มหาสีลวณฺณนา

๒๑. อิโต ปรํ มหาสีลํ โหติ. องฺคนฺติ หตฺถปาทาทีสุ เยน เกนจิ เอวรูเปน องฺเคน สมนฺนาคโต ทีฆายุ ยสวา โหตีติอาทินยปฺปวตฺตํ องฺคสตฺถํ. นิมิตฺตนฺติ นิมิตฺตสตฺถํ. ปณฺฑุราชา กิร ติสฺโส มุตฺตาโย มุฏฺฐิยํ กตฺวา เนมิตฺติกํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เม หตฺเถ’’ติ? โส อิโต จิโต จ วิโลเกสิ, ตสฺมิญฺจ สมเย ฆรโคลิกาย มกฺขิกา คยฺหนฺตี มุตฺตา, โส ‘‘มุตฺตา’’ติ อาห. ปุน ‘‘กตี’’ติ ปุฏฺโฐ กุกฺกุฏสฺส ติกฺขตฺตุํ รวนฺตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ‘‘ติสฺโส’’ติ อาห. เอวํ ตํ ตํ อาทิสิตฺวา นิมิตฺตมนุยุตฺตา วิหรนฺติ.

อุปฺปาตนฺติ อสนิปาตาทีนํ มหนฺตานํ อุปฺปติตํ, ตญฺหิ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ภวิสฺสติ, เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ อาทิสนฺติ. สุปินนฺติ โย ปุพฺพณฺหสมเย สุปินํ ปสฺสติ, เอวํ วิปาโก โหติ; โย อิทํ นาม ปสฺสติ, ตสฺส อิทํ นาม โหตีติอาทินา นเยน สุปินกํ อนุยุตฺตา วิหรนฺติ. ลกฺขณนฺติ อิมินา ลกฺขเณน สมนฺนาคโต ราชา โหติ, อิมินา อุปราชาติอาทิกํ. มูสิกจฺฉินฺนนฺติ อุนฺทูรขายิตํ. เตนาปิ หิ อหเต วา วตฺเถ อนหเต วา วตฺเถ อิโต ปฏฺฐาย เอวํ ฉินฺเน อิทํ นาม โหตีติ อาทิสนฺติ. อคฺคิโหมนฺติ เอวรูเปน ทารุนา เอวํ หุเต อิทํ นาม โหตีติ อคฺคิชุหนํ. ทพฺพิโหมาทีนิปิ อคฺคิโหมาเนว, เอวรูปาย ทพฺพิยา อีทิเสหิ กณาทีหิ หุเต อิทํ นาม โหตีติ เอวํ ปวตฺติวเสน ปน วิสุํ วุตฺตานิ.

ตตฺถ กโณติ กุณฺฑโก. ตณฺฑุลาติ สาลิอาทีนญฺเจว ติณชาตีนญฺจ ตณฺฑุลา. สปฺปีติ โคสปฺปิอาทิกํ. เตลนฺติ ติลเตลาทิกํ. สาสปาทีนิ ปน มุเขน คเหตฺวา อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปนํ, วิชฺชํ ปริชปฺปิตฺวา ชุหนํ วา มุขโหมํ. ทกฺขิณกฺขกชณฺณุโลหิตาทีหิ ชุหนํ โลหิตโหมํ. องฺควิชฺชาติ ปุพฺเพ องฺคเมว ทิสฺวา พฺยากรณวเสน องฺคํ วุตฺตํ, อิธ องฺคุลฏฺฐึ ทิสฺวา วิชฺชํ ปริชปฺปิตฺวา อยํ กุลปุตฺโต วา โน วา, สิรีสมฺปนฺโน วา โน วาติอาทิพฺยากรณวเสน องฺควิชฺชา วุตฺตา. วตฺถุวิชฺชาติ ฆรวตฺถุอารามวตฺถาทีนํ คุณโทสสลฺลกฺขณวิชฺชา. มตฺติกาทิวิเสสํ ทิสฺวาปิ หิ วิชฺชํ ปริชปฺปิตฺวา เหฏฺฐา ปถวิยํ ตึสรตนมตฺเต, อากาเส จ อสีติรตนมตฺเต ปเทเส คุณโทสํ ปสฺสนฺติ. ขตฺตวิชฺชาติ อพฺเภยฺยมาสุรกฺขราชสตฺถาทิสตฺถํ. สิววิชฺชาติ สุสาเน ปวิสิตฺวา สนฺติกรณวิชฺชา, สิงฺคาลรุตวิชฺชาติปิ วทนฺติ. ภูตวิชฺชาติ ภูตเวชฺชมนฺโต. ภูริวิชฺชาติ ภูริฆเร วสนฺเตน อุคฺคเหตพฺพมนฺโต. อหิวิชฺชาติ สปฺปทฏฺฐติกิจฺฉนวิชฺชา เจว สปฺปาวฺหายนวิชฺชา จ. วิสวิชฺชาติ ยาย, ปุราณวิสํ วา รกฺขนฺติ, นววิสํ วา กโรนฺติ วิสวนฺตเมว วา. วิจฺฉิกวิชฺชาติ วิจฺฉิกทฏฺฐติกิจฺฉนวิชฺชา. มูสิกวิชฺชายปิ เอเสว นโย. สกุณวิชฺชาติ สปกฺขกอปกฺขกทฺวิปทจตุปฺปทานํ รุตคตาทิวเสน สกุณญาณํ. วายสวิชฺชาติ กากรุตญาณํ, ตํ วิสุญฺเญว สตฺถํ, ตสฺมา วิสุํ วุตฺตํ.

ปกฺกชฺฌานนฺติ ปริปากคตจินฺตา. อิทานิ ‘‘อยํ เอตฺตกํ ชีวิสฺสติ, อยํ เอตฺตก’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ อาทิฏฺฐญาณนฺติ อตฺโถ. สรปริตฺตาณนฺติ สรรกฺขณํ, ยถา อตฺตโน อุปริ น อาคจฺฉติ, เอวํ กรณวิชฺชา. มิคจกฺกนฺติ อิทํ สพฺพสงฺคาหิกํ สพฺพสกุณจตุปฺปทานํ รุตญาณวเสน วุตฺตํ.

๒๒. มณิลกฺขณาทีสุ เอวรูโป มณิ ปสตฺโถ, เอวรูโป อปสตฺโถ, สามิโน อาโรคฺยอิสฺสริยาทีนํ เหตุ โหติ, น โหตีติ, เอวํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน มณิอาทีนํ ลกฺขณํ อนุยุตฺตา วิหรนฺตีติ อตฺโถ. ตตฺถ อาวุธนฺติ ฐเปตฺวา อสิอาทีนิ อวเสสํ อาวุธํ. อิตฺถิลกฺขณาทีนิปิ ยมฺหิ กุเล เต อิตฺถิปุริสาทโย วสนฺติ, ตสฺส วุฑฺฒิหานิวเสเนว เวทิตพฺพานิ. อชลกฺขณาทีสุ ปน เอวรูปานํ อชาทีนํ มํสํ ขาทิตพฺพํ, เอวรูปานํ น ขาทิตพฺพนฺติ อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพ.

อปิ เจตฺถ โคธาย ลกฺขเณ จิตฺตกมฺมปิฬนฺธนาทีสุปิ เอวรูปาย โคธาย สติ อิทํ นาม โหตีติ อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพ. อิทญฺเจตฺถ วตฺถุ – เอกสฺมึ กิร วิหาเร จิตฺตกมฺเม โคธํ อคฺคึ ธมมานํ อกํสุ. ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขูนํ มหาวิวาโท ชาโต. เอโก อาคนฺตุกภิกฺขุ ตํ ทิสฺวา มกฺเขสิ. ตโต ปฏฺฐาย วิวาโท มนฺทีภูโต โหติ. กณฺณิกลกฺขณํ ปิฬนฺธนกณฺณิกายปิ เคหกณฺณิกายปิ วเสน เวทิตพฺพํ. กจฺฉปลกฺขณํ โคธาลกฺขณสทิสเมว. มิคลกฺขณํ สพฺพสงฺคาหิกํ สพฺพจตุปฺปทานํ ลกฺขณวเสน วุตฺตํ.

๒๓. รญฺญํ นิยฺยานํ ภวิสฺสตีติ อสุกทิวเส อสุกนกฺขตฺเตน อสุกสฺส นาม รญฺโญ นิคฺคมนํ ภวิสฺสตีติ เอวํ ราชูนํ ปวาสคมนํ พฺยากโรติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. เกวลํ ปเนตฺถ อนิยฺยานนฺติ วิปฺปวุตฺถานํ ปุน อาคมนํ. อพฺภนฺตรานํ รญฺญํ อุปยานํ ภวิสฺสติ, พาหิรานํ รญฺญํ อปยานนฺติ อนฺโตนคเร อมฺหากํ ราชา ปฏิวิรุทฺธํ พหิราชานํ อุปสงฺกมิสฺสติ, ตโต ตสฺส ปฏิกฺกมนํ ภวิสฺสตีติ เอวํ รญฺญํ อุปยานาปยานํ พฺยากโรติ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. ชยปราชยา ปากฏาเยว.

๒๔. จนฺทคฺคาหาทโย อสุกทิวเส ราหุ จนฺทํ คเหสฺสตีติ พฺยากรณวเสเนว เวทิตพฺพา. อปิ จ นกฺขตฺตสฺส องฺคารกาทิคาหสมาโยโคปิ นกฺขตฺตคาโหเยว. อุกฺกาปาโตติ อากาสโต อุกฺกานํ ปตนํ. ทิสาฑาโหติ ทิสากาลุสิยํ อคฺคิสิขธูมสิขาทีหิ อากุลภาโว วิย. เทวทุทฺรภีติ สุกฺขวลาหกคชฺชนํ. อุคฺคมนนฺติ อุทยนํ. โอกฺกมนนฺติ อตฺถงฺคมนํ. สํกิเลสนฺติ อวิสุทฺธตา. โวทานนฺติ วิสุทฺธตา. เอวํ วิปาโกติ โลกสฺส เอวํ วิวิธสุขทุกฺขาวโห.

๒๕. สุวุฏฺฐิกาติ เทวสฺส สมฺมาธารานุปฺปเวจฺฉนํ. ทุพฺพุฏฺฐิกาติ อวคฺคาโห, วสฺสวิพนฺโธติ วุตฺตํ โหติ. มุทฺทาติ หตฺถมุทฺทา. คณนา วุจฺจติ อจฺฉิทฺทกคณนา. สงฺขานนฺติ สงฺกลนสฏุปฺปาทนาทิวเสน ปิณฺฑคณนา. ยสฺส สา ปคุณา โหติ, โส รุกฺขมฺปิ ทิสฺวา เอตฺตกานิ เอตฺถ ปณฺณานีติ ชานาติ. กาเวยฺยนฺติ ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, กวี. กตเม จตฺตาโร? จินฺตากวิ, สุตกวิ, อตฺถกวิ, ปฏิภานกวี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓๑). อิเมสํ จตุนฺนํ กวีนํ อตฺตโน จินฺตาวเสน วา; ‘‘เวสฺสนฺตโร นาม ราชา อโหสี’’ติอาทีนิ สุตฺวา สุตวเสน วา; อิมสฺส อยํ อตฺโถ, เอวํ ตํ โยเชสฺสามีติ เอวํ อตฺถวเสน วา; กิญฺจิเทว ทิสฺวา ตปฺปฏิภาคํ กตฺตพฺพํ กริสฺสามีติ เอวํ ฐานุปฺปตฺติกปฏิภานวเสน วา; ชีวิกตฺถาย กพฺยกรณํ. โลกายตํ วุตฺตเมว.

๒๖. อาวาหนํ นาม อิมสฺส ทารกสฺส อสุกกุลโต อสุกนกฺขตฺเตน ทาริกํ อาเนถาติ อาวาหกรณํ. วิวาหนนฺติ อิมํ ทาริกํ อสุกสฺส นาม ทารกสฺส อสุกนกฺขตฺเตน เทถ, เอวมสฺสา วุฑฺฒิ ภวิสฺสตีติ วิวาหกรณํ. สํวรณนฺติ สํวรณํ นาม ‘อชฺช นกฺขตฺตํ สุนฺทรํ, อชฺเชว สมคฺคา โหถ, อิติ โว วิโยโค น ภวิสฺสตี’ติ เอวํ สมคฺคกรณํ. วิวรณํ นาม ‘สเจ วิยุชฺชิตุกามตฺถ, อชฺเชว วิยุชฺชถ, อิติ โว ปุน สํโยโค น ภวิสฺสตี’ติ เอวํ วิสํโยคกรณํ. สงฺกิรณนฺติ ‘อุฏฺฐานํ วา อิณํ วา ทินฺนํ ธนํ อชฺช สงฺกฑฺฒถ, อชฺช สงฺกฑฺฒิตญฺหิ ตํ ถาวรํ โหตี’ติ เอวํ ธนปิณฺฑาปนํ. วิกิรณนฺติ ‘สเจ ปโยคอุทฺธาราทิวเสน ธนํ ปโยชิตุกามตฺถ, อชฺช ปโยชิตํ ทิคุณจตุคฺคุณํ โหตี’ติ เอวํ ธนปโยชาปนํ. สุภคกรณนฺติ ปิยมนาปกรณํ วา สสฺสิรีกกรณํ วา. ทุพฺภคกรณนฺติ ตพฺพิปรีตํ. วิรุทฺธคพฺภกรณนฺติ วิรุทฺธสฺส วิลีนสฺส อฏฺฐิตสฺส มตสฺส คพฺภสฺส กรณํ. ปุน อวินาสาย เภสชฺชทานนฺติ อตฺโถ. คพฺโภ หิ วาเตน, ปาณเกหิ, กมฺมุนา จาติ ตีหิ การเณหิ วินสฺสติ. ตตฺถ วาเตน วินสฺสนฺเต นิพฺพาปนียํ สีตลํ เภสชฺชํ เทติ, ปาณเกหิ วินสฺสนฺเต ปาณกานํ ปฏิกมฺมํ กโรติ, กมฺมุนา วินสฺสนฺเต ปน พุทฺธาปิ ปฏิพาหิตุํ น สกฺโกนฺติ.

ชิวฺหานิพนฺธนนฺติ มนฺเตน ชิวฺหาย พนฺธกรณํ. หนุสํหนนนฺติ มุขพนฺธมนฺเตน ยถา หนุกํ จาเลตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวํ พนฺธกรณํ. หตฺถาภิชปฺปนนฺติ หตฺถานํ ปริวตฺตนตฺถํ มนฺตชปฺปนํ. ตสฺมึ กิร มนฺเต สตฺตปทนฺตเร ฐตฺวา ชปฺปิเต อิตโร หตฺเถ ปริวตฺเตตฺวา ขิปติ. กณฺณชปฺปนนฺติ กณฺเณหิ สทฺทํ อสฺสวนตฺถาย วิชฺชาย ชปฺปนํ. ตํ กิร ชปฺปิตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐาเน ยํ อิจฺฉติ, ตํ ภณติ, ปจฺจตฺถิโก ตํ น สุณาติ, ตโต ปฏิวจนํ สมฺปาเทตุํ น สกฺโกติ. อาทาสปญฺหนฺติ อาทาเส เทวตํ โอตาเรตฺวา ปญฺหปุจฺฉนํ. กุมาริกปญฺหนฺติ กุมาริกาย สรีเร เทวตํ โอตาเรตฺวา ปญฺหปุจฺฉนํ. เทวปญฺหนฺติ ทาสิยา สรีเร เทวตํ โอตาเรตฺวา ปญฺหปุจฺฉนํ. อาทิจฺจุปฏฺฐานนฺติ ชีวิกตฺถาย อาทิจฺจปาริจริยา. มหตุปฏฺฐานนฺติ ตเถว มหาพฺรหฺมปาริจริยา. อพฺภุชฺชลนนฺติ มนฺเตน มุขโต อคฺคิชาลานีหรณํ. สิริวฺหายนนฺติ ‘‘เอหิ สิริ, มยฺหํ สิเร ปติฏฺฐาหี’’ติ เอวํ สิเรน สิริยา อวฺหายนํ.

๒๗. สนฺติกมฺมนฺติ เทวฏฺฐานํ คนฺตฺวา สเจ เม อิทํ นาม สมิชฺฌิสฺสติ, ตุมฺหากํ อิมินา จ อิมินา จ อุปหารํ กริสฺสามีติ สมิทฺธิกาเล กตฺตพฺพํ สนฺติปฏิสฺสวกมฺมํ. ตสฺมึ ปน สมิทฺเธ ตสฺส กรณํ ปณิธิกมฺมํ นาม. ภูริกมฺมนฺติ ภูริฆเร วสิตฺวา คหิตมนฺตสฺส ปโยคกรณํ. วสฺสกมฺมํ โวสฺสกมฺมนฺติ เอตฺถ วสฺโสติ ปุริโส, โวสฺโสติ ปณฺฑโก. อิติ โวสฺสสฺส วสฺสกรณํ วสฺสกมฺมํ, วสฺสสฺส โวสฺสกรณํ โวสฺสกมฺมํ. ตํ ปน กโรนฺโต อจฺฉนฺทิกภาวมตฺตํ ปาเปติ, น ลิงฺคํ อนฺตรธาเปตุํ สกฺโกติ. วตฺถุกมฺมนฺติ อกตวตฺถุสฺมึ เคหปติฏฺฐาปนํ. วตฺถุปริกมฺมนฺติ ‘‘อิทญฺจิทญฺจาหรถา’’ติ วตฺวา วตฺถุพลิกมฺมกรณํ. อาจมนนฺติ อุทเกน มุขสุทฺธิกรณํ. นฺหาปนนฺติ อญฺเญสํ นฺหาปนํ. ชุหนนฺติ เตสํ อตฺถาย อคฺคิชุหนํ. วมนนฺติ โยคํ ทตฺวา วมนกรณํ. วิเรจเนปิ เอเสว นโย. อุทฺธํวิเรจนนฺติ อุทฺธํ โทสานํ นีหรณํ. อโธวิเรจนนฺติ อโธ โทสานํ นีหรณํ. สีสวิเรจนนฺติ สิโรวิเรจนํ. กณฺณเตลนฺติ กณฺณานํ พนฺธนตฺถํ วา วณหรณตฺถํ วา เภสชฺชเตลปจนํ. เนตฺตตปฺปนนฺติ อกฺขิตปฺปนเตลํ. นตฺถุกมฺมนฺติ เตเลน โยเชตฺวา นตฺถุกรณํ. อญฺชนนฺติ เทฺว วา ตีณิ วา ปฏลานิ นีหรณสมตฺถํ ขารญฺชนํ. ปจฺจญฺชนนฺติ นิพฺพาปนียํ สีตลเภสชฺชญฺชนํ. สาลากิยนฺติ สลากเวชฺชกมฺมํ. สลฺลกตฺติยนฺติ สลฺลกตฺตเวชฺชกมฺมํ. ทารกติกิจฺฉา วุจฺจติ โกมารภจฺจเวชฺชกมฺมํ. มูลเภสชฺชานํ อนุปฺปาทนนฺติ อิมินา กายติกิจฺฉนํ ทสฺเสติ. โอสธีนํ ปฏิโมกฺโขติ ขาราทีนิ ทตฺวา ตทนุรูเป วเณ คเต เตสํ อปนยนํ.

เอตฺตาวตา มหาสีลํ นิฏฺฐิตํ โหติ.