๒. ปวตฺติวารวณฺณนา

๑๙. ปวตฺติวาเร ปเนตฺถ ปจฺจุปฺปนฺนกาเล ปุคฺคลวารสฺส อนุโลมนเย ‘‘ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ, ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตี’’ติ กายสงฺขารมูลกานิ เทฺว, วจีสงฺขารมูลกํ เอกนฺติ ตีเณว ยมกานิ ลพฺภนฺติ; ตานิ คหิตาเนว. ตสฺส ปฏิโลมนเยปิ โอกาสวาราทีสุปิ เอเสว นโย. เอวเมตฺถ สพฺพวาเรสุ ติณฺณํ ติณฺณํ ยมกานํ วเสน ยมกคณนา เวทิตพฺพา.

อตฺถวินิจฺฉเย ปเนตฺถ อิทํ ลกฺขณํ – อิมสฺมิญฺหิ สงฺขารยมเก ‘‘อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ’’ติอาทิวจนโต ปจฺจุปฺปนฺนาทิกาลเภโท ปวตฺติวเสนาปิ คเหตพฺโพ, น จุติปฏิสนฺธิวเสเนว. ‘‘ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิวจนโต จ ฌานมฺปิ โอกาสวเสน คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวเมตฺถ ยํ ยํ ลพฺภติ, ตสฺส ตสฺส วเสน อตฺถวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

ตตฺริทํ นยมุขํ – วินา วิตกฺกวิจาเรหีติ ทุติยตติยชฺฌานวเสน วุตฺตํ. เตสนฺติ เตสํ ทุติยตติยชฺฌานสมงฺคีนํ. กามาวจรานนฺติ กามาวจเร อุปฺปนฺนสตฺตานํ. รูปาวจรเทวานํ ปน อสฺสาสปสฺสาสา นตฺถิ. อรูปาวจรานํ รูปเมว นตฺถิ. วินา อสฺสาสปสฺสาเสหีติ รูปารูปภเวสุ นิพฺพตฺตสตฺตานํ วิตกฺกวิจารุปฺปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ.

๒๑. ปฐมชฺฌาเน กามาวจเรติ กามาวจรภูมิยํ อุปฺปนฺเน ปฐมชฺฌาเน. องฺคมตฺตวเสน เจตฺถ ปฐมชฺฌานํ คเหตพฺพํ, น อปฺปนาวเสเนว. อนปฺปนาปตฺเตปิ หิ สวิตกฺกสวิจารจิตฺเต อิทํ สงฺขารทฺวยํ อุปฺปชฺชเตว.

๒๔. จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณติ อิทํ กายสงฺขารสฺส เอกนฺตจิตฺตสมุฏฺฐานตฺตา วุตฺตํ. อุปฺปชฺชมานเมว หิ จิตฺตํ รูปํ วา อรูปํ วา สมุฏฺฐาเปติ, น ภิชฺชมานํ.

๓๗. สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนติ ปฏิสนฺธิโต ทุติเย ภวงฺคจิตฺเต. กามญฺเจตํ ปฏิสนฺธิจิตฺเตปิ วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ นุปฺปชฺชิตฺเถว. ยาว ปน อพฺโพกิณฺณํ วิปากจิตฺตํ วตฺตติ, ตาว นุปฺปชฺชิตฺเถว นามาติ ทสฺสนตฺถเมตํ วุตฺตํ. ยสฺส วา ฌานสฺส วิปากจิตฺเตน เต นิพฺพตฺตา, ตํ สตโสปิ สหสฺสโสปิ อุปฺปชฺชมานํ ปฐมจิตฺตเมว. วิปากจิตฺเตน ปน วิสทิสํ ภวนิกนฺติยา อาวชฺชนจิตฺตํ ทุติยจิตฺตํ นาม. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๔๔. ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนนฺติ สพฺพปจฺฉิเมน อปฺปฏิสนฺธิกจิตฺเตน สมงฺคีภูตานํ ขีณาสวานํ. อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตนฺติ รูปาวจรานํ ทุติยชฺฌานิกาทิจุติจิตฺตวเสน, อรูปาวจรานญฺจ จตุตฺถชฺฌานิกจุติจิตฺตวเสเนตํ วุตฺตํ. เตสนฺติ เตสํ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีอาทีนํ.

๗๙. ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ, ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ เอตฺถ นิยมโต กายสงฺขารสฺส จิตฺตสงฺขาเรน สทฺธึ เอกกฺขเณ นิรุชฺฌนโต อามนฺตาติ ปฏิวจนํ ทินฺนํ. น จิตฺตสงฺขารสฺส กายสงฺขาเรน สทฺธึ. กึ การณา? จิตฺตสงฺขาโร หิ กายสงฺขาเรน วินาปิ อุปฺปชฺชติ จ นิรุชฺฌติ จ. กายสงฺขาโร ปน จิตฺตสมุฏฺฐาโน อสฺสาสปสฺสาสวาโต. จิตฺตสมุฏฺฐานรูปญฺจ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปชฺชิตฺวา ยาว อญฺญานิ โสฬสจิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตาว ติฏฺฐติ. เตสํ โสฬสนฺนํ สพฺพปจฺฉิเมน สทฺธึ นิรุชฺฌตีติ เยน จิตฺเตน สทฺธึ อุปฺปชฺชติ, ตโต ปฏฺฐาย สตฺตรสเมน สทฺธึ นิรุชฺฌติ. น กสฺสจิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วา ฐิติกฺขเณ วา นิรุชฺฌติ, นาปิ ฐิติกฺขเณ วา ภงฺคกฺขเณ วา อุปฺปชฺชติ. เอสา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปสฺส ธมฺมตาติ นิยมโต จิตฺตสงฺขาเรน สทฺธึ เอกกฺขเณ นิรุชฺฌนโต อามนฺตาติ วุตฺตํ. ยํ ปน วิภงฺคปฺปกรณสฺส สีหฬฏฺฐกถายํ ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ สตฺตรสมสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิรุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ อิมาย ปาฬิยา วิรูชฺฌติ. อฏฺฐกถาโต จ ปาฬิเยว พลวตราติ ปาฬิยํ วุตฺตเมว ปมาณํ.

๑๒๘. ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ, ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ เอตฺถ ยสฺมา กายสงฺขาโร จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปชฺชติ, น จ ตสฺมึ ขเณ วิตกฺกวิจารา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา โนติ ปฏิเสโธ กโตติ. อิมินา นยมุเขน สพฺพตฺถ อตฺถวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ปริญฺญาวาโร ปากติโกเยวาติ.

ปวตฺติวารวณฺณนา.

สงฺขารยมกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.