๕. สตฺตกฺขตฺตุปรมกถาวณฺณนา
๕๔๑-๕๔๕. อิทานิ สตฺตกฺขตฺตุปรมกถา นาม โหติ, ตตฺถ ยสฺมา ‘‘สตฺตกฺขตฺตุปรโม’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘สตฺตกฺขตฺตุปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุปรมตาย นิยโต’’ติ เยสํ ลทฺธิ, เสยฺยถาปิ อุตฺตราปถกานํ; เตสํ ฐเปตฺวา ‘‘อริยมคฺคํ อญฺโญ ตสฺส นิยโม นตฺถิ, เยน โส สตฺตกฺขตฺตุปรมตาย นิยโต ภเวยฺยา’’ติ อิมํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, ปฏิญฺญา อิตรสฺส.
มาตา ชีวิตาติอาทีสุ อยมธิปฺปาโย – เทฺว นิยามา สมฺมตฺตนิยาโม จ มิจฺฉตฺตนิยาโม จ. สมฺมตฺตนิยาโม อริยมคฺโค. โส อวินิปาตธมฺมตญฺเจว ผลุปฺปตฺติญฺจ นิยเมติ. มิจฺฉตฺตนิยาโม อานนฺตริยกมฺมํ. ตํ อนนฺตรา นิรยูปปตฺตึ นิยเมติ. ตตฺถ สตฺตกฺขตฺตุปรโม โสตาปตฺติมคฺเคน อวินิปาตธมฺมตาย จ ผลุปฺปตฺติยา จ นิยมิโต. เสสมคฺคนิยาโม ปนสฺส นตฺถิ อนธิคตตฺตา, อานนฺตริยมฺปิ กาตุํ โส อภพฺโพ. ตฺวํ ปนสฺส นิยามํ อิจฺฉสิ, เตน ตํ วทาม – ‘‘กึ เต โส อิมินา มิจฺฉตฺตนิยาเมน นิยมิโต’’ติ.
อภพฺโพ อนฺตราติ ปเญฺหสุ อานนฺตริยาภาวํ สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ, สตฺตกฺขตฺตุปรมํ สนฺธาย ปฏิชานาติ. อตฺถิ โส นิยาโมติ ปเญฺห สตฺตกฺขตฺตุปรมตาย นิยามํ อปสฺสนฺโต ปฏิกฺขิปติ. อตฺถิ เต สติปฏฺฐานาติอาทิ นิยามสงฺขาเต มคฺคธมฺเม ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตสฺส ปน ปุน ปฐมมคฺคานุปฺปตฺติโต เตปิ นตฺถิ, ตสฺมา ปฏิกฺขิปติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. นนุ โส สตฺตกฺขตฺตุปรโมติ เอตฺถ ภควา ‘‘อยํ ปุคฺคโล เอตฺตเก ภเว สนฺธาวิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสติ, อยํ เอตฺตเก’’ติ อตฺตโน ญาณพเลน พฺยากโรติ, น ภวนิยามํ นาม กิญฺจิ เตน สตฺตกฺขตฺตุปรโม, โกลํโกโล, เอกพีชี วาติ วุตฺตํ, ตสฺมา อสาธกเมตนฺติ.
สตฺตกฺขตฺตุปรมกถาวณฺณนา.
๖๔๖-๖๔๗. โกลํโกลเอกพีชิกถาโยปิ อิมินาวุปาเยน เวทิตพฺพา.
โกลํโกลเอกพีชิกถาวณฺณนา.