๑๖. ญาณวิภงฺโค

๑. เอกกมาติกาทิวณฺณนา

๗๕๑. อิทานิ ตทนนฺตเร ญาณวิภงฺเค เอกวิเธน ญาณวตฺถูติอาทินา นเยน ปฐมํ เอกวิธาทีหิ ทสวิธปริโยสาเนหิ ทสหิ ปริจฺเฉเทหิ มาติกํ ฐเปตฺวา นิกฺขิตฺตปทานุกฺกเมน นิทฺเทโส กโต.

ตตฺถ เอกวิเธนาติ เอกปฺปกาเรน, เอกโกฏฺฐาเสน วา. ญาณวตฺถูติ เอตฺถ ปน ญาณญฺจ ตํ วตฺถุ จ นานปฺปการานํ สมฺปตฺตีนนฺติ ญาณวตฺถุ; โอกาสฏฺเฐน ญาณสฺส วตฺถูติปิ ญาณวตฺถุ. อิธ ปน ปุริเมเนวตฺเถน ญาณวตฺถุ เวทิตพฺพํ. เตเนว เอกวิธปริจฺเฉทาวสาเน ‘‘ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญา – เอวํ เอกวิเธน ญาณวตฺถู’’ติ วุตฺตํ. ปญฺจ วิญฺญาณาติ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ ปญฺจ. น เหตูติอาทีนิ เหฏฺฐา ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑.๖) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. สงฺเขปโต ปเนตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ นิทฺเทสวาเร อาวิ ภวิสฺสติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ ทุกมาติกาทิปเทสุปิ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ ตตฺเถว อาวิ ภวิสฺสติ. นิกฺเขปปริจฺเฉทมตฺตํ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ หิ ‘‘น เหตุ อเหตุกา’’ติอาทีหิ ตาว ธมฺมสงฺคหมาติกาวเสน, ‘‘อนิจฺจา ชราภิภูตา’’ติอาทีหิ อมาติกาวเสนาติ สงฺเขปโต ทุวิเธหิ ปเภทโต อฏฺฐสตฺตติยา ปเทหิ เอกกมาติกา นิกฺขิตฺตา.

ทุกานุรูเปหิ ปน ปญฺจตึสาย ทุเกหิ ทุกมาติกา นิกฺขิตฺตา.

ติกานุรูเปหิ ‘‘จินฺตามยา ปญฺญา’’ติอาทีหิ จตูหิ พาหิรตฺติเกหิ, ‘‘วิปากา ปญฺญา’’ติอาทีหิ อนิยมิตปญฺญาวเสน วุตฺเตหิ จุทฺทสหิ มาติกาติเกหิ, วิตกฺกตฺติเก ปฐมปเทน นิยมิตปญฺญาวเสน วุตฺเตหิ เตรสหิ, ทุติยปเทน นิยมิตปญฺญาวเสน วุตฺเตหิ สตฺตหิ, ตติยปเทน นิยมิตปญฺญาวเสน วุตฺเตหิ ทฺวาทสหิ, ปีติตฺติเก จ ปฐมปเทน นิยมิตปญฺญาวเสน วุตฺเตหิ เตรสหิ, ตถา ทุติยปเทน, ตติยปเทน นิยมิตปญฺญาวเสน วุตฺเตหิ ทฺวาทสหีติ อฏฺฐาสีติยา ติเกหิ ติกมาติกา นิกฺขิตฺตา.

จตุกฺกมาติกา ปน ‘กมฺมสฺสกตญาณ’นฺติอาทีหิ เอกวีสติยา จตุกฺเกหิ, ปญฺจกมาติกา ทฺวีหิ ปญฺจเกหิ, ฉกฺกมาติกา เอเกน ฉกฺเกน, สตฺตกมาติกา ‘‘สตฺตสตฺตติ ญาณวตฺถูนี’’ติ เอวํ สงฺเขปโต วุตฺเตหิ เอกาทสหิ สตฺตเกหิ, อฏฺฐกมาติกา เอเกน อฏฺฐเกน, นวกมาติกา เอเกน นวเกน.

๑๐. ทสกมาติกาวณฺณนา

๗๖๐. ทสกมาติกา ‘‘ทส ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติอาทินา เอเกเนว ทสเกน นิกฺขิตฺตา. ตตฺถ ทสาติ คณนปริจฺเฉโท. ตถาคตสฺสาติ ยถา วิปสฺสีอาทโย ปุพฺพกา อิสโย อาคตา ตถา อาคตสฺส; ยถา จ เต คตา ตถา คตสฺส. ตถาคตพลานีติ อญฺเญหิ อสาธารณานิ ตถาคตสฺเสว พลานิ; ยถา วา ปุพฺพพุทฺธานํ พลานิ ปุญฺญุสฺสยสมฺปตฺติยา อาคตานิ ตถา อาคตพลานีติปิ อตฺโถ. ตตฺถ ทุวิธํ ตถาคตสฺส พลํ – กายพลญฺจ ญาณพลญฺจ. เตสุ กายพลํ หตฺถิกุลานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –

กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;

คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสาติ. –

อิมานิ หิ ทส หตฺถิกุลานิ.

ตตฺถ ‘กาฬาวก’นฺติ ปกติหตฺถิกุลํ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ทสนฺนํ ปุริสานํ กายพลํ ตํ เอกสฺส กาฬาวกหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ กาฬาวกานํ พลํ ตํ เอกสฺส คงฺเคยสฺส. ยํ ทสนฺนํ คงฺเคยฺยานํ ตํ เอกสฺส ปณฺฑรสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปณฺฑรานํ ตํ เอกสฺส ตมฺพสฺส. ยํ ทสนฺนํ ตมฺพานํ ตํ เอกสฺส ปิงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปิงฺคลานํ ตํ เอกสฺส คนฺธหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ คนฺธหตฺถีนํ ตํ เอกสฺส มงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ มงฺคลานํ ตํ เอกสฺส เหมวตสฺส. ยํ ทสนฺนํ เหมวตานํ ตํ เอกสฺส อุโปสถสฺส. ยํ ทสนฺนํ อุโปสถานํ ตํ เอกสฺส ฉทฺทนฺตสฺส. ยํ ทสนฺนํ ฉทฺทนฺตานํ ตํ เอกสฺส ตถาคตสฺส. นารายนสงฺขาตพลนฺติปิ อิทเมว วุจฺจติ. ตเทตํ ปกติหตฺถีนํ คณนาย หตฺถิโกฏิสหสฺสานํ, ปุริสคณนาย ทสนฺนํ ปุริสโกฏิสหสฺสานํ พลํ โหติ. อิทํ ตาว ตถาคตสฺส กายพลํ.

ญาณพลํ ปน อิธ ตาว ปาฬิยํ อาคตเมว ทสพลญาณํ. มหาสีหนาเท (ม. นิ. ๑.๑๔๖ อาทโย) ทสพลญาณํ, จตุเวสารชฺชญาณํ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ, สํยุตฺตเก (สํ. นิ. ๒.๓๓-๓๔) อาคตานิ เตสตฺตติ ญาณานิ, สตฺตสตฺตติ ญาณานีติ เอวํ อญฺญานิปิ อเนกานิ ญาณสหสฺสานิ – เอตํ ญาณพลํ นาม. อิธาปิ ญาณพลเมว อธิปฺเปตํ ญาณญฺหิ อกมฺปิยฏฺเฐน อุปตฺถมฺภกฏฺเฐน จ พลนฺติ วุตฺตํ.

เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโตติ เยหิ ทสหิ ญาณพเลหิ อุเปโต สมุเปโต. อาสภํ ฐานนฺติ เสฏฺฐฏฺฐานํ อุตฺตมฏฺฐานํ; อาสภา วา ปุพฺพพุทฺธา, เตสํ ฐานนฺติ อตฺโถ. อปิ จ ควสตเชฏฺฐโก อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ; วชสตเชฏฺฐโก วา อุสโภ, วชสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ; สพฺพควเสฏฺโฐ สพฺพปริสฺสยสโห เสโต ปาสาทิโก มหาภารวโห อสนิสตสทฺเทหิปิ อกมฺปนีโย นิสโภ. โส อิธ อุสโภติ อธิปฺเปโต. อิทมฺปิ หิ ตสฺส ปริยายวจนํ. อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ. ฐานนฺติ จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐานํ. อิทํ ปน อาสภํ วิยาติ อาสภํ. ยเถว หิ นิสภสงฺขาโต อุสโภ อุสภพเลน สมนฺนาคโต จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, เอวํ ตถาคโตปิ ทสหิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต จตูหิ เวสารชฺชปาเทหิ อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ. เอวํ ติฏฺฐมาโน จ ตํ อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, อุปคจฺฉติ, น ปจฺจกฺขาติ, อตฺตนิ อาโรเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาตี’’ติ.

ปริสาสูติ อฏฺฐสุ ปริสาสุ. สีหนาทํ นทตีติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ นทติ, สีหนาทสทิสํ วา นาทํ นทติ. อยมตฺโถ สีหนาทสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ. ยถา วา สีโห สหนโต จ หนนโต จ สีโหติ วุจฺจติ, เอวํ ตถาคโต โลกธมฺมานํ สหนโต ปรปฺปวาทานญฺจ หนนโต สีโหติ วุจฺจติ. เอวํ วุตฺตสฺส สีหสฺส นาทํ สีหนาทํ. ตตฺถ ยถา สีโห สีหพเลน สมนฺนาคโต สพฺพตฺถ วิสารโท วิคตโลมหํโส สีหนาทํ นทติ, เอวํ ตถาคตสีโหปิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต อฏฺฐสุ ปริสาสุ วิสารโท วิคตโลมหํโส ‘‘อิติ รูป’’นฺติอาทินา นเยน นานาวิธเทสนาวิลาสสมฺปนฺนํ สีหนาทํ นทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริสาสุ สีหนาทํ นทตี’’ติ.

พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตีติ เอตฺถ พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ วิสุทฺธํ. จกฺกสทฺโท จ ปนายํ –

สมฺปตฺติยํ ลกฺขเณ จ, รถงฺเค อิริยาปเถ;

ทาเน รตนธมฺมูร, จกฺกาทีสุ จ ทิสฺสติ;

ธมฺมจกฺเก อิธ มโต, ตญฺจ เทฺวธา วิภาวเย.

‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสาน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๑) หิ อยํ สมฺปตฺติยํ ทิสฺสติ. ‘‘เหฏฺฐา ปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕) เอตฺถ ลกฺขเณ. ‘‘จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๑) เอตฺถ รถงฺเค. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) เอตฺถ อิริยาปเถ. ‘‘ททํ ภุญฺช มา จ ปมาโท, จกฺกํ ปวตฺตย สพฺพปาณิน’’นฺติ (ชา. ๑.๗.๑๔๙) เอตฺถ ทาเน. ‘‘ทิพฺพํ จกฺกรตนํ ปาตุรโหสี’’ติ เอตฺถ รตนจกฺเก. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (สุ. นิ. ๕๖๒) เอตฺถ ธมฺมจกฺเก. ‘‘อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ (ชา. ๑.๑.๑๐๔; ๑.๕.๑๐๓) เอตฺถ อุรจกฺเก. ‘‘ขุรปริยนฺเตน เจปิ จกฺเกนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๖) เอตฺถ ปหรณจกฺเก. ‘‘อสนิวิจกฺก’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๖๑; สํ. นิ. ๒.๑๖๒) เอตฺถ อสนิมณฺฑเล. อิธ ปนายํ ธมฺมจกฺเก มโต.

ตํ ปน ธมฺมจกฺกํ ทุวิธํ โหติ – ปฏิเวธญาณญฺจ เทสนาญาณญฺจ. ตตฺถ ปญฺญาปภาวิตํ อตฺตโน อริยผลาวหํ ปฏิเวธญาณํ; กรุณาปภาวิตํ สาวกานํ อริยผลาวหํ เทสนาญาณํ. ตตฺถ ปฏิเวธญาณํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ อภินิกฺขมนโต ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม; ตุสิตภวนโต วา ยาว มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม; ทีปงฺกรพฺยากรณโต ปฏฺฐาย วา ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. เทสนาญาณมฺปิ ปวตฺตมานํ ปวตฺตนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ ยาว อญฺญาโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติมคฺคา ปวตฺตมานํ, ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นาม. เตสุ ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ, เทสนาญาณํ โลกิยํ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อญฺเญหิ อสาธารณํ พุทฺธานํเยว โอรสญาณํ.

อิทานิ เยหิ ทสหิ พเลหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ยานิ อาทิโตว ‘‘ทส ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติ นิกฺขิตฺตานิ, ตานิ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ กตมานิ ทส? อิธ ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโตติอาทิมาห. ตตฺถ ฐานญฺจ ฐานโตติ การณญฺจ การณโต. การณญฺหิ ยสฺมา ตตฺถ ผลํ ติฏฺฐติ ตทายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จ, ตสฺมา ฐานนฺติ วุจฺจติ. ตํ ภควา ‘‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ เหตู ปจฺจยา อุปฺปาทาย ตํ ตํ ฐาน’’นฺติ จ ‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ น เหตู น ปจฺจยา อุปฺปาทาย ตํ ตํ อฏฺฐาน’นฺติ จ ปชานนฺโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาติ. ยมฺปีติ เยน ญาเณน. อิทมฺปิ ตถาคตสฺสาติ อิทมฺปิ ฐานาฏฺฐานญาณํ ตถาคตสฺส ตถาคตพลํ นาม โหตีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพปเทสุ โยชนา เวทิตพฺพา.

กมฺมสมาทานานนฺติ สมาทิยิตฺวา กตานํ กุสลากุสลกมฺมานํ; กมฺมเมว วา กมฺมสมาทานํ. ฐานโส เหตุโสติ ปจฺจยโต เจว เหตุโต จ. ตตฺถ คติอุปธิกาลปโยคา วิปากสฺส ฐานํ, กมฺมํ เหตุ.

สพฺพตฺถ คามินินฺติ สพฺพคติคามินิญฺจ อคติคามินิญฺจ. ปฏิปทนฺติ มคฺคํ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ พหูสุปิ มนุสฺเสสุ เอกเมว ปาณํ ฆาเตนฺเตสุ ‘อิมสฺส เจตนา นิรยคามินี ภวิสฺสติ, อิมสฺส ติรจฺฉานโยนิคามินี’ติ อิมินา นเยน เอกวตฺถุสฺมิมฺปิ กุสลากุสลเจตนาสงฺขาตานํ ปฏิปตฺตีนํ อวิปรีตโต สภาวํ ปชานาติ.

อเนกธาตุนฺติ จกฺขุธาตุอาทีหิ กามธาตุอาทีหิ วา ธาตูหิ พหุธาตุํ. นานาธาตุนฺติ ตาสํเยว ธาตูนํ วิลกฺขณตาย นานปฺปการธาตุํ. โลกนฺติ ขนฺธายตนธาตุโลกํ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ ตาสํ ตาสํ ธาตูนํ อวิปรีตโต สภาวํ ปฏิวิชฺฌติ.

นานาธิมุตฺติกตนฺติ หีนาทีหิ อธิมุตฺตีหิ นานาธิมุตฺติกภาวํ.

ปรสตฺตานนฺติ ปธานสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ ตโต ปเรสํ หีนสตฺตานํ; เอกตฺถเมว วา เอตํ ปททฺวยํ เวเนยฺยวเสน ปน เทฺวธา วุตฺตํ. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตนฺติ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปรภาวญฺจ อปรภาวญฺจ วุฑฺฒิญฺจ หานิญฺจาติ อตฺโถ.

ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนนฺติ ปฐมาทีนํ จตุนฺนํ ฌานานํ, ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ, สวิตกฺกสวิจาราทีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ, ปฐมชฺฌานสมาปตฺติอาทีนญฺจ นวนฺนํ อนุปุพฺพสมาปตฺตีนํ. สํกิเลสนฺติ หานภาคิยธมฺมํ. โวทานนฺติ วิเสสภาคิยธมฺมํ. วุฏฺฐานนฺติ เยน การเณน ฌานาทีหิ วุฏฺฐหนฺติ, ตํ การณํ.

ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตินฺติ ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธานุสฺสรณํ.

จุตูปปาตนฺติ จุติญฺจ อุปปาตญฺจ.

อาสวานํ ขยนฺติ กามาสวาทีนํ ขยสงฺขาตํ อาสวนิโรธํ นิพฺพานํ.

อิมานีติ ยานิ เหฏฺฐา ‘‘ทส ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติ อโวจ, อิมานิ ตานีติ อปฺปนํ กโรตีติ. เอวเมตฺถ อนุปุพฺพปทวณฺณนํ ญตฺวา อิทานิ ยสฺมา ตถาคโต ปฐมํเยว ฐานาฏฺฐานญาเณน เวเนยฺยสตฺตานํ อาสวกฺขยาธิคมสฺส เจว อนธิคมสฺส จ ฐานาฏฺฐานภูตํ กิเลสาวรณาภาวํ ปสฺสติ, โลกิยสมฺมาทิฏฺฐิฐานทสฺสนโต นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิฐานาภาวทสฺสนโต จ. อถ เนสํ กมฺมวิปากญาเณน วิปากาวรณาภาวํ ปสฺสติ, ติเหตุกปฏิสนฺธิทสฺสนโต. สพฺพตฺถคามินีปฏิปทาญาเณน กมฺมาวรณาภาวํ ปสฺสติ, อานนฺตริยกมฺมาภาวทสฺสนโต. เอวํ อนาวรณานํ อเนกธาตุนานาธาตุญาเณน อนุกูลธมฺมเทสนตฺถํ จริยาวิเสสํ ปสฺสติ, ธาตุเวมตฺตทสฺสนโต. อถ เนสํ นานาธิมุตฺติกตาญาเณน อธิมุตฺตึ ปสฺสติ, ปโยคํ อนาทิยิตฺวาปิ อธิมุตฺติวเสน ธมฺมเทสนตฺถํ. อเถวํ ทิฏฺฐาธิมุตฺตีนํ ยถาสตฺติ ยถาพลํ ธมฺมํ เทเสตุํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ปสฺสติ, สทฺธาทีนํ ติกฺขมุทุภาวทสฺสนโต. เอวํ ปริญฺญาตินฺทฺริยปโรปริยตฺตาปิ ปเนเต สเจ ทูเร โหนฺติ, อถ ฌานาทิปริญฺญาเณน ฌานาทีสุ วสีภูตตฺตา อิทฺธิวิเสเสน ขิปฺปํ อุปคจฺฉติ. อุปคนฺตฺวา จ เนสํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน ปุพฺพชาติภาวนํ, ทิพฺพจกฺขานุภาวโต ปตฺตพฺเพน เจโตปริยญาเณน สมฺปตฺติจิตฺตวิเสสํ ปสฺสนฺโต อาสวกฺขยญาณานุภาเวน อาสวกฺขยคามินิยา ปฏิปทาย วิคตสมฺโมหตฺตา อาสวกฺขยาย ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺมา อิมินา อนุกฺกเมน อิมานิ ทสพลานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. อยํ ตาว มาติกาย อตฺถวณฺณนา.

(๑.) เอกกนิทฺเทสวณฺณนา

๗๖๑. อิทานิ ยถานิกฺขิตฺตาย มาติกาย ‘‘ปญฺจวิญฺญาณา น เหตุเมวา’’ติอาทินา นเยน อารทฺเธ นิทฺเทสวาเร น เหตุเมวาติ สาธารณเหตุปฏิกฺเขปนิทฺเทโส. ตตฺถ ‘‘เหตุเหตุ, ปจฺจยเหตุ, อุตฺตมเหตุ, สาธารณเหตูติ จตุพฺพิโธ เหตู’’ติอาทินา นเยน ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ รูปกณฺเฑ ‘‘สพฺพํ รูปํ น เหตุเมวา’’ติอาทีนํ อตฺถวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๙๔) วุตฺตเมว. อเหตุกเมวาติอาทีสุ พฺยญฺชนสนฺธิวเสน มกาโร เวทิตพฺโพ; อเหตุกา เอวาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อปิจ ‘‘เหตู ธมฺมา นเหตู ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑) ธมฺมโกฏฺฐาเสสุ ปญฺจวิญฺญาณานิ เหตู ธมฺมาติ วา สเหตุกา ธมฺมาติ วา น โหนฺติ. เอกนฺเตน ปน น เหตูเยว, อเหตุกา เยวาติ อิมานิปิ นเยเนตฺถ สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อพฺยากตเมวาติ ปทํ วิปากาพฺยากตวเสน วุตฺตํ. สารมฺมณเมวาติ โอลุพฺภารมฺมณวเสน. ปจฺจยารมฺมณํ โอลุพฺภารมฺมณนฺติ หิ ทุวิธํ อารมฺมณํ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โอลุพฺภารมฺมณเมว ธุรํ, ปจฺจยารมฺมณมฺปิ ลพฺภติเยว. อเจตสิกเมวาติ ปทํ จิตฺตํ, รูปํ, นิพฺพานนฺติ ตีสุ อเจตสิเกสุ จิตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตํ. โน อปริยาปนฺนเมวาติ คติปริยาปนฺนจุติปริยาปนฺนสํสารวฏฺฏภวปริยาปนฺนภาวโต ปริยาปนฺนา เอว, โน อปริยาปนฺนา. โลกโต วฏฺฏโต น นิยฺยนฺตีติ อนิยฺยานิกา. อุปฺปนฺนํ มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยเมวาติ รูปกณฺเฑ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปจฺจุปฺปนฺนาเนว รูปาทีนิ อารพฺภ ปวตฺติโต อตีตาทิวิสยํ มโนวิญฺญาณมฺปิ ปญฺจวิญฺญาณโสตปติตเมว กตฺวา ‘‘อุปปนฺนํ ฉหิ วิญฺญาเณหิ วิญฺเญยฺย’’นฺติ (ธ. ส. ๕๘๔) วุตฺตํ. ปญฺจวิญฺญาณา ปน ยสฺมา ปจฺจุปฺปนฺนาปิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณา น โหนฺติ, มโนวิญฺญาณสฺเสว โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยเมวา’’ติ วุตฺตํ. อนิจฺจเมวาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจาเยว. ชราภิภูตเมวาติ ชราย อภิภูตตฺตา ชราภิภูตา เอว.

๗๖๒. อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณาติ อนาคตปฏิกฺเขโป. น หิ เต อนาคเตสุ วตฺถารมฺมเณสุ อุปฺปชฺชนฺติ.

ปุเรชาตวตฺถุกา ปุเรชาตารมฺมณาติ สหุปฺปตฺติปฏิกฺเขโป. น หิ เต สหุปฺปนฺนํ วตฺถุํ วา อารมฺมณํ วา ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนฺติ, สยํ ปน ปจฺฉาชาตา หุตฺวา ปุเรชาเตสุ วตฺถารมฺมเณสุ อุปฺปชฺชนฺติ.

อชฺฌตฺติกวตฺถุกาติ อชฺฌตฺตชฺฌตฺตวเสน วุตฺตํ. ตานิ หิ อชฺฌตฺติเก ปญฺจ ปสาเท วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ. พาหิรารมฺมณาติ พาหิรรูปาทิอารมฺมณา. ตตฺถ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ – ปญฺจวิญฺญาณา หิ ปสาทวตฺถุกตฺตา อชฺฌตฺติกา อชฺฌตฺติกวตฺถุกา, มโนวิญฺญาณํ หทยรูปํ วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนกาเล อชฺฌตฺติกํ พาหิรวตฺถุกํ, ปญฺจวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา พาหิรา อชฺฌตฺติกวตฺถุกา, มโนวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา หทยรูปํ วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนกาเล พาหิรา พาหิรวตฺถุกา.

อสมฺภินฺนวตฺถุกาติ อนิรุทฺธวตฺถุกา. น หิ เต นิรุทฺธํ อตีตํ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนฺติ. อสมฺภินฺนารมฺมณตายปิ เอเสว นโย.

อญฺญํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จ อารมฺมณญฺจาติอาทีสุ จกฺขุวิญฺญาณสฺส หิ อญฺญํ วตฺถุ, อญฺญํ อารมฺมณํ. อญฺญํ โสตวิญฺญาณาทีนํ. จกฺขุวิญฺญาณํ โสตปสาทาทีสุ อญฺญตรํ วตฺถุํ, สทฺทาทีสุ วา อญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา กปฺปโต กปฺปํ คนฺตฺวาปิ น อุปฺปชฺชติ; จกฺขุปสาทเมว ปน วตฺถุํ กตฺวา รูปญฺจ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ. เอวมสฺส วตฺถุปิ ทฺวารมฺปิ อารมฺมณมฺปิ นิพทฺธํ, อญฺญํ วตฺถุํ วา ทฺวารํ วา อารมฺมณํ วา น สงฺกมติ, นิพทฺธวตฺถุ นิพทฺธทฺวารํ นิพทฺธารมฺมณเมว หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. โสตวิญฺญาณาทีสุปิ เอเสว นโย.

๗๖๓. น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺตีติ เอตฺถ อญฺญมญฺญสฺส จกฺขุ โสตสฺส, โสตํ วา จกฺขุสฺสาติ เอวํ เอกํ เอกสฺส โคจรวิสยํ น ปจฺจนุโภตีติ อตฺโถ. สเจ หิ นีลาทิเภทํ รูปารมฺมณํ สโมธาเนตฺวา โสตินฺทฺริยสฺส อุปเนยฺย ‘อิงฺฆ ตาว นํ ววตฺถาเปหิ วิภาเวหิ – กึ นาเมตํ อารมฺมณ’นฺติ, จกฺขุวิญฺญาณํ วินาปิ มุเขน อตฺตโน ธมฺมตาย เอวํ วเทยฺย – ‘อเร อนฺธพาล, วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ ปริธาวมาโน อญฺญตฺร มยา กุหึ เอตสฺส ชานนกํ ลภิสฺสสิ; อาหร นํ จกฺขุปสาเท อุปเนหิ; อหเมตํ อารมฺมณํ ชานิสฺสามิ – ยทิ วา นีลํ ยทิ วา ปีตกํ. น หิ เอโส อญฺญสฺส วิสโย; มยฺหเมเวโส วิสโย’ติ. เสสวิญฺญาเณสุปิ เอเสว นโย. เอวเมเต อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ น ปจฺจนุโภนฺติ นาม.

๗๖๔. สมนฺนาหรนฺตสฺสาติ อาวชฺชเนเนว สมนฺนาหรนฺตสฺส.

มนสิกโรนฺตสฺสาติ อาวชฺชเนเนว มนสิกโรนฺตสฺส. เอตานิ หิ จิตฺตานิ อาวชฺชเนน สมนฺนาหฏกาเล มนสิกตกาเลเยว จ อุปฺปชฺชนฺติ.

น อพฺโพกิณฺณาติ อญฺเญน วิญฺญาเณน อพฺโพกิณฺณา นิรนฺตราว นุปฺปชฺชนฺติ. เอเตน เตสํ อนนฺตรตา ปฏิกฺขิตฺตา.

๗๖๕. น อปุพฺพํ อจริมนฺติ เอเตน สพฺเพสมฺปิ สหุปฺปตฺติ ปฏิกฺขิตฺตา. น อญฺญมญฺญสฺส สมนนฺตราติ เอเตน สมนนฺตรตา ปฏิกฺขิตฺตา.

๗๖๖. อาวฏฺฏนา วาติอาทีนิ จตฺตาริปิ อาวชฺชนสฺเสว นามานิ. ตญฺหิ ภวงฺคสฺส อาวฏฺฏนโต อาวฏฺฏนา, ตสฺเสว อาภุชนโต อาโภโค, รูปาทีนํ สมนฺนาหรณโต สมนฺนาหาโร, เตสํเยว มนสิกรณโต มนสิกาโรติ วุจฺจติ. เอวเมตฺถ สงฺเขปโต ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ อาวชฺชนฏฺฐาเน ฐตฺวา อาวชฺชนาทิกิจฺจํ กาตุํ สมตฺถภาโว ปฏิกฺขิตฺโต.

น กญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตีติ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ (ธ. ป. ๑-๒) เอวํ วุตฺตํ เอกมฺปิ กุสลํ วา อกุสลํ วา น ปฏิวิชานาติ.

อญฺญตฺร อภินิปาตมตฺตาติ ฐเปตฺวา รูปาทีนํ อภินิปาตมตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สุปณฺฑิโตปิ ปุริโส, ฐเปตฺวา อาปาถคตานิ รูปาทีนิ, อญฺญํ กุสลากุสเลสุ เอกธมฺมมฺปิ ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น ปฏิวิชานาติ. จกฺขุวิญฺญาณํ ปเนตฺถ ทสฺสนมตฺตเมว โหติ. โสตวิญฺญาณาทีนิ สวนฆายนสายนผุสนมตฺตาเนว. ทสฺสนาทิมตฺตโต ปน มุตฺตา อญฺญา เอเตสํ กุสลาทิปฏิวิญฺญตฺติ นาม นตฺถิ.

มโนธาตุยาปีติ สมฺปฏิจฺฉนมโนธาตุยาปิ. สมฺปิณฺฑนตฺโถ เจตฺถ ปิกาโร. ตสฺมา มโนธาตุยาปิ ตโต ปราหิ มโนวิญฺญาณธาตูหิปีติ สพฺเพหิปิ ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาเณหิ น กญฺจิ กุสลากุสลํ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

น กญฺจิ อิริยาปถํ กปฺเปตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. น หิ ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาเณหิ คมนาทีสุ กญฺจิ อิริยาปถํ กปฺเปติ, น กายกมฺมํ น วจีกมฺมํ ปฏฺฐเปติ, น กุสลากุสลํ ธมฺมํ สมาทิยติ, น สมาธึ สมาปชฺชติ โลกิยํ วา โลกุตฺตรํ วา, น สมาธิโต วุฏฺฐาติ โลกิยา วา โลกุตฺตรา วา, น ภวโต จวติ, น ภวนฺตเร อุปปชฺชติ. สพฺพมฺปิ เหตํ กุสลากุสลธมฺมปฏิวิชานนาทิวจนปริโยสานํ กิจฺจํ มโนทฺวาริกจิตฺเตเนว โหติ, น ปญฺจทฺวาริเกนาติ สพฺพสฺสาเปตสฺส กิจฺจสฺส กรเณ สหชวนกานิ วีถิจิตฺตานิ ปฏิกฺขิตฺตานิ. ยถา เจเตสํ เอตานิ กิจฺจานิ นตฺถิ, เอวํ นิยาโมกฺกมนาทีนิปิ. น หิ ปญฺจทฺวาริกชวเนน มิจฺฉตฺตนิยามํ โอกฺกมติ, น สมฺมตฺตนิยามํ; น เจตํ ชวนํ นามโคตฺตมารพฺภ ชวติ, น กสิณาทิปณฺณตฺตึ; น ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาวเสน ปวตฺตติ, น วุฏฺฐานคามินีพลววิปสฺสนาวเสน; น รูปารูปธมฺเม อารพฺภ ชวติ, น นิพฺพานํ; น เจเตน สทฺธึ ปฏิสมฺภิทาญาณํ อุปฺปชฺชติ, น อภิญฺญาญาณํ, น สาวกปารมีญาณํ, น ปจฺเจกโพธิญาณํ, น สพฺพญฺญุตญาณํ. สพฺโพปิ ปเนส ปเภโท มโนทฺวาริกชวเนเยว ลพฺภติ.

น สุปติ น ปฏิพุชฺฌติ น สุปินํ ปสฺสตีติ สพฺเพนาปิ จ ปญฺจทฺวาริกจิตฺเตน เนว นิทฺทํ โอกฺกมติ, น นิทฺทายติ, น ปฏิพุชฺฌติ, น กิญฺจ สุปินํ ปสฺสตีติ อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ สห ชวเนน วีถิจิตฺตํ ปฏิกฺขิตฺตํ.

นิทฺทายนฺตสฺส หิ มหาวฏฺฏึ ชาเลตฺวา ทีเป จกฺขุสมีเป อุปนีเต ปฐมํ จกฺขุทฺวาริกํ อาวชฺชนํ ภวงฺคํ น อาวฏฺเฏติ, มโนทฺวาริกเมว อาวฏฺเฏติ. อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร จกฺขุทฺวาริกํ อาวชฺชนํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ. ตโต จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ ชวนปริโยสานานิ ปวตฺตนฺติ. ตทนนฺตรํ ภวงฺคํ ปวตฺตติ. ตติยวาเร มโนทฺวาริกอาวชฺชเนน ภวงฺเค อาวฏฺฏิเต มโนทฺวาริกชวนํ ชวติ. เตน จิตฺเตน ญตฺวา ‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน อาโลโก’ติ ชานาติ.

ตถา นิทฺทายนฺตสฺส กณฺณสมีเป ตูริเยสุ ปคฺคหิเตสุ, ฆานสมีเป สุคนฺเธสุ วา ทุคฺคนฺเธสุ วา ปุปฺเผสุ อุปนีเตสุ, มุเข สปฺปิมฺหิ วา ผาณิเต วา ปกฺขิตฺเต, ปิฏฺฐิยํ ปาณินา ปหาเร ทินฺเน ปฐมํ โสตทฺวาริกาทีนิ อาวชฺชนานิ ภวงฺคํ น อาวฏฺเฏนฺติ, มโนทฺวาริกเมว อาวฏฺเฏติ. อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร โสตทฺวาริกาทีนิ อาวชฺชนานิ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏนฺติ. ตโต โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณาทีนิ ชวนปริโยสานานิ ปวตฺตนฺติ. ตทนนฺตรํ ภวงฺคํ ปวตฺตติ. ตติยวาเร มโนทฺวาริกอาวชฺชเนน ภวงฺเค อาวฏฺฏิเต มโนทฺวาริกชวนํ ชวติ. เตน จิตฺเตน ญตฺวา ‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน สทฺโท – สงฺขสทฺโท, เภริสทฺโท’ติ วา ‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน คนฺโธ – มูลคนฺโธ, สารคนฺโธ’ติ วา ‘กึ อิทํ มยฺหํ มุเข ปกฺขิตฺตรสํ – สปฺปีติ วา ผาณิต’นฺติ วา ‘เกนมฺหิ ปิฏฺฐิยํ ปหโต, อติถทฺโธ เม ปหาโร’ติ วา วตฺตาโร โหนฺติ. เอวํ มโนทฺวาริกชวเนเนว ปฏิพุชฺฌติ, น ปญฺจทฺวาริเกน. สุปินมฺปิ เตเนว ปสฺสติ, น ปญฺจทฺวาริเกน.

ตญฺจ ปเนตํ สุปินํ ปสฺสนฺโต จตูหิ การเณหิ ปสฺสติ – ธาตุกฺโขภโต วา อนุภูตปุพฺพโต วา เทวโตปสํหารโต วา ปุพฺพนิมิตฺตโต วาติ. ตตฺถ ปิตฺตาทีนํ โขภกรณปจฺจยโยเคน ขุภิตธาตุโก ‘ธาตุกฺโขภโต’ สุปินํ ปสฺสติ. ปสฺสนฺโต จ นานาวิธํ สุปินํ ปสฺสติ – ปพฺพตา ปตนฺโต วิย, อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย, วาฬมิคหตฺถิโจราทีหิ อนุพทฺโธ วิย จ โหติ. ‘อนุภูตปุพฺพโต’ ปสฺสนฺโต ปุพฺเพ อนุภูตปุพฺพํ อารมฺมณํ ปสฺสติ. ‘เทวโตปสํหารโต’ ปสฺสนฺตสฺส เทวตา อตฺถกามตาย วา อนตฺถกามตาย วา อตฺถาย วา อนตฺถาย วา นานาวิธานิ อารมฺมณานิ อุปสํหรนฺติ. โส ตาสํ เทวตานํ อานุภาเวน ตานิ อารมฺมณานิ ปสฺสติ. ปุพฺพนิมิตฺตโต ปสฺสนฺโต ปุญฺญาปุญฺญวเสน อุปฺปชฺชิตุกามสฺส อตฺถสฺส วา อนตฺถสฺส วา ปุพฺพนิมิตฺตภูตํ สุปินํ ปสฺสติ โพธิสตฺตมาตา วิย ปุตฺตปฏิลาภนิมิตฺตํ, โพธิสตฺโต วิย ปญฺจ มหาสุปิเน (อ. นิ. ๕.๑๙๖), โกสลราชา วิย จ โสฬส สุปิเนติ (ชา. ๑.๑.๔๑).

ตตฺถ ยํ ธาตุกฺโขภโต อนุภูตปุพฺพโต จ สุปินํ ปสฺสติ, น ตํ สจฺจํ โหติ. ยํ เทวโตปสํหารโต ปสฺสติ, ตํ สจฺจํ วา โหติ อลิกํ วา. กุทฺธา หิ เทวตา อุปาเยน วินาเสตุกามา วิปรีตมฺปิ กตฺวา ทสฺเสนฺติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – โรหเณ กิร นาคมหาวิหาเร มหาเถโร ภิกฺขุสงฺฆํ อนปโลเกตฺวาว เอกํ นาครุกฺขํ ฉินฺทาเปสิ. รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา เถรสฺส กุทฺธา ปฐมเมว นํ ปโลเภตฺวา ปจฺฉา ‘อิโต เต สตฺตทิวสมตฺถเก อุปฏฺฐาโก ราชา มริสฺสตี’ติ สุปิเน อาโรเจสิ. เถโร นํ กถํ อาหริตฺวา ราโชโรธานํ อาจิกฺขิ. ตา เอกปฺปหาเรเนว มหาวิรวํ วิรวึสุ. ราชา ‘กึ เอต’นฺติ ปุจฺฉิ. ตา ‘เอวํ เถเรน วุตฺต’นฺติ อาโรจยึสุ. ราชา ทิวเส คณาเปตฺวา สตฺตาเห วีติวตฺเต กุชฺฌิตฺวา เถรสฺส หตฺถปาเท ฉินฺทาเปสิ.

ยํ ปน ปุพฺพนิมิตฺตโต ปสฺสติ ตํ เอกนฺตสจฺจเมว โหติ. เอเตสญฺจ จตุนฺนํ มูลการณานํ สํสคฺคเภทโตปิ สุปินเภโท โหติเยว. ตญฺจ ปเนตํ จตุพฺพิธํ สุปินํ เสกฺขปุถุชฺชนาว ปสฺสนฺติ อปฺปหีนวิปลฺลาสตฺตา; อเสกฺขา น ปสฺสนฺติ ปหีนวิปลฺลาสตฺตา.

กึ ปน ตํ ปสฺสนฺโต สุตฺโต ปสฺสติ, ปฏิพุทฺโธ? อุทาหุ เนว สุตฺโต ปสฺสติ น ปฏิพุทฺโธติ? กิญฺเจตฺถ ยทิ ตาว สุตฺโต ปสฺสติ, อภิธมฺมวิโรโธ อาปชฺชติ. ภวงฺคจิตฺเตน หิ สุปติ. ตญฺจ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ ราคาทิสมฺปยุตฺตํ วา น โหติ. สุปินํ ปสฺสนฺตสฺส จ อีทิสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อถ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, วินยวิโรโธ อาปชฺชติ. ยญฺหิ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, ตํ สพฺโพหาริกจิตฺเตน ปสฺสติ. สพฺโพหาริกจิตฺเตน จ กเต วีติกฺกเม อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. สุปินํ ปสฺสนฺเตน ปน กเต วีติกฺกเม เอกนฺตํ อนาปตฺติ เอว. อถ เนว สุตฺโต น ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, น สุปินํ นาม ปสฺสติ. เอวญฺหิ สติ สุปินสฺส อภาโวว อาปชฺชติ? น อภาโว. กสฺมา? ยสฺมา กปิมิทฺธปเรโต ปสฺสติ. วุตฺตํ เหตํ – ‘‘กปิมิทฺธปเรโต โข, มหาราช, สุปินํ ปสฺสตี’’ติ (มิ. ป. ๕.๓.๕). ‘กปิมิทฺธปเรโต’ติ มกฺกฏนิทฺทาย ยุตฺโต. ยถา หิ มกฺกฏสฺส นิทฺทา ลหุปริวตฺตา โหติ, เอวํ ยา นิทฺทา ปุนปฺปุนํ กุสลาทิจิตฺตโวกิณฺณตฺตา ลหุปริวตฺตา; ยสฺสา ปวตฺติยํ ปุนปฺปุนํ ภวงฺคโต อุตฺตรณํ โหติ, ตาย ยุตฺโต สุปินํ ปสฺสติ. เตนายํ สุปิโน กุสโลปิ โหติ อกุสโลปิ อพฺยากโตปิ ๓๘๖. ตตฺถ สุปินนฺเต เจติยวนฺทนธมฺมสฺสวนธมฺมเทสนาทีนิ กโรนฺตสฺส กุสโล, ปาณาติปาตาทีนิ กโรนฺตสฺส อกุสโล, ทฺวีหิ อนฺเตหิ มุตฺโต อาวชฺชนตทารมฺมณกฺขเณ อพฺยากโตติ เวทิตพฺโพ. สุปิเนเนว ‘ทิฏฺฐํ วิย เม, สุตํ วิย เม’ติ กถนกาเลปิ อพฺยากโตเยว.

กึ ปน สุปิเน กตํ กุสลากุสลํ กมฺมํ สวิปากํ อวิปากนฺติ? สวิปากํ; ทุพฺพลตฺตา ปน ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ น สกฺโกติ, ทินฺนาย อญฺญกมฺเมน ปฏิสนฺธิยา ปวตฺเต เวทนียํ โหติ.

เอวํ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญาติ ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ น เหตฺวฏฺโฐ ยาถาวฏฺโฐ. ตํ ยาถาวฏฺฐํ วตฺถุํ วิภาเวตีติ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา. ตถา ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ อเหตุกฏฺโฐ, ชราภิภูตฏฺโฐ, น สุปินํ ปสฺสนฏฺโฐ, ยาถาวฏฺโฐ. ตํ ยาถาวฏฺฐํ วตฺถุํ วิภาเวตีติ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา. อิติ ยา เหฏฺฐา ‘‘ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญา’’ติ มาติกาย นิกฺขิตฺตา, สา เอวํ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญาติ เวทิตพฺพา. ตสฺสา เอว จ วเสน เอวํ เอกวิเธน ญาณวตฺถูติ เอวํ เอเกกโกฏฺฐาเสน ญาณคณนา เอเกน วา อากาเรน ญาณปริจฺเฉโท โหติ.

เอกกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๒.) ทุกนิทฺเทสวณฺณนา

๗๖๗. ทุวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส จตูสุ ภูมีสุ กุสเลติ เสกฺขปุถุชฺชนานํ จตุภูมกกุสลปญฺญา. ปฏิสมฺภิทาวิภงฺเค วุตฺเตสุ ปญฺจสุ อตฺเถสุ อตฺตโน อตฺตโน ภูมิปริยาปนฺนํ วิปากสงฺขาตํ อตฺถํ ชาเปติ ชเนติ ปวตฺเตตีติ อตฺถชาปิกา. อรหโต อภิญฺญํ อุปฺปาเทนฺตสฺส สมาปตฺตึ อุปฺปาเทนฺตสฺส กิริยาพฺยากเตติ อภิญฺญาย เจว สมาปตฺติยา จ ปริกมฺมสมเย กามาวจรกิริยปญฺญา. สา หิ อภิญฺญาสมาปตฺติปเภทํ กิริยสงฺขาตํ อตฺถํ ชาเปติ ชเนติ ปวตฺเตตีติ อตฺถชาปิกา ปญฺญาติ วุตฺตา. อยํ ปน อปโรปิ ปาฬิมุตฺตโก อฏฺฐกถานโย – ยาปิ หิ ปุริมา กามาวจรกิริยา ปจฺฉิมาย กามาวจรกิริยาย อนนฺตราทิวเสน ปจฺจโย โหติ, สาปิ ตํ กิริยตฺถํ ชาเปตีติ อตฺถชาปิกา ปญฺญา นาม. รูปาวจรารูปาวจเรสุปิ เอเสว นโย.

ทุติยปทนิทฺเทเส จตูสุ ภูมีสุ วิปาเกติ กามาวจรวิปาเก ปญฺญา สหชาตาทิปจฺจยวเสน กามาวจรวิปากตฺถํ ชาเปตฺวา ฐิตาติ ชาปิตตฺถา. รูปาวจราทิวิปากปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. สพฺพาปิ วา เอสา อตฺตโน อตฺตโน การเณหิ ชาปิตา ชนิตา ปวตฺติตา สยมฺปิ อตฺถภูตาติปิ ชาปิตตฺถา. อรหโต อุปฺปนฺนาย อภิญฺญาย อุปฺปนฺนาย สมาปตฺติยาติ วุตฺตกิริยปญฺญายปิ เอเสว นโย. อยํ ปน อปโรปิ ปาฬิมุตฺตโก อฏฺฐกถานโย – กามาวจรกิริยปญฺญาปิ หิ สหชาตาทิวเสน กามาวจรกิริยสงฺขาตํ อตฺถํ ชาเปตฺวา ฐิตาติ ชาปิตตฺถา. รูปาวจรารูปาวจรกิริยปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. สพฺพาปิ วา เอสา อตฺตโน อตฺตโน การเณหิ ชาปิตา ชนิตา ปวตฺติตา สยญฺจ อตฺถภูตาติปิ ชาปิตตฺถา. เสสเมตฺถ สพฺพํ ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ วุตฺตนยตฺตา ปากฏเมวาติ.

ทุกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๓.) ติกนิทฺเทสวณฺณนา

๗๖๘. ติวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส โยควิหิเตสูติ โยโค วุจฺจติ ปญฺญา; ปญฺญาวิหิเตสุ ปญฺญาปริณามิเตสูติ อตฺโถ. กมฺมายตเนสูติ เอตฺถ กมฺมเมว กมฺมายตนํ; อถ วา กมฺมญฺจ ตํ อายตนญฺจ อาชีวาทีนนฺติปิ กมฺมายตนํ. สิปฺปายตเนสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ทุวิธํ กมฺมํ – หีนญฺจ อุกฺกฏฺฐญฺจ. ตตฺถ หีนํ นาม วฑฺฒกีกมฺมํ, ปุปฺผฉฑฺฑกกมฺมนฺติ เอวมาทิ. อุกฺกฏฺฐํ นาม กสิ, วณิชฺชา, โครกฺขนฺติ เอวมาทิ. สิปฺปมฺปิ ทุวิธํ หีนญฺจ อุกฺกฏฺฐญฺจ. ตตฺถ หีนํ สิปฺปํ นาม นฬการสิปฺปํ, เปสการสิปฺปํ, กุมฺภการสิปฺปํ, จมฺมการสิปฺปํ, นฺหาปิตสิปฺปนฺติ เอวมาทิ. อุกฺกฏฺฐํ นาม สิปฺปํ มุทฺทา, คณนา, เลขญฺจาติ เอวมาทิ วิชฺชาว วิชฺชาฏฺฐานํ. ตํ ธมฺมิกเมว คหิตํ. นาคมณฺฑลปริตฺตสทิสํ, ผุธมนกมนฺตสทิสํ, สาลากิยํ, สลฺลกตฺติยนฺติอาทีนิ ปน เวชฺชสตฺถานิ ‘‘อิจฺฉามหํ, อาจริย, สิปฺปํ สิกฺขิตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๒๙) สิปฺปายตเน ปวิฏฺฐตฺตา น คหิตานิ.

ตตฺถ เอโก ปณฺฑิโต มนุสฺสานํ ผาสุวิหารตฺถาย อตฺตโน จ ธมฺมตาย เคหปาสาทยานนาวาทีนิ อุปฺปาเทติ. โส หิ ‘อิเม มนุสฺสา วสนฏฺฐาเนน วินา ทุกฺขิตา’ติ หิตกิริยาย ฐตฺวา ทีฆจตุรสฺสาทิเภทํ เคหํ อุปฺปาเทติ, สีตุณฺหปฏิฆาตตฺถาย เอกภูมิกทฺวิภูมิกาทิเภเท ปาสาเท กโรติ, ‘ยาเน อสติ อนุสญฺจรณํ นาม ทุกฺข’นฺติ ชงฺฆากิลมถปฏิวิโนทนตฺถาย วยฺหสกฏสนฺทมานิกาทีนิ อุปฺปาเทติ, ‘นาวาย อสติ สมุทฺทาทีสุ สญฺจาโร นาม นตฺถี’ติ นานปฺปการํ นาวํ อุปฺปาเทติ. โส สพฺพมฺเปตํ เนว อญฺเญหิ กยิรมานํ ปสฺสติ, น กตํ อุคฺคณฺหาติ, น กเถนฺตานํ สุณาติ, อตฺตโน ปน ธมฺมตาย จินฺตาย กโรติ. ปญฺญวตา หิ อตฺตโน ธมฺมตาย กตมฺปิ อญฺเญหิ อุคฺคณฺหิตฺวา กโรนฺเตหิ กตสทิสเมว โหติ. อยํ ตาว หีนกมฺเม นโย.

อุกฺกฏฺฐกมฺเมปิ ‘กสิกมฺเม อสติ มนุสฺสานํ ชีวิตํ น ปวตฺตตี’ติ เอโก ปณฺฑิโต มนุสฺสานํ ผาสุวิหารตฺถาย ยุคนงฺคลาทีนิ กสิภณฺฑานิ อุปฺปาเทติ; ตถา นานปฺปการํ วาณิชกมฺมํ โครกฺขญฺจ อุปฺปาเทติ. โส สพฺพมฺเปตํ เนว อญฺเญหิ กริยมานํ ปสฺสติ…เป… กตสทิสเมว โหติ. อยํ อุกฺกฏฺฐกมฺเม นโย.

ทุวิเธปิ ปน สิปฺปายตเน เอโก ปณฺฑิโต มนุสฺสานํ ผาสุวิหารตฺถาย นฬการสิปฺปาทีนิ หีนสิปฺปานิ, หตฺถมุทฺทาย คณนสงฺขาตํ มุทฺทํ, อจฺฉินฺนกสงฺขาตํ คณนํ, มาติกาปฺปเภทกาทิเภทญฺจ เลขํ อุปฺปาเทติ. โส สพฺพมฺเปตํ เนว อญฺเญหิ กริยมานํ ปสฺสติ…เป… กตสทิสเมว โหติ. อยํ สิปฺปายตเน นโย.

เอกจฺโจ ปน ปณฺฑิโต อมนุสฺสสรีสปาทีหิ อุปทฺทุตานํ มนุสฺสานํ ติกิจฺฉนตฺถาย ธมฺมิกานิ นาคมณฺฑลมนฺตาทีนิ วิชฺชาฏฺฐานานิ อุปฺปาเทติ, ตานิ เนว อญฺเญหิ กริยมานานิ ปสฺสติ, น กตานิ อุคฺคณฺหาติ, น กเถนฺตานํ สุณาติ, อตฺตโน ปน ธมฺมตาย จินฺตาย กโรติ. ปญฺญวตา หิ อตฺตโน ธมฺมตาย กตมฺปิ อญฺเญหิ อุคฺคณฺหิตฺวา กโรนฺเตหิ กตสทิสเมว โหติ.

กมฺมสฺสกตํ วาติ ‘‘อิทํ กมฺมํ สตฺตานํ สกํ, อิทํ โน สก’’นฺติ เอวํ ชานนญาณํ. สจฺจานุโลมิกํ วาติ วิปสฺสนาญาณํ. ตญฺหิ จตุนฺนํ สจฺจานํ อนุโลมนโต สจฺจานุโลมิกนฺติ วุจฺจติ. อิทานิสฺส ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ รูปํ อนิจฺจนฺติ วาติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อนิจฺจลกฺขณเมว อาคตํ, น ทุกฺขลกฺขณอนตฺตลกฺขณานิ, อตฺถวเสน ปน อาคตาเนวาติ ทฏฺฐพฺพานิ – ยญฺหิ อนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตาติ.

ยํ เอวรูปินฺติ ยํ เอวํ เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสภาวํ อนุโลมิกํ. ขนฺตินฺติอาทีนิ สพฺพานิ ปญฺญาเววจนาเนว. สา หิ เหฏฺฐา วุตฺตานํ กมฺมายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ การณานํ อปจฺจนีกทสฺสเนน อนุโลเมตีติ อนุโลมิกา. ตถา สตฺตานํ หิตจริยาย อนุโลเมติ, มคฺคสจฺจสฺส อนุโลเมติ, ปรมตฺถสจฺจสฺส นิพฺพานสฺส อนุโลมนโต อนุโลเมตีติปิ อนุโลมิกา. สพฺพานิปิ เอตานิ การณานิ ขมติ สหติ ทฏฺฐุํ สกฺโกตีติ ขนฺติ, ปสฺสตีติ ทิฏฺฐิ, โรเจตีติ รุจิ, มุทตีติ มุทิ, เปกฺขตีติ เปกฺขา. สพฺเพปิสฺสา เต กมฺมายตนาทโย ธมฺมา นิชฺฌานํ ขมนฺติ, วิเสสโต จ ปญฺจกฺขนฺธสงฺขาตา ธมฺมา ปุนปฺปุนํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตวเสน นิชฺฌายมานา ตํ นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ ธมฺมนิชฺฌานขนฺตี.

ปรโต อสฺสุตฺวา ปฏิลภตีติ อญฺญสฺส อุปเทสวจนํ อสฺสุตฺวา สยเมว จินฺเตนฺโต ปฏิลภติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ จินฺตามยา ปญฺญา นาม วุจฺจติ. สา ปเนสา น เยสํ เกสญฺจิ อุปฺปชฺชติ, อภิญฺญาตานํ ปน มหาสตฺตานเมว อุปฺปชฺชติ. ตตฺถาปิ สจฺจานุโลมิกญาณํ ทฺวินฺนํเยว โพธิสตฺตานํ อุปฺปชฺชติ. เสสปญฺญา สพฺเพสมฺปิ ปูริตปารมีนํ มหาปญฺญานํ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพา.

ปรโต สุตฺวา ปฏิลภตีติ เอตฺถ กมฺมายตนาทีนิ ปเรน กริยมานานิ วา กตานิ วา ทิสฺวาปิ ยสฺส กสฺสจิ กถยมานสฺส วจนํ สุตฺวาปิ อาจริยสฺส สนฺติเก อุคฺคเหตฺวาปิ ปฏิลทฺธา สพฺพา ปรโต สุตฺวาเยว ปฏิลทฺธา นามาติ เวทิตพฺพา.

สมาปนฺนสฺสาติ สมาปตฺติสมงฺคิสฺส; อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺตา ปญฺญา ภาวนามยา นามาติ อตฺโถ.

๗๖๙. ทานํ อารพฺภาติ ทานํ ปฏิจฺจ; ทานเจตนาปจฺจยาติ อตฺโถ. ทานาธิคจฺฉาติ ทานํ อธิคจฺฉนฺตสฺส; ปาปุณนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ยา อุปฺปชฺชตีติ ยา เอวํ ทานเจตนาสมฺปยุตฺตา ปญฺญา อุปฺปชฺชติ, อยํ ทานมยา ปญฺญา นาม. สา ปเนสา ‘ทานํ ทสฺสามี’ติ จินฺเตนฺตสฺส, ทานํ เทนฺตสฺส, ทานํ ทตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปุพฺพเจตนา, มุญฺจเจตนา, อปรเจตนาติ ติวิเธน อุปฺปชฺชติ.

สีลํ อารพฺภ สีลาธิคจฺฉาติ อิธาปิ สีลเจตนาสมฺปยุตฺตาว สีลมยา ปญฺญาติ อธิปฺเปตา. อยมฺปิ ‘สีลํ ปูเรสฺสามี’ติ จินฺเตนฺตสฺส, สีลํ ปูเรนฺตสฺส, สีลํ ปูเรตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปุพฺพเจตนา, มุญฺจเจตนา, อปรเจตนาติ ติวิเธเนว อุปฺปชฺชติ. ภาวนามยา เหฏฺฐา วุตฺตาเยว.

๗๗๐. อธิสีลปญฺญาทีสุ สีลาทีนิ ทุวิเธน เวทิตพฺพานิ – สีลํ, อธิสีลํ; จิตฺตํ, อธิจิตฺตํ; ปญฺญา, อธิปญฺญาติ. ตตฺถ ‘‘อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตาว สา ธาตุ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐; อ. นิ. ๓.๑๓๗) อิมาย ตนฺติยา สงฺคหิตวเสน ปญฺจปิ สีลานิ ทสปิ สีลานิ สีลํ นาม. ตญฺหิ ตถาคเต อุปฺปนฺเนปิ อนุปฺปนฺเนปิ โหติ. อนุปฺปนฺเน เก ปญฺญาเปนฺตีติ? ตาปสปริพฺพาชกา, สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา, จกฺกวตฺติราชาโน จ ปญฺญาเปนฺติ. อุปฺปนฺเน สมฺมาสมฺพุทฺเธ ภิกฺขุสงฺโฆ, ภิกฺขุนีสงฺโฆ, อุปาสกา, อุปาสิกาโย จ ปญฺญาเปนฺติ. ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ปน สพฺพสีเลหิ อธิกํ อุปฺปนฺเนเยว ตถาคเต อุปฺปชฺชติ, โน อนุปฺปนฺเน. สพฺพญฺญุพุทฺธาเยว จ นํ ปญฺญาเปนฺติ. ‘‘อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ วีติกฺกเม อิทํ นาม โหตี’’ติ ปญฺญาปนญฺหิ อญฺเญสํ อวิสโย, พุทฺธานํเยว เอส วิสโย, พุทฺธานํ พลํ. อิติ ยสฺมา ปาติโมกฺขสํวโร อธิสีลํ, ตสฺมา ตํ อธิสีลปญฺญํ ทสฺเสตุํ ปาติโมกฺขสํวรํ สํวรนฺตสฺสาติอาทิ วุตฺตํ.

เหฏฺฐา วุตฺตาย เอว ปน ตนฺติยา สงฺคหิตวเสน วฏฺฏปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย จิตฺตํ นาม. ตญฺหิ ตถาคเต อุปฺปนฺเนปิ โหติ อนุปฺปนฺเนปิ. อนุปฺปนฺเน เก นิพฺพตฺเตนฺตีติ? ตาปสปริพฺพาชกา เจว สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา จ จกฺกวตฺติราชาโน จ. อุปฺปนฺเน ภควติ วิเสสตฺถิกา ภิกฺขุอาทโยปิ นิพฺพตฺเตนฺติเยว. วิปสฺสนาปาทิกา ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย สพฺพจิตฺเตหิ อธิกา, อุปฺปนฺเนเยว ตถาคเต อุปฺปชฺชนฺติ, โน อนุปฺปนฺเน. สพฺพญฺญุพุทฺธา เอว จ เอตา ปญฺญาเปนฺติ. อิติ ยสฺมา อฏฺฐ สมาปตฺติโย อธิจิตฺตํ, ตสฺมา อธิจิตฺตปญฺญํ ทสฺเสตุํ รูปาวจรารูปาวจรสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตสฺสาติอาทิ วุตฺตํ.

เหฏฺฐา วุตฺตาย เอว ปน ตนฺติยา สงฺคหิตวเสน กมฺมสฺสกตญาณํ ปญฺญา นาม. ตญฺหิ ตถาคเต อุปฺปนฺเนปิ โหติ อนุปฺปนฺเนปิ. อนุปฺปนฺเน เวลามทานเวสฺสนฺตรทานาทิวเสน อุปฺปชฺชติ; อุปฺปนฺเน เตน ญาเณน มหาทานํ ปวตฺเตนฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ. มคฺคผลปญฺญา ปน สพฺพปญฺญาหิ อธิกา, อุปฺปนฺเนเยว ตถาคเต วิตฺถาริกา หุตฺวา ปวตฺตติ, โน อนุปฺปนฺเน. อิติ ยสฺมา มคฺคผลปญฺญา อธิปญฺญา, ตสฺมา อติเรกปญฺญาย ปญฺญํ ทสฺเสตุํ จตูสุ มคฺเคสูติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ สิยา – สีลํ, อธิสีลํ; จิตฺตํ, อธิจิตฺตํ; ปญฺญา, อธิปญฺญาติ อิเมสุ ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ วิปสฺสนา ปญฺญา กตรสนฺนิสฺสิตาติ? อธิปญฺญาสนฺนิสฺสิตา. ตสฺมา ยถา โอมกตรปฺปมาณํ ฉตฺตํ วา ธชํ วา อุปาทาย อติเรกปฺปมาณํ อติฉตฺตํ อติธโชติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ ปญฺจสีลํ ทสสีลํ อุปาทาย ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ‘อธิสีลํ’ นาม; วฏฺฏปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย อุปาทาย วิปสฺสนาปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย ‘อธิจิตฺตํ’ นาม, กมฺมสฺสกตปญฺญํ อุปาทาย วิปสฺสนาปญฺญา จ มคฺคปญฺญา จ ผลปญฺญา จ ‘อธิปญฺญา’ นามาติ เวทิตพฺพา.

๗๗๑. อายโกสลฺลาทินิทฺเทเส ยสฺมา อาโยติ วุฑฺฒิ, สา อนตฺถหานิโต อตฺถุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา; อปาโยติ อวุฑฺฒิ, สาปิ อตฺถหานิโต อนตฺถุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา; ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺเม มนสิกโรโตติอาทิ วุตฺตํ. อิทํ วุจฺจตีติ ยา อิเมสํ อกุสลธมฺมานํ อนุปฺปตฺติปฺปหาเนสุ กุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา – อิทํ อายโกสลฺลํ นาม วุจฺจติ. ยา ปเนสา กุสลธมฺมานํ อนุปฺปชฺชนนิรุชฺฌเนสุ อกุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา – อิทํ อปายโกสลฺลํ นามาติ อตฺโถ. อายโกสลฺลํ ตาว ปญฺญา โหตุ; อปายโกสลฺลํ กถํ ปญฺญา นาม ชาตาติ? ปญฺญวาเยว หิ ‘มยฺหํ เอวํ มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ นิรุชฺฌนฺติ; อนุปฺปนฺนา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา ปวฑฺฒนฺตี’ติ ปชานาติ. โส เอวํ ญตฺวา อนุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปชฺชิตุํ น เทติ, อุปฺปนฺเน ปชหติ; อนุปฺปนฺเน กุสเล อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺเน ภาวนาปาริปูรึ ปาเปติ. เอวํ อปายโกสลฺลมฺปิ ปญฺญา เอวาติ เวทิตพฺพํ. สพฺพาปิ ตตฺรูปายา ปญฺญา อุปายโกสลฺลนฺติ อิทํ ปน อจฺจายิกกิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนตฺถํ ฐานุปฺปตฺติยการณชานนวเสเนว เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ติกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๔.) จตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา

๗๙๓. จตุพฺพิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส อตฺถิ ทินฺนนฺติอาทีสุ ทินฺนปจฺจยา ผลํ อตฺถีติ อิมินา อุปาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิทํ วุจฺจตีติ ยํ ญาณํ ‘อิทํ กมฺมํ สกํ, อิทํ โน สก’นฺติ ชานาติ – อิทํ กมฺมสฺสกตญาณํ นาม วุจฺจตีติ อตฺโถ. ตตฺถ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ, จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ, ติวิธํ มโนทุจฺจริตนฺติ อิทํ น สกกมฺมํ นาม. ตีสุ ทฺวาเรสุ ทสวิธมฺปิ สุจริตํ สกกมฺมํ นาม. อตฺตโน วาปิ โหตุ ปรสฺส วา สพฺพมฺปิ อกุสลํ น สกกมฺมํ นาม. กสฺมา? อตฺถภญฺชนโต อนตฺถชนนโต จ. อตฺตโน วา โหตุ ปรสฺส วา สพฺพมฺปิ กุสลํ สกกมฺมํ นาม. กสฺมา? อนตฺถภญฺชนโต อตฺถชนนโต จ. เอวํ ชานนสมตฺเถ อิมสฺมึ กมฺมสฺสกตญาเณ ฐตฺวา พหุํ ทานํ ทตฺวา สีลํ ปูเรตฺวา อุโปสถํ สมาทิยิตฺวา สุเขน สุขํ สมฺปตฺติยา สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา นิพฺพานํ ปตฺตานํ คณนปริจฺเฉโท นตฺถิ. ยถา หิ สธโน ปุริโส ปญฺจสุ สกฏสเตสุ สปฺปิมธุผาณิตาทีนิ เจว โลณติลตณฺฑุลาทีนิ จ อาโรเปตฺวา กนฺตารมคฺคํ ปฏิปนฺโน เกนจิเทว กรณีเยน อตฺเถ อุปฺปนฺเน สพฺเพสํ อุปกรณานํ คหิตตฺตา น จินฺเตติ, น ปริตสฺสติ, สุเขเนว เขมนฺตํ ปาปุณาติ; เอวเมว อิมสฺมิมฺปิ กมฺมสฺสกตญาเณ ฐตฺวา พหุํ ทานํ ทตฺวา…เป… นิพฺพานํ ปตฺตานํ คณนปโถ นตฺถิ. ฐเปตฺวา สจฺจานุโลมิกํ ญาณนฺติ มคฺคสจฺจสฺส ปรมตฺถสจฺจสฺส จ อนุโลมนโต สจฺจานุโลมิกนฺติ ลทฺธนามํ วิปสฺสนาญาณํ ฐเปตฺวา อวเสสา สพฺพาปิ สาสวา กุสลา ปญฺญา กมฺมสฺสกตญาณเมวาติ อตฺโถ.

๗๙๔. มคฺคสมงฺคิสฺส ญาณํ ทุกฺเขเปตํ ญาณนฺติ เอตฺถ เอกเมว มคฺคญาณํ จตูสุ สจฺเจสุ เอกปฏิเวธวเสน จตูสุ ฐาเนสุ สงฺคหิตํ.

๗๙๖. ธมฺเม ญาณนฺติ เอตฺถ มคฺคปญฺญา ตาว จตุนฺนํ สจฺจานํ เอกปฏิเวธวเสน ธมฺเม ญาณํ นาม โหตุ; ผลปญฺญา กถํ ธมฺเม ญาณํ นามาติ? นิโรธสจฺจวเสน. ทุวิธาปิ เหสา ปญฺญา อปรปฺปจฺจเย อตฺถปจฺจกฺเข อริยสจฺจธมฺเม กิจฺจโต จ อารมฺมณโต จ ปวตฺตตฺตา ธมฺเม ญาณนฺติ เวทิตพฺพา. โส อิมินา ธมฺเมนาติ เอตฺถ มคฺคญาณํ ธมฺมโคจรตฺตา โคจรโวหาเรน ธมฺโมติ วุตฺตํ, อุปโยคตฺเถ วา กรณวจนํ; อิมํ ธมฺมํ ญาเตนาติ อตฺโถ; จตุสจฺจธมฺมํ ชานิตฺวา ฐิเตน มคฺคญาเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ทิฏฺเฐนาติ ทสฺสเนน; ธมฺมํ ปสฺสิตฺวา ฐิเตนาติ อตฺโถ. ปตฺเตนาติ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ปตฺวา ฐิตตฺตา ธมฺมํ ปตฺเตน. วิทิเตนาติ มคฺคญาเณน จตฺตาริ อริยสจฺจานิ วิทิตานิ ปากฏานิ กตานิ. ตสฺมา ตํ ธมฺมํ วิทิตํ นาม โหติ. เตน วิทิตธมฺเมน. ปริโยคาเฬฺหนาติ จตุสจฺจธมฺมํ ปริโยคาเหตฺวา ฐิเตน. นยํ เนตีติ อตีเต จ อนาคเต จ นยํ เนติ หรติ เปเสติ. อิทํ ปน น มคฺคญาณสฺส กิจฺจํ, ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส กิจฺจํ. สตฺถารา ปน มคฺคญาณํ อตีตานาคเต นยํ นยนสทิสํ กตํ. กสฺมา? มคฺคมูลกตฺตา. ภาวิตมคฺคสฺส หิ ปจฺจเวกฺขณา นาม โหติ. ตสฺมา สตฺถา มคฺคญาณเมว นยํ นยนสทิสํ อกาสิ. อปิจ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – ยเทตํ อิมินา จตุสจฺจโคจรํ มคฺคญาณํ อธิคตํ, เตน ญาเณน การณภูเตน อตีตานาคเต ปจฺจเวกฺขณญาณสงฺขาตํ นยํ เนติ.

อิทานิ ยถา เตน นยํ เนติ, ตํ อาการํ ทสฺเสตุํ เย หิ เกจิ อตีตมทฺธานนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อพฺภญฺญํสูติ ชานึสุ ปฏิวิชฺฌึสุ. อิมญฺเญวาติ ยํ ทุกฺขํ อตีเต อพฺภญฺญํสุ, ยญฺจ อนาคเต อภิชานิสฺสนฺติ, น ตญฺเญว อิมํ; สริกฺขฏฺเฐน ปน เอวํ วุตฺตํ. อตีเตปิ หิ ฐเปตฺวา ตณฺหํ เตภูมกกฺขนฺเธเยว ทุกฺขสจฺจนฺติ ปฏิวิชฺฌึสุ, ตณฺหํเยว สมุทยสจฺจนฺติ นิพฺพานเมว นิโรธสจฺจนฺติ อริยมคฺคเมว มคฺคสจฺจนฺติ ปฏิวิชฺฌึสุ, อนาคเตปิ เอวเมว ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺติ, เอตรหิปิ เอวเมว ปฏิวิชฺฌนฺตีติ สริกฺขฏฺเฐน ‘‘อิมญฺเญวา’’ติ วุตฺตํ. อิทํ วุจฺจติ อนฺวเย ญาณนฺติ อิทํ อนุคมนญาณํ นยนญาณํ การณญาณนฺติ วุจฺจติ.

ปริเย ญาณนฺติ จิตฺตปริจฺเฉทญาณํ. ปรสตฺตานนฺติ ฐเปตฺวา อตฺตานํ เสสสตฺตานํ. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ. เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาตีติ อตฺตโน จิตฺเตน เตสํ จิตฺตํ สราคาทิวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา นานปฺปการโต ชานาติ. สราคํ วาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา สติปฏฺฐานวิภงฺเค วุตฺตเมว. อยํ ปน วิเสโส – อิธ อนุตฺตรํ วา จิตฺตํ วิมุตฺตํ วา จิตฺตนฺติ เอตฺถ โลกุตฺตรมฺปิ ลพฺภติ. อวิปสฺสนูปคมฺปิ หิ ปรจิตฺตญาณสฺส วิสโย โหติเยว.

อวเสสา ปญฺญาติ ธมฺเม ญาณาทิกา ติสฺโส ปญฺญา ฐเปตฺวา เสสา สพฺพาปิ ปญฺญา ญาณนฺติ สมฺมตตฺตา สมฺมุติญาณํ นาม โหติ. วจนตฺโถ ปเนตฺถ สมฺมุติมฺหิ ญาณนฺติ สมฺมุติญาณํ.

๗๙๗. กามาวจรกุสเล ปญฺญาติ อยญฺหิ เอกนฺเตน วฏฺฏสฺมึ จุติปฏิสนฺธึ อาจินเตว, ตสฺมา ‘‘อาจยาย โน อปจยายา’’ติ วุตฺตา. โลกุตฺตรมคฺคปญฺญา ปน ยสฺมา จุติปฏิสนฺธึ อปจินเตว, ตสฺมา ‘‘อปจยาย โน อาจยายา’’ติ วุตฺตา. รูปาวจรารูปาวจรปญฺญา จุติปฏิสนฺธิมฺปิ อาจินติ, วิกฺขมฺภนวเสน กิเลเส เจว กิเลสมูลเก จ ธมฺเม อปจินติ, ตสฺมา ‘‘อาจยาย เจว อปจยาย จา’’ติ วุตฺตา. เสสา เนว จุติปฏิสนฺธึ อาจินติ น อปจินติ, ตสฺมา ‘‘เนว อาจยาย โน อปจยายา’’ติ วุตฺตา.

๗๙๘. น จ อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌตีติ อิทํ ปฐมชฺฌานปญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ. สา หิสฺส กามวิเวเกน ปตฺตพฺพตฺตา กิเลสนิพฺพิทาย สํวตฺตติ. ตาย เจส กาเมสุ วีตราโค โหติ, อภิญฺญาปาทกภาวํ ปน อปฺปตฺตตาย เนว ปญฺจ อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌติ, นิมิตฺตารมฺมณตฺตา น สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ. เอวมยํ ปญฺญา นิพฺพิทาย โหติ โน ปฏิเวธาย. เสฺววาติ ปฐมชฺฌานํ ปตฺวา ฐิโต. กาเมสุ วีตราโค สมาโนติ ตถา วิกฺขมฺภิตานํเยว กามานํ วเสน วีตราโค. อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌตีติ ปญฺจ อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌติ. อิทํ จตุตฺถชฺฌานปญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ. จตุตฺถชฺฌานปญฺญา หิ อภิญฺญาปาทกภาเวนาปิ ปญฺจ อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌติ, อภิญฺญาภาวปฺปตฺติยาปิ ปฏิวิชฺฌติ เอว. ตสฺมา สา ปฏิเวธาย โหติ. ปฐมชฺฌานปญฺญาย เอว ปน กิเลเสสุปิ นิพฺพินฺทตฺตา โน นิพฺพิทาย. ยา ปนายํ ทุติยตติยชฺฌานปญฺญา, สา กตรโกฏฺฐาสํ ภชตีติ? โสมนสฺสวเสน ปฐมชฺฌานมฺปิ ภชติ, อวิตกฺกวเสน จตุตฺถชฺฌานมฺปิ. เอวเมสา ปฐมชฺฌานสนฺนิสฺสิตา วา จตุตฺถชฺฌานสนฺนิสฺสิตา วา กาตพฺพา. นิพฺพิทาย เจว ปฏิเวธาย จาติ มคฺคปญฺญา สพฺพสฺมิมฺปิ วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนโต นิพฺพิทาย, ฉฏฺฐํ อภิญฺญํ ปฏิวิชฺฌนโต ปฏิเวธาย จ โหติ.

๗๙๙. ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภีติอาทีสุ ยฺวายํ อปฺปคุณสฺส ปฐมชฺฌานสฺส ลาภี. ตํ ตโต วุฏฺฐิตํ อารมฺมณวเสน กามสหคตา หุตฺวา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ ตุทนฺติ โจเทนฺติ. ตสฺส กามานุปกฺขนฺทานํ สญฺญามนสิการานํ วเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา หายติ ปริหายติ; ตสฺมา หานภาคินีติ วุตฺตา. ตทนุธมฺมตาติ ตทนุรูปสภาวา. สติ สนฺติฏฺฐตีติ อิทํ มิจฺฉาสตึ สนฺธาย วุตฺตํ, น สมฺมาสตึ. ยสฺส หิ ปฐมชฺฌานานุรูปสภาวา ปฐมชฺฌานํ สนฺตโต ปณีตโต ทิสฺวา อสฺสาทยมานา อภินนฺทมานา นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส นิกนฺติวเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา เนว หายติ, น วฑฺฒติ, ฐิติโกฏฺฐาสิกา โหติ. เตน วุตฺตํ ฐิติภาคินี ปญฺญาติ. อวิตกฺกสหคตาติ อวิตกฺกํ ทุติยชฺฌานํ สนฺตโต ปณีตโต มนสิกโรโต อารมฺมณวเสน อวิตกฺกสหคตา. สมุทาจรนฺตีติ ปคุณโต ปฐมชฺฌานโต วุฏฺฐิตํ ทุติยชฺฌานาธิคมตฺถาย ตุทนฺติ โจเทนฺติ. ตสฺส อุปริ ทุติยชฺฌานานุปกฺขนฺทานํ สญฺญามนสิการานํ วเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา วิเสสภูตสฺส ทุติยชฺฌานสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย วิเสสภาคินีติ วุตฺตา. นิพฺพิทาสหคตาติ ตเมว ปฐมชฺฌานโต วุฏฺฐิตํ นิพฺพิทาสงฺขาเตน วิปสฺสนาญาเณน สหคตา. วิปสฺสนาญาณญฺหิ ฌานงฺคเภเท วตฺตนฺเต นิพฺพินฺทติ อุกฺกณฺฐติ, ตสฺมา นิพฺพิทาติ วุจฺจติ. สมุทาจรนฺตีติ นิพฺพานสจฺฉิกิริยตฺถาย ตุทนฺติ โจเทนฺติ. วิราคูปสญฺหิตาติ วิราคสงฺขาเตน นิพฺพาเนน อุปสํหิตา. วิปสฺสนาญาณมฺหิ สกฺกา อิมินา มคฺเคน วิราคํ นิพฺพานํ สจฺฉิกาตุนฺติ ปวตฺติโต ‘‘วิราคูปสญฺหิต’’นฺติ วุจฺจติ. ตํสมฺปยุตฺตา สญฺญามนสิการาปิ วิราคูปสญฺหิตา เอว นาม. ตสฺส เตสํ สญฺญามนสิการานํ วเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา อริยมคฺคปฏิเวธสฺส ปทฏฺฐานตาย นิพฺเพธภาคินีติ วุตฺตา. เอวํ จตูสุ ฐาเนสุ ปฐมชฺฌานปญฺญาว กถิตา. ทุติยชฺฌานปญฺญาทีสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๘๐๑. กิจฺเฉน กสิเรน สมาธึ อุปฺปาเทนฺตสฺสาติ โลกุตฺตรสมาธึ อุปฺปาเทนฺตสฺส ปุพฺพภาเค อาคมนกาเล กิจฺเฉน กสิเรน ทุกฺเขน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺตสฺส กิเลเส วิกฺขมฺเภตฺวา อาคตสฺส. ทนฺธํ ตณฺฐานํ อภิชานนฺตสฺสาติ วิกฺขมฺภิเตสุ กิเลเสสุ วิปสฺสนาปริวาเส จิรํ วสิตฺวา ตํ โลกุตฺตรสมาธิสงฺขาตํ ฐานํ ทนฺธํ สณิกํ อภิชานนฺตสฺส ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส, ปาปุณนฺตสฺสาติ อตฺโถ. อยํ วุจฺจตีติ ยา เอสา เอวํ อุปฺปชฺชติ, อยํ กิเลสวิกฺขมฺภนปฏิปทาย ทุกฺขตฺตา, วิปสฺสนาปริวาสปญฺญาย จ ทนฺธตฺตา มคฺคกาเล เอกจิตฺตกฺขเณ อุปฺปนฺนาปิ ปญฺญา อาคมนวเสน ทุกฺขปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นามาติ วุจฺจติ. อุปริ ตีสุ ปเทสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๘๐๒. สมาธิสฺส น นิกามลาภิสฺสาติ โย สมาธิสฺส น นิกามลาภี โหติ, โส ตสฺส น นิกามลาภี นาม. ยสฺส สมาธิ อุปรูปริ สมาปชฺชนตฺถาย อุสฺสกฺกิตุํ ปจฺจโย น โหติ, ตสฺส อปฺปคุณชฺฌานลาภิสฺสาติ อตฺโถ. อารมฺมณํ โถกํ ผรนฺตสฺสาติ ปริตฺเต สุปฺปมตฺเต วา สราวมตฺเต วา อารมฺมเณ ปริกมฺมํ กตฺวา ตตฺเถว อปฺปนํ ปตฺวา ตํ อวฑฺฒิตํ โถกเมว อารมฺมณํ ผรนฺตสฺสาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. นนิกามลาภีปฏิปกฺขโต หิ ปคุณชฺฌานลาภี เอตฺถ นิกามลาภีติ วุตฺโต. อวฑฺฒิตารมฺมณปฏิปกฺขโต จ วฑฺฒิตารมฺมณํ วิปุลนฺติ วุตฺตํ. เสสํ ตาทิสเมว.

ชรามรเณเปตํ ญาณนฺติ นิพฺพานเมว อารมฺมณํ กตฺวา จตุนฺนํ สจฺจานํ เอกปฏิเวธวเสน เอตํ วุตฺตํ.

ชรามรณํ อารพฺภาติอาทีนิ ปน เอเกกํ วตฺถุํ อารพฺภ ปวตฺติกาเล ปุพฺพภาเค สจฺจววตฺถาปนวเสน วุตฺตานิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

จตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๕.) ปญฺจกนิทฺเทสวณฺณนา

๘๐๔. ปญฺจวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส ปีติผรณตาทีสุ ปีตึ ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ ทฺวีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา ปีติผรณตา นาม. สุขํ ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ ตีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา สุขผรณตา นาม. ปเรสํ เจโตผรมานา อุปฺปชฺชตีติ เจโตปริยปญฺญา เจโตผรณตา นาม. อาโลกํ ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ ทิพฺพจกฺขุปญฺญา อาโลกผรณตา นาม. ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปจฺจเวกฺขณานิมิตฺตํ นาม. เตเนว วุตฺตํ ‘‘ทฺวีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา ปีติผรณตา’’ติอาทิ. ตตฺถ จ ปีติผรณตา สุขผรณตา เทฺว ปาทา วิย, เจโตผรณตา อาโลกผรณตา เทฺว หตฺถา วิย, อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ มชฺฌิมกาโย วิย, ปจฺจเวกฺขณานิมิตฺตํ สีสํ วิย. อิติ ภควา ปญฺจงฺคิกํ สมฺมาสมาธึ องฺคปจฺจงฺคสมฺปนฺนํ ปุริสํ วิย กตฺวา ทสฺเสสิ. อยํ ปญฺจงฺคิโก สมฺมาสมาธีติ อยํ หตฺถปาทสีสสทิเสหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ ยุตฺโต สมฺมาสมาธีติ ปาทกชฺฌานสมาธึ กเถสิ.

อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจวาติอาทีสุ อรหตฺตผลสมาธิ อธิปฺเปโต. โส หิ อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ สุขตฺตา ปจฺจุปฺปนฺนสุโข. ปุริโม ปุริโม ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส สมาธิสุขสฺส ปจฺจยตฺตา อายตึ สุขวิปาโก. สนฺตํ สุขุมํ ผลจิตฺตํ ปณีตํ มธุรรูปํ สมุฏฺฐาเปติ. ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส หิ สพฺพกายานุคตํ สุขสมฺผสฺสํ โผฏฺฐพฺพํ ปฏิจฺจ สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ. อิมินาปิ ปริยาเยน อายตึ สุขวิปาโก. กิเลเสหิ อารกตฺตา อริโย. กามามิสวฏฺฏามิสโลกามิสานํ อภาวา นิรามิโส. พุทฺธาทีหิ มหาปุริเสหิ เสวิตตฺตา อกาปุริสเสวิโต. องฺคสนฺตตาย อารมฺมณสนฺตตาย สพฺพกิเลสทรถสนฺตตาย จ สนฺโต. อตปฺปนียฏฺเฐน ปณีโต. กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ลทฺธตฺตา กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิภาวสฺส วา ลทฺธตฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธิลทฺโธ. ปฏิปฺปสฺสทฺธํ ปฏิปฺปสฺสทฺธีติ หิ อิทํ อตฺถโต เอกํ. ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลเสน วา อรหตา ลทฺธตฺตาปิ ปฏิปฺปสฺสทฺธิลทฺโธ. เอโกทิภาเวน อธิคตตฺตา เอโกทิภาวเมว วา อธิคตตฺตา เอโกทิภาวาธิคโต. อปฺปคุณสาสวสมาธิ วิย สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน จิตฺเตน ปจฺจนีกธมฺเม นิคฺคยฺห กิเลเส วาเรตฺวา อนธิคตตฺตา น สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโต. ตญฺจ สมาธึ สมาปชฺชนฺโต ตโต วา วุฏฺฐหนฺโต สติเวปุลฺลปฺปตฺตตฺตา สโตว สมาปชฺชติ สโตว วุฏฺฐหติ. ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสน วา สโต สมาปชฺชติ สโต วุฏฺฐหติ. ตสฺมา ยเทตฺถ ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’’ติ เอวํ ปจฺจเวกฺขมานสฺส ปจฺจตฺตํเยว อปรปฺปจฺจยํ ญาณํ อุปฺปชฺชติ – ตํ เอกมงฺคํ. เอส นโย เสเสสุปิ. เอวมิเมหิ ปญฺจหิ ปจฺจเวกฺขณญาเณหิ อยํ สมาธิ ปญฺจญาณิโก สมฺมาสมาธิ นาม วุตฺโตติ.

ปญฺจกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๖.) ฉกฺกนิทฺเทสวณฺณนา

๘๐๕. ฉพฺพิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส อิทฺธิวิเธ ญาณนฺติ ‘‘เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหตี’’ติอาทินยปฺปวตฺเต (ที. นิ. ๑.๔๘๔; ปฏิ. ม. ๑.๑๐๒) อิทฺธิวิเธ ญาณํ. อิมินา อวิตกฺกาวิจารา อุเปกฺขาสหคตา รูปาวจรา พหุธาภาวาทิสาธิกา เอกจิตฺตกฺขณิกา อปฺปนาปญฺญาว กถิตา. โสตธาตุวิสุทฺธิยา ญาณนฺติ ทูรสนฺติกาทิเภทสทฺทารมฺมณาย ทิพฺพโสตธาตุยา ญาณํ. อิมินาปิ อวิตกฺกาวิจารา อุเปกฺขาสหคตา รูปาวจรา ปกติโสตวิสยาตีตสทฺทารมฺมณา เอกจิตฺตกฺขณิกา อปฺปนาปญฺญาว กถิตา. ปรจิตฺเต ญาณนฺติ ปรสตฺตานํ จิตฺตปริจฺเฉเท ญาณํ. อิมินาปิ ยถาวุตฺตปฺปการา ปเรสํ สราคาทิจิตฺตารมฺมณา เอกจิตฺตกฺขณิกา อปฺปนาปญฺญาว กถิตา. ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยา ญาณนฺติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติสมฺปยุตฺตํ ญาณํ. อิมินาปิ ยถาวุตฺตปฺปการา ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธานุสฺสรณสติสมฺปยุตฺตา เอกจิตฺตกฺขณิกา อปฺปนาปญฺญาว กถิตา. สตฺตานํ จุตูปปาเต ญาณนฺติ สตฺตานํ จุติยญฺจ อุปปาเต จ ญาณํ. อิมินาปิ ยถาวุตฺตปฺปการา จวนกอุปปชฺชนกานํ สตฺตานํ วณฺณธาตุอารมฺมณา เอกจิตฺตกฺขณิกา อปฺปนาปญฺญาว กถิตา. อาสวานํ ขเย ญาณนฺติ สจฺจปริจฺเฉทชานนญาณํ. อิทํ โลกุตฺตรเมว. เสสานิ โลกิยานีติ.

ฉกฺกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๗.) สตฺตกนิทฺเทสาทิวณฺณนา

๘๐๖. สตฺตวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติอาทินา นเยน ปวตฺตินิวตฺติวเสน เอกาทสสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ เอเกกสฺมึ กาลตฺตยเภทโต ปจฺจเวกฺขณญาณํ วตฺวา ปุน ‘‘ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ เอวํ ตเทว ญาณํ สงฺเขปโต ขยธมฺมตาทีหิ ปกาเรหิ วุตฺตํ. ตตฺถ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณทฺวยํ ปจฺจุปฺปนฺนทฺธานวเสน วุตฺตํ. อตีตมฺปิ อทฺธานํ, อนาคตมฺปิ อทฺธานนฺติ เอวํ อตีเต ญาณทฺวยํ, อนาคเต ญาณทฺวยนฺติ ฉ. ตานิ ธมฺมฏฺฐิติญาเณน สทฺธึ สตฺต. ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ปจฺจยาการญาณํ. ปจฺจยากาโร หิ ธมฺมานํ ปวตฺติฏฺฐิติการณตฺตา ธมฺมฏฺฐิตีติ วุจฺจติ; ตตฺถ ญาณํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ. เอตสฺเสว ฉพฺพิธสฺส ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. เอวํ เอเกกสฺมึ องฺเค อิมานิ สตฺต สตฺต กตฺวา เอกาทสสุ องฺเคสุ สตฺตสตฺตติ โหนฺติ. ตตฺถ ขยธมฺมนฺติ ขยคมนสภาวํ. วยธมฺมนฺติ วยคมนสภาวํ. วิราคธมฺมนฺติ วิรชฺชนสภาวํ. นิโรธธมฺมนฺติ นิรุชฺฌนสภาวํ. อิมินา กึ กถิตํ? อปรวิปสฺสนาย ปุริมวิปสฺสนาสมฺมสนํ กถิตํ. เตน กึ กถิตํ โหติ? สตฺตกฺขตฺตุํ วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนา กถิตา. ปฐมญาเณน หิ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตาติ ทิสฺวา ตํ ญาณํ ทุติเยน ทฏฺฐุํ วฏฺฏติ, ทุติยํ ตติเยน, ตติยํ จตุตฺเถน, จตุตฺถํ ปญฺจเมน, ปญฺจมํ ฉฏฺเฐน, ฉฏฺฐํ สตฺตเมน. เอวํ สตฺต วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนา กถิตา โหนฺตีติ.

สตฺตกนิทฺเทสวณฺณนา.

๘๐๗. อฏฺฐวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส โสตาปตฺติมคฺเค ปญฺญาติ โสตาปตฺติมคฺคมฺหิ ปญฺญา. อิมินา สมฺปยุตฺตปญฺญาว กถิตา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโยติ.

อฏฺฐกนิทฺเทสวณฺณนา.

๘๐๘. นววิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีสูติ อนุปุพฺพวิหารสงฺขาตาสุ สมาปตฺตีสุ. ตาสํ อนุปุพฺเพน อนุปฏิปาฏิยา วิหาริตพฺพฏฺเฐน อนุปุพฺพวิหารตา, สมาปชฺชิตพฺพฏฺเฐน สมาปตฺติตา ทฏฺฐพฺพา. ตตฺถ ปฐมชฺฌานสมาปตฺติยา ปญฺญาติอาทโย อฏฺฐ สมฺปยุตฺตปญฺญา เวทิตพฺพา. นวมา ปจฺจเวกฺขณปญฺญา. สา หิ นิโรธสมาปตฺตึ สนฺตโต ปณีตโต ปจฺจเวกฺขมานสฺส ปวตฺตติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณ’’นฺติ.

นวกนิทฺเทสวณฺณนา.

(๑๐.) ทสกนิทฺเทสวณฺณนา

ปฐมพลนิทฺเทโส

๘๐๙. ทสวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส อฏฺฐานนฺติ เหตุปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยปฏิกฺเขโป. อุภเยนาปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. การณญฺหิ ตทายตฺตวุตฺติตาย อตฺตโน ผลสฺส ฐานนฺติ จ อวกาโสติ จ วุจฺจติ. ยนฺติ เยน การเณน. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน โสตาปนฺโน อริยสาวโก. กญฺจิ สงฺขารนฺติ จตุภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ กญฺจิ เอกํ สงฺขารมฺปิ. นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยาติ นิจฺโจติ คเณฺหยฺย. เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ นตฺถิ, น อุปลพฺภติ. ยํ ปุถุชฺชโนติ เยน การเณน ปุถุชฺชโน. ฐานเมตํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ อตฺถิ; สสฺสตทิฏฺฐิยา หิ โส เตภูมเกสุ สงฺขาเรสุ กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต คเณฺหยฺยาติ อตฺโถ. จตุตฺถภูมกสงฺขาโร ปน เตชุสฺสทตฺตา ทิวสํ สนฺตตฺโต อโยคุโฬ วิย มกฺขิกานํ ทิฏฺฐิยา วา อญฺเญสํ วา อกุสลานํ อารมฺมณํ น โหติ. อิมินา นเยน กญฺจิ สงฺขารํ สุขโตติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สุขโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๑) เอวํ อตฺตทิฏฺฐิวเสน สุขโต คาหํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปน อริยสาวโก ปริฬาหาภิภูโต ปริฬาหวูปสมตฺถํ, มตฺตหตฺถีปริตาสิโต วิย, สุจิกาโม โปกฺขพฺราหฺมโณ คูถํ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต อุปคจฺฉติ. อตฺตวาเท กสิณาทิปณฺณตฺติสงฺคหตฺถํ สงฺขารนฺติ อวตฺวา กญฺจิ ธมฺมนฺติ วุตฺตํ. อิธาปิ อริยสาวกสฺส จตุภูมกวเสน ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ, ปุถุชฺชนสฺส เตภูมกวเสน; สพฺพวาเรสุ วา อริยสาวกสฺสาปิ เตภูมกวเสเนว ปริจฺเฉโท วฏฺฏติ. ยํ ยญฺหิ ปุถุชฺชโน คณฺหาติ, ตโต ตโต อริยสาวโก คาหํ วินิเวเฐติ. ปุถุชฺชโน หิ ยํ ยํ นิจฺจํ สุขํ อตฺตาติ คณฺหาติ, ตํ ตํ อริยสาวโก อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ คณฺหนฺโต คาหํ วินิเวเฐติ.

มาตรนฺติอาทีสุ ชนิกาว มาตา. มนุสฺสภูโตว ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานํ. สเจปิ ภวนฺตรคตํ อริยสาวกํ อตฺตโน อริยสาวกภาวํ อชานนฺตมฺปิ โกจิ เอวํ วเทยฺย – ‘อิมํ กุนฺถกิปิลฺลิกํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา สกลจกฺกวาฬคพฺเภ จกฺกวตฺติรชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’ติ, เนว โส ตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อถ วาปิ นํ เอวํ วเทยฺยุํ – ‘สเจ อิมํ น ฆาเตสฺสสิ, สีสํ เต ฉินฺทิสฺสามา’ติ, สีสเมวสฺส ฉินฺเทยฺยุํ, เนว โส ตํ ฆาเตยฺย. ปุถุชฺชนภาวสฺส ปน มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ อริยสาวกสฺส จ พลทีปนตฺถเมตํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สาวชฺโช ปุถุชฺชนภาโว, ยตฺร หิ นาม ปุถุชฺชโน มาตุฆาตาทีนิปิ อานนฺตริยานิ กริสฺสติ. มหาพโล อริยสาวโก; โส เอตานิ กมฺมานิ น กโรตีติ.

ปทุฏฺเฐน จิตฺเตนาติ โทสสมฺปยุตฺเตน วธกจิตฺเตน. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมายํ ฐิตํ ปญฺจหิ การเณหิ สงฺฆํ ภินฺเทยฺย, วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปญฺจหุปาลิ, อากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ – กมฺเมน, อุทฺเทเสน, โวหรนฺโต, อนุสฺสาวเนน, สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘).

ตตฺถ ‘กมฺเมนา’ติ อปโลกนาทีสุ จตูสุ กมฺเมสุ อญฺญตเรน กมฺเมน. ‘อุทฺเทเสนา’ติ ปญฺจสุ ปาติโมกฺขุทฺเทเสสุ อญฺญตเรน อุทฺเทเสน. ‘โวหรนฺโต’ติ กถยนฺโต, ตาหิ ตาหิ อุปฺปตฺตีหิ ‘อธมฺมํ ธมฺโม’ติอาทีนิ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ทีเปนฺโต. ‘อนุสฺสาวเนนา’ติ ‘นนุ ตุเมฺห ชานาถ มยฺหํ อุจฺจากุลา ปพฺพชิตภาวํ พหุสฺสุตภาวญฺจ! มาทิโส นาม อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ คาเหยฺยาติ จิตฺตมฺปิ อุปฺปาเทตุํ ตุมฺหากํ น ยุตฺตํ. กึ มยฺหํ อวีจิ นีลุปฺปลวนํ วิย สีตโล? กิมหํ อปายโต น ภายามี’ติอาทินา นเยน กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวา อนุสฺสาวเนน. ‘สลากคฺคาเหนา’ติ เอวํ อนุสฺสาเวตฺวา เตสํ จิตฺตํ อุปตฺถมฺเภตฺวา อนิวตฺตนธมฺเม กตฺวา ‘‘คณฺหถ อิมํ สลาก’’นฺติ สลากคฺคาเหน. เอตฺถ จ กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณํ โวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหา ปน ปุพฺพภาคา. อฏฺฐารสวตฺถุทีปนวเสน หิ โวหรนฺเตน ตตฺถ รุจิชนนตฺถํ อนุสฺสาเวตฺวา สลากาย คาหิตายปิ อภินฺโนว โหติ สงฺโฆ. ยทา ปน เอวํ จตฺตาโร วา อติเรกา วา สลากํ คาเหตฺวา อาเวณิกํ กมฺมํ วา อุทฺเทสํ วา กโรนฺติ, ตทา สงฺโฆ ภินฺโน นาม โหติ.

เอวํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เอตฺตาวตา มาตุฆาตาทีนิ ปญฺจ อานนฺตริยกมฺมานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ, ยานิ ปุถุชฺชโน กโรติ, น อริยสาวโก. เตสํ อาวิภาวตฺถํ –

กมฺมโต ทฺวารโต เจว, กปฺปฏฺฐิติยโต ตถา;

ปากสาธารณาทีหิ, วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ตตฺถ ‘กมฺมโต’ ตาว – เอตฺถ หิ มนุสฺสภูตสฺเสว มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา อปิ ปริวตฺตลิงฺคํ ชีวิตา โวโรเปนฺตสฺส กมฺมํ อานนฺตริยํ โหติ. ตสฺส วิปากํ ปฏิพาหิสฺสามี’ติ สกลจกฺกวาฬํ มหาเจติยปฺปมาเณหิ กญฺจนถูเปหิ ปูเรตฺวาปิ, สกลจกฺกวาฬํ ปูเรตฺวา นิสินฺนภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวาปิ, พุทฺธสฺส ภควโต สงฺฆาฏิกณฺณํ อมุญฺจิตฺวาว วิจริตฺวาปิ, กายสฺส เภทา นิรยเมว อุปปชฺชติ. โย ปน สยํ มนุสฺสภูโต ติรจฺฉานภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา, สยํ วา ติรจฺฉานภูโต มนุสฺสภูตํ, ติรจฺฉานภูโตเยว วา ติรจฺฉานภูตํ ชีวิตา โวโรเปติ, ตสฺส กมฺมํ อานนฺตริยํ น โหติ, กมฺมํ ปน ภาริยํ โหติ, อานนฺตริยํ อาหจฺเจว ติฏฺฐติ. มนุสฺสชาติกานํ ปน วเสน อยํ ปโญฺห กถิโต.

เอตฺถ เอฬกจตุกฺกํ, สงฺคามจตุกฺกํ, โจรจตุกฺกญฺจ กเถตพฺพํ. ‘เอฬกํ มาเรมี’ติ อภิสนฺธินาปิ หิ เอฬกฏฺฐาเน ฐิตํ มนุสฺโส มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา มาเรนฺโต อานนฺตริยํ ผุสติ. เอฬกาภิสนฺธินา ปน มาตาปิติอภิสนฺธินา วา เอฬกํ มาเรนฺโต อานนฺตริยํ น ผุสติ. มาตาปิติอภิสนฺธินา มาตาปิตโร มาเรนฺโต ผุสเตว. เอส นโย อิตรสฺมิมฺปิ จตุกฺกทฺวเย. ยถา จ มาตาปิตูสุ, เอวํ อรหนฺเตปิ เอตานิ จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ. มนุสฺสอรหนฺตเมว จ มาเรตฺวา อานนฺตริยํ ผุสติ, น ยกฺขภูตํ; กมฺมํ ปน ภาริยํ อานนฺตริยสทิสเมว. มนุสฺสอรหนฺตสฺส จ ปุถุชฺชนกาเลเยว สตฺถปฺปหาเร วา วิเส วา ทินฺเนปิ ยทิ โส อรหตฺตํ ปตฺวา เตเนว มรติ, อรหนฺตฆาโต โหติเยว. ยํ ปน ปุถุชฺชนกาเล ทินฺนํ ทานํ อรหตฺตํ ปตฺวา ปริภุญฺชติ, ปุถุชฺชนสฺเสว ตํ ทินฺนํ โหติ. เสสอริยปุคฺคเล มาเรนฺตสฺส อานนฺตริยํ นตฺถิ, กมฺมํ ปน ภาริยํ อานนฺตริยสทิสเมว.

โลหิตุปฺปาเท ตถาคตสฺส อเภชฺชกายตาย ปรูปกฺกเมน จมฺมจฺเฉทํ กตฺวา โลหิตปคฺฆรณํ นาม นตฺถิ. สรีรสฺส ปน อนฺโตเยว เอกสฺมึ ฐาเน โลหิตํ สโมสรติ. เทวทตฺเตน ปฏิวิทฺธสิลาโต ภิชฺชิตฺวา คตา สกลิกาปิ ตถาคตสฺส ปาทนฺตํ ปหริ. ผรสุนา ปหโฏ วิย ปาโท อนฺโตโลหิโตเยว อโหสิ. ตถา กโรนฺตสฺส อานนฺตริยํ โหติ. ชีวโก ปน ตถาคตสฺส รุจิยา สตฺถเกน จมฺมํ ฉินฺทิตฺวา ตมฺหา ฐานา ทุฏฺฐโลหิตํ นีหริตฺวา ผาสุกมกาสิ. ตถา กโรนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมเมว โหติ.

อถ เย จ ปรินิพฺพุเต ตถาคเต เจติยํ ภินฺทนฺติ, โพธึ ฉินฺทนฺติ, ธาตุมฺหิ อุปกฺกมนฺติ, เตสํ กึ โหตีติ? ภาริยํ กมฺมํ โหติ อานนฺตริยสทิสํ. สธาตุกํ ปน ถูปํ วา ปฏิมํ วา พาธยมานํ โพธิสาขญฺจ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจปิ ตตฺถ นิลีนา สกุณา เจติเย วจฺจํ ปาเตนฺติ, ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว. ปริโภคเจติยโต หิ สรีรเจติยํ มหนฺตตรํ. เจติยวตฺถุํ ภินฺทิตฺวา คจฺฉนฺตํ โพธิมูลมฺปิ ฉินฺทิตฺวา หริตุํ วฏฺฏติ. ยา ปน โพธิสาขา โพธิฆรํ พาธติ, ตํ เคหรกฺขณตฺถํ ฉินฺทิตุํ น ลพฺภติ. โพธิอตฺถญฺหิ เคหํ, น เคหตฺถาย โพธิ. อาสนฆเรปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ ปน อาสนฆเร ธาตุ นิหิตา โหติ, ตสฺส รกฺขณตฺถาย โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. โพธิชคฺคนตฺถํ โอโชหรณสาขํ วา ปูติฏฺฐานํ วา ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว; สรีรปฏิชคฺคเน วิย ปุญฺญมฺปิ โหติ.

สงฺฆเภเท สีมฏฺฐกสงฺเฆ อสนฺนิปติเต วิสุํ ปริสํ คเหตฺวา กตโวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหสฺส กมฺมํ วา กโรนฺตสฺส อุทฺเทสํ วา อุทฺทิสนฺตสฺส เภโท จ โหติ อานนฺตริยกมฺมญฺจ. สมคฺคสญฺญาย ปน วฏฺฏติ. สมคฺคสญฺญาย หิ กโรนฺตสฺส เนว เภโท โหติ น อานนฺตริยกมฺมํ. ตถา นวโต อูนปริสายํ. สพฺพนฺติเมน ปน ปริจฺเฉเทน นวนฺนํ ชนานํ โย สงฺฆํ ภินฺทติ, ตสฺส อานนฺตริยกมฺมํ โหติ. อนุวตฺตกานํ อธมฺมวาทีนํ มหาสาวชฺชํ กมฺมํ; ธมฺมวาทิโน อนวชฺชา. ตตฺถ นวนฺนเมว สงฺฆเภเท อิทํ สุตฺตํ – ‘‘เอกโต, อุปาลิ, จตฺตาโร โหนฺติ, เอกโต จตฺตาโร, นวโม อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ – ‘อยํ ธมฺโม, อยํ วินโย, อิทํ สตฺถุสาสนํ, อิทํ คณฺหถ, อิทํ โรเจถา’ติ. เอวํ โข, อุปาลิ, สงฺฆราชิ เจว โหติ สงฺฆเภโท จ. นวนฺนํ วา, อุปาลิ, อติเรกนวนฺนํ วา สงฺฆราชิ เจว โหติ สงฺฆเภโท จา’’ติ (จูฬว. ๓๕๑).

เอเตสุ จ ปน ปญฺจสุ สงฺฆเภโท วจีกมฺมํ, เสสานิ กายกมฺมานีติ. เอวํ กมฺมโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘ทฺวารโต’ติ สพฺพาเนว เจตานิ กายทฺวารโตปิ วจีทฺวารโตปิ สมุฏฺฐหนฺติ. ปุริมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ อาณตฺติกวิชฺชามยปโยควเสน วจีทฺวารโต สมุฏฺฐหิตฺวาปิ กายทฺวารเมว ปูเรนฺติ. สงฺฆเภโท หตฺถมุทฺทาย เภทํ กโรนฺตสฺส กายทฺวารโต สมุฏฺฐหิตฺวาปิ วจีทฺวารเมว ปูเรตีติ. เอวเมตฺถ ทฺวารโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘กปฺปฏฺฐิติยโต’ติ สงฺฆเภโทเยว เจตฺถ กปฺปฏฺฐิติโย. สณฺฐหนฺเต หิ กปฺเป กปฺปเวมชฺเฌ วา สงฺฆเภทํ กตฺวา กปฺปวินาเสเยว มุจฺจติ. สเจปิ หิ ‘เสฺว กปฺโป วินสฺสิสฺสตี’ติ อชฺช สงฺฆเภทํ กโรติ, เสฺวเยว มุจฺจติ, เอกทิวสเมว นิรเย ปจฺจติ. เอวํ กรณํ ปน นตฺถิ. เสสานิ จตฺตาริ กมฺมานิ อานนฺตริยาเนว โหนฺติ, น กปฺปฏฺฐิติยานีติ. เอวเมตฺถ กปฺปฏฺฐิติยโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘ปากโต’ติ เยน จ ปญฺจเปตานิ กมฺมานิ กตานิ โหนฺติ, ตสฺส สงฺฆเภโทเยว ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ. เสสานิ ‘‘อโหสิ กมฺมํ นาโหสิ กมฺมวิปาโก’’ติ เอวมาทีสุ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. สงฺฆเภทาภาเว โลหิตุปฺปาโท, ตทภาเว อรหนฺตฆาโต, ตทภาเว สเจ ปิตา สีลวา โหติ, มาตา ทุสฺสีลา โน วา ตถา สีลวตี, ปิตุฆาโต ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ. สเจ มาตา มาตุฆาโต. ทฺวีสุปิ สีเลน วา ทุสฺสีเลน วา สมาเนสุ มาตุฆาโตว ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ; มาตา หิ ทุกฺกรการิณี พหูปการา จ ปุตฺตานนฺติ. เอวเมตฺถ ปากโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘สาธารณาทีหี’ติ ปุริมานิ จตฺตาริ สพฺเพสมฺปิ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ สาธารณานิ. สงฺฆเภโท ปน ‘‘น โข, อุปาลิ, ภิกฺขุนี สงฺฆํ ภินฺทติ, น สิกฺขมานา, น สามเณโร, น สามเณรี, น อุปาสโก, น อุปาสิกา สงฺฆํ ภินฺทติ. ภิกฺขุ โข, อุปาลิ, ปกตตฺโต สมานสํวาสโก สมานสีมายํ ฐิโต สงฺฆํ ภินฺทตี’’ติ (จูฬว. ๓๕๑) วจนโต วุตฺตปฺปการสฺส ภิกฺขุโนว โหติ, น อญฺญสฺส; ตสฺมา อสาธารโณ. อาทิสทฺเทน สพฺเพเปเต ทุกฺขเวทนาสหคตา โทสโมหสมฺปยุตฺตา จาติ เอวเมตฺถ สาธารณาทีหิปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

อญฺญํ สตฺถารนฺติ ‘อยํ เม สตฺถา สตฺถุกิจฺจํ กาตุํ สมตฺโถ’ติ ภวนฺตเรปิ อญฺญํ ติตฺถกรํ ‘อยํ เม สตฺถา’ติ เอวํ คเณฺหยฺย – เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. อฏฺฐมํ ภวํ นิพฺพตฺเตยฺยาติ สพฺพมนฺทปญฺโญปิ สตฺตมํ ภวํ อติกฺกมิตฺวา อฏฺฐมํ นิพฺพตฺเตยฺย – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. อุตฺตมโกฏิยา หิ สตฺตมํ ภวํ สนฺธาเยเวส ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ วุตฺโต. กึ ปน ตํ นิยาเมติ? กึ ปุพฺพเหตุ นิยาเมติ อุทาหุ ปฏิลทฺธมคฺโค อุทาหุ อุปริ ตโย มคฺคาติ? สมฺมาสมฺพุทฺเธน คหิตํ นามมตฺตเมตํ. ปุคฺคโล ปน นิยโต นาม นตฺถิ. ‘‘ปุพฺพเหตุ นิยาเมตี’’ติ วุตฺเต หิ อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ อุปนิสฺสโย วุตฺโต โหติ, ปฐมมคฺคสฺส อุปนิสฺสยาภาโว อาปชฺชติ. อิจฺจสฺส อเหตุ อปฺปจฺจยา นิพฺพตฺตึ ปาปุณาติ. ‘‘ปฏิลทฺธมคฺโค นิยาเมตี’’ติ วุตฺเต อุปริ ตโย มคฺคา อกิจฺจกา โหนฺติ, ปฐมมคฺโคว สกิจฺจโก, ปฐมมคฺเคเนว กิเลเส เขเปตฺวา ปรินิพฺพายิตพฺพํ โหติ. ‘‘อุปริ ตโย มคฺคา นิยาเมนฺตี’’ติ วุตฺเต ปฐมมคฺโค อกิจฺจโก โหติ, อุปริ ตโย มคฺคาว สกิจฺจกา, ปฐมมคฺคํ อนิพฺพตฺเตตฺวา อุปริ ตโย มคฺคา นิพฺพตฺเตตพฺพา โหนฺติ, ปฐมมคฺเคน จ อนุปฺปชฺชิตฺวาว กิเลสา เขเปตพฺพา โหนฺติ. ตสฺมา น อญฺโญ โกจิ นิยาเมติ, อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนาว นิยาเมติ. สเจ หิ เตสํ วิปสฺสนา ติกฺขา สูรา หุตฺวา วหติ, เอกํเยว ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ปรินิพฺพาติ. ตโต มนฺทตรปญฺโญ ทุติเย วา ตติเย วา จตุตฺเถ วา ปญฺจเม วา ฉฏฺเฐ วา ภเว อรหตฺตํ ปตฺวา ปรินิพฺพาติ. สพฺพมนฺทปญฺโญ สตฺตมํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อฏฺฐเม ภเว ปฏิสนฺธิ น โหติ. อิติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน คหิตํ นามมตฺตเมตํ. สตฺถา หิ พุทฺธตุลาย ตุเลตฺวา สพฺพญฺญุตญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘อยํ ปุคฺคโล สพฺพมหาปญฺโญ ติกฺขวิปสฺสโก เอกเมว ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ‘เอกพีชี’ติ นามํ อกาสิ; ‘อยํ ปุคฺคโล ทุติยํ, ตติยํ, จตุตฺถํ, ปญฺจมํ, ฉฏฺฐํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ‘โกลํโกโล’ติ นามํ อกาสิ; ‘อยํ ปุคฺคโล สตฺตมํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ‘สตฺตกฺขตฺตุปรโม’ติ นามํ อกาสิ.

โกจิ ปน ปุคฺคโล สตฺตนฺนํ ภวานํ นิยโต นาม นตฺถิ. อริยสาวโก ปน เยน เกนจิปิ อากาเรน มนฺทปญฺโญ สมาโน อฏฺฐมํ ภวํ อปฺปตฺวา อนฺตราว ปรินิพฺพาติ. สกฺกสทิโสปิ วฏฺฏาภิรโต สตฺตมํเยว ภวํ คจฺฉติ. สตฺตเม ภเว สพฺพกาเรน ปมาทวิหาริโนปิ วิปสฺสนาญาณํ ปริปากํ คจฺฉติ. อปฺปมตฺตเกปิ อารมฺมเณ นิพฺพินฺทิตฺวา นิพฺพุตึ ปาปุณาติ. สเจปิ หิสฺส สตฺตเม ภเว นิทฺทํ วา โอกฺกมนฺตสฺส, ปรมฺมุขํ วา คจฺฉนฺตสฺส, ปจฺฉโต ฐตฺวา ติขิเณน อสินา โกจิเทว สีสํ ปาเตยฺย, อุทเก วา โอสาเทตฺวา มาเรยฺย, อสนิ วา ปนสฺส สีเส ปเตยฺย, เอวรูเปปิ กาเล สปฺปฏิสนฺธิกา กาลํกิริยา นาม น โหติ, อรหตฺตํ ปตฺวาว ปรินิพฺพาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อฏฺฐมํ ภวํ นิพฺพตฺเตยฺย – เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ.

เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา. ตีณิ หิ เขตฺตานิ – ชาติเขตฺตํ, อาณาเขตฺตํ, วิสยกฺเขตฺตนฺติ. ตตฺถ ‘ชาติกฺเขตฺตํ’ นาม ทสสหสฺสิโลกธาตุ. สา หิ ตถาคตสฺส มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนกาเล, นิกฺขมนกาเล, สมฺโพธิกาเล, ธมฺมจกฺกปวตฺตเน, อายุสงฺขารโวสฺสชฺชเน, ปรินิพฺพาเน จ กมฺปติ. โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬํ ปน ‘อาณาเขตฺตํ’ นาม. อาฏานาฏิยโมรปริตฺตธชคฺคปริตฺตรตนปริตฺตาทีนญฺหิ เอตฺถ อาณา วตฺตติ. ‘วิสยเขตฺตสฺส’ ปน ปริมาณํ นตฺถิ. พุทฺธานญฺหิ ‘‘ยาวตกํ ญาณํ ตาวตกํ เญยฺยํ, ยาวตกํ เญยฺยํ ตาวตกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เญยฺยํ, เญยฺยปริยนฺติกํ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕) วจนโต อวิสโย นาม นตฺถิ.

อิเมสุ ปน ตีสุ เขตฺเตสุ, ฐเปตฺวา อิมํ จกฺกวาฬํ, อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ. ตีณิ ปิฏกานิ – วินยปิฏกํ, สุตฺตนฺตปิฏกํ, อภิธมฺมปิฏกนฺติ. ติสฺโส สงฺคีติโย – มหากสฺสปตฺเถรสฺส สงฺคีติ, ยสตฺเถรสฺส สงฺคีติ, โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถรสฺส สงฺคีตีติ. อิมา ติสฺโส สงฺคีติโย อารุเฬฺห เตปิฏเก พุทฺธวจเน อิมํ จกฺกวาฬํ มุญฺจิตฺวา อญฺญตฺถ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, นุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ.

อปุพฺพํ อจริมนฺติ อปุเร อปจฺฉา; เอกโต นุปฺปชฺชนฺติ, ปุเร วา ปจฺฉา วา อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ โพธิปลฺลงฺเก ‘‘โพธึ อปฺปตฺวา น อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ ตาว ปุพฺเพนฺติ น เวทิตพฺพํ. โพธิสตฺตสฺส หิ ปฏิสนฺธิคฺคหเณ ทสสหสฺสจกฺกวาฬกมฺปเนเนว ชาติกฺเขตฺตปริคฺคโห กโต, อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นิวาริตา โหติ. ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐาย จ ยาว สาสปมตฺตาปิ ธาตุโย ติฏฺฐนฺติ ตาว ปจฺฉาติ น เวทิตพฺพํ. ธาตูสุ หิ ฐิตาสุ พุทฺธา ฐิตาว โหนฺติ. ตสฺมา เอตฺถนฺตเร อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นิวาริตาว โหติ, ธาตุปรินิพฺพาเน ปน ชาเต อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น นิวาริตา.

ตีณิ หิ อนฺตรธานานิ นาม – ปริยตฺติอนฺตรธานํ, ปฏิเวธอนฺตรธานํ, ปฏิปตฺติอนฺตรธานนฺติ. ตตฺถ ‘ปริยตฺตี’ติ ตีณิ ปิฏกานิ; ‘ปฏิเวโธ’ติ สจฺจปฏิเวโธ; ‘ปฏิปตฺตี’ติ ปฏิปทา. ตตฺถ ปฏิเวโธ จ ปฏิปตฺติ จ โหติปิ น โหติปิ. เอกสฺมิญฺหิ กาเล ปฏิเวธกรา ภิกฺขู พหู โหนฺติ; ‘เอส ภิกฺขุ ปุถุชฺชโน’ติ องฺคุลึ ปสาเรตฺวา ทสฺเสตพฺโพ โหติ. อิมสฺมึเยว ทีเป เอกวารํ กิร ปุถุชฺชนภิกฺขุ นาม นาโหสิ. ปฏิปตฺติปูรกาปิ กทาจิ พหู โหนฺติ, กทาจิ อปฺปา. อิติ ปฏิเวโธ จ ปฏิปตฺติ จ โหติปิ น โหติปิ.

สาสนฏฺฐิติยา ปน ปริยตฺติเยว ปมาณํ. ปณฺฑิโต หิ เตปิฏกํ สุตฺวา เทฺวปิ ปูเรติ. ยถา อมฺหากํ โพธิสตฺโต อาฬารสฺส สนฺติเก ปญฺจาภิญฺญา สตฺต จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา ปริกมฺมํ ปุจฺฉิ, โส ‘น ชานามี’ติ อาห; ตโต อุทกสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อธิคตวิเสสํ สํสนฺเทตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ ปุจฺฉิ; โส อาจิกฺขิ; ตสฺส วจนสมนนฺตรเมว มหาสตฺโต ตํ สมฺปาเทสิ; เอวเมว ปญฺญวา ภิกฺขุ ปริยตฺตึ สุตฺวา เทฺวปิ ปูเรติ. ตสฺมา ปริยตฺติยา ฐิตาย สาสนํ ฐิตํ โหติ. ยทา ปน สา อนฺตรธายติ ตทา ปฐมํ อภิธมฺมปิฏกํ นสฺสติ. ตตฺถ ปฏฺฐานํ สพฺพปฐมํ อนฺตรธายติ. อนุกฺกเมน ปจฺฉา ธมฺมสงฺคโห. ตสฺมึ อนฺตรหิเต อิตเรสุ ทฺวีสุ ปิฏเกสุ ฐิเตสุ สาสนํ ฐิตเมว โหติ.

ตตฺถ สุตฺตนฺตปิฏเก อนฺตรธายมาเน ปฐมํ องฺคุตฺตรนิกาโย เอกาทสกโต ปฏฺฐาย ยาว เอกกา อนฺตรธายติ. ตทนนฺตรํ สํยุตฺตนิกาโย จกฺกเปยฺยาลโต ปฏฺฐาย ยาว โอฆตรณา อนฺตรธายติ. ตทนนฺตรํ มชฺฌิมนิกาโย อินฺทฺริยภาวนโต ปฏฺฐาย ยาว มูลปริยายา อนฺตรธายติ. ตทนนฺตรํ ทีฆนิกาโย ทสุตฺตรโต ปฏฺฐาย ยาว พฺรหฺมชาลา อนฺตรธายติ. เอกิสฺสาปิ ทฺวินฺนมฺปิ คาถานํ ปุจฺฉา อทฺธานํ คจฺฉติ; สาสนํ ธาเรตุํ น สกฺโกติ สภิยปุจฺฉา (สุ. นิ. ๕๑๕ อาทโย) วิย อาฬวกปุจฺฉา (สุ. นิ. ๑๘๓ อาทโย; สํ. นิ. ๑.๒๔๖) วิย จ. เอตา กิร กสฺสปพุทฺธกาลิกา อนฺตรา สาสนํ ธาเรตุํ นาสกฺขึสุ.

ทฺวีสุ ปน ปิฏเกสุ อนฺตรหิเตสุปิ วินยปิฏเก ฐิเต สาสนํ ติฏฺฐติ. ปริวารขนฺธเกสุ อนฺตรหิเตสุ อุภโตวิภงฺเค ฐิเต ฐิตเมว โหติ. อุภโตวิภงฺเค อนฺตรหิเต มาติกาย ฐิตายปิ ฐิตเมว โหติ. มาติกาย อนฺตรหิตาย ปาติโมกฺขปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาสุ ฐิตาสุ สาสนํ ติฏฺฐติ. ลิงฺคํ อทฺธานํ คจฺฉติ. เสตวตฺถสมณวํโส ปน กสฺสปพุทฺธกาลโต ปฏฺฐาย สาสนํ ธาเรตุํ นาสกฺขิ. ปจฺฉิมกสฺส ปน สจฺจปฏิเวธโต ปจฺฉิมกสฺส สีลเภทโต จ ปฏฺฐาย สาสนํ โอสกฺกิตํ นาม โหติ. ตโต ปฏฺฐาย อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น วาริตา.

ตีณิ ปรินิพฺพานานิ นาม – กิเลสปรินิพฺพานํ, ขนฺธปรินิพฺพานํ, ธาตุปรินิพฺพานนฺติ. ตตฺถ ‘กิเลสปรินิพฺพานํ’ โพธิปลฺลงฺเก อโหสิ, ‘ขนฺธปรินิพฺพานํ’ กุสินารายํ, ‘ธาตุปรินิพฺพานํ’ อนาคเต ภวิสฺสติ. สาสนสฺส กิร โอสกฺกนกาเล อิมสฺมึ ตมฺพปณฺณิทีเป ธาตุโย สนฺนิปติตฺวา มหาเจติยํ คมิสฺสนฺติ, มหาเจติยโต นาคทีเป ราชายตนเจติยํ, ตโต มหาโพธิปลฺลงฺกํ คมิสฺสนฺติ. นาคภวนโตปิ เทวโลกโตปิ พฺรหฺมโลกโตปิ ธาตุโย มหาโพธิปลฺลงฺกเมว คมิสฺสนฺติ. สาสปมตฺตาปิ ธาตุ น อนฺตรา นสฺสิสฺสติ. สพฺพา ธาตุโย มหาโพธิปลฺลงฺเก ราสิภูตา สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกฆนา หุตฺวา ฉพฺพณฺณรํสิโย วิสฺสชฺเชสฺสนฺติ. ตา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ผริสฺสนฺติ. ตโต ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตา สนฺนิปติตฺวา ‘‘อชฺช สตฺถา ปรินิพฺพาติ, อชฺช สาสนํ โอสกฺกติ, ปจฺฉิมทสฺสนํ ทานิ อิทํ อมฺหาก’’นฺติ ทสพลสฺส ปรินิพฺพุตทิวสโต มหนฺตตรํ การุญฺญํ กริสฺสนฺติ. ฐเปตฺวา อนาคามิขีณาสเว อวเสสา สกภาเวน สนฺธาเรตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ธาตูสุ เตโชธาตุ อุฏฺฐหิตฺวา ยาว พฺรหฺมโลกา อุคฺคจฺฉิสฺสติ. สาสปมตฺตายปิ ธาตุยา สติ เอกชาลาว ภวิสฺสติ; ธาตูสุ ปริยาทานํ คตาสุ ปจฺฉิชฺชิสฺสติ. เอวํ มหนฺตํ อานุภาวํ ทสฺเสตฺวา ธาตูสุ อนฺตรหิตาสุ สาสนํ อนฺตรหิตํ นาม โหติ. ยาว เอวํ น อนฺตรธายติ ตาว อจริมํ นาม โหติ. เอวํ อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุํ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

กสฺมา ปน อปุพฺพํ อจริมํ น อุปฺปชฺชนฺตีติ? อนจฺฉริยตฺตา. พุทฺธา หิ อจฺฉริยมนุสฺสา, ยถาห – ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยมนุสฺโส. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๒). ยทิ จ เทฺว วา จตฺตาโร วา อฏฺฐ วา โสฬส วา เอกโต อุปฺปชฺเชยฺยุํ, น อจฺฉริยา ภเวยฺยุํ. เอกสฺมิญฺหิ วิหาเร ทฺวินฺนํ เจติยานมฺปิ ลาภสกฺกาโร อุฬาโร น โหติ, ภิกฺขูปิ พหุตาย น อจฺฉริยา ชาตา, เอวํ พุทฺธาปิ ภเวยฺยุํ; ตสฺมา นุปฺปชฺชนฺติ. เทสนาย จ วิเสสาภาวโต. ยญฺหิ สติปฏฺฐานาทิเภทํ ธมฺมํ เอโก เทเสติ, อญฺเญน อุปฺปชฺชิตฺวาปิ โสว เทเสตพฺโพ สิยา. ตโต อนจฺฉริโย สิยา. เอกสฺมึ ปน ธมฺมํ เทเสนฺเต เทสนาปิ อจฺฉริยา โหติ. วิวาทภาวโต จ. พหูสุ จ พุทฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุ พหูนํ อาจริยานํ อนฺเตวาสิกา วิย ‘อมฺหากํ พุทฺโธ ปาสาทิโก, อมฺหากํ พุทฺโธ มธุรสฺสโร ลาภี ปุญฺญวา’ติ วิวเทยฺยุํ; ตสฺมาปิ เอวํ นุปฺปชฺชนฺติ.

อปิเจตํ การณํ มิลินฺทรญฺญา ปุฏฺเฐน นาคเสนตฺเถเรน วิตฺถาริตเมว. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ (มิ. ป. ๕.๑.๑) –

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา – ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุํ – เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๗๗; ม. นิ. ๓.๑๒๙). เทเสนฺตา จ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพปิ ตถาคตา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม เทเสนฺติ, กถยมานา จ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ กเถนฺติ, สิกฺขาเปนฺตา จ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขาเปนฺติ, อนุสาสมานา จ อปฺปมาทปฏิปตฺติยํ อนุสาสนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพสมฺปิ ตถาคตานํ เอกา เทสนา เอกา กถา เอกา สิกฺขา เอกานุสิฏฺฐิ, เกน การเณน เทฺว ตถาคตา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ? เอเกนปิ ตาว พุทฺธุปฺปาเทน อยํ โลโก โอภาสชาโต. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ ภเวยฺย, ทฺวินฺนํ ปภาย อยํ โลโก ภิยฺโยโส มตฺตาย โอภาสชาโต ภเวยฺย. โอวทนฺตา จ เทฺว ตถาคตา สุขํ โอวเทยฺยุํ, อนุสาสมานา จ สุขํ อนุสาเสยฺยุํ. ตตฺถ เม การณํ ทสฺเสหิ ยถาหํ นิสฺสํสโย ภเวยฺย’’นฺติ.

‘‘อยํ, มหาราช, ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.

‘‘ยถา, มหาราช, นาวา เอกปุริสสนฺธารณี ภเวยฺย, เอกสฺมึ ปุริเส อภิรูเฬฺห สา นาวา สมุปาทิกา ภเวยฺย. อถ ทุติโย ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ตาทิโส อายุนา วณฺเณน วเยน ปมาเณน กิสถูเลน สพฺพงฺคปจฺจงฺเคน. โส ตํ นาวํ อภิรูเหยฺย. อปินุ สา, มหาราช, นาวา ทฺวินฺนมฺปิ ธาเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย, โอสีเทยฺย อุทเก’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย…เป… น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส ยาวทตฺถํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย ฉาเทนฺตํ ยาวกณฺฐมภิปูรยิตฺวา. โส ตโต ปีณิโต ปริปุณฺโณ นิรนฺตโร ตนฺทีคโต อโนนมิตทณฺฑชาโต ปุนเทว ตตฺตกํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย. อปินุ โข โส, มหาราช, ปุริโส สุขิโต ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สกึ ภุตฺโตว มเรยฺยา’’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี…เป… น ฐานมุปคจฺเฉยฺยา’’ติ.

‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตี’’ติ? ‘‘อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา รตนปริปูริตา ภเวยฺยุํ ยาวสฺมา มุขสมา. เอก สกฏโต รตนํ คเหตฺวา เอกมฺหิ สกเฏ อากิเรยฺยุํ. อปินุ ตํ, มหาราช, สกฏํ ทฺวินฺนมฺปิ สกฏานํ รตนํ ธาเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นาภิปิ ตสฺส จเลยฺย, อราปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยุํ, เนมิปิ ตสฺส โอปเตยฺย, อกฺโขปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘กินฺนุ โข, มหาราช, อติรตนภาเรน สกฏํ ภิชฺชตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตีติ.

‘‘อปิจ, มหาราช, อิมํ การณํ พุทฺธพลปริทีปนาย โอสาริตํ. อญฺญมฺปิ ตตฺถ ปติรูปํ การณํ สุโณหิ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ อุภโตปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. ยถา, มหาราช, ทฺวินฺนํ พลวามจฺจานํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘ตุมฺหากํ อมจฺโจ, อมฺหากํ อมจฺโจ’ติ อุภโตปกฺขชาตา โหนฺติ; เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ อุภโตปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. อิทํ ตาว มหาราช เอกํ การณํ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.

‘‘อปรมฺปิ อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ ‘อคฺโค พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย, ‘เชฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ‘เสฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ‘วิสิฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ‘อุตฺตโม พุทฺโธ’ติ ‘ปวโร พุทฺโธ’ติ ‘อสโม พุทฺโธ’ติ ‘อสมสโม พุทฺโธ’ติ ‘อปฺปฏิสโม พุทฺโธ’ติ ‘อปฺปฏิภาคี พุทฺโธ’ติ ‘อปฺปฏิปุคฺคโล พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย. อิทมฺปิ โข ตฺวํ, มหาราช, การณํ ตถโต สมฺปฏิจฺฉ เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.