๑. ปจฺจยานุโลมํ

(๑.) วิภงฺควาโร

๕๓. อิทานิ ยา เอตา ปณฺณตฺติวาเร กุสลตฺติกํ นิสฺสาย เหตุปจฺจยาทิวเสน เอกูนปญฺญาสํ อาทึ กตฺวา นยมตฺตํ ทสฺเสนฺเตน อปริมาณา ปุจฺฉา ทสฺสิตา. ตตฺถ กุสลากุสลาทีนํ สหุปฺปตฺติยา อภาวโต ยา ปุจฺฉา ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา’’ติ เอวํ วิสฺสชฺชนํ น ลภนฺติ. ตา ปหาย ยา วิสฺสชฺชนํ ลภนฺติ, ตาเยว วิสฺสชฺเชตุํ อยํ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยาติอาทินา นเยน ปฏิจฺจวารสฺส นิทฺเทสวาโร อารทฺโธ.

ตตฺถ สิยา – สเจ อิมา เหตุปจฺจยาทิวเสน เอกูนปญฺญาสํ ปุจฺฉา สพฺพโส วิสฺสชฺชนํ น ลภนฺติ, อถ กสฺมา ทสฺสิตา? นนุ ยา ลภนฺติ, ตาเยว ทสฺเสตพฺพาติ? อาม, ทสฺเสตพฺพา สิยุํ. ตถา ทสฺสิยมานา ปน สพฺเพสุ ติกทุกปฏฺฐานาทีสุ เอเกกสฺมึ ติเก, ทุเก, ทุกติเก, ติกทุเก, ติกติเก, ทุกทุเก จ สงฺเขปํ อกตฺวา ทสฺเสตพฺพาเยว ภเวยฺยุํ. กสฺมา? ยสฺมา ยา กุสลตฺติเก ลภนฺติ, น ตาเยว เวทนาตฺติกาทีสุ. ธมฺมานุโลมปจฺจนีเย จ ติกปฏฺฐาเน วิตกฺกตฺติกปีติตฺติกานํ วิสฺสชฺชเน สพฺพาเปตา วิสฺสชฺชนํ ลภนฺติ, ตสฺมา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน เอเกกสฺมึ ติเก ยตฺตกาหิ ปุจฺฉาหิ ภวิตพฺพํ สพฺพา กุสลตฺติเก ทสฺสิตา. เอวํ ทสฺสิตาสุ หิ ยา ตตฺถ วิสฺสชฺชนํ น ลภนฺติ, ตา ปหาย ยา ลภนฺติ, ตา วุจฺจมานา สกฺกา สุเขน วิชานิตุนฺติ สุเขน วิชานนตฺถํ สพฺพาปิ กุสลตฺติเก ทสฺสิตา. ยา ปเนตฺถ วิสฺสชฺชนํ น ลภนฺติ, ตา ปหาย ยา ลภนฺติ, ตาเยว วิสฺสชฺชิตาติ เวทิตพฺพา.

ตตฺถ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจาติ จตุภูมกกุสลธมฺเมสุ เวทนากฺขนฺธาทิเภทํ เอกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปฏิคนฺตฺวา สหุปฺปตฺติสงฺขาเตน สทิสภาเวน ปตฺวา, เตน สทฺธึ เอกโต อุปฺปตฺติภาวํ อุปคนฺตฺวาติ อตฺโถ. กุสโล ธมฺโมติ จตุภูมกกุสลธมฺเมสุเยว สญฺญากฺขนฺธาทิเภโท เอโก ธมฺโม. อุปฺปชฺชตีติ อุปฺปาทโต ยาว นิโรธคมนา อุทฺธํ ปชฺชติ, นิพฺพตฺตตีติปิ อตฺโถ. อตฺตานํ ลภติ, อุปฺปาทาทโย ตโยปิ ขเณ ปาปุณาตีติ วุตฺตํ โหติ. เหตุปจฺจยาติ กุสลเหตุนา เหตุปจฺจยภาวํ สาเธนฺเตน.

เอวํ ‘‘อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ ปุจฺฉาย ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วิสฺสชฺชนํ วตฺวา อิทานิ ยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ, ตํ ธมฺมํ ขนฺธวเสน ทสฺเสตุํ กุสลํ เอกํ ขนฺธนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอกนฺติ เวทนาทีสุ จตูสุ ยํกิญฺจิ เอกํ. ตโย ขนฺธาติ โย โย ปจฺจยภาเวน คหิโต, ตํ ตํ ฐเปตฺวา อวเสสา ตโย ขนฺธา. ตโย ขนฺเธติ เวทนาทีสุ โย เอโก ขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ คหิโต, ตํ ฐเปตฺวา เสเส ตโย. เทฺว ขนฺเธติ เวทนาสญฺญาทุกาทีสุ ฉสุ ทุเกสุ เยเกจิ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ. เทฺว ขนฺธาติ เย เย ปจฺจยภาเวน คหิตา, เต เต ฐเปตฺวา อวเสสา เทฺว ขนฺธา กุสลเหตุนา เหตุปจฺจยภาวํ สาเธนฺเตน อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ.

ยสฺมา ปน เอโก ขนฺโธ เอกสฺเสว ทฺวินฺนํเยว วา, เทฺว วา ปน เอกสฺเสว ปจฺจโย นาม นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ, เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา, เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ’’ติ น วุตฺตํ. กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชตีติอาทีสุปิ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปนฺติ อิทํ ปฏิจฺจตฺถสฺส สหชาตตฺถตฺตา ยํ กุสเลน สหชาตญฺเจว เหตุปจฺจยญฺจ ลภติ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ปรโตปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ อยเมว นโย.

วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตนฺติ เอตฺถ เหตุปจฺจยาภาวโต อเหตุกํ, รูเปน สทฺธึ อนุปฺปตฺติโต อารุปฺปวิปากญฺจ น คเหตพฺพํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณติ กฏตฺตารูปสงฺขาตสฺส อพฺยากตสฺส อพฺยากตํ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. วิปากาพฺยากตนฺติ ตสฺมึ ขเณ วิชฺชมานาพฺยากตวเสน วุตฺตํ. ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ, วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธาติ อิทํ กฏตฺตารูปคฺคหเณน วตฺถุมฺหิ คหิเตปิ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธานํ อุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

เอกํ มหาภูตนฺติอาทิ รูปาพฺยากตํ ปฏิจฺจ รูปาพฺยากตสฺส อุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เอกํ ขนฺธนฺติอาทีสุ วุตฺตนเยเนว ปเนตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. เอวํ รูปาพฺยากตมฺหิ ภูเต ปฏิจฺจ ภูตานํ อุปฺปตฺตึ วตฺวา อิทานิ ภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปานํ อุปฺปตฺตึ ทสฺเสตุํ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเต อุปาทารูปนฺติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ, อิตรทฺวยํ กสฺมา วุตฺตนฺติ? มหาภูเตปิ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ. ยญฺหิ เหฏฺฐา ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ กฏตฺตา จ รูป’’นฺติ ทสฺสิตํ, ตํ น เกวลํ ขนฺเธเยว จ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ, มหาภูเตปิ ปน ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ ทสฺสนตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ปวตฺเตเยว, กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิยมฺปิ. อุปาทารูปนฺติ ตสฺเสว อุภยสฺส วิเสสนํ.

กุสเล ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจาติ เอตฺถ จิตฺตสมุฏฺฐานาว มหาภูตา คหิตา. จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปนฺติ เอตฺถ ปน ภูตรูปมฺปิ อุปาทารูปมฺปิ คหิตํ. ‘‘เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา’’ติอาทินา นเยน หิ ภูตรูปมฺปิ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ. มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปนฺติ วุตฺตนเยน อุปาทารูปมฺปิ. อกุสลญฺจ อพฺยากตญฺจาติ ปญฺหาวิสฺสชฺชเนสุปิ เอเสว นโย. เอวํ เหตุปจฺจเย นว ปุจฺฉา วิสฺสชฺชิตา. เอตาเยว หิ เอตฺถ ลพฺภนฺติ, เสสา จตฺตาลีส โมฆปุจฺฉาติ น วิสฺสชฺชิตา. อิมินา อุปาเยน อารมฺมณปจฺจยาทีสุปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ตตฺถ ปน วิจาเรตพฺพยุตฺตกเมว วิจารยิสฺสาม.

๕๔. อารมฺมณปจฺจเย ตาว รูปสฺส อารมฺมณปจฺจยวเสน อนุปฺปตฺติโต ตาสุ นวสุ รูปมิสฺสกา ปหาย ติสฺโสว ปุจฺฉา วิสฺสชฺชิตา. เตเนว จ การเณน ‘‘วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา’’ติ วตฺวา ‘‘ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถู’’ติ น วุตฺตํ. น หิ ตํ อารมฺมณปจฺจเยน อุปฺปชฺชติ.

๕๕. อธิปติปจฺจเย วิปากาพฺยากตนฺติ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺตํ. เตเนเวตฺถ ‘‘ปฏิสนฺธิกฺขเณ’’ติ น คหิตํ. เสสํ เหตุปจฺจยสทิสเมว.

๕๖. อนนฺตรสมนฺตเรสุปิ รูปํ น ลพฺภตีติ อารมฺมณปจฺจเย วิย ติสฺโสว ปุจฺฉา.

๕๗. สหชาตปจฺจเย ปฏิสนฺธิกฺขเณติ ปญฺจโวกาเร ปฏิสนฺธิวเสน วุตฺตํ. เหฏฺฐา ปน ปจฺจยวิภงฺเค ‘‘โอกฺกนฺติกฺขเณ’’ติ อาคตํ ตมฺปิ อิมินา สทฺธึ อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนมตฺตเมว เหตฺถ นานนฺติ. อปิจ ‘‘ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘) วจนโต โอกฺกนฺตีติ ปญฺจโวการปฏิสนฺธิยาเวตํ นามํ. ปฏิสนฺธีติ สพฺพภวสาธารณํ. อิธ ปน ‘‘กฏตฺตา จ รูป’’นฺติอาทิวจนโต ปญฺจโวการปฏิสนฺธิเยว อธิปฺเปตา. สา หิ รูปสฺสปิ อรูปสฺสปิ ปจฺจยภาวญฺเจว ปจฺจยุปฺปนฺนภาวญฺจ สงฺคณฺหาติ, ตสฺมา ปริปุณฺณวิสฺสชฺชนา โหตีติ คหิตา. พาหิรํ เอกํ มหาภูตนฺติ อนินฺทฺริยพทฺเธสุ ปถวีปาสาณาทีสุ มหาภูตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปจฺจยวิภงฺควารสฺมิญฺหิ จตฺตาโร มหาภูตาติ อชฺฌตฺติกญฺจ พาหิรญฺจ เอกโต กตฺวา คหิตํ. สงฺเขปเทสนา หิ สา. อยํ ปน วิตฺถารเทสนา, ตสฺมา สพฺพํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘พาหิรํ เอกํ มหาภูต’’นฺติอาทิมาห. อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจาติ ทฺวิสนฺตติสมุฏฺฐานภูตวเสน วุตฺตํ. มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปนฺติ อิทํ ปน กมฺมสมุฏฺฐานวเสเนว วุตฺตํ. อุปาทารูปนฺติ อุตุสมุฏฺฐานวเสเนว.

๕๘. อญฺญมญฺญปจฺจเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ, วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธาติ จตุนฺนมฺปิ ขนฺธานํ เอกโต วตฺถุนา อญฺญมญฺญปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ.

๕๙. นิสฺสยปจฺจเย ยสฺมา ปฏิจฺจตฺโถ นาม สหชาตตฺโถ, ตสฺมา ยา เหฏฺฐา ปจฺจยวิภงฺควาเร จกฺขายตนาทีนํ นิสฺสยปจฺจยตา ทสฺสิตา, น สา คหิตา. จกฺขายตนาทีนิ หิ ปุเรชาตานิ หุตฺวา ปจฺจยา โหนฺติ, อิธ สหชาตเมว ลพฺภติ. เตเนว วุตฺตํ – ‘‘นิสฺสยปจฺจโย สหชาตปจฺจยสทิโส’’ติ.

๖๐. อุปนิสฺสยปจฺจเย รูปสฺส อุปนิสฺสยปจฺจยาภาวา ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ ลพฺภนฺติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ น สพฺเพ กุสลากุสลาพฺยากตา อารมฺมณูปนิสฺสยํ ลภนฺติ, เย ปน ลภนฺติ, เตสํ วเสเนตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๖๑. ปุเรชาตปจฺจเย วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยาติ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วตฺถุนา ปุเรชาตปจฺจยตํ สาเธนฺเตน อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธนฺติ เอตฺถ ยํ วิปากาพฺยากตสฺส วตฺถุ โอกฺกนฺติกฺขเณ สหชาตปจฺจโย โหติ, ตํ ปุเรชาตปจฺจยภาชนิยตฺตา อิธ น คเหตพฺพํ. เยปิ กุสลาทโย อารุปฺเป ปุเรชาตปจฺจยํ น ลภนฺติ, เตปิ ปุเรชาตปจฺจยภาชนิยโตเยว อิธ น คเหตพฺพา. อารมฺมณํ ปน นิยมโต ปุเรชาตปจฺจยภาวํ น ลภติ. รูปายตนาทีนิ หิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํเยว ปุเรชาตปจฺจยตํ สาเธนฺติ, มโนวิญฺญาณธาตุยา อตีตานาคตานิปิ อารมฺมณํ โหนฺติเยว. ตสฺมา อิธ น คหิตํ. ขนฺธวเสน หิ อยํ เทสนา, น วิญฺญาณธาตุวเสน. ‘‘วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธ’’นฺติ เทสนาย จ สพฺพาปิ วิญฺญาณธาตุโย คหิตา, น จกฺขุวิญฺญาณธาตุอาทโย เอวาติ.

ปจฺฉาชาโต กุสลากุสลานํ ปจฺจโย น โหติ, อพฺยากตสฺสปิ อุปตฺถมฺภโกว น ชนโก, ตสฺมา ‘‘อุปฺปชฺชติ ปจฺฉาชาตปจฺจยา’’ติ เอวํ วตฺตพฺโพ เอกธมฺโมปิ นตฺถีติ ปจฺฉาชาตปจฺจยวเสน วิสฺสชฺชนํ น กตํ.

๖๒. อาเสวนปจฺจเย กามํ สพฺพา กิริยา อาเสวนปจฺจยํ น ลภนฺติ, ลพฺภมานวเสน ปน ‘‘กิริยาพฺยากต’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺมา ชวนกิริยาเวตฺถ คหิตาติ เวทิตพฺพา.

๖๓. กมฺมปจฺจเย กุสลากุสเลสุ เอกกฺขณิโก กมฺมปจฺจโย เวทิตพฺโพ, ตถา กิริยาพฺยากเต. วิปากาพฺยากเต ปน นานากฺขณิโกปิ, ตถา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหาภูตานํ. จิตฺตสมุฏฺฐานานํ ปน เอกกฺขณิโก. กฏตฺตารูปานํ นานากฺขณิโกว ตถา อสญฺญสตฺตรูปานํ. กฏตฺตารูปํ ปเนตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ. เสสํ น เอกนฺตโต กมฺมสมุฏฺฐานตฺตา อุปาทารูปนฺติ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ อิธ กมฺมสมุฏฺฐานเมว อธิปฺเปตํ.

๖๔. วิปากปจฺจเย กุสลากุสลํ กิริยญฺจ น ลพฺภตีติ อพฺยากตวเสเนว วิสฺสชฺชนํ กตํ. จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ วิปากจิตฺตสมุฏฺฐานเมว. กฏตฺตารูปนฺติ ยถาลาภวเสน อินฺทฺริยรูปญฺจ วตฺถุรูปญฺจ. อุปาทารูปนฺติ ตทวเสสํ ตสฺมึ สมเย วิชฺชมานกํ อุปาทารูปํ.

๖๕. อาหารปจฺจเย สพฺเพสมฺปิ กุสลาทีนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปสฺส จ อรูปาหารวเสน อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, ตถา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหาภูตานํ. จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ ภวงฺคาทิจิตฺตสมุฏฺฐานํ. อาหารสมุฏฺฐานนฺติ กพฬีการาหารสมุฏฺฐานํ. จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ กุสลากุสลจิตฺตสมุฏฺฐานเมว. ปจฺจยวิภงฺควาเร อาหารปฏิปาฏิยา ปฐมํ กพฬีกาโร อาหาโร ทสฺสิโต, อิธ ปน กุสลํ ธมฺมนฺติ ปุจฺฉาวเสน ปฐมํ อรูปาหารา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา.

๖๖. อินฺทฺริยปจฺจเย ปจฺจยวิภงฺเค อินฺทฺริยปฏิปาฏิยา ปฐมํ จกฺขุนฺทฺริยาทีนิ ทสฺสิตานิ, อิธ ปน กุสลาทิปุจฺฉาวเสน ปฐมํ อรูปินฺทฺริยานํ ปจฺจยตา ทสฺสิตา. ตตฺถ กุสลาทีสุ ยถาลาภวเสน อรูปินฺทฺริยา คเหตพฺพา. อสญฺญสตฺตานํ ภูตรูเปสุปิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ.

๖๗. ฌานมคฺคปจฺจเยสุ เหตุปจฺจยสทิสเมว วิสฺสชฺชนํ, เตเนเวตฺถ ‘‘เหตุปจฺจยสทิส’’นฺติ วุตฺตํ.

๖๘. สมฺปยุตฺตปจฺจเย วิสฺสชฺชนํ อารมฺมณปจฺจยคติกํ, เตเนเวตฺถ ‘‘อารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ วุตฺตํ.

๖๙. วิปฺปยุตฺตปจฺจเย วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยาติ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา, วตฺถุนา วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตน อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยาติ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา, ขนฺเธหิ วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตหิ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยาติ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา. วตฺถุนา วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตน อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยาติ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธหิ วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตหิ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. เสสวิสฺสชฺชเนสุปิ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยาติอาทีสุปิ วุตฺตนเยเนวตฺโถ เวทิตพฺโพ. วิปากาพฺยากเต เจตฺถ วตฺถุคฺคหเณน จกฺขาทีนิ สงฺคหิตพฺพานิ. เอกํ มหาภูตนฺติอาทิ รูปาพฺยากตสฺส ปจฺจยภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ อพฺยากตจิตฺตสมุฏฺฐานมฺปิ กุสลากุสลจิตฺตสมุฏฺฐานมฺปิ.

๗๐. อตฺถิปจฺจเย สพฺพํ สหชาตปจฺจยคติกํ. เตเนเวตฺถ ‘‘สหชาตปจฺจยสทิส’’นฺติ วุตฺตํ.

๗๑-๗๒. นตฺถิวิคตา อารมฺมณปจฺจยคติกา, อวิคตํ สหชาตคติกํ. เตเนเวตฺถ ‘‘อารมฺมณปจฺจยสทิสํ, สหชาตปจฺจยสทิส’’นฺติ วุตฺตํ. อิเม เตวีสติ ปจฺจยาติ สงฺขิปิตฺวา ทสฺสิตานํ วเสเนตํ วุตฺตํ. วิตฺถาเรตพฺพาติ ยา ปุจฺฉา วิสฺสชฺชนํ ลภนฺติ, ตาสํ วเสน วิตฺถาเรตพฺพา. อยํ เหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เอกมูลเก ปจฺจยานุโลเม ปฏิจฺจวารสฺส กุสลตฺติกวิสฺสชฺชเน อตฺถวณฺณนา.

(๒.) สงฺขฺยาวาโร

๗๓. อิทานิ เย เอตฺถ เหตุปจฺจยาทีสุ เอเกกสฺมึ ปจฺจเย วิสฺสชฺชนวารา ลทฺธา, เต คณนวเสน ทสฺเสตุํ เหตุยา นวาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เหตุยา นวาติ เหตุปจฺจเย นว ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวารา โหนฺติ. เสยฺยถิทํ – กุสเลน กุสลํ, กุสเลน อพฺยากตํ, กุสเลน กุสลาพฺยากตํ; อกุสเลน อกุสลํ, อกุสเลน อพฺยากตํ, อกุสเลน อกุสลาพฺยากตํ, อพฺยากเตน อพฺยากตํ, กุสลาพฺยากเตน อพฺยากตํ, อกุสลาพฺยากเตน อพฺยากตนฺติ.

อารมฺมเณ ตีณีติ กุสเลน กุสลํ, อกุสเลน อกุสลํ, อพฺยากเตน อพฺยากตํ. อธิปติยา นวาติ เหตุยา วุตฺตสทิสาว. ทฺวาทสสุ หิ ปจฺจเยสุ นว นวาติ วุตฺตํ. สพฺเพสุปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานิ เหตุปจฺจยสทิสาเนว. วิภงฺเค ปน อตฺถิ วิเสโส. ทสสุ ปจฺจเยสุ ตีณิ ตีณีติ วุตฺตํ. สพฺเพสุปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานิ อารมฺมณสทิสาเนว. วิภงฺเค ปน อตฺถิ วิเสโส. อญฺญมญฺญปจฺจยสฺมิญฺหิ อพฺยากตปทสฺส วิสฺสชฺชเน รูปมฺปิ ลพฺภติ, ตถา ปุเรชาตปจฺจเย. อาเสวนปจฺจเย วิปากานิ เจว วีถิจิตฺตานิ จ น ลพฺภนฺติ. วิปาเก เอกนฺติ อพฺยากตเมว. เอวเมตฺถ สงฺเขปโต นว ตีณิ เอกนฺติ, ติวิโธว วารปริจฺเฉโท. วิตฺถารโต ทฺวาทส นวกา, ทส ติกา, เอกํ เอกกนฺติ สพฺเพสุปิ เตวีสติยา ปจฺจเยสุ เอกูนจตฺตาลีสาธิกํ วารสตํ โหติ, เอกูนจตฺตาลีสาธิกญฺจ ปุจฺฉาสตํ. เอกูนจตฺตาลีสาธิกํ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนสตนฺติปิ ตสฺเสว นามํ.

๗๔. เอวํ เหตุปจฺจยาทิเก เอกมูลเก คณนํ ทสฺเสตฺวา อิโต ปเรสุ ทุมูลกาทีสุ วิตฺถารเทสนํ สงฺขิปิตฺวา เอกมูลเก ทสฺสิตาย เทสนาย ลพฺภมานคณนญฺเญว อาทาย วารปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ ทุมูลเก ตาว เหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณีติอาทิมาห. ตตฺริทํ ลกฺขณํ – พหุคณโนปิ ปจฺจโย อพหุคณเนน สทฺธึ ยุตฺโต เตน สมานคณโนว โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณี’’ติ. เหตุอารมฺมณทุเก อารมฺมเณ วุตฺตานิ ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ ลพฺภนฺตีติ อตฺโถ. สมานคณโน ปน สมานคณเนน สทฺธึ ยุตฺโต อปริหีนคณโนว โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เหตุปจฺจยา อธิปติยา นวา’’ติ. เหตาธิปติทุเก นเวว วิสฺสชฺชนานิ ลพฺภนฺตีติ อตฺโถ. วิปาเก เอกนฺติ เหตุวิปากทุเก วิปาเก วุตฺตํ เอกเมว วิสฺสชฺชนํ ลพฺภตีติ เอวํ ตาว ทุมูลเก วารปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ.

๗๕. ติมูลกาทีสุปิ อิทเมว ลกฺขณํ. เตเนวาห – เหตุปจฺจยา อารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา ตีณีติ. เหตารมฺมณาธิปติ ติเก อารมฺมเณ วุตฺตานิ ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ ลพฺภนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพตฺถ นโย เนตพฺโพ.

๗๖-๗๙. ทฺวาทสมูลเก ปน วิปากปจฺจโย น ลพฺภติ, ตสฺมา อาเสวนปจฺจยา กมฺเม ตีณีติ วตฺวา วิปากํ อปรามสิตฺวา อาหาเร ตีณีติ วุตฺตํ. เตรสมูลกาทีสุปิ เอเสว นโย. เต ปน สงฺขิปิตฺวา เตวีสติมูลโกเวตฺถ ทสฺสิโต. โส ทุวิโธ โหติ – สาเสวโน วา สวิปาโก วา. ตตฺถ ปฐมํ สาเสวโน ทสฺสิโต, โส ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ ลภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาเสวนปจฺจยา อวิคเต ตีณี’’ติ. สวิปาโก ปน อาเสวนํ น ลภติ, ตสฺมา ตํ ปหาย วิปากวเสน คณนาย ทสฺสนตฺถํ อนนฺตราเยว ‘‘เหตุปจฺจยา…เป… วิปากปจฺจยา อาหาเร เอก’’นฺติ เอกํ นยํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา เตวีสติมูลโกว ทสฺสิโต. เอเตสุ ปน ทฺวีสุ เตวีสติมูลเกสุ กิญฺจาปิ เอกสฺมึ วิปากปจฺจโย นตฺถิ, เอกสฺมึ อาเสวนปจฺจโย, ปจฺฉาชาตปจฺจโย ปน อุภยตฺถาปิ. รุฬฺหีสทฺเทน ปเนเต เตวีสติมูลกาเตฺวว เวทิตพฺพา. เตสุ สาเสวเน อาเสวนสฺส วเสน สพฺพตฺถ ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ, สวิปาเก วิปากปจฺจยสฺส วเสน เอกเมวาติ อยํ เหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เอกมูลกาทีสุ คณนา.

ยํ ปเนตํ เหตุมูลกานนฺตรํ ‘‘อารมฺมเณ ฐิเตน สพฺพตฺถ ตีเณว ปญฺหา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อารมฺมณปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เอกมูลเกปิ ทุมูลกาทีสุปิ สพฺพตฺถ อารมฺมณปเท เจว อารมฺมเณน สทฺธึ เสสปจฺจยโยชนาสุ จ ยตฺถ นวหิ ภวิตพฺพํ, ตตฺถ ตโยว ปญฺหา โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. วิปากปเท ปน วิปากปเทน สทฺธึ เสสปจฺจยโยชนาสุ จ เอโกว ปโญฺห โหตีติ. อิติ ยํ เหฏฺฐา อโวจุมฺห ‘‘พหุคณโนปิ ปจฺจโย อพหุคณเนน สทฺธึ ยุตฺโต เตน สมานคณโน โหตี’’ติ, ตํ สุวุตฺตเมว.

๘๐-๘๕. อิทานิ เย อารมฺมณาทีนํ ปจฺจยานํ วเสน เอกมูลกาทโย ทสฺเสตพฺพา, เตสุ เอกมูลโก ตาว เหตุเอกมูลเกเนว สทิโสติ เอกสฺมิมฺปิ ปจฺจเย น ทสฺสิโต. อารมฺมณปจฺจยวเสน ปน ทุมูลเก คณนํ ทสฺเสตุํ อารมฺมณปจฺจยา เหตุยา ตีณิ, อธิปติยา ตีณิ…เป… อวิคเต ตีณีติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘อารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา ตีณิ…เป… อวิคเต ตีณี’’ติ วตฺตพฺเพ เย เหตุปจฺจยาทโย ปจฺจยา พหุคณนา, เตสํ อูนตรคณเนหิ จ สมานคณเนหิ จ สทฺธึ สํสนฺทเน ยา คณนา ลพฺภติ, ตํ ทสฺเสตุํ อารมฺมณปจฺจยสฺส ปุริมภาเค ฐิตมฺปิ เหตุปจฺจยํ ปจฺฉิมภาเคว ฐเปตฺวา ‘‘อารมฺมณปจฺจยา เหตุยา ตีณี’’ติ วุตฺตํ. เตเนตํ อาวิ กโรติ – อารมฺมณปจฺจโย เยน เยน พหุตรคณเนน วา สมานคณเนน วา ปจฺจเยน สทฺธึ ทุกติกาทิเภทํ คจฺฉติ, สพฺพตฺถ ตีเณว ปญฺหาวิสฺสชฺชนานิ เวทิตพฺพานิ. วิปากปจฺจเยน ปน สทฺธึ สํสนฺทเน เอกเมว ลพฺภติ, ตํ วิปากปจฺจยาทิกาย คณนาย อาวิ ภวิสฺสตีติ อิธ น ทสฺสิตํ. ยา เจสา ทุมูลเก คณนา ทสฺสิตา, ติมูลกาทีสุปิ เอสาว คณนาติ อารมฺมณปจฺจยวเสน ติมูลกาทโย น วิตฺถาริตา.

อิทานิ อธิปติปจฺจยาทิวเสน ทุมูลกาทีสุ คณนํ ทสฺเสตุํ อธิปติปจฺจยา เหตุยา นวาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาปิ วุตฺตนเยเนว ปจฺจยสนฺนิเวโส เวทิตพฺโพ. ยถา จ อธิปติปจฺจยา เหตุยา นว, เอวํ เสเสสุปิ เหตุนา สมานคณนาสุ นเวว. อิติ โย โย ปจฺจโย อาทิมฺหิ ติฏฺฐติ, เตน เตน สทฺธึ สมานคณนานํ สํสนฺทเน อาทิมฺหิ ฐิตสฺส วเสน คณนา โหติ. เตน ปน สทฺธึ อูนตรคณนานํ สํสนฺทเน อูนตรคณนานํเยว วเสน คณนา โหตีติ เวทิตพฺโพ. ยถา จ อารมฺมณปจฺจยวเสน เอวํ อธิปติปจฺจยวเสนาปิ ตโต ปเรสํ อนนฺตราทีนํ วเสนาปิ ติมูลกาทโย น วิตฺถาริตา. ตสฺมา ทุมูลเก ทสฺสิตคณนาวเสเนว สพฺพตฺถ สาเธตพฺพา. เตเนว วุตฺตํ ‘‘เอเกกํ ปจฺจยํ มูลกํ กาตุน สชฺฌายมคฺเคน คเณตพฺพา’’ติ.

ปจฺจยานุโลมวณฺณนา.

ปฏิจฺจวาโร

ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา

๘๖-๘๗. ปจฺจยปจฺจนียํ ปน ยสฺมา กุสลปเท น ลพฺภติ กุสลธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน วินา อนุปฺปตฺติโต, ตสฺมา อกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ นเหตุปจฺจยาติ เหตุปจฺจยปฏิกฺเขโป เหตุปจฺจยํ วินา อญฺเญน ปจฺจเยน อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโหติ อยญฺหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว จิตฺตสมุฏฺฐานรูปสฺส จ สยํ เหตุปจฺจโย โหติ, อญฺญสฺส ปน สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาวา น เหตุปจฺจยา อุปฺปชฺชตีติ ฐเปตฺวา เหตุปจฺจยํ เสเสหิ อตฺตโน อนุรูปปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชติ. อิมินา นเยน สพฺพปจฺจยปฏิกฺเขเปสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อเหตุกํ วิปากาพฺยากตนฺติ อิทํ รูปสมุฏฺฐาปกวเสเนว เวทิตพฺพํ. อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ เอเสว นโย.

๘๘. นอธิปติปจฺจเย กามํ อธิปติปิ อตฺตนา สทฺธึ ทุติยสฺส อธิปติโน อภาวา นอธิปติปจฺจยํ ลภติ, ยถา ปน วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคโต โมโห อเหตุโก, น ตถา อธิปตโย เอว นิราธิปติ. ฉนฺทาทีสุ ปน อญฺญตรํ อธิปตึ อกตฺวา กุสลาทีนํ อุปฺปตฺติกาเล สพฺเพปิ กุสลาทโย นิราธิปติโน. ตสฺมา โมหํ วิย วิสุํ อธิปติมตฺตเมว อนุทฺธริตฺวา สพฺพสงฺคาหิกวเสน เอสา ‘‘เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา’’ติอาทิกา เทสนา กตาติ เวทิตพฺพา.

๘๙. นานนฺตรนสมนนฺตเรสุ นารมฺมเณ วิย รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ. เตน วุตฺตํ ‘‘นารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ. สหชาตปจฺจโย ปริหีโน. ยถา เจส, ตถา นิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจยาปิ. กึ การณา? เอเตหิ วินา กสฺสจิ อนุปฺปตฺติโต. สหชาตนิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจเยปิ หิ ปจฺจกฺขาย เอโกปิ รูปารูปธมฺโม นุปฺปชฺชติ, ตสฺมา เต ปริหีนา.

๙๐. นอญฺญมญฺญปจฺจยวิภงฺเค ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปนฺติ หทยวตฺถุวชฺชํ เวทิตพฺพํ.

๙๑. นอุปนิสฺสยปจฺจยวิภงฺเค รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ, ตญฺหิ อุปนิสฺสยํ น ลภติ. อรูปํ ปน กิญฺจาปิ อารมฺมณูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสเย น ลเภยฺย, อนนฺตรูปนิสฺสยมุตฺตกํ ปน นตฺถิ. เตน วุตฺตํ ‘‘นารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ.

๙๒. นปุเรชาเต จิตฺตสมุฏฺฐานรูปนฺติ ปญฺจโวการวเสน วุตฺตํ.

๙๓. นปจฺฉาชาตปจฺจยาติ เอตฺถ สหชาตปุเรชาตปจฺจยา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตสฺมา สหชาตปจฺจยสทิสา เอตฺถ ปาฬิ, สา นอธิปติปจฺจเย วิตฺถาริตาติ อิธ สงฺขิตฺตา. นาเสวนปจฺจเย กุสลากุสลา ปฐมชวนวเสน เวทิตพฺพา, ตถา กิริยาพฺยากตํ. ปาฬิ ปน อิธาปิ นอธิปติปจฺจเย วิตฺถาริตวเสน เวทิตพฺพา. เตเนวาห – ‘‘นปจฺฉาชาตปจฺจยมฺปิ นาเสวนปจฺจยมฺปิ นาธิปติปจฺจยสทิส’’นฺติ.

๙๔-๙๗. นกมฺมปจฺจเย วิปากเจตนา นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยํ ลภตีติ น คหิตา. นาหารปจฺจเย เอกจฺจํ รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ, ตถา นอินฺทฺริยปจฺจเย.

๙๘. นฌานปจฺจเย ปญฺจวิญฺญาณธมฺมา เจว เอกจฺจญฺจ รูปํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ. ปญฺจวิญฺญาณสฺมิญฺหิ เวทนา จ จิตฺเตกคฺคตา จ ทุพฺพลตฺตา อุปนิชฺฌานลกฺขณํ น ปาปุณนฺตีติ ฌานปจฺจเย น คหิตา.

๙๙-๑๐๒. นมคฺคปจฺจเย อเหตุกวิปากกิริยญฺเจว เอกจฺจญฺจ รูปํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ. นสมฺปยุตฺตโนนตฺถิโนวิคเตสุ รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ. เตน วุตฺตํ ‘‘นารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ.

๑๐๓. นเหตุยา เทฺวติ เอกมูลกคณนาย ยถาปาฬิเมว นิยฺยาติ.

๑๐๔. ทุมูลเก นเหตุปจฺจยา นารมฺมเณ เอกนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ พหุคณเนน สทฺธึ อูนตรคณนสฺส สํสนฺทเน อูนตรคณนวเสน นเหตุยา วิย ทฺวีหิ ภวิตพฺพํ. นารมฺมณวเสน ปน อรูปธมฺมานํ ปริหีนตฺตา อพฺยากตํ ปฏิจฺจ รูปาพฺยากตสฺส อุปฺปตฺตึ สนฺธาย ‘‘เอก’’นฺติ วุตฺตํ. สพฺเพสุ เอกเกสุปิ เอเสว นโย. เทฺวติ วุตฺตฏฺฐาเน ปน นเหตุยา ลทฺธวเสน วารทฺวยํ เวทิตพฺพํ.

๑๐๕-๑๐๖. ติมูลกาทีสุ ปน สพฺเพสุ นารมฺมณปจฺจยสฺส อปริหีนตฺตา เอกเมว วิสฺสชฺชนนฺติ อยํ ปจฺจนีเย นเหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เอกมูลกาทีสุ คณนา.

๑๐๗-๑๓๐. นารมฺมณปจฺจยาทโย ปน เอกมูลเก ตาว ปุริเมน สทิสตฺตา อิธาปิ น ทสฺสิตาเยว. นารมฺมณปจฺจยวเสน ทุมูลเก นารมฺมณปจฺจยา, นเหตุยา เอกนฺติ นเหตุทุมูลเก วุตฺตเมว. นาธิปติยา ปญฺจาติ นารมฺมณปจฺจเย ลทฺธวเสน เวทิตพฺพาติ เอวํ สพฺพสํสนฺทเนสุ อูนตรคณนสฺเสว ปจฺจยสฺส วเสน คณนา เวทิตพฺพา. ยตฺถ ยตฺถ จ นารมฺมณปจฺจโย ปวิสติ, ตตฺถ ตตฺถ รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ. นานนฺตรนสมนนฺตรนอญฺญมญฺญนอุปนิสฺสยนาหารนอินฺทฺริยนสมฺปยุตฺตโนนตฺถิโนวิคตปจฺจยานํ ปวิฏฺฐฏฺฐาเนปิ เอเสว นโย. นาหารนอินฺทฺริยนฌานนมคฺคปจฺจยา สพฺพตฺถ สทิสวิสฺสชฺชนา. นสหชาตาทิจตุกฺกํ อิธาปิ ปริหีนเมวาติ อิทเมตฺถ ลกฺขณํ. อิมินา ปน ลกฺขเณน สพฺเพสุ ทุมูลกาทีสุ ‘‘อยํ ปจฺจโย มูลํ, อยเมตฺถ ทุมูลโก, อยํ ติมูลโก, อยํ สพฺพมูลโก’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อูนตรคณนสฺส ปจฺจยสฺส วเสน คณนา เวทิตพฺพาติ.

ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา.

ปจฺจยานุโลมปจฺจนียวณฺณนา

๑๓๑-๑๘๙. อิทานิ อนุโลมปจฺจนีเย คณนํ ทสฺเสตุํ เหตุปจฺจยา นารมฺมเณ ปญฺจาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เหตาธิปติมคฺคปจฺจเยสุ อนุโลมโต ฐิเตสุ สหชาตาทโย จตฺตาโร สพฺพฏฺฐานิกปจฺจยา, อาหารินฺทฺริยฌานมคฺคปจฺจยา จตฺตาโรติ อิเม อฏฺฐ ปจฺจนียโต น ลพฺภนฺติ. เหตุปจฺจยาทิวเสน หิ อุปฺปชฺชมาโน ธมฺโม อิเม อฏฺฐ ปจฺจเย อลภนฺโต นาม นตฺถิ. อารมฺมณอนนฺตรสมนนฺตรอุปนิสฺสยสมฺปยุตฺตนตฺถิวิคตปจฺจเยสุ ปน อนุโลมโต ฐิเตสุ อรูปฏฺฐานิกา ปจฺจนีกโต น ลพฺภนฺติ. น หิ อารมฺมณปจฺจยาทีหิ อุปฺปชฺชมานา อนนฺตรสมนนฺตรปจฺจยาทโย น ลภนฺติ. สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยกมฺมาหารินฺทฺริยอตฺถิอวิคตปจฺจเยสุ ปน อนุโลมโต ฐิเตสุ จตฺตาโร สพฺพฏฺฐานิกาเยว, ปจฺจนีกโต น ลพฺภนฺติ. เอเตสญฺหิ ปจฺจยานํ วเสน อุปฺปชฺชมาโน สพฺพฏฺฐานิเก อลภนฺโต นาม นตฺถิ. ปจฺฉาชาตปจฺจยสฺส อนุโลมโต ฐานํ นาม นตฺถิ. เอวํ เสเสสุ อนุโลมโต ฐิเตสุ เย จ ลพฺภนฺติ, เย จ น ลพฺภนฺติ, เต สลฺลกฺเขตฺวา สพฺเพสุปิ ทุมูลกาทีสุ นเยสุ เตสํ เตสํ ปจฺจยานํ สํสนฺทเน อูนตรคณนานํเยว วเสน คณนา เวทิตพฺพาติ.

ปจฺจยานุโลมปจฺจนียวณฺณนา.

ปจฺจยปจฺจนียานุโลมวณฺณนา

๑๙๐. อิทานิ ปจฺจนียานุโลเม คณนํ ทสฺเสตุํ นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺวติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เหตุมฺหิ ปจฺจนีกโต ฐิเต ฐเปตฺวา อธิปตึ อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. ปจฺฉาชาโต ปน อนุโลมโต สพฺพตฺเถว น ลพฺภติ, เย นว ปจฺจยา ‘‘อรูปานญฺเญวา’’ติ วุตฺตา, เตสุ ปุเรชาตญฺจ อาเสวนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสเสสุ สตฺตสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เสสา อรูปฏฺฐานิกา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ. โย หิ อารมฺมณาทีหิ นุปฺปชฺชติ, น โส อนนฺตราทโย ลภติ. ปฏิสนฺธิวิปาโก ปน ปุเรชาตโต, สพฺพวิปาโก จ สทฺธึ กิริยมโนธาตุยา อาเสวนโต อนุปฺปชฺชมาโนปิ อนนฺตราทโย ลภติ, ตสฺมา ‘‘ปุเรชาตญฺจ อาเสวนญฺจ ฐเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ.

ปุเรชาตปจฺฉาชาตอาเสวนวิปากวิปฺปยุตฺเตสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เอกํ ฐเปตฺวา อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. กมฺมปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต ฐเปตฺวา วิปากปจฺจยํ อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. อาหารินฺทฺริเยสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ ฐเปตฺวา สพฺพฏฺฐานิเก เจว อญฺญมญฺญกมฺมาหารินฺทฺริยปจฺจเย จ อวเสสา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ, อิตเร ยุชฺชมานกวเสน ลพฺภนฺติ. ฌานปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต. เหตาธิปติอาเสวนมคฺคปจฺจยา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ. มคฺคปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต เหตาธิปติปจฺจยา อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ. วิปฺปยุตฺตปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต ปุเรชาตปจฺจยํ ฐเปตฺวา อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ. เอวํ เตสุ เตสุ ปจฺจเยสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เย เย อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ, เต เต ญตฺวา เตสํ เตสํ ปจฺจยานํ สํสนฺทเน อูนตรคณนานํ วเสน คณนา เวทิตพฺพา.

๑๙๑-๑๙๕. ทุมูลกาทีสุ จ นเยสุ ยํ ยํ ปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เย เย ทุกาทโย ทสฺสิตา, เต เต ลพฺภมานาลพฺภมานปจฺจยวเสน ยถา ยถา ทสฺสิตา, ตถา ตถา สาธุกํ สลฺลกฺเขตพฺพา. ตตฺถ ยํ นเหตุวเสน ทุมูลกาทโย นเย ทสฺเสนฺเตน นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา…เป… นาเสวนปจฺจยาติ วตฺวา ‘‘ยาว อาเสวนา สพฺพํ สทิส’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺส, ‘‘นอญฺญมญฺญปจฺจยา สหชาเต เอก’’นฺติอาทีหิ สทิสตา เวทิตพฺพา. ยํ ปน ‘‘นกมฺเม คณิเต ปญฺจ คณฺหาตี’’ติ สีหฬภาสาย ลิขิตํ, ตสฺสตฺโถ – นเหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา นกมฺมปจฺจยาติ เอวํ นกมฺมปจฺจเยน ฆฏิเต สหชาเต เอกนฺติ เอวํ ทสฺสิตา ปญฺเจว ปจฺจยา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ, น อญฺเญติ. เอวํ อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวา อธิปฺเปตตฺโถเยว คเหตพฺโพ. เอวรูปญฺหิ พฺยญฺชนํ อตฺตโน สญฺญานิพนฺธนตฺถํ โปราเณหิ สกสกภาสาย ลิขิตํ.

อปิจ อิมสฺมึ ปจฺจนียานุโลเม ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุปิ อตฺถิ ธมฺโม กมฺมปจฺจยํ ลภติ, น อินฺทฺริยปจฺจยํ. โส อสญฺเญสุ เจว ปญฺจโวกาเร ปวตฺเต จ รูปชีวิตินฺทฺริยวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิ ธมฺโม มคฺคปจฺจยํ ลภติ, นเหตุปจฺจยํ. โส วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหชาตโมหวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิ ธมฺโม ฌานปจฺจยํ ลภติ, นมคฺคปจฺจยํ. โส มโนธาตุอเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุวเสน เวทิตพฺโพ. ยตฺถ กฏตฺตารูปานิ นานากฺขณิกกมฺมวเสเนว กมฺมปจฺจยํ ลภนฺติ, ตตฺถ รูปธมฺมา เหตาธิปติวิปากินฺทฺริยฌานมคฺคปจฺจเย น ลภนฺติ, สพฺพฏฺฐานิกา ปจฺจนียา น โหนฺติ. อเหตุเก อธิปติปจฺจโย นตฺถีติ อิเมสมฺปิ ปกิณฺณกานํ วเสเนตฺถ คณนวาโร อสมฺโมหโต เวทิตพฺโพ.

ตตฺรายํ นโย – นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺวติ เอตฺถ ตาว อเหตุกโมโห เจว อเหตุกวิปากกิริยา จ ปจฺจยุปฺปนฺนํ, ตสฺมา อกุสเลนากุสลํ, อพฺยากเตน อพฺยากตํ สนฺธาเยตฺถ เทฺวติ วุตฺตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อาเสวเน ปน วิปากํ น ลพฺภติ, ตถา กิริยมโนธาตุ. ตสฺมา กิริยาเหตุมโนวิญฺญาณธาตุวเสเนตฺถ อพฺยากเตน อพฺยากตํ เวทิตพฺพํ. วิปาเก เอกนฺติ อพฺยากเตน อพฺยากตเมว. มคฺเค เอกนฺติ อกุสเลน อกุสลเมว.

๑๙๖-๑๙๗. นารมฺมณมูลเก เหตุยา ปญฺจาติ รูปเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตํ กุสลาพฺยากตํ อกุสลาพฺยากตญฺจาติ ปญฺจ โกฏฺฐาเส ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ. สพฺพปญฺจเกสุ เอเสว นโย. อญฺญมญฺเญ เอกนฺติ ภูตรูปานิ เจว วตฺถุญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ. ตานิ หิ นารมฺมณปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ. ติมูลเกปิ เอเสว นโย.

๑๙๘-๒๐๒. นาธิปติมูลเก เหตุยา นวาติ อนุโลเม เหตุมฺหิ วุตฺตาเนว. ตีณีติอาทีนิปิ เหฏฺฐา อนุโลเม วุตฺตสทิสาเนว. ติมูลเก เทฺวติ เหฏฺฐา นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ วุตฺตสทิสาเนว.

๒๐๓-๒๓๓. นปุเรชาตมูลเก เหตุยา สตฺตาติ เหฏฺฐา ‘‘อารุปฺเป กุสลํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจา’’ติอาทินา นเยน ปุเรชาเต ทสฺสิตาเนว. สพฺพสตฺตเกสุ เอเสว นโย. นกมฺมมูลเก เหตุยา ตีณีติอาทีสุ เจตนาว ปจฺจยุปฺปนฺนา. ตสฺมา กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตญฺจ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺตึ สนฺธาย ตีณีติ วุตฺตํ. อิมินา นเยน ‘‘เอกํ เทฺว ตีณิ ปญฺจ สตฺต นวา’’ติ อาคตฏฺฐาเนสุ คณนา เวทิตพฺพา. ‘‘จตฺตาริ ฉ อฏฺฐา’’ติ อิมา ปน ติสฺโส คณนา นตฺเถวาติ.

ปจฺจยปจฺจนียานุโลมวณฺณนา.

นิฏฺฐิตา จ ปฏิจฺจวารสฺส อตฺถวณฺณนา.