ทสมพลนิทฺเทโส
๘๓๑. ทสมพลนิทฺเทเส เจโตวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลญาณํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. อยํ ตาเวตฺถ อาจริยานํ สมานตฺถกถา. ปรวาที ปนาห – ‘‘ทสพลญาณํ นาม ปาฏิเยกฺกํ นตฺถิ, สพฺพญฺญุตญาณสฺเสวายํ ปเภโท’’ติ. ตํ น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญเมว หิ ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญาณํ. ทสพลญาณญฺหิ สกสกกิจฺจเมว ชานาติ. สพฺพญฺญุตญาณํ ปน ตมฺปิ ตโต อวเสสมฺปิ ชานาติ. ทสพลญาเณสุปิ หิ ปฐมํ การณาการณเมว ชานาติ, ทุติยํ กมฺมนฺตรวิปากนฺตรเมว, ตติยํ กมฺมปริจฺเฉทเมว, จตุตฺถํ ธาตุนานตฺตกรณเมว, ปญฺจมํ สตฺตานํ อชฺฌาสยาธิมุตฺติเมว, ฉฏฺฐํ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุภาวเมว, สตฺตมํ ฌานาทีหิ สทฺธึ เตสํ สํกิเลสาทิเมว, อฏฺฐมํ ปุพฺเพนิวุตฺถขนฺธสนฺตติเมว, นวมํ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิเมว, ทสมํ สจฺจปริจฺเฉทเมว. สพฺพญฺญุตญาณํ ปน เอเตหิ ชานิตพฺพญฺจ ตโต อุตฺตริตรญฺจ ปชานาติ. เอเตสํ ปน กิจฺจํ น สพฺพํ กโรติ. ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ, อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุํ น สกฺโกติ, มคฺโค หุตฺวา กิเลเส เขเปตุํ น สกฺโกติ.
อปิจ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘‘ทสพลญาณํ นาม เอตํ สวิตกฺกสวิจารํ, อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, อวิตกฺกาวิจารํ, กามาวจรํ, รูปาวจรํ, อรูปาวจรํ, โลกิยํ, โลกุตฺตร’’นฺติ? ชานนฺโต ‘‘ปฏิปาฏิยา สตฺต ญาณานิ สวิตกฺกสวิจารานี’’ติ วกฺขติ; ตโต ‘‘ปรานิ เทฺว ญาณานิ อวิตกฺกาวิจารานี’’ติ วกฺขติ; ‘‘อาสวกฺขยญาณํ สิยา สวิตกฺกสวิจารํ, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, สิยา อวิตกฺกวิจาร’’นฺติ วกฺขติ. ตถา ‘‘ปฏิปาฏิยา สตฺต กามาวจรานิ, ตโต เทฺว รูปาวจรานิ, อวสาเน เอกํ โลกุตฺตร’’นฺติ วกฺขติ; ‘‘สพฺพญฺญุตญาณํ ปน สวิตกฺกสวิจารเมว, กามาวจรเมว, โลกิยเมวา’’ติ วกฺขติ. อิติ อญฺญเทว ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญาณนฺติ.
สมฺโมหวิโนทนิยา วิภงฺคฏฺฐกถาย
ญาณวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.