ตติยพลนิทฺเทโส
๘๑๑. ตติยพลนิทฺเทเส มคฺโคติ วา ปฏิปทาติ วา กมฺมสฺเสเวตํ นามํ. นิรยคามินีติอาทีสุ นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรติอตฺเถน จ นิรโย. อุทฺธํ อนุคนฺตฺวา ติริยํ อญฺจิตาติ ติรจฺฉานา; ติรจฺฉานาเยว ติรจฺฉานโยนิ. เปตตาย เปตฺติ; อิโต เปจฺจ คตภาเวนาติ อตฺโถ. เปตฺติเยว เปตฺติวิสโย. มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา; มนุสฺสาว มนุสฺสโลโก. ทิพฺพนฺติ ปญฺจหิ กามคุเณหิ อธิมตฺตาย วา ฐานสมฺปตฺติยาติ เทวา; เทวาว เทวโลโก. วานํ วุจฺจติ ตณฺหา; ตํ ตตฺถ นตฺถีติ นิพฺพานํ. นิรยํ คจฺฉตีติ นิรยคามี. อิทํ มคฺคํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฏิปทา ปน นิรยคามินี นาม โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อิทํ สพฺพมฺปิ ปฏิปทํ ตถาคโต ปชานาติ.
กถํ? สกลคามวาสิเกสุปิ หิ เอกโต เอกํ สูกรํ วา มิคํ วา ชีวิตา โวโรเปนฺเตสุ สพฺเพสมฺปิ เจตนา ปรสฺส ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณาว โหติ. ตํ ปน กมฺมํ เตสํ อายูหนกฺขเณเยว นานา โหติ. เตสุ หิ เอโก อาทเรน ฉนฺทชาโต กโรติ. เอโก ‘เอหิ ตฺวมฺปิ กโรหี’ติ ปเรหิ นิปฺปีฬิตตฺตา กโรติ. เอโก สมานจฺฉนฺโท วิย หุตฺวา อปฺปฏิพาหิยมาโน วิจรติ. เตสุ เอโก เตเนว กมฺเมน นิรเย นิพฺพตฺตติ, เอโก ติรจฺฉานโยนิยํ, เอโก เปตฺติวิสเย. ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณเยว ‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส ติรจฺฉานโยนิยํ, เอส เปตฺติวิสเย’ติ ปชานาติ. นิรเย นิพฺพตฺตมานมฺปิ ‘เอส อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส โสฬสสุ อุสฺสทนิรเยสุ นิพฺพตฺติสฺสตี’ติ ปชานาติ. ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตมานมฺปิ ‘เอส อปาทโก ภวิสฺสติ, เอส ทฺวิปาทโก, เอส จตุปฺปาทโก, เอส พหุปฺปาทโก’ติ ปชานาติ. เปตฺติวิสเย นิพฺพตฺตมานมฺปิ ‘เอส นิชฺฌามตณฺหิโก ภวิสฺสติ, เอส ขุปฺปิปาสิโก, เอส ปรทตฺตูปชีวี’ติ ปชานาติ. เตสุ จ กมฺเมสุ ‘อิทํ กมฺมํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ น สกฺขิสฺสติ, ทุพฺพลํ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกํ ภวิสฺสตีติ ปชานาติ.
ตถา สกลคามวาสิเกสุ เอกโต ปิณฺฑปาตํ ททมาเนสุ สพฺเพสมฺปิ เจตนา ปิณฺฑปาตารมฺมณาว โหติ. ตํ ปน กมฺมํ เตสํ อายูหนกฺขเณเยว ปุริมนเยน นานา โหติ. เตสุ เกจิ เทวโลเก นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, เกจิ มนุสฺสโลเก. ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณเยว ‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เทวโลเก’ติ ปชานาติ. เทวโลเก นิพฺพตฺตมานานมฺปิ ‘เอส ปรนิมฺมิตวสวตฺตีสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส นิมฺมานรตีสุ, เอส ตุสิเตสุ, เอส ยาเมสุ, เอส ตาวตึเสสุ, เอส จาตุมหาราชิเกสุ, เอส ภุมฺมเทเวสุ; เอส ปน เชฏฺฐกเทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เอตสฺส ทุติยํ วา ตติยํ วา ฐานนฺตรํ กโรนฺโต ปริจารโก หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสตี’ติ ปชานาติ. มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺตมานานมฺปิ ‘เอส ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส พฺราหฺมณกุเล, เอส เวสฺสกุเล, เอส สุทฺทกุเล; เอส ปน มนุสฺเสสุ ราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เอตสฺส ทุติยํ วา ตติยํ วา ฐานนฺตรํ กโรนฺโต ปริจารโก หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสตี’ติ ปชานาติ. เตสุ จ กมฺเมสุ ‘อิทํ กมฺมํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ น สกฺขิสฺสติ, ทุพฺพลํ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกํ ภวิสฺสตี’ติ ปชานาติ.
ตถา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปนฺเตสุเยว เยน นีหาเรน วิปสฺสนา อารทฺธา, ‘เอส อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ, เอส อรหตฺตํ ปตฺตุํ น สกฺขิสฺสติ, เอส อนาคามีเยว ภวิสฺสติ, เอส สกทาคามีเยว, เอส โสตาปนฺโนเยว; เอส ปน มคฺคํ วา ผลํ วา สจฺฉิกาตุํ น สกฺขิสฺสติ, ลกฺขณารมฺมณาย วิปสฺสนายเมว ฐสฺสติ; เอส ปจฺจยปริคฺคเหเยว, เอส นามรูปปริคฺคเหเยว, เอส อรูปปริคฺคเหเยว, เอส รูปปริคฺคเหเยว ฐสฺสติ, เอส มหาภูตมตฺตเมว ววตฺถาเปสฺสติ, เอส กิญฺจิ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺขิสฺสตี’ติ ปชานาติ.
กสิณปริกมฺมํ กโรนฺเตสุปิ ‘เอตสฺส ปริกมฺมมตฺตเมว ภวิสฺสติ, นิมิตฺตํ อุปฺปาเทตุํ น สกฺขิสฺสติ; เอส ปน นิมิตฺตํ อุปฺปาเทตุํ สกฺขิสฺสติ, อปฺปนํ ปาเปตุํ น สกฺขิสฺสติ; เอส อปฺปนํ ปาเปตฺวา ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’ติ ปชานาตีติ.
ตติยพลนิทฺเทสวณฺณนา.