตาโร ปุริสา จาติ อตฺโถ. ยาวาฬาหนาติ ยาว สุสานา. ปทานีติ ‘อยํ เอวํ สีลวา อโหสิ, เอวํ ทุสฺสีโล’ติอาทินา นเยน ปวตฺตานิ คุณาคุณปทานิ, สรีรเมว วา เอตฺถ ปทานีติ อธิปฺเปตํ. กาโปตกานีติ กโปตวณฺณานิ, ปาราวตปกฺขวณฺณานีติ อตฺโถ. ภสฺสนฺตาติ ภสฺมนฺตา, อยเมว วา ปาฬิ. อาหุติโยติ ยํ ปเหณกสกฺการาทิเภทํ ทินฺนทานํ, สพฺพํ ตํ ฉาริกาวสานเมว โหติ, น ตโต ปรํ ผลทายกํ หุตฺวา คจฺฉตีติ อตฺโถ. ทตฺตุปญฺญตฺตนฺติ ทตฺตูหิ พาลมนุสฺเสหิ ปญฺญตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘พาเลหิ อพุทฺธีหิ ปญฺญตฺตมิทํ ทานํ, น ปณฺฑิเตหิ. พาลา เทนฺติ, ปณฺฑิตา คณฺหนฺตี’ติ ทสฺเสติ.

ตตฺถ ปูรโณ ‘‘กโรโต น กรียติ ปาป’’นฺติ วทนฺโต กมฺมํ ปฏิพาหติ. อชิโต ‘‘กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ วทนฺโต วิปากํ ปฏิพาหติ. มกฺขลิ ‘‘นตฺถิ เหตู’’ติ วทนฺโต อุภยํ ปฏิพาหติ. ตตฺถ กมฺมํ ปฏิพาหนฺเตนาปิ วิปาโก ปฏิพาหิโต โหติ, วิปากํ ปฏิพาหนฺเตนาปิ กมฺมํ ปฏิพาหิตํ โหติ. อิติ สพฺเพเปเต อตฺถโต อุภยปฺปฏิพาหกา อเหตุกวาทา เจว อกิริยวาทา จ นตฺถิกวาทา จ โหนฺติ.

เย วา ปน เตสํ ลทฺธึ คเหตฺวา รตฺติฏฺฐาเน ทิวาฐาเน นิสินฺนา สชฺฌายนฺติ วีมํสนฺติ, เตสํ ‘‘กโรโต น กรียติ ปาปํ, นตฺถิ เหตุ, นตฺถิ ปจฺจโย, มโต อุจฺฉิชฺชตี’’ติ ตสฺมึ อารมฺมเณ มิจฺฉาสติ สนฺติฏฺฐติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, ชวนานิ ชวนฺติ, ปฐมชวเน สเตกิจฺฉา โหนฺติ, ตถา ทุติยาทีสุ, สตฺตเม พุทฺธานมฺปิ อเตกิจฺฉา อนิวตฺติโน อริฏฺฐกณฺฏกสทิสา. ตตฺถ โกจิ เอกํ ทสฺสนํ โอกฺกมติ, โกจิ เทฺว, โกจิ ตีณิปิ, เอกสฺมึ โอกฺกนฺเตปิ, ทฺวีสุ ตีสุ โอกฺกนฺเตสุปิ, นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโกว โหติ; ปตฺโต สคฺคมคฺคาวรณญฺเจว โมกฺขมคฺคาวรณญฺจ, อภพฺโพ ตสฺสตฺตภาวสฺส อนนฺตรํ สคฺคมฺปิ คนฺตุํ, ปเคว โมกฺขํ. วฏฺฏขาณุ นาเมส สตฺโต ปถวิโคปโก, เยภุยฺเยน เอวรูปสฺส ภวโต วุฏฺฐานํ นตฺถิ.

‘‘ตสฺมา อกลฺยาณชนํ, อาสีวิสมิโวรคํ;

อารกา ปริวชฺเชยฺย, ภูติกาโม วิจกฺขโณ’’ติ.

ปกุธกจฺจายนวาทวณฺณนา

๑๗๓-๑๗๕. ปกุธวาเท อกฏาติ อกตา. อกฏวิธาติ อกตวิธานา. เอวํ กโรหีติ เกนจิ การาปิตาปิ น โหนฺตีติ อตฺโถ. อนิมฺมิตาติ อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตา. อนิมฺมาตาติ อนิมฺมาปิตา, เกจิ อนิมฺมาเปตพฺพาติ ปทํ วทนฺติ, ตํ เนว ปาฬิยํ, น อฏฺฐกถายํ ทิสฺสติ. วญฺฌาทิปทตฺตยํ วุตฺตตฺถเมว. น อิญฺชนฺตีติ เอสิกตฺถมฺโภ วิย ฐิตตฺตา น จลนฺติ. น วิปริณมนฺตีติ ปกตึ น ชหนฺติ. น อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺตีติ น อญฺญมญฺญํ อุปหนนฺติ. นาลนฺติ น สมตฺถา. ปถวิกาโยติอาทีสุ ปถวีเยว ปถวิกาโย, ปถวิสมูโห วา. ตตฺถาติ เตสุ ชีวสตฺตเมสุ กาเยสุ. สตฺตนฺนํ เตฺวว กายานนฺติ ยถา มุคฺคราสิอาทีสุ ปหตํ สตฺถํ มุคฺคาทีนํ อนฺตเรน ปวิสติ, เอวํ สตฺตนฺนํ กายานํ อนฺตเรน ฉิทฺเทน วิวเรน สตฺถํ ปวิสติ. ตตฺถ อหํ อิมํ ชีวิตา โวโรเปมีติ เกวลํ สญฺญามตฺตเมว โหตีติ ทสฺเสติ.

นิคณฺฐนาฏปุตฺตวาทวณฺณนา

๑๗๖-๑๗๘. นาฏปุตฺตวาเท จาตุยามสํวรสํวุโตติ จตุโกฏฺฐาเสน สํวเรน สํวุโต. สพฺพวาริวาริโต จาติ วาริตสพฺพอุทโก ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทโกติ อตฺโถ. โส กิร สีโตทเก สตฺตสญฺญี โหติ, ตสฺมา น ตํ วฬญฺเชติ. สพฺพวาริยุตฺโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ยุตฺโต. สพฺพวาริธุโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ธุตปาโป. สพฺพวาริผุโฏติ สพฺเพน ปาปวารเณน ผุฏฺโฐ. คตตฺโตติ โกฏิปฺปตฺตจิตฺโต. ยตตฺโตติ สํยตจิตฺโต. ฐิตตฺโตติ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺโต. เอตสฺส วาเท กิญฺจิ สาสนานุโลมมฺปิ อตฺถิ, อสุทฺธลทฺธิตาย ปน สพฺพา ทิฏฺฐิเยว ชาตา.

สญฺจยเพลฏฺฐปุตฺตวาทวณฺณนา

๑๗๙-๑๘๑. สญฺจยวาโท อมราวิกฺเขเป วุตฺตนโย เอว.

ปฐมสนฺทิฏฺฐิกสามญฺญผลวณฺณนา

๑๘๒. โสหํ, ภนฺเตติ โส อหํ ภนฺเต, วาลุกํ ปีเฬตฺวา เตลํ อลภมาโน วิย ติตฺถิยวาเทสุ สารํ อลภนฺโต ภควนฺตํ ปุจฺฉามีติ อตฺโถ.

๑๘๓. ยถา เต ขเมยฺยาติ ยถา เต รุจฺเจยฺย. ทาโสติ อนฺโตชาตธนกฺกีตกรมรานีตสามํทาสโพฺยปคตานํ อญฺญตโร. กมฺมกาโรติ อนลโส กมฺมกรณสีโลเยว. ทูรโต ทิสฺวา ปฐมเมว อุฏฺฐหตีติ ปุพฺพุฏฺฐายี. เอวํ อุฏฺฐิโต สามิโน อาสนํ ปญฺญเปตฺวา ปาทโธวนาทิกตฺตพฺพกิจฺจํ กตฺวา ปจฺฉา นิปตติ นิสีทตีติ ปจฺฉานิปาตี. สามิกมฺหิ วา สยนโต อวุฏฺฐิเต ปุพฺเพเยว วุฏฺฐาตีติ ปุพฺพุฏฺฐายี. ปจฺจูสกาลโต ปฏฺฐาย ยาว สามิโน รตฺตึ นิทฺโทกฺกมนํ, ตาว สพฺพกิจฺจานิ กตฺวา ปจฺฉา นิปตติ, เสยฺยํ กปฺเปตีติ ปจฺฉานิปาตี. กึ กโรมิ, กึ กโรมีติ เอวํ กึการเมว ปฏิสุณนฺโต วิจรตีติ กึ การปฏิสฺสาวี. มนาปเมว กิริยํ กโรตีติ มนาปจารี. ปิยเมว วทตีติ ปิยวาที. สามิโน ตุฏฺฐปหฏฺฐํ มุขํ อุลฺโลกยมาโน วิจรตีติ มุขุลฺโลกโก.

เทโว มญฺเญติ เทโว วิย. โส วตสฺสาหํ ปุญฺญานิ กเรยฺยนฺติ โส วต อหํ เอวรูโป อสฺสํ, ยทิ ปุญฺญานิ กเรยฺยนฺติ อตฺโถ. ‘‘โส วตสฺส’สฺส’’นฺติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. ยํนูนาหนฺติ สเจ ทานํ ทสฺสามิ, ยํ ราชา เอกทิวสํ เทติ, ตโต สตภาคมฺปิ ยาวชีวํ น สกฺขิสฺสามิ ทาตุนฺติ ปพฺพชฺชายํ อุสฺสาหํ กตฺวา เอวํ จินฺตนภาวํ ทสฺเสติ.

กาเยน สํวุโตติ กาเยน ปิหิโต หุตฺวา อกุสลสฺส ปเวสนทฺวารํ ถเกตฺวาติ อตฺโถ. เอเสว นโย เสสปททฺวเยปิ. ฆาสจฺฉาทนปรมตายาติ ฆาสจฺฉาทเนน ปรมตาย อุตฺตมตาย, เอตทตฺถมฺปิ อเนสนํ ปหาย อคฺคสลฺเลเขน สนฺตุฏฺโฐติ อตฺโถ. อภิรโต ปวิเวเกติ ‘‘กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ, จิตฺตวิเวโก จ เนกฺขมฺมาภิรตานํ, ปรมโวทานปฺปตฺตานํ อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตาน’’นฺติ เอวํ วุตฺเต ติวิเธปิ วิเวเก รโต; คณสงฺคณิกํ ปหาย กาเยน เอโก วิหรติ, จิตฺตกิเลสสงฺคณิกํ ปหาย อฏฺฐสมาปตฺติวเสน เอโก วิหรติ, ผลสมาปตฺตึ วา นิโรธสมาปตฺตึ วา ปวิสิตฺวา นิพฺพานํ ปตฺวา วิหรตีติ อตฺโถ. ยคฺเฆติ โจทนตฺเถ นิปาโต.

๑๘๔. อาสเนนปิ นิมนฺเตยฺยามาติ นิสินฺนาสนํ ปปฺโผเฏตฺวา อิธ นิสีทถาติ วเทยฺยาม. อภินิมนฺเตยฺยามปิ นนฺติ อภิหริตฺวาปิ นํ นิมนฺเตยฺยาม. ตตฺถ ทุวิโธ อภิหาโร – วาจาย เจว กาเยน จ. ตุมฺหากํ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ อมฺหากํ จีวราทีหิ วเทยฺยาถ เยนตฺโถติ วทนฺโต หิ วาจาย อภิหริตฺวา นิมนฺเตติ นาม. จีวราทิเวกลฺลํ สลฺลกฺเขตฺวา อิทํ คณฺหาถาติ ตานิ เทนฺโต ปน กาเยน อภิหริตฺวา นิมนฺเตติ นาม. ตทุภยมฺปิ สนฺธาย อภินิมนฺเตยฺยามปิ นนฺติ อาห. เอตฺถ จ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโรติ ยํ กิญฺจิ คิลานสฺส สปฺปายํ โอสธํ. วจนตฺโถ ปน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺโต. รกฺขาวรณคุตฺตินฺติ รกฺขาสงฺขาตญฺเจว อาวรณสงฺขาตญฺจ คุตฺตึ. สา ปเนสา น อาวุธหตฺเถ ปุริเส ฐเปนฺเตน ธมฺมิกา นาม สํวิทหิตา โหติ. ยถา ปน อเวลาย กฏฺฐหาริกปณฺณหาริกาทโย วิหารํ น ปวิสนฺติ, มิคลุทฺทกาทโย วิหารสีมาย มิเค วา มจฺเฉ วา น คณฺหนฺติ, เอวํ สํวิทหนฺเตน ธมฺมิกา นาม รกฺขา สํวิหิตา โหติ, ตํ สนฺธายาห – ‘‘ธมฺมิก’’นฺติ.

๑๘๕. ยทิ เอวํ สนฺเตติ ยทิ ตว ทาโส ตุยฺหํ สนฺติกา อภิวาทนาทีนิ ลเภยฺย. เอวํ สนฺเต. อทฺธาติ เอกํสวจนเมตํ. ปฐมนฺติ ภณนฺโต อญฺญสฺสาปิ อตฺถิตํ ทีเปติ. เตเนว จ ราชา สกฺกา ปน, ภนฺเต, อญฺญมฺปีติอาทิมาห.

ทุติยสนฺทิฏฺฐิกสามญฺญผลวณฺณนา

๑๘๖-๑๘๘. กสตีติ กสฺสโก. เคหสฺส ปติ, เอกเคหมตฺเต เชฏฺฐโกติ คหปติโก. พลิสงฺขาตํ กรํ กโรตีติ กรการโก. ธญฺญราสึ ธนราสิญฺจ วฑฺเฒตีติ ราสิวฑฺฒโก.

อปฺปํ วาติ ปริตฺตกํ วา อนฺตมโส ตณฺฑุลนาฬิมตฺตกมฺปิ. โภคกฺขนฺธนฺติ โภคราสึ. มหนฺตํ วาติ วิปุลํ วา. ยถา หิ มหนฺตํ ปหาย ปพฺพชิตุํ ทุกฺกรํ, เอวํ อปฺปมฺปีติ ทสฺสนตฺถํ อุภยมาห. ทาสวาเร ปน ยสฺมา ทาโส อตฺตโนปิ อนิสฺสโร, ปเคว โภคานํ. ยญฺหิ ตสฺส ธนํ, ตํ สามิกานญฺเญว โหติ, ตสฺมา โภคคฺคหณํ น กตํ. ญาติเยว ญาติปริวฏฺโฏ.

ปณีตตรสามญฺญผลวณฺณนา

๑๘๙. สกฺกา ปน, ภนฺเต, อญฺญมฺปิ ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิธ เอวเมวาติ น วุตฺตํ. ตํ กสฺมาติ เจ, เอวเมวาติ หิ วุจฺจมาเน ปโหติ ภควา สกลมฺปิ รตฺตินฺทิวํ ตโต วา ภิยฺโยปิ เอวรูปาหิ อุปมาหิ สามญฺญผลํ ทีเปตุํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ เอตสฺส ภควโต วจนสวเน ปริยนฺตํ นาม นตฺถิ, ตถาปิ อตฺโถ ตาทิโสเยว ภวิสฺสตีติ จินฺเตตฺวา อุปริ วิเสสํ ปุจฺฉนฺโต เอวเมวาติ อวตฺวา – ‘‘อภิกฺกนฺตตรญฺจ ปณีตตรญฺจา’’ติ อาห. ตตฺถ อภิกฺกนฺตตรนฺติ อภิมนาปตรํ อติเสฏฺฐตรนฺติ อตฺโถ. ปณีตตรนฺติ อุตฺตมตรํ. เตน หีติ อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโต. สวเน อุยฺโยเชนฺโต หิ นํ เอวมาห. สุโณหีติ อภิกฺกนฺตตรญฺจ ปณีตตรญฺจ สามญฺญผลํ สุณาติ.

สาธุกํ มนสิกโรหีติ เอตฺถ ปน สาธุกํ สาธูติ เอกตฺถเมตํ. อยญฺหิ สาธุ-สทฺโท อายาจนสมฺปฏิจฺฉนสมฺปหํสนสุนฺทร ทฬฺหีกมฺมาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สงฺขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๙๕) หิ อายาจเน ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) สมฺปฏิจฺฉเน. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๔๙) สมฺปหํสเน.

‘‘สาธุ ธมฺมรุจิ ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;

สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ, ปาปสฺสากรณํ สุข’’นฺติ. (ชา. ๒.๑๗.๑๐๑);

อาทีสุ สุนฺทเร. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, สุโณหิ สาธุกํ มนสิ กโรหี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๑๙๒) สาธุกสทฺโทเยว ทฬฺหีกมฺเม, อาณตฺติยนฺติปิ วุจฺจติ. อิธาปิ อสฺส เอตฺเถว ทฬฺหีกมฺเม จ อาณตฺติยญฺจ เวทิตพฺโพ. สุนฺทเรปิ วฏฺฏติ. ทฬฺหีกมฺมตฺเถน หิ ทฬฺหมิมํ ธมฺมํ สุณาหิ, สุคฺคหิตํ คณฺหนฺโต. อาณตฺติอตฺเถน มม อาณตฺติยา สุณาหิ, สุนฺทรตฺเถน สุนฺทรมิมํ ภทฺทกํ ธมฺมํ สุณาหีติ เอวํ ทีปิตํ โหติ.

มนสิ กโรหีติ อาวชฺช, สมนฺนาหราติ อตฺโถ, อวิกฺขิตฺตจิตฺโต หุตฺวา นิสาเมหิ, จิตฺเต กโรหีติ อธิปฺปาโย. อปิ เจตฺถ สุโณหีติ โสตินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณเมตํ. สาธุกํ มนสิ กโรหีติ มนสิกาเร ทฬฺหีกมฺมนิโยชเนน มนินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณํ. ปุริมญฺเจตฺถ พฺยญฺชนวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ, ปจฺฉิมํ อตฺถวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ. ปุริเมน จ ธมฺมสฺสวเน นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน สุตานํ ธมฺมานํ ธารณูปปริกฺขาทีสุ. ปุริเมน จ สพฺยญฺชโน อยํ ธมฺโม, ตสฺมา สวนีโยติ ทีเปติ. ปจฺฉิเมน สตฺโถ, ตสฺมา สาธุกํ มนสิ กาตพฺโพติ. สาธุกปทํ วา อุภยปเทหิ โยเชตฺวา ยสฺมา อยํ ธมฺโม ธมฺมคมฺภีโร เจว เทสนาคมฺภีโร จ, ตสฺมา สุณาหิ สาธุกํ, ยสฺมา อตฺถคมฺภีโร จ ปฏิเวธคมฺภีโร จ, ตสฺมา สาธุกํ มนสิ กโรหีติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. ภาสิสฺสามีติ สกฺกา มหาราชาติ เอวํ ปฏิญฺญาตํ สามญฺญผลเทสนํ วิตฺถารโต ภาสิสฺสามิ. ‘‘เทเสสฺสามี’’ติ หิ สงฺขิตฺตทีปนํ โหติ. ภาสิสฺสามีติ วิตฺถารทีปนํ. เตนาห วงฺคีสตฺเถโร –

‘‘สงฺขิตฺเตนปิ เทเสติ, วิตฺถาเรนปิ ภาสติ;

สาฬิกายิว นิคฺโฆโส, ปฏิภานํ อุทีรยี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๑๔);

เอวํ วุตฺเต อุสฺสาหชาโต หุตฺวา – ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ภควโต ปจฺจสฺโสสิ ภควโต วจนํ สมฺปฏิจฺฉิ, ปฏิคฺคเหสีติ วุตฺตํ โหติ.

๑๙๐. อถสฺส ภควา เอตทโวจ, เอตํ อโวจ, อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘อิธ มหาราชา’’ติอาทึ สกลํ สุตฺตํ อโวจาติ อตฺโถ. ตตฺถ อิธาติ เทสาปเทเส นิปาโต, สฺวายํ กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ. กตฺถจิ สาสนํ ยถาห – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, ปฐโม สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑). กตฺถจิ โอกาสํ. ยถาห –

‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต;

ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ, เอวํ ชานาหิ มาริสา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๖๙);

กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมว. ยถาห ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐). อิธ ปน โลกํ อุปาทาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. มหาราชาติ ยถา ปฏิญฺญาตํ เทสนํ เทเสตุํ ปุน มหาราชาติ อาลปติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘มหาราช อิมสฺมึ โลเก ตถาคโต อุปฺปชฺชติ อรหํ…เป… พุทฺโธ ภควา’’ติ. ตตฺถ ตถาคตสทฺโท พฺรหฺมชาเล วุตฺโต. อรหนฺติอาทโย วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตา. โลเก อุปฺปชฺชตีติ เอตฺถ ปน โลโกติ – โอกาสโลโก สตฺตโลโก สงฺขารโลโกติ ติวิโธ. อิธ ปน สตฺตโลโก อธิปฺเปโต. สตฺตโลเก อุปฺปชฺชมาโนปิ จ ตถาคโต น เทวโลเก, น พฺรหฺมโลเก, มนุสฺสโลเกว อุปฺปชฺชติ. มนุสฺสโลเกปิ น อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ, อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ. ตตฺราปิ น สพฺพฏฺฐาเนสุ, ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย คชงฺคลํ นาม นิคโม ตสฺสาปเรน มหาสาโล, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา โอรโต มชฺเฌ, ปุรตฺถิมทกฺขิณาย ทิสาย สลฬวตี นาม นที. ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ, ทกฺขิณาย ทิสาย เสตกณฺณิกํ นาม นิคโม, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ, ปจฺฉิมาย ทิสาย ถูณํ นาม พฺราหฺมณคาโม, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ, อุตฺตราย ทิสาย อุสิรทฺธโช นาม ปพฺพโต, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา โอรโต มชฺเฌ’’ติ เอวํ ปริจฺฉินฺเน อายามโต ติโยชนสเต, วิตฺถารโต อฑฺฒเตยฺยโยชนสเต, ปริกฺเขปโต นวโยชนสเต มชฺฌิมปเทเส อุปฺปชฺชติ. น เกวลญฺจ ตถาคโต, ปจฺเจกพุทฺธา, อคฺคสาวกา, อสีติมหาเถรา, พุทฺธมาตา, พุทฺธปิตา, จกฺกวตฺตี ราชา อญฺเญ จ สารปฺปตฺตา พฺราหฺมณคหปติกา เอตฺเถวุปฺปชฺชนฺติ.

ตตฺถ ตถาคโต สุชาตาย ทินฺนมธุปายาสโภชนโต ยาว อรหตฺตมคฺโค, ตาว อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผเล อุปฺปนฺโน นาม. มหาภินิกฺขมนโต วา ยาว อรหตฺตมคฺโค. ตุสิตภวนโต วา ยาว อรหตฺตมคฺโค. ทีปงฺกรปาทมูลโต วา ยาว อรหตฺตมคฺโค, ตาว อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผเล อุปฺปนฺโน นาม. อิธ สพฺพปฐมํ อุปฺปนฺนภาวํ สนฺธาย อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตํ. ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน โหตีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ.

โส อิมํ โลกนฺติ โส ภควา อิมํ โลกํ. อิทานิ วตฺตพฺพํ นิทสฺเสติ. สเทวกนฺติ สห เทเวหิ สเทวกํ. เอวํ สห มาเรน สมารกํ, สห พฺรหฺมุนา สพฺรหฺมกํ, สห สมณพฺราหฺมเณหิ สสฺสมณพฺราหฺมณึ. ปชาตตฺตา ปชา, ตํ ปชํ. สห เทวมนุสฺเสหิ สเทวมนุสฺสํ. ตตฺถ สเทวกวจเนน ปญฺจ กามาวจรเทวคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. สมารก – วจเนน ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ. สพฺรหฺมกวจเนน พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ. สสฺสมณพฺราหฺมณีวจเนน สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกปจฺจามิตฺตสมณพฺราหฺมณคฺคหณํ, สมิตปาปพาหิตปาปสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺจ. ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณํ. สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวอวเสสมนุสฺสคฺคหณํ. เอวเมตฺถ ตีหิ ปเทหิ โอกาสโลเกน สทฺธึ สตฺตโลโก. ทฺวีหิ ปชาวเสน สตฺตโลโกว คหิโตติ เวทิตพฺโพ.

อปโร นโย, สเทวกคฺคหเณน อรูปาวจรเทวโลโก คหิโต. สมารกคฺคหเณน ฉ กามาวจรเทวโลโก. สพฺรหฺมกคฺคหเณน รูปี พฺรหฺมโลโก. สสฺสมณพฺราหฺมณาทิคฺคหเณน จตุปริสวเสน สมฺมุติเทเวหิ วา สห มนุสฺสโลโก, อวเสสสพฺพสตฺตโลโก วา.

อปิ เจตฺถ สเทวกวจเนน อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต สพฺพสฺส โลกสฺส สจฺฉิกตภาวมาห. ตโต เยสํ อโหสิ – ‘‘มาโร มหานุภาโว ฉ กามาวจริสฺสโร วสวตฺตี, กึ โสปิ เอเตน สจฺฉิกโต’’ติ, เตสํ วิมตึ วิธมนฺโต ‘‘สมารก’’นฺติ อาห. เยสํ ปน อโหสิ – ‘‘พฺรหฺมา มหานุภาโว เอกงฺคุลิยา เอกสฺมึ จกฺกวาฬสหสฺเส อาโลกํ ผรติ, ทฺวีหิ …เป… ทสหิ องฺคุลีหิ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อาโลกํ ผรติ. อนุตฺตรญฺจ ฌานสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทติ, กึ โสปิ สจฺฉิกโต’’ติ, เตสํ วิมตึ วิธมนฺโต สพฺรหฺมกนฺติ อาห. ตโต เย จินฺเตสุํ – ‘‘ปุถู สมณพฺราหฺมณา สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกา, กึ เตปิ สจฺฉิกตา’’ติ, เตสํ วิมตึ วิธมนฺโต สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชนฺติ อาห. เอวํ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺฐานํ สจฺฉิกตภาวํ ปกาเสตฺวา อถ สมฺมุติเทเว อวเสสมนุสฺเส จ อุปาทาย อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน เสสสตฺตโลกสฺส สจฺฉิกตภาวํ ปกาเสนฺโต สเทวมนุสฺสนฺติ อาห. อยเมตฺถ ภาวานุกฺกโม.

โปราณา ปนาหุ สเทวกนฺติ เทเวหิ สทฺธึ อวเสสโลกํ. สมารกนฺติ มาเรน สทฺธึ อวเสสโลกํ. สพฺรหฺมกนฺติ พฺรเหฺมหิ สทฺธึ อวเสสโลกํ. เอวํ สพฺเพปิ ติภวูปเค สตฺเต ตีหากาเรหิ ตีสุ ปเทสุ ปกฺขิปิตฺวา ปุน ทฺวีหิ ปเทหิ ปริยาทิยนฺโต สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสนฺติ อาห. เอวํ ปญฺจหิปิ ปเทหิ เตน เตนากาเรน เตธาตุกเมว ปริยาทินฺนนฺติ.

สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทตีติ เอตฺถ ปน สยนฺติ สามํ อปรเนยฺโย หุตฺวา. อภิญฺญาติ อภิญฺญาย, อธิเกน ญาเณน ญตฺวาติ อตฺโถ. สจฺฉิกตฺวาติ ปจฺจกฺขํ กตฺวา, เอเตน อนุมานาทิปฏิกฺเขโป กโต โหติ. ปเวเทตีติ โพเธติ วิญฺญาเปติ ปกาเสติ.

โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… ปริโยสานกลฺยาณนฺติ โส ภควา สตฺเตสุ การุญฺญตํ ปฏิจฺจ หิตฺวาปิ อนุตฺตรํ วิเวกสุขํ ธมฺมํ เทเสติ. ตญฺจ โข อปฺปํ วา พหุํ วา เทเสนฺโต อาทิกลฺยาณาทิปฺปการเมว เทเสติ. อาทิมฺหิปิ, กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชเมว กตฺวา เทเสติ, มชฺเฌปิ, ปริโยสาเนปิ, กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชเมว กตฺวา เทเสตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อตฺถิ เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานํ, อตฺถิ สาสนสฺส. เทสนาย ตาว จตุปฺปทิกายปิ คาถาย ปฐมปาโท อาทิ นาม, ตโต เทฺว มชฺฌํ นาม, อนฺเต เอโก ปริโยสานํ นาม. เอกานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส นิทานํ อาทิ, อิทมโวจาติ ปริโยสานํ, อุภินฺนมนฺตรา มชฺฌํ. อเนกานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส ปฐมานุสนฺธิ อาทิ, อนฺเต อนุสนฺธิ ปริโยสานํ, มชฺเฌ เอโก วา เทฺว วา พหู วา มชฺฌเมว.

สาสนสฺส ปน สีลสมาธิวิปสฺสนา อาทิ นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙). ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, มชฺฌิมา ปฏิปทา ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา’’ติ เอวํ วุตฺโต ปน อริยมคฺโค มชฺฌํ นาม. ผลญฺเจว นิพฺพานญฺจ ปริโยสานํ นาม. ‘‘เอตทตฺถมิทํ, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมจริยํ, เอตํ สารํ, เอตํ ปริโยสาน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๓๒๔) หิ เอตฺถ ผลํ ปริโยสานนฺติ วุตฺตํ. ‘‘นิพฺพาโนคธํ หิ, อาวุโส วิสาข, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ, นิพฺพานปรายนํ นิพฺพานปริโยสาน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๔๖๖) เอตฺถ นิพฺพานํ ปริโยสานนฺติ วุตฺตํ. อิธ เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานํ อธิปฺเปตํ. ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต อาทิมฺหิ สีลํ ทสฺเสตฺวา มชฺเฌ มคฺคํ ปริโยสาเน นิพฺพานํ ทสฺเสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณ’’นฺติ. ตสฺมา อญฺโญปิ ธมฺมกถิโก ธมฺมํ กเถนฺโต –

‘‘อาทิมฺหิ สีลํ ทสฺเสยฺย, มชฺเฌ มคฺคํ วิภาวเย;

ปริโยสานมฺหิ นิพฺพานํ, เอสา กถิกสณฺฐิตี’’ติ.