(๑๐.) ทสกนิทฺเทสวณฺณนา

ปฐมพลนิทฺเทโส

๘๐๙. ทสวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส อฏฺฐานนฺติ เหตุปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยปฏิกฺเขโป. อุภเยนาปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. การณญฺหิ ตทายตฺตวุตฺติตาย อตฺตโน ผลสฺส ฐานนฺติ จ อวกาโสติ จ วุจฺจติ. ยนฺติ เยน การเณน. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน โสตาปนฺโน อริยสาวโก. กญฺจิ สงฺขารนฺติ จตุภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ กญฺจิ เอกํ สงฺขารมฺปิ. นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยาติ นิจฺโจติ คเณฺหยฺย. เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ นตฺถิ, น อุปลพฺภติ. ยํ ปุถุชฺชโนติ เยน การเณน ปุถุชฺชโน. ฐานเมตํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ อตฺถิ; สสฺสตทิฏฺฐิยา หิ โส เตภูมเกสุ สงฺขาเรสุ กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต คเณฺหยฺยาติ อตฺโถ. จตุตฺถภูมกสงฺขาโร ปน เตชุสฺสทตฺตา ทิวสํ สนฺตตฺโต อโยคุโฬ วิย มกฺขิกานํ ทิฏฺฐิยา วา อญฺเญสํ วา อกุสลานํ อารมฺมณํ น โหติ. อิมินา นเยน กญฺจิ สงฺขารํ สุขโตติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สุขโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๑) เอวํ อตฺตทิฏฺฐิวเสน สุขโต คาหํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปน อริยสาวโก ปริฬาหาภิภูโต ปริฬาหวูปสมตฺถํ, มตฺตหตฺถีปริตาสิโต วิย, สุจิกาโม โปกฺขพฺราหฺมโณ คูถํ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต อุปคจฺฉติ. อตฺตวาเท กสิณาทิปณฺณตฺติสงฺคหตฺถํ สงฺขารนฺติ อวตฺวา กญฺจิ ธมฺมนฺติ วุตฺตํ. อิธาปิ อริยสาวกสฺส จตุภูมกวเสน ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ, ปุถุชฺชนสฺส เตภูมกวเสน; สพฺพวาเรสุ วา อริยสาวกสฺสาปิ เตภูมกวเสเนว ปริจฺเฉโท วฏฺฏติ. ยํ ยญฺหิ ปุถุชฺชโน คณฺหาติ, ตโต ตโต อริยสาวโก คาหํ วินิเวเฐติ. ปุถุชฺชโน หิ ยํ ยํ นิจฺจํ สุขํ อตฺตาติ คณฺหาติ, ตํ ตํ อริยสาวโก อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ คณฺหนฺโต คาหํ วินิเวเฐติ.

มาตรนฺติอาทีสุ ชนิกาว มาตา. มนุสฺสภูโตว ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานํ. สเจปิ ภวนฺตรคตํ อริยสาวกํ อตฺตโน อริยสาวกภาวํ อชานนฺตมฺปิ โกจิ เอวํ วเทยฺย – ‘อิมํ กุนฺถกิปิลฺลิกํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา สกลจกฺกวาฬคพฺเภ จกฺกวตฺติรชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’ติ, เนว โส ตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อถ วาปิ นํ เอวํ วเทยฺยุํ – ‘สเจ อิมํ น ฆาเตสฺสสิ, สีสํ เต ฉินฺทิสฺสามา’ติ, สีสเมวสฺส ฉินฺเทยฺยุํ, เนว โส ตํ ฆาเตยฺย. ปุถุชฺชนภาวสฺส ปน มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ อริยสาวกสฺส จ พลทีปนตฺถเมตํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สาวชฺโช ปุถุชฺชนภาโว, ยตฺร หิ นาม ปุถุชฺชโน มาตุฆาตาทีนิปิ อานนฺตริยานิ กริสฺสติ. มหาพโล อริยสาวโก; โส เอตานิ กมฺมานิ น กโรตีติ.

ปทุฏฺเฐน จิตฺเตนาติ โทสสมฺปยุตฺเตน วธกจิตฺเตน. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมายํ ฐิตํ ปญฺจหิ การเณหิ สงฺฆํ ภินฺเทยฺย, วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปญฺจหุปาลิ, อากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ – กมฺเมน, อุทฺเทเสน, โวหรนฺโต, อนุสฺสาวเนน, สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘).

ตตฺถ ‘กมฺเมนา’ติ อปโลกนาทีสุ จตูสุ กมฺเมสุ อญฺญตเรน กมฺเมน. ‘อุทฺเทเสนา’ติ ปญฺจสุ ปาติโมกฺขุทฺเทเสสุ อญฺญตเรน อุทฺเทเสน. ‘โวหรนฺโต’ติ กถยนฺโต, ตาหิ ตาหิ อุปฺปตฺตีหิ ‘อธมฺมํ ธมฺโม’ติอาทีนิ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ทีเปนฺโต. ‘อนุสฺสาวเนนา’ติ ‘นนุ ตุเมฺห ชานาถ มยฺหํ อุจฺจากุลา ปพฺพชิตภาวํ พหุสฺสุตภาวญฺจ! มาทิโส นาม อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ คาเหยฺยาติ จิตฺตมฺปิ อุปฺปาเทตุํ ตุมฺหากํ น ยุตฺตํ. กึ มยฺหํ อวีจิ นีลุปฺปลวนํ วิย สีตโล? กิมหํ อปายโต น ภายามี’ติอาทินา นเยน กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวา อนุสฺสาวเนน. ‘สลากคฺคาเหนา’ติ เอวํ อนุสฺสาเวตฺวา เตสํ จิตฺตํ อุปตฺถมฺเภตฺวา อนิวตฺตนธมฺเม กตฺวา ‘‘คณฺหถ อิมํ สลาก’’นฺติ สลากคฺคาเหน. เอตฺถ จ กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณํ โวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหา ปน ปุพฺพภาคา. อฏฺฐารสวตฺถุทีปนวเสน หิ โวหรนฺเตน ตตฺถ รุจิชนนตฺถํ อนุสฺสาเวตฺวา สลากาย คาหิตายปิ อภินฺโนว โหติ สงฺโฆ. ยทา ปน เอวํ จตฺตาโร วา อติเรกา วา สลากํ คาเหตฺวา อาเวณิกํ กมฺมํ วา อุทฺเทสํ วา กโรนฺติ, ตทา สงฺโฆ ภินฺโน นาม โหติ.

เอวํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เอตฺตาวตา มาตุฆาตาทีนิ ปญฺจ อานนฺตริยกมฺมานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ, ยานิ ปุถุชฺชโน กโรติ, น อริยสาวโก. เตสํ อาวิภาวตฺถํ –

กมฺมโต ทฺวารโต เจว, กปฺปฏฺฐิติยโต ตถา;

ปากสาธารณาทีหิ, วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ตตฺถ ‘กมฺมโต’ ตาว – เอตฺถ หิ มนุสฺสภูตสฺเสว มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา อปิ ปริวตฺตลิงฺคํ ชีวิตา โวโรเปนฺตสฺส กมฺมํ อานนฺตริยํ โหติ. ตสฺส วิปากํ ปฏิพาหิสฺสามี’ติ สกลจกฺกวาฬํ มหาเจติยปฺปมาเณหิ กญฺจนถูเปหิ ปูเรตฺวาปิ, สกลจกฺกวาฬํ ปูเรตฺวา นิสินฺนภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวาปิ, พุทฺธสฺส ภควโต สงฺฆาฏิกณฺณํ อมุญฺจิตฺวาว วิจริตฺวาปิ, กายสฺส เภทา นิรยเมว อุปปชฺชติ. โย ปน สยํ มนุสฺสภูโต ติรจฺฉานภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา, สยํ วา ติรจฺฉานภูโต มนุสฺสภูตํ, ติรจฺฉานภูโตเยว วา ติรจฺฉานภูตํ ชีวิตา โวโรเปติ, ตสฺส กมฺมํ อานนฺตริยํ น โหติ, กมฺมํ ปน ภาริยํ โหติ, อานนฺตริยํ อาหจฺเจว ติฏฺฐติ. มนุสฺสชาติกานํ ปน วเสน อยํ ปโญฺห กถิโต.

เอตฺถ เอฬกจตุกฺกํ, สงฺคามจตุกฺกํ, โจรจตุกฺกญฺจ กเถตพฺพํ. ‘เอฬกํ มาเรมี’ติ อภิสนฺธินาปิ หิ เอฬกฏฺฐาเน ฐิตํ มนุสฺโส มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา มาเรนฺโต อานนฺตริยํ ผุสติ. เอฬกาภิสนฺธินา ปน มาตาปิติอภิสนฺธินา วา เอฬกํ มาเรนฺโต อานนฺตริยํ น ผุสติ. มาตาปิติอภิสนฺธินา มาตาปิตโร มาเรนฺโต ผุสเตว. เอส นโย อิตรสฺมิมฺปิ จตุกฺกทฺวเย. ยถา จ มาตาปิตูสุ, เอวํ อรหนฺเตปิ เอตานิ จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ. มนุสฺสอรหนฺตเมว จ มาเรตฺวา อานนฺตริยํ ผุสติ, น ยกฺขภูตํ; กมฺมํ ปน ภาริยํ อานนฺตริยสทิสเมว. มนุสฺสอรหนฺตสฺส จ ปุถุชฺชนกาเลเยว สตฺถปฺปหาเร วา วิเส วา ทินฺเนปิ ยทิ โส อรหตฺตํ ปตฺวา เตเนว มรติ, อรหนฺตฆาโต โหติเยว. ยํ ปน ปุถุชฺชนกาเล ทินฺนํ ทานํ อรหตฺตํ ปตฺวา ปริภุญฺชติ, ปุถุชฺชนสฺเสว ตํ ทินฺนํ โหติ. เสสอริยปุคฺคเล มาเรนฺตสฺส อานนฺตริยํ นตฺถิ, กมฺมํ ปน ภาริยํ อานนฺตริยสทิสเมว.

โลหิตุปฺปาเท ตถาคตสฺส อเภชฺชกายตาย ปรูปกฺกเมน จมฺมจฺเฉทํ กตฺวา โลหิตปคฺฆรณํ นาม นตฺถิ. สรีรสฺส ปน อนฺโตเยว เอกสฺมึ ฐาเน โลหิตํ สโมสรติ. เทวทตฺเตน ปฏิวิทฺธสิลาโต ภิชฺชิตฺวา คตา สกลิกาปิ ตถาคตสฺส ปาทนฺตํ ปหริ. ผรสุนา ปหโฏ วิย ปาโท อนฺโตโลหิโตเยว อโหสิ. ตถา กโรนฺตสฺส อานนฺตริยํ โหติ. ชีวโก ปน ตถาคตสฺส รุจิยา สตฺถเกน จมฺมํ ฉินฺทิตฺวา ตมฺหา ฐานา ทุฏฺฐโลหิตํ นีหริตฺวา ผาสุกมกาสิ. ตถา กโรนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมเมว โหติ.

อถ เย จ ปรินิพฺพุเต ตถาคเต เจติยํ ภินฺทนฺติ, โพธึ ฉินฺทนฺติ, ธาตุมฺหิ อุปกฺกมนฺติ, เตสํ กึ โหตีติ? ภาริยํ กมฺมํ โหติ อานนฺตริยสทิสํ. สธาตุกํ ปน ถูปํ วา ปฏิมํ วา พาธยมานํ โพธิสาขญฺจ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจปิ ตตฺถ นิลีนา สกุณา เจติเย วจฺจํ ปาเตนฺติ, ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว. ปริโภคเจติยโต หิ สรีรเจติยํ มหนฺตตรํ. เจติยวตฺถุํ ภินฺทิตฺวา คจฺฉนฺตํ โพธิมูลมฺปิ ฉินฺทิตฺวา หริตุํ วฏฺฏติ. ยา ปน โพธิสาขา โพธิฆรํ พาธติ, ตํ เคหรกฺขณตฺถํ ฉินฺทิตุํ น ลพฺภติ. โพธิอตฺถญฺหิ เคหํ, น เคหตฺถาย โพธิ. อาสนฆเรปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ ปน อาสนฆเร ธาตุ นิหิตา โหติ, ตสฺส รกฺขณตฺถาย โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. โพธิชคฺคนตฺถํ โอโชหรณสาขํ วา ปูติฏฺฐานํ วา ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว; สรีรปฏิชคฺคเน วิย ปุญฺญมฺปิ โหติ.

สงฺฆเภเท สีมฏฺฐกสงฺเฆ อสนฺนิปติเต วิสุํ ปริสํ คเหตฺวา กตโวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหสฺส กมฺมํ วา กโรนฺตสฺส อุทฺเทสํ วา อุทฺทิสนฺตสฺส เภโท จ โหติ อานนฺตริยกมฺมญฺจ. สมคฺคสญฺญาย ปน วฏฺฏติ. สมคฺคสญฺญาย หิ กโรนฺตสฺส เนว เภโท โหติ น อานนฺตริยกมฺมํ. ตถา นวโต อูนปริสายํ. สพฺพนฺติเมน ปน ปริจฺเฉเทน นวนฺนํ ชนานํ โย สงฺฆํ ภินฺทติ, ตสฺส อานนฺตริยกมฺมํ โหติ. อนุวตฺตกานํ อธมฺมวาทีนํ มหาสาวชฺชํ กมฺมํ; ธมฺมวาทิโน อนวชฺชา. ตตฺถ นวนฺนเมว สงฺฆเภเท อิทํ สุตฺตํ – ‘‘เอกโต, อุปาลิ, จตฺตาโร โหนฺติ, เอกโต จตฺตาโร, นวโม อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ – ‘อยํ ธมฺโม, อยํ วินโย, อิทํ สตฺถุสาสนํ, อิทํ คณฺหถ, อิทํ โรเจถา’ติ. เอวํ โข, อุปาลิ, สงฺฆราชิ เจว โหติ สงฺฆเภโท จ. นวนฺนํ วา, อุปาลิ, อติเรกนวนฺนํ วา สงฺฆราชิ เจว โหติ สงฺฆเภโท จา’’ติ (จูฬว. ๓๕๑).

เอเตสุ จ ปน ปญฺจสุ สงฺฆเภโท วจีกมฺมํ, เสสานิ กายกมฺมานีติ. เอวํ กมฺมโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘ทฺวารโต’ติ สพฺพาเนว เจตานิ กายทฺวารโตปิ วจีทฺวารโตปิ สมุฏฺฐหนฺติ. ปุริมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ อาณตฺติกวิชฺชามยปโยควเสน วจีทฺวารโต สมุฏฺฐหิตฺวาปิ กายทฺวารเมว ปูเรนฺติ. สงฺฆเภโท หตฺถมุทฺทาย เภทํ กโรนฺตสฺส กายทฺวารโต สมุฏฺฐหิตฺวาปิ วจีทฺวารเมว ปูเรตีติ. เอวเมตฺถ ทฺวารโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘กปฺปฏฺฐิติยโต’ติ สงฺฆเภโทเยว เจตฺถ กปฺปฏฺฐิติโย. สณฺฐหนฺเต หิ กปฺเป กปฺปเวมชฺเฌ วา สงฺฆเภทํ กตฺวา กปฺปวินาเสเยว มุจฺจติ. สเจปิ หิ ‘เสฺว กปฺโป วินสฺสิสฺสตี’ติ อชฺช สงฺฆเภทํ กโรติ, เสฺวเยว มุจฺจติ, เอกทิวสเมว นิรเย ปจฺจติ. เอวํ กรณํ ปน นตฺถิ. เสสานิ จตฺตาริ กมฺมานิ อานนฺตริยาเนว โหนฺติ, น กปฺปฏฺฐิติยานีติ. เอวเมตฺถ กปฺปฏฺฐิติยโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘ปากโต’ติ เยน จ ปญฺจเปตานิ กมฺมานิ กตานิ โหนฺติ, ตสฺส สงฺฆเภโทเยว ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ. เสสานิ ‘‘อโหสิ กมฺมํ นาโหสิ กมฺมวิปาโก’’ติ เอวมาทีสุ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. สงฺฆเภทาภาเว โลหิตุปฺปาโท, ตทภาเว อรหนฺตฆาโต, ตทภาเว สเจ ปิตา สีลวา โหติ, มาตา ทุสฺสีลา โน วา ตถา สีลวตี, ปิตุฆาโต ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ. สเจ มาตา มาตุฆาโต. ทฺวีสุปิ สีเลน วา ทุสฺสีเลน วา สมาเนสุ มาตุฆาโตว ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ; มาตา หิ ทุกฺกรการิณี พหูปการา จ ปุตฺตานนฺติ. เอวเมตฺถ ปากโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘สาธารณาทีหี’ติ ปุริมานิ จตฺตาริ สพฺเพสมฺปิ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ สาธารณานิ. สงฺฆเภโท ปน ‘‘น โข, อุปาลิ, ภิกฺขุนี สงฺฆํ ภินฺทติ, น สิกฺขมานา, น สามเณโร, น สามเณรี, น อุปาสโก, น อุปาสิกา สงฺฆํ ภินฺทติ. ภิกฺขุ โข, อุปาลิ, ปกตตฺโต สมานสํวาสโก สมานสีมายํ ฐิโต สงฺฆํ ภินฺทตี’’ติ (จูฬว. ๓๕๑) วจนโต วุตฺตปฺปการสฺส ภิกฺขุโนว โหติ, น อญฺญสฺส; ตสฺมา อสาธารโณ. อาทิสทฺเทน สพฺเพเปเต ทุกฺขเวทนาสหคตา โทสโมหสมฺปยุตฺตา จาติ เอวเมตฺถ สาธารณาทีหิปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

อญฺญํ สตฺถารนฺติ ‘อยํ เม สตฺถา สตฺถุกิจฺจํ กาตุํ สมตฺโถ’ติ ภวนฺตเรปิ อญฺญํ ติตฺถกรํ ‘อยํ เม สตฺถา’ติ เอวํ คเณฺหยฺย – เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. อฏฺฐมํ ภวํ นิพฺพตฺเตยฺยาติ สพฺพมนฺทปญฺโญปิ สตฺตมํ ภวํ อติกฺกมิตฺวา อฏฺฐมํ นิพฺพตฺเตยฺย – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. อุตฺตมโกฏิยา หิ สตฺตมํ ภวํ สนฺธาเยเวส ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ วุตฺโต. กึ ปน ตํ นิยาเมติ? กึ ปุพฺพเหตุ นิยาเมติ อุทาหุ ปฏิลทฺธมคฺโค อุทาหุ อุปริ ตโย มคฺคาติ? สมฺมาสมฺพุทฺเธน คหิตํ นามมตฺตเมตํ. ปุคฺคโล ปน นิยโต นาม นตฺถิ. ‘‘ปุพฺพเหตุ นิยาเมตี’’ติ วุตฺเต หิ อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ อุปนิสฺสโย วุตฺโต โหติ, ปฐมมคฺคสฺส อุปนิสฺสยาภาโว อาปชฺชติ. อิจฺจสฺส อเหตุ อปฺปจฺจยา นิพฺพตฺตึ ปาปุณาติ. ‘‘ปฏิลทฺธมคฺโค นิยาเมตี’’ติ วุตฺเต อุปริ ตโย มคฺคา อกิจฺจกา โหนฺติ, ปฐมมคฺโคว สกิจฺจโก, ปฐมมคฺเคเนว กิเลเส เขเปตฺวา ปรินิพฺพายิตพฺพํ โหติ. ‘‘อุปริ ตโย มคฺคา นิยาเมนฺตี’’ติ วุตฺเต ปฐมมคฺโค อกิจฺจโก โหติ, อุปริ ตโย มคฺคาว สกิจฺจกา, ปฐมมคฺคํ อนิพฺพตฺเตตฺวา อุปริ ตโย มคฺคา นิพฺพตฺเตตพฺพา โหนฺติ, ปฐมมคฺเคน จ อนุปฺปชฺชิตฺวาว กิเลสา เขเปตพฺพา โหนฺติ. ตสฺมา น อญฺโญ โกจิ นิยาเมติ, อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนาว นิยาเมติ. สเจ หิ เตสํ วิปสฺสนา ติกฺขา สูรา หุตฺวา วหติ, เอกํเยว ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ปรินิพฺพาติ. ตโต มนฺทตรปญฺโญ ทุติเย วา ตติเย วา จตุตฺเถ วา ปญฺจเม วา ฉฏฺเฐ วา ภเว อรหตฺตํ ปตฺวา ปรินิพฺพาติ. สพฺพมนฺทปญฺโญ สตฺตมํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อฏฺฐเม ภเว ปฏิสนฺธิ น โหติ. อิติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน คหิตํ นามมตฺตเมตํ. สตฺถา หิ พุทฺธตุลาย ตุเลตฺวา สพฺพญฺญุตญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘อยํ ปุคฺคโล สพฺพมหาปญฺโญ ติกฺขวิปสฺสโก เอกเมว ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ‘เอกพีชี’ติ นามํ อกาสิ; ‘อยํ ปุคฺคโล ทุติยํ, ตติยํ, จตุตฺถํ, ปญฺจมํ, ฉฏฺฐํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ‘โกลํโกโล’ติ นามํ อกาสิ; ‘อยํ ปุคฺคโล สตฺตมํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ‘สตฺตกฺขตฺตุปรโม’ติ นามํ อกาสิ.

โกจิ ปน ปุคฺคโล สตฺตนฺนํ ภวานํ นิยโต นาม นตฺถิ. อริยสาวโก ปน เยน เกนจิปิ อากาเรน มนฺทปญฺโญ สมาโน อฏฺฐมํ ภวํ อปฺปตฺวา อนฺตราว ปรินิพฺพาติ. สกฺกสทิโสปิ วฏฺฏาภิรโต สตฺตมํเยว ภวํ คจฺฉติ. สตฺตเม ภเว สพฺพกาเรน ปมาทวิหาริโนปิ วิปสฺสนาญาณํ ปริปากํ คจฺฉติ. อปฺปมตฺตเกปิ อารมฺมเณ นิพฺพินฺทิตฺวา นิพฺพุตึ ปาปุณาติ. สเจปิ หิสฺส สตฺตเม ภเว นิทฺทํ วา โอกฺกมนฺตสฺส, ปรมฺมุขํ วา คจฺฉนฺตสฺส, ปจฺฉโต ฐตฺวา ติขิเณน อสินา โกจิเทว สีสํ ปาเตยฺย, อุทเก วา โอสาเทตฺวา มาเรยฺย, อสนิ วา ปนสฺส สีเส ปเตยฺย, เอวรูเปปิ กาเล สปฺปฏิสนฺธิกา กาลํกิริยา นาม น โหติ, อรหตฺตํ ปตฺวาว ปรินิพฺพาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อฏฺฐมํ ภวํ นิพฺพตฺเตยฺย – เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ.

เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา. ตีณิ หิ เขตฺตานิ – ชาติเขตฺตํ, อาณาเขตฺตํ, วิสยกฺเขตฺตนฺติ. ตตฺถ ‘ชาติกฺเขตฺตํ’ นาม ทสสหสฺสิโลกธาตุ. สา หิ ตถาคตสฺส มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนกาเล, นิกฺขมนกาเล, สมฺโพธิกาเล, ธมฺมจกฺกปวตฺตเน, อายุสงฺขารโวสฺสชฺชเน, ปรินิพฺพาเน จ กมฺปติ. โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬํ ปน ‘อาณาเขตฺตํ’ นาม. อาฏานาฏิยโมรปริตฺตธชคฺคปริตฺตรตนปริตฺตาทีนญฺหิ เอตฺถ อาณา วตฺตติ. ‘วิสยเขตฺตสฺส’ ปน ปริมาณํ นตฺถิ. พุทฺธานญฺหิ ‘‘ยาวตกํ ญาณํ ตาวตกํ เญยฺยํ, ยาวตกํ เญยฺยํ ตาวตกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เญยฺยํ, เญยฺยปริยนฺติกํ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕) วจนโต อวิสโย นาม นตฺถิ.

อิเมสุ ปน ตีสุ เขตฺเตสุ, ฐเปตฺวา อิมํ จกฺกวาฬํ, อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ. ตีณิ ปิฏกานิ – วินยปิฏกํ, สุตฺตนฺตปิฏกํ, อภิธมฺมปิฏกนฺติ. ติสฺโส สงฺคีติโย – มหากสฺสปตฺเถรสฺส สงฺคีติ, ยสตฺเถรสฺส สงฺคีติ, โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถรสฺส สงฺคีตีติ. อิมา ติสฺโส สงฺคีติโย อารุเฬฺห เตปิฏเก พุทฺธวจเน อิมํ จกฺกวาฬํ มุญฺจิตฺวา อญฺญตฺถ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, นุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ.

อปุพฺพํ อจริมนฺติ อปุเร อปจฺฉา; เอกโต นุปฺปชฺชนฺติ, ปุเร วา ปจฺฉา วา อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ โพธิปลฺลงฺเก ‘‘โพธึ อปฺปตฺวา น อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ ตาว ปุพฺเพนฺติ น เวทิตพฺพํ. โพธิสตฺตสฺส หิ ปฏิสนฺธิคฺคหเณ ทสสหสฺสจกฺกวาฬกมฺปเนเนว ชาติกฺเขตฺตปริคฺคโห กโต, อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นิวาริตา โหติ. ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐาย จ ยาว สาสปมตฺตาปิ ธาตุโย ติฏฺฐนฺติ ตาว ปจฺฉาติ น เวทิตพฺพํ. ธาตูสุ หิ ฐิตาสุ พุทฺธา ฐิตาว โหนฺติ. ตสฺมา เอตฺถนฺตเร อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นิวาริตาว โหติ, ธาตุปรินิพฺพาเน ปน ชาเต อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น นิวาริตา.

ตีณิ หิ อนฺตรธานานิ นาม – ปริยตฺติอนฺตรธานํ, ปฏิเวธอนฺตรธานํ, ปฏิปตฺติอนฺตรธานนฺติ. ตตฺถ ‘ปริยตฺตี’ติ ตีณิ ปิฏกานิ; ‘ปฏิเวโธ’ติ สจฺจปฏิเวโธ; ‘ปฏิปตฺตี’ติ ปฏิปทา. ตตฺถ ปฏิเวโธ จ ปฏิปตฺติ จ โหติปิ น โหติปิ. เอกสฺมิญฺหิ กาเล ปฏิเวธกรา ภิกฺขู พหู โหนฺติ; ‘เอส ภิกฺขุ ปุถุชฺชโน’ติ องฺคุลึ ปสาเรตฺวา ทสฺเสตพฺโพ โหติ. อิมสฺมึเยว ทีเป เอกวารํ กิร ปุถุชฺชนภิกฺขุ นาม นาโหสิ. ปฏิปตฺติปูรกาปิ กทาจิ พหู โหนฺติ, กทาจิ อปฺปา. อิติ ปฏิเวโธ จ ปฏิปตฺติ จ โหติปิ น โหติปิ.

สาสนฏฺฐิติยา ปน ปริยตฺติเยว ปมาณํ. ปณฺฑิโต หิ เตปิฏกํ สุตฺวา เทฺวปิ ปูเรติ. ยถา อมฺหากํ โพธิสตฺโต อาฬารสฺส สนฺติเก ปญฺจาภิญฺญา สตฺต จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา ปริกมฺมํ ปุจฺฉิ, โส ‘น ชานามี’ติ อาห; ตโต อุทกสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อธิคตวิเสสํ สํสนฺเทตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ ปุจฺฉิ; โส อาจิกฺขิ; ตสฺส วจนสมนนฺตรเมว มหาสตฺโต ตํ สมฺปาเทสิ; เอวเมว ปญฺญวา ภิกฺขุ ปริยตฺตึ สุตฺวา เทฺวปิ ปูเรติ. ตสฺมา ปริยตฺติยา ฐิตาย สาสนํ ฐิตํ โหติ. ยทา ปน สา อนฺตรธายติ ตทา ปฐมํ อภิธมฺมปิฏกํ นสฺสติ. ตตฺถ ปฏฺฐานํ สพฺพปฐมํ อนฺตรธายติ. อนุกฺกเมน ปจฺฉา ธมฺมสงฺคโห. ตสฺมึ อนฺตรหิเต อิตเรสุ ทฺวีสุ ปิฏเกสุ ฐิเตสุ สาสนํ ฐิตเมว โหติ.

ตตฺถ สุตฺตนฺตปิฏเก อนฺตรธายมาเน ปฐมํ องฺคุตฺตรนิกาโย เอกาทสกโต ปฏฺฐาย ยาว เอกกา อนฺตรธายติ. ตทนนฺตรํ สํยุตฺตนิกาโย จกฺกเปยฺยาลโต ปฏฺฐาย ยาว โอฆตรณา อนฺตรธายติ. ตทนนฺตรํ มชฺฌิมนิกาโย อินฺทฺริยภาวนโต ปฏฺฐาย ยาว มูลปริยายา อนฺตรธายติ. ตทนนฺตรํ ทีฆนิกาโย ทสุตฺตรโต ปฏฺฐาย ยาว พฺรหฺมชาลา อนฺตรธายติ. เอกิสฺสาปิ ทฺวินฺนมฺปิ คาถานํ ปุจฺฉา อทฺธานํ คจฺฉติ; สาสนํ ธาเรตุํ น สกฺโกติ สภิยปุจฺฉา (สุ. นิ. ๕๑๕ อาทโย) วิย อาฬวกปุจฺฉา (สุ. นิ. ๑๘๓ อาทโย; สํ. นิ. ๑.๒๔๖) วิย จ. เอตา กิร กสฺสปพุทฺธกาลิกา อนฺตรา สาสนํ ธาเรตุํ นาสกฺขึสุ.

ทฺวีสุ ปน ปิฏเกสุ อนฺตรหิเตสุปิ วินยปิฏเก ฐิเต สาสนํ ติฏฺฐติ. ปริวารขนฺธเกสุ อนฺตรหิเตสุ อุภโตวิภงฺเค ฐิเต ฐิตเมว โหติ. อุภโตวิภงฺเค อนฺตรหิเต มาติกาย ฐิตายปิ ฐิตเมว โหติ. มาติกาย อนฺตรหิตาย ปาติโมกฺขปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาสุ ฐิตาสุ สาสนํ ติฏฺฐติ. ลิงฺคํ อทฺธานํ คจฺฉติ. เสตวตฺถสมณวํโส ปน กสฺสปพุทฺธกาลโต ปฏฺฐาย สาสนํ ธาเรตุํ นาสกฺขิ. ปจฺฉิมกสฺส ปน สจฺจปฏิเวธโต ปจฺฉิมกสฺส สีลเภทโต จ ปฏฺฐาย สาสนํ โอสกฺกิตํ นาม โหติ. ตโต ปฏฺฐาย อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น วาริตา.

ตีณิ ปรินิพฺพานานิ นาม – กิเลสปรินิพฺพานํ, ขนฺธปรินิพฺพานํ, ธาตุปรินิพฺพานนฺติ. ตตฺถ ‘กิเลสปรินิพฺพานํ’ โพธิปลฺลงฺเก อโหสิ, ‘ขนฺธปรินิพฺพานํ’ กุสินารายํ, ‘ธาตุปรินิพฺพานํ’ อนาคเต ภวิสฺสติ. สาสนสฺส กิร โอสกฺกนกาเล อิมสฺมึ ตมฺพปณฺณิทีเป ธาตุโย สนฺนิปติตฺวา มหาเจติยํ คมิสฺสนฺติ, มหาเจติยโต นาคทีเป ราชายตนเจติยํ, ตโต มหาโพธิปลฺลงฺกํ คมิสฺสนฺติ. นาคภวนโตปิ เทวโลกโตปิ พฺรหฺมโลกโตปิ ธาตุโย มหาโพธิปลฺลงฺกเมว คมิสฺสนฺติ. สาสปมตฺตาปิ ธาตุ น อนฺตรา นสฺสิสฺสติ. สพฺพา ธาตุโย มหาโพธิปลฺลงฺเก ราสิภูตา สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกฆนา หุตฺวา ฉพฺพณฺณรํสิโย วิสฺสชฺเชสฺสนฺติ. ตา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ผริสฺสนฺติ. ตโต ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตา สนฺนิปติตฺวา ‘‘อชฺช สตฺถา ปรินิพฺพาติ, อชฺช สาสนํ โอสกฺกติ, ปจฺฉิมทสฺสนํ ทานิ อิทํ อมฺหาก’’นฺติ ทสพลสฺส ปรินิพฺพุตทิวสโต มหนฺตตรํ การุญฺญํ กริสฺสนฺติ. ฐเปตฺวา อนาคามิขีณาสเว อวเสสา สกภาเวน สนฺธาเรตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ธาตูสุ เตโชธาตุ อุฏฺฐหิตฺวา ยาว พฺรหฺมโลกา อุคฺคจฺฉิสฺสติ. สาสปมตฺตายปิ ธาตุยา สติ เอกชาลาว ภวิสฺสติ; ธาตูสุ ปริยาทานํ คตาสุ ปจฺฉิชฺชิสฺสติ. เอวํ มหนฺตํ อานุภาวํ ทสฺเสตฺวา ธาตูสุ อนฺตรหิตาสุ สาสนํ อนฺตรหิตํ นาม โหติ. ยาว เอวํ น อนฺตรธายติ ตาว อจริมํ นาม โหติ. เอวํ อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุํ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

กสฺมา ปน อปุพฺพํ อจริมํ น อุปฺปชฺชนฺตีติ? อนจฺฉริยตฺตา. พุทฺธา หิ อจฺฉริยมนุสฺสา, ยถาห – ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยมนุสฺโส. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๒). ยทิ จ เทฺว วา จตฺตาโร วา อฏฺฐ วา โสฬส วา เอกโต อุปฺปชฺเชยฺยุํ, น อจฺฉริยา ภเวยฺยุํ. เอกสฺมิญฺหิ วิหาเร ทฺวินฺนํ เจติยานมฺปิ ลาภสกฺกาโร อุฬาโร น โหติ, ภิกฺขูปิ พหุตาย น อจฺฉริยา ชาตา, เอวํ พุทฺธาปิ ภเวยฺยุํ; ตสฺมา นุปฺปชฺชนฺติ. เทสนาย จ วิเสสาภาวโต. ยญฺหิ สติปฏฺฐานาทิเภทํ ธมฺมํ เอโก เทเสติ, อญฺเญน อุปฺปชฺชิตฺวาปิ โสว เทเสตพฺโพ สิยา. ตโต อนจฺฉริโย สิยา. เอกสฺมึ ปน ธมฺมํ เทเสนฺเต เทสนาปิ อจฺฉริยา โหติ. วิวาทภาวโต จ. พหูสุ จ พุทฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุ พหูนํ อาจริยานํ อนฺเตวาสิกา วิย ‘อมฺหากํ พุทฺโธ ปาสาทิโก, อมฺหากํ พุทฺโธ มธุรสฺสโร ลาภี ปุญฺญวา’ติ วิวเทยฺยุํ; ตสฺมาปิ เอวํ นุปฺปชฺชนฺติ.

อปิเจตํ การณํ มิลินฺทรญฺญา ปุฏฺเฐน นาคเสนตฺเถเรน วิตฺถาริตเมว. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ (มิ. ป. ๕.๑.๑) –

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา – ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุํ – เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๗๗; ม. นิ. ๓.๑๒๙). เทเสนฺตา จ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพปิ ตถาคตา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม เทเสนฺติ, กถยมานา จ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ กเถนฺติ, สิกฺขาเปนฺตา จ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขาเปนฺติ, อนุสาสมานา จ อปฺปมาทปฏิปตฺติยํ อนุสาสนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพสมฺปิ ตถาคตานํ เอกา เทสนา เอกา กถา เอกา สิกฺขา เอกานุสิฏฺฐิ, เกน การเณน เทฺว ตถาคตา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ? เอเกนปิ ตาว พุทฺธุปฺปาเทน อยํ โลโก โอภาสชาโต. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ ภเวยฺย, ทฺวินฺนํ ปภาย อยํ โลโก ภิยฺโยโส มตฺตาย โอภาสชาโต ภเวยฺย. โอวทนฺตา จ เทฺว ตถาคตา สุขํ โอวเทยฺยุํ, อนุสาสมานา จ สุขํ อนุสาเสยฺยุํ. ตตฺถ เม การณํ ทสฺเสหิ ยถาหํ นิสฺสํสโย ภเวยฺย’’นฺติ.

‘‘อยํ, มหาราช, ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.

‘‘ยถา, มหาราช, นาวา เอกปุริสสนฺธารณี ภเวยฺย, เอกสฺมึ ปุริเส อภิรูเฬฺห สา นาวา สมุปาทิกา ภเวยฺย. อถ ทุติโย ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ตาทิโส อายุนา วณฺเณน วเยน ปมาเณน กิสถูเลน สพฺพงฺคปจฺจงฺเคน. โส ตํ นาวํ อภิรูเหยฺย. อปินุ สา, มหาราช, นาวา ทฺวินฺนมฺปิ ธาเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย, โอสีเทยฺย อุทเก’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย…เป… น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส ยาวทตฺถํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย ฉาเทนฺตํ ยาวกณฺฐมภิปูรยิตฺวา. โส ตโต ปีณิโต ปริปุณฺโณ นิรนฺตโร ตนฺทีคโต อโนนมิตทณฺฑชาโต ปุนเทว ตตฺตกํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย. อปินุ โข โส, มหาราช, ปุริโส สุขิโต ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สกึ ภุตฺโตว มเรยฺยา’’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี…เป… น ฐานมุปคจฺเฉยฺยา’’ติ.

‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตี’’ติ? ‘‘อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา รตนปริปูริตา ภเวยฺยุํ ยาวสฺมา มุขสมา. เอก สกฏโต รตนํ คเหตฺวา เอกมฺหิ สกเฏ อากิเรยฺยุํ. อปินุ ตํ, มหาราช, สกฏํ ทฺวินฺนมฺปิ สกฏานํ รตนํ ธาเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นาภิปิ ตสฺส จเลยฺย, อราปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยุํ, เนมิปิ ตสฺส โอปเตยฺย, อกฺโขปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘กินฺนุ โข, มหาราช, อติรตนภาเรน สกฏํ ภิชฺชตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตีติ.

‘‘อปิจ, มหาราช, อิมํ การณํ พุทฺธพลปริทีปนาย โอสาริตํ. อญฺญมฺปิ ตตฺถ ปติรูปํ การณํ สุโณหิ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ อุภโตปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. ยถา, มหาราช, ทฺวินฺนํ พลวามจฺจานํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘ตุมฺหากํ อมจฺโจ, อมฺหากํ อมจฺโจ’ติ อุภโตปกฺขชาตา โหนฺติ; เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ อุภโตปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. อิทํ ตาว มหาราช เอกํ การณํ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.

‘‘อปรมฺปิ อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ ‘อคฺโค พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย, ‘เชฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ‘เสฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ‘วิสิฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ‘อุตฺตโม พุทฺโธ’ติ ‘ปวโร พุทฺโธ’ติ ‘อสโม พุทฺโธ’ติ ‘อสมสโม พุทฺโธ’ติ ‘อปฺปฏิสโม พุทฺโธ’ติ ‘อปฺปฏิภาคี พุทฺโธ’ติ ‘อปฺปฏิปุคฺคโล พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย. อิทมฺปิ โข ตฺวํ, มหาราช, การณํ ตถโต สมฺปฏิจฺฉ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.

‘‘อปิจ, มหาราช, พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สภาวปกติ เอสา ยํ เอโกเยว พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชติ. กสฺมา การณา? มหนฺตตฺตา สพฺพญฺญุพุทฺธคุณานํ. อญฺญมฺปิ, มหาราช, ยํ โลเก มหนฺตํ ตํ เอกํเยว โหติ. ปถวี, มหาราช, มหนฺตา, สา เอกาเยว; สาคโร มหนฺโต, โส เอโกเยว; สิเนรุ คิริราชา มหนฺโต, โส เอโกเยว; อากาโส มหนฺโต, โส เอโกเยว; สกฺโก มหนฺโต, โส เอโกเยว; มหาพฺรหฺมา มหนฺโต, โส เอโกเยว; ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ มหนฺโต, โส เอโกเยว โลกสฺมึ. ยตฺถ เต อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อญฺเญสํ โอกาโส น โหติ. ตสฺมา, มหาราช, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เอโกเยว โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ.

‘‘สุกถิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห โอปมฺเมหิ การเณหี’’ติ (มิ. ป. ๕.๑.๑).

เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ เอกสฺมึ จกฺกวาเฬ. เหฏฺฐา อิมินาว ปเทน ทส จกฺกวาฬสหสฺสานิ คหิตานิ. ตานิปิ เอกจกฺกวาเฬเนว ปริจฺฉินฺทิตุํ วฏฺฏนฺติ. พุทฺธา หิ อุปฺปชฺชมานา อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ อุปฺปชฺชนฺติ; อุปฺปชฺชนฏฺฐาเน ปน วาริเต อิโต อญฺเญสุ จกฺกวาเฬสุ น อุปฺปชฺชนฺตีติ วาริตเมว โหติ. อปุพฺพํ อจริมนฺติ เอตฺถ จกฺกรตนปาตุภาวโต ปุพฺเพ ปุพฺพํ, ตสฺเสว อนฺตรธานโต ปจฺฉา จริมํ. ตตฺถ ทฺวิธา จกฺกรตนสฺส อนฺตรธานํ โหติ – จกฺกวตฺติโน กาลกิริยาย วา ปพฺพชฺชาย วา. อนฺตรธายมานญฺจ ปน ตํ กาลกิริยโต วา ปพฺพชฺชโต วา สตฺตเม ทิวเส อนฺตรธายติ. ตโต ปรํ จกฺกวตฺติโน ปาตุภาโว อวาริโต. กสฺมา ปน เอกจกฺกวาเฬ เทฺว จกฺกวตฺติโน นุปฺปชฺชนฺตีติ? วิวาทุปจฺเฉทโต อนจฺฉริยภาวโต จกฺกรตนสฺส มหานุภาวโต จ. ทฺวีสุ หิ อุปฺปชฺชนฺเตสุ ‘อมฺหากํ ราชา มหนฺโต, อมฺหากํ ราชา มหนฺโต’ติ วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย. ‘เอกสฺมึ ทีเป จกฺกวตฺตี, เอกสฺมึ ทีเป จกฺกวตฺตี’ติ จ อนจฺฉริโย ภเวยฺย. โย จายํ จกฺกรตนสฺส ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ อิสฺสริยานุปฺปทานสมตฺโถ มหานุภาโว, โส ปริหาเยยฺย. อิติ วิวาทุปจฺเฉทโต อนจฺฉริยภาวโต จกฺกรตนสฺส มหานุภาวโต จ น เอกจกฺกวาเฬ เทฺว อุปฺปชฺชนฺติ.

ยํ อิตฺโถ อรหํ อสฺส สมฺมาสมฺพุทฺโธติ เอตฺถ ติฏฺฐตุ ตาว สพฺพญฺญุคุเณ นิพฺพตฺเตตฺวา โลกตฺตารณสมตฺโถ พุทฺธภาโว, ปณิธานมตฺตมฺปิ อิตฺถิยา น สมฺปชฺชติ.

‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;

ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;

อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙);

อิมานิ หิ ปณิธานสมฺปตฺติการณานิ. อิติ ปณิธานมฺปิ สมฺปาเทตุํ อสมตฺถาย อิตฺถิยา กุโต พุทฺธภาโวติ ‘‘อฏฺฐานเมตํ, อนวกาโส ยํ อิตฺถี อรหํ อสฺส สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ. สพฺพาการปริปูโร วา ปุญฺญุสฺสโย สพฺพาการปริปูรเมว อตฺตภาวํ นิพฺพตฺเตตีติ ปุริโสว อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ.

ยํ อิตฺถี ราชา อสฺส จกฺกวตฺตีติอาทีสุปิ ยสฺมา อิตฺถิยา โกโสหิตวตฺถคุยฺหาทีนํ อภาเวน ลกฺขณานิ น ปริปูเรนฺติ, อิตฺถิรตนภาเวน สตฺตรตนสมงฺคิตา น สมฺปชฺชติ, สพฺพมนุสฺเสหิ จ อธิโก อตฺตภาโว น โหติ, ตสฺมา ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ อิตฺถี ราชา อสฺส จกฺกวตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา จ สกฺกตฺตาทีนิปิ ตีณิ ฐานานิ อุตฺตมานิ, อิตฺถิลิงฺคญฺจ หีนํ, ตสฺมา ตสฺสา สกฺกตฺตาทีนิปิ ปฏิสิทฺธานิ. นนุ จ ยถา อิตฺถิลิงฺคํ เอวํ ปุริสลิงฺคมฺปิ พฺรหฺมโลเก นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘ยํ ปุริโส พฺรหฺมตฺตํ กาเรยฺย – ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติปิ น วตฺตพฺพํ สิยาติ? โน น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อิธ ปุริสสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตนโต. พฺรหฺมตฺตนฺติ หิ มหาพฺรหฺมตฺตํ อธิปฺเปตํ. อิตฺถี จ อิธ ฌานํ ภาเวตฺวา กาลํ กตฺวา พฺรหฺมปาริสชฺชานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ, น มหาพฺรหฺมานํ. ปุริโส ปน ตตฺถ น อุปฺปชฺชตีติ น วตฺตพฺโพ. สมาเนปิ เจตฺถ อุภยลิงฺคาภาเว ปุริสสณฺฐานาว พฺรหฺมาโน, น อิตฺถิสณฺฐานา. ตสฺมา สุวุตฺตเมเวตํ.

กายทุจฺจริตสฺสาติอาทีสุ ยถา นิมฺพพีชโกสาตกีพีชาทีนิ มธุรํ ผลํ น นิพฺพตฺเตนฺติ, อสาตํ อมธุรเมว นิพฺพตฺเตนฺติ, เอวํ กายทุจฺจริตาทีนิ มธุรํ วิปากํ น นิพฺพตฺเตนฺติ, อมธุรเมว นิพฺพตฺเตนฺติ. ยถา จ อุจฺฉุพีชสาลิพีชาทีนิ มธุรํ สาธุรสเมว ผลํ นิพฺพตฺเตนฺติ, น อสาตํ กฏุกํ, เอวํ กายสุจริตาทีนิ มธุรเมว วิปากํ นิพฺพตฺเตนฺติ, น อมธุรํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยาทิสํ วปเต พีชํ, ตาทิสํ หรเต ผลํ;

กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปกนฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๕๖);

ตสฺมา ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ กายทุจฺจริตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

กายทุจฺจริตสมงฺคีติอาทีสุ สมงฺคีติ ปญฺจวิธา สมงฺคิตา – อายูหนสมงฺคิตา, เจตนาสมงฺคิตา, กมฺมสมงฺคิตา, วิปากสมงฺคิตา, อุปฏฺฐานสมงฺคิตาติ. ตตฺถ กุสลากุสลกมฺมายูหนกฺขเณ ‘อายูหนสมงฺคิตา’ วุจฺจติ. ตถา ‘เจตนาสมงฺคิตา’. ยาว ปน อรหตฺตํ น ปาปุณนฺติ ตาว สพฺเพปิ สตฺตา ปุพฺเพ อุปจิตํ วิปาการหํ กมฺมํ สนฺธาย กมฺมสมงฺคิโนติ วุจฺจนฺติ – เอสา ‘กมฺมสมงฺคิตา’. ‘วิปากสมงฺคิตา’ ปน วิปากกฺขเณเยว เวทิตพฺพา. ยาว ปน สตฺตา อรหตฺตํ น ปาปุณนฺติ ตาว เตสํ ตโต ตโต จวิตฺวา นิรเย ตาว อุปฺปชฺชมานานํ อคฺคิชาลโลหกุมฺภีอาทีหิ อุปฏฺฐานากาเรหิ นิรโย, คพฺภเสยฺยกตฺตํ อาปชฺชมานานํ มาตุกุจฺฉิ, เทเวสุ อุปฺปชฺชมานานํ กปฺปรุกฺขวิมานาทีหิ อุปฏฺฐานากาเรหิ เทวโลโกติ เอวํ อุปปตฺตินิมิตฺตํ อุปฏฺฐาติ. อิติ เนสํ อิมินา อุปฺปตฺตินิมิตฺตูปฏฺฐาเนน อปริมุตฺตตฺตา ‘อุปฏฺฐานสมงฺคิตา’ นาม. สาว จลติ, เสสา นิจฺจลา. นิรเย หิ อุปฏฺฐิเตปิ เทวโลโก อุปฏฺฐาติ; เทวโลเก อุปฏฺฐิเตปิ นิรโย อุปฏฺฐาติ; มนุสฺสโลเก อุปฏฺฐิเตปิ ติรจฺฉานโยนิ อุปฏฺฐาติ; ติรจฺฉานโยนิยา จ อุปฏฺฐิตายปิ มนุสฺสโลโก อุปฏฺฐาติเยว.

ตตฺริทํ วตฺถุ – โสณคิริปาเท กิร อเจลวิหาเร โสณตฺเถโร นาม เอโก ธมฺมกถิโก. ตสฺส ปิตา สุนขวาชิโก นาม ลุทฺทโก อโหสิ. เถโร ตํ ปฏิพาหนฺโตปิ สํวเร ฐเปตุํ อสกฺโกนฺโต ‘มา นสฺสิ วราโก’ติ มหลฺลกกาเล อกามกํ ปพฺพาเชสิ. ตสฺส คิลานเสยฺยาย นิปนฺนสฺส นิรโย อุปฏฺฐาสิ. โสณคิริปาทโต มหนฺตา มหนฺตา สุนขา อาคนฺตฺวา ขาทิตุกามา วิย สมฺปริวาเรสุํ. โส มหาภยภีโต ‘‘วาเรหิ, ตาต โสณ! วาเรหิ, ตาต โสณา’’ติ อาห. ‘‘กึ มหาเถรา’’ติ? ‘‘น ปสฺสสิ, ตาตา’’ติ ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. โสณตฺเถโร ‘กถญฺหิ นาม มาทิสสฺส ปิตา นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, ปติฏฺฐาหมสฺส ภวิสฺสามี’ติ สามเณเรหิ นานาปุปฺผานิ อาหราเปตฺวา เจติยงฺคณโพธิยงฺคเณสุ มาลาสนฺถารปูชญฺจ อาสนปูชญฺจ กาเรตฺวา ปิตรํ มญฺเจน เจติยงฺคณํ หริตฺวา มญฺเจ นิปชฺชาเปตฺวา ‘‘อยํ เม, มหาเถร, ปูชา ตุมฺหากํ อตฺถาย กตา; ‘อยํ เม, ภควา, ทุคฺคตปณฺณากาโร’ติ วตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา จิตฺตํ ปสาเทหี’’ติ อาห. โส มหาเถโร ปูชํ ทิสฺวา ตถากโรนฺโต จิตฺตํ ปสาเทสิ. ตาวเทวสฺส เทวโลโก อุปฏฺฐาสิ, นนฺทวนจิตฺตลตาวนมิสฺสกวนผารุสกวนวิมานานิ เจว เทวนาฏกานิ จ ปริวาเรตฺวา ฐิตานิ วิย อเหสุํ. โส ‘‘อเปถ, โสณ! อเปถ, โสณา’’ติ อาห. ‘‘กิมิทํ, มหาเถรา’’ติ? ‘‘เอตา เต, ตาต, มาตโร อาคจฺฉนฺตี’’ติ. ‘เถโร สคฺโค อุปฏฺฐิโต มหาเถรสฺสา’ติ จินฺเตสิ. เอวํ อุปฏฺฐานสมงฺคิตา จลตีติ เวทิตพฺพา. เอตาสุ สมงฺคิตาสุ อิธ อายูหนเจตนากมฺมสมงฺคิตาวเสน ‘‘กายทุจฺจริตสมงฺคี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ปฐมพลนิทฺเทสวณฺณนา.

ทุติยพลนิทฺเทโส

๘๑๐. ทุติยพลนิทฺเทเส คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานีติ คติสมฺปตฺติยา ปฏิพาหิตานิ นิวาริตานิ ปฏิเสธิตานิ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ คติสมฺปตฺตีติ สมฺปนฺนา คติ เทวโลโก จ มนุสฺสโลโก จ. คติวิปตฺตีติ วิปนฺนา คติ จตฺตาโร อปายา. อุปธิสมฺปตฺตีติ อตฺตภาวสมิทฺธิ. อุปธิวิปตฺตีติ หีนอตฺตภาวตา. กาลสมฺปตฺตีติ สุราชสุมนุสฺสกาลสงฺขาโต สมฺปนฺนกาโล. กาลวิปตฺตีติ ทุราชทุมนุสฺสกาลสงฺขาโต วิปนฺนกาโล. ปโยคสมฺปตฺตีติ สมฺมาปโยโค. ปโยควิปตฺตีติ มิจฺฉาปโยโค.

ตตฺถ เอกจฺจสฺส พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ คติวิปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน คติสมฺปตฺติยํ เทเวสุ วา มนุสฺเสสุ วา นิพฺพตฺโต. ตาทิเส จ ฐาเน อกุสลสฺส วาโร นตฺถิ, เอกนฺตํ กุสลสฺเสว วาโรติ. เอวมสฺส ตานิ กมฺมานิ คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ อุปธิวิปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน อุปธิสมฺปตฺติยํ ฐิโต สุสณฺฐิตงฺคปจฺจงฺโค อภิรูโป ทสฺสนีโย พฺรหฺมวจฺฉสทิโส. สเจปิ ทาสิยา กุจฺฉิสฺมึ ทาสชาโต โหติ ‘เอวรูโป อตฺตภาโว กิลิฏฺฐกมฺมสฺส นานุจฺฉวิโก’ติ หตฺถิเมณฺฑอสฺสพนฺธกโคปาลกกมฺมาทีนิ ตํ น กาเรนฺติ; สุขุมวตฺถานิ นิวาสาเปตฺวา ภณฺฑาคาริกฏฺฐานาทีสุ ฐเปนฺติ. สเจ อิตฺถี โหติ, หตฺถิภตฺตปจนาทีนิ น กาเรนฺติ; วตฺถาลงฺการํ ทตฺวา สยนปาลิกํ วา นํ กโรนฺติ, โสมเทวิ วิย วลฺลภฏฺฐาเน วา ฐเปนฺติ. ภาติกราชกาเล กิร โคมํสขาทเก พหุชเน คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. เต ‘ทณฺฑํ ทาตุํ สกฺโกถา’ติ ปุฏฺฐา ‘น สกฺโกมา’ติ วทึสุ. อถ เน ราชงฺคเณ โสธเก อกํสุ. เตสํ เอกา ธีตา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา. ตํ ทิสฺวา ราชา อนฺเตปุรํ อภิเนตฺวา วลฺลภฏฺฐาเน ฐเปสิ. เสสญาตกาปิ ตสฺสา อานุภาเวน สุขํ ชีวึสุ. ตาทิสสฺมิญฺหิ อตฺตภาเว ปาปกมฺมานิปิ วิปากํ ทาตุํ น สกฺโกนฺติ. เอวํ อุปธิสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

เอกสฺส พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ กาลวิปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน ปฐมกปฺปิกานํ วา จกฺกวตฺติรญฺโญ วา พุทฺธานํ วา อุปฺปตฺติสมเย สุราชสุมนุสฺสกาเล นิพฺพตฺโต. ตาทิเส จ กาเล นิพฺพตฺตสฺส อกุสลสฺส วิปากํ ทาตุํ โอกาโส นตฺถิ, เอกนฺตํ กุสลสฺเสว โอกาโสติ. เอวํ กาลสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ ปโยควิปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน ปโยคสมฺปตฺติยํ ฐิโต ปาณาติปาตาทีหิ วิรโต กายวจีมโนสุจริตานิ ปูเรติ. ตาทิเส ฐาเน อกุสลสฺส วิปจฺจโนกาโส นตฺถิ, เอกนฺตํ กุสลสฺเสว โอกาโสติ. เอวํ ปโยคสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ คติสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปเนเกน ปาปกมฺเมน คติวิปตฺติยํเยว นิพฺพตฺโต. ตตฺถสฺส ตานิ กมฺมานิ อุปคนฺตฺวา วาเรน วาเรน วิปากํ เทนฺติ – กาเลน นิรเย นิพฺพตฺตาเปนฺติ, กาเลน ติรจฺฉานโยนิยํ, กาเลน เปตฺติวิสเย, กาเลน อสุรกาเย, ทีเฆนาปิ อทฺธุนา อปายโต สีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทนฺติ. เอวํ คติสมฺปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ คติวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ อุปธิสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน ปาปกมฺเมน อุปธิวิปตฺติยํเยว ปติฏฺฐิโต ทุพฺพณฺโณ ทุรูโป ทุสฺสณฺฐิโต พีภจฺโฉ ปิสาจสทิโส. โส สเจ ทาสิยา กุจฺฉิยํ ทาสชาโต ‘อิมานิ เอตสฺส อนุจฺฉวิกานี’ติ สพฺพานิ นํ กิลิฏฺฐกมฺมานิ กาเรนฺติ อนฺตมโส ปุปฺผฉฑฺฑกกมฺมํ อุปาทาย. สเจ อิตฺถี โหติ ‘อิมานิ เอติสฺสา อนุจฺฉวิกานี’ติ สพฺพานิ นํ หตฺถิภตฺตปจนาทีนิ กิลิฏฺฐกมฺมานิ กาเรนฺติ. กุลเคเห ชาตมฺปิ พลึ สาธยมานา ราชปุริสา ‘เคหทาสี’ติ สญฺญํ กตฺวา พนฺธิตฺวา คจฺฉนฺติ, โกตลวาปีคาเม มหากุฏุมฺพิกสฺส ฆรณี วิย. เอวํ อุปธิสมฺปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ อุปธิวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ กาลสมฺปตฺติยํ นิพฺพาตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน ปาปกมฺเมน กาลวิปตฺติยํ ทุราชทุมนุสฺสกาเล กสเฏ นิโรเช ทสวสฺสายุกกาเล นิพฺพตฺโต, ยทา ปญฺจ โครสา ปจฺฉิชฺชนฺติ, กุทฺรูสกํ อคฺคโภชนํ โหติ. กิญฺจาปิ มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺโต, มิคปสุสริกฺขชีวิโก ปน โหติ. เอวรูเป กาเล กุสลสฺส วิปจฺจโนกาโส นตฺถิ, เอกนฺตํ อกุสลสฺเสว โหติ. เอวํ กาลสมฺปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ กาลวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ ปาปกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ ปโยคสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน ปโยควิปตฺติยํ ฐิโต ปาณาติปาตาทีนิ ทส อกุสลกมฺมานิ กโรติ. ตเมนํ สโหฑฺฒํ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสนฺติ. ราชา พหูกมฺมการณานิ กาเรตฺวา ฆาตาเปติ. เอวํ ปโยคสมฺปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ ปโยควิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ. เอวํ จตูหิ สมฺปตฺตีหิ ปฏิพาหิตํ ปาปกมฺมํ วิปากํ อทตฺวา จตสฺโส วิปตฺติโย อาคมฺม เทติ.

ยถา หิ โกจิเทว ปุริโส เกนจิเทว กมฺเมน ราชานํ อาราเธยฺย. อถสฺส ราชา ฐานนฺตรํ ทตฺวา ชนปทํ ทเทยฺย. โส ตํ สมฺมา ปริภุญฺชิตุํ อสกฺโกนฺโต มกฺกเฏน คหิตภตฺตปุฏํ วิย ภินฺเทยฺย; ยสฺส ยํ ยานํ วา วาหนํ วา ทาสํ วา ทาสึ วา อารามํ วา วตฺถุํ วา สมฺปนฺนรูปํ ปสฺสติ, สพฺพํ พลกฺกาเรน คเณฺหยฺย. มนุสฺสา ‘ราชวลฺลโภ’ติ กิญฺจิ วตฺตุํ น สกฺกุเณยฺยุํ. โส อญฺญสฺส วลฺลภตรสฺส ราชมหามตฺตสฺส วิรุชฺเฌยฺย. โส ตํ คเหตฺวา สุโปถิตํ โปถาเปตฺวา ภูมึ ปิฏฺฐิยา ฆํสาเปนฺโต นิกฺกฑฺฒาเปตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘อสุโก นาม เต, เทว, ชนปทํ ภินฺทตี’ติ คณฺหาเปยฺย. ราชา พนฺธนาคาเร พนฺธาเปตฺวา ‘อสุเกน นาม กสฺส กึ อวหฏ’นฺติ นคเร เภรึ จราเปยฺย. มนุสฺสา อาคนฺตฺวา ‘มยฺหํ อิทํ คหิตํ, มยฺหํ อิทํ คหิต’นฺติ วิรวสหสฺสํ อุฏฺฐาเปยฺยุํ. ราชา ภิยฺโยโส มตฺตาย กุทฺโธ นานปฺปกาเรน ตํ พนฺธนาคาเร กิลเมตฺวา ฆาตาเปตฺวา ‘คจฺฉถ นํ สุสาเน ฉฑฺเฑตฺวา สงฺขลิกา อาหรถา’ติ วเทยฺย. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.

ตสฺส หิ ปุริสสฺส หิ เกนจิเทว กมฺเมน ราชานํ อาราเธตฺวา ฐานนฺตรํ ลทฺธกาโล วิย ปุถุชฺชนสฺสาปิ เกนจิเทว ปุญฺญกมฺเมน สคฺเค นิพฺพตฺตกาโล. ตสฺมึ ชนปทํ ภินฺทิตฺวา มนุสฺสานํ สนฺตกํ คณฺหนฺเต กสฺสจิ กิญฺจิ วตฺตุํ อวิสหนกาโล วิย อิมสฺมิมฺปิ สคฺเค นิพฺพตฺเต อกุสลสฺส วิปจฺจโนกาสํ อลภนกาโล. ตสฺส เอกทิวสํ เอกสฺมึ ราชวลฺลภตเร วิรชฺฌิตฺวา เตน กุทฺเธน นํ โปถาเปตฺวา รญฺโญ อาโรเจตฺวา พนฺธนาคาเร พนฺธาปิตกาโล วิย อิมสฺส สคฺคโต จวิตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตกาโล. มนุสฺสานํ ‘มยฺหํ อิทํ คหิตํ, มยฺหํ อิทํ คหิต’นฺติ วิรวกาโล วิย ตสฺมึ นิรเย นิพฺพตฺเต สพฺพากุสลกมฺมานํ สนฺนิปติตฺวา คหณกาโล. สุสาเน ฉฑฺเฑตฺวา สงฺขลิกานํ อาหรณกาโล วิย เอเกกสฺมึ กมฺเม ขีเณ อิตรสฺส อิตรสฺส วิปาเกน นิรยโต สีสํ อนุกฺขิปิตฺวา สกลกปฺปํ นิรยมฺหิ ปจฺจนกาโล. กปฺปฏฺฐิติกกมฺมญฺหิ กตฺวา เอกกปฺปํ นิรยมฺหิ ปจฺจนกสตฺตา เนว เอโก, น เทฺว, น สตํ, น สหสฺสํ. เอวํ ปจฺจนกสตฺตา กิร คณนปถํ วีติวตฺตา.

อตฺเถกจฺจานิ กลฺยาณานิ กมฺมสมาทานานิ คติวิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติอาทีสุปิ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. อิเธกจฺจสฺส พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ คติสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยุํ. โส ปน เอเกน ปาปกมฺเมน คติวิปตฺติยํ นิรเย วา อสุรกาเย วา นิพฺพตฺโต. ตาทิเส จ ฐาเน กุสลํ วิปากํ ทาตุํ น สกฺโกติ, เอกนฺตํ อกุสลเมว สกฺโกตีติ. เอวมสฺส ตานิ กมฺมานิ คติวิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ อุปธิสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน ปาปกมฺเมน อุปธิวิปตฺติยํ ปติฏฺฐิโต ทุพฺพณฺโณ โหติ ปิสาจสทิโส. โส สเจปิ ราชกุเล นิพฺพตฺโต ปิตุอจฺจเยน ‘กึ อิมสฺส นิสฺสิรีกสฺส รชฺเชนา’ติ รชฺชํ น ลภติ. เสนาปติเคหาทีสุ นิพฺพตฺโตปิ เสนาปติฏฺฐานาทีนิ น ลภติ.

อิมสฺส ปนตฺถสฺสาวิภาวตฺถํ ทีปราชวตฺถุ กเถตพฺพํ – ราชา กิร ปุตฺเต ชาเต เทวิยา ปสีทิตฺวา วรํ อทาสิ. สา วรํ คเหตฺวา ฐเปสิ. กุมาโร สตฺตฏฺฐวสฺสกาเลว ราชงฺคเณ กุกฺกุเฏ ยุชฺฌาเปสิ. เอโก กุกฺกุโฏ อุปฺปติตฺวา กุมารสฺส อกฺขีนิ ภินฺทิ. กุมารมาตา เทวี ปุตฺตสฺส ปนฺนรสโสฬสวสฺสกาเล ‘รชฺชํ วาเรสฺสามี’ติ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘เทว, ตุเมฺหหิ กุมารสฺส ชาตกาเล วโร ทินฺโน. มยา โส คเหตฺวา ฐปิโต; อิทานิ นํ คณฺหามี’’ติ. ‘‘สาธุ, เทวิ, คณฺหาหี’’ติ. ‘‘มยา, เทว, ตุมฺหากํ สนฺติกา กิญฺจิ อลทฺธํ นาม นตฺถิ. อิทานิ ปน มม ปุตฺตสฺส รชฺชํ วาเรมี’’ติ. ‘‘เทวิ, ตว ปุตฺโต องฺควิกโล. น สกฺกา ตสฺส รชฺชํ ทาตุ’’นฺติ. ‘‘ตุเมฺห มยฺหํ รุจฺจนกวรํ อทาตุํ อสกฺโกนฺตา กสฺมา วรํ อทตฺถา’’ติ? ราชา อติวิย นิปฺปีฬิยมาโน ‘‘น สกฺกา ตุยฺหํ ปุตฺตสฺส สกลลงฺกาทีเป รชฺชํ ทาตุํ; นาคทีเป ปน ฉตฺตํ อสฺสาเปตฺวา วสตู’’ติ นาคทีปํ เปเสสิ. โส ทีปราชา นาม อโหสิ. สเจ จกฺขุวิกโล นาภวิสฺสา ติโยชนสติเก สกลตมฺพปณฺณิทีเป สพฺพสมฺปตฺติปริวารํ รชฺชํ อลภิสฺสา. เอวํ อุปธิวิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ กาลสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน ปาปกมฺเมน กาลวิปตฺติยํ ทุราชทุมนุสฺสกาเล กสเฏ นิโรเช อปฺปายุเก คติโกฏิเก นิพฺพตฺโต. ตาทิเส จ กาเล กลฺยาณกมฺมํ วิปากํ ทาตุํ น สกฺโกตีติ. เอวํ กาลวิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ ปโยคสมฺปตฺติยํ ฐิตสฺส วิปจฺเจยฺยุํ. อยํ ปน ปโยควิปตฺติยํ ฐิโต ปาณํ หนฺติ…เป… สพฺพํ ทุสฺสีลฺยํ ปูเรติ. ตถา เตน สทฺธึ สมชาติกานิปิ กุลานิ อาวาหวิวาหํ น กโรนฺติ; ‘อิตฺถิธุตฺโต สุราธุตฺโต อกฺขธุตฺโต อยํ ปาปปุริโส’ติ อารกา ปริวชฺเชนฺติ. กลฺยาณกมฺมานิ วิปจฺจิตุํ น สกฺโกนฺติ. เอวํ ปโยควิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ. เอวํ จตสฺโส สมฺปตฺติโย อาคมฺม วิปากทายกํ กลฺยาณกมฺมํ จตูหิ วิปตฺตีหิ ปฏิพาหิตตฺตา น วิปจฺจติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ คติวิปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน คติสมฺปตฺติยํเยว นิพฺพตฺโต. ตตฺถสฺส ตานิ กมฺมานิ อุปคนฺตฺวา วาเรน วาเรน วิปากํ เทนฺติ – กาเลน มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺตาเปนฺติ, กาเลน เทวโลเก. เอวํ คติวิปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ คติมมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ อุปธิวิปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน อุปธิสมฺปตฺติยํเยว ปติฏฺฐิโต อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก พฺรหฺมวจฺฉสทิโส. ตสฺส อุปธิสมฺปตฺติยํ ฐิตตฺตา กลฺยาณกมฺมานิ วิปากํ เทนฺติ. สเจ ราชกุเล นิพฺพตฺตติ อญฺเญสุ เชฏฺฐกภาติเกสุ สนฺเตสุปิ ‘เอตสฺส อตฺตภาโว สมิทฺโธ, เอตสฺส ฉตฺเต อุสฺสาปิเต โลกสฺส ผาสุ ภวิสฺสตี’ติ ตเมว รชฺเช อภิสิญฺจนฺติ. อุปราชเคหาทีสุ นิพฺพตฺโต ปิตุอจฺจเยน โอปรชฺชํ, เสนาปติฏฺฐานํ, ภณฺฑาคาริกฏฺฐานํ, เสฏฺฐิฏฺฐานํ ลภติ. เอวํ อุปธิวิปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ อุปธิสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ กาลวิปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน กาลสมฺปตฺติยํ นิพฺพตฺโต สุราชสุมนุสฺสกาเล. ตาทิสาย กาลสมิทฺธิยา นิพฺพตฺตสฺส กลฺยาณกมฺมํ วิปากํ เทติ.

ตตฺริทํ มหาโสณตฺเถรสฺส วตฺถุ กเถตพฺพํ – พฺราหฺมณติสฺสภเย กิร จิตฺตลปพฺพเต ทฺวาทส ภิกฺขุสหสฺสานึ ปฏิวสนฺติ. ตถา ติสฺสมหาวิหาเร. ทฺวีสุปิ มหาวิหาเรสุ ติณฺณํ วสฺสานํ วฏฺฏํ เอกรตฺตเมว มหามูสิกาโย ขาทิตฺวา ถุสมตฺตเมว ฐเปสุํ. จิตฺตลปพฺพเต ภิกฺขุสงฺโฆ ‘ติสฺสมหาวิหาเร วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ, ตตฺถ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’ติ วิหารโต นิกฺขมิ. ติสฺสมหาวิหาเรปิ ภิกฺขุสงฺโฆ ‘จิตฺตลปพฺพเต วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ, ตตฺถ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’ติ วิหารโต นิกฺขมิ. อุภโตปิ เอกิสฺสา คมฺภีรกนฺทราย ตีเร สมาคตา ปุจฺฉิตฺวา วฏฺฏสฺส ขีณภาวํ ญตฺวา ‘ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสามา’ติ จตุวีสติ ภิกฺขุสหสฺสานิ คมฺภีรกนฺทรวนํ ปวิสิตฺวา นิสีทิตฺวา นิสินฺนนีหาเรเนว อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายึสุ. ปจฺฉา ภเย วูปสนฺเต ภิกฺขุสงฺโฆ สกฺกํ เทวราชานํ คเหตฺวา ธาตุโย สํหริตฺวา เจติยํ อกาสิ.

พฺราหฺมณติสฺสโจโรปิ ชนปทํ วิทฺธํเสสิ. สงฺโฆ สนฺนิปติตฺวา มนฺเตตฺวา ‘‘โจรํ ปฏิพาหตู’’ติ สกฺกสนฺติกํ อฏฺฐ เถเร เปเสสิ. สกฺโก เทวราชา ‘‘มยา, ภนฺเต, อุปฺปนฺโน โจโร น สกฺกา ปฏิพาหิตุํ. สงฺโฆ ปรสมุทฺทํ คจฺฉตุ. อหํ สมุทฺทารกฺขํ กริสฺสามี’’ติ. สงฺโฆ สพฺพทิสาหิ นาคทีปํ คนฺตฺวา ชมฺพุโกลปฏฺฏเน ติภูมิกํ มหาอุฬุมฺปํ พนฺธาเปสิ. เอกา ภูมิกา อุทเก โอสีทิ. เอกิสฺสา ภิกฺขุสงฺโฆ นิสินฺโน. เอกิสฺสา ปตฺตจีวรานิ ฐปยึสุ. สํยุตฺตภาณกจูฬสีวตฺเถโร, อิสิทตฺตตฺเถโร, มหาโสณตฺเถโรติ ตโย เถรา ตาสํ ปริสานํ ปาโมกฺขา. เตสุ เทฺว เถรา มหาโสณตฺเถรํ อาหํสุ – ‘‘อาวุโส มหาโสณ, อภิรุห มหาอุฬุมฺป’’นฺติ. ‘‘ตุเมฺห ปน, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อาวุโส, อุทเก มรณมฺปิ ถเล มรณมฺปิ เอกเมว. น มยํ คมิสฺสาม. ตํ นิสฺสาย ปน อนาคเต สาสนสฺส ปเวณี ฐสฺสติ. คจฺฉ ตฺวํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘นาหํ, ภนฺเต, ตุเมฺหสุ อคจฺฉนฺเตสุ คมิสฺสามี’’ติ ยาวตติยํ กเถตฺวาปิ เถรํ อาโรเปตุํ อสกฺโกนฺตา นิวตฺตึสุ.

อถ จูฬสีวตฺเถโร อิสิทตฺตตฺเถรํ อาห – ‘‘อาวุโส อิสิทตฺต, อนาคเต มหาโสณตฺเถรํ นิสฺสาย สาสนปเวณี ฐสฺสติ; มา โข ตํ หตฺถโต วิสฺสชฺเชหี’’ติ. ‘‘ตุเมฺห ปน, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อหํ มหาเจติยํ วนฺทิสฺสามี’’ติ เทฺว เถเร อนุสาสิตฺวา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรนฺโต มหาวิหารํ สมฺปาปุณิ. ตสฺมึ สมเย มหาวิหาโร สุญฺโญ. เจติยงฺคเณ เอรณฺฑา ชาตา. เจติยํ คจฺเฉหิ ปริวาริตํ, เสวาเลน ปริโยนทฺธํ. เถโร ธรมานกพุทฺธสฺส นิปจฺจาการํ ทสฺเสนฺโต วิย มหาเจติยํ วนฺทิตฺวา ปจฺฉิมทิสาย สาลํ ปวิสิตฺวา โอโลเกนฺโต ‘เอวรูปสฺส นาม ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตสฺส สรีรธาตุเจติยฏฺฐานํ อนาถํ ชาต’นฺติ จินฺตยมาโน นิสีทิ.

อถ อวิทูเร รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา อทฺธิกมนุสฺสรูเปน ตณฺฑุลนาฬิญฺจ คุฬปิณฺฑญฺจ อาทาย เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กตฺถ คจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อหํ ทกฺขิณทิสํ, อุปาสกา’’ติ. ‘‘อหมฺปิ ตตฺเถว คนฺตุกาโม, สห คจฺฉาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อหํ ทุพฺพโล; ตว คติยา คนฺตุํ น สกฺขิสฺสามิ; ตฺวํ ปุรโต คจฺฉ, อุปาสกา’’ติ. ‘‘อหมฺปิ ตุมฺหากํ คติยา คมิสฺสามี’’ติ เถรสฺส ปตฺตจีวรํ อคฺคเหสิ. ติสฺสวาปิปาฬึ อารุฬฺหกาเล จ ปตฺตํ อาหราเปตฺวา ปานกํ กตฺวา อทาสิ. เถรสฺส ปีตมตฺเตเยว พลมตฺตา สณฺฐาติ. เทวตา ปถวึ สงฺขิปิตฺวา เวณุนทีสนฺติเก เอกํ ฉฑฺฑิตวิหารํ ปตฺวา เถรสฺส วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคิตฺวา อทาสิ.

ปุนทิวเส เถเรน มุเข โธวิตมตฺเต ยาคุํ ปจิตฺวา อทาสิ; ยาคุํ ปีตสฺส ภตฺตํ ปจิตฺวา อุปนาเมสิ. เถโร ‘‘ตุยฺหํ ฐเปหิ, อุปาสกา’’ติ ปตฺตํ หตฺเถน ปิทหิ. ‘‘อหํ น ทูรํ คมิสฺสามี’’ติ เทวตา เถรสฺเสว ปตฺเต ภตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา กตภตฺตกิจฺจสฺส เถรสฺส ปตฺตจีวรมาทาย มคฺคํ ปฏิปนฺนา ปถวึ สงฺขิปิตฺวา ชชฺชรนทีสนฺติกํ เนตฺวา ‘‘ภนฺเต, เอตํ ปณฺณขาทกมนุสฺสานํ วสนฏฺฐานํ, ธูโม ปญฺญายติ. อหํ ปุรโต คมิสฺสามี’’ติ เถรํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน ภวนํ อคมาสิ. เถโร สพฺพมฺปิ ภยกาลํ ปณฺณขาทกมนุสฺเส นิสฺสาย วสิ.

อิสิทตฺตตฺเถโรปิ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรนฺโต อฬชนปทํ สมฺปาปุณิ. ตตฺถ มนุสฺสา นาติปกฺกานิ มธุกผลานิ ภินฺทิตฺวา อฏฺฐึ อาทาย ตจํ ฉฑฺเฑตฺวา อคมํสุ. เถโร ‘‘อาวุโส มหาโสณ, ภิกฺขาหาโร ปญฺญายตี’’ติ วตฺวา ปตฺตจีวรํ อาหราเปตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ นีหริตฺวา อฏฺฐาสิ. ตรุณทารกา เถรํ ฐิตํ ทิสฺวา ‘อิมินา โกจิ อตฺโถ ภวิสฺสตี’ติ วาลุกํ ปุญฺฉิตฺวา มธุกผลตฺตจํ ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา อทํสุ; เถรา ปริภุญฺชึสุ. สตฺตาหมตฺตํ โสเยว อาหาโร อโหสิ.

อนุปุพฺเพน โจริยสฺสรํ สมฺปาปุณึสุ. มนุสฺสา กุมุทานิ คเหตฺวา กุมุทนาเล ฉฑฺเฑตฺวา อคมํสุ. เถโร ‘‘อาวุโส มหาโสณ, ภิกฺขาหาโร ปญฺญายตี’’ติ วตฺวา ปตฺตจีวรํ อาหราเปตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ นีหริตฺวา อฏฺฐาสิ. คามทารกา กุมุทนาเล โสเธตฺวา ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา อทํสุ; เถรา ปริภุญฺชึสุ. สตฺตาหมตฺตํ โสว อาหาโร อโหสิ.

อนุปุพฺเพน จรนฺตา ปณฺณขาทกมนุสฺสานํ วสนฏฺฐาเน เอกํ คามทฺวารํ สมฺปาปุณึสุ. ตตฺถ เอกิสฺสา ทาริกาย มาตาปิตโร อรญฺญํ คจฺฉนฺตา ‘‘สเจ โกจิ อยฺโย อาคจฺฉติ, กตฺถจิ คนฺตุํ มา อทาสิ; อยฺยสฺส วสนฏฺฐานํ อาจิกฺเขยฺยาสิ, อมฺมา’’ติ อาหํสุ. สา เถเร ทิสฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา นิสีทาเปสิ. เคเห ธญฺญชาติ นาม นตฺถิ. วาสึ ปน คเหตฺวา คุญฺชโจจรุกฺขตฺตจํ คุญฺชลตาปตฺเตหิ สทฺธึ เอกโต โกฏฺเฏตฺวา ตโย ปิณฺเฑ กตฺวา เอกํ อิสิทตฺตตฺเถรสฺส เอกํ มหาโสณตฺเถรสฺส ปตฺเต ฐเปตฺวา ‘อติเรกปิณฺฑํ อิสิทตฺตตฺเถรสฺส ปตฺเต ฐเปสฺสามี’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. หตฺโถ ปริวตฺติตฺวา มหาโสณตฺเถรสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. อิสิทตฺตตฺเถโร ‘พฺราหฺมณติสฺสภเย คุญฺชโจจปิณฺเฑ วิปากทายกกมฺมํ เทสกาลสมฺปทาย กีวปมาณํ วิปากํ ทสฺสตี’ติ อาห. เต ตํ ปริภุญฺชิตฺวา วสนฏฺฐานํ อคมํสุ. สาปิ อรญฺญโต อาคตานํ มาตาปิตูนํ อาจิกฺขิ ‘‘เทฺว เถรา อาคตา. เตสํ เม วสนฏฺฐานํ อาจิกฺขิต’’นฺติ. เต อุโภปิ เถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ยํ มยํ ลภาม, เตน ตุเมฺห ปฏิชคฺคิสฺสาม; อิเธว วสถา’’ติ ปฏิญฺญํ คณฺหึสุ. เถราปิ สพฺพภยกาลํ เต อุปนิสฺสาย วสึสุ.

พฺราหฺมณติสฺสโจเร มเต ปิตุมหาราชา ฉตฺตํ อุสฺสาเปสิ. ‘ภยํ วูปสนฺตํ, ชนปโท สมฺปุณฺโณ’ติ สุตฺวา ปรสมุทฺทโต ภิกฺขุสงฺโฆ นาวาย มหาติตฺถปฏฺฏเน โอรุยฺห ‘มหาโสณตฺเถโร กหํ วสตี’ติ ปุจฺฉิตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เถโร ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร กาลกคาเม มณฺฑลารามวิหารํ สมฺปาปุณิ. ตสฺมึ สมเย กาลกคาเม สตฺตมตฺตานิ กุลสตานิ ปฏิวสนฺติ. รตฺติภาเค เทวตา อาหิณฺฑิตฺวา ‘‘มหาโสณตฺเถโร ปญฺจภิกฺขุสตปริวาโร มณฺฑลารามวิหารํ ปตฺโต. เอเกโก นวหตฺถสาฏเกน สทฺธึ เอเกกกหาปณคฺฆนกํ ปิณฺฑปาตํ เทตู’’ติ มนุสฺเส อโวจุํ. ปุนทิวเส จ เถรา กาลกคามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. มนุสฺสา นิสีทาเปตฺวา ยาคุํ อทํสุ. มณฺฑลารามวาสี ติสฺสภูติตฺเถโร สงฺฆตฺเถโร หุตฺวา นิสีทิ. เอโก มหาอุปาสโก ตํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, มหาโสณตฺเถโร นาม กตโร’’ติ ปุจฺฉิ. เตน สมเยน เถโร นวโก โหติ ปริยนฺเต นิสินฺโน. เถโร หตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘มหาโสโณ นาม เอส, อุปาสกา’’ติ อาห. อุปาสโก ตํ วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คณฺหาติ. เถโร น เทติ. ติสฺสภูติตฺเถโร ‘‘อาวุโส โสณ, ยถา ตฺวํ น ชานาสิ, มยมฺปิ เอวเมว น ชานาม; ปุญฺญวนฺตานํ เทวตา ปริปาเจนฺติ; ปตฺตํ เทหิ, สพฺรหฺมจารีนํ สงฺคหํ กโรหี’’ติ อาห. เถโร ปตฺตํ อทาสิ. มหาอุปาสโก ปตฺตํ อาทาย คนฺตฺวา กหาปณคฺฆนกสฺส ปิณฺฑปาตสฺส ปูเรตฺวา นวหตฺถสาฏกํ อาธารกํ กตฺวา อาหริตฺวา เถรสฺส หตฺเถ ฐเปสิ; อปโรปิ อุปาสโก เถรสฺสาติ สตฺต สาฏกสตานิ สตฺต จ ปิณฺฑปาตสตานิ เถรสฺเสว อทํสุ.

เถโร ภิกฺขุสงฺฆสฺส สํวิภาคํ กตฺวา อนุปุพฺเพน มหาวิหารํ ปาปุณิตฺวา มุขํ โธวิตฺวา มหาโพธึ วนฺทิตฺวา มหาเจติยํ วนฺทิตฺวา ถูปาราเม ฐิโต จีวรํ ปารุปิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสิตฺวา ทฺวารโต ยาว วฬญฺชนกสาลา เอตสฺมึ อนฺตเร สฏฺฐิกหาปณคฺฆนกํ ปิณฺฑปาตํ ลภิ. ตโต ปฏฺฐาย ปน สกฺการสฺส ปมาณํ นตฺถิ. เอวํ กาลวิปตฺติยํ มธุกผลตฺตโจปิ กุมุทนาฬิปิ ทุลฺลภา ชาตา. กาลสมฺปตฺติยํ เอวรูโป มหาลาโภ อุทปาทิ.

วตฺตพฺพกนิโคฺรธตฺเถรสฺสาปิ สามเณรกาเล พฺราหฺมณติสฺสภยํ อุทปาทิ. สามเณโร จ อุปชฺฌาโย จสฺส ปรสมุทฺทํ นาคมึสุ; ‘ปณฺณขาทกมนุสฺเส อุปนิสฺสาย วสิสฺสามา’ติ ปจฺจนฺตาภิมุขา อเหสุํ. สามเณโร สตฺตาหมตฺตํ อนาหาโร หุตฺวา เอกสฺมึ คามฏฺฐาเน ตาลรุกฺเข ตาลปกฺกํ ทิสฺวา อุปชฺฌายํ อาห – ‘‘ภนฺเต, โถกํ อาคเมถ; ตาลปกฺกํ ปาเตสฺสามี’’ติ. ‘‘ทุพฺพโลสิ ตฺวํ, สามเณร, มา อภิรุหี’’ติ. ‘‘อภิรุหิสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ ขุทฺทกวาสึ คเหตฺวา ตาลํ อารุยฺห ตาลปิณฺฑํ ฉินฺทิตุํ อารภิ. วาสิผลํ นิกฺขมิตฺวา ภูมิยํ ปติ.

เถโร จินฺเตสิ ‘‘อยํ กิลนฺโตว รุกฺขํ อารุโฬฺห; กึ นุ โข อิทานิ กริสฺสตี’’ติ สามเณโร ตาลปณฺณํ ผาเลตฺวา ผาเลตฺวา วาสิทณฺฑเก พนฺธิตฺวา ฆฏฺเฏนฺโต ฆฏฺเฏนฺโต ภูมิยํ ปาเตตฺวา ‘‘ภนฺเต, สาธุ วตสฺส สเจ วาสิผลํ เอตฺถ ปเวเสยฺยาถา’’ติ อาห. เถโร ‘อุปายสมฺปนฺโน สามเณโร’ติ วาสิผลํ ปเวเสตฺวา อทาสิ. โส วาสึ อุกฺขิปิตฺวา ตาลผลานิ ปาเตสิ. เถโร วาสึ ปาตาเปตฺวา ปวฏฺฏิตฺวา คตํ ตาลผลํ ภินฺทิตฺวา สามเณรํ โอติณฺณกาเล อาห ‘‘สามเณร, ตฺวํ ทุพฺพโล, อิทํ ตาว ขาทาหี’’ติ. ‘‘นาหํ, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ อขาทิเต ขาทิสฺสามี’’ติ วาสึ คเหตฺวา ตาลผลานิ ภินฺทิตฺวา ปตฺตํ นีหริตฺวา ตาลมิญฺชํ ปกฺขิปิตฺวา เถรสฺส ทตฺวา สยํ ขาทิ. ยาว ตาลผลานิ อเหสุํ, ตาว ตตฺเถว วสิตฺวา ผเลสุ ขีเณสุ อนุปุพฺเพน ปณฺณขาทกมนุสฺสานํ วสนฏฺฐาเน เอกํ ฉฑฺฑิตวิหารํ ปวิสึสุ. สามเณโร เถรสฺส วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคิ. เถโร สามเณรสฺส โอวาทํ ทตฺวา วิหารํ ปาวิสิ. สามเณโร ‘อนายตเน นฏฺฐานํ อตฺตภาวานํ ปมาณํ นตฺถิ, พุทฺธานํ อุปฏฺฐานํ กริสฺสามี’ติ เจติยงฺคณํ คนฺตฺวา อปฺปหริตํ กโรติ; สตฺตาหมตฺตํ นิราหารตาย ปเวธมาโน ปติตฺวา นิปนฺนโกว ติณานิ อุทฺธรติ. เอกจฺเจ จ มนุสฺสา อรญฺเญ จรนฺตา มธุํ ลภิตฺวา ทารูนิ เจว สากปณฺณญฺจ คเหตฺวา ติณจลนสญฺญาย ‘มิโค นุ โข เอโส’ติ สามเณรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ กโรสิ, สามเณรา’’ติ อาหํสุ. ‘‘ติณคณฺฐึ คณฺหามิ, อุปาสกา’’ติ. ‘‘อญฺโญปิ โกจิ อตฺถิ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อาม, อุปาสกา, อุปชฺฌาโย เม อนฺโตคพฺเภ’’ติ. ‘‘มหาเถรสฺส ทตฺวา ขาเทยฺยาสิ, ภนฺเต’’ติ สามเณรสฺส มธุํ ทตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘มยํ สาขาภงฺคํ กโรนฺตา คมิสฺสาม. เอตาย สญฺญาย เถรํ คเหตฺวา อาคจฺเฉยฺยาสิ, อยฺยา’’ติ วตฺวา อคมํสุ.

สามเณโร มธุํ คเหตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา พหิ ฐตฺวา ‘‘วนฺทามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. เถโร ‘สามเณโร ชิฆจฺฉาย อนุฑยฺหมาโน อาคโต ภวิสฺสตี’ติ ตุณฺหี อโหสิ. โส ปุนปิ ‘‘วนฺทามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ‘‘กสฺมา, สามเณร, ทุพฺพลภิกฺขูนํ สุเขน นิปชฺชิตุํ น เทสี’’ติ? ‘‘ทฺวารํ วิวริตุํ สารุปฺปํ, ภนฺเต’’ติ? เถโร อุฏฺฐหิตฺวา ทฺวารํ วิวริตฺวา ‘‘กึ เต, สามเณร, ลทฺธํ’’ติ อาห. มนุสฺเสหิ มธุ ทินฺนํ, ขาทิตุํ สารุปฺปํ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สามเณร, เอวเมว ขาทิตุํ กิลมิสฺสาม, ปานกํ กตฺวา ปิวิสฺสามา’’ติ. สามเณโร ปานกํ กตฺวา อทาสิ. อถ นํ เถโร ‘‘มนุสฺสานํ วสนฏฺฐานํ ปุจฺฉสิ, สามเณรา’’ติ อาห. สยเมว อาจิกฺขึสุ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘สามเณร, ปาโตว คจฺฉนฺตา กิลมิสฺสาม; อชฺเชว คมิสฺสามา’’ติ ปตฺตจีวรํ คณฺหาเปตฺวา นิกฺขมิ. เต คนฺตฺวา มนุสฺสานํ วสนฏฺฐานสฺส อวิทูเร นิปชฺชึสุ.

สามเณโร รตฺติภาเค จินฺเตสิ – ‘มยา ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย คามนฺเต อรุณํ นาม น อุฏฺฐาปิตปุพฺพ’นฺติ. โส ปตฺตํ คเหตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปตุํ อรญฺญํ อคมาสิ. มหาเถโร สามเณรํ นิปนฺนฏฺฐาเน อปสฺสนฺโต ‘มนุสฺสขาทเกหิ คหิโต ภวิสฺสตี’ติ จินฺเตสิ. สามเณโร อรญฺเญ อรุณํ อุฏฺฐาเปตฺวา ปตฺเตน อุทกญฺจ ทนฺตกฏฺฐญฺจ คเหตฺวา อาคมิ. ‘‘สามเณร, กุหึ คโตสิ? มหลฺลกภิกฺขูนํ เต วิตกฺโก อุปฺปาทิโต; ทณฺฑกมฺมํ อาหรา’’ติ. ‘‘อาหริสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ. เถโร มุขํ โธวิตฺวา จีวรํ ปารุปิ. อุโภปิ มนุสฺสานํ วสนฏฺฐานํ อคมํสุ. มนุสฺสาปิ อตฺตโน ปริโภคํ กนฺทมูลผลปณฺณํ อทํสุ. เถโรปิ ปริภุญฺชิตฺวา วิหารํ อคมาสิ. สามเณโร อุทกํ อาหริตฺวา ‘‘ปาเท โธวามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ‘‘สามเณร, ตฺวํ รตฺตึ กุหึ คโต? อมฺหากํ วิตกฺกํ อุปฺปาเทสี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, คามนฺเต เม อรุณํ น อุฏฺฐาปิตปุพฺพํ; อรุณุฏฺฐาปนตฺถาย อรญฺญํ อคมาสิ’’นฺติ. ‘‘สามเณร, น ตุยฺหํ ทณฺฑกมฺมํ อนุจฺฉวิกํ อมฺหากเมว อนุจฺฉวิก’’นฺติ วตฺวา เถโร ตสฺมึเยว ฐาเน วสิ; สามเณรสฺส จ สญฺญํ อทาสิ ‘‘มยํ ตาว มหลฺลกา; ‘อิทํ นาม ภวิสฺสตี’ติ น สกฺกา ชานิตุํ. ตุวํ อตฺตานํ รกฺเขยฺยาสี’’ติ. เถโร กิร อนาคามี. ตํ อปรภาเค มนุสฺสขาทกา ขาทึสุ. สามเณโร อตฺตานํ รกฺขิตฺวา ภเย วูปสนฺเต ตถารูเป ฐาเน อุปชฺฌํ คาหาเปตฺวา อุปสมฺปนฺโน พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา ติปิฏกธโร หุตฺวา วตฺตพฺพกนิโคฺรธตฺเถโร นาม ชาโต.

ปิตุมหาราชา รชฺชํ ปฏิปชฺชิ. ปรสมุทฺทา อาคตาคตา ภิกฺขู ‘‘กหํ วตฺตพฺพกนิโคฺรธตฺเถโร, กหํ วตฺตพฺพกนิโคฺรธตฺเถโร’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อคมํสุ. มหาภิกฺขุสงฺโฆ เถรํ ปริวาเรสิ. โส มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อนุปุพฺเพน มหาวิหารํ ปตฺวา มหาโพธึ มหาเจติยํ ถูปารามญฺจ วนฺทิตฺวา นครํ ปายาสิ. ยาว ทกฺขิณทฺวารา คจฺฉนฺตสฺเสว นวสุ ฐาเนสุ ติจีวรํ อุปปชฺชิ; อนฺโตนครํ ปวิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย มหาสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. อิติ กาลวิปตฺติยํ ตาลผลกนฺทมูลปณฺณมฺปิ ทุลฺลภํ ชาตํ. กาลสมฺปตฺติยํ เอวรูโป มหาลาโภ อุปฺปนฺโนติ. เอวํ กาลวิปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ กาลสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ.

อปรสฺสาปิ พหูนิ กลฺยาณกมฺมานิ โหนฺติ. ตานิ ปโยควิปตฺติยํ ฐิตสฺส น วิปจฺเจยฺยุํ. โส ปน เอเกน กลฺยาณกมฺเมน สมฺมาปโยเค ปติฏฺฐิโต ตีณิ สุจริตานิ ปูเรติ, ปญฺจสีลํ ทสสีลํ รกฺขติ. กาลสมฺปตฺติยํ นิพฺพตฺตสฺส ราชาโน สพฺพาลงฺการปติมณฺฑิตา ราชกญฺญาโย ‘เอตสฺส อนุจฺฉวิกา’ติ เปเสนฺติ, ยานวาหนมณิสุวณฺณรชตาทิเภทํ ตํ ตํ ปณฺณาการํ ‘เอตสฺส อนุจฺฉวิก’นฺติ เปเสนฺติ.

ปพฺพชฺชูปคโตปิ มหายโส โหติ มหานุภาโว. ตตฺริทํ วตฺถุ – กูฏกณฺณราชา กิร คิริคามกณฺณวาสิกํ จูฬสุธมฺมตฺเถรํ มมายติ. โส อุปฺปลวาปิยํ วสมาโน เถรํ ปกฺโกสาเปสิ. เถโร อาคนฺตฺวา มาลารามวิหาเร วสติ. ราชา เถรสฺส มาตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เถโร ปิยายตี’’ติ? ‘‘กนฺทํ มหาราชา’’ติ. ราชา กนฺทํ คาหาเปตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา เถรสฺส ททมาโน มุขํ อุลฺโลเกตุํ นาสกฺขิ. โส นิกฺขมิตฺวา จ พหิปริเวเณ เทวึ ปุจฺฉิ – ‘‘กีทิโส เถโร’’ติ? ‘‘ตฺวํ ปุริโส หุตฺวา อุลฺโลเกตุํ น สกฺโกสิ; อหํ กถํ สกฺขิสฺสามิ? นาหํ ชานามิ กีทิโส’’ติ. ราชา ‘มม รฏฺเฐ พลิการคหปติปุตฺตํ อุลฺโลเกตุํ น วิสหามิ. มหนฺตํ วต โภ พุทฺธสาสนํ นามา’ติ อปฺโผเฏสิ. ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรมฺปิ มมายติ. ตสฺส องฺคุลิยํ เอกา ปิฬกา อุฏฺฐหิ. ราชา ‘เถรํ ปสฺสิสฺสามี’ติ วิหารํ คนฺตฺวา พลวเปเมน องฺคุลึ มุเขน คณฺหิ. อนฺโตมุเขเยว ปิฬกา ภินฺนา, ปุพฺพโลหิตํ อนุฏฺฐุภิตฺวา เถเร สิเนเหน อมตํ วิย อชฺโฌหริ. โสเยว เถโร อปรภาเค มรณมญฺเจ นิปชฺชิ. ราชา คนฺตฺวา อสุจิกปลฺลกํ สีเส ฐเปตฺวา ‘ธมฺมสกฏสฺส อกฺโข ภิชฺชติ อกฺโข ภิชฺชตี’ติ ปริเทวมาโน วิจริ. ปถวิสฺสรสฺส อสุจิกปลฺลกํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา วิจรณํ นาม กสฺส คตมคฺโค? สมฺมาปโยคสฺส คตมคฺโคติ. เอวํ ปโยควิปตฺติปฏิพาหิตตฺตา วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตานิ ปโยคสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตีติ ปชานาติ. เอวํ จตูหิ วิปตฺตีหิ ปฏิพาหิตํ กลฺยาณกมฺมํ วิปากํ อทตฺวา จตสฺโส สมฺปตฺติโย อาคมฺม เทติ.

ตตฺริทํ ภูตมตฺถํ กตฺวา โอปมฺมํ – เอโก กิร มหาราชา เอกสฺส อมจฺจสฺส อปฺปมตฺเตน กุชฺฌิตฺวา ตํ พนฺธนาคาเร พนฺธาเปสิ. ตสฺส ญาตกา รญฺโญ กุทฺธภาวํ ญตฺวา กิญฺจิ อวตฺวา จณฺฑโกเป วิคเต ราชานํ ตสฺส นิรปราธภาวํ ชานาเปสุํ. ราชา มุญฺจิตฺวา ตสฺส ฐานนฺตรํ ปฏิปากติกํ อกาสิ. อถสฺส ตโต ตโต อาคจฺฉนฺตานํ ปณฺณาการานํ ปมาณํ นาโหสิ. มนุสฺสา สมฺปฏิจฺฉิตุํ นาสกฺขึสุ. ตตฺถ รญฺโญ อปฺปมตฺตเกน กุชฺฌิตฺวา ตสฺส พนฺธนาคาเร พนฺธาปิตกาโล วิย ปุถุชฺชนสฺส นิรเย นิพฺพตฺตกาโล. อถสฺส ญาตเกหิ ราชานํ สญฺญาเปตฺวา ฐานนฺตรสฺส ปฏิปากติกกรณกาโล วิย ตสฺส สคฺเค นิพฺพตฺตกาโล. ปณฺณาการํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ อสมตฺถกาโล วิย จตสฺโส สมฺปตฺติโย อาคมฺม กลฺยาณกมฺมานํ เทวโลกโต มนุสฺสโลกํ, มนุสฺสโลกโต เทวโลกนฺติ เอวํ สุขฏฺฐานโต สุขฏฺฐานเมว เนตฺวา กปฺปสตสหสฺสมฺปิ สุขวิปากํ ทตฺวา นิพฺพานสมฺปาปนํ เวทิตพฺพํ.

เอวํ ตาว ปาฬิวเสเนว ทุติยํ พลํ ทีเปตฺวา ปุน ‘‘อโหสิ กมฺมํ อโหสิ กมฺมวิปาโก’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๔) อิมินา ปฏิสมฺภิทานเยนาปิ ทีเปตพฺพํ. ตตฺถ ‘อโหสิ กมฺม’นฺติ อตีเต อายูหิตํ กมฺมํ อตีเตเยว อโหสิ. เยน ปน อตีเต วิปาโก ทินฺโน, ตํ สนฺธาย ‘อโหสิ กมฺมวิปาโก’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทีสุ ปน พหูสุปิ อายูหิเตสุ เอกํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ วิปากํ เทติ, เสสานิ อวิปากานิ. เอกํ อุปปชฺชเวทนียํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒติ, เสสานิ อวิปากานิ. เอเกนานนฺตริเยน นิรเย อุปปชฺชติ, เสสานิ อวิปากานิ. อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ เอกาย พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตติ, เสสา อวิปากา. อิทํ สนฺธาย ‘นาโหสิ กมฺมวิปาโก’ติ วุตฺตํ. โย ปน พหุมฺปิ กุสลากุสลํ กมฺมํ กตฺวา กลฺยาณมิตฺตํ นิสฺสาย อรหตฺตํ ปาปุณาติ, เอตสฺส กมฺมวิปาโก ‘นาโหสิ’ นาม. ยํ อตีเต อายูหิตํ เอตรหิ วิปากํ เทติ ตํ ‘อโหสิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ ปุริมนเยเนว อวิปากตํ อาปชฺชติ ตํ ‘อโหสิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ อตีเต อายูหิตํ อนาคเต วิปากํ ทสฺสติ ตํ ‘อโหสิ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ ปุริมนเยน อวิปากตํ อาปชฺชิสฺสติ ตํ ‘อโหสิ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’ นาม.

ยํ เอตรหิ อายูหิตํ เอตรหิเยว วิปากํ เทติ ตํ ‘อตฺถิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ ปุริมนเยเนว อวิปากตํ อาปชฺชติ ตํ ‘อตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ เอตรหิ อายูหิตํ อนาคเต วิปากํ ทสฺสติ ตํ ‘อตฺถิ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ ปุริมนเยเนว อวิปากตํ อาปชฺชิสฺสติ ตํ ‘อตฺถิ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’ นาม.

ยํ สยมฺปิ อนาคตํ, วิปาโกปิสฺส อนาคโต ตํ ‘ภวิสฺสติ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’ นาม. ยํ สยํ ภวิสฺสติ, ปุริมนเยเนว อวิปากตํ อาปชฺชิสฺสติ ตํ ‘ภวิสฺสติ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’ นาม.

อิทํ ตถาคตสฺสาติ อิทํ สพฺเพหิปิ เอเตหิ อากาเรหิ ตถาคตสฺส กมฺมนฺตรวิปากนฺตรชานนญาณํ อกมฺปิยฏฺเฐน ทุติยพลํ เวทิตพฺพนฺติ.

ทุติยพลนิทฺเทสวณฺณนา.

ตติยพลนิทฺเทโส

๘๑๑. ตติยพลนิทฺเทเส มคฺโคติ วา ปฏิปทาติ วา กมฺมสฺเสเวตํ นามํ. นิรยคามินีติอาทีสุ นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรติอตฺเถน จ นิรโย. อุทฺธํ อนุคนฺตฺวา ติริยํ อญฺจิตาติ ติรจฺฉานา; ติรจฺฉานาเยว ติรจฺฉานโยนิ. เปตตาย เปตฺติ; อิโต เปจฺจ คตภาเวนาติ อตฺโถ. เปตฺติเยว เปตฺติวิสโย. มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา; มนุสฺสาว มนุสฺสโลโก. ทิพฺพนฺติ ปญฺจหิ กามคุเณหิ อธิมตฺตาย วา ฐานสมฺปตฺติยาติ เทวา; เทวาว เทวโลโก. วานํ วุจฺจติ ตณฺหา; ตํ ตตฺถ นตฺถีติ นิพฺพานํ. นิรยํ คจฺฉตีติ นิรยคามี. อิทํ มคฺคํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฏิปทา ปน นิรยคามินี นาม โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อิทํ สพฺพมฺปิ ปฏิปทํ ตถาคโต ปชานาติ.

กถํ? สกลคามวาสิเกสุปิ หิ เอกโต เอกํ สูกรํ วา มิคํ วา ชีวิตา โวโรเปนฺเตสุ สพฺเพสมฺปิ เจตนา ปรสฺส ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณาว โหติ. ตํ ปน กมฺมํ เตสํ อายูหนกฺขเณเยว นานา โหติ. เตสุ หิ เอโก อาทเรน ฉนฺทชาโต กโรติ. เอโก ‘เอหิ ตฺวมฺปิ กโรหี’ติ ปเรหิ นิปฺปีฬิตตฺตา กโรติ. เอโก สมานจฺฉนฺโท วิย หุตฺวา อปฺปฏิพาหิยมาโน วิจรติ. เตสุ เอโก เตเนว กมฺเมน นิรเย นิพฺพตฺตติ, เอโก ติรจฺฉานโยนิยํ, เอโก เปตฺติวิสเย. ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณเยว ‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส ติรจฺฉานโยนิยํ, เอส เปตฺติวิสเย’ติ ปชานาติ. นิรเย นิพฺพตฺตมานมฺปิ ‘เอส อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส โสฬสสุ อุสฺสทนิรเยสุ นิพฺพตฺติสฺสตี’ติ ปชานาติ. ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตมานมฺปิ ‘เอส อปาทโก ภวิสฺสติ, เอส ทฺวิปาทโก, เอส จตุปฺปาทโก, เอส พหุปฺปาทโก’ติ ปชานาติ. เปตฺติวิสเย นิพฺพตฺตมานมฺปิ ‘เอส นิชฺฌามตณฺหิโก ภวิสฺสติ, เอส ขุปฺปิปาสิโก, เอส ปรทตฺตูปชีวี’ติ ปชานาติ. เตสุ จ กมฺเมสุ ‘อิทํ กมฺมํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ น สกฺขิสฺสติ, ทุพฺพลํ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกํ ภวิสฺสตีติ ปชานาติ.

ตถา สกลคามวาสิเกสุ เอกโต ปิณฺฑปาตํ ททมาเนสุ สพฺเพสมฺปิ เจตนา ปิณฺฑปาตารมฺมณาว โหติ. ตํ ปน กมฺมํ เตสํ อายูหนกฺขเณเยว ปุริมนเยน นานา โหติ. เตสุ เกจิ เทวโลเก นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, เกจิ มนุสฺสโลเก. ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณเยว ‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เทวโลเก’ติ ปชานาติ. เทวโลเก นิพฺพตฺตมานานมฺปิ ‘เอส ปรนิมฺมิตวสวตฺตีสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส นิมฺมานรตีสุ, เอส ตุสิเตสุ, เอส ยาเมสุ, เอส ตาวตึเสสุ, เอส จาตุมหาราชิเกสุ, เอส ภุมฺมเทเวสุ; เอส ปน เชฏฺฐกเทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เอตสฺส ทุติยํ วา ตติยํ วา ฐานนฺตรํ กโรนฺโต ปริจารโก หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสตี’ติ ปชานาติ. มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺตมานานมฺปิ ‘เอส ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส พฺราหฺมณกุเล, เอส เวสฺสกุเล, เอส สุทฺทกุเล; เอส ปน มนุสฺเสสุ ราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เอตสฺส ทุติยํ วา ตติยํ วา ฐานนฺตรํ กโรนฺโต ปริจารโก หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสตี’ติ ปชานาติ. เตสุ จ กมฺเมสุ ‘อิทํ กมฺมํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ น สกฺขิสฺสติ, ทุพฺพลํ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกํ ภวิสฺสตี’ติ ปชานาติ.

ตถา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปนฺเตสุเยว เยน นีหาเรน วิปสฺสนา อารทฺธา, ‘เอส อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ, เอส อรหตฺตํ ปตฺตุํ น สกฺขิสฺสติ, เอส อนาคามีเยว ภวิสฺสติ, เอส สกทาคามีเยว, เอส โสตาปนฺโนเยว; เอส ปน มคฺคํ วา ผลํ วา สจฺฉิกาตุํ น สกฺขิสฺสติ, ลกฺขณารมฺมณาย วิปสฺสนายเมว ฐสฺสติ; เอส ปจฺจยปริคฺคเหเยว, เอส นามรูปปริคฺคเหเยว, เอส อรูปปริคฺคเหเยว, เอส รูปปริคฺคเหเยว ฐสฺสติ, เอส มหาภูตมตฺตเมว ววตฺถาเปสฺสติ, เอส กิญฺจิ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺขิสฺสตี’ติ ปชานาติ.

กสิณปริกมฺมํ กโรนฺเตสุปิ ‘เอตสฺส ปริกมฺมมตฺตเมว ภวิสฺสติ, นิมิตฺตํ อุปฺปาเทตุํ น สกฺขิสฺสติ; เอส ปน นิมิตฺตํ อุปฺปาเทตุํ สกฺขิสฺสติ, อปฺปนํ ปาเปตุํ น สกฺขิสฺสติ; เอส อปฺปนํ ปาเปตฺวา ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ปชานาตีติ.

ตติยพลนิทฺเทสวณฺณนา.

จตุตฺถพลนิทฺเทโส

๘๑๒. จตุตฺถพลนิทฺเทเส ขนฺธนานตฺตนฺติ ‘อยํ รูปกฺขนฺโธ นาม…เป… อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นามา’ติ เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นานากรณํ ปชานาติ. เตสุปิ ‘เอกวิเธน รูปกฺขนฺโธ…เป… เอกาทสวิเธน รูปกฺขนฺโธ. เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ…เป… พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ…เป… เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ…เป… เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ…เป… เอกวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ…เป… พหุวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ’ติ เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส นานตฺตํ ปชานาติ. อายตนนานตฺตนฺติ ‘อิทํ จกฺขายตนํ นาม…เป… อิทํ ธมฺมายตนํ นาม. ตตฺถ ทสายตนา กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกา’ติ เอวํ อายตนนานตฺตํ ปชานาติ. ธาตุนานตฺตนฺติ ‘อยํ จกฺขุธาตุ นาม…เป… อยํ มโนวิญฺญาณธาตุ นาม. ตตฺถ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกา’ติ เอวํ ธาตุนานตฺตํ ปชานาติ.

ปุน อเนกธาตุนานาธาตุโลกนานตฺตนฺติ อิทํ น เกวลํ อุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺเสว นานตฺตํ ตถาคโต ปชานาติ, อนุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺสาปิ นานตฺตํ ตถาคโต ปชานาติเยวาติ ทสฺเสตุํ คหิตํ. ปจฺเจกพุทฺธา หิ เทฺว จ อคฺคสาวกา อุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺสาปิ นานตฺตํ เอกเทสโตว ชานนฺติ โน นิปฺปเทสโต, อนุปาทินฺนกโลกสฺส ปน นานตฺตํ น ชานนฺติ. สพฺพญฺญุพุทฺโธ ปน ‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส นาม รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต โหติ, อิมสฺส กาฬโก, อิมสฺส มฏฺโฏ; อิมสฺส พหลตฺตโจ, อิมสฺส ตนุตฺตโจ; อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส รุกฺขสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ นาม โหติ; อิมาย ปน ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส รุกฺขสฺส ปุปฺผํ นีลกํ โหติ, ปีตกํ, โลหิตกํ, โอทาตํ, สุคนฺธํ, ทุคฺคนฺธํ โหติ; อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย ผลํ ขุทฺทกํ โหติ, มหนฺตํ, ทีฆํ, รสฺสํ, วฏฺฏํ, สุสณฺฐานํ, ทุสฺสณฺฐานํ, มฏฺฐํ, ผรุสํ, สุคนฺธํ, ทุคฺคนฺธํ, มธุรํ, ติตฺตกํ, อมฺพิลํ, กฏุกํ, กสาวํ โหติ; อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส รุกฺขสฺส กณฺฏโก ติขิโณ โหติ, อติขิโณ, อุชุโก, กุฏิโล, ตมฺโพ, กาฬโก, นีโล, โอทาโต โหตี’ติ เอวํ อนุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺส นานตฺตํ ปชานาติ. สพฺพญฺญุพุทฺธานํเยว หิ เอตํ พลํ, น อญฺเญสนฺติ.

จตุตฺถพลนิทฺเทสวณฺณนา.

ปญฺจมพลนิทฺเทโส

๘๑๓. ปญฺจมพลนิทฺเทเส หีนาธิมุตฺติกาติ หีนชฺฌาสยา. ปณีตาธิมุตฺติกาติ กลฺยาณชฺฌาสยา. เสวนฺตีติ นิสฺสยนฺติ อลฺลียนฺติ. ภชนฺตีติ อุปสงฺกมนฺติ. ปยิรุปาสนฺตีติ ปุนปฺปุนํ อุปสงฺกมนฺติ. สเจ หิ อาจริยุปชฺฌายา น สีลวนฺโต โหนฺติ, สทฺธิวิหาริกา สีลวนฺโต โหนฺติ, เต อตฺตโน อาจริยุปชฺฌาเยปิ น อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตนา สทิเส สารุปฺปภิกฺขูเยว อุปสงฺกมนฺติ. สเจ อาจริยุปชฺฌายา สารุปฺปภิกฺขู, อิตเร อสารุปฺปา, เตปิ น อาจริยุปชฺฌาเย อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตนา สทิเส หีนาธิมุตฺติเก เอว อุปสงฺกมนฺติ.

เอวํ อุปสงฺกมนํ ปน น เกวลํ เอตรเหว, อตีตานาคเตปีติ ทสฺเสตุํ อตีตมฺปิ อทฺธานนฺติอาทิมาห. ตํ อุตฺตานตฺถเมว. อิทํ ปน ทุสฺสีลานํ ทุสฺสีลเสวนเมว, สีลวนฺตานํ สีลวนฺตเสวนเมว, ทุปฺปญฺญานํ ทุปฺปญฺญเสวนเมว, ปญฺญวนฺตานํ ปญฺญวนฺตเสวนเมว โก นิยาเมตีติ? อชฺฌาสยธาตุ นิยาเมติ. สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู เอกํ คามํ คณภิกฺขาจารํ จรนฺติ. มนุสฺสา พหุภตฺตํ อาหริตฺวา ปตฺตานิ ปูเรตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ ยถาสภาเคน ปริภุญฺญถา’’ติ ทตฺวา อุยฺโยเชสุํ. ภิกฺขูปิ อาหํสุ ‘‘อาวุโส, มนุสฺสา ธาตุสํยุตฺตกมฺเม ปโยเชนฺตี’’ติ. ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโรปิ นาคทีเป เจติยํ วนฺทนาย ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ คจฺฉนฺโต เอกสฺมึ คาเม มนุสฺเสหิ นิมนฺติโต. เถเรน จ สทฺธึ เอโก อสารุปฺปภิกฺขุ อตฺถิ. ธุรวิหาเรปิ เอโก อสารุปฺปภิกฺขุ อตฺถิ. ทฺวีสุ ภิกฺขุสงฺเฆสุ คามํ โอสรนฺเตสุ เต อุโภปิ ชนา, กิญฺจาปิ อาคนฺตุเกน เนวาสิโก เนวาสิเกน วา อาคนฺตุโก น ทิฏฺฐปุพฺโพ, เอวํ สนฺเตปิ, เอกโต หุตฺวา หสิตฺวา หสิตฺวา กถยมานา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เถโร ทิสฺวา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน ชานิตฺวา ธาตุสํยุตฺตํ กถิต’’นฺติ อาห.

เอวํ ‘อชฺฌาสยธาตุ นิยาเมตี’ติ วตฺวา ธาตุสํยุตฺเตน อยเมวตฺโถ ทีเปตพฺโพ. คิชฺฌกูฏปพฺพตสฺมิญฺหิ คิลานเสยฺยาย นิปนฺโน ภควา อารกฺขณตฺถาย ปริวาเรตฺวา วสนฺเตสุ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทีสุ เอกเมกํ อตฺตโน อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ จงฺกมนฺตํ โอโลเกตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘‘ปสฺสถ โน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺต’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มหาปญฺญา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๙๙) สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพนฺติ.

ปญฺจมพลนิทฺเทสวณฺณนา.

ฉฏฺฐพลนิทฺเทโส

๘๑๔. ฉฏฺฐพลนิทฺเทเส อาสยนฺติ ยตฺถ สตฺตา อาสยนฺติ นิวสนฺติ, ตํ เตสํ นิวาสฏฺฐานํ ทิฏฺฐิคตํ วา ยถาภูตํ ญาณํ วา. อนุสยนฺติ อปฺปหีนานุสยิตํ กิเลสํ. จริตนฺติ กายาทีหิ อภิสงฺขตํ กุสลากุสลํ. อธิมุตฺตนฺติ อชฺฌาสยํ. อปฺปรชกฺเขติอาทีสุ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ อปฺปํ ปริตฺตํ ราคโทสโมหรชํ เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขา. ตสฺเสว มหนฺตตาย มหารชกฺขา. อุภเยนาปิ มนฺทกิเลเส มหากิเลเส จ สตฺเต ทสฺเสติ. เยสํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ, เต ติกฺขินฺทฺริยา. เยสํ ตานิ มุทูนิ, เต มุทินฺทฺริยา. เยสํ อาสยาทโย โกฏฺฐาสา สุนฺทรา, เต สฺวาการา. วิปรีตา ทฺวาการา. เย กถิตการณํ สลฺลกฺเขนฺติ, สุเขน สกฺกา โหนฺติ วิญฺญาเปตุํ, เต สุวิญฺญาปยา. วิปรีตา ทุวิญฺญาปยา. เย อริยมคฺคปฏิเวธสฺส อนุจฺฉวิกา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา, เต ภพฺพา. วิปรีตา อภพฺพา.

๘๑๕. เอวํ ฉฏฺฐพลสฺส มาติกํ ฐเปตฺวา อิทานิ ยถาปฏิปาฏิยา ภาเชนฺโต กตโม จ สตฺตานํ อาสโยติอาทิมาห. ตตฺถ สสฺสโต โลโกติอาทีนํ อตฺโถ เหฏฺฐา นิกฺเขปกณฺฑวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๑๐๕) วุตฺโตเยว. อิติ ภวทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา วาติ เอวํ สสฺสตทิฏฺฐึ วา สนฺนิสฺสิตา. สสฺสตทิฏฺฐิ หิ เอตฺถ ภวทิฏฺฐีติ วุตฺตา; อุจฺเฉททิฏฺฐิ จ วิภวทิฏฺฐีติ. สพฺพทิฏฺฐีนญฺหิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐี หิ สงฺคหิตตฺตา สพฺเพปิ ทิฏฺฐิคติกา สตฺตา อิมาว เทฺว ทิฏฺฐิโย สนฺนิสฺสิตา โหนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ทฺวยสนฺนิสฺสิโต โข ปนายํ, กจฺจาน, โลโก เยภุยฺเยน – อตฺถิตญฺเจว นตฺถิตญฺจา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕). เอตฺถ หิ อตฺถิตาติ สสฺสตํ, นตฺถิตาติ อุจฺเฉโท. อยํ ตาว วฏฺฏสนฺนิสฺสิตานํ ปุถุชฺชนสตฺตานํ อาสโย.

อิทานิ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตานํ สุทฺธสตฺตานํ อาสยํ ทสฺเสตุํ เอเต วา ปน อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอเต วา ปนาติ เอเตเยว. อุโภ อนฺเตติ สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาเต เทฺว อนฺเต. อนุปคมฺมาติ อนลฺลียิตฺวา. อิทปฺปจฺจยตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสูติ อิทปฺปจฺจยตาย เจว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺเมสุ จ. อนุโลมิกา ขนฺตีติ วิปสฺสนาญาณํ. ยถาภูตํ วา ญาณนฺติ มคฺคญาณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา ปฏิจฺจสมุปฺปาเท เจว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺเมสุ จ เอเต อุโภ สสฺสตุจฺเฉทอนฺเต อนุปคนฺตฺวา วิปสฺสนา ปฏิลทฺธา, ยญฺจ ตโต อุตฺตริมคฺคญาณํ – อยํ สตฺตานํ อาสโย, อยํ วฏฺฏสนฺนิสฺสิตานญฺจ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตานญฺจ สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ อาสโย, อิทํ วสนฏฺฐานนฺติ. อยํ อาจริยานํ สมานตฺถกถา.

วิตณฺฑวาที ปนาห – ‘มคฺโค นาม วาสํ วิทฺธํเสนฺโต คจฺฉติ, นนุ ตฺวํ มคฺโค วาโสติ วเทสี’ติ? โส วตฺตพฺโพ ‘ตฺวํ อริยวาสภาณโก โหสิ น โหสี’ติ? สเจ ปน ‘น โหมี’ติ วทติ, ‘อภาณกตาย น ชานาสี’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ ‘ภาณโกสฺมี’ติ วทติ, ‘สุตฺตํ อาหรา’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ อาหรติ, อิจฺเจตํ กุสลํ; โน เจ อาหรติ สยํ อาหริตพฺพํ – ‘‘ทสยิเม, ภิกฺขเว, อริยวาสา, เย อริยา อาวสึสุ วา อาวสนฺติ วา อาวสิสฺสนฺติ วา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๙). เอตญฺหิ สุตฺตํ มคฺคสฺส วาสภาวํ ทีเปติ. ตสฺมา สุกถิตเมเวตนฺติ. อิทํ ปน ภควา สตฺตานํ อาสยํ ชานนฺโต อิเมสญฺจ ทิฏฺฐิคตานํ วิปสฺสนาญาณมคฺคญาณานํ อปฺปวตฺติกฺขเณปิ ชานาติ เอว. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘กามํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล กามครุโก กามาสโย กามาธิมุตฺโต’ติ. เนกฺขมฺมํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล เนกฺขมฺมครุโก เนกฺขมฺมาสโย เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต’ติ. พฺยาปาทํ…เป… อพฺยาปาทํ… ถินมิทฺธํ…เป… อาโลกสญฺญํ เนกฺขมฺมํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล อาโลกสญฺญาครุโก อาโลกสญฺญาสโย อาโลกสญฺญาธิมุตฺโต’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓).

๘๑๖. อนุสยนิทฺเทเส กามราโค จ โส อปฺปหีนฏฺเฐน อนุสโย จาติ กามราคานุสโย. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ยํ โลเก ปิยรูปนฺติ ยํ อิมสฺมึ โลเก ปิยชาติกํ. สาตรูปนฺติ สาตชาติกํ อสฺสาทปทฏฺฐานํ อิฏฺฐารมฺมณํ. เอตฺถ สตฺตานํ ราคานุสโย อนุเสตีติ เอตสฺมึ อิฏฺฐารมฺมเณ สตฺตานํ อปฺปหีนฏฺเฐน ราคานุสโย อนุเสติ. ยถา นาม อุทเก นิมุคฺคสฺส เหฏฺฐา จ อุปริ จ สมนฺตภาเค จ อุทกเมว โหติ, เอวเมว อิฏฺฐารมฺมเณ ราคุปฺปตฺติ นาม สตฺตานํ อาจิณฺณสมาจิณฺณา. ตถา อนิฏฺฐารมฺมเณ ปฏิฆุปฺปตฺติ. อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสูติ เอวํ อิเมสุ ทฺวีสุ กามราคปฏิฆวนฺเตสุ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณธมฺเมสุ. อวิชฺชานุปติตาติ กามราคปฏิฆสมฺปยุตฺตา หุตฺวา อารมฺมณกรณวเสน อวิชฺชา อนุปติตา. ตเทกฏฺโฐติ ตาย อวิชฺชาย สมฺปยุตฺเตกฏฺฐวเสน เอกฏฺโฐ. มาโน จ ทิฏฺฐิ จ วิจิกิจฺฉา จาติ นววิโธ มาโน, ทฺวาสฏฺฐิวิธา ทิฏฺฐิ, อฏฺฐวตฺถุกา จ วิจิกิจฺฉา. ภวราคานุสโย ปเนตฺถ กามราคานุสเยเนว สงฺคหิโตติ เวทิตพฺโพ.

๘๑๗. จริตนิทฺเทเส เตรส เจตนา ปุญฺญาภิสงฺขาโร, ทฺวาทส อปุญฺญาภิสงฺขาโร, จตสฺโส อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. ตตฺถ กามาวจโร ปริตฺตภูมโก, อิตโร มหาภูมโก. ตีสุปิ วา เอเตสุ โย โกจิ อปฺปวิปาโก ปริตฺตภูมโก, พหุวิปาโก มหาภูมโกติ เวทิตพฺโพ.

๘๑๘. อธิมุตฺตินิทฺเทโส เหฏฺฐา ปกาสิโตว. กสฺมา ปนายํ อธิมุตฺติ เหฏฺฐา วุตฺตาปิ ปุน คหิตาติ? อยญฺหิ เหฏฺฐา ปาฏิเยกฺกํ พลทสฺสนวเสน คหิตา, อิธ สตฺตานํ ติกฺขินฺทฺริยมุทินฺทฺริยภาวทสฺสนตฺถํ.

๘๑๙. มหารชกฺขนิทฺเทเส อุสฺสทคตานีติ เวปุลฺลคตานิ. ปหานกฺกมวเสน เจส อุปฺปฏิปาฏิยา นิทฺเทโส กโต.

๘๒๐. อนุสฺสทคตานีติ อเวปุลฺลคตานึ. ติกฺขินฺทฺริยมุทินฺทฺริยนิทฺเทเส อุปนิสฺสยอินฺทฺริยานิ นาม กถิตานิ. อุปฺปฏิปาฏิยา นิทฺเทเส ปเนตฺถ ปโยชนํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๘๒๓. ตถา ทฺวาการนิทฺเทสาทีสุ ปาปาสยาติ อกุสลาสยา. ปาปจริตาติ อปุญฺญาภิสงฺขารปริปูรกา. ปาปาธิมุตฺติกาติ สกฺกายาภิรตา วฏฺฏชฺฌาสยา.

๘๒๔. สฺวาการนิทฺเทเส ยสฺมา กลฺยาณโก นาม อนุสโย นตฺถิ, ตสฺมา กลฺยาณานุสยาติ น วุตฺตํ. เสสํ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพํ.

๘๒๖. ภพฺพาภพฺพนิทฺเทเส กมฺมาวรเณนาติ ปญฺจวิเธน อานนฺตริยกมฺเมน. กิเลสาวรเณนาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา. วิปากาวรเณนาติ อเหตุกปฏิสนฺธิยา. ยสฺมา ปน ทุเหตุกานมฺปิ อริยมคฺคปฏิเวโธ นตฺถิ, ตสฺมา ทุเหตุกปฏิสนฺธิปิ วิปากาวรณเมวาติ เวทิตพฺพา. อสฺสทฺธาติ พุทฺธาทีสุ สทฺธารหิตา. อจฺฉนฺทิกาติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทรหิตา. อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา อจฺฉนฺทิกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐา. ทุปฺปญฺญาติ ภวงฺคปญฺญาย ปริหีนา. ภวงฺคปญฺญาย ปน ปริปุณฺณายปิ ยสฺส ภวงฺคํ โลกุตฺตรสฺส ปาทกํ น โหติ, โส ทุปฺปญฺโญเยว นาม. อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนิยามสงฺขาตํ มคฺคํ โอกฺกมิตุํ อภพฺพา.

๘๒๗. น กมฺมาวรเณนาติอาทีนิ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพานิ. อิทํ ทฺวินฺนํ ญาณานํ ภาชนียํ – อินฺทฺริยปโรปริยตฺติญาณสฺส จ อาสยานุสยญาณสฺส จ. เอตฺถ หิ อาสยานุสยญาเณน อินฺทฺริยปโรปริยตฺติญาณมฺปิ ภาชิตํ. อิติ อิมานิ เทฺว ญาณานิ เอกโต หุตฺวา เอกํ พลญาณํ นาม ชาตนฺติ.

ฉฏฺฐพลนิทฺเทสวณฺณนา.

สตฺตมพลนิทฺเทโส

๘๒๘. สตฺตมพลนิทฺเทเส ฌายตีติ ฌายี. จตฺตาโร ฌายีติ ฌายิโน จตฺตาโร ชนา วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ปฐมจตุกฺเก ตาว ปฐโม สมาปตฺติลาภี สมาโนเยว ‘น ลาภีมฺหี’ติ, กมฺมฏฺฐานํ สมานํเยว ‘น กมฺมฏฺฐาน’นฺติ สญฺญี โหติ. อยํ อปฺปคุณชฺฌานลาภีติ เวทิตพฺโพ. ทุติโย สมาปตฺติยา อลาภีเยว ‘ลาภีมฺหี’ติ, อกมฺมฏฺฐานํ สมานํเยว ‘กมฺมฏฺฐาน’นฺติ สญฺญี โหติ. อยํ นิทฺทาฌายี นาม. นิทฺทายิตฺวา ปฏิพุทฺโธ เอวํ มญฺญติ. ตติโย สมาปตฺติลาภี สมาโน ‘สมาปตฺติลาภีมฺหี’ติ, กมฺมฏฺฐานเมว สมานํ ‘กมฺมฏฺฐาน’นฺติ สญฺญี โหติ. อยํ ปคุณชฺฌานลาภีติ เวทิตพฺโพ. จตุตฺโถ อลาภีเยว ‘อลาภีมฺหี’ติ, อกมฺมฏฺฐานํเยว ‘อกมฺมฏฺฐาน’นฺติ สญฺญี โหติ. เอวเมตฺถ เทฺว ชนา อชฺฌายิโนว ฌายีนํ อนฺโต ปวิฏฺฐตฺตา ฌายีติ วุตฺตา.

ทุติยจตุกฺเก สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน สมาธิปาริพนฺธิกธมฺเม วิกฺขมฺเภนฺโต ทนฺธํ สมาปชฺชติ นาม. เอกํ เทฺว จิตฺตวาเร ฐตฺวา สหสา วุฏฺฐหนฺตา ขิปฺปํ วุฏฺฐหติ นาม. สุเขเนว ปน สมาธิปาริพนฺธิกธมฺเม โสเธนฺโต ขิปฺปํ สมาปชฺชติ นาม. ยถาปริจฺเฉเทน อวุฏฺฐหิตฺวา กาลํ อตินาเมตฺวา วุฏฺฐหนฺโต ทนฺธํ วุฏฺฐาติ นาม. อิตเร เทฺวปิ อิมินาว นเยน เวทิตพฺพา. อิเม จตฺตาโรปิ ชนา สมาปตฺติลาภิโนว.

ตติยจตุกฺเก ‘อิทํ ฌานํ ปญฺจงฺคิกํ, อิทํ จตุรงฺคิก’นฺติ เอวํ องฺคววตฺถานปริจฺเฉเท เฉโก สมาธิสฺมึ สมาธิกุสโล นาม. นีวรณานิ ปน วิกฺขมฺเภตฺวา จิตฺตมญฺชูสาย จิตฺตํ ฐเปตุํ อเฉโก โน สมาธิสฺมึ สมาปตฺติกุสโล นาม. อิตเรปิ ตโย อิมินาว นเยน เวทิตพฺพา. อิเมปิ จตฺตาโร สมาปตฺติลาภิโนเยว.

อิทานิ ยานิ ฌานานิ นิสฺสาย อิเม ปุคฺคลา ‘ฌายี’ นาม ชาตา, ตานิ ทสฺเสตุํ จตฺตาริ ฌานานีติอาทิมาห. ตตฺถ จตฺตาริ ฌานานิ ตโย จ วิโมกฺขา อตฺถโต เหฏฺฐา ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายเมว (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๖๐, ๒๔๘) ปกาสิตา. เสสานมฺปิ วิโมกฺขฏฺโฐ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ ปฏิปาฏิยา สตฺต อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุจฺจนโต จ อารมฺมเณ จ อธิมุจฺจนโต วิโมกฺโข นาม. อฏฺฐโม ปน สพฺพโส สญฺญาเวทยิเตหิ วิมุตฺตตฺตา อปคตวิโมกฺโข นาม. สมาธีสุ จตุกฺกนยปญฺจกนเยสุ ปฐมชฺฌานสมาธิ สวิตกฺกสวิจาโร นาม. ปญฺจกนเย ทุติยชฺฌานสมาธิ อวิตกฺกวิจารมตฺตสมาธิ นาม. จตุกฺกนเยปิ ปญฺจกนเยปิ อุปริ ตีสุ ฌาเนสุ สมาธิ อวิตกฺก อวิจารสมาธิ นาม. สมาปตฺตีสุ หิ ปฏิปาฏิยา อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ ‘สมาธี’ติปิ นามํ ‘สมาปตฺตี’ติปิ. กสฺมา? จิตฺเตกคฺคตาสพฺภาวโต. นิโรธสมาปตฺติยา ตทภาวโต น สมาธีติ นามํ.

หานภาคิโย ธมฺโมติ อปฺปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ กามาทิอนุปกฺขนฺทนํ. วิเสสภาคิโย ธมฺโมติ ปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ ทุติยชฺฌานาทิอนุปกฺขนฺทนํ. โวทานมฺปิ วุฏฺฐานนฺติ อิมินา ปคุณโวทานํ วุฏฺฐานํ นาม กถิตํ. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมญฺหิ ปคุณชฺฌานํ อุปริมสฺส อุปริมสฺส ปทฏฺฐานํ โหติ. ตสฺมา โวทานมฺปิ วุฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ. ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐานนฺติ อิมินา ภวงฺควุฏฺฐานํ นาม กถิตํ. ภวงฺเคน หิ สพฺพชฺฌาเนหิ วุฏฺฐานํ โหติ. นิโรธโต ปน ผลสมาปตฺติยาว วุฏฺฐหนฺติ. อิทํ ปาฬิมุตฺตกวุฏฺฐานํ นามาติ.

สตฺตมพลนิทฺเทสวณฺณนา.

อฏฺฐมพลาทินิทฺเทโส

๘๒๙. อฏฺฐมพลนิทฺเทเส อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสนฺติอาทิ สพฺพมฺปิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตเมว. นวมพลนิทฺเทเสปิ ทิพฺเพน จกฺขุนาติอาทิ สพฺพํ ตตฺเถว วิตฺถาริตํ.

นวมพลนิทฺเทสวณฺณนา.

ทสมพลนิทฺเทโส

๘๓๑. ทสมพลนิทฺเทเส เจโตวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลญาณํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. อยํ ตาเวตฺถ อาจริยานํ สมานตฺถกถา. ปรวาที ปนาห – ‘‘ทสพลญาณํ นาม ปาฏิเยกฺกํ นตฺถิ, สพฺพญฺญุตญาณสฺเสวายํ ปเภโท’’ติ. ตํ น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญเมว หิ ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญาณํ. ทสพลญาณญฺหิ สกสกกิจฺจเมว ชานาติ. สพฺพญฺญุตญาณํ ปน ตมฺปิ ตโต อวเสสมฺปิ ชานาติ. ทสพลญาเณสุปิ หิ ปฐมํ การณาการณเมว ชานาติ, ทุติยํ กมฺมนฺตรวิปากนฺตรเมว, ตติยํ กมฺมปริจฺเฉทเมว, จตุตฺถํ ธาตุนานตฺตกรณเมว, ปญฺจมํ สตฺตานํ อชฺฌาสยาธิมุตฺติเมว, ฉฏฺฐํ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุภาวเมว, สตฺตมํ ฌานาทีหิ สทฺธึ เตสํ สํกิเลสาทิเมว, อฏฺฐมํ ปุพฺเพนิวุตฺถขนฺธสนฺตติเมว, นวมํ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิเมว, ทสมํ สจฺจปริจฺเฉทเมว. สพฺพญฺญุตญาณํ ปน เอเตหิ ชานิตพฺพญฺจ ตโต อุตฺตริตรญฺจ ปชานาติ. เอเตสํ ปน กิจฺจํ น สพฺพํ กโรติ. ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ, อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุํ น สกฺโกติ, มคฺโค หุตฺวา กิเลเส เขเปตุํ น สกฺโกติ.

อปิจ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘‘ทสพลญาณํ นาม เอตํ สวิตกฺกสวิจารํ, อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, อวิตกฺกาวิจารํ, กามาวจรํ, รูปาวจรํ, อรูปาวจรํ, โลกิยํ, โลกุตฺตร’’นฺติ? ชานนฺโต ‘‘ปฏิปาฏิยา สตฺต ญาณานิ สวิตกฺกสวิจารานี’’ติ วกฺขติ; ตโต ‘‘ปรานิ เทฺว ญาณานิ อวิตกฺกาวิจารานี’’ติ วกฺขติ; ‘‘อาสวกฺขยญาณํ สิยา สวิตกฺกสวิจารํ, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, สิยา อวิตกฺกวิจาร’’นฺติ วกฺขติ. ตถา ‘‘ปฏิปาฏิยา สตฺต กามาวจรานิ, ตโต เทฺว รูปาวจรานิ, อวสาเน เอกํ โลกุตฺตร’’นฺติ วกฺขติ; ‘‘สพฺพญฺญุตญาณํ ปน สวิตกฺกสวิจารเมว, กามาวจรเมว, โลกิยเมวา’’ติ วกฺขติ. อิติ อญฺญเทว ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญาณนฺติ.

สมฺโมหวิโนทนิยา วิภงฺคฏฺฐกถาย

ญาณวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.