ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา
๘๖-๘๗. ปจฺจยปจฺจนียํ ปน ยสฺมา กุสลปเท น ลพฺภติ กุสลธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน วินา อนุปฺปตฺติโต, ตสฺมา อกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ นเหตุปจฺจยาติ เหตุปจฺจยปฏิกฺเขโป เหตุปจฺจยํ วินา อญฺเญน ปจฺจเยน อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโหติ อยญฺหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว จิตฺตสมุฏฺฐานรูปสฺส จ สยํ เหตุปจฺจโย โหติ, อญฺญสฺส ปน สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาวา น เหตุปจฺจยา อุปฺปชฺชตีติ ฐเปตฺวา เหตุปจฺจยํ เสเสหิ อตฺตโน อนุรูปปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชติ. อิมินา นเยน สพฺพปจฺจยปฏิกฺเขเปสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อเหตุกํ วิปากาพฺยากตนฺติ อิทํ รูปสมุฏฺฐาปกวเสเนว เวทิตพฺพํ. อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ เอเสว นโย.
๘๘. นอธิปติปจฺจเย กามํ อธิปติปิ อตฺตนา สทฺธึ ทุติยสฺส อธิปติโน อภาวา นอธิปติปจฺจยํ ลภติ, ยถา ปน วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคโต โมโห อเหตุโก, น ตถา อธิปตโย เอว นิราธิปติ. ฉนฺทาทีสุ ปน อญฺญตรํ อธิปตึ อกตฺวา กุสลาทีนํ อุปฺปตฺติกาเล สพฺเพปิ กุสลาทโย นิราธิปติโน. ตสฺมา โมหํ วิย วิสุํ อธิปติมตฺตเมว อนุทฺธริตฺวา สพฺพสงฺคาหิกวเสน เอสา ‘‘เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา’’ติอาทิกา เทสนา กตาติ เวทิตพฺพา.
๘๙. นานนฺตรนสมนนฺตเรสุ นารมฺมเณ วิย รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ. เตน วุตฺตํ ‘‘นารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ. สหชาตปจฺจโย ปริหีโน. ยถา เจส, ตถา นิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจยาปิ. กึ การณา? เอเตหิ วินา กสฺสจิ อนุปฺปตฺติโต. สหชาตนิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจเยปิ หิ ปจฺจกฺขาย เอโกปิ รูปารูปธมฺโม นุปฺปชฺชติ, ตสฺมา เต ปริหีนา.
๙๐. นอญฺญมญฺญปจฺจยวิภงฺเค ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปนฺติ หทยวตฺถุวชฺชํ เวทิตพฺพํ.
๙๑. นอุปนิสฺสยปจฺจยวิภงฺเค รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ, ตญฺหิ อุปนิสฺสยํ น ลภติ. อรูปํ ปน กิญฺจาปิ อารมฺมณูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสเย น ลเภยฺย, อนนฺตรูปนิสฺสยมุตฺตกํ ปน นตฺถิ. เตน วุตฺตํ ‘‘นารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ.
๙๒. นปุเรชาเต จิตฺตสมุฏฺฐานรูปนฺติ ปญฺจโวการวเสน วุตฺตํ.
๙๓. นปจฺฉาชาตปจฺจยาติ เอตฺถ สหชาตปุเรชาตปจฺจยา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตสฺมา สหชาตปจฺจยสทิสา เอตฺถ ปาฬิ, สา นอธิปติปจฺจเย วิตฺถาริตาติ อิธ สงฺขิตฺตา. นาเสวนปจฺจเย กุสลากุสลา ปฐมชวนวเสน เวทิตพฺพา, ตถา กิริยาพฺยากตํ. ปาฬิ ปน อิธาปิ นอธิปติปจฺจเย วิตฺถาริตวเสน เวทิตพฺพา. เตเนวาห – ‘‘นปจฺฉาชาตปจฺจยมฺปิ นาเสวนปจฺจยมฺปิ นาธิปติปจฺจยสทิส’’นฺติ.
๙๔-๙๗. นกมฺมปจฺจเย วิปากเจตนา นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยํ ลภตีติ น คหิตา. นาหารปจฺจเย เอกจฺจํ รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ, ตถา นอินฺทฺริยปจฺจเย.
๙๘. นฌานปจฺจเย ปญฺจวิญฺญาณธมฺมา เจว เอกจฺจญฺจ รูปํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ. ปญฺจวิญฺญาณสฺมิญฺหิ เวทนา จ จิตฺเตกคฺคตา จ ทุพฺพลตฺตา อุปนิชฺฌานลกฺขณํ น ปาปุณนฺตีติ ฌานปจฺจเย น คหิตา.
๙๙-๑๐๒. นมคฺคปจฺจเย อเหตุกวิปากกิริยญฺเจว เอกจฺจญฺจ รูปํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ. นสมฺปยุตฺตโนนตฺถิโนวิคเตสุ รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ. เตน วุตฺตํ ‘‘นารมฺมณปจฺจยสทิส’’นฺติ.
๑๐๓. นเหตุยา เทฺวติ เอกมูลกคณนาย ยถาปาฬิเมว นิยฺยาติ.
๑๐๔. ทุมูลเก นเหตุปจฺจยา นารมฺมเณ เอกนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ พหุคณเนน สทฺธึ อูนตรคณนสฺส สํสนฺทเน อูนตรคณนวเสน นเหตุยา วิย ทฺวีหิ ภวิตพฺพํ. นารมฺมณวเสน ปน อรูปธมฺมานํ ปริหีนตฺตา อพฺยากตํ ปฏิจฺจ รูปาพฺยากตสฺส อุปฺปตฺตึ สนฺธาย ‘‘เอก’’นฺติ วุตฺตํ. สพฺเพสุ เอกเกสุปิ เอเสว นโย. เทฺวติ วุตฺตฏฺฐาเน ปน นเหตุยา ลทฺธวเสน วารทฺวยํ เวทิตพฺพํ.
๑๐๕-๑๐๖. ติมูลกาทีสุ ปน สพฺเพสุ นารมฺมณปจฺจยสฺส อปริหีนตฺตา เอกเมว วิสฺสชฺชนนฺติ อยํ ปจฺจนีเย นเหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เอกมูลกาทีสุ คณนา.
๑๐๗-๑๓๐. นารมฺมณปจฺจยาทโย ปน เอกมูลเก ตาว ปุริเมน สทิสตฺตา อิธาปิ น ทสฺสิตาเยว. นารมฺมณปจฺจยวเสน ทุมูลเก นารมฺมณปจฺจยา, นเหตุยา เอกนฺติ นเหตุทุมูลเก วุตฺตเมว. นาธิปติยา ปญฺจาติ นารมฺมณปจฺจเย ลทฺธวเสน เวทิตพฺพาติ เอวํ สพฺพสํสนฺทเนสุ อูนตรคณนสฺเสว ปจฺจยสฺส วเสน คณนา เวทิตพฺพา. ยตฺถ ยตฺถ จ นารมฺมณปจฺจโย ปวิสติ, ตตฺถ ตตฺถ รูปเมว ปจฺจยุปฺปนฺนํ. นานนฺตรนสมนนฺตรนอญฺญมญฺญนอุปนิสฺสยนาหารนอินฺทฺริยนสมฺปยุตฺตโนนตฺถิโนวิคตปจฺจยานํ ปวิฏฺฐฏฺฐาเนปิ เอเสว นโย. นาหารนอินฺทฺริยนฌานนมคฺคปจฺจยา สพฺพตฺถ สทิสวิสฺสชฺชนา. นสหชาตาทิจตุกฺกํ อิธาปิ ปริหีนเมวาติ อิทเมตฺถ ลกฺขณํ. อิมินา ปน ลกฺขเณน สพฺเพสุ ทุมูลกาทีสุ ‘‘อยํ ปจฺจโย มูลํ, อยเมตฺถ ทุมูลโก, อยํ ติมูลโก, อยํ สพฺพมูลโก’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อูนตรคณนสฺส ปจฺจยสฺส วเสน คณนา เวทิตพฺพาติ.
ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา.