๑. ปณฺณตฺติวารวณฺณนา
๑. อิทานิ เตสญฺเญว มูลยมเก เทสิตานํ กุสลาทิธมฺมานํ ลพฺภมานวเสน เอกเทสํ สงฺคณฺหิตฺวา สจฺจยมกานนฺตรํ เทสิตสฺส สงฺขารยมกสฺส วณฺณนา โหติ. ตตฺถาปิ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ปณฺณตฺติวาราทโย ตโย มหาวารา, อนฺตรวาราทโย จ อวเสสปเภทา เวทิตพฺพา. อยํ ปเนตฺถ วิเสโส – ปณฺณตฺติวาเร ตาว ยถา เหฏฺฐา ขนฺธาทโย ธมฺเม อุทฺทิสิตฺวา ‘‘รูปํ รูปกฺขนฺโธ; จกฺขุ จกฺขายตนํ; จกฺขุ จกฺขุธาตุ; ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ ปทโสธนวาโร อารทฺโธ. ตถา อนารภิตฺวา ‘‘อสฺสาสปสฺสาสา กายสงฺขาโร’’ติ ปฐมํ ตโยปิ สงฺขารา วิภชิตฺวา ทสฺสิตา.
ตตฺถ กายสฺส สงฺขาโร กายสงฺขาโร. ‘‘อสฺสาสปสฺสาสา กายิกา, เอเต ธมฺมา กายปฺปฏิพทฺธา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๓; สํ. นิ. ๔.๓๔๘ อตฺถโต สมานํ) หิ วจนโต การณภูตสฺส กรชกายสฺส ผลภูโต เอว สงฺขาโรติ กายสงฺขาโร. อปโร นโย – สงฺขริยตีติ สงฺขาโร. เกน สงฺขริยตีติ? กาเยน. อยญฺหิ วาโต วิย ภสฺตาย กรชกาเยน สงฺขริยตีติ. เอวมฺปิ กายสฺส สงฺขาโรติ กายสงฺขาโร. กาเยน กโต อสฺสาสปสฺสาสวาโตติ อตฺโถ. ‘‘ปุพฺเพว โข, อาวุโส วิสาข, วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา ปจฺฉา วาจํ ภินฺทติ, ตสฺมา วิตกฺกวิจารา วจีสงฺขาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๓; สํ. นิ. ๔.๓๔๘) วจนโต ปน สงฺขโรตีติ สงฺขาโร. กึ สงฺขโรติ? วจึ. วจิยา สงฺขาโรติ วจีสงฺขาโร. วจีเภทสมุฏฺฐาปกสฺส วิตกฺกวิจารทฺวยสฺเสตํ นามํ. ‘‘สญฺญา จ เวทนา จ เจตสิกา เอเต ธมฺมา จิตฺตปฏิพทฺธา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๓; สํ. นิ. ๔.๓๔๘) วจนโตเยว ปน ตติยปเทปิ สงฺขริยตีติ สงฺขาโร. เกน สงฺขริยติ? จิตฺเตน. กรณตฺเถ สามิวจนํ กตฺวา จิตฺตสฺส สงฺขาโรติ จิตฺตสงฺขาโร. สพฺเพสมฺปิ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ เจตสิกธมฺมานเมตํ อธิวจนํ. วิตกฺกวิจารานํ ปน วจีสงฺขารภาเวน วิสุํ คหิตตฺตา ‘‘ฐเปตฺวา วิตกฺกวิจาเร’’ติ วุตฺตํ.
๒-๗. อิทานิ กาโย กายสงฺขาโรติ ปทโสธนวาโร อารทฺโธ. ตสฺส อนุโลมนเย ตีณิ, ปฏิโลมนเย ตีณีติ ฉ ยมกานิ. ปทโสธนมูลจกฺกวาเร เอเกกสงฺขารมูลกานิ เทฺว เทฺว กตฺวา อนุโลมนเย ฉ, ปฏิโลมนเย ฉาติ ทฺวาทส ยมกานิ. สุทฺธสงฺขารวาเร ปน ยถา สุทฺธขนฺธวาราทีสุ ‘‘รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รูปํ; จกฺขุ อายตนํ, อายตนา จกฺขู’’ติอาทินา นเยน ยมกานิ วุตฺตานิ. เอวํ ‘‘กาโย สงฺขาโร, สงฺขารา กาโย’’ติ อวตฺวา ‘‘กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร กายสงฺขาโร’’ติอาทินา นเยน กายสงฺขารมูลกานิ เทฺว, วจีสงฺขารมูลกํ เอกนฺติ อนุโลเม ตีณิ, ปฏิโลเม ตีณีติ สพฺพานิปิ สุทฺธิกวาเร ฉ ยมกานิ วุตฺตานิ. กึ การณา? สุทฺธิกเอเกกปทวเสน อตฺถาภาวโต. ยถา หิ ขนฺธยมกาทีสุ รูปาทิวิสิฏฺฐานํ ขนฺธานํ จกฺขาทิวิสิฏฺฐานญฺจ อายตนาทีนํ อธิปฺเปตตฺตา ‘‘รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รูปํ, จกฺขุ อายตนํ, อายตนา จกฺขู’’ติ สุทฺธิกเอเกกปทวเสน อตฺโถ อตฺถิ. เอวมิธ ‘‘กาโย สงฺขาโร, สงฺขารา กาโย’’ติ นตฺถิ. กายสงฺขาโรติ ปน ทฺวีหิปิ ปเทหิ เอโกว อตฺโถ ลพฺภติ. อสฺสาโส วา ปสฺสาโส วาติ สุทฺธิกเอเกกปทวเสน อตฺถาภาวโต ‘‘กาโย สงฺขาโร, สงฺขารา กาโย’’ติ น วุตฺตํ. ‘‘กาโย กายสงฺขาโร’’ติอาทิ ปน วตฺตพฺพํ สิยา. ตมฺปิ กายวจีจิตฺตปเทหิ อิธ อธิปฺเปตานํ สงฺขารานํ อคฺคหิตตฺตา น ยุชฺชติ. สุทฺธสงฺขารวาโร เหส. ปทโสธเน ปน วินาปิ อตฺเถน วจนํ ยุชฺชตีติ ตตฺถ โส นโย คหิโตว. อิธ ปน กายสงฺขารสฺส วจีสงฺขาราทีหิ, วจีสงฺขารสฺส จ จิตฺตสงฺขาราทีหิ, จิตฺตสงฺขารสฺส จ กายสงฺขาราทีหิ, อญฺญตฺตา ‘‘กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร, กายสงฺขาโร’’ติ เอเกกสงฺขารมูลกานิ เทฺว เทฺว กตฺวา ฉ ยมกานิ ยุชฺชนฺติ. เตสุ อคฺคหิตคฺคหเณน ตีเณว ลพฺภนฺติ. ตสฺมา ตาเนว ทสฺเสตุํ อนุโลมนเย ตีณิ, ปฏิโลมนเย ตีณีติ ฉ ยมกานิ วุตฺตานิ. สุทฺธสงฺขารมูลจกฺกวาโร ปเนตฺถ น คหิโตติ. เอวํ ปณฺณตฺติวารสฺส อุทฺเทสวาโร เวทิตพฺโพ.
๘-๑๘. นิทฺเทสวาเร ปนสฺส อนุโลเม ตาว ยสฺมา น กายาทโยว กายสงฺขาราทีนํ นามํ, ตสฺมา โนติ ปฏิเสโธ กโต. ปฏิโลเม น กาโย น กายสงฺขาโรติ โย น กาโย โส กายสงฺขาโรปิ น โหตีติ ปุจฺฉติ. กายสงฺขาโร น กาโย กายสงฺขาโรติ กายสงฺขาโร กาโย น โหติ, กายสงฺขาโรเยว ปเนโสติ อตฺโถ. อวเสสนฺติ น เกวลํ เสสสงฺขารทฺวยเมว. กายสงฺขารวินิมุตฺตํ ปน เสสํ สพฺพมฺปิ สงฺขตาสงฺขตปณฺณตฺติเภทํ ธมฺมชาตํ เนว กาโย, น กายสงฺขาโรติ อิมินา อุปาเยน สพฺพวิสฺสชฺชเนสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพติ.
ปณฺณตฺติวารวณฺณนา.