ปจฺจยปจฺจนียานุโลมวณฺณนา
๑๙๐. อิทานิ ปจฺจนียานุโลเม คณนํ ทสฺเสตุํ นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺวติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เหตุมฺหิ ปจฺจนีกโต ฐิเต ฐเปตฺวา อธิปตึ อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. ปจฺฉาชาโต ปน อนุโลมโต สพฺพตฺเถว น ลพฺภติ, เย นว ปจฺจยา ‘‘อรูปานญฺเญวา’’ติ วุตฺตา, เตสุ ปุเรชาตญฺจ อาเสวนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสเสสุ สตฺตสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เสสา อรูปฏฺฐานิกา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ. โย หิ อารมฺมณาทีหิ นุปฺปชฺชติ, น โส อนนฺตราทโย ลภติ. ปฏิสนฺธิวิปาโก ปน ปุเรชาตโต, สพฺพวิปาโก จ สทฺธึ กิริยมโนธาตุยา อาเสวนโต อนุปฺปชฺชมาโนปิ อนนฺตราทโย ลภติ, ตสฺมา ‘‘ปุเรชาตญฺจ อาเสวนญฺจ ฐเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ.
ปุเรชาตปจฺฉาชาตอาเสวนวิปากวิปฺปยุตฺเตสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เอกํ ฐเปตฺวา อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. กมฺมปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต ฐเปตฺวา วิปากปจฺจยํ อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. อาหารินฺทฺริเยสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ ฐเปตฺวา สพฺพฏฺฐานิเก เจว อญฺญมญฺญกมฺมาหารินฺทฺริยปจฺจเย จ อวเสสา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ, อิตเร ยุชฺชมานกวเสน ลพฺภนฺติ. ฌานปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต. เหตาธิปติอาเสวนมคฺคปจฺจยา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ. มคฺคปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต เหตาธิปติปจฺจยา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ. วิปฺปยุตฺตปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต ปุเรชาตปจฺจยํ ฐเปตฺวา อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. เอวํ เตสุ เตสุ ปจฺจเยสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เย เย อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ, เต เต ญตฺวา เตสํ เตสํ ปจฺจยานํ สํสนฺทเน อูนตรคณนานํ วเสน คณนา เวทิตพฺพา.
๑๙๑-๑๙๕. ทุมูลกาทีสุ จ นเยสุ ยํ ยํ ปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เย เย ทุกาทโย ทสฺสิตา, เต เต ลพฺภมานาลพฺภมานปจฺจยวเสน ยถา ยถา ทสฺสิตา, ตถา ตถา สาธุกํ สลฺลกฺเขตพฺพา. ตตฺถ ยํ นเหตุวเสน ทุมูลกาทโย นเย ทสฺเสนฺเตน นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา…เป… นาเสวนปจฺจยาติ วตฺวา ‘‘ยาว อาเสวนา สพฺพํ สทิส’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺส, ‘‘นอญฺญมญฺญปจฺจยา สหชาเต เอก’’นฺติอาทีหิ สทิสตา เวทิตพฺพา. ยํ ปน ‘‘นกมฺเม คณิเต ปญฺจ คณฺหาตี’’ติ สีหฬภาสาย ลิขิตํ, ตสฺสตฺโถ – นเหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา นกมฺมปจฺจยาติ เอวํ นกมฺมปจฺจเยน ฆฏิเต สหชาเต เอกนฺติ เอวํ ทสฺสิตา ปญฺเจว ปจฺจยา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ, น อญฺเญติ. เอวํ อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวา อธิปฺเปตตฺโถเยว คเหตพฺโพ. เอวรูปญฺหิ พฺยญฺชนํ อตฺตโน สญฺญานิพนฺธนตฺถํ โปราเณหิ สกสกภาสาย ลิขิตํ.
อปิจ อิมสฺมึ ปจฺจนียานุโลเม ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุปิ อตฺถิ ธมฺโม กมฺมปจฺจยํ ลภติ, น อินฺทฺริยปจฺจยํ. โส อสญฺเญสุ เจว ปญฺจโวกาเร ปวตฺเต จ รูปชีวิตินฺทฺริยวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิ ธมฺโม มคฺคปจฺจยํ ลภติ, นเหตุปจฺจยํ. โส วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหชาตโมหวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิ ธมฺโม ฌานปจฺจยํ ลภติ, นมคฺคปจฺจยํ. โส มโนธาตุอเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุวเสน เวทิตพฺโพ. ยตฺถ กฏตฺตารูปานิ นานากฺขณิกกมฺมวเสเนว กมฺมปจฺจยํ ลภนฺติ, ตตฺถ รูปธมฺมา เหตาธิปติวิปากินฺทฺริยฌานมคฺคปจฺจเย น ลภนฺติ, สพฺพฏฺฐานิกา ปจฺจนียา น โหนฺติ. อเหตุเก อธิปติปจฺจโย นตฺถีติ อิเมสมฺปิ ปกิณฺณกานํ วเสเนตฺถ คณนวาโร อสมฺโมหโต เวทิตพฺโพ.
ตตฺรายํ นโย – นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺวติ เอตฺถ ตาว อเหตุกโมโห เจว อเหตุกวิปากกิริยา จ ปจฺจยุปฺปนฺนํ, ตสฺมา อกุสเลนากุสลํ, อพฺยากเตน อพฺยากตํ สนฺธาเยตฺถ เทฺวติ วุตฺตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อาเสวเน ปน วิปากํ น ลพฺภติ, ตถา กิริยมโนธาตุ. ตสฺมา กิริยาเหตุมโนวิญฺญาณธาตุวเสเนตฺถ อพฺยากเตน อพฺยากตํ เวทิตพฺพํ. วิปาเก เอกนฺติ อพฺยากเตน อพฺยากตเมว. มคฺเค เอกนฺติ อกุสเลน อกุสลเมว.
๑๙๖-๑๙๗. นารมฺมณมูลเก เหตุยา ปญฺจาติ รูปเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตํ กุสลาพฺยากตํ อกุสลาพฺยากตญฺจาติ ปญฺจ โกฏฺฐาเส ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ. สพฺพปญฺจเกสุ เอเสว นโย. อญฺญมญฺเญ เอกนฺติ ภูตรูปานิ เจว วตฺถุญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ. ตานิ หิ นารมฺมณปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ. ติมูลเกปิ เอเสว นโย.
๑๙๘-๒๐๒. นาธิปติมูลเก เหตุยา นวาติ อนุโลเม เหตุมฺหิ วุตฺตาเนว. ตีณีติอาทีนิปิ เหฏฺฐา อนุโลเม วุตฺตสทิสาเนว. ติมูลเก เทฺวติ เหฏฺฐา นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ วุตฺตสทิสาเนว.
๒๐๓-๒๓๓. นปุเรชาตมูลเก เหตุยา สตฺตาติ เหฏฺฐา ‘‘อารุปฺเป กุสลํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจา’’ติอาทินา นเยน ปุเรชาเต ทสฺสิตาเนว. สพฺพสตฺตเกสุ เอเสว นโย. นกมฺมมูลเก เหตุยา ตีณีติอาทีสุ เจตนาว ปจฺจยุปฺปนฺนา. ตสฺมา กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตญฺจ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺตึ สนฺธาย ตีณีติ วุตฺตํ. อิมินา นเยน ‘‘เอกํ เทฺว ตีณิ ปญฺจ สตฺต นวา’’ติ อาคตฏฺฐาเนสุ คณนา เวทิตพฺพา. ‘‘จตฺตาริ ฉ อฏฺฐา’’ติ อิมา ปน ติสฺโส คณนา นตฺเถวาติ.
ปจฺจยปจฺจนียานุโลมวณฺณนา.
นิฏฺฐิตา จ ปฏิจฺจวารสฺส อตฺถวณฺณนา.